‘พรรคประชาชาติ’ หวัง ส.สเขตมากกว่า 9 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์อีกไม่น้อยกว่า 5 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540695

11 ม.ค. 2566

'พรรคประชาชาติ' หวัง ส.สเขตมากกว่า 9 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์อีกไม่น้อยกว่า  5 คน

เสนอ 4 นโยบาย สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาชาติหวัง ได้ส.ส. 3 จังหวัดชายแดน’ภาคใต้’ มากกว่า 9 คน ไม่รวมบัญชีรายชื่อ

วันมูฮัมหมัด นอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ  พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค พร้อมคณะ เปิดเผยในโอกาศพบสื่อเครือเนชั่นฯ ว่า นอกจากอาสาแก้ปัญหาภาคใต้ ทั้งปัญหายางพารา ประมงแล้ว พรรคประชาชาติอยางมีนโยบายล้างหนี้กยศ.ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ทำเสมือน ปรส. ที่เป็นการล้างหนี้ให้คนรวย 

วันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ / พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง  เลขาธิการพรรควันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ / พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค

กรณีหนี้กยศ.มีคนเดือดร้อน อยู่ราว หกล้านคน  หากทำได้นอกจากจะเก็บเงินคืนรัฐบาลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่นำเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่ายแล้ว ยังส่งเสริมแนวคิดการลงทุนทางการศึกษา ที่ได้ประโยชน์ในระยะยาวมากๆ  ดูตัวอย่างาจากรัฐบาลมาเลเซียที่ให้เรียนฟรีตั้งแต่ อนุบาลยันมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม กระทบชาวบ้านจำนวนมาก ที่ดินนายทุนเช่าสัมปทานกว่าสี่ล้านไร่ กำลังจะครบสัญญา ควรเอามาจัดสรรให้เกษตรกร ที่ไม่มีที่ดินทำกินด้วยการให้เช่าในราคาถูก

ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่มุสลิม ไม่เอานโยบายกัญชา เพราะข้ามเส้นศาสนาอิสลามมามาก  หากคนติด จะมีผลเสียตามมาในอนาคต   กัญชาจะเป็นความแตกแยกของสังคม เชื่อว่ากฎหมายกัญชาผ่านไม่ทันสมัยประชุมนี้ 



พรรคประชาชาติเห็นว่าเรื่องที่รัฐบาลสมัยหน้าต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนคือต้องประกาศล้างประเทศให้สะอาด ปลอดคอรัปชั่น เหมือนที่รัฐบาลมาเลเซีย ดำเนินการ  ข้าราชการประจำต้องมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ไม่รับใช้นักการเมือง ไม่ทำผิดกฎหมาย  หยุดส่งส่วย วางตัวเป็นกลางทางการเมือง มีตัวอย่างกรณี กรมอุทยานฯ ให้เห็นว่า  ขณะนี้ประเทศกำลังอยู่ในภาวะถูกปล้นจนเรือจม 

ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยมารยาท ระยะเวลา 6 เดือนก่อนหมดวาระ จะไม่อนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องงบประมาณจำนวนมาก ตัวอย่างที่สำคัญ คือความพยายามดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ให้ครม.อนุมัติ  น่าเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจมีการใช้เงินทางการเมืองจำนวนมาก



ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติมั่นใจว่าจะได้ส.ส.อย่างน้อย 9 ที่นั่ง และหวังจะได้ ส.ส.ระบบบัญญชีรายชื่อ อีกไม่ต่ำกว่า 5 คน  

ครม.อนุมัติมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาด 4 กลุ่ม เริ่ม23ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540665

10 ม.ค. 2566

ครม.อนุมัติมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาด 4 กลุ่ม เริ่ม23ม.ค.นี้

ครม.อนุมัติมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาด 4 กลุ่ม อาทิ ความผิดต่อ เพศ ชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพ หากพนักงานคุมประพฤติเห็นเสี่ยงทำผิดซ้ำและอันตรายผู้อื่น ส่งเรื่องให้อัยการนำเสนอศาลพิจารณาคุมขังต่อได้

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 จะมีผลบังคับใช้วันที่ 23 ม.ค.2566 มีสาระสำคัญกำหนดให้มีมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน สำหรับนักโทษเด็ดขาด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า เป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก การฆาตกรรม การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส รวมทั้งการนำตัวบุคคลไปเรียกค่าไถ่ เพื่อป้องกันสังคมและผู้เสียหายจากการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นอีก 

ล่าสุด ครม.มีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ และการคุมขังฉุกเฉิน กำหนดเงื่อนไขพิจารณาเฝ้าระวังก่อนปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง มีรายละเอียด อาทิ

1.ร่างกฎกระทรวงมีขอบเขตการบังคับใช้ สำหรับนักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา

-ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ  เช่น การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15ปี การพาบุคคล อายุ 15-18 ปี เพื่อการอนาจาร การพาผู้อื่น ไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ

-ผู้กระทำความผิดต่อชีวิต เช่น การฆ่าผู้อื่น การฆ่าผู้อื่นโดยเหตุฉกรรจ์

-ผู้กระทำความผิดต่อร่างกาย เช่น การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสโดยเหตุฉกรรจ์

-ผู้กระทำผิดต่อเสรีภาพ เช่น การนำตัวบุคคลไปเรียกค่าไถ่

2.กำหนดให้มีคณะกรรมการประจำเรือนจำในแต่ละเรือนจำ ประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธานกรรมการ และเจ้าพนักงานเรือนจำ ซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นกรรมการ โดยคณะกรรมการประจำเรือนจำ มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองข้อมูลการจัดทำรายงานการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดตามที่เจ้าพนักงานเรือนจำเสนอ และให้ความเห็นว่านักโทษเด็ดขาดสมควรใช้มาตรการเฝ้าระวังใด ตลอดจนเสนอวิธีการและระยะเวลาในการใช้มาตรการที่เหมาะสม

3.การพิจารณากำหนดมาตรการเฝ้าระวัง กรมราชทัณฑ์ดำเนินการภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีก่อนปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย ให้เจ้าพนักงานเรือนจำดำเนินการรวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำรายงานการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด และให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการประจำเรือนจำ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำพิจารณา

4.การดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังของพนักงานคุมประพฤติ

-กรณีที่ปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะไปกระทำความผิดซ้ำ และไม่มีมาตรการอื่นที่อาจป้องกันไม่ให้ผู้นั้นไปกระทำความผิดได้ ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการภายใน 15 วัน เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งใช้มาตรการคุมขังแก่ผู้ถูกเฝ้าระวัง

-กรณีผู้ถูกเฝ้าระวังมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น โดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่น อันสามารถใช้ในการกระทำความผิด ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้คุมขังฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงกำหนดข้อยกเว้นการบังคับใช้ระยะเวลาในการจัดทำ และการเสนอรายงานการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดของกรมราชทัณฑ์ และการเสนอรายงานและความเห็นของคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ไม่ให้ใช้บังคับภายในระยะเวลา 300 วันแรก นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

“วิษณุ”ตอบชัด ตำแหน่ง”ที่ปรึกษาของนายกฯ”ไม่ใช่ข้าราชการ มีกี่คนย่อมได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540638

10 ม.ค. 2566

"วิษณุ"ตอบชัด ตำแหน่ง"ที่ปรึกษาของนายกฯ"ไม่ใช่ข้าราชการ มีกี่คนย่อมได้

“วิษณุ-อนุชา”ชี้แจง ดราม่าแต่งตั้ง”ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี”หลายตำแหน่ง ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง จะมีกี่คนก็ได้ ต่างจาก”ที่ปรึกษานายกฯ”

จากกระแจากกระแสดราม่าแต่งตั้ง “ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี” ในยุครัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเมื่อวานนี้ 10 ม.ค. เพิ่งมีคำสั่งให้ นายชุมพล กาญจนะ , นายเสกสกล อัตถาวงศ์ และนายชัชวาลล์ คงอุดม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ 10 ม.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เป็นคำสั่งอาศัยอำนาจตามกฏหมายระเบียบราชการแผ่นดิน มาตรา 11 (6) แต่ไม่ได้เป็นข้าราชการทางการเมืองแต่อย่างใด ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นเพียงตำแหน่งลอย แต่งตั้งมาไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยการเลือกตั้ง

ทั้งนี้เกิดข้อสังเกตว่า การตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เอื้อในกิจการใดๆหรือไม่ นายวิษณุ ยืนยันว่า ทำไม่ได้ ยกเว้นแต่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ก็สามารถเรียกมาชี้แจงได้ ซึ่งตามมาตราที่ 11 (6) ตามอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรีสามารถแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นที่ปรึกษาอนุกรรมการหรือคณะกรรมการเข้ามาช่วยงาน 

ขณะที่ทางด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายความแตกต่างระหว่างตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีนั้นให้สังเกต

-หากมีคำว่า “ของ”เป็นเพียงคำเรียกจะได้รู้ว่าเป็นที่ปรึกษาของใคร ไม่ใช่ข้าราชการ

-หากไม่มีคำว่า “ของ” ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งทางข้าราชการทางการเมืองที่สามารถมีได้ 5 ตำแหน่ง

พรรค’พลังประชารัฐ’ หวังได้ส.ส.เกิน 100 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540642

10 ม.ค. 2566

พรรค'พลังประชารัฐ' หวังได้ส.ส.เกิน 100 คน

แถลงนโยบาย 17 มกราคมนี้ พรรคพลังประชารัฐขอเอาใจบันดาลแรง ดัน พล.อ. ‘ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

  • พลังประชารัฐ แถลงนโยบาย 17 มกราคมนี้

วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลงประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ในวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการนโยบายพรรค เพราะจะมีการแถลงนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ในวันที่ 17 มกราคม  หลังจากนั้นจะมีการเริ่มติดป้ายนโยบายของพรรคต่อไป ต่อจากวันนั้นในวันที่ 21 มกราคมจะมีการประชุมใหญ่พรรค พปชร.  โดยใช้ที่ทำการพรรคถนนรัชดาภิเษก เป็นสถานที่จัดการประชุม

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯอย่างยิ่งใหญ่นั้น วิรัช กล่าวว่า พลังประชารัฐ เอาใจมาบันดาลแรงที่ส่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค ไปเป็นนายกฯคนที่ 30 หากเทียบกันง่ายๆ พปชร. คือผู้ที่สร้างนายกฯมาแล้ว ครั้งนี้เราจะสร้างหัวหน้าพรรคของเราให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จ ตั้งเป้าหมายได้ส.ส.เกิน 100 คน

  • ชัยวุฒิ ยืนยัน อยู่พลังประชารัฐ ไม่ไปรวมไทยสร้างชาติ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวยืนยันถึงการอยู่ร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่าวันนี้ตนก็ ทำงานกับพรรคอยู่เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่เปลี่ยนใจ สำหรับความสัมพันธ์กับพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามฉายาวันทอง 2ป. นั้น เพราะสนิทกับทุกคน ทำงานกับทั้งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี  และช่วยงานในพรรค  โดยพลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ส่วนการลงเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงบัญชีรายชื่อลำดับที่เท่าไหร่นั้นยังบอกไม่ได้ ยังไม่ได้มีการจัด  และเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ 1 ใน 5 เพราะมีสมาชิกเยอะและมีคนมีชื่อเสียงมาลงสมัครจำนวนมาก

  • วีระกร ซบภูมิใจไทย เปิดตัวพรุ่งนี้

วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก พปชร.เรียบร้อยแล้ว และถือว่าขาดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ทันที โดยเหตุผลที่ลาออกประการแรก คือ
เข้าพบหัวหน้าพรรคยากมาก เดือนหนึ่งได้คุยกันแค่ครั้งเดียว ทำให้ทำงานไม่ถนัดไม่คล่องตัว ถูกกีดกัน ต้องแลกบัตรไปนั่งรอ ไม่สามารถโทรคุยหาหัวหน้าพรรคได้ แม้จะเป็นคนใจดี แต่การที่อยู่กับคนที่เป็นนายทหารเก่า เราพบปะลำบาก

ประการที่สอง คือคตนในพื้นที่เลือกพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น หากย้ายพรรคคิดว่าจะมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม จะไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. และเปิดตัวทันที

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่”ยังคบกันดี ด้าน”สมศักดิ์”ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540630

10 ม.ค. 2566

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ยังคบกันดี ด้าน"สมศักดิ์"ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่”ยังคบกันดี หลังฝ่ายน้องเปิดตัวสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้าน”สมศักดิ์”ยังไม่ตอบอนาคตการเมือง

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ตอบที่สื่อมวลชนถามถึงการเปิดตัวในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นการประกาศสงครามกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ ก่อนโบกมือและเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป 

ขณะที่ด้านพลเอกประวิตร ยันยืนแม้พลเอกประยุทธ์เปิดตัวไป แต่ตนคุยกันทุกวัน ทั้งวันตั้งแต่เช้า แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง 

ส่วนก่อนการเลือกตั้งจะมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องการเมืองกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่มี ก่อนยืนยันว่า ยังคบกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไร

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธถึงความชัดเจนอนาคตทางการเมืองจะยังอยู่ หรือย้ายไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุเพียงว่า ยังไม่รู้ ตอบไม่ได้ ขออย่าเพิ่งถามเรื่องการเมืองตอนนี้ 

‘สร้างอนาคตไทย’ สนใจ ดำรงค์ พิเดช ร่วมงานพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540631

10 ม.ค. 2566

'สร้างอนาคตไทย' สนใจ ดำรงค์ พิเดช ร่วมงานพรรค

พรรคสร้างอนาคตไทย อยากได้อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกำหนดทิศทางนโยบายด้าน’สิ่งแวดล้อม’และป่าไม้ ชูเป็นจุดขายของพรรค

พรรคสร้างอนาคตไทย เชิญดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย    มาบรรยายพิเศษและแลกเปลี่ยนความรู้ ในหัวข้อ แนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม…พร้อมการสร้างอาชีพในท้องถิ่น ร่วมกับคณะผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค   สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค  วิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค  สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคและประธานนโยบายพรรค  วัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายการเมือง พร้อมคณะกรรมการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคสร้างอนาคตไทย

หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย บอกว่า การเชิญนายดำรงค์ พิเดช มาบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ ก็เพื่อจะนำแนวคิดที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนายดำรงค์ พิเดชไปเสริมให้นโยบายของพรรคมีความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งพรรคก็พร้อมที่จะหารือกับดำรงค์ พิเดช รวมถึงการพิจารณาแนวทางการทำงานทางการเมืองร่วมกันต่อไป โดยหนึ่งในนโยบายที่พรรคให้ความสำคัญก็คือการแก้ปัญหาป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คู่ขนานการสร้างโอกาสการพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น

ด้านเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยยอมรับว่ามีความสนใจในตัวนายดำรงค์ พิเดช ในด้านความรู้ความสามารถเรื่องสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น จากประสบการณ์ในการรับราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมายาวนาน หากได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่าง ดำรงค์ พิเดช มาร่วมงานกับพรรค ก็จะเป็นการเสริมทัพในการจัดทำนโยบายและการทำงานที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับด้านการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ รวมถึงแนวทางการสร้างอาชีพท้องถิ่นอย่างบูรณาการได้แน่นอน

นอกจากจะมีคณะผู้บริหารและคณะกรรมการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคสร้างอนาคตไทยแล้ว ยังมี พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรับฟังด้วย

‘แรมโบ้อีสาน’ จากบทผู้ร้ายกลายเป็นองครักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540620

10 ม.ค. 2566

'แรมโบ้อีสาน' จากบทผู้ร้ายกลายเป็นองครักษ์

เปิดปูม แรมโบ้อีสาน ‘เสกสกล อัตถาวงศ์’ จากกตัญญูทักษิณ สู่องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ ประสบการณ์กว่า 10 ปี สอนให้อยู่เป็น

แรมโบ้อีสาน หรือเสกสกล อัตถาวงศ์ ชื่อเดิม สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เข้าสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่ปี 2529  ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง  

กระทั่งปี พ.ศ. 2544  ลงสมัครในสังกัดพรรคไทยรักไทยและได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ครั้งแรก ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี ในปี พ.ศ. 2550  เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกตัดสินยุบพรรคในปี 2549

แรมโบ้อีสานเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องลี้ภัยหลังรัฐประหารปี2549  ยังเป็นเจ้าของ บทเพลง กตัญญูทักษิณ ซึ่งร้องไว้ในระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2553 และได้กลับมาเป็นส.ส. ระยะสั้นๆอีกครั้งในปี2557 จากการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์   ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม

รัฐประหารในปี 2557 มีรายงานว่าเขาควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2557 แต่ได้รับการปล่อยตัวในคืนวันที่ 29 พ.ค. หลังผ่านการปรับทัศนคติ เช่นเดียวกันกับนักการเมืองคนอื่น   หลังจากนั้นได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยพร้อมกับประกาศวางมือทางการเมือง

แต่ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ปรากฏชื่อเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัคร ส.ส. โคราช แม้ไม่ชนะกาiเลือกตั้ง แต่ก็ยังได้เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และยังรอดพ้นจากคดีบุกประชุมอาเซียนที่พัทยา จึงสวมบทบท องครักษ์พิทักษ์ลุงตู่  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

บทบาทสำคัญช่วงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี คือปราบหวยแพง และการสลายกลุ่มเสื้อแดง ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่นอกจากจะปราบหวยแพงไม่ได้แล้ว ยังต้องระเห็จออกจากตำแหน่ง เพราะถูกกล่าวหาพัวพันกับการยืมเงินธุรกิจหวย 15 ล้านบาท พร้อมๆกับการถอนตัวออกจากการเป็นแกนหลักก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ  ไปก่อตั้งพรรคเทิดไท  ก่อนได้รับมอบหมายให้กลับมาเป็นลมใต้ปีก รวมไทยสร้างชาติอีกครั้ง และได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยมีกลุ่มเสื้อแดง ของ อานนท์ แสนน่าน ประธานหมู่บ้านเสื้อแดงสี่ภาค กลับมาล่มหัวจมท้ายด้วย 

“สันติ”ลั่น”บิ๊กป้อม”เหมาะนายกฯมากกว่า”บิ๊กตู่” พร้อมชนชิงทุกพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540607

10 ม.ค. 2566

"สันติ"ลั่น"บิ๊กป้อม"เหมาะนายกฯมากกว่า"บิ๊กตู่" พร้อมชนชิงทุกพื้นที่

“สันติ”ลั่น”บิ๊กป้อม”เหมาะนายกรัฐมนตรีมากกว่า”บิ๊กตู่” พร้อมชนชิงทุกพื้นที่ ไม่มีดีลหลีกทางพรรคพี่พรรคน้อง

การเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐร่วมยินดี เช่น นายธนกร วังบุญคงชนะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายศาตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา, นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา 

วันนี้ 10 ม.ค. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงการลาออกของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างชาติ ว่า พรรคมีผู้สมัครในแต่ละเขตมากกว่า 1 คนอยู่แล้ว ส.ส.ที่ไปส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สมัยแรก ซึ่งพรรคพลังพรรคประชารัฐก็ได้คนดีๆ มาเยอะ และมั่นใจถึงมั่นใจมากว่าจะสามารถแทนคนเก่าได้

ทั้งนี้ภายในเดือนนี้จะประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยันชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ซึ่งส่วนตัวมองว่าควรชูเพียงคนเดียว แต่ก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค ส่วนความสมัครใจของพล.อ.ประวิตรนั้น หากกรรมการบริหารพรรคให้เหตุผลว่าท่านควรจะช่วยเหลือบ้านเมืองพัฒนาบ้านเมือง ด้วยการที่จะเป็นเบอร์ 1 ในการนำพาเศรษฐกิจนำพาความมั่นคงนำพาความอยู่ดีกินดี มีเงิน พล.อ. ประวิตรจะไม่รับได้อย่างไร เพราะท่านเสียสละเพื่อชาติมาตลอด 

"สันติ"ลั่น"บิ๊กป้อม"เหมาะนายกฯมากกว่า"บิ๊กตู่" พร้อมชนชิงทุกพื้นที่
นายสันติ ขออย่าเรียกว่าแข่งกับพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่ประชาชนเห็นว่าใครจะสามารถเป็นที่พึ่ง ที่หวัง สร้างอนาคตให้กับชนบท มีความเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะ การพัฒนาลูกหลานให้มีศักยภาพในการแข่งขัน เพราะขณะนี้โลกพัฒนาเร็วมาก ถ้าไม่ตื่นตัวโดยการสร้างเสริมได้ความรู้ติดอาวุธให้กับลูกหลาน โลกอนาคตจะไม่มีใครมาต่อสู้กับนวัตกรรมโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว 
 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตรเหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ใช่ ” 
เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรเหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ นายสันติ ย้ำว่า “ใช่ ท่านเหมาะมาก”  

การที่บอกว่าท่านเป็นทหารแล้วจะเก่งเศรษฐกิจหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่พวกเรายังไม่เห็นว่าท่านมีความสามารถคือเรื่องการใช้คน ในละภาคส่วน อย่างเช่น ที่ท่านได้ทำเรื่องน้ำเรื่องที่ดิน ซึ่งก็เห็นว่าท่านใช้ใคร แล้วประสบความสำเร็จ ทุกเรื่อง และการเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ ของพรรครวมไทยสร้างชาติเมื่อวานนี้ไม่ทำให้หวั่นไหว เพราะหากอนาคตใครทำดี เราก็ต้องทำให้ดีมากกว่า 


ส่วนการส่งผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆ ทับซ้อนกับพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะแพ้การเลือกตั้งทั้งคู่ นายสันติ มั่นใจ เรื่องการส่งผู้สมัครชนกันทุกพรรคอยู่แล้ว พร้อมสู้เต็มที่ทุกเขต หากหลีกทางกัน ประชาชนก็จะไม่ได้เลือก เพราะเป็นการตัดอำนาจประชาชน ยืนยันว่าไม่มีการดิวกันเพื่อหลบเขตระหว่างพรรคพี่พรรคน้องอย่างแน่นอน และขออย่าเพิ่งไปคิดถึงการร่วมงานพรรคอื่น ให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคเราให้มากๆก่อน หากเป็นอันดับหนึ่ง ได้ ส.ส. เกินครึ่ง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องร่วมกับใคร ขณะกำลังปลุกกระแสพรรคพลังประชารัฐแลนด์สไลด์ แต่ไม่อยากคุย 

ฝ่ายค้านพร้อมอภิปราย ขอนายกฯอย่า’ยุบสภา’หนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540602

10 ม.ค. 2566

ฝ่ายค้านพร้อมอภิปราย ขอนายกฯอย่า'ยุบสภา'หนี

วิปฝ่ายค้าน – รัฐบาล หารือกัน สัปดาห์นี้ กำหนดวัน’อภิปราย’ทั่วไป ไม่เกินต้นเดือนกุมภาพันธ์ ขอนายกฯอย่ายุบสภาหนี

สุทิน คลังแสง ประธานวิปคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าประธานสภาฯ ได้พิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระแล้ว

ขั้นตอนที่เหลือคือนัดหมายให้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านมาหารือวันเวลากัน ภายในสัปดาห์นี้ หากฝ่ายรัฐบาลอยากให้เป็นต้นเดือนกุมภาพันธ์ ฝ่ายค้านก็ไม่ขัดหากอยู่ในห้วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์แต่จะให้ความสำคัญกับจำนวนวันมากกว่า แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ นายกฯ ต้องไม่ยุบสภา หนีการอภิปราย

ส่วนการเปิดตัวของ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ ถือเป็นเรื่องดี ที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจง่ายโดยพรรคเพื่อไทยมีจังหวะเวลาในการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งเดิมทีตั้งใจว่าจะเปิดหลังยุบสภา แต่ได้มีการทบทวนว่าจากสถานการณ์แล้ว จะอาจจะต้องเปิดให้เร็วขึ้น คิดว่าสามารถเปิดตัวภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

สำหรับการเตรียมประกาศเขตเลือกตั้งใหม่นั้น เมื่อ กกต. ขยับพรรคก็สนองตอบ พร้อมจะหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจน และเป็นห่วงเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะหากประเด็นนี้ไม่ประกาศออกมาชัดเจนหรือล่าช้าก็จะเดินหน้าเรื่องผู้สมัครฯ ไม่ได้ จึงอยากจะฝากถึง กกต. ว่าหากรีบได้ก็จะดีที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเตรียมร้องต่อ กกต. เพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากผู้บริหารพรรคมีพฤติกรรม ให้สัมภาษณ์ลักษณะใส่ร้ายตัวผู้สมัครและพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการย้ายพรรค และเป็นงูเห่านั้น  สุทิน ระบุว่า ยังไม่ทราบมาก่อนว่าจะยื่นยุบ แต่ก่อนหน้านี้เคยมีผู้เสนอให้ฝ่ายค้านยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย แต่เราก็ไม่ทำ เพราะมองว่าวิธีนี้ไม่ถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย การยุบพรรคควรมาจากเหตุที่ร้ายแรงจริงๆ เช่นเรื่องล้มล้างการปกครอง

“หากทุกพรรคยื่นยุบกัน มีหลายเหตุให้ทำได้ แต่ฝากทุกพรรคไปคิดว่า เราเองจะปิ้งปลาประชดแมว หรือฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายกันเองให้เข้าทางคู่ต่อสู้หรือเปล่า อันนี้ยังไม่ทราบนะว่าภูมิใจไทยเขาคิดอย่างไร” นายสุทิน กล่าว

“จุรินทร์”ไม่หวั่น”บิ๊กตู่”เข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ส.ส.ภาคใต้แห่ยินดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540601

10 ม.ค. 2566

"จุรินทร์"ไม่หวั่น"บิ๊กตู่"เข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ส.ส.ภาคใต้แห่ยินดี

“จุรินทร์”ไม่หวั่น”บิ๊กตู่”เปิดตัวเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีส.ส.ภาคใต้หลายพรรคแห่ยินดี ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์รู้อยู่แล้ว

การเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวานนี้(9 ม.ค.) โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)และประชาชนแห่ให้กำลังใจจำนวนมาก ซึ่งตามที่เสนอข่าวก่อนหน้านี้มีส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนย้ายเข้า รวมถึงยังมีฐานของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐอีกหลายคนที่มีแววจะเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติเช่นกัน 

ล่าสุดวันนี้ 10 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การเปิดตัวของพล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นเรื่องดี จะได้มีความชัดเจน ซึ่งยังไม่อยากพูดว่าเป็นคู่แข่งทางการเมืองกัน แต่ทุกพรรคย่อมเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันโดยปริยาย ส่วนจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 หรือไม่นั้น อยู่ที่การกระทำของวันนี้ที่จะส่งผลในอนาคต และที่มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคนไปร่วมงานเมื่อวานนี้ มองว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่และพรรคทราบอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร 

ทั้งนี้ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่เป้าหมายของทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดความหวั่นไหวหรือไม่ นายจุรินทร์ ยืนยันยังคงมีเป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้เช่นกัน ทุกอย่างมั่นคงเหมือนเดิมไม่กระทบอะไรแน่นอน และนโยบายของพรรคที่จะใช้หาเสียงคือ “สร้างเงินสร้างคนสร้างชาติ”