“โควิด” ระบาด “ทสท.” แนะ บริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ เผย “สุดารัตน์” ติดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537433

28 พ.ย. 2565

"โควิด" ระบาด "ทสท." แนะ บริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ เผย "สุดารัตน์" ติดโควิด

“ไทยสร้างไทย” แนะ รัฐบาล ออกรถเคลื่อนที่ บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เผย “สุดารัตน์” ช่วงติดโควิด อาการหนัก

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มกลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากขึ้น   

ดร.สุวดี พันธุ์พานิช เหรัญญิกและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม เขตป้อมปราบฯ สัมพันธวงศ์ พระนคร พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวสารการระบาดโควิด-19 จากหน่วยงานวิชาการและข้อเท็จจริงเร่งด่วนจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิดในบ้านทั้งที่อายุน้อย โดยได้แจ้งเตือนรัฐบาลเรื่องความรุนแรงของโรคที่พบเป็นกลุ่มก้อนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันโควิดสายพันธุ์ย่อยมีความหลากหลาย และระบุไม่ได้แน่ชัดว่า ผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์ใด และส่งผลกระทบรุนแรงต่อบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพใดเป็นพิเศษ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพิ่งติดเชื้อมีอาการไข้สูง เจ็บคอรุนแรง ปวดเนื้อปวดตัว นั่งบนรถเข็นอาเจียนตลอดทางไปโรงพยาบาล ได้รับยาฉีด Remdesivir เพื่อรักษาจนดีขึ้น คุณหญิงสุดารัตน์จึงเป็นห่วงประชาชนกลุ่ม 608 มาก ที่จะต้องเข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีคุณภาพอย่างรวดเร็ว รวมถึงการได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นป้องกันอาการรุนแรง”
 

ดร.สุวดี ระบุว่า ขณะนี้ยอดผู้ฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 ขึ้นไปยังอยู่ประมาณครึ่งนึงของผู้ฉีดเข็ม 2 ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนเกิน 6 เดือนแล้ว โดยได้รับรายงานจากโรงพยาบาลว่า มีผู้สนใจฉีดวัคซีนมากขึ้นจากการนำเสนอข่าวการเสียชีวิตคาบ้านของผู้ติดเชื้อ แต่การเข้ารับวัคซีนในโรงพยาบาลรัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องความแออัด การเดินทาง การรอคิว และเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการฉีดวัคซีนมีน้อย เรื่องจากต้นทุนในการให้การบริการได้รับสนุนจากรัฐจำกัด

พรรคไทยสร้างไทย ขอแนะนำให้รัฐบาล ออกรถโมบายเคลื่อนที่ ออกให้บริการวัคซีนใกล้บ้าน ทั้งในชุมชน ในพื้นที่การค้า พื้นที่ห่างไกล และในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล และสร้างความตระหนักรู้ และจูงใจให้คนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นมากขึ้น

“ชินวรณ์” ยืนยัน ไม่ตีตก แก้รธน. “ปลดล็อคท้องถิ่น” แค่เลื่อนวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537431

28 พ.ย. 2565

"ชินวรณ์" ยืนยัน ไม่ตีตก แก้รธน. "ปลดล็อคท้องถิ่น" แค่เลื่อนวัน

“ชินวรณ์” ยืนยัน แก้รธน. “ปลดล็อคท้องถิ่น” ของคณะก้าวหน้า วิป 3 ฝ่าย มีมติเลื่อนเข้าสู่ที่ประชุมสภา เป็นวันที่ 2 เหตุวันแรกยังมีเรื่องอื่นพิจารณาอยู่

ตามที่คณะก้าวหน้า ยื่นเสนอ แก้ไขร่างการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ การ “ปลดล็อกท้องถิ่น” ซึ่งจัดอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 โดยจะเข้าสู่วาระแรก ในที่ประชุมสภา วันที่ 29-30 พฤศจิกายนนี้

วันที่ 28 พ.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมวิป3ฝ่าย เห็นควรให้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ แต่ยังมีความเห็นต่าง เรื่องการเลื่อนร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม หมวด14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้าและประชาชนเสนอ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งมีข้อเสนอให้พิจารณาเรื่องอื่นก่อนในวันแรก แล้วจึงนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาวันที่2 เพื่อใช้เวลาอย่างเต็มที่ โดยฝ่ายค้านรับความเห็นไปหารืออีกครั้ง 

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาองค์ประชุม ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ช่วยกันแสดงผลงานด้านนิติบัญญัติ โดยเฉพาะสมัยประชุมสภาฯสุดท้าย ซึ่งขณะนี้มี ส.ส. 473 เสียง รัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก 230 เสียง ต้องรับผิดชอบต่อเสียงข้างมาก ในส่วนของฝ่ายค้านต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน และเชื่อว่า ส.ส. ยังคงสำนึกในหน้าที่ที่ปฏิญาณ ไม่อยู่ในอาณัติของใคร 

ส่วนกระแส “ยุบสภา” มองว่า ปัจจุบันการต่อรองทางการเมืองต่างจากเดิม รัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่มีความเป็นเอกภาพทั้งคู่ จึงต้องใช้วิธีแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อขับเคลื่อนการประชุมให้เดินหน้าไปได้

ทั้งนี้สำหรับการขับเคลื่อนแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น นั้น เคยมีการผลักดันตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 แล้ว จากนั้นถูกหยิบยกกลับมาอีกครั้ง เมื่อ 1 เมษายน 2565  โดย นายธนาธร ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า สร้างแคมเปญ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 76,591 คน ซึ่งคณะก้าวหน้าในฐานะผู้เริ่มแคมเปญ ได้นำร่างดังกล่าวและรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา จนนำมาสู่การเข้าวาระ 1 ที่คาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 29-30 พฤศจิกายนนี้

‘นายกรัฐมนตรี’ โชว์ภาพหารือนักธุรกิจสหรัฐ ต่อยอด เอเปค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537430

28 พ.ย. 2565

'นายกรัฐมนตรี' โชว์ภาพหารือนักธุรกิจสหรัฐ ต่อยอด เอเปค

หวังต่อยอดเจรจา สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน นายกรัฐมนตรี โชว์ หารือกันต่อเนื่องเช้านี้ หวังฟื้น ‘เศรษฐกิจ’ หลังโควิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ค มีเนื้อหาว่าได้มีโอกาสหารือกับคณะผู้บริหารและผู้แทนบริษัทสมาชิกสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S. – ASEAN Business Council : USABC) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  ประกอบด้วย

– การแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จด้านสาธารณสุข ในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงหลังโควิดฯ ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ

– การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การสร้างทักษะบุคลากร (Upskill และ Reskill) การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม

– การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย การสร้างเสริมเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

นายกฯพบนักธุรกิจสหรัฐนายกฯพบนักธุรกิจสหรัฐ

รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง 3 แกน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม-โทรคมนาคม-5G นโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และยกระดับการให้บริการด้านการเงิน-การธนาคารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกระดับเข้าถึงแหล่งทุนง่ายและสะดวกขึ้น ตลอดจนให้เกิดการพัฒนาร่วมกันไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับบริบทโลกในวันข้างหน้า ที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางที่รัฐบาลไทยได้ผลักดันในทุกเวที คือ การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) รวมทั้งในการประชุมเอเปค ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่เพิ่งผ่านไปด้วย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย รวมถึงพี่น้องเกษตรกร แรงงาน ผู้ผลิตรายย่อย SME และ Startup ในทุกระดับ ซึ่งรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการออกนโยบายเพื่อส่งเสริมการค้า-การลงทุน การอำนวยความสะดวกให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ราบรื่น ภายใต้กฎ-ระเบียบที่เป็นสากล และได้รับความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย รวมทั้งเอื้อต่อการมาลงทุนในประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ในการรองรับการขยายตัวของการลงทุนหลังโควิด

หลังจากนี้ คณะ USABC ก็จะได้มีโอกาสเข้าหารือในรายละเอียดกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง การทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ส่งผลเป็นรูปธรรม เกิดผลประโยชน์กับประชาชนชาวไทยในทุกสาขาอาชีพ และทุกภาคส่วนต่อไป

“ประชาธิปัตย์” ยังรอเก้าอี้ มท.3 จี้ “นายกฯ” ปรับครม. งานจะได้เดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537416

28 พ.ย. 2565

"ประชาธิปัตย์" ยังรอเก้าอี้ มท.3 จี้ "นายกฯ" ปรับครม. งานจะได้เดิน

“ประชาธิปัตย์” ทวงเก้าอี้ มท.3 ตามโควต้า จาก “นายกรัฐมนตรี” จี้เร่งปรับครม. เพื่อสานต่อภารกิจช่วยเหลือประชาชน

กรณีพรรคประชาธิปัตย์ส่งชื่อนาย “นริศ ขำนุรักษ์” เพื่อนำไปปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และแต่งตั้งให้เป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย” แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่า ยังไร้วี่แวว จนล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง 

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากพลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำเนินการเชื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะตำแหน่งดังกล่าวดูแลเรื่องเกี่ยวกับสาธารณภัยพลเรือน ขณะนี้ในหลายพื้นที่ประสบปัญหาดังกล่าว จึงควรเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ส่วนพลเอกประยุทธ์ จะอยู่สั้นหรือยาว หรือจะย้ายไปพรรคไหนเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน

ซึ่งไม่ต้องหารือหรือกดดันไปยังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เพราะส่วนตัวมีหน้าที่พูดคุยสื่อสารทำความเข้าใจ และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีรับฟังความเห็นทุกพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว

“โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ” แกนนำ เสื้อแดง หวนคืนรัง ซบพรรค เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537410

28 พ.ย. 2565

"โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ" แกนนำ เสื้อแดง หวนคืนรัง ซบพรรค เพื่อไทย

“โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ” ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ เสื้อแดง หวนคืนรัง รวมพลัง ฝายาประชาธิปไตย เดินหน้าสานฝันแลนด์สไลด์ พาพรรค เพื่อไทย สู่สถาบันทางการเมือง

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค  และคณะร่วมแถลงข่าวต้อนรับ ก่อแก้ว พิกุลทอง และ โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย


หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต้อนรับบุคลากรทั้งสองคน ผู้ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เข้าเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย  และพรรคพลังประชาชน จึงมีความเชื่อมั่นว่าบุคลากรทั้งสองคนจะเข้ามาสร้างเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกันกับพรรคเพื่อไทยเพื่อโอกาสในการสร้างความแข็งแกร่งให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยต่อไป

แกนนำเสื้อแดง สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแกนนำเสื้อแดง สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

สำหรับ โด่ง อรรถชัย มีความโดดเด่นในการเป็นสื่อมวลชนและนักแสดง มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอเนื้อหา สื่อสารอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่แท้จริงไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ก่อแก้ว เป็นอดีต ส.ส.เพื่อไทย มีผลงานในสภาเป็นที่ประจักษ์ จึงขอขอบคุณทั้งสองคน และผู้สนับสนุนทั้งสองคนทั้วประเทศ เรายืนยันจะร่วมกันทำงานร่วมกันเพื่อพี่น้องประชาชน

โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ก่อแก้ว มีผลงานด้านสภาและการอภิปรายที่ดุเดือด โดดเด่น ขณะที่อรรถชัย แนวความคิดการเมือง การปกครอง และการเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน  ทั้งสองคนหากเข้ามาทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นบุคลากรที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชน  เสียงของพวกเขาจะมีความหมายมากขึ้น  การสานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกันกับพรรคเพื่อไทยจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณ นพ.ชลน่านและคณะที่ให้เกียรติต้อนรับการเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างอบอุ่น พรรคเพื่อไทย เปรียบเสมือนบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่ ด้วยความรู้สึกเชื่อมั่น  ในบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายในขณะนี้ มีเพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนได้

ส่วนตัวรู้จักคนในพรรคทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง  มีความเชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้กำลังทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศในวันข้างหน้าได้  จึงกลับเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง นอกจากนี้ยังศรัทธาฝีมือในการบริหาร และเชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตยของพรรตที่ไม่มีวันสั่นคลอน แม้จะถูกกระทำกี่ครั้ง  แต่ยังไม่หวั่นไหว

แกนนำคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ยาวนาน วันนี้ทุกคนมาประกาศตัวช่วยกันขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทย  เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ แม้แต่ละคนต้องคดีความทางการเมือง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถสมัครสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ได้มาช่วยพรรคทำงาน  ตนเองแม้มีคดีความ แต่คดีไม่ถึงที่สุด จึงตัดสินใจกลับมาช่วยพรรคเพื่อไทย เพื่อให้แลนด์สไลด์ให้ได้

รวมไทยสร้างชาติ กับ ‘พลังประชารัฐ’ เป็นพี่น้องกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537397

28 พ.ย. 2565

รวมไทยสร้างชาติ กับ 'พลังประชารัฐ' เป็นพี่น้องกัน

พล.อ.ประวิตร ยันไม่ขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ เป็นพี่น้องกับพลังประชารัฐ ใครย้ายไปอยู่พรรคไหน ไม่มีปัญหา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตอบคำถามเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพันธมิตรกันหรือไม่ โดยระบุว่า เป็นพี่น้องกับพลเอกประยุทธ์ มา 40-50 ปีแล้ว ไม่ได้มีความแตกแยก แยกกันอยู่ไม่ได้หมายความว่ามีความขัดแย้ง เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ 

โดยความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เป็นพรรคพันธมิตรกัน เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นพี่เป็นน้องกันมานานแล้ว

ส่วนที่มีข่าวว่าส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น  ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะถือเป็นพรรคเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดใจตอบคำถามกับสื่อมวลชนของพล.อ.ประวิตร วันนี้ ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หลังจากไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นการเมืองมาประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว   แต่วันนี้เดินเข้าหาโพเดียมเอง แล้วถามสื่อว่าจะถามอะไร ซึ่งตลอดการให้สัมภาษณ์ดูยิ้มแย้มอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หัวเราะตลอดเวลาโดยย้ำว่าจะไม่มีเรื่องการดูดกันไปมา ระหว่างทั้งสองพรรค

และส่วนตัวมีลูกพรรคอีก 200-300 คน ที่จะต้องอยู่และทำงานร่วมกัน โดยพรรคพลังประชารัฐจะต้องเป็นพรรคที่เป็นหลักให้กับประเทศชาติต่อไปI

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างเปิดงานไทยแลนด์ 4.0 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างเปิดงานไทยแลนด์ 4.0

ส่วนกรณีของ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร  ยิ้มและชี้มือไปทางนายชัยวัฒน์ ที่มารอส่งขึ้นรถ แทนการตอบคำถาม ดังกล่าว

“ชัยวุฒิ” กั๊ก เลือกใคร “บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่” เผยสาเหตุลาออก ไม่เกี่ยวการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537392

28 พ.ย. 2565

"ชัยวุฒิ" กั๊ก เลือกใคร "บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่" เผยสาเหตุลาออก ไม่เกี่ยวการเมือง

“ชัยวุฒิ” ยังไม่ชัด เลือกเดินตามใครระหว่าง 2 ป. ขอดูท่าที “บิีกตู่” พร้อมเผยสาเหตุลาออก เพราะต้องการให้ลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่ในสภา ยืนยันไม่เกี่ยวการเมือง

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นลาออกจากจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โดยมีกระแสข่าวคาดการณ์ว่า เตรียมตัวตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ายไปพรรคใหม่หรือไม่
 

ล่าสุดวันนี้ 28 พ.ย. ที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ  ยืนยันการลาออกไม่มีประเด็นทางการเมืองหรือไม่มีนัยยะสำคัญ แต่เพื่อให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อคนอื่นได้เลื่อนลำดับขึ้นมาทำหน้าที่ในสภา ซึ่งก็คือ นางวลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวของนายวิรัช รัตน์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นคนเก่งและมีความสนิทกัน ยังไม่ทราบกระแสข่าวการตัดสินใจย้ายไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่คิดว่าจะมีการตีความไปอย่างนั้น เพียงแต่ต้องการให้ลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสอนาคตทางการเมืองจะเลือกอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือพล.อ.ประยุทธ์ นายชัยวุฒิ ย้อนถามกลับว่า “ทางมันชัดหรือยัง”

สื่อมวลชนถามย้ำ แล้วคิดว่าชัดหรือยัง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ดูลุงตู่ก่อนแล้วกัน คิดว่าขณะนี้ทางยังไม่ชัด ที่สำคัญตนยังเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอยู่ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ส่วนจะอยู่ต่อหรือไปจากพรรคพลังประชารัฐนั้น ทางยังไม่ชัด การลาออกในครั้งนี้ลืมคิดไปว่าจะเป็นประเด็นให้คนตกใจ สมัยก่อนก็มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นเหมือนที่เคยอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการลาออกเพื่อให้สมาชิกได้เลื่อนลำดับขึ้นมาทำงาน 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ตระกูลเสนพงศ์นครศรีธรรมราช ซบ ‘รวมไทยสร้างชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537388

28 พ.ย. 2565

ตระกูลเสนพงศ์นครศรีธรรมราช ซบ 'รวมไทยสร้างชาติ'

‘พงศ์สิน เสนพงศ์’ ถือฤกษ์มหาราชา เป็นฝั่งเป็นฝากับรวมไทยสร้างชาติแล้ว ย้ำ ตัดสินใจจากเงื่อนไขของคนในพื้นที่

พงศ์สิน เสนพงศ์ อดีตผู้สมัครส.ส. นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ ถือฤกษ์ ที่วงการโหราศาสตร์ เรียกกันว่า ราชาฤกษ์ ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกของพรรครวมไทยสร้างชาติ เวลา 10.39 น.วันนี้ มหาราชาฤกษ์ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.39 น. ซึ่งเป็นเวลาตามยามอุบากอง คือ สี่ศูนย์ มีคำทำนาว่า สี่ศูนย์จะพูนผล แม้จรดลดีหนักหนา มีลาภล้นคณนา เร่งยาตราจะมีชัย

พงศ์สิน เสนพงศ์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติพงศ์สิน เสนพงศ์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

พงศ์สิน บอกว่าก่อนหน้านี้ในเบื้องต้น ตั้งใจจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันเดียวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามที่มีกระแสข่าว แต่เนื่องจากการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกให้ถูกต้องตามกฏหมายของพรรคการเมือง จึงได้หาวันที่เหมาะสม เพื่อยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อีกครั้งหนึ่ง

พงศ์สิน อ้างว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดจากการรวบรวมข้อมูลพูดคุยกับพี่น้องประชาชน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ เข้าใจและเห็นใจวิถีชีวิตทางการเมือง ที่ความจำเป็นต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และยังให้กำลังใจ ต้องการให้ผมต่อสู้ในสนามเลือกตั้งต่อไปเสียงส่วนใหญ่ยังเห็นด้วย ที่จะให้เปลี่ยนจากพรรคการเมืองเดิม มาเป็นพรรคการเมืองอื่น โดยมีประชาชนจำนวนมากถึง 90% สนับสนุนให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังจากมีกระแสข่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้าร่วมงานการเมือง และยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีความชื่นชอบ และยังคงให้การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เปลี่ยนแปลง และกำชับกับว่า ให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคลุงตู่เท่านั้น

“สุชาติ ตันเจริญ” แจงปม ตบหัว ส.จ.เปี๊ยก กลางงานศพ แค่ทักทาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537355

27 พ.ย. 2565

"สุชาติ ตันเจริญ" แจงปม ตบหัว ส.จ.เปี๊ยก กลางงานศพ แค่ทักทาย

“สุชาติ ตันเจริญ” แจงปม ตบหัว “ส.จ.เปี๊ยก” รองนายกฯ อบจ.แปดริ้ว กลางงานศพ แค่ทักทายลูกน้องเก่า เตือน ระวังแจ้งความเท็จ

จากกรณีที่ นายวรรณา รอดพิทักษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ฉะเชิงเทรา หรือ ส.จ.เปี๊ยก เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ถูกตบหัว พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ระหว่างพบกันในงานศพที่วัดทุ่งส่อหงษา หมู่ 11 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.65 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายสุชาติ ตันเจริญ ชี้แจงผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว สุชาติ ตันเจริญ ระบุว่า นายวรรณา หรือ ส.จ.เปี๊ยก เคยเป็นลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของตน ที่ตามปกติ เวลาที่มาหา ก็จะแสดงความเคารพกราบตัก เพราะว่าตนเคยช่วยชีวิตไว้ เมื่อครั้งถูกยิงเกือบถึงชีวิต และก็ยังดูแลครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก ที่มีหลายบ้านเป็นอย่างดี

สุชาติ ตันเจริญสุชาติ ตันเจริญ

เมื่อพบหน้าครั้งนี้ ก็เป็นตนที่เป็นฝ่ายเข้าไปทักทาย โดยได้ใช้มือเคาะไปที่หัวในลักษณะที่ไม่ได้รุนแรง แต่เป็นการสัพยอกไปว่า ได้ยินว่า ส.จ.เปี๊ยก ชอบพูดจาว่าร้ายตนก็เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย อย่างที่ ส.จ.เปี๊ยก พยายามกล่าวหา เรื่องนี้สามารถสอบถามผุ้ที่อยู่ในงานได้ว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะทราบว่าในเฟซบุ๊กก็มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปคอมเมนท์ถึงข่าวที่มีการนำเสนอในสื่อท้องถิ่นว่า เป็นเพียงการทักทายกันเท่านั้น

ดังนั้น ที่ ส.จ.เปี๊ยก บอกว่า จะไปแจ้งความนั้น ก็อาจจะเป็นการแจ้งความเท็จ

ส.จ.เปี๊ยก แจ้งความเอาผิด สุชาติ ตันเจริญส.จ.เปี๊ยก แจ้งความเอาผิด สุชาติ ตันเจริญ

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ถ้ามีการทำร้ายร่างกาย และต่อว่าหยาบคายใส่ ส.จ.เปี๊ยก จริง คงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ส.จ.เปี๊ยก ไปร่วมงานนี้นั้น มีลูกน้องที่มีลักษณะคล้ายพวกมือปืน ขับรถติดตามอีก 3-4 คัน และขณะเกิดเหตุก็ยืนอยู่ด้านหลังงาน เฝ้าคอยระวังให้ ส.จ.เปี๊ยก อยู่ตลอด จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ ตามที่ ส.จ.เปี๊ยก กล่าวหา

“ต้องถาม ส.จ.เปี๊ยก ว่าเหตุที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ทำลายชื่อเสียงคนที่มีบุญคุณกับชีวิต และทุก ๆ ครอบครัวของ ส.จ.เปี๊ยก เป็นไปในลักษณะที่ชาวบ้านพูดกันและเรียกว่า “เนรคุณ” ใช่หรือไม่ เพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ส่วนตัวที่รับใช้กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามและในด้านการเมืองหรือเปล่า” นายสุชาติ ระบุ

และท้ายที่สุดนี้ อยากฝากตำรวจในพื้นที่ด้วยว่า ช่วงนี้ใกล้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ ควรจะเข้มงวดกวดขันตรวจตราอาวุธปืน และอาวุธสงคราม ตลอดจนตรวจสอบประวัติมือปืนต่าง ๆ ให้เป็นตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้วย.

เฟซบุ๊ค สุชาติ ตันเจริญ เฟซบุ๊ค สุชาติ ตันเจริญ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ ส.จ.เปี๊ยก อายุ 69 ปี รองนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.นุรัตน์ จันทะคุณ สว.(สอบสวน) สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ว่าถูก นายสุชาติ ตันเจริญ เจ้าของฉายา “ตี๋กร่าง” ใช้มือตบบริเวณศีรษะ เหนือใบหูด้านซ้าย ขณะไปร่วมงาน ณาปนกิจศพ ที่วัด ทุ่งส่อหงสา หมู่ 11 ต.ท่ากระดาน ขณะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้า เพื่อรอการขึ้นไปทอดผ้าบังสุกุล ต่อหน้าผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมาก ตำรวจได้สอบปากคำ และให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ที่ รพ.สนามชัยเขต และเดินทางไปชี้จุดเกิดเหตุ ประกอบหลักฐาน การแจ้งความ โดยตำรวจได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทินกร จิตตไพบูลย์ จ.ฉะเชิงเทรา

“ราเมศ” จี้ “ประยุทธ์” เร่งปรับครม. ดัน “นริศ” นั่งรมช.มหาดไทย ช่วยชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537349

27 พ.ย. 2565

"ราเมศ" จี้ "ประยุทธ์" เร่งปรับครม. ดัน "นริศ" นั่งรมช.มหาดไทย ช่วยชาวบ้าน

“ราเมศ” จี้ “ประยุทธ์” เร่งปรับครม. ดัน “นริศ” นั่งรมช.มหาดไทย ตามมติ “พรรคประชาธิปัตย์” เพื่อช่วยชาวบ้านทันที

กรณีพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ “นริศ ขำนุรักษ์”​ ส.ส.พัทลุง ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง​รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ยื่นลาออกไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคได้ยึดหลักการในการ ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าง ก็ได้มีการประชุมในส่วนของพรรคเพื่อเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทน มีมติเลือกนายนริศ ขำนุรักษ์ มาแทน ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ได้นำชื่อส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อครบถ้วนตามกระบวน

ที่สำคัญนโยบายที่นายนิพนธ์ เคยขับเคลื่อนตามนโยบายของพรรค เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน ทางพรรคตั้งใจที่จะให้รัฐมนตรีที่จะมีการ ปรับครม. เร่งเข้าไปขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุดในช่วงที่กำลังจะหมดวาระ หากเข้ามาทำหน้าที่ก็จะเป็นผลดีต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งนายนริศ พร้อมเข้าทำหน้าที่อย่างเต็มตัวแล้ว