แก้ ม.112 เพื่อไทย เสี่ยงตายหรือไม่ ไม่รู้ แต่เสี่ยงแน่นอน ทักษิณชอบลองดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490952

อักษร 8 ทิศ

03 พ.ย. 2564 |08:00 น.

หลายประเด็นที่ทักษิณเปิดออกมานั้น ล้วนแต่ทำแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิรโทษกรรมสุดซอย โครงการรับจำนำข้าว และการเสนอทูลกระหม่อมหญิงเป็นนายกฯ ทักษิณไม่ใช่คนคิดตื้นๆ มุมมองตอนหนึ่ง เจษฎ์ โทณวณิก ต่อท่าทีเพื่อไทย โหนกระแสแก้”ม.112″ ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน

อุณหภูมิการเมืองฮอตปรอทแตกขึ้นมาทันทีที่พรรคเพื่อไทย เปิดประเด็นขอหนุนแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา112 หรือ “ม.112” และ ม.116 เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้ชุมนุมและเยาวชน เจน Y เจน Z ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า แต่จะแก้ไขได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเกมเสี่ยงตาย ท้าทายสถาบัน ดร.เจษฎ์ โทณวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย วิเคราะห์เจาะลึกให้ได้ทราบกันใน “เจาะประเด็นร้อน” 

ประเด็นแรก ดร.เจษฎ์ ชี้ว่าต้องดูในรายละเอียดว่ามีการเสนอแก้ไขในประเด็นใดเป็นสำคัญ ถ้าเป็นในแง่ของการแก้ไขปรับลดโทษลงจากเดิมจากที่จำคุกตั้งแต่ 3 ปี-15 ปี เหลือเป็นตั้งแต่ 3 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี อาจคุยกันได้ แต่ถ้าเขียนข้อกฎหมาย โดยเพิ่มเติมว่าต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ ก็ต้องดูว่าที่เขียนทั้งหมดนั้น เป็นเหตุเป็นผลในทางกฎหมายมากน้อยแค่ไหน ต้องฟังกันก่อนว่าคืออะไร 

นอกจากนี้ ต้องทำความเข้าใจกันว่าสังคมเข้าใจกันไหมว่าดูหมิ่นผู้อื่นเป็นอย่างไร หมิ่นประมาทผู้อื่นเป็นอย่างไร แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อผู้อื่นเป็นอย่างไร ถ้าเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ ก็จะเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น และใช้สิทธิ เสรีภาพอย่างถูกต้อง ส่วนคนที่ไม่สามารถเคารพ ไม่สามารถใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างถูกต้อง ก็จะมีปัญหากับกฎหมายเหล่านี้ เพราะถ้าปฏิบัติแบบนี้กับบุคคลทั่วไปได้ ก็อาจจะปฏิบัติกับเจ้าพนักงาน กับศาล กับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เช่นกัน ต้องมองภาพกว้าง ไม่ใช่เสนอแล้วจบ

ดร.เจษฎ์ โทณวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ดร.เจษฎ์ โทณวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมจะถูกดำเนินคดี ม.112 ด้วยทุกครั้ง กรณีนี้ ดร.เจษฎ์ มองว่าต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นในการชุมนุม ถ้าชุมนุมและเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพและเรียกร้องผลักดันให้รัฐบาลทำอันใดอันหนึ่ง หรือพูดถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แค่นั้น แล้วมีโทษตาม ม.112 อันนี้คิดว่ามีปัญหา แต่ถ้ามีการจาบจ้วง ล่วงเกินและดูหมิ่น แต่ไม่มีความผิด อันนี้คงผิดปกติ

“ถ้ามีการด่า จาบจ้วง ล่วงเกิน มีการดูหมิ่น และหมิ่นประมาท และแสดงความอาฆาตมาดร้าย ตามกรอบเกณฑ์กฎหมายที่เป็นธรรมอย่างเข้าใจได้ ถ้าไม่มีความผิดตาม ม.112 จะเป็นเรื่องประหลาด” ดร.เจษฎ์ ชี้ประเด็น

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยโหนกระแสเปิดประเด็นแก้ไข ม.112 ดังเช่นพรรคก้าวไกล หลังพรรคเปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง”-แพทองธาร ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาพรรค เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะถือเป็นเกมเสี่ยงตายและท้าทายสถาบันหรือไม่ ดร.เจษฎ์ ชี้ว่าเสี่ยงแน่นอน 

“เสี่ยงตายหรือไม่ ไม่รู้ แต่เสี่ยงแน่นอน แต่คุณทักษิณ เป็นคนชอบลองดี ชอบขี่ม้าพยศอยู่แล้ว ฉะนั้น เรื่องเสี่ยงคุณทักษิณ อาจจะไม่ค่อยได้คิดมากมายถึงขั้นว่าจะเสี่ยงถึงขั้นตายไหม แต่ก็คงรู้ว่าเสี่ยงแน่” ดร.เจษฎ์ กล่าว 

ในเกมการเมืองเพื่อเดินหมากให้ได้รับชัยชนะนั้น ดร.เจษฎ์ เจาะลึกให้เห็นภาพและตัวตนที่แท้จริงของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยว่ามี 3 ลักษณะด้วยกัน คือ 1.ภาษานักลงทุน เสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง  โดยนายทักษิณ เป็นคนที่คิดและแสดงบริบทเสี่ยงสูงแบบนี้หลายครั้ง และครั้งล่าสุดคือเสนอทูลกระหม่อมหญิงเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งจะบอกว่านายทักษิณ ไม่เกี่ยวข้อง คงไม่ใช่เด็ดขาด  

2. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต้องมีการตัดคะแนนกันเองอยู่แล้วเพราะคะแนนเสียงจะทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นจะทำยังไงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงมาจากพรรคก้าวไกล ทั้งเสียงในพื้นที่และในระดับประเทศ จึงมีการเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบัน หรือเรื่องที่คนรุ่นใหม่ เรื่องที่เด็กสมัยนี้อยากได้ และ

3. ถ้าไม่เลือกข้อ 1 กับ ข้อ 2 พรรคเพื่อไทยก็เลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับพรรคก้าวไกล ซึ่งที่ผ่านมานายทักษิณ เป็นคนที่ท้าทายสถาบันหลักของชาติมาโดยตลอด

“ผมเชื่อว่าคุณทักษิณ ได้สร้างวิถีทางการท้าทายสถาบันหลักของประเทศมาตลอด สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  คุณทักษิณแสดงวิถีทางการท้าทายมาเสมอ ตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลก่อนและรัชสมัยของรัชกาลนี้ และมีต่อเนื่องตั้งแต่ตอนเป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย สีที่ใช้คือสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน ต่อมาจนถึงปัจจุบันมีแต่สีแดงล้วน  นั่นก็แสดงชัดอยู่แล้วสิ่งที่ได้ทำเรื่อย ๆ หลายวาระก็แสดงออกแบบนั้น ก็คือท้าทาย” ดร.เจษฎ์ ย้ำ


ขณะเดียวกัน ถ้ามองลึกถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทยในการกระโดดเข้ามาแก้ไข ม.112 ในครั้งนี้ จะไปจนสุดทาง หรือทำเพียงแค่เรียกเรตติ้งจากมวลชน เพราะก่อนหน้านี้ในสมัยของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ก็ไปเพียงครึ่งทางและสะบัดทิ้ง

ประเด็นนี้ ดร.เจษฎ์ ฟันธงแบบตรงประเด็นว่าการเดินหน้าแล้วถอยหลัง ไม่ใช่วิสัยและนิสัยของคนที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร เพราะหลายประเด็นที่นายทักษิณ เปิดออกมานั้น ล้วนแต่ทำแบบสุดๆ ดันสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิรโทษกรรมสุดซอย โครงการรับจำนำข้าว และการเสนอทูลกระหม่อมหญิงเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายทักษิณไม่ใช่คนที่คิดตื้นๆ

กลุ่มมวลชนพยายามจุดประเด็นล่ารายชื่อเสนอสภาให้แก้กม.มาตรา112 จนพรรคการเมืองฝ่ายค้านออกมารับลูกทันทีกลุ่มมวลชนพยายามจุดประเด็นล่ารายชื่อเสนอสภาให้แก้กม.มาตรา112 จนพรรคการเมืองฝ่ายค้านออกมารับลูกทันที

สำหรับสังคมไทยจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 หรือไม่นั้น ดร.เจษฎ์ วิเคราะห์ว่า ถ้ามองเฉพาะว่า ม.112 คือ ม.112 สังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีรายละเอียดถึงการแก้ไขในประเด็นต่าง ๆ มีประเด็นที่น่ารับฟังได้ อาจจะมีคนจำนวนหนึ่งรับไปพิจารณา แต่ถ้าเป็นแบบพรรคก้าวไกล แบบอดีตพรรคอนาคตใหม่เคยเสนอไว้ หรือที่บรรดาคณะก้าวหน้าทั้งหลายเสนอ สังคมส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย และในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็คงถูกตีตก ซึ่งคงมีเพียงพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเท่านั้นที่เห็นด้วย ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเสรีรวมไทยเอาด้วยไหม พรรคประชาธิปัตย์อาจจะขยับซ้ายขยับขวา แต่พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐคงไม่เอาด้วยแน่นอน 

ในตอนท้าย ดร.เจษฎ์ หวังใจลึกๆ ว่าประเด็นนี้จะจบลงด้วยดีในเวทีสภาผู้แทนราษฎร และไม่เกิดปัญหาตามมาบนท้องถนน 

“ผมหวังว่าจะจบในสภา และจบแบบที่เป็นเรื่องของตัวแทน ส.ส.ทั้งหลายเสนอกัน พูดคุยกันและใช้วิถีทางกฎหมาย ผ่าน -ไม่ผ่าน และถ้าไม่ผ่าน คงไม่มีการตีฆ้องร้องป่าวจาบจ้วงล่วงเกินอะไรเพื่อให้เกิดปัญหาในบ้านเมืองอีก ก็หวังว่าจะไม่เกิด แต่ก็คงยาก อาจจะเกิดก็ได้ ตามแนวโน้นสถานการณ์ที่เป็นอยู่และเป็นมา และอาจจะเป็นไป ก็คงต้องรอดู” ดร.เจษฎ์ ระบุ

ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องติดตามและจับตาดูว่าพรรคเพื่อไทยจะช่วงชิงคะแนนนิยมและความสนใจจาก ม.112 และเดินหน้าไปจนสุดทางเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างแท้จริง หรือเพียงแค่เล่นละครหลอกตาและหาเสียงกับกลุ่มวัยโจ๋เท่านั้น

หมากเกมนี้.. ต้องติดตามตอนต่อไปในเวทีสภาผู้แทนราษฎร

รันเวย์”บิ๊กแป๊ะ”อยู่ที่ใดเมื่อต้องร้องเพลงถอยดีกว่าเก้าอี้ผู้ว่ากทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490913

เมฆาในวายุ

03 พ.ย. 2564 |02:00 น.

อุตสาห์เซ็ททีมงานไว้ซะดิบดี มีการโหมประชาสัมพันธ์ชนิดไก่โห่ก่อนผู้สมัครคนอื่นๆ เกือบเสียด้วยซ้ำ แต่จู่ๆ “บิ๊กแป๊ะ” อดีตผบ.ตร.ที่แจ้งกับผู้สมัครส.ก.ไว้ว่าไม่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ซะอย่างงั้น เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ติดตามได้จาก เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

จู่ๆก็ต้องออกมาร้องเพลง “ถอยดีกว่า”ซะงั้น เมื่อ ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” หรือ “บิ๊กแป๊ะ” อดีตผบ.ตร. ได้แจ้งกับผู้สมัครส.ก.ไว้ว่า ไม่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.แล้ว และเปลี่ยนสนามแข่งขัน เพราะไม่อยากขัดกับผู้ใหญ่ที่นับถือขอมา


กลายเป็นกระแสข่าวที่ทำให้หลายคนงงงันไป เพราะต้นปีที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ”ออกตัวว่าสนใจสนามเมืองหลวง มีการเซ็ททีมงาน โหมประชาสัมพันธ์แนะนำตัว ด้วยการจัดพิมพ์นามบัตร โปสเตอร์ ส่งตรงเข้าถึงตู้ไปรษณีย์ ประจำอาคารบ้านพักอย่างถี่ยิบ   แม้จะลงสมัครอิสระ แต่ก็รู้กันอยู่ว่าพรรคพลังประชารัฐหนุนหลังกลายๆ 

พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. เมื่อครั้งลงพื้นที่หาเสียงในกทม.อย่างคึกคักแต่วันนี้กับประกาศถอยดีกว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. เมื่อครั้งลงพื้นที่หาเสียงในกทม.อย่างคึกคักแต่วันนี้กับประกาศถอยดีกว่า

แต่ไปๆมาๆ เมื่อเกิดภาวะในพปชร.มีความไม่ลงรอยระหว่างพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  พ่อบ้าน พปชร. รวมทั้งกระแสข่าวว่า”ลุงตู่”ให้ราคาพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. มากกว่าในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.(ลุงป้อมหนุนหลังบิ๊กแป๊ะ) และมีข้อมูลปูดว่าล่าสุด”ผู้กองตุ๋ย”ไปหนุนบิ๊กวินแล้ว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้”ผู้กองตุ๋ย”ยังให้ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อนสนิทมาช่วยเดินสายกับ”บิ๊กแป๊ะ”ลุยหลายเขตในเมืองกรุงก็ตาม

“การที่พลตำรวจเอกจักรทิพย์ประกาศถอนตัวนั้น คงมีเหตุผลของท่าน และท่านก็ไม่ได้บอกอะไร เมื่อวานผมก็ยังงงว่าทำไมถึงถอนตัวผมกับพี่แป๊ะ คอหอยกับลูกกระเดือก ผมคบกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จริงแล้วถ้าคนรู้ว่าผมกับพี่แป๊ะรักกันขนาดไหน ผมเกิดมาทุกวันนี้เพราะพี่แป๊ะช่วยผม ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันผมมาทุกวันนี้ ผมกับพี่แป๊ะคุยกันทุกวัน ”  ร.อ.ธรรมนัส ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ทันทีที่ทราบข่าวว่า  บิ๊กแป๊ะ เล่นบทช้อยเก็บฉาก 

ทว่า ถ้อยคำยืนยันว่า”บิ๊กแป๊ะ”ประกาศเลิกลงสมัครสนามเมืองกรุงแล้วแต่เอาจริงๆแล้ว”บิ๊กแป๊ะ”เปลี่ยนรันเวย์คราวนี้เพราะมีการเชิญให้ไปลุ้นในสนามผู้แทนราษฎร โดยจะไปสวมบท “ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่หนึ่ง” ของพรรคใหม่เอี่ยมที่มีอดีตปลัด”ฉ.”เป็นแกนนำ  

เนื่องจากพื้นที่ส.ส.สี่ร้อยเขตเลือกตั้งและหนึ่งร้อยปาร์ตี้ลิสต์นั้น มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าการเดินเข้ารัฐสภาเกียกกายจะง่ายกว่าการเดินขึ้นไปยังห้องทำงานผู้ว่าฯกทม.ณ เสาชิงช้า ตรงนี้เองที่ทำให้”บิ๊กแป๊ะ”สนใจและมีลุ้นมากกว่าสนามเมืองหลวง

อย่าลืมว่า..คะแนนนิยมจากโพลล์หลากสำนักยังให้”พล.ต.อ.จักรทิพย์”ตามหลัง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” หลายแต้มบนสนามกทม.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ บิ๊กแป๊ะ อดีตผบ.ตร.ซึ่งเคยประกาศลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.แต่วันนี้ถอยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ บิ๊กแป๊ะ อดีตผบ.ตร.ซึ่งเคยประกาศลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.แต่วันนี้ถอย

อย่าลืมว่า..พรรคใหม่ของอดีตบิ๊กกระทรวงคลองหลอดนั้น กำลังหาแคนดิเดตหัวหน้าพรรคและปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ต้นๆ  กระสุนดินดำที่ อดีต”ปลัดฉ.” สะสมไว้นั้น พอที่จะมีลุ้นเข้ารัฐสภาได้หลายเก้าอี้ส.ส.      

อย่าลืมว่า..ชื่อเสียงของ”บิ๊กแป๊ะ”ในระดับประเทศมีมากกว่าในเมืองหลวง  อย่างน้อยคะแนนจากบัตรเลือกตั้งน่าจะส่งให้”บิ๊กแป๊ะ” กลายเป็นส.ส.และอาจพ่วงผู้สมัครคนอื่นได้เปลี่ยนเสื้อเป็นผู้แทนราษฎรได้ด้วย               

                             
ตรงนี้หากนำ”บิ๊กแป๊ะ”ไปเป็นองค์ประกอบของพรรคใหม่ที่อดีตปลัดฉ.นำขบวน ง่ายกว่ามาลุ้นในห้าสิบเขตเมืองหลวงหรือไม่…

พล.ต.อ. จักรทิพย์  ชัยจินดา  อดีตผบ.ตร.ถอนตัวจากการลงสมัครรับเลือกชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม.พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.ถอนตัวจากการลงสมัครรับเลือกชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม.

เพราะแต้มที่”บิ๊กแป๊ะ”ลงไปกวาดไว้เมื่อหลายเดือนก่อนนั้นเป็นทุนสะสมให้ว่าที่ผู้สมัครส.ก.เพื่อนำมาหนุน”บิ๊กแป๊ะ”ในวันข้างหน้า แบบนี้แปลว่าการลงทุนหาแต้มในหลายเขตเมืองกรุงไม่ใช่ลงทุนเปล่าประโยชน์ อย่างน้อยเป็นการเช็กเรตติ้งและทำฐานคะแนนล่วงหน้า ส่วนจะได้มากหรือน้อย ขาดทุนหรือกำไรทางการเมืองนั้น “บิ๊กแป๊ะ”และทีมงานน่าจะรู้ดี

แต่..สิ่งหนึ่งที่ไม่น่ามองข้ามคือการจองกฐินการเมืองจากขั้วตรงข้าม“บิ๊กแป๊ะ” โดยเฉพาะคนกันเองในแวดวงสีกากี เพราะบิ๊กแป๊ะในช่วงที่เป็นเบอร์หนึ่ง ณ สำนักปทุมวันนั้น ย่อมมีคนรัก ย่อมมีคนชังเพราะคดีความต่างๆในช่วงที่”บิ๊กแป๊ะ”ครองอำนาจนั้น บางคดีอยู่ในชั้นรวบรวมหลักฐาน บางคดียกฟ้อง บางคดีก็กำลังพิจารณา

ตรงนี้หากมีการสะกิดบาดแผลขั้นต้นเมื่อใด ย่อมมิใช่ผลบวกกับเจ้าตัวนัก เพราะบนสนามการเมือง ความเมตตาและน้ำใจนักกีฬาของคนการเมืองหาได้ยากยิ่งในยุคนี้ 

ทุบคู่แข่งให้น่วมมากเท่าใด คะแนนก็จะแปรผันมากขึ้น และคนที่โดนทุบนั้นยากที่จะดึงแต้มเก่ากลับมาและยากกว่าในการขอคะแนนใหม่เพิ่มเติม

บวกกับกระแสข่าวเชิงลบเกี่ยวกับต้นทุนทางการเมืองของพรรคใหม่ที่มี “อดีตปลัดฉ.”นำทัพก็ใช่ว่าจะโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ

ดีไม่ดี..กระแสข่าวเชิงลบหลากวีรกรรมของ”อดีตปลัดฉ.”หลุดเข้าหูสังคมส่วนใหญ่ ตรงนั้นไม่อยากนึกฝันว่าจะมีการชี้แจงอย่างไร

ทำให้ ชวนระทึกกับการโผบินลงรันเวย์ใหม่ของ”บิ๊กแป๊ะ”ในวันหน้ายิ่งนัก

วิจารณ์สนั่นโซเชียล คนดังโผล่ตั้ง”พรรคไทยพัฒนา”เผยเบื้องหลังถึงกับอึ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490897

อสนีบาต

02 พ.ย. 2564 |20:00 น.

พรรคนี้มายังไง วิจารณ์สนั่นโซเชียล เอกสารตั้ง”พรรคไทยพัฒนา”ว่อน ทั้งอดีตนักการเมือง ศิลปินดารานักร้องชื่อดังรวมตัวครั้งสำคัญ เล่นเอาฮือฮาไปตามๆกันเผยเบื้องหลังถึงกับอึ้ง ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

มายังไง ทำเอา”วิจารณ์สนั่นโชเซียล” ภายหลังปรากฎเอกสารการตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคไทยพัฒนา”   พร้อมแจกแจงรายชื่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพบว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงการเมือง  อดีตข้าราชการระดับสูง รวมถึงศิลปินนักร้องนักแสดงชื่อดังจำนวนมาก

งานนี้ทำเอาผู้คนต้องคลิกสำรวจไล่เรียงดูรายชื่อ พร้อมกับตรวจสอบนโยบายพรรคการเมืองดังกล่าว และวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างกว้างขวาง 

ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์  อดีตผู้อำนวยใหญ่องค์การการค้าโลก มักถูกนำชื่อไปเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญเช่นเดียวกับคราวเฟกนิวส์ครานี้ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยใหญ่องค์การการค้าโลก มักถูกนำชื่อไปเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญเช่นเดียวกับคราวเฟกนิวส์ครานี้

พรรคการเมืองที่ปรากฎผ่านโลกโซเชียลและแชร์ออกไปจำนวนมากมีชื่อว่า “พรรคไทยพัฒนา”  ใช้อักษรย่อ  “ทพ”   วางพื้นสีของพรรค เป็นสีน้ำเงิน   รายชื่อกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย นายศุภชัย  พานิชภักดิ์  อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก หรือ WTO  เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งชื่อของดร. ศุภชัย มักถูกสื่อนำไปอ้างในหลายสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่า จะเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรี ในบางสมัย 

แม้แต่ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ  มีกลุ่มมวลชน เช่น กลุ่มไทยไม่ทน ออกมาเคลื่อนไหวขับไล่ให้ลาออก พร้อมกับมีการเสนอชื่อว่า บุคคลที่ควรดำรงตำแหน่งนายกฯคนต่อไป ควรจะเป็น นายศุภชัย พานิชภักดิ์  ก็มี 

ในส่วนรายชื่อกรรมการบริหารพรรค เช่น “บิ๊กจูดี้”  “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ”  อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคไทยพัฒนา  โดย พล.ต.อ.พงศพัศ เคยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. ในยุคที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ได้รับเลือกเป็นผู้ว่ากทม. 

ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์   อธิการบดีมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถูกพรรคการเมืองทาบทามลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถูกพรรคการเมืองทาบทามลงชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.

หรือ กรณี ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์  หรือ “พี่เอ้”  ตามที่สังคมโซเชียลมักเรียกชื่อเล่นเพื่อให้จดจำง่าย ปรากฎชื่ออยู่ใน”พรรคไทยพัฒนา”  ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค 

ทั้งที่สถานะปัจจุบัน  “ดร.เอ้” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง   กำลังตกเป็นข่าวได้รับการทาบทามจากพรรคการเมืองใหญ่ ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. 

แม้กระทั่ง ชื่อของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ “บิ๊กแป๊ะ” อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.แห่งชาติ ) ติดโผในตำแหน่ง กรรมการบริหารพรรคกับเขาด้วย ทั้งที่ “บิ๊กแป๊ะ” เพิ่งประกาศถอนตัวจากการลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) 

วิจารณ์สนั่นโซเชียล คนดังโผล่ตั้ง"พรรคไทยพัฒนา"เผยเบื้องหลังถึงกับอึ้งวิจารณ์สนั่นโซเชียล คนดังโผล่ตั้ง”พรรคไทยพัฒนา”เผยเบื้องหลังถึงกับอึ้ง

ขณะที่แวดวงศิลปินดารา รวมตัวอยู่ในพรรคนี้อย่างคับคั่ง อาทิ “ยืนยง โอภากุล”  หรือ แอ้ด คาราบาว นักร้องเพลงเพื่อชีวิต ปัจจุบันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเครื่องดื่มบำรุงกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก 

ยังยังไม่พอ ปรากฎพระเอกหล่อเหลารูปงาม “ติ๊ก” เจษฎาภรณ์ ผลดี  ได้รับตำแหน่ง กรรมการบริหาร หรือ “เขมนิจ จามิกรณ์”  หรือ แพนเค้ก  ศิลปินนักแสดงสาวสวย  มีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรค รวมถึง นักธุรกิจสาวคนดัง อย่าง นวลพรรณ ล่ำซำ เพิ่งรับบทเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งชุดยู 23 และทีมชาติชุดใหญ่ ยังได้รับตำแหน่ง กรรมการบริหารพรรค 

นวลพรรณ ล่ำซำ นักธุรกิจสาวปัจจุบันได้รับมอบหมายเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติไทย นวลพรรณ ล่ำซำ นักธุรกิจสาวปัจจุบันได้รับมอบหมายเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติไทย

ภายหลังปรากฎ ความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองรวมดาวคนดัง ออกมา ได้มีบรรดาผู้ถูกพาดพิงชื่อออกมาปฏิเสธ ไม่ว่าเป็น ติ๊ก เจษฎา ภรณ์ ผลดี   ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ @tik_pholdee  ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการเมืองแต่อย่างใด 

“ผมไม่ได้มีส่วนในเรื่องของพรรคการเมืองนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด และไม่ได้เล่นการเมือง เอกสารฉบับนี้เป็น fake news นะครับ”

หรือ นายปริญญ์  พานิชภักดิ์   รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นบุตรชาย “ดร.ซุป”  ศุภชัย  พานิชภักดิ์   ถึงกับต้องรีบออกมาโพสต์ข้อความ ว่า เป็นข่าวปลอม   

มีคนปล่อยข่าวลือว่าคุณพ่อของผม ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์  จะไปเป็นพรรคของพรรคการเมืองใสหม่ข่าวนี้ไม่มีมูลและไม่เป็นความจริง 

ยุคนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการเสพตข่าวให้ดีเลยครับ 

วิจารณ์สนั่นโซเชียล คนดังโผล่ตั้ง"พรรคไทยพัฒนา"เผยเบื้องหลังถึงกับอึ้งวิจารณ์สนั่นโซเชียล คนดังโผล่ตั้ง”พรรคไทยพัฒนา”เผยเบื้องหลังถึงกับอึ้ง

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบระบบทะเบียน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  พบว่า ไม่มีชื่อพรรคดังกล่าวอยู่ในระบบพรรคการเมืองที่กำลังดำเนินกิจการ

นอกจากนี้”พรรคไทยพัฒนา”  เคยมีการยื่นขอจดตั้งมาก่อนแต่ถูกยุบไปและพ้นระยะเวลา 20 ปีแล้ว  ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมือง หากมีการยื่นขอจดตั้งพรรคใหม่ในชื่อดังกล่าวสามารถทำได้ แต่การตรวจสอบขณะนี้ไม่พบว่ามีใครมายื่นขอจดตั้งเป็นพรรคการเมือง

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 32 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใด ซึ่งไม่ใช่พรรคการเมือง ใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือถ้อยคำในประการที่น่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง หรือใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่าพรรคการเมือง หรืออักษรต่างประเทศ ซึ่งแปลหรืออ่านว่าพรรคการเมือง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 110

ดังนั้น การปรากฎชื่อ “พรรคไทยพัฒนา” ตามที่โลกโซเชียลเรียกว่า พรรคสีน้ำเงินบ้าง ก็สรุปได้ตอนนี้ก่อนเลยว่า เป็นข่าวเฟคนิวส์ ไม่มีมูลความจริง แต่ การผุดชื่อพรรคและ การระดมชื่อ บุคคลสำคัญต่างๆ มารวมเป็นพรรคการเมือง อาจมาเป็นสีสันต์คั่นเวลาสถานการณ์ทางการเมืองที่พรรคการเมือง ตัวจริง เสียงจริงกำลังลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก 

หากมีพรรคแบบข่าวปลอมนี้เกิดขึ้นจริง และมีการรวมตัวกันได้ขนาดนี้  ก็อาจสร้างความน่าสนใจไม่น้อยบนสมรภูมิเลือกตั้ง 

…..ถือว่า เป็นพรรคแห่งความฝันไปก่อน….

เอาไงแน่ “ปลัดฉิ่ง” คีย์แมนสายใต้ ทิ้งฝันปั้นพรรคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490910

02 พ.ย. 2564 |20:00 น.

จบแล้วจริงหรือ พรรคใหม่ของ “ปลัดฉิ่ง” เมื่ออดีตผู้ว่าฯ สายใต้ มือทำงานของอดีตปลัดมหาดไทย ทิ้งฝันหันไปเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ข่าวพรรคการเมืองของ “ปลัดฉิ่ง” ดังสะท้านแผ่นดินมาตั้งก่อนเกษียณอายุราชการ แต่ก็ไม่เคยได้ยินจากปากของอดีตปลัดมหาดไทยคนดังว่าจะตั้งพรรคการเมือง

ผู้ที่มายืนยันเรื่องพรรค “ปลัดฉิ่ง” กลับกลายเป็น พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น้ำเสียงดูขึงขังเหมือนเอาจริง แต่มาถึงวันนี้กลับเงียบสนิท

สิ่งที่บ่งชี้ว่า พรรคใหม่ของ “ปลัดฉิ่ง” จะไม่เป็นจริง ก็คือ อดีตผู้ว่าฯปัตตานี มือการเมืองคนสำคัญในสายปลัดฉิ่ง ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว

ปลายเดือน ก.ย.2564 ฉัตรชัย พรหมเลิศ หรือปลัดฉิ่ง ตอบคำถามนักข่าวเรื่องการตั้งพรรคใหม่ว่า “ผมไม่ทราบ ไม่ได้คิด ผมคิดเพียงว่าการทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ทำให้หลายอย่างและหลายฐานะ…ผมไม่ได้ดำเนินการกิจการใดๆ ทางการเมืองในขณะนี้ และผมคิดว่ามุมมองทางการเมืองเป็นเรื่องของความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคน..ผมอยู่กับวันนี้ ไม่ได้อยู่กับอนาคต”

ฉัตรชัย พรหมเลิศ มีจุดแข็งเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ มีความยืดหยุ่น ประนีประนอมสูง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย จึงถูกมองว่า พรรคใหม่ปลัดฉิ่งเป็นพรรคของบิ๊กป๊อก

ประกอบกับเหตุที่พรรคพลังประชารัฐ มีความขัดแย้งสูงในช่วงหลัง รวมถึงรอยร้าวภายในพี่น้อง 3ป. จึงมีกระแสข่าวเรื่องพรรคใหม่ ที่จะมารองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรากฏในสื่ออย่างต่อเนื่อง

อีกด้านหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้นั้น มีคนกลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนไหวเดินงานมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อหาสมาชิกให้กับพรรคใหม่ของ “ปลัดฉิ่ง” แต่ชั่วโมงนี้ คนกลุ่มดังกล่าวเกิดเปลี่ยนใจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เสียแล้ว

ส่วนคณะก่อการพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีข่าวว่าพรรคการเมืองนี้ก่อตั้งมารองรับอดีตปลัดมหาดไทย ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเช่นกัน

‘สายใต้ย้ายค่าย’

ก่อนเกษียณอายุราชการ คนนครศรีธรรมราชต่างทราบข่าวว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งมาทำงานการเมืองให้ “ปลัดฉิ่ง” ร่วมกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคฝ่ายค้านขนาดเล็ก เพื่อปูทางสร้างฐานให้พรรคการเมืองใหม่

ราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าฯปัตตานี ราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าฯปัตตานี

จู่ๆ มีข่าวการเมืองเล็กๆชิ้นหนึ่ง ราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่เพิ่งเกษียณเมื่อปลายเดือน ต.ค.นี้ ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยผ่าน นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในแวดวงคนการเมืองแถวนครศรีธรรมราชได้เห็น ราชิต สุดพุ่ม ชาวเมืองคอน ได้เดินสายพบปะนักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เตรียมการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และหาสมาชิกให้พรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง

ว่ากันว่า ราชิต สุดพุ่ม เป็นมือทำงานของ ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย จึงทำให้คนการเมืองแถวภาคใต้มีความมั่นใจว่า พรรคปลัดฉิ่งเกิดขึ้นแน่

มิเพียงแค่ราชิตเท่านั้น อารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ก็เดินเคียงข้างอดีตผู้ว่าฯ ปัตตานี เดินสายไปพบผู้คนในเมืองคอน จนเกิดข่าวกอสสิปว่า อารี คนดังเมืองนครฯ ติดโผมีชื่ออยู่ในพรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง

พลันที่ ราชิต สุดพุ่ม และทีมงานชาวเมืองคอน ตัดสินใจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้คนเมืองคอนมองว่า “พรรคปลัดฉิ่ง” ล้มครืนแล้ว

‘ผู้การชาติเงียบ’

พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นคนหนึ่งที่ประกาศสนับสนุนการตั้งพรรคใหม่ของ “ปลัดฉิ่ง” มาถึงวันนี้ ก็เงียบหายไปเลย หลังมาเปิดประเด็นร้อนแยกทางจากพรรคเก่ามาตั้งพรรคใหม่

ด้วยบุคลิกของ พ.อ.สุชาติ เป็นคนลูกทุ่ง พูดตรงไม่มีอ้อมค้อม จึงเชื่อว่า มีการพูดคุยเรื่องการตั้งพรรคใหม่จริง เพียงแต่จังหวะเวลาอาจไม่เหมาะ เนื่องจาก พ.อ.สุชาติ พูดก่อนวันที่ 30 ก.ย.2564 ทำให้ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ไม่ออกมารับลูกในตอนนั้น

ครั้นล่วงผ่านมา 1 เดือน พ.อ.สุชาติ กลับไม่มีข่าวความคืบหน้าเรื่องการตั้งพรรคใหม่ และการประชุมปรึกษาหารือกับทีมงานของผู้การชาติ เหมือนที่เคยประกาศว่า พร้อมเดินหน้าทันที

นี่คือการส่งสัญญาณว่า พรรคใหม่ของ “ปลัดฉิ่ง” คงจะเป็นไม่เป็นจริงเสียแล้ว บวกกับ ราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าฯปัตตานี ถอนตัวไปอยู่ค่าย ปชป. ก็ยิ่งมีความชัดเจนขึ้น

หิมาลัยพูด “จักรทิพย์” ปมถอนตัว ผู้ใหญ่หนุนอัศวิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490885

02 พ.ย. 2564 |17:00 น.

อลวนพลังประชารัฐ “จักรทิพย์” ถอนตัวผู้ว่าฯ กทม. เจอขาใหญ่เบรกเรื่อง ส.ก.อิสระ หิมาลัยชี้สาเหตุหลักมาจาก พล.ต.อ.อัศวิน ลงสนามแน่ มีผู้ใหญ่หนุน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ยังไม่ได้มีถ้อยแถลงออกจากปาก “จักรทิพย์” กรณีการประกาศถอนตัวจากการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แต่คนใกล้ชิดต่างยืนยันข่าวนี้แล้วว่าเป็นความจริง

สาเหตุเบื้องต้นมาจาก “จักรทิพย์” ไม่อยากแข่งขันกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งมีการฟอร์มทีมงานและส่งสัญญาณว่าลงสนามชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม.แน่นอน

มือทำงานอย่างหิมาลัย ผิวพรรณ ชี้ประเด็นการส่งผู้สมัคร ส.ก.อิสระ ก็เป็นเหตุให้ “จักรทิพย์” โบกมือลา เพราะขาใหญ่พลังประชารัฐ ให้ส่ง ส.ก.ในนามพรรค

วันที่ 2 พ.ย.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ถอนตัวจากการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า “เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังไม่ได้หารือ ยังไม่ได้ปรึกษากับผม”

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ส.ส.กทม.ของพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเรื่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ถอนตัวมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว พร้อมกระแสข่าวนักการเมืองหญิงคนหนึ่ง จะรับบทแม่ทัพเมืองหลวง โดยการสนับสนุนของขาใหญ่ในพรรค

‘ฟังหิมาลัยพูด’

ถ้าจำกันได้ ช่วงแรกที่บิ๊กแป๊ะหรือ “จักรทิพย์” ลงพื้นที่แนะนำตัวกับชาวบ้านในกรุงเทพฯ ก็จะเห็นอดีตนายทหารคนดัง หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ “เสธ.หิ” เดินประกบไปทุกที่ พร้อมกับพาอดีต ผบ.ตร.ไปรู้จักกับอดีต ส.ส. ,อดีต ส.ก. และผู้นำชุมชน

เป็นที่ทราบกันดีว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้การสนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งให้เพื่อนรัก-หิมาลัย ผิวพรรณ ไปช่วยงานบิ๊กแป๊ะ

เช้าวันที่ 2 พ.ย.2564 หิมาลัย ผิวพรรณ ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ประสานงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการถอนตัวลงชิงผู้ว่า กทม.ของจักรทิพย์

“เสธ.หิ” เปิดใจว่า ตนเพิ่งทราบการตัดสินใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เมื่อวานนี้(1 พ.ย.2564)ตอนประชุมผู้สมัคร ส.ก. มี 2 เรื่องคือ ท่านบอกว่า เวลานี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ทำทีมรักษ์กรุงเทพ เดินงานการเมืองเข้มแข้ง พล.ต.อ.อัศวินก็น่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ พูดเสมอว่า ถ้า พล.ต.อ.อัศวินลง ในฐานะที่ท่านเป็นรุ่นน้อง เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่านไม่อยากไปลงแข่งกับรุ่นพี่ หรือจากผู้ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชามา พูดง่าย ๆ เคยมีบุญคุณกันมาก่อน

ประเด็นนี้ สอดรับกับกระแสข่าวจากพลังประชารัฐ ที่ระบุว่า ประมุขบ้านป่ารอยต่อ และขาใหญ่ในพรรคเปลี่ยนใจหันมาสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน แถมประกาศชัดว่า พรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ก.ลงทุกเขต ในนามพลังประชารัฐ

ส่วนประเด็นที่สอง “เสธ.หิ” เล่าว่า กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ รับนโยบายจากผู้ใหญ่มา โดยให้ตัวบิ๊กแป๊ะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ แต่ผู้สมัคร ส.ก.ต้องสังกัดพรรค

"เสธ.หิ" หิมาลัย ผิวพรรณ “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ

“ท่านรับนโยบายจากผู้ใหญ่มาแล้ว ก็มีการประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตต่าง ๆ ก็มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ส่วนใหญ่ มีความเห็นอยากลงสมัครในทีมงานอิสระของท่าน ถ้าท่านจะลงสมัครต่อ ท่านก็จะทิ้งทีมผู้สมัคร ส.ก.ไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อาจจะขัดนโยบายกับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ” หิมาลัย กล่าว

นโยบายจากผู้ใหญ่ที่ “จักรทิพย์” เคารพนับถือ ทำให้เกิดความอิหลิกอิเหลื่อ ครั้นตัวบิ๊กแป๊ะเองจะเดินหน้าส่งทีมผู้สมัคร ส.ก.ในนามทีมกรุงเทพบ้านเรา ก็จะขัดใจกับผู้ใหญ่

“ถ้าไม่ทำตามความเห็นของผู้ใหญ่ที่นับถือ ก็จะถูกมองว่าเมื่อท่านเกษียณแล้ว ไม่ยอมฟัง ไม่นับถือ ท่านก็ไม่สบายใจ..ท่านก็ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี ก็เลยตัดสินใจถอนตัวดีกว่า”

หิมาลัยยอมรับว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีเรตติ้งทางการเมือง แต่จำต้องถอย เพราะท่านเป็นคนมีความกตัญญูมาก ไม่ใช่ปลดเกษียณแล้ว ไม่เคารพผู้บังคับบัญชา ส่วนอนาคตทางการเมืองก็เป็นเรื่องในอนาคต ถ้าจะต้องไปขัดใจผู้ใหญ่ก็ทำไม่ได้

‘ขาใหญ่ไม่เอา’

ประเด็นขาใหญ่ไม่เอา “จักรทิพย์” มี ส.ส.กรุงเทพฯ พลังประชารัฐบางคนแอบบอกนักข่าวในช่วงเกิดเหตุ 6 รัฐมนตรี ปะทะธรรมนัส มาแล้ว

นัยว่า ผู้บริหารพรรคที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร เคยเรียก ส.ส.และผู้สมัคร ส.ก.ไปหารือ พร้อมกับพูดในลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่า ไม่สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ แล้ว โดยอ้างเหตุผลว่า “ถ้าเราช่วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ เต็มตัวแล้วไม่ชนะ กลัวว่าพรรคจะอยู่ใน กทม.ลำบาก”

ปมกังขาคาใจของกองเชียร์บิ๊กแป๊ะคือ ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐคนนี้ ก็เคยให้การสนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ อย่างเต็มที่ แต่เหตุใดเปลี่ยนใจไปสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ซึ่งก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดๆจากปากผู้ใหญ่คนนั้น

เปิด “ประชุมสภา” สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490865

02 พ.ย. 2564 |15:00 น.

เปิด “ประชุมสภา” สมัยที่สอง ส.ส. มีเวทีต่อรองทางการเมือง จับตาเกมต่อรองฝ่ายบริหารผ่านการโหวตร่างกฏหมายในสภา

เปิด "ประชุมสภา" สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.เปิด “ประชุมสภา” สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.

บันทึกประวัติศาสตร์ การประชุมสภา ที่ทำให้นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภา ต้องออกมาสะบัดมีดโกน เตือนสมาชิก เกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา สะท้อนวุฒิภาวะ การทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎร ระหว่าง วีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กับ ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร จากพรรคเพื่อไทย ว่ากันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จากคำถามที่ว่า ทำไมปล่อยให้เสกสกล อัตถาวงศ์ มาแถลงข่าวกล่าวหา ส.ส.ฝ่ายค้านในสภา     มีการโต้ตอบกันไปมา ไม่ต่างจากตลาด เป็นที่น่าหดหู่แก่ผู้พบเห็น
                                         

ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่ผ่านมา เกิดการปะทะอารมณ์ กันในลักษณะนี้ บ่อยครั้ง จากการทำหน้าที่ องครักษ์พิทักษ์ผู้ถูกอภิปราย  ประกอบกับมีการย้ายสังกัดทางการเมือง ที่ยังไม่เสด็จน้ำ ก็ทำให้เกิดการเสียดสีกันไปมา ในสภาผู้แทนราษฎร  

เปิด "ประชุมสภา" สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.เปิด “ประชุมสภา” สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.

ประชุมรัฐสภานัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา มีวาระลงมติวาระสามร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ผลปรากฏว่า ค้างการลงมติ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ  คาราคาซังมาถึงสมัยประชุมนี้ ยังไม่บรรจุว่าจะพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อใด


เปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ สองต้องจับตาดูว่า
จะมีการเล่นเกมในสภา จนกระทบต่อรัฐนาวา พลเอกประยุทธ์ ตามที่หลายฝ่ายปริวิตกกันหรือไม่ หลังพรรคพลังประชารัฐ ขู่เชือด ส.ส.แตกแถว ในขณะที่ นายกฯมั่นใจ จะผ่านบททดสอบทุกปัญหา เป้าหมายไปให้ถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่เอ่ยปาก ชวน โจ ไบเดน มาร่วมประชุมเอเปค มีเพียงคำสัญญาเล็กๆ จากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่จะจัดการควบคุมเสียงในสภา ไม่ให้เป็นปัญหาต่อการทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

เปิด "ประชุมสภา" สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.เปิด “ประชุมสภา” สมัยที่สอง เปิดเวทีประลองกำลังส.ส.

แผลในใจ “ปิยบุตร” ไม่แก้ ม.112 สมัยอนาคตใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490763

01 พ.ย. 2564 |19:00 น.

วิวาทะปฏิรูปสถาบันฯ “ปิยบุตร” สารภาพแผลในใจ ไม่ชงแก้ ม.112 เป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่ ต่างพรรคก้าวไกลเปิดหน้าชนระบอบปรสิต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การขับเคลื่อนของกลุ่มราษฎรประสงค์ยกเลิก 112 บนท้องถนน เป็นสิ่งที่ “ปิยบุตร” รอคอยมานานแล้ว เพราะเขาอยากเห็นการพูดคุยถกเถียงเรื่องนี้เป็นวงกว้าง

3 ปีที่แล้ว “ปิยบุตร” ยอมรับใจไม่ถึงพอที่จะบรรจุเรื่องการแก้ไข ม.112 ไว้ในนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคก้าวไกลรับไม้ต่อ ได้ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ ชัดเจน ซึ่งไปไกลกว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้

สิ่งที่ “ปิยบุตร” วาดฝันกับความจริงนั้น เหมือนหนังคนละม้วน เพราะการปักธงแก้ ม.112 จะนำมาซึ่งความแตกแยกครั้งใหญ่ในสังคมไทยอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 คณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์จะร่วมรณรงค์ล่ารายชื่อให้ได้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ในครั้งนี้

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มองไกลกว่าการแก้ ม.112 บางประเด็น เขาต้องการเห็นการปฏิรูปสถาบันฯเป็นไปได้ เพื่อให้กฎหมายอาญา ม.112 ถูกพูดคุยถกเถียงเป็นวงกว้าง ทั้งหมดนี้จะทำให้สังคมไทยสามารถเดินออกจากวิกฤติ

ด้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์พร้อมผลักดันแก้ไข ม.112 ว่า “เมื่อเปิดประชุมสภา พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าต่อเพื่อผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาให้ได้ และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ”

‘แผลเป็นทางการเมือง’

ต้นปี 2564 “ปิยบุตร” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นักการเมืองในสภาฯ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 เพราะประมวลกฎหมายอาญา ม.112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ดังที่เขาเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส

“ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก”

“ปิยบุตร” ยังได้เล่าถึงสมัยที่ร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในครั้งนั้น เขามีเรื่องที่เป็นตราบาปฝังในจิตใจ และเป็นแผลเป็นในชีวิตทางการเมืองคือ ไม่ผลักดันเรื่องแก้ ม.112

“ผมยอมกลืนเลือด ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ..”

ในอดีต “ปิยบุตร” เป็นหนึ่งในแกนนำคณะรณรงค์แก้ ม.112 ร่วมกับคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า จึงถูกวิพากษ์ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า ใจไม่ถึง ใจไม่กล้าที่จะเสนอยกเลิก ม.112 ในนโยบายของพรรค

วันนี้ “ปิยบุตร” แสดงตัวเป็นกองหนุนเด็กๆ เคลื่อนไหวรณรงค์ให้ยกเลิก 112 และนำพลังคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112

‘ก้าวไกลไปสุดขั้ว’

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ปิยบุตร” และธนาธร เพื่อนร่วมอุดมการณ์ส่งไม้ต่อให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งอดีตผู้ก่อการอนาคตใหม่ก็ไม่ผิดหวัง ที่ชาวก้าวไกลไปไกลกว่าที่คาดไว้

จริงๆแล้ว ชาวพรรคก้าวไกลไม่ได้อำพรางจุดยืนเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ ดังที่ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้เตรียมการจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 มาแต่ต้นปี 2564

การเปิดหน้าชกของพิธา กลับกลายเป็นการเรียกคะแนนนิยมพรรคและตัวเอง ยกตัวอย่างผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ประชาชนร้อยละ 28.67 เลือกพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และอีกร้อยละ 25.21 จะเลือกพรรคก้าวไกล

ในวันประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น “พิธา” กล้าใช้คำปราศรัยที่ว่า “..ต้องใช้วิถีก้าวไกล ที่พร้อมสู้กับปัญหาทั้ง 3 ระดับ จัดการกับเสือนอนกินที่เป็นระบอบปรสิตกัดกินประเทศไทย รัฐราชการรวมศูนย์ที่กดทับทุกปัญหา”

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มผู้ปกป้องสถาบันฯ ต่างไม่พอใจจุดยืนและการแสดงออกของหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ใช้คำว่า “ระบอบปรสิต”

ความคาดหวังของ “ปิยบุตร” ที่จะให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรา 112 และการพูดคุยหาทางออกของระหว่างคนทุกกลุ่มในสังคมที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน อาจจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันอีกครั้งในสังคมไทย

บทเรียน “ยิ่งลักษณ์” คนดูไบเปิดเกมแก้ ม.112 สู้ค่ายส้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490720

01 พ.ย. 2564 |15:00 น.

บาดแผลสู้ไม่สุดสมัย “ยิ่งลักษณ์” คือบทเรียนคนดูไบ ในวันที่ส่งอุ๊งอิ๊งสู่สังเวียนการเมืองยุคเปลี่ยนผ่าน จึงปรับกลยุทธ์หนุนแก้ ม.112-116 หวังแย่งแต้มจากค่ายก้าวไกล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

9 ปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทยโดยการนำของ “ยิ่งลักษณ์” นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ส่งสัญญาณไปยังประธานสภาฯ ตีตกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ฉบับภาคประชาชน

นักวิชาการหัวก้าวหน้าและกลุ่มแดงอิสระรู้สึกผิดหวัง “ยิ่งลักษณ์” ที่เมินเฉยต่อเรื่องดังกล่าว และปักใจเชื่อว่า นี่เป็นแผนเกี้ยเซี้ยกับชนชั้นนำของทักษิณ ชินวัตร

รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” มีเสียงสนับสนุนในสภาฯกว่า 300 เสียง แต่ไม่กล้าตัดสินใจแก้ ม.112 และวันนี้มันกลายเป็นบาดแผล ที่ถูกคนรุ่นเจนวาย เจนแซดหยามหยันด้วยถ้อยวลีสู้ไปกราบไป

นับแต่ปลายปี 2563 เยาวชนคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้การปฏิรูปสถาบันฯ เสียงเรียกร้องดังขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด กลุ่มราษฎรประสงค์ยกเลิก 112 เปิดรณรงค์รวบรวมรายชื่อ เพื่อเสนอร่างกฎหมายยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ต่อสภา

ชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ออกจดหมายเปิดผนึกยืนยันเจตนารมณ์ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย ม.112 และ ม.116 เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา

ท่วงทำนองของพรรคเพื่อไทยในเรื่องละเอียดอ่อน สะท้อนท่าทีของทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เปิดเกมสู้เกมเสี่ยง หลังส่งแพทองธาร ชินวัตร สู่สนามการเมือง

“ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” คงต้องการลบรอยแผลที่ถูกนักวิชาการปีกซ้ายโจมตีว่า ถนัดเกี้ยเซี้ยหรือสู้ไม่สุด จึงส่งสัญญาณให้พลพรรคเพื่อไทย ขานรับข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรประสงค์ยกเลิก 112

‘ครก.112’

สมัยที่ “ยิ่งลักษณ์” เป็นผู้นำรัฐบาล ขบวนการมวลชนคนเสื้อแดงเติบโต และมีหลากหลายกลุ่ม นักวิชาการหัวก้าวหน้าสมัยนั้น ได้อาศัยสถานการณ์แดงทั้งแผ่นดิน ขยับยกระดับการต่อสู้

เริ่มจากคณะนิติราษฎร์ กลุ่มนักวิชาการที่รวมตัวกันต่อต้านการรัฐประหาร โดยเสนอให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549 และเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112

ปี 2555 คณะนิติราษฎร์ได้ส่งไม้ต่อให้คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก. 112) รวบรวมรายชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉบับที่คณะนิติราษฎร์จัดทำขึ้น เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาสาเป็นหัวหอก ครก.112 โดยมีกลุ่มแดงเวทีเล็ก ที่มี ไม้หนึ่ง ก.กุนทีและจรัล ดิษฐาอภิชัย ประสานงานกับแดงอิสระทั่วประเทศ

วันที่ 29 พ.ค.2555 คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) นำโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เคลื่อนขบวนสู่สภา โดยใช้คนหาบกล่องรายชื่อประชาชน 3 หมื่นกว่าคน ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไข ม.112 เมื่อถึงรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น เป็นตัวแทนรับมีรายชื่อ

ต่อมา ประธานรัฐสภา “สั่งจำหน่ายเรื่อง” โดยให้เหตุผลว่า “หลักการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550” สร้างความผิดหวังอย่างแรงให้แก่นักวิชาการปีกซ้ายทั้งหลาย

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และกลุ่มแดงก้าวหน้ารู้สึกผิดหวังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ส่งสัญญาณให้พรรคเพื่อไทย ชิงตีตกร่างกฎหมายดังกล่าว โดยไม่เรียกเจ้าของร่างไปชี้แจงแสดงเหตุผลแม้แต่ครั้งเดียว

‘กลยุทธ์สู้ค่ายส้ม’

สาเหตุที่จุดยืนพรรคเพื่อไทยยุคแพทองธาร ต่างจากยุค “ยิ่งลักษณ์” เพราะสถานการณ์วันนี้ คู่แข่งเพื่อไทยคือ พรรคก้าวไกล ซึ่งมีจุดยืนเคียงข้างม็อบราษฎร และสนับสนุนข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ

ดังนั้น ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จึงต้องออกมาแถลงท่าทีของพรรคที่จะผลักดันการแก้ไข ม.112 และ ม. 116 ซึ่งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งเฉย ได้รวบรวมข้อเรียกร้องจากการชุมนุมเพื่อนำมาสู่ที่ประชุม และผลักดันข้อเรียกร้องเหล่านั้นเข้าที่ประชุมสภาต่อไป

จะว่าเป็นท่าทีเลี้ยวกลับ 360 องศาก็ว่าได้ เพราะปีที่แล้ว ตอนที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยยังแสดงจุดยืนไม่แตะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เลย

“ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” คงประเมินแล้ว หากไม่ขยับเรื่องแก้ ม.112 ก็จะเสียฐานมวลชนกลุ่มเจนวาย เจนแซดไปให้พรรคก้าวไกลเสียทั้งหมด ซึ่งอุตส่าห์ลงทุนส่งอุ๊งอิ๊งลงสนาม หวังชิงตลาดคนรุ่นใหม่ให้มาอยู่ข้างเพื่อไทย

แค่กระดาษแผ่นเดียว พรรค “เพื่อไทย” ยังไม่ทะลุเพดาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490723

01 พ.ย. 2564 |15:00 น.

“เพื่อไทย” ใช้กระดาษแผ่นเดียว เกาะกระแสดึงคนรุ่นใหม่ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ชิงมวลชนก้าวไกล ยังไม่ทะลุเพดาน

ทันทีที่ ชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทยโพสต์แนวทางขับเคลื่อนการแก้ปัญหา กระบวนการยุติธรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับกฏหมายอาญา ม.112 และ ม.116  พร้อมนำข้อเสนอจากภาคประชาชน เข้าไปแก้ปัญหาในสภา ก็ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองตามมาอย่างมาก

แค่กระดาษแผ่นเดียว พรรค "เพื่อไทย"  ยังไม่ทะลุเพดานแค่กระดาษแผ่นเดียว พรรค “เพื่อไทย” ยังไม่ทะลุเพดาน

กลุ่มก้าวหน้า ซึ่งมีรากที่มา จากพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลเริ่มผลักดันถึงขั้นจะให้ยกเลิก ประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 รวมถึงเนื้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นทั้งระบบ มาตั้งแต่ยังเป็นคณะนิติราษฎร์ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ล่าสุด ร่างแก้ไข ฯของพรรคก้าวไกล ถูกเสนอเข้าสู่สภา เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ในโอกาศการชุมนุม รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์ ล่าสุด ที่ราชประสงค์ เมื่อกลุ่มราษฎรจุดพลุ แก้ไขกฏหมายทั้ง 2มาตรา เพื่อไทยจึงกระโดดเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ 
 

แต่ในหนังสือแสดงจตจำนงค์ ของพรรคเพื่อไทย ไม่มีข้อความใดระบุว่าจะมีการแก้ไขกฏหมายอาญามาตรา112 อย่างเป็นรูปธรรม  เพียงแต่จะนำไปหารือในสภา เพราะเห็นว่าเป็นข้อเสนอจากภาคประชาชน นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนตั้งข้อสังเกต ว่าเพื่อไทยยังไม่กล้า เพียงแต่ต้องการแสดงว่า เห็นด้วยกับคนรุ่นใหม่ ที่เทใจไปให้ก้าวไกล ด้วยเหตุผลดังกล่าว 

แค่กระดาษแผ่นเดียว พรรค "เพื่อไทย"  ยังไม่ทะลุเพดานแค่กระดาษแผ่นเดียว พรรค “เพื่อไทย” ยังไม่ทะลุเพดาน


การเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ของพรรคเพื่อไทย  ว่ากันว่าทำให้คนรุ่นใหม่ ต้องชายตามามอง พรรคเพื่อไทยจึงต้องปิดจุดอ่อน  ที่ถูกคู่แข่งฝ่ายประชาธิปไตย แซะว่าสู้ไปกราบไปมาโดยตลอด 

ขณะเดียวกัน ก็ถูกฝ่ายปกป้องสถาบัน ลากโยง เอาความเคลื่อนไหว ของพรรคเพื่อไทย เลยไปไกล ถึงขั้นอาจถูกยุบพรรค เพราะเห็นว่าการแก้ไขกฏหมายอาญา สองมาตราดังกล่าว เป็นการที่เกี่ยวล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยและเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ
แต่หากพิจารณา เนื้อความสำคัญในแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย จะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนไหน ที่บ่งบอกให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทย จะแก้ไขกฏหมายมาตรานี้ เพียงแค่ทำให้เห็นว่า ไม่ได้ละเลยปัญหา ที่ถูกนำเสนอโดยคนรุ่นใหม่  กระดาษแผ่นเดียวของพรรคเพื่อไทย จึงมีความหมายต่อมวลชนก้าวไกล  ที่สนับสนุนประชาธิปไตย แต่ยังไม่ทะลุเพดาน 

วัดใจ “แพทองธาร” สู้แค่ไหน พิธาทะลุเพดาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490615

31 ต.ค. 2564 |20:00 น.

ศึกฝ่ายประชาธิปไตย “แพทองธาร” อาวุธใหม่ชิงตลาดเยาวรุ่น เจอคำถามสู้แค่ไหน ก็ไปต่อยาก เพราะพิธา-ก้าวไกล ไปไกลเกินเพดานแล้ว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังการเปิดตัวของ “แพทองธาร” บนเวทีเพื่อไทย ตามมาด้วยปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายเดียวกัน เมื่อกองเชียร์สีส้มแอบเหน็บแนมเธอเรื่องพาพ่อกลับบ้าน และนำมาเปรียบมวยกับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ก้าวแรก “แพทองธาร” คือที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย แต่คนส่วนใหญ่ก็มองไปไกลกว่านั้น และคาดหมายว่าอุ๊งอิ๊ง คงจะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นักวิเคราะห์การเมืองมองตรงกัน “แพทองธาร” เป็นอาวุธใหม่ในเกมชิงตลาดเยาวรุ่น ในวันที่พิธาและก้าวไกล กำลังเข้าไปอยู่ในใจคน Gen X, Gen Y และ Gen Z

วันที่ 31 ต.ค.2564 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค.2564 พบว่า ถ้ามีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย จะได้คะแนนเสียงมากที่สุด ร้อยละ 32.94 รองลงมาคือ ก้าวไกล ร้อยละ 25.21

ส่วนนายกรัฐมนตรีที่อยากได้คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 28.67 รองลงมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 21.27

มีข้อน่าสังเกต ห้วงเวลาการสำรวจของสวนดุสิตโพลนั้น ได้ทำก่อนที่จะมีการเปิดตัวแพทองธาร ชินวัตร ในการประชุมใหญ่ของเพื่อไทย ที่ขอนแก่น หากมีการสำรวจครั้งใหม่ เชื่อว่าต้องมีชื่อ “แพทองธาร” ในแบบสอบถาม

‘ไม่มีประชานิยม’

นักวิชาการบางคนมองว่า การส่ง “แพทองธาร” ขึ้นเวทีการเมือง มีลักษณะเปิดหน้าสู้ เหมือนปี 2554 ที่ส่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสนาม และเกิดปรากฏการณ์ชนะแลนด์สไลด์

เพื่อไทยได้ฉีกขนบการประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองทั่วไป รูปแบบการจัดงาน จึงสะท้อนว่า นี่คือเพื่อไทย ที่พร้อมจะเดินไปกับเยาวรุ่น หรือคนรุ่นใหม่

ก่อนหน้านั้น พรรคก้าวไกลได้ใช้ จ.ขอนแก่น จัดประชุมใหญ่ด้วยรูปแบบเดียวกับเพื่อไทย ซึ่งสองพรรคนี้ได้จัดอีเวนท์เปิดตัวสินค้าการเมือง ที่มีลูกค้ากลุ่มเดียวกัน

ในเชิงคอนเทนต์ พรรคเพื่อไทยไม่มีการพูดถึงนโยบายประชานิยม อย่างจำนำข้าว,ราคาสินค้าเกษตร หรือการเข้าหาแหล่งทุน แต่พูดถึง Soft Power และการพัฒนาเทคโนโลยี

กองเชียร์สีส้มบางกลุ่มได้วิจารณ์เพื่อไทยว่า ก้อปปี้สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอต่อสาธารณชนมาก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะการพูดถึงเรื่องอนาคต

คนดูไบคงประเมินว่า คนรากหญ้าสูงวัยยังคงภักดีต่อแบรนด์เดิม แต่ลูกหลานคนรากหญ้าในวันนี้ได้เปิดหูเปิดตาผ่านสื่อใหม่ จึงนิยมชมชอบพิธา และพรรคก้าวไกล ทำให้เพื่อไทยกลายเป็นพรรคของผู้สูงวัย

ดังนั้นการเลือก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรค และแต่งตั้ง ส.ส.หนุ่มสาวเป็นกรรมการบริหารพรรค รวมถึงดึง “แพทองธาร” มาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคฯ นี่คือการเปลี่ยนเพื่อชิงตลาดเยาวรุ่นโดยแท้

‘จุดแข็งพิธา’

กองเชียร์เพื่อไทยสายสุดขั้ว ไม่แฮปปี้กับคำพูดของ “แพทองธาร” ที่ลีดประเด็น “จะพาพ่อกลับบ้าน” เพราะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรื่องเก่า และกองเชียร์สีส้มสุดโต่งตอกย้ำเรื่องสู้ไปกราบไป

ที่สำคัญ เยาวรุ่นบนท้องถนนหรือในโลกโซเชียล ไม่ได้สนใจเรื่องทักษิณจะกลับบ้าน แถมอาจจะไปปลุกกระแสความไม่พอใจของกลุ่มอนุรักษนิยม

ในสายตาของกองเชียร์สีส้มมองว่า ทักษิณสู้ไม่สุด ทั้งด้วยข้อจำกัดของเขา และ ส.ส.ของพรรค รวมถึงการตัดสินใจบางประการจนนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ

หาก “แพทองธาร” เปลี่ยนไปพูดว่า “จะทวงความยุติธรรมให้พ่อและมวลชนเสื้อแดง” น่าจะทรงพลังอย่างยิ่ง นี่เป็นความเห็นของเอฟซีเพื่อไทยสายสุดขั้ว

ตรงข้าม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีความชัดเจนเรื่องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ยิ่งก้าวไกลชูคำขวัญยกเลิก ม.112 มาหาเสียง ยิ่งทำให้เยาวรุ่นกดดันเพื่อไทยมากขึ้น

นับจากนี้ต้องจับตา “แพทองธาร” อาจจะต้องยกระดับเพดานการต่อสู้ หากหยุดอยู่ที่ “พาพ่อกลับบ้าน” ก็เจอฝ่ายอนุรักษนิยมถล่มจมดิน แถมเยาวรุ่นก็จะหนีไปหาพิธาและก้าวไกล