ลีลา “ธรรมนัส พรหมเผ่า” กับวาทะแจกกล้วย ที่ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486686

อสนีบาต

04 ต.ค. 2564 |18:00 น.

ลีลาของ”ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยาและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐมิใช่ธรรมดา…แม้ยามนี้ไร้เก้าอี้เสนาบดีแล้วก็ตามยิ่งการโพสต์ภาพเตรียม”กล้วย”หลายหวีแจกชาวบ้าน มีนัยยะไม่น้อย

“ธรรมนัส พรหมเผ่า” อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ที่เคยอ้างตัวเป็นเส้นเลือดใหญ่ของครม.ในการรวบรวมจำนวนผู้แทนราษฎรให้ยกมือหนุน“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจากผลเลือกตั้งส.ส.วันที่ 22 มี.ค.2562

ในคราวนั้น“ผู้กองธรรมนัส” เคยหลุดวาทะเป็นลิงต้องกินกล้วยและตัวเองเป็นคนคุมฝูงลิง


ว่ากันว่า(เสียงลือจากคนการเมืองย่านเกียกกาย) ลิงในความหมายของ”ผู้กองธรรมนัส”นั้น น่าจะสื่อถึงส.ส.ในสภาเกียกกาย ส่วนกล้วยนั้นน่าจะสื่อถึง กระดาษที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย


และการแจกกล้วยนั้นแจกเป็นเครือในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน มิใช่แจกเป็นหวี


“กล้วย”นั้นว่ากันว่าชำระกันด้วยจำนวนกระดาษ หวีละหนึ่งกิโลกรัม โดยเป็นราคากล้วยย่านเกียกกาย

และกระดาษหนึ่งกิโลกรัมที่ไปชำระค่า”กล้วย” แปรมูลค่าการชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย มีมูลค่าหนึ่งล้านบาท/หนึ่งกิโลกรัม

แบบนี้กล้วยในวาทะที่”ผู้กองธรรมนัส”หลุดออกมามันสื่อความว่าอะไร…

ลองไล่ไทม์ไลน์เกี่ยวกับ”กล้วย”ของ”ผู้กองธรรมนัส”กันดู…

4 กุมภาพันธ์ 2563 อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยระบุในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนหนึ่งเกี่ยวกับการแจกกล้วยให้ผู้แทนฯในการลงมติว่า “การแจกกล้วยเป็นเพียงวลีที่หยอกกันเล่น ยันยันว่าไม่มีเรื่องแบบนี้”

24 กันยายน  2564 “น.ส.ธนพร ศรีวิราช” หรือ”จุ๊บจิ๊บ” อดีตข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ คลิปวิดีโอผ่านไอจีสตอรี่ ซึ่งเป็นคลิปที่ ร.อ.ธรรมนัส กำลังถือต้นกล้วยด่างอินโด ไม้ด่างราคาแพง พร้อมระบุข้อความว่า” อาชีพใหม่ไม่แจกกล้วยละ แต่มาเพาะเนื้อเยื่อกล้วยแดงอินโดแทน”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์ภาพเตรียมนำสิ่งของและกล้วยช่วยผู้ประสบอุทกภัยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์ภาพเตรียมนำสิ่งของและกล้วยช่วยผู้ประสบอุทกภัย

2 ตุลาคม 2564 เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ผ่านเฟชบุุ๊กว่า “ผมได้ส่งทีมงานและน้องๆจิตอาสานำสิ่งของจำเป็นและอาหารแห้งไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อำเภอบางบาล จังหวัดอยุธยา

อีกทั้งผมยังให้ทีมงานเหมาซื้อ”กล้วย”จากชาวบ้านที่ไม่มีที่ขายระบายออกเนื่องจากภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ พร้อมกับนำกลับมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่กำลังลำบากเพื่อรับประทานต่อไปครับ ผมจะส่งของใช้จำเป็นและอาหารกระจายไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยทุกๆท่านและขอให้สถานการณ์คืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วครับ”

แม้ว่า”กล้วย”จะเป็นพืชที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้-บริโภคเป็นผลไม้ได้ทุกเพศทุกวัย ช่วยเกษตรกรสวนกล้วยที่ลำบากช่วงโควิด-19

แต่สิ่งที่”ผู้กองธรรมนัส” นำไปช่วยชาวบ้านในคราวนี้ หากใครบางคนนำไปใช้เป็นจังหวะทางการเมืองอัดกลับขั้วรัฐบาลแบบทีเล่นทีจริงว่า” ผู้กองธรรมนัส”แจกกล้วยชาวบ้าน อาจหวังผลทางการเมืองในวันข้างหน้า”

ผลลบ กระทบชิ่งไปยังพรรคต้นสังกัดแบบเลี่ยงไม่ได้และอาจโดนขยายความไปแบบไม่สิ้นสุดเพราะตอนนี้หลายพรรคขยับพบมวลชนกันเนืองๆไม่เว้นแม้แต่พรรคต้นสังกัดของ”ร.อ.ธรรมนัส”


เจตนาดีของ”ร.อ.ธรรมนัส”ในการช่วยชาวบ้านยามน้ำท่วมด้วยกล้วยคราวนี้ มันอาจไม่กล้วยๆเสียแล้วสำหรับภาพรวมทางการเมืองของ ครม.และพปชร.

งานนี้ไม่กล้วยๆสำหรับร.อ.ธรรมนัส เสียแล้ว…..

ศึกในระอุ “ประวิตร” ส่งธรรมนัส จัดแถวสู้สามมิตร-เสี่ยเฮ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486653

04 ต.ค. 2564 |16:00 น.

กลิ่นยุบสภาแรงจัด “ประวิตร” ส่งธรรมนัส จัดทัพเลือกตั้ง ชิงตัว ส.ส.ภาคกลาง ต้านยันกลุ่มสามมิตร-กลุ่มมังกรน้ำเค็ม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่ปรับ ครม. ไม่ยุบสภา สถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังคุกรุ่น “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชิงเดินหน้ากำชับอำนาจในพรรค

การรวมพลัง ส.ส.เหนือ อีสาน และภาคกลาง ประมาณ 30 คนที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ต้อนรับ “พล.อ.ประวิตร” เหมือนเป็นการส่งสัญญาณถึงบางกลุ่มบางซุ้ม ที่กำลังสะสมกำลังอยู่

ชั่วโมงนี้ สงครามเย็นพี่น้อง 3ป.ยังดำรงอยู่ “พล.อ.ประวิตร” จึงต้องเร่งมือเก็บเกี่ยว ส.ส.มาไว้ในมือ โดยเฉพาะ ส.ส.ภาคกลาง 37 คน ที่แยกร่างอยู่ในหลายซุ้ม

วันที่ 8 ต.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีคิวเดินสายไปตรวจน้ำท่วมที่ จ.สระแก้ว เชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องระดม ส.ส.ไปโชว์ตัวอีกแน่นอน และน่าจับตาว่า ส.ส.ภาคตะวันออก ซุ้มพลังชล และซุ้มมังกรน้ำเค็ม จะมาต้อนรับลุงป้อมหรือไม่

‘สายตรงธรรมนัส’

ตามแผนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า น้องรักของ “พล.อ.ประวิตร” ที่จะจัดแถว ส.ส.พลังประชารัฐ ให้มาอยู่ที่บ้านป่ารอยต่อฯ ไม่มีแตกแถวไปอยู่ตามซุ้มเล็กซุ้มน้อย โดยเริ่มจากการทำไพรมารี่โหวตสรรหาผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้า

วันที่ 3 ต.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์การประชุมคัดเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสมุทรสาคร เขต 2 ที่บริเวณร้านอาหารขำขำ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน โดยมี จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3 เป็นแม่งาน

จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร สมัยแรก และอดีต สจ.เขต อ.บ้านแพ้ว กลายเป็นดาวเด่นของพลังประชารัฐ เธอแสดงตัวเป็นน้องสาวผู้กองธรรมนัสชัดเจน

สนามเลือกตั้งเขต 3 อ.บ้านแพ้ว เดิมทีเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ไล่มาตั้งแต่สุธรรม ระหงส์ จนมาถึงนิติรัฐ สุนทรวร สองอดีต ส.ส.สมุทรสาคร

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กระแสประยุทธ์-ธนาธร มาแรงจัดในสมุทรสาคร จึงทำให้กองเชียร์ ปชป.ต้องตัดสินใจเลือกพลังประชารัฐ และส่งผลให้ สจ.จอมขวัญ ขวัญใจชาวบ้านแพ้วได้เป็น ส.ส.

ธรรมนัส จึงวางตัวจอมขวัญเป็นแม่ทัพเลือกตั้งสมุทรสาครสมัยหน้า และมั่นใจว่า ส.ส.จอมขวัญจะรักษาแชมป์ไว้ได้เมื่อไร้กระแสประยุทธ์ ก็ท้าทาย ส.ส.จอมขวัญ และเป็นโอกาสของ ปชป. ทั้งสุธรรม ระหงส์ และนิติรัฐ สุนทรวร

‘สามมิตรไม่ถอย’

ส.ส.ภาคกลางสายบ้านใหญ่ ทั้งสระแก้ว และสมุทรปราการ จะขึ้นกับ “พล.อ.ประวิตร” ยกเว้นบ้านใหญ่ชลบุรี ที่สายตรงทำเนียบรัฐบาล

ส่วนกลุ่มสามมิตร มีอยู่ 6 คน ประกอบด้วย ราชบุรี 2 คน กุลวลี นพอมรบดี และบุญยิ่ง นิติกาญจนา ชัยนาท 2 คน อนุชา นาคาศัย และมณเฑียร สงฆ์ประชา ชลบุรีอีก 2 คน ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง และสรวุฒิ เนื่องจำนง

เวลานี้ สามมิตรผนึกกับกลุ่มมังกรน้ำเค็มอีก 5 คนคือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง ,พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา 

ส.ส.จันทบุรี, รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.จันทบุรี และชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ สุชาติ ชมกลิ่น ยังดึง 3 ส.ส.กาญจนบุรี มาเป็นพันธมิตร ยกเว้น “กำนันฉอย” สมเกียรติ วอนเพียร ที่แยกตัวไปสังกัดผู้กองธรรมนัส บวกกับ ส.ส.เพชรบุรี 3 คน เครือข่ายของตระกูลอังกินนันทน์

เมื่อวัดกำลัง ส.ส.ภาคกลาง ปรากฏว่า กลุ่มสามมิตร และกลุ่ม ส.ส.เฮ้ง ยังเหนือกว่าซุ้มบ้านป่ารอยต่อฯ

ดังนั้น “พล.อ.ประวิตร” จึงต้องให้ ร.อ.ธรรมนัส เดินเกมค้นหาดาวดวงใหม่นำเอามาปั้นลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า หากฝ่ายหนึ่งแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่จริง

“ยังไม่ปรับครม.” พรรคร่วมลากเรือแป๊ะไปต่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486633

04 ต.ค. 2564 |14:00 น.

นายกฯสยบทุกโผคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2/5 ยืนยัน “ยังไม่ปรับครม.” พรรคร่วมกอดคอ ลาก “เรือแป๊ะ”ผุพัง ไปต่อทางการเมือง

"ยังไม่ปรับครม." พรรคร่วมลากเรือแป๊ะไปต่อ“ยังไม่ปรับครม.” พรรคร่วมลากเรือแป๊ะไปต่อ

นับแต่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้พลเอกประวิตร ไปดูแลกระทรวงเกษตรฯงานในความรับผิดชอบของร้อยเอกธรรมนัส ยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์หัวเสีย ในยามที่ พรรคพลังประชารัฐ กำลังมีการทะเลาะวิวาทกันเป็นการภายใน   ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ ลดลงตามผลสำรวจ ประชาธิปัตย์ก็แสดงจำอวดคั่นเวลา ด้วยการชู จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ทาบรัศมีเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ถูกกดขี่ถูกมองเป็นนั่งร้านมาตลอดมา  ถึงเวลาต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ยอมไปทุกอย่าง  เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจที่ชู อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ยังอยู่ร่วมรัฐบาลได้ หากไม่มีอะไรมากระทบกับโควต้าพรรค  ส่วนคู่แข่งจากพรรคฝ่ายค้านมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากก้าวไกล ขณะที่เพื่อไทย เพื่อนของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เศรษฐา ทวีสิน ยังมีชื่อ เป็นแคนดิเดท  
 

การปลด 2 รัฐมนตรีกล่องดวงใจของบิ๊กป้อมโดยไม่บอกล่วงหน้า ถือเป็นความผิดพลาดในแง่ยุทธศาสตร์การเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์  ปรากฏผลชัดในวันนี้ วันที่พรรคพลังประชารัฐใช้ร้อยเอกธรรมนัส ขับเคลื่อนการเมืองเตรียมพร้อมเลือกตั้งตามประกาศของ กกต. มีคำถามว่า การเมืองหลังจากนี้ จะไปต่ออย่างไร  การยุบสภาจะเกิดขึ้น เร็วๆนี้หรือไม่มีคำตอบซึ่งเป็นข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้หลายประการ ประกาศให้พรรคการเมืองเตรียมการเลือกตั้งของกกต.ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า  นี่เป็นสัญญาณให้ทุกพรรคการเมือง เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ และการเลือกตั้ง กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ หรือไม่  
ยิ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวเปิดตัว ว่าที่นายกรัฐตรี ของแต่ละพรรค ยิ่งสร้างความคึกคัก ยิ่งสอดรับกับประกาศของ กกต.

"ยังไม่ปรับครม." พรรคร่วมลากเรือแป๊ะไปต่อ“ยังไม่ปรับครม.” พรรคร่วมลากเรือแป๊ะไปต่อ

รัฐบาลเตรียมโชว์ผลงาน 120 วัน เปิดประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ สิ้นปีนี้  ยังมีเวลาโชว์ผลงานก่อนรัฐบาลจะครบวาระ ในขณะที่ครึ่งเทอมผ่านไป มัวมะรุมมะตุ้ม อยู่กับการแก้ปัญหาโควิดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ไม่มีผลงานอะไร ให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา  แต่มีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ปลายเดือนพฤศจิกาเป็นดัชนี้วัด  
ส่วนที่คาดกันว่าอาจเกิดอุบัติเหตทางการเมือง จากการเปิดสมัยประชุมสภา ก็ยากที่จะเห็นผล  เพราะห้วงเวลาที่พลเอกประยุทธ์อาจต้องยอมจำนนได้ผ่านพ้นมาแล้ว   ยิ่งนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่าช่วงนี้ยังไม่มีการปรับครม.  เรือแป๊ะจะผุจะพังอย่างไร ก็ต้องลากกันไปต่อ   ไม่มีนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนไหน อยากเลือกตั้ง 

ก้าวไกลขี่กระแส “พิธา” ล้มธรรมนัส สร้างประชาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486524

03 ต.ค. 2564 |20:00 น.

ปี่กลองเลือกตั้ง “พิธา” เดินสายเหนือ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. พุ่งเป้าปักธงพะเยา ล้มธรรมนัสได้ ประชาธิปไตยเต็มใบก็กลับมา คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โฆษกพรรคก้าวไกล ประกาศชัด “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรค สามารถสู้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมืองอื่นได้ และคาดว่า พรรคจะได้คะแนนจากการเลือกตั้งครั้งหน้ามากกว่าสมัยพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้เสียง 6.3 ล้านเสียง

ช่วงนี้ “พิธา” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินสายเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งภาคอีสาน และภาคเหนือ แสดงความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ไม่สนใจว่ากติกาจะเปลี่ยนเป็นบัตรสองใบ พรรคไหนจะได้เปรียบ พรรคก้าวไกลพร้อมสู้ทุกกติกา

วันที่ 30 ก.ย.2564 หลังลุยน้ำท่วมอีสาน “พิธา” มุ่งหน้าสู่ จ.เชียงใหม่ เพื่อประชุมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.กลุ่มภาคเหนือตอนบน

จากนั้น “พิธา” มอบให้ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เดินสายเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในโซนอุตรดิตถ์,แพร่, น่าน และพะเยา ส่วนตัวเขาไปลำพูน และลำปาง

วันที่ 2 ต.ค.2564 ชัยธวัช ตุลาธน และคณะ ร่วมเวทีเสวนา “เปิดตัวผู้สมัคร ปักธงประชาธิปไตย” ที่โรงแรม M2 จ.พะเยา โดยแกนนำพรรคก้าวไกล ตั้งใจที่จะเปลี่ยนพะเยาให้พ้นภาพลักษณ์ “เมืองรัฐมนตรี ป.”

‘ท้าทายผู้กอง’

แม้ตัว “พิธา” จะไม่ได้มาเมืองพะเยาด้วยตัวเอง แต่แกนนำพรรคก้าวไกล ระดับตัวจี๊ดมาครบ ทั้ง รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการฯพรรค และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล

“ถ้าพะเยาเป็นประชาธิปไตย ประเทศนี้ก็เป็นประชาธิปไตยได้ คนพะเยากำลังภารกิจใหญ่ เป็นอิฐก้อนแรก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องเปลี่ยน” รังสิมันต์ โรม กล่าว

“หลายคนกลัวว่าหากเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งเป็นแบบบัตรสองใบ พรรคก้าวไกลจะแพ้การเลือกตั้งในจังหวัดพะเยาแน่ เพราะเป็นพื้นที่ ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่เราไม่กลัวแน่นอน” โฆษกวิโรจน์ ปลุกเร้าคนพะเยา

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.พะเยา ปี 2562 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนนรวมกันทั้ง 3 เขต ประมาณ 4.5 หมื่นคะแนน แต่ปลายปี 2563 ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.พะเยา ผู้สมัครนายก อบจ.จากคณะก้าวหน้า ได้เกือบ 7 หมื่นคะแนน

แสดงว่า คะแนนนิยมของค่ายสีส้มเพิ่มขึ้น และหากมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า พรรคก้าวไกล อาจจะได้คะแนนมากกว่านี้

‘สามคนกล้า’

คะแนนของผู้สมัครพรรคก้าวไกลในแต่ละเขต จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเรตติ้งของ “พิธา” หัวหน้าพรรค หากทีมงานสีส้มสร้างกระแสเปลี่ยน สร้างกระแสนายกฯคนรุ่นใหม่ได้ ไม่แพ้สมัยเลือกตั้งปี 2562 ก็อาจเกิดปรากฏการณ์ช้างล้มที่พะเยา

สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 3 คน 3 เขต ได้แก่เขต 1 วิสา บุญนัดดา อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ พะเยา เขต 3 ,เขต 2 วิทวัส รัชตาจ้าย นิติกรศาลยุติธรรม และเขต 3 ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย อดีตผู้สมัครนายก อบจ.พะเยา คณะก้าวหน้า

มองดูหน่วยก้านของผู้สมัครทั้ง 3 คน ก็ต้องยกให้ ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย เป็นเต็งหนึ่งที่จะสอดแทรกได้ เพราะเขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น รู้จักเครือข่ายผู้กองธรรมนัสเป็นอย่างดี

“ชัยประพันธ์” หรือ สจ.แน้ว อดีตนายก อบต.ห้วยลาน และผู้ประกอบการฟาร์มโคเนื้อ ช่วงการเลือกตั้งปี 2562 ชัยประพันธ์ลงสมัคร ส.ส.พะเยา ในนามพรรคเพื่อชาติ ได้ 2,426 คะแนน

สจ.แน้ว เคยลงสมัครนายก อบจ.พะเยา มาแล้ว เมื่อปี 2550 แต่พ่ายไพรัตน์ ตันบรรจง กระทั่งปี 2563 ลงสมัครนายก อบจ.พะเยาอีกหน ในนามคณะก้าวหน้า พ่ายอัครา พรหมเผ่า น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส

ต้องมาลุ้นกันว่า เลือกตั้งสมัยหน้า สจ.แน้ว จะขี่กระแส “พิธา” นายกฯรุ่นใหม่ เบียดเอาชนะจีรเดช ศรีวิราช พี่ชายภรรยาของผู้กองธรรมนัสได้หรือไม่

ปชป.รีเทิร์น “จุรินทร์” รับอานิสงส์ พปชร.แตกร้าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486503

03 ต.ค. 2564 |17:00 น.

ไม่ใช่แค่ฝันแผนดัน “จุรินทร์” นายกฯ ปชป.รับอานิสงส์ พลังประชารัฐแตกร้าว ทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ข่าวสารการเมืองสุดสัปดาห์นี้ ราวกับอยู่ในฤดูเลือกตั้ง เมื่อ ส.ส.ระดับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หากได้รับเสียงไว้วางใจอย่างเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

ชาว ปชป.เชื่อว่า “จุรินทร์” มีคุณสมบัติไม่ได้ด้อยไปกว่าหัวหน้าพรรคคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นอนุทิน ชาญวีรกูล และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งมีการเสนอชื่อขึ้นมาในช่วงนี้

จังหวะที่ ปชป.ประโคมโหมโรง “จุรินทร์” ก็เป็นห้วงเวลาที่พี่น้อง 3ป. มีรอยร้าว อาจต้องแยกทางกันเดินในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ช่วงวันที่ 30 ก.ย.ถึง 1 ต.ค.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตามโปรแกรมจุรินทร์ออนทัวร์ ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ นครสวรรค์, กำแพงเพชร, สุโขทัย และเพชรบูรณ์ เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์

พื้นที่ภาคเหนือ มีความหมายในทางยุทธศาสตร์เลือกตั้งของ ปชป. เพราะนับแต่การเลือกตั้งปี 2550 และ 2554 ปชป.มี ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง ประมาณ 14-15 คน

เพียงเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีความผิดพลาดในการวางกลยุทธ์หาเสียง จึงทำให้ผู้ที่เคยโหวตให้ ปชป. เปลี่ยนใจไปเลือกพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลให้ได้ ส.ส.เพียงคนเดียวในสนามภาคเหนือตอนล่าง

‘ทวงคืนสุโขทัย’

อาศัยช่วงน้ำท่วมสุโขทัย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. และนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยใน จ.สุโขทัย โดยมี 2 อดีต ส.ส.สุโขทัย อย่างสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล และวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ร่วมให้การต้อนรับ

เลือกตั้งปี 2562 ตามกติกาบัตรใบเดียว จำนวน ส.ส.สุโขทัย ลดจาก 4 คนเหลือ 3 คน แถมมีการแบ่งเขตใหม่ ปรากฏว่า วิรัตน์ วิริยพงศ์ และสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สอบตกทั้งคู่ และได้คะแนนเฉลี่ย 1.5 หมื่นคะแนน

คะแนนของอดีต ส.ส.ค่าย ปชป. หายไปกับกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ทำให้ พรรณสิริ กุลนาถศิริ และชูศักดิ์ คีรีมาศทอง แห่งค่ายสามมิตรได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

เช่นเดียวกับที่ จ.ตาก เลือกตั้งปี 2554 ค่าย ปชป.ชนะยกจังหวัด ได้ ส.ส. 3 คน คือเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ,ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ และธนิตพล ไชยนันทน์ แต่เลือกตั้งปี 2562 สอบตกไป 2 คน เหลือรอดเข้าสภาคนเดียวคือ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

ส่วน ส.ส.หน้าใหม่อย่าง ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ และภาคภูมิ บูลย์ประมุข ที่ย้ายมาจากเพื่อไทยมาอยู่พลังประชารัฐ ซึ่งชูประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็ได้เสียงโหวตจากคนเสื้อเหลืองและ กปปส.เมืองตาก

ปรากฏการณ์ทิ้ง ปชป.ชั่วคราว ยังเกิดขึ้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.นครสวรรค์ ส่งให้อดีต ส.ส.ค่ายสีฟ้าสอบตก

‘ธรรมนัสหนาว’

พิษณุโลกและพิจิตร เป็นอีก 2 จังหวัดที่ “จุรินทร์” หวังจะทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. จึงดึง นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ปชป.ร่วมคณะจุรินทร์ออนทัวร์สายเหนือ

ที่สนามพิจิตร เลือกตั้งครั้งที่แล้ว นราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร ไม่ได้ลง ส.ส.เขต โดยจัดทีมงานลงสมัครทั้ง 3 เขต แต่พ่ายผู้สมัครหน้าใหม่ค่ายพลังประชารัฐ ที่ได้อานิสงส์จากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ และกระแสลุงตู่

วันนี้ ส.ส.พิจิตร 3 คน สังกัดอยู่ในซุ้มธรรมนัส และมีแนวโน้มจะแยกทางจากลุงตู่ โอกาสจึงเป็นของค่าย ปชป.

สำหรับสนามพิษณุโลก จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ ในฐานะแม่ทัพเลือกตั้งเมืองสองแคว ส่งผู้สมัครหน้าใหม่ลงสนาม แต่พ่ายแบบสู้ได้ที่เขต 3 และเขต 5

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.ภาคเหนือตอนล่างอยู่ในซุ้มนับสิบคน แต่การแตกหักกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้คนเสื้อเหลืองหันกลับมาเลือก ปชป.เหมือนปี 2554 และ 2550

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้มอบให้อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ เข้ามาดูแลภาคเหนือตอนล่าง ย่อมส่งผลต่อการแย่งชิงฐานคะแนนของ ส.ส.สายผู้กองธรรมนัส

ดังนั้น การที่แกนนำ ปชป.เสนอชื่อ “จุรินทร์” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ความลมๆแล้งๆ ตราบใดที่ดุลอำนาจ 2 ขั้วการเมืองไทย ยังไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสนามเลือกตั้ง โอกาสของพรรคที่ 3 ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

“แก้รัฐธรรมนูญ” บัตรสองใบไม่ใช่คำตอบ โคทมท้ารัฐทำประชามติรธน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อสนีบาต

03 ต.ค. 2564 |08:00 น.

“โคทม”ชี้”แก้รัฐธรรมนูญ” ​ใช้บัตรเลือกตั้ง​ 2ใบ​ ไม่ทำให้จำนวนส.ส.​เพิ่มขึ้นหรือลดลง​ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการเลือกตั้ง เผยอยากเห็นประชามติจากประชาชน​ในการเลือกตั้ง สสร.มากกว่า

ภายหลังที่ประชุมรัฐสภาผ่านความเห็นชอบญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง”รัฐธรรมนูญ”ในประเด็นบัตรเลือกตั้ง โดยส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติม”รัฐธรรมนูญ” เสนอ“นายกรัฐมนตรี”เพื่อเข้าสู่กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป 

อย่างไรก็ตาม การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีคำถามตามมามากมาย ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการแก้ไขประเด็นบัตรเลือกตั้ง และหัวใจหลักสำคัญของการแก้ไขรธน.นั้นคืออะไร 

“คมชัดลึกออนไลน์” ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับ รศ.โคทม อารียา​  อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง​(กกต.)​ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ​(สนช.)​เกี่ยวกับปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ 

“รศ.โคทม” กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปรับปรุงบัตรเลือกตั้ง​ โดยยืนยันว่าการได้มาซึ่ง​ส.ส.นั้น​ ไม่เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งว่าจะมี 1ใบ หรือ2ใบ​ แต่เป็นเรื่องของระบบที่มีมาตั้งแต่ปี​ 2540 ที่ระบบเลือกตั้งแบบผสมระบุให้มี​ส.ส.2​ประเภท​ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ

รศ.โคทม อารียา  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.)รศ.โคทม อารียา อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

“การเลือกตั้งในปี​ 2540,​ 2550​ และ​ 2560/1​ไม่เหมือนกัน​ แต่​2560/2​ จะเหมือนกับปี​ 2540,2550  คือใช้ระบบผสมแบบคู่ขนาน​ คือต่างฝ่ายต่างทำ​ เลือกตั้งเขต1ใบ​ และส.ส.บัญชีรายชื่อ​ สำคัญที่การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ แต่ถ้าส.ส.คู่ขนาน​ คำนวณจากคะแนนที่ได้จากบัตรเลือกบัญชีรายชื่อเท่านั้นไม่เกี่ยวกับเขต​ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา​ 2560/1​ เปลี่ยนเป็นเลือกตั้งแบบผสม​ ได้ส.ส.เขตแล้วเอา​ ส.ส.บัญชีรายชื่อไปเพิ่มให้​เพื่อให้ผลบวกส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ​ คือส.ส.รวมเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนพรรคหนึ่งพรรคใดได้รับทั้งประเทศ​ ไม่เหมือนการเลือกตั้งในปี​ 40​ กับ50​ และปัจจุบันที่กำลังจะแก้ไข​”  อดีต​ กกต.​ กล่าวและว่า 

ระบบผสมแบบสัดส่วนสามารถใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบได้​ ขึ้นอยู่กับวิธีคำนวณ​ ส.ส.รวม​ เนื่องจากปัจจุบัน​ส.ส.เขตและบัญชีรายขื่อคำนวณแยกกัน​ การเลือกตั้ง​ 2560/1​ ได้ส.ส.เขตแล้วมาคำนวณบัญชีรายชื่อ​ ดังนั้นส.ส.เขตจะเยอะ​ แล้วมาเติม​บัญชีรายชื่อน้อย​

“จำนวน​สส.​แตกต่างแน่นอนถ้าได้​ สส.เขตเยอะ​ แบบบัญชีรายชื่อก็จะได้เยอะเช่นกันเพราะได้คะแนนเยอะ​ คือได้ทั้งคู่​ แต่ถ้าแบบสัดส่วนได้ส.ส.เขตเยอะ​ ก็อาจจะไม่ได้บัญชีรายชื่อเลยเหมือนกรณีพรรคเพื่อไทย” รศ.โคทม​ กล่าว

อดีต​ สนช.​ กล่าวอีกว่า​ โดยธรรมชาติการเลือกตั้งในระบบสัดส่วนคะแนนเสียงจะกระจาย​ พรรคเล็กได้ที่นั่งบ้าง​ กับพรรคที่ได้คะแนนเสียงจำนวนมาก​ ถ้าระบบคู่ขนานจำนวนพรรคที่จะเข้าไปอยู่ในสภาบางทีจะลดลงเพราะ​ 1.พรรคเล็กมีพื้นที่น้อยหวังได้​ส.ส.เขตสัก1คน​ แต่ไม่แน่เมื่อได้คะแนนน้อยไปดูบัญชีรายชื่อก็อาจไม่ได้​ส.ส.เลย​ และ​

2.​ถ้าดูว่าระบบแบ่งเขต​ 400​ คน ​เอื้อพรรคใหญ่ ​2 พรรค​ พรรคใหญ่ได้ส.ส.เขตแล้วมีส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น​ ระบบนี้เอื้อต่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่​ แล้วทำให้พรรคขนาดกลางอาจจะลดขนาดลง​

“รศ.​โคทม”​ ให้ความเห็นว่า​ หลังจากนี้ภายใน​ 120​ วันจะมี​ พรป.​ แล้วจะเห็นกติกาชัดเจน​ ต้องถามใจนายกรัฐมนตรีว่าจะยุบสภาเลยหรือไม่หลังจากมี​ พรป.​แล้ว​ ถ้านายกฯบอกจะอยู่ยาวครบวาระก็ต้องแล้วแต่​ ซึ่งต้องเตรียมแผน​1 ​แผน 2​ ไว้​ 

” สิ่งที่ควรทำระหว่างนี้ จี้รัฐบาล ประชามติร่างรธน.”

“ถ้ายุบสภาทำอย่างไร​ เลือกตั้งปี​ 2565 หรืออยู่ยาวครบวาระ​จะอย่างไร​ ผมเข้าใจว่าเหลืออีก1ปีกว่าๆ​ คือจะมีเลือกตั้งปี​ 2566 ผมอยากมุ่งไปที่ประชามติถามประชาชนว่าเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งสมาชิก​ สสร.​มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน​ โดยใช้หลักการที่เคยผ่านรัฐสภาในวาระที่2​แล้ว​ ถ้าเห็นชอบรัฐสภาจะได้ดำเนินการหารือการบ้านเดิมที่เคยผ่านวาระ 2 ขึ้นมาปัดฝุ่นแก้ไขมาตรา​ 256 หรือโหวตว่าด้วยการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่​ ตรงนั้นฝ่ายประชาชนน่าจะให้ความสนใจ​ ถ้าขยันหน่อยก็เข้าชื่อกันเสนอคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​หรืออย่างน้อยสื่อช่วยสนับสนุนบอกครม.​ ให้ส่งเรื่องไปรัฐสภาให้ขยับหน่อย​ เพราะต่อให้มีการเลือกตั้งแต่รัฐธรรมนูญเป็นอย่างที่ทราบกันอยู่ก็จะอึมครึมไม่มากก็น้อย”  รศ.โคทม​  กล่าว

ทั้งนี้​ “รศ.โคทม”​ ยืนยันว่า​ กระบวนการนี้ไม่เกี่ยวโยงกับการแก้รัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้งแต่อย่างใด​ โดยมี​ 3​ ประเด็นที่สามารถทำได้เลยทันทีคือ​  1.ประชาชนนำ​ 5หมื่นรายชื่อ ​ 2.รัฐสภามีมติเสนอ​ครม.ทำประชามติได้หรือไม่​ และ3.ครม.​เห็นชอบ​โดยไม่ต้องรอ 5 หมื่นรายชื่อและรัฐสภา​ ถ้าอยากทำก็ทำได้ทันที

“ปลายทางของเราไม่ได้อยากได้รัฐธรรมนูญที่มาจากภาคประชาชน​ ภาคธุรกิจ​ ราชการ​ ​นักการเมือง​ ถ้าจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนต้องเป็นความเห็นพ้องของทุกฝ่าย​ ผมเห็นว่า​ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางรวมทั้งพยายามต่อสิ่งละอันพันละน้อยของรัฐธรรมนูญ​ ซึ่งเดี๋ยวก็อึดอัดขัดข้องกันเปล่าๆ​ ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับกระทัดรัดใส่หลักการใหญ่ๆไว้มันก็อาจมีความยั่งยืนมากขึ้น​ที่ผ่านมาเราชอบใส่รายละเอียดมากขึ้น​ ลองสังเกตดูว่ารัฐธรรมนูญมีมาตราเพิ่มมากขึ้น​” รศ.โคทม​ กล่าว​

ธรรมนัสปั้น “ประวิตร” เทียบดาวฤกษ์ ไม่พึ่งน้องตู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486407

02 ต.ค. 2564 |19:00 น.

วัดกำลังไม่เลิกรา ธรรมนัสหามแห่ “ประวิตร” สร้างภาพพี่ใหญ่ขวัญใจชาวบ้าน มีแสงในตัวเทียบดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวเคราะห์พึ่งพาบารมี น้องตู่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ขบวนแห่ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ซ้ำรอยครั้งที่เดินทางไปอยุธยา เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขน ส.ส.ภาคเหนือ ภาคกลาง และ กทม. รวมกับเจ้าถิ่นไปต้อนรับเกือบ 30 คน

แม้ “พล.อ.ประวิตร” บอกว่า การลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน แต่การขน ส.ส.ทีละ 20-30 คนไปเชียร์หัวหน้าพรรคนั้น มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการโชว์กำลัง โชว์บารมี

ร.อ.ธรรมนัส กำลังปั้น “พล.อ.ประวิตร” ให้มีภาพของ “ลุงป้อมใจดี” ชาวบ้านขออะไรก็ได้ เหมือนสมัยหนึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จัดโปรแกรมให้ “ลุงป้อมคืนโฉนดที่ดิน”

ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประวิตร จะนำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ ที่นครราชสีมา ทีมงานของ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ขึ้นป้ายต้อนรับริมถนน “ชาวตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย ยินดีต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” แถมยังมีป้ายขอบคุณบิ๊กป้อม พร้อมข้อความที่ว่า “ท่านจะอยู่ในหัวใจพวกเราตลอดไป”

อ.โนนไทย เป็นฐานเสียงของวิรัช รัตนเศรษฐ โดยมี ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็น ส.ส.เขต 4 แทนมารดา ทัศนียา รัตนเศรษฐ ที่ย้ายไปลงสมัครอีกเขตหนึ่ง

‘ผู้กองไม่ยอมตาย’

วันที่ “พล.อ.ประวิตร” ไปตรวจราชการที่อยุธยา และนครราชสีมา ได้สะท้อนบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และ วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ในการสร้างภาพของหัวหน้าพรรค ให้เป็นศูนย์รวมของ ส.ส.พลังประชารัฐทั้งพรรค

ตอนที่บิ๊กป้อมไปอยุธยา ส.ส.นครราชสีมา 6 คน ก็ยกขบวนมาตามเชียร์ ไม่ว่าจะเป็นเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.เขต 1,ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 4 ,อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 6 ,ทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 7 ,ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.เขต 8 และสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ส.ส.เขต 10

ตรงกันข้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาตรวจสภาพน้ำท่วมที่ชัยภูมิ ส.ส.โคราช พลังประชารัฐ ไม่มีใครโผล่หน้าไปรับนายกฯสักคน มีเพียง ส.ส.ชัยภูมิ 2 คน สายกลุ่มสามมิตร ที่มารอรับในฐานะเจ้าของบ้าน

ส่วน เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หิ้วลูกชาย วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น มารับหัวหน้าพรรค แต่ไม่ไปชัยภูมิ ต้อนรับนายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกัน ส.ส.สายตรงธรรมนัส ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง ก็ตีรถยาวๆ มารับบิ๊กป้อมที่โคราช

ส่วน ส.ส.กทม. อย่าง สิระ เจนจาคะ,พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และจักรพันธ์ พรนิมิตร รวมถึง สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ,ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ก็ล้วนแต่ใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส

วิรัชพยายามบอกว่า ไม่ได้วัดกำลัง แต่สิ่งที่ปรากฏในโคราช เห็นชัดว่า พวกเขากำลังท้าพิสูจน์ทฤษฎี “นายป้อม” คือดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่พึ่งพาแสงจากบิ๊กตู่

‘ลุงป้อมออนทัวร์’

คิวต่อไปของ “พล.อ.ประวิตร” อาจไปเยือนขอนแก่น ตามคำเชิญของเอกราช ช่างเหลา ซึ่งตามแผนของ ร.อ.ธรรมนัส จะต้องให้หัวหน้าพรรค ออกไปพบประชาชนมากขึ้น

ถ้าจำกันได้ ช่วงปี 2561-2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปฉช.ตร.) ได้พา พล.อ.ประวิตร เดินสายมอบคืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทั่วประเทศ

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ เซ็นคำสั่งให้ พล.อ.ประวิตร ดูแล 4 กรมในกระทรวงเกษตรฯ เชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องจัดคิวให้บิ๊กป้อมเดินสายไปมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร

เนื่องจากช่วงที่ธรรมนัส เป็น รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดิน และหนี้สินชาวอีสาน จนได้ใจแกนนำผู้นำเกษตรกร ทั้งสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน, สมัชชาคนจน และสมัชชาเกษตรกร 4 ภาค

ดังนั้น กระบวนการสร้างภาพ “ลุงป้อม” ให้เป็นขวัญใจเกษตรกร ก็จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันยุบสภา

“การเมืองร้อน” โผครม.สะพัดรายวัน เงื่อนไขเปิดสมัยประชุมเดือนหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486327

02 ต.ค. 2564 |10:00 น.

“การเมืองร้อน” เดือนตุลา เขย่าปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์2/5 เดิมพันอนาคตรัฐบาล รับเปิดสมัยประชุมเดือนพฤศจิกายนนี้

"การเมืองร้อน" โผครม.สะพัดรายวัน เงื่อนไขเปิดสมัยประชุมเดือนหน้า“การเมืองร้อน” โผครม.สะพัดรายวัน เงื่อนไขเปิดสมัยประชุมเดือนหน้า

ข่าวนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ควบเก้าอี้รมว.พลังงาน แทนนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ แม้ได้รับการปฏิเสธจาก ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะลูกชายว่าไม่เป็นความจริงแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้และมีความหมายในทางการเมือง หากยังจำกันได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ออกอาการไม่พอใจที่ นายกฯ มีข้อสั่งการให้พี่ใหญ่ ไปดูแลงานในกระทรวงเกษตรฯ ถึงขั้นบ่นผ่านสื่อในทำนองว่าพรรคพลังประชารัฐ ควรจัดการปัญหาให้จบ ภายใน ไม่รุ่มร่ามจนไปกระทบพรรคร่วม ข้อสั่งการของนายกฯวันที่28 กันยา ว่ากันว่าเป็นการฝากเผือกร้อนไว้กับพลเอกประวิตร  
 

จะว่าไป ชื่อชั้นของศุภชัย เคยถูกวางเป็นแคนดิเดทนายกฯมาแล้ว เรื่องดีกรี ถือว่าไม่มีปัญหา แต่ก็มีคำถามว่า จู่ๆมีชื่อโผล่ขึ้นมาหมายความว่าอย่างไร มีคำถามต่อไปอีกว่าเป็นปฏิกิริยา หลังจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตั้งคำถาม ต่อคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กันยา ใช่หรือไม่  

"การเมืองร้อน" โผครม.สะพัดรายวัน เงื่อนไขเปิดสมัยประชุมเดือนหน้า“การเมืองร้อน” โผครม.สะพัดรายวัน เงื่อนไขเปิดสมัยประชุมเดือนหน้า

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย มักปรากฏให้เห็นในเดือนตุลา การเปิดสมัยประชุมสภาเดือนพฤศจิกา ทำให้การปรับคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 2/5 มีเวลาแค่เดือนนี้ ไผ่ ลิกค์ ถูกขึ้นลิสต์ รัฐมนตรี ไปนั่งเก้าอี้แทนร้อยเอกธรรมนัส ก็ยังไม่แน่ชัด
ว่าจะได้รับอนุมติจาก นายกรัฐมนตรีหรือไม่  ผนวกกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มส.ส.ปักษ์ใต้ นั่นเป็นเหตุปัจจัยที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางการเมือง ประการที่1    

พรรคพลังประชารัฐเท่านั้นที่มีปัญหาเรื่องเก้าอี้ พรรคร่วมรัฐบาลอื่นไม่มี  เป็นไปได้หรือไม่  พรรคภูมิใจไทยมีส.ส.ย้ายเข้ามาเพิ่ม จนแซงขึ้นเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อันดับ2  ตามสัดส่วน ก็ควรได้เก้าเก้าอี้เพิ่ม  ปรับครม.ครั้งที่ผ่านมา อุตส่าห์นิ่งเฉย จะไม่เกรงใจกันเลย กระนั้นหรือ  นี่ก็นับเป็นปัญหาประการที่2     ยังไม่นับ พรรคเล็กพรรคน้อย ที่ต้องคอยเอาอกเอาใจ   การรักษาสถานภาพทางการเมือง นับต่อจากนี้ อาจจะไม่ผิดปากจากที่อดีตนายกฯทักษิณพูดไว้  นอกจากต้องใช้กล้วยเครือใหญ่ๆ  สุดท้ายอาจไปต่อไม่ได้  ต้องตัดสินใจยุบสภา   

พรรคทางลัด “ปลัดฉิ่ง” คว้าเศรษฐกิจใหม่ หนุนประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486262

01 ต.ค. 2564 |19:00 น.

เปิดตัวพรรคหนุนลุงตู่ “ปลัดฉิ่ง” แนวโน้มเลือกทางลัด คว้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ มี ส.ส.ในมือ 5 คน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มีความชัดเจนมากขึ้น “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่อำลาคลองหลอดไปหมาดๆ สำหรับเส้นทางใหม่ของข้าราชการเกษียณ

ข่าว “ปลัดฉิ่ง” จะตั้งพรรคการเมืองนั้น เริ่มมีคนพูดถึงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว กระทั่ง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มายืนยันความเป็นไปได้เมื่อปลายเดือน ก.ย.นี้

นาทีนี้ ผู้คนยังสับสนว่า “ปลัดฉิ่ง” จะเลือกใช้บริการพรรคไหน ระหว่างพรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคเศรษฐกิจใหม่

ล่าสุด ภายในเดือน ต.ค.นี้ มีกระแสข่าวแกนนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ พร้อมเปิดตัวต้อนรับสมาชิกพรรคคนใหม่ชื่อ ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย

แวดวงการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านรับรู้กันว่า พรรคการเมืองของ “ปลัดฉิ่ง” จะมาแบก พล.อ.ประยุทธ์ ไปสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัย และจะเป็นพรรคคู่ขนานของพรรคพลังประชารัฐ

ไม่น่าแปลกใจ เอกราช ช่างเหลา แกนนำกลุ่มเพื่อนธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซีไทยเกี่ยวกับพรรคปลัดฉิ่ง ด้วยน้ำเสียงไม่ตื่นเต้น

“คนข้างนอกคิดว่าสร้างพรรคมันง่าย ส่วนใหญ่โดนหลอกกันหมด พวกข้าราชการมาตั้งพรรค เจ๊งหมด เจอนักเลือกตั้งเขี้ยวลากดิน ก็ต้องบอกว่าอย่าเคลิ้ม แต่ผมสนับสนุนให้ตั้งพรรคนะ จะได้รู้ว่าของจริงเป็นอย่างไร”

‘นอมินีทุนใหญ่’

พรรคเศรษฐกิจไทย ได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นพรรคของ “ปลัดฉิ่ง” มาตั้งแต่แรก ซึ่งมีการดำเนินการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง ลำดับที่ 73 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก 18 คน ประสงค์ วรารัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค เมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค

สำนักงาน กกต.เผยแพร่ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ เมื่อ 8 ก.ย.2564 พบชื่อรัชนี ศิวเวชช รองหัวหน้าพรรค ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และเมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค เหลือกรรมการบริหารพรรค 13 คน

ปัจจุบัน พรรคเศรษฐกิจไทย มีสมาชิก 8,759 ราย มีสาขาพรรค 7 แห่ง ส่วนที่ตั้งพรรคอยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

ที่น่าสนใจ รัชนี ศิวเวชช รองหัวหน้าพรรค ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรค มีความสัมพันธ์กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ซึ่งบุคคลคนนี้เป็นนักธุรกิจใหญ่ ถูกเชิญเข้าไปอยู่พรรคเก่าแก่ในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่

‘เทคโอเวอร์พรรค’

สำหรับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีข่าวหนาหูว่า “ปลัดฉิ่ง” จะเข้าไปเทคโอเวอร์นั้น ปัจจุบัน มีสถานะเป็นฝ่ายอิสระ มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน เชียร์รัฐบาล และอีก 1 คน อยู่ทางฝ่ายค้าน

วันที่ 30 ม.ค.2563 สุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ทำหนังสือ ถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อทำงานอิสระตามแนวทางของพรรค

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ขายฝันการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดนชาวบ้านและมีจุดยืนไม่เอาเผด็จการ จึงมีประชาชนเลือกพรรคเศรษฐกิจใหม่ จนได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 คน

วันนี้ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยังยืนยันจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตย ขณะที่ สุภดิช อากาศฤกษ์, นิยม วิวรรธนดิฐกุล, ภาสกร เงินเจริญกุล,มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ให้การสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล

ว่ากันว่า แกนนำตัวจริงพรรคเศรษฐกิจใหม่ กับพรรคเศรษฐกิจไทย ต่างก็รู้จักกันดี ไม่ว่า “ปลัดฉิ่ง” จะเลือกพรรคไหน ก็รับประกันหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อย่างแน่นอน

พลังประชารัฐ หนุน “ประยุทธ์” เกมลับในมือ “ธรรมนัส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486230

01 ต.ค. 2564 |16:00 น.

โหมโรงเลือกตั้ง เกมหนุน “ประยุทธ์” ลับลวงล่อ จะเชื่อใจใคร พปชร.ในมือ “ธรรมนัส” หรือพรรคใหม่ปลัดฉิ่ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พลันที่มีชื่อพรรคปลัดฉิ่งกระฉ่อนเมือง จู่ๆก็มีข่าวพรรคพลังประชารัฐ ประกาศหนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ท่าทีหนุน “พล.อ.ประยุทธ์” แต่ไก่โห่ ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เหมือนต้องการจบข่าวความขัดแย้งของ 3ป. ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่พรรคโดยภาพรวม

สัมพันธภาพของ “ประยุทธ์-ธรรมนัส” เหมือนไฟสุมขอน แม้จะมีคำสั่งอภินิหารให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯแล้วก็ตาม

มือแจกข่าวของพลังประชารัฐ ได้โค้ดคำพูดของ พล.อ.ประวิตร “ผมยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนายกฯเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ลุงตู่อยู่กับเรา จะไปไหน ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่ง ไปไหนกันไม่ได้ ไม่มีแตกแยก ไม่ขัดแย้ง”

วันที่ 1 ต.ค.2564 นักข่าวเจอหน้า พล.อ.ประวิตร พยายามสอบถามข่าวพลังประชารัฐ หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง ปรากฏว่า บิ๊กป้อมไม่ตอบ เดินหนีนักข่าวไปเลย

บ่ายวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร เดินทางไปยังเทศบาลตำบลบัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมี ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐทั้ง 6 คน มาต้อนรับ

‘เสนอชื่อนายกฯ’

เหมือนเรื่องบังเอิญ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนรัก “พล.อ.ประยุทธ์” ชิงเปิดเกมพรรคปลัดฉิ่ง เขย่าพลังประชารัฐภาคใต้ ตามมาด้วย ส.ส.ใต้บางคนขานรับเรื่องกระแสความนิยมในตัวบิ๊กตู่

จังหวะเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เรียกประชุมหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาค หารือถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น และเพื่อวางกลยุทธ์เลือกตั้งใหญ่ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ แถมมีเรื่องหนุน “ประยุทธ์” เป็นนายกฯ

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่งไปก่อนหน้านี้ว่า หัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์พรรค จะเรียกประชุมหัวหน้าภาค เตรียมการเลือกตั้ง

พรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง เป็นบัตรสองใบ เพราะพรรคจะใหญ่ขึ้น ร.อ.ธรรมนัส พูดกลางที่ประชุมใหญ่พรรคฯว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะได้ ส.ส.มากกว่า 150 เสียง จากปัจจุบันมี 122 เสียง

นับแต่ก้าวเป็นเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัสย้ำว่า พรรคจะทำนโยบายใหม่ และให้ ส.ส.ลงทำงานพื้นที่มากขึ้น แต่ไม่เคยเอ่ยถึงว่า จะหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย

กระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่งว่า หลังเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้ชี้ขาด

‘สายธรรมนัส’

หลังศึกซักฟอก มีกระแสข่าว “พล.อ.ประยุทธ์” จะเข้ามายึดพรรคพลังประชารัฐ และกดดันให้ พล.อ.ประวิตร ปลด ร.อ.ธรรมนัส ออกจากเลขาธิการพรรค เมื่อมีการตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ ข่าวดังกล่าวก็เงียบหายไป

สำหรับการประชุมเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น และเลือกตั้งทั่วไปที่บ้านป่ารอยต่อ ไร้เงาคณะกรรมการบริหารพรรคระดับบิ๊กๆอีกหลายคน แต่มี ส.ส.ระดับหัวหน้าภาคทั้ง 9 ภาคเข้าร่วมประชุม

ร.อ.ธรรมนัส ได้แบ่งการรับผิดชอบ ส.ส.เหมือนโครงสร้างตำรวจ มี 9 ภาค และโดยมีภาค กทม. เป็นภาคที่ 10 ก็เหมือนตำรวจนครบาล

รายชื่อหัวหน้าภาคส่วนใหญ่อยู่ในเครือข่าย “ธรรมนัส-วิรัช-สันติ” ประกอบด้วย ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ ,ฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว ,สุชาติ อุตสาหะ ส.ส. เพชรบุรี ,ทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา ,เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ , จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ,รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา

ระดับหัวหน้าภาค ไม่มี ส.ส.อาวุโส จากกลุ่มสามมิตรแม้แต่คนเดียว ยกตัวอย่างภาคตะวันตก ร.อ.ธรรมนัส ตั้ง สุชาติ อุตสาหะ ส.ส.เพชรบุรี สมัยแรก แทนที่จะเป็นบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี 3 สมัย สายกลุ่มสามมิตร

แม้แต่ ส.ส.กลุ่มพลังชล และกลุ่มเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น ที่มีอาวุโสพอจะเป็นหัวหน้าภาคได้ ก็ไม่มีชื่อเช่นกัน

ดังนั้น ศึกภายในพลังประชารัฐ ดูเหมือนสงบลงชั่วคราว แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความระแวงแคลงใจ พวกใครพวกมัน รอวันปะทุเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่