ถ้า’รวมไทยสร้างชาติ’พร้อม พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรยุบสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540599

10 ม.ค. 2566

ถ้า'รวมไทยสร้างชาติ'พร้อม พล.อ.ประยุทธ์ก็ควรยุบสภา

เพื่อไทยท้าพล.อ.’ประยุทธ์’ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ หากคิดว่ารวมไทยสร้างชาติพร้อมแล้ว พิสูจน์8ปีที่ผ่านมาไม่แปดเปื้อน

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงอีเวนต์เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเป็นสมาชิกพรรคว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจำไม่ได้ หรือเลือกไม่จำว่า 8ปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น   

ก่อนจะรวมไทยสร้างชาติในวันนี้ ทำไมวันนั้นต้องชัตดาวน์ประเทศ    8ปีที่ผ่านมาปฏิรูปอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง นอกจากทำการเมืองล้าหลังย้อนยุคไปสู่ Money Politics  ธนกิจการเมือง ประชาธิปไตยแบบแจกกล้วย จับปลาจากบ่อเพื่อน

  • พล.อ.ประยุทธ์จะตอบประชาชนที่เขาสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐอย่างไร เป็นนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ดันสมัครเป็นสมาชิกพรรคอื่น แต่ขอเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือเป็นการทรยศหักหลังประชาชนหรือไม่ ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย นโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเวทีประกาศตอนอยู่พรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไม่ได้จะรับผิดชอบอย่างไร
     
  • พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้งคนในพรรครวมไทยสร้างชาติมารับตำแหน่งในรัฐบาลแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่คำนึงถึงหลักคุณธรรมจริยธรรม ไม่มีธรรมาภิบาล คนในพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาล จะคิดอย่างไรไม่สนใจ
     
  • พล.อ.ประยุทธ์ หมดตัวเล่น แต่ก็ยังเดินหน้าตั้งคนหน้าเดิมๆที่ใกล้ชิดตัวเองมารับเงินเดือนจากภาษีประชาชน เหมือนตอนเป็นหัวหน้าคสช.มีมาตรา 44 จะทำอะไรก็ได้ แบบนี้ถูกต้องหรือไม่

อนุสรณ์ แนะพล.อ.ประยุทธ์ ให้เข้าไปอ่านคอมเม้นท์ประชาชนดูบ้าง จะได้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ อาจไม่รู้ตัวเองว่า 8ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์สภาพเหมือนนักมวยที่มีแผลแตกฉกรรจ์ บอบช้ำ ยับเยิน ยืนแทบไม่อยู่ กรรมการจะจับแพ้หลายครั้ง แต่ถูกกลุ่มพี่เลี้ยงเอาวาสลีนมาโปะ แล้วหลอกให้ชกต่อ

“ความกลัวทำให้เสื่อม พล.อ.ประยุทธ์ ดูดลูกพรรคจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองแบบไม่เกรงใจใคร ถ้ามั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมแล้ว ก็ยุบสภาให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ จะได้รู้ว่ามากับรถถัง แต่จะพังเพราะนกหวีด” นายอนุสรณ์ กล่าว

บิ๊กตู่ ซบรวมไทยสร้างชาติ’ เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540593

10 ม.ค. 2566

บิ๊กตู่ ซบรวมไทยสร้างชาติ' เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชี้ เปิดตัว พล.อ.’ประยุทธ์’ เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างวานนีร้ เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมกรการเลือกตั้ง วิจารณ์ การเปิดตัวพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ เมื่อค่ำวานนี้ว่า เข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา แม้พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค จะเป็นนักกฎหมาย เคยเป็นผู้พิพากษา เคยถึงรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม รอบรู้กฎหมายต่าง ๆ

อดีตกรรมการการการเลือกตั้ง สรุปข้อสงสัย การกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งไว้ ดังนี้ 

  1. นักการเมืองประยุทธ์ ลากิจจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่บ่ายโมง ใช้รถส่วนตัว ไม่มีตำรวจนำ ดูเป็นการพยายามทำตามคำแนะนำไม่ให้ผิดกฎหมาย แต่ยังมีประเด็นว่า ลากิจกระทันหัน ทั้ง ๆ ที่ระเบียบสำนักนายกฯ การลากิจต้องล่วงหน้า 3 วัน
     
  2. มีรถบัส รถแวน นับร้อยคันในการขนคนมาร่วมงาน เฉพาะจากจังหวัดชลบุรี น่าจะมีรถบัสไม่ต่ำกว่า 60 คัน เป็นการขนคนมาฟังปราศรัยหรือไม่ โดยอาจมีการจัดเลี้ยงอาหารบนรถ ระหว่างการเดินทาง เป็นการจัดเลี้ยง ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(4) หรือไม่
     
  3. มีการแสดง ร้องเพลงโดย หรั่ง ออร์เคสตร้า บนเวที โดยพิธีกรประกาศว่าขอเชิญพบ ศิลปินระดับประเทศ ถือเป็นการจัดมหรสพ ผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(3) หรือไม่
     
  4. การอ้างว่าเป็นการจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 เพื่อลงมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 39(4) มีการประชุมจริงหรือไม่ มีการลงชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นสมาชิกพรรคกี่คน มีการดำเนินการประชุมตามวาระ มีการลงมติที่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อบังคับพรรคหรือไม่

สมชัยบอกว่า ข้อสังเกต ทั้งหมดนี้  คือ สิ่งที่ กกต. ต้องตอบคำถาม เพราะ กกต. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์ การจัดประชุมแล้ว จะต้องรายงานต่อที่ประชุม กกต.ในต้นสัปดาห์หน้า ไม่มีคำตอบ ไม่ทำอะไร ก็เตรียมใจบางอย่างได้

“บิ๊กตู่”เส้นทางนักการเมืองวันแรก หวังประชาชนให้โอกาสอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540580

09 ม.ค. 2566

"บิ๊กตู่"เส้นทางนักการเมืองวันแรก หวังประชาชนให้โอกาสอีกครั้ง

“บิ๊กตู่” ขึ้นเวทีเปิดตัวสมัครสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” วันแรกของเส้นทางนักการเมือง หวังประชาชนให้โอกาสอีกครั้ง ก่อนกลับเจอ”ชูวิทย์”บุกทวงถาม หลานชายเอี่ยวธุรกิจ”ตู้ห่าว”

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การเปิดตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ บางช่วงกล่าวบนเวทีว่า วันนี้เป็นวันแรกและครั้งแรก ที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ตนมีวันนี้ได้เพราะพวกเรา เพราะเราคือประเทศไทย เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เกิดและหากินที่นี่ ก็ต้องอยู่ที่นี่ ยังต้องรักษาพื้นแผ่นดินนี้ไว้ให้ได้ สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนยึดถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือหัวใจของคนไทยทั้งชาติแฃะสาเหตุที่ตัดสินใจมาพรรคนี้ เพราะอุดมการณ์เดียวกัน ตนได้รับการสั่งสอนมาว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริต

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่การมาครั้งนี้ ไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่อยากมีอำนาจ ไม่อยากได้ผลประโยชน์ เพราะอำนาจมีมาทั้งชีวิตแล้ว แต่อำนาจต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ถูกต้องและเป็นธรรม วันนี้ยืนตรงนี้ เพราะเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ คิดมาหลายเดือนกว่าจะมาอยู่พรรคนี้ เพราะไม่แน่ใจว่ามีคนรักหรือไม่ 

ขณะเดียวกันประชาชนที่เข้าร่วมงาน ตะโกนให้กำลังใจ พลเอกประยุทธ์จึงยิ้มและหัวเราะ ก่อนตอบก่อนตอบว่า “รู้แบบนี้มาอยู่นานแล้ว” พร้อมอ้อนอย่าเป็นคนขี้เบื่อเร็วนัก ขอให้อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน และซื่อสัตย์ต่อกัน ยิ่งแก่ตนก็ยิ่งรักทุกคน 

สุดท้ายก่อนจบการขึ้นเวที พลเอกประยุทธ์ ร้องเพลง ศรัทธา ของวงหินเหล็กไฟ “ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้าศรัทธาไม่มีท้อ” และตะโกนปิดท้ายว่า “รวมไทยสร้างชาติ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ต่อมาก่อนเดินทางกลับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอเข้าพบเพื่อสอบถาม หลังมีข้อมูฃหลานชายนายกฯเกี่ยวข้องของบริษัททัวร์ของตู้ห่าว ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ว่าจะจัดการเรื่องนี้ แต่ขอเวลาตรวจสอบ ซึ่งการที่ท่านพูดแบบนี้แสดงว่ามีความเอาใจใส่ ตนในฐานะที่เด็กกว่า วันนี้ได้มีโอกาสชี้แจงและพบว่าท่านเป็นคนที่ใจถึง รับฟัง มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความเป็นลูกผู้ชายเกินร้อย แต่อย่างไรก็ตามเรื่องการขุดคุ้ยนายทุนจีนสีเทา ตนก็จะไม่หยุด 

ส่วนการเรียกร้องโยกย้ายพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลนั้น จะย้ายทันทีไม่ได้ ต้องรอให้ทางจเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบก่อน นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ ขอให้ตนหยุดการพูดให้ร้าย ซึ่งอาจจะกระทบกับผู้อื่น แต่ยืนยันว่าสิ่งที่พูด มีหลักฐาน

สุดท้ายนี้นายชูวิทย์ขอให้พลเอกประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามความต้องการ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี

“ยงยุทธ”สวน”ทนายษิทรา” ปมอดีตรองนายกฯพัวพันชู้สาว แนะ”เพื่อไทย”ขับออก  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540578

09 ม.ค. 2566

"ยงยุทธ"สวน"ทนายษิทรา" ปมอดีตรองนายกฯพัวพันชู้สาว แนะ"เพื่อไทย"ขับออก  

ปมร้อนพาดพิง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่เคยอยู่ในพรรคเพื่อไทย มีพฤติกรรมชู้สาว  ทำเอา ” ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”  อดีตรองนายกฯ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ตัดสินใจไม่ทน ออกมาชี้แจง ยืนยันไม่ใช่บุคคลที่ถูกพูดถึง แนะพรรคเพื่อไทย ควรขับสมาชิกพรรครายนี้ออก ฐานทำพรรคเสื่อมเสีย

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี  , อดีตรมว.มหาดไทย และ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นบุคคล ที่มีพฤติกรรมเชิงชู้สาว  กระทั่งถูก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ” ทนายษิททรา”ออกมาเคลื่อนไหวและพูดพาดพิง  ว่า มีอดีตรองนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชู้สาว เข้าข่ายขัดต่อจริยธรรม ศีลธรรมอันดี    บุคคลดังกล่าว มีอายุมากแล้ว เคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2551 และพ้นจากสมาชิกเมื่อปี 2561   ส่วนหตุการณ์ชู้สาวเกิดในปี   2565

ยืนยันว่าไม่ใช่ตัวเองที่มีพฤติกรรมตามข้อมูลของนายษิทรา  ที่อ้างถึงส่วนอดีตรองนายกรัฐมนตรีมีหลายคน  การออกมากล่าวหาดังกล่าว  พาดพิงไปถึงผู้อื่น  อยากให้พรรคเพื่อไทย  พิจารณาขับนายษิทราออกจากพรรค เพราะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย   แต่ออกมาพูดพาดพิงสร้างความเสียหาย

ก่อนนี้ นายษิทรา ออกมาแถลงปมอดีตรองนายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมชู้สาว เข้าข่ายขัดต่อจริยธรรม ศีลธรรมอันดี โดยบอกคำใบ้เป็นอดีตรองนายกฯ การออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าว  ทำให้  นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ได้สอบถามเรื่องนี้ไปที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์  และได้รับคำยืนยันเช่นกันว่า ไม่ใช่อดีตนายกรัฐมนตรีตามที่นายษิทรา อ้างถึง 
 

หมายเหตุภาพประกอบ ( แฟ้มภาพ) 

แห่ต้อนรับ”บิ๊กตู่”สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540570

09 ม.ค. 2566

แห่ต้อนรับ"บิ๊กตู่"สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

การเปิดตัวสมาชิกใหม่พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ”บิ๊กตู่”สุดคึกคัก ประชาชนเดินทางด้วยรถบัสจากทุกภูมิภาคแห่ให้กำลังใจ รวมถึงส.ส.ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด อาทิ สุชาติ,ธนกร,แรมโบ้

วันนี้ 9 ม.ค.65 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการเปิดตัว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ”

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มี ส.ส. เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน , นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง , นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน , นายธนกร วังบุญคงชนะ มาให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. พลเอกประยุทธ์เดินทางมาถึงที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค , นายชัชวาล คงอุดม และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติให้การต้อนรับ 

แห่ต้อนรับ"บิ๊กตู่"สมัครสมาชิกรทสช.สุดคึกคัก

ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า เข้าสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเแล้ว วันนี้ตนพาส.ส.ในกลุ่มเดินทางมาให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์ ซึ่งจะมีส.ส.ในกลุ่มที่ตามมาด้วยเบื้องต้น 15 คน แต่ขณะนี้บางคนยังไม่ลาออกจากพรรคเดิม

ส่วนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะนี้มีจำนวน ส.ส. ประมาณ 10 คน 

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

ด้านนายธนกร มาพร้อมกับ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส. สงขลา , นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.รวมกว่า 7 คน เข้าให้กำลังใจพลเอกประยุทธ์เช่นกัน เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนนายธนกรจะลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่นั้น ขอทำหน้าส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐต่อ รอเวลาที่เหมาะสมก่อน และส่วนตัวเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ได้ไปต่อได้ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 3 แน่นอน เพราะมีผลงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะผลโพลในพื้นที่ภาคใต้กระแสดีมาก พลเอกประยุทธ์มีความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะทำให้คนไทยไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง

นายธนกร วังบุญคงชนะนายธนกร วังบุญคงชนะ

ขณะเดียวกันประชาชนจากทั่วสารทิศทุกภูมิภาคเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก 

น.ส.ทิพวัลย์ วิเศษ และ นางเพ็ญนภา นิยม ชาวบ้าน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เดินทางมาพร้อมกับพี่น้องจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ไม่ว่านายสุชาติจะอยู่ในสังกัดพรรคไหนก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพราะชื่นชอบ เป็นรัฐมนตรีที่ประชาชนเข้าถึงได้ และตัวท่านก็เข้าถึงประชาชนคนรากหญ้าเช่นกัน สร้างงานสร้างอาชีพและสิทธิประโยชน์ของคนทำงาน ท่านเป็นแรงบันดาลใจของคนที่สู้ชีวิต พวกเราชาวชลบุรีภาคภูมิใจที่เราได้มีรัฐมนตรีเห็นเกิดจากดิน แต่มุมานะอย่างมาก พร้อมยืนยันเดินทางออกจากจังหวัดชลบุรีด้วยใจ ไม่มีใครจ้าง มีทั้งเดินทางมาด้วยรถส่วนตัวและรถบัส หารกันออก ส่วนเงินที่เหชือ ซื้อน้ำซื้อขนมทานกัน 

ประชาชนที่เดินทางมาจากจ.ชลบุรีประชาชนที่เดินทางมาจากจ.ชลบุรี

ด้านประชาชนที่เดินทางมาจากภาคอีสาน นายเสวย ชัยมาศ ชาวบ้านอ.กุดจับ ชาวอุดรธานี กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆออกจากจ.อุดรธานีประมาณ20.00น. ของเมื่อวานนี้ และถึงกรุงเทพมหานครเวลาประมาณ 13.00น. ของวันนี้ด้วยรถบัสประจำทาง ซึ่งสาเหตุที่ชื่นชอบพลเอกประยุทธ์ เนื่องจากเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องในพื้นที่ประชาชนมีงานทำ มีข้าวกิน แก้ปัญหาพื้นถนน ใส่ใจประชาชน ไม่ว่าพลเอกประยุทธ์จะไปอยู่พรรคไหน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เพราะเชียร์ในตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง 

ประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานีประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี

ธนาธร อยากเห็นพล.อ. ประยุทธ์ ดีเบตกับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540561

09 ม.ค. 2566

ธนาธร อยากเห็นพล.อ. ประยุทธ์ ดีเบตกับ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์'

ประธานคณะก้าวหน้าให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. พรรค’ก้าวไกล’ ฝากถึงสมาชิกใหม่รวมไทยสร้างชาติ เลือกตั้งครั้งหน้าอย่าหนีดีเบต

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติในวันนี้ว่า เป็นเรื่องดีที่พลเอกประยุทธ์จะเปิดตัวในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เต็มตัว เชื่อมั่นว่าประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก ว่าจะเลือกพรรคการเมืองพรรคใดในการเลือกตั้ง ที่จะมาถึง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ส่วนตัวขอให้พลเอกประยุทธ์อย่าหนีเวทีดีเบตเหมือนรอบปี 2562 อยากให้กล้าขึ้นประชันวิสัยทัศน์กับแคนดิเดทจากพรรคอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากเห็นพลเอกประยุทธ์กับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประชันวิสัยทัศน์กันในฐานะแคนดิเดทนายกฯ ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอนาคตของประเทศจะเดินไปทางไหนหากได้นายกฯคนใหม่

ธนาธร กล่าวในระหว่างกำลังใจว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลว่าได้ติดตามการทำงานของพรรคก้าวไกลมาตลอด ทั้งการทำหน้าที่ของส.ส. ในสภา และกิจกรรมเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งเติบโตขึ้นกว่าในยุคของอนาคตใหม่อย่างเห็นได้ชัด จากการที่พรรคก้าวไกลได้ทำงานพิสูจน์ตัวเองตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นปากเสียงให้กับประชาชนได้จริง และมีอุดมการณ์แน่วแน่มั่นคงไม่ทอดทิ้งประชาชน

หากดูจากโพลหลายสำนัก ก็จะเห็นว่าพรรคมีคะแนนนิยมเป็นคะแนนพื้นฐานที่เกิดจากการทำงานของพรรคในระดับชาติอยู่แล้ว แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในแต่ละพื้นที่ คือการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต จึงอยากเห็นว่าที่ผู้สมัครทำงานอย่างแข็งขันในช่วง 120 วันที่เหลืออยู่ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ธนาธรเชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคก้าวไกลจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้นกว่าสมัยอนาคตใหม่ และได้ส.ส. เขตมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ข้อห้าม หาเสียง’เลือกตั้ง’ ก่อนครบวาระ 180 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540535

09 ม.ค. 2566

ข้อห้าม หาเสียง'เลือกตั้ง' ก่อนครบวาระ  180 วัน

ย้อนระเบียบ กกต. ‘หาเสียง’ เลือกตั้ง ก่อนครบวาระ 180 วัน อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ตอนรับน้องใหม่ทางการเมืองวันนี้

ย้อนดูระเบียบเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติและข้อควรระวังในช่วงระยะเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง 180 วันก่อนครบวาระสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกกต.ประกาศมาตั้งแต่ วันที่ 24 กันยายน ปีที่แล้ว มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีรายละเอียดดังนี้

  • ผู้สมัครและพรรคการเมือง
  1. ไปร่วมงานประเพณีต่างๆ แต่ต้องไม่มีการให้เงินหรือทรัพย์สิน เจ้าภาพงานจะประกาศชื่อ ในลักษณะช่วยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้
  2. จัดพิธีงานต่างๆ ได้เท่าที่จำเป็นแต่ต้องไม่เป็นงานขนาดใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จนเข้าข่ายการจัดเลี้ยงหรือจัดมหรสพ ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งได้
  3. หัวหน้าพรรคการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ส.ส.ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สมัครในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่ห้ามจัดหาคนช่วยหาเสียง
  4. หาเสียงเลือกตั้งในสถานที่ต่างฯ โดยต้องขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน
  5. มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น อุทกภัย วาตภัย เหตุอัคคีภัย โรคระบาด หรือเหตุอันเกิดขึ้นในลักษณะทำนองเดียวกันไม่ได้
  6. ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตามขนาดที่กำหนด
  7. ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีหาเสียงและลักษณะต้องห้าม
  • การปิดประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  1. จัดทำประกาศเป็นแนวตั้งมีขนาดไม่เกิน 30 เซนติเมตรx 42 เซนติเมตร หรือกระดาษขนาด A3
  2. แผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีขนาดไม่เกิน 130 เซนติเมตรx 245 เซนติเมตร ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่ชัดเจนของแผ่นป้ายและประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
  3. จำนวนและสถานที่ในการปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  4. ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ณ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง สถานที่ละ 1 แผ่น ขนาดไม่เกิน 400 เซนติเมตร x 750 เซนติเมตร
  5. ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองต้องเก็บรักษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประกาศและแผ่นป้าย ไว้ประกอบการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง
  • ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  1. ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติที่พึงต้องปฏิบัติในตำแหน่งห้ามอาศัยตำแหน่งหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเอง หรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง
  2. ร่วมงานประเพณีต่างๆ แต่ต้องไม่มีการให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆ เจ้าภาพงานจะประกาศชื่อ และ/หรือพรรคการเมือง ในลักษณะช่วย หาเสียงเลือกตั้งไม่ได้
  3. หาเสียงเลือกตั้งนอกเวลาราชการได้  
  4. ส่วนท้องถิ่น ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ทั้งนี้ หากมีการยุบสภา ข้อกำหนดต่างๆเหล่านี้ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการยุบสภา จนถึงวันที่มีการเลือกตั้ง

“เพื่อไทย”ชี้”บิ๊กตู่”เหยียบเรือสองแคม ไปรทสช.แต่มีพันธะอยู่พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540528

09 ม.ค. 2566

"เพื่อไทย"ชี้"บิ๊กตู่"เหยียบเรือสองแคม ไปรทสช.แต่มีพันธะอยู่พปชร.

“เพื่อไทย”จี้”บิ๊กตู่”ลาออก อย่าเหยียบเรือสองแคม ประกาศไปพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่พฤตินัยยังตัดไม่ขาดจากพรรคพลังประชารัฐ

ช่วงเย็นวันนี้ 9 ม.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเข้าเปิดตัวและสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” โดยจัดขึ้นอย่างอลังการที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ล่าสุดนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะได้คะแนนนิยมดีขึ้น ตรงกันข้ามเกิดคำถามตามมาว่าพลเอกประยุทธ์ดำเนินการตามครรลองครองธรรมของการเมืองที่ควรจะเป็นหรือไม่ ก่อนหน้านี้มีผู้คนติฉินนินทาถึงการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อพลเอกประยุทธ์สมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติตามขั้นตอนปกติ แต่มีเลขาฯเป็นหัวหน้าพรรค จนไม่รู้ใครเป็นหัวหน้าใคร ซึ่งมีระบบพรรคการเมืองที่ไหนที่ให้สมาชิกพรรคคนหนึ่งมีบทบาทเหนือกว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารทุกคน

แม้ 4 ปี ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่การถูกเสนอชื่อจากพรรคนี้ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในทางพฤตินัย ย่อมหมายถึงว่ามีสถานะสำคัญยิ่งใหญ่กว่าการเป็นสมาชิก

มาวันนี้พลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีผลตามกฎหมาย แต่ขณะที่ทางพฤตินัยยังตัดไม่ขาดจากพรรคพลังประชารัฐ เท่ากับพลเอกประยุทธ์ “เหยียบเรือสองแคม” หรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีทางการเมืองหรือเป็นแบบอย่างของพรรคการเมืองที่พึงปฏิบัติ    

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า เพื่อไม่เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีให้กับคนทำงานการเมืองรุ่นต่อไป พลเอกประยุทธ์ควรสลัดตัดขาดกับพรรคพลังประชารัฐด้วยการลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อมิให้มีพันธะผูกพันกับพรรคเดิม จากนั้นจะไปร่วมหัวจมท้ายกับพรรคใหม่อย่างไรก็ทำได้ตามใจชอบ

“ซ้อเจน” รองเลขาธิการพรรคปชป. ประกาศร่วมงาน พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540521

09 ม.ค. 2566

"ซ้อเจน" รองเลขาธิการพรรคปชป. ประกาศร่วมงาน พปชร.

“ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์” รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ คาดนักการเมืองท้องถิ่นจ.กาญจนบุรี ตามมาอีกอย่างน้อย 2 คน

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2566 นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือ ซ้อเจน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตัดสินใจจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากก่อนหน้านี้เข้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา เรื่องการทำงานทางการเมือง เกี่ยวกับปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี 

นางศรีสมร ระบุว่า พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และหลังจากนี้จะค้องปรึกษาหารือกันอีกครั้ง ว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามใด ระหว่าง ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ระบบเขต 

ทั้งนี้จะต้องจับตาว่า จะมีนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดกาญจนบุรี สมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐอีกหรือไม่ โดยเบื้องต้นมี2รายชื่อที่มีเกณฑ์ คือ ดร.นพดล สงวนพันธ์ อดีตรองนายก อบจ.กาญจนบุรี สมัยที่นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สามีของนางศรีสมร เป็นนาย อบจ.กาญจนบุรี คาดว่าจะลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 (อ.เมือง และ อ.ศรีสวัสดิ์)

ส่วนอีกคนคือ นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าลงสมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต 5 (อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี)

นายประเทศ บุญยงค์(ซ้ายสุด) และ ดร.นพดล สงวนพันธ์ (ขวาสุด)นายประเทศ บุญยงค์(ซ้ายสุด) และ ดร.นพดล สงวนพันธ์ (ขวาสุด)

ป.ป.ช. ไม่เกียร์ว่าง สอบป้าย ‘สถานีกลางบางซื่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540523

09 ม.ค. 2566

ป.ป.ช. ไม่เกียร์ว่าง สอบป้าย 'สถานีกลางบางซื่อ'

ขอให้ ‘การรถไฟแห่งประเทศไทย’ ให้ข้อมูล เปลียนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้านบาทแล้ว ป.ป.ช. ชี้ ผลีผลามไม่ได้ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน

พลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)กล่าวถึงการเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อที่มีวงเงินถึง 33 ล้านบาท ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมว่า ในขณะนี้ได้มีการขอข้อมูลไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นของการถูกกล่าวหาแต่ถ้าหากมีมูล มีพยานชัดเจนก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะหากเร่งรัดรวดเร็วมากเกินไปอาจจะไม่รอบคอบ

ส่วนความความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ โดยเฉพาะ จริยธรรม นักการเมือง และส.ส.ในช่วงที่ใกล้การเลือกตั้งนั้น ขณะนี้มีการดำเนินการตามที่มีการส่งเรื่องเข้ามา เช่น กรณีการถือครองที่ดินก็จะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย และบางเรื่องจะส่งต้นสังกัดไปตรวจสอบถึงคุณสมบัติ โดยการไต่สวน

หากข้อมูลไม่เพียงพอก็ต้องส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการถ้ากรณีใดเข้าข่ายละเมิดจริยธรรม ป.ป.ช.จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นกัน

ป.ป.ช.ให้ความสำคัญในกรณีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพราะเป็นบุคคลสาธารณะจะทำให้รวดเร็ว โดยถ้าเรียงตามลำดับก็จะใช้ระยะเวลานาน ดังนั้นป.ป.ช.จะทำงานใน 2 ระบบ คือถ้ามีการส่งเรื่องมาที่เป็นเรื่องเก่าก็เร่งรัดให้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหม่และกระทบประชาชน กระทบสังคม ป.ป.ช.ก็จะพยายามเร่งรัดและทำให้รวดเร็ว ถ้าเรื่องใดทำไม่ถูกต้อง