เปลี่ยน ‘ประยุทธ์’ เสียงก้อง ‘พลังจารีต’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476019

เปลี่ยน ‘ประยุทธ์’ เสียงก้อง ‘พลังจารีต’

26 กรกฎาคม 2564 – 12:55 น.

มหาวิกฤตโควิด ได้เวลา “ประยุทธ์” เสียสละ มีเสียงเรียกร้องขอ “ผู้นำ” ในสถานการณ์พิเศษ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

ท่ามกลางมหาวิกฤตโควิด ในโซเชียลยังเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 ขั้วความคิด ฝ่ายประชาธิปไตย ออกมาส่งเสียง Call Out ดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่ฝ่ายกองเชียร์ประยุทธ์ ก็ทำหน้าที่ปกป้องรัฐบาล และตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามทุกกระบวนท่า

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โพสต์ของ “ท่านใหม่” ม.จ.จุลเจิม ยุคล ได้รับความสนใจจากทั้ง 2 ขั้ว และประชาชนคนทั่วไป เมื่อ “ท่านใหม่” ได้วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลในช่วงวิกฤติโรคระบาด กรณีโทรศัพท์สายด่วน ต้องจ่ายตังค์

“สมควรแล้วที่ออกมาไล่รัฐบาลกัน ว่าบริหารงานล้มเหลว ในสถานการณ์วิกฤติของชาติ แหม! ถ้าไม่แตะต้องสถาบันกัน ก็อาจจะขอเข้าร่วมลงถนนขับไล่ด้วยคน”

ก่อนหน้านั้น วันที่ 22 ก.ค.2564 ท่านใหม่อัพสเตตัสที่ชวนให้ตีความ “เมื่อฟ้ามืด…เราจะมองหาดาวฤกษ์ ที่เปล่งประกายยามราตรี ร่วมกัน”

ข้อความของท่านใหม่ ก็สุดแท้แต่จะมีมุมมองแบบไหน และฝ่ายไหน ซึ่งจริงๆแล้ว ท่านใหม่อาจไม่คิดอะไรที่ลึกลับซับซ้อนเลยก็ได้

การเคลื่อนไหวในโซเชียลของ “ท่านใหม่” ถูกจับตามองจากฝ่ายประชาธิปไตย หรือม็อบสามนิ้ว หากส่องดูทวิตเตอร์ จะมีเสียงคัดค้านแนวคิด “นายกรัฐมนตรีในสถานการณ์พิเศษ” เต็มไปหมด แต่บางคนก็คิดกันไปไกลกว่านั้น

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Thanapol Eawsakul โพสต์ไว้ตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนตัวประยุทธ์ ก็ยังเป็นข่าวลือมาตลอด..แต่ข่าวลือการเปลี่ยนตัวประยุทธ์ในรอบนี้ มาจากชนชั้นนำด้วยกันเอง..”

++

รัฐบาลเสียงข้างน้อย

++

ถ้อยวลี “นักเลือกตั้งก็แย่ ทหารก็ห่วย” เริ่มมีการพูดกันมากขึ้นในกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม เพราะพวกเขามองว่า นักการเมืองทำประเทศเสียหายมาพอแล้ว ทหารรัฐประหารเอาพรรคพวกมาบริหารประเทศก็พอกัน

ไม่นานมานี้ มีบางกลุ่มเสนอทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรี เขี่ยพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคออกไป แล้วดึงคนที่มีความรู้ ความสามารถจริงเข้ามาแทน

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องประกาศทำสงครามสู้โควิด โดยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพื่อนำประเทศให้พ้นวิกฤติไปให้ได้ในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ก่อนที่จะยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนในเวลาต่อไป

กลุ่มที่เสนอแนวคิดดังกล่าวเชื่อว่า หากทำเช่นนั้น จะสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนให้ร่วมกันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

เหนืออื่นใด พวกเขาหวั่นเกรงว่า ขืนปล่อยให้ “นักเลือกตั้ง” ไม่จริงใจแก้ปัญหา และคอยหาเสียงจากวิกฤตโควิด จะเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายต้องการล้มล้างเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปลุกระดมประชาชนให้ลุกฮือ “ปฏิวัติประชาชน” ฉะนั้น การตัดสินใจเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล น่าจะเป็นทางออก

เข้าใจว่า ข้อเสนอรัฐบาลเสียงข้างน้อยคงเป็นไปได้ยาก พลังจารีตกลุ่มนี้ จึงเริ่มออกแคมเปญ “ไม่เอานักเลือกตั้ง ไม่เอาทหาร” ขอผู้นำพิเศษมาแก้โควิด

++

รัฐบาลสร้างชาติ

++

ถ้าจำกันได้ วันแรกที่กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท) นำโดย “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิด “รัฐบาลสร้างชาติ” ขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ได้เกิดคำถามมากมาย โดยเฉพาะคนเสื้อเหลือง และมวลชนนกหวีด

กองเชียร์ “ลุงตู่” ดาหน้าออกมาถล่ม “ทนายนกเขา” เสียยับ บ้างว่าเลอะเทอะ บ้างก็ตั้งคำถามว่า กลุ่มนี้รับงานใครมาล้มบิ๊กตู่

ยิ่งเห็นหน้า ปรีดา เตียสุวรรณ์ แกนนำ “กลุ่มเพื่อนอานันท์” ก็ทำให้นึกถึงใบหน้านายกรัฐมนตรีคนนั้น ที่จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535

หากมองความเคลื่อนไหวของ ทนายนกเขา และพิชิต ไชยมงคล ในนามกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท) ที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย อันมีการจาบจ้วงล่วงมะเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็พอจะอ่านความคิดของพวกเขาได้

จุดยืนของ “ทนายนกเขา” ชัดเจนมาแต่สมัยเป็นแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) คือป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

ฉะนั้น “รัฐบาลสร้างชาติ” ของทนายนกเขา ก็ไม่ต่างแนวคิดคนบางกลุ่มที่เรียกหา “นายกฯ ในสถานการณ์พิเศษ”

กลับบ้านเฮา ‘นายกฯลาว’ แจ้งข่าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475931

กลับบ้านเฮา ‘นายกฯลาว’ แจ้งข่าว

25 กรกฎาคม 2564 – 17:33 น.

หนีภัยโควิด “แรงงานลาว” แห่กลับฝั่งซ้าย “นายกฯ พันคำ” ขอให้มาอย่างถูกต้อง ป้องกันแพร่เชื้อในชุมชน ..คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

ถนนทุกสายมุ่งสู่ชายแดน แรงงานลาวตัดสินใจหนีภัยโควิดกลับสู่บ้านเกิด หลังรัฐบาลลาวไฟเขียว รอรับเพื่อนร่วมชาติ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ละวัน จะมีแรงงานลาวข้ามแดนนับพันคน

วันที่ 24 ก.ค. 2564 วีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้จัดหาจุดพักคอยให้คนลาว กรณีคนลาวที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถึงมุกดาหารแล้วตกค้าง และต้องพักค้างคืน ก่อนจะเดินทางกลับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในวันรุ่งขึ้น

ข้อมูลจาก ตม.มุกดาหาร พบว่าชาวลาวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 มีจำนวน วันละ 200-400 คน หากนับรวม ตม.หนองคาย,นครพนม,ช่องเม็ก(อุบลราชธานี) ฯลฯ ก็น่าจะอยู่ที่หลักพันคนต่อวัน

มหาวิกฤตโควิดไม่ได้กระทบแค่ประชาชนไทยเท่านั้น หากแต่แรงงานต่างชาติกว่า 2 ล้านคนที่อยู่ในบ้านเรา ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

กลับบ้านเฮา  'นายกฯลาว' แจ้งข่าว

ท้าวพันคำ วิพาวัน นายกฯลาว

คณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้แรงงานต่างชาติอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ก็มี “เอกสารหลุด” จากกระทรวงแรงงาน เรื่อง “แจ้งยกเลิกโครงการให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวด้านสาธารณสุข” ถูกเผยแพร่และแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย

แม้จะมีผู้รับผิดชอบในกระทรวงแรงงาน ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าว แต่ในความเป็นจริง แรงงานต่างด้าวก็ถูกทิ้งไว้ในแคมป์คนงาน หรือในหอพัก บ้านเช่า หากใครติดเชื้อโควิดก็ต้องรักษาตัวเองตามยถากรรม

++

เดียวดายในเมืองใหญ่

++

กรมสวัสดิการแรงงานและสังคม สปป.ลาว ได้ประมวลตัวเลขแรงงานลาวในไทย ที่เดินทางกลับบ้าน นับจากโควิดระบาดปีที่แล้ว จนถึงเดือน พ.ค.2564 มีประมาณ 2 แสนกว่าคน

กลับบ้านเฮา  'นายกฯลาว' แจ้งข่าว

แรงงานลาว

การระบาดของโควิดระลอกใหม่ในไทย มีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ส่งผลให้แรงงานลาวที่เหลืออยู่ เริ่มวิตกกังวลในกรณีเกิดติดเชื้อโควิด ไม่มีที่รักษาพยาบาล จึงทยอยคืนถิ่น

ดั่งโศกนาฎกรรมของชายวัย 49 ปี บ้านหนองบัวท่า เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต ชาวลาวคนนี้ ตรวจพบเชื้อโควิด จึงเลือกที่จะเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.มุกดาหาร ขอข้ามไปรักษาตัวที่แขวงสะหวันนะเขต จากนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลาว ได้รับตัวเขาเข้าสู่โรงพยาบาลสนาม แต่แพทย์ลาวก็สุดจะยื้อชีวิตเขาไว้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นรายที่ 5 ของประเทศลาว ที่เสียชีวิตจากโควิด

++

กลับบ้านเฮาเด้อ

++

จากกลางเดือน ก.ค. เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขลาว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เฉลี่ยวันละ 100-200 คน สำหรับประเทศที่มีประชากร 7.6 ล้านคน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย

ที่น่าวิตกกังวล แรงงานลาวที่เข้าสู่การกักตัวนั้น ร้อยละ 35 พบว่า ติดเชื้อโควิด และในกลุ่มผู้ติดเชื้อพบเป็นสายพันธุ์เดลต้า ร้อยละ 90

ด้วยเหตุนี้ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ที่แถลงเกี่ยวกับการสืบต่อปฏิบัติ มาตรการสกัดกั้น และต้านการระบาดของโควิด-19 เมื่อไม่นานมานี้ ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานลาวที่ออกไปทำงานในประเทศใกล้เคียง

ถ้าแรงงานคนใดต้องการกลับคืน สปป.ลาว ก็ให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงแม้ว่า เวลาออกไปต่างประเทศ จะลักลอบออกไปก็ตาม แต่เวลากลับคืนเข้ามา ขอให้กลับมาอย่างถูกต้อง

กลับบ้านเฮา  'นายกฯลาว' แจ้งข่าว

แรงงานลาวเข้าสู่การกักตัว 14วันที่บ้านเกิด

“รัฐบาลลาว ถือว่าการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้องนั้น เป็นการกระทำที่รักชาติ รักบ้านเกิดเมืองนอนของตนอย่างแท้จริง”

สิ่งที่รัฐบาลกังวลมากที่สุดคือ แรงงานลาวที่เข้าไปทำงานในไทยแบบผิดกฎหมาย จะลักลอบข้ามโขง และกลับคืนสู่หมู่บ้าน อาจนำเอาเชื้อโควิดไปแพร่ในชุมชน

ตม.ลาว จึงมีนโยบายผ่อนผันไม่ดำเนินคดี ไม่ปรับไหม ขอแต่มารายงานตัว เพื่อเข้าศูนย์กักตัว ตรงกันข้ามบุคคลใดหากลักลอบเข้ามา จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สปป.ลาว

สำหรับ ตม.ไทย กรณีคนลาวที่อยู่ในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมาย อนุญาตให้เดินทางออกได้ ส่วนคนลาวที่อยู่โดยผิดกฎหมาย ทาง ตม.ไทย จะดำเนินการทางกฎหมายให้เสร็จสิ้น แล้วดำเนินการผลักดันส่งกลับทันที

แม้แรงงานลาวคืนถิ่น จะทำให้มียอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันสูงขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีลาว ก็ปรารถนาที่จะให้คนลาวได้กลับมาบ้านเกิดตามช่องทางถูกกฎหมาย เพื่อการควบคุมและป้องกันโควิด

ศึก “ไฟเซอร์” หมอไม่ทน VS หมอหนู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475897

ศึก “ไฟเซอร์” หมอไม่ทน VS หมอหนู

25 กรกฎาคม 2564 – 14:15 น.

วัคซีน “ไฟเซอร์” กลายเป็น “ของร้อน” เมื่อ “หมอไม่ทน” จับตาจะไปอยู่ที่ “แขนวีไอพี” หรือไม่ คอลันม์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

ประเด็นการจัดหารวัคซีนป้องกันโควิด ในประเทศไทย กลายเป็นการเมืองเรื่อง “เอา-ไม่เอา” รัฐบาลประยุทธ์ไปโดยปริยาย เมื่อกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นราษฎร, เยาวชนปลดแอก,ทะลุฟ้า และกลุ่มอื่นๆ ได้ชูคำขวัญ “ขอวัคซีน mRNA ไม่เอาซิโนแวค”    

ขณะที่กองเชียร์ “ลุงตู่” ต่างดาหน้าวิจารณ์ว่า “สามนิ้วด้อยค่าวัคซีน” พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชนรับวัคซีนซิโนแวค หรือ ซิโนฟาร์ม    

สองวันมานี้ แฮชแท็ก #ขอซิโนแวคให้กองทัพ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง หลังมีการแฉเอกสารขอวัคซีนโมเดอร์นาให้ทหารหน่วยหนึ่ง จึงมีคนกลุ่มหนึ่งทำอินโฟกราฟฟิกเรียกร้องให้ซิโนแวคแก่ทหาร    

ที่ร้อนแรงสุดๆ ก็คือ กลุ่มหมอไม่ทน ,ภาคีบุคลากรสาธารณสุข และ Nurses Connect นับถอยหลังวัคซีน “ไฟเซอร์” (Pfizer) 1.5 ล้านโดส จะถึงไทย วันที่ 29 ก.ค.2564 

“ขอเชิญชวนประชาชน เฝ้าจับตาการมาถึงของ Pfizer ในอีก 6 วัน เพื่อให้วัคซีนไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับตามความเสี่ยง และความจำเป็น ไม่ให้มีการบิดเบี้ยวของแผนไปให้หน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จะเริ่มฉีดวันที่เท่าไหร่? แอบเอาไปให้ใครกี่โดส? ยังไม่มีคำตอบชัดเจนใดๆ เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีน”    

ศึก "ไฟเซอร์"  หมอไม่ทน VS หมอหนู

กลุ่มหมอไม่ทน จับตาการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์

ถ้าจำกันได้ กลุ่มหมอไม่ทน ,ภาคีบุคลากรสาธารณสุข และ Nurses Connect ได้เคลื่อนไหวเรียกร้อง “วัคซีนคุณภาพ” สำหรับบุคลากรด่านหน้า มาหลายยกแล้ว ถึงขั้นเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากนายกรัฐมนตรี

++
วัคซีนวีไอพี
++

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2564 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำในภาวะวิกฤตว่า “…นึกไม่ออกเลยว่าการรับมือโควิดของรัฐบาลมีเรื่องไหนสำเร็จบ้าง 4 เรื่องหลักทั้งการตรวจ รักษา วัคซีน เยียวยาเละหมด รับปากกับประชาชนไม่เคยทำได้ ความโปร่งใสไม่มี ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสที่จะเข้ามาถูกมองอย่างหวาดระแวงจากบุคลาการด่านหน้าว่า จะหล่นหายไปอยู่บนแขน VIP”    

จริงๆแล้ว วลีที่ว่าวัคซีนไฟเซอร์ “จะหล่นหายไปอยู่บนแขน VIP” นั้น มาจากโพสต์ของ “หมอหม่อง” นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เผยแพร่ผ่านเพจ Rungsrit Kanjanavanit    

“เดิมวัคซีน Pfizer ที่ได้รับบริจาคจาก สหรัฐฯ 1.5 ล้านโดส จะมาถึง 29 ก.ค.นี้ จัดสรรโควต้าสำหรับ บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า 500,000 โดส (ทีแรกสุด บอกว่า 700,000)เมื่อเช้า ทราบว่า ที่ประชุมจัดสรร เหลือ 200,000 โดส..”   

“หมอหม่อง” ถามว่า ไฟเซอร์ 300,000 โดส หายไปไหน? หากไปฉีดถูกที่ถูกทางให้แก่ประชาชนผู้เปราะบางในพื้นที่เสี่ยงสูง ก็จะดีใจมาก
“ถ้า 300,000 โดสที่หายไปไปอยู่ที่แขน เหล่า VIP และเครือญาติ ผมไม่ โอ ครับ”    

ข้อมูลของหมอหม่อง เท็จจริงประการใด กระทรวงสาธารณสุข จะต้องชี้แจงแถลงไขให้กระจ่าง โดยเฉพาะ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้มี “ภูมิการเมือง” ต่ำเตี้ยพอๆกับ พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องกำชับกรมควบคุมโรค ที่ต้องจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้โปร่งใส

ศึก "ไฟเซอร์"  หมอไม่ทน VS หมอหนู

หมอหนู ภูมิการเมืองต่ำต้องลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน

++
วัคซีนบริจาค
++

 สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส รัฐบาลสหรัฐ ได้มอบความช่วยเหลือให้กับประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับสหรัฐ และไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐ ในเอเชียแปซิฟิก  

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงแนวทางการฉีดไฟเซอร์ว่า กระทรวงสาธารณสุข และความเห็นชอบจาก ศบค. กำหนดฉีดไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ให้กลุ่มบุคคลดังนี้

1.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด หรือผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกันที่ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม จะมีการกระตุ้นเข็มที่สาม

2.กลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาด 3.ชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาด     

หลายฝ่ายก็หวังว่า กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการฉีดไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ให้แก่กลุ่มเป้าหมายข้างต้น และไม่บิดเบี้ยวนำไปฉีดให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง     

“หมอหนู” ที่เจ็บมาเยอะแล้วกับกรณีวัคซีนซิโนแวค คงไม่เล่นกับ “ของร้อน” เพราะทุกวันนี้ วัคซีนไฟเซอร์ กลายเป็นประเด็นการเมืองไปแล้ว

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงมหันตภัยครบร้อยปี แนะผู้นำถอยให้ทีมแพทย์คุมแก้โควิด19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475883

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงมหันตภัยครบร้อยปี แนะผู้นำถอยให้ทีมแพทย์คุมแก้โควิด19

25 กรกฎาคม 2564 – 10:45 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงมหันตภัยครบร้อยปี แนะผู้นำ”นายกฯ-รมว.สธ.” ถอย ปล่อยให้ทีมแพทย์คุมแก้โควิด19 เผยแม้ดวงชะตา “นายกฯ” จะเสริมดวงบ้านเมืองก็จริง แต่ปี64นี้ทำอะไรก็ผิด ทำดีก็เป็นศัตรูกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ

ซินแสเข่ง วิเคราะห์ผ่าดวงวิกฤติ เจาะลึกย้อนอดีต 100 ปี ไข้หวัดใหญ่ หรืออินฟูเอนซา คร่าขีวิตคนไทย 8 หมื่นกว่าศพ ปี พศ. 2461 เหตุหัวเมืองภาคใต้ และแพร่กระจาย จำนวน 17 มณฑล ประชากร ตามสำมโนครัว 8310.565 คน คนป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ 2317.662 ราย คนตายจำนวน 80.223 คน เป็นวัฏจักร

กลับสู่ยุค 5 จีปี 2564 คนตายอาจเป็นแสน หากไม่เห็นแก่ตัว ในการรักษา เตือนคนไทยอย่าใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ เพราะดาวมฤตยู เทพแห่งความตาย ดาวเสาร์ เป็นเหตุครอบงำจิตใจมนุษย์ให้จิตวิปริต คิดร้ายด้วยบาปพระเคราะห์ ก่อเหตุด้วยดาวคู่อริ ให้เกิดโทษที่บ่งบอกถึงโรคร้ายที่เร้นลับไม่อาจเปิดเผย ให้เกิดความตายฉับพลัน เป็นดาวมรณะวิบากกรรมต่อเนื่อง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติ วิเคราะห์มหันตภัยซ้ำครบร้อยปี เวียนมาบรรจบให้เกิดดาวมฤตยู ดาวบาปพระเคราะห์ ดาวคู่อริ ทำให้เกิดโทษทั่งโรคภัยไข้เจ็บ ความขัดแย้งของมนุษย์ ก่อให้เกิดโทษเป็นอุปสรรค

จากอดีตที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรคระบาด คร่าชีวิตประชาชน กว่า 8 หมื่นราย เพราะระบบการติดต่อ ทีมแพทย์ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมสาธารณะสุขจัดทีมแพทย์ ส่งยา ให้คำปรึกษา และทำการรักษา จนมีประชาชนหายป่วย ในเดือนมีนาคม และลงบันทึกไว้เมื่อ 14 กรกฏาคม 2462 

และย้อนกลับมาปี 2563 มีเหตุตามวัฏจักรครบ 100 ปี ด้วยโรคระบาด โควิด 19 ก่อให้เกิดคนล้มหายตายจาก หากแก้ไม่ได้ จะกลายเป็นทวีคูณด้วยดาวมรณะ ดาวมฤตยู ดาวเทพแห่งความตาย ดาวเสาร์

แต่ยุคนั้นมิได้มีปัญหาขัดแย้ง แตกแยก ในหมู่ประชาชน นักธุรกิจ พ่อค้าประชาชน ศิลปิน ดารา ทุกวงการ เพราะไม่มีดาวคู่อริ ดาวบาปพระเคราะห์ที่ให้โทษต่อมนุษย์ ทำให้จิตใจสับสนก้าวร้าวรุนแรง ทรยศหักหลัง อารมณ์ร้าย จิตวิปริต ไร้สติ สูญเสียคิดเอาชนะไร้เหตุผล

คลั่งสติแตก ป่าเถือน เป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม สภาวะทางจิตใจปั่นป่วน ไม่อยู่ในกฏเกณท์ คิดร้ายต่อวงศ์ตระกูล ทำลายศาสนา สะสมวิญญาณ ภูติผี เทพเทวดา พยานาค พ่อมดหมอผี ไล่ล่าวิญญาณชั่วร้าย

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม แนวทางแก้ไข ไวรัสร้ายโควิด 19 เป็นเชื้อโรคที่เร้นลับหาคำตอบไม่ได้ เป็นหน้าที่ของกรมสาธารณะสุข และทีมแพทย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นหน้าที่เหมือนร้อยปีที่ผ่านมา

โดยพระกรุณามหาธิคุณโปรดเกล้าให้ทีมแพทย์ช่วยเหลือประชาชน ดูแลรักษาให้คำปรึกษา หากยุคนี้นายกฯ หรือรองนายกฯ รมต.สาธารณะสุข ให้ทีมแพทย์ของกรม ได้ดำเนินการเอง ก็จะไปได้ดึกว่า

เพราะนายกฯ หรือรองนายกฯหรือรมต. สาธารณะสุข จะรู้ดีกว่าหมอไม่ได้ เพียงแต่คุมเกมส์และประสานงานได้เพราะเป็นหน้าที่ และดวงนายกฯปีนี้มีผลกระทบปี ถึงแม้นดวงชะตาจะเสริมดวงเมืองก็จริง แต่ปีนี้ทำอะไรก็ผิด ทำดีก็เป็นศัตรูกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ

ค่าย “แม้ว” พาคนกลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475824

ค่าย “แม้ว”พาคนกลับบ้าน

24 กรกฎาคม 2564 – 18:53 น.

โควิดป่วนเมืองหลวง ส.ส.อีสาน ค่าย “ทักษิณ” เปิดเกมรุก “อุ้มคนป่วย” กลับบ้าน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นับแต่ ศบค. สั่งปิดแคมป์งานทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็มีคนงานกลับบ้าน พร้อมเชื่อโควิด ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน เมื่อโควิดสายพันธุ์เดลต้าอาละวาดหนักขึ้น คนขายแรงที่ติดเชื้อต่างนอนรอเตียงอยู่ในบ้านเช่ากลางเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้ จึงมีขบวนการ “พาคนกลับบ้าน” ที่ริเริ่มโดยนักการเมือง เนื่องจากหัวคะแนนต่างมาร้องขอ ส.จ. และ ส.ส.ให้ช่วยญาติพี่น้อง ที่นอนป่วยอยู่ในกรุงเทพฯอีกด้านหนึ่ง แรงงานพลัดถิ่นเหล่านั้น ก็ดิ้นรนหาทางกลับบ้านเอง หลังตรวจพบติดเชื้อโควิด โดยพวกเขาไม่ยอมนอนรอความตายในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2564 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย เพิ่งได้ประชุมผ่านระบบ Video Conference ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ ให้เร่งรัดช่วยเหลือประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือที่ใด ให้เข้าสู่ระบบโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดง่ายๆว่า ภาครัฐจะเข้ามาจัดระบบพาคนป่วยติดเชื้อโควิดกลับบ้านเกิด แม้ว่าจะออกตัวช้า แต่ก็ดีกว่าให้คนชนบทนอนเจ็บไข้ได้ป่วยตามยถากรรม 

เสี่ยเกรียงลุย

ส่องเข้าไปดูเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ” ส.ส.อุบลราชธานี เขต 7 พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2564 ได้โพสต์ว่า “ตั้งแต่ต้นเดือน(ก.ค.) ผมและทีม ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยท่านเกรียง กัลป์ตินันทน์ (รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย) ได้ให้การช่วยเหลือลูกหลาน ที่ไปสู้ชีวิตในเมืองหลวง ที่กำลังเดือดร้อน ‘ป่วยกาย หนักใจ’ ไม่สามารถจะมองเห็นอนาคตได้ พากลับมารักษาตัว กลับสู่บ้านเกิด”

นี่แสดงว่า พรรคเพื่อไทยขยับตัว “พาคนกลับบ้าน” ก่อนรัฐบาล โดย “เกรียง กัลป์ตินันท์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สายตรงคนแดนไกล หรือกลุ่ม “เจ๊ดูไบ” เป็นหัวหอกตะลุยช่วยชาวอุบลฯ   “มาจนถึงวันนี้ มีหลายเคส ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว ออกจากโรงพยาบาล กลับบ้านสู่อ้อมกอดของครอบครัว ก็ดีใจด้วย แต่ก็ยังมีหลายเคส ที่กำลังพยายามหนีตาย ขอเดินทางกลับบ้าน พ่อแม่อยู่บ้าน นั่งไม่ได้ นอนไม่หลับห่วงลูก ท่านจะไม่เดียวดายครับ ทีมงานเพื่อไทย รอคอยที่จะช่วยเหลือท่านครับ(เท่าที่ทำได้)” เฮียกุ่ย ส.ส.จอมเก๋า บอกเล่าวิถีคนบ้านนอกในเมืองใหญ่

มิเพียงแต่พาลูกหลานกลับบ้าน “เฮียกุ่ย” ยังนำโรงสีข้าวหอมมะลิ มาปรับเป็น “ศูนย์พักคอย” ที่ อ.ศรีเมืองใหม่ เพื่อรองรับคนติดเชื้อโควิดที่มาจากกลุ่มเสี่ยง “ไม่มีเถียงนา ไม่มีบ้านกลับ ชาวบ้านไม่ให้เข้าหมู่บ้าน” ก็มาพักที่ศูนย์พักคอยแห่งนี้  ส.ส.อุบลฯ ในสังกัดเสี่ยเกรียง ต่างก็เข้าร่วมขบวนการพาคนกลับบ้าน โดยประสานกับสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

 ค่าย "แม้ว"พาคนกลับบ้าน

ส.ส.กุ่ย เพื่อไทย ปรับโรงสี เป็นศูนย์พักคอย

ผู้ใหญ่ใจดี

มิเพียงแต่การพาคนอีสานคืนถิ่นมารักษาตัว “น้ำ” จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ยังได้ประสานงานหา “ผู้ใหญ่ใจดี” มาช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่ ขยายโรงพยาบาลสนาม

“ในนามของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด น้ำต้องขอกราบขอบพระคุณภาคเอกชนที่ร่วมบริจาคเตียงให้กับสาธารณสุข จ.ร้อยเอ็ดค่ะ…เมื่อวานนี้ โรงพยาบาลอำเภอพนมไพร โรงพยาบาลอำเภอโพนทราย และโรงพยาบาลอำเภอหนองฮี ซึ่งขาดแคลนเตียงสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย #โควิด-19 เป็นอย่างมาก ได้รับเรียบร้อยแล้วค่ะ”

ผู้ใหญ่ใจดีที่บริจาคเตียงกระดาษใน รพ.สนาม ตาม ส.ส.น้ำ จิราพร พูดถึง ก็คือ “เศรษฐา ทวีสิน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ซึ่งในทวิตเตอร์ Srettha Thavisin ประมุขอาณาจักรแสนสิริ ทวีตข้อความว่า “แสนสิริซื้อเตียงกระดาษ ส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดที่ต่างจังหวัด ครั้งนี้ส่งไปสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ เพื่อส่งต่อไปที่ รพ.สนามที่ขาดแคลนเตียง…” จากกรณีของ ส.ส.อุบลราชธานี มาจนถึง ส.ส.ร้อยเอ็ด บ่งบอกว่า พรรคเพื่อไทยได้เคลื่อนไหวดูแลชาวบ้านในช่วงวิกฤตโควิดอย่างใกล้ชิด 

 ค่าย "แม้ว"พาคนกลับบ้าน

เตียงกระดาษจาก แสนศิริ ถึงร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์

ขณะที่ฟากรัฐบาลประยุทธ์ เหมือนนักมวยเมาหมัด ไม่รู้ว่าจะทำเรื่องใดบ้าง เพราะสงครามไวรัสครั้งนี้ รุนแรงและหนักหน่วงกว่าที่คาด

เฮือกสุดท้าย “กองทัพ” ขยับช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475769

เฮือกสุดท้าย “กองทัพ” ขยับช้า

24 กรกฎาคม 2564 – 13:29 น.

ดิ้นสู้วิกฤตโควิด “ประยุทธ์” สั่งทุกเหล่าทัพขับเคลื่อนช่วยประชาชน “บิ๊กบี้” มาช้าดีกว่าไม่มา คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

หลายคนทักท้วงว่า “มาทำช้าไปหรือเปล่า” หลังอ่านข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย , ผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงปลัดสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ศูนย์แรกรับ เมื่อค่ำวันที่ 23 ก.ค.2564  ว่ากันว่า การประชุมหนนี้ ตอกย้ำนโยบายที่จะต้องไม่มีผู้ป่วยและเสียชีวิตริมถนน หรือในที่สาธารณะ

สรุปสั้นๆ มี 7 แนวทางคือ ให้เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น, เพิ่มขีดความสามารถโรงพยาบาลสนาม, เห็นชอบแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน, มอบหมายให้ทหารเข้ามาร่วมช่วยเหลือ,ให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวในภูมิลำเนา,สนับสนุนทีมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก และปรับปรุงระบบการรับเรื่องผ่านโทรศัพท์สายด่วน  ที่น่าสนใจคือ พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางแนวทาง “..ให้ทหารเข้ามาร่วมช่วยเหลือ สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงการจัดส่งอาหารและยาให้ผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวที่บ้านและที่ชุมชนในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง”

ตรงจุดนี้ถือว่า เป็นจุดอ่อนของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตั้ง “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งไม่สามารถจัดการเรื่องผู้ป่วยนอนรอเตียงจำนวนมาก บางรายเสียชีวิตคาบ้าน ไม่รับคนเร่ร่อนที่นอนตายข้างถนน  ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม จึงต้องสั่งให้ 3 เหล่าทัพ ขยับเข้ามาอุดช่องโหว่เรื่อง รพ.สนาม, การสแกนหาคนป่วยโควิด, การส่งต่อกลับบ้านเกิด ,การจัดการศพ ฯลฯ ซึ่งกองทัพมีกำลังคน และเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ได้อยู่แล้ว

กองทัพติดลบ

ท่ามกลางมหาวิกฤตโควิด กองทัพเรือกลับพยายามผลักดันโครงการจัดหาเรือดำน้ำเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี 2565 จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ให้กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือ ชะลอการจัดหาเรือดำน้ำไปก่อน 

ล่าสุด มีเรื่องฉาวโฉ่ สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพหนังสือกรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ถึงสภากาชาดไทย ขอรับการสนับสนุนวัคซีนโมเดอร์นาให้กับกำลังพลและครอบครัว  ร้อนถึงกองบัญชาการกองทัพไทย ต้องสอบสวนข้อเท็จจริง พบว่า กรมสารบรรณทหารได้ทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนวัคซีนจริง แต่เป็นการทำหนังสือที่ไม่ถูกต้อง และได้ถูกยกเลิกหนังสือดังกล่าว พร้อมพิจารณาลงโทษทางวินัยแก่กำลังพลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กองทัพไทยได้จัดตั้ง รพ.สนาม จะเริ่มเปิดใช้ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ โดยเฉพาะสโมสรกองทัพบก เตรียมไว้ 300 เตียง โดยจะขยายขีดความสามารถเพิ่มได้ถึง 100 เตียงรวม 400 เตียง โดยปัจจุบันจัดไว้ 34 แห่ง ในกรุงเทพฯและปริมณฑล และอีก 24 จังหวัดทั่วประเทศ ปัจจุบันรองรับได้ 6,135 เตียง  มีเสียงวิจารณ์ว่า หากกองทัพไทยได้มาช่วยทำ รพ.สนาม อย่างจริงจัง ก็คงช่วยแก้ปัญหาเตียงไม่มี เตียงไม่ว่าง จนทำให้เกิดสภาพ “นอนรอเตียงจนตาย” ดังที่ผ่านมา

 เฮือกสุดท้าย  "กองทัพ" ขยับช้า

จุดบริการของกองทัพไทย

‘บิ๊กบี้’หายไปไหน

แม้ “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด ทบ.” มาแต่เดือน พ.ค.2564 แต่ก็เป็นแค่กำลังเสริม และรอปฏิบัติตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่แตะหลักหมื่นต่อวัน เตียงใน รพ.ไม่เพียงพอ คนต่างจังหวัดที่มาทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อพบว่าติดเชื้อโควิด จึงดิ้นรนกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด  พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีนโยบายพาคนป่วยกลับบ้าน โดยเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อโควิด ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) กลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัว 

 เฮือกสุดท้าย  "กองทัพ" ขยับช้า

เครื่องบินนำคนป่วยติดเชื้อกลับบ้าน

ดังนั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ร่วมรับผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนา รวมถึงนำอากาศยานของกองทัพบก มาเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อทางอากาศไปส่งยังบ้านเกิด 

กองทัพมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือประชาชน ในยุคมหาวิกฤตโควิด แต่ทำไม “พล.อ.ประยุทธ์” จึงไม่สั่งการให้กองทัพเคลื่อนกำลังเต็มตัวมาช่วยงานกระทรวงสาธารณสุข นี่คือคำถามค้างคาใจประชาชน

‘นายกฯ ทิพย์’ มีเซอร์ไพรส์ 72 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475675

‘นายกฯ ทิพย์’ มีเซอร์ไพรส์ 72 ปี

23 กรกฎาคม 2564 – 18:28 น.

จับตา 72 ปี “ทักษิณ ชินวัตร” อีเวนท์การเมือง ในภาวะ “ขาลง” ของรัฐบาลประยุทธ์…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

15 ปีที่จากเมืองไทย วันที่ 26 ก.ค.ของทุกปี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะอวยพรข้ามฟ้ามาหากลุ่มคนที่ยังรักและศรัทธาในตัวเขา บางปี บางช่วงเวลา คนเสื้อแดงจะจัดทำบุญวันเกิดให้ทักษิณอย่างยิ่งใหญ่

ปีที่แล้ว “ทักษิณ” โพสต์ขอบคุณทุกคนผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Thaksin Shinawatra เพียงสั้นๆว่า “ต้องกราบขอบคุณทุกๆ ท่านที่ได้อวยพรมาทั้งทางตรง และผ่านทางเมืองไทย บางคณะก็ได้ไปทำบุญให้ผมด้วย ผมบอกได้อย่างเดียวว่ารู้สึกซาบซึ้ง และคิดถึง”

สำหรับปีนี้ ทักษิณอายุครบ 72 ปี น่าจะเป็นการฉลองวันเกิดที่ไม่ธรรมดา เพราะวันอังคารที่ 27 ก.ค.2564 อดีตนายกรัฐมนตรีหรือโทนี่ มีคิวต้องมาพูดคุยในแคร์คลับเฮาส์ ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยหัวข้อ แต่เชื่อว่า ต้องมีประเด็นเกี่ยวกับวันเกิด และอนาคตทางการเมือง

++

เอฟซีโหมโรง

++

สถานการณ์การเมืองที่ฝั่งรัฐบาลสอบตกแก้โควิด มีเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกด้านหนึ่ง เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ ประกาศแคมเปญนำ “ทักษิณ กลับไทยสู้โควิด” ผ่าน 2 เว็บไซต์ ปรากฏมีคนลงชื่อครบ 1 แสนรายชื่อ

เตรียมจะนำรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย ในเร็วๆนี้ เป้าหมายของอดีตแกนนำเสื้อแดงภาคเหนือ ต้องการเสนอ “ร่าง พ.ร.บ.อภัยโทษแก่นักโทษการเมืองเพื่อความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ” ต่อรัฐสภา

ด้านหนึ่งแฟนเพจ “เพื่อไทย FC” ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิด “ทักษิณ ชินวัตร” หรือโทนี่ โดยเชิญชวนให้แฟนคลับส่งคำอวยพรมาที่แอดมิน หากคำอวยพรไหนถูกใจ รับสเปรย์แอลกอฮอล์ โทนี่หรือยิ่งลักษณ์

'นายกฯ ทิพย์'  มีเซอร์ไพรส์ 72 ปี

ส่วนแอดมิน CARE คิด เคลื่อน ไทย ได้เปิดแคมเปญ “ใครอยากถามอะไรพี่โทนี่ ถามเลย” เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มาร่วมถามคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับโทนี่ ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น แนวคิว วิสัยทัศน์ ไลฟ์สไตล์ หรือ ความชอบต่างๆ โดยทีมงานจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เป็นที่ระลึกครบ 72 ปี ของโทนี่

แสดงว่า วันเกิดครบรอบ 72 ปีของทักษิณ จะต้องมีกิจกรรมอีกเยอะ และคึกคักกว่าหลายปีที่ผ่านมา

++

เลี้ยงหลานจริงหรือ

++

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นปี 2564 ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนผ่านวิดีโอคอล โดยมีการพูดคุยหลายเรื่อง แต่ทักษิณดูระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นทางการการเมือง

เมื่อนักข่าวถามว่า คนในตระกูลชินวัตรยังมีผู้นำทางการเมืองหรือไม่? “ทักษิณ” ตอบว่า “พอก่อนครับ ต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน”

นักข่าวถามต่อ ได้คุยกับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่ว่า เมื่อไรพร้อมจะกลับมาประเทศไทย “ทักษิณ” ตอบยาวเหมือนอัดอั้นใจมานาน

“พร้อม ไม่พร้อม ถามว่าคนเราออกไป อยากกลับประเทศไหม ผมอยากกลับมา ผมอยากมาเลี้ยงหลาน 3 คน กำลังจะได้คนที่ 4 เดินหน้า มีความรู้สึกอยากเลี้ยงหลานแล้ว แก่แล้ว ไม่ได้คิดอะไรมาก ใครอยากขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำ ผมมันเป็นอาจารย์เก่า ชอบอธิบาย ชอบสอนคนอยู่แล้ว ทำหน้าที่พวกนี้ได้ การเมืองนั้นแก่แล้ว วัย 72 แล้ว จะไปนั่งเล่นการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้น จะกลับเมืองไทยเมื่อไรนั้น มันไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนดครับ”

จากวันที่ทักษิณให้สัมภาษณ์คราวนั้น ไม่ทันถึง 2 เดือน กลุ่มแคร์ ก็เปิดตัว “โทนี่ วู้ดซัม” ผ่านคลับเฮาส์ ปรากฏว่ามีเสียงตอบรับดี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงทำให้โทนี่มาพบกับแฟนคลับเป็นประจำ

'นายกฯ ทิพย์'  มีเซอร์ไพรส์ 72 ปี

หากย้อนไปฟังโทนี่ ที่ประกาศชัดว่า “กลับไทยแน่นอน” โดยมีนัยยะทางการเมือง ดูจะลบคำพูดเดิมที่ว่า “อยากเลี้ยงหลาน วัยนี้เป็นวัยที่รักลูกห่วงหลาน”

ลึกๆไปกว่านั้น ทักษิณได้ต่อสายพูดคุยกับ ส.ส.เพื่อไทย ระดับแกนนำในทุกภาค เหมือนส่งสัญญาณพร้อมรบ

ดังนั้น วันเกิดปีนี้ ต้องจับตาดูว่า ทักษิณจะพูดอะไร และอาจมีรายการเซอร์ไพร์สยิ่งกว่าการปักธง “กลับไทย” แน่นอน

เอาให้ชัด ‘สนธิญา’ พรรคไหนแน่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475636

เอาให้ชัด ‘สนธิญา’ พรรคไหนแน่

23 กรกฎาคม 2564 – 14:13 น.

เปิดเส้นทาง “สนธิญา สวัสดี” คนหลายพรรค ป้ายหน้าจะไปหยุดที่พรรคไหน… คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชื่อ “สนธิญา สวัสดี” ติดอยู่ในทำเนียบนักร้อง ที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ อาจจะมีความถี่ไม่เท่าศรีสุวรรณ จรรยา แต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนทุกครั้ง

ล่าสุด “สนธิญา” หอบหลักฐานเป็นหนังสือรายชื่อดารา นักร้อง และเซเลบในสังคมกว่า 20 คน มายื่นให้กับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้ตรวจสอบและตักเตือนพิจารณาความผิด โดยเจ้าตัวอ้างว่า เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงในสังคม หลังกลุ่มคนดังกล่าวได้ใช้โซเชียลมีเดียแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและพาดพิงการบริหารงานของรัฐบาล

มีข้อน่าสังเกตเวลาสื่อพาดหัวข่าว จะใช้คำว่า “สนธิญา เด็กพลังประชารัฐ” หรือ “สนธิญา สมาชิกพลังประชารัฐ” เนื่องจากเขาเคยเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ต้องออกมาชี้แจงว่า บุคคลผู้นี้เคยเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจริง แต่ปัจุบันไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว เรื่องนี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)

ย้อนไปเมื่อ 11 มี.ค.2563 สนธิญา สวัสดี แจ้งความดำเนินคดีกับ “เพจแหม่มโพธิ์ดำ” กรณีหน้ากากอนามัย วิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ (นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐสมัยนั้น) ก็ได้อธิบายว่า สนธิญาไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เจ้าตัวได้ลาออกไปเป็นเวลานานแล้ว

จับความได้ว่า สนธิญาเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ตรวจสอบแล้ว มีชื่อซ้ำช้อนกับพรรคอื่น จึงได้ลาออกไป

ปัจจุบัน “สนธิญา” เป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ยอมรับว่า สนธิญาเป็นที่ปรึกษาประธาน กมธ.จริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นโควตาของใคร ไม่ใช่ของตน และพรรคพลังประชารัฐ

“สิระ” บอกว่า กำลังจะทบทวนการแต่งตั้งที่ปรึกษาใหม่ ไม่เฉพาะกรณีของสนธิญา รวมถึงคนอื่นๆอีกนับร้อยคน

++

คนคอนหรือมหาชัย

++

“สนธิญา สวัสดี” มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งคือ 293/22 ถ.โสมนัสมรรคา ต.ท่าฉลอม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร แต่เกิดที่ท่าฉลอมหรือไม่? ไม่มีข้อมูลยืนยัน เพราะบางสื่อระบุว่า เขาเป็นชาวนครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตาม “สนธิญา” จบการศึกษาปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยประกอบธุรกิจอยู่ในสมุทรสาคร จึงได้เป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดสมุทรสาคร และคณะทำงานยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง (ปี 2545-2547)

สนธิญา เคยเป็นทีมทำงานคหบดีชื่อดังแห่งท่าฉลอม สร้างสถานีตำรวจ สภ.ท่าฉลอม เป็นอนุสรณ์ครอบรอบ 101 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม และกิจกรรมอื่นๆ

การเลือกตั้งปี 2554 มีชื่อของ สนธิญา สวัสดี อยู่ในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 80

การเลือกตั้งปี 2562 สนธิญา ลงสมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 (อ.เมือง) ในสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่ง อนุสรี ทับสุวรรณ ทายาทตระกูล “ทับสุวรรณ” เป็นผู้จัดทัพเลือกตั้งในสมุทรสาคร ทั้ง 3 เขต

เอาให้ชัด 'สนธิญา' พรรคไหนแน่

ผลปรากฏว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย พ่ายยับทุกเขต ทั้งที่ “อเนก ทับสุวรรณ” อดีต ส.ส.สมุทรสาคร ได้สร้างฐานการเมืองไว้ยาวนาน

ปลายปีที่แล้ว สนธิญา ในนามกลุ่ม “ประชารัฐสมุทรสาคร” ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสาคร แต่สอบตก

สรุปว่า สนธิญาบนเส้นทางการเมือง ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เส้นทาง “นักร้อง” มีคนรู้จักทั้งประเทศ และปฏิบัติการแจ้งความดารา Call Out ทำให้เขาต้องปิดเฟซบุ๊คหนีทัวร์ลงไปเรียบร้อยแล้ว

ซูฮก ‘ผู้ว่าฯ ปู’ ผู้นำปราบโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475551

ซูฮก ‘ผู้ว่าฯ ปู’ ผู้นำปราบโควิด

22 กรกฎาคม 2564 – 21:15 น.

สิงห์ไม่มีสี “ผู้ว่าฯ ปู” ฉีกกฎราชการล้าหลัง เลือกชีวิต “คน” มาก่อน “เอกสาร”…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ถ้ามีการทำโพลล์สำรวจความเห็นคนไทย หัวข้อ “ใครเหมาะจะเป็นผู้นำแก้โควิด” ระหว่าง”ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร คาดว่า ทั้งคู่คงได้คะแนนนิยมสูสีกันมาก

ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาของฝ่ายการเมือง ประชาชนคนไทยก็ยังมีความหวัง มีแรงใจฝ่ามหาวิกฤต เมื่อได้เห็นบทบาทการทำงานแก้ไขสถานการณ์โควิดระบาดของ “2 นักปกครอง” ที่เอ่ยชื่อมาข้างต้น

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2564 “ผู้ว่าฯปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ว่าด้วยการทำงานนอกกรอบ โดนใจคนทั้งประเทศ

“ถ้าระเบียบ ทำให้ประชาชนต้องตายเพราะไม่มีที่กักตัว โปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น แล้วบอกว่า ต้องทำ เพราะผมเป็นคนสั่งเอง ให้มันรู้ไปว่า ระเบียบกับความตาย อะไรสำคัญกว่า..”

สาเหตุที่ “ผู้ว่าฯปู” ต้องอัพสเตตัส ที่กลายเป็นประโยคทองของสื่อออนไลน์ทุกสำนัก ทำอินโฟกราฟฟิกแชร์กันสนั่นแผ่นดินนั้น มาจากวงประชุมปรับการทำงานของ “ศูนย์พักคอย” ใน จ.สมุทรสาคร ใหม่ เนื่องจากผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันมีมาก

เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ที่เกิดในแต่ละวันมีมาก จะให้รอขั้นตอนทุกอย่างของสาธารณสุขบางครั้งไม่ทันการณ์ เพราะฉะนั้นจะมอบให้เจ้าหน้าที่คัดกรอง และนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษาก่อน

“ทุกวันนี้ขั้นตอนที่เราจะนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอย มีมาตรการเยอะมาก โดยเฉพาะการนำผู้เข้าศูนย์จะต้องตรวจ X-ray ปอด ตามข้อกำหนดของสาธารณสุข และอาจจะไม่ทันเวลาสำหรับโรคระบาดที่มีผู้ติดเชื้อมากแต่ละวัน”

ผู้ว่าฯปู จึงให้ปรับลดข้อกำหนดของคนเข้าศูนย์พักคอยลง เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน และครอบครัว เข้าไปรักษา

นี่คือที่มาของวรรคทอง “ระเบียบกับความตาย อะไรสำคัญกว่า” และบ่อยครั้งที่ผู้ว่าฯ พูดถึงระเบียบราชการ และเอกสาร ตัวถ่วงการแก้ไขปัญหาประชาชน

++

สิงห์ไม่มีสี

++

วันที่ 19 เม.ย.2564 เป็นวันแรกที่ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้กลับมาบริหารงานที่จังหวัดสมุทรสาคร อย่างเป็นทางการ หลังจากป่วย ติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช นานกว่า 80 วัน

เมื่อคืนถิ่นมหาชัยอีกครั้ง “ผู้ว่าฯ ปู” ก็เจอวิกฤตโควิดระลอกใหม่ และตลอดเวลาที่ทำงานแก้โควิด นักปกครองใจเด็ดคนนี้ ไม่มีท้อ แม้จะเจอข้อจำกัดมากมาย วัคซีนไม่พอ เตียงไม่พอ บุคลากรทางการแพทย์มีจำกัด

ซูฮก 'ผู้ว่าฯ ปู'  ผู้นำปราบโควิด

ความคิดนอกกรอบในการทำงานของ “ผู้ว่าฯ ปู” มาจากความเป็น “สิงห์ไม่มีสี” เหมือนที่เอก ประทุมรัตน์ เขียนไว้ว่า “อาเจ็กปู เรียนจบ ม.บูรพา เป็นสิงห์ไม่มีสี ราชสีห์ไม่มีสังกัดตามธรรมเนียมมหาดไทย เป็นผู้ว่าฯ คนเดียวที่จบจากสถาบันแห่งนี้”

คำว่า “สิงห์ไม่มีสี” หมายถึง ผู้ว่าฯ ปู ไม่ได้จบรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ รามคำแหง หากแต่เป็น “สิงห์มหาดไทย” ที่ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (มนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 2526

สมัยผู้ว่าฯ ปู เรียนที่ ม.บูรพา รักการอ่าน เป็นนักเขียน เป็นสมาชิกวงดนตรีวงกอไผ่ ชอบเฮฮา รักพวกพ้อง ชอบทำกิจกรรม จึงได้เขียนหนังสือในนามปากกา “สักระวี ศรีแสงธรรม” สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

++

คืนปู่สู่สาคร

++

เมื่อเร็วๆนี้ “ผู้ว่าฯ ปู” ได้เปิดตัวหนังสือ “คืนปูสู่สาคร” บันทึกเรื่องราว 82 วัน ในการต่อสู้กับเชื้อโรคโควิด-19 บันทึกความทรงจำเรื่องราวต่างๆ ที่รักษาตัวอยู่ รพ.ศิริราช

ซูฮก 'ผู้ว่าฯ ปู'  ผู้นำปราบโควิด

ผู้ว่าฯปู บอกว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นบันทึกเรื่องราวที่เป็นตัวอย่าง Case Study อันหนึ่ง ที่ทำให้รู้ว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการหนักแบบตน ได้เจออะไรมาบ้าง ซึ่งตนบอกอยู่เสมอว่ามันไม่ใช่บัญญัติไตรยางค์ ที่ทุกคนจะต้องเป็นแบบนี้”

หนังสือเล่มนี้ ได้วางจำหน่ายแล้ว เพื่อหารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ “กองทุนคนสมุทรสาครร่วมใจสู้ภัยโควิด-19” และสั่งซื้อได้ที่ Fanpage : คืนปู่สู่สาคร LINE ID : @912MAVJH โทรศัพท์ : 09-0917-5830

เทียบ ‘กึ๋น’ ผู้นำทำไมตกขบวน ‘โคแวกซ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/475507

เทียบ ‘กึ๋น’ ผู้นำทำไมตกขบวน ‘โคแวกซ์’

22 กรกฎาคม 2564 – 16:05 น.

ทิ้งโคแวกซ์ “ประยุทธ์” กลับลำขอเจรจาใหม่ ส่องผู้นำ “ลาว-กัมพูชา” หาวัคซีนเข้าประเทศแบบไหน.. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก 

ในที่สุด นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็ออกมาขอโทษประชาชน กรณีไม่สามารถจัดหาวัคซีนป้องโควิดให้เพียงพอต่อสถานการณ์การระบาดโควิด-19

“..การกลายพันธุ์ที่ไม่สามารถคาดหมายได้ล่วงหน้า ทำให้การระบาดรวดเร็วกว่าช่วงปีที่แล้ว การจัดหาวัคซีนไม่ตรงสถานการณ์ ต้องขอกราบอภัยอีกครั้ง”

นพ.นคร ยังเปิดเผยว่า ไทยอยู่ในระหว่างการเข้าร่วมโคแวกซ์ (Covax) แต่ยังไม่ได้ลงนามเพื่อจัดหาวัคซีนร่วมกัน สถาบันวัคซีนเตรียมประสานไปยังหน่วยงานชื่อกาวี (Gavi) เพื่อขอเจรจาจัดหาวัคซีนร่วมกับโคแวกซ์ เพื่อจัดหาวัคซีนปี 2565

จากข้อมูลแผนประเมินการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ของโคแวกซ์ ต้นปี 2564 ระบุว่า มีชาติสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จะได้รับวัคซีนโควิด-19 จากโคแวกซ์ โดยไม่ปรากฏประเทศไทยอยู่ในเอกสารฉบับนี้

มาเลเซีย ,สิงคโปร์ และบรูไน จัดอยู่ในกลุ่มสั่งซื้อวัคซีนด้วยเงินทุนของประเทศตนเอง ส่วนกัมพูชา,อินโดนีเซีย, ลาว ,เมียนมา, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทำสัญญาจองล่วงหน้า โดยจะมีบางประเทศได้รับเงินสนับสนุนจากโคแวกซ์ หากเข้าเกณฑ์เป็นประเทศยากจน และถ้าไม่เข้าเกณฑ์ก็ยังต้องใช้งบประมาณซื้อวัคซีนโควิดในราคาที่ตกลงไว้กับโคแวกซ์อยู่

สำหรับรัฐบาลไทยยืนยันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ไทยไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ได้ชี้แจงในการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2565 โดยตอนหนึ่งได้แจงเหตุผลที่รัฐบาลไทยไม่เข้าโครงการโคแวกซ์ เพราะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์รับวัคซีนฟรี หากไทยเข้าร่วมจะจ่ายค่าวัคซีนแพง และไม่สามารถเลือกยี่ห้อได้ รวมถึงต้องจ่ายเงินล่วงหน้า

สถานการณ์โควิดร้ายแรงกว่าที่คาด ไทยจึงหันมาเข้าโครงการโคแวกซ์ แต่ก็ช้าไปแล้ว เพราะต้องรอเจรจารอบใหม่ในปี 2565

++

น้ำใจมหามิตร

++

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2564 ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้แถลงเกี่ยวกับการสืบต่อปฏิบัติ มาตรการสกัดกั้น และต้านการระบาดของโควิด-19 โดยกล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ที่ต้องบรรลุ 50% ของประชากรลาวทั้งประเทศ (7.6 ล้าน)

เทียบ 'กึ๋น' ผู้นำทำไมตกขบวน 'โคแวกซ์'

ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว

ปัจจุบัน มีประชาชนลาวได้รับวัคซีนทั้งเข็ม 1 เข็ม2 ไปแล้ว 1,800,621 คน และลาวเพิ่งได้รับวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (แบบเข็มเดียว) 1 ล้านโดส จะทำให้คนลาวอีก 1 ล้านคนได้รับวัคซีน เมื่อรวมกับที่ฉีดไปก่อนหน้านี้ ก็จะได้ 40% ของประชากรลาว

รัฐบาลลาวเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ ตั้งแต่กลางปี 2563 นับแต่เดือน ก.พ.2564 เป็นต้นมา ลาวได้วัคซีนจากโคแวกซ์ 1,411,000 โดส แยกเป็นยี่ห้อแอสตราเซเนกา 132,000 โดส ,ไฟเซอร์ 101,000 โดส และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 1,008,000 โดส

นอกจากนี้ ลาวได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนมิตร ได้แก่ซิโนฟาร์ม 1,900,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ) และสปุตนิก วี 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)

ดร.พอนปะเสิด อุนาพม หัวหน้ากรมอนามัยและส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ลาวมีโควต้าที่จะได้รับวัคซีนอีก 6,606,084 โดส โดยจะมีการจัดส่งให้เป็นระยะๆ

++

ซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม

++

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2654 สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊คแจ้งข่าว วัคซีนซิโนฟาร์ม 1 ล้านโดส ที่สั่งซื้อจากจีนมาถึงกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเดือน ส.ค. จะได้รับซิโนฟาร์มอีก 4 ล้านโดส และซิโนแวก 2 ล้านโดส ส่วนเดือน ก.ย. จะได้ซิโนแวกอีก 5 ล้านโดส

เทียบ 'กึ๋น' ผู้นำทำไมตกขบวน 'โคแวกซ์'

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

จากเดือน ก.พ.จนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ทั้งสั่งซื้อและรับบริจาค มากกว่า 7 ล้านโดส

ที่น่าสนใจ สมเด็จฮุน เซน ได้นำกัมพูชาเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ แต่เพิ่งได้รับวัคซีนล็อต แรกจำนวน 324,000 โดส ผลิตโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย เมื่อเดือน ก.พ.2564

เนื่องจากการระบาดรอบใหม่ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สมเด็จฮุน เซน จึงปรับแผนสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม จากจีนอย่างเร่งด่วน เพื่อนำฉีดปูพรมทั่วประเทศ จนถึงวันนี้ มีชาวกัมพูชาได้รับวัคซีนไปแล้ว 6 ล้านคน และจะบรรลุเป้าหมาย 10 ล้านคน ภายในปีนี้ (ประชากรกัมพูชา 16 ล้านคน)

จะเห็นได้ว่า สมเด็จฮุน เซน ปรับตัวได้เร็ว เมื่อวัคซีนจากโคแวกซ์สะดุด หลังอินเดียประสบวิกฤตโควิด กัมพูชาจึงได้สั่งซื้อวัคซีนจากจีนอย่างเร่งด่วน ช่วงเดือน ก.ค.นี้ มีเที่ยวบินจากจีนนำวัคซีนมาส่งทุกสัปดาห์