‘เปิดผลสอบ’ เรือหลวงสุโขทัย ‘อับปาง’ ขณะที่ ‘ผู้การเรือ’ ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572634

09 เม.ย. 2567

19:33 น.

'เปิดผลสอบ' เรือหลวงสุโขทัย 'อับปาง' ขณะที่ 'ผู้การเรือ' ลาออก

‘เปิดผลสอบ’ สาเหตุ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ อับปาง เกิดจากดินฟ้าอากาศ – เรือเก่า ส่วน ‘ผู้การเรือ’ ตัดสินใจผิดพลาด เจ้าตัวแสดงความรับผิดชอบ ‘ลาออก’ จากราชการ

กองทัพเรือ แถลงผลสอบ สาเหต เรือหลวงสุโขทัย อับปางกองทัพเรือ แถลงผลสอบ สาเหต เรือหลวงสุโขทัย อับปาง

วันที่ 9 เม.ย. 2567 กองทัพเรือ แถลง ผลสอบ สวนข้อเท็จจริง กรณี เรือหลวงสุโขทัย ประสบอุบัติเหตุ และอับปาง ลง เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2565 ทำให้กำลังพลเสียชีวิต 24 นาย และ สูญหาย 5 นาย

โดยมี พลเรือเอก อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือตรี อภิรมย์ เงินบำรุง คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและคณะกรรมการสอบสวนฯ พลเรือเอก ชัยณรงค์ บุญยรัตกลิน คณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิด พลเรือโท สุรศักดิ์ สิงขรวัฒน์ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทัพเรือภาคที่ 1 และ นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี อดีตผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ร่วมแถลง

พลเรือเอก อะดุง กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย กองทัพเรือได้ทุ่มเทยุทโธปกรณ์และกำลังพลทั้งหมดในการค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ตั้งแต่ช่วงแรกของเหตุการณ์ ตลอดจนดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและสูญหายได้ รับการชดเชยทางการเงิน ได้รับยศที่สูงขึ้น รับบุตรและญาติเข้ารับราชการ

นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพเรือ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 3 คณะ คือ

  1. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี เรือหลวงสุโขทัย อับปาง ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และสรุปบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
  2. คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทัพเรือภาคที่ 1
  3. คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด

ผบ.ทร. กล่าวว่า กองทัพเรือ มีความต้องการ ได้วัตถุพยานจริง และตั้งใจกู้เรือขึ้นมาทั้งลำ แต่เนื่องจากการกู้เรือในความลึก 50 เมตร และต้องการให้นำเรือขึ้นมาทั้งลำโดยไม่มีความเสียหายใดๆ อีกทั้งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของทีมกู้เรือ ไม่ให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นอีก แม้แต่คนเดียว จึงเกิดข้อจำกัดหลายเรื่อง และไม่มีบริษัทใดผ่านเกณฑ์

และช่วงนั้น กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา มีหนังสือแจ้งเรื่องเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่ติดอยู่กับเรือ และเมื่อ กองทัพเรือไทย เลือกบริษัทกู้เรือได้แล้ว ต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบของสหรัฐฯ อีก 6 เดือน เมื่อพิจารณาแล้ว กองทัพเรือ ได้หารือกับ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขายินดีจะช่วยเหลือในการตรวจสอบทุกประเด็น ค้นหาผู้เสียหายภายในเรือด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ดังนั้น กองทัพเรือ จึงปรับมาเป็นการกู้เรือแบบจำกัดร่วมกับ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บภาพต่างๆใต้น้ำ ทั้งภายในและภายนอกตัวเรือ ตามจุดที่ได้จากการสอบ เพื่อยืนยันสาเหตุการจม

โดยมีการสำรวจห้องที่เกี่ยวกับเรือ ที่มีส่วนในการจม ส่วนโทรศัพท์ที่เก็บขึ้นมาได้ ไม่มีซิมการ์ดจึงไม่ปรากฏข้อมูลๆ และกล้องบันทึกวงจรปิดได้นำส่งกองพิสูจน์หลักฐานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับคำตอบว่าเครื่องเล่นไม่สามารถอ่านได้เนื่องจากชำรุดมาก

ฝ่ายสหรัฐฯ มีหนังสือถึงกองทัพเรือ รอบที่ 2 และให้ความเห็นประกอบ หลังจากได้ดำลงไปตรวจสอบ เรือหลวงสุโขทัย แล้วว่า เรืออยู่ในสถานะปลอดภัย แต่การยกเรือหรือย้ายจากจุดปัจจุบัน จะเสี่ยงสูงต่อความไม่สำเร็จ และเสี่ยงต่อกำลังพล รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายสูง

บัดนี้ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทุกคณะ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงให้ กองทัพเรือ ทราบแล้ว จึงเป็นที่มาของการแถลงผลสอบต่างๆ  จากนั้น กองทัพเรือ ได้เปิดวิดีทัศน์รายงานผลสอบเหตุการณ์ เรือหลวงสุโขทัย ล่ม สถานการณ์บนเรือ การติดต่อสื่อสาร และการช่วยเหลือหลังเรือจม

สรุปได้ว่า มีผลกระทบจากสภาพอากาศ คลื่นลมแปรปรวนรุนแรง มีคลื่นสูง 6 เมตร ในขณะที่เรือหลวงสุโขทัย สามารถเดินเรือได้ในความสูงของคลื่น 2.5 เมตร ทำให้การควบคุมเรือเป็นไปได้ลำบาก ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้ามีเมฆมากมีข้อจำกัดในการตรวจการให้ความช่วยเหลือ

ด้าย พลเรือตรี อภิรมย์ กล่าวว่า กองทัพเรือ ดำน้ำสำรวจตัวเรือ 4 ครั้ง ใน 3 ครั้งแรกเป็นการปฏิบัติของ กองทัพเรือ เอง ไม่สามารถเข้าไปในตัวเรือได้ เพราะมีความอันตราย ส่วนครั้งสุดท้ายร่วมกับ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

สาเหตุของเรือจม เพราะน้ำเข้าเรือ แบ่งได้ 2 กรณี คือ 1.น้ำเข้าจากทางท้องเรือ ทำให้เรือจมลงไป เรียกว่าการสูญเสียกำลังลอยทำเรือจม  2.น้ำเข้าเรือด้านบนเหนือจุดศูนย์ถ่วงของเรือ ทำให้เรือเสียการทรงตัว เอียงแบบที่เรือหลวงสุโขทัยประสบในช่วงแรก การสำรวจ ก็มุ่งประเด็น ทำไมเรือถึงเอียงก่อนที่จะจมลง ก็พบความเสียหายที่เกิดขึ้นหลายแห่ง

  • ตำแหน่งที่ 1 แผ่นกันคลื่นหน้าป้อมปืน 76 มม. ยุบตัว เพราะเจอคลื่นแรง จนดึงแผ่นเหล็กบนดาดฟ้าเปิด ทำให้เกิดเป็นช่องรูใหญ่ พื้นที่ 1 ตารางนิ้ว
  • ตำแหน่งที่ 2 ความเสียหายของป้อมปืน 76 มม. เนื่องจากโดนวัตถุของแข็งกระแทก ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าคืออะไร เพราะวัตถุที่ว่าไม่ติดค้างที่ป้อมปืน แต่เชื่อว่าโดนวัตถุขนาดใหญ่กระแทกแน่นอน จนเป็นช่องที่ทำให้น้ำเข้าเรือได้
  • ตำแหน่งที่ 3 รูทะลุ บริเวณกงที่ 35 กราบซ้าย จำนวน 2 แห่ง สูงจากน้ำ 5 ฟุต  โดนวัตถุภายนอกกระแทกเข้าไป รอยดังกล่าวไม่ได้เกิดที่ส่วนรอยเชื่อม จึงไม่ได้เกิดจากการซ่อม ซึ่งรอยกระแทกดังกล่าว ไม่พบวัตถุที่ตกค้างว่ากระแทกจากอะไร ทำเป็นรอยกว้างยาว 1 ฟุต กว้าง 3-4 นิ้ว มีพื้นที่ 80 ตารางนิ้ว
  • ตำแหน่งที่ 4 ประตูห้องกระชับเชือกที่อยู่ในลักษณะเปิด มีโอกาสน้ำเข้าได้เมื่อประตูเปิด
  • ตำแหน่งที่ 5 ประตูท้ายห้อง gun bay ด้านป้อมปืน 76 มม. ที่ปิดไม่สนิท

ทั้งหมดนี้ สรุปความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เรือเสียการทรงตัวและ อับปาง

ส่วนลำดับเวลาที่เรือวิ่งจาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปหาดทรายรี จ.ชุมพร เครื่องขัดข้องนั้น กรณีเรือเจอคลื่นสูงก็จะพบได้อยู่บ้าง เนื่องจากน้ำมันที่อยู่ในถังสกปรก ไปเจอเศษฝุ่น อุดตันหัวฉีด ส่งผลให้หัวฉีดบางส่วนใช้การไม่ได้ ทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถรับภาระได้ อีกทั้ง เรือหลวงสุโขทัย ใช้งานมาเกือบ 40 ปีแล้ว อยู่ในช่วงท้าย จะเข้าสู่การปลดประจำการ

ขณะที่ พลเรือโท สุระศักดิ์ ระบุว่า สอบปากคำของผู้ที่เกี่ยวข้อง ถึงความพร้อมของ เรือหลวงสุโขทัย ภายหลังการซ่อมทำในปี 2564 ได้ทดลองเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมอู่ทหารเรือกำหนด และได้ออกปฏิบัติราชการตามปกติ การตรวจพบความชื้นบริเวณผนังห้อง Sonar ทางกาบซ้ายของตัวเรือ เนื่องจากใช้ราชการมา 1 ปี 9 เดือน การซ่อมบำรุงของกรมอู่ทหารเรือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามมาตรฐาน และขณะออกเรือ เรือหลวงสุโขทัย มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

พร้อมยืนยันว่าเสื้อชูชีพมีเพียงต่อจำนวนกำลังพลในเรือ 105 นาย เพราะมีเสื้อชูชีพทั้งหมด 120 ตัว และมีการประกาศให้กำลังพลสมทบมารับชูชีพแล้ว 3 ครั้ง แต่กำลังพลสมทบไม่ได้ไปรับ ขณะที่กำลังพลประจำเรือบางนายไม่มีชูชีพ เพราะไม่ได้สวมตั้งแต่แรก เพราะเมื่อไปผนึกน้ำแล้ว จึงไม่สามารถลงไปนำเสื้อชูชีพมาใช้ได้

ส่วนความพร้อมของแพชูชีพ เรือหลวงสุโขทัย มีแพชูชีพ 6 แพ อยู่ทางกาบซ้าย 3 แพ กาบขวา 3 แพ ขณะเกิดเหตุกำลังพลสามารถปลดแพกาบขวาได้ 2 แพ ส่วนอีก 4 แพ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายเข้าถึงได้ยาก แต่เมื่อเรือ อับปาง แพชูชีพทั้งหมดก็หลุดออกจากแท่นติดตั้ง

ขณะที่ความพร้อมของกำลังพล ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย พิจารณาว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจในการรบเต็มรูปแบบ จึงจัดกำลังพลประจำเรือออกปฏิบัติราชการ 75 นาย จาก 100 นาย เพื่อจัดที่พักอาศัยบนเรือให้แก่กำลังพลจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อีก 30 นาย ที่โดยสารไปกับเรือ  เมื่อถึงภาวะที่ต้องปฏิบัติงานในสภาพอากาศ คลื่นลมที่รุนแรง ทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของกำลังพลลดลง ทั้งยังต้องป้องกันความเสียหายที่เกิดหลายสถานที่ในห้วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้การป้องกันความเสียหายของเรือกระทำได้อย่างจำกัด

แต่เรือมีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายครบตามอัตราที่กำหนด และพร้อมใช้งาน เมื่อพบว่ามีน้ำเข้าเรือ จนมีการสั่งการแก้ปัญหาด้วยการผลึกน้ำทันที แต่ไม่สามารถออกไปตรวจสอบความเสียหายภายนอกตัวเรือได้ เพราะสภาวะคลื่นลมแรง จึงไม่ทราบความเสียหายภายนอกตัวเรือ

ทั้งนี้ ผลกระทบจากคลื่นลมในวันเกิดเหตุ สภาพอากาศแปรปรวนเปลี่ยนแปลงฉับพลันจากที่มีการพยากรณ์ไว้ ทำให้มีเรือขนาดใหญ่หลายลำ อับปาง ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีน้ำเข้า เรือหลวงสุโขทัย จนเป็นเหตุให้เรือโคลงมาก เป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือกำลังพล จึงมีการสูญเสียเกิดขึ้น

ส่วนการตัดสินใจนำเรือกลับฐานทัพเรือสัตหีบ ของ ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ทั้งที่ระยะทางไกล ใช้เวลาเดินทางมากกว่านำเรือเข้าเทียบ ท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น เพราะพิจารณาว่า คลื่นลมบริเวณหน้าท่าเรือมีความรุนแรง เรือไม่สามารถเทียบท่า และไม่มีเรือลากจูงสนับสนุนการเทียบท่า การเข้าเทียบท่าอาจเป็นอันตรายต่อเรือ และในเวลานั้น ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ยังไม่ทราบข้อมูลการฉีกขาดของแผ่นเหล็กกันคลื่นบริเวณหน้าป้อมปืน จึงเห็นว่าหากนำเรือกลับจะทุเลาความรุนแรง ถือเป็นการตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งผู้บังคับการเรือฯ เห็นว่าเป็นหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด 

คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปว่า เรือหลวงสุโขทัย อับปาง ไม่ได้เกิดจากความจงใจของ ผู้บังคับการเรือฯ รวมถึงกำลังพลบนเรือ แต่ เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนอย่างฉับพลัน ทำให้เรือเกิดสภาวะผิดปกติ และน้ำเข้าเรือจากรูทะลุ เป็นเหตุทำให้เรือเอียงและอับปาง การตัดสินใจนำเรือกลับสัตหีบของผู้การเรือฯ  ซึ่งมีระยะทางไกลและใช้เวลาเดินทางมากกว่า เป็นดุลพินิจโดยขาดความรอบคอบ ทำให้เกิดความเสียหาย เชื่อว่าการ อับปาง ของ เรือหลวงสุโขทัย มีส่วนเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่

การใช้ดุลพินิจโดยขาดความรอบคอบ ทำให้เกิดความเสียหายของ ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย เป็นความผิดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ 2476 โดยเห็นสมควรลงทัณฑ์ “กัก” เป็นเวลา 15 วัน

ทัพเรือภาคที่ 1 ได้ประเมินให้ กองทัพเรือ ได้ดำเนินการทางวินัย กับ ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย แล้ว ส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดดำเนินการ ในส่ว นที่เกี่ยวข้องความผิดทางอาญา อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน พลเรือเอก ชัยณรงค์ กล่าวถึง การตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการจงใจ เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัยจากสภาพอากาศทั้งสิ้น และการตัดสินใจของผู้การเรือฯ ในการหันหัวเรือกับสัตหีบ สามารถดำเนินการได้ จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะต้องรับผิดทางละเมิด ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นาวาโท พิชิตชัย กล่าวว่า ในนามของผู้บังคับการเรือ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้ที่สูญเสีย

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เรือหลวงสุโขทัย ผมขอยืนยันว่าไม่มีผู้ใดตั้งใจทำให้เกิดขึ้น ผมและกำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างสุดความสามารถ เพื่อกู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น และได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ตามขั้นตอน ในเหตุวิกฤตที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้

“ในสถานการณ์วิกฤตและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้น ในฐานะผู้บังคับการเรือจำเป็นต้องมีการตัดสินใจ ดังนั้นการนำเรือกลับสัตหีบจึงมาจากการใช้ดุลพินิจของผม จากการประเมินสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น เรือยังอยู่ในสภาวะปกติไม่เอียง สถานการณ์ในเรือสามารถควบคุมได้ จึงเชื่อว่าสามารถนำเรือกลับได้ แต่หลังจากที่ตัดสินใจนำเรือกลับ สภาพอากาศแปรปรวนอย่างฉับพลันเลวร้ายกว่าเดิม การตัดสินใจของผมอาจเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่รอบคอบ

“ผมในฐานะผู้บังคับการเรือ ขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ต่างๆ ขอยอมรับโทษตามกองทัพเรือภาคที่ 1 และผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะเห็นควร อีกทั้งหลังจากเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมขอแสดงเจตจำนงค์ ลาออกจากกองทัพเรือ ที่เป็นถิ่นกำเนิดและบ้านเกิดการอบอุ่นของผม และเป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงเป็นการดำรงไว้ซึ่งเกียรติและตำแหน่ง ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ที่ทหารเรือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ดำรงมา”

จากนั้น ผบ.ทร. ได้กล่าวปิดท้ายการแถลงข่าว พร้อมทั้งชื่นชม อดีต ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ว่า เป็นลูกผู้ชาย ใครไม่เป็นทหารไม่รู้ เพราะตั้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร จนมาเป็นผู้การเรือ ต้องมีใจรัก ซึ่งการเป็นผู้การเรือเกรด A ของกองทัพเรือ เมื่อนำทัพทหารไปสูญเสีย ได้แสดงสปิริต ถ้าเขาไม่ลาออก ก็ยังสามารถอยู่ได้ แต่ขอขอบคุณที่รักษา กองทัพเรือ ไว้

กต. เผย ‘เมียนมา’ ยกเลิกเที่ยวบินพิเศษแล้ว แจงช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572568

08 เม.ย. 2567

16:30 น.

กต. เผย 'เมียนมา' ยกเลิกเที่ยวบินพิเศษแล้ว แจงช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

รองโฆษก กต.เผย ‘เมียนมา’ ขอยกเลิกเที่ยวบินพิเศษ 8-9 เม.ย.นี้แล้ว ยืนยันให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม-ห้ามนำอาวุธเข้าไทย รัฐบาลเตรียมประชุมกำหนดแนวทางของไทยพรุ่งนี้ (9 เม.ย.)

8 เม.ย. 2567 นายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีการอนุมัติเที่ยวบินพิเศษของเมียนมาที่ท่าอากาศยานแม่สอด เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2567  ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้รับคำร้องขอจากสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 เม.ย. 2567 เพื่อขออนุมัติเที่ยวบินพิเศษจำนวน 3 เที่ยว สำหรับวันที่ 7, 8 และ 9 เม.ย. 2567  เส้นทางย่างกุ้ง-แม่สอด เพื่อขอขนส่งผู้โดยสาร และสิ่งของ 

นายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศนายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ

ซึ่งภายหลังได้รับคำร้องขอดังกล่าว โดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่มีความเร่งด่วน และความเป็นไปได้ที่จะมีการอพยพบุคลากรของเมียนมา และครอบครัว ไปยังพื้นที่ปลอดภัยนั้น จึงมีการตัดสินใจในระดับรัฐบาล ที่จะอนุมัติคำร้องขอจากเมียนมา โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม

ต่อมาสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ให้ความช่วยเหลือทุกฝ่ายในเมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ หากเกิดกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ หรือผู้ที่ขออพยพข้ามแดนมายังฝั่งไทย โดยจะไม่อนุญาตให้มีการนำอาวุธจากฝ่ายใด ๆ เข้ามาฝั่งไทย

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา ได้มีเที่ยวบิน 1 เที่ยวบินจากเมียนมา มาลงที่ท่าอากาศยานแม่สอด ตามคำขอ และได้เดินทางออกจากประเทศไทยแล้วในวันเดียวกัน และล่าสุด สายการบินเมียนมา ได้แจ้งขอยกเลิกเที่ยวบินที่เหลือ สำหรับวันที่ 8 และ 9 เม.ย. 2567 แล้ว

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ รัฐบาลไทยได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยเมียนมา โดยเฉพาะบริเวณเมืองเมียวดีอย่างใกล้ชิด และมีความพร้อมที่จะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย. 67) จะมีการประชุมหารือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางการดำเนินการของไทยต่อไป

‘นิพนธ์ – มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572525

07 เม.ย. 2567

20:32 น.

‘นิพนธ์ -  มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

‘นิพนธ์ – มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา รัฐต้องกระจายอำนาจ จังหวัดต้องใช้จ่าย – บริหารภาษี พัฒนาพื้นที่ได้เอง ‘สรรเพชญ’ พร้อมทำหน้าที่ สส.นำทุกความคิดเข้าสภาฯ

7 เม.ย. 67 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาววทันยา บุนนาค อดีตประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ , นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต สส. และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา เปิดเวทีระดมความคิดหัวข้อ “อยากเห็นสงขลาเป็นแบบไหน…แหลงได้เลยน้อง” โดย นายนิพนธ์ ถามนำว่า พี่น้องอยากเห็นอะไรในเมืองสงขลา และอยากเห็นประเทศไทยเดินไปทางไหนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมฯ

‘นิพนธ์ -  มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

นางสางวทันยา กล่าวว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วและประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนใหญ่กระจายอำนาจและการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตย เช่น จีนมีการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละมณฑลตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เช่น เซินเจิ้น พัฒนาเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี ตัดสินใจเรื่องการใช้จ่ายเงินภาษีได้เอง สวิตเซอร์แลนด์มีการปกครองประชาธิปไตยแบบทางตรง ไม่ว่าจะเป็นเลือก สส. หรือผู้แทนรัฐ ประชาชนร่วมโหวตได้ทันที

“แม้ทั้งสองประเทศ มีระบอบการปกครองตรงข้ามกัน แต่ทั้งคู่กระจายอำนาจไปยังการปกครองท้องถิ่น สร้างความก้าวหน้าของประเทศ ย้อนกลับมามองที่ประเทศไทย ภาคใต้หารายได้เข้าประเทศมากมาย แต่รายได้กลับเข้าไปที่ส่วนกลาง และค่อยจัดสรรมาอีกที เราควรมีสิทธิร่วมกันออกแบบเมือง และชีวิตที่เราอยากได้ อีกไม่นานจะถึงการเลือกตั้ง อบจ. เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะผลักดันเรื่องนี้ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ”

‘นิพนธ์ -  มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จะนำปัญหาไปหารือในสภา เพื่อย้ำถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และย้ำว่า ไม่ลืมพี่น้องที่โหวตให้เข้าไปในสภา ไม่ว่าอะไรจะขึ้นก็จะอยู่ตรงนี้ ทำตามอุดมการณ์ เป็นฝ่ายค้านให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้เหมือนกัน หากเราไม่ได้แสวงหาประโยชน์เราก็พร้อมทำหน้าที่ทุกแบบอยู่แล้ว “ขายวัวขายที่ ผมขายได้ แต่ศักดิ์ศรีผมไม่ขาย ให้สมกับชาวสงขลาที่ไว้ใจผม”

ด้านนายสามารถ กล่าวถึงการแก้ปัญหาภาคใต้โดยรัฐบาล ว่า โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ที่ นายนิพนธ์ เสนอตั้งแต่เป็นนายก อบจ. จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้อนุมัติงบประมาณ แต่ตนกลัวว่ารัฐบาลจะเอางบไปสร้างที่เชียงใหม่ ทั้งที่สงขลา-หาดใหญ่ หาเงินเข้าประเทศได้เป็นล้านล้านบาท แต่งบประมาณหมื่นล้านเพื่อรถไฟฟ้าสายแรกในต่างจังหวัดกลับสร้างไม่ได้ ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ก็มีราคาแพงเพราะรัฐบาลตั้งเพดานราคาไว้สูง โครงการแลนด์บริดจ์ก็ไม่มีคนสนใจมาลงทุนเพราะมันจะไม่คุ้มทุน รัฐบาลต้องปรับโครงการด้วยการให้ความสำคัญกับการสร้างท่าเรือน้ำลึกและมอเตอร์เวย์ รวมไปถึงโครงการรถไฟทางคู่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของภาคใต้

‘นิพนธ์ -  มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

ขณะที่เสียงจากภาคประชาชนสะท้อนว่าอยากให้ระดับด้านความปลอดภัย และพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้สะอาดสวยงานน่าเที่ยว ปรับภูมิทัศน์ด้วยการเอาสายไฟฟ้าลงดิน พร้อมทั้งพัฒนาระบบจราจรและขนส่งมวลนให้ง่ายต่อการเข้าถึงสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างอาชีพ และดูแลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยสวัสดิการ

‘นิพนธ์ -  มาดามเดียร์’ เปิดเวทีระดมสมอง วางอนาคตสงขลา

ก่อนปิดการระดมความคิดเห็นนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้กล่าวสรุปว่าวันนี้คือความตั้งใจที่จะมารับฟังความคิด ความเห็นในแต่ละปัญหา ของแกนนำในอำเภอมืองสงขลาส่วนพื้นที่อื่นๆก็จะได้เปิดการรับฟังความคิดความเห็นในครั้งต่อๆไปเพื่อนำไปสู้การแก้ไขปัญหาผ่านกลไกต่างๆ ต่อไป

เมียวดี แตก ! ข้าราชการเมียนมา ขอลี้ภัยเข้าแม่สอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572524

07 เม.ย. 2567

20:16 น.

เมียวดี แตก ! ข้าราชการเมียนมา ขอลี้ภัยเข้าแม่สอด

เมียวดี แตก ! รัฐบาลเมียนมา ประสานไทย ขอเครื่องบินทหารลงจอดท่าอากาศยานแม่สอด ขอให้ ข้าราชการ-ตร.-ตม. ลี้ภัย หลังถูกฝ่ายต่อต้านตีแตก

มีรายงานว่า สถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายต่อต้าน ที่มีทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) และกองกำลังปกป้องประชาชน (พีดีเอฟ) เข้ายึดกองบังคับการยุทธวิธี ของทหารเมียนมา ที่บ้านปางกาน จ.เมียวดี ตรงข้าม ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก  

รวมทั้งบุกพื้นที่กองพันที่ 275 เมียวดี ซึ่งเป็นค่ายทหารที่ใหญ่ที่สุด อยู่ในตัวเมืองเมียวดีได้แล้ว ทำให้ฝ่ายต่อต้านควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ข้าราชการในสังกัดสภาบริหารทหารเมียนมา เช่น ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง จ.เมียวดี และหน่วยงานต่างๆ ต้องถอนตัวออกจากตัวเมียวดี และถูกนำไปถูกอพยพไปกอกาเร็ก ในเขตปกครองของ พันเอกหม่องชิตู

ล่าสุด รัฐบาลเมียนมาใช้ช่องทางกระทรวงต่างประเทศ ประสานมายังรัฐบาลไทย ให้เครื่องบินทหารเมียนมา ATR72-600 ลงจอดที่ ท่าอากาศยาน อ.แม่สอด จ.ตาก  เพื่อขอที่ลี้ภัยให้กับข้าราชการ ได้แก่ ตม. ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทำงานในศาลากลาง และ ส่วนราชการอื่นๆ เบื้องต้นทั้งหมดมารอสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา เข้ามาฝั่งไทย

‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572513

07 เม.ย. 2567

16:39 น.

‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย‘

‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย’ เป็นหัวหน้าพรรคเกือบ 4 เดือน ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม หวังรับฟังความเห็นคนหวังดีกับพรรค

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง ปชป. ต้องไม่รอ “ฟ้าลิขิต” มีเนื้อหาระบุว่า ย่างเข้าสู่ปีที่ 79 บนเส้นทางการเมือง เป็นช่วงเวลาท้าทายยิ่งของ “พรรคประชาธิปัตย์” การบ้านสำหรับหัวหน้าพรรค ที่คิดว่าตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ด้วย “ฟ้าลิขิต” ไม่ใช่เรื่องการเชื่อโชคลาง แต่เป็นที่การกระทำ นายเฉลิมชัยรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตั้งแต่วันที่  10 ธันวาคม ปีที่แล้ว รวมเวลาบริหารพรรค เกือบสี่เดือน ในช่วงเวลานั้น นายเฉลิมชัยประกาศพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถ้าพูดแบบดิบ ๆ ก็ต้องบอกว่า ตอนนี้นายเฉลิมชัยยึดพรรคได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดแล้ว จะพัฒนา ปรับปรุงอย่างไร ย่อมทำได้ตามใจนึก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่จะพลิกวิกฤตของพรรคให้เป็นโอกาส หรือความพยายามที่จะฟื้นศรัทธาประชาชนกลับมา เห็นแต่การหายใจทิ้งไปวัน ๆ กับการทอดถอนใจของคนรักพรรคจำนวนไม่น้อย ที่ทำได้แค่ดูอยู่ห่าง ๆ มองอย่างห่วง ๆ เท่านั้น 3 เดือนแรกหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันประกาศไว้ว่า จะต้องทำให้การเปิดกว้างด้านยุทธศาสตร์พรรค นโยบายพรรค การสื่อสารกับมวลชนผ่านโซเชียล ต้องมีรูปธรรมให้เห็น แต่ที่เห็นเป็นจริงคือ สภาพเดิมไร้การเปลี่ยนแปลงในเชิงรุก ก็ไม่ทราบว่านายเฉลิมชัยได้ประเมินตัวเองกันไว้อย่างไร จะปรับปรุงเพิ่มเติมแบบไหน ทำอะไรมากกว่าการยกตนข่มท่าน

“สิ่งเดียวที่ผมคิดว่าหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันพูดถูก คือ โลกเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน ถ้าประชาธิปัตย์ไม่เปลี่ยน เราจะไม่มีปีที่ 79… แต่น่าเสียดายที่ผมเห็นแค่คำพูดจากลมปากที่ปราศจากการกระทำ และอุดมการณ์การเมืองที่หนักแน่น ก็หวังว่าท่านจะรับฟังความเห็นของคนที่หวังดีต่อพรรค เหมือนที่บอกว่า อย่าว่าพรรค ให้ว่าคนบริหาร และถ้ามันล้มเหลว ก็อยากเห็นความรับผิดชอบจากนักเลงคำไหนคำนั้นอย่างท่านด้วย ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ จะก้าวหน้าหรือถอยหลัง ผมเชื่อที่การกระทำมากกว่าฟ้าลิขิตครับ” นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572512

07 เม.ย. 2567

16:26 น.

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช.

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช. สั่งฝังกลบภายใน 15 วัน คุยรักษาการ ผบ.ตร. ยังไม่มีสั่งการเพิ่มเติมคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ บอกสื่อค่อยมาถามถ้ามีคืบหน้า ‘บิ๊กต่าย’ เผยสัปดาห์หน้าชัด ลงโทษวินัยหรือไม่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลักลอบนำกากแคดเมียมมาเก็บที่จังหวัดสมุทรสาครว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ว่ามีที่มาอย่างไรใครเป็นคนนำเข้ามา และเมื่อตรวจสอบสภาพอากาศตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็ยังไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ต้องแต่จะต้องดำเนินการฟังกลบภายใน 15 วัน

ส่วนที่พบเพิ่มเติมที่จังหวัดชลบุรี นายกรัฐมนตรี บอกว่า ก็จะต้องตามกลับเอามาให้หมด และขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ไปติดตามด้วยตัวเอง พร้อมยอมรับว่าสารดังกล่าวเป็นอันตราย แต่จากการตรวจสอบในพื้นที่มีสารแคดเมียมกระจายไป พบว่ายังไม่มีผลกระทบกับประชาชน

ส่วนการพบกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีการสั่งการถึงคดีตรวจสอบบิ๊กตำรวจที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บพนันหรือไม่ นายกฯ บอกว่า ไม่มีสั่งการอะไรเพิ่มเติม เพราะมีคณะกรรมการติดตามเรื่องนี้แล้ว 3 คน โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ย้ำว่าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ตนพูดคุยกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ เรื่องปัญหาของประชาชนเป็นหลัก ทั้งเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง การพนันออนไลน์ ซึ่งได้กำชับไปแล้ว 

ส่วนจะให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ใช่ จนกระทั่งจะมีความคืบหน้าและพิสูจน์ทราบความจริงออกมา สื่อมวลชนควรมาถามผมเมื่อมีความคืบหน้าจริงๆ ซึ่งอย่าไปกดดันดีกว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ว่าเป็นประเด็นที่สังคมมุ่งมองอยู่ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า

ขณะที่รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า คณะกรรมการด้านวินัยของ สตช.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐาน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการลงโทษทางวินัยหรือไม่

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน – มารีน่า – ดิวตี้ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572508

07 เม.ย. 2567

15:59 น.

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน - มารีน่า - ดิวตี้ฟรี

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน – มารีน่า – ดิวตี้ฟรี ขยายสนามบินรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น ตั้งเป้าติดท็อป 10

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยช่วงเช้าลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ที่แหลมนิคม เยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต ติดตามการแก้ไขปัญหาขยะ ที่เตาเผาขยะสมุย และประชุมหารือบูรณาการการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเกาะสมุย ที่เทศบาลนครเกาะสมุย โดยผู้ประกอบการ ได้มอบเสื้อลายเกาะสมุย ให้นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุยเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย

นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังปัญหา จากภาคส่วนต่างๆ ในเกาะสมุยว่า ทราบดีว่าเกาะสมุยมีศักยภาพสูงมาก เพราะเป็นเกาะที่ติดท็อป 20 ของการท่องเที่ยว ได้มอบ KPI ให้กับ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าเกาะสมุยต้องติดท็อป 10 การท่องเที่ยวให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นรับทราบปัญหาเตาเผาขยะชำรุดเสียหาย เกิดขยะค้างกว่า 150,000 ตัน รับปากว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาให้ ต้องจัดการปัญหาขยะได้ในเกาะของตัวเอง ต้องมีโรงเผาขยะ หรืออาจจะผสมผสานกับการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้ ส่วนเรื่องน้ำประปา งบประมาณ ปี 68 จะมีการนำท่อน้ำเข้ามาเกาะสมุย วางท่อน้ำปะปาที่ 2 ในเดือนตุลาคมปีนี้ เรื่องถนน ได้สั่งกรมทางหลวงให้นำแผนงานเข้ามาดูใหม่ ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะกระทบประชาชน เช่นการเวรคืนที่ดิน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุยเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย

เรื่องขนส่งสินค้าเกษตร สั่งการให้ รมช.กระทรวงคมนาคม ขยายเวลาเรือขนส่งสินค้า เพื่อให้มีเรือเข้ามาขนส่งสินค้าเกษตรจากเกาะสมุยเพิ่มขึ้น ส่วนการสร้างท่าเทียบเรือสำราญ เรื่องการลงทุนไม่ต้องเป็นห่วง และแนะนำให้มี Marina, Sea plane และ Duty Free ร่วมด้วย เพื่อทำให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องน้ำมันปาล์ม อยากให้พัฒนาการจัดลำดับคุณภาพ เพราะมาเลเซียก็มีการทำเรื่องนี้ หากประเทศไทยทำไม่มีคุณภาพ ราคาก็จะไม่ดี จึงได้สั่งการให้กรมวิชาการการเกษตรไปดูเรื่องนี้ เรื่องลดดอกเบี้ย เชื่อว่าทุกคนทราบอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยสูงเดือดร้อนมากเพียงไหน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแลในเรื่องนี้ เรื่องความมั่นคง ก็เน้นย้ำรักษาการ ผบ.ตร. เรื่องของมาเฟีย การตรวจคนเข้าเมือง การขอขยายเวลาวีซ่า ให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ 

เรื่องสนามบินสมุย ก็ชี้แนะว่าหากขยายสนามบินได้ เรื่องคอขวดก็จะหายไป เพื่อให้เกาะสมุยรองรับนักท่องเที่ยวได้อีกจำนวนมาก ให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น เรื่องการท่องเที่ยวเกาะสมุย คนส่วนมากรู้จักเพราะทะเลสวย แต่เชื่อว่ายังมีสิ่งดีงามซ่อนเร้นอยู่อีกเยอะมาก กำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขุดสิ่งที่ซ่อนเร้นออกมาให้ได้ ให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น และจะกลับมาเกาะสมุยอีกครั้ง เพื่อมาดูความคืบหน้า ในช่วงปลายปีนี้

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจ ‘กากแคดเมียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572500

07 เม.ย. 2567

13:58 น.

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจ ‘กากแคดเมียม’

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจสอบกากแคดเมียม จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง หลังพบเพิ่มเรื่อยๆ เร่งส่งกลับฝังกลบ – ดำเนินคดี

ช่วงที่ผ่านมา กากแคดเมียมจากโรงงานในจังหวัดตาก 13,000 ตันเศษ ถูกขนออกจากพื้นที่ และพบกากแคดเมียมที่โรงงานในจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 2,500 ตัน ที่เหลืออีกกว่า 10,000 ตัน ไม่พบในบริเวณโรงงาน และเมื่อวันที่ 6 เมษายน กระทรวงอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบกองกากแคดเมียม อีกกว่า 6,000 ตัน ในโกดังแถวคลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตรวจสอบแล้วมาจากแหล่งเดียวกันกับโรงงานในสมุทรสาคร ทำการยึดอายัด และแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า กากสังกะสีปนแดคเมียม ถือเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ผู้ที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 7 เมษายน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร สนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ บก.ปทส. เข้าตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลบางน้ำจืด สมุทรสาคร ซึ่งประกอบกิจการหล่อหลอมทองแดง และตะกอนทองแดง พบกองกากแคดเมียม กระจายอยู่ทั้งในและนอกอาคาร จำนวนกว่า 1,000 ตัน ซึ่งได้ทำการยึดอายัด และแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับโรงงานดังกล่าว ด้วยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้โรงงาน เคลื่อนย้ายกองกากเข้าไปในอาคารทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของกากแคดเมียม 

ขณะเดียวกัน ทาง สอจ.สมุทรสาคร ยังได้แบ่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานอีกแห่งในพื้นที่นาโคก สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่าจะมีกองกากแคดเมียม เช่นเดียวกัน

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า จากการตรวจสอบและยึดอายัดกากแคดเมียมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับจำนวนได้เกือบ 10,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนกากแคดเมียมทั้งหมดที่ขนมาจากที่ตากมาไว้ในสมุทรสาคร โดยตนได้มอบให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเร่งตรวจสอบในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในสมุทรสาคร และจังหวัดใกล้เคียงที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บ เพื่อรอการแปรสภาพหรือขนส่งไปที่อื่น และเคลื่อนย้ายกากแคดเมียมที่ยึดอายัดทั้งหมดกลับไปฝังกลบที่เดิมโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนคลายความวิตกกังวล 

‘เศรษฐา’ โชว์กิน ‘แกงไตปลา’ มื้อเที่ยงที่สมุย บอกอร่อยจริงๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572497

07 เม.ย. 2567

12:55 น.

‘เศรษฐา’ โชว์กิน ‘แกงไตปลา’ มื้อเที่ยงที่สมุย บอกอร่อยจริงๆ

นายกรัฐมนตรี โชว์กินแกงไตปลา เป็นมื้อเที่ยงระหว่างลงพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจัดอันดับให้เป็นเมนูยอดแย่บนเว็บไซต์ TasteAtlas

วันนี้ช่วงเที่ยง (7 เม.ย.) ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง แวะรับประทานอาหารเที่ยง มีเมนูแกงไตปลา ที่ติดอันดับอาหารยอดแย่ของโลกบน เว็บไซต์ TasteAtlas

ทันทีที่แกงไตปลา มาเสิร์ฟ นายกรัฐมนตรีได้ชิม โดยบอกว่า “อร่อยมากครับ” พร้อมกับยกนิ้วโป้ง แต่ก็มีสิทธิที่คนอื่นจะไม่ชอบ เพราะมีอะไรหลายๆ อย่างที่แตกต่างกัน เพราะเขาอาจจะชอบบางอย่าง หรือไม่ชอบบางอย่าง จะไปอะไรเขาก็ไม่ได้ เพราะอาหารไทยมีหลายอย่าง เช่น ต้มยำกุ้ง มัสมั่นไก่ พร้อมย้ำว่า กำลังลดน้ำหนักอยู่ แต่ “อร่อยจริงๆ ไม่ใช่อร่อยเล่นๆ”

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572494

07 เม.ย. 2567

12:51 น.

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าใช้วาทกรรมด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้อง – วินิจฉัยคดียุบพรรค

นายธนกร วังบุญคงชนะ  สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่มีข้อไหนให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรคการเมืองว่า ก่อนที่นายชัยธวัชจะออกมาพูดแบบชัดถ้อยชัดคำนั้น ได้ศึกษาและดูรายละเอียดข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้วหรือไม่ จะเป็นไปได้หรือ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยื่นคำร้องไปโดยไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจ ตนเชื่อว่า กกต.ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบพรรคการเมืองนั้น รู้บทบาทและข้อกฎหมายเป็นอย่างดี  และล่าสุดอดีต กกต. ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า นายชัยธวัชน่าจะเข้าใจคลาดเคลื่อนและหาก กกต.พบว่ามีพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองสามารถส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ทำการยุบพรรคได้ รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคโดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาด้วย 

เมื่อถามว่า แต่การออกมาพูดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรค เหมือนเป็นการลดทอนความเชื่อมั่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาเบื้องลึกของนายชัยธวัช ว่าต้องการอะไรกันแน่ แต่ขอเรียกร้องให้ทั้งนายชัยธวัช และพรรคก้าวไกลไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล ที่มีอำนาจหน้าที่ โดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่เป็นการสร้างความสับสน ไม่ไปลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมลง มองว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันหากทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

“คุณชัยธวัช เรียนกฎหมายเป็นถึงทนายความ ก่อนจะพูดอะไรต้องไตร่ตรองและตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ไม่ควรพูดเพื่อสร้างความสับสน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ จึงไม่แน่ใจว่าคุณชัยธวัชมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย หากทำผิดก็ต้องยอมรับ ไม่ควรไปก้าวล่วงศาล หรือใช้วาทกรรมด้อยค่า”นายธนกร ระบุ