แดงส้มชิงธง “ม็อบ 15 สิงหา” สาย “ทักษิณ” ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478928

แดงส้มชิงธง”ม็อบ 15 สิงหา” สาย “ทักษิณ” ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์

15 ส.ค. 2564

คาร์ม็อบทั้งแผ่นดิน “ม็อบ 15 สิงหา” หลายเฉดสี สายสันติก็มี จับตาสายปะทะรอป่วน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบ 15 สิงหา คาร์ม็อบเต็มแผ่นดิน ยิ่งกว่าร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก เมื่อกลุ่มการเมืองทั้งเฉดสีแดง และสีส้ม นัดหมายจัดคาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ทั่วประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

เดิมที กลุ่มแคร์วางแผนจัดกิจกรรม “1 นายกรุ่นเก๋า” และ “6 ทีมคนรุ่นใหม่” ไว้วันที่ 15 ส.ค.2564 แต่มีเสียงทักท้วงเรื่องวันเดียวกับ “คาร์ม็อบ” จึงเลื่อนมาเป็นวันเสาร์ที่ 14 ส.ค.2564

คลังสมองของทักษิณ ชินวัตร เริ่มโครงการ “The Change Maker” ผ่านแพล็ตฟอร์ม THINK เคลื่อน ไทย มาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคนรุ่นใหม่กว่า 100 ชีวิตเข้าร่วม

พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดำเนินการเฟ้นหาคนรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ Change Makers ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นการดิสรัปต์และรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของพรรค เพื่อล้างภาพของความเป็นพรรคขวัญใจคนรากหญ้า มาเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่

พูดง่ายๆ ทักษิณ และเพื่อไทย ต้องการแย่งชิงฐานเสียงเยาวชนคนหนุ่มสาวจากพรรคก้าวไกล หรืออดีตอนาคตใหม่ที่กวาดเสียง “เฟิร์สโหวต” ไปจำนวนมาก

++

เพื่อนอุ๊งอิ๊ง

++

โครงการ The Change Maker มี “คณาพจน์ โจมฤทธิ์” เป็นผู้อำนวยการโครงการ พร้อมด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่ กวีวงศ์ อยู่วิจิตร,วรรณะ เดชรา,พชร ธรรมมล,สรพันธ์ คุณากรวงศ์, ใจพิชญ์ สุขุมาลจันทร์ และชยิกา วงศ์นภาจันทร์

สำหรับ “คณาพจน์” เป็นเพื่อนของ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายจากอังกฤษ เขารับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในฐานะหน้าห้องของ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ช่วงก่อนการเลือกตั้ง 2562

แดงส้มชิงธง"ม็อบ 15 สิงหา" สาย "ทักษิณ" ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์ทักษิณ พบคนรุ่นใหม่

เมื่อมีพรรคไทยรักษาชาติ “คณาพจน์” เข้าไปเป็นกรรมการบริหาร ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค แต่โชคร้าย พรรคถูกสั่งยุบ และกรรมการพรรคถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี

หลังจาก “ทักษิณ” ส่ง 4 ขุนพล “เพ้ง มิ้ง อ้วน เลี้ยบ” เข้ามาปฏิรูปพรรคเพื่อไทย “คณาพจน์” จึงมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker

มาถึงวันนี้ โครงการดังกล่าว ได้คัดเลือก 6 ไอเดียชนะเลิศ สำหรับการสร้างประเทศได้แก่อาชีวะ New Gen – ปฏิรูปการศึกษา ปูทางสู่อาชีวะสู่โลกอนาคต, ถั่วล้านไร่ – พืชเศรษฐกิจตัวใหม่แก้ความจนของเกษตรกร, ราชการคลิกเดียว – รับบริการของรัฐได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว,ตลาดช่างฝีมือ – ช่างฝีมือไทยสู่ตลาดแบรนด์ระดับโลก ,Smart City Smart Life – ยกระดับชีวิตชาวเชียงใหม่ เข้าสู่สังคม New Normal และค้าบริการถูกกฎหมาย – เพื่อสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียม

ตัวแทน 6 ทีมได้นำเสนอต่อ “ทักษิณ” หรือ “โทนี่” เพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาไอเดียต่อไป และฟันธงตรงนี้ นี่คือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

++

รีแบรนด์แดง

++

ก่อนวันนัดจัดกิจกรรม “คาร์ปาร์ค” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้แถลงข่าวรายละเอียดกิจกรรมนัดชุมนุมคาร์ปาร์คไล่ประยุทธ์ ที่สำนักงานข่าวยูดีดี นิวส์ (UDD NEWS) แยกแคราย จ.นนทบุรี ซึ่งที่มั่นแห่งใหม่ของ นปช.สายนายใหญ่

แดงส้มชิงธง"ม็อบ 15 สิงหา" สาย "ทักษิณ" ปลุกระดมทั้งคาร์ม็อบ-คลับเฮาส์

ณัฐวุฒิ ฟื้นคนเสื้อแดง

สาเหตุที่ “ณัฐวุฒิ” ต้องแถลงซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเขาจะแยกให้เห็นภาพ “ม็อบแนวสันติ” กับ “ม็อบแนวปะทะ” หวังเรียกคะแนนจากพ่อยกแม่ยก และตีโต้ฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามงัดภาพเก่าๆ “เผาบ้านเผาเมือง” มาดิสเครดิตกลุ่ม นปช.

“ผมจะขอชักธงสันติ ไม่ใช่ธงสงคราม และไม่ว่าจะเกิดอะไรมาก่อนหน้านี้ ผมหวังว่า วันที่ 15 สิงหาคมนี้ ทุกคนจะยุติความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจากฝ่ายใด…ไม่มีลุย ไม่มีบวก ไม่มีปะทะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลา และทุกคนต้องกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ”

ด้วยเหตุนี้ ณัฐวุฒิ จึงออกแบบเส้นทางคาร์ม็อบ โดยหลีกเลี่ยงเส้นทางเฝ้าระวัง หรือพื้นที่เปราะบางที่จะถูกมาใช้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าได้

เมื่อมีการชุมนุมมวลชน สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และ “ม็อบ 15 สิงหา” ไม่ได้มีแค่ นปช.สายนายใหญ่ หากแต่มี “คาร์ม็อบ” สายบวก สายปะทะออกมาเล่นด้วย

ผ่าทีม “ลำพูนวอริเออร์” จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค “เสี่ยตาล” จะรุ่งหรือร่วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478855

ผ่าทีม “ลำพูนวอริเออร์” จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค “เสี่ยตาล” จะรุ่งหรือร่วง

14 ส.ค. 2564

การเมืองเจือธุรกิจ “ลำพูนวอริเออร์” จะไปได้ไกลแค่ไหน ประธานคนดังติดบ่วงคดีฟอกเงิน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลังตกเป็นข่าวใหญ่ ป.ป.ส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านประธานสโมสรฟุตบอลภาคเหนือ ข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมมูลค่าการยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 150 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เบื้องลึก “เสี่ยตาล” เจ้าบุญทุ่ม ปั้น “ลำพูนวอริเออร์” ผงาดไทยลีก 2

“ยึดทรัพย์” ​100 ล้าน ปธ.สโมสรฟุตบอลชื่อดัง น้องใหม่ไทยลีก2 ฐานค้ายาเสพติด

เข้ามอบตัวแล้ว ประธานสโมสรฟุตบอลชื่อดัง สู้คดี “ค้ายาเสพติด” ยึดทรัพย์ 150 ล้าน

ผ่านมา 1 วัน “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์ จึงตัดสินใจชี้แจงผ่านแฟจเพจเฟซบุ๊ค Lamphun Warriors โดยสรุปว่า เขาไม่ได้ถูกออกหมายจับเพราะเป็นผู้ค้าหรือบงการ หรือร่วมขบวนการยาเสพติดใดๆ อย่างที่เป็นข่าว แต่บังเอิญผู้ค้ายาเสพติดคนหนึ่งได้เคยทำธุรกรรมทางการเงินด้วย จึงถูกออกหมายจับในข้อหาสมคบกับคนคนนั้น

“ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้สโมสร สโมสรมีผู้สนับสนุนและหุ้นส่วนหลายคนช่วยกัน เพื่อทำในสิ่งที่เรารัก สโมสรยังเดินต่อไป ผมต้องพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม ขอบคุณครับ”

คำชี้แจงของ “เสี่ยตาล” ทำให้แฟนราชันโคขาวหรือลำพูน วอริเออร์ ค่อยคลายกังวล เพราะก่อนหน้านั้น มีข่าวลือมากมาย รวมถึงทีมอาจถูกยุบ หรือจะมีการลอยแพนักเตะ

วันที่ “เสี่ยตาล” พาทีมลำพูน วอริเออร์ คว้าแชมป์ไทยลีก 3 ปลายเดือน มี.ค.2564 เขาโพสต์เฟซบุ๊คว่า “จากวันแรกที่ผมก้าวเข้าสู่สโมสรฟุตบอลลำพูน หลายคนมีสิทธิ์จะคิด ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ มันจะทำได้มั้ย และวันนี้ ผลงานในสนามคือคำตอบ มันตอบได้ดังกว่าที่ผมพูดครับ”

10 ปี ของทีมลำพูน วอริเออร์ กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยน จากทีมลูกหนังของนักการเมืองคนดัง สู่ทีมของนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปีเศษ

++
ทีมของ “เสี่ยโอน” 
++
สโมสรฟุตบอล ลำพูน วอร์ริเออร์ (Lamphun Warrior Football Club) ฉายา “ราชันโคขาว” สนามเหย้าของสโมสรคือ  “สนามแม่กวง สเตเดี้ยม” มีความจุผู้ชม 3,000 ที่นั่ง ซึ่งบริษัท สโมสรฟุตบอลลำพูน จำกัดเป็นเจ้าของทีม

ผ่าทีม "ลำพูนวอริเออร์" จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค "เสี่ยตาล" จะรุ่งหรือร่วงเสี่ยโอน นายก อบจ.ลำพูน และเสี่ยตาล ปรึกษาเรื่องปรับปรุงสนาม


ปัจจุบัน บริษัท สโมสรฟุตบอล ลำพูน จำกัด มีผู้ถือหุ้นประกอบด้วย กรกฎ พลภาณุมาศ, กันต์ชนก ลิ้มจริยากุล, ดนุพล ดอกจันทร์,ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก, วัชระ รักศรี, และศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก

สโมสรฟุตบอล ลำพูน วอร์ริเออร์ ก่อตั้งปี 2554 โดย “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นประธานสโมสร ซึ่งในปีนั้น “เสี่ยโอน” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

“เสี่ยโอน” เป็นลูกชายคนโตของ ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.แพร่ หลายสมัย โดยเสี่ยโอน เป็น ส.ส.ลำพูน สมัยแรก ในนามพรรครวมไทย ก่อนจะย้ายไปพรรคชาติพัฒนา และเป็นสมาชิก“กลุ่ม 16” จึงสนิทกับเนวิน ชิดชอบ เจ้าของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เมื่อปี 2562 เสี่ยโอนอยู่ในบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เลยเป็น ส.ส.สอบตก และปลายปี 2563 เสี่ยโอนได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ลำพูน ในสังกัดพรรคเพื่อไทยทีมลำพูน วอริเออร์ ของเสี่ยโอน เล่นอยู่ในลีกภูมิภาคอยู่หลายปี กระทั่ง สองพี่น้องตระกูล “ฐาราชวงศ์ศึก” เข้าช่วยบริหารทีมลำพูน วอริเออร์ จึงเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด

++
ทีมเสี่ยตาล
++

ปี 2562 สโมสรลำพูนวอริเออร์ มีการเปลี่ยนผู้บริหาร โดย “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก เป็นผู้อำนวยการสโมสร(ประธานสโมสร) และ “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก ผู้จัดการทีม โดยเสี่ยโอน-อนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็นที่ปรึกษาประธานสโมสรลำพูนวอริเออร์ 

ปี 2563-2564 “เสี่ยตาล” พาทีมลำพูน วอริเออร์ เป็นแชมป์ไทยลีก 3 และเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ส่วน “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก พี่ชายเสี่ยตาล ไปซื้อสโมสรฟุตบอล พิษณุโลก เอฟซี และเข้าบริหารทีมในไทยลีก 3

ผ่าทีม "ลำพูนวอริเออร์" จากตระกูลวงศ์วรรณ สู่ยุค "เสี่ยตาล" จะรุ่งหรือร่วง

เสี่ยตาล พร้อมลุยไทยลีก 2

ด้านธุรกิจส่วนตัวของเสี่ยตาล สำนักข่าวอิศรา ได้ตรวจสอบพบ 2 แห่งคือ บริษัท สโมสรฟุตบอล ลำพูน จำกัด จดทะเบียนปัจจุบัน 10 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 5/6 หมู่ที่ 4 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน และบริษัท อันซีน เชียงราย จำกัด ตั้งอยู่ที่ 60/17 หมู่ที่ 13 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 

น่าจับตา ทีมราชันโคขาว หรือลำพูน วอริเออร์ ที่เสริมทัพนักเตะราคาแพง จะเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ไทยลีก 1 ได้หรือไม่? 

ศึกอาชีวะ “ม่อน อาชีวะ” วัดใจเด็ก”ตั้ง อาชีวะ” แยกค่ายไล่ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478826

14 ส.ค. 2564

ม็อบไล่ประยุทธ์ กังขา “ม่อน อาชีวะ” เล่นเกมลับ ค่ายฟันเฟืองประชาธิปไตยไม่ร่วมสังฆกรรม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กลางสมรภูมิดินแดง 3-4 ครั้งที่ผ่านมา นับแต่ม็อบ 1 สิงหา จนมาถึงม็อบ 13 สิงหา สะท้อนภาพรอยร้าวภายใน เด็กอาชีวะ ที่มีพก รอยแผลเป็น ฝากไว้ในใจมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วยรวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 กลุ่มราษฎรชุมนุมหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก หลังยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะมีนบุรีใช้ปืนยิงการ์ดอาชีวะปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บ 

หลังเหตุการณ์สงบ “ม่อน อาชีวะ” ได้พามือยิงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องการเมือง และ “ม่อน” ต้องถอยออกมาจากขบวนเยาวชนคนรุ่นใหม่

วันที่ 15 ส.ค.2564 แอดมินเพจฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย โพสต์เรื่องเก่าเหมือนต้องการสื่อข่าวส่งความให้สังคมได้รับรู้ว่า อาชีวะมี 2 ขั้ว และอย่าเหมารวมพวกเขาไปอยู่ในกลุ่ม “ม่อน อาชีวะ”

“ใช่ครับ #คนทุกคนมีอดีต พวกเราก็เคยมีอดีตครับ ในอดีตเคยมีพี่น้องเราโดนยิงที่ SCB ด้วยน้ำมือคนที่ยุยงให้น้องมาทำแล้วก็ทิ้งเค้า ให้เราพูดถึงอดีตบ้างไหมครับ #เรามีเรื่องให้ทำมากกว่าจะมานั่งขัดแย้งกับใคร อย่าผลักความขัดแย้งใดๆให้เราอีกเลย”

เป็นที่แน่ชัดว่า กลุ่มอาชีวะแยกเป็น 2 ขั้ว 2 แนวทาง ระหว่าง “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” กับ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

กลุ่มแรก ยึดแนวทางต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เคียงข้างขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม ไม่ว่าเยาวชนปลดแอก,ราษฎร, ทะลุฟ้า ฯลฯ กลุ่มหลัง ขับไล่ประยุทธ์ และไม่เอาเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ

++
ตู่-ม่อน
++
“ม่อน อาชีวะ” ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค แยกตัวจากเครือกลุ่มราษฎรเมื่อต้นปี 2564  โดยจัดตั้ง “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ขึ้นมาใหม่

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์ม่อน อาชีวะ พร้อมกองทัพเด็กแว้น

ต้นเดือน เม.ย.2564 “ม่อน อาชีวะ” นำพลพรรคเข้าร่วมงานกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ในนาม คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย 

บ่ายสองโมง วันที่ 15 ส.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธ์ R และชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมพลังอาชีวะขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าว กิจกรรมของ “ม่อน อาชีวะ” ไม่ได้เกี่ยวกับ “คาร์ปาร์ค” ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพราะม่อนจับมือกับกลุ่มไทยไม่ทนของจตุพร พรหมพันธุ์ ที่วางแผนจัดคาร์ปาร์ค ที่แยกบางนา ซึ่งมีการนัดหมายกลุ่มแดงตะวันออกไว้ที่จุดนี้

++
ตั้ง-เต้น
++
สำหรับ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” นั้น สืบสานเจตนารมณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของกลุ่มฟันเฟืองยุค 14 ตุลา และกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย ยุคแดงทั้งแผ่นดิน

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์ตั้ง อาชีวะ และฟันเฟืองประชาธิปไตย

ผู้ก่อตั้งกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย (Gear of Red) ปี 2556 คือ “ตั้ง อาชีวะ” หรือ เอกภพ เหลือรา หรือ สตีเว่น เบรนท์วู้ด ซึ่งปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และเขาได้ส่งไม้ต่อให้อาชีวะรุ่นน้อง “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย”

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2564 “ตั้ง อาชีวะ” โพสต์เฟซบุ๊ค Eakapop Luara ให้กำลังใจขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่า “ถึงแม้ผมจะอยู่ต่างประเทศ ลี้ภัยจากรัฐไทยมาอยู่ที่ New Zealand  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังทิ้งไม่ได้ ก็คือ อุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถึงจะอยู่ต่างประเทศ ก็ร่วมสู้ไปกับพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยในไทยได้ครับ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ที่ไหนก็เข้าถึงหน้างานได้เสมอ(Internet)”

จุดยืน “ตั้ง อาชีวะ” สนับสนุนเยาวชนคนหนุ่มสาว และยังมีความผูกพันกับ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และที่สำคัญ “ตั้ง อาชีวะ” ยังสวมเสื้อแดงที่มีภาพ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ซึ่งเป็นผู้นำในดวงใจของเขา 

เหตุที่ “ตั้ง อาชีวะ” ต้องไปพำนักอยู่นิวซีแลนด์ เพราะช่วงปลายเดือน ธ.ค.2556 ศาลอาญา อนุมัติหมายจับเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ในข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีตั้ง อาชีวะ ขึ้นปราศรัยเวที นปช.ที่สนามราชมังคลาฯ

ตั้ง อาชีวะ จึงหนีไปตั้งหลักที่กัมพูชา ก่อนจะทำเรื่องขอลี้ภัยไปอยู่นิวซีแลนด์ และใน พ.ศ.นี้ “ตั้ง” ยอมรับว่า “บทบาทในการเป็นแกนนำของผม มันจบไปตั้งแต่ปี 2556 แล้ว ที่เหลือแกนรุ่นใหม่เขามารับไม้ต่อไป”

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15 สิงหา “วันผีโลงแตก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/478782

คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

14 ส.ค. 2564

ผ่าประเด็นร้อน คุ้ยใส้ใน “คาร์ปาร์ก” 15สิงหา “วันผีโลงแตก”

ปฏิบัติการเขย่าเก้าอี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังคงมีรุปแบบใหม่ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ล่าสุดนอกจากคาร์ม็อบแล้วยังมี ”คาร์ปาร์ก” โดยนัดกันในวันที่ 15 สิงหาคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ประกาศคำสั่ง”ผบ.สส.” ห้ามชุมนุม มั่วสุม ก่อให้เกิดแพร่ระบาด” โควิด-19 

คาร์ม็อบ ‘ทักษิณ’โหนกระแสสู่ ‘เลือกตั้ง’

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ไม่ได้ระบุว่าวันที่15 สิงหามีความหมายใดๆในทางการเมืองในอดีต ไม่เหมือน 7 สิงหาวันเสียงปืนแตก หรือไม่ก็ย้อนไปโน่นเลย2475

แต่การขยับเข้ามาผสมพันธุ์กันระหว่าง ม็อบอาชีพกับม็อบสมัครเล่น เป็นเรื่องที่จะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะนับแต่ม็อบเด็กที่เริ่มจาก3 นิ้วจนกลายมาเป็น คณะราษฎร แม้นจะเป็นการรวมกันแบบออนไลน์

จากแฟลชม็อบจนมาถึงคาร์ม็อบ นับว่าจำนวนคนที่เข้าร่วมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะรูปแบบคาร์ม็อบ ที่ริเริ่มโดยสมบัติ บุญงามอนงค์ นั้น เสมือนหนึ่งต้องการดึงเอาคนชั้นกลางที่เบื่อ ประยุทธ์ แต่ไม่กล้าออกหน้า ให้มามีส่วนร่วมด้วยการขับรถออกจากบ้านชนิดติดฟิล์มมืดไม่มีใครมองเห็น

วิวัฒนาการของ ม็อบ เปลี่ยนไปเรื่อยๆจนรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงตามแทบไม่ทัน โดยทุกกลุ่มมีเป้าหมายคือ ไล่ประยุทธ์

ระยะหลังข้อเรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบัน เสียงเบาลงเพราะมวลชนเริ่มหนีห่าง ดังนั้นแกนนำที่ไม่เปิดเผยตัวเองจึงให้โฟกัสไปที่การขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นงานหลัก

แน่นอนว่าความล้มเหลวในการแก้โควิด-19 และการจัดหาวัคซีน ตลอดจนล่าสุดการจัดซื้อชุดตรวจ ATK จากจีนที่อย.สหรัฐอเมริกาไม่รับรอง มันทำให้คนที่กำลังเดือดร้อนจากโรคโควิด-19 หันมาโจมตีรัฐบาลมากขึ้น

เมื่อบรรดาคนไม่เอาประยุทธ์ เห็นว่าสถานการณ์เริ่มเข้าขั้นสุกงอม จึงส่ง คาร์ปาร์ก ที่นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้ามาผสมโรงกับ สมบัติ บุญงามอนงค์ แฟลชม็อบ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม และทะลุฟ้า

ฉะนั้นวันที่ 15 สิงหาคม จะเห็นปรากฎการณ์ที่คนเรือนแสนออกมาขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ แต่ในทางยุทธศาสตร์ ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียหรือแตกหัก คนที่อยู่เบื้องหลังต้องการแค่ ”ภาพ” คนเรือนแสนเรือนล้านออกมาไล่ประยุทธ์เท่านั้น

ทำแบบนี้ให้คนชั้นกลางและนักธุรกิจที่ยังลังเลอยู่ได้ตัดสินใจว่า การขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ นั้นกลายเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ เมื่อมีม็อบถี่ขึ้นเรื่อยๆจำนวนคนก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้มีการจัดม็อบมาชนม็อบ จะมีเพียงกลุ่ม อานนท์ แสนน่าน แดงกลับใจ ที่กำกับโดย เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อิสานเท่านั้น

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้มีการจัดม็อบมาชนม็อบ จะมีเพียงกลุ่ม อานนท์ แสนน่าน แดงกลับใจ ที่กำกับโดย เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อิสานเท่านั้น

ฉะนั้นแม้น ณัฐวุฒิ จะปฏิเสธว่า คาร์ปาร์ก 15สิงหาคม พี่โทนี่ วู๊ดซัม แห่งดูไบ ไม่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะนับแต่ จตุพร พรหมพันธ์ กลับเข้าเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง ภาพของ ณัฐวุฒิ ก็ชัดขึ้นเรื่อยๆ บรรดาคนเสื้อแดง ที่แกล้งตายเป็นผีไป10 กว่าปี จะฟื้นคืนชีพอย่างแน่นอน

เป็นความชัดของม็อบมืออาชีพ ไม่ใช่ม็อบมือสมัครเล่นที่เดินเข้าไปเป็นเหยื่อกระสุนยาง แก๊สน้ำตา และไม้กระบองของตำรวจควบคุมฝูงชนแน่นนอน

จากวันนี้เป็นต้นไปของจริงมาแล้ว และเขาก็ไม่คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก แต่เพื่อต้องการบีบให้มีเวลาน้อยลง และยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายในไม่เกินกุมภาพันธ์ปีหน้า ตามที่ โทนี่ ฟันธงเอาไว้

เมื่อนั้นชัยชนะจะเป็นของพรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ที่จะเข้าสู่อำนาจอย่างชอบธรรม

เบื้องลึก “เสี่ยตาล” เจ้าบุญทุ่ม ปั้น “ลำพูนวอริเออร์” ผงาดไทยลีก 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478703

เบื้องลึก “เสี่ยตาล” เจ้าบุญทุ่ม ปั้น “ลำพูนวอริเออร์” ผงาดไทยลีก 2 

13 สิงหาคม 2564 – 19:50 น.

ข่าวร้ายรับไทยลีก “เสี่ยตาล” ประธานลำพูนวอริเออร์ เจอมรสุมชีวิต ไปต่อยังไง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สุดสัปดาห์นี้ ฟุตบอลไทยลีก ยังไม่เปิดฤดูกาล แต่ทีมน้องใหม่ไทยลีก 2 อย่างสโมสรลำพูน วอร์ริเออร์ ตกเป็นข่าวสะเทือนแผ่นดิน ดังที่ทราบกันแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

“ยึดทรัพย์” ​100 ล้าน ปธ.สโมสรฟุตบอลชื่อดัง น้องใหม่ไทยลีก2 ฐานค้ายาเสพติด

เข้ามอบตัวแล้ว ประธานสโมสรฟุตบอลชื่อดัง สู้คดี “ค้ายาเสพติด” ยึดทรัพย์ 150 ล้าน

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ”สิงหามรณะ”รัฐบาลแพแตกโควิดระบาดหนัก-ม็อบรวมตัว

ล่าสุด แหล่งข่าวภายในสโมสรลำพูน วอริเออร์ ว่า คณะผู้บริหารของทีมลำพูน วอริเออร์พร้อมเดินหน้าลุยไทยลีก 2 ต่อแน่นอน แม้ประธานสโมสรจะเจอมรสุมคดีความ เพราะเป็นเรื่อง “ส่วนบุคคล” ไม่เกี่ยวกับสโมสร

นับแต่ปิดฤดูกาลที่แล้ว ทีม “ราชันโคขาว” ลำพูน วอร์ริเออร์ มีข่าวดีต่อเนื่อง เริ่มจากได้เลื่อนชั้นจากไทยลีก 3 ไปเตะในไทยลีก 2 พร้อมกับเซ็นสัญญาคว้านักเตะต่างชาติ อาลี ซิสโซโก้ อดีตแบ็กซ้าย นักเตะลิเวอร์พูล และ เจฟเฟรน ซัวเรส อดีตนักเตะบาร์เซโลน่า มาร่วมทีม

สื่อสายกีฬา ต่างจับจ้องไปที่ “เสี่ยตาล” หรือ “บอสตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสรลำพูน วอร์ริเออร์ ในฐานะเจ้าบุญทุ่มหน้าใหม่ และมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้นเอง

ต้นเดือน ส.ค.2564 “เสี่ยตาล” ประธานสโมสร ลำพูน วอร์ริเออร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลข 910261 งวดวันที่ 1 ส.ค.64 จำนวน 2 ใบ รับทรัพย์เน้นๆ 12 ล้านบาท นับเป็นโชคก้อนใหญ่ก่อนเปิดฤดูกาลไทยลีก

เบื้องลึก "เสี่ยตาล" เจ้าบุญทุ่ม ปั้น "ลำพูนวอริเออร์" ผงาดไทยลีก 2 

เสี่ยตาล ถูกรางวัลที่ 1

จาก “ข่าวดี” ข่าวใหญ่ก่อนหน้านี้ มาถึง “ข่าวร้าย” หลายคนคงอยากรู้จัก พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ประธานสโมสรลำพูน วอริเออร์ มากขึ้น

++
คนหนุ่มร้อยล้าน
++
ปี 2563 “เสี่ยตาล” พงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก ซื้อทีมลำพูน วอริเออร์ จาก “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ นายก อบจ.ลำพูน ซึ่งขณะนั้น ทีมอยู่ในระดับไทยลีก 3 หลังจากนั้น ผู้บริหารชุดใหม่ ได้ซื้อผู้เล่นราคาแพง เงินเดือนสูงเข้าสู่ทีม ปรับปรุงสนามซ้อมและสนามแข่งขัน จนสามารถพาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 

“เสี่ยตาล” เป็นชาวลำพูน เป็นคนชอบฟุตบอล โดยเฉพาะเสี่ยตาล เป็นสาวกหงส์แดง ส่วนธุรกิจของเสี่ยตาล ที่นักเที่ยวกลางคืนรู้จักดีคือ ผับอินฟินิตี้ ที่เชียงใหม่ และผับอันซีน ที่ จ.เชียงราย ส่วนธุรกิจอื่นๆ ก็ไม่ปรากฎชัด  

ที่แฟนบอลไทยรู้จัก “เสี่ยตาล” มากขึ้น ก็ตอนประมูลเสื้อของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ในราคา 5 แสนกว่าบาท เพื่อนำรายได้มอบให้ “จ่าเหน่” เสน่ห์ โพนมณีศักดิ์ อดีตนักเตะทีมชาติ  ที่ป่วยอยู่ นัยว่า เสี่ยตาลเป็นเพื่อนรักกับ “เจ้าอุ้ม” รู้จักคบหากันมานานแล้ว

++
จากการเมืองสู่ธุรกิจ
++

จุดเริ่มต้นของทีมลำพูน วอริเออร์ คือ “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.ลำพูน 4 สมัย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง มีใจรักกีฬาฟุตบอล อยากสร้างชื่อเสียงให้ท้องถิ่น จึงลงทุนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในนามของ “บริษัท สโมสรฟุตบอลลำพูน จำกัด” เมื่อปี 2554

“เสี่ยโอน” ก็ทำทีมลำพูน วอริเออร์ อยู่ในลีกภูมิภาค ผลงานลุ่มๆดอนๆ เนื่องจากการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เงินทุนไม่น้อย แต่ทีมราชันโคขาว ก็มีชาวลำพูนให้การสนับสนุนอยู่ไม่น้อย

เบื้องลึก "เสี่ยตาล" เจ้าบุญทุ่ม ปั้น "ลำพูนวอริเออร์" ผงาดไทยลีก 2 

หนุ่มวัย 30 ทุ่มทุนไม่อั้นสร้างทีมลำพูนวอริเออร์

ปี 2562 อนุสรณ์ วงศ์วรรณ ยังเป็นประธานสโมสรลำพูนวอริเออร์ ร่วมกับ “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก ผู้จัดการทีม ซึ่งเสี่ยต้นเป็นพี่ชายเสี่ยตาล
จริงๆแล้ว เสี่ยต้นมีบทบาทสำคัญในการบริหารทีมลำพูน วอริเออร์ และดึงน้องชาย “เสี่ยตาล” มาเป็นผู้อำนวยการสโมสร 

ปลายปี 2563 อนุสรณ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ลำพูน จึงวางมือในการบริหารทีมราชันโคขาว และมอบให้ “เสี่ยตาล” ขึ้นเป็นประธานสโมสร

ส่วน “เสี่ยต้น” ศิริพงษ์ ฐาราชวงศ์ศึก ไปเป็นผู้บริหารคนใหม่ของทีม” ขุนพลนเรศวร” พิษณุโลก เอฟซี ทีมไทยลีก 4 โซนภาคเหนือ 

“ชมรมแพทย์ชนบท” ฮีโร่ สกัด ATK ไร้คุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478668

“ชมรมแพทย์ชนบท” ฮีโร่ สกัดATKไร้คุณภาพ

13 สิงหาคม 2564 – 15:42 น.

เกือบไปแล้ว ชุดตรวจ”โควิด19″ฟรี ยังดีที่”ชมรมแพทย์ชนบท” ออกมาสกัด 8.5 ล้านชุด FDAสหรัฐเรียกเก็บไปจากท้องตลาดตั้งแต่เดือนพฤษภา

"ชมรมแพทย์ชนบท" ฮีโร่ สกัดATKไร้คุณภาพ

การออกแถลงการณ์ เรื่อง “องค์การเภสัชกรรมต้องจัดหา ATK ที่มีคุณภาพมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ” แถลงโดย นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธาน #ชมรมแพทย์ชนบท ทำให้นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ต้องสั่งชะลอการดำเนินการในขั้นตอนการทำสัญญาจัดหาชุดตรวจ #โควิด19 ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด  ที่ผ่านการเปิดซองประมูล เมื่อวันที่10 สิงหาคม ออกไปก่อน

"ชมรมแพทย์ชนบท" ฮีโร่ สกัดATKไร้คุณภาพ

‘หมอแอ้ม”แพทย์ รพ.ภูมิพล ติด”โควิด-19″ เสียชีวิต- ฉีด ‘ซิโนแวค’ ครบ 2 เข็ม

ศบค.เผยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดคาดปลายส.ค.ติดเชื้อพุ่ง 7 หมื่นราย เล็ง”ขยายล็อกดาวน์”

ปัญหาการคัดเลือกผู้ชนะการประมูล เกิดจาก#องค์การเภสัชกรรม ใช้เกณฑ์ราคาถูกที่สุดเป็นตัวตัดสิน โดยไม่ได้ใส่ใจในการคัดเลือก ATK ที่มีคุณภาพสูง ทั้งที่ยี่ห้อ LEPUซึ่งชนะการประมูล ได้ถูกเรียกเก็บสินค้าออกจากตลาดสหรัฐอเมริกา ตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ระงับใช้ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดทั้ง Antigen Rapid Test Kit และ Antibody Rapid Test Kit ของ Lepu Medical Technology เพราะให้ผลการตรวจที่ไม่แม่นยำ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

แต่ชุดตรวจชื่อเดียวกันนี้ กลับได้รับการขึ้นทะเบียนจากอย.ของไทยเมื่อเดือนกรกฎา และบริษัทที่นำเข้ามา ชนะการประมูล ด้วยการเสนอราคาถูกที่สุด แต่เป็นยี่ห้อที่มีข้อกังขาเรื่องความแม่นยำมากที่สุด  นี่จะทำให้การควบคุมโรค #โควิด19 ที่วิกฤตหนักมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกโดยใช่เหตุหรือไม่

การที่องค์การเภสัชกรรมทำการจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชิ้นให้กับ สปสช.เพื่อกระจายให้โรงพยาบาลแจกจ่ายกับประชาชนเป็นเรื่องที่ น่าดีใจ แต่หากชุดตรวจ ATK คือหัวใจของการควบคุมโรคโควิด ก็ ต้องมีคุณภาพสูง ต้องมีความแม่นยำ ความจำเพาะและมีความไวตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก 

"ชมรมแพทย์ชนบท" ฮีโร่ สกัดATKไร้คุณภาพ

หากไม่มีความแม่นยำ ต้องตรวจซ้ำด้วย RT-PCR อีก จะเสียโอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโดยเร็ว  เปรียบเสมือนทหารต้องการรถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำที่มีคุณภาพสูงเพื่อสู้กับผู้รุกรานฉันใด วงการแพทย์ก็ต้องการชุดตรวจ ATK ที่มีมาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลกรับรองเพื่อสู้ภัยโควิดฉันนั้น

"ชมรมแพทย์ชนบท" ฮีโร่ สกัดATKไร้คุณภาพ

เรื่องที่เกิดขึ้นคราวนี้  ทำให้มีคำถามว่า ทำไมชมรมแพทย์ชนบทจึงรู้ว่า ชุดตรวจATK ที่ชนะประมูล ไม่ผ่านมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา หรือเป็นเพราะว่า แพทย์ชนบทเป็นคนใช้จึงติดตามข่าวสารได้ละเอียดกว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์การเภสัชกรรม

พาคนไปเสี่ยง “ม็อบ 13 สิงหา” เมิน “บก.ลายจุด” เตือนกับดักความรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478633

พาคนไปเสี่ยง “ม็อบ 13 สิงหา” เมิน “บก.ลายจุด” เตือนกับดักความรุนแรง

13 สิงหาคม 2564 – 15:15 น.

ยึดสามเหลี่ยมดินแดง “ม็อบ 13 สิงหา” กลุ่มทะลุฟ้า ฝ่าแนวต้าน บุกบ้านประยุทธ์  คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

ไม่ว่าจะชื่อ “เยาวชนปลดแอก” หรือ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” หรือ “ทะลุฟ้า” ก็เป็นม็อบไม่มีแกนนำ และอาศัยการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ค, ทวิตเตอร์ และคลับเฮาส์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

การจัดม็อบแนวนี้ มักถูกวิจารณ์ว่า สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกับตำรวจ แต่กองเชียร์ม็อบสามนิ้วบางคน กลับหนุนให้มี “ม็อบรายวัน” ดังเช่นวันศุกร์ที่ 13 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ได้นัดมวลชนบุกบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้ง

กลุ่มทะลุฟ้า แตกหน่อมาจากกลุ่มเดินทะลุฟ้า นำโดย “ไผ่ ดาวดิน” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่รวบรวมรุ่นน้องจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” ซึ่งไผ่ และทีมงานเดินเท้าจากขอนแก่น ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นเวลา 17 วัน ระยะทาง 247.5 กิโลเมตร  

จากนั้น ไผ่ ดาวดิน นำทีมงานเดินทะลุฟ้า ไปปักหลักชุมนุมพื้นที่ข้างทำเนียบรัฐบาลโดยใช้ชื่อ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” และตำรวจเข้าสลายการชุมนุม จากนั้น “ไผ่” ก็หันมาใช้ชื่อกลุ่มทะลุฟ้า ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ช่วงโควิดระบาด เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก

ขณะนี้ ไผ่ ดาวดิน หรือจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกจับกุมคดีสาดสีแดงใส่ป้าย สน.ทุ่งสองห้อง และศาลอาญา มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว 

++
คำเตือนของพี่
++
กลุ่มทะลุฟ้า ก็ไม่ต่างจากกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่ใช้การสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์นัดชุมนุม และมีเป้าหมายจะไปที่หน้า ร.1 รอ.ทม. ถ.วิภาวดี ซึ่งบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ภายในค่ายทหารแห่งนี้

มีข้อน่าสังเกต มวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมระยะหลัง เป็นกลุ่มมอเตอร์ไซค์ ที่มีทั้งอาชีวะ ,ไรเดอร์ และวัยรุ่นทั่วไป ไม่ใช่คนหนุ่มสาวหน้าใสๆ เหมือนปีที่แล้ว 

ฉะนั้น สมรภูมิสามเหลี่ยมดินแดง จึงกลายสังเวียนเดือด ภาพการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็น #ม็อบ 1 สิงหา #ม็อบ 7 สิงหา #ม็อบ 10 สิงหา และ #ม็อบ 11 สิงหา

พาคนไปเสี่ยง "ม็อบ 13 สิงหา" เมิน "บก.ลายจุด" เตือนกับดักความรุนแรง

กลุ่มทะลุฟ้า ยืนยันแนวสันติวิธี

วันที่ 12 ส.ค.2564 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จึงสื่อสารผ่านทวิตเตอร์ บก.ลายจุด @nuling ว่า “การเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่าเสียความชอบธรรม เพราะแนวร่วมจะหดแคบลง เมื่อโดดเดี่ยวจะถูกทำลายล้างโดยง่าย”

ปฏิกิริยาจากฟากฝ่ายเดียวกัน ถาโถมใส่ บก.ลายจุด มากมายทีเดียว เพราะนักวิชาการบางคนเชื่อในทฤษฎี “จลาจลเพื่อการเปลี่ยนแปลง”  

++
สมรภูมิเลือดดินแดง
++
เมื่อมีปฏิริยาวิพากษ์ท่าทีของ “บก.ลายจุด” ทำนอง “ถ้ากลัวก็ถอยออกไป” เจ้าของไอเดียคาร์ม็อบ จึงใช้เฟซบุ๊คบอกเล่า สิ่งที่ตัวเขาเผชิญในช่วงปี 2553

พาคนไปเสี่ยง "ม็อบ 13 สิงหา" เมิน "บก.ลายจุด" เตือนกับดักความรุนแรง

บก.ลายจุด นัดคาร์ม็อบ 15 ส.ค.

“ช่วงที่ทหารสลายการชุมนุมปี 53 มีประชาชนโดนยิงเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก ผมเป็นคนไปตั้งเวทีย่อยที่เวทีสามเหลี่ยมดินแดง ระหว่างที่ปราศรัยบนรถหกล้อ ผมเห็นคนโดนยิงโดนแบกออกมาเป็นระยะ เกือบทุกครั้งผมมองขึ้นไปบนตึกสูง ถามตัวเองว่าจะโดนสไนเปอร์ยิงมาจากด้านบนที่ใดที่หนึ่งหรือเปล่า”

นี่คือภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุม บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง-ถนนราชปรารภ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ค.2553 

“คำถามจึงไม่ได้อยู่ตรงที่กลัวหรือกล้าหรือเปล่า มันอยู่ตรงที่เราประเมินแล้วว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ นี่เฉพาะชีวิตของเราคนเดียว ไม่รวมชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบตัวเราหรือมวลชนที่ตามเราออกมา ความรับผิดชอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแบกรับ”

หลายคนอาจไม่เคยประสบเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง ด้วยกระสุนจริง ไม่ใช่กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา เหมือนทุกวันนี้

“ดังนั้นเวลา มีคนด่าผมว่าผมปอดแหก ขี้กลัว เป็นพวกโลกสวย เลี้ยงไข้ ผมขอใช้ข้อความข้างบนนี้อธิบายข้อกล่าวหาเหล่านั้น ผมเรียนรู้ว่านอกจากจิตใจที่ต้องกล้าหาญแล้ว เราต้องใช้สติปัญญาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง”

บก.ลายจุด ย้ำว่า “การไปยืนอยู่หน้าบ้านของประยุทธ์ ไม่ได้ทำให้ประยุทธ์ลาออก แต่การที่ประชาชนออกมาตะโกนไล่ประยุทธ์ทุกหนแห่งต่างหากที่จะทำให้ประยุทธ์ ต้องลงจากอำนาจ”

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง “ณัฐวุฒิ” เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478623

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวง”ณัฐวุฒิ”เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

13 สิงหาคม 2564 – 13:55 น.

 “ซินแสเข่ง”ผ่าดวงแกนนำนปช.”ณัฐวุฒิ” ตกดวงอิทธิถึงฆาต พัวพันอุบัติเหตุ”15 สิงหา”นำม๊อบคาร์ไล่ประยุทธ์ คิดการใหญ่ไม่ดูฐานะ ชีวิตมีอุปสรรค บั้นปลายสูญสิ้นทรัพย์ ชะตาขาดคนอุปถัมภ์ ระวังจะพาเพื่อนไปตาย

วันที่ 13 สิงหาคม 2564 ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึก แกนนำ นปช. เต้น ณัฐวุฒิ ตกดวงอิทธิถึงฆาต พัวพันอุบัติเหตุ 15 สิงหา นำม๊อบคาร์ประกาศถล่มไล่ นายกฯ ลุงตู่ จนกว่าจะคาที่ คิดการใหญ่ไม่ดูฐานะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

ตกดวงปะทะเบียดเบียน ประเภทหาเรื่องใส่ตนเอง ให้เดือดเนื้อร้อนใจ อยู่ดีไม่ว่าหาเหตุใส่ตัว เหมือนเฉือนเนื้อให้เลือดไหล ตกดวงผู้ใหญ่ให้โทษ ดื้อรั้นเอาแต่ใจ คิดหวังการใหญ่ คาดตนเองเป็นผู้หยั่งรู้ ตกดวงชีวิตมีอุปสรรคบั้นปลายสูญสิ้นทรัพย์ ตกชะตาขาดคนอุปถัมภ์

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึกผ่าดวงวิกฤติ แกนนำม๊อบคาร์ เต้น  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตกดาวอิทธิฤทธิ์ถึงฆาต หากยุ่มบามมุทะลุ หรือทำตามใจยุยง พัวพันอุบัติเหตุ เตรียมพาคนไปตาย 15 สิงหาคมนี้

เพราะตกดวงชะตาหาเรื่องใส่ตนเอง ณัฐวุฒิ ใส้เกื้อ เดือนแห่งการปะทะ เบียดเบียนให้เดือเนื้อร้อนใจ กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง สร้างความอึดอัดให้เกิดขึ้น จากการกระทำของตนเอง ตกดวงชะตาให้ร้ายตนเองให้เดือดร้อน ก่อวิบากกรรมเหมือนเฉือนเนื้อให้เลือดไหล เพราะผู้ใหญ่ให้โทษ

 "ซินแสเข่ง"ผ่าดวง"ณัฐวุฒิ"เจอวิบากกรรมผู้ใหญ่ให้โทษระวังพาเพื่อนไปตาย

เหตุร้ายให้ระวังพาเพื่อนไปตายหวังเป็นผู้นำกลับกลายเป็นสร้างวิบากกรรม เพราะหวังตนเองเป็นใหญ่ ในดวงชะตาไม่ได้บอกว่าจะเป็นผู้นำคนได้ แต่บั้นปลายจะตกดวงทรัพย์สูญสิ้น แม้นทรัพย์ที่สร้างมาก็จะไม่เหลือหากมีชีวิตอยู่ในวังวนขณะนี้ไม่ระวัง เพราะไร้ผู้ใหญ่เหลียวมอง

ซินแสเข่ง สรุป ดวงของแกนนำ นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถึงภาระกิจในวันที่ 15 สิงหาคม นี้ คาดว่าเหมือนที่ผ่านมา ไม่มีผลของความสำเร็จเกิดขึ้น แต่จะเป็นจุดของการสร้างความเดือดร้อนมากกว่า

“และอาจจะมีปะทะกันเกิดขึ้น ทั้งกลุ่มคาร์ม๊อบ และหากกลุ่ม นปช.เข้าร่วม และกลุ่มสามกีบที่ร่วมสมทบ ก็อาจจะมีผลต่อเนื่องถึงการต้องคดีความเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวง เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 

ไล่รายวัน “ม็อบ 13 สิงหา” ทะลุฟ้าบุกบ้าน “ประยุทธ์” ส่อเค้าจลาจล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478548

ไล่รายวัน “ม็อบ 13 สิงหา” ทะลุฟ้าบุกบ้าน “ประยุทธ์” ส่อเค้าจลาจล

12 สิงหาคม 2564 – 20:08 น.

ไม่มีถอย “ม็อบ 13 สิงหา” ตามไล่ล่าประยุทธ์ เดินหน้าปะทะ ชูธงปฏิวัติประชาชน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++
จลาจล-ปฏิวัติ
++
ก่อนที่ “เพนกวิน” จะเข้าเรือนจำรอบสอง ตอนกลางดึกวันที่ 9 ส.ค.2564 เขาได้แสดงอารยะขัดขืน และตะโกนก้องลั่นรถห้องขังว่า “ปฏิวัติประชาชน” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

ถัดมา ในทวิตเตอร์ @Panusaya S. “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ทวีตข้อความ “คำสุดท้ายจากเพื่อนเรา คือ ปฏิวัติประชาชน” จากนั้น #ปฏิวัติประชาชน ก็ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

ปี 2519 นักศึกษาหลายพันคน เลือกหนทาง “ปฏิวัติประชาชน” โดยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) สำหรับ พ.ศ.นี้ “เพนกวิน” และผองเพื่อน จะปฏิวัติประชาชนแบบไหน?

ไล่รายวัน "ม็อบ 13 สิงหา" ทะลุฟ้าบุกบ้าน "ประยุทธ์" ส่อเค้าจลาจล

กลุ่มทะลุฟ้า นัดบุกบ้านประยุทธ์อีกครั้ง

ที่แน่ๆ บ่ายสามโมง วันศุกร์ที่ 13 ส.ค.2564 กลุ่มทะลุฟ้า ได้นัดมวลชนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท “เราจะเดินคล้องแขนไปบ้านประยุทธ์ พบการต่อสู้ทุกรูปแบบจากประชาชน..ขอพี่น้องประชาชนจงออกมาเพิ่มกำลังคน ร่วมกันและต่อสู้อย่างสันติอหิงสา เพื่อประจันหน้ากับพวกทรราช” 

แล้วก็ติดแฮชแท็ก #ทะลุฟ้า #ประยุทธ์ออกไป #ปฏิวัติประชาชน ซึ่งในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต่างก็ชูคำขวัญ “ปฏิวัติประชาชน” ตามที่ “เพนกวิน” ตะโกนดังๆในค่ำคืนนั้น 

แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า เยาวชนปลดแอก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ราษฎร และฟื้นฟูประชาธิปไตย คงเห็นพ้องต้องกันว่า เดินหน้าชุมนุมต่อไป ไม่มีถอย หากหยุดการชุมนุม จะทำให้ฝ่ายเผด็จการบดขยี้

++
ทฤษฎีโกลาหล
++
30 ปีที่แล้ว ช่วงที่สังคมไทยอยู่ในภาวะถดถอยทางอุดมการณ์ หลังสิ้นสุดสงครามเย็น ได้มีนักวิชาการบางคนเสนอ “ทฤษฎีไร้ระเบียบ” หรือ “ทฤษฎีโกลาหล” (chaos theory) พูดถึงการเปลี่ยนทางสังคมเชิงโครงสร้าง

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีไร้ระเบียบ ได้ถูกคนบางกลุ่มตีความไปในทางลบ และหวังการเปลี่ยนแปลงการเมือง ด้วยทฤษฎีโกลาหลจลาจล

ชั่วโมงนี้ นักวิชาการบางคนมองว่า การจลาจลในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 25616 และการจลาจลในเดือนพฤษภาคม 2535 ไม่ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง 

ดังนั้น หากจะมีจลาจลเกิดขึ้นอีกครั้ง ต้องเป็นการจลาจลที่ไม่ “เสียของ” เหมือนปี 2516 และ 2535

++
สถานการณ์สุกงอม
++

นักวิชาการอิสระอย่าง พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊คว่า แนวทางของฝ่ายรัฐในวันนี้คือการเดินสองขา คือปราบปรามอย่างรุนแรง และจับกุมแกนเข้าคุก หวังให้การชุมนุมของเยาวชน “ฝ่อลงไปเรื่อยๆ”

“น่าจะคาดผิด รากเหง้าของปัญหาเชิงระบอบยังคงอยู่ ความรุนแรงจากฝ่ายรัฐ มีแต่จะทำให้ผู้คนยิ่งโกรธแค้น ผลด้านกลับคือจำนวนคนที่เผชิญหน้ากับ จนท.จะมีมากขึ้น การปะทะกันจะยิ่งบานปลายและรุนแรงต่อไปโดยที่แม้แต่ผู้จัดชุมนุมก็ควบคุมไม่ได้”

แล้ว “พิชิต” ก็สรุปว่า การที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน “ผลมีสองอย่าง (ส่วนใหญ่) บานปลายเป็นจลาจล และรัฐรักษาอำนาจไว้ด้วยการฆ่าหมู่ประชาชนครั้งใหญ่ และ (ส่วนน้อย) การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือกระทั่งเปลี่ยนระบอบ”

ไล่รายวัน "ม็อบ 13 สิงหา" ทะลุฟ้าบุกบ้าน "ประยุทธ์" ส่อเค้าจลาจล

เพนกวิน ก่อนเข้าเรือนจำ

ตอนท้าย “พิชิต” โค้ดคำพูดของเช กูวาร่า “Vive la révolution!” แปลว่า มีชีวิตอยู่เพื่อการปฎิวัติ

ขณะที่ “ใบตองแห้ง” นำเสนอผ่านเฟซบุ๊ค Atukkit Sawangsuk บอกว่า นี่คือ ม็อบ New Normal อยู่เหนือการควบคุม

“ว่าที่จริง 14 ตุลา พฤษภา 35 ก็เป็นแบบนี้แหละ การใช้กำลังรุนแรงกับม็อบปะทุความโกรธแค้น เกิดการตอบโต้อย่างกว้างขวาง ประชาชนพับเพียบให้ทหารกระทืบซะเมื่อไหร สถานการณ์ไม่มีใครคุมอยู่ กลายเป็นจลาจล ลุกลาม”

ในฐานะคนเดือนตุลา และเคยเข้าป่า ร่วมกับ พคท. “ใบตองแห้ง” จึงสรุปว่า “การตอบโต้เมื่อถูกกระทำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการไล่ประยุทธ์ พอๆกับคาร์ม็อบคาร์ปาร์ค ถ้าเกิดทุกวันเป็น New Normal ก็อยากรู้ว่ามันจะอยู่อย่างไร”

พูดง่ายๆ “ไล่ประยุทธ์” ทุกวันจะทนอยู่ได้หรือ? และโอกาสเกิดจลาจลมีสูง ซึ่งจะจบด้วย “รัฐประหาร” หรือ “ปฏิวัติประชาชน” เท่านั้นเอง

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478518

รวมพลังอาชีวะ “ม็อบ 15 สิงหา” ท้าชน “ประยุทธ์” แก๊งสองล้อโชว์พลัง

12 สิงหาคม 2564 – 16:50 น.

สิงหาองศาเดือด “ม็อบ 15 สิงหา” พลังอาชีวะ ผนึกชาวสองล้อรุ่นใหม่ ไล่ประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++

ผ่า ‘อาชีวะ’ ไล่ประยุทธ์

++

ปฏิบัติการ “สองล้อจรยุทธ์” ปะทะตำรวจควบคุมฝูงชน ที่สมรภูมิดินแดง 3-4 ครั้งที่ผ่านมา สร้างความตกใจแก่ผู้ติดตามข่าวสารการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแยกราชประสงค์ ลามมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อปี 2553 ยังเป็นภาพตามหลอกหลอนอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

“ทักษิณ” สะเทือน “ก้าวไกล” หักเพื่อไทย

สำหรับกลุ่มสองล้อจรยุทธ์ หรือกลุ่มเด็กแว้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีวะ และไรเดอร์ ที่มาจากหลายพื้นที่ รวมถึงวัยรุ่นย่านดินแดง-ห้วยขวาง

ที่น่าจับตาคือ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และ “ชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่” ซึ่งได้แสดงพลังครั้งแรกเมื่อ 31 ก.ค.2564 ในกิจกรรม “รวมพลังคนพันธุ์ R อาชีวะขับไล่เผด็จการ” ที่มีทัพมอเตอร์ไซค์นับพันคัน วิ่งไปทั่วกรุงเทพฯ

วันที่ 15 ส.ค.2564 กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธ์ R และชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมพลังอาชีวะขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าว ตอนบ่ายสองโมง

นับจากนี้เป็นต้นไป บทบาทของพลังสองล้ออาชีวะ จะถูกฝ่ายความมั่นคงเฝ้าเกาะติดอย่างใกล้ชิด เพราะปฏิบัติการห้าวเกินพิกัดที่สามเหลี่ยมดินแดงนั้น ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นจลาจลกลางเมือง

++

‘ม่อน’ คือใคร?

++

ตั้งแต่ปีที่แล้ว มีกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ หลายกลุ่มหลายก๊วน โดยรับหน้าที่ “การ์ดอาสา” แต่กลุ่มอาชีวะสร้างปัญหาเยอะ เกิดความขัดแย้งระหว่างสถาบัน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบาดหมาง จน “เฮียบุ๊ง” พ่อยกม็อบเด็ก ต้องสั่งยุบเลิกการ์ดอาสาทั้งหมด

รวมพลังอาชีวะ "ม็อบ 15 สิงหา" ท้าชน "ประยุทธ์" แก๊งสองล้อโชว์พลัง

อาชีวะนัดรวมพลัง 15 สิงหา

ต้นปี 2564 “ม่อน อาชีวะ” หรือ ธนเดช ศรีสงคราม ได้แยกตัวมาจัดตั้ง “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” โดยมีกลุ่มอาชีวะสมุทรปราการ อาชีวะมีนบุรี และอีกหลายสถาบัน เข้าร่วม

เดิมที “ม่อน อาชีวะ” ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ร่วมกับนักศึกษาอาชีวะอีกหลายกลุ่มตั้ง “กลุ่มอาชีวะฟันเฟืองประชาธิปไตย” รับหน้าที่การ์ดอาสาม็อบราษฎร กระทั่ง ม็อบราษฎรบุกสภา 17 พ.ย.2563 การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลือง ที่ถนนเกียกกาย หน้ารัฐสภา(ใหม่) ปรากฏว่า การ์ดอาชีวะบาดเจ็บหลายราย รอยปริร้าวเริ่มปรากฏ

วันที่ 25 พ.ย.2563 กลุ่มราษฎรชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก หลังยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะมีนบุรีใช้ปืนยิงการ์ดอาชีวะปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บ ต่อมา “ม่อน อาชีวะ” ได้พามือยิงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ และบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องการเมือง

หลังกรณีการ์ดอาชีวะยิงกันเอง จึงทำให้ “ม่อน อาชีวะ” ต้องถอยออกมาจากขบวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ และเริ่มก่อการสร้างองค์กรใหม่มาเคลื่อนไหวขับไลรัฐบาลประยุทธ์

++

ซบกลุ่มจตุพร

++

เมื่อ 5 เม.ย.2564 จตุพร พรหมพันธุ์ ในนามคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถาน พฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน “ม่อน อาชีวะ” ได้นำกลุ่มอาชีวะ เข้าร่วมชุมนุม และรับบทการ์ดอาสาให้กลุ่มไทยไม่ทน

รวมพลังอาชีวะ "ม็อบ 15 สิงหา" ท้าชน "ประยุทธ์" แก๊งสองล้อโชว์พลัง

กลุ่มอาชีวะสานม่อน

จากนั้นมา “ม่อน อาชีวะ” จึงได้เป็นแกนนำคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ร่วมกับไทกร พลสุวรรณ, “เจ๋ง ดอกจิก” ยศวริศ ชูกล่อม และจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ

วันที่ 16 ก.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” ร่วมกับ “ไบร์ท ชินวัตร” จัดการชุมนุมทวงวัคซีนโควิด ที่หน้าประตูทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี มีการปะทะกับตำรวจ อีกสามวันถัดมา ตำรวจได้จับกุมตัว “ม่อน อาชีวะ” กับพวก ในข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 1 ส.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” ร่วมขบวนคาร์ม็อบ ในนามกลุ่มไทยไม่ทน ได้จอดบรรทุกเปิดเวทีปราศรัยที่หน้า ร.1 ทม.รอ. ถ.วิภาวดี ท่ามกลางกลุ่มสองล้อหลายร้อยคันหยุดฟังการปราศรัยที่หน้า รพ.ทหารผ่านศึก ก่อนจะเกิดการปะทะกับตำรวจชุดควบคุมฝูงชน

ดังนั้น คาร์ม็อบ 15 สิงหา ขบวนสองล้อคนพันธุ์ R ที่ประกาศขับไล่เผด็จการ ย่อมถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะขบวนการนี้ ได้ฝากฝีไม้ลายมือไว้ในสมรภูมิดินแดง จนสะท้านสะเทือนเมืองหลวงมาแล้ว