“เพื่อไทย” แฉ “กัญชาคาเฟ่” ผุดทั่วเมือง มีสธ. เข้าตรวจก่อนด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537337

27 พ.ย. 2565

"เพื่อไทย" แฉ "กัญชาคาเฟ่" ผุดทั่วเมือง มีสธ. เข้าตรวจก่อนด้วย

“เพื่อไทย” ติงรัฐบาลปล่อย “กัญชาคาเฟ่” ผุดขึ้นทั่วเมือง มีเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยเข้าตรวจก่อนด้วย ขัดกฎกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มีข้อมูลที่ได้รับจากคนในพื้นที่รวมทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอว่า มีการเปิด “กัญชาคาเฟ่” ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะย่านถนนข้าวสาร ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร มีร้านหลายเปิดขาย “กัญชา” ในลักษณะสันทนาการ มีการจัดเก้าอี้นั่ง และระบบระบายควันในห้องอย่างหรูหรา ลูกค้า 90% เป็นชาวต่างชาติ อีก 10% เป็นคนไทย ที่เข้ามาบริโภคเครื่องดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา โดยเฉพาะจาก “ช่อดอกกัญชา” 
 

ผู้ประกอบการอ้างว่ามีใบอนุญาตและในการขออนุญาต มีเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯเข้ามาตรวจสถานที่ก่อน ซึ่งขัดต่อกฎกระทรวงสาธารณสุขข้อ 3 (5) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจําหน่าย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรกที่ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ไม่มีบทลงโทษ ทำให้เกิดร้านกัญชาสันทนาการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นี่คือกัญชาทางการแพทย์ตรงไหน  
     
นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า ในสภาวะสุญญากาศที่ไม่มีกฏหมายออกมารองรับ ปลดล็อคกัญชา ไม่ใช่สารเสพติดให้โทษ มีแต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมา แต่ไม่มีผลในการควบคุมและบทลงโทษ จะเกิดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนยากที่จะป้องกันแก้ไข โดยถามกลับไปยังรัฐบาล จะมีท่าทีอย่างไรต่อการที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายกัญชาเสรีโดยที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมในการป้องกัน พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันว่า 

1. สนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ใช้บำบัดรักษาโรคภัยต่างๆ เท่านั้น ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ 
2. ไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชา  
3. ทวงคืนอนาคตลูกหลานไทยจากกัญชา ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากการปล่อยกัญชาเสรี มีกัญชาฟรีทุกบ้าน  
        
อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ผู้กำกับนโยบาย กลับมาทบทวน เรื่องกัญชาเสรีอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะปัจจุบันหากเยาวชนนำกัญชามาเสพโดยขาดความรู้ความเข้าใจ จะเกิดผลต่อจิตประสาท เกิดปัญหาตามมา  ทิ้งเป็นมรดกบาปให้ลูกหลานจะสายเกินแก้ หากยังปล่อยให้ปลูกและขายกันอย่างเสรีต่อไปแบบนี้ สังคมไทยจะตกต่ำดำดิ่งลงยิ่งกว่าที่ประสบอยู่

LINE เชิญพรรคการเมือง แคมเปญโกยคะแนนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537296

26 พ.ย. 2565

LINE เชิญพรรคการเมือง แคมเปญโกยคะแนนเลือกตั้ง

LINE จัดงาน LINE for ELECTION สำหรับพรรคการเมืองไทย เพิ่มความรู้การใช้งานดิจิทัลเพื่อสร้างแคมเปญยุคใหม่ โกยคะแนนเลือกตั้ง

ปัจจุบันไม่เพียงแต่ธุรกิจภาคเอกชนที่มีการใช้งานช่องทางดิจิทัลและโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถเป็นประโยชน์สำหรับภาครัฐในการสื่อสารและเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้อีกด้วย 

LINE ประเทศไทย จึงได้จัด LINE for ELECTION งานสัมมนาพิเศษเฉพาะภาคการเมืองไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวคิดการทำแคมเปญหาเสียงของพรรคการเมืองในยุคใหม่ เปิดข้อมูลอินไซต์ ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์ พฤติกรรมที่แตกต่างกันไปของประชาชนไทยในแต่ละช่วงวัย เทรนด์ความสนใจที่มีผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง พร้อมกลยุทธ์การใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่าง LINE ในการเข้าถึงประชาชนไทย ทั้งในการสื่อสาร การมีส่วนร่วม และการเก็บข้อมูลเพื่อต่อยอดสู่การสร้างแคมเปญทางการเมือง ที่สามารถกระตุ้นความสนใจของประชาชนคนไทยได้เป็นอย่างดี

LINE เชิญพรรคการเมือง แคมเปญโกยคะแนนเลือกตั้ง

งาน LINE for ELECTION จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ในเวลา 13.00 น. – 17.00 น. ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ สำหรับสมาชิกพรรรคการเมืองและผู้ออกแบบแคมเปญทางการเมืองที่ได้รับเชิญเท่านั้น โดยสามารถติดต่อลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://lin.ee/aH93NRK/wcvn หรือสแกน QR Code ด้านล่างเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

“สร้างอนาคตไทย” ข้องใจ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังวิกฤต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537278

26 พ.ย. 2565

"สร้างอนาคตไทย" ข้องใจ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังวิกฤต

“สร้างอนาคตไทย” จี้รัฐ เร่งช่วยผู้ประกอบการ แม้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ยังวิกฤต แนะฟื้นฟูเอสเอ็มอีก่อนล่มสลาย พร้อมปรับทิศทางนโยบาย กระจายรายได้สู่รายย่อย ไม่ใช่นายทุนใหญ่

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พรรคสร้างอนาคตไทย มีการแถลงข่าวหัวข้อ ปัญหาการท่องเที่ยวไทย ไร้ทางแก้ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ โดยนายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค , นายพงศ์พรหม ยามะรัต ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านพัฒนาเมือง , นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว  

 นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคสร้างอนาคตไทยนายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย
โดยนายนริศ ตั้งคำถามว่า เราได้ใช้โอกาสที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วหรือไม่ เพราะจากการที่พรรคสร้างอนาคตไทยพบปะผู้ประกอบการในพื้นที่ ยังได้รับความคิดเห็นว่า แม้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะ รายกลาง รายเล็ก กลับไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก สถานะกิจการยังตกอยู่ในความเสี่ยงสูงมาก

นอกจากนี้ยังมีคำถามว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ภาครัฐใช้มาตลอดช่วง 3 ปี ตั้งแต่หลังเกิดการระบาดโควิด เป็นมาตรการที่ถูกต้องเหมาะสมสอดรับกับสถานการณ์แต่ในละช่วงเวลาหรือไม่ เช่น โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งปัจจุบันดำเนินมาถึงเฟสที่ 5 แล้วนั้น

แต่วันนี้พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะย่ำแย่ ดังนั้นจึงต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่านโยบายที่ผ่านมาและที่จะทำในอนาคตผิดทิศผิดทางอย่างไร พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการพลิกฟื้นท่องเที่ยวที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณา  

 นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว  นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ด้านนายสรรเพ็ชญ กล่าวว่า โควิดทำให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายกลางรายเล็กต้องล้มละลายปิดกิจการไปจำนวนมาก ส่วนที่เหลือรอดอยู่ก็ตกในสภาวะยากลำบาก และเชื่อว่าในปีหน้าจะต้องปิดตัวลงอีกมาก ผู้ประกอบการไม่มีกำลังพอที่จะปรับปรุงกิจการหรือจ้างงานมารองรับบริการนักท่องเที่ยว ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการเวลานี้คือ ต้องช่วยฟื้นฟูกิจการรายเล็กหรือเอสเอ็มอีท่องเที่ยวอย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยการปรับโครงสร้างหนี้ หยุดพักหนี้ทั้งต้นและดอก พร้อมกับให้เงินกู้ใหม่เพื่อให้กลับมาเปิดกิจการได้อีก จากที่ผ่านมานโยบายเรื่องนี้ของภาครัฐทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ เพราะธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้

นอกจากนี้รัฐควรปรับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ จากทำให้เกิดความต้องการเที่ยวอย่างเดียว แต่ไม่ได้กระตุ้นฝั่งผู้ให้บริการที่จะรองรับนักท่องเที่ยว หรือไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการในวงกว้างมีความสามารถในการรองรับตลาด ผลประโยชน์จึงไปตกเฉพาะทุนใหญ่ รวมทั้งหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบมักจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดกิจกรรมหรืออีเวนท์กระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาพบว่าไม่ประสบความสำเร็จ จึงควรทบทวนเอางบประมาณส่วนนี้ ไปปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้สวยงามขึ้นจะดีกว่า 

นายพงศ์พรหม ยามะรัต ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านพัฒนาเมืองนายพงศ์พรหม ยามะรัต ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านพัฒนาเมือง

ด้านนายพงศ์พรหม กล่าวว่า วันนี้นักท่องเที่ยวไปกระจุกตัวอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆ เราต้องทำให้นักท่องเที่ยวกระจายไปยังพื้นที่ใหม่ๆในชุมชนใหม่ๆ เช่นที่กรุงเทพฯ แทนที่จะเที่ยวที่เยาวราชเท่านั้น ทำไมเราไม่โปรโมทให้เขาไปเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรม มอญทาวน์ ออฟ เอเชีย ที่สมุทรปราการ ไปเที่ยวชมพหุวัฒนธรรมที่เขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรีที่บรรยากาศยังมีกลิ่นอายความเป็นกรุงเทพฯเมื่ออดีต เพื่อกระจายรายได้ให้ถึงชุมชนในวงกว้าง

มติพรรคเทิดไท ตั้ง “แรมโบ้” เป็นหัวหน้า ลั่นเป็นอีกบ้านหนุน “บิ๊กตู่”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537257

26 พ.ย. 2565

มติพรรคเทิดไท ตั้ง "แรมโบ้" เป็นหัวหน้า ลั่นเป็นอีกบ้านหนุน "บิ๊กตู่"

“แรมโบ้” นั่งหัวหน้าพรรคเทิดไท แทนสุชาติ ประกาศเป็นอีกบ้านหลักหนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกรัฐมนตรี แม้เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี ขณะที่บรรยากาศ “เอ๋ ปารีณา” โผล่ให้กำลังใจพี่ชาย

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พรรครวมไทยรักชาติ มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่โรงแรม เบสท์เวสเทิร์น พลัสแวนด้า แกรนด์ ปากเกร็ด นนทบุรี โดยมีวาระสำคัญ คือ การเลือกหัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด และปรับเปลี่ยนชื่อพรรคและโลโก้ใหม่ จากพรรครวมไทยรักชาติ เป็นพรรคเทิดไท 

โดยนาย “เสกสกล อัตถาวงศ์” หรือ แรมโบ้อีสาน ได้รับมติจากสมาชิกพรรคให้นั่งหัวหน้าพรรคเทิดไท แทน นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ ที่ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคแทน ส่วนนายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านคนเสื้อแดง เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค
 

นายเสกสกล กล่าวว่า ที่ตนมาทำพรรคการเมืองเพราะอยากเห็นพรรคประกาศจุดยืนชัดเจน เหมือนกับตนที่พูดคำไหนคำนั้นมาตลอดว่ามี2หลักการ คือ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่ต่อไป และ ต้องการที่จะได้ผู้นำที่ซื่อสัตย์ สุจริตไม่โกงกิน อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนนี้ และ ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำหน้าที่ต่อไป ได้มีโอกาสบริหารบ้านเมืองในระยะเวลาที่เหลือ อีก2ปี  

พรรคเทิดไทประกาศจุดยืน สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถร่วมงานได้กับทุกพรรค ยกเว้นพรรคที่จะไปแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตรา112 หรือพรรคที่จาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน 


จุดยืนหลัก คือ จะทำงานเพื่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไทย จะดูแลเรื่องแก้หนี้สินเป็นหลัก ส่งเสริมความอยู่ดีกินดีให้เกษตรกร หลังจากนี้จะมีการแถลงนโยบายอีกครั้ง 

ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่ตนเคยก่อตั้ง ก่อนจะลาออก เนื่องจากตนเคยคิดว่าวันหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะถูกกดดันทางการเมือง หรือที่ตนเคยใช้คำว่า “บีบไขลุงตู่” อาจไม่มีพรรครองรับ จึงคิดทันทีว่าต้องทำบ้านรองรับ พอทำพรรคเสร็จ ก็รู้ดีว่าตนไม่เหมาะที่จะเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่า นายกฯ เดินตามคนอย่างแรมโบ้ จะถูกคนดูหมิ่นดูแคลนนายกลุงตู่ได้ ตนจึงหาคนโปรไฟล์ที่ดี อย่างนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มาเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ตนเดินออกจากมาอย่างสวยงาม


นายเสกสกล กล่าวต่อว่า พรรคเทิดไทไม่ได้เป็นบ้านสำรอง แต่จะเป็นบ้านหลักอีกหลังหนึ่งของพล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และจะส่งผู้สมัครครบ400 เขต บัญชีรายชื่อครบ 100 คน แต่ยังตอบไม่ได้ว่า จะได้เก้าอี้ ส.ส. จำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับประชาชน หากประชาชนไว้วางใจ ไม่แน่อาจจะแลนด์สไลด์ มากกว่าบางพรรคที่ได้โฆษณาไว้ก็ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

นายเสกสกล ยืนยันว่า ความเป็นพี่น้อง 3 ป. อย่างไรก็ตัดไม่ขาดกัน คบกันมา 40-50 ปี ไม่มีแตกแยก แต่หากถ้าเป็นไปตามกระแสพล.อ.ประยุทธ์ อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตนคิดว่าต่างคนต่างทำงานเดินคู่ขนานกันได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถร่วมเป็นรัฐบาลได้ 

อย่างไรก็ตามเป็นบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความคึกคัก สมาชิกเข้าร่วมครบองค์ประชุม รวมถึงนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.สพรรคพลังประชารัฐ นำช่อดอกไม้แสดงความยินดีนายเสกสกล ในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง เพราะต่างรู้จักสนิทสนมกัน นายเสกสกลเป็นพี่ชายที่น่ารักเมื่อมาทำพรรคการเมืองตนก็ต้องมาให้กำลังใจ ส่วนเรื่องอนาคตการเมืองของตนนั้น ไม่มีแล้ว แม้แต่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดก็ตาม

บรรยากาศลงมติเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคบรรยากาศลงมติเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคนายเสกสกล อัตถาวงศ์ นั่งหัวหน้าพรรคเทิดไทนายเสกสกล อัตถาวงศ์ นั่งหัวหน้าพรรคเทิดไท

เอ๋ ปารีณา ร่วมแสดงความยินดี เอ๋ ปารีณา ร่วมแสดงความยินดี

“พิธา” รับลูก “ปิยบุตร” วิจารณ์แก้ไข ม.112 ไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537248

26 พ.ย. 2565

"พิธา" รับลูก "ปิยบุตร" วิจารณ์แก้ไข ม.112 ไม่คืบหน้า

“พิธา” รับลูกไปทำต่อ หลัง “ปิยบุตร” วิจารณ์แก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล ไม่คืบหน้า หวังดึงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ยอมรับที่ผ่านมาหันแก้วิกฤตบ้านเมืองเรื่องอื่นด้วย

หลังจาก นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ไม่ทำอะไรต่อ นอกจากเอาไปเป็นนโยบายพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า

วันนี้ 26 พ.ย. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยอมรับว่า ในสภาชุดนี้ยังมีการปิดกั้นการยื่นแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งการที่นายปิยบุตรพูด มีเหตุผล และพร้อมที่จะรับลูก เพื่อไปเดินหน้าต่อ เพราะที่ผ่านมามีการใช้มาตรา 112 ทำลายศัตรูทางการเมืองและผู้เห็นต่างมากขึ้น รวมถึงเยาวชน พรรคก้าวไกลพยายามไปช่วยประกันตัวและเพิ่มสิทธิเสรีภาพในการพูด 

นายพิธา ย้ำอีกครั้งว่า พรรคก้าวไกลรับปากจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป รวมถึงในสภาด้วย เพราะในช่วงที่ผ่านมาก็มีวิกฤตหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ที่พรรคอาจจะใช้สมาธิกับเรื่องเหล่านั้น เพราะประเทศก็มีความต้องการหลากหลาย แต่ขอยืนยันกับนายปิยบุตรและประชาชนที่ต้องโทษจากมาตรา 112 ได้รับผลกระทบจากการฟ้องมั่วไปหมด รวมถึงอัตราโทษที่ไม่ได้สัดส่วน 

ส่วนสภาสมัยหน้าพรรคก้าวไกลจะมีโอกาสยื่นร่างแก้ไขมาตรา 112 อีกครั้งหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าจะตอบได้หรือเปล่า คงต้องดูตามบริบท แต่ก็จะพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งรัฐสภาก็เป็นที่เหมาะสมที่สุด บางทีต้องคำนึงถึงบุคคลที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 แล้วยังไม่เข้าใจว่ามันทำลายชีวิตคนได้มากแค่ไหน
 

นอกจากนี้ นายพิธา ยังเชื่อว่า รัฐสภาจะเห็นชอบ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 หมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมีวาระการประชุมในวันที่ 29-30 พ.ย.นี้ ยืนยันว่าฝ่ายค้านเห็นตรงกันที่จะให้ความเห็นชอบ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็ต้องกระทุ้งถาม เพราะเวลาที่มีการอภิปรายเรื่องการกระจายอำนาจทุกคนต่างร่วมแสดงความเห็นอภิปราย

ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งเชื่อว่าหลายคนทำงานเรื่องนี้ จะเข้าใจความลำบากของข้าราชการในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้หาก 3 ฝ่ายเข้าร่วมประชุมก็เชื่อว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่พิจารณาวาระนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้หรือไม่ เพราะการประสานงานของวิปทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ราบรื่น

สิ้น “พล.อ.สกล” วัย 68 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537234

26 พ.ย. 2565

สิ้น "พล.อ.สกล" วัย 68 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

“พล.อ.สกล ชื่นตระกูล” เสียชีวิตในวัย 68 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อวานนี้ ทำให้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่าง ส่งผลให้ “พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน” นั่งแทน รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พล.อ.สกล ชื่นตระกูล” (บิ๊กแขกสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.ถึงแก่อนิจกรรม ในวัย 68 ปี ด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ 22 พ.ย.หมดสติ และได้เข้ารักษาที่รพ.พระมงกุฎ ที่ห้องไอซียู จนกระเสียชีวิตเมื่อวันที่25 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 15.00 น.

ประวัติ 

-จบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 24 (จปร.24)  

-เคยเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 อดีตราชองครักษ์พิเศษ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในปี 2557 

-ปัจจุบัน มีตำแหน่งในวุฒิสภาเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ และคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม 

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สกลถึงแก่อนิจกรรม นั้น ทำให้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่าง และขณะนี้มี คงเหลืออยู่ขณะนี้ 248 คน ส่งผลให้ “พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ในลำดับถัดไป หลังจากนี้จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ

กำหนดการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.สกล ณ ศาลา 10 วัดโสมนัสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ดังนี้
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2565
   – เวลา 16.00 น.  พิธีรดน้ำศพ
   – เวลา 17.00 น.  พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
   – เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน – วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2565
   – เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม

*วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565
   – เวลา 10.00 น.  สวดพระพุทธมนต์
   – เวลา 11.00 น.  ถวายภัตตาหารเพล
   – เวลา 14.00 น. อัญเชิญศพเวียนเมรุ
   – เวลา 15.30 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ

กำหนดการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ กำหนดการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ

ส.ก. “บางรัก” ช่วย หญิงชราพิการต่างชาติ ถูกทิ้งในโฮสเทล มีแผลไฟไหม้-ตัดขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537228

26 พ.ย. 2565

ส.ก. "บางรัก" ช่วย หญิงชราพิการต่างชาติ ถูกทิ้งในโฮสเทล มีแผลไฟไหม้-ตัดขา

ส.ก. “บางรัก” รุดช่วย หญิงพิการชาวออสเตรเลีย ถูกชายต่างชาตินำมาทิ้งไว้ในโฮสเทล สภาพมีแผลไฟไหม้ น้ำเหลืองไหล ถูกตัดขาขวา

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้รับแจ้งว่า มีหญิงชราชาวออสเตรเลีย อายุประมาณ 67 ปี ถูกนำมาทิ้งที่ โฮสเทล (Hostel)แห่งหนึ่งในเขตบางรัก ซึ่งหญิงชราผู้นั้นมีบาดแผลจากการถูกไฟไหม้และถูกตัดขาข้างขวา อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  

ต่อมานายวิพุธ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรวีย์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางรัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่ อปพร.เขตบางรัก ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา เขตบางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็น หญิงชราชาวออสเตรเลีย ถูกนำมาทิ้งไว้ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จากการสอบถาม พนักงานโฮสเทล พบว่ามีชายต่างชาติเข้ามาติดต่อ ขอเข้าพักพร้อมเพื่อนชาวออสเตรเลียที่ไม่สบายประมาณ 2 คืน ทางที่พักไม่ได้สงสัยอะไรในเบื้องต้น แต่เมื่อมาเข้าพักจริงสภาพของผู้ป่วยนั้น ถูกตัดขาขวาไปข้างหนึ่งและผิวหนังตามร่างกายมีแผลจากไฟไหม้ มีน้ำเหลืองไหลและเป็นแผลกดทับหลายจุด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ส่วนคนที่พามาด้วยก็หนีหายไปไม่สามารถติดต่อได้

ทางที่พักได้ดูแลเรื่องอาหาร รวมทั้งช่วยเหลือเรื่องขับถ่าย เนื่องจากหญิงชราคนนี้ไม่สามารถขยับตัวได้ จนเวลาผ่านไปเกิน 24 ชั่วโมง จึงตัดสินใจติดต่อ ส.ก. วิพุธ เข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ

ล่าสุด นายวิพุธ ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือในฐานะพลเมืองของประเทศออสเตรเลีย และดำเนินการประสานไปยังสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง เพื่อขอนำตัวไปรักษา หากทิ้งไว้แผลอาจติดเชื้อและอาการทรุดลงกว่านี้ได้ 

ในส่วนของจากติดตามตัวชายต่างชาติที่หายตัวไปไหนนั้น ทางตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน

กฎหมาย’เลือกตั้ง’ ส.ส. ข้ามผ่านหาร500มาไกลแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537220

26 พ.ย. 2565

กฎหมาย'เลือกตั้ง' ส.ส. ข้ามผ่านหาร500มาไกลแล้ว

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเชื่อ 30 พ.ย.นี้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ไม่มีประเด็นให้วินัจฉัยกฎหมายเลือกตั้งส.ส. กลับไปใช้สูตรหาร500

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า นัดแถลง ด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ของศาลรัฐธรรมนูญในวันพุธ ที่ 30 พ.ย 2565 เวลา 09.30 น.นั้น จะไม่ทำให้การคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ กลับไปหาร 500 ดังที่บางคนเข้าใจ

เพราะคำร้อง ของ ส.ส./ส.ว 105 คน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.ป ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ. … มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เท่านั้น

ซึ่งประธาน กกต.ได้ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 พ.ศ 2564 ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ม.92 ถึง ม.94 ให้สอดคล้องกับรูปแบบการเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้ง ร่าง พ.ร.ป ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม

โดยยกเลิกวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะพึงมี และส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคพึงจะได้รับ จึงไม่มีกรณีที่จะต้องคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม ม.92 ถึง ม.94

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ดูจากคำร้องแล้ว ศาลจะต้องวินิจฉัยว่า ม.25 และ ม.26 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 และกระบวนการตราขึ้นไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่เท่านั้น

สาระสำคัญ ของ ม.25 และ ม.26 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ยกเลิกการคำนวณ ส.ส. พึงมี และ ส.ส. บัญชีรายชื่อพึงได้รับ ตาม ม.93 กรณีเลือกตั้งทั่วไปในเขตเลือกตั้งที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังประกาศผลไม่ครบทุกเขตเลือกตั้ง  ตาม ม.94 กรณีภายใน 1 ปี หลังวันเลือกตั้งทั่วไป แล้วมีการเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ซึ่งระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวต้องนำคะแนนจากเขตเลือกตั้ง ไปคำนวณด้วย เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบเลือกตั้ง เป็นแบบบัตร 2 ใบ คิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อจากบัตรเลือกตั้งที่เลือกพรรคการเมืองแล้ว จึงไม่มีกรณีคำนวณ ตาม ม.93 และ ม.94



จากคำชี้แจงของ กกต.ไม่มีข้อความใดบ่งชี้ว่า ม.25 ม.26 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 ผู้ร้องไม่ได้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หาร 100 ตาม ม.23 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ หรือไม่ จึงเป็นเหตุมิให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในกรณีนี้

ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า การยกเลิกไม่คำนวน ส.ส.พึงมี และส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองพึงจะได้รับ ตาม ม.25 และ ม.26 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 และวินิจฉัยกระบวนการตราร่าง พ.ร.ป ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น

ถ้าวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้ง กรณีไม่ใช่สาระสำคัญ 2 มาตรานี้ก็ใช้บังคับไม่ได้ ร่าง พ.ร.ป ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็เข้าสู่ขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้าเป็นสาระสำคัญ ก็ตกทั้งฉบับ ต้องไปยกร่าง พ.ร.ป ว่าด้วยการเลือกตั้งใหม่ ส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาใหม่ ไม่มีกลับไป หาร500 แน่นอน

ชาวมหาสารคามตื่นเต้น “ลุงป้อม” เตรียมลงพื้นที่ ถึงกับลั่น อยากกอด อยากหอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537217

26 พ.ย. 2565

ชาวมหาสารคามตื่นเต้น "ลุงป้อม" เตรียมลงพื้นที่ ถึงกับลั่น อยากกอด อยากหอม

ชาวมหาสารคามช่วยกันเตรียมสถานที่ รอต้อนรับ “ลุงป้อม” ลุ้น มา-ไม่มา ปฏิบัติภารกิจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพอเพียง ถึงกับลั่น อยากกอด อยากหอม

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสาธารณะเกาะแก้วหนองบัว อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ชาวบ้านรวมตัว ช่วยกันจัดพื้นที่เตรียมต้อนรับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

หลังจากทราบข่าวว่า พลเอกประวิตร ซึ่งชาวบ้านนับเป็นขวัญใจคนรากหญ้าชาวอีสาน  จะเดินทางมาในวันที่พรุ่งนี้ (26 พ.ย.) เพื่อแก้ปัญหา ปากท้อง ดูแลพี่น้องชาวมหาสารคาม หาทางช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่กระตุ้น เศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมผ้าไหม ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ชาวบ้าน

โดยบรรยากาศการเตรียมสถานที่จัดงานต้อนรับ พลเอกประวิตร ชาวบ้านส่วนหนึ่งบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า

“รู้สึกดีใจที่สุดที่จะได้พบ ลุงป้อมตัวเป็นๆ แม้ว่าจะได้รับข่าวว่าลุงป้อมติดภารกิจและอาจจะไม่ได้มา แต่ก็ยังดีใจที่จะได้มารวมตัวกัน พวกเรายินดีรวมพลังพี่น้องชาวมหาสารคามมาร่วมมือร่วมใจจัดงาน เพื่อแสดงพลังคนรักลุงป้อมกันและอยากกอดอยากหอมแก้ม เหมือนเวลาที่ลุงป้อมไปลงพื้นที่ต่างๆ และขอให้ลุงป้อมมาให้ได้ด้วยนะค่ะ พวกเราชาวสารคาม ยินดีต้อนรับลุงป้อม” ชาวบ้านกล่าว

ชาวมหาสารคาม จัดสถานรอต้อนรับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ชาวมหาสารคาม จัดสถานรอต้อนรับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณชาวมหาสารคามจัดสถานที่รอต้อนรับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณชาวมหาสารคามจัดสถานที่รอต้อนรับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

เตือน’ยุบสภา’คิดให้ดี หมายถึงบั้นปลายของชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537215

26 พ.ย. 2565

เตือน'ยุบสภา'คิดให้ดี หมายถึงบั้นปลายของชีวิต

เงื่อนไข ‘การเมือง’ ไทยลุ้นกันในวันที่ 30 พ.ย.นี้ กุนซือการเมืองเตือน คิดจะยุบสภาต้องไตร่ตรองให้ดี มีบั้นปลายชีวิตเป็นเดิมพัน

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โพสเฟสบุ๊ค แสดงความกังวล เหตุบ้านการเมืองใน วันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่ากฎหมายเลือกตั้ง ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช้หัวข้อ 30 พ.ย.นี้ ชี้ผีหรือคน มีเนื้อหาว่า


วันที่ 30 พฤศจิกายนเป็นวันชี้ชะตากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งว่าเป็นโมฆะหรือไม่
ถ้าไม่เป็นโมฆะจะยุบสภาเมื่อใดก็ไม่มีใครว่าเพราะมีเวลาตามกฎหมายกำกับอยู่

แต่ถ้าเป็นโมฆะแล้วยุบสภา เสียงคนด่าจะเต็มไปทั้งบ้านทั้งเมือง
เพราะเมื่อยุบสภาแล้ว ก็จะไม่มีทางตรากฎหมายการเลือกตั้งได้ เพราะไม่มีรัฐสภา เนื่องจากถูกยุบไปแล้วและไม่มีกฎหมายเลือกตั้งที่จะใช้ในการเลือกตั้ง


พลเอกประยุทธ์จะอยู่ไปโดยไม่มีกำหนดจะได้หรือ?
เท่ากับเป็นการยุบสภาเพื่อหาเหตุอยู่ในอำนาจโดยไม่มีที่สิ้นสุด โดยไม่มีการเลือกตั้ง สภาก็ไม่มี ส.ส.ก็ไม่มี สว.ก็ทำหน้าที่อะไรไม่ได้ แล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร?



ดังนั้นจึงต้องจับตาดูกันให้ดีว่าจะยุบสภาก่อน 30 พฤศจิกายนหรือหลัง 30 พฤศจิกายน
แต่ถ้ายุบสภาก่อน 30 พย.ก็ส่อเค้าว่ากฎหมายเลือกตั้งจะเป็นโมฆะก็วุ่น   

ถ้ายุบสภาหลังกฎหมายเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วก็ยิ่งวุ่น
วางหมากวางกลกันไว้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนโดยไม่ได้คิดถึงบ้านเมืองและราษฎร ก็เป็นเช่นนี้

แต่ ต้องขอเตือนว่า หมากกลที่วางไว้นี้ ปลายทางปิดไปแล้ว
เพราะถ้าเกิดวิกฤตจะรัฐประหารตัวเองไม่ได้ เมื่อไม่มีเลือกตั้งเหลือทางเดียวคือจะไปอยู่หนใดหรือจะเป็นแบบไหน
แบบ ป.พิบูลย์สงคราม ที่ต้องลี้ภัยไปเสียชีวิตในต่างแดน หรือถูกลอบสังหาร แบบ ป.ปักจุงฮี