“สมเด็จช่วง” พลิกอีกหน้าประวัติ ครั้งหนึ่งในฐานะแคนดิเดต “สมเด็จสังฆราช”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496181

09 ธ.ค. 2564 |12:00 น.

"สมเด็จช่วง" พลิกอีกหน้าประวัติ ครั้งหนึ่งในฐานะแคนดิเดต "สมเด็จสังฆราช"

พลิกอีกหนึ่งหน้าประวัติ “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” หรือ “สมเด็จช่วง” ครั้งหนึ่งในฐานะแคนดิเดต “สมเด็จพระสังฆราช”

ย้อนไปถึงการแต่งตั้ง “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์ที่ 20 ซึ่งก็คือองค์ปัจจุบัน คือ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ในยุคนั้นเคยเป็นข่าว และประเด็นร้อนแรง ถูกจับตามองจากทุกฝ่าย เพราะหากแต่งตั้งตามขนบธรรมเนียม ที่ยึดเอาสมณศักดิ์ และวัยวุฒิแล้ว “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ถือเป็นแคนดิเดตอันดับต้นสุด 

แต่หลังจากมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการเสนอนาม “สมเด็จช่วง” ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เหตุผลสำคัญคือ รอยมลทินจากข้อครหาหลายประการ ตั้งแต่คดีครอบครองรถหรู ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พบว่า มีบริษัทนำเข้ารถหรูแบบผิดกฎหมาย และพบรถหรูยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 รุ่น W186 มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ที่มีชื่อ “สมเด็จช่วง” เป็นผู้ครอบครอง และต่อมายังพบว่า ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ มีการสะสมรถโบราณไว้เป็นจำนวนมากอีกด้วย 
 

ในช่วงนั้น นาย ศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” ในฐานะผู้ครอบครองรถยนต์โบราณและ “พระมหาศาสนมุนี”(ธนกิจ สุภาโว) หรือ “เจ้าคุณแป๊ะ” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเป็นเลขานุการ “สมเด็จช่วง” ในฐานะผู้ว่าจ้างให้อู่วิชาญ รับเป็นผู้บูรณะรถยนต์โบราณ โดยไม่รู้ว่ารถทั้งหมด มีกระบวนการนำเข้า และจดประกอบอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจาก “เจ้าคุณแป๊ะ” ได้ว่าจ้างให้อู่วิชาญ ประกอบรถในราคาเหมาจ่าย เป็นจำนวนเงิน 4 ล้านบาท แบ่งจ่ายออกเป็น 3 งวด โดยงวดสุดท้ายตกลงกับทางอู่ว่า จะจ่ายเมื่อรถซ่อมเสร็จ และได้เล่มทะเบียนรถแล้ว ส่วนกระบวนการนำเข้า พระภิกษุทั้ง 2 ท่าน ไม่รู้มาก่อน เพราะอู่เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
    
    

ต่อมา “อัยการ” มีคำสั่งไม่ฟ้อง “เจ้าคุณแป๊ะ” ผู้ต้องหาคนที่ 7 ซึ่งถูกตั้งข้อหามีไว้ในครอบครอง โดยไม่รู้ว่าของนั้นไม่ได้เสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต โดยอัยการชี้ว่าเพราะไม่มีพยาน หรือหลักฐานพิสูจน์ว่า “เจ้าคุณแป๊ะ” รับรถยนต์ไว้โดยรู้ว่านาย วิชาญ เสียภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ให้ยุติการดำเนินคดีในคดีนี้ด้วย เนื่องขาดอายุความ

"สมเด็จช่วง" พลิกอีกหน้าประวัติ ครั้งหนึ่งในฐานะแคนดิเดต "สมเด็จสังฆราช"

นอกจากนี้ ยังมีกรณีการรับมอบรูปหล่อทองคำ “หลวงพ่อสด” หนัก 1 ตันจาก “วัดพระธรรมกาย” และที่ถูกกล่าวขานถึงอย่างมาก คือ การปกป้อง “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาส “วัดพระธรรมกาย” ไม่ให้ต้องปาราชิก โดยหลังจาก “สมเด็จช่วง” ได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช คดีของ “พระธัมมชโย” ได้ถูกยื่นถอนฟ้อง และยกเลิกการปาราชิก ตามพระลิขิตของ “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” เมื่อปี 2542

"สมเด็จช่วง" พลิกอีกหน้าประวัติ ครั้งหนึ่งในฐานะแคนดิเดต "สมเด็จสังฆราช"

คดีการฉ้อโกงเงินในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และสั่งจ่ายเพื่อบริจาคเงินกว่า 1,200 ล้านบาทให้กับ “วัดพระธรรมกาย” จนเกิดคดีความฟ้องร้องขึ้น แม้ในภายหลัง “วัดพระธรรมกาย” จะชี้แจงว่าได้คืนทรัพย์สินและที่ดินไปแล้วก็ตาม แต่ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปเป็นวงกว้าง จนลุกลามไปถึงการเสนอให้ปรับแก้พระราชบัญญัติ หรือ พรบ.คณะสงฆ์

อย่างไรก็ตาม หลัง “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ได้เสด็จไปยังวัดปากน้ำภาษีเจริญ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของคณะสงฆ์ เพื่อถวายสักการะ “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” หรือ “สมเด็จช่วง” เพราะถือว่าท่านมีอาวุโสสูงสุดในสมเด็จพระราชาคณะทุกรูป แต่เนื่องจาก “สมเด็จช่วง” อาพาธ จึงมอบให้ “พระวิสุทธิวงศาจารย์” รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ เป็นผู้ถวายเครื่องสักการะแด่ “สมเด็จพระสังฆราช” แทน และ “สมเด็จพระสังฆราช” ทรงประทานพัดรองตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ “อ.อ.ป.” เพื่อเป็นเกียรติแก่ “สมเด็จช่วง” ด้วย

ศึกชิมลางการเมือง “เลือกตั้งซ่อม”สงขลา-ชุมพร วัดเรตติ้งสู้ศึกสนามใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496143

09 ธ.ค. 2564 |09:00 น.

ศึกชิมลางการเมือง "เลือกตั้งซ่อม"สงขลา-ชุมพร วัดเรตติ้งสู้ศึกสนามใหญ่

ส่องกล้องลงไปที่การเลือกตั้งซ่อมส.ส.สองเขตภาคใต้ราวปลายเดือนมกราคมนี้น่าจะเป็นการลงประชันเช็กเรตติ้งของหลากพรรคกันมากกว่า เพราะจะได้วัดกระแสพรรคกันล่วงหน้าก่อนเลือกตั้งสนามใหญ่ ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

แน่นอนแล้วว่าภายใน45 วันจากนี้จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพร เขต 1(ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์)และสงขลา เขต6 (ถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์)หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ” 5 แกนนำกปปส.”พ้นคุณสมบัติความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหตุมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

มองแล้วเลือกตั้งซ่อมส.ส.สองเขตนี้น่าจะเป็นการลงประชันเช็กเรตติ้งของหลากพรรคกันมากกว่า เพราะจะได้วัดกระแสพรรคกันล่วงหน้าก่อนเลือกตั้งสนามใหญ่

สองเขตนี้”พรรคสีฟ้า”จับจองพื้นที่ไว้และโดยมรรยาททางการเมือง “พรรคร่วมรัฐบาล” จะไม่ส่งคนลงแข่งขันในการเลือกตั้งซ่อม แต่เคยมีการยกเว้นมรรยาทข้อนี้ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 พื้นที่ของ “เทพไท เสนพงศ์” โดยพรรคพลังประชารัฐส่ง “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ลงแข่งขันและชนะ “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” ตัวแทนค่ายสีฟ้า โดยในคราวนั้น “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพปชร.ลงพื้นที่และขึ้นเวทีหาเสียงเป็นครั้งแรก

แต่ดูแววแล้วชุมพรเขต1นั้น กระแสข่าวจากหลากสื่อชี้ว่าค่ายปชป.น่าจะเสนอ “อิสระพงษ์ มากอำไพ” เลขานุการนายกอบจ.ชุมพรและเป็นเครือญาติของอดีตส.ส.ลูกหมีลงสมัคร แต่ค่ายสีฟ้าก็มีโอกาสพลิกโผ  เพราะคนการเมืองรู้กันว่าอดีตส.ส.ลูกหมีนั้นใกล้ชิด”ลุงป้อม”เพียงใด  ตอนนี้รอเพียง”ลุงป้อม”ว่าจะเอาอย่างไรในพื้นที่นี้เพราะมีกระแสข่าวว่าเลือกตั้งงวดหน้าตระกูลจุลใสจะย้ายมาสังกัดพรรคลุงป้อม     

ส่วนสงขลาเขต 6นั้น “สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกอบจ.สงขลาและเป็นภริยาเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคสีฟ้าลงแข่งขันโดยพื้นที่นี้น่าสนใจแม้จะเป็นพื้นที่เดิมของอดีตรมช.สองสมัยของค่ายปชป. แต่กระแสข่าวนั้นพบว่าพปชร.น่าจะส่ง “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์”  ทายาทศรีตรังโกลฟส์ลงสมัครก็น่าจะสู้กันแบบแพ้ไม่ได้

ขณะที่พรรคอันดับสองบนเรือเหล็กคือ”ภูมิใจไทย”นั้นพบว่าพรรคนี้ยังนิ่งกับเกมข้างต้น  แม้พรรคสีน้ำเงินจะมีส.ส.หลายคนในภาคใต้ก็ตามและประเมินแล้วน่าจะนิ่งกับการปักธงเพิ่มในสองเขตดังกล่าว  

 
เกมนี้ มองแล้วพบว่า พรรคร่วมรัฐบาลคือ”พปชร./ปชป.”น่าจะซ่อนดาบในรอยยิ้มกับเกมชิงสองเก้าอี้ส.ส.คราวนี้ เพราะนี่คือการวัดเรตติ้งกันในห้วงหนึ่งปีเศษที่เหลืออยู่และวางเกมสำหรับสนามใหญ่ในคราวหน้า เนื่องจากปชป.ที่เคยครองพื้นที่ปักษ์ใต้มายาวนาน โดนท้าทายจากพปชร.และภท.เจาะฐานได้หลายเขต

ส่วนพรรคน้องใหม่นั้น ต้องมองว่า”พรรคกล้า”นั้นหลังจากได้ “พันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล”ที่ย้ายจากพปชร.มาเป็นรองหัวหน้าพรรคและดูแลภาคใต้น่าจะส่งคนลงประชันกับปชป. โดยมีชื่อของ “พ.ต.อ.ทศพล  โชติคุตร์”ลงแข่งขันที่จ.ชุมพรเป็นครั้งที่สองของพรรคกล้าที่ลงสมัคร หลังจากครั้งแรกพรรคนี้เคยส่ง “สราวุธ สุวรรณรัตน์”เปิดตัวในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3มาแล้ว โดยประเมินแล้วว่าพรรคกล้าน่าจะส่งคนลงวัดกระแสเพื่อประเมินผลการรับรู้ชื่อเสียงของพรรค 

และรอดูลีลาของ “พรรคไทยสร้างไทย” ที่นำโดย “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”ว่าจะลงแข่งขันเป็นครั้งแรกหรือไม่หลังแยกตัวมาตั้งพรรคและทยอยเดินสายไปหลากจังหวัดแล้ว

หันมองพรรคขั้วฝ่ายค้านบ้าง โดยธรรมเนียมการเลือกตั้งซ่อมหลายครั้งที่ผ่านมานั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจะส่งเพียงพรรคเดียวลงแข่งขัน และคราวนี้ต้องจับตา”พรรคเพื่อไทย” หลังเปลี่ยนให้ “ชลน่าน ศรีแก้ว”เป็นหัวหน้าพรรค และประกาศแคมเปญ”เพื่อไทยแลนด์สไลด์”นั้นว่าจะส่งคนลงประชันหรือไม่ เพราะภาคใต้นั้น(เว้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้)ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทย พรรคค่ายนายใหญ่ดูไบเคยชนะเลือกตั้งส.ส.ภาคใต้ครั้งเดียว(“กฤษ ศรีฟ้า” ส.ส.พังงา พรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งปี2548 โดยชนะ”จุฤทธิ์ ลักษณะวิศิษฎ์” แห่งปชป.) ท่ามกลางกระแสข่าวล่าสุดว่า”จาตุรนต์ ฉายแสง”และครอบครัว พักการตั้งพรรคเส้นทางใหม่และน่าจะย้ายกลับพรรคเพื่อไทยในเร็วๆนี้ 

 ส่วนพรรคอื่นๆ เช่น”พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ”ยังนิ่งกับเกมตอนนี้ แต่ประเมินแล้ว”พรรคก้าวไกล”น่าจะขยับมากกว่าพรรคอื่นๆในข้างต้น แต่โอกาสจะชิงธงได้หรือไม่นั้น แกนนำพรรคน่าจะทราบกระแสนิยมดีว่าคนปักษ์ใต้ให้โอกาสพรรคสีส้มเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างไร

ปม”โครงการจะนะ”เพิ่มรอยร้าวลึก สถานการณ์เขม็งเกลียวที่บิ๊กป้อมต้องเลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496108

08 ธ.ค. 2564 |21:00 น.

ปม"โครงการจะนะ"เพิ่มรอยร้าวลึก สถานการณ์เขม็งเกลียวที่บิ๊กป้อมต้องเลือก

การที่”ลุงตู่”มอบให้ อนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีรับไม้ไปดูแลเรื่อง”โครงการจะนะ” จ.สงขลารวมทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงนั้น แปลว่า มีอะไรที่ทะแม่งๆกับห้วงเวลาที่”ร้อยเอก”คนดังรับภารกิจนี้ไปดำเนินการ ติดตามเบื้องลึกเรื่องนี้ในเจาะประเด็นร้อน เมฆาในวายุ


ดูทรงแล้ว”ศรศิลป์ไม่กินกัน”ระหว่างอดีตนายพลกับอดีตผู้กองบนเรือเหล็กนั้นน่าจะคงต้องแคล้วคลาดกันสักวันบนเวทีการเมือง


นัยว่าสองชีวิตนี้คงอยู่ร่วมเรือลำเดียวกันไม่ได้เป็นแน่แท้…โดยเคสล่าสุดคือโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต”ที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาทวงสัญญาจากครม.เกี่ยวกับเอ็มโอยูหน้าทำเนียบรัฐบาลจำนวนสามข้อเมื่อปีที่แล้ว

เคสนี้นับว่าอ่อนไหวสำหรับชาวบ้านในพื้นที่เพราะไม่ยอมรับการขยับของศอ.บต.มาตั้งแต่ต้น และบวกกับบางลีลาที่เกิดขึ้นในห้วงหลายเพลาก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านไม่วางใจและไม่เอาโครงการนี้  โดยการมาทวงสัญญาคราวนี้เพราะชาวบ้านมองแล้วคล้ายว่ารัฐบาลเล่นไม่ซื่อ

โดยอ้างเหตุที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ในตอนนั้นไปลงนามกับชาวบ้าน และอ้างว่าจะชงเรื่องนี้เข้าครม.โดยเร็ว นัยว่าจะปิดกล่องการชุมนุมค้านโครงการนี้เพื่อลดแรงปะทะทางการเมืองให้เรือเหล็กไปสักเคสหนึ่ง

และอย่าลืมเหตุการณ์ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี โดยตอนนั้นผู้กองคนดังเข้าไปมีส่วนเจรจาอีกเช่นกันและเล่นซีนหักมุมที่ทำให้ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสียแต้มไปเพียบ


แต่เคสจะนะนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีบอกชัดว่า ครม.ไม่ได้เห็นชอบสิ่งที่ร้อยเอกธรรมนัสดำเนินการในเชิงพลการและ”ลุงตู่”ย้ำว่า รับทราบข้อเรียกร้องของชาวบ้าน  แค่กระบวนการต้องใช้เวลา เพราะต้องทำประชาพิจารณ์ทั้งหมด โครงการนี้ดำเนินการไม่ได้ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบ  รวมทั้งการที่”ลุงตู่”มอบให้ อนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีรับไม้ไปดูแลเรื่องนี้กับชาวจะนะ จ.สงขลารวมทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงนั้น แปลว่า มีอะไรที่ทะแม่งๆกับห้วงเวลาที่”ร้อยเอก”คนดังรับภารกิจนี้ไปดำเนินการ

คล้อยหลังเกิดเหตุการณ์เคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมจะนะหน้าทำเนียบฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์ข้อความคล้อยหลังเกิดเหตุการณ์เคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมจะนะหน้าทำเนียบฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์ข้อความ
อย่าลืมว่าร้อยเอกธรรมนัสไปพบชาวจะนะที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลและลงพื้นที่ด้วยตัวเองและคณะทำงานมาแล้ว ยิ่งมาเจอลีลาเด้งเชือกจากการโพสต์เฟซบุ๊คและการให้สัมภาษณ์ของร้อยเอกคนดังตอนนี้กับเคสจะนะที่คล้ายว่าร้อยเอกธรรมนัสโยนบาปกลับไปให้ครม.เพียวๆนั้นมันก็ยากที่จะไปกันต่อกับ”ลุงตู่”หากมองเกมในตอนนี้


อย่าลืมว่าพลเอกประยุทธ์ผลักดันหลัการโครงการนี้ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลคสช.จนถึงรัฐบาลนี้ แต่ร้อยเอกธรรมนัสในวันนั้นคล้ายว่าจะเล่นบทพระเอกเอาแต้มคนเดียว เพราะหลังไปพบชาวบ้านในวันนั้นไม่นาน เสียงตำหนิดังลั่นในห้องประชุมครม.เกี่ยวกับบทบาทของร้อยเอกธรรมนัสในวันนั้นว่าเล่นเกินบท 

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาพรรคพลังประชารัฐได้โพสต์ข้อความ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาพรรคพลังประชารัฐได้โพสต์ข้อความ อีกครั้ง

และยังมีข่าวลอยลมเชิงลบตอนนั้นลอยเข้าทำเนียบรัฐบาลว่า ใครบางคนบนเรือเหล็กลอบไปเจรจากับเอกชนเพื่อขอค่าดำเนินการจำนวนมหาศาลเคลียร์เรื่องนี้กับชาวบ้าน นัยว่าเพื่อให้โครงการเดินได้สะดวก จนคีย์แมนในรัฐบาลควันออกหูในข่าวลือลอยลมนี้ในคราวนั้นและยิ่งมาเจอเหตุขบถในช่วงศึกซักฟอกครั้งล่าสุดด้วย  ใครเป็นลุงตู่เมื่อเจอเหตุแบบนี้กับตัวเองจะไว้ใจผู้กองคนดังได้หรือ…


หากเป็นแบบนี้ไม่รู้ว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะเลือกเส้นทางใดระหว่าง”ลุงตู่”กับ”ผู้กอง”คนดังบนถนนการเมือง

เวลาหนึ่งปีเศษที่เหลืออยู่นั้นแม้ว่า”ผู้กองคนดัง”บอกชัดวันก่อนว่าไม่ย้ายพรรคและยังอยู่กับหัวหน้าพรรคที่ชื่อลุงป้อมเท่านั้นแต่ในทางการเมืองนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ 
เพราะสภาพสองขั้วที่มี”ลุงป้อม”อยู่ตรงกลางนั้นมันบีบรัดแบบนี้ก็ยากที่จะประสานรอยร้าว เพราะอย่าลืมว่าเกมนี้หากฝ่ายรัฐบาลยิ่งพูดเยอะ บางครั้งอาจพลาดและเข้าทางฝ่ายตรงข้ามที่จะนำไปปั่นขยายผลทางการเมืองค่อ
และเรื่องอ่อนไหวแบบนี้หากคนบนเรือเหล็กพูดจาคนละคีย์นั้น ยิ่งจะพากันเละ

“ลุงป้อม”น่าจะต้องเลือกแล้วในเพลาจากนี้ว่าจะเอา”น้องรัก”หรือ”ลูกน้อง” 

มิเช่นนั้นจะเละกว่านี้ในยามหน้า

พิษบัตร 2 ใบ “จาตุรนต์” คืนรังเพื่อไทย ปิดฉากเส้นทางใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496111

08 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

พิษบัตร 2 ใบ "จาตุรนต์" คืนรังเพื่อไทย ปิดฉากเส้นทางใหม่

เส้นทางใหม่ไปต่อยาก “จาตุรนต์” หอบพี่น้องตระกูลฉายแสง และเพื่อนพ้อง นปช. กลับเพื่อไทย สาเหตุหลักมาจากกติกาเปลี่ยน จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ แถมท่อน้ำเลี้ยงตัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อิทธิฤทธิ์บัตร 2 ใบ “จาตุรนต์” ถอยทัพ เส้นทางใหม่ไปไม่รอด ขนญาติพี่น้องตระกูลฉายแสงและผองเพื่อน นปช.สายเสี่ยเต้น กลับเพื่อไทย

แบกฝันใหญ่ “จาตุรนต์” หมายมั่นสร้างพรรคอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่สะดุดกติกาเปลี่ยน แถมท่อน้ำเลี้ยงไม่พอ ไปต่อยาก

บังเอิญเพื่อไทยไร้คู่ขัดแย้ง “จาตุรนต์” เลยปิดดีลกับคนแดนไกลไม่ยาก และชื่อชั้นคนเดือนตุลาตัวจริง ยังขายได้ในตลาดเจนวาย เจนแซด

2 สัปดาห์ที่แล้ว เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด คนสนิทของจาตุรนต์ ฉายแสง ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ได้กลับพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 8 ธ.ค.2564 เศกสิทธิ์ได้แชร์ข่าวจาตุรนต์ยุติพรรคเส้นทางใหม่ ยกตระกูลคืนรังเก่าเพื่อไทย ก็มีแฟนคลับสอบถามว่า จะไปต่อกันยังไง อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ตอบว่า “กลับเพื่อไทยกันหมดครับ”

เมื่อ 20 มี.ค.2564 เศกสิทธิ์ เป็นคนแรกที่แจ้งข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคเส้นทางใหม่ โดยระบุว่า จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่

ย่างเข้าเดือน ส.ค.2564 จาตุรนต์ ฉายแสง ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า มีการก่อตั้งพรรคการเมือง โดยไม่ระบุชื่อพรรค แต่ก็รับรู้กันทั้งประเทศคือ พรรคเส้นทางใหม่

‘ผิดหวังกติกาเปลี่ยน’

เดิมที “จาตุรนต์” จะเปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ ภายในเดือน ส.ค.2564 แต่บังเอิญโควิดระบาดหนัก จึงต้องเลื่อนออกไป และมีข่าวว่า ที่ทำการพรรคย่านปากเกร็ด ได้สร้างเสร็จแล้ว

ช่วงคิดก่อการพรรคเส้นทางใหม่ จาตุรนต์ และมิตรสหาย เชื่อการสร้างพรรคทางเลือกโดยกติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ยังพอมีที่ยืนให้คนรักประชาธิปไตย เหมือนพรรคขนาดกลางอย่างเสรีรวมไทย หรือประชาชาติ

ระหว่างรอเปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ สถานการณ์การเมืองเกิดเปลี่ยนกระทันหัน เมื่อรัฐสภาโหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนกติกาเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ

ใครก็รู้ว่า กติกาบัตร 2 ใบ เอื้อต่อพรรคใหญ่ ฉะนั้นพรรคใหม่ของจาตุรนต์ คงไปต่อยาก หากดันทุรังเดินหน้าพาพรรคป้ายแดงลงสนาม น่าจะประสบชะตากรรมเดียวกับพรรคมหาชนในอดีต

ที่ทำการพรรคเส้นทางใหม่ เหงาร้างไปโดยปริยายที่ทำการพรรคเส้นทางใหม่ เหงาร้างไปโดยปริยาย

อีกด้านหนึ่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ก่อการคนหนึ่งของพรรคเส้นทางใหม่ ได้พยายามขับเคลื่อนคาร์ม็อบ ปูทางสร้างกระแสพรรคใหม่ แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย

ในที่สุด จาตุรนต์กับณัฐวุฒิ ก็พามิตรสหายอย่าง ก่อแก้ว พิกุลทอง, นพ.เหวง โตจิราการ, นิคม ไวยรัชพานิช ,วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ,ประภัสร์ จงสงวน, เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์, ฐิติมา ฉายแสง และวุฒิพงษ์ ฉายแสง กลับพรรคเพื่อไทย

ดีลคืนรังจบลงอย่างแฮปปี้ เมื่อ เฮีย พ.ประสานคนแดนไกล และเคลียร์พื้นที่ในพรรคเพื่อไทยให้จาตุรนต์ได้ลงตัว

‘ฉายแสงยังอยู่’

อนันต์ ฉายแสง บิดาของ “จาตุรนต์” ในวัย 93 ปี มีบุตร-ธิดา 4 คน ล้วนแต่รับมรดกเตี่ยคือเป็นนักการเมืองหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง,ก้อย-กลยุทธ ฉายแสง ,โก้-วุฒิพงศ์ ฉายแสง และเปิ้ล-ฐิติมา ฉายแสง

ตระกูลฉายแสง แห่งฉะเชิงเทรา ยืนยงอยู่ในเวทีการเมืองมานานกว่า 50 ปี จนมาถึงยุคพรรคไทยรักไทย ตระกูลฉายแสง ก็ลงหลักปักฐานอยู่กับตระกูลชินวัตรเรื่อยมาแต่การเลือกตั้ง 2554 ในสนามแปดริ้ว ทั้งวุฒฺิพงศ์-ฐิติมา สอบตกหมด

การเลือกตั้งปี 2562 ตระกูลฉายแสงโชคร้าย พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ พลอยทำให้จาตุรนต์ ,วุฒิพงศ์ และฐิติมา ไม่ได้เป็น ส.ส.

อานิสงส์ของตระกูลฉายแสง ต้องออกจากสนามเลือกตั้ง จึงส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เป็น ส.ส.แปดริ้ว 2 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือน มี.ค.2564 มีการเลือกตั้งเทศบาล กลยุทธ ฉายแสง ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา สมัยที่ 6


ด้วยฐานการเมืองที่แข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า ตระกูลฉายแสง ยังเป็นเต็งแชมป์ในเขต 1 และเขต 4

แกะรอย “ผู้ว่าฯหมูป่า” กองหนุนธรรมนัส สู่สมรภูมิผู้ว่าฯ กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496105

08 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

แกะรอย “ผู้ว่าฯหมูป่า” กองหนุนธรรมนัส สู่สมรภูมิผู้ว่าฯ กทม.

สองปีก่อน ชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ถูกโยนขึ้นสังเวียนผู้ว่าฯ กทม. แกะรอยพบผู้กองคนดังแอบหนุน มาถึงปีนี้ มีข่าวผู้ว่าฯหมูป่าจะลุยสนามเมืองกรุงอีกครั้ง โดยตัวละคนคนเดิม เพิ่มเติมคือบิ๊กป้อมไฟเขียว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นอีกครั้งที่ชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ถูกโยนขึ้นมาบนเวทีเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ประมุขค่ายพลังประชารัฐ กำลังค้นหาผู้อาสาสู้กับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เต็งหนึ่งในเวลานี้

สองปีก่อน มีข่าว “ผู้ว่าฯหมูป่า” จะเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ค่ายพลังประชารัฐ สมัยที่ยังเป็นผู้ว่าฯพะเยา แถมมีภาคประชาชนพะเยาออกมาส่งเสียงสนับสนุน เวลานั้นสื่อทุกสำนักพุ่งเป้าไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ

เหนืออื่นใด “ผู้ว่าฯหมูป่า” เคยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ หลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี ตามมาด้วยข่าวพลังประชารัฐจะส่งผู้ว่าฯหมูป่า ลงสนาม กทม.

เช้าวันที่ 7 ธ.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคว่า ยังไม่ได้หาเลย กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเอาใคร

เมื่อนักข่าวถามจะเสนอชื่อ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือไม่ บิ๊กป้อมตอบสั้นๆว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ก็ต้องไปถามผู้ว่าฯหมูป่าดูเอง”

ย้อนไปช่วงที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ประกาศถอนตัวจากการลงสนามชิงผู้ว่าฯกทม. ก็มีข่าวปล่อยชิ้นหนึ่งออกมาจากคนในพลังประชารัฐว่า พรรคมี 3 ชื่อแคนดิเดตสำหรับสนามผู้ว่าฯ กทม. ได้แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ,ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร 3.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่ข่าวชิ้นนี้ก็เงียบหายไป

สำหรับกระแสข่าวเรื่องผู้ว่าฯหมูป่าล่าสุด ดูมีแนวโน้มจะเป็นจริงมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากน้องรัก พล.อ.ประวิตร กำลังเดินหน้าสร้างทีมงานให้ “ผู้ว่าฯหมูป่า” เพื่อการทำศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

‘จุดพลุยกแรก’

สำหรับฉายา “ผู้ว่าฯหมูป่า” นั้น ได้มาแต่สมัยที่ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งปลายปี 2561 ได้เป็นผู้นำในปฏิบัติการช่วยเหลือเด็ก ทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี่ ในถ้ำขุนน้ำนางนอน จนประสบความสำเร็จ เป็นข่าวดังไปทั่วโลก

หลังจากมีชื่อเสียงกลายเป็นขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯพะเยา ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562

หลังจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ช่วงกลางเดือน ก.ค.2562 มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้ทาบทาม ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ลงแข่งกับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ถัดมา ระหว่างผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำที่บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม อ.เมือง จ.พะเยาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาประจำปี 2562 ได้แจ้งกับนักข่าวว่า “ผมไม่สามารถเล่นได้”เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ณรงค์ศักดิ์ยังมีทะเบียนบ้าน หรือภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่พะเยา ประกอบกับยังปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ว่าฯพะเยา และยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี

เวลาล่วงเลยผ่านมา 2 ปี ข่าวเสนอชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ลงสนามผู้ว่าฯ กทม. ก็วนกลับมาอีกครั้ง หนนี้ ตัวละคนคนเดิมที่เคยโยนชื่อผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์สู่เวที กทม. เป็นมือดีลดึงผู้ว่าฯหมูป่า ลงสนาม โดยประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ เปิดไฟเขียว

‘พะเยาคอนเนกชั่น’

2 ปีที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตกเป็นข่าวกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งคนทาบทามณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งธรรมนัสแจ้งว่า ตนไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย

แถมเวลานั้น ภาคประชาชนชาวพะเยาได้ให้การสนับสนุน หากผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จะลงสนามเลือกตั้ง กทม. เนื่องจากเป็นนักบริหาร นักวางแผน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

วันที่ 20 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยา เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่กว๊านพะเยา โดยมี ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยาสมัยนั้น ร่วมให้การต้อนรับ

ว่ากันว่า ผู้กองธรรมนัสได้พูดคุยกับผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ เรื่องพะเยาโมเดล แก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทั้งคู่คุ้นเคยกันดี เพราะช่วงที่ผู้ว่าฯหมูป่า มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา ผู้กองธรรมนัสได้เตรียมตัวลงเล่นการเมืองพอดี

กระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ และได้ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐเต็มตัว ก็มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ผู้กองธรรมนัสดูแลสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

ช่วงเดือน ต.ค.2564 ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่สำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นักข่าวถามบิ๊กป้อม ก็ได้คำตอบว่าไม่มีอะไร เขามาหาและแค่เข้ามาคุย มาแนะนำตัว ภายหลังรับตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี คนใหม่เท่านั้น

แม้ประมุขบ้านป่ารอยต่อจะแจกแจงว่า ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่กระแสข่าว “ผู้ว่าฯหมูป่า” จะลงสนามผู้ว่าฯกทม.ในนามพลังประชารัฐ ก็ยังมีข่าวมาเป็นระยะๆ เหมือนเป็นการสร้างกระแสพาผู้ว่าฯหมูป่าสู่สมรภูมิเมืองกรุง

เปิดวาร์ป”คุณน้ำหอม”.. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496096

08 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

คนสวยกับการเมือง.. เป็นเรื่องคู่กันไปแล้วนาทีนี้ แต่สวยและดี มีน้ำใจ คงต้องไปเปิดวาร์ปทำความรู้จักกับ “คุณน้ำหอม” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 เมืองสงขลา ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม มาการันตีคุณภาพความงามและความเก่ง เรียกว่าสวยเก่งครบเครื่องกันเลยทีเดียว

“คุณน้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ดีกรีนางงามสมิหลา เป็นที่กล่าวขาน

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม ต้องพ้นจากความเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเขาเป็น 1 ใน 5 แกนนำ กปปส. ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีในวันนี้ (8 ธ.ค.) 

เก้าอี้ส.ส.เขต 6 สงขลาที่ว่างลง..ลุกเป็นไฟ !!เสียงปี่กลองชิงชัย ส.ส.คนใหม่ปะทุขึ้นยังกับภูเขาไฟระเบิด

“เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ  ไม่รอช้าเพราะทราบข่าวมาว่าค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ได้เตรียมส่งคนสวยระดับเคยสมัครเข้าชิงตำแหน่งนางงามเมืองสงขลา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “นางงามสมิหลา” นั่นคือ คุณน้ำหอม – “สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกฯ อบจ.สงขลา ภรรยาคนสวยและเก่ง..ของ “นายกฯชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์ นั่นเอง 

"คุณน้ำหอม" สุภาพร กำเนิดผล" รองนายกฯ อบจ.สงขลา เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา สังกัดปชป.“คุณน้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกฯ อบจ.สงขลา เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา สังกัดปชป. 

"คุณนายน้ำหอม"   เคยลงสมัครประกวดมิสสมิหลา ภรรยาคนสวยของ  "เดชอิศม์ ขาวทอง" ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์“คุณนายน้ำหอม” เคยลงสมัครประกวดมิสสมิหลา ภรรยาคนสวยของ “เดชอิศม์ ขาวทอง” ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

เรื่องความสวยนั้น ต้องยกนิ้วให้คุณน้ำหอมว่าสวยจริง ๆ รอยยิ้มนี้หวานปานน้ำผึ้ง แววตาก็คมสะกดให้ทุกสายตาหันมอง แล้วยิ่งเวลาที่คุณน้ำหอมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามทุกข์สุขของพี่น้องชาวสงขลา และชาวอสม.ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งสิ่งของต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ทั้งในนามของส.ส.เดชอิศม์ และในนามรองนายกฯ อบจ.สงขลา ด้วยการแต่งชุดไทย ใครเห็นก็เป็นชื่นชอบ เพราะจากความสวยที่มีอยู่เพียบ พอแต่งชุดไทยเข้า ออเจ้า.. ก็ยิ่งสวยเพริ่ดเข้าไปอีก งานนี้คะแนนนิยมจากชาวบ้านในพื้นที่รับรองว่ามาตรึม  

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ยิ่งกว่านั้น ทราบมาว่าคุณน้ำหอม ขยันลงพื้นที่ออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาลงพื้นที่นะเออ.. และการลงพื้นที่ทุกครั้งนั้น ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากนายกฯชาย ผู้เป็นสามี เรียกว่างานนี้ ส.ส.เดชอิศม์ ออกแรงดันหนุนหลังภรรยาเต็มที่ 

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ส่วนพรรคพลังประชารัฐนั้น ทราบมาเหมือนกันว่าศึกชิงเก้าอี้ส.ส.เขต 6 สงขลา พปชร.ไม่ขอแพ้ เพราะตัดสินใจส่งหนุ่มน้อยหน้าใส นามว่า โบ๊ต – “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” มาลงชิงศึกเลือกตั้งด้วยเช่นกัน ซึ่งดีกรีก็ไม่น้อยหน้าและยังเป็นคนมีฐานะการันตีจากสายศรีตรังการยาง

โบ๊ต - "อนุกูล พฤกษานุศักดิ์" เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ในนามพรรคพลังประชารัฐโบ๊ต – “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ในนามพรรคพลังประชารัฐ

     
เช่นเดียวกับพรรคกล้า เตรียมส่ง  พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  “ทนายอาร์ม”  มือกฎหมายจากถิ่นสงขลา ลงชิงชัยเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาครั้งนี้เช่นกัน

พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  ทนายอาร์ม ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาในนามพรรคกล้า พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  ทนายอาร์ม ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาในนามพรรคกล้า

พร้อมกันนี้ พรรคกล้า ยังส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในส่วนเขต 1 ชุมพร อีกด้วย  โดยส่ง นายทศพล โชติคุตร์  หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” นายตำรวจติดตามนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าสมัยดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง

ดังนั้น ห้วงเวลานับจากนี้ คงต้องจับตาดูว่าคนสวยและเก่งแห่งค่ายประชาธิปัตย์ กับหนุ่มหน้าใส ค่ายลุงป้อม รวมถึงผู้สมัครหนุ่มจากพรรคกล้า  ใครจะชนะใจพี่น้องชาวสงขลา ซึ่งวันและเวลา รวมทั้งการขยันลงพื้นที่และความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง จะเป็นบทพิสูจน์ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชน

ไม่มี”ภาคประชาชน” อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496045

08 ธ.ค. 2564 |13:00 น.

ไม่มี"ภาคประชาชน" อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ภาคประชาชน” 2 ฉบับ ไม่ผ่านรัฐสภา เพราะมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ 2560

ภาคประชาชนชน โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนมีไอลอว์ เป็นโต้โผแรกในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 จนได้บรรจุวาระพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาสาระสำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีแคมเปญ 5 ยกเลิก 5 แก้ไข เพื่อรื้อระบอบอำนาจของ คสช. เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

5 ประเด็นยกเลิก ประกอบด้วยยกเลิกช่องทางนายกฯคนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง / ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช. /ยกเลิกแผนปฏิรูปประเทศ  / ยกเลิกท้องถิ่นพิเศษ ที่เปิดช่องผู้บริหารไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง แล.ยกเลิกนิรโทษกรรม คสช. พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขให้สอดรับกับประเด็นที่ขอยกเลิก เช่นกำหนดให้นายกฯต้องเป็น ส.ส. / ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แก้กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เขียนโดยคนของ คสช.ปลดล็อกวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เสียงครึ่งหนึ่งของสภา ไม่ต้องมีอำนาจพิเศษของ ส.ว. แล้วตั้ง ส.ส.ร. 200 คน จากการเลือกตั้งทั้งหมด นับเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ภาคประชาชนฉบับแรกที่ถูกตีตกจากรัฐสภา

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ภาคประชาชนฉบับที่2 เสนอโดยกลุ่มRe-solution มีข้อเสนอคล้ายกับร่างของไอลอว์คือการยกเลิก ส.ว. ให้รัฐสภาไทยใช้ระบบสภาเดี่ยว มีแต่สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้ง 500 คน ไม่มีสมาชิกวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่มาจากคสช.ทั้งหมดต้องพ้นตำแหน่งแล้วเลือกตั้งใหม่ตามกระบวนการซึ่งสุดท้ายจบที่การลงมติโดยเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรให้ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ของ คสช. ที่วางอนาคตข้างหน้าไว้ 20 ปี
นายกฯต้องเป็น ส.ส.และพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้  นอกจากนี้ยังเสนอกลไกต่อต้านรัฐประหาร กำหนดให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้านการรัฐประหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะทหารที่ก่อการรัฐประหาร ห้ามไม่ให้ศาลพิพากษารับรองความสำเร็จของการรัฐประหาร
ที่สำคัญคือการเพิ่มกลไกพิเศษของรัฐสภามีคณะผู้ตรวจการกองทัพ คณะผู้ตรวจการศาล และคณะผู้ตรวจการองค์กรอิสระ ตรงนี้ถูกสมาชิกวุฒิสภา รุมอภิปรายว่า เป็นการให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎรมากเกินไป จนอาจทำให้ขาดการถ่วงดุล โดยคณะผู้ตรวจการฯดังกล่าวให้มีสมาชิก 10 คนและต้องเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 5 คน

 

ไม่มี"ภาคประชาชน" อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

แน่นอนว่าร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนทั้งสองฉบับ ที่มีข้อเสนอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ที่สำคัญตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกมองว่า เป็นการเสนอแก้ไข แบบสุดโต่ง ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สุดท้าย จึงไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ภาคประชาชน ยังมีความพยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นเข้าชื่อกันเพื่อเสนอกฎหมายได้

สหรัฐ กับการแสดงบทบาทนำจีน ด้วยมาตรการคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวแต่ส่อเหลว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495992

รามจักร

08 ธ.ค. 2564 |09:00 น.

สหรัฐ กับการแสดงบทบาทนำจีน ด้วยมาตรการคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวแต่ส่อเหลว

เป็นอีกความพยายามของสหรัฐที่ต้องการแสดงให้เห็นบทบาทนำต่อจีนและยิ่งจะขยายวงความขัดแย้งให้มากขึ้น เมื่อคว่ำบาตรจีน ด้วยการไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จีน เมือการเมืองลามไปถึงการแข่งขันกีฬา ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย รามจักร

สหรัฐฯพยายามเพิ่มแรงกดดัน ต่อจีนในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจการค้า การทูต การทหาร แม้กระทั่งในการกีฬา


ล่าสุดสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว โดยพยายามผลักดันให้องค์กรกีฬาต่าง ๆ ไม่เข้าร่วมการแข่งขัน แต่ในที่สุดก็มีองค์กรกีฬาเล็ก ๆ ที่คล้อยตามสหรัฐฯ

นอกนั้นก็ยังคงเข้าร่วมเหมือนเดิม เพราะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในประเทศจีนนั้น เพียงเฉพาะคนจีนเข้าชมก็มีถึง 1,400 ล้านคนแล้ว และเมื่อรวมกับประชากรของกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ที่มีประชากรรวมกันกว่า 80% ของประชากรโลกนั้นเป็นความต้องการของบรรดานักกีฬาและองค์กรกีฬาทุกประเทศที่ต้องการใช้โอกาสนี้แสดงตนในเวทีกีฬาโอลิมปิก

แตกต่างกับการจัดในประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าในสหรัฐฯ หรือยุโรป ก็จะมีผู้เข้าชมน้อยกว่านี้มาก


การกีฬาปัจจุบันนี้ก็เป็นการค้าอย่างหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางการค้า โดยมีเกียรติภูมิตามมาเป็นของคู่กัน ยิ่งเป็นนักกีฬาด้วยแล้วการปรากฎตัวในเวทีโอลิมปิกที่มีผู้คนเข้าชมมหาศาลเช่นนี้ เป็นโอกาสที่หาได้ไม่บ่อยนัก


ดังนั้น ผลประโยชน์ร่วมกันของบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับการกีฬาในการแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวจึงมีจำนวนมหาศาลและเป็นประโยชน์เฉพาะที่อยู่เหนือความต้องการที่จะด้อยเครดิตของจีนในวงการกีฬา
 

การคว่ำบาตรกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวของสหรัฐฯในครั้งนี้ จึงส่อว่าจะล้มเหลวตั้งแต่ต้นอีกเรื่องหนึ่ง

ระทึก 8/12/64 อนาคต “ถาวร” ลุ้นเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495956

นายหัวไทร

07 ธ.ค. 2564 |21:00 น.

ระทึก 8/12/64 อนาคต "ถาวร" ลุ้นเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา

“ศาลรัฐธรรมนูญ” นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ 5 ส.ส.ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกปปส. ว่าพ้นจาก ส.ส.แล้วหรือยัง แต่ฟากฝั่งพรรคการเมือง พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ เตรียมพร้อมส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม หากผลวินิจฉัยออกไปในทาง 2 ส.ส.ใต้หลุดเก้าอี้ เจาะประเด็นร้อน โดยนายห้วไทร


8 ธ.ค.64 เวลา 15.00 น.ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพของ ส.ส. 5 ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกปปส. ว่าพ้นจาก ส.ส.แล้วหรือยัง หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 

คดีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรณีศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา โดยศาลอาญาออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา และขังบุคคลทั้ง 5 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

ย้อนกลับไปดูคดีนี้ เป็นคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เฉพาะนายสุเทพ และนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายด้วย


คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และต่อมาฟ้องเพิ่มเติมอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561 จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน


ต่อมา ส.ส.ทั้ง 5 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และ กกต.เห็นว่านายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล ส่วนนายพุทธิพงศ์ และนายถาวร เป็นบุคคลต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของบุคคลทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 6 ) ประกอบมาตรา 98 ( 4 ) (6) และมาตรา 96 (2) และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายถาวร และ นายณัฏฐพล สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170(4) ประกอบมาตรา 160 ( 6) (7) มาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96(2) 

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว จึงยุติการไต่สวน และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 น.
     

ประเด็นของอิสระ ณัฏฐพล และพุทธิพงศ์ ไม่น่ามีปัญหา ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ขยับลำดับถัดไปขึ้นมาได้เลย แต่สำหรับถาวร และชุมพล ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ต้องเลือกตั้งซ่อม 
     

วันนี้จะขอกล่าวสำหรับเขต 6 สงขลาแทนถาวรนั้น สายข่าวเชิงลึกแจ้ง #นายหัวไทรว่า พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐได้ตัวผู้สมัครพร้อมแล้ว
     

ผู้เชี่ยวชาญบอกกับนายหัวไทรว่า เขต 6 สงขลา และเขต 1 ชุมพร น่าจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่
     

ถ้าคุณถาวรพ้นจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะส่งคุณนายน้ำหอม /สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา ภรรยาของนายกฯชาย เดชอิศม์ ขาวทอง ลงสมัครรักษาฐานเดิม และออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหลายเดือนแล้ว ภายใต้การสนับสนุนเต็มกำลังของนายกฯชาย ที่ต้องออกแรงดันหลังภรรยาเต็มที่ 

คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา (สตรีเสื้อเหลือง) เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสงขลา  คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา (สตรีเสื้อเหลือง) เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสงขลา

ส่วนพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า ได้ตัวดีมีฐานะจากสายศรีตรังการยาง “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” มาลงชิง ซึ่งเวลานี้ก็ออกงานสังคมต่อเนื่องเหมือนกัน 

พลังประชารัฐ เตรียมส่ง  "อนุกูล พฤกษานุศักดิ์" ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สงขลา พลังประชารัฐ เตรียมส่ง  “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สงขลา

น่าจับตายิ่งสำหรับคอการเมือง ถ้าถาวรพ้นจาก ส.ส.สนามเลือกตั้งนี้จะเป็นสนามเลือกตั้งซ่อมที่ดุเดือด  

เรื่อง : นายหัวไทร

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “บิ๊กตู่” เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495957

07 ธ.ค. 2564 |21:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ซินแสเข่ง แนะ “บิ๊กตู่” ปลูกไม้มงคลต้นรวงผึ้งพระราชทานหน้าทำเนียบฯ เพื่อขอพรให้บ้านเมืองสงบ ลดปัญหาความขัดแย้ง ลุยอุดร พร้อมคู่หูบิ๊กป้อม สักการะพญานาคคำชะโนด พ่อปู่อือลือเสริมดวง แก้เคล็ดเดือนปะทะ เสริมความเป็นมงคล รับปีใหม่ให้ความราบรื่น มั่นคง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติ บิ๊กตู่  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสริมดวง แก้ไขดวงชะตา

เตรียมรับศึกหนัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2564 เตรียมใจไว้เจอมรสุมรับศึกหนักทางการเมือง ที่จะมีผลกระทบเกิดขึ้น ก่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายไม่สมหวัง 

และต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม หากได้ทำในสิ่งที่เป็นมงคล เพื่อให้แก้ไขรับเหตุการณ์ได้ล่วงหน้าเชื่อว่า หนักจะกลายเป็นเบา หรือหากเบา ทุกอย่างจะคลี่ครายไปในทางที่ดี ประกอบกับ ความเชื่อในความศรัทธา

หากใครได้เดินทางไป คำชะโนด สักการะพญานาค และกราบไหว้ขอพรพ่อปู่อือลือ ที่จังหวัดบึงกาฬ ก็จะช่วยแก้ดวงเสริมชะตา ให้มีความมั่นคงเกิดขึ้น

ประกอบกับ ไตรมาสสุดท้ายของ นายกฯ บิ๊กตู่ ที่จะมีเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่รับปี 2565 ที่จะทำให้ตำแหน่งที่การงานราบรื่นและมั่นคงขึ้น 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ประกอบกับการส่งท้ายด้วย การปลูกต้นไม้มงคลต้นผึ้งรวงพระราชทาน ในบริเวณอาคารรัฐสภา เพื่อความสงบสุข ลดปัญหาควรมแตกแยก ของรัฐบาล และประชาชน เสริมดวงชะตา ให้ตำแหน่งหน้าที่การปฏิบัติงานให้ราบตื่น ให้มีความแข็งแกร่งมั่นคงเกิดขึ้นในการบริหารงาน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงเคล็ดลับเป็นเรื่องที่มีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ โอกาศดีประจวบเหมาะกับวันที่ 7 เป็นเดือนแห่งการปะทะ และได้ดำเนินการในสิ่งที่เป็นมงคล เพื่อจะได้เสริมดวง เสริมโชคชะตา 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ทั้งการเดินทางไปคำชะโนด บึงกาฬ ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของคนอีสาน และได้ปลูกต้นไม้มงคล ก็ถือว่าเป็นช่วงจังหวะที่ดี ที่กำลังจะเจอมรสุมส่งท้ายปีอีกระลอก

และรับปีแห่งมงคลในปี 2565 ที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ บิ๊กตู่ เตรียมปูทางรองรับ