สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478383

สิงหาชี้ชะตา ‘ณัฐวุฒิ’ ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ ‘เพื่อไทย’ ลุยเชือดประยุทธ์

11 สิงหาคม 2564 – 19:28 น.

หนังม้วนเก่า ‘ณัฐวุฒิ’ ขานรับคนแดนไกล ประสานเพื่อไทย เดินแนวทาง 2 ขา กดดัน 3 ป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัดเจนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ,พรรคประชาชาติ,พรรคเสรีรวมไทย,พรรคก้าวไกล และพรรคพลังปวงชนไทย เห็นตรงกันว่า จะร่วมกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 ส.ค.2564 ที่อาคารรัฐสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

ไร้หัวไร้แกนนำ ‘ม็อบ 10 สิงหา’ ฮาร์ดคอร์ ‘จรยุทธ์’ เสี่ยงจลาจล

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ศึกซักฟอกที่คาดหมายว่า จะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.2564 คงทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรง ทั้งในและนอกสภา

ขณะที่ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ได้ประกาศจัดการชุมนุม “คาร์ปาร์ค” ที่ยกระดับจากคาร์ม็อบ ในวันที่ 15 ส.ค.2564 คำว่า “คาร์ปาร์ค” หมายถึงคาร์ม็อบผสมไฮด์ปาร์ค มีเวทีปราศรัย และแสดงดนตรี

สิงหาชี้ชะตา 'ณัฐวุฒิ' ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ 'เพื่อไทย' ลุยเชือดประยุทธ์

เวทีปราศรัย เป็นจุดขายของนปช.

กิจกรรม “คาร์ปาร์ค” ของแกนนำ นปช. ตอบโจทย์ “งานโฆษณา” ไม่เน้นแตกหัก ไม่ปักหลักพักจ้าง จัดเรื่อยๆ นวดไปทีละนัด จนถึงเดือน ก.ย. ชี้ชะตารัฐบาลประยุทธ์

++
รวมพล นปช.
++
แม้ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะแถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “นี่ไม่ใช่การออกมาสู้ในนาม นปช. นี่ไม่ใช่การออกมาประกาศนำการต่อสู้โดยตัวผม” แต่ดูเครือข่ายที่มาร่วมขบวน และสนับสนุน ก็หนีไม่พ้นกลุ่ม นปช.สายแยกแคราย

“มีทั้งเครือข่ายเดิมและเครือข่ายใหม่ทั่วประเทศ ขณะนี้ภารกิจของผมคือคุยกับคนหลายกลุ่มทุกวันและทั้งวัน มีทั้งการจับกลุ่มแลกเปลี่ยนพูดคุยกันบ้าง พูดคุยกันเฉพาะบุคคลบ้าง และพูดคุยกันผ่านระบบซูมบ้าง” ณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ช่องวอยซ์ทีวี

เฉพาะคาร์ม็อบ 15 สิงหา ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมี 3 เส้นทาง ไม่ทับซ้อนกัน จะเป็นเส้นทางไหน ผ่านถนนเส้นใดบ้าง “เต้น” จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

++
แดงมาแล้ว
++
ดังที่รู้กัน แกนนำ นปช.สายคนแดนไกล นำทีมโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ ,พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และก่อแก้ว พิกุลทอง ได้แยกตัวไปเปิดสำนักข่าว “ยูดีดีนิวส์” (UDD News) ที่อาคารเอเวอรี่ มอลล์ แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี

ว่ากันว่า ยูดีดีนิวส์เป็นกองหนุนที่สำคัญของเต้น ในการกระโจนออกมาขับเคลื่อนคาร์ม็อบ ซึ่งธิดา ถาวรเศรษฐ์ ที่ดูแลสำนักข่าวแห่งนี้ ก็ใช้ยูดีดีนิวส์ เป็นกระบอกเสียงให้กับม็อบสามนิ้วมาแต่ปีที่แล้ว

เพื่อนมิตรอย่างก่อแก้ว พิกุลทอง และพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ น่าจะเป็นกำลังหลักในการปราศรัยตามแนวทางคาร์ปาร์คของเต้น    

ส่วน “เงาะ” วรชัย เหมะ แกนนำ นปช. และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ ขานรับ “เต้น” โดยการนัดหมายขบวนคาร์ม็อบปากน้ำที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง ก่อนเคลื่อนขบวนเข้ากรุงเทพฯ
    
เดิมที “วรชัย” จะเคลื่อนคาร์ม็อบเมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ “เต้น” ส่งสัญญาณถอย วรชัยเลยเลื่อนมานัดใหม่ 15 ส.ค.นี้

สิงหาชี้ชะตา 'ณัฐวุฒิ' ปลุกแดงจัดคาร์ม็อบ 'เพื่อไทย' ลุยเชือดประยุทธ์

เพื่อไทยลุยซักฟอก หวังเปิดเกมสภาเปลี่ยนตัวนายกฯ

ที่เชียงใหม่ “ดาบชิต” หาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ ผู้ประสานงาน นปช.ภาคเหนือ ประกาศจัดงานคาร์ม็อบ ประสานกับทางกรุงเทพฯ แน่นอน

เชื่อว่า แกนนำ นปช.ในต่างจังหวัด ที่ยังภักดี “คนแดนไกล” จะประสานจับมือกับนักการเมืองเพื่อไทย จัดคาร์ม็อบเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคอีสาน

นี่คือ สงครามแอร์วอร์ ปูพรมโฆษณาความเลวร้ายของ “ระบอบประยุทธ์” ปลุกพลังประชาชนทุกสีให้เข้าร่วมกิจกรรมคาร์ปาร์ค

มีอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต้องรีบใช้ “เขียนเสือให้วัวกลัว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478354

มีอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต้องรีบใช้ “เขียนเสือให้วัวกลัว”

11 สิงหาคม 2564 – 16:04 น.

นายกฯต้องกระชับอำนาจตาม “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” หลัง “ม็อบ10สิงหา” บานปลาย จี้”หยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่”

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

ภาพตำรวจถูกยิงที่แยกดินแดง ทำให้เกิดแฮทแท็ก #หยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่ ในโลกออนไลน์ ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุม ก็ปล่อยภาพเจ้าหน้าที่ วิ่งกรูเข้าไป ทำร้าย คนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านั้นเขาทำอะไรก็กลายเป็นภาพขัดแย้ง ตกลงใคร ต้องหยุดทำร้ายใครกันแน่

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และอดีตผู้บังคับการกองปราบปรามมองว่าการชุมนุม  ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ย่อมเป็นสิทธิ
อันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุม
ดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้
เพื่อการควบคุมเท่านั้น มิใช่ใช้ในการควบคุมไม่ให้ชุมนุม

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

เหตุการณ์จาก #ม็อบ10 สิงหา บอกข้อเท็จจริงได้ประการหนึ่งว่า ความรุนแรงจะเกิดขึ้นมา หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ #Car Park ระบุว่ากิจกรรมในวันที่ 15  คือการต่อยอด ยกระดับจากคาร์ม็อบ ที่ สมบัติ บุญงามอนงค์ ออกแบบเอาไว้ คราวนี้เชิญชวนประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศแสดงพลังร่วมกัน
จะมีทั้งการเคลื่อนขบวนแบบคาร์ม็อบ รูปแบบเดิม  มีการปราศรัยไฮด์ปาร์คเพิ่มเติม อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมขบวนสามารถกำหนดเส้นทางได้
ในแต่ละพื้นที่ มีจุดเชื่อมโยงจากม็อบส่วนกลางผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

ความรุนแรงจากสองเหตุการณ์ ที่ผ่านมาทำให้มีคำถามถึงรัฐบาล จะจัดการอย่างไร หากการชุมนุมครั้งใหม่ มีการนัดหมายกันทั่วประเทศ  เฉพาะในกรุงเทพฯของจากแนวหน้า ประกาศให้รู้ว่าพร้อมตอบโต้ อย่างที่โชว์ที่แยกดินแดง ในต่างจังหวัดที่ประชาชนมีแรงกดดันจากชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน รัฐบาลจะจัดการอย่างไร

มีอำนาจตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ต้องรีบใช้ "เขียนเสือให้วัวกลัว"

การบริหาร ตาม #พรก.ฉุกเฉิน  นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ห้ามบุคคล ออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ  
กรณีร้ายแรงสามารถสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา
ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่า นี่ยังมีเวลาเขียนเสือให้วัวกลัว  ประเมินจากสถานการณ์ ปล่อยไว้นานมีแนวโน้มบานปลาย มัวแต่เก้ๆกังๆ ระวังวัวจะกลายเป็นกระทิงวิ่งเข้าใส่  เมื่อความแตกแยกกระจายไปทุกหย่อมหญ้า ก็ยากจะเยียวยาแก้ไข

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ’ ตัวช่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478316

ลับลวงพราง ‘ประวิตร’ คิดแผนสำรอง ‘ทักษิณ” ตัวช่วย

11 สิงหาคม 2564 – 15:40 น.

ศึกในศึกนอกรุมเร้า ‘ประวิตร’ หาทางลง หวังพากลุ่ม 3 ป. งัดดีลลับ ฝ่าด่านศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

++

สูตรลับตำรับ ‘ป้อม’

++

เป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 76 ปี ที่ค่อนข้างเงียบเหงากว่าทุกปี เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จึงไม่เปิดบ้านพักที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้ผู้คนเข้ามาอวยพรเหมือนเก่า

ลับลวงพราง 'ประวิตร' คิดแผนสำรอง 'ทักษิณ" ตัวช่วย

วันเกิด พล.อ.ประวิตร แจกถึงยังชีพสู้โควิด-19

มหาวิกฤตโควิดที่หนักหนาสาหัสแล้ว วิกฤตการเมืองที่รัฐบาลประยุทธ์ กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ “พล.อ.ประวิตร” คงไม่มีความสุขมากนัก จะประคองรัฐนาวาฝ่าโควิด และฝ่าพายุการเมืองทั้งในและนอกสภาไปได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในปีที่ 7 บนเส้นทางอำนาจ ไม่ราบรื่นเหมือน 3-4 ปีแรก และนับจากวันนี้ อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ตลอดเดือน ส.ค.นี้ เกมบนท้องถนน จากปีกฝ่ายประชาธิปไตย และปีก นปช.สายคนแดนไกล คงเปิดเวทีไล่ประยุทธ์ไปทั้งเดือน พอขยับเข้าเดือน ก.ย. ความดุเดือดแหลมคมจะกลับไปที่เวทีสภา เมื่อฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีบางคน

ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อย่าง “พล.อ.ประวิตร” ได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้อย่างไร หากพรรคร่วมรัฐบาลหักดิบ “โหวตสวน” หรือจะเปิดเกมถอยเต็มรูปแบบเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ก่อนยุบสภา

++

เพื่อไทยสาขา 2

++

ความเป็นจริงทางการเมือง ส.ส.ระดับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ก็เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับแกนนำเพื่อไทย ราวกับเป็นคนพรรคเดียวกัน

ยุคที่พรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู “ร.อ.ธรรมนัส” ยังเป็นคนติดตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ที่เข้ามาช่วยงานเพื่อน ตท.10 เนื่องจากเขายังเป็นแค่คนของนาย จึงไม่ได้เข้าถึงตัวอดีตนายกฯทักษิณ

กระทั่ง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “ผู้กองธรรมนัส” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จึงคิดเล่นการเมือง และได้มีโอกาสขอคำปรึกษาทักษิณที่อยู่ต่างแดน

“รู้จัก แต่ก็ไม่เคยทำงานร่วมกัน นอกจากตอนที่ทราบว่า เขามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยช่วงหนึ่ง ก็ได้พูดคุยกันบ้างในฐานะรุ่นน้อง” ทักษิณตอบคำถามในคลับเฮาส์

เป้าหมายที่ “พล.อ.ประวิตร” เลือกธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อมาเป็นผู้บัญชาการในสมรภูมิเลือกตั้ง และเป็นตัวละครลับในการประสานงานกับพรรคต่างๆ

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างทักษิณกับธรรมนัส หรือแกนนำเพื่อไทยกับธรรมนัส ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ “บิ๊กป้อม” เลือกผู้กองคนดังเป็นเลขาธิการพรรค

++

เยื่อใยไมตรี

++

ถ้าจำกันได้ ค่ำวันที่ 15 มิ.ย.2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ ร่วมพูดคุยกับ CARE ClubHouse x CARE Talk มีคนถามเหตุผลในการตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ.สมัยโน้น คิดอย่างไร?

“..ดูโหงวเฮ้งไม่เป็น หากฝึกดูโหงวเฮ้งหน่อย วันนั้นก็คงไม่ตั้ง” และบอกเล่าว่า “เขากองเชียร์เยอะมาก มี วัฒนา เมืองสุข เป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ก็มาเชียร์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ก็มาเชียร์ ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผม คือ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รู้จักกันดี ก็เลยตั้ง”

ลับลวงพราง 'ประวิตร' คิดแผนสำรอง 'ทักษิณ" ตัวช่วย

ทักษิณ พร้อมบริหารประเทศ

ยุคนั้น มีอดีตนายทหารใหญ่เข้าไปทำงานการเมืองกับทักษิณมากกว่า 10 คน รวมถึง “บิ๊กป้อม” เลยทำให้ “ป.ป้อม” รู้จักวัฒนธรรมการเมืองของนักเลือกตั้ง ได้ดีกว่า “ป.ป๊อก” และ “ป.ประยุทธ์”

“ป.ป้อม” จึงเป็นอาวุธลับอีกชิ้นหนึ่ง สำหรับ “ป.ประยุทธ์” ที่จะเดินกลยุทธ์ “หนี” เอาตัวรอดจากวงล้อมนักไล่ล่า

ไร้หัวไร้แกนนำ ‘ม็อบ 10 สิงหา’ ฮาร์ดคอร์ ‘จรยุทธ์’ เสี่ยงจลาจล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478234

ไร้หัวไร้แกนนำ ‘ม็อบ 10 สิงหา’ ฮาร์ดคอร์ ‘จรยุทธ์’ เสี่ยงจลาจล

10 สิงหาคม 2564 – 20:05 น.

สมรภูมิดินแดงเดือด “ม็อบ 10 สิงหา” สายบวกไม่จบ ปะทะตำรวจต่อเนื่อง คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

คาร์ม็อบ #ม็อบ 10 สิงหา จบลงเหมือนคาร์ม็อบ ##ม็อบ 1 สิงหา เพราะเกิดเหตุปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกับผู้ชุมนุมวัยรุ่น(กลุ่มจักรยานยนต์) ที่สมรภูมิสามเหลี่ยมดินแดง เหมือนเคย

เย็นวันที่ 10 ส.ค.2564 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกาศยุติการชุมนุมขอให้ทุกท่านเดินทางกลับทันที หลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ตึงเครียด “ม็อบ10สิงหา” ตร.ถูกยิงด้วยกระสุนจริง สามเหลี่ยมดินแดง 

“ม็อบ10สิงหา” รถติดทั่วเมือง ขบวน “คาร์ม็อบ” ล่าสุดมุ่งหน้าบ้าน “ธรรมนัส”

ประมวลภาพ “คาร์ม็อบ 10 สิงหา” เคลื่อนขบวนจากแยกราชประสงค์ รถติดหนึบทั่วกรุง

ไร้หัวไร้แกนนำ 'ม็อบ 10 สิงหา' ฮาร์ดคอร์ 'จรยุทธ์' เสี่ยงจลาจล

“แล้วเราจะกลับมาล่านายทุน-ขุนศึก-ศักดินา จนกว่ามันจะล่มสลาย นี่คือการปฏิวัติประชาชน ประชาชนจะชนะ”

ไร้หัวไร้แกนนำ 'ม็อบ 10 สิงหา' ฮาร์ดคอร์ 'จรยุทธ์' เสี่ยงจลาจล

ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งไม่ยอมกลับ ไปปักหลักบริเวณแยกดินแดงอีกครั้ง และเกิดเหตุไฟไหม้ป้อมตำรวจใต้ทางด่วนดินแดง

จะว่าไปแล้ว คาร์ม็อบ 10 สิงหา หรือม็อบ 7 สิงหา ก็มีรูปแบบเดียวกันคือ ม็อบไม่มีแกนนำ เปลี่ยนแค่ป้ายชื่อ จาก “เยาวชนปลดแอก” เป็น “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”

++

ม็อบล่อเป้า

++

หลังม็อบ 7 สิงหา ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Fah Borkan เขียนวิจารณ์ด้วยความเป็นห่วงว่า “..เหตุการณ์ช่วงที่นักศึกษาเหิมเกริมหลังปี 2516 จนมา 6 ตุลา 2519 จะหวนกลับมา จากวิธีการของ Free YOUTH REDEM ม็อบไรัหัวนำ..”

“ผมเขียนหลายครั้งว่า อย่าพึ่งโหมไฟช่วงโควิดระบาด โจโฉเตือนมา เพราะมีคำถามว่า ถ้าเขาจะสังหารหมู่เหมือน 6 ตุลา 19 หรือ 19 พฤษภา 53…อย่าหวังว่าประชาชนจะลุกฮือนะ”

ไร้หัวไร้แกนนำ 'ม็อบ 10 สิงหา' ฮาร์ดคอร์ 'จรยุทธ์' เสี่ยงจลาจล

แม้แต่คาร์ม็อบ 10 สิงหา ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Punsak Srithep ได้เสนอแนะว่า “ก่อนจะจัดคาร์ม็อบ ผู้จัดต้องรู้ก่อนว่ารถวิ่งบนถนน ถ้าไม่บอกว่าใช้ถนนอะไร มุ่งหน้าไปทิศทางไหน #คือจบเช่น นัดแยกราชประสงค์ #ยังไง รถบางคันมาที่แยก แต่มุ่งหน้าไปถนนพระราม 4 บางคันมุ่งหน้าถนนพระราม 1 บางคันมุ่งหน้าแยกประตูน้ำ #คือมั่ว..”

บทเรียนจาก “ม็อบ 10 สิงหา” สะท้อนความล้มเหลวของ “ม็อบไร้แกนนำ” อีกครั้ง แม้จะผู้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ผู้ชุมนุมบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์ ดูตั้งใจจะมา “บวกกับตำรวจคุมฝูงชน” มากกว่า

++

ม็อบจลาจล

++

คนในฝ่ายประชาธิปไตยวิพากษ์ “ม็อบไร้แกนนำ” เยอะ แต่ก็มีนักเขียน นักวิชาการบางกลุ่มให้การสนับสนุน อย่างเช่น ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียนนักแปล ได้แสดงความเห็นแย้งผู้วิจารณ์ม็อบไร้หัว ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า

“งงกับคนที่มาถามว่า Redem/FreeYouth ประท้วงเพื่ออะไร เป้าหมายคืออะไร คนถามมันต้องโง่เซอะขนาดไหนวะ เขาก็ออกมาประท้วงเพื่อแสดงว่าประชาชนไม่พอใจรัฐบาลน่ะสิ เป้าหมายก็คือเมื่อมีการประท้วงมากๆ มันปั่นป่วนระบบมากเข้าๆ ในบางประเทศ รัฐบาลมันก็ลาออกไป ถ้ารัฐบาลมันไม่ลาออก ก็ต้องประท้วงไปเรื่อยๆ ก็ทำอย่างนี้กันทุกประเทศ ไม่เคยอ่านข่าวต่างประเทศกันเลยเหรอ”

ไร้หัวไร้แกนนำ 'ม็อบ 10 สิงหา' ฮาร์ดคอร์ 'จรยุทธ์' เสี่ยงจลาจล

เมื่อเร็วๆนี้ นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอาวุโส ให้สัมภาษณ์มติชนทีวี เกี่ยวกับบทความเรื่อง“คนไทยใจเย็น” ที่เขียนลงในมติชนสุดสัปดาห์ โดยอธิบายว่า เรื่องคนไทยใจเย็นนั้น ตั้งชื่อเป็นเชิงล้อ จริงๆ ไม่ได้ใจเย็นอย่างนั้น เป็นแต่เพียงว่าความโกรธของเรานำไปสู่เหตุการณ์อย่างพฤษภาคม 2535 ก็ได้ 14 ตุลา ก็ได้ กลายเป็นการจลาจลก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าไปนึกว่าการที่นักวิชาการต่างประเทศบอกว่าคนไทยยังโกรธไม่พอ มันมีปัญหาทันทีว่า โกรธหมายความว่าแค่ไหน กับคำว่าไม่พอ ไม่พอแก่อะไร

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในรอบ 50 ปี มีเหตุจลาจล 2 ครั้งใหญ่คือ 14 ตุลา และพฤษภา 35 ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบ “ถอนรากถอนโคน”

ดังนั้น นักวิชาการบางคน จึงหวังที่จะให้เกิด “จลาจลแบบไม่เสียของ” คือจลาจลแบบการปฏิวัติฝรั่งเศส

ขับไล่รายวัน “ม็อบ 10 สิงหา” มิตรสหาย “เพนกวิน” ชูปฏิวัติประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478188

ขับไล่รายวัน “ม็อบ 10 สิงหา” มิตรสหาย “เพนกวิน” ชูปฏิวัติประชาชน

10 สิงหาคม 2564 – 16:45 น.

การเมืองท้องถนน “ม็อบ 10 สิงหา” เยาวชนแดงเคลื่อนรถไปทั่วกรุง เช็คบิลต้นตอวิกฤตโควิด คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

ขบวนคาร์ม็อบไล่ทรราช โดยการนำของ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เริ่มต้นที่หน้าห้างเกษรพลาซ่า หันหน้าไปทางเพลินจิต โดยเคลื่อนขบวนเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 10 ส.ค.2564 

ก่อนหน้าที่คาร์ม็อบ 10 สิงหาจะเริ่มต้นขึ้น กลางดึกวันที่ 9 ส.ค.2564 ศาลจังหวัดธัญบุรี มีคำสั่งฝากขังและไม่รับคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 9 ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ ประกอบด้วย พรหมศร วีระธรรมจารี ,Sam Samart หรือ แซม สาแมท ,พริษฐ์ ชิวารักษ์,ณัฐชนน ไพโรจน์ ,สิริชัย นาถึง ,ชาติชาย แกดำ,ภาณุพงศ์  จาดนอก และธนพัฒน์  กาเพ็ง นำตัวส่งเรือนจำอำเภอธัญบุรี 

นอกจากนี้ ศาลอาญา มีคำสั่งเพิกถอนประกัน “เพนกวิน” จากคดี 19 กันยา เนื่องจากมีการโพสต์ภาพและข้อความที่ละเมิดและไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ในการยื่นประกันตัวด้วย

ขับไล่รายวัน "ม็อบ 10 สิงหา" มิตรสหาย "เพนกวิน" ชูปฏิวัติประชาชน

3 สมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ถูกจับกุมคดีม็อบ 2สิงหา

ระหว่างการนำตัวทั้ง 9 คน ไปเรือนจำ “เพนกวิน” ได้แสดงอารยะขัดขืน และตะโกนก้องรถห้องขังว่า “ปฏิวัติประชาชน” แถมมีรายการดราม่ามากมาย ก่อนขึ้นรถเรือนจำในกลางดึกคืนนั้น

พลันที่มีข่าวสารจากเพนกวิน ในทวิตเตอร์ @Panusaya S. “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ทวีตข้อความ “คำสุดท้ายจากเพื่อนเรา คือ ปฏิวัติประชาชน” ขานรับทันที

เมื่อไร้เงาสหายรักอย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “ณัฐ” ณัฐชนน ไพโรจน์ ภารกิจ “ม็อบ 10 สิงหา” หรือ “คาร์ม็อบไล่ทรราช” จึงเป็นหน้าที่ของ “รุ้ง” ปนัสยา ที่จะบัญชาการร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ผู้ปฏิบัติงานของ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์ ผสมกับเครือข่ายกลุ่มราษฎร กลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

++
โดมปฏิวัติ
++
วันที่ 10 ส.ค.2563 เป็นวันที่ “รุ้ง ปนัสยา” นักศึกษาปีที่ 4 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อรุ้งขึ้นเวทีอ่านคำประกาศ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

แทบไม่น่าเชื่อ จากเด็กขี้อาย ผู้ไม่กล้าแสดงออกที่ชีวิตพลิกผัน จนกลายเป็นแกนนำหญิงที่ขบวนการประชาธิปไตยจดจำ และเธออาจจะโดนถอนประกันเหมือนเพนกวินในอนาคตก็เป็นได้

ขับไล่รายวัน "ม็อบ 10 สิงหา" มิตรสหาย "เพนกวิน" ชูปฏิวัติประชาชน

เพนกวิน,รุ้ง,และณัฐ สามสหายร่วมอุดมการณ์

การได้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ทำให้ 3 สหายคือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ณัฐ” ณัฐชนน ไพโรจน์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล มีความรักและผูกพันกัน

พรรคโดมปฏิวัติ เป็นพรรคการเมืองในมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่เคยส่งผู้สมัครนายก อมธ. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยเพนกวิน เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และ “รุ้ง” เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 3

เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว พรรคโดมปฏิวัติ จัดกิจกรรมแรกพบสหาย (First meet) ภายใต้คำขวัญ “เพราะการปฏิวัติต้องการคุณ” ภายในงานมีการมอบรางวัลได้แก่ หนังสือคอมมิวนิสต์สำหรับสหายน้อย 3 เล่ม และเสื้อสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล 

เพนกวิน และสหายรุ้ง เชื่อมั่นในทฤษฎีการปฏิวัติสังคม และศรัทธาในชาวคอมมิวนิสต์สากล จึงได้จัดทำหนังสือคอมมิวนิสต์มาแจกรุ่นน้องเฉพาะกลุ่ม 

++
ปฏิวัติประชาชน
++
ในกลุ่มผู้ต้องหา 9 คน ที่ถูกคุมขังระหว่างการขอประกันตัวชั่วคราว จากการทำกิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มนักกิจกรรมทะลุฟ้า ที่ถูกจับกุมตัวไปที่ ตชด. ภาค 1 เมื่อ 2 ส.ค.2564 ปรากฏว่า มีสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ 3 คน คือ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ณัฐชนน ไพโรจน์ และ สิริชัย นาถึง 

พรรคโดมปฏิวัติ ไม่ใช่พรรคที่บริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(อมธ.) จึงทำให้คลิปวิดีโอของ “รุ้ง” และ “เพนกวิน” ที่เป็นแขกรับเชิญร่วมกล่าวต้อนรับเพื่อนนักศึกษา ในช่วงสะท้อนสังคม ช่วงที่ 3 “ธรรมศาสตร์และการเมือง” ต้องถูกยกเลิกกะทันหัน

สืบเนื่องจากกิจกรรมรับเพื่อนใหม่ มธ.2564 ในวันที่ 7 ส.ค.2564 ผ่านเพจธรรมศาสตร์สุดสุด อมธ.พยายามจะนำคลิป “รุ้ง” และ “เพนกวิน” มาเผยแพร่ แต่ภายหลังจากที่มีการหารือร่วมกันจากหลายฝ่าย ได้มีมติว่าให้สามารถเผยแพร่วิดีโอดังกล่าวได้ อมธ.จึงออกแถลงการณ์ขออภัยต่อเพื่อนนักศึกษาธรรมศาสตร์

เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ความขัดแย้งในรั้วมหาวิทยาลัย ระหว่าง “นักศึกษาหัวก้าวหน้า” กับผู้บริหารและนักศึกษาส่วนหนึ่ง ก็เกิดขึ้นถึงขั้นเผชิญหน้ากัน ท่ามกลางสงครามความคิดของ “ซ้ายไทย” กับ “ขวาจัด” 

หลังเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลาคม 2519 ที่ธรรมศาสตร์ มีนักศึกษาหลายพันคน ได้เลือกหนทาง “ปฏิวัติประชาชน” โดยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) สำหรับ “เพนกวิน” และสหายโดมปฏิวัติ จะปฏิวัติประชาชนแบบไหน?

ไล่ล่าประยุทธ์ “ม็อบ 10 สิงหา” เคียงคู่ “ปิยบุตร” ชูธงปฏิรูปแบบปฏิวัติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478041

ไล่ล่าประยุทธ์ “ม็อบ 10 สิงหา” เคียงคู่ “ปิยบุตร” ชูธงปฏิรูปแบบปฏิวัติ

9 สิงหาคม 2564 – 18:22 น.

เดินหน้าไล่ไม่หยุด “ม็อบ 10 สิงหา” ครบรอบ 1 ปี สามนิ้วประกาศ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ  คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มาตามนัด “ม็อบ 10 สิงหา” ของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม “คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช” ซึ่งครบรอบ 1 ปี เวทีชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” และเปิดตัว “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ในฐานะแกนนำม็อบสามนิ้วอย่างเป็นทางการ

วันที่ 10 ส.ค.2563 กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ที่ลานพญานาค มธ.ศูนย์รังสิต ก่อนยุติการชุมนุม “รุ้ง” ได้อ่าน “ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1 ซึ่งระบุข้อเรียกร้อง 10 ข้อให้มีการแก้ปัญหาว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ 

10 ข้อเสนอดังกล่าว จึงเป็นที่มาของแนวทางการต่อสู้แบบ “ทะลุเพดาน” และนับแต่วันนั้นเป็นต้น เรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ได้ถูกนำมาอภิปรายอย่างกว้างขวางในเวทีม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่

ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้บันทึกว่า “นับแต่นั้น การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน อนาคตของชาติ ก็ก้าวรุดหน้ามากขึ้น จนทำให้เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลายเป็นข้อเรียกร้องที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา ปรากฏอยู่ในที่สาธารณะ”

เมื่อ 5 ส.ค.2564 “ปิยบุตร” ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่าด้วยเรื่องการเสนอให้ฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตั้งองค์กร “คณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” เพื่อเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศ ทุกช่องทาง เชิญชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและร่างพระราชบัญญัติต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์  

จับตา 10 ส.ค.นี้ ปิยบุตร จะมีข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ คู่ขนานการเคลื่อนไหว “คาร์ม็อบ” ของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ

ไล่ล่าประยุทธ์ "ม็อบ 10 สิงหา" เคียงคู่ "ปิยบุตร" ชูธงปฏิรูปแบบปฏิวัติ

ข้อเสนอของปิยบุตร

ขณะนี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล ยังอยู่ระหว่างการพาภรรยาชาวฝรั่งเศส กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด จึงมีข่าวลือพอสมควรในปีกฝ่ายตรงข้าม

++
คาใจเพื่อไทย
++
ปี 2555 คณะนิติราษฎร์ โดยการรวมตัวกันของอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ อาทิ วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, ธีระ สุธีวรางกูร, ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, และปิยบุตร แสงกนกกุล ได้นำเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท  และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าสู่การพิจารณาของสภา 

ระหว่างนั้น มีการก่อตั้ง “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” หรือ ครก.112 ซึ่งทำการรวบรวมรายชื่อประชาชนกว่า 20,000 คน และมีการจัดขบวนแห่รายชื่อนำไปยื่นต่อสภาฯ 

วันที่ 29 พ.ค.2555  คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112  นำโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ยื่นเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 พร้อมรายชื่อต่อ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น ต่อมา ประธานรัฐสภา “สั่งจำหน่ายเรื่อง” สร้างความผิดหวังอย่างแรงให้แก่แดงตาสว่างเป็นอย่างมาก

สรุปว่า พรรคเพื่อไทยไม่เล่นด้วย ร่างแก้ไขมาตรา 112 จึงแท้งไป แต่ “ปิยบุตร” ไม่ยอมถอดใจ เฝ้ารอจนมาถึงวันนี้ ขอเล่นใหญ่ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์”

++
ก้าวไกลรับลูก
++
อ่านความคิดของ “ปิยบุตร” เรื่องการจัดตั้ง “คณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ก็ไม่ต่างจากการตั้งคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2555

เพียงแต่ครั้งนี้ คณะก้าวหน้า อาจเป็นตัวหลักในคณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ที่จะนำหน้ารณรงค์ทางความคิด และรวบรวมรายชื่อไปยื่นต่อสภาฯ ในช่วงที่มีการร่างแก้รัฐธรรมนูญ หรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“ปิยบุตร” อธิบายว่า การรณรงค์เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ครั้งนี้ เป็นการรณรงค์แบบ “ปฏิรูป” กล่าวคือ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีรูปของรัฐแบบราชอาณาจักร ไม่ใช่สาธารณรัฐ ประเทศไทยยังคงมีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์ที่สืบทอดทางสายโลหิต แต่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบรรดากฎเกณฑ์และธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหลายที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ทั้งหมดให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย 

ไล่ล่าประยุทธ์ "ม็อบ 10 สิงหา" เคียงคู่ "ปิยบุตร" ชูธงปฏิรูปแบบปฏิวัติ

รุ้ง ปนัสยา นำขบวนม็อบ 10 สิงหา

ข้อเสนอของปิยบุตรคือ “ปฏิรูป” ไม่ใช่ “ปฏิวัติ” และมันคือ “ปฏิรูปแบบปฏิวัติ” ซึ่งรายละเอียด คณะก้าวหน้าคงได้นำเสนอต่อไป

หากว่าเกิดเหตุยุบสภาภายในเร็ววันนี้ เชื่อว่า พรรคก้าวไกล จะเสนอประเด็นการปฏิรูปสถาบันฯ ระหว่างการหาเสียงด้วยอย่างแน่นอน

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/478001

รุกใหญ่ “ทักษิณ” คู่ขนาน “คาร์ม็อบ” ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

9 สิงหาคม 2564 – 15:05 น.

ม็อบ 15 สิงหา “ทักษิณ” เปิดเวทีปั้นนโยบายรัฐบาลใหม่ เคียงคู่คาร์ม็อบเสื้อแดงทั่วไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ในที่สุด วัฎจักรการเมืองไทย ก็วนมาสู่สถานการณ์เดิมๆ เมื่อตัวละครแดนไกล เปิดแนวรบ 2 ขา ภาคใหม่ “คาร์ม็อบ-คลับเฮาส์”

วันที่ 15 ส.ค.2564 ภาคกลางวัน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นัดเคลื่อนไหว “คาร์ม็อบ” ผสม “ไฮด์ปาร์ก” ตามแนวถนัดของ นปช.

วันเดียวกัน “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร นัดคุยกับคนรุ่นใหม่ โครงการ The Change Maker หาไอเดียออกแบบอนาคตประเทศ ซึ่งจัดโดย THINK คิด เพื่อ ไทย และ CARE คิด เคลื่อน ไทย ผนึกกำลังกันจัดงานนี้

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ 15 สิงหา มีทั้ง “คาร์ม็อบ” บวกปราศรัยใหญ่บนท้องถนน กับ “โทนี่” ผ่านสื่อดิจิตอล

ถ้ายังจำกันได้ คืนวันที่ 6 ส.ค.นี้ ก่อนม็อบเยาวชนปลดแอก จะเดินไปวัง “โทนี่” ได้พูดให้สติหลานๆว่า การต่อสู้ของเยาวชนต้องมียุทธศาสตร์ มีจังหวะก้าว ฉะนั้น เขาจึงไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนขบวนไปวัง

“ จะประท้วงก็ประท้วงให้อยู่ความสันติ เช่น คาร์ม็อบ ผมว่าดีเข้าท่า” นั่นหมายความว่า ทักษิณได้ส่งสัญญาณให้ นปช. จัดคาร์ม็อบทั่วประเทศ

พลันที่ “รุ่นใหญ่” ขยับคาร์ม็อบ ย่อมมีเสียงตอบรับดีกว่า เพราะจังหวะนี้ “รุ่นเล็ก” ดันเดินเกมสุ่มเสี่ยงไปหาเรื่อง “บวกกับตำรวจ” จึงถูกประชาชนตั้งคำถาม และพวกเดียวกันก็ไม่พอใจ

++

คาร์-ปาร์ก

++

วันที่ 7 ส.ค.2564 “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊คปลอบใจกลุ่มเยาวชนปลดแอกว่า “ไม่มีขบวนการใดสมบูรณ์แบบ สู้ไปเรียนรู้ปรับเเก้กันไปเป็นธรรมดาวิสัย ในสนามการต่อสู้ ไม่มีหลังพิงใดแกร่งกล้าปลอดภัยต่อประชาชนเท่ากับแผ่นหลังของเราที่ยืนพิงกัน”

รุกใหญ่ "ทักษิณ" คู่ขนาน "คาร์ม็อบ" ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ณัฐวุฒิ นัดคาร์ม็อบ 15 สิงหา

ปลอบน้องเสร็จ “เต้น” ก็ประกาศว่า “ภารกิจต่อไปของเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) เราพร้อมแล้ว เตรียมพบกับ CAR MOB+HYDE PARK..พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ 15 สิงหาคมนี้”

จุดขายของม็อบ นปช.คือ มีดาวไฮด์ปาร์คเยอะ ต่างจาก “ม็อบเด็ก” ที่ไม่มีนักพูดเด่นๆ ตรึงมวลชนไม่ได้ “เต้น” จึงบอกว่า คาร์ม็อบครั้งใหม่ “..จะยกระดับการปราศรัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย”

++

ฟื้นนายกฯพบประชาชน

++

การกลับมารีโนเวทพรรคเพื่อไทยครั้งใหม่ ของ “คนแดนไกล” ไม่ได้แค่จัดทัพภายในพรรคเท่านั้น หากยังมีการสร้างแพล็ตฟอร์มใหม่ๆ รองรับคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลอย่าง “THINK คิด เพื่อ ไทย” และ “CARE คิด เคลื่อน ไทย”

“เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ผู้ดูแล “THINK คิด เพื่อ ไทย” จึงผุดโครงการ “The Change maker คิด เพื่อ ไทย” หรือบ้านเอเอฟ ภาคการเมือง เพื่อต้อนรับคนรุ่นใหม่เข้าพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น วันที่ 15 ส.ค.นี้ “โทนี่” จึงมีคิวคุยกับตัวแทนคนรุ่นใหม่จากโครงการ The Change Maker ร่วมกันประเทศ โดยมีการถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวข้างต้น

รุกใหญ่ "ทักษิณ" คู่ขนาน "คาร์ม็อบ" ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ทักษิณ นัดเจอคนรุ่นใหม่ 15 ส.ค.

อีกด้านหนึ่ง พานทองแท้ ชินวัตร ได้ปัดฝุ่นรายการ “นายกทักษิณฯ คุยกับประชาชน” ซึ่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่นายกรัฐมนตรีมาจัดรายการวิทยุ สื่อสารกับประชาชนโดยตรงเป็นประจำทุกสัปดาห์

“โอ๊ค” จึงเตรียมเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนได้มาแลกเปลี่ยนความคิด มุมมองให้ข้อเสนอแนะ ผ่านช่องทางใหม่ #THAKSINOFFICIAL ในเร็ววันนี้

หากมองในเชิงกลยุทธ์สงครามชิงเมือง เที่ยวนี้ “ทักษิณ” เอาจริง วางแผนปูพรมการตลาดการเมือง และเปิดเกมรุกทุกแนวรบ

หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ไม่ว่านายกฯประยุทธ์จะ “ยุบสภา” หรือ “ลาออก” ค่ายทักษิณพร้อมแล้วที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ดราม่าไฟเซอร์ “อนุทิน” แจกวัคซีน “นครสวรรค์” ที่มั่น ส.ส.ภูมิใจไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/477875

ดราม่าไฟเซอร์ “อนุทิน” แจกวัคซีน “นครสวรรค์” ที่มั่น ส.ส.ภูมิใจไทย

8 สิงหาคม 2564 – 17:30 น.

การเมืองเรื่องวัคซีน “อนุทิน” เดินสายแจกวัคซีน 3 จังหวัด พบเป็นฐานเสียงค่ายสีน้ำเงิน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ค่ำคืนวันที่ 7 ส.ค.2564 ในโซเชียลร้อนแรงอยู่ 2 เรื่องคือ “ม็อบ 7 สิงหา” และ “อนุทินมอบไฟเซอร์”     

ประเด็น “อนุทินมอบไฟเซอร์” มาจากภาพป้ายต้อนรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ที่มีข้อความว่า “นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข มอบวัคซีน Pfizer ให้กับบุคลากรทางการแพทย์จังหวัดนครสวรรค์”
  
 เหตุเกิดที่โรงพยาบาลท่าตะโก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ในพิธีมอบวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดบุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จ.นครสวรรค์   

วันถัดมา นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครสวรรค์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนยอมรับ “ป้ายจริง” ไม่ใช่การตัดต่อ โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดทำขึ้นมา แต่เมื่อตนและทีมตรวจสอบสถานที่เห็นว่า ไม่เหมาะสม และอาจโยงไปเป็นประเด็นการเมือง จึงสั่งให้ปลดลง     

เมื่อรองนายกฯอนุทิน มาถึงสถานที่จัดงาน จึงไม่ได้เห็นป้ายนี้อยู่ในงาน สรุปง่ายว่า ป้ายนี้ ไม่เคยได้ใช้ด้วยซ้ำ    

ที่น่าตั้งคำถาม ทำไม สสจ.นครสวรรค์ จึงไม่จัดพิธีมอบวัคซีนในเขต อ.เมืองนครสวรรค์? ทำไมต้องจัดที่ อ.ท่าตะโก ซึ่งห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ 48 กิโลเมตร     

หากส่องลึก “การเมืองปากน้ำโพ” ก็จะพบว่า พื้นที่ อ.ท่าตะโก เป็นที่มั่นหนึ่งเดียวของพรรคภูมิใจไทย ในนครสวรรค์ 

++
คนดังท่าตะโก
++
เอ่ยชื่อ “มานพ ศรีผึ้ง” ในเวทีการเมืองระดับชาติ อาจมีคนรู้จักน้อย แต่สำหรับคนนครสวรรค์ “มานพ” คืออดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ ที่มีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.ท่าตะโก     

พลันที่ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รับบทแม่ทัพเลือกตั้งภูมิใจไทย ดูแลพื้นที่อุทัยธานี, ชัยนาท,นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ชาดาก็วางตัว “มานพ” ลงสนามเขต 4 ทันที 

ดราม่าไฟเซอร์ "อนุทิน" แจกวัคซีน "นครสวรรค์" ที่มั่น ส.ส.ภูมิใจไทย

 ส.ส.มานพ ศรีผึ้ง ร่วมต้อนรับ อนุทิน ที่รพ.ท่าตะโก  

ชาวยุทธจักรรอยต่ออุทัยธานี-นครสวรรค์ รู้ดีว่า ชาดากับมานพ มีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเรื่องการเมือง    

ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ที่เขต 4 นครสวรรค์ มานพ ศรีผึ้ง พรรคภูมิใจไทย ชนะ พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ พรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.นครสวรรค์ 3 สมัย (คนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์)    

หลัง “บรรยิน” เผชิญวิบากกรรม “นุกูล” ก็เหนื่อยแน่ หากต้องลงสนามแข่งกับ “มานพ” สมัยหน้า โดยไม่มีพี่เลี้ยง ขณะที่อีกฝ่ายได้ “ชาดา” เป็นกองหนุน    

ดังนั้น พิธีมอบวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดบุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จ.นครสวรรค์ จึงต้องมาจัดที่ รพ.ท่าตะโก ซึ่ง มานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ อ.ท่าตะโก ก็ได้มาต้อนรับอนุทิน และปราศรัยให้กำลังใจ อสม.     

เลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ภูมิใจไทยปักธง 1 เสียง ไว้แล้วที่เขต 4 นครสวรรค์

ดราม่าไฟเซอร์ "อนุทิน" แจกวัคซีน "นครสวรรค์" ที่มั่น ส.ส.ภูมิใจไทย

ส.ส. มานพ พา อนุทิน พบปะ อสม.เขตอ.ท่าตะโก

++
เดินสายแจกวัคซีน
++
ก่อนหน้าจะไปแจกวัคซีนที่ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ “อนุทิน” ก็เดินสายไปแจกวัคซีนที่ปราจีนบุรี และปทุมธานี    

วันที่ 5 ส.ค.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมด้วย กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม และมอบวัคซีน จำนวน 1 หมื่นโดส ให้กับ จ.ปราจีนบุรี     

ในมิติการเมือง ตระกูล “วิลาวัลย์” โดยสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี (พ่อของกนกวรรณ) เป็นแม่ทัพภูมิใจไทย และปัจจุบัน ส.ส.ปราจีนบุรี 3 คน ล้วนสังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ อำนาจ วิลาวัลย์ (หลานชายสุนทร) , ชยุต ภุมมะกาญจนะ และสฤษฎิ์ บุตรเนียร    

วันที่ 6 ส.ค.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ในชุมชน (Community Isolation) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และมอบวัคซีนโควิดจำนวน 1 หมื่นโดส ให้แก่ อสม.ในพื้นที่ จ.ปทุมธานีด้วย     

วันดังกล่าว “ส.ส.เอ้” พิษณุ พลธี ส.ส.ปทุมธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้มาต้อนรับอนุทิน พร้อมกับนักการเมืองท้องถิ่น อ.ธัญบุรี ในเครือข่ายของชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี    

จะว่าไปแล้ว เสนาบดีเมืองไทยที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยากที่จะสลัดทิ้ง “วัฒนธรรมการเมืองอุปถัมภ์” เพราะหยั่งรากฝังลึกมาเกือบร้อยปี 

ไม่จบ “ม็อบ 7 สิงหา” มวลชนแบน “เยาวชนปลดแอก” พาคนไปเสี่ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/477838

ไม่จบ “ม็อบ 7 สิงหา” มวลชนแบน “เยาวชนปลดแอก” พาคนไปเสี่ยง

8 สิงหาคม 2564 – 14:15 น.

ไปไม่ถึงวัง “ม็อบ 7 สิงหา” แกงกันเอง ตั้งคำถามไร้แกนนำ ไร้ยุทธศาสตร์ ไร้ยุทธวิธี คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ท่ามกลางกลิ่นควันแก๊สน้ำ และปลอกกระสุนยางเกลื่อนถนน หลายคนถามหา “แกนนำคนดัง” หายหน้าไปไหน ไม่ว่าจะเป็น อานนท์ นำภา, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ภาณุพงศ์ จาดนอก และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล  

 “อานนท์” ตอบไปแล้วว่า เจ้าภาพ “ม็อบ 7 สิงหา” คือ กลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free Youth ฉะนั้น พวกเขาจึงไม่ปรากฏตัว แต่ลึกๆ แกนนำคนดังเหล่านี้ คงได้ฟัง “คลิปหลุด” เสียงนายตำรวจใหญ่วางแผนจับแกนนำทุกคนที่โผล่ร่วมม็อบ จึงเล่นบทแกนนำ Work From Home    

ที่น่าสนใจ หลังตำรวจเคลียร์ม็อบ 7 สิงหา ในโลกโซเชียลกลับติดแฮชแท็ก #แบน freeyouth จนติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์ สืบเนื่องจากมีเหตุเผารถรถผู้ต้องขัง แอดมินเพจเยาวชนปลดแอก ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุว่า “ประชาชนโต้กลับ เผารถตำรวจจนสิ้นซาก”    

แม้ภายหลังทางแอดมินเยาวชนปลดแอก จะเปลี่ยนเป็นข้อความว่า “ยังไม่ทราบฝ่ายไหนกระทำ” แต่ความขัดแย้งภายในฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่จบ มีการติดแฮชแท็ก #แบน freeyouth และ #ม็อบพาคนไปตาย    

แนวร่วมอย่างกลุ่มดาวดิน สามัญชน ยังเสนอความเห็นว่า “ต้องช่วยกันหาเป้าหมายและวิธีการต่อสู้ที่ได้ผลมากขึ้นด้วย นี่คิดไม่ออกเลย ต้องใช้เวลาและช่วยกันคิดหลายๆ คน”    

สรุปว่า การเคลื่อนไหวแบบ “ไร้แกนนำ” ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free Youth ไร้มรรค ไร้ผล และห่างไกลชัยชนะ ในสายตาพวกเดียวกัน

++
แกนนำตัวจริง
++
กลุ่มเยาวชนปลดแอก-FreeYouth ก่อตั้งโดย “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และพัฒนามาเป็นกลุ่ม REDEM เป็นองค์กรเอกเทศ ไม่ได้อยู่ใต้ร่มกลุ่มราษฎร, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย    

ไม่จบ "ม็อบ 7 สิงหา" มวลชนแบน "เยาวชนปลดแอก" พาคนไปเสี่ยง

ฟอร์ด ทัตเทพ แกนนำตัวจริงกลุ่มเยาวชนปลดแอก

ปัจจุบัน “ฟอร์ด ทัตเทพ” หายตัวไป แต่ก็มีเพื่อนรักทำงานเป็นแอดมินเพจเยาวชนปลดแอก-FreeYouth และคอยประสานงานกับกลุ่มต่างๆ    

ตัวละครเปิดของกลุ่มเยาวชนปลดแอกคือ “อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นักศึกษาธรรมศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งคณะประชาชนปลดแอก 

ไม่จบ "ม็อบ 7 สิงหา" มวลชนแบน "เยาวชนปลดแอก" พาคนไปเสี่ยง

 จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ผู้ประสานงานเยาวชนปลดแอก

ก่อนถึงวันดีเดย์ 7 สิงหา ฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มวิจารณ์ยุทธวิธี “บุกวัง” ของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ทำนองว่าสุ่มเสี่ยง ล่อเป้า และถึงขั้นตั้งข้อหา “ขายม็อบให้ตำรวจ”    

“อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จึงออกมาชี้แจงว่า “ไม่เคยขายม็อบให้ตำรวจ หากมีหลักฐานการขายม็อบให้ตำรวจโปรดนำมาชี้แจงด้วย ที่โดนสลายการชุมนุมในหลายๆ ครั้ง เป็นเพราะมาตรการของรัฐที่ใช้ปราบปรามการชุมนุม”    

เวลานั้น “อั๋ว” ยังยืนยันว่า จะต้องไปวังให้ได้ และบอกว่า “แผนความปลอดภัย ทางออก การปฐมพยาบาล ฯลฯ มีการเตรียมไว้แล้ว”   

ถึงวันจริง แกนนำเยาวชนปลดแอกต้องย้ายเป้าหมายการชุมนุม เพราะเจอกลยุทธ์กดดันเร็วของตำรวจ ไม่ทันที่ม็อบจะตั้งลำ รถเครื่องขยายเสียงของ REDEM เข้าพื้นที่ไม่ได้ จึงออกประกาศ “แกงหม้อใหญ่” ย้ายไปทำเนียบรัฐบาล แต่เจอสกัดอีกรอบ เลยเปลี่ยนแผนไปบ้านนายกรัฐมนตรี    

คำว่า “แกงตำรวจ” เลยถูกล้อว่า “แกงกันเอง” หรือ “แกงผู้ชุมนุม” ทำให้เคลื่อนขบวนมีข้อจำกัด ประกอบกับตำรวจวางแผน “ดักทาง” ม็อบ 7 สิงหา ไว้ทุกจุด 

++
คำเตือนรุ่นพี่
++
กลางดึกคืนวันที่ 7 ส.ค.2564 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้แสดงความเห็นผ่าน Somsak Jeamteerasakul ว่า “ไม่ว่าเราจะประเมินอย่างไร (และมีความเป็นไปได้ ที่จะประเมินจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ตามแต่รสนิยม) การชุมนุมแบบ Redem นี้ ยากจะปฏิเสธว่า คงไม่อาจนำมาซึ่งชัยชนะได้ จะว่าไปแล้ว การชุมนุมแบบที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (ถ้าไม่เลิกเสียก่อน) ก็ไม่อาจจะประสบความสำเร็จเช่นกัน การชุมนุมนั้นจำเป็นและมีประโยชน์ แต่ไม่อาจเป็นคำตอบเพียงนี้ได้”    

เมื่อ 28 ก.พ.2564 กลุ่มเยาวชนปลดแอกหรือกลุ่ม REDEM เดินขบวนไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี ที่ ร.1 รอ.ทม. ได้เกิดเหตุปะทะกับตำรวจ พร้อมกับมีการจับกุมผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมาก    

ตอนนั้น “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์อาวุโส โพสต์เฟซบุ๊ค Atukkit Sawangsuk พูดถึงม็อบ REDEM ด้วยท่าทีเยี่ยงมิตร “ปัญหาการประสานงาน ม็อบไม่มีแกนนำ อาจต้องทบทวนกัน..”     

ดูเหมือนว่า แอดมินเพจเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH โพสต์ ยังเชื่อว่า การชุมนุมแบบ REDEM เสมือนประชาธิปไตยทางตรงที่มวลชนร่วมกันโหวตผ่าน TELEGRAM และยังใช้กลยุทธ์ “ไร้แกนนำ” จนมาถึงม็อบ 7 สิงหา 

“ประยุทธ์” บอบช้ำไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/477836

“ประยุทธ์” บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

8 สิงหาคม 2564 – 14:10 น.

ผ่าประเด็นร้อน เมื่อ “ประยุทธ์”บอบช้ำ ไปต่อลำบาก พปชร.เล็ง “ประวิตร” นายกฯสำรอง

จากความผิดพลาดในการบริหารจัดการโควิด-19และการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล กลายเป็น ”หมัดน็อค” ที่จะทำให้รัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องเจอมรสุมหลายด้าน โอกาสที่จะจมกลางทะเลมีความเป็นไปได้สูง

ด้วยความที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้นว่า กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นโควต้าของ พรรคภูมิใจไทย ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค ดำรงตำหน่งรองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ก็ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อึดอัดในการบริหารงาน

จะว่าความล้มเหลวเกิดจากความไร้ฝีมือของ นายอนุทิน ก็ดูจะไม่แฟร์ เหตุเพราะพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยึดอำนาจการบริหารจัดการโรคระบาดมาไว้กับตนจนหมดสิ้น โดยมี นพ.ปิยสกล สกลสัตยาธร เป็นคู่คิดคนสำคัญ

การจัดหาวัคซีนแบบแทงม้าตัวเดียว การผูกขาดวัคซีน ข้อกล่าวหาเหล่านี้ ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างชัดขึ้นว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นจริง แต่กว่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้มันก็ช้าไปเพราะโรคระบาดได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ

สภาพคนตกงาน ร้านรวงเจ๊ง คนป่วยไม่มีเตียง รอตายข้างถนน มันเป็นสภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หากผู้นำไม่มีความประมาทในตั้งแต่ต้น

ยิ่งมาเสียรังวัดในการออกคำสั่งฉบับที่29 แล้วศาลแพ่งวินิจฉัยว่าเป็นการออกคำสั่งโดยมิชอบในการปิดปากสื่อ ปิดปากประชาชนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อาการหนักกว่าเดิม

สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนว่าการบริหารภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เลยทำให้กระแสการขับไล่ประยุทธ์ดังยิ่งขึ้น เกิดปรากฎการณ์คนที่เคยเชียร์ คนที่เคยสนับสนุน พากันลงถนนไปยืนฝั่งตรงข้าม

ศึกนอกประชิดรั้วทำเนียบฯทุกวัน ขณะที่ศึกในก็ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะความหวาดระแวงกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพลังประชารัฐ ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ ทวีมากยิ่งขึ้น นับแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณ และลามมาถึงการจัดหาวัคซีน ที่ถูกมองว่ามีความ ”เหลื่อมล้ำ”

แต่ธรรมชาติของรัฐบาลผสมหลายพรรค ที่มักจะลงรอยกันด้วยผลประโยชน์ ก็ยังพากันฝ่ากระแสลมไปได้ ยังไม่มีพรรคไหนโดดเรือหนี รอจังหวะจวนตัวจริงๆ

แต่ปัญหาสำคัญตอนนี้ไปเกิดกับพรรคแกนนำอย่างพลังประชารัฐ ที่กำลังจัดทัพเตรียมเลือกตั้ง เพื่อกลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรค ก็มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเลือกตั้ง วางคนวางตำแหน่งเอาไว้

เพราะต่างทราบดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ยิ่งไปเพิ่มคะแนนนิยมให้พรรคฝ่ายค้าน โอกาสที่ พปชร.จะชนะเลือกตั้งนั้นริบหรี่ลงเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้เห็นความพยายามของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งปลัดมหาดไทย เพื่อทำงานแต่มือกับ ปลัดฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่กำลังจะเกษียณ และมีพรรคการเมืองสำรองเอาไว้เป็นกรณีฉุกเฉิน

แต่ถูกเบรกโดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พี่เลิฟของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ยอม โดยไม่สนใจว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นเช่นไร เพราะ พล.อ.อนุพงษ์ ก็คงจะพอเท่านี้ หรือหากไม่พอ โอกาสที่จะกลับมาอีกก็คงยาก

ประกอบกับ พล.อ.อนุพงษ์ หวาดระแวงว่า ร.อ.ธรรมนัส จะมาแย่งเก้าอี้รมว.มหาดไทย ด้วยแล้ว และยิ่ง นายจตุพร วิ่งไปให้ร.อ.ธรรมนัส ช่วยยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับพล.อ.อนุพงษ์

“พี่ป๊อกทำแบบนี้ ก็ทำให้คนทำงานลำบาก คนที่ทำเพื่อค้ำบัลลังก์ เหนื่อยแน่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า” แหล่งข่าวในพปชร.บ่นเสียงดังๆ

อย่างไรก็ตาม ในพรรคพลังประชารัฐ ณ วันนี้เริ่มพูดคุยกันมากขึ้นว่า หากสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สู้ดี และบริหารประเทศไปแบบนี้ บอบช้ำมากๆ ถ้าส่งพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก โอกาสแพ้สูง และหากพล.อ.ประยุทธ์ จะเอาอีก พปชร.ก็จะลำบาก

จึงมีความพยายามจะหาคนมาเป็นตัวสำรองเผื่อเอาไว้กรณีดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครนอกจาก พล.อ.ประวิตร จะขยับขึ้นมาเป็นแคนดิเดต นายกฯของพลังประชารัฐเท่านั้น

เกมเหล่านี้ จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือของ “ธรรมนัส” ว่าจะใช้ความเป็นคนใจถึงพึ่งได้ มากอบกู้สถานการณ์ได้หรือไม่