‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งสอบวินัยก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572213

03 เม.ย. 2567

14:38 น.

‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งสอบวินัยก่อน

‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งกรรมการสอบวินัยก่อน ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎ ก.ตร. – กฎหมาย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบและหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง อาคารรัฐสภาว่า มารายงานความคืบหน้าการสืบสวนปราบปรามและจับกุมความผิดต่างๆ ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดการพนันออนไลน์ บ่อนการพนัน แหล่งมั่วสุม การทวงหนี้นอกระบบ  ขั้นตอนและกระบวนการที่จะพิจารณากรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล​ รองผบ.ตร.

ส่วนจำเป็นต้องให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เอาแบบนี้เลยไม่ได้ เพราะมีกฎหมายระเบียบและคำสั่งที่ตนในฐานผู้บังคับบัญชาต้องปฎิบัติ โดยแยกเป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ก่อน วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี แต่ในคำสั่งระบุไว้ชัดเจนว่า การรับเงินเดือน เงินพิเศษ เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้รับจากต้นสังกัด

ดังนั้นผมยังเป็นผู้บังคับบัญชา ของรองฯ สุรเชษฐ์ตามกฎหมาย ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องของวินัยเป็นหน้าที่ของผม ตามมาตรา 105 ของกฎหมายตำรวจเมื่อปี 2565 ซึ่งในกระบวนการขั้นตอนจะต้องได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนของนครบาล 1 ฉบับ ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานมา และฉบับที่สอง รองฯสุรเชษฐ์จะต้องรายงานตนต้องคดี ซึ่งทั้งสองอย่างสองเส้นทางนี้ เป็นไปตามระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ซึ่งมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน และเมื่อสองรายงานนี้มาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องรายงานมาที่กองคดีอาญา ไม่ได้ส่งตรงมาที่ผม และเมื่อกองคดีอาญารวบรวมรายงานแล้ว จะรายงานมาที่ผมเพื่อพิจารณาเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ขณะเดียวกันกองวินัยจะต้องรายงานผลเช่นกัน โดยเอารายงานทั้งสองทาง ประกอบด้วย เหตุ พฤติการณ์ ความรุนแรงแห่งคดี นำมาประกอบการพิจารณาในฐานะฝ่ายอำนวยการให้รักษาการ ผบ.ตร.ได้พิจารณา ซึ่งการพิจารณาเราจะดูว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัยเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นขั้นตอน และเมื่อกองวินัยได้ประมวลขึ้นมาว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัยก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา คือผมจะต้องพิจารณาว่า ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎและให้โอกาสกับผู็ถูกสืบสวนข้อเท็จจริงได้ชี้แจง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กำนดไว้” รักษาการผบ.ตร. กล่าว

รักษาการผบ.ตร. กล่าวว่า ในขั้นตอนกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงจะยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของการพักราชการ ออกราชการ หรือสำรองราชการไว้ก่อน เพราะเป็นการปฏิบัติภายใต้กฎ ก.ตร. ที่กำหนดไว้ การสืบสวนของเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะต้องใช้ระดับไม่ต่ำกว่าที่มียศต่ำกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งตรงนี้ตนต้องไปพิจารณาว่าจะมอบหมายให้ใคร ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการดังกล่าว แต่หากการสืบสวนข้อเท็จจริวปรากฎเหตุออกมาว่า มีการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงเกิดขึ้นก็จะไปเข้าอีกบทบัญญัติหนึ่งของมาตรา 119 ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยอีกระดับหนึ่ง ซึ่งในขั้นตอนนั้นก็จะมีการใช้การพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขในกฎ ก.ตร. หรือไม่ เข้าองค์ประกอบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตำรวจปี 2565 ในมาตรา 112 หรือไม่ ซึ่งมีการกำหนดไว้อยู่แล้ว

ผมจะๆไม่ใช้ดุลยพินิจที่นอกเหนือไปกว่านี้เลย ซึ่งจะมาประกอบการพิจารณาว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยจะต้องให้พัก หรือออก หรือสำรองหรือไม่ อยู่ที่ขั้นตอนนี้ และทั้งหมดนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจง อยากให้ทุกคนแยกออกระหว่างเรื่องของอาญากับเรื่องวินัย” รักษาการผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลออกหมายจับจะต้องนำคำสั่งศาลที่อนุมัติหมายจับดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ทุกอย่างกองวินัยจะนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งจะมีกำหนดไว้เป็นข้อๆอยู่แล้วว่าผู้ชี้แจงหรือผู้รายงานตนต้องคดีอาญาจะต้องรายงานอะไรเป็นข้อๆ หากถามว่า ณ เวลานี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะต้องถูกพักหรือไม่ ขอเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นชั้นยศใดจะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบและคำสั่ง ซึ่งข้าราชการตำรวจทุกคนต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งยังถือว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงต้องปฏิบัติราชการอยู่ตามปกติ นี่คือสิ่งที่เราต้องให้ความเสมอภาคและเป็นธรรมกับข้าราชการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อถามว่าเรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้จับรายใหญ่ได้ภายใน 30 วัน ตรงนี้ทางตำรวจสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นการสั่งการที่นายกรัฐมนตรีกำหนดให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ว่าภายใน 30 วัน จะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ คำว่ารายใหญ่ไม่ใช่การจับกุมเว็บแบบโตๆ เพราะพวกเว็บไซต์จะมีโครงสร้างต้องลงลึกลงไป และเอาออกมาดูว่าโครงสร้างนี้ใหญ่แค่ไหนและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใคร จะต้องทลายไปจนถึงตัวระดับล่างทั้งหมด อันนี้ตนได้สั่งการไปแล้วว่าจะต้องทำแบบนี้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ ภายใน 30 วัน บช.สอท. จะต้องปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและทำให้ได้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้มีการกำหนดระยะเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า มีกำหนดไว้ในกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อยู่แล้วภายใน 60 วันที่จะต้องดำเนินการ และสามารถขอขยายระยะเวลาได้ ถึงเวลานั้นคณะกรรมการเขารู้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการจะเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่ายื้อ เรียนว่าทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่มียื้อ เราต้องให้ความเสมอภาคเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สื่อมวลชนก็ได้ยินท่านพูดว่าขณะนี้ท่านคือผู้บริสุทธิ์ ก็มีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองไป ส่วนตนเป็นผู้บังคับบัญชาก็เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง ยุบ ‘พรรคก้าวไกล’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572201

03 เม.ย. 2567

12:56 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง ยุบ 'พรรคก้าวไกล' แล้ว

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ รับคำร้อง กกต. ขอสั่งให้ยุบ ‘พรรรคก้าวไกล’ อ้างอิงคำวินิจฉัยว่าหาเสียงแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาราว 2 – 3 เดือน เพราะไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ 

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองฯ และเข้าลักษณะการกระทำอันเป็นปฏิบัติต่อการปกครองฯ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องของ กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรรก้าวไกล กระทำการเข้าข่ายตามกฎหมายพรรคการเมือง จะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา โดยจะแจ้งและส่งสำเนาคำร้องขอว กกต. ให้ผู้ถูกร้องคือพรรคก้าวไกล โดยให้พรรคก้าวไกล ยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันได้สำเนาคำร้องของ กกต.

คาดการณ์ว่า กระบวนการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นับจากวันที่รับคำร้อง จะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือน เนื่องจาก ไม่มีข้อเท็จจริงใหม่เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายประกอบกับคำวินิจฉัยเดิมของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าการหาเสียงของพรรคก้าวไกล ว่าจะแก้ไขเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นกระทำการล้มล้างการปกครอง 

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง ‘ไผ่ ลิกค์’ ชวด รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572197

03 เม.ย. 2567

12:28 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง 'ไผ่ ลิกค์' ชวด รมต.

ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘ไผ่ ลิกค์’ ร้อง 4 องค์กร เสนอไม่ให้แต่งตั้งเป็น รมช.พาณิชย์ เพราะขาดคุณสมบัติ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องที่นายไผ่ ลิกค์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่สำนักเลขาคณะรัฐมนตรี , สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , คณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(7) ทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยร้องว่าการกระทำขององค์กรทั้ง 4 ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม จำกัดสิทธิและเสรีภาพ

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของทั้ง 4 องค์กร เป็นเพียงการให้คำปรึกษาและความเห็นทางกฎหมาย ทำตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น การทูลเกล้าฯ รายชื่อบุคคลเพื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เป็นหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรี จึงมองว่าผู้ร้องคือนายไผ่ ลิกค์ ไม่สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนี้ได้

ฝ่ายค้าน อภิปรายรัฐบาล วิกฤตกระบวนการยุติธรรม – ไม่ทำตามนโยบายที่เคยสัญญา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572190

03 เม.ย. 2567

11:25 น.

ฝ่ายค้าน อภิปรายรัฐบาล วิกฤตกระบวนการยุติธรรม – ไม่ทำตามนโยบายที่เคยสัญญา

ผู้นำฝ่ายค้านฯ เปิดหัวอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ตั้งประเด็นเพิกเฉยนโยบายที่สัญญาไว้ – วิกฤตศรัทธากระบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่พาดพิงกรณีพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ร่ายยาวผลงานเศรษฐกิจ – ท่องเที่ยว แต่ยังไม่ชี้แจงปัญหากระบวนการยุติธรรม

การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เริ่มแล้ว โดยนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายถึงการทำงานของรัฐบาลตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เพิกเฉยต่อนโยบายที่เคยแถลงต่อรัฐสภา ประชาชนคาดหวังจะได้ผู้นำประเทศคนใหม่ ที่แตกต่างจากผู้นำที่มาจากการรัฐประหาร แต่กลับได้นายกรัฐมนตรีที่ไร้วุฒิสภาวะไปอีกแบบ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแบบเดิมๆ ที่จัดสรร ครม.ตามโควตา แทนที่จะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ นโยบายเอื้อประโยชน์ต่อทุนใหญ่ อ้างประชาชนบังหน้า เนื้อในมีการฉ้อฉลเชิงนโยบาย เปิดทางให้รัฐมนตรีและพวกพ้อง แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
 

รัฐบาลประกาศจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว แต่ผ่านไป 7 เดือน การดำเนินการ ยังคงวกไปวนมา ประชาชนคาดหวังเห็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลับพบวิกฤตศรัทธาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ยังคงเต็มไปด้วยระบบตั๋วและส่วย ความเสมอภาคเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ที่มีผู้ที่ระบุ “ถ้าไม่ชอบกัน ก็ต่างคนต่างอยู่” แต่ประชาชน ต้องการอยู่ในประเทศหนึ่งระบบ ที่ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเสมอกัน ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน

การอภิปรายของนายชัยธวัช ผู้นำฝ่ายค้านฯ แม้จะมีการตั้งประเด็นถึงกระบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่มีการเอ่ยชื่อพาดพิงกรณี ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ แบบตรงๆ ซึ่งฝ่ายรัฐบาล

ทางนายเศรษฐา​ ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ก็ลุกขึ้นชี้แจง แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงถึงปัญหากระบวนการยุติธรรม ปัญหาตำรวจ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร ส่วนใหญ่ชี้แจงการทำงานด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การระหว่างประเทศ ว่า ที่ผู้นำฝ่ายค้านพูดแรงพอสมควร ไม่ว่าเรื่องของสิ้นหวัง ล้มเหลว ไม่โปร่งใส ไม่ปฏิรูป ถอยหลัง วกวน ปิดบัง ทำลาย เชื่อว่าหลายๆ อย่างที่รัฐบาลนี้ทำอยู่ ก็พยายามทำให้เป็นเรื่องบวก เรื่องของอนาคต และแสงสว่างที่ประชาชนจะได้เห็น เราทำงานมา 6 เดือน มีการอนุมัติงบประมาณไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มั่นใจว่าทำงานด้วยความซื่อสัตย์โปร่งใส เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ตั้งคณะทำงานดูแลหนี้นอกระบบ พักหนี้เกษตรกร เรื่องพลังงานดูแลเรื่องน้ำมันเบนซิน ราคาค่าไฟ ราคาค่าน้ำมันดีเซลด้วย ก็จะดูแลต่อไป โดยจะมีขั้นตอนการทำต่อไป​ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็มีการทำงานอย่างชัดเจน มีคณะทำงานที่ประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา มีการจับยาบ้าได้มากกว่าปีก่อนทั้งปี

เรื่องการท่องเที่ยว ที่ทำให้ประชาชนมีรายได้เข้ากระเป๋ามากยิ่งขึ้น วีซ่าฟรีของประชาชนคนจีน 1 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวีซ่าฟรีทั้ง 2 ประเทศ ไปมาหาสู่ดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ส่วนรายได้ของเกษตรกร ราคายางขึ้นไปจาก 34 บาท 40 บาท จนแตะเกือบ 100 บาท ราคาข้าวก็สูงขึ้น พืชผลอื่นๆ ก็ดี ไม่มีการประท้วง หรือขอร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเพราะอะไร​ มีการเปิดตลาดใหม่ๆมากขึ้น ซึ่งเป็นผลในระยะสั้นซึ่งเราได้ทำมา

การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 รัฐบาลมีการเสนอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภา ที่แม้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีปริมาณฝุ่นที่สูงติดอันดับโลก แต่หากเปรียบเทียบระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้ จำนวน Hotspot ลดลงไปมาก และที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อย แต่ขอชี้แจง ว่าจาก 10 กว่าครั้งเกือบครึ่งหนึ่ง เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องไปทั้งอาเซียน ที่มีการประชุมประจำอยู่แล้วซึ่งเราเองเราก็เป็นน้องใหม่ที่ได้รับเข้าสู่ตำแหน่งจึงจำเป็นต้องมีการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนนโยบายซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศไทยมีตัวตนในเวทีโลกไม่ว่าจะเป็น เรื่อง World Economic Forum ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เราไม่มีผู้นำเดินทางไปกว่า 12 ปีแล้ว มิตติ้งแต่ละอันมีด้วยคุณภาพและขั้นตอนต่อไปที่เราจะสามารถให้ประโยชน์กับประชาชน ทุกคนได้การเจรจาเรื่อง FTA ก็มีผลสัมฤทธิ์ไปแล้วและพวกเรากำลังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นซึ่งเป็นตัวอย่างคร่าวๆ
 

ทุกอย่างต้องใช้เวลา เราเพิ่งบริหารจัดการประเทศเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น ตนเชื่อว่าทุกท่านทำงานหนักและรัฐมนตรีทุกท่านมีความปรารถนาดีกับประชาชน หากพวกท่านมีข้อเสนอแนะอะไรดีๆก็ยินดีรับฟังหากมีข้อกล่าวหาอะไรก็ขอหลักฐานขอเหตุผลมา เรื่องของขบวนการยุติธรรมเรื่องของสิ่งต่างๆเหล่านี้ตนเชื่อว่าประเทศไทยหลังจากที่มีการเลือกตั้งผ่านมาก็มีความก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ดีขึ้น คนยินดีรับฟังและรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน และรัฐมนตรีทุกท่านก็พร้อมที่จะให้ความกระจ่างกับสมาชิกทุกๆท่านในทุกเรื่อง แต่เป็นเรื่องอะไรที่กล่าวโทษหรือกล่าวหา ก็ขอหลักฐานมาบ้างเราจะได้ไปทำงานกันได้

‘เศรษฐา’ ย้ำ บ่ายวันนี้ชัดเจน จะเอาไงกับ ‘บิ๊กโจ๊ก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572185

03 เม.ย. 2567

10:33 น.

‘เศรษฐา’ ย้ำ บ่ายวันนี้ชัดเจน จะเอาไงกับ ‘บิ๊กโจ๊ก’

นายกรัฐมนตรี จะหารือกับ ‘บิ๊กต่าย’ ว่าจะเอายังไงกับ ‘บิ๊กโจ๊ก’ หลังถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ มอบหมายรักษาการ ผบ.ตร. แถลงบ่ายวันนี้

นายเศรษฐา​  ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ​​ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอนุมัติหมายจับ​ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล​ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ ในคดีร่วมกันฟอกเงิน​ เว็บพนันออนไลน์​ จะต้องถึงขั้นพักราชการหรือไม่​ว่า​  พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหลังจากการรับฟังการอภิปรายแบบทั่วไป​ จะหารือกับรักษาราชการแทนผบ. ตร.และฝ่ายกฎหมาย ซึ่งในช่วงบ่ายก็จะมีความคืบหน้า โดยทางพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ​ อาจจะออกมาแถลงอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนการอภิปรายทั่วไป ยืนยันว่า มีความพร้อม กังวลเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน อยู่ในใจตลอดเรื่องนี้ ก็ยังคงต้องทำงานต่อไป ส่วนรัฐมนตรีทุกท่าน ลงพื้นที่เอง และทำงานขยันกันทุกคน ตนคิดว่าทุกท่านมีข้อมูลพร้อมที่จะตอบ เชื่อว่าทุกท่านได้มีการเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายบริหารต้องมาตอบฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว เป็นกลไกของรัฐธรรมนูญ ไม่มีการตั้งวอร์รูม ทุกอย่างเหมือนเดิม โดยตนเองก็จะอยู่ที่สภาตลอด ในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องพลังงานพลังงานด้วยอีกด้วย

ส่วนความคืบหน้าการจัดซื้อเรือดำน้ำ นายกรัฐมนตรีบอกว่า มีการพัฒนาไปในทางที่ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนไม่อยากจะพูดอะไรไปก่อน ก่อนที่จะสรุปได้จริงๆ ซึ่งจะต้องให้เกียรติทั้ง 2-3 ฝ่าย คือ ผู้ซื้อผู้ขาย รัฐบาลจีน และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญ ทุกคนเข้าใจกันหมด ก็พยายามบริหารความคาดหวังของแต่ละฝ่ายให้ลงตัว

ถ้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’ จะเข้าร่วมรัฐบาล ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572136

02 เม.ย. 2567

14:50 น.

ถ้า 'พรรคประชาธิปัตย์' จะเข้าร่วมรัฐบาล ?

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’ เข้าร่วมรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวว่าเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยไปคุยกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ที่ฮ่องกง มาแล้ว ตามมาด้วยกระแสข่าวจะร่วมรัฐบาลอยู่เรื่อยๆ จากศัตรูจะกลายเป็นมิตรหรือไม่ ?

จากศัตรูจะกลายเป็นมิตรหรือไม่ ? เพราะเริ่มมีข่าวว่า จะมีการหั่นโควต้ารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย 1 ตำแหน่ง และพรรคภูมิใจไทยอีก 1 ตำแหน่ง ให้เป็นโควต้ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ 2 ตำแหน่ง โดยเป็นรัฐมนตรีว่าการ 1 ตำแหน่ง และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 1 ตำแหน่ง

ตามมาด้วยชื่อของนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ และนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ตัวตึงของพรรค เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ

แต่พอเป็นข่าว โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็รีบปฏิเสธว่าไม่มีการพูดคุย ขณะที่นายกฯ เศรษฐา ก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน ว่าไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี ไม่เคยคุยกับพรรคประชาธิปัตย์

แม้จะพากันออกมาปฏิเสธ แต่บางคนก็มองว่าอาจเป็นไปได้ เพราะก่อนหน้านี้นายเดชอิศม์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยยอมรับว่า เคยไปพบกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง มาแล้ว คณะกรรมการบริหารและ สส. ก็ชุดใหม่เกือบทั้งหมด แทบจะไม่มีคนยุคนายชวน นายอภิสิทธิ์ ในสมัยที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณ แต่แหล่งข่าวภายในพรรคประชาธิปัตย์เองยังย้ำว่า ยังไม่มีการพูดคุย

ถ้านับตัวเลขตอนนี้รัฐบาลมี 315 เสียง เกินครึ่งมา 65 เสียง อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ถ้าเพิ่มโควต้าจะพรรคประชาธิปัตย์เข้ามา จะได้อีก 21 เสียง จาก สส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งหมด 25 เสียง อีก 4 เสียง อย่างนายชวน หลีกภัย , นายบัญญัติ บรรทัดฐาย , นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ และนายสรรเพชร บุญญามณี คงไม่เอาด้วย

‘เศรษฐา’ ไม่มีปรับ ครม. ไม่เคยคุย ‘ประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572120

02 เม.ย. 2567

12:44 น.

‘เศรษฐา’ ไม่มีปรับ ครม. ไม่เคยคุย ‘ประชาธิปัตย์’

‘เศรษฐา’ สยบข่าวลือปรับ ครม. ไม่มีการพูดคุยพรรคประชาธิปัตย์ 314 เสียงพอแล้ว โควต้ารัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล ชัดเจนตามเดิม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า สื่อมวลชนพูดถูกข่าวลือมันก็จบกันที่ข่าวลือ ส่วนกระแสข่าวดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีนั้น ไม่เคยมีการพูดคุย และอย่างที่ตนเคยบอกว่า 314 เสียงก็พอแล้ว ซึ่งมีความสมัครสมานสามัคคีและพูดจากันรู้เรื่อง รวมถึงร่วมกันทำงานอยู่แล้ว และขณะนี้งบประมาณก็ยังไม่มีการนำออกมาเพื่อนำมาขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งหลังจากนี้ต้องทำงานกันอย่างจริงจัง 

เมื่อถามว่าหากสมมุติพรรคพลังประชารัฐ มีการเพิ่มโควตาจะมีการขยับเพื่อนๆในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าสมมุติก็คือสมมุติ ขอให้อยู่กับความเป็นจริงในวันนี้ดีกว่า พร้อมยืนยันว่า จะยังคงโควตารัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาลในสัดส่วน เพราะเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐเหลือโควตารัฐมนตรี 1 เก้าอี้นั้นก็เป็นโควต้าที่เหลือมานานแล้ว รวมถึงพรรคเพื่อไทยก็เหลืออีก 1 ตำแหน่ง ส่วนจะให้คณะรัฐมนตรีขับเคลื่อนงบประมาณปี 2567 ไปก่อนใช่หรือไม่  วันนี้เราเน้นย้ำเรื่องการใช้งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวมถึงดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้(1เม.ย.67) มีการเรียกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยบางส่วนขึ้นไปหารือบนตึกไทยคู่ฟ้ามีการหารืออะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นการหารือเรื่องเขตการค้าเสรี(FTA) และเรื่องการทำประมง โดยหารือร่วมกับนายภูมิธรรม เวชชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายปานปรีย์ พหิทธานุกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมยืนยันว่า ในวงหารือไม่มีการพูดคุยเฉี่ยวถึงเรื่องการปรับครม.

ส่วนกระแสข่าวดังกล่าวที่ปล่อยออกมาในขณะนี้ตนเองไม่ทราบรวมถึงไม่ให้ความสำคัญ และขณะนี้รัฐมนตรีทุกท่านก็ทำงาน เพื่อประชาชน ซึ่งหากนึกถึงใจเขาใจเราหากมีกระแสออกไปว่าจะถูกตัดออกไปก็จะเกิดความกังวล ฉะนั้นตนเชื่อว่าการที่ทุกคนอยู่ตรงนี้นำประชาชนเป็นที่ตั้งและทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อถามย้ำว่าจุดยืนและหลักในการปรับครม.คืออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพและขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไม่ได้ก็ต้องมีการพิจารณาในตรงนี้ พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้กำลังทำงานกันอยู่

‘ชลน่าน’ ชี้ ‘กัญชา’ กลับเป็นยาเสพติด กระทบทั้งระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572119

02 เม.ย. 2567

12:23 น.

‘ชลน่าน’ ชี้ ‘กัญชา’ กลับเป็นยาเสพติด กระทบทั้งระบบ

รมว.สธ. เผยยกร่างกฎหมายควบคุมกัญชาแล้ว รอชง ครม.พิจารณา เพื่อประโยชน์การแพทย์ ชี้ดึงกลับบัญชียาเสพติดวุ่นทั้งระบบแน่

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุการทำให้กัญชาถูกกฎหมาย เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ จนอาจมีความเป็นไปได้ที่อาจนำกัญชากลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดว่า เรื่องดังกล่าว อาจจะเป็นมุมมองของนายกรัฐมนตรี เพราะนโยบายที่รัฐบาล แถลงต่อรัฐสภา มีความชัดเจนว่า กัญชาหากจะนำมาใช้ ต้องเป็นประโยชน์เพื่อการแพทย์ หรือสุขภาพ รวมถึงในมิติทางเศรษฐกิจ ก็จะต้องเป็นไปเพื่อทางการแพทย์ หรือสุขภาพ ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาและต้องปฏิบัติตาม

ส่วนข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้น นายแพทย์ชลน่าน ย้ำว่า กัญชาเป็นสารเสพติดเฉพาะสารสกัด ที่มีค่า  THC 0.2% โดยน้ำหนักเท่านั้น นอกจากเหนือจากนั้น ไม่ถือเป็นยาเสพติด แต่หากการนำกัญชากลับมาเป็นสารเสพติด ก็จะต้องมีการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยประกาศถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด และให้เพียงสารสกัดจากกัญชาเป็นเพียงยาเสพติดก่อน ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีว่า จะดำเนินการอย่างไร และกฎหมายควบคุมกัญชาขณะนี้ ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว เพื่อรองรับต่อนโยบายกัญชา ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เพราะเมื่อกัญชาในปัจจุบัน ไม่ใช่ยาเสพติด ก็จะต้องมีกฎหมายควบคุม ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาที่ว่าด้วยเรื่องยาเสพติดระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า หากประเทศใดไม่กำหนดให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติด จะต้องมีกฎหมายควบคุม และบังคับใช้ในลักษณะที่ไม่น้อยกว่าการเป็นยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการในแนวทางนี้ และรัฐบาล จะมีกฎหมายกัญชง-กัญชามาใช้ควบคุมกัญชา นอกเหนือจากส่วนสารสกัด 0.2

นายแพทย์ชลน่าน ยังชี้แจงด้วยว่า กฎหมายกัญชง-กัญชาที่รัฐบาลกำลังจะออก หากใครจะนำกัญชง-กัญชามาใช้ ไม่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ หรือสุขภาพ ถือว่า เป็นการใช้ผิดประเภท 

ส่วนหากจะนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดน่าจะยากแล้วใช่หรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า รัฐบาลมองประเด็นเรื่องผลกระทบ ซึ่งหากมีกฎหมายควบคุม ที่ไม่แตกต่างจากประกาศยาเสพติด ข้อกังวลถึงมิติสุขภาพ และการนำไปใช้ผิดประเภท ก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวล แต่หากจะนำกลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง ก็จะต้องมีการรื้อระบบใหม่ และจะมีผลกระทบมากจากการที่ปล่อยให้ถูกกฎหมายไปก่อนหน้านี้ ทั้งเอกชน ร้านกัญชา และอื่น ๆ เช่น ผู้ที่ปลูกต้นกัญชา 1 ต้นในบ้าน ก็จะผิดกฎหมาย แต่กฎหมายใหม่ที่จะออกมาควบคุมนั้น การปลูก การผลิต จะต้องได้รับอนุญาต

‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ ปรับครม. เพิ่มที่นั่ง พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572112

02 เม.ย. 2567

11:42 น.

‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ ปรับครม. เพิ่มที่นั่ง พปชร.

‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ พรุ่งนี้ ปรับครม. พปชร.มีแต่เพิ่มไม่มีลด ไม่มีเสียเก้าอี้ให้ ปชป. เชื่อนายกฯ ให้เกียรติพรรคร่วม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี หลังมีชื่อหลายคนหลุดเก้าอี้ว่า ไม่ทราบครับ ไม่ได้ยินรัฐมนตรีพูดคุยกันถึงประเด็นดังกล่าว ไม่มีใครทราบเรื่องนี้ 

ส่วนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปรับคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ของนายไผ่ ลิกค์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เรื่อง ก่อนจะย้ำว่าไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีแต่เพิ่ม 

ร.อ.ธรรมนัส ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่จะมีพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรี ส่วนมีโอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะเสีย 1 เก้าอี้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ก่อนจะย้ำอีกรอบว่าโควต้าของพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม เพิ่มเติมอีก 1 

ส่วนเก้าอี้ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเหมือนเดิมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่โควต้ารัฐมนตรี ของพลังประชารัฐยังเท่าเดิม และของเรารักกันเหมือนเดิม 

เมื่อถามว่านี่เป็นคำการันตีจากนายกรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ ว่าจะได้ 4 เก้าอี้เท่าเดิม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ท่านนายกฯให้เกียรติ พรรคร่วมรัฐบาล นี่คือสาระสำคัญ 

’ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ปม ‘ทักษิณ’ พร้อมชี้แจงเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572105

02 เม.ย. 2567

11:23 น.

’ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ปม ‘ทักษิณ’ พร้อมชี้แจงเอง

‘ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ม.152 พาดพิง ‘ทักษิณ’ เชื่อประธานสภาฯ คุมอยู่ ไม่ตั้งองครักษ์พิทักษ์ พร้อมชี้แจงเอง ยอมรับเจอ ‘ทักษิณ’ ที่งานศพ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการรับมือศึกอภิปรายตามมาตรา 152 โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่จะมีการ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 152 มันคือกระทู้ใหญ่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ที่สำคัญมีเวลาให้ฝ่ายรัฐบาลตอบคำถามได้มาก ขณะที่รัฐบาลพึ่งมาบริหารประเทศได้ 6 เดือนบางอย่างอาจมองไม่รอรอบด้าน หรือมีอะไรซุกไว้ใต้พรม ก็เป็นเรื่องดีที่กระทรวงยุติธรรมจะได้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศสร้างความเข้มแข็งขอฃหลักนิติธรรม ให้มีประสิทธิภาพโปร่งใส เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ แต่บางอย่างอาจจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือที่เป็นความคาดหวังของประชาชน หลังจากนี้รัฐบาลก็ต้องมาสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสังคมให้มีความมั่นใจ ไม่มีความหนักใจอะไร

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีการตั้งทีม สส. มาคอยช่วยหรือไม่ เพราะต้องเกิดการประท้วงแน่นอน พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ในความเป็นจริงควรจะปล่อยให้รัฐมนตรีตอบ เพียงแต่ว่าถ้ามีการพาดพิงแล้วผิดข้อบังคับ ก็ควรจะเป็นสิทธิ์ สส. แต่ถ้าเป็นการถามก็ควรจะรอให้รัฐมนตรีตอบ อย่างกระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงอื่น เท่าที่ทราบเขาก็พร้อมจะชี้แจง 

ส่วนที่ฝ่ายค้านยืนยันชัดเจนจะต้องเอ่ยชื่อนายทักษิณ แต่ในขณะที่ประธานสภา บอกไม่ให้เอ่ยชื่อ จะเกิดความวุ่นวายแน่นอน พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินคำพูดนี้ แต่มันมีข้อบังคับอยู่แล้ว ถ้าเอ่ยก็ควรเอ่ย เรารู้ว่าเจตนาเป็นอย่างไร ขณะนี้ฝ่ายค้าน รัฐบาล รวมถึงทุกฝ่าย ก็พัฒนาไปเยอะ ส่วนประธานสภาฯ ก็เป็นประธานมาหลายสมัยแล้ว ท่านก็คงรักษาการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า การอภิปราย 2 วัน คนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน ซึ่งประชาชนตื่นรู้ว่าความเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต่างหากที่ต้องรับใช้ประชาชน 

เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงหรือไม่ ที่ฝ่ายค้านหยิบเรื่องความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม ที่เสื่อมถอยลงไป พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เพราะความจริงคืออะไรก็คืออย่างนั้น วันนี้เรากำลังจะแก้ไข อย่างเช่นรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ เพราะที่ผ่านมาเรามีกระบวนการยุติธรรมย่อยเยอะ ตอนนี้ทางกระทรวงก็ใช้พระราชบัญญัติพัฒนาและบริหารงานยุติธรรม ที่มีองค์กรต่างๆได้มาคุยกัน เพราะกระบวนการยุติธรรมควรมีเป้าประสงค์เดียว คือเพื่อความยุติธรรมของประชาชน ซึ่งบางทีกระบวนการยุติธรรมก็อยู่เป็นสัดส่วนที่ต่างคนต่างอยู่ ก็ต้องทำให้มีเป้าประสงค์เดียว ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามอยู่

ส่วนที่ถูกกล่าวหาเรื่องของ 2 มาตรฐาน ขอยืนยันว่า เราต้องมีมาตรฐานเดียว คือมาตรฐานตามกฏหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดีก็ไปแก้กฎหมาย และในรัฐบาลนี้ยังไม่ได้แก้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมเลย ซึ่งกำลังพยายามจะแก้ไขอยู่ โดยอะไรที่ประชาชนเสียโอกาส หรือเป็นการเลือกปฏิบัติ ก็จะแก้ให้มีมาตรฐานกฎหมาย จะต้องปกป้องคุ้มครองทุกคน แต่บางครั้งถ้าใครไปสั่งการเกินกฎหมาย นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ผู้สั่งก็ต้องถูกดำเนินคดี วันนี้เรามีกระบวนการยุติธรรมไทยเรื่องปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเรามีศาลทุจริตที่แยกออกมาต่างหาก ก็พยายามสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่งเกิดได้ไม่นาน

พันตำรวจเอก ทวี ยังเปิดเผยด้วยว่า ได้พบกับนายทักษิณที่งานศพของ บิดา นายจาตุรนต์ ฉายแสง แต่ไม่ได้คุยอะไร ซึ่งไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน แต่มาทราบเมื่อจะไปถึงงาน โดยกรมคุมประพฤติรายงานว่า นายทักษิณ ขออนุญาตออกนอกพื้นที่มา จ.ฉะเชิงเทรา 

ส่วนอาการป่วยของนายทักษิณที่เห็นอยู่ขณะนี้ มีพัฒนาการเหมือนคนปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมการันตีว่าป่วยหนัก พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า ตนไม่ได้ถามอาการนายทักษิณ วันนั้นเพียงแต่ไปนั่งอยู่ข้างหลัง ซึ่งในเรื่องการป่วยนั้น มาตรฐานของเราคือยอมรับความเห็นของแพทย์ทุกอย่าง อาการป่วยของนายทักษิณ ทุกคนใช้ความเห็นของแพทย์ ซึ่งก็ไม่ใช่แพทย์คนเดียว แต่เป็นคณะแพทย์ ถ้าเราไม่ยอมรับกันเลย เรามีองค์กร เราเขียนกฎหมายให้องค์กรแล้ว แต่ถ้าในอนาคตเห็นว่าควรจะแก้ไขกฎหมายอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็เปิดกว้างที่จะรับฟังการแก้ไข