“อุตตม” คาด เลือกตั้ง 2ใบ หาร100 อาจควบรวมพรรค ตัดทางร่วม “รวมไทยสร้างชาติ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537665

01 ธ.ค. 2565

"อุตตม" คาด เลือกตั้ง 2ใบ หาร100 อาจควบรวมพรรค ตัดทางร่วม "รวมไทยสร้างชาติ"

“อุตตม” คาด เลือกตั้ง 2ใบ หาร100 อาจควบรวมพรรค มีเงื่อนไขทำงานทิศทางเดียวกัน ชัดเจนไม่ร่วมงาน “รวมไทยสร้างชาติ” ขณะที่ “สนธิรัตน์” เชื่อ 2ป.แยกกันเดินมีเหตุผล การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ป.พรรคการเมือง และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2566 ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวม ส.ส. 500 คน และใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 ซึ่งจะไม่มีส.ส.พึงมี อาจจะทำให้ “พรรคเล็ก” เสียเปรียบ

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ระบุว่า ต้องดูว่ากฎเกณฑ์และกติกาของแต่ละพรรคจะมีแนวทางอย่างไร เพื่อเดินหน้าต่อไปให้ได้ การควบรวมก็คงอยู่ในใจบางพรรค ในส่วนของพรรคสร้างอนาคตไทยเรายึดหลักการว่า หากเราเลือกเส้นทางไหน ต้องสามารถทำงานให้ประชาชนได้  

ส่วนกระแสข่าวการควบรวมพรรค ยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน แต่อยู่ระหว่างการพูดถึงแนวคิดการทำงาน ยังไม่มีข้อยุติ 100% พร้อมยืนยัน ไม่เคยมีแนวคิดควบรวมพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ส่วนพรรคที่มีแนวโน้มจะควบรวม ต้องดูในมิติต่างๆ ว่าจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ มีเป้าหมายในเชิงนโยบายจะสอดคล้องกันหรือไม่ 

สำหรับกรณีการแยกกันเดินระหว่าง 2 ป. นั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า ต้องดูบริบทการเมืองโดยรวม สถานการณ์ที่มีการแตกพรรคล้วนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง เมื่อรวมกับผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในความชัดเจนของกฎหมายลูก เขาเชื่อว่าหลายพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคเราไม่ได้มองว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่มีหน้าที่ประเมินการทำงานของแต่ละพรรค และดำเนินยุทธศาสตร์พรรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มองว่า ท่านคงมีเหตุผลของท่านในทางการเมือง และไม่สามารถประเมินได้ว่าจะอยู่ครบวาระหรือไม่

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีล่าสุด สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ มองว่า เป็นหน้าที่ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลมีตำแหน่งว่างลง ก็ต้องปรับ ครม. เป็นเรื่องธรรมดา 

พรรคสร้างอนาคตไทยพรรคสร้างอนาคตไทย

ไร้เงา “นิพิฏฐ์” ร่วมงาน บิ๊กเนม “สร้างอนาคตไทย” ไม่ฟันธง อยู่หรือไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537657

01 ธ.ค. 2565

ไร้เงา "นิพิฏฐ์" ร่วมงาน บิ๊กเนม "สร้างอนาคตไทย" ไม่ฟันธง อยู่หรือไป

“อุตตม-สนธิรัตน์” ไม่ฟันธง “นิพิฏฐ์” ยังอยู่หรือย้ายซบ “พลังประชารัฐ” ตามกระแสข่าว เชื่อไม่กระทบพื้นที่ภาคใต้ มีเจ้าถิ่นคนดูแล

หลังมีกระแสข่าวว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานภาคใต้ เตรียมย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดเผยว่า เพิ่งได้ประชุมร่วมกับนายนิพิฏฐ์ตามปกติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าตัวไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว และไม่มีท่าทีที่ผิดปกติ ไม่ทราบข่าวลือมาจากไหน และยังไม่ทราบว่าจะอยู่หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน และนายนิพิฏฐ์ก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาพูดคุยด้วย พร้อมกับยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีปัญหาหรือความขัดแย้งกัน มีบ้างที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นปกติของพรรคการเมืองแต่เราก็มีข้อยุติและเดินหน้าไปได้ เพราะเป็นพรรคเปิดไม่ได้มีใครเป็นโต้โผใหญ่ 

สำหรับการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่จังหวัดนราธิวาสจะมีรายชื่อของ “บิ๊กเนม” ด้วย ส่วนการลงพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส จากการได้ลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนก็คาดว่า มีโอกาสจะประสบความสำเร็จ

ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ยอมรับจากกระแสนายนิพิฏฐ์นั้น มีส.ส. ของภาคใต้สอบถามเข้ามาจำนวนมาก แต่ทุกคนก็พร้อมเดินหน้า ส่วนสาเหตุต้องไปถามจากเจ้าตัว 

ส่วนการที่นายนิพิฏฐ์ไม่ได้เดินทางมาร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส ด้วยนั้น เนื่องจากพรรคมีการแบ่งพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ นายนิพิฏฐ์เป็นประธานภาคใต้ แต่ในพื้นที่ 5 จังหวัด อย่างเช่น จ.สงขลา มีพันเอก สุชาติ เป็นผู้ดูแล , จ.นราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส 4 สมัย เพื่อให้การบริหารจัดการในพื้นที่มีความเข้มข้น โดยเท่าที่ทราบนายนิพิฏฐ์ติดภารกิจเป็นประธานในงานศพ และได้แจ้งให้ทราบแล้วก่อนหน้านี้ 

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย

“ชัชชาติ” แซว “สมศักดิ์” ลงผู้ว่าฯ เจอสวนกลับ รออีกฝ่ายตั้งพรรคก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537645

30 พ.ย. 2565

"ชัชชาติ" แซว "สมศักดิ์" ลงผู้ว่าฯ เจอสวนกลับ รออีกฝ่ายตั้งพรรคก่อน

กระทรวงยุติธรรม ร่วม กทม. ผนึกกำลัง “ลอกท่อ-ปราบยาเสพติด-ศูนย์ไกล่เกลี่ย” ขณะที่”ชัชชาติ” เชียร์ “สมศักดิ์” ลงผู้ว่าฯกทม. หลังเป็นรมว.หลายสมัย ส่วนอีกฝ่าย ตอบกลับ เรียกเสียงหัวเราะทั้งงาน

วันที่ 30 พ.ย. 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หารือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หารือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.

นายสมศักดิ์ ได้ขอบคุณ กรุงเทพมหานคร ที่ได้ร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ย ครบทั้ง 50 เขตแล้ว เพื่อเป็นหน่วยให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมถึงช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรม ได้ผลักดันให้เกิดศูนย์ไกล่เกลี่ยทั่วประเทศแล้ว จำนวน 1,237 แห่ง ซึ่งอยู่ในกทม. ถึง 305 แห่ง ดังนั้นการลงนามร่วมกันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อด้วยว่า ส่วนตัวมีความศรัทธาในตัวนายชัชชาติตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะตนเคยยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือให้ชาวสุโขทัย ซึ่งก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และยังได้สร้างความประทับใจอีกหลายเรื่อง 

ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งผู้ต้องขังออกมาลอกท่อนั้น ตนขอให้ผู้ว่าฯกทม.จ้าง กรมราชทัณฑ์ ยาว 8 ปีเลย เพราะจะให้กลับมาเป็นอีกสมัย และเพื่อง่ายต่อการบริหาร ถ้ามีการจ้างงานต่อเนื่องก็จะทำให้มีเครื่องมือพร้อม และถ้าช่วงไหน เกิดน้ำท่วมจะจะออกมาทำให้ฟรี ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนแต่หากกทม.มีเงินจ้างเราไม่พอ ก็จะทำให้ก่อน 

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายสมศักดิ์ส่งผู้ต้องขัง ออกมาทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำช่วงที่กำลังจะเกิดฝนตกหนัก ทำให้กทม.มีพื้นที่น้ำท่วมขังน้อยลง ประชาชนชื่นชม ผู้ต้องขังทำงานลอกท่อระบายน้ำได้เรียบร้อยและเห็นผล เสมือนเป็นการช่วยชีวิตตน

จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้หารือร่วมกันนายชัชชาติ ถึงการบริหารงาน ทั้งการส่งเสริมให้ผู้ต้องขัง ลอกท่อระบายน้ำ และการแก้ปัญหายาเสพติด โดยประชาสัมพันธ์ ใครมีเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด แจ้ง ป.ป.ส. 1386 มีเงินรางวัลนำจับ 5% ของทรัพย์ที่ยึดได้ด้วย ซึ่งในอดีต กว่าจะยึดทรัพย์ได้ ต้องใช้เวลากว่า 8 ปี แต่ปัจจุบันหลังมีกฎหมายใหม่ ใช้เวลาเพียง 1-2 ปีเท่านั้น หากทุกคนช่วยกันแจ้งและนำไปสู่การยึดทรัพย์อีกทาง ก็จะยิ่งช่วยให้ยาเสพติดนั้นหมดไปเร็วยิ่งขึ้น

ทางนายชัชชาติ ตอบรับ เพราะ กทม.มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะเร่งขับเคลื่อนให้ไปในทิศทางเดียวกัน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายชัชชาติ ได้แซวนายสมศักดิ์ อย่างอารมณ์ดีว่า “ขอชักชวนให้มาลงสมัครผู้ว่าฯกทม.บ้าง หลังเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายสมัย”

นายสมศักดิ์ ก็ตอบกลับว่า “รอนายชัชชาติไปตั้งพรรค เป็นนายกฯและตนจะสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม.ให้” ซึ่งภายหลังนายสมศักดิ์ ได้ตอบกลับ ก็สร้างเสียงหัวเราะทั้งห้องแถลงข่าว 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.

“นพ.ระวี” ยอมรับคำวินิจฉัยศาล เลือกตั้ง2ใบ หาร100 เผยอนาคตรวมพรรคอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537615

30 พ.ย. 2565

"นพ.ระวี" ยอมรับคำวินิจฉัยศาล เลือกตั้ง2ใบ หาร100 เผยอนาคตรวมพรรคอื่น

“นพ.ระวี” ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ สูตรหาร100 คาดอนาคตอาจยุบรยมพรรคอื่น พร้อมชวนจับตาสถานการณ์ “ยุบสภา”

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก วินิฉัย  “พ.ร.ป.พรรคการเมือง”  และ “พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.”  ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้กฎในการเลือกตั้งปี 2566 กลับมา ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยสูตรหาร 100 ไม่มีส.ส.พึงมีอีกต่อไป ซึ่งพรรคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “พรรคเล็ก”

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ แกนนำกลุ่ม ส.ส.พรรคเล็กผู้ที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมาเปิดใจว่า ยอมรับผลคำวินิจฉัยที่เกิดขึ้น และเตรียมการที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งในครั้งหน้าต่อไป 

นอกจากนี้ นพ.ระวียัง ยอมรับด้วยว่า หลังจากนี้พรรคพลังธรรมใหม่พร้อม “ยุบรวมพรรค” อื่น อาจจะรวมตัวตั้งพรรคการเมืองใหม่และใช้ชื่อใหม่ เพราะเชื่อว่า สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น พรรคเล็กบางส่วนอาจต้องสูญพันธ์ุหรือต้องมีการยุบรวมพรรค เพราะการได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องมีประชาชนลงคะแนนให้ราว 370,000 คะแนน 

เช่นเดียวกับพรรคเล็กที่พึ่งก่อตั้งใหม่ที่อาจควบรวมกัน เช่น พรรคสร้างอนาคตไทย หรือพรรคไทยสร้างไทย ในสภาอาจควบรวมกันเอง หรือควบรวมกับพรรคเล็กนอกสภาก็ได้ แต่ก็มีบางพรรค ที่พร้อมที่จะสู้ต่อ 

นพ.ระวี ยังมั่นใจ พรรคเพื่อไทย น่าจะได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ1  ที่จะได้รับการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 200 คน แต่จะไม่แลนด์สไลด์ถึง 250 คน พร้อมชวนให้จับตาหลังจากนี้ ว่าจะมีการ “ยุบสภา” หรือไม่ 

‘เลือกตั้งบัตร2ใบ’ ไม่ทำเป้าหมายแลนด์สไลด์ เป็นจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537621

30 พ.ย. 2565

'เลือกตั้งบัตร2ใบ'  ไม่ทำเป้าหมายแลนด์สไลด์ เป็นจริง

‘มติศาลรัฐธรรมนูญ’ เลือกตั้งบัตร 2 ใบ ในปีหน้า ไม่ได้การันตีว่าจะมีพรรคการเมืองใด ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์

ขั้นตอนหลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้องแจ้งผลคำวินิจฉัยไปยังประธานรัฐสภา เพื่อส่งร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ให้  นายกรัฐมนตรี ดำเนินการขั้นตอนทูลเกล้าฯ โดยก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องพักรอไว้ 5 วัน เผื่อสมาชิกรัฐสภา หรือ นายกฯ เห็นว่า ร่างกฎหมายนั้นมีข้อความขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็สามารถส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยได้ อีก

เอกสารข่าวศาลรัฐธรรมนูญเอกสารข่าวศาลรัฐธรรมนูญ

เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญเอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญ

มติศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการเลือกตั้งบัตร 2ใบ บัญชีรายชื่อหารร้อยเหมือนปี40 ข้อดีของการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจเลือกได้ง่าย ตามสโลแกน เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ แบ่งแต้มกันไปได้สองพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้ง และไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียเปรียบเสมอไป  หากพรรคการเมืองนั้นคัดผู้สมัครฯประเภทนอนมาในแต่ละพื้นที่ ก็ย่อมการันตีจำนวนเก้าอี้ในสภาได้  และนี่จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการเฟ้นหาตัวผู้สมัครฯ ของพรรคการเมืองใหม่หากต้องการเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องมีส.ส.อย่างน้อย ในสภาอย่างน้อย 25 คน

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ธนกร วังบุญคงชนะภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ธนกร วังบุญคงชนะ

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์

แต่ไม่ใช่ว่าพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือพรรคการเมืองใหม่จะหวังชนะได้เฉพาะส.ส.แบบแบ่งเขตเท่านั้น เพราะหากยังจำกันได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 พรรครักประเทศไทย ของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ เคยสร้างปรากฏการณ์ ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แบบเดียว เพียง 10 ลำดับ แต่กลับได้รับเลือกเข้าสภาถึง 4 คน ผลมาจากการเสนอนโยบาย ที่โดนใจผู้คน

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พรรคเพื่อไทยภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พรรคเพื่อไทย

ในทางตรงกันข้าม พรรคขนาดใหญ่ที่ตั้งเป้าแลนด์สไลด์ จากการเลือกตั้งแบบบัตร2ใบ ก็มีตัวเลือกมาแรงฝั่งประชาธิปไตย ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองใหม่ของคุณหญิงสุดารัตน์  ล้วนเป็นปัจจัยที่เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายพรรคเดียว 280 ที่นั่ง อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน  ประเภทเขตเลือกตั้งเดียวกัน จะชนะทั้งสองระบบคงจะลำบาก เป้าหมายแลนด์สไลด์อาจเป็นไปได้ยากกว่าที่คิดไว้ 

เปิดประวัติ 3 “รัฐมนตรี” ป้ายแดง ธนกร-สุนทร-นริศ หลังนั่งตำแหน่งสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537597

30 พ.ย. 2565

เปิดประวัติ 3 "รัฐมนตรี" ป้ายแดง ธนกร-สุนทร-นริศ หลังนั่งตำแหน่งสำคัญ

เปิดประวัติ 3 “รัฐมนตรี” ป้ายแดง ธนกร-สุนทร-นริศ หลังนั่งตำแหน่งสำคัญ “ธนกร” หวนคืนทำเนียบกุมเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศแต่งตั้ง “รัฐมนตรี” ใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่าง และเพิ่มเติมบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและ บังเกิดประยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 

1.นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

2.นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

3.นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

ดร.ธนากร วังบุญคงชนะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  

ธนกร วังบุญคงชนะ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

  • สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก 
  • ปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 
  • ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
  • หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 20 และหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง 

ด้านการทำงานด้านการเมือง 

  • ปี พ.ศ. 2550 เขาลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคมัชฌิมาธิปไตย เขตเลือกตั้งที่ 4 พร้อมกับ ร้อยเอกรชฏ พิสิษฐบรรณกร และนางสาวอภิญญา สุนทรสาธิต[7] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยได้รับคะแนนไปเพียง 2,455 คะแนน[8]
  • ปี พ.ศ. 2554 ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยอยู่ลำดับที่ 38 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
  • 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐพร้อมกับกลุ่มสามมิตร และได้รับตำแหน่งเป็นรองโฆษกพรรค และลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 27
  • เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายนริศ ขำนุรักษ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  

  • เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 24 
  • นายนริศ เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นบุตรของนายเหม กับนางกอสิเหยาะ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพัทลุง จังหวัดพัทลุง ชั้นอนุปริญญา สาขาวิชาการป่าไม้ จากโรงเรียนการป่าไม้ จังหวัดแพร่
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระดับปริญญาโท สาขาพัฒนาสังคม จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และระดับปริญญาเอก Doctor of Public Administration (DPA) จาก Southwestern University 

ประวัติการทำงานด้านการเมือง 

  • พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ครั้งแรกในการเลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 การเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 และการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554
  • ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 24 ในสมัย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี 
  • ปี 2564  ถูกเสนอชื่อต่อกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อชิงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควต้าทดแทนนายถาวร เสนเนียม  แต่ไม่ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ 

นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 

  • เคยดำรงตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ สมัย นันทิดา แก้วบัวสาย เป็นนายกอบจ.
  • นอกจากนี้นายสุนทร ยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐในการลงชิงตำแหน่ง ส.ส. เมื่อการเลือกตั้งในปี 2562 และในกลุ่มปากน้ำ โดยมี ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เป็นแกนนำ  

โปรดเกล้าฯ ‘แต่งตั้งรัฐมนตรี’ ใหม่ 3 ตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537594

30 พ.ย. 2565

โปรดเกล้าฯ 'แต่งตั้งรัฐมนตรี' ใหม่ 3 ตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง ‘ ธนกร วังบุญคงชนะ’ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักฯ

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยมีใจความสำคัญว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายนพุทธศักราช 2562  แล้ว

 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 22  มีนาคมพุทธศักราช 2564 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า โดยที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ตามประกาศลงวันที่ 8 กันยายน พุทธศักราช 2564 และนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน พุทธศักราช 2565 

สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่าง และเพิ่มเติมบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและ บังเกิดประยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ราชกิจจานุเบกษาประกาศโปรดเกล้าฯรัฐมนตรีใหม่ 3 ตำแหน่งราชกิจจานุเบกษาประกาศโปรดเกล้าฯรัฐมนตรีใหม่ 3 ตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ 'แต่งตั้งรัฐมนตรี' ใหม่ 3 ตำแหน่ง

มติศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 2 เห็นว่า กฎหมายเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537592

30 พ.ย. 2565

มติศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 2 เห็นว่า กฎหมายเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

อ่าน ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ หลังมีมติ 7 ต่อ 2 เห็นว่า ร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ตามคำร้อง ทั้งสองประเด็น

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มาตรา 25 ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93และมาตรา 94 และมีมติศาลรัฐธรรมนูญ โดยเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) วินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มาตรา 26 ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94

เอกสารข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเอกสารข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

เอกสารข่าวจากสำนักงานศาลรัฐญรรมนูญเอกสารข่าวจากสำนักงานศาลรัฐญรรมนูญ

ขั้นตอนต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไปยังประธานรัฐสภา เพื่อส่งร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.​ให้  นายกรัฐมนตรี ดำเนินการขั้นตอนทูลเกล้าฯ โดยก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ นายกฯ ต้องพักรอไว้ 5 วัน เผื่อมีสมาชิกรัฐสภา หรือ นายกฯ เห็นว่า ร่างกฎหมายนั้นมีข้อความขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็สามารถส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยหากพ้น 5 วันแล้ว ไม่มีประเด็นส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนต่อไปคือ นายกฯดำเนินการต่อ ในกระบวนการทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน

แค่น้ำประปา ก็เป็นปัญหาที่ต้อง ‘ปลดล๊อกท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537591

30 พ.ย. 2565

แค่น้ำประปา ก็เป็นปัญหาที่ต้อง 'ปลดล๊อกท้องถิ่น'

ประธานพรรคก้าวหน้า ยกตัวอย่างน้ำประปา เป็นปัญหาที่ต้อง ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่อให้มีการปลดล็อกท้องถิ่น จากส่วนกลาง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เริ่มต้นการอภิปรายนำเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญหมวด 14 การปกครองท้องถิ่น หรือร่างปลดล็อกท้องถิ่น ด้วยการชูขวดน้ำประปาจาก อบต.พนมไพร อ.ค้อใหญ่ ร้อยเอ็ด ชี้ให้เห็นสภาพปัญหาน้ำประปาในตำบลส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่มีปัญหาขุ่นข้น กำหนดเวลาเปิดปิด ประชาชนต้องดิ้นรนหาน้ำสะอาดเอง การจะลงทุนเพื่อปรับปรุงน้ำประปาทั้งระบบในตำบลให้ใสสะอาด สามารถทำได้ด้วยการใช้เงินประมาณ 10 ล้านบาทต่อตำบล ซึ่ง อบต. ในประเทศไทยส่วนใหญ่มีเงินลงทุนต่อปีแค่ 2-3 ล้านบาทเท่านั้น

ถือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นจากความไม่มีอิสระและไม่มีงบประมาณของท้องถิ่น หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่ท้องถิ่นต้องใช้คือการวิ่งเต้นของบประมาณจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งหลายเรื่องผ่านไปหลายสิบปี โครงการก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ธนาธรระบุว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิด และถ้าเราถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ปัญหานี้จะอยู่กับเราไปจนแก่จนตายและส่งต่อไปถึงลูกหลานของเรา เราต้องการสังคมแบบนี้ต่อไปหรือ สังคมที่คนหนุ่มสาวต้องเดินทางไปแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่เพราะไม่มีงานอยู่ที่บ้าน โครงการพัฒนาจากส่วนกลางที่ไม่ตอบโจทย์คนพื้นที่เต็มไปหมด เต็มไปด้วยปัญหาถนนที่ส่งผลถึงความเป็นความตายในการเดินทางไปโรงพยาบาลไปโรงเรียน น้ำประปาที่ซักผ้าล้างหน้า แปรงฟันยังไม่ได้ ระบบชลประทานที่คลุมแค่ 23% ของพื้นที่เพาะปลูก

ร่างฯ ปลดล็อกท้องถิ่นมีหลักใหญ่ใจความ 3 เรื่อง เรื่องที่ 1 คืออำนาจและอิสระในการบริหาร ยึดหลักอำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนเลือกตัวแทนของตัวเอง ร่างฯ นี่คือการทำให้หลักการนี้ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความอีก ว่าอำนาจในการให้บริการสาธารณะเป็นของใคร นี่คือการทำให้ท้องถิ่นมีอิสระและอำนาจเต็มที่ในการออกแบบพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง เพราะไม่มีใครรู้ปัญหามากกว่าคนในพื้นที่ รักบ้านของตัวเองมากกว่าคนในพื้นที่ อยากเห็นบ้านของตัวเองพัฒนามากกว่าคนในพื้นที่ และคนที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมมีแรงจูงใจในการตอบสนองประชาชนมากกว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลางแน่นอน

ส่วนการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรมเหมาะสม ร่างฯ นี้เสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมและเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพ จากที่ได้รับส่วนแบ่งงบประมาณร้อยละ 30 ในปัจจุบัน ให้เป็นร้อยละ 50 ในอนาคต การจัดสรรงบประมาณใหม่เช่นนี้ ทำให้ท้องถิ่นไม่ต้องวิ่งเต้นหางบประมาณอีกต่อไป งบประมาณมาอยู่ใกล้ประชาชนมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประชาชนเข้าถึงงบประมาณได้ผ่านตัวกลางเดียวคือบัตรเลือกตั้ง เลือกคนที่จะมาใช้งบพัฒนาพื้นที่ด้วยตัวเอง สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ ออกแบบการจัดบริการสาธารณะแบบที่ประชาชนต้องการได้ด้วยตัวเอง

ธนาธรสรุปว่า รัฐสภาแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งรวมศูนย์ภาพของไทยได้ดีที่สุด นั่นคือ ทุกวันก่อนเริ่มประชุม ส.ส. จะต้องใช้เวลาคนละ 2 นาที ปรึกษาหารือ ซึ่งตัวเลขจากสำนักประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า ร้อยละ 65 ของเรื่องปรึกษาหารือ เป็นเรื่องถนน ไฟฟ้า ประปา ซึ่งเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นกลับขาดงบและอำนาจในการแก้ปัญหา จนประชาชนต้องพึ่งพา ส.ส. ให้นำเรื่องมาสู่สภา กว่าเรื่องจะถูกแก้ ก็ผ่านไป 2-3 ปี ไม่ทันกับความต้องการของประชาชน จึงขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภา ให้ช่วยกันผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อจบปัญหาในรุ่นจองเรา ให้ท้องถิ่นได้ทำหน้าที่รับใข้ แก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมสู้ทุกเงื่อนไขตาม ‘มติศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537579

30 พ.ย. 2565

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมสู้ทุกเงื่อนไขตาม 'มติศาลรัฐธรรมนูญ'

พรรคเสรีรวมไทย พร้อม ‘เลือกตั้ง’ ทุกเงื่อนไข ไม่ว่ามติศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายเลือกตั้งส.ส. จะออกมาแบบไหนก็ตาม

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์  เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่สนใจว่า มติศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดร่างกฏหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้อย่างไร เพราะไม่สามารถเดาทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าผลวินิจฉัยชี้ขาดที่ออกมาอาจจะเป็นประโยชน์ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และไม่ว่าผลการวินิจฉัยออกมาอย่างไรพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง 

หากศาลชี้ว่าต้องเป็นสูตรหารด้วย 500 พรรคเสรีรวมไทยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง แต่อย่างน้อยพรรคตั้งใจที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ครบทุกเขต 400 เขต แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักผู้สมัครของพรรคเสรีรวมไทย ด้วยเป็นพรรคใหม่และยังไม่มีอะไรเป็นที่ดึงดูด ส.ส.เก่า อย่างพรรคการเมืองอื่น

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่กังวลว่าจะเกิดสุญญากาศทางการเมืองหากศาลชี้ว่าร่างฯขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพียงว่า การหารด้วย 100 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณากันใหม่ หากรัฐสภาพิจารณาไม่ทัน รัฐบาลก็ออกพระราชกำหนดในการเลือกตั้งแทน มองว่าอาจจะเป็นแนวนี้ก็เป็นได้

“สู้ได้ก็ต้องส่งผู้สมัครอย่างน้อยให้เค้าไปเฝ้าป้ายก็ยังดี ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวป้ายพรรคเสรีรวมไทย ถูกเผา ถูกกรีด คุณไม่เห็นก็เลยอาจจะไม่ได้เลือกพรรคเสรีรวมไทย คิดว่าพรรคเสรีรวมไทยไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งจึงต้องส่งให้ครบ ถึงแม้ไม่ได้ ส.ส.เขต ก็ยังได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ” พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าว