ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ผู้ว่าหมูป่า” เป็นคนตรง ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496362

10 ธ.ค. 2564 |19:10 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ผู้ว่าหมูป่า" เป็นคนตรง ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติเส้นทางชีวิต “ผู้ว่าหมูป่า” ดวงชะตาที่เป็นคนตรง รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม แต่อาจขัดผลประโยชน์ผู้อื่น มีความเป็นผู้นำอยู่ในตนเอง เป็นคนที่รักษาสัญญา หากรับปากอะไรไว้ต้องทำให้สำเร็จ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึก ศึกชิงเก้าอี้ ผู้ว่า กทม. กับเส้นทางชีวิต “ผู้ว่าหมูป่า” ถูกดัน จาก พปชร. บิ๊กป้อม ชิงตำแหน่ง ผู้ว่าฯกทม.

ผู้ว่าฯปทุมธานี ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร วัย 56 – 57 ปี เกิดวันอังคารที่ 1 เดือนมิถุนายน 2508 กับดวงชะตาที่เป็นคนตรงรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม แต่อาจขัดผลประโยชน์ผู้อื่น การทำงานอาจต้องเหนื่อยด้วยตนเอง 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ผู้ว่าหมูป่า" เป็นคนตรง ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ปี 2565 ช่วงจังหวะดวงปิดอาจมีผลกระทบเกิดขึ้น ก่อให้เกิดความไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง ถึงยามอังคารที่ 1 จะเสริมดวงอยู่บ้าง แต่ดาวอุปสรรคมีมากกว่า

ทั้งเรื่องส่วนตัวและการบริหารงาน ที่อาจจะเป็นปัญหาขัดแย้ง และมรสุมจังหวะชีวิต ทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานไม่เป็นไปตามคาดหวัง 

จากผู้ใหญ่ให้ระวังขัดแย้ง ที่ทำอะไรออกไปเหมือนเป็นสิ่งผิดพลาด ทำดีออกไปกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ ทั้งที่ตั้งใจทำดี และกลับถูกมองในแง่ร้าย จึงถือว่าดาวอุปสรรคทับดวงชะตา อาจทำให้มีเรื่องให้อึดอัดใจไม่สบายใจ ไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราวเกิดขึ้น

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมถึงดวงชะตาของท่าน “ผู้ว่าหมูป่า” ว่า เป็นคนที่รักษาสัญญา รักษาผลประโยชน์ แต่ดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็น มีความเป็นผู้นำอยู่ในตนเอง ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ยอมคน ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้า อ่านคนได้ออก มีเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง 

ซินแสเข่ง กล่าวอีกว่า “ผู้ว่าหมูป่า” เป็นคนที่รักษาสัญญา หากรับปากอะไรไว้ต้องทำให้สำเร็จ และต้องมีชีวิตที่ต้องเหนื่อยด้วยตนเอง ต้องทำด้วยตนเอง ถึงจะประสพความสำเร็จและได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สุชัชวีร์ ชน ชัชชาติ ศึกช้างชนช้าง ชิงดำ ‘ผู้ว่าฯกทม.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496354

10 ธ.ค. 2564 |17:53 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สุชัชวีร์ ชน ชัชชาติ ศึกช้างชนช้าง ชิงดำ ‘ผู้ว่าฯกทม.’

ศึกช้างชนช้างชิงดำ ‘ผู้ว่าฯกทม.’ ระหว่าง ‘สุชัชวีร์ ชน ชัชชาติ’ วัดดวงความเป็นผู้นำว่าใครจะราศีดีกว่า “ดร.เอ้” ราศีชัดเจน เหนือกว่าในความเป็นผู้นำ วัดดวงชะตาราศี ถ้าเปรียบดวงคู่นี้น่าจะสูสี แต่ “ชัชชาติ” เจอปีเสริมมีลุ้น

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติศึกชิงดำตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” สองบิ๊กใหญ่ ท้าชนชิงตำแหน่ง คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงอิสระ ปะทะ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าดวงใครจะแข็งกว่ากัน

เพราะเป็นคู่ปีปะทะ หรือปีไม่สมพงศ์ ถือว่าเป็นคู่สูสี รอพรรคพลังประชารัฐ(พปชร. ส่ง ผู้ว่าหมูป่าลงสนามจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สุชัชวีร์ ชน ชัชชาติ ศึกช้างชนช้าง ชิงดำ ‘ผู้ว่าฯกทม.’

คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ วัย 56 ปี เกิดวันอังคารที่ 24 เดือนพฤษภาคม 2509 ถือว่าเป็นแห่งโชคลาภเสริมดวงชะตา ในปี 2565 ปีนี้อาจจะมีเรื่องเบียดเบียนเล็กๆน้อยอยู่บ้าง แต่เป็นปีที่เกื้อกูลสนับสนุน ส่งเสริมให้ประสพความสำเร็จ ในหน้าที่ตำแหน่งและการงาน

 คุณชัชชาติ ดวงชะตาเป็นคนที่ดื้อรั้นไม่ยอมคน อยากรู้ อยากเห็น ใชัความคิดตนเองเป็นใหญ่ มีเจ้าทุกข์ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อารมณ์อ่อนไหวมีเสน่ห์ในการใช้เสียงเป็นสื่อ

คุณชัชชาติ กล้าได้กล้าเสียทะเยอทะยานไม่อยู่กับที่ ติดต่องานประสานงานเป็นไปได้ด้วยดี ปีเสริมมีโอกาศเป็นไปได้ 80 %

ซินแสเข่ง ผ่าดวง สุชัชวีร์ ชน ชัชชาติ ศึกช้างชนช้าง ชิงดำ ‘ผู้ว่าฯกทม.’

ศ.ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อายุ 50 ปี เกิดวันพฤหัสที่ 20 เมษายน 2515 พรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดเจน มีดวงคู่ปะทะกับ คุณชัชชาติ หรือคู่ชง ในดวงชะตาในปีนี้เหมือนเส้นดวงชะตาไม่ชัดเจนในการคาดหวังตำแหน่ง เพราะไม่มีดวงเสริม 

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ หากแต่ได้พรรคหนุนอาจมีหวังอยู่บ้าง แต่ก็น้อย เป็นยุคคลที่มีความพยายามมีความตั้งใจอยากจะทำอะไรให้ประสพความสำเร็จ ดื้อรั้น ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีความเป็นผู้นำ ใจใหญ่มีเจ้าทุกข์ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักปรับตัวเองได้ทุกสถานการณ์ ปีเลือกตั้งนี้ คะแนน 50/50 %

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงพรรคพลังประชารัฐ พรรคที่สาม ที่ยังไม่ชัดเจน แต่ที่น่าจับตา ผู้ว่าหมูป่า ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯประทุมธานี จะกล้าลงจับศึกครั้งนี้ด้วยหรือไม่

แต่เกณท์ดวงชะตา ผู้ว่าหมูป่า ตกเป็นลบ ต้องใช้แรงดันของพรรคเข้าช่วยเสริม แต่ถึงได้ ก็อาจจะต้องเหนื่ยสารพัด เพราะนอกจากดวงจะไม่เสริมแล้ว ยังตกอยู่ในช่วงของปีให้ร้าย และเบียดเบียน ให้เดือดเนื้อร้นใจ ในเหตุการณ์ของปี 2565 เพราะถือว่าเป็นปีแห่งศัตรู

“89ปีรัฐธรรมนูญไทย” ประชาชนยังเรียกร้องมีส่วนร่วมแก้รัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496286

10 ธ.ค. 2564 |09:11 น.

“89ปีรัฐธรรมนูญไทย” ภาคประชาชนใช้โอกาสวันรัฐธรรมนูญ ขอวุฒิสภาสละสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้ง

"89ปีรัฐธรรมนูญไทย" ประชาชนยังเรียกร้องมีส่วนร่วมแก้รัฐธรรมนูญ

เป็นครั้งที่3 ของภาคประชาชนที่พยายามเข้าไปมีส่วนกำหนดโครงสร้างซึ่งใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศในนามรัฐธรรมนูญ  คราวนี้นำโดย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการเลือกตั้ง   10 ธันวาคม 2564   89ปี แห่งระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทย มีรัฐประหาร 13 ครั้ง ฉีกรัฐธรรมนูญไป 9ฉบับ ล่าสุดเมื่อปี 2557 คสช.ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว  นำมาสู่รัฐธรรมนูญที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฉบับสืบทอดอำนาจ  ที่สำคัญ  คือการให้บทบาท สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี  ภายใน 5ปีแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

การเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชนซึ่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาสองครั้งที่ผ่านมา ถูกมองว่า เป็นเพราะมีความพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่มากจนเกินไป  เกือบทุกด้านที่กำหนดไว้ถูกรื้อ จนทำให้ถูกรุมต้าน  แต่ความพยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญ   อีกครั้งหนึ่งนี้ โฟกัสเป้าหมายที่เคยมีมาในความพยายามก่อนหน้า เหลือเพียงประเด็นเดียวคือการยกเลิกบทบาทเลือกนายกรัฐมนตรี ของสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา272เท่านั้น แต่อุปสรรคที่สำคัญก็อยู่ที่สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถูกลดบทบาท จะยอมสูญเสียอำนาจในส่วนนี้หรือไม่   

"89ปีรัฐธรรมนูญไทย" ประชาชนยังเรียกร้องมีส่วนร่วมแก้รัฐธรรมนูญ

บทเรียน 2 ครั้งที่ผ่านมา  นอกจากจะมีเสียงสมาวุฒิสภาสนับสนุนการแก้ไข ไม่ถึง1ใน3  ยังลดลงมาจนเหลือสมาชิกวุฒิสภาสนับสนุนการแก้ไขในส่วนนี้ เพียง 3รายเท่านั้น  ดูเค้าลางแล้ว นี่อาจเป็นได้เพียงวงรอบของการรื้อรัฐธรรมนูญ ในประเทศไทย ซึ่งนับรวมทุกฉบับ มีอายุขัยเฉลี่ยราว 4-5 ปี และครั้งนี้ ยังเป็นการริเริ่มจากประชาชน  เบิกฤกษ์ ในวันรัฐธรรมนูญ เปิดลงชื่อทางออนไลน์ มกราคม-มีนาคมปีหน้า  ตั้งเป้าหมาย  70,000 รายชื่อ ขอสิทธิ์ตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน เป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมีเสียงจัดตั้ง ตามโครงสร้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ย้อนตำนาน “มหาเถรสมาคม” เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496267

10 ธ.ค. 2564 |07:00 น.

ย้อนตำนาน "มหาเถรสมาคม" เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฏหมายสงฆ์ จากอดีตถึงปัจจุบัน ที่ “พระมหากษัตริย์” ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ในการแต่งตั้งกรรมการ “มหาเถรสมาคม”

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงจัดให้มีการปฏิรูปการปกครองบ้านเมือง โดยให้ภูมิภาค ขึ้นตรงกับส่วนกลาง ซึ่งการปกครองคณะสงฆ์ พระองค์ก็ทรงใช้หลักการเดียวกัน โดยให้คณะสงฆ์ทั้งประเทศ อยู่ภายใต้การปกครองและควบคุมจากส่วนกลาง ตามประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 โดยกำหนดให้มี “มหาเถรสมาคม” ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ทรงปรึกษาในการพระศาสนา และการปกครองบำรุงสังฆมณฑล
 

ย้อนตำนาน "มหาเถรสมาคม" เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

การตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ฉบับนี้ กำหนดให้มี 45 มาตรา และให้เสนาบดีกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษา) รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ที่มีจุดประสงค์หลัก ทรงหวังจะส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติธรรมวินัย ให้สอดคล้องกับการปกครองบ้านเมือง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จึงกำหนดให้มีเจ้าคณะใหญ่อีก 4 คณะ รวมเป็น 8 รูป ทั้ง 8 รูปนี้เป็น “กรรมการมหาเถรสมาคม” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการปกครองคณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร และกำหนดให้มี “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์เดียวเป็นผู้บัญชาเด็ดขาด เป็นประธานของมหาเถรสมาคม ส่วนขอบข่ายการปกครอง ถูกแบ่งออกเป็นมณฑล เมือง แขวง และวัด ทั้งหมดนี้แบ่งกันขึ้นตามคณะใหญ่ทั้ง 4 คณะ สำหรับคณะธรรมยุตินั้น เดิมรวมอยู่กับคณะกลาง และได้แยกเป็นคณะต่างหาก ครั้งแรกนั้นไม่มีเจ้าคณะใหญ่ กระทั่ง พ.ศ.2393 กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะใหญ่ และต่อมา ยังทรงได้รับการสถาปนา เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 8 และนับเป็นพระเถระ หนึ่งในผู้เป็นต้นวงศ์ของฝ่ายธรรมยุต แต่ดำรงตำแหน่งได้เพียง 10 เดือนก็สิ้นพระชนม์ 

ย้อนตำนาน "มหาเถรสมาคม" เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

กฎหมายฉบับต่อมา คือ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ที่ให้อำนาจพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยสมเด็จพระสังฆราชทรงออกบัญญัติสังฆาณัติ บริหาร และวินิจฉัยอธิกรณ์ ผ่านสังฆสภาสังฆมนตรี และคณะวินัยธร เพื่อให้ล้อตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยในช่วงเวลานั้น
 

อีก 21 ปีต่อมา จึงตรา พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แต่สาระสำคัญยังคงให้อำนาจพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แต่ยกเลิกสังฆมนตรี สังฆสภา และคณะวินัยธร และให้การปกครองคณะสงฆ์ อยู่ภายใต้ “มหาเถรสมาคม” ที่ประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งขึ้น จำนวนไม่เกิน 12 รูป

ย้อนตำนาน "มหาเถรสมาคม" เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

30 ปีให้หลัง จึงมีการผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ที่ภาคการเมืองเข้าไปมีส่วนมากขึ้น จึงกำหนดสาระเพิ่มเติมให้ “นายกรัฐมนตรี” โดยความเห็นชอบของ “มหาเถรสมาคม” เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงสถาปนาเป็น “สมเด็จพระสังฆราช”

ย้อนตำนาน "มหาเถรสมาคม" เหลียวหลังแลหน้า ผ่ากฎหมายสงฆ์จากอดีตถึงปัจจุบัน

กระทั่งมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ 10 จึงมีการแก้สาระสำคัญของกฎหมาย มาเป็น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ซึ่งเปลี่ยนไปให้อำนาจการแต่งตั้ง “สมเด็จพระสังฆราช” กลับไปเหมือนฉบับปี 2505 คือ คืนพระราชอำนาจให้ “พระมหากษัตริย์” ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ปัจจุบันที่ยังคงใช้อยู่ คือ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ที่ถูกแก้ไขให้ “พระมหากษัตริย์” ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง “กรรมการมหาเถรสมาคม” จากเดิมที่ระบุว่า มหาเถรสมาคม ประกอบด้วย “สมเด็จพระสังฆราช” ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะ
ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง มีจำนวนไม่เกิน 12 รูป เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม หรือพูดให้ชัด ก็คือ นอกจากพระมหากษัตริย์ ทรงมีพระราชอำนาจสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชแล้ว พระมหากษัตริย์ยังทรงมีพระราชอำนาจ ในการแต่งตั้ง “มหาเถรสมาคม” อีกด้วย

จำใจเลือก “ถูกโกง” ก่อนซื้อสลากฯ! ดีกว่า “ซื้อหวยถูก” แล้วโดนโกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496119

เหยี่ยวขาว

10 ธ.ค. 2564 |04:00 น.

จำใจเลือก "ถูกโกง" ก่อนซื้อสลากฯ! ดีกว่า "ซื้อหวยถูก" แล้วโดนโกง

โดนเอาเปรียบจนเคยชิน! หวยรัฐโกงซึ่งหน้าราคาไม่ตรงปกรับกันได้ ใต้ดินไม่น้อยหน้าตั้งกฎเหล็กสารพัด ผลพวงเหล่าเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ใบ้เลขเด็ด มีเงินก็ซื้อไม่ได้(เลขอั้น)จ่ายครึ่ง-กินเต็ม ล่าสุดถูกมีเบี้ยว อ้างเมียตำรวจเป็นเจ้ามือสบายใจได้ไม่ถูกจับ แต่ถูกโกง

-วิถีการถูก “เอารัดเอาเปรียบ” (โกง)ยังคงอยู่คู่กับคนไทยไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นโกงซึ่งหน้าหรือโกงลับหลังมีให้เห็นเป็นข่าวอยู่เป็นประจำ ล่าสุดคดีหวยใต้ดินที่ลุงสมหมายอ้างว่าไปซื้อกับภรรยาตำรวจ ตำแหน่งรอง ผกก.เลขเข้าเป้าถูกเต็มๆ แต่เจ้ามือเบี้ยวไม่จ่ายเงิน 6.25 แสนบาท สุดท้ายลูกค้าไม่ทนเดินหน้าชนแจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่รู้ว่าตัวเองมีความผิดด้วยแน่นอน!! อัยการส่งตัวขึ้นศาลข้อหาเล่นการพนันสลากกินรวบสั่งปรับเป็นเงิน 1,500 บาท ขณะที่คู่กรณีเดินทางเข้ามารับสารภาพก่อนหน้ายอมรับว่าเป็นเจ้ามือรับแทงสลากกินรวบจริง ศาลปรับเป็นเงิน 2,000 บาท!!! 


-ก่อนหน้าเห็น “ลุงสมหมาย” ไปออกรายการโหนกระแส มีประโยคหนึ่งแกบอกว่า ที่ซื้อหวยกับเมียตำรวจเพราะเชื่อว่าไม่ถูกจับแน่นอน!! คิดถูกครับลุง!! ต้องบอกว่าคดีนี้เจ้าทุกข์ที่มีมลทินคดีติดตัวต้องยอมรับ-ทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าโชคลาภเงินแสนลอยหลุดมือไปแล้ว

งวดหน้าลุ้นใหม่ดีกว่าลุง…ด้วยความเป็นนักเสี่ยงโชคไม่ยอมแพ้กับโชคชะตาเล่นตลก ลุงแกหันมาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลทันที 8 ใบพร้อมประกาศหลังจากนี้จะไม่ซื้อหวยใต้ดินอีกแล้ว เจ็บใจกลัวโดนโกงอีก!!! 
-คดีนี้บอกตรง ๆ ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนมากมาย ตัวละครเอกมีไม่กี่ตัว และคิดว่าตัวละครที่เหลือ(ลูกค้าหวย)คงไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานแน่นอน หลักฐานเด็ดอยู่ที่คลิปที่นำมาโพสต์ในโซเชียลฯ และโพยซื้อหวยกันทางมือถือ

ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายอ้างว่ามีตำรวจเข้าไปมีเอี่ยวด้วยนั้น บิ๊กตำรวจต้องสอบให้เคลียร์อย่าให้สังคมคาใจ เพราะเป็นภาพลักษณ์ของตำรวจ ที่สำคัญจะไม่มีลูกค้าหน้าไหนกล้าซื้อหวยใต้ดินที่มีตำรวจเป็นแบ็คให้อีกต่อไป!!มันเจ็บจี๊ดเลยนะไม่ถูกจับแต่ถูกโกง!!! 
 

-ถูกหวยรวยเบอร์มันคือความหวังของคนไทยมาตราบนานเท่านาน!! 15 วันวงล้อโชคลาภจะหมุนตัวเลขให้ลุ้นกันหนึ่งครั้ง โชคดีบ้างไม่ดีบ้างก็ว่ากันไปตามวาสนาของแต่ละคน แต่ที่นักเสี่ยงโชคทุกคนต้องเจอคือการถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าหวยรัฐ และหวยใต้ดิน… 

สลากกินแบ่งฯพวกเขาถูกโกงตั้งแต่ก่อนจะซื้อ!! เป็นการโกงซึ่งหน้าด้วยราคาที่ติดไว้ชัดเจน 80 บาทแต่จริงแล้วไม่ใช่…มุมมองนักเสี่ยงโชคบางคนมองว่ายังดีกว่าหวยใต้ดินด้วยอิทธิฤทธิ์บารมีของเหล่าเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ขยันให้เลขเด็ดจนทำให้ “เจ้ามือ” ต้องปรับกลยุทธ์ตั้งกฎเหล็กขึ้นมาดักหนทางรวยของลูกค้าสารพัดจะคิดได้ อั้น-ยกเลิก-ไม่รับ-จ่ายครึ่ง(ทีแหลกเห็นรับเต็มๆ)หนักก็ไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย-เชิญแจ้งความตามสบาย…นี่แหละคนไทยโดนเอาเปรียบทุกทางจนเคยชิน!!! 


เรื่อง : เหยี่ยวขาว

10 ธันวาคม 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/blogs/scoop/496271

10 ธ.ค. 2564 |02:00 น.

10 ธันวาคม 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย

คมชัดลึก ส่องรัฐธรรมนูญไทยในถุงดำ 89 ปีรัฐธรรมนูญไทยที่ถูกฉีกครั้งแล้ว ครั้งเล่า และเรื่องราว บนวิบากกรรมทางการเมืองของประเทศ กับความหวังเมื่อไหร่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่แท้จริง

10 ธันวาคม 2564  เวียนมาบรรจบ ตรงกับ “วันรัฐธรรมนูญ”กันอีกครา เหตุที่กำหนดให้เป็นวันรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ผ่านมาถึงวันนี้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้เดินทางมาเป็นเวลา 89 ปีแล้ว 

เป็น “89 ปีรธน.ไทย” ที่มีการทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิต

เป็นระยะเวลาอันยาวไกลที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงอำนาจ ผ่านการเข้ามาปรับเปลี่ยนแก้ไขรธน.ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงปัจจุบันรวม 20 ฉบับแล้ว 

10 ธันวาคม 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย

หากพิจารณาบรรดารัฐธรรมนูญ 20 ฉบับนั้น ได้มีการยกเลิก หรือตามประสาสื่อบัญญัติว่า เป็นการ”ฉีกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งก็ล้วนเกิดขึ้นจากการรัฐประหาร

ฉีกแล้วฉีกอีก ด้วยข้ออ้างสารพัด เช่น รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นอยู่ไม่ทันสมัยบ้าง จึงต้องการให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นบ้าง ต้องการให้มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่บ้าง แต่ต่อให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขเพียงใดให้ดูดีตามคำกล่าวอ้าง ก็ยังไม่อาจทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆอยู่ยั้งยืนยงเหมือนนานาอารยประเทศ

รัฐธรรมนูญที่ถูกฉีกกันเป็นว่าเล่นจึงไม่ต่างกับเศษกระดาษด้อยค่าทิ้งลงไปในถุงดำ หรือบางยุคสมัย รัฐธรรมนูญก็ยังถูกคลุมด้วยถุงดำราวกับประชาชนถูกคลุมถุงชนด้วยซ้ำไป      

เพราะเมื่อรัฐประหารทำการฉีกรัฐธรรมนูญ-ยกร่างขึ้นใหม่-ทำการประกาศใช้-จัดให้มีการเลือกตั้ง-ปรากฎว่ากลับเข้ามาใหม่ วนเวียนอยู่ในลูปนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  

10 ธันวาคม 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย

ประเทศไทยเคยมีการรัฐประหารมาแล้วทั้งสิ้น 13 ครั้ง โดย 9 ครั้งได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในขณะนั้นทั้งฉบับโดยคณะรัฐประหารชุดต่างๆ 

มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ได้แก่การรัฐประหารโดยพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ในปี พ.ศ.2476 ,พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ในปี พ.ศ.2491 และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี พ.ศ.2500 ที่ไม่มีการประกาศยกเลิก

กฎหมายสูงสุดของไทยที่มีระยะเวลาใช้บังคับสั้นที่สุด คือ พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 ใช้บังคับระหว่างวันที่ 27 มิ.ย.2475 – 10 ธ.ค.2475 รวมระยะเวลาเพียง 5 เดือน 13 วัน ก่อนถูกยกเลิกเมื่อมีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม” ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ฉบับแรกของประเทศ ซึ่งฉบับนี้เอง ใช้บังคับระหว่างวันที่ 10 ธ.ค.2475 – 9 พ.ค.2489 รวมระยะเวลา 13 ปี 4 เดือน 29 วัน  ก่อนถูกยกเลิกเนื่องจากมีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2489”

10 ธันวาคม 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย

อย่างไรก็ดี จากประวัติศาสตร์ของการแก้ไขรธน. มีการตั้งชื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆ ได้จดจำง่าย  อย่างเช่น รธน.ปี 2540 เรียกกันว่า“รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เพราะมีการออกแบบให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่มีตัวแทนประชาชนจากหลากหลายสาขาวิชาชีพมาร่วมกันยกร่างรธน.ฉบับปี2540 ทำให้เกิดองค์กรอิสระตามรธน.ต่างๆ  เกิดระบบตรวจสอบถ่วงดุลย์ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ จนทุกฝ่ายให้การยอมรับว่า นี่คือ “รธน.ฉบับประชาชนที่ดีที่สุด” ฉบับหนึ่ง นับตั้งแต่หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นต้นมา 

มีการให้ฉายารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ว่า “รธน.หน้าแหลมฟันดำ”  ล้อมาจาก ท่านนต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานกมธ.ยกร่างรธน. หรือถ้าย้อนอดีตกว่านั้น คือ”รธน.ใต้ตุ่ม” หรือ “รธน.ตุ่มแดง”  เหตุที่ตั้งชื่อแบบนั้น เนื่องจากคณะรัฐประหารยกร่างรธน.ชั่วคราวกลัวความลับรั่วไหลจึงซ่อนร่างรธน.ไว้ใต้ตุ่มสามโคก ก่อนนำขึ้นมาประกาศใช้ แต่ใช้ได้ไม่นานก็ถูกฉีก

เห็นได้ว่าหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ ได้ให้กำเนิดพ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว 2475 เมื่อ 27 มิ.ย. 2475 มีทั้งหมด 39 มาตรา ผ่านมาถึงปัจจุบัน รธน.ปี 60 ซึ่งเป็นฉบับที่ 20 มีทั้งสิ้น 279 มาตรา  

พิจารณาการออกแบบแต่ละฉบับมีจำนวนมาตราไม่ต่ำกว่า  80-100 มาตราขึ้นไป ยิ่งหากนำทั้ง 20 ฉบับรวมกัน ลองกดเครื่องคิดเลขคำนวณดูเล่นๆไม่น่าจะน้อยกว่า 2,000 มาตราขึ้นไป  ขณะที่สำรวจอายุรธน.โดยเฉลี่ยอยู่ได้แค่ 4  ปีกว่า ก็แก้ไขกันอีกแล้ว   

แม้แต่ล่าสุดกับความพยายามของนักการเมือง ภาคประชาชน คงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกประทับตราว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการบ้าง  ฉบับสืบทอดอำนาจบ้าง 

ทว่า ภายใต้ความพยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้รธน. หนีไม่พ้นวาระซุ่มซ่อนแอบแฝงเข้ามาด้วย  ดังเห็นจากการเคลื่อนไหวเพื่อต้องการแก้ไขรธน.เพื่อนำไปสู่การปรับแก้หมวดที่เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง ซึ่งไม่ส่งผลดีที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมือง ดังปรากฎภาพชัดอยู่ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อขบวนการล้มล้างการปกครองฯมาแล้ว 

แม้เส้นทางของรัฐธรรมนูญเดินทางมาไกลถึง89 ปีรธน.ไทย แต่อีกนั่นหล่ะ ยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า “แก้แล้วแก้อีก” เพื่อประโยชน์ของใครเป็นสำคัญ 

ตรงนี้น่าเป็นดัชนีชี้วัดได้ว่า ประเทศไทยยังไม่มีทีท่า จะเห็นรธน.ฉบับถาวรยืนยาวอย่างแท้จริงได้เมื่อไหร่  

สัญญาใจ “ประภัตร” อุ้มลุงตู่ไปสุพรรณ รักษาฐานเมืองหลวง ชทพ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496255

09 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

สัญญาใจ "ประภัตร" อุ้มลุงตู่ไปสุพรรณ รักษาฐานเมืองหลวง ชทพ.

ซื้อใจล่วงหน้า “ประภัตร” วางยุทธศาสตร์รักษาเมืองหลวง ชทพ. ป้องกันการสูญพันธุ์ เชิญลุงตู่ไปเยือนพร้อมงบฯ และเงินช่วยเหลือเกษตรกร สมัยหน้า 5 ที่นั่งต้องไม่พลาด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พล.อ.ประยุทธ์เยือนศรีประจันต์ “ประภัตร” จัดทัพชาวนาเกือบ 4 พันคน สวมเสื้อเรารักลุงตู่ มารอต้อนรับ งานนี้มีเดิมพันอนาคตของ 4 ตระกูลการเมืองสุพรรณบุรี

ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา “ประภัตร” รู้ดีว่าต้องรักษาฐานที่มั่นสุพรรณไว้ให้ได้ ฉะนั้น งบฯต้องมา เงินเยียวยาเกษตรกรต้องได้

“ประภัตร” มองการเลือกตั้งครั้งหน้า 5 เก้าอี้ ส.ส.เมืองสุพรรณ ต้องไม่หลุดมือไปอยู่พรรคอื่น นายกฯ ลุงตู่เหยียบสุพรรณวันนี้ ตอกย้ำพี่น้อง 3 ป.ไม่ทิ้งเพื่อนมิตรอย่างชาติไทยพัฒนา

วันที่ 9 ธ.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะ เดินทางไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อเป็นประธานพิธีส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ มาเยือน ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ บ้านเกิดและที่มั่นการเมืองของเฮียเม้ง หรือ ประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เตรียมการต้อนรับอย่างอบอุ่น

เฮียเม้งสวมเสื้อยืดสีขาว สกรีนรูปนายกรัฐมนตรีและข้อความเรารักลุงตู่ สวมสร้อยห้อยพระ 4 องค์คือ พระร่วง, สมเด็จวัดระฆัง, หลวงพ่อจวนวัดไก่เตี้ยและหลวงพ่อสมวัดดอนบุปผาราม


ชาวสุพรรณเกือบ 4 พันคน สวมเสื้อยืดเรารักลุงตู่เหมือนเฮียเม้ง ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง เฮียเม้งคอยเป็นต้นเสียงนำชาวบ้านตะโกนเรารักลุงตู่ และเปิดเพลงบ้านเกิดเมืองนอน

เมื่อจบพิธีการ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะได้ยกขบวนไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านเรือนไทย วังน้ำซับของประภัตร โพธสุธน

‘คนโตศรีประจันต์’

เง็กเม้ง แซ่เฮ้ง หรือ “ประภัตร โพธสุธน” วัย 72 ปี ทายาทเถ้าแก่โรงสีบ้านไร่ ลงสมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี มาตั้งแต่ปี 2519 สังกัดพรรคชาติไทย และอยู่กับบรรหาร ศิลปอาชา มาโดยตลอด ไม่เคยย้ายพรรค

ปี 2548 ประภัตรไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงให้หลานชาย ยุทธนา โพธสุธน อดีตกำนัน ต.วังน้ำซับ ลงสมัคร ส.ส.เขต กระทั่งปี 2551 ศาลยุบพรรคชาติไทย ยุทธนาเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี

เลือกตั้งปี 2554 ประภัตร นำหลานสาว พัชรี โพธสุธน มาลงสมัคร ส.ส.เขต แทนยุทธนา และทุกวันนี้ คนในตระกูลโพธสุธน ก็เล่นการเมืองท้องถิ่นแถวศรีประจันต์หลายคน

ก่อนเลือกตั้ง 2562 ประภัตรตัดสินใจเจรจากับพี่น้อง 3 ป. เรื่องสนับสนุนลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรี จึงปรับโครงสร้างพรรคใหม่ กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค และประภัตร เป็นเลขาธิการพรรค

ดังนั้น วราวุธ ศิลปอาชา จึงได้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประภัตร เป็น รมช.เกษตรฯ ตามข้อตกลงกับพี่น้อง 3 ป.

แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา พา พล.อ.ประยุทธ์ ไปบ้านเรือนไทยของประภัตรแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา พา พล.อ.ประยุทธ์ ไปบ้านเรือนไทยของประภัตร

‘พรรคสุพรรณ’

เลือกตั้งครั้งที่แล้ว “ประภัตร” เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา วางยุทธศาสตร์ต้องรักษาเมืองหลวง-สุพรรณบุรีไว้ให้ได้ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย

เขต 1 สรชัด สุจิตต์ ทายาทมหาเศรษฐีเมืองสุพรรณ ได้ 67,149 คะแนน, เขต 2 ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้ 69,274 คะแนน, เขต 3 ประภัตร โพธสุธน ได้ 59,738 คะแนน และเขต 4 เสมอกัน เที่ยงธรรม ลูกชายจองชัย-มุกดา ได้คะแนน 59,714 คะแนน พ่วงด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นพดล มาตรศรี อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี

ประเมินภาพรวมของคะแนนทั้งหมดแล้ว ยังถือได้ว่า คนสุพรรณยังรักนายบรรหาร และพรรคชาติไทยพัฒนา

ปลายปีที่แล้ว บุญชู จันทร์สว่าง ยังได้เป็นนายก อบจ.สุพรรณบุรี อีกสมัย ซึ่งฐานเสียงท้องถิ่นก็ยังเป็นปึกแผ่น

สมัยก่อน บรรหาร ศิลปะอาชา วางกลยุทธ์ตรึงพื้นที่ โดยตระกูลศิลปอาชา ดูแล อ.เมือง, หมอบุญเอื้อ ดูแล อ.บางปลาม้า, ตระกูลจันทร์สว่าง ดูแล อ.สองพี่น้อง, ตระกูลมาตรศรี ดูแล อ.อู่ทอง, ประภัตร ดูแล อ.ศรีประจันต์-อ.สามชุก และจองชัย ดูแล อ.เดิมบางนางบวช-อ.ด่านช้าง

เลือกตั้งสมัยหน้า สุพรรณบุรี มี ส.ส.5 คน ก็คงไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งเรื่องส่งผู้สมัคร ส.ส. ประภัตร ก็น่าจะดึงหลานชาย ยุทธนา โพธสุธน กลับมาจากพลังประชารัฐ เพื่อลงสมัคร ส.ส.เขต

เวลานี้ ความบาดหมางระหว่าง เฮียประภัตร กับ เฮียจองชัย ก็จบลงไปแล้ว ทั้ง 4 ตระกูลหลักก็ยังยืนอยู่ที่บ้านหลังเก่า-ชาติไทยพัฒนา

ฟันธงได้เลย “พล.อ.ประยุทธ์”ไม่ตั้งพรรคการเมือง โดยรามจักร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496239

รามจักร

09 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

ฟันธงได้เลย  "พล.อ.ประยุทธ์"ไม่ตั้งพรรคการเมือง  โดยรามจักร

8 ปีมานี้สามารถศึกษาหมากเกมการเมืองของพลเอกประยุทธ์ได้ชัดเจนว่าใช้ลีลากระบวนท่าเดียวกันกับพลเอกเปรม คือไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่ตั้งพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองบางกลุ่มจะพร้อมกันสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน โดย รามจักร

การเตรียมการเลือกตั้งกำลังคึกคัก ทุกพรรคกำลังเคลื่อนไหวในการจัดวางผู้สมัครกันจนราวกับว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งและมีคำถามมากมายว่าพลเอกประยุทธ์จะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ ? และจะสังกัดพรรคไหน ?

ฟันธงได้เลยว่าพลเอกประยุทธ์จะไม่ตั้งพรรคการเมืองและจะไม่เข้าสังกัดพรรคการเมืองใด

8 ปีมานี้สามารถศึกษากระบวนท่าทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ได้ชัดเจนว่าใช้ลีลากระบวนท่าเดียวกันกับพลเอกเปรม คือไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่ตั้งพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองบางกลุ่มจะพร้อมกันสนับสนุนให้เป็นนายก และทำให้พลเอกเปรมอยู่ในตำแหน่งได้ถึง 8 ปี

เพราะถ้าหากตั้งพรรคการเมืองเองก็ต้องสุ่มเสี่ยงกับความขัดแย้งภายในพรรค และการหาประโยชน์มาหล่อเลี้ยงนักการเมืองในพรรค ทั้งต้องสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งกับพรรคการเมืองอื่น สู้การลอยตัวไม่ได้

ยิ่งรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้อำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกได้ ทำให้พลเอกประยุทธ์มีแต้มต่อมากเพราะมีฐาน ส.ว. รองรับ แต่จะมีจำนวนเท่าใดนั้นก็ต้องดูกันต่อไป ตรงจุดนี้จึงทำให้พลเอกประยุทธ์เนื้อหอมเพราะมีฐานที่จะสนุนเป็นนายกที่แน่นอนจำนวนหนึ่ง


พรรคการเมืองใดที่รวบรวมเสียงได้เพียง 125 เสียงก็พร้อมที่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกได้ ในขณะที่พรรคคู่แข่งจะต้องรวบรวมเสียงให้ได้ 251 เสียงและจะต้องมีเสียงสนับสนุนเพิ่มอีก 125 เสียงจึงจะมีคะแนนเสียงเลือกนายกเกินครึ่งหนึ่งคือเกิน 375 เสียง

ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จึงไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคหรือตั้งพรรค แต่จะมีบางพรรคเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ


สำหรับพรรคเพื่อไทย แม้คาดหมายว่าจะชนะเลือกตั้งครั้งหน้าแบบแลนด์สไลด์คือได้เสียงแตะ 250 เสียงก็ยังต้องรวบรวมเสียงเพิ่มอีก 126 เสียงเป็นอย่างน้อย แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะถ้าเพื่อไทยทุ่มเทจนรวบรวมเสียงได้ขนาดนี้แล้วก็ใช่ว่าจะไม่สามารถดึงเสียงจาก ส.ส. หรือ ส.ว. ได้
 

เพราะเหตุนี้จึงมีข่าวการยุบพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยให้ได้ยินกันอยู่ทุกวัน เพราะมีความเป็นไปได้ที่ 2 พรรคนี้อาจจะรวมกันหรือสนับสนุนกันให้จัดตั้งรัฐบาล


แต่บทเรียนในการยุบพรรคไทยรักษาชาติในช่วงหลังสมัครรับเลือกตั้งทำให้ผู้สมัครทั้งหมดหมดสิทธิ์รับเลือกตั้งนั้น เป็นบทเรียนที่ถูกเปิดเผยออกมาแล้วจะนำมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่งจะได้ผลหรือไม่ ยังน่าสงสัย


 เพราะถ้าสถานการณ์คับขันก็เป็นไปได้ว่าก่อนเวลาสมัครรับเลือกตั้งก็อาจมีการแผนจั๊กจั่นทองลอกคราบโยกผู้สมัครทั้งหมดมาสังกัดพรรคใหม่ที่เตรียมไว้ก็ได้ โดยจัดให้กรรมการบริหารเดิมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ

“แก้รัฐธรรมนูญ” สำเร็จได้ เพราะฝ่ายการเมืองสมประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496218

09 ธ.ค. 2564 |16:00 น.

89 ปี การปกครองระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองขนาดใหญ่ “แก้รัฐธรรมนูญ” ได้ เพราะบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เอื้อประโยชน์ให้ทางการเมือง

"แก้รัฐธรรมนูญ" สำเร็จได้ เพราะฝ่ายการเมืองสมประโยชน์

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  7 พฤศจิกายน 2564 ทั้งสิ้น 6 มาตรา สาระสำคัญอยู่ที่การเลือกตั้งส.ส. จากการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวเป็นการเลือกตั้งแบบบัตร2ใบ กำหนดให้มี ส.ส. ระบบเขตเลือกตั้ง 400 คน ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ร่างแก้ไขฯนี้เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทยสนับสนุน และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้าน ว่ากันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ พรรคการเมืองขนาดใหญ่สมประโยชน์กันทุกพรรค

การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขส่งผลให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีการแบ่งเขตการเลือกตั้ง ที่เพิ่มขึ้นมาอีก50เขต กำหนดวิธีคำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากเดิมที่ คำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม จากการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว จนทำให้มีปัญหา ส.ส.ปัดเศษ เกิดรัฐบาลผสม 20 พรรค
รวมถึงปัญหาการยุบพรรคการเมือง เพื่อเข้าไปเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อในพรรคขนาดใหญ่ แบบไม่ต้องมีลำดับ  ทำลายหลักการคำนวณส.ส.พึงมีที่บัญญัติไว้

แต่แม้ว่าการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อตามระบบเลือกตั้งใหม่ จะมีเกณฑ์คะแนนผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของแต่พรรคต่อผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคนไว้อย่างชัดเจน  แต่จำนวนผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ที่ไม่ถึงเกณฑ์ก็เป็นปัญหา ถ้าหากว่า ผลการคำนวนรอบแรกได้ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ครบตามจำนวนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองขนาดเล็กต้องการให้แก้ปัญหา ที่กำหนดไว้ในมาตรา30 วงเล็บ4 ว่าหากการคำนวนรอบแรกได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ  ให้นำเศษคะแนนที่เหลือ พรรคการเมืองที่มีส.ส.บัญชีรายชื่อจากการคำนวนรอบแรกคำนวณรอบสอง  นี่ทำให้เกิดปัญหาตามมาว่า ไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองที่ไม่มีส.ส.บญชีรายชื่อจากการคำนวนในรอบแรก  แต่มีคะแนนที่มากกว่าเศษเหลือของพรรคการเมืองที่มีส.ส.บัญชีรายชื่อในการคำนวนรอบแรก  ซึ่งนำมาใช้ในการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อรอบ2  โดยต้องการให้เปลี่ยนวิธีการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อรอบสองให้ทุกพรรคการเมืองมีโอกาศได้ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เหลือจากการคำนวนรอบแรกด้วย  ซึ่งการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อรอบ2  แม้จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่นำมาใช้คำนวณ จะน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ก็ไม่ถือเป็น ส.ส.ปัดเศษ  และทำให้คะแนนที่ประชาชนเลือกพรรคการเมืองนั้นมาไม่ตกน้ำ

ศึกชุมพร “ชุมพล จุลใส” ดันมือดีลบ้านใหญ่ ลุยเด็กธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496186

09 ธ.ค. 2564 |13:00 น.

ศึกชุมพร "ชุมพล จุลใส" ดันมือดีลบ้านใหญ่ ลุยเด็กธรรมนัส

โหมโรงเลือกตั้งซ่อม “ชุมพล จุลใส” รวมพลกลุ่มพลังชุมพร หนุนอิสรพงษ์ มากอำไพ นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง-รังนก สู้ศึกเขต 1 ไม่หวั่นเจอเด็กธรรมนัส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปี่กลองเลือกตั้งซ่อมดังขึ้นแล้ว “ชุมพล จุลใส” เตรียมเปิดตัวทายาททางการเมือง นักธุรกิจหนุ่มที่เป็นเครือญาติข้างภรรยา ลงสนามชุมพร เขต 1

กลุ่มพลังชุมพรของลูกหมี “ชุมพล จุลใส” พาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เดินสายแนะนำตัวกับชาวบ้านมานานแล้ว แม้กระดูกยังไม่แข็ง แต่กองหนุนระดับขาใหญ่ การันตีต้องไม่แพ้

ศึกชุมพรครั้งนี้ พิสูจน์บารมี “ชุมพล จุลใส” ผู้สร้างอาณาจักรจุลใสแฟมิลี่ ตั้งระดับ อบต. , อบจ. และการเมืองระดับชาติ

หลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 5 แกนนำ กปปส.ต้องพ้นสถานะ ส.ส. จากนี้ไปในส่วนของ ส.ส.เขต คือ ถาวร เสนเนียม และชุมพล จุลใส ก็จะเข้าสู้กระบวนการจัดการเลือกตั้งซ่อมตำแหน่งที่ว่างภายใน 45 วัน

เย็นวันที่ 9 ธ.ค.2564 ที่สนามหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กลุ่มพลังชุมพรได้จัดชุมนุมต้อนรับและให้กำลังใจลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร

คงไม่ต่างจากวันที่ 27 ก.พ.2564 สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชน นักการเมืองท้องถิ่น นำดอกกุหลาบแดงมามอบให้เป็นกำลังใจ ส.ส.ลูกหมี อย่างล้นหลาม

วันนั้น ชุมพล จุลใส เพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากคดี กปปส. ที่ต้องโทษจำคุก 9 ปี 24 เดือน และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี

ส่วนวันนี้ กลุ่มพลังชุมพร คงได้เปิดตัว อิสรพงษ์ มากอำไพ ลงสมัคร ส.ส.แทนลูกหมี ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ชุมพล จุลใส ได้พานักธุรกิจหนุ่มคนนี้ไปแนะนำตัวกับชาวบ้านมาแล้ว

‘คนบ้านใหญ่จุลใส’

จะว่าไปแล้ว ค่าย ปชป.ชุมพร ไม่ได้เป็นเอกภาพกันมากนัก “ชุมพล จุลใส” และครอบครัว ได้เคลื่อนไหวในนามกลุ่มพลังชุมพรเสียมากกว่า

สำหรับ อิสรพงษ์ มากอำไพ หรือเลขาตาร์ท เลขานุการนายก อบจ.ชุมพร เป็นลูกชายของมารยาท มากอำไพ นักธุรกิจชื่อดังของชุมพร และเป็นญาติข้างภรรยาอดีต ส.ส.ลูกหมี

อิสรพงษ์ มากอำไพ ประธานบริษัทดาฟีเนียร์ คอนสตรั๊กชั่น และบริษัทบลูเพิร์ล เบิร์ดเนส จำกัด ผู้ได้สัมปทานรังนกนางแอ่น แถวหาดทรายรี ได้เข้าร่วมเป็นทีมงานพลังชุมพร ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร เมื่อปลายปีที่แล้ว

หลังเสี่ยโต้ง นพพร อุสิทธิ์ เข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ชุมพร จึงได้แต่งตั้ง อิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นเลขานุการนายก อบจ. อันเป็นที่มาของชื่อ เลขาตาร์ท ซึ่งชาวบ้านร้านตลาดเรียกกันแบบนี้

ในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร อิสรพงษ์ มากอำไพ แบกทั้งป้ายกลุ่มพลังชุมพร และพรรคประชาธิปัตย์ ดูเหมือนจะมีแต้มต่อคู่แข่ง แต่ด้วยกระดูกการเมืองยังเทียบไม่ได้กับลูกหมี จึงเป็นจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้มองเห็น

‘คนบ้านเดียวกัน’

ผลการเลือกตั้ง 2562 “ชุมพล จุลใส” รู้ดีว่า คะแนนนิยมพรรคประชาธิปัตย์ลดลง จึงทำให้คู่แข่งหน้าใหม่ ค่ายพลังประชารัฐ ได้แต้ม 3 หมื่นกว่าคะแนน

เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เมืองชุมพร (ยกเว้นตำบลวังใหม่ ตำบลบ้านนา ตำบลหาดพันไกร ตำบลบางลึก และตำบลถ้ำสิงห์) และ อ.สวี (ยกเว้นตำบลเขาทะลุและตำบลเขาค่าย) ซึ่งอดีต ส.ส.ลูกหมี มีฐานเสียงสำคัญอยู่ที่ อ.สวี บ้านเกิด

ศึกชุมพร เขต 1 หนที่แล้ว เป็นการต่อสู้ระหว่างคนบ้านเดียวกัน ชุมพล จุลใส ลูกชายผู้ใหญ่เหม็ง แห่ง ต.นาสัก กับ ชวลิต อาจหาญ อดีตนายก อบต.วิสัยใต้ ผลปรากฏ ชุมพลชนะ มีคะแนนทิ้งห่างชวลิตประมาณ 1 หมื่นแต้ม

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2564 ชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงความพร้อมจะลงเลือกตั้งซ่อม หลังทราบข่าวลูกหมี ถูกศาลพิพากษาจำคุกและตัดสิทธิ์ทางการเมือง

เลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ มอบหมาย เสธ.แอ๊ด-พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้รับผิดชอบสนามชุมพร แต่วันนี้ เสธ.แอ๊ด ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพลังประชารัฐ นับแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาดูแลภาคใต้

ลูกหมี และทนายแดง ยืนประกบ พล.อ.ประวิตร ที่ อ.สวี เมื่อ 17 พ.ย.64ลูกหมี และทนายแดง ยืนประกบ พล.อ.ประวิตร ที่ อ.สวี เมื่อ 17 พ.ย.64

ว่ากันว่า ร.อ.ธรรมนัส พร้อมหนุน ทนายแดง ลงเลือกตั้งซ่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ว่าจะลุยต่อหรือเว้นวรรค

หากพลังประชารัฐ ตัดสินใจส่งทนายแดง ก็เป็นมวยถูกคู่ระหว่าง ผู้กองธรรมนัส กับ ลูกหมี-ลูกช้าง ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้ว่าฝ่ายใดจะชนะเลือกตั้ง

จับสัญญาณชั่วโมงนี้จากบ้านป่ารอยต่อ มีอาการแปลกๆ เหมือนไม่อยากลุยสนามซ่อม เพราะเหลือเวลาไม่เยอะ ก็จะเลือกตั้งใหญ่