แค่ลุ้น “ปรับครม.” พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486215

01 ต.ค. 2564 |14:00 น.

“ปรับครม.” รออีกนานไหม ส.ส.ปักษ์ใต้พลังประชารัฐปั่นป่วน เคลื่อนไหวเรียกร้องต่อรองเก้าอี้ ลุ้นตำแหน่งรัฐมนตรี ปูฐานทางการเมือง

แค่ลุ้น "ปรับครม." พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุขแค่ลุ้น “ปรับครม.” พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุข

หากยังจำกันได้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐเคยเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรื่องการปรับสลับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี โดยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ไปดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย เสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 
ไปดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข อ้างว่าการกระจายวัคซีนให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ทันท่วงที่ แม้จะจบลงด้วยการฮาราคีรี แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีความเคลื่อนไหวต้องการขวัญและกำลังใจในการทำพื้นที่ 

แค่ลุ้น "ปรับครม." พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุขแค่ลุ้น “ปรับครม.” พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุข

ท่าทีของพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าเตรียมนำ14 ส.ส.ใต้ มาสังกัดพรรคที่กำลังจะตั้งขึ้นใหม่ อ้างถึงปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าเป็นโต้โผในการจัดตั้งพรรคการเมืองเมืองใหม่นี้ ซึ่งเจ้าตัวออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะมาพิจารณาเรื่องนี้  ไม่ได้ดำเนินการกิจการใด ๆ ทางการเมือง แต่จะขอทำหน้าที่พลเมืองดีในด้านอื่น 
กระแสพรรคพลังประชารัฐในสงขลา ตกต่ำอย่างหนัก พลพรรคสีฟ้า กำลังรุกทำแต้ม เพื่อยึดคืนพื้นที่กลับมา นี่เป็นข้อมูลจากการสอบถามคนในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวของพ.อ.สุชาติ จึงถูกมองเป็นความพยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย 
 

แค่ลุ้น "ปรับครม." พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุขแค่ลุ้น “ปรับครม.” พปชร.ก็ระส่ำ ทำส.ส.ปักษ์ใต้ อยู่ไม่เป็นสุข

การมอบหมายพลเอกประวิตร คุมสี่กรม ในกระทรวงเกษตรฯ งานเดิมของร้อยเอกธรรมนัส และดึงงานกระทรวงเกษตรฯกลับมาอยู่ในอาณัติ สร้างความไม่พอใจให้กับรองนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกับออกปากว่าพรรคพลังประชารัฐ ควรแก้ปัญหาการเมืองภายในพรรค  ไม่ทะลักออกมาเป็นปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล มีคำถามว่าการปรับคณะรัฐมนตรี กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ หรือไม่  มีการแบ่งงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใหม่ เป็นคำตอบ  ความพยายามเข้าไปทำหน้าที่บริหารเป็นความต้องการของนักการเมือง  ยิ่งในพรรคขนาดใหญ่  อุดมไปด้วยกลุ่มมุ้งที่กวาดต้อนเข้ามา เป็นธรรมดาที่จะมีความเคลื่อนไหว ต่อรองเก้าอี้กันต่อไป  ตราบใดที่ยังมีระบบโควต้า  ตราบใดที่รัฐนาวาลำนี้ยังแล่นอยู่ในกระแสเมือง 

เดือน”ตุลาอาถรรพ์” จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485618

01 ต.ค. 2564 |08:00 น.

เข้าสู่ เดือนตุลา มีหลายเหตุการณ์ทางการเมืองควรรำลึก ทว่า ขั้วไม่เอา “ลุงตู่” จุดพลุ”ตุลาอาถรรพ์” หวังหาทางเชื่อมโยงเขย่าเก้าอี้นายกฯ แม้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล เจาะประเด็นร้อน / อสนีบาต

ตอนนี้คนการเมืองและผู้ที่สนใจความเป็นไปของไทยทั้งในและนอกประเทศ จับอาการ 3ป. “พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม , “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “รองนายรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ,”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา “รมว.มหาดไทยว่า จะวางจังหวะการเมืองอย่างไร ด้วยสถานการณ์ที่กำลังก้าวข้ามกันยายนเข้าสู่ตุลาคม ตามที่ขั้วตรงข้ามขีดเส้นนี่คือ“ตุลาอาถรรพ์” 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะตรวจสภาพพื้นที่"น้ำท่วม"สุโขทัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะตรวจสภาพพื้นที่”น้ำท่วม”สุโขทัย

อย่าได้แปลกใจอาการของฝ่ายบริหาร ทั้ง 3 ป. และพลพรรคต้องปรับตารางลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อตรวจราชการ,ดูความคืบหน้าการรักษาโรคโควิด-19,กระชับสัมพันธ์ผู้แทนฯ พปชร.

ยิ่งตอนนี้กระแสลมและพายุฝนกำลังกระหน่ำหลายพื้นที่(ไม่แพ้มรสุมการเมืองในค่ายพปชร.ในช่วงนี้) ตรงนี้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยพลัน เพราะหากยังเกิดรอยปริใหม่ปรากฏในห้วงนี้ กระแสนิยมของพปชร.ในฐานะแกนนำตั้งรัฐบาลชุดนี้ รับรองไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี-หนีไม่พ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนการเมืองจากขั้วตรงข้ามรัฐบาลผสมโรงขย้ำกระแสรอยแตกของพปชร.เรื่องยุบสภาอยู่เนืองๆ หลังกระแสข่าวนี้กระพือ-ดับลง-กระพือใหม่เป็นระยะเกี่ยวกับอายุรัฐบาลจะยุบสภาปีหน้า-ปีโน้น-ครบวาระสี่ปี

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เพราะมักมีข่าวว่าพ่อบ้านพรรคพลังประชารัฐที่ชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ย้ำกับส.ส.พปชร.ว่า“ต้องเตรียมตัวลงพื้นที่ให้ดีเพราะปี 2565น่าจะยุบสภา  และไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปขายชาวบ้าน ดีไม่ดีจะแพ้พรรคก้าวไกล”

แต่กระบอกเสียงรัฐบาลที่ชื่อ”ธนกร วังบุญคงชนะ” ให้การย้อนแย้งกับสิ่งที่”ผู้กองตุ๋ย”สื่อความว่า “ลุงตู่อยู่ครบสี่ปี” ส่วน”ลุงป้อม”ในฐานะเบอร์หนึ่งของ3 ป.ก็บอกแบบงงๆว่า“เลือกตั้งปีหน้า เอ้ย..ปีนู้น”

แบบนี้..ควรฟังและเชื่อใครดีกว่ากัน

แต่หากมองจากปฏิทินการเมืองตั้งแต่”เดือนตุลาคม”เป็นต้นไปนั้น ความเป็นไปได้จะเป็นอย่างไรกับการอ่านใจการเดินหมากการเมืองของหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ ต้องประเมินเคียงคู่ไปด้วย เริ่มตั้งแต่…….


การขยับของมวลชนนอกสภาและในโลกออนไลน์ที่ต่อต้าน”ลุงตู่” แน่นอน กลุ่มมวลชนใช้วิธีการกางปฏิทิน เฟ้นหาวาระสำคัญของเดือนนั้นๆปีนั้นๆ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ล้มรัฐบาลแบบเดิมๆ

เดือน"ตุลาอาถรรพ์" จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่เดือน”ตุลาอาถรรพ์” จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่

อย่างเดือนตุลา จะมีกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ไปถึงการรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516  ซึ่งกลุ่มนักศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร แน่นอน ย่อมมีมีการนำเหตุการณ์เหล่านี้มาใช้เคลื่อนไหวให้โยงถึงรัฐบาลปัจจุบัน และเป็นที่แน่ชัดอยู่แล้ว กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เคยฝากความทรงจำปักหมุดชุมนุมใหญ่พ่วงกับข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันก็ล้วนเกิดขึ้นครั้งใหญ่เมื่อเดือนตุลาคมปี 2563 จึงต้องมาในแนวรำลึกครบรอบ 1 ปี การชุมนุมใหญ่ “ตุลาอาถรรพ์”

แต่อย่าลืมว่า สภาพของการรวมตัวเคลื่อนไหวถูกลดทอนในตัวเองไปมากอันเนื่องมาจากการสร้างภาพจำให้สังคมเห็นแต่นิยมความรุนแรงซึ่งเป็นผลงานของกลุ่มคนบางกลุ่ม ไร้ซึ่งอุดมการณ์ประชาธิปไตยกระทบไปถึงการเคลื่อนไหวมวลชนในภาพรวมไปด้วย     

เดือน"ตุลาอาถรรพ์" จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่เดือน”ตุลาอาถรรพ์” จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่

อีกทั้ง สภาพการขับเคลื่อนของกลุ่มเคลื่อนไหวนอกสภาที่อาจไม่ได้เรียนรู้ซึ้งถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางการเมืองในยุคอดีตอย่างแท้จริง ยิ่งทำให้ขาดความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวเกิดภาวะแผ่วลงเรื่อยๆ  เพราะสังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับวิธีรุนแรงและแกนนำ-ผู้ชุมนุมทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหากันเรื่อยๆ แบบนี้ก็เข้าทาง “ลุงตู่”ที่จะคุมสถานการณ์ป่วนเมืองจากขั้วตรงข้ามได้ง่ายขึ้น

การเลื่อนการเปิดประเทศภายใน 120 วันที่(เริ่มวันที่16มิ.ย.-สิ้นสุดวันที่13ต.ค.2564)และไม่นานมานี้จะครบกำหนดวันเวลาดังกล่าวแล้ว แต่ประเมินแล้วน่าจะขยายเวลาไปอีกเพราะบางอย่างยังไม่พร้อมเท่าที่ควร รวมทั้งการคลายล็อกในบางเรื่องให้สังคมจัดกิจกรรมได้บ้าง แต่ต้องดูการฉีดวัคซีนและการระบาดของไวรัสโควิด-19เคียงคู่กันว่าจะคุมได้ตามเป้าหรือไม่

1ตุลาคม งบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 เริ่มบังคับใช้ และการขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มเป็น 70% เพื่อเตรียมการกู้เงินต่อหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าการขยายเพดานหนี้สาธารณะครั้งนี้เป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการคลังในการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ซึ่งอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องมาปี 2564 รัฐบาลได้ใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19มาส่วนหนึ่งแล้ว

ตรงนี้เชื่อว่าไม่ว่าใครมาเป็นแกนนำรัฐบาลต้องเลือกวิธีนี้แก้ปัญหาการเงิน/การคลังของประเทศ และรอว่า”ลุงตู่”จะกู้เงินก้อนใหม่หรือไม่และจะมีแผนช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายพัฒนาประเทศในยุคโควิด-19ระบาดทั่วโลกอย่างไร

“1ตุลาคม” คือวันเริ่มงานของข้าราชการ-ทหาร-ตำรวจที่เป็นไปตามโผที่”ลุงตู่”และทีมงานวางไว้แบบไม่แปรเปลี่ยน ตรงนี้จะเป็นกำลังหลักของรัฐบาลในการเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ

ตุลาคมเป็นต้นไปต้องติดตามว่า จะมีการปรับปรุงครม.หรือไม่หลังจาก”ร.อ.ธรรมนัส” พ้นเก้าอี้รมช.เกษตรและสหกรณ์ไปแล้ว รวมทั้งดร.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์”ก็จากเก้าอี้รมช.แรงงานไปเพราะเหตุ “กบฏ4กันยา”  ตอนนี้สื่อบางแขนงมีรายงานแรงขยับในพปชร.เกี่ยวกับครม.ชุดใหม่เสนอต่อสังคมเป็นระยะ แต่มองแล้ว”ลุงตู่”น่าจะยังสงบในวาระนี้จนกว่าจะเช็คบิลขบวนการล้มรัฐบาลให้เสร็จสิ้นก่อน

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ตุลาคมเป็นต้นไปต้องลุ้นว่า กรณีที่ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ” อดีตส.ว.และสมาชิกพรรคพปชร.จุดประเด็นว่ากรณีที่รัฐสภาลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้น เมื่อมาตรวจสอบพบว่า บทบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ อาจมีความขัดแย้งกับบทบัญญัติเดิม บางมาตรา ตรงนี้ต้องลุ้นว่าจะออกหัว-ออกก้อย    เพราะหากมีการตีความว่า ขัดหลักการที่เสนอไว้ กติกาเดิมคือรัฐธรรมนูญ2560ก็จะไร้การแก้ไข ตรงนี้จะมีผล อย่างไรกับทุกพรรค…

“ตุลาคม”เป็นต้นไป ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่มีการลงมติ และรอถึงกลางปีหน้าจึงจะเปิดศึกซักฟอกรัฐบาลแบบลงมติได้เป็นวาระสุดท้าย    

เดือน"ตุลาอาถรรพ์" จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่เดือน”ตุลาอาถรรพ์” จ้องเขย่าซ้ำเก้าอี้นายกฯ ลุงตู่

เมื่อบวกกับสิ่งที่“สุทิน คลังแสง “ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย จุดวาระใหม่ขึ้นมาในกรณีที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง” 

โดยหากนับการดำรงตำแหน่งของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 จะครบ 8 ปี ในปี 2565 ว่า ประเทศไทยก็มักจะตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัยเยอะ จึงทำให้มีการตีได้ 2 แนวทาง คือ 1.การดำรงตำแหน่งนายกฯ จะมีผลตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้เป็นต้นไป หากตีความแบบนี้จะหมายความว่าไม่นับรวมอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนปี 2560 ดังนั้นจะครบ 8 ปีในปี 2567

และ 2.ตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือต้องนับอายุการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เป็นนายกฯ เป็นต้นมา ซึ่งก็คือจะครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคม 2565

รอดูว่าจะมีการตีความอย่างไรกับเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 

แต่มองแล้วฝ่ายวินิจฉัยน่าจะตีความว่า มาตรานี้แห่งกฎหมายหลักของประเทศ มีผลใช้บังคับตั้งแต่ประกาศบังคับใช้ และไม่ส่งผลย้อนหลัง….ซึ่งทำให้การจุดพลุหวังเปิดประเด็นใหม่ของฝ่ายเพื่อไทย กลายเป็น”มุขแป้ก”ไปก็ได้ 

เอาหล่ะ ข้ามถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน คือวันเลือกตั้งอบต.ทั่วไทย กว่า5.3 พันแห่ง ที่จะเป็นจุดวัดดวงว่าพรรคใดจะครอบพื้นที่ระดับเซลล์ต้นทางการเมืองและวัดกระแสของแต่ละพรรคไปขั้นต้นด้วย และจากนั้นรอลุ้นว่าการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและผู้ว่าฯกทม.จะเริ่มเมื่อใด

ธันวาคมปีนี้-ปีหน้า ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค และใครบางคนไม่ลืมว่าครั้งก่อนหน้านั้นที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกเวทีนี้” ทักษิณ ชินวัตร”  อาศัยจังหวะนี้โกยแต้มไปแบบมโหฬารจนก่อเกิดกระแสไทยรักไทยฟีเวอร์(บวกกับผลงานอื่นๆของรัฐบาลไทยรักไทยชุดที่1ด้วย) จนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากการเลือกตั้งหลังการประชุมคราวนี้

แม้คราวนี้”ลุงตู่”จะจัดประชุมแบบเว้นระยะห่าง(วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นหลัก) แต่ด้วยฐานะเจ้าภาพต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

แบบนี้โอกาสยุบสภาก่อนนั้น น่าจะมีน้ำหนักน้อยเพราะประเทศเจ้าภาพนั้นควรเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและไม่ควรเป็นรัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลชั่วคราว

รัฐบาลจะครบวาระสี่ปีช่วงมีนาคม2566 หากสถานการณ์หลักของรัฐบาลไม่กระเพื่อม โอกาสที่“ลุงตู่”จะอยู่ยาวมีสูงอยู่ เว้นแต่มีปัจจัยแปรผันขั้นรุนแรงที่จะปัดรัฐนาวาลำนี้ให้ล่มกลางทาง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ดังนั้นหากใครสวมวิญญาณ”ลุงตู่”ในการนั่งเเท่นสร.1ยามนี้น่าจะทบทวนประวัติศาสตร์การเมืองให้รอบด้าน เพราะบทเรียนจากอดีตนายกฯเเต่ละชีวิตในช่วงปลายรัฐบาลนั้น ต้องคิดให้รอบคอบเพราะเเต่ละคนบทปิดฉากเเตกต่างกันยิ่งนัก

14 ส.ส.ใต้ไม่ทิ้ง “พล.อ.ประวิตร” หนุนประยุทธ์ อนาคตเปลี่ยนได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486098

30 ก.ย. 2564 |18:00 น.

ด้ามขวานหัก “พล.อ.ประวิตร” เจอเพื่อนประยุทธ์หักเหลี่ยม ทิ้ง พปชร. 14 ส.ส.ใต้ปั่นป่วน เลือกข้างไหน พี่ป้อมหรือน้องตู่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นไปตามความคาดหมาย ทีมงานของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แจกข่าว “บิ๊กป้อมฉุนสุชาติ” หลังกรณี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แถลงข่าวลาออกจากพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับปลัดฉิ่ง

แน่นอน “พล.อ.ประวิตร” ย่อมไม่พอใจ พ.อ.สุชาติ ที่ให้สัมภาษณ์ทำนองไม่ได้รับความเหลียวแลจากพรรค แถมว่าบอกว่าไม่ได้คุยกับบิ๊กป้อมมานานแล้ว

จะว่าไปแล้ว “พล.อ.ประวิตร” กับ พ.อ.สุชาติ ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมากนัก แต่การเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ก็อนุญาตให้ใช้ชื่อพลังประชารัฐ หาเสียงได้

สำหรับ ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคใต้ 14 คน(เดิมทีมี 13 คน และได้รับเลือกซ่อมเข้ามา 1 คน) มีบางรายให้สัมภาษณ์แล้วว่า จะไม่ตาม พ.อ.สุชาติ ไปพรรคใหม่ ยังอยู่กับบิ๊กตู่และบิ๊กป้อม

ด้าน สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เปิดใจว่า ยังสังกัดพลังประชารัฐ แต่ในอนาคต พรรคไหนที่ชูบิ๊กตู่เป็นนายกฯ ก็จะอยู่กับพรรคนั้น

‘แม่ทัพภาคใต้’

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “พล.อ.ประวิตร” เสมือนแม่ทัพใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ นั่งบัญชาการอยู่ในบ้านป่ารอยต่อฯ นักการเมืองทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า พาเหรดเข้าพบทุกวัน

ยกเว้นสมรภูมิภาคใต้ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไม่มีอดีต ส.ส. หรือนักการเมืองเขี้ยวลากดินเหมือนภาคอื่น คณะทำงานการเมืองส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายเพื่อนประยุทธ์

ทีมงานเสนาธิการภาคใต้ของพลังประชารัฐ ที่เปิดเผยตัวมีอยู่จำนวน 9 คน ประกอบด้วย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ (ตท.12) ,พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ (ตท.12), พล.อ.บุญธรรม โอริส ,พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาค 4, ภาณุ อุทัยรัตน์, อับดุลฮาริม มินซาร์ ,อนุมัติ อาหมัด ,สวัสดิ์ สมัครพงศ์ และ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล (ตท.12)

จบการเลือกตั้ง ส.ส. คณะเสนาธิการภาคใต้ 8 คน ได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว. และมีเพียง พ.อ.สุชาติ คนเดียวที่ไม่ขอรับตำแหน่ง ส.ว. เพราะเตรียมจะลงสมัครนายก อบจ.สงขลา

ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล ทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง หนึ่งในทีมงานของ พ.อ.สุชาติ ได้รวบรวมเพื่อน ส.ส.ใต้ทั้งหมด ในชื่อกลุ่มด้ามขวานไทย แต่ไม่ทันถึงปี กลุ่มด้ามขวานไทยก็เหลือแต่ชื่อ

เนื่องจาก ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคใต้ ถูกดึงตัวไปสังกัดซุ้มโน้นซุ้มนี้ หลายคนไปเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส และอีกส่วนหนึ่งก็อยู่กับกลุ่มสามมิตร

‘ใครอยู่ใครไป’

หลังเกิดรัฐประหารในพรรคพลังประชารัฐ “พล.อ.ประวิตร” ได้เรียก 14 ส.ส.ใต้ มาพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาภายในพรรค และเรียกร้องให้ ส.ส.สามัคคีกัน

เท่าที่สดับรับฟังจาก ส.ส.ใต้บางคน ยืนยันว่า ยังจะอยู่กับ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป แม้ พ.อ.สุชาติ จะแยกตัวไปร่วมงานกับพรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง

ไล่เช็คชื่อ ส.ส.ใต้ 14 คนกันอีกสักครั้ง เพื่อตรวจสอบท่าทีต่อสถานการณ์การเมืองในวันข้างหน้า

นครศรีธรรมราช เขต 1 รงค์ บุญสวยขวัญ ,เขต 2 สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ,เขต 3 อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และเขต 7 สายัณห์ ยุติธรรม

ส.ส.เมืองคอนชัดเจนว่า อยู่กับบิ๊กป้อมและบิ๊กตู่ แต่หากในอนาคต พลังประชารัฐ ไม่หนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯ ก็คงต้องคิดอ่านกันใหม่

ภูเก็ต เขต 1 สุทา ประทีป ณ ถลาง และ เขต 2 นัทธี ถิ่นสาคู ซึ่งทั้งคู่ได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.บุญธรรม โอริส มือทำงานการเมืองของบิ๊กตู่ เช่นเดียวกับตรัง เขต 1 นิพันธ์ ศิริธร อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

สงขลา เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ ,เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน ,เขต 3 พยม พรหมเพชร และเขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี

ส.ส.สงขลาส่วนใหญ่จะสนิทสนมกับ พ.อ.สุชาติ แต่วันนี้ มีบางพรรคการเมืองมาจีบ ส.ส.คนหนึ่งให้ย้ายออกจากพลังประชารัฐ

ส่วนชายแดนใต้ นราธิวาส เขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน อดีต ส.ส. ลูกชายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และเขต 2 สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ อดีต ส.ท.เทศบาลสุไหงโก-ลก

ทั้งคู่น่าจะอยู่พลังประชารัฐ ตราบใดที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค

ยะลา เขต 1 อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดยะลา ผู้ล้มแชมป์ตระกูลพงษ์สุวรรณศิริ ช่วงหลังได้รับความไว้วางใจจาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค

สรุปว่า 11 ส.ส.ภาคใต้ตอนบนนั้น ยังหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แต่ 3 ส.ส.ใต้ตอนล่างเลือกข้าง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค

ส่อง “พ.อ.สุชาติ” เพื่อนประยุทธ์ คนจริงหาดใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486076

30 ก.ย. 2564 |15:00 น.

พลิกปูม “พ.อ.สุชาติ” ทหารการเมือง เพื่อนประยุทธ์ ผ่านหลายสมรภูมิ ปั้นพลังประชารัฐมากับมือ ชั่วโมงนี้ ขอไปล่าฝันกับปลัดฉิ่ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สไตล์นักรบแดนใต้ พูดจริง ทำจริง “พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล” เพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทิ้งบอมบ์พลังประชารัฐ ทำเอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โกรธควันออกหู

“พ.อ.สุชาติ” หรือ “ผู้การชาติ” ยังเปิดตัวพรรคปลัดฉิ่งอย่างไม่เป็นทางการ อาสาเป็นแม่ทัพเลือกตั้งภาคใต้หวังดันเพื่อน “ประยุทธ์” เป็นนายกฯ อีกสมัย

ชื่อชั้น “พ.อ.สุชาติ” ในพื้นที่คอหงส์ หาดใหญ่ ถือว่าไม่ธรรมดา แม้จะแพ้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา แต่ก็ยังมีมิตรสหายพร้อมหนุนทำงานการเมืองต่อไป

ต้นปี 2561 มีข่าวแกนนำ คสช. เตรียมจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยมีชวน ชูจันทร์ ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนพรรคการเมือง

เวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ก็ปฏิเสธข่าวเรื่องตั้งพรรคเป็นพัลวัน แต่ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กลับให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองกับชวน ชูจันทร์ ร่วมกันตั้งพรรคพลังประชารัฐ หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

บุคลิกของ “พ.อ.สุชาติ” เป็นคนลูกทุ่ง พูดตรงไม่มีอ้อมค้อม จึงยืดอกว่าก่อการตั้งพรรคจริง เหมือนวันนี้ พ.อ.สุชาติ บอกว่า จะไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองใหม่ ของปลัดฉิ่ง หรือฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย

‘เขาชื่อผู้การชาติ’

พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เป็นคนพัทลุง สอบได้นักเรียนนายสิบรุ่นพิเศษ และถูกส่งมาฝึกที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี ก่อนจะได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า “ผู้การชาติ” ขอย้ายเหล่าไปอยู่ทหารราบ และล่องใต้ไปรับราชการที่กองทัพภาคที่ 4 เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5 (ปัจจุบันที่ตั้ง ร.5 พัน 4 คือกองพลพัฒนาที่ 4 คลองหอยโข่ง) และเป็นผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 นราธิวาส

เลือกตั้ง 2531 พ.อ.สุชาติ ลาออกจากราชการมาสมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา (หาดใหญ่, นาหม่อม และบางกล่ำ) ซึ่งเวลานั้น กองทัพบกมีนโยบายลับให้กำลังพลลงสมัครผู้แทนฯ เพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ด้วยความเป็นนายทหารใจถึงพึ่งได้ จึงมีเพื่อนฝูงมากมายมาช่วยงานการเมือง หนนั้นผู้การชาติพ่ายแพ้หวุดหวิด

เลือกตั้ง 2535/1 พ.อ.สุชาติ สมัคร ส.ส.เขตเดิมในสีเสื้อพรรคความหวังใหม่ ได้ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีต ส.ส.หลายสมัยมาช่วยปราศรัยหาเสียง จึงเอาชนะแชมป์เก่าเข้าสภาฯเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็ว่างเว้นสนามใหญ่

ปี 2546 พ.อ.สุชาติเบนเข็มไปลงสมัครนายก อบจ.สงขลา แต่ผิดหวัง แล้วก็หันไปทำทีมฟุตบอลหาดใหญ่เอฟซี พานักเตะโลดแล่นอยู่ในลีกภูมิภาคพักหนึ่ง ก่อนจะวางมือไป

ปี 2558 “ผู้การชาติ” มีชื่อเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมกับ สมพงษ์ สระกวี อดีต ส.ว.สงขลา ซึ่ง พ.อ.สุชาติ เคยสนับสนุนสมัยลงเลือกตั้ง ส.ว.

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 พ.อ.สุชาติ และสมพงษ์ ร่วมกันวางยุทธศาสตร์ยึดด้ามขวานไทยในนามพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับอดีต ส.ส.ภาคใต้หลายคน

‘เพื่อนตู่แดนใต้’

หลังเลือกตั้ง ชื่อของ “พ.อ.สุชาติ” โดดเด่นขึ้นมา เพราะพรรคพลังประชารัฐ กวาด ส.ส.ได้ 13 จาก 50 เขตในภาคใต้ ที่สงขลากวาดมาได้ถึง 4 เขต จาก 8 เขต

ทีมผู้การชาติที่สงขลาได้แก่เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ อดีตประธานสภา อบจ.สงขลา, เขต 2 “ครูกอล์ฟ” ศาสตรา ศรีปาน ผู้บริหารโรงเรียนบุญเลิศอนุสรณ์ ,เขต 3 “ครูยม” พยม พรหมเพชร อดีต ส.จ.สงขลา และเขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี คนทำงานกับชาวบ้านในพื้นที่คาบสมุทรสะทิงพระมายาวนาน

จริงๆแล้ว สนามภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐ อาจต่างจากสนามภาคอื่นๆ เพราะแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพน้อย ไม่ใช่นักเลือกตั้งอาชีพ ส่วนใหญ่จะเป็นอดีตนายทหาร ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ รับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ , พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล รับผิดชอบภาคใต้ตอนบน และ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ รับผิดชอบพื้นที่ชุมพรและระนอง

ปัจจัยชี้ขาดแห่งชัยชนะคือ กระแสความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และวันนี้ พ.อ.สุชาติเชื่อว่า กระแสความนิยมลุงตู่ยังไม่ได้ลดลง

การเลือกตั้งสมัยหน้า พ.อ.สุชาติ และอดีตนายทหารเพื่อนประยุทธ์ ในภาคใต้ ก็จะร่วมแรงร่วมใจกันสู้ศึกในสังกัดใหม่ ชื่อพรรคอะไรนั้น ไม่นานเกินรอคงได้เห็นหน้าค่าตากัน

วิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) “เลขเด็ด” ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/486031

30 ก.ย. 2564 |11:00 น.

เสียเปรียบตั้งแต่คิดเล่น… “เลขเด็ด” 1/10/64 ทำราคาป่วนทั้งหวยรัฐ-ใต้ดินเอาเปรียบทุกประตู แพง-อั้น-จ่ายครึ่ง-คืนได้ทุกกรณี เปรยโดนกินแหลกเกลี้ยงไม่เห็นกินครึ่งเดียวบ้าง แปลกแต่จริงติดป้ายสลากฯ 80 บาทแต่จ่ายเกินยอมศิโรราบหน้าแผงอย่างง่ายดาย

-ในยุคเศรษฐกิจดิ่งเหวขอแค่ลืมตาอ้าปากมีงานให้ทำไปวัน ๆ ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับคนไทยเวลานี้ จะหวังร่ำรวยด้วยน้ำพักน้ำแรงคงยาก หนทางเดียวที่พอจะมีอยู่บ้างคือ การเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลลุ้นถูกรางวัลใหญ่เป็นเศรษฐีรับทรัพย์เงินล้าน…เดือนหนึ่งฝันกลางวันตอนเย็นๆได้ 2 ครั้ง(วันที่ 1กับ16) ช่วงลุ้นมาครบทั้งสวดมนต์อธิฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์-บนบานศาลกล่าวเอาหมด!! “เลขเด็ด” เข้าก็ดีไปแต่ถ้าเลขเคลื่อนบางคนถึงกับท้อหมดแรง…แต่ท้อเพียง 15 วันพวกเขาก็จะกลับมาฝันใหม่-สู้ใหม่…มันคือวิถีชีวิตของนักเสี่ยงโชคอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่ลืมนึกถึงวิถีแห่งความถูกต้องไปโดยสิ้นเชิง ความถูกต้องที่ว่าคือโดนเอาเปรียบซื้อสลากฯแพง!!!

วิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) "เลขเด็ด" ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดินวิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) “เลขเด็ด” ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดิน

-ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนไม่ชอบ-ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบตัวเองเด็ดขาด ยิ่งพวกเอาเปรียบซึ่งหน้าเจอเมื่อไหร่เป็นเรื่อง!!ถามว่าเวลาไปเดินซื้อของในห้างฯหรือร้านสะดวกซื้อที่ติดราคาสินค้าไว้ชัดเจน แต่พอคิดเงินราคามันเกินป้ายที่ระบุไว้คุณยอมหรือไม่…บอกได้คำเดียวไม่มีทาง!!แต่ทำไมยอมศิโรราบหน้าแผงหวยอย่างง่ายดาย ทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่เต็มตาราคา 80 บาทแต่ต้องจ่ายมากกว่าหรือที่นี่เมืองไทย การทำผิดกม.ซึ่งหน้าคนส่วนใหญ่กลับเพิกเฉย จะรอหวังพึ่งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขคงยาก!!!

วิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) "เลขเด็ด" ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดินวิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) “เลขเด็ด” ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดิน

-พรรคพวกบางคนโทรฯมาอ้างว่าเบื่อโดนเอาเปรียบเลยหันไปพึ่งหวยเถื่อน(หวยใต้ดิน)สุดท้ายหนีไม่พ้นโดนเอาเปรียบอีกเช่นกัน ผลพวงมาจากเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ใบ้เลขเด็ดทั้งหลายคือตัวปั่นราคาทั้งระบบ “เลขเด็ด” ที่ให้มีราคาสูงกว่าสูงปกติ(ลอตเตอรี่) ในขณะที่หวยเถื่อนสารพัดกฎที่เจ้าออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง ทั้งอั้น-จ่ายครึ่ง-ไม่รับตัวดังคืนได้ทุกกรณี ข้อหลังเพิ่งเจอตอนจุดธูปนี่แหละ คือซื้อแล้วก่อนหวยออกเจ้ามือจะแจ้งคืนได้ตลอด!!สุดยอดจริง ๆ ถูกจ่ายครึ่ง-อั้น-คืนได้ทุกกรณี แต่ว่าแหลกนี่แหลกเต็ม ๆ!! บางคนบอกอุตส่าห์ฝันจะเอาเลขไปเสี่ยงโชคดันไปตรงกับเลขที่เซียนระบุว่าเป็นเลขเด็ดไม่รับ หากรับก็อั้น-จ่ายครึ่ง ถ้าเลขเต็มอาจขอคืนได้ทุกกรณี!!!

วิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) "เลขเด็ด" ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดินวิถีเซียนหวยไทยโดนทุกงวด!! ถูก(เอาเปรียบ) “เลขเด็ด” ทำป่วนหวยรัฐ-ใต้ดิน

เสียเปรียบตั้งแต่คิดเล่น…เลิกได้ก็เลิก เลิกไม่ได้ก็พยายามกันต่อไปเหนื่อยใจแทน!!ท้ายสุดโควิดฯยังไม่ทันจางหายเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมถล่มหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก“เหยี่ยวขาว”ขอสวดมนต์ภาวนาให้ทุกท่านปลอดภัย-ร่ำรวยโชคดีเป็นเศรษฐีกันทุกคน-หลุดพ้นจากวิถีหวยแพง(เลิกซื้อ)ตลอดไป!!!

เรื่อง…“เหยี่ยวขาว”

ย้อนอดีตมองปัจจุบันเดินเกมบีบ”ประยุทธ์” ลาออก หรือ ยุบสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485987

30 ก.ย. 2564 |05:00 น.

อ่านใจ”ประยุทธ์”กับกลเกมเกียกกาย”ลาออกหรือยุบสภา” จะเกิดขึ้นจริงไหม…พลิกย้อนดูจุดจบของผู้นำไทยคู่ฟ้าในอดีต ล้วนเดินเกมภายใต้สถานการณ์บีบเค้นอย่างไร /เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

หลายพื้นที่เมืองไทยกำลังประสบปัญหาฝนตก “น้ำท่วม” จนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน-กลุ่มการเมือง-ภาคประชาสังคมลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านกันแบบไม่เว้นวัน  

เป็นสัญชาตญาณ”คนการเมือง”ที่ต้องไปดูแลมวลชน  หากใครไม่สัมผัสพื้นที่  คือ ความแปลกและสุ่มเสี่ยงหมดลุ้นเข้าสภาหินอ่อนในการหย่อนบัตรเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า


นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดชัยภูมินายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดชัยภูมิ

ยามนี้จะพบตามหน้าสื่อถึงกระแสข่าวและแรงปั่นจากหลากวิธีที่กำลังลดทอน-ด้อยค่าการบริหารราชการแผ่นดินของ”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ว่า”ล้มเหลว”รวมทั้งรอยแยกในพรรคพลังประชารัฐที่คล้ายว่าแบ่งฝ่ายระหว่างปีกพลเอกประยุทธ์+พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กับขั้วพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพปชร.

ภาพที่สังคมพบคือ การที่ผู้แทนฯพปชร.แบ่งฝ่ายในการรอรับแกนนำ 3 ป.ในการลงพื้นที่แบบชัดแจ้ง  จนฝ่ายตรงข้ามหยิบไปขย้ำ 

“การลดทอนราคาทางการเมือง”นั้นไม่แปลกหากจะมาจากขั้วตรงข้ามรัฐบาล เพราะทุกยุคสมัยก็เกิดเหตุแบบนี้ อยู่ที่ภูมิต้านทานของสร.1ว่าจะยืนระยะไหวไหม..และจะพลิกเกมกลับชิงจังหวะอย่างไร

แต่”การด้อยค่าจากคนกันเอง”นั้น  ส่อให้เห็นรอยร้าวของพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล และหลายคราวทำให้เหตุยุบสภาบังเกิด จนวันนี้บางพรรคยังหารันเวย์กลับมาเป็นเบอร์ 1 ตึกไทยคู่ฟ้า(จากการเลือกตั้ง)ไม่ได้ -บางพรรคสูญพันธุ์ไปแล้ว

นายกฯลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ชัยภูมิท่ามกลางเสียงเชียร์ "ลุงตู่" สู้ๆนายกฯลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ชัยภูมิท่ามกลางเสียงเชียร์ “ลุงตู่” สู้ๆ

หากใครมีโอกาสสวมบทสร.1เหมือน “พลเอกประยุทธ์”จะเลือกการลาออกหรือยุบสภา(ครบวาระ/ก่อนครบวาระ)กันดี

ย้อนหลังการเมืองไทย เอาเฉพาะหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 พบคำตอบของผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งว่า ปลายทางของสร.1แต่ละชีวิตนั้นจบลงอย่างไรบนถนนการเมือง 

รัฐบาล”ชวน หลีกภัย “ผู้แทนฯมือหนึ่งของจ.ตรังและหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนที่ 5 ชนะเลือกตั้งครั้งแรกและครั้งเดียวคือหลังเหตุพฤษภาทมิฬ (รัฐบาลชวน 1 ทำหน้าที่วันที่ 23 กันยายน 2535 – 13 กรกฎาคม  2538)   โดยช่วงปลายรัฐบาลเจ้าของฉายามีดโกนอาบน้ำผึ้ง โดนมรสุมแจกที่ดินสปก.4-01ให้คนรวย และก่อนการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล (กรณีการแจกเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01) พรรคพลังธรรมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล  

ทำให้ ชวน หลีกภัย ตัดสินใจตราพระราชกฤษฎีกา”ยุบสภา” ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2538  ก่อนที่จะมีการลงมติศึกซักฟอก 1 ชั่วโมง 30 นาที และในช่วงอภิปรายฯคราวนั้นอย่าลืม”กระจงวิ่งในป่าละเมาะ ณ ไข่มุกแห่งอันดามัน” อันลือลั่นจากคนโตอีสานใต้  

และเมื่อพรรคสีฟ้าได้คัมแบ็กตั้งรัฐบาลชวน2 เมื่อวันที่  9 พฤศจิกายน  2540  จากภาวะ”ชาวนากับงูเห่าภาคแรก”     อายุของครม.ชวน2 นั้นลากได้สามปีจนยุบสภาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 6 มกราคม 2544  พบว่าพรรคไทยรักไทยชนะพรรคสีฟ้าจนกลายเป็นคู่แค้นทางการเมืองมาจนถึงวันนี้  

กล่าวโดยสรุป การเลือกตั้งวันที่ 23 กันยายน 2535 คือการชนะด้วยระบบเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของปชป.

รัฐบาล”บรรหาร ศิลปอาชา”  แห่งเมืองสุพรรณ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2538  นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทยและยังนั่งเก้าอี้มท.1ไปด้วย   เพื่อสยบแรงกระเพื่อมในพรรคชาติไทย เพราะสองบิ๊กจาก สองก๊วนคือ “เสนาะ เทียนทอง” แห่งกลุ่มวังน้ำเย็นกับ วัฒนา อัศวเหมจากขั้วปากน้ำ ต่างอ้างสิทธิในเก้าอี้รมว.มหาดไทย ทำให้เจ้าของฉายาเติ้งเสี่ยวหาร นั่งควบสร.1-มท.1เอง โดยส่งเสนาะไปเป็นรมว.สาธารณสุข 

ส่วนวัฒนาไปนั่งรมว.แรงงานฯ จนเป็นรอยร้าวในพรรคปลาไหล ต่อมาวันที่ 18-20 กันยายน 2538  พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไม่ไว้วางใจว่าการบริหารประเทศของบรรหารไร้ประสิทธิภาพ(สื่อมวลชนตั้งฉายาให้รับบาลนี้ว่า”ครม.ยี้”) และยังเจอประเด็น”ปมสัญชาติ”ในศึกซักฟอก  ประกอบกับพรรคร่วมรัฐบาลได้แก่ พรรคความหวังใหม่ พรรคนำไทย และพรรคมวลชน ได้ขอให้มังกรเมืองสุพรรณลาออกจากตำแหน่งภายใน 7 วัน  

ตอนนั้นบรรหารรับปาก  แต่สุดท้ายตัดสินใจ”ยุบสภา” เมื่อวันที่ 27 กันยายน  2539 แทน และจัดให้มีการเลือกตั้งในลำดับต่อไป  จากนั้นพรรคชาติไทยลดขนาดเป็นพรรคขนาดกลาง จนโดนยุบพรรคแล้วแจ้งเกิดใหม่ในนามพรรคชาติไทยพัฒนาในวันนี้ โดยดูวี่แววแล้วโอกาสกลับไปเป็นแกนนำรัฐบาลอีกคราวนั้น..ยากยิ่ง
 

รัฐบาล”พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ”  ผลการเลือกตั้งส.ส.วันที่ 17 พฤศจิกายน  2539 (การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 19) พรรคความหวังใหม่  ได้ส.ส. 125 ที่นั่ง จึงตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ หลัง”พ่อใหญ่จิ๋ว”นำทัพลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งที่สามด้วยแคมเปญ “ได้เวลา กินดี อยู่ดี” ส่งผลให้ “บิ๊กจิ๋ว” รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ควบกับรมว.กลาโหมต่อจากมังกรเมืองสุพรรณ  

ช่วงนั้นสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลกบานปลายและฟองสบู่แตก เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชียกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียจากวิกฤตต้มยำกุ้ง เกิดเหตุการณ์ประท้วงทั่วไทยเพราะวิกฤตศรัทธาผู้นำที่ลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้เจ้าของฉายาขงเบ้งแห่งกองทัพบกโดนสังคมบีบให้“ลาออก” ส่งผลให้ครม. คณะที่ 52 สิ้นสุด  เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน  2540  

ตอนนั้นขั้วพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เสนอชื่อ “พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ซึ่งเป็นแคนดิเดต 3ช.ในการฟอร์มรัฐบาลใหม่ขึ้นมา (3ช.ในยามนั้นคือ พลเอกชวลิต ,พลเอกชาติชาย,ชวน หลีกภัย) สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่สุดท้ายพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ พ่อบ้านพรรคปชป.ในตอนนั้นสามารถหักด่านเสนาะ   เทียนทอง อดีตรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลและเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ที่ผลักดัน”น้าชาติ”แทน”บิ๊กจิ๋ว”ในการคัมแบ็กไทยคู่ฟ้า

ถัดจากนั้นพรรคดอกทานตะวันลดระดับเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและยุบพรรครวมกับพรรคไทยรักไทยจวบจนเลือนหายจากบันทึกการเมืองไทย และการลาออกของ “บิ๊กจิ๋ว”ในครั้งนั้นเสมือนเป็นบทเรียนของคนการเมืองทุกชีวิตว่า“หากมีอำนาจแล้ว ยุบสภาดีกว่าลาออก”

ทักษิณ ชินวัตร  หรือ โทนี่ วู้ดซั่ม อดีตนายกฯและผู้ต้องหาคดีทุจริตหลายคดีที่หลบหนีการจับกุมไปอยู่ต่างประเทศทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซั่ม อดีตนายกฯและผู้ต้องหาคดีทุจริตหลายคดีที่หลบหนีการจับกุมไปอยู่ต่างประเทศ

รัฐบาล”ทักษิณ ชินวัตร” ผลการเลือกตั้งวันที่ 4 มกราคม 2544 กระแส”ทักษิณฟีเวอร์”ทำให้“พรรคไทยรักไทย”ในฐานะพรรคน้องใหม่ชนะเลือกตั้งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล การทำงานสี่ปีเต็ม ทำให้”อัศวินควายดำ”ได้คะแนนนิยมแบบทะลักจุดแตก แม้ช่วงต้นจะเจอมรสุมซุกหุ้นให้เป๋ไปบ้างแต่เมื่อพ้นมลทินความอหังการ์แบบ “เศรษฐีเหลิงลม” ตามที่สื่อทำเนียบฯมอบฉายาให้  ที่มักปะ-ฉะ-ดะแทบทุกฝ่ายในสังคมแต่ได้ใจชาวบ้านและเมื่อมีการเลือกตั้งวันที่ 6กุมภาพันธ์ 2548 เกิดขึ้นกับการหาเสียง”จังหวัดไหนเลือกทรท.ดูแลพิเศษ จังหวัดไหนไม่เลือก รอไปก่อน  “ทำให้ทรท.ได้ส.ส.สองระบบ(ส.ส.เขต-บัญชีรายชื่อ) ราว 377 คน จนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้”ทักษิณ”ติดลมบนจนดำเนินการหลายสิ่งหลายอย่างที่หมิ่นเหม่ผิดกฎหมายและขัดความรู้สึกสังคม เมื่อภาวะหลายอย่างที่คาบเกี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อนปรากฏจนเกิดการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง   นายกรัฐมนตรีในตอนนั้นประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 และส่อเค้าการเผชิญหน้าจนอาจปะทะกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และท่าทีของคนหน้าเหลี่ยมที่ชักเข้า-ชักออกทางการเมืองและน็อตหลุดหลายครั้งจนเกิดวาทะผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแทรกแซงการเมือง และเกิดเหตุยึดอำนาจโดย คมช.วันที่ 19 กันยายน 2549 ที่เป็นส่วนหนึ่งให้”โทนี่ วู้ดซั่ม” ต้องไปปักหลักคุมการเมืองที่ต่างแดนจนถึงยามนี้  และในห้วงที่คมช.ยึดอำนาจนั้นพรรคไทยรักไทยโดนยุบพรรค ด้วยสาเหตุจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549

รัฐบาล”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”  อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่  7 ได้ทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2551 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เจ้าของฉายาโฆษกเทวดาในอดีต  ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่27   โดยเป็นสร.1 ต่อจากสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (สมชายเป็นนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมต่อจากสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน)  ซึ่งพรรคพลังประชาชนมีความวุ่นวายในช่วงก่อนและหลังตั้งรัฐบาล เช่น “ยงยุทธ  ติยะไพรัช” ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรค  โดนกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งส่งผลให้พรรคโดนยุบ ส่วน”สมัคร”มีความผิดในการจัดรายการอาหาร”ชิมไป บ่นไป”ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ เพราะหลังจากเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว “สมัคร”ยังคงได้รับค่าตอบแทนในการเป็นพิธีกรที่มีลักษณะเป็นทรัพย์สินจากเอกชน   จึงเป็นการรับจ้างการทำงานตามความหมายของคำว่า “ลูกจ้าง” ตามนัยแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 ทำให้เกิดตัวเก็ง 3ส.คั่วเก้าอี้สร.1ต่อจากสมัคร( คือ สมชาย,สมพงษ์ อมรวิวัฒน์,นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี) ในตอนนั้น”งูเห่าภาคสอง”เกิดขึ้นอีกจากการขยับของ”สุเทพ  เทือกสุบรรณ” พ่อบ้านพรรคสีฟ้าที่ทาบทาม”เนวิน ชิดชอบ” แกนนำแก๊งออฟโฟร์จากค่ายพลังประชาชนให้สวิทช์ขั้ว     เพราะเนวินผิดหวังคนแดนไกลที่ไม่ดันสมัครให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งและไปหนุนสมชายแทน  

โดย”เนวิน”ระดมส.ส.พลังประชาชนกว่ายี่สิบคนมาขึ้นพรรคภูมิใจไทยและหนุน”อภิสิทธิ์”ได้เป็นสร.1  โดยคนโตอีสานใต้ได้กล่าววาทะ “มันจบแล้วครับนาย” อันลือลั่น….และตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร โดยตอนนั้นมีการพาดพิงว่า 3ป.ในวันนี้คือคีย์แมนในวันนั้นที่ดีลพรรคสีฟ้าจับมือกับพรรคสีน้ำเงิน โดยมีการลือกันว่า”บิ๊กป้อม”จะเป็นผู้ทรงบารมีทางการเมืองอีกคนหนึ่ง และเมื่อมีการยุบสภาวันที่ 10 พฤษภาคม   2554 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม   2554 หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งอีกคราว(อภิสิทธิ์เเพ้สมัคร/ยิ่งลักษณ์/พลเอกประยุทธ์)

ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกฯ น้องสาวทักษิณ เป็นอีกหนึ่งผู้นำหญิงหนีตามพี่ชายไปอยู่ต่างแดนจากคดีทุจริตยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ น้องสาวทักษิณ เป็นอีกหนึ่งผู้นำหญิงหนีตามพี่ชายไปอยู่ต่างแดนจากคดีทุจริต

รัฐบาล”ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร”  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมหญิงคนแรกของเมืองไทย ใช้เวลาหาแต้มตามบท”นารีขี่ม้าขาว” เพราะกระแสคนเสื้อแดงที่กำลังมาแรง เหตุเพราะที่นปช.ประท้วงรัฐบาลอภิสิทธิ์สองปีติดต่อกันจนเกิดเหตุรุนแรง

“นายกฯปู”สังกัดพรรคเพื่อไทย (พรรคลำดับที่สามของพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน)ลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ1 เริ่มงานด้วนยโยบายรับจำนำข้าว/แท็บเล็ตนักเรียน/กองทุนสตรีฯลฯ 

เริ่มโดนโจมตีว่ามีพฤติกรรมทุจริตเอื้อพวกพ้องจากนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าวตั้งแต่ปีการผลิต 2554-57  มีคดีกว่า 1,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท รวมทั้งการลักหลับผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรม จนเกิดมวลชน กปปส.ขับไล่”นายกฯปู” มีแนวร่วมออกมาเดินขบวนขับไล่กลายเป็นมวลมหาชนประชาชนล้านคน ทำให้นายกฯปูประกาศ”ยุบสภา”  เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556  และให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นโมฆะ เพราะเกิดการประท้วงและหลายพรรคบอยคอต  รวมทั้งยังมีความปั่นป่วนตามมาเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้”ยิ่งลักษณ์”พ้นจากการรักษาการ สร.1ในวันที่ 7 พฤษภาคม  2557 เนื่องจากการย้ายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยมิชอบ จนเกิดภาวะสูญญากาศทางการเมืองเริ่มมีการตอบโต้กันของฝ่ายหนุน-ฝ่ายไล่นายกฯปู วันที่ 20 พ.ค.2557  

เมื่อเวลา 03.00 น.  ได้มีประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/ 2557 เรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457  ลงนามโดย “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผบ.ทบ.ในตอนนั้นและวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2557 มีการเจรจาของฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองแต่ตกลงกันไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผบ.ทบ.จึงประกาศยึดอำนาจในช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม2557 จนเป็นบ่อเกิดของคสช.และแม่น้ำห้าสายรวมทั้งพรรคพลังประชารัฐที่หนุนพลเอกประยุทธ์ให้เป็นแคนดิเดตนายกฯจากการเลือกตั้งวันที่ 22 มีนาคม 2561 เเม้พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.อันดับหนึ่ง เเต่ พปชร.กลับได้สิทธิการตั้งรัฐบาลเพราะดีลกับพรรคอื่นๆได้เกิน250ส.ส.เเละเกิดตำนานงูเห่าภาคสาม/การเเจก กล้วย

เห็นได้ว่า บรรดาผู้นำทางการเมืองในอดีตต้องเผชิญแรงต่อต้านอันเป็นผลจากการบริหารงานไม่เป็นสัปปะรด  ขณะที่บางรายแสดงให้เห็นพฤติกรรมเจตนาทุจริตกอบโกยผลประโยชน์ชาติให้ตนเองและพวกพ้องในที่สุดก็เกิดแรงต้านครั้งรุนแรง ไม่สามารถ “เอาอยู่” ที่จะรักษาบัลลังก์ทำเนียบรัฐบาลต่อไปต้องตัดสินใจล้างกระดานประกาศ “ยุบสภา” เป็นส่วนใหญ่  

ทว่า กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ ตรงกันข้ามกับเหล่าอดีตผู้นำที่มีบาดแผลอื้อฉาวนัก

ถึงกระนั้นวาระการดำรงตำแหน่งกำหนดไว้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ  ขณะเดียวกัน มรสุมรุมกระหน่ำจากนักการเมืองรอบตัวถาโถมโหมเข้าใส่พล.อ.ประยุทธ์ จากทุกทิศทุกทาง ให้ยืนระยะไปได้ไกลขนาดไหน  ถึงที่สุดแล้วต้องมีคำตอบในไม่ช้าเช่นกันว่า จะ”ยุบสภาหรือลาออก” 

เพื่อนรัก “ประยุทธ์” จับมือปลัดฉิ่งชูธงพรรคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485957

29 ก.ย. 2564 |19:00 น.

สไตล์คนจริง เพื่อนรัก “ประยุทธ์” ยกทีมเสนาธิการภาคใต้ ทิ้ง พปชร. ร่วมงานปลัดฉิ่ง ก่อการพรรคใหม่ สร้างดาวคนละดวง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใกล้จะวันที่ 30 ก.ย.2564 เพื่อนรักของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ประกาศทิ้งพลังประชารัฐ ก่อการตั้งพรรคใหม่ จุดยืนชัดหนุน “ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตนายทหาร ตท.12 รุ่นเดียวกับ “พล.อ.ประยุทธ์” อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ แถลงผ่านเฟซบุ๊คว่า เลือกตั้งครั้งหน้า จะไปร่วมงานกับ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ ทำงานการเมืองยกใหม่

ด้วยความเชื่อที่ว่า กระแสความนิยมในตัว “พล.อ.ประยุทธ์” ทางภาคใต้ ยังไม่ได้ลดลง และหากมีพรรคการเมืองใหม่ที่ชู “ประยุทธ์” เป็นนายกฯ ก็จะประสบความสำเร็จอีกครั้ง

ดังที่ทราบกัน การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พลังประชารัฐ ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ได้ ส.ส.ใต้ 13 คน (คนที่ 14 มาจากเลือกตั้งซ่อม) ซึ่งกระแสความนิยมในตัว “พล.อ.ประยุทธ์” ส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ในภาคใต้ ชนะคู่แข่งค่าย ปชป.

พรรคการเมืองของปลัดฉิ่ง จึงจะเริ่มต้นที่ภาคใต้ เพราะมีฐานเสียง มีประชาชนยังชื่นชอบ “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่

‘ทีมผู้การชาติ’

วันที่ 30 ก.ย.2564 พ.อ.สุชาติ เพื่อนรัก “ประยุทธ์” จะนัดทีมงานเดิม 9 คน อาทิ สานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีตนายก อบจ.พัทลุง และทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง รวมถึง ส.ว.บางคน มาประชุมวางแผนดำเนินการขับเคลื่อนพรรคการเมืองใหม่

สำหรับพรรคใหม่นั้น มีทีมงาน “ปลัดฉิ่ง” เป็นผู้ดำเนินการด้านธุรการ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน ต.ค.นี้ พ.อ.สุชาติยังไม่แน่ใจว่า จะใช้ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย หรือพรรคใด ต้องรอฟังจากปลัดฉิ่ง

การเลือกตั้งปี 2562 พ.อ.สุชาติ แม่ทัพภาคใต้ ใช้ตึกใหญ่ตรงข้ามห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ภาคใต้ โดยชัยชนะในภาคใต้ มาจาก 2 ปัจจัยคือ กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการบริหารจัดการเลือกตั้ง ที่ดูกระแสความต้องการในพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

สำหรับ ส.ส.ใต้ 14 คน ของพรรคพลังประชารัฐ พ.อ.สุชาติ จะไม่ไปชวนให้ออกจากพรรคเดิม แต่หากใครอยากร่วมงาน ก็มาได้ทันที

‘พรรคเศรษฐกิจไทย’

มีรายงานข่าวเรื่องพรรคการเมืองใหม่ที่จะสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยปลัดฉิ่ง ก็ถูกถามจากนักข่าวอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบสักที

มิหนำซ้ำ บทวิเคราะห์การเมืองบางสำนัก ยังโยงเรื่องพรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยประเมินว่า บิ๊กป๊อกแอบหนุนลับๆให้ปลัดฉิ่งตั้งพรรค

ว่ากันว่า อดีตผู้ว่าฯคนดัง แถวอีสานใต้ เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และมีการดำเนินการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคครบทั้ง 4 ภาค

ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย อาจถูกเปลี่ยนในภายหลัง ซึ่งแกนนำพรรคตัวจริงกำลังคิดชื่อพรรคใหม่อยู่ และที่สำคัญ ต้องรอให้ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย เกษียณอายุราชการเสียก่อน จึงจะมีการเคลื่อนทัพเต็มตัว

พลิกแฟ้ม กกต. พรรคเศรษฐกิจไทย ได้รับการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองลำดับที่ 73 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรครวมทั้งสิ้น 17 คน โดยมี ประสงค์ วรารัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค และเมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค มีการจัดตั้งสาขาพรรคแห่งแรกที่ภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตามมาด้วยภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้

การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 500 คน โดย อรรถชา กัมปนาทแสนยากร ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าสาขาพรรค ซึ่งอรรถชา เป็นอดีตนายอำเภอแม่ริม และอำเภอดอยสะเก็ด

สีสันของการประชุมหนนั้นคือ การปรากฏตัวของ “แม่เลี้ยง ว.” นักธุรกิจด้านพลังงาน มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ และลำพูน นักการเมืองสายเพื่อไทย รู้จักมักคุ้นแม่เลี้ยง ว.เป็นอย่างดี

คีย์แมนพรรคเศรษฐกิจไทย จะมีหน้าตาอย่างไร เพื่อนรักของ “พล.อ.ประยุทธ์” จะประสบความสำเร็จเหมือนในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ คงต้องรอความชัดเจนอีกสักพัก

เชื่อว่า ทันทีที่มีการเปิดตัวพรรคปลัดฉิ่ง จะถูกประทับตราว่า พรรค 2 ป.ทันที เพราะภาพ พ.ท.สุชาติ และเครือข่าย บอกยี่ห้อ ป.ประยุทธ์ ชัดแจ้งอยู่แล้ว

เงาของป้อม “ธรรมนัส” พร้อมรบพรรคปลัดฉิ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485919

29 ก.ย. 2564 |16:00 น.

ร้าวแต่ไม่แตก “ธรรมนัส” สู้เพื่อประวิตรคนเดียว จัดแถวพลังประชารัฐ คัดเลือดแท้ ไม่หวั่นไหวพรรคปลัดฉิ่ง ชิงตัว ส.ส. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังกลับบ้านพะเยาไปรับขวัญกำลังใจจากชาวบ้าน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เตรียมขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐเต็มที่ วางคนสร้างเครือข่าย สร้างนโยบาย เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

“ธรรมนัส” พูดชัดเจนว่า ชั่วโมงนี้เรื่องของพรรคอยู่ที่ “นายป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา โดยตัวเขาจะทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทั้งหมด

วันนี้ “ธรรมนัส” บอกพลังประชารัฐยังสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ แต่หลังเลือกตั้งครั้งหน้า จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้ชี้ขาด

วันอังคารที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบคำสั่งนายกฯ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่2)

โดยมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี แทนจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เฉพาะกรมพัฒนาที่ดิน, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

พูดง่ายๆ พล.อ.ประวิตร ดูแล 4 กรม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ “ธรรมนัส” เมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์

เพียงมีข่าวนี้ออกมา ก็พอจะดูออกแล้วว่า “ธรรมนัส” คือรัฐมนตรีเงา ผู้จะลงมือปฏิบัติการจริงแทน “นายป้อม”

‘พลังป้อม’

หลัง “ธรรมนัส” ได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเดือน ก.ค.2564 พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค ได้แต่งตั้ง 10 หัวหน้าภาค เพื่อเตรียมการรองรับการเลือกตั้งใหญ่และเลือกตั้งท้องถิ่น ประกอบด้วย

ภาค 1 พื้นที่ภาคกลาง มี ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 สายบ้านใหญ่อัศวเหม เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 2 พื้นที่ภาคตะวันออก ฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 สายบ้านใหญ่สระแก้ว เป็นหัวหน้าภาค

ภาค 3 พื้นที่อีสานใต้ ทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 7 ภรรยาวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 4 พื้นที่อีสานเหนือ เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค

ภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือตอนบน จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 6 พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 ภรรยาสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นหัวหน้าภาค

ภาค 7 พื้นที่ภาคตะวันตก สุชาติ อุตสาหะ ส.ส. เพชรบุรี เขต 3 เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 10 พื้นที่ กทม. จักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม.เขต 30 สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค

ภาค 8 พื้นที่ภาคใต้ตอนบน รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 9 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1 เป็นหัวหน้าภาค

ประเมินว่า บรรดาหัวหน้าภาคของ “ธรรมนัส” จะยังภักดีกับ “นายป้อม” ไม่ทิ้ง พปชร. ไปสังกัดพรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง

‘ขายนโยบาย’

“ธรรมนัส” กล่อม พล.อ.ประวิตรว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พปชร. มีสถานะเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคจะใหญ่ขึ้น บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ตอบโจทย์ในการทำให้พรรคเติบโตขึ้น จึงสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยกติกาเลือกตั้ง หันไปใช้บัตร 2 ใบแทนบัตรใบเดียว

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงต้องปรับกระบวนการทำงานในพื้นที่ และสร้างนโยบายชุดใหม่เพื่อเข้าถึงคนรากหญ้า “ธรรมนัส” มองว่า พรรคของทักษิณกับพรรคก้าวไกล จะต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรง ดังนั้น โอกาสจึงเป็นของพลังประชารัฐ

หากว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเกิดมีพรรคเศรษฐกิจไทย ของ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ว่ากันไปตามกติกา

สุดท้ายหลังเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ต้องรวมเสียงจากขั้วรัฐบาลเดิม จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ด้วยการสนับสนุนของ ส.ว. 250 คน

ถ้ารวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ นายกรัฐมนตรีอาจไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนที่ “ธรรมนัส” ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อก็เป็นได้

“ปรับครม.” ส่อวุ่นบิ๊กป้อมคุมก.เกษตรฯดูงานแทนธรรมนัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485881

29 ก.ย. 2564 |13:00 น.

“ปรับครม.” จะไปต่ออย่างไร นายกฯสั่ง บิ๊กป้อม คุมงาน ก.เกษตรฯแทนธรรมนัส รองนายกฯจากพรรคประชาธิปัติย์ ไม่ได้กำกับดูแล

"ปรับครม." ส่อวุ่นบิ๊กป้อมคุมก.เกษตรฯดูงานแทนธรรมนัส“ปรับครม.” ส่อวุ่นบิ๊กป้อมคุมก.เกษตรฯดูงานแทนธรรมนัส

มติครม.ที่ค่อนข้างลักลั่น เมื่อวานนี้ ทำให้มีคำถามตามมาว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ในกระทรวงเกษตรฯ  การปฏิบัติตามนโยบายในหน่วยงานที่รองนายกฯประวิตรเข้าไปกำกับดูแล  ต้องผ่านความเห็นชอบจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯหรือไม่สี่หน่วยงานนี้มีความสำคัญอย่างไร จึงต้องมอบหมายให้พี่ใหญ่เข้าไปดูแล 

กรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงการบินเกษตร สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นหน่วยงานในความรับผิดชอบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งถูกปลดให้พ้นจากตำแหน่งรมช.เกษตรฯ ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับครม. และหน่วยงานที่ร.อ.ธรรมนัสกำกับให้นาย จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบแทน 
 

ในบรรดาสี่หน่วยงาน ที่นายกฯสั่งให้พี่ใหญ่เข้าไปดูแล สำนักงานปฏิรูที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. นับว่าถูกจับตามากที่สุด  หากยังจำกันได้ ในปี2537  นโยบายแจกที่ดินให้ผู้มี่รายได้น้อย หรือสปก.4-01  ทำให้นาย ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นต้องตัดสินใจยุบสภา จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะที่ดิน สปก.ไปตกอยู่ในมือของ เศรษฐีและกลุ่มนายทุน ซึ่งไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย กว่า 10 ราย หนึ่งในนั้นมีชื่อของนายทศพร เทพบุตร สามีของ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขานุการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯขณะนั้น รวมอยู่ด้วย 
สปก.ในความดูแลของร้อยเอกธรรมนัส มีนโยบายเรียกคืนการถือครองที่ดินที่ผิดกฎหมายของนักการเมือง เพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกร ยึดคืนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับทำเกษตรนำมาทำเป็นรีสอร์ท โรงแรม แหล่งชุมชน และเหมืองแร่ แล้วปรับให้เป็นพื้นที่เช่า เพื่อนำค่าเช่าเข้ากองทุนปฏิรูปที่ดิน พื้นที่สปก. กว่า40ล้านไร่ ทำให้นโยบาย สปก.ไปต่อได้ในทางการเมือง
 

สวนส้มชื่อดัง 7-8 พันไร่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถูกยึดเพื่อนำมาทำเกษตรแปลงใหญ่  ยึดคืน ที่ดินที่ถูกครอบครองโดยมิชอบ ท้องที่บ้านหว่างคลองไทย เมืองกระบี่จำนวน 2,432 ไร่
นอกจากนโยบาย จัดสรรที่ดินสปก.ทั่วประเทศจำนวนกว่า 40ล้านไร่ กรณี ฟาร์มไก่ของส.ส.ปารีณา ที่ราชบุรี ก็อยู่ในพื้นที่ สปก.

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา รองนายกฯองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ค คาดการว่า ไม่เกิน 15 ตุลาคมนี้ จะมีการปรับครม.แน่ แต่ไม่ใช่แค่สองตำแหน่งที่ว่างลง อาจมีรัฐมนตรีถูกปรับเพิ่ม  และหากบริหารจัดการไม่ดี  จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในรัฐบาล 

ทักษิณมีแผ่ว “พิธา” นำทัพสีส้มยึดอีสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/485802

28 ก.ย. 2564 |19:00 น.

ใกล้ยุบภา “พิธา” เดินทัพทางไกล เขย่าอีสานฐานทักษิณ เจาะลึกชนะใจรากหญ้า ปลายปีนี้ ศึกนายก อบต.มีเดิมพัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ยุบสภาเมื่อไหร่ ก็พร้อมสู้ทุกกติกา “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เดินหน้าเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ในภาคอีสาน ไม่กังวลกระแสทักษิณ เชื่อเจาะ ส.ส.เขต บนสมรภูมิที่ราบสูงได้

“พิธา” หยอดคำหวาน ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องชนะใจคนอีสาน พรรคก้าวไกลเข้าใจและเข้าถึงคนอีสาน ไม่แพ้พรรคการเมืองไหน

ด้านหนึ่ง คณะก้าวหน้าเป็นพันธมิตรการเมืองของ “พิธา” ดังนั้น ศึกเลือกตั้งนายก อบต.ปลายปีนี้ ชี้วัดอนาคตก้าวไกลในสนามใหญ่

วันที่ 25 ก.ย.2564 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ เดินทางไป จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ 4 เขต

“ใครที่บอกว่าพรรคก้าวไกลไม่เข้าใจคนอีสาน อันนั้นไม่จริงครับ ผมเข้าใจครับว่า การที่ใครจะเป็นนายกฯ จะเป็นรัฐบาลของประเทศไทย จะต้องชนะใจคนอีสานให้ได้” พิธา กล่าวกับชาวเมืองน้ำดำ

การเดินทางมาที่กาฬสินธุ์ “พิธา” ถือว่า เป็นก้าวแรกของการเดินสายพบพี่น้องประชาชน ก่อนการยุบสภา “นี่คือการเดินทางไกล พวกเราเชื่อว่า แม้ว่าเราอาจจะไม่ชนะในทันที แต่เราจะชนะในที่สุด”

ผลการเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.เขต 1 คนคือ ฐิตินันท์ แสงนาค จากสนามขอนแก่น เขต 1 (ต.ในเมือง, ต.เมืองเก่า และ ต.บ้านเป็ด) แต่ฐิตินันท์ ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้ว

‘เทศบาลโมเดล’

“พิธา” รู้ดีว่า จุดอ่อนของพรรคก้าวไกลในภาคอีสานคือ การสร้างฐานมวลชนระดับรากหญ้า โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งรอบนอก เขาจึงหาทางอุดช่องโหว่ ด้วยการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่เกาะติดพื้นที่

พูดตรงๆ ฐานเสียงของพรรคก้าวไกล กับคณะก้าวหน้า ก็คือฐานเสียงเดียวกัน ฉะนั้น ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเทศบาล เมื่อปลายเดือน มี.ค.2564 คณะก้าวหน้า ได้รับชัยชนะระดับนายกเทศมนตรีตำบลทั่วประเทศ ประมาณ 12 แห่ง เป็นก้าวย่างที่น่าจับตา

นั่นหมายความว่า ชาวบ้านระดับรากหญ้ารู้จักพลพรรคสีส้มมากขึ้น ทั้งพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า

เฉพาะภาคอีสาน คณะก้าวหน้าได้บริหารเทศบาลตำบล 8 แห่ง ได้แก่ ทวีสิทธิ์ มนตรีชน นายกเทศมนตรีตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทพพร จำปานวน นายกเทศมนตรีตำบลอาจสามารถ อ.อาจสามารถ และสถาพร รอเสนา นายกเทศมนตรีตำบลขวาว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

ถาวร นันทะแสง นายกเทศมนตรีตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ และทองคูณ ยางขัน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และแก้ว เศวตวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี

รวมถึง ชัยวัฒน์ ดาวเรือง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโคก อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู และประจิณ สีทิม นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงษา จ.อำนาจเจริญ

‘ยึดที่มั่นรากหญ้า’

การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ลงลึกถึงรากหญ้าคือ องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ซึ่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล “พิธา” ยังแอบหวังลึกๆว่า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงระดับฐานราก เหมือนเลือกตั้งเทศบาล

สินค้าแบรนด์ “พิธา” ได้รับความสนใจจากคนอีสานเพิ่มขึ้น สังเกตได้จากนิด้าโพล และอีสานโพล

คณะก้าวหน้า แถลงข่าวว่า มีผู้สมัครนายก อบต. ที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวนทั้งสิ้น 195 แห่ง จาก 51 จังหวัดทั่วประเทศ

พื้นที่ภาคอีสาน คณะก้าวหน้าส่งลงสมัครมากที่สุดคือ 124 แห่ง รองลงมาคือภาคเหนือ 28 แห่ง ภาคกลาง 40 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง

เฉพาะภาคอีสาน คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครนายก อบต.มากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ จ.อุดรธานี 21 แห่ง, จ.ร้อยเอ็ด 15 แห่ง, จ.หนองบัวลำภู 10 แห่ง, จ.มหาสารคาม 10 แห่ง และ จ.นครราชสีมา 9 แห่ง

ดังนั้น วันที่ 28 พ.ย.2564 วันเลือกตั้งนายก อบต. จะเป็นวันชี้อนาคตของพรรคก้าวไกล หากยึดนายก อบต.อีสาน ได้ร้อยละ 50 ของจำนวนที่ส่งสมัคร 124 แห่ง ก็สั่นสะเทือนพรรคเพื่อไทยพอควร

ยิ่งคะแนนนิยม “พิธา” ดีวันดีคืนในภาคอีสาน สินค้ายี่ห้อทักษิณหรือโทนี่ อาจเป็นสินค้าตกยุค ในการเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า