‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำหนุนกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538070

06 ธ.ค. 2565

'ประชาธิปัตย์' ย้ำหนุนกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น

ยืนยัน ไม่สนับสนุนกฎหมาย ‘กัญชา’ เสรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำ ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนเรื่องกฎหมาย ไปว่ากันในสภา

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีถึงจุดยืนของพรรคในเรื่องกัญชา ว่า พรรคชัดเจน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จุดยืนก็คือ ประชาธิปัตย์สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ หรือจะพูดเลยไปทางเศรษฐกิจก็คือ เศรษฐกิจเพื่อการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ และกัญชาเสรี อันนี้ก็ยังเป็นจุดยืนเดิมที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อันนี้เป็นจุดยืนที่ประชาธิปัตย์ยึดถือตลอดมาแล้วได้พูดออกไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เรื่องที่พรรคภูมิใจไทยมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมือง และมีการตอบโต้กันไปมาในเรื่องที่มีเด็กสูบกัญชาเป็นการจัดฉากนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าไม่ได้ประสงค์จะไปโต้กันไปมา และเคยพูดไปแล้วว่าไม่จำเป็นก็จะไม่ขอพูดเรื่องนี้อีก ทั้งหมดขอให้เป็นเรื่องในสภาที่จะได้พิจารณากัน และความจริงแล้วก็ไม่ได้คุยกับอนุทินเรื่องนี้ คุยกันเรื่องอื่น ส่วนเรื่องกัญชายังไม่ได้คุยกัน แต่ว่าก็เป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรทุกคนที่มีสิทธิในการพิจารณาว่าจะมีความเห็นอย่างไรในสภาเมื่อถึงเวลาที่จะพิจารณา แล้วประชาธิปัตย์ก็ยึดถือนโยบายที่แถลงต่อสภาของรัฐบาล

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ร่างกฎหมายที่อยู่ในสภาขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์มองว่าเป็นร่างของกัญชาเสรี หรือกัญชาเพื่อการแพทย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้มันยังสามารถที่จะเปิดโอกาสให้เสพได้ การเสพก็คือการเสพเพื่อสันทนาการ ไม่ใช่การเสพเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่เสพตามใบสั่งแพทย์เพื่อการรักษา ถ้าอย่างนั้นอาจจะเรียกว่าการแพทย์ได้ แต่เสพนอกเหนือจากวัตถุประสงค์นี้ ก็เป็นการเสพเพื่อ ซึ่งคำตอบมันมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้เราก็ไม่คิดว่ามันเป็นเพื่อการแพทย์

ส่วนที่ถามว่าฝั่งวิปรัฐบาลจะมีการปล่อยฟรีโหวตในร่างนี้หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ต้องไปสอบถามวิปว่าเป็นอย่างไร แต่พรรคมีความเห็นชัดเจนและเป็นมติพรรคไปแล้ว

ลุ้นครม.เคาะ ขยายเวลาเปิด ‘สถานบันเทิง’ ถึงตี 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538066

06 ธ.ค. 2565

ลุ้นครม.เคาะ ขยายเวลาเปิด 'สถานบันเทิง' ถึงตี 4

‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ เสนอ ครม. ขอขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่นำร่องถึงตีสี่ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีวาระที่น่าสนใจการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่ ที่กำหนด โดยพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ขอขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ถึงตี 4  เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเศรษฐกิจภาคกลางคืนมากขึ้น และเป็นหนึ่งในของขวัญให้ประชาชนในวาระปีใหม่ 2566 โดยอ้างงานวิจัยว่าเปิดสถานบันเทิง ผับบาร์ จนถึงเวลาตี 4  จะมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 25 ถึง 30% 

ดังนั้นกิจกรรมขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง จึงจะเป็นตัวช่วยให้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อชวนนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็จะเป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ กรุงเทพฯ พัทยา กระบี่ ภูเก็ต หัวหิน สมุย และเชียงใหม่ 

นอกจากนี้ยังจะเสนอโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 กำหนดจำนวนสิทธิไว้ที่  1.5 ล้านสิทธิ ใช้งบประมาณ 5,400 ล้านบาท ซึ่งหากผ่านการพิจารณาคาดว่า จะเริ่มต้นดำเนินโครงการได้ในเดือนมกราคม 2566 ทันที

คณะรัฐมนตรียังจะมีการ พิจารณาผลการสํารวจความต้องการของประชาชน พ.ศ.2566 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล)

รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดําเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน : ร่างพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตําบลไร่หลักทอง ตําบลบ้านช้าง ตําบลนาวังหิน ตําบลนาเริก ตําบลหมอนนาง อําเภอพนัสนิคม และตําบลท่าบุญมี อําเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี พ.ศ…

รายงานความคืบหน้าการพัฒนาระบบรองรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือDigital ID และกรอบ การขับเคลื่อนการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2565 – พ.ศ.2567) เพื่อ ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ

ขออนุมัติปรับเพิ่มราคากลางในการจําหน่ายผลิตภัณฑ์นม โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

การดําเนินโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ  รายงานภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยประจําไตรมาสที่ 3 ปี 2565และ รายงานผลการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ประจําปี 2563 และ ประจําปี 2564

‘พลังประชารัฐ’ แถลงเปิดตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538045

06 ธ.ค. 2565

'พลังประชารัฐ' แถลงเปิดตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

‘มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์’ ยังเก็บตัวเงียบ หลังมีข่าวเตรียมเปิดตัวเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐบ่ายวันนี้

เวลา 15.30 น. วันนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นัดพบปะและแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ โดยมีรายงานว่า จะมีการเปิดตัวหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ คือ นาย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ประกาศลาออกจากส.ส.มาเป็นหัวหน้าพรรคโอกาสไทย ซึ่งเปลื่ยนชื่อมาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย

ข่าวการลาออกจากพรรคโอกาสไทย  ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้รับการยืนยันจาก ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทPว่าเป็นเรื่องจริง โดยคาดว่าสาเหตุที่ลาออก น่าจะมาจากการเปลี่ยนกติกาเลือกตั้งมาใช้สูตรหาร 100 ซึ่งทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียเปรียบ 

ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร  มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มีโอกาสเข้าช่วยงาน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีทางเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น โดยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และเป็นผู้ริเริ่มการประชาสัมพันธ์งาน เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์, เทศกาลตรุษจีนไชนาทาวน์เยาวราช และ เทศกาลดนตรีพัทยา 

ผลงานสำคัญอีกประการ คือการปรับเปลี่ยนช่องเก้า ซึ่งถือเป็นแดนสนธยาในสมัยนั้น มาเป็นโมเดิร์นไนทีวี ในปัจจุบัน แปรรูป อสมท.จากองค์กรภาครัฐไปเป็น บริษัทของรัฐ ภายใต้ชื่อ อสมท.จำกัด มหาชน  ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอสมท. มิ่งขวัญ เคยปรับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของสนธิ ลิมทองกุลออกจากผังรายการ

มิ่งขวัญ ยังเคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชาชน
เมื่อปี2550 เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช หลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบเขาไปทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อและลาออกในปี2556 และขอเว้นวรรคทางการเมือง จนกระทั่งการเลือกตั้งปี2562 ได้เป็นส.ส. สังกัดพรรคเศรษฐกิจใหม่ โดยประกาศไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ไม่ตรงกัน

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538028

05 ธ.ค. 2565

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม  ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม “กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า” จุดประกายความคิด ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวภายหลัง ลงพื้นที่เกี่ยวข้าวร่วมกับชาวนาบ้านหนองหิน จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นแปลงนาที่นายกรณ์ ได้ริเริ่มโครงการ “ข้าวอิ่ม” เมื่อ 9 ปีที่แล้ว 

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม  ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

โดยนายกรณ์ กล่าวว่า “ข้าวอิ่ม” ซึ่งตนได้ริเริ่มตั้งแต่ปี 2556 ที่ หมู่บ้านหนองหิน จ.มหาสารคาม ด้วยการเปลี่ยนข้าวที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก มาเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ จนได้รางวัลพันธุ์ข้าวยอดเยี่ยมระดับประเทศ

เกิดการต่อยอดข้าวเป็นสินค้าพรีเมียมประจำจังหวัด ด้วยรสชาติของข้าวมหาสารคามที่อร่อยที่สุดในโลก และกำลังขยายผลเพิ่มมูลค่าสินค้าอีกหลายชนิด ทั้งข้าวพองธัญพืช รสชาติอร่อยมาก

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม  ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

 รวมไปถึงเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบำรุงผิว สบู่ ฯลฯ ช่วยให้เกษตรกรปลดหนี้ มีเงินเก็บ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายกรณ์ กล่าวว่า ดีใจมากที่ปีนี้ ข้าวอิ่ม ได้รับรางวัล ข้าวคุณภาพอันดับที่ 3 ของประเทศ ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่รวมตัวกันด้วยความกล้าหาญ เปลี่ยนวิถีการปลูกข้าว เริ่มต้นจาก 7 ครัว เรือนปัจจุบันเพิ่มเป็น 171 ครัวเรือน ในพื้นที่นา 1,783 ไร่ 

ทำให้เห็นถึงความตั้งใจ และอดทน จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ และได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งรถเกี่ยวข้าว โรงสีชุมชน เครื่องบรรจุสุญญากาศ ฯลฯ 

นับเป็นโอกาสที่ดีที่เกษตรกรจะได้ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้น่าซื้อ มากยิ่งขึ้น

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม  ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

นายกรณ์ เล่าถึงที่มาของโครงการข้าวอิ่ม ว่า เกิดจากที่ตนได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เคยรับสั่ง กับ “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ เมื่อปี 2524 หรือราว 30 ปีที่แล้ว พระองค์ทรงให้ข้อคิดว่า ข้าวแทนที่จะขายเป็นถุงหรือเป็นกระสอบ ความจริงน่าจะนำมาทำแพกเกจจิ้ง ทำเรื่องการตลาด ซึ่งจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้ ขณะที่ช่วงเวลานั้นยังไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้  

“หลังจากที่ได้อ่าน เลยตัดสินใจลงมือปฏิบัติตาม แม้จะช้าไปถึงเกือบ 30 แต่ก็ได้พยายามทำตามแนวพระราชดำรัสด้วยการทำ “ข้าวอิ่ม” กับชาวบ้านในจังหวัดมหาสารคามเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เพราะเห็นว่าราคาข้าวตกตํ่ามาก

 จึงชักชวนให้ชาวนาขายข้าวถุงโดยตรงผู้บริโภค แทนที่จะขายข้าวเปลือกให้กับโรงสี ด้วยสมมติฐานว่าจะเป็นการตัดขั้นตอนเพื่อให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่สูงขึ้น” นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวต่อว่า ตอนนั้นตนบอกกับชาวนาว่า สามารถให้ราคาได้ 20,000 – 25,000 บาท แต้ต้องอยู่บนเงื่อนไขสำคัญคือ 1. คุณภาพสินค้าต้องดี เพราะผู้บริโภคมีสินค้าให้เลือกเยอะ 2. ทุนหมุนเวียนต้องมี เพราะการขายปลีกหมายถึงรายได้จะค่อยๆ เข้ามาตามที่ขายได้ ต่างกับการเหมาขายให้โรงสีที่จะมีเงินเข้ามาเป็นเงินก้อนทันที และ 3. ต้องเข้าถึงตลาดได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด 

ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ง่าย และมีประเด็นที่ท้าทายมากมาย เช่น 1.ชาวนาต้องรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพและพร้อมที่จะเสี่ยง 2. การขายข้าวให้ได้ราคาต้องเป็นข้าวมีคุณภาพ ทั้งพันธุ์ข้าวและวิธีการปลูกที่ควรปลอดการใช้สารเคมี การโน้มน้าวให้ชาวนาเปลี่ยนกรรมวิธีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ 3. เรื่องทุนสำคัญมาก เพราะชาวนารายเล็กจะยากจน เขารอรับเงินไม่ได้ และพร้อมขายเหมาถูกๆ เพื่อแลกกับการได้เงินเร็ว  

4. เราขาย “ข้าวอิ่ม” ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ชาวนาทุกคนมีช่องทางแบบนี้ 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งก็ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะสุดท้ายชาวบ้านก็สามารถรวมตัวกันได้ เพียง 7 ครัวเรือน แต่สิ่งที่ชาวนา จ.มหาสารคามได้เปรียบคือ คุณภาพข้าวในพื้นที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งกุลา ถือเป็นข้าวเกรดเอของไทย ที่ชาวโลกนิยมว่าอร่อยที่สุดใน 

นอกจากนี้การจะขายสินค้าระดับ premium หรือสร้าง brand ขึ้นมาได้ 1.ของทุกคนต้องดี 2.ผู้บริโภคต้องมั่นใจว่า สินค้าที่ซื้อเป็นของแท้ 3.ต้องมี packaging มีเรื่องราวที่มาของสินค้า นั่นจึงเป็นที่มีของการทำ แพคเกจจิ้ง ที่ดูดี มีเรื่องราที่มีความเป็นอัตตลักษณ์ในท้องถิ่น เริ่มต้นจาก ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จากจังหวัดมหาสารคาม ปลูกแบบพรีเมียมอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 9 บรรจุแพคเกจ “กระจูดสาน” จากป่าพรุภาคใต้ และ “ถุงผ้าขาวม้าทอมือ” จากกลุ่มแม่บ้านชาวนาสารคาม 

ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้พิเศษกระเป๋ากระจูดผสมผสานผ้าบาติก เขียนมือทุกผืน อัตลักษณ์ดั่งเดิมกว่า 20 ปี จากบ้านบ่อแร่ จังหวัดภูเก็ต มาเพิ่มมูลค่าเป็นกระเป๋าบรรจุภัณฑ์ จึงรวมเป็นแพคเกจจิ้งที่มีเรื่องราว และความงดงาม เพิ่มมูลค่า ช่วยชาวบ้านเพิ่มรายได้ทั้ง 3 จังหวัด 2 ภูมิภาค น่าซื้อหามาเป็นของขวัญ ของฝาก ในโอกาสต่าง ๆ 

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ กล่าวว่า เรื่องของผลผลิต มั่นใจว่าชาวบ้านทำได้ทุกอย่าง ขอให้รัฐบาลเข้าไปช่วยส่งเสริมและสนับสนุน ให้คำชี้แนะ แต่สิ่งที่ชาวบ้านขาด และรัฐบาลเองก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรคือการหาตลาด เกษตรกรเขาต้องการพึ่งพาตรงนี้มากที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ตลาดการค้าขายออนไลน์ บูมขึ้นมาก สามารถขยายผลสินค้าได้ในหลาย ๆ ช่องทางการให้ความรู้ ความเข้าใจและวิธีการเข้าถึงลูกค้า จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก 

ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยมีนโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กมาที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อยู่พรรคกล้า จนมาถึงพรรคชาติพัฒนากล้า ก็ยังคงเน้น และเดินสายให้ความรู้ กับ ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยหวังจะเพิ่มโอกาสให้กับ เกษตรกร ในการขายผลผลิต ออกสู่ท้องตลาด ผลผลิตดี ถ้าขายไม่ได้ สุดท้ายชาวบ้านก็ต้องหันไปใช้วิธีการเดิม ที่ขายผลผลิตได้ แม้ในราคาที่ต่ำกว่าก็ตาม 

9 ปี ข้าวอิ่ม มหาสารคาม  ช่วยชาวนาปลดหนี้ทั้งหมู่บ้าน

ด้านนางจิราภรณ์ อินทะสร้อย ชาวนา บ้านหนองหิน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวถึงถึงเหตุผลของการตัดสินใจ เปลี่ยนวิถีปลูกข้าวแบบเดิม มาเป็นเกษตรอินทรีย์ จากคำแนะนำของ “กรณ์ จาติกวณิช” ว่า เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำเหลือเพียงเกวียนละ 8,000 กว่าบาท ชาวนามีหนี้สินสะสมเกือบทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร จึงต้องอยู่ในวังวนกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนปลูกข้าวไม่รู้จักจบสิ้น 

เพราะทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ราคาพุ่งสูงขึ้น ชาวนาบางรายได้รับผลพวงจากการสัมผัสสารเคมี เจ็บป่วย ล้มตายก็มีไม่น้อย คุณภาพชีวิตย่ำแย่ ดินเสื่อมจากปุ๋ยเคมี ผลผลิตตกต่ำ ข้าวไม่ได้น้ำหนัก และไม่ได้ราคา ทั้งที่ข้าว จ.มหาสารคาม ฝรั่งบอกว่าอร่อยที่สุดในโลก  

นางจิราภรณ์ เล่าต่อว่า เมื่อคุณกรณ์ ลงพื้นที่มาแนะนำกลุ่มชาวนา ให้ทำเกษตรอินทรีย์ ภายใต้ “โครงการเกษตรเข้มแข็ง” เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต เราก็มาคุยกันในหมู่บ้าน นั่งฟังแล้วเกิดความคิดว่า ในเมื่ออยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เราน่าจะลองทำเกษตรวิถีใหม่ ตามที่คุณกรณ์แนะนำ จึงมีคนเห็นด้วยและพร้อมที่จะลุยกัน 7 ครอบครัว จึงได้จดจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวอินทรีย์บ้านหนองหิน และทำกันจริงจัง แบบหักดิบ 

“ตอนนั้น ก็มีคนหัวเราะเราว่า ข้าวไม่ใส่ปุ๋ยจะโตได้ยังไง เราก็ไม่ท้อนะ ลงนาพลิกฟื้นผืนดินใหม่ ทำปุ๋ยหมักจากขยะ ปีแรกขาดทุน แต่เราเข้าใจว่าเป็นช่วงปรับดิน แต่พอเข้าปี 2 เริ่มดีขึ้น พอปี 3 เราได้กำไรเลย ข้าวเริ่มดีมีน้ำหนัก ขายได้ราคาจากตันละ 8,000 เป็นตันละ 20,000 – 25,000 บาท เพิ่มขึ้นมา 3 เท่าตัว 

ชาวนาที่มีหนี้มีสิน เริ่มปลดหนี้ปลดสินกันได้ และปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 9 กลุ่มของเราได้รับรางวัลข้าวคุณภาพเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ ไม่ว่ารัฐจะมีโครงการอะไรเข้ามาเราก็สมัครเข้าร่วมหมดตอนนี้ เราเลยมีทั้งรถเกี่ยวข้าว โรงสีชุมชน เครื่องบรรจุสุญญากาศ ฯลฯ ทำให้เราพัฒนาการผลิตได้อย่างเต็มที่ 

อย่างพี่เองแต่ก่อนก็หนี้สินรวมราว ๆ 3 ล้าน จนเหลือไม่กี่แสนแล้ว นอกจากปลดหนี้ เราก็ยังมีเงินได้กิน ได้ใช้ และได้ส่งลูกเรียนจนจบ” นางจิราภรณ์ กล่าว 

สำหรับ “ข้าวอิ่ม” เป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องปลอดสารฯ คัดพิเศษ ประกอบไปด้วย ข้าวกล้องพันธุ์พื้นเมืองจากทุ่งกุลาร้องไห้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวหอม มะลิแดง และข้าวหอมนิล ผสมกันบรรจุอยู่ใน ถุงสุญญากาศอย่างดี โดยมีกลุ่มชาวนาเป็นผู้ดูแลขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่ ปลูกเอง เกี่ยวเอง ดูแลการ สีข้าวเอง และแพ็กใส่ถุงเอง 

ทำให้ ผู้ซื้อยังมั่นใจได้ว่ามีส่วนร่วม โดยตรงในการช่วยเหลือให้วิถีชีวิตชาวนามี ความยั่งยืน และยังได้บริโภคข้าวที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษอีกด้วย

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 096-672-2093 , LINE :@immrice ( lin.ee/6e30PFp)

หรือ inbox เพจ https://www.facebook.com/immrice

ชูวิทย์ โพสต์ รำลึก’วันพ่อ’ ทำบุญบริจาครถห้องเย็นให้โรงพยาบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537989

05 ธ.ค. 2565

ชูวิทย์ โพสต์ รำลึก'วันพ่อ' ทำบุญบริจาครถห้องเย็นให้โรงพยาบาล

ชีวิตใกล้ความตาย ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์’ โพสต์ให้กำลังใจคนเป็นพ่อทุกคน เนื่องในวันพ่อ ชวนทำความดีเมื่อยังมีโอกาส

ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์รำลึกวันพ่อมีเนื้อหาว่า  แด่พ่อทุกคน…5 ธันวาคม เป็นวันพ่อแห่งชาติ
เมื่อ 30 ปีก่อนเคยสร้าง ป้อมตำรวจไว้รวม 75 ป้อม ทั่วกรุงเทพฯ ในนาม มูลนิธิต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ถึงวันนี้ ได้จัดทํา รถเย็นขนย้ายศพ ให้กับโรงพยาบาลเพื่อความสะดวกเพราะหากไม่มีแอร์ จะมีกลิ่น และไม่เหมาะสมกรณีอาจมีรถฉุกเฉินไม่เพียงพอ หรือเป็นการขนเฉพาะผู้ตายในต่างจังหวัด จึงจำเป็น

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่แค่ไหน รวยล้นฟ้า มีกิจการเป็นแสนล้าน กินอาหารมื้อละหมื่น กินไวน์ขวดละแสน นั่งรถโรลส์รอยซ์ อยู่บ้านราคาหลายร้อยล้านหรือเป็นยาจกเข็ญใจ เร่ร่อน เก็บคุ้ยเศษขยะหากินประทังท้องไปวันๆ

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์

ทุกคนล้วนต้องนั่งรถเย็นติดแอร์คันนี้เป็นครั้งสุดท้าย พระถึงบอก ที่ใกล้สุด ไม่ใช่ญาติสนิทมิตรสหาย แต่คือความตาย
ก่อนร่างกายเน่าเปื่อยกลายเป็นผีจึงได้เริ่มสร้าง รถขนศพ ด้วยสาเหตุที่ขณะติดคุก ได้เป็นผู้ช่วยอยู่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เก็บศพคนคุกป่วยไข้ตาย ไม่ว่า มะเร็ง เอดส์ หรือสารพันโรคต่างๆ อยู่เกือบปีเก็บศพคนคุกไปร่วม 80 ศพจนในคุกตั้งฉายาว่า ป๋าชูเก็บศพได้เห็นทุกขเวทนาของคนที่ ก่อนตายไร้ญาติขาดมิตร ถูกจองจำ ลืมตาโพลงตายไปทั้งที่มีตรวนล่ามขาอยู่


คิดในใจอยู่ตลอดว่า หากมีโอกาสจะทำรถติดแอร์ขนศพแบบนี้ให้ เพราะเก็บศพคนคุกแล้ว มารอรถปอเต็กตึ้ง หรือร่วมกตัญญู เข้ามารับต่อ กลิ่นออก เพราะไม่มีแอร์ไว้อยู่หลังรถกระบะแถมบางทีก็มีเพื่อนตายติดรถมาก่อนแล้วด้วยโดยหาก เป็นโรงพยาบาลที่มีรถแบบนี้อยู่แล้ว ก็ให้เป็นเงิน แต่เน้นที่ กายวิภาคศาสตร์
เพราะผู้ที่ตายยังอุตส่าห์ทำคุณประโยชน์ มอบร่างเป็น อาจารย์ใหญ่ ให้นักศึกษาแพทย์ไว้ศึกษาจริง 

ของฝรั่งใช้หุ่นทดลอง ไม่มีใครเขาบริจาคแบบไทย ถึงขนาดต้องมาดูงานเอาก็มี ตัวเองเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ตายเป็นผีก็มอบร่างไว้ที่ โรงพยาบาลศิริราช เช่นกัน โดยบริจาคอยู่ประจำให้กับ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ไปปีละ 2 ล้านบาท มา 2 ปีแล้ว รวม 4 ล้านบาทระยะหลังทำ รถห้องเย็นให้ เพราะอากาศร้อนหากไปรับอาจารย์ใหญ่ถึงต่างจังหวัดไกลๆ ใช้เวลานานจะเดือดร้อน เพราะกลิ่นมันแรงตอนตาย

จากประสบการณ์เก็บศพ  แล้วแต่คน บางคนตายไม่ถึง 2 ชั่วโมง กลิ่นโชยคลุ้งแล้ว คันแรก บริจาคให้โรงพยาบาลศิริราช
คันที่สอง บริจาคให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์คันนี้เป็นคันที่สาม บริจาคให้โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนโรงพยาบาลใดต้องการ แจ้งความประสงค์ได้ ยินดีทําให้มูลค่ารถพร้อมห้องเย็น คันละประมาณ 1 ล้านบาท

ชูวิทย์บอกว่าเขามีเงินไม่มาก แต่ใช้เงินอย่างระมัดระวังเสมอ มีน้อยใช้น้อย มีมากเหลือเก็บไว้ทำบุญบ้างกุศลผลบุญในครั้งนี้ขอมอบให้กับพ่อทุกคน เพราะวันนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติ มอบรถคันที่ 3 ให้ โรงพยาบาลตำรวจ แผนกนิติเวชดังนั้น ไม่ว่าเป็นพ่อที่ยากดีมีจน ขอให้สร้างคนปั้นลูกให้เป็นผู้รู้จักแบ่งแยกชั่วดีเลวความเป็นพ่อนั้น จึงเป็นภาระหน้าที่ยิ่งใหญ่เหนือหน้าที่อื่นใด

ขอให้พ่อทุกคนมีกำลังใจเข้มแข็ง เพราะในสุภาษิตพจนานุกรมฉบับ ชูวิทย์ บอกไว้เสมอว่า ชีวิตกับสู้เป็นของคู่กัน ชีวิตที่ไม่สู้ ย่อมเป็นชีวิตที่ปราศจากรสชาติ ฝากเอาไว้ถึงพ่อทุกคน

“นายกฯ” นำ ครม. – ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537985

05 ธ.ค. 2565

"นายกฯ" นำ ครม. - ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

“นายกรัฐมนตรี” คณะรัฐมนตรี พร้อมด้วย ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 189 รูป น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 วันชาติ และ “วันพ่อแห่งชาติ” 5 ธ.ค. 2565

5 ธ.ค.2565  ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 189 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค. 2565 

"นายกฯ" นำ ครม. - ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”“นายกฯ” นำ ครม. – ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

โดยนิมนต์ สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และสามเณร รวม 189 รูป รับบาตร ซึ่งในพิธีมีคณะองคมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ  ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง

"นายกฯ" นำ ครม. - ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”“นายกฯ” นำ ครม. – ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

"นายกฯ" นำ ครม. - ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”“นายกฯ” นำ ครม. – ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

จากนั้นเวลา 8.30 น.   นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ณ

"นายกฯ" นำ ครม. - ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”“นายกฯ” นำ ครม. – ปชช. ทุกภาคส่วน ร่วมทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป “วันพ่อแห่งชาติ”

และในช่วงเย็นเวลา 17.00 น.   นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าร่วมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

“อุตตม” เผยวิธี 5 สร้าง พัฒนาชีวิตชายแดนใต้ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537961

04 ธ.ค. 2565

"อุตตม" เผยวิธี 5 สร้าง พัฒนาชีวิตชายแดนใต้ดีขึ้น

“อุตตม” เผย ทรัพยากรธรรมชาติชายแดนใต้สมบูรณ์ แต่ปากท้องชาวบ้านยากจนสูง ชู 5 สร้าง พัฒนาชีวิตคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เนื้อหาดังนี้

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา คณะพรรคสร้างอนาคตไทยได้เดินทางไปพบปะพี่น้องชาวจังหวัดนราธิวาส เพื่อแนะนำตัวผู้แสดงเจตจำนงลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ในนามพรรคฯ พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้อง ถึงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของชาวนราธิวาส รวมทั้งพื้นที่อื่นๆใน 3 จังหวัดชายแดนใต้  

ทั้งนี้เป็นที่รับรู้ว่าพื้นที่ชายแดนใต้มีต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติมากมาย รวมถึงต้นทุนทางวัฒนธรรม และภูมิศาสตร์ที่ตั้งติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สามารถสร้างประโยชน์จากการค้าขายชายแดนได้เป็นอย่างดี แต่กลับพบว่าประชาชนในพื้นที่มีปัญหาความยากจนสูง โดยเฉพาะนราธิวาสเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวประชากรต่ำที่สุดของประเทศ  
 

ผมได้นำเสนอต่อพี่น้องว่า พรรคฯมีนโยบาย “5 สร้าง” ที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้อย่างลงตัว โดยเราต้องเชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนา

-สร้างความเข้มแข็งในชุมชนฐานราก

-สร้างการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ

-สร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านกายภาพและดิจิทัล รวมทั้งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้สามารถดึงทรัพยากรในพื้นที่ออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และการดำเนินงานทั้งหมดนี้ต้องสอดรับกับบริบทและความเป็นอัตลักษณ์ที่แตกต่าง บนพื้นฐานของการให้ความเคารพในความเป็นพหุวัฒนธรรม และความมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ สนับสนุนสังคมเอื้ออาทร และการเมืองที่สร้างสรรค์

ยกตัวอย่างพื้นที่ชายแดนใต้มีความเหมาะสมต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาล แต่ที่ผ่านมายังมีข้อจำกัด ทั้งนี้เนื่องจากผู้ประกอบการฮาลาลในพื้นที่ร้อยละ 90 เป็นรายเล็กรายกลางหรือเอสเอ็มอี พรรคฯจึงเห็นว่าควรจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ขึ้นมาโดยตรงในพื้นที่ เพื่อมุ่งส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเหล่านั้นเข้มแข็งขึ้น พร้อมกับเชื่อมโยงแหล่งผลิตในชุมชน ดูแลครบวงจรทั้งการพัฒนา ส่งเสริมสิทธิประโยชน์ และการตลาด ซึ่งเป็นรูปแบบคล้ายๆกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาล ของประเทศมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก 

-สนับสนุนให้เศรษฐกิจชุมชนมีความมีความเข้มเข็ง นอกเหนือจากยึดโยงกับการท่องเที่ยวชุมชนแล้ว ยังต้องยกระดับสู่การเกษตรยุคใหม่ ส่งเสริมให้เกิดการผลิตชุมชนที่นอกจากตอบสนองอุตสาหกรรมฮาลาลแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้ชุมชนดึงศักยภาพที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ชายแดนใต้มีของดีมากมาย ยกตัวอย่างที่วันนี้รู้จักกันดี เช่น ปลากุเลาเค็ม ไก่เบตง ลองกองตันหยงมัส ส้มโชกุน และอื่นๆอีกมากมาย ที่ผ่านมาต้องรอลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในพื้นที่ ทำไมเราไม่เอาของดีเหล่านั้นออกสู่ตลาดภายนอกให้มากขึ้น พรรคฯจึงเสนอที่จะจัดทำแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ เพื่อให้เกษตรกรเอาของดีที่มีอยู่ขายผ่านออนไลน์ ส่งออกไปนอกพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  

ที่ผ่านมาคนไทยต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมที่สูงให้กับแพลตฟอร์มต่างชาติ จึงเป็นการดีกว่าที่จะมีแพลตฟอร์มของไทยเอง เป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร แต่มุ่งช่วยยกระดับความรู้คนไทยให้เข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล 
 

-สร้างความพร้อมให้คนไทยและผู้ประกอบการไทย ก้าวไปขายบนแพลตฟอร์มระดับโลกต่อไป เท่านั้นยังไม่พอพรรคฯเสนอให้ทุกชุมชนในพื้นที่ต้องเข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตอย่างทั่วถึง เพราะอินเตอร์เน็ตมีความจำเป็นทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ ถือเป็นสาธารณูปโภคที่คนไทยพึงมีอย่างเท่าเทียมเพื่อให้ก้าวทันโลก  

นอกจากนี้การพัฒนาอุตสาหกรรมยังต้องยึดโยงการพัฒนาคน ให้มีความรู้ความสามารถเป็นแรงงานที่ตอบสนองภาคอุตสาหกรรม เรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เราต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากความขัดสนด้านการเงิน ความขัดสนด้านความรู้ข้อมูล ซึ่งต้องเริ่มที่การศึกษา ยกตัวอย่าง หากจะทำให้การศึกษาในพื้นที่มีประสิทธิภาพ ต้องเข้าใจว่าเด็กๆในพื้นที่เติบโตขึ้นมากับภาษาถิ่นมาลายู เราจึงต้องสนับสนุนให้มีหลักสูตรทวิภาษา รวมทั้งต้องให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี

นอกจากนี้พรรคฯยังมีนโยบายสนับสนุนคนเก่งด้วยการตั้ง “กองทุนการศึกษาพัฒนาบ้านเกิดเต็มพื้นที่” ส่งเสริมคนเก่งให้ได้เรียนสูงสุดถึงปริญญาเอก มีเงื่อนไขเพียงแค่ต้องเป็นสาขาที่ตอบสนองการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด 
ขณะเดียวกันการพัฒนาคน จำเป็นที่ต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ที่ผ่านมาจากสถิติในนราธิวาสพบดัชนีการอยู่รอดของทารกและแม่ที่ตั้งครรภ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดเราควรแก้ไขเรื่องนี้ พรรคฯมีนโยบายสวัสดิการ “ส่งเสริมสุขภาวะเด็กทั่วหน้า” เพื่อให้เด็กเติบใหญ่ขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เช่นช่วยเหลือการบำรุงครรภ์ ค่าคลอด และการดูแลทารก โดยส่งเงินถึงมือแม่ผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีนโยบายเพิ่มพูนทักษะให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อช่วยทำโครงการดูแลมารดาและทารกเต็มรูปแบบ ซึ่งที่ผ่านมาอสม.ได้รับการยกย่องว่าช่วยเหลือภารกิจรัฐได้อย่างดี การเพิ่มความรับผิดชอบนั้นก็ควรพิจารณาค่าตอบแทนที่สอดรับกับตัวชี้วัดความสำเร็จด้วยเช่นกัน 

แนวคิดทั้งหมดนี้ พรรคฯมองเห็นว่าจำเป็นต้องยึดโยงกับการกระจายอำนาจให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของท้องถิ่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา รวมทั้งสาธารณสุข ดังที่ผมกล่าวมาข้างต้นว่า การพัฒนาในพื้นที่ที่มีความเป็นอัตลักษณ์สูง ต้องอยู่บนพื้นฐานความเคารพในพหุวัฒนธรรม และความมีส่วนร่วมในพื้นที่ โดยพรรคฯพร้อมร่วมกับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศขับเคลื่อนแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทย มุ่งสู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ได้อย่างแท้จริง

“ประชาธิปัตย์” ให้เวลา “อนุทิน” 7 วัน หาหลักฐาน ปมจัดฉากเด็กพี้กัญชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537951

04 ธ.ค. 2565

"ประชาธิปัตย์" ให้เวลา "อนุทิน" 7 วัน หาหลักฐาน ปมจัดฉากเด็กพี้กัญชา

“ประชาธิปัตย์” สวนแรง ไม่ปัญญาอ่อนจัดฉากเด็กพี้กัญชาริมชายหาด จ.ระยอง ให้เวลา “อนุทิน” หาหลักฐาน 7 วัน ไม่เช่นนั้นต้องรับผิดชอบ ซัดอย่าโยนขี้ขวางทาง แก้กฎ “กัญชาเสรี” ทั้งที่หลายฝ่ายักท้วง

กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวหา นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ว่า มีการจัดฉากให้ ให้คนมาถ่ายรูปเด็กกำลังพี้กัญชาที่ริมชายหาดพัทยา เพื่อต้องการให้มีประเด็นในทางการเมือง


ล่าสุดนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โต้กลับว่า คงไม่มีใครปัญญาอ่อนไปจัดฉาก ซื้อบ้องกัญชา มาให้เด็กพี้กัน เพื่อเอามาเป็นประเด็นห่ำหั่นกันในทางการเมือง นักการเมืองที่ดีที่มีจิตสำนึกไม่มีใครทำกันอย่างแน่นอน แค่คิดก็แย่มากแล้ว การกล่าวหาเช่นนี้ในทางการเมืองเสียหายมก ชัดเจนว่า เพื่อเป็นข้ออ้างข้อแก้ตัวให้กับนโยบาย “กัญชาเสรี” ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวมที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ 

กรณีเด็กพี้กัญชา เริ่มต้นมาจากการนำเสนอข่าวมาจากสื่อมวลชน จากนั้นนพ.บัญญัติ ในฐานะ ส.ส. ติดตามเรื่องนี้และนำแถลงเพื่อหาทางในการแก้ปัญหา 

“พรรคภูมิใจไทยต้องหาหลักฐานมาว่า นพ.บัญญัติ จัดฉากอย่างไร ทำด้วยวิธีการไหน ให้เวลา 7 วัน ถ้าครบกำหนดยังหาหลักฐานไม่ได้ คนพูดก็ต้องแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ ” นายราเมศกล่าว

นายราเมศ มองว่า นาทีที่ผ่านมาบอกจัดฉาก นาทีต่อมารับว่ามีปัญหา ถ้าอยากแก้ กลับโยนมาที่พรรคประชาธิปัตย์ให้โหวตผ่านร่าง ทั้งๆที่ มีหลายฝ่ายท้วงติง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พยายามบอกว่า ขอให้รอบคอบรัดกุม ครอบคลุมการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน ถ้าปล่อยให้ร่างกฎหมายผ่านไปเยาวชนคนไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคต วันข้างหน้าเดินไปตรงไหนเห็นแต่เด็กสูบกัญชา กระทบการเรียน คนที่ทำหน้าที่ออกกฎหมายจะละอายใจมาก ยกเว้นนักการเมืองที่ไม่มีจิตสำนึกก็จะหาข้ออ้างไปเรื่อย พร้อมย้ำ กัญชาเสรี นักการเมืองอย่านิ่งดูดายสังคม

ส่วนความสัมพันธ์ ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ในทางการเมืองต้องต่อสู้กันอยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยไม่ควรมาท้าทาย แต่หลักการต่อสู้อยู่บนระบอบประชาธิปไตย ต่อสู้กันด้วยหลักสุจริต ต่อสู้กันด้วยนโยบายที่ดีเป็นประโยชน์ต่อสังคม ท้ายที่สุดเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ

“ไทยสร้างไทย” หนุน ยกเลิก “เกณฑ์ทหาร” ชี้เด็กสมัคร รด. ไม่ได้หวังความรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537943

04 ธ.ค. 2565

"ไทยสร้างไทย" หนุน ยกเลิก "เกณฑ์ทหาร" ชี้เด็กสมัคร รด. ไม่ได้หวังความรู้

“ทสท.” หนุน ยกเลิก “เกณฑ์ทหาร” ชี้เด็กสมัครเรียน รด. เพื่อหวังไม่ต้องเข้ากรม แนะใช้วิธีสมัครใจ หลังพบจำนวนมากขึ้น ปรับลดทหารกองประจำการ

กรณีที่ต้องหามส่งนักศึกษาวิชาทหาร หรือ นักเรียนรักษาดินแดน หรือ รด. ปี 1 เข้าโรงพยาบาลจำนวน 17 คน เนื่องจากมีอาการขาดน้ำรุนแรง ไตวายเฉียบพลัน มีภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งแพทย์ระบุว่ามีสาเหตุมาจากการฝึก 

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูประบบกองทัพ เสนอให้ยกเลิกการ “เกณฑ์ทหาร” โดยกรณีข้างต้นมองว่าการเรียน รด. ไม่ได้เรียนเพื่อเอาความรู้วิชาทหาร แต่เรียนเพื่อไม่ให้ต้องไปเกณฑ์ทหาร ถือเป็นช่องว่างให้กองทัพสามารถเก็บค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าฝึก และค่าใช้จ่ายต่างๆ จาก รด. อีกเป็นจำนวนมาก โดยยังไม่นับการใช้เส้นสายต่างๆ ในการฝากเข้าเรียน รด. อีก

สำหรับตัวเลขเรียกเกณฑ์ทหารในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนทั้งหมด 58,330 นาย แบ่งเป็น
– กลุ่มที่สมัครผ่านโครงการทหารออนไลน์ 6,101 นาย 
– กลุ่มเข้ารับการตรวจเลือก 51,692 นาย 
โดยมีผู้ร้องขอเข้ารับราชการในวันตรวจเลือก 21,046 นาย คงเหลือจับฉลากแดง 30,646 นาย 

นางสาวธิดารัตน์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นมีจำนวนลดลงจากปี พ.ศ. 2564 ถึง 18,749 นาย ประกอบกับมีการปรับลดยอดทหารกองประจำการลงร้อยละ 10 ของจำนวนที่บรรจุจริง หรือประมาณจำนวน 12,000 นาย ทำให้ยอดเรียกเกณฑ์ลดลงอีกด้วย ดังนั้นหากความต้องการทหารกองประจำการมีจำนวนลดลง ตัวเลขผู้สมัครใจเข้าเป็นทหารเพิ่มขึ้น การบังคับเกณฑ์ทหารอาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ควรยกเลิกการบังคับเกณฑ์ แต่ปรับเปลี่ยนมาเป็นการสมัครใจ พร้อมพัฒนาสวัสดิการที่เหมาะสมทุกระดับชั้นเพื่อให้การพัฒนากองทัพเป็นไปได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในที่สุด 

สาเหตุที่ผู้สนใจอยากเป็นทหาร ส่วนใหญ่พบว่า เป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มที่อยู่ในการดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสะท้อนประเด็นทางสังคมอื่นๆ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสวัสดิการทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ไม่เสมอภาค ทำให้การสมัครเป็นทหารกลายเป็นหนึ่งในหนทางที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตนและครอบครัว จึงควรมีการพัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตให้กับทหารอาสาสมัครเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนมีโอกาสในการเลื่อนชั้นทางสังคมเพิ่มเติมอีกด้วย

นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย

“เพื่อไทย” ออกโรงชี้แจง ปม “ตู้ห่าว” บริจาคเงิน กว้านซื้อบ้านเครือชินวัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537940

04 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย" ออกโรงชี้แจง ปม "ตู้ห่าว" บริจาคเงิน กว้านซื้อบ้านเครือชินวัตร

“เพื่อไทย” ชี้แจง กรณีกล่าวหาพัวพัน “ตู้ห่าว” บริจาคเงินให้พรรค รวมถึงกว้านซื้อบ้านในเครือชินวัตร ยืนยันไม่เกี่ยวข้องทุกกรณี จี้รัฐบาลตรวจสอบเอง เพราะทำผิดช่วงยุคนี้บริหารประเทศ

วันนี้ 4 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงประเด็นกล่าวหามี ส.ส.ในพรรค อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง “นายตู้ห่าว” นักธุรกิจชาวจีน รวมถึงประเด็นกว้านซื้อบ้านในเครือชินวัตร 

นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า พยายามโยงเรื่องนี้มาบิดเบือนใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรคเพื่อไทยให้เสียหาย พรรคขอใช้สิทธิชี้แจงดังต่อไปนี้
 

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสืบสวนสอบสวนคดีต่างๆอยู่ในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่มีอยู่ตามกฎหมายได้อยู่แล้ว เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับพรรค พรรคไม่ขัดขวางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2.พรรคเพื่อไทยไม่มีความเกี่ยวข้องและนายตู้ห่าวไม่เคยบริจาคเงินให้ ข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้ต้องหาก็เกี่ยวเนื่องกับการทำธุรกิจในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 8 ปีแล้ว ดังนั้นรัฐบาลสามารถไปตรวจสอบว่ามีการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายทำนองเดียวกันนี้มากน้อยเพียงใด ย้ำไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ขออย่าเบี่ยงเบนประเด็น

3.ส่วนกรณีชาวต่างชาติกว้านซื้อบ้านในโครงการของบริษัทเอสซี แอสเสท และพาดพิงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผู้ถือหุ้นในบริษัทในบางสื่อนั้น ตนเห็นว่าการพาดพิงและกระจายข่าวต่างๆ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ยืนยันนางสาวแพทองธาร ไม่ได้รู้จักกับนายตู้ห่าว และเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายบ้านให้บุคคลใดๆ

นอกจากนั้น บริษัทเอสซี แอสเสท ได้แถลงไปแล้วว่า บริษัทประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลโดยยึดหลักไม่กระทำผิดกฎหมาย บ้านทุกหลังขายให้คนไทยและนิติบุคคลไทยเท่านั้น และในการชำระค่าบ้านผู้ซื้อต้องชำระเงินผ่านธนาคาร นายนพดลจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ทรัพย์สินที่ถูกอายัดของบุคคลกลุ่มนี้ มีบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินที่ซื้อจากหลายโครงการ หลายบริษัท กระจายไป ไม่ใช่ซื้อจากบริษัทเอสซี แอสเสท อย่างเดียว 

4.ขณะนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ขอเชิญชวนให้ช่วยกันนำเสนอนโยบายและหาทางออกให้ประเทศ และโปรดยุติการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอที่เป็นการบิดเบือนใส่ร้ายฝ่ายอื่นด้วยความเท็จ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร