ครม. อนุมติ 3,748 ล้าน จัดทำแผนต้านทุจริต ตั้งเป้าปี 66 ติด 1 ใน 53 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537554

29 พ.ย. 2565

ครม. อนุมติ 3,748 ล้าน จัดทำแผนต้านทุจริต ตั้งเป้าปี 66 ติด 1 ใน 53 ของโลก

ที่ประชุมครม. อนุมติ 3,748 ล้านบาท จัดทำแผนต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 605 โครงการ ตั้งเป้าปี 66 ประเทศไทยต้องติด 1 ใน 53 ของโลก

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ วงเงิน 3,748.70 ล้านบาท เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เสนอ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และภาคเอกชน ในการแปลงแนวทางการพัฒนาของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 21 ประเด็น การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ.2561 – 2580) ไปสู่การปฏิบัติ สำหรับแผนปฏิบัติฉบับนี้ มีเป้าหมาย 2 ระดับ คือ 

1. เป้าหมายภาพรวม คือ ประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส อัตราการเกิดคดีทุจริตมีแนวโน้มลดลง ประชาชนมีทัศนคติที่ไม่ยอมรับการทุจริต และมีผลการประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ที่สูงขึ้น โดยมีตัวชี้วัดภาพรวมที่กำหนดไว้ดังนี้ 

ปี 2566 CPI ของประเทศไทย อยู่ในอับดันดับ 1 ใน 53 ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 51 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 84 

ปี 2567 ตั้งเป้าไว้ ติดอันดับ 1 ใน 51 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 53 คะแนน  
ปี 2568 ตั้งเป้าไว้ ติดอันดับ 1 ใน 48 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 55 คะแนน 
ปี 2569 ตั้งเป้าไว้ ติดอับดันดับ 1 ใน 45 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 56 คะแนน 
ปี 2570 ตั้งเป้าไว้ ติดอับดับ 1 ใน 43 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 57 คะแนน 

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนเป้าหมายภาพรวม อาทิ การผลักดันเพื่อยกระดับคะแนน CPI และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนของการอนุญาต

2.เป้าหมายย่อย ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย มี 9 ตัวชี้วัด

2.1แผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ มี 2 เป้าหมาย 
-ประชาชนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต 
-คดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง มี 7 ตัวชี้วัด อาทิ ร้อยละของเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมที่ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต เช่น ปี66 ร้อยละ 80 ร้อยละของหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA เช่น ปี 66 ร้อยละ 84 และจำนวนคดีทุจริตในภาพรวมลดลง เช่น ปี 66 ร้อยละ 10 
2.2แผนย่อยการปราบปรามการทุจริต มีเป้าหมาย คือ การดำเนินคดีทุจริตมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ มี 2 ตัวชี้วัด 
-กระบวนการดำเนินคดีทุจริตที่จำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาเกินกว่ากรอบเวลาปกติที่กฎหมายกาหนด ไม่เกินร้อยละ 20 
-จำนวนคดีอาญาที่หน่วยงานไต่สวนคดีทุจริตถูกฟ้องกลับ ไม่เกินร้อยละ 3 ของจำนวนคดีที่ส่งฟ้อง  
2.3ส่วนการขับเคลื่อนเป้าหมายย่อย เช่น ปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสานึก ให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต , ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ ปราบปรามการทุจริต

สำหรับแผนปฏิบัติการฉบับนี้ มีจำนวน 605 โครงการ วงเงิน 3,748.70 ล้านบาท แบ่งตามเป้าหมายดังนี้ เป้าหมายที่ 1 ประชาชนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต จำนวน 331 โครงการ วงเงิน 2,752.01 ล้านบาท เป้าหมายที่ 2 คดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง จำนวน 162 โครงการ วงเงิน 684.84 ล้านบาท และเป้าหมายที่ 3 การดำเนินคดีทุจริตมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ จำนวน 112 โครงการ วงเงิน 311.85 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณภายใต้แผนงงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ งบกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และงบดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน

แผนฟื้นฟู “การบินไทย” ได้ผล กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537526

29 พ.ย. 2565

แผนฟื้นฟู "การบินไทย" ได้ผล กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

ครม. รับทราบ แผนฟื้นฟู “การบินไทย” ดีขึ้น หลังสถานการณ์โควิดดีขึ้น กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท “การบินไทย” จำกัด(มหาชน) 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีแนวโน้มการดำเนินที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ภายหลังโควิดคลี่คลาย โดยสามารถเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน 6 เดือนแรกของปี  65 และกลับไปทำการบินในเส้นทางเดิมก่อนการเกิดโรคระบาด

ไตรมาสที่ 3/65 บริษัท และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงาน 3,920 ล้านบาท เทียบกับที่ขาดทุน 5,310 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 64  และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย(EBIDA) 6,181 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 64 ที่ขาดทุน 3,100 ล้านบาท 

ด้วยสถานะการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้ปรับลดจาก 50,000 ล้านบาท เหลือ 25,000 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นความต้องการสินเชื่อระยะยาวและสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นประเภทละ 12,500 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า บริษัทมีแผนงานที่ชัดเจนปรับโครงสร้างทุน โดยการบินไทยเพิ่มทุนจดทะเบียนไม่เกิน 31,500 ล้านหุ้น เพื่อให้ส่วนทุนเป็นบวก สร้างความมั่นคงทางการเงิน และให้หุ้นของบริษัทฯ สามารถกลับเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยแบ่งเป็นการออกหุ้นเสนอขายแก่กลุ่มต่างๆ  5 กลุ่ม ได้แก่

1.หุ้นจำนวน 4,911 หุ้น สำหรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Share Option) ของผู้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ เฉพาะผู้ให้สินเชื่อระยะยาว ในจำนวนเดียวกับจำนวนหนี้ที่เบิกใช้จริง หรือการเลือกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยแปลงหนี้เงินต้นเดิมตามแผนเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น

2.หุ้นจำนวน 5,040 ล้านหุ้น สำหรับการแปลงหนี้เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อชำระหนี้เงินต้นคงค้างของเจ้าหนี้กลุ่มที่4 (กระทรวงการคลัง) ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของภาระหนี้เงินต้นคงค้าง(ประมาณ 12,827 ล้านบาท) ที่ราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น 

3.หุ้นจำนวน 9,822 ล้านหุ้น สำหรับการแปลงหนี้เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อชำระหนี้เงินต้นคงค้างแก่เจ้าหนี้กลุ่มที่5 (เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่มีสิทธิตามสัญญาโอนสิทธิในการได้รับเงินจากการขายเครื่องบิน) เจ้าหนี้กลุ่มที่6 (เจ้าหนี้สถาบันการเงินไม่มีประกัน) และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 (เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้) ในสัดส่วนร้อยละ 24.50 ของภาระหนี้เงินต้นคงค้าง 

4.หุ้นจำนวน 1,904 ล้านหุ้น สำหรับการใช้สิทธิแปลงหนี้ดอกเบี้ยใหม่ตั้งพักเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของเจ้าหนี้กลุ่มที่4-6 และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 ที่ราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น

5.หุ้นจำนวน 9,822 ล้านหุ้น สำหรับการจัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม โดยไม่จัดสรรและเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ (Preferential Public Offering) ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 2.5452 บาทต่อหุ้น  โดยในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิไม่เต็มจำนวน จะนำหุ้นไปเสนอขายแก่พนักงานบริษัท การบินไทยฯ และเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด(Private Placement) ตามลำดับ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การบินไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ให้พิจารณาใช้สิทธิการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนที่ บริษัทฯ จะออกเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้บริษัทฯ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการกลับมาซื้อขายหุ้นในตลาดได้ตามปกติ ซึ่งผลจากการใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวจะส่งผลให้กระทรวงการคลังมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณร้อยละ 32.7 และหากรวมการถือหุ้นของธนาคารของรัฐอื่นๆ อีกร้อย 10.4 จะทำให้เป็นไปตามแผนการฟื้นฟูกิจการที่ต้องการให้ให้รัฐถือหุ้นในการบินไทยไม่น้อยกว่า


สำหรับในเดือน ต.ค. 65 การบินไทยและสายการบินไทยสมายล์มีผู้โดยสารต่างประเทศเฉลี่ยต่อวัน 21,558 คน คิดเป็นร้อยละ 30 ของผู้โดยสารต่างประเทศที่ผ่านเข้า-ออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีส่วนแบ่งการขนส่งสินค้าคิดเป็นร้อยละ 28 ของปริมาณการขนส่งสินค้าเข้า-ออก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนในเดือนพ.ย.-ธ.ค. ก็มีอัตราการสำรองที่นั่งล่วงหน้าระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ทำให้ ณ วันที่ 15 พ.ย. 65 บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ  32,031 ล้านบาทร้อยละ 40

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“มติ ครม.” อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม ใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537516

29 พ.ย. 2565

"มติ ครม." อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม ใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท

ครม. มีมติ อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม กว่า 6 พันล้านบาท ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กว่าล้านครัวเรือนแล้ว

อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า มติ ครม.อนุมัติเงินเงินเยียวยาน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า 6 พันล้านบาท ในพื้นที่ 66 จังหวัดประกอบด้วย  ภาคเหนือ 15 จังหวัด  ภาคอีสาน 15 จังหวัด ภาคกลาง 18 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด และภาคใต้10 จังหวัด มีผู้ได้รับการช่วยเหลือราว1.4 ล้านครัวเรือน โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นผู้ที่อยู่อาศัย ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ มีหลักฐานเป็นทะเบียนบ้าน สัญญาเช่า หรือหนังสือรับรองการเช่า กรณีอื่นต้องมีผู้บริหารท้องถิ่น อย่างน้อย สองในสาม ให้การรับรอง

สำหรับหลักเกณฑ์การรับ เงินเยียวยาน้ำท่วม  ประกอบด้วย 

-กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน ทรัพย์สินถูกน้ำท่วมไม่เกิน 30 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5 พันบาท

ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเกิน30 วันแต่ไม่เกิน 60วัน  ได้รับเงินช่วยเหลือ7พันบาท

-ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง เกิน 60 วัน ไม่เกิน 90 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 9 พันบาท

โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยรับงบประมาณ จ่ายผ่านธนาคารออมสิน  ตามหลักเกณฑ์ สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ระหว่าง13 พ.ค.-28 ต.ค. 65 ทุกกรณี โอนเงินผ่านพร้อมเพย์

แนะนายกรัฐมนตรีเตรียมรับมือคำวินิจฉัย’ศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537501

29 พ.ย. 2565

แนะนายกรัฐมนตรีเตรียมรับมือคำวินิจฉัย'ศาลรัฐธรรมนูญ'

เลือกตั้งแบบไหน ฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรรมนูญวันพรุ่งนี้ อดีตกรรมการการเลือกตั้งแนะนายกรัฐมนตรี หารือ ‘กกต.’ ทันที หากผิดคาด

นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.พรรคพลังธรรมใหม่ ประเมินทางออก ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดปมร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ว่าศาลอาจเห็นด้วยตามคำร้อง หรือ ศาลเห็นว่าคำร้องฟังไม่ขึ้น หรือ อาจจะเห็นด้วยบางประเด็น แต่ผลวินิจฉัยของศาลจะส่งผลต่อโฉมหน้าการเมืองในประเทศไทยที่แตกต่างกัน ในประเด็นคำร้อง เกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส. หาร 100 และกระบวนการพิจารณารัฐสภาต่อการได้มาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่

หากมีมติศาลออกมาไม่ว่าอย่างใด ขอเรียกร้องทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายหนุนหาร 100 หรือฝ่ายหนุนหาร 500 ขอให้ยอมรับมติของศาลรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวก็ขอจบ เพราะถือว่าสงครามจบแล้ว นับศพทหารได้ และไม่ขอใช้สิทธิใดที่จะร้องต่อไปอีก  

แต่หากศาลชี้ว่าสูตรหาร 100 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมหาทางออก หากลไกในการเดินหน้า หากฎหมายลูกเพื่อจัดการเลือกตั้งส.ส. ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีทางที่จะแก้รัฐธรรมนูญเลือกตั้งบัตรใบเดียว และคาดว่าหลายพรรคการเมืองไม่

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า พรุ่งนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้ผ่านเหมือนกับพ.ร.ป.พรรคการเมือง คือผ่าน และดำเนินการต่อไปสู่การเลือกตั้ง หรือตัดสินเหมือนกันในเชิงเนื้อหาคือพ.ร.ป.พรรคการเมือง เป็นกฎหมายที่เอื้อกับพรรคเล็กและพรรคใหญ่ทำงานลำบาก พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ก็จะตัดสินให้เอื้อพรรคเล็กและให้พรรคใหญ่ทำงานลำบากนั่นก็คือไม่ผ่าน ถ้าผ่านพรรคการเมืองขนาดใหญ่ก็จะได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแท้จริง อย่างพรรคเพื่อไทยจะได้บัญชีรายชื่ออย่างน้อย 30 คน ขึ้นไป

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ผ่านสิ่งแรกที่นายกรัฐมนตรีต้องทำคือเชิญกกต.มาหารือว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร และต้องเสนอร่างกฎหมายใหม่โดยคณะรัฐมนตรี ในทันที และเป็นหน้าที่ของสภาฯต้องเร่งพิจารณาร่างกฎหมายให้เร็วที่สุดภายใน180 วัน แต่ถ้าสภาทำไม่เสร็จ ก็ต้องหาทางออกเช่น พ.ร.ก.หรือออกเป็นคำสั่งประกาศ ซึ่งถ้าออกประกาศคำสั่ง กกต.อาจจะต้องรับผลที่ตามมา แต่ถ้าวาระ1 รับหลักการแล้ว ก็เอาร่างในวาระหนึ่งมาใช้เป็นกติกาการเลือกตั้ง

“ภูมิใจไทย” ไม่กดดันปรับครม. เชื่อรัฐมนตรีที่เหลือทำงานต่อได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537497

29 พ.ย. 2565

"ภูมิใจไทย" ไม่กดดันปรับครม. เชื่อรัฐมนตรีที่เหลือทำงานต่อได้

“อนุทิน” ยืนยัน พรรคไม่กดดันปรับครม. เชื่อรัฐมนตรีที่เหลือยังทำงานได้ พร้อมปฏิเสธดูดส.ส.จากพรรคอื่น แต่ถ้าเห็นชอบนโยบาย คุยกันก่อนร่วมงานได้

วันนี้ 29 พ.ย.65 .ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า ยังไม่มีครม.คนไหนของพรรคที่พ้นจากตำแหน่ง  ส่วนที่นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าเรื่องที่เป็นคดีจะคลี่คลาย จะไม่มีการขยับอะไร

ส่วนจะกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินใช่หรือไม่นั้น ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอยู่ ที่ยังแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีที่เหลือ เพราะกระทรวงนี้มีรัฐมนตรี 3 คน

ส่วนกรณีกระแส “ยุบสภา” เนื่องจากมีส.ส.หลายคนอยากให้ยุบหรือทยอยลาออก เพื่อกดดันให้เสียงในสภาไม่พอ จนไม่สามารถประชุมได้ นายอนุทิน กล่าวว่า บอกมาตลอดว่าเรื่องยุบสภาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ไปก้าวล่วงไม่ได้ 

ส่วนพรรคภูมิใจไทยเตรียมความพร้อมในระดับหนึ่ง ในเมื่อไม่มีปัญหากับเรื่องพวกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ซึ่งไม่กำหนดเส้นตายให้กับ ส.ส. ต่างพรรคที่จะมาร่วมงานเพราะ ทุกคนมีวุฒิภาวะมีเอกสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ไปดูดคนนั้นคนนี้มาตามที่เป็นข่าว แต่ใครที่เห็นว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย น่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ สามารถเข้ามาคุยกันแล้วดูแนวทางกันก็ได้ ค่อยร่วมงานกัน เราตรงไปตรงมา

ส่วนที่คิดว่าจะสมัครสมาชิกไม่ทัน ขอบอกว่าทัน และเราคาดการณ์โดยไม่ได้ตั้งอยู่ในความประมาท สมมุติว่า เกิดการยุบสภาก็มีเวลา 30 วัน ในการย้ายพรรคและตอนนี้ยังไม่เห็นว่า ใครที่ฟันธงได้ว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่จนครบวาระสภา และต่อให้อยู่จนครบ ก็ไม่มีปัญหา ออกมารูปแบบไหนก็ไม่มีปัญหา เพราะพรรคภูมิใจไทย มีผู้สมัครมากเพียงพอที่จะทำงานการเมืองให้เป็นประโยชน์กับประเทศได้ 

ธนาธร หวังรัฐสภารับหลักการ’ปลดล็อคท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537489

29 พ.ย. 2565

ธนาธร หวังรัฐสภารับหลักการ'ปลดล็อคท้องถิ่น'

ปลดล็อคท้องถิ่น พัฒนาประเทศ ธนาธร หวังรัฐสภา รับหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางมายังอาคารรัฐสภา เตรียมขึ้นอภิปรายนำเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ร่างรัฐธรรมนูญ ปลดล็อคท้องถิ่นต่อที่ประชุมรัฐสภา

แกนนำคณะก้าวหน้าเตรียมชี้แจงร่างรธน.ปลดล็อคท้องถิ่นแกนนำคณะก้าวหน้าเตรียมชี้แจงร่างรธน.ปลดล็อคท้องถิ่น

ธนาธร ระบุว่า การปลดล็อกท้องถิ่นมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ และมีงบประมาณเพียงพอต่อการดูแลบริการสาธารณะพื้นฐาน ทำได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่กำหนดห้ามไว้ เช่น ห้ามมีกองทัพเป็นของตัวเอง ห้ามมีศาลเป็นของตัวเอง ห้ามมีเงินตราเป็นของตัวเอง โดยร่างฉบับนี้เสนอให้เกิดการกระจายอำนาจและงบประมาณไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการจัดทำประชามติขอความเห็นจากประชาชน ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการยุบควบรวมราชการส่วนภูมิภาคต่อไป จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาทุกคน แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างไปในรายละเอียดบ้าง แต่ทุกคนควรจะเห็นด้วยในหลักการ ให้ผ่านวาระ 1 ไปได้ ก่อนจะนำไปสู่การพูดคุย แก้ไขในรายละเอียดว่าเห็นกันอย่างไรในวาระที่ 2 และ 3 ในอนาคตต่อไป

ปิยบุตร ระบุว่า การรณรงค์ปลดล็อคท้องถิ่นโดยคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ที่เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ นักวิชาการด้านการกระจายอำนาจ รวมถึงสามสมาคมที่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศในทุกระดับ ก็ให้การสนับสนุนร่างฯ นี้เป็นอย่างดี

จึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้เห็นการร่วมมือกันของทุกฝ่ายให้ร่างฯ นี้ผ่านไปได้ในวาระที่ 1 เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา ส.ส. และ ส.ว. หลายคนเองก็มีจุดยืนสนับสนุนการกระจายอำนาจมาโดยตลอด ทั้งนี้ หากร่างฯ นี้ ผ่านวาระที่ 1 ไปได้ แม้มีการยุบสภาก่อนหรือมีการเปลี่ยนแปลงให้สภาสิ้นอายุลง คณะรัฐมนตรีสมัยหน้าหรือผู้เข้าชื่อ ก็สามารถยืนยันกลับมาได้ในสภาชุดต่อไป ส่วนข้อกังวลเรื่องการทุจริตที่จะเพิ่มมากขึ้นนั้น ขอยืนยันว่าการกระจายอำนาจต่างหาก ที่จะทำให้การทุจริตลดน้อยลง

ขณะที่ พรรณิการ์ ระบุว่าการปลดล็อคท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องห่างไกลของผู้คนที่กำลังเผชิญวิกฤติเรื่องปากท้องเลย เพราะการปลดล็อกท้องถิ่นจะทำให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนางานและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นบ้านเกิดของทุกคนได้ พาคนไทยที่พลัดถิ่นมาทำงานในเมืองใหญ่ให้กลับบ้านได้ มีงานในพื้นที่ นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความกินดีอยู่ดีของคนไทยทุกคน และคณะก้าวหน้าอยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันจับตาดูการพิจารณาของรัฐสภาในสองวันนี้

คลื่นลมสงบ ประชาธิปัตย์จบที่ ‘ปรับครม.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537485

29 พ.ย. 2565

คลื่นลมสงบ ประชาธิปัตย์จบที่ 'ปรับครม.'

จุรินทร์ พอใจ นายกฯกำหนดเวลาปรับครม. วราวุธยันไม่กระทบพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมงานกันครั้งหน้า ขึ้นอยู่กับผลการ’เลือกตั้ง’

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าจะมีการปรับครม.ก่อนช่วงปีใหม่ว่า หลักการสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าจะดำเนินการ  ต้องรอขั้นตอนตามกระบวนการ และส่งประวัติ ให้ฝ่ายเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตรวจสอบ แล้ว

จุรินทร์  ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลเพราะเรื่องนี้นั้น จุรินทร์  นิ่ง ก่อนจะตอบว่า  ไม่ไปไกลขนาดนั้น เพราะเป็นเรื่องของการตั้งคนเข้าไปแทน นิพนธ์ บุญญามณี ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่แล้ว และไม่มีผลผูกพันกับพรรคการเมืองอื่น

วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวถึงสัญญาณการปรับครม.ว่า ขณะนี้พรรค ชาติไทยพัฒนายังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ และแม้จะมีการปรับ แต่สัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนายังอยู่ที่เดิมทั้งตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของนายประภัตร โพธสุธน เป็นเรื่องปกติที่ได้นายกฯ จะปรับ แต่ไม่มีผลอะไรกับพรรคและรัฐมนตรียังคงทำงานกันอย่างเต็มที่

ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งนั้นแต่ละพรรคก็กำชับ ทำงานกันอย่างเต็มที่แม้จะเป็นโค้งสุดท้าย เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาไม่เคยเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ทุกวันนี้ยังคงได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องและก็ดำเนินการแก้ไขให้ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังพร้อมยืนยันว่า 3 ปี ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่มีการแบ่งว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

วราวุธ ยังกล่าวถึงกระแสพรรครวมไทยสร้างชาติว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่หนึ่งให้กับคนไทย เพราะมี บุคลากร ที่มีคุณภาพทั้ง หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งก็สนิทคุ้นเคยกัน เป็นบุคคลที่มีศักยภาพ ที่เป็นทางเลือกให้กับสังคมไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า  แต่จะมีโอกาสทำงานร่วมกันหรือไม่

เมื่อจบการเลือกตั้งแล้วตัวเลขของ การเลือกตั้งแต่ละครั้ง จะเป็นสมการ ว่าตัวเลือกที่เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติจะออกมาในสูตรใด การพูดไปในวันนี้ อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่คิด  อย่างวันนี้ รวมไทยสร้างชาติตั้งเป้าจะได้ 60-70 ที่นั่ง เผื่อได้ 100 กว่าที่นั่ง เขาอาจจะไม่ต้องการ ชาติไทยพัฒนาแล้วก็ได้ ดังนั้น หลังการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดเองว่าจะมีการเจรจาจับคู่กันอย่างไร

‘สุชาติ ชมกลิ่น’ ลาออก กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537478

29 พ.ย. 2565

'สุชาติ ชมกลิ่น' ลาออก กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

กราบลา บิ๊กป้อม สุชาติ ลาออกกรรมการบริหารพรรค ‘พลังประชารัฐ’ ไม่ขวางต้นสังกัด จัดทัพใหม่ สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

สุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ คมชัดลึก ยอมรับว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และได้กราบลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐผู้มีพระคุณแล้ว การลาออกจากกรรมการบริหารพรรคทำให้ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการพรรคว่างลง ซึ่งพรรคพลังประชารัฐจะหาคนมkทำหน้าที่ต่อไป

โดยสาเหตุที่ลาออก เพราะมีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน และไม่ต้องการทำตัวเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการภายในของพรรคพลังประชารัฐ  ส่วนอนาคตทางการเมืองต่อไป ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะให้ดำเนินการอย่างไร ไม่หวั่นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องกลับมาสู้กับพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ ชลบุรี 

สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร

สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยภายหลังวานนี้กลุ่มสามมิตรไม่ได้เข้าเช็คชื่อในการประชุมพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่จำเป็นต้องไปลงรายละเอียดทุกเรื่องเพราะมีหน้าที่อย่างอื่นในเวลาเดียวกัน สมาชิกภายในกลุ่มก็ไปกันเยอะ แต่ในส่วนของแกนนำไม่ได้ตามไป

จนถึงขณะนี้ยืนยันได้ว่ากลุ่มสามมิตรยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ  ข้อมูลการเมืองยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น และยังยืนยันว่าจะทำงานไปตลอดกับพลังประชารัฐ

ด้าน  วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เช้านี้ ถึงกรณีมีความกังวลพรรคพลังประชารัฐอาจถูกร้องยุบพรรคเพราะพลเอกประวิตรให้สัมภาษณ์ว่าเป็นพรรคเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ยังไม่มีกรณีตีความได้ถึงขนาดนั้น เพราะอาจะเป็นการพูดเล่นจากที่สื่อไปสัมภาษณ์ ไม่มีผลครอบงำพรรค ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย 

ลุ้น ครม.วันนี้ อนุมัติโครงการ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537470

29 พ.ย. 2565

ลุ้น ครม.วันนี้ อนุมัติโครงการ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5

นอกจากจะพิจารณาแนวทางชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ครม.วันนี้ยังมีลุ้นโครงการ เราเที่ยวด้วยกันเฟส5 ด้วย

วาระ ครม.ประจำวันอังคาร 29 พฤศจิกายน 2565 ที่น่าสนใจนอกจากโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แล้ว ยังมีแนวทางการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี



นอกจากนี้จะมีการพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนด กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่…) พ.ศ… (การจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์) ด้วย

มีการพิจารณารายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการชลประทานจันทบุรี เป็นทางน้ำชลประทานที่จะ เรียกเก็บค่าชลประทาน รวม 3 ฉบับรายงาน ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการวางแผนในอนาคต พ.ศ.2565

ที่น่าสนใจในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวขึ้นปีใหม่ ต้องลุ้นโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส5 ซึ่งก่อนหน้านี้ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เสนอให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของบประมาณ 7,200 ล้านบาท ใช้ดำเนินโครงการนี้ 

กราฟฟิคประกอบข่าวกราฟฟิคประกอบข่าว

เพื่อเป็นส่วนลดค่าเข้าพักในโรงแรม 40% อีก 60% ประชาชนจ่ายเอง รวมถึงคูปองส่วนลดอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 600 บาทต่อห้องต่อคืน

หาก ครม.อนุมัติคาดว่าจะกำหนดการลงทะเบียนใช้สิทธิ เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ในช่วงเดือนม.ค.- มิ.ย. 2566 ส่วนวันเวลาอย่างเป็นทางการ จะต้องรอประกาศความคืบหน้าจาก ททท.อีกครั้ง

8 เดือนไม่คืบ “ถาวร” ลุยเดี่ยวคุยม็อบ “ชาวนา” ปัญหาแก้หนี้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537442

28 พ.ย. 2565

8 เดือนไม่คืบ "ถาวร" ลุยเดี่ยวคุยม็อบ "ชาวนา" ปัญหาแก้หนี้เกษตรกร

“ถาวร” รับฟังปัญหาม็อบ “ชาวนา” เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาหนี้เกษตรกร ตามมติ ครม.เมื่อ 22 มี.ค. เผย 8 เดือนแล้วไม่คืบ จี้เร่งปรับโครงสร้างหนี้

พี่น้องเกษตรกรบางส่วนยังคงไม่ได้ช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังมีมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นชอบแก้ปัญหาหนี้สินทางการเกษตร กองทุนฟื้นฟูลูกหนี้ ธนาคารรัฐ 4 แห่ง  จึงทำให้กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) ออกมาเคลื่อนไหวปักหลักชุมนุมกันมาตั้งแต่ วันที่ 7 พ.ย. 65 ที่ผ่านมาเรียกร้องขอให้รัฐบาลดำเนินการและจัดสรรงบประมาณให้กับสมาชิกโดยด่วน  

นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี ได้ลงพื้นที่บริเวณข้างกระทรวงการคลังเพื่อพูดคุยรับฟังปัญหาจากเครือข่าย คนท. พร้อมระบุว่า เกษตรกรไม่ว่าจะทำไร่ ทำสวน ทำนา สิ่งสำคัญ คือ ต้นทุนการผลิตทุกอย่างสูงขึ้น ทั้งน้ำมัน ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าแรง ทางกลับกันราคาผลผลิตยังตกต่ำหรือยังคงเดิมไม่เคยขยับขึ้น 

ขณะที่สินค้าอื่นๆ รวมไปถึงอุตสาหกรรมทางการเกษตรอื่นๆปรับราคาสูงขึ้น เป็นเหตุให้เกษตรกรไม่สามารถดำรงชีพได้ และที่สำคัญดอกเบี้ย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ซึ่งเป็นธนาคารเฉพาะกิจ แม้เริ่มอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4-5 แต่เมื่อผิดนัด ไม่ได้ชำระหนีตามที่ตกลงไว้จากเหตุที่กล่าวมา ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นมาสูงร้อยละ 17-18 บางครั้งขึ้นมาร้อยละ 20 เลยทีเดียว

นายถาวร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ล่วงเลยเวลามา 8 เดือนแล้ว จากที่ ครม. มีมติ แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่พืชผลของเกษตรกรราคาตกต่ำ ปัจจัยการผลิตแพง ธนาคารเจ้าหนี้กำลังฟ้อง และกำลังยึดทรัพย์ของเกษตรกร ตนจึงเดินทางมารับฟังปัญหาเพื่อนำเสนอ รัฐบาลให้เร่งดำเนินแก้ไขปัญหาช่วยเหลือเกษตรกร

นายถาวร เสนเนียม ลงพื้นที่พูดคุยม็อบชาวนานายถาวร เสนเนียม ลงพื้นที่พูดคุยม็อบชาวนา