สามแยกวัดใจ สามแนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “พลเอกประยุทธ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499419

02 ม.ค. 2565 |11:36 น.

สามแยกวัดใจ สามแนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "พลเอกประยุทธ์"

สามแนวทาง คำวินิจฉัยชี้ชะตา “พลเอกประยุทธ์” หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี

สามแยกวัดใจ สามแนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "พลเอกประยุทธ์"

วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  เป็นเรื่องระยะเวลาทำงานมิใช่การลงโทษ ประเด็นห้ามใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นโทษจึงขาดน้ำหนัก รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับสมญานามว่าเป็นฉบับปราบโกงที่กำหนดเวลาห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันเกิน 8 ปี เพราะไม่ต้องการให้ติดยึดผูกขาดอำนาจ อยู่สืบทอดสร้างอาณาจักรเป็นเจตนารมย์หลักของมาตรา158 วรรค 3  หลายฝ่ายเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุติปัญหานี้ แต่รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาต้องตีความตามกฎหมาย  เร่งรีบยื่นไปก็จะไม่เข้าเงื่อนไขให้ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย  แต่จำแนก 3 แนวทางพิจารณาได้ดังนี้

แนวทางที่ 1 สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเอกฉันท์เลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม2557 ถ้านับจากวันที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี จะครบกำหนดในวันที่23 สิงหาคมปีนี้ หากตีความตามรัฐธรรมนูญมาตรา264 วรรคแรกที่ว่าครม.ที่บริหารราชการอยู่ก่อนการประกาศใช้รธน.เป็นครม.ตามรัฐธรรมนูญฉบับ2560 ตามแนวทางนี้ พลเอกประยุทธ์มีเวลาเหลืออีกราว 8 เดือน


แนวทางที่ 2 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ2560 วันที่ 6 เมษายน 2560 หากเริ่มนับวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากวันบังคับใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าว พลเอกประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีรวมแล้วไม่เกิน 8 ปี ได้ถึงปี 2568หมายความว่าหากอยู่ครบวาระในปี2566 และได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยจะมีอายุขัยราวสองปี

แนวทางสุดท้ายหากนับวาระดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2562 ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมรัฐสภา ระยะเวลารวมกันไม่เกิน 8 ปีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดในปี2570 พลเอกประยุทธ์สามารถเป็นนายกฯได้จนครบวาระหากได้รับการเสนอชื่อเข้ามาจากการเลือกตั้งครั้งหน้า

ยังไม่ตาย “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” สยบข่าวลือ ห่วงสามนิ้วถูกทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499374

01 ม.ค. 2565 |19:15 น.

ยังไม่ตาย "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" สยบข่าวลือ ห่วงสามนิ้วถูกทิ้ง

เจอข่าวลือร้อนโซเชียล “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” โผล่โชว์ตัวเป็นๆ ยังมีชีวิตอยู่ ห่วงขบวนการสามนิ้วโดดเดี่ยว แนะแสวงหาแนวร่วมจากฝ่ายการเมือง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลือสนั่นในโซเชียล “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ผู้ลี้ภัยคดี 112 เสียชีวิตในฝรั่งเศส ก่อนสิ้นปีเจ้าตัวโผล่ไลฟ์เฟซบุ๊คยืนยันยังมีชีวิตอยู่ พร้อมเสนอกลุ่มราษฎรให้หาทางดึงนักการเมืองทุกพรรคมาเป็นแนวร่วม

4 ปีที่แล้ว “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” ล้มป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก หยุดพักรักษาตัวไปนาน และเพิ่งฟื้นตัวเมื่อปี 2562

นักวิชาการชื่อดัง  “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” มีอิทธิพลทางความคิดต่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่แพ้ ปวิน ชัชวาล พงศ์พันธ์ แต่ลึกๆสองคนนี้ มักมีวิวาทะกันอยู่บ่อยๆ

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2564 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ก Somsak Jeamteerasakul เพื่อสื่อสารถึงบรรดาสาวกทั้งหลาย เนื่องจากสมศักดิ์ป่วยมานาน จึงพูดช้าๆติดขัดเป็นบางจังหวะ “ถ้าผมได้เขียนจะสะดวกกว่า เพราะการพูด ไม่สะดวก อย่างที่ทุกคนได้เห็น”

เข้าใจว่าการไลฟ์เฟซบุ๊กของสมศักดิ์ในครั้งนี้ คงอยากให้คนเห็นว่า เขายังมีสุขภาพแข็งแรง “เรื่องตายไม่จริง วันดีคืนดีก็มีตาย ประจำ แต่นี่หลังๆ ขี้เกียจพูด..”

ความเห็นต่อขบวนการปฏิรูปสถาบันฯ ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นั้นไม่ต่างจากปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เห็นว่า ควรแสวงหาความร่วมมือกับหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะนักการเมืองในสภาฯ ไม่ควรปฏิเสธพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

‘ฝากถึงสามนิ้ว’

“สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” เป็นบุคคลหนึ่งที่ คสช.ออกคำสั่งที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. และคำสั่งที่ 65/2557 ลงวันที่ 13 มิ.ย. เพื่อเรียกให้ไปรายงานตัว แต่วันนี้ เขาได้สถานะผู้ลี้ภัยเรียบร้อยแล้ว

เนื้อหาหลักๆในการไลฟ์สดวันนั้น สมศักดิ์แนะให้กลุ่มนักเคลื่อนไหวปฏิรูปสถาบันฯ หาทางร่วมมือกับนักการเมืองในสภา “…เป็นไปไม่ได้ที่นักการเมืองเหล่านี้จะหายไปจากโลก ดังนั้น การเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ จะต้องอาศัยคนเหล่านี้อยู่ดี เป็นเรื่องใหญ่ที่อยากให้พวกเราช่วยกันคิด…อยากให้คิดว่าทำอย่างไรที่เราจะให้พวกเขา พูดในสิ่งที่พูดได้”

นอกจากนี้ สมศักดิ์ยังพูดถึงแกนนำกลุ่มราษฎร ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ “อยากฝากไว้ว่า พวกเราทั้งหลายแหล่ต้องช่วยกัน แล้วพยายามเอาพวกเราที่อยู่ในคุกออกมา…ต่อสู้คดีข้างนอก”

จริงๆแล้ว สมศักดิ์คงอยากแนะนำขบวนการสามนิ้วมากกว่านี้ เหตุที่เขาป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ส่งผลต่อการพูดจาติดๆขัดๆ

เดือน ส.ค.2561 สมศักดิ์ป่วยกะทันหัน เส้นเลือดในสมองด้านซ้ายแตก ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายฝั่งขวา หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลมาระยะหนึ่ง ก็ออกมาฟื้นฟูสภาพร่างกาย(กายภาพบำบัด) ที่บ้านพัก

‘กบดานลี้ภัย’

ทุกวันนี้ ฝรั่งเศสเป็นแหล่งรวมผู้ลี้ภัยชาวไทยไม่ต่ำกว่า 10 คน แต่ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” น่าจะเป็นผู้ลี้ภัยคนเดียวในปารีส ที่ไม่ได้ออกมาพบปะมิตรสหาย เขาเลือกที่จะอยู่คนเดียวเงียบๆ

ครั้งแรกที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โผล่ไลฟ์เฟซบุ๊กครั้งแรกที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โผล่ไลฟ์เฟซบุ๊ก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2557 สมศักดิ์ถูกชายนิรนาม 2 คน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามายิงถล่ม ใส่บ้านพักภายในหมู่บ้านนันทวัน รามอินทรา จากนั้น สมศักดิ์ต้องออกจากบ้านพักไปหลบซ่อนในเซฟเฮาส์อยู่หลายเดือน เพื่อความปลอดภัย

หลังรัฐประหาร 2557 สมศักดิ์หลบหนีออกจากไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ เข้าไปอาศัยในพนมเปญ กัมพูชา อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทำเรื่องขอลี้ภัยในฝรั่งเศส และเมื่อได้รับอนุญาต เขาจึงเดินทางไปปารีส

เมื่อจักรภพ เพ็ญแข และจรัล ดิษฐาอภิชัย เคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรเสรีไทย ต่อต้าน คสช. รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงในกัมพูชา และลาว จัดวิทยุใต้ดิน (ผ่านยูทูบ) ปลุกระดมประชาชนโค่นล้มรัฐบาลทหาร ตรงข้ามกับสมศักดิ์ที่เลือกจะดำเนินชีวิตเยี่ยงนักวิชาการอิสระ

อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์เป็นผู้ที่ติดตามฟังวิทยุใต้ดินของทุกกลุ่ม เรียกว่าเป็นแฟนตัวยง และบ่อยครั้งที่เขาจะไปเสนอความคิดความเห็นเรื่องกลยุทธ์การต่อสู้ของกลุ่มวิทยุใต้ดิน จนทำให้ผู้ลี้ภัย 112 บางกลุ่มไม่พอใจเขา

ปลายปี 2563 ปรากฏการณ์ม็อบสามนิ้ว และขบวนการปฏิรูปสถาบันฯ ทำให้สมศักดิ์มีความฮึกห้าวขึ้นมาทันที เพราะ 10 ข้อเสนอต่อการปฏิรูปสถาบันฯโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นสิ่งที่สมศักดิ์เคยเสนอไว้เมื่อช่วงปี 2554

ตลอดปี 2564 ขบวนปฏิรูปสถาบันฯ ถูกฝ่ายรัฐบดขยี้ จนทำให้การเคลื่อนไหวบนท้องถนนประสบปัญหา มวลชนมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง สมศักดิ์รู้สึกเป็นกังวลจึงออกมาเสนอแนวทางการแสวงหาแนวร่วมให้มากขึ้น

เอาเข้าจริง ขบวนการสามนิ้วที่ถูกกระตุ้นโดยสมศักดิ์ ดูเตลิดไปไกลเกินกว่าที่จะดึงให้กลับมาพูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเสียแล้ว

นักกฎหมายมั่นใจ “พลเอกประยุทธ์” หลุดเก้าอี้นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499326

01 ม.ค. 2565 |12:15 น.

นักกฎหมายมั่นใจ "พลเอกประยุทธ์" หลุดเก้าอี้นายกฯ

กางรัฐธรรมนูญ 2560 นักกฎหมายใหญ่ชี้ “พลเอกประยุทธ์” หลุดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแน่ มาตรา 158 และ 264 มัดแน่นดิ้นไม่ได้

สาระสำคัญรัฐธรรมนูญมาตรา158 วรรค 3 ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่  แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นตำแหน่ง  นี่เป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นำมาใช้ยืนยันว่าระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งต้องนับมาตั้งปี2557 หากรวมระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จะครบกำหนดในปีนี้

นักกฎหมายมั่นใจ "พลเอกประยุทธ์" หลุดเก้าอี้นายกฯ

ไพศาลยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ 60 กำหนดนายกรัฐมนตรีเป็น 2 ประเภทได้แก่ นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 60 คือนายกหลังเลือกตั้ง 62และนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ในขณะรัฐธรรมนูญ 60 ใช้บังคับ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งจะเข้ารับตำแหน่ง พลเอกประยุทธ์จึงนายกฯตามรัฐธรรมนูญ มาตรา264 บัญญัติด้วยและมาตรา 158 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเภทนี้ดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรพยายามอธิบายว่า การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่นับรวม การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนรัฐธรรมนูญ2560 บังคับใช้ เช่นเดียวกับ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เชื่อว่าประเด็นนี้จะไม่มีปัญหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีความมั่นคงในการพิจารณาหากมีการยื่นตีความ

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กทม.” ใครเหนือใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499309

01 ม.ค. 2565 |11:02 น.

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

แม้ว่า “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”ยังไม่ประกาศเป็นทางการ แต่ก็เหมือนกับระฆังเลือกตั้งดังขึ้นแล้ว บางคนเปิดตัวไปแล้ว บางคนยังไม่เป็นทางการ ตอนนี้ใครคะแนนนิยมนำ ใครตาม ระหว่างผู้สมัครอิสระกับสังกัดพรรคการเมือง คนกรุงชอบแบบไหนมากกว่ากัน

ตามไทม์ไลน์ “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.” น่าจะมีขึ้นไม่เกินกลางปีนี้

ด้วยเหตุนี้การเปิดตัวของ “ว่าที่ผู้สมัครฯผู้ว่า กทม.” จึงมีให้เห็นและมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนบางคนเป็นเพียงกระแส หรือคาดการณ์ว่าจะลงแข่งเลือกตั้งสนามนี้แต่ยังไม่เปิดตัวเป็นทางการ

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

                                                             ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ที่เปิดตัวมาช้านานแล้วก็  ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  อดีต รมว.คมนาคม  ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ที่จะลงสมัครอิสระ

ชัชชาติ ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในช่วงปลายปี 2562 หลังจบการเลือกตั้งใหญ่ โดยเปิดตัวกิจกรรมเป็นครั้งแรกในธีม ชัชชาติ ชวนคุย คนกรุงเทพฯช่วยคิด เพื่อต่อยอดเป็นนโยบายการพัฒนากรุงเทพฯ ในการลงเลือกตั้งผู้สมัครอิสระในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมกับฟอร์มทีมและขับเคลื่อนภายใต้ชื่อ กลุ่มเพื่อนชัชชาติ


ในโลกออนไลน์ ชัชชาติ  ได้ความนิยมจากรูปภาพที่เขาเดินเข้าไปทำบุญใส่บาตรภายในวัดแห่งหนึ่งที่ จ.สุรินทร์ โดยสวมเสื้อแขนกุดหิ้วถุงอาหารและเดินด้วยเท้าเปล่า ภาพดังกล่าวมีการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว 


จากนั้นตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ชัชชาติ  ตระเวนลงพื้นที่หลายเขตของกรุงเทพฯ เพื่อเก็บข้อมูลจัดทำนโยบายเตรียมลงเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเปิดตัว ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ดร.ยุ้ย มาเป็นทีมนโยบายเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยใช้สโลแกนหาเสียงว่า  มาช่วยสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

และยังมีการดึง ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นที่ปรึกษา มาเป็นทีมงานในการช่วยหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

นอกจากนี้ ชัชชาติ ยังได้นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร New Dem หรือ กลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ บุตรชาย นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม 
 

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

                                                               สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

คนต่อมา ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม ดร.เอ้ ที่ลาออกจากตำแหน่ง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)เพื่อก้าวเข้าสู่สนามการเมือง ในฐานะว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวจากพรรคการเมืองคนแรกในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ โดยใช้สโลแกนหาเสียงว่า เปลี่ยนกรุงเทพ เราทำได้


ดร.เอ้  ถือว่าไม่ธรรมดาคนหนึ่งเลยทีเดียว  พรรคประชาธิปัตย์ สรุปจุดขายของ ดร.เอ้  ในการสัประยุทธ์ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมีขึ้นหลังจากนี้ว่า เป็นศาสตราจารย์ด้านการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์คนแรกของไทยเมื่ออายุเพียง 37 ปี เป็นอธิการบดีที่อายุน้อยที่สุดในประเทศด้วยวัยเพียง 43 ปี รวมทั้งผลงานจากโปรเจกต์จบปริญญาตรีเรื่องงานวิจัยออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินเส้นแรกของไทย สู่การเป็น 1 ในทีมผู้สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเส้นแรกของไทย นอกจากนี้เคยเป็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 7 สมัย และเป็นชาวอาเซียนเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลระดับโลก Eisenhower Fellows 2013 ด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี ในฐานะผู้นำยุคใหม่ของโลก

ขณะเดียวกันยังเป็นผู้นำทีมก่อสร้างโครงการ แก้มลิงใต้ดิน แห่งแรกในไทย ณ วัดมังกรกมลาวาส แก้ปัญหาน้ำท่วมเพื่อคนกรุงเทพฯ รวมทั้งยังได้รับฉายาว่า The Disruptor เมืองไทย มีแฮชแท็กประจำตัว #จะทำก็ทำได้

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

                                                                         สกลธี ภัททิยกุล

        – สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  อดีตแนวร่วมคนสำคัญคนหนึ่งของ กปปส. ซึ่งเพิ่งยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2564  และให้สัมภาษณ์ว่ามีความพร้อมที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยจะตัดสินใจลาออกจากรองผู้ว่าฯกทม.ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม 2565 และจะมีแกนนำ กปปส. เข้ามาช่วยเขาหาเสียงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ด้วย


ตอนนี้ สกลธี กำลังเริ่มเตรียมเซ็ตทีมเลือกตั้งไว้บ้างเช่นกันโดยมีสองสามีภรรยา ณัฎฐพลและทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. คอยเป็นกุนซือให้ ข่าวบางกระแสว่า สกลธี จะลงอิสระ แต่บางกระแสบอกว่า จะสังกัดพรรคตั้งใหม่ 


ขณะที่ ทยา ทีปสุวรรณ  อดีตแกนนำ กปปส.ที่ตั้งใจลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ แต่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเสียก่อนจากคดีที่เธอตกเป็นจำเลยในคดีแกนนำ กปปส. ถูกดำเนินคดีอาญาจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก ว่า สกลธี มาแล้ว…พร้อมสู้เพื่อ กทม.  หากน้องชายลงผู้ว่าฯกทม. ขอออกตัวเลยว่า จะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้น้องทุกทางที่ทำได้

จริงๆ แล้ว จั้ม(ชื่อเล่นสกลธี ) กับเราเตรียมนโยบายสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยจั้มคือ 1 ในทีมงานหลักที่ทำงานด้วยกันมาตลอด แต่เมื่อเรา(หมายถึงทยา) โดนตัดสิทธิทางการเมือง  เราเลยคุยกันว่า จั้มพร้อมมาก ทั้งความสด ความเป็นคนรุ่นใหม่ ขยันทำงาน และรู้งานกทม.เป็นอย่างดี เพราะทำหน้าที่รองผู้ว่ามาเป็นปีที่ 4 แล้ว

ที่สำคัญ น้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ รักชาติ รักสถาบัน ก็น่าจะลุยไปเลย เป็นตัวแทน คนรุ่นใหม่ ที่มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อประเทศชาติ มีประสบการณ์ทางการเมือง มีความสามารถ มีผลงานที่จับต้องได้ รู้จักพื้นที่กรุงเทพแบบทะลุปรุโปร่งเพราะลงพื้นที่ตลอด รู้จักข้าราชการและกลไกการทำงานในทุกสำนักเป็นอย่างดี

หากได้รับเลือกตั้งก็สามารถเริ่มงานได้ทันที ไม่ต้องมาเริ่มเรียนรู้ระบบใหม่ พร้อมดูแล กทม.ด้วยนโยบายที่ทันสมัย ลดคอร์รัปชั่น ใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ ทำกรุงเทพให้น่าอยู่…เชื่อว่าจั้ม จะเป็นขุนพลที่นำทีมงานมืออาชีพ มีความรู้จากทุกสายงานมาเป็นteamwork ที่เข้มแข็ง…คนกรุงจะได้ผู้นำและทีมงานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแน่นอน  

สำหรับ สกลธี จะได้คะแนนหนุนจากกลุ่ม กปปส. และ ส.ก. บางส่วน 

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

                                                                    รสนา โตสิตระกูล

อีกคน  น.ส.รสนา โตสิตระกูล  อดีต ส.ว.กทม. ที่ได้รับคะแนนการเลือกตั้งมากที่สุดจาก ส.ว.ทั่วประเทศในปี 2551 อยู่ที่ 743,397 คะแนน

ที่ผ่านมาบทบาท รสนา  เป็นนักต่อสู้เรื่องสิทธิผู้บริโภค สิทธิประชาชน เคยดำรงตำแหน่งหลากหลาย อาทิ เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กรรมการอิสระ แกนนำเครือข่าย 30 องค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อผู้บริโภค กรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง และยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

รสนา เคยเป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (2 สมัย)

โดยเฉพาะในปี 2547 เป็นหนึ่งในแกนนำเคลื่อนไหวล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อยื่นตรวจสอบการทุจริตยาของกระทรวงสาธารณสุข จนเป็นเหตุให้นายรักเกียรติ สุขธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปี และถูกยึดทรัพย์เป็นจำนวนเงิน 233.8 ล้านบาท 

สำหรับเส้นทางเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้น  รสนา  เปิดตัวเมื่อ 13 ธ.ค. 2562 ประกาศจะลงสู้ศึกในนามผู้สมัครอิสระ “ตัวจริง” ใช้สโลแกนหาเสียงว่า กทม.มีทางออก บอกรสนา  โดยใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

เทียบฟอร์ม ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯ กทม." ใครเหนือใคร

                                                          พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง
 
– พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง  ผู้ว่า กทม.คนปัจจุบัน  ถึงไม่เปิดตัวเป็นทางการ แต่กระแสข่าวบอกว่า จัดกำลังหนุนไว้พร้อมแล้วเพื่อจะได้กลับมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้ง และลือกันไปทั่วว่า พล.ต.อ.อัศวิน ได้แจ้งให้ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐทราบแล้ว จะขอลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่สังกัดพรรค แต่มี กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เป็นกองหนุน

สำหรับกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เปิดตัวมา 2 ปีกว่าแล้ว เป็นการรวมตัวกันของผู้ที่มีจิตอาสาอยากช่วยเหลือสังคมและรับใช้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ โดยมี กิติภูมิ นีละไพจิตร์ ผู้จัดการตลาดทุ่งครุพลาซ่า เป็นประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ

ก่อนหน้านี้  กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ  ได้ประกาศชัดเจนว่า หาก พล.ต.อ.อัศวิน ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็พร้อมที่จะสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน

เมื่อจัดทัพไว้พร้อมสรรพ พล.ต.อ.อัศวิน จึงไม่สนใจว่า พลังประชารัฐจะหนุนหรือไม่ เพราะกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ ลุยทำงานเพาะเป้าสร้างแกนในชุมชนจนฐานแน่นปึ้ก 

ขณะนี้กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ พร้อมที่จะส่งคนลงสนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ถึง 30 เขต

ด้านพรรคกล้า ฟังจากนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคฯ ยืนยันว่า พรรคกล้าเตรียมคนไว้แล้วสำหรับการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รอเพียงความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อไหร่เท่านั้น จะได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯ

ส่วนพรรคไทยศรีวิไลย์ มีการแถลงเปิดตัว ดร.ประยูร ครองยศ ลงผู้สมัครชิงเก้าอี้ ผู้ว่า กทม. โดยนายมงคลกิตติ์  หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ บอกว่า พรรคจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย กระจายอำนาจ คัดสรรและแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ให้อำนาจแขวงในการบริหารงาน หาบเร่แผงลอยขายได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด และปฏิรูปกรุงเทพมหานคร 

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ถ้าพรรคพลังประชารัฐส่งคนลงแข่ง (แต่ไม่ได้ส่ง พล.ต.อ.อัศวิน) ก็อาจไปตัดคะแนนกันเองกับ พล.ต.อ.อัศวิน และ นายสกลธี เพราะส่วนหนึ่งใช้ฐานเสียง ส.ก.เดียวกัน  

แต่พรรคเพื่อไทยชัดเจนแล้วว่าจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า พรรคเพื่อไทยพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า ขณะนี้เสมือนมีตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตยที่อาสาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครในนามของพรรค อาจมีปัญหาในการตัดคะแนนกันเอง จึงมีข้อสรุปชัดเจนว่า จะไม่ส่งตัวแทนของพรรคเพื่อไทยเนื่องจากต้องการส่งเสริมคนที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้รับชัยชนะ
ในการเลือกตั้ง

และพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนนายชัชชาติ แต่การจะประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการต้องรอจังหวะ โอกาส และเวลาที่เหมาะสมเพราะมีผลกระทบหลายด้านโดยเฉพาะตัวผู้สมัครเอง โดยยินดีใช้กลไกของพรรคสนับสนุน

ส่วนพรรคก้าวไกลนั้นส่งคนลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. แน่นอน โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  บอกว่า จะมีการเปิดตัวในวันที่ 23 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นคนที่ทุกคนรู้จักหมด  เป็นคนรุ่นใหม่ ดังนั้นถ้าคนที่พรรคก้าวไกลส่งสมัครโดดเด่น  ก็อาจส่งผลในการไปตัดคะแนนกันเองกับนายชัชชาติในหมู่คนรุ่นใหม่และคนเสื้อแดง


เช่นเดียวกับที่ ชัชชาติ ดึง ดร.พิจิตต มาเสริมทีม  ก็อาจส่งผลในการดึงคะแนนเสียงคนสนับสนุน ดร.เอ้ สุชัชวีร์ จากประชาธิธัตย์ เพราะดร.พิจิตต เคยอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อนและเคยช่วย ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ฯ เมื่อปี 2552


และอีกคนดังที่เริ่มมีข่าวว่าสนใจลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เช่นกัน คือ  ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม พิธีกร นักแสดง  อดีตนางสาวไทยปี พ.ศ. 2543 ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการทำงานด้านสังคมในนาม องค์กรทำดี ที่ทำงานด้านช่วยเหลือผู้เดือดร้อนและเป็นแกนนำในการเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิดคดีข่มขืนให้ได้รับบทลงโทษที่สูงขึ้นจนได้เข้าไปมีบทบาทในสภาฯ เป็นอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดปัจจุบัน และพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ต้องการส่งคนลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ก็กำลังมอง บุ๋ม ปนัดดา อยู่ และมีข่าวว่ากำลังเจรจากันอยู่

สำหรับผลโพลของหลายสำนัก ล่าสุด นายชัชชาติ ยังคะแนนนำอยู่ ตามมาด้วย ดร.สุชัชวีร์  พล.ต.อ. อัศวิน และ น.ส. รสนา


สวนดุสิตโพล เคยสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ  ระหว่าง 13-16 ธันวาคม 2564 หัวข้อ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในสายตาคนกรุงเทพฯ 


ผลออกมาว่า คน กทม. สนใจเลือกผู้สมัครอิสระมากกว่าผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง

ในกรณีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงเทพฯ จะเลือก

อันดับ 1 ผู้สมัครอิสระ 38.65%

อันดับ 2 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ 20.52%

อันดับ 3 ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล 16.06%

อันดับ 4 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย 13.58%

อันดับ 5 ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ 9.43%

อย่างไรก็ตามยังมีตัวแปรอีกมากเนื่องจากหลายคนยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการและมีคนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครอีกจำนวนมาก 


นับจากนี้ไป การออกแบบกลยุทธ์เพื่อเอาชนะใจคน กทม. ที่ส่วนใหญ่มีความต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมากจึงเป็นเรื่องสำคัญ  


และที่ผ่านมาคน กทม. จะลงคะแนนเลือกตามกระแสที่มาแรงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ใครมาแรงตอนนั้นก็มักเข้าวิน

ปี 2565 จับจังหวะ “ลุงตู่” ฝ่าหลุมพราง ยืนระยะ “รุ่งหรือร่วง”บนถนนการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499154

01 ม.ค. 2565 |07:32 น.

ปี 2565 จับจังหวะ "ลุงตู่" ฝ่าหลุมพราง ยืนระยะ "รุ่งหรือร่วง"บนถนนการเมือง

ไทม์ไลน์การเมืองตลอดปี 2565 ของคนชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแต่ละห้วงเวลาพบว่ามีการวางกับดักล่อให้มาตกหลุม พร้อมการวางระเบิดเวลาภายในกันเอง นี่จะเป็นการชี้ชะตา “รุ่งหรือร่วง”ไปจนถึงครบวาระการทำงาน ติดตามในเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

ต้องยอมรับว่าประสบการณ์การบริหารบ้านเมือง+การเมืองของ”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นับตั้งแต่22พ.ค.2557ถึงวันนี้ “ชั่วโมงบิน+ลีลา”ของลุงตู่นั้น”แพรวพราวขึ้น”  จนนับว่าเป็น”นักการเมืองเต็มตัว” ไปแล้ว

เบอร์1ตึกไทยคู่ฟ้ามีอำนาจ”กดปุ่มยุบสภา-เซ็นใบลาออก”ในการคืนอำนาจให้ประชาชน ล้วนมีผลกับการเมืองไทยทั้งกระดาน เพราะเสียงร้องเรียกให้”ลุงตู่”ไขก๊อกจากขั้วตรงข้ามเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่”ลุงตู่”ย้ำหลายครั้งให้ทราบเป็นนัยว่า “ไม่ยุบ-ไม่ออก-อยู่ครบวาระ”

ดังนั้นปี2565 ชะตากรรมการเมืองในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรบ้าง บรรทัดจากนี้จะเป็นลายแทงให้ติดตาม…..


ปฏิเสธไม่ได้ว่าห้วงเวลารัฐบาลคสช.-รัฐบาลผสมชุดปัจจุบันนั้น “ลุงตู่” คือหัวหน้ารัฐบาล โดยมี3ป.(พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย)เป็น”แบ็กอัพ” และมี”พปชร.”เป็นฐานกำลังหลัก     หากนับเงื่อนเวลาแล้ว”ลุงตู่”เหลือเวลาบริหารราชการแผ่นดินราว”1ปี3เดือน” จึงครบวาระสี่ปีตามที่รัฐธรรมนูญระบุ(จากการหย่อนบัตรเลือกตั้งส.ส.22มี.ค.2562)  จังหวะการเมืองปี 2565 จะส่งผลอะไรกับบ้านเมืองโดยรวม และเวลา 1ปี 3 เดือน นั้นมีจังหวะอะไรให้ต้องลุ้นกันบ้าง…

เหลียวมองไปยังครม.ชุดนี้ พบว่าที่ผ่านมานั้น”รอยปริของรัฐบาลผสม 18 พรรคชุดนี้”แทบ” ไม่มีข่าวขัดแย้ง หรือเตะตัดขากันระหว่าง”เสนาบดี” หลุดออกมา แต่”ห้วงท้ายๆของรัฐบาลผสม”นั้นประวัติศาสตร์ ระบุไว้ว่า”บางครั้งก็จบไม่สวย-บางครั้งก็จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง เพื่อที่จะจากกันด้วยดี”ก่อนที่จะนำ “ผลงานดีเด่นของตัวเอง-แผลในใจที่เพื่อนฝากไว้”ไปขยี้”ในช่วงหาเสียง  ตอนนั้นก็มาติดตามกันว่าห้วงเวลาที่ร่วมเรือเหล็กกันนั้น “ใครเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้เพื่อน” บนหลักที่ว่า”การเมืองนั้นไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”กันบ้าง      

ตรงนี้ต้องติดตาม”มติครม.”ที่จะเกิดขึ้นในรอบปี2565ว่าจะมีอะไร”ทิ้งทวน-ขัดแย้งกันบ้าง?”กับการประชุมราว52ครั้งที่เหลืออยู่ในปี2565  รวมทั้งจับตา”การลงพื้นที่ของสร.1/เสนาบดี”ที่จะใช้จังหวะนี้ตรวจราชการต่างจังหวัดและหาแต้มจากสังคมให้เพิ่มพูนเพื่อผลทางการเมืองในวันข้างหน้า( ซึ่งเป็นไปได้สูงที่ตารางเดินสายหัวเมืองของ ครม.จะเกิดขึ้นแบบถี่ยิบ )


เมื่อ”ลุงตู่” คือประมุขฝ่ายบริหาร การทำงานย่อมมีคำชม คำติเตียน  เห็นง่ายๆ”โทนี่ วู้ดซัม”วิพากษ์สร.1คนปัจจุบันแบบไม่ยั้งแถมยังโชว์วิสัยทัศน์สอนมวยรุ่นน้องแทบทุกสัปดาห์(นัยว่าหาแต้มให้พรรคเพื่อไทย) บวกกับแกนนำพรรคต่างๆที่ผสมโรงจัดเต็ม”ลุงตู่”หลากข้อหา   ผนวกกับการเคลื่อนตัวของ”ม็อบสามนิ้วและแฟนคลับ”ที่ปรับเกมไล่”ลุงตู่”ไปหลากรูปแบบ (แม้แกนนำม็อบสามนิ้วบางคนเล่น”เกมเสี่ยง”หลายคราวในช่วงที่ผ่านมา)แต่ตอนนี้บรรดา”แกนนำการชุมนุมถูกตั้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวไปหลายคน”นั้น แรงกระแทกจากกลุ่มสามนิ้วที่เคย”ระดมพลประชาชน”ที่อยู่ตรงข้าม”ลุงตู่”มาขับไล่รัฐบาลก็”แผ่วลง”จน”ลุงตู่”คุมภาวะเหล่านี้ไว้ได้  

หากอ่านเกม-จังหวะนอกสภาของ”ขั้วตรงข้ามลุงตู่”นั้น ในปี2565 น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ไตรมาสแรกและเคลื่อนจังหวะแบบยาวๆกันไปเพราะแน่นอนว่า”พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า-มวลชนสามนิ้ว”ยังขยับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด1-2 รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 และสร้างแรงบีบจากการจัดชุมนุมหลากเวทีเป็นระลอก แต่จะเดินเกมเช่นใดต้องติดตาม   ส่วนพรรคฝ่ายค้านนั้นคงเดินสายเปิดตัวให้มวลชนรู้จักและไปเปิดประเด็นปัญหาในแต่ละพื้นที่ซึ่งรัฐบาลอาจละเลยมาหาแต้มสะสมไว้ ดังนั้นเกมขับไล่นอกสภาน่าจะอยู่ในแนวนี้ 

สมมติว่า”ลุงตู่”คุมจังหวะข้างต้นไว้ได้ ก็เหลือเกมการเมือง”ในระบบ” ซึ่งฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลด้วยการ  “อภิปรายทั่วไป-อภิปรายไม่ไว้วางใจ” บวกกับ  “การขับเคลื่อนญัตติ-การพิจารณาร่างกฎหมาย-การนับองค์ประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติ”นั้นคือ “จังหวะที่ยังเหลือเป็นอาวุธของฝ่ายค้าน”ซึ่งขั้วตรงข้ามลุงตู่น่าจะรอคอยและเปิดแผล….ไปเรื่อยๆ

ปี 2565 จับจังหวะ "ลุงตู่" ฝ่าหลุมพราง ยืนระยะ "รุ่งหรือร่วง"บนถนนการเมือง

ฉะนั้น”ไทม์ไลน์หลักบนเวทีการเมืองในระบบ”ของปี 2565 น่าจะเริ่มด้วย


-จับตาการย้ายพรรค/การตั้งพรรคใหม่ๆของคนการเมืองที่น่าจะคลอดเป็นระยะๆตลอดปี2565


-“การแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง” 


-“เลือกตั้งซ่อมส.ส.3เขต”


-“การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ” 


-กลางปีจะมี”การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”


– การพิจารณา”ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2566″ 


-“ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.” 


-ห้วงรอยต่อ-เดือนส.ค.น่าจะมีการชี้ชัดตามรัฐธรรมนูญว่า”การดำรงตำแหน่งนายกฯของลุงตู่ตามรัฐธรรมนูญครบสองสมัยเมื่อใด”(24 ส.ค.2565 ลุงตู่ครบวาระ8ปีตามที่ฝ่ายค้านอ้างอิง)


-คดีการเมืองต่างๆที่องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมถืออยู่จะชี้มูลอย่างไร( เช่น จำนำข้าวรอบสอง-ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน-คดีทุจริตต่างๆ)


-การเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกของประเทศไทยที่จัดขึ้นในปลายปี


ไทม์ไลน์ข้างต้นขยายความให้เห็นชัดเจนขึ้นดังนี้    

เดือนมกราคมเป็นต้นไปนั้น “ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง”จะขับเคลื่อน รอลุ้นว่านักการเมืองหลากพรรคจะสรุปความเห็นอย่างไร เพราะกติกานี้” พรรคไหนได้-พรรคใดเสียประโยชน์”กันบ้าง

ส่วนเกม”วัดเรตติ้งของหลากพรรค” นั้น  วันที่ 16 มกราคม จะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพรเขต1และสงขลาเขต 6  และคาดว่าจะมีการจัดให้เลือกตั้งซ่อม กทม.เขต 9 ตามมาในเวลาไล่เลี่ยวกัน เนื่องจากมีการตราพระราชกฤษฏีกากำหนดให้มีการเลือตั้งซ่อมกทม.เขตหลักสี่ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อปลายปี2564 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

แน่นอนว่า”พรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล-กล้า-พปชร.-ประชาธิปัตย์และอื่นๆ”ส่งตัวแทนไปปักธง แต่ใครจะสมหวังนั้นก็ต้องติดตาม   ดังนั้นการชิงตำแหน่งส.ส.3เขตนี้ หากพรรคไหนสอบผ่านในงวดนี้แม้จะมีอายุงานไม่นานนัก  แต่ความจริงนั้นมีผลทางจิตวิทยาการเมืองไม่น้อย โดยเฉพาะ”พรรคแชมป์เก่า” หากป้องกันเก้าอี้ไว้มิได้ก็ย่อมมีผลไปในทางใดทางหนึ่ง

และอีกสิ่งหนึ่งที่น่ามองลึกๆคือ”พปชร.”ที่คว้าชัยในการเลือกตั้งซ่อมมาหลายเขต รู้กันว่าคราวนั้น”ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” รับหน้าที่แถวหน้าบัญชาการเกม  แต่งวดนี้กลับมอบหน้าที่ให้”สุชาติ ชมกลิ่น” รองหัวหน้าพรรคดูแลสงขลา พร้อมมอบหมาย “สันติ พร้อมพัฒน์” ไปเป็นผอ.พรรคดูแลชุมพร ส่วนกทม.นั้นมอบให้ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส จัดการ

น่าคิดว่า ทำไมยามนี้ผู้กองคนดังยอมเปิดทางให้แกนนำคนอื่นถือธง  บางคนมองว่าผู้กองคนดังน่าจะทราบจังหวะดีว่า”พื้นที่ใดควรชน-พื้นที่ใดควรเลี่ยง” เพราะเจ้าถิ่นบางรายมีสัมพันธ์ดีๆกับ”ร้อยเอกธรรมนัส”ห และเป็นไปได้หรือไม่ว่า”เลขาธิการพรรคพปชร.”รู้ทางลมว่า “เกมนี้ ควรเสี่ยงเล่นหรือไม่ หากผลลัพธ์ออกมา อาการขาดทุนสูงกว่ากำไร?” ร้อยเอกธรรมนัสจึงโยนหน้าที่ให้แกนนำคนอื่นที่ยืนคนละมุมในพรรคกับผู้กองคนดังลงไปโชว์ฝีมือ…..”ชนะ-แพ้”ผอ.เลือกตั้งซ่อมรับไปชี้แจงกับคนในพรรคเอาเอง   ตรงนี้จะเป็นศึกใหม่ในพปชร.อีกยกหรือไม่ ต้องรอชม 

และติดตาม”รอยปริ”ที่”ร้อยเอกธรรมนัส” สร้างไว้กับ”ลุงตู่” ในห้วงปีที่แล้วกับข้อหา”กบฏ” แผลนี้จะสมานอย่างไร   ผู้กองคนดังจะยืนข้างลุงป้อมหรือย้ายฝั่ง?…เพราะตอนนี้คนในเครือข่ายผู้กองคนดังเริ่มปรากฏตัวกับพรรคอื่นๆกันบ้างแล้ว และอย่าลืมการชิงอำนาจในพปชร.เพราะหลากขั้วหวังเปลี่ยนตัวผู้กองคนดังให้พ้นโครงสร้างการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการ หลังเคยเคลื่อนแล้วโดน”ลุงป้อม”เบรคเกมไว้

อีกทั้งในเดือนแรกของปี2565 รอดูว่าพรรคใหม่ของ”กลุ่มสี่กุมาร”ที่แยกตัวแบบเจ็บช้ำจากพปชร.จะเปิดตัวใครบ้างมาร่วมเวที หลังได้”นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” จากปชป.มาเป็นขุนพลปักษ์ใต้+ฝ่ายกฎหมาย และมีแนวโน้มว่า”สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”จะถูกชูเป็นแคนดิเดตสร.1ของพรรคนี้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการเปิดตัวคนการเมืองที่ทยอยเปลี่ยนพรรคน่าจะชัดเจนเป็นระยะ และดูท่าทีของคนการเมืองทั้งที่มีสิทธิและโดนตัดสิทธิทางการเมืองว่าจะขยับอย่างไรกันบ้าง

รวมทั้งติดตามการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคก้าวไกล และคนอื่นๆที่ประสงค์ไปนั่งทำงานที่เสาชิงช้าว่าจะมีใครมาขันอาสากันอีกบ้าง

จากนั้น”การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ” จะบังเกิดโดยน่าจะดำเนินการช่วงเดือนกุมภาพันธ์ งานนี้ฝ่ายค้านจะใช้เวทีนี้”หลอกด่ารัฐบาลไปพลางๆ” เพราะ”หมัดเด็ด”ที่จะน็อกลุงตู่นั้น หากฝ่ายค้านมี “ของดี”ก็ต้องซุกไว้ใช้ในศึกซักฟอกยกสุดท้าย และไม่น่าจะงัดหมัดเด็ดมาใช้ในห้วงเวลาดังกล่าว

กลางปีจะมีศึก”ชิงประมุขเสาชิงช้า” โดยหลากพรรค-หลายคนที่ลงสมัครอิสระขอปักธงสนามนี้ เพราะเป็น”รอยต่อ”ที่จะสะท้อนว่าคนกรุงจะมีแนวโน้มจะให้ใครไปเป็นแกนนำรัฐบาลงวดหน้า แม้ที่ผ่านมาการเมืองท้องถิ่นกับสนามใหญ่นั้นผลลัพธ์จะอยู่ตรงข้ามคือ “ชาวเมืองหลวงจะเลือกฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมาบริหารกทม.”ก็ตาม  และเหตุผลที่ซ้อนไว้อีกชั้นหนึ่งซึ่งหลากพรรคหวังพิชิตให้ได้คือ “สนามกทม.นั้นจะมีส.ส.กว่าสามสิบคนในการเลือกตั้งงวดหน้า”

ดังนั้นหากใครชิง”ส.ก.และผู้ว่าฯกทม.”ไว้ได้ โอกาสที่จะ”ชนะเลือกตั้งผู้แทนฯระบบเขต”ในเมืองหลวงก็สูงขึ้น หรืออย่างน้อยแต้มในระบบ”ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์”ก็อาจจะงอกบ้าง หาก”แพ้”ระบบเขตก็ตาม

จากนั้นจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี2566 หาก”ร่างกฎหมายการเงินการคลัง”ฉบับนี้ไม่ผ่าน เพราะฝ่ายค้านน่าจะจองคิวถล่ม”ลุงตู่”ว่า”ดีแต่กู้-สร้างหนี้ให้ลูกหลาน-ส่อแววโกง” จนเสียงส่วนใหญ่โหวตคว่ำนั้น “ลุงตู่ต้องไขก๊อกสถานเดียว”และนับหนึ่งกันใหม่ ( รอลุ้นว่ากติกาที่แก้ไขในช่วงเดือนมกราคมจะผ่านและใช้บังคับได้ทันหรือไม่ หากไม่ทันก็ใช้กติกาเดิมกับการเลือกตั้งส.ส.เหมือนปี2562)

หากเวลาข้างต้น”ลุงตู่”ผ่านมาได้ก็จะเจอ”ศึกซักฟอกงวดสุดท้าย” ซึ่งรอดู”หมัดเด็ด”ของฝ่ายค้านว่าจะถล่มลุงตู่และคณะอย่างไรให้หมอบราบได้หรือไม่  สมมติว่า ข้อมูลของฝ่ายค้านน่าเชื่อถือ รวมทั้งเกมใต้ดินของหลากพรรคที่จะล็อบบี้ผู้แทนฯให้ลงมติ”เห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ/งดออกเสียง”กับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.ของฝ่ายค้านนั้น จะออกมาในรูปแบบใดก็ต้องเกาะติด

จากนั้นน่าจะเข้าห้วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม การขยี้อายุงานบนเก้าอี้สร.1 ครบแปดปีตามกติกาหลักคงจะร้อนขึ้น (รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรค 4 บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตําแหน่ง”

จึงเกิดข้อถกเถียงกันคือ 8 ปีนั้น  นับจากตอนไหน…บางเสียงบอกว่านับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งส.ส.22มี.ค.2562 แต่บางคนบอกว่า ต้องนับจากการเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว  2557 (ถ้านับนั้นลุงตู่จะครบ 8 ปีในเดือนส.ค.2565) ตรงนี้ก็เป็นปมที่ฝ่ายตรงข้ามจะขย่มลุงตู่ตั้งแต่เนิ่นๆและเลี้ยงกระแสไปจนถึงเวลาอันสมควร)แต่ลุงตู่น่าจะทราบเรื่องนี้ดีจึงไม่แสดงอาการและย้ำเสมอว่า”อยู่ครบวาระสี่ปี”

หาก”ลุงตู่”ผ่านเวลาดังกล่าวมาได้ก็จะอยู่ในช่วง”แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ” ที่จะมีผลในวันที่1ตุลาคมของทุกปี ตรงนี้นับว่ามีผลต่อสนามการเมืองเช่นกันเพราะหากกุมกลไกรัฐ-ข้าราชการไว้ได้ขั้นต้นก็จะสบายทางการเมืองไปอีกชั้นหนึ่ง

เวลาต่อมาคือปลายปี แม้ตลอดทั้งปี 2565 ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (ไทยรับเป็นเจ้าภาพต่อจากนิวซีแลนด์ซึ่งมีการส่งไม้รับหน้าที่กันไปแล้วเมื่อหลายสิบวันก่อน)และจัดประชุมเป็นระยะ แต่ปลายปีนั้นจะจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก   แน่นอนว่า”ลุงตู่”มีความหวังที่จะดำรงตำแหน่งสร.1ไปจนกว่าจะ”เสร็จสิ้นภารกิจนี้”เพื่อเป็นหลักประกันการทำหน้าที่สร.1และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ  เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่อ่านใจลุงตู่ได้ว่า “อย่างไรเสีย…ลุงตู่ต้องทำหน้าที่ให้จบภารกิจดังกล่าวให้ได้หลังจากที่ไทยเคยรับหน้าที่เจ้าภาพการประชุมดังกล่าวเมื่อปี2546 ”  หลังจากนั้นการเมืองจะเคลื่อนตัวอย่างไรนั้น จับตา “ลุงตู่” เพราะคือคนกดปุ่ม”ยุบสภา”

รอติดตามว่าคำทำนายนี้จะออกมาตรงกับเหตุการณ์จริงในวันข้างหน้าหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าการเมืองพลิกได้เสมอ

มะกันหนาว “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” จ้าวเหว่ย มังกรน้ำโขงติดปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499253

31 ธ.ค. 2564 |17:06 น.

มะกันหนาว "สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ" จ้าวเหว่ย มังกรน้ำโขงติดปีก

ปี 2565 เปิดแน่ “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” สานฝันของจ้าวเหว่ย มังกรลุ่มน้ำโขง นักเสี่ยงโชคยิ้มร่า แต่สหรัฐที่เคยขึ้นบัญชีดำกาสิโนคิงส์โรมัน หนาวๆร้อนๆ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปิดแน่ปีหน้า “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” ของจ้าวเหว่ย รองรับนักเสี่ยงโชคบินตรงมาเที่ยวกาสิโนคิงส์โรมัน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

ช่วงโควิด จ้าวเหว่ยเร่งสร้าง “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” แล้วเสร็จภายใน 18 เดือน พร้อมเปิดบริการต้นปี 2565 ห้วงเวลาเดียวกันกับ สปป.ลาว เปิดประเทศ

“สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” เป็นก้าวกระโดดของมังกรลุ่มน้ำโขง จ้าวเหว่ย หลังรอคอยการก่อสร้างมานานกว่า 6 ปี อันเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต่อต้านใช้ที่ดินทำกินมาสร้างสนามบิน

วันที่ 29 ธ.ค.2564 ท่านเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่ง เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการสนามบินสากลบ่อแก้ว หรือ “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” และร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

ขณะนี้ การก่อสร้างอาคารสนามบินยังไม่เสร็จสมบูรณ์ คาดว่า คงใช้เวลาอีกไม่นาน ก็สามารถรองรับผู้โดยสารได้

จ้าวเหว่ย ประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ และประธานกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ มีแผนจะสร้างสนามบินมานานแล้ว เพราะต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว

‘กาสิโนติดปีก’

เดิมทีสนามบินสากลแห่งนี้ จะใช้ชื่อ “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนเป็นสนามบินสากลบ่อแก้ว ตั้งอยู่ในเขตบ้านสีเมืองงาม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ห่างจากเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เพียง 5 ก.ม.

สนามบินแห่งนี้อยู่ติดแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามเป็นเขต ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ก่อนหน้านี้ ชาวต่างชาติจะไปเที่ยวกาสิโนคิงส์โรมัน จะต้องลงเรือที่สบรวก อ.เชียงแสน ข้ามไปขึ้นท่าเรือสามเหลี่ยมทองคำ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2564 ทางผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีทางศาสนาที่สนามบินสากลบ่อแก้ว พร้อมให้เครื่องบินของสายการบินลาว และลาวเดินอากาทดลองบินขึ้น-ลง เพื่อทดสอบรันเวย์ ระบบลงจอด และระบบสื่อสาร

จ้าวเหว่ย ประธานกลุ่มดอกงิ้วคำ มีเป้าหมายในการสร้างสนามบินแห่งนี้ขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนที่จะเดินทางมาเสี่ยงโชคในกาสิโนคิงส์โรมัน และมาทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

นอกจากนี้ สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ ยังจะใช้เป็นศูนย์กลางคมนาคม เชื่อมแขวงบ่อแก้วกับแขวงต่างๆ ภายในลาวและติดต่อกับต่างประเทศ

สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ หรือสนามบินสากลบ่อแก้วสนามบินสามเหลี่ยมทองคำ หรือสนามบินสากลบ่อแก้ว

แขวงบ่อแก้ว มีสนามบินอยู่แล้ว 1 แห่ง คือ สนามบินห้วยซาย เป็นสนามบินเก่าแก่ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์-บ่อแก้ว ของการบินลาว

‘มะกันหนาวๆร้อนๆ’

จริงๆแล้ว “สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” มีแผนจะก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 โดยจ้าว เหว่ย จะสร้างสนามบินพร้อมการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ แต่ชาวบ้านสีเมืองงาม และหมู่บ้านใกล้เคียงได้รวมตัวต่อต้านการเวนคืนที่ดิน จนโครงการต้องระงับไปเมื่อปี 2560

ช่วงโควิดระบาด ต้องล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ จ้าวเหว่ย จึงลุกขึ้นมาปัดฝุ่นโครงการสร้างสนามบินอีกครั้ง โดยครั้งนี้ การเจรจาชดเชยค่าเวนคืนที่ดินชาวบ้านไม่ประสบปัญหาใดๆ

กาสิโนคิงส์โรมัน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำกาสิโนคิงส์โรมัน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

เนื่องจากรัฐบาลลาวได้ขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ครอบคลุมพื้นที่บ้านสีเมืองงาม และส่งมอบที่ดินให้ทางจ้าวเหว่ย จึงทำให้สภาบริหารเขตเศรษฐกิจฯ ก่อสร้างสนามบินโดยไม่มีการต่อต้านจากประชาชน

วันที่ 21 มิ.ย.2563 คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว อนุมัติให้กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ก่อสร้างสนามบินขึ้นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจฯ มูลค่าการก่อสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ โดยออกแบบทางวิ่งหรือรันเวย์ยาว 2,500 เมตร กว้าง 60 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินโบอิ้ง และเครื่องบินพาณิชย์อื่นๆได้

ต่อมา จ้าวเหว่ยได้มีการเจรจากับท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลลาวเห็นชอบตามแผนการดังกล่าว เมื่อรัฐบาลลาวอุนมัติ จ้าวเหว่ยก็เร่งมือก่อสร้างสนามบินจนแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน

“สนามบินสามเหลี่ยมทองคำ” กำลังถูกจับตามองจากหน่วยความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากกระทรวงการคลัง สหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีดำกาสิโนคิงส์โรมัน ห้ามมีการทำธุรกรรมทางการเงินกับบริษัทดอกงิ้วคำ โดยระบุว่า มีการค้าขายสัตว์ป่า เป็นแหล่งการพนัน และมีการฟอกเงินเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

สนามบินสากลบ่อแก้ว ที่จะเปิดบริการในปี 2565 ทำให้จ้าวเหว่ย เหมือนพยัคฆ์ติดปีก สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมไปทั่วโลก

อ่านเกม “ธรรมนัส” สู้พรรคทักษิณ ซ่อนสูตรลับคนละครึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499222

31 ธ.ค. 2564 |14:19 น.

อ่านเกม "ธรรมนัส" สู้พรรคทักษิณ ซ่อนสูตรลับคนละครึ่ง

ก่อนเปลี่ยนศักราช “ธรรมนัส” กางยุทธศาสตร์เลือกตั้ง รู้เขารู้เรา รู้จักทักษิณดี เอาชนะได้ จึงซ่อนสูตรลับคนละครึ่ง ไม่หวั่น พท.แลนด์สไลด์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่กลัวเพื่อไทยแลนด์สไลด์ “ธรรมนัส” อ่านขาด พลพรรคทักษิณ ชินวัตร มีดีแค่เหนือตอนบนและอีสานเหนือ

แม่ทัพลุงป้อม “ธรรมนัส” มั่นใจเหนือตอนล่าง หลีกทางที่อีสาน ภาคกลางเรื่องของบ้านใหญ่ ลุยภาคใต้ห้ำหั่นกับ ปชป. และภูมิใจไทย

มองข้ามช็อต “ธรรมนัส” ขอเดินเกมคนละครึ่งกับทักษิณ หวังเปลี่ยนกระดานอำนาจ หลังเลือกตั้งสมัยหน้า

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้ง และอนาคตพรรคพลังประชารัฐ กล่าวโดยสรุป ผู้กองเมืองพะเยา ไม่หวั่นแคมเปญเพื่อไทยแลนด์สไลด์

ในฐานะอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย “ธรรมนัส” เคยช่วยคนดูไบหาเสียงเลือกตั้งมาหลายสมัย จึงกุมสภาพพื้นที่ความนิยมทักษิณของชาวบ้านได้ทะลุปรุโปร่ง

‘เหนือหารสอง’

“ธรรมนัส” กางแผนที่เลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.อยู่ในทุกภาค รวมถึง กทม. ขณะที่พรรคเพื่อไทย ส.ส.หนาแน่นในภาคอีสานตอนเหนือ และภาคเหนือตอนบน ไม่มี ส.ส.ภาคใต้

สำหรับภาคเหนือตอนบน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พยายามจะยกผลคะแนนเลือกตั้ง จ.พะเยามาให้เห็นว่า ตัวเขาสู้เพื่อไทยได้สบายนั้น ในความเป็นจริง คนพะเยาก็รู้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผู้กองคนดังชนะ

ส่วนผลเลือกตั้งลำปางไม่ใช่ตัวชี้วัดอะไร เป็นเรื่องเกมลับนอกสนาม เมื่อพินิจ จันทรสุรินทร์ ถอนตัวไม่ลงสมัคร ส.ส.ในนาทีสุดท้าย ชัยชนะจึงเป็นของธรรมนัส

ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัสและพลังประชารัฐ คงยากจะเบียดแทรกเข้าไปในสนามเชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, แพร่ และน่าน

ทักษิณ ชินวัตร ก็รู้สภาพดี จึงพยายามต่อสายหากลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ ในภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวราเทพ รัตนากร และกลุ่มบ้านใหญ่เมืองตาก เพื่อดึงคนเก่ากลับเพื่อไทย

เลือกตั้งสมัยหน้า สังเวียนภาคเหนือน่าจะเข้าข่ายโครงการคนละครึ่ง ระหว่างทักษิณกับธรรมนัส

‘ยึดสมรภูมิใต้’

จุดอ่อนของพลังประชารัฐ และ “ธรรมนัส” คือภาคอีสาน ขนาดเอกราช ช่างเหลา มือขวาผู้กองยังต้องส่งลูกชายคนเล็ก และคนสนิทไปสังกัดค่ายสีน้ำเงิน

ร.อ.ธรรมนัส บอกกับนักข่าวว่า สำหรับสังเวียนอีสาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคได้แบ่งโซนให้หัวหน้าภาคแต่ละคนไปดูแล และมอบผู้ใหญ่ไปคุมอีกที

ร.อ.ธรรมนัส และภรรยา ลงพื้นที่พะเยาร.อ.ธรรมนัส และภรรยา ลงพื้นที่พะเยา

พักหลัง ร.อ.ธรรมนัส ล่องใต้ถี่ขึ้น เพราะทราบดีว่า กลุ่มแกนนำพลังประชารัฐภาคใต้เปลี่ยนยกทีม โดยทีมเพื่อน ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่ง สว. และ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ก็โบกมือลา พปชร.

ส.ส.ใต้ 13 คนของพลังประชารัฐนั้น ได้มาเพราะกระแสลุงตู่เป็นสำคัญ แต่ ร.อ.ธรรมนัส กลับมองว่า กระแสนั้นวูบไหว จึงเน้นปั้นตัวบุคคลที่มีฐานมวลชน โดยพุ่งเป้าไปนักการเมืองท้องถิ่น

ปลายปีที่แล้ว “ธรรมนัส” สนับสนุนทีมนายก อบจ. และ ส.อบจ.หลายจังหวัดในภาคใต้ ผลปรากฏว่า มีทีมที่ประสบชัยชนะยึด อบจ.ได้ 2 แห่งคือ สุราษฏร์ธานี และระนอง รวมถึงการดึงตระกูลธรรมเพชรแห่งพัทลุง เข้ามาอยู่ในค่าย พปชร.

ฉะนั้น สมรภูมิภาคใต้สมัยหน้า จึงขับเคี่ยวกันแค่ 3 พรรคคือ ประชาธิปัตย์,พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย โดยมีพรรคประชาชาติ แทรกเข้ามาได้เฉพาะพื้นที่ปลายด้ามขวาน

ภาพรวม “ธรรมนัส” คงประเมินว่า ค่ายทักษิณคงได้เก้าอี้ ส.ส.ไม่ต่างจากสมัยที่แล้ว โอกาสที่จะใช้นโยบายคนละครึ่ง ระหว่างพลังประชารัฐกับเพื่อไทย ก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น

“หลักสี่-จตุจักร”คึกคัก 5-6 พรรคจ่อส่งตัวแทนลงชิงเลือกตั้ง ใครจะเข้าวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499164

นายหัวไทร

31 ธ.ค. 2564 |06:30 น.

"หลักสี่-จตุจักร"คึกคัก 5-6 พรรคจ่อส่งตัวแทนลงชิงเลือกตั้ง ใครจะเข้าวิน

เลือกตั้งซ่อมกทม.เขต9 หลักสี่ เชื่อได้ว่า มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงชิงชัยไม่ต่ำกว่าห้าพรรค 5 คน เป็นการวัดกระแสความนิยมของพรรคการเมืองในสนามกทม. วัดกระแสการเคลื่อนไหวหนุนต้านรัฐบาลที่ผ่านมาอีกด้วย ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย นายหัวไทร

ล่าถอยไปแล้ว 1 สำหรับการเลือกตั้งซ่อม เขตหลักสี่-จตุจักร “ผู้การฯแต้ม หรือผู้การฯหูดำ” ซึ่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรในการไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้


แต่คาดการณ์ได้ว่าเกิดจากอายุของสภาชุดนี้เหลือเพียงปีกว่าๆ เท่านั้นเอง เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมแทน “สิระ เจนจาคะ” ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ได้เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง


อีกอย่างอาจจะมีการวิเคราะห์แล้วว่า “ไม่ง่าย” สำหรับสนามนี้ เป็นสนามเลือกตั้งที่ “ผู้การฯแต้ม” เคยสัมผัสมาแล้ว และคะแนนได้มาไม่สวยหรูนัก ประกอบกับสถานการณ์ขาลงของพรรคต้นสังกัดด้วย
     

แต่การตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งเท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนอื่น พรรคอื่นเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าจะในนามของพรรคประชาธิปัตย์เอง หรือพรรคการเมืองคู่แข่ง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะส่งใครแทนผู้การฯแต้ม
     

กล่าวสำหรับสนามเลือกตั้งเขตหลักสี่ จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ เมื่อสิระต้องพ้นจากการเป็น ส.ส.ก็ต้องหาผู้สมัครใหม่เข้ามารักษาฐานที่มั่นเดิมเอาไว้

นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของสิระ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักรนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของสิระ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร

ซึ่งในที่สุดคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐได้มีการประชุมพิจารณาตัวผู้สมัครตามข้อเสนอของประธานยุทธศาสตร์ กรุงเทพมหานคร และมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นควรให้ นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของสิระ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง
   

สราวุธ เทียนทอง ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ กทม.จากพรรคเพื่อไทย สราวุธ เทียนทอง ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ กทม.จากพรรคเพื่อไทย 

ส่วนพรรคเพื่อไทยก็มีมติแล้วเช่นกัน โดยจะส่ง  “สุรชาติ เทียนทอง” ลูกชายของ  “เสนาะ เทียนทอง” ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม กล่าวสำหรับ สุรชาติ แล้ว เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขตเลือกตั้งนี้ เพราะเขาเคยเป็น ส.ส.เขตนี้มาก่อน และแม้จะว่างเว้นตำแหน่ง ส.ส.แต่เขาก็ยังทำกิจกรรมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
     

อรรถวิชย์   สุวรรณภักดี  ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมกทม.หลักสี่ จากพรรคกล้า อรรถวิชย์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมกทม.หลักสี่ จากพรรคกล้า

เช่นเดียวกับ “อรรถวิชย์ สุวรรณภักดี” เลขาธิการพรรคกล้า ก็ได้สิทธิ์ลงสมัครอีกครั้ง ซึ่งอรรถวิชย์ ก็เคยเป็นเจ้าของพื้นที่นี้มาก่อนเช่นกัน และทันที่ที่พรรคมีมติส่งลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม อรรถวิชย์ก็โชว์ความพร้อมด้วยการลงพื้นที่ทันที


ก้าวไกล ส่ง “เพชร กรุณพล”ดารานักแสดง

แต่ที่เป็นที่ฮือฮามาก เมื่อพพรรคก้าวไกล มีมติเอกฉันท์ส่ง “เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ” นักแสดงชื่อดัง ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักรด้วย น่าจะสร้างสีสันให้สนามนี้คึกคักขึ้น

กล่าวสำหรับ “เพชร กรุณพล” เป็นดารา-นักแสดงผู้มีชื่อเสียงมายาวนาน เล่นละครเรื่องแรกคือ ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ เมื่อปี 2544 หลังจากนั้นเล่นยาวมาอีกนับ 30 เรื่อง อยู่ใน “วงการมายา” มาไม่น้อยกว่า 20 ปี เคยเป็นพิธีกร และเคยแสดงภาพยนตร์ 1 เรื่องคือ “เฮี้ยน” รับบทเป็น “พัฒน์” ออกอากาศเมื่อปี 2546

"หลักสี่-จตุจักร"คึกคัก 5-6 พรรคจ่อส่งตัวแทนลงชิงเลือกตั้ง ใครจะเข้าวิน

ในทางการเมืองชื่อของ “เพชร  กรุณพล” เพิ่งได้รับการจับตาภายหลังการเคลื่อนไหวของ “ม็อบราษฎร” ตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีทัศนคติเข้าข้าง  “กลุ่ม 3 นิ้ว” ส่งผลให้ถูก “แบน” ออกจากวงการจอแก้วมาแล้ว
     

พรรคไทยภักดี ที่มีหมอวรงค์ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นหัวหน้าพรรค ก็มีมติกระโดดลงสู้ศึกกับเขาด้วย และถือเป็นสนามแรกของไทยภักดี โดยมีมติส่งนายพันธ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ อายุ 43 ปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เคยดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทหลายบริษัท ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
   

หมอวรงค์ ยืนยันว่า ส.ส.1 เสียงของไทยภักดีถ้าชนะการเลือกตั้งก็จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะมีภาพของความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักษ์ภักดี
     

แต่ที่ต้องจับตาต่อไป คือพรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  คู่ปรับของสิระ จะส่งใครลงชิงด้วยหรือไม่ และจะส่งใครลงเลือกตั้งครั้งนี้
 
 4 พรรคที่เปิดตัวผู้สมัคร ชิงเก้าอี้เขตหลักสี่-จตุจักร แล้ว ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้า พรรคไทยภักดี  เชื่อว่าสนามเลือกตั้งนี้ต้องมีผู้สมัครไม่น้อยกว่า 5 คน 5 พรรคเป็นแน่แท้ เช่นพรรคประชาธิปัตย์ ก็น่าจะกำลังเฟ้นหาตัวผู้สมัครใหม่แทนผู้การฯแต้ม พรรคก้าวไกลก็ไม่น่าพลาด หรือพรรคไทยภักดีก็น่าจะส่งคนลงเลือกตั้งด้วย โดยมี นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ให้การสนับสนุนเต็มที่ 
     

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่-จตุจักร เป็นสนามในเมืองหลวง ที่หลายพรรคจับจ้องทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ พรรคใหม่อย่างพรรคไทยสร้างไทยที่ฐานเสียงของสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อยู่ในกรุงเทพ น่าจะโชว์ความพร้อม เพื่อเช็คกระแสสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 
 #เลือกตั้งซ่อม #หลักสี่-จตุจักร

ขุดรากถอนโคน “กัญชาลาว” นายกฯพันคำ ดับฝันสายเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499169

30 ธ.ค. 2564 |21:05 น.

ขุดรากถอนโคน "กัญชาลาว" นายกฯพันคำ ดับฝันสายเขียว

ยุทธการทลายแหล่งปลูก “กัญชาลาว” ดับฝันสายเขียว พันคำ วิพาวัน นายกฯฝั่งซ้าย เอาจริง ประกาศการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติอันเร่งด่วน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ยุทธการขุดรากถอนโคน “กัญชาลาว” คือวาระแห่งชาติอันเร่งด่วน ตำรวจแขวงบอลิคำไซได้ดำเนินมาตรการตัดฟันต้นกัญชาและเผาทิ้งต่อเนื่อง

ดับฝันสายเขียว “กัญชาลาว” ไม่เสรีเหมือนข่าวร่ำลือ รัฐบาลฝั่งซ้ายสั่งทลายแหล่งปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุด ใน 3 เมืองของแขวงบอลิคำไซ

ไม่มีนายทุนหรือนักการเมืองคนใดอุ้ม “กัญชาลาว” เมื่อพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด

พ.อ.กงจัน ไซปันยา ผู้บัญชาการตำรวจแขวงบอลิคำไซ เปิดเผยว่า นับแต่ปลายเดือน พ.ย. จนถึงเดือน ธ.ค.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวง สมทบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และอัยการแขวง ได้เข้าทำลายไร่กัญชาของประชาชนที่ลักลอบปลูกในพื้นที่ห่างไกล ในเขตเมืองคำเกิด, เมืองเวียงทอง และเมืองไซจำพอน รวมเนื้อที่ไร่กัญชาที่ถูกทำลาย 700 กว่าไร่ และตัดฟันกัญชาประมาณ 2 แสนต้น พร้อมจุดไฟเผาทิ้งทันที

กัญชายังเป็นยาเสพติดที่รัฐบาลลาว ดำเนินการปราบปรามมาโดยตลอด และไม่เคยมีนโยบายกัญชาเสรี เหมือนที่คนไทยบางกลุ่มเคยป่าวประกาศไว้

ดังนั้น “กัญชาลาว” จึงไม่เสรี ใครมีกัญชาไว้ครอบครองจะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และรัฐบาลลาวก็ไม่เคยมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกัญชาเหมือนข่าวลือข้ามโขง

‘กัญชาบอลิคำไซ’

เมื่อพูดถึง “กัญชาลาว” ที่ได้รับความนิยมในตลาดค้ายาเสพติด ก็ต้องยกให้กัญชาที่ปลูกใน 3 เมืองคือ เมืองคำเกิด, เมืองเวียงทอง และเมืองไซจำพอน แขวงบอลิคำไซ เนื่องจากภูมิประเทศของ 3 เมืองดังกล่าว จัดเป็นเขตภูดอย ติดพรมแดนลาว-เวียดนาม มีอากาศหนาวเย็น

ด้านหนึ่ง ชาวบ้านที่ปลูกกัญชา ส่วนใหญ่จะเป็นชาวม้ง และมีคนลาวลุ่มอยู่บ้าง โดยจะมีกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดมาซื้อไปทำกัญชาอัดแท่ง ก่อนจะส่งข้ามโขงผ่าน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

เฉพาะเมืองเวียงทอง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกัญชาที่ดีที่สุด และกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดมีความต้องการสูง ชาวบ้านบางกลุ่มจึงปลูกกัญชากันเป็นล่ำเป็นสัน

หลังการประชุมใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ท่านทองลุน สีสุลิด ได้รับเลือกเป็นประธานประเทศ สปป.ลาว ได้นำเสนอการปราบปรามยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติอันเร่งด่วน พร้อมกับมอบให้รัฐบาล ภายใต้การนำของ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดทุกชนิด

กองบัญชาการตำรวจแขวงบอลิคำไซ จึงขานรับวาระแห่งชาติว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติด ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงค้นหาพื้นที่เป้าหมายใน 3 เมือง และทำลายไร่กัญชาแบบถอนรากถอนโคน

‘ข่าวลือสายเขียว’

สองปีที่แล้ว ในหมู่สายเขียวเมืองไทยกล่าวขวัญถึง “กัญชาลาว” เยอะมาก มีข่าวลือนักการเมืองไทยไปจ้างปลูกกัญชาในลาว และข่าวรัฐบาลลาว ไฟเขียวตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็งจากกัญชา

การทำลายไร่กัญชาที่เมืองเวียงทอง แขวงบอลิคำไซการทำลายไร่กัญชาที่เมืองเวียงทอง แขวงบอลิคำไซ

ประกอบกับช่วงนั้น รัฐบาลประยุทธ์มีการแก้ไขกฎหมายยาเสพติด เพื่อนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ ท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาวสมัยนั้น ได้สั่งการให้สำนักนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ทำหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงป้องกันความสงบ และกระทรวงป้องกันประเทศ เพื่อทำความเข้าใจตรงกันสำหรับเรื่องกัญชา

1.มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการศึกษาค้นคว้าเรื่องกัญชารักษาโรค ให้ละเอียดเสียก่อน จึงรายงานรัฐบาลรับทราบ

2.มอบให้กระทรวงป้องกันประเทศ และกระทรวงป้องกันความสงบ นครหลวงเวียงจันทน์ และบรรดาแขวง เอาใจใส่สกัดกั้นการลับลอบปลูกกัญชา และซื้อขายกัญชา ในห้วงเวลาที่ไม่มีกฎหมายรับรอง

3.ห้ามบุคคล นิติบุคคล เคลื่อนไหวทำกิจกรรมใดๆ เกี่ยวกับกัญชา และสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด

การทำลายไร่กัญชาที่เมืองเวียงทอง แขวงบอลิคำไซการทำลายไร่กัญชาที่เมืองเวียงทอง แขวงบอลิคำไซ

สรุปว่า รัฐบาลลาวยังถือว่า กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และสั่งการให้แขวงปราบปรามการลักลอบปลูกกัญชา และซื้อขายกัญชา

แม้จะมีข้อเสนอสร้างโรงหมอรักษาโรคมะเร็งด้วยยาพื้นเมืองที่สกัดจากกัญชาเมื่อปี 2561 รัฐบาลลาวก็ไม่อนุญาตตามคำขอดังกล่าว

มาถึงปีนี้ การปราบปรามยาเสพติดกลายเป็นวาระแห่งชาติอันเร่งด่วน จึงได้เห็นยุทธการทลายแหล่งปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองลาว

สางแค้นเข้าตา “เกรียง กัลป์ตินันท์” ขุนพลทักษิณ ล้างบางสมุน 3 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/499155

30 ธ.ค. 2564 |19:05 น.

สางแค้นเข้าตา "เกรียง กัลป์ตินันท์" ขุนพลทักษิณ ล้างบางสมุน 3 ป.

ดราม่าคลิปฉาวยุบเพื่อไทย “เกรียง กัลป์ตินันท์” ไม่หวั่นไหว ยังเป็นขุนพลแก้วของทักษิณ สางแค้นเก่า โชว์ฝีมือปราบเครือข่าย 3 ป. ยึดเมืองอุบลฯเบ็ดเสร็จ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ในรอบปีนี้ “เกรียง กัลป์ตินันท์” หางานเข้าพรรคเพื่อไทยบ่อยครั้ง แต่เสี่ยเกรียงก็ยังเป็นขวัญใจคนดูไบ และขุนพลที่ไว้ใจได้ของเฮียเพ้ง

ผลงานโบว์แดงของ “เกรียง กัลป์ตินันท์” คือการล้างบางเครือข่าย 3 ป.เมืองอุบลฯ ทั้งเวทีระดับชาติและท้องถิ่น

ทักษิณเชื่อฝีมือ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ที่จะนำทัพอีสานใต้ และช่วยให้คำขวัญเพื่อไทยแลนด์สไลด์เป็นจริง

เหมือนใครบางคนจะตั้งธงยุบพรรคเพื่อไทย จึงมีนักร้องเรียนขาประจำนำเอาคลิปเจ้าปัญหา 2 กรณีไปร้องต่อ กกต. เพื่อให้สอบสวนหาข้อเท็จจริง

นักวิเคราะห์การเมืองบางกลุ่มเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ เพราะทักษิณ ชินวัตร มีการกระทำในลักษณะครอบงำพรรค โดยมี เกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นนักแสดงคนสำคัญ

‘คลิปเจ้าปัญหา’

ปัจจุบัน “เกรียง กัลป์ตินันท์” เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรับผิดชอบอีสานใต้ โดยนายใหญ่ดูไบ มอบให้เฮียเพ้ง ดูแลภาคอีสาน ตั้งเป้าแลนด์สไลด์ แต่อุบัติเหตุการเมืองอาจเกิดขึ้นได้ อันเนื่องจากคลิปดังกล่าว

กรณีแรก วันที่ 12 ต.ค.2564 ที่บ้านพักของพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล มีการจัดงานฉลองวันเกิดย้อนหลังให้เสี่ยเกรียง และวันนั้น ทักษิณ ชินวัตร วิดีโอคอลเข้ามาทักทายกับ ส.ส.เพื่อไทยกลุ่มใหญ่

ตอนหนึ่งเสี่ยเกรียง ได้ลุกขึ้นถามเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย แถมยังเสนอชื่อคุณหญิงพจมาน เป็นแคนดิเดตนายกฯ เรียกเสียงหัวเราะลั่นห้องจัดเลี้ยง

กรณีล่าสุด วิฑูรย์ นามบุตร ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น พูดถึงเรื่องดีลพิเศษเข้าเพื่อไทย โดยมีการพูดคุยกับเสี่ยเกรียง และต่อสายไปหาทักษิณด้วย ทั้งสองกรณี เสี่ยเกรี่ยงได้ออกมาปฏิเสธแล้ว พร้อมชี้ว่า ทักษิณไม่ได้ครอบงำพรรคแต่ประการใด

ดูเหมือนว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว และมองว่า ทักษิณก็แค่กองเชียร์ ตราบใดที่คณะกรรมการบริหารพรรค ยังมิได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา ก็จะไม่มีผลใดๆต่อพรรค

‘ล้างบางคนทรยศ’

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ได้รับความไว้วางใจจากทักษิณมากที่สุดในนาทีนี้ สืบเนื่องจากเสี่ยเกรียง ได้ชำระแค้นแทนทักษิณ โดยปราบกลุ่มทรยศต่อนายใหญ่ไปเลือกข้างฝั่ง 3 ป. พ่ายแพ้ทั้งสนาม ส.ส. และท้องถิ่น

กลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กับนายใหญ่ ประกอบด้วย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยไทยรักไทย และกลุ่มสุพล ฟองงาม

เลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 สนามอุบลฯ พรรคเพื่อไทย ได้มา 7 ที่นั่งจาก 10 ที่นั่ง ส่วนกลุ่มสุพล ฟองงาม ในสีเสื้อพลังประชารัฐ พ่ายแพ้เกือบหมด เหลือ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ตัวแทนกลุ่มทุน ส.เขมราฐ ที่ได้เป็น ส.ส.

เลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ ปลายปี 2563 กานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชายเสี่ยเกรียงชนะผู้สมัครนายก อบจ.กลุ่มสุพล ฟองงาม และกลุ่ม พล.ต.อ.ชิดชัย

เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ต้นปี 2564 พิศทยา ไชยสงคราม ลูกสะใภ้เสี่ยเกรียง เอาชนะประชา กิจตรงศิริ คณะผู้บริหารเทศบาลชุดเดิม ที่มี พล.ต.อ.ชิดชัย สนับสนุน

ภาพเมื่อครั้ง เกรียง กัลป์ตินันท์ จัดงานวันเกิดทักษิณภาพเมื่อครั้ง เกรียง กัลป์ตินันท์ จัดงานวันเกิดทักษิณ

บารมีเกรียง กัลป์ตินันท์ จึงเบ่งบานทั่วเมืองอุบลฯ ซึ่งการเอาชนะกลุ่ม พล.ต.อ.ชิดชัย และสุพล ผู้แยกตัวออกไปจากค่ายเพื่อไทยนั้น สร้างความเชื่อมั่นให้นายใหญ่อย่างสูง

เลือกตั้งสมัยหน้า สนามอุบลฯ มีเก้าอี้ ส.ส.เพิ่มเป็น 11 ที่นั่ง เสี่ยเกรียงคงกวาดมาทั้งจังหวัด เนื่องจากคู่แข่งอ่อนแรงลงเยอะ