มะกันช็อก!!กราดยิงห้องข่าวนสพ.ตาย 5 เจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332491

มะกันช็อก!!กราดยิงห้องข่าวนสพ.ตาย 5 เจ็บอื้อ

กราดยิง,ห้องข่าว,มะกันช็อก

มือปืนสาดกระสุนทะลุกระจกใส่ห้องข่าวนสพ.แคปพิทัล กาเซตต์ ในเมืองแอนนาโพลิส รัฐแมรีแลนด์ เสียชีวิตแล้ว 5 คน

ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายผิวขาว ใช้ปืนยาวและปืนสั้น ที่ดูเหมือนลงมือกราดยิงคนเดียว แต่ไม่ให้ความร่วมมือและยังไม่มีข้อมูลว่าอะไรเป็นเหตุจูงใจก่อคดีสะเทือนขวัญ

ฟิล เดวิด ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ แคปพิทัล กาเซตต์ ทวิตเล่าว่า มืปืนยิงทะลุกระจกประตูเข้าไปในสำนักงานและกราดยิงใส่พนักงานไม่เลือก สถานการณ์ในห้องข่าวเหมือนอยู่ในสมรภูมิ นักข่าวพากันหลบอยู่ใต้โต๊ะ

“ไม่มีอะไรจะน่าสะพรึงกลัวไปกว่าการได้ยินเสียงคนถูกยิงขณะกำลังหลบอยู่ใต้โต๊ะ ตามด้วยเสียงมือปืนกำลังบรรจุกระสุน” นักข่าวเล่าประสบการณ์

ตำรวจแถลงว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บาดเจ็บอีก 3 คน ผู้ต้องสัยซึ่งถูกจับตัวได้ขณะซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ ไม่ให้ความร่วมมือสอบสวนและไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ จึงยังไม่สามารถยืนยันชื่อได้ ขณะมีรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ซึ่งคาดว่าอายุราว 30 ปีเศษ เฉือนนิ้วตัวเองเพื่อป้องกันตำรวจระบุตัวตนจากลายพิมพ์นิ้วมือ แต่ตำรวจจะใช้โปรแกรมจดจำใบหน้าเพื่อให้ทราบชื่อ

ตำรวจทำลายวัตถุต้องสงสัยเป็นวัตถุระเบิดภายในอาคาร 4 ชั้นที่เกิดเหตุ แต่ต่อมา ทราบว่า กระเป๋าต้องสงสัย บรรจุแก๊สกระป๋องหลายใบ

ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้สื่อข่าวเป็นเป้าหมายของมือปืนหรือไม่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าการข่มขู่คุกคามนักข่าวในสหรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามปีมานี้ โดยเฉพาะในการชุมนุมหาเสียงหรือกิจกรรมทางการเมือง กระนั้น เหตุฆาตกรรมคนทำงานสื่อสารมวลชนในสหรัฐแทบไม่เคยมี โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงเป็นเรื่องช็อก

แคปพิทัล กาเซ็ตต์ เป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ เริ่มก่อตั้งในปี 2427  พร้อมกับหนังสือพิมพ์ในเครืออีกฉบับชื่อ แมรีแลนด์ กาเซตต์

มาเลเซียลุยค้นกูเกิลไขข้อสงสัย”BIJAN”ยี่ห้อกระเป๋าเมียนาจิบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332398

มาเลเซียลุยค้นกูเกิลไขข้อสงสัย”BIJAN”ยี่ห้อกระเป๋าเมียนาจิบ

ถามกันให้แซ่ด Bijan คือยี่ห้ออะไรยังไง หลังตร.มาเลเซียแถลงยอดอายัดทรัพย์นาจิบ 9,000 ล้าน

                            หลังจบการแถลงข่าวสรุปยอดทรัพย์สินและเงินสด ที่ตำรวจมาเลเซียรวบรวมยึดจากบ้านและที่พักเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก เมื่อวานนี้ ปรากฎว่า บนเวบไซต์กูเกิล มาเลเซีย คำที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลมากที่สุด เป็นคำว่า Bijan จากหลายวันที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นคำเกี่ยวข้องกับมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในรัสเซีย

มาเลเซียลุยค้นกูเกิลไขข้อสงสัย"Bijan"ยี่ห้อกระเป๋าเมียนาจิบ

มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท! 

เดอะสตาร์ สื่อมาเลเซีย รายงานว่า ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง คำว่า “Bijan” และคำอื่นที่เกี่ยวข้องอาทิ  “Bijan Bag”  “Bijan Handbag” และ “House of Bijan” ถูกใช้เป็นคำสืบค้นมากกว่า 1 แสนครั้ง นอกจากนี้ ยังเป็นคำฮิตบนทวิตเตอร์ในวันเดียวกันอีกด้วย

ความสนใจในคำนี้ เกิดขึ้นหลังจากตำรวจ ระบุว่าBijan กระเป๋าสั่งทำพิเศษ ไม่วางขายในตลาด เป็นหนึ่งในกระเป๋าหรูราคาแพง 37 ยี่ห้อ567  ใบ ที่ยึดจากอดีตผู้นำและภรรยา นางรอสมาห์ มานซอร์ ประเมินว่าเฉพาะกระเป๋าแบรนด์ Bijan มีมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านริงกิต ( 13 ล้านบาท)

ลอสแองเจลิส ถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นางรอสมาห์แวะเวียนไปช็อป ในรายงานข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนคดีขโมยเงินมหาศาลจากบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ (วันเอ็มดีบี)

ยี่ห้อนี้หลายคนได้ยินเป็นครั้งแรก แม้แต่ผู้สื่อข่าวเอง เดิม ทราบกันแต่ว่ากระเป๋าที่ถูกยึด เป็นยี่ห้อแอร์เมส เบอร์กินส์ กับอื่นๆที่พอจะคุ้นหู ผู้สื่อข่าวบางคนขอให้ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมพาณิชย์ อามาร์ ซิงห์ สะกด Bijan ให้ และชาวเน็ตจำนวนมากตีความกันไปว่า เป็นยี่ห้อของนายนาจิบเอง เพราะหากกลับจากตัวอักษรท้ายขึ้นมา จะเป็น เป็น N A J I B

แท้จริงแล้ว Bijan เป็นผลิตภัณฑ์จากร้าน House of Bijan ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่าน Bijan Pakzad ในย่านเบเวอรี ฮิลส์ ลอสแองเจลิส แต่ทายาทขายให้กับ  LVMH  เจ้าของแบรนด์หลุยส์วิตตอง ดีออร์ เมื่อปี 2559

ว่ากันว่า House of Bijan  เป็นร้านของคุณสุภาพบุรุษติดอันดับดับแพงที่สุดในโลก

ในส่วนของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ลูกค้าหลายคน เป็นบุรุษทรงอิทธิพลในการเมืองโลกและฮอลลีวูด อาทิ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา  บิน คลินตัน จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน  อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์ เพีร์ยซ บรอสแนน เซอร์ แอนโทนี ฮอปกินส์ ไมเคิล จอร์แดน และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

มาเลเซียลุยค้นกูเกิลไขข้อสงสัย"Bijan"ยี่ห้อกระเป๋าเมียนาจิบ

สำหรับกระเป๋าถือที่ผลิตสำหรับสุภาพสตรี ใช้วัสดุคุณภาพดีที่สุดจากหนังจระเข้ จิงโจ้ และอัญมณีไร้ตำหนิประดับ ไม่แน่ชัดว่าราคาแต่ละใบประมาณเท่าไหร่ แต่คงพอประเมินได้ว่าแพงขนาดไหน เมื่อดูจากสินค้าหมวดอื่นในร้าน อาทิ เนคไท เส้นละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ  ( 3.3 หมื่นบาท ) ซึ่งทายาทเจ้าของร้าน เคยให้สัมภาษณ์กับฟอร์บส์ ว่าเนคไทผลิตจำนวนจำกัด แต่ละแบบอาจมีเพียง 2 เส้นในโลกเท่านั้น

มีรายงานว่า คนที่จะเข้าร้านนี้ได้ ต้องนัดล่วงหน้า และบรรดานักช็อปกระเป๋าหนักที่เข้าร้านจะใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 1 แสนดอลลาร์  ( 3.3 แสนบาท)

ย้อนรอยชายฝรั่งเศสรอดติดถ้ำ 34 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332366

ย้อนรอยชายฝรั่งเศสรอดติดถ้ำ 34 วัน

ฝรั่งเศส,ติดถ้ำ,34วัน,ย้อนรอย

เคยมีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งที่ติดอยู่ในถ้ำเขาวงกต หนาวเย็น มืดมิด 34 วัน แต่ก็รอดชีวิตมาได้

                            ฌ็อง-ลุค โจซัวต์-แวร์กเชส ชายชาวฝรั่งเศสวัย 48 ปี เคยผ่านประสบการณ์เหลือเชื่อครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อติดอยู่ในถ้ำนานถึง 34 วัน แต่แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าและกำลังใจ จนออกมาบอกเล่าได้ว่าเขามีชีวิตรอดมาได้อย่างไร

18 ธันวาคม 2548 ฌ็อง-ลุค โจซัวต์-แวร์กเชส รู้สึกย่ำแย่ และอยากอยู่กับตัวเอง จึงขับรถโฟร์วีลไดรฟ์ เข้าไปภายในถ้ำ ซึ่งอดีตเป็นแปลงเพาะเห็ด  ในภูเขาพิเรนีส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส พร้อมกับเหล้าวิสกี 1 ขวด แต่เกิดอุบัติเหตุ จึงลงเดินเท้าสำรวจถ้ำ ต่อมา ไฟฉายเสียและรองเท้าหลุดหายในโคลน

เมื่อเดินเข้าไประยะหนึ่ง เขาก็หลงอยู่ในความมืด หาทางออกไม่เจอเสียแล้ว

หลังจากพยายามหาทางกลับไปที่รถ และทางออกนาน 1 สัปดาห์ ก็ล้มเลิกความคิด และปักหลักอยู่ในกองพลาสติกเก่า

ภายในถ้ำมีน้ำหยดลงมาตลอดเวลา เขากินน้ำ เศษไม้ ดิน และเลียสนิมเหล็ก ( บางสำนักข่าวระบุว่าเขาดูดหินเพื่อเอาแร่ธาตุ) ส่วนความหนาวเย็นใต้ดิน หนุ่มใหญ่ใช้พลาสติกที่พบในถ้ำมาห่มคลุมตัวไว้

โชคดีว่า เด็กนักเรียน 3 คนที่ได้วันหยุดไม่คาดฝัน จากครูฝรั่งเศสนัดหยุดงานประท้วง ไปสำรวจถ้ำ และพบรถของเขาจอดอยู่ลึกเข้าไปภายในปากทางเข้าอุโมงค์ จึงแจ้งตำรวจทันที

ตำรวจ 20 นาย กระจายกันค้นหานาน 90 นาที ก่อนพบ โจซัวต์-แวร์กเชส ในสภาพหนวดเคราเฟิ้ม อ่อนแรงและซูบผอม อยู่ในกองพลาสติกเก่า ห่างจากทางออกถ้ำเพียง 200 เมตร น้ำหนักลดลงไป 18 ก.ก.ปอนด์ แต่โดยรวมร่างกายและจิตใจยังแข็งแรง

 ย้อนรอยชายฝรั่งเศสรอดติดถ้ำ 34 วัน 

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า น้ำช่วยให้เขาดำรงชีวิตอยู่ได้ คนเราอยู่โดยไม่กินอาหารได้เป็นเวลานานหากยังได้กินน้ำ อีกอย่างที่ช่วยรักษาชีวิตก็คือพลาสติกป้องกันไฮโปเทอร์เมีย หรือร่างกายมีอุณหภูมิต่ำ

ในช่วงที่เขาหายตัวไป ญาติเริ่มทำใจว่าคงไม่ได้พบเขามีชีวิตอีก ขณะลูกชายกล่าวว่า เป็นฝันร้ายคริสต์มาส

แต่คุณพ่อลูกสองกล่าวว่า สัญชาติญาณการเอาตัวรอดและกำลังใจเข้มแข็งที่ช่วยชีวิตผมมาได้ ผมไม่ตื่นตระหนก ไม่หดหู่ หรือร้องไห้ แต่ร้องเพลง

“ผมไปที่ถ้ำเพราะรู้สึกซึมเศร้า แต่พอติดอยู่ในนั้น อยู่ในสถานการณ์ต้องเอาตัวรอด ทุกอย่างเปลี่ยนไป เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องมีชีวิตอยู่”

สหรัฐขู่คว่ำบาตรชาตินำเข้าน้ำมันอิหร่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332257

สหรัฐขู่คว่ำบาตรชาตินำเข้าน้ำมันอิหร่าน

อิหร่าน,น้ำมันอิหร่าน,ขู่คว่ำบาตร,น้ำมัน

สหรัฐเตรียมงัดข้อกับชาติพันธมิตรครั้งใหม่ ขู่คว่ำบาตรประเทศไม่หยุดนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านภายใน 4 พ.ย.นี้  วันที่สหรัฐจะเริ่มกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร

                              รัฐบาลสหรัฐเตรียมรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 8 พ.ค.ถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีนานาชาติร่วมลงนามกันเมื่อปี 2558 และกำหนดให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐต้องการให้ประเทศอื่นๆหยุดนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านภายใน 4 พ.ย.นี้ด้วย มิฉะนั้นจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ และจะไม่ยกเว้นให้ประเทศใดๆทั้งนั้น โดยมั่นใจว่า รัฐบาลต่างชาติส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรจากสหรัฐ และรักษาช่องทางเข้าสู่ตลาดสหรัฐ เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปแจ้งล่วงหน้ากับชาติยุโรปและเอเชียแล้วช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

อิหร่านเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก โดยส่งออกวันละกว่า 2 ล้านบาร์เรล มีลูกค้าสำคัญ อย่าง จีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุดในปีที่แล้ว อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอิตาลี

สหรัฐขู่คว่ำบาตรชาตินำเข้าน้ำมันอิหร่าน

ขณะที่ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวเมื่อวานว่า สหรัฐกำลังก่อสงครามทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน แต่สหรัฐจะไม่สามารถเอาชนะอิหร่านได้

สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 3.6% ปิดตลาดที่ 70.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวาน  หลังเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐส่งสัญญาณว่าบริษัทต่างๆ ที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่านจะต้องระงับการนำเข้าภายในต้นเดือน พ.ย.

แต่เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่ร่วมลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน และคัดค้านเรื่องสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลง พยายามล็อบบี้ไม่ให้สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทของทั้งสามประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน

สาวมะกันใช้มีดยาวขู่แฟนเก่าบังคับขืนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332271

สาวมะกันใช้มีดยาวขู่แฟนเก่าบังคับขืนใจ

สาวมะกัน,ขืนใจแฟนเก่า,มีดยาว

หญิงสาวแอบเข้าบ้านแฟนเก่าใช้มีดขู่บังคับมีเซ็กส์ และฉี่รดที่นอน

ตำรวจรัฐมอนทานา สหรัฐอเมริกา จับกุม ซาแมนทา เรย์ เมียรส์ วัย 19 ปี และแจ้งข้อหา6 ข้อหา รวมถึงย่องเบา และประทุษร้ายด้วยอาวุธ จากเหตุการณ์ที่เธอก่อไว้ที่บ้านพักแฟนเก่า ในเมืองเกรต ฟอลส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

หญิงสาวแอบเข้าไปในบ้านของแฟนเก่าที่เคยคบหากันนาน 7 ปี ขณะที่เขาอยู่ข้างนอก เธอแอบอยู่หลังประตูพร้อมมีดยาวรอเหยื่อกลับมา เมื่อเหยื่อเข้าบ้านเธอจึงเดินตามหลังและใช้มีดจี้ที่คอ ให้ฝ่ายชายถอดเสื้อผ้าออก และนอนลงบนเตียง

ด้วยความกลัวว่าอาจได้รับอันตราย เหยื่อจึงทำตาม จากนั้น คนร้ายถอดกางเกงเหยื่อ และมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อ โดยระหว่างนั้น ยังถือมีดไว้ไม่ยอมปล่อย  เมื่อเหยื่อพยายามขอให้เธอหยุดและผลักเธอออก แต่เธอไม่ยอมและกัดแขนของเขา พยายามที่จะมีเซ็กส์กับเขาต่อไป

หลังกิจบนเตียงจบลง ทั้งสองมีปากเสียงกัน เมียร์สที่อยู่ในอารมณ์โกรธจัด ทำผนังบ้านเสียหายและเจตนาปัสสาวะรดที่นอนของเขา และขณะที่เธอนั่งเปลือยและกวัดแกว่งมีดอยู่บนเตียงนั้นเอง เหยื่อฉวยโอกาสถ่ายรูปของเธอไว้ และใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความในเวลาต่อมา

เหยื่อโทรแจ้ง 911 ได้ในที่สุด โดยทำทีว่ากำลังโทรศัพท์คุยกับเพื่อน  ตำรวจรุดถึงที่เกิดเหตุพบหญิงสาวในบ้าน เธออ้างแบบหนังคนละม้วนว่าถูกแฟนเก่าลักพาตัวมาและต้องใช้มีดยาวป้องกันตัวเอง  ตำรวจสังเกตว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะมีปัญหาทางจิตจากการพูดคุยกับเธอ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า หญิงสาวคนเดียวกันนี้เคยถูกจับกุมมาก่อนแล้ว เมื่อเดือนเมษายน หลังจากทะเลาะกันที่บ้านของเหยื่อ เธอกระชากผมแฟนเก่า ตบหน้าและพยายามรัดคอ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ตำรวจขอให้ศาลออกคำสั่งห้ามเธอเข้าใกล้เหยื่อ เมื่อก่อเหตุครั้งนี้เธอจึงถูกแจ้งข้อหาขัดขืนคำสั่งศาล 1 กระทงด้วย

ญี่ปุ่นเล็งดันไอดับเบิลยูซีไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332233

ญี่ปุ่นเล็งดันไอดับเบิลยูซีไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

วาฬ,ล่าวาฬ,ญี่ปุ่น,ล่าวาฬเพื่อการค้า

จากการล่าปีละกว่า 300 เพื่อการวิจัยวิทยาศาสตร์ การประชุมคณะกรรมการล่าวาฬในปีนี้ ญี่ปุ่นเตรียมขอฟื้นล่าเพื่อการค้าบางส่วน

                                รัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งมักจะผลักดันให้คณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี ) ผ่อนปรนคำสั่งพักการห้ามล่าวาฬเพื่อการค้า ขณะเดินหน้าล่าวาฬทุกฤดูกาลปีละกว่า 300 ตัวโดยอ้างว่าเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติ

ล่าสุด ในการประชุมไอดับเบิลยูซี  ที่จะจัดขึ้นที่บราซิลเดือนกันยายนนี้  ฮิเดกิ โมโรนุคิ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านการล่าวาฬ สำนักงานประมงญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีแผนจะเสนอให้ที่ประชุมกำหนดโควตาล่าวาฬพันธุ์ที่คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ของไอดับเบิลยูซี รับรองว่าประชากรเหลือเฟือ

แต่โมโรนุคิ ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นวาฬพันธุ์ใด และต้องการล่าสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้จำนวนเท่าใด แต่ชี้ว่าไอดับเบิลยูซีจัดวาฬหลายพันธุ์อยู่ในหมวดที่ประชากรแข็งแรง

ในปีนี้ ญี่ปุ่นยังเสนอมาตรการหลายอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการตัดสินใจขององค์กร โดยลดจำนวนเสียงสมาชิกที่ต้องใช้ในการผ่านข้อเสนอ จาก 3 ใน 4 เหลือเพียงกึ่งหนึ่ง

 

 ญี่ปุ่นเล็งดันไอดับเบิลยูซีไฟเขียวล่าวาฬเพื่อการค้า

ไอดับเบิลยูซีสั่งพักการล่าวาฬมาตั้งแต่ปี 2529 และญี่ปุ่นพยายามผลักดันขอผ่อนปรนมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ กระนั้น ญี่ปุ่นเดินหน้าล่าวาฬต่อไปโดยอาศัยช่องโหว่ที่อนุญาตให้ล่าเพื่อการวิจัย โดยอ้างว่าเป็นความจำเป็นเพื่อพิสูจน์ว่าประชากรวาฬมีจำนวนมากพอที่จะกลับไปล่าเพื่อการค้าได้  และเนื้อวาฬบางส่วนจากการล่าเพื่อการวิจัยสุดท้ายก็กลายเป็นอาหารบนโต๊ะ

ญี่ปุ่นเพิ่งเรียกเสียงประณามจากนักอนุรักษ์ หลังแจ้งว่าฤดูกาลล่าหลังสุด ได้ล่าวาฬมิงค์ 333 ตัว จำนวนนี้ เป็นแม่วาฬตั้งท้อง 122 ตัว แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นระบุว่าอัตราการตั้งท้องสูงเป็นหลักฐานว่าประชากรวาฬมิงค์ยังแข็งแรงดี

ระทึกกลางห้างอิเกีย! 6 ขวบเจอปืนบนโซฟาเลยลองของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332197

ระทึกกลางห้างอิเกีย! 6 ขวบเจอปืนบนโซฟาเลยลองของ

ปืน,อิเกีย,เด็กยิงเล่น,6ขวบ,ระทึกกลางห้าง

หวิดนองเลือด ลูกค้าอิเกียทำปืนหล่นบนโซฟาในร้านอิเกียไม่รู้ตัว เด็กชาย 6 ขวบเจอเลยลองเล่น

ห้างอิเกียฟิสเชอร์ เมืองฟิสเชอร์ รัฐอินเดียนา ต้องออกมาขอโทษ หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อบ่ายวันจันทร์ ลูกค้ารายหนึ่งทำปืนจากกระเป๋ากางเกงตกไว้ขณะทดลองนั่งบนโซฟา ก่อนลุกขึ้นเดินดูของภายในห้างต่อ โดยไม่รู้ว่าลืมอะไรไว้ และโชคร้ายที่คนเจอคนแรก เป็นเด็ก

ไม่กี่นาทีต่อมา เด็กกลุ่มหนึ่งมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน เด็กชายวัย 6 ขวบในกลุ่มเหนี่ยวไกยิงออกไป 1 นัดใส่เบาะโซฟา

เจ้าของปืนตัวจริงได้ยินเสียงปืน ถึงได้รู้ว่าตนเองทำปืนร่วง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และยังไม่มีการจับกุมผู้ใด

ตำรวจเมืองฟิสเชอร์ กล่าวว่า ทันทีที่รู้ว่าเกิดเรื่อง เจ้าของปืนแสดงตัวทันที และให้ความร่วมมือสอบสวน ขณะที่อิเกียออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของเด็ก พร้อมยืนยันว่า ห้างไม่มีนโยบายให้มีอาวุธภายในร้าน และพร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

กฎหมายรัฐอินเดียนา การพกพาปืนต้องมีใบอนุญาต ไม่แน่ใจว่าลูกค้าที่ลืมปืนมีใบอนุญาตพกพาหรือไม่ หรือจะถูกแจ้งข้อหาใด

รัฐอินเดียนา  อยู่ในอันดับ 18 รัฐที่มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนมากที่สุด ราว 13 ต่อประชากร 1 แสน

Fishers_Police@Fishers_Police

Gun ownership=Responsible gun ownership @FishersIN If you have a gun, lock it up! Ask if there are guns in the homes that your kids visit?

ตำรวจเมืองฟิสเชอร์ ใช้เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนเจ้าของปืนว่า ต้องมีความรับผิดชอบ พึงระลึกอยู่เสมอว่าหากพกพาปืน ต้องมั่นใจว่าอาวุธนั้นอยู่กับตัวตลอดเวลา

เจ้าของโดนน้องหมายิงบาดเจ็บ

ระทึกกลางห้างอิเกีย! 6 ขวบเจอปืนบนโซฟาเลยลองของ

มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332182

มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท!

มาเลเซีย,นาจิบ,สมบัติหรู,เงินสด,9000 ล้าน

ชาวมาเลเซียตะลึง รวมมูลค่าคลังสมบัติแบรนด์เนม เครื่องเพชรและเงินสดจากบ้านอดีตนายกฯนาจิบ ร่วม 9,000 ล้านบาท

                            อามาร์ ซิงห์ อิชาร์ ซิงห์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนคดีอาชญากรรมพาณิชย์ ของมาเลเซีย แถลงผลการประเมินมูลค่ากระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา และเงินสด ที่ยึดจากบ้านและที่พักที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย อันเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดียักยอกเงินจากบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ วันเอ็มดีบี

รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าระหว่าง 900 ล้าน–1,100 ล้านริงกิต ( 7,360 ล้าน – 9,000 ล้านบาท ) โดยใช้เวลานับและประเมินตั้งแต่ 21 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน

  มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท! 

ผู้บัญชาการซิงห์ กล่าวว่า เหตุที่ใช้เวลานาน เนื่องจากจำนวนทรัพย์ที่ยึดไว้ มีเป็นจำนวนมาก และต้องการความแน่นอน กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงสามารถตีราคาคร่าวๆ ยังไม่ใช่ราคาตลาดที่น่าจะสูงกว่านี้

สำหรับสมบัติที่ยึดไว้ แยกเป็นเงินสดในกระเป๋า 35 ใบ ซึ่งอยู่ในรูปสกุลเงินต่างๆ 26 สกุล  คิดเป็นมูลค่า 116.7 ล้านริงกิต เงินเหล่านี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง 22 คนช่วยกันนับ ใช้เวลา 3 วัน

  มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท! 
นกระเป๋าใบใหญ่อีก 72 ใบ จำนวน 25 ใบ บรรจุเครื่องเพชร กำไล และเครื่องประดับ 1.2 หมื่นรายการ ใช้เวลานับ 16 วัน ประเมินมูลค่า 440 ล้านริงกิต แยกเป็นสร้อยคอ 1,400 เส้น แหวน 2,200 วง กำไลข้อมือ/ข้อเท้า 2,100 วง  ต่างหู  2,800 คู่ เข็มกลัด 1,600 อัน และมงกุฎเพชร 14 มงกุฎ  ชิ้นแพงที่สุดเป็นสร้อยคอทองทำฝังเพชร 6.4 ล้านริงกิต ( 52 ล้านบาท)

                           นอกจากนี้ ตำรวจยังยึดกระเป๋าหรู 567 ใบ ซึ่งมีกระเป๋าก๊อปเกรดเอ รวมอยู่ด้วย รวม 37 ยี่ห้อ  อาทิแอร์เมส เบอร์กิน และชาแนล คิดเป็นมูลค่า 1.3 ล้านริงกิต  ใบแพงที่สุดราคา 1.6 ล้านริงกิต ( 13 ล้านบาท ) 

นาฬิกาหรู ยี่ห้อโรเล็กซ์  ริชาร์ด มิลล์ และโชปาร์ จำนวน 423 เรือน ใช้เวลา 8 วันประเมินค่า สรุปที่ 78 ล้านริงกิต

กระเป๋า 3 ใบ บรรจุแว่นตา 34 ยี่ห้อ อาทิ คาร์เทียร์ เวอร์ซาเช และดีออร์ จำนวน 234 อัน มูลค่า 3.74 แสนริงกิต

ทั้งหมดนี้คือการยึดทรัพย์สินในการสอบสวนคดีความครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย .

  มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท! 

  มาเลเซียสรุปยึดสมบัติหรู-เงินสดนาจิบ 9,000 ล้านบาท! 


เกาหลีใต้คาดโทษปรับ 3 หมื่นไม่ให้ทางรถดับเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332160

เกาหลีใต้คาดโทษปรับ 3 หมื่นไม่ให้ทางรถดับเพลิง

รถดับเพลิง,เกาหลีใต้,ปรับ 3 หมื่น,ให้ทาง,กฎหมายใหม่

กฎใหม่มีผลบังคับวันนี้ที่เกาหลีใต้ ใครขวางทางรถดับเพลิงจะถูกปรับ 1 ล้านวอน

                                สำนักงานดับเพลิงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ประกาศในวันนี้ว่า กฎหมายว่าด้วยบริการดับเพลิงฉบับปรับปรุงแก้ไข มีผลบังคับใช้แล้ว และรัฐบาลกำลังเผยแพร่สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

กฎหมายเดิม ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไม่หลีกทาง จะถูกลงโทษตามกฎหมายการจราจรทางบก โดยรถสองล้อจะถูกปรับ 5 หมื่นวอน รถเก๋ง 7 หมื่นวอน และรถตู้ 8 หมื่นวอน แต่กฎหมายใหม่ ผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ให้ทาง หรือขวางทาง จะถูกปรับตามกฎหมายบริการดับเพลิง เป็นเงิน 1 ล้านวอน ( 2.95 หมื่นบาท )

ในระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ รถดับเพลิงจะประกาศเตือนผู้ฝ่าฝืน หากไม่ฟัง ก็จะถูกบันทึกวิดีโอไว้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคลิปเพื่อตามหาตัวและลงโทษปรับผู้กระทำผิดต่อไป

ฮอง ยัง คึน ผู้อำนวยการทีมสอบสวนสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติ กล่าวว่า การให้ทางรถดับเพลิงเป็นความรับผิดชอบ และเราขอให้ประชาชนให้ทางโดยสมัครใจ

สำนักงานดับเพลิงและภัยพิบัติโซล ระบุว่า อุปสรรคใหญ่สุดสำหรับปฏิบัติการดับเพลิง คือการจราจรติดขัด คิดเป็น 48.7% ตามด้วยการจอดรถในที่ห้ามจอด 28.1%

ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ การจอดรถผิดกฎหมายขวางจุดติดตั้งหัวดับเพลิง เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เกาหลีใต้ประสบเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่สองรายซ้อน มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนเมื่อปลายปีที่แล้ว  ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลาเพราะปัญหาสิ่งกีดขวางบนถนน
รัฐบาลเกาหลีใต้จึงปรับแก้กฎหมาย ให้ตำรวจในพื้นที่กำหนดเขตห้ามจอดในรัศมี 5 เมตรจากหัวดับเพลิง หรือสัญญาณเตือนไฟ มีผล 10 สิงหาคมนี้

ที่โซล ทางการท้องถิ่น ร่วมมือกับสถานีดับเพลิงแต่ละเขต ตรวจสอบเส้นทางที่รถดับเพลิงต้องใช้ โดยเฉพาะในย่านชุมชนและตรอกซอยซอย ซึ่งทำให้รถดับเพลิงมีปัญหามากในการเข้าออก เมื่อแก้ไขกฎหมายแล้ว เจ้าของรถที่จอดในเส้นทางที่รถดับเพลิงต้องใช้ จะถูกลงโทษปรับ

ตี๋น้อยไต้หวันห้อยต่องแต่งชั้น 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332096

ตี๋น้อยไต้หวันห้อยต่องแต่งชั้น 5

ต่างประเทศ,ลุ้น,ระทึก,4 ขวบ,ชั้น 5,ร่วง,ห้อย,ต่องแต่ง

4 ขวบ เล่นซนร่วงราวระเบียงห้อยต่องแต่งสุดหวาดเสียว เกาะแน่นเกือบครึ่ง ชม. ก่อนช่วยได้

เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา เด็กชายไต้หวัน วัย 4 ขวบ ซึ่งพ่อแม่ปล่อยให้อยู่ลำพังบนอพาร์ทเมนท์ชั้น 5 เมืองผิงถง ทางใต้ของไต้หวัน ออกมาเล่นที่ระเบียงลูกกรง แล้วลื่นหลุดลงไปทางช่องว่างระหว่างราวเหล็ก ซึ่งมีความกว้างราว 10 – 20 ซม. แต่ไม่กว้างพอที่ศีรษะจะผ่านได้ จึงช่วยป้องกันเด็กไม่ให้ร่วงลงมาทันที ซึ่งอาจจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม

หลังจากอยู่ในสภาพนั้นสักพักหนึ่ง เด็กชายที่พยายามเกาะราวเหล็กไว้สุดชีวิตก็เริ่มหมดแรง เพื่อนบ้านรีบนำผ้าใบคลุมรถมารอรับสถานการณ์อยู่เบื้องล่าง

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจรุดถึงที่เกิดเหตุ พร้อมรถบรรทุกติดบันได ทีมกู้ชีพไม่สามารถเข้าชั้น 5 ได้ เพราะติดสิ่งกีดขวาง จึงเข้าจากชั้น 6 แทน และที่สุดก็เข้าถึงระเบียงชั้น 5 ช่วยเหลือเด็กได้โดยสวัสดิภาพ

นับจากเพื่อนบ้านเห็นเด็กชายห้อยต่องแต่งอยู่ จนถึงได้รับการช่วยเหลือ รวมเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง แต่แพทย์พบว่าเด็กชายบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะกับที่หู

พ่อแม่เด็ก กล่าวว่า ทั้งสองไม่ได้ทิ้งลูกอยู่ลำพัง มีป้าอยู่ด้วย แต่เมื่อเด็กตื่นนอน ป้าไม่อยู่แล้ว จึงออกไปเล่นที่ระเบียง

ตำรวจ กล่าวว่า พ่อแม่ละเมิดกฎหมายคุ้มครองและสวัสดิภาพเยาวชน ปล่อยเด็กต่ำกว่า 6 ขวบ อยู่ลำพัง อาจถูกปรับเป็นเงินระหว่าง 3,000 – 15,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (3,000 – 15,000 บาท) และต้องเข้าคอร์สอบรมขั้นต่ำ 4 ชั่วโมง

ตี๋น้อยไต้หวันห้อยต่องแต่งชั้น 5

ภาพ : Liberty Times