วัคซีนเสื่อม “3 ป.” ขาลงของจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474662

วัคซีนเสื่อม “3 ป.” ขาลงของจริง

16 กรกฎาคม 2564 – 16:29 น.

วัคซีนการเมืองเสื่อม “พี่น้อง 3 ป.” ภูมิต่ำ พรรคร่วมรัฐบาลส่อแวว “ทิ้งร่ม” หนีม็อบไล่บี้ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ไม่บ่อยครั้งที่จะได้เห็น ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความเห็นตรงไปตรงมา ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2564

“ผมอายุ 75 ยังไม่เคยเห็นคนแสดงความคับแค้นชิงรัฐบาลยุคไหนเท่ายุคนี้ มีตั้งแต่เรื่องโควิด เศรษฐกิจ การเมือง ความไม่เป็นธรรม และการเหลิงอำนาจ ผู้แสดงออกมีตั้งแต่เด็ก 7-8 ขวบจนถึงผู้สูงวัย 70-80 แต่รัฐบาลไม่สะท้าน ทั้งด้าน ทั้งทน”

ที่ผ่านมา อาจารย์ณรงค์ อาจไม่ใช่นักวิชาการเจ้าประจำที่ปะฉะดะ “บิ๊กตู่” มาตลอด แต่การแสดงออกครั้งนี้ สะท้อนว่า นักเศรษฐศาสตร์ปีกซ้าย “เหลืออดเหลือทน” เต็มทีแล้ว สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังกักตัวครบ 14 วัน ก็เข้าทำเนียบรัฐบาล นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบค.วงใหญ่ นัยว่า จะมีมาตรการที่เข้มกว่าปัจจุบัน และจะขยายจาก 10 จังหวัด ให้ครอบคลุมพื้นที่การระบาดรุนแรง

นาทีนี้ อารมณ์ของผู้คนในสังคม ไม่สนใจเรื่องมาตรการคุมพื้นที่ และการเยียวยา พวกเขาต้องการวัคซีนป้องกันโควิด และใครบางคนพูดว่า รัฐบาลประยุทธ์ อาจพังเพราะเรื่องวัคซีนล่าสุด บริษัทแอสตราเซเนกา (อังกฤษ) ก็ไม่สามารถส่งมอบวัคซีนให้ประเทศไทยเดือนละ 10 ล้านโดส และส่งวัคซีนให้แค่ 5 ล้านโดส ซึ่งไม่เพียงพอต่อการกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ  ดังนั้น คำประกาศจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน ก็ยากจะเป็นจริง ตราบเท่าที่การฉีดวัคซีนยังไม่เข้าเป้า และยอดผู้ติดเชื้อโควิดก็ไม่ลดลง

ม็อบสามนิ้วยืนกรานไล่ประยุทธ์ 

ซ้ำแผลเก่า

เวลานี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็นับวันรอเปิดศึกซักฟอก ภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ ฝ่ายค้านคงตามขยี้แผลเก่าและแผลใหม่ โดยเฉพาะความล้มเหลวในการแก้โควิด การเปิดอภิปรายไม่วางใจ ในสถานการณ์พรรคร่วมรัฐบาลส่ออาการ “ร้าวลึก” เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจตั้ง ศบค. บริหารจัดการคนเดียว และลอยแพรัฐมนตรี ไม่ฟังข้อเสนอแนะจากพรรคร่วมรัฐบาล 

จังหวะที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น นับแต่วันแรกที่มีการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ด้านนอกสภา คงมีการชุมนุมขับไล่รัฐบาล เป็นแรงกดดันอีกทางหนึ่ง  แม้เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม จะแสดงท่าทีทางการเมืองเป็นครั้งแรก หลังประกาศมาตรการล็อกดาวน์ และมีมาตรการเยียวยาประชาชน

 “ผมขอให้พวกเราทุกคนไม่ยอมแพ้ต่อช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมและรัฐบาลจะหาทางช่วยทุกท่านให้ได้มากที่สุด และจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อสงครามครั้งนี้ ไม่ลดละเลิกล้มความพยายาม ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือปัญหาใดๆ และจะสู้จนกว่า เราจะเอาชนะได้ครับ”

หมอร่วมม็อบ

สำหรับ “ม็อบ 18 กรกฎา” ที่มีเป้าหมายบุกทำเนียบรัฐบาล อันเป็นการรวมตัวของหลายกลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG,ขบวนการริมสระ, คณะประชาธิปไตยเพื่อความหวัง DemHope, เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย, ทะลุฟ้า, เฟมินิสต์ปลดแอก, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข,เยาวชนปลดแอก FreeYOUTH, ราษฎรมูเตลู, ศาลายาเพื่อประชาธิปไตย, สหภาพคนทำงาน, สหภาพไรเดอร์,SUPPORTER THAILAND และ We Volunteer จัดว่าเป็นขบวนทัพที่น่าใจ 

เนื่องจากไม่ได้มีแต่เยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่มีภาคีบุคลากรสาธารณสุข, สหภาพคนทำงาน และสหภาพไรเดอร์ เข้าร่วมด้วย แกนนำม็อบอย่าง “เพนกวิน” และ “อานนท์” คาดหมายว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมนับหมื่นคน พร้อมกับมั่นใจว่า ผู้คนจะฝ่าโควิดออกมาไล่รัฐบาลประยุทธ์ 

รวมพลังภาคีทุกรุ่นทุกกลุ่ม

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มคาร์ม็อบ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คว่า “ถ้าผมเป็นคนออกแบบกิจกรรมวันที่ 18 ก.ค.นี้ ผมจะจัดขบวนเป็นแถว เว้นระยะแต่ละคน 2 เมตร (ด้านหน้าและด้านข้าง) เดินก้าวขาพร้อมกันแบบสวนสนาม มีกลองตีเป็นจังหวะให้เดิน”   นี่เป็นแนวคิดการจัดม็อบแบบสายพิราบ แต่แกนนำม็อบรุ่นใหม่ คงไม่ได้ทำแบบนั้นแน่ รวมถึงกลยุทธ์ของ บก.ลายจุดที่ว่า “..เมื่อไปถึงทำเนียบรัฐบาล ให้ทำพิธีเรียกวิญญาณออกจากทำเนียบ พ่นสเปรย์หรือเอาสีช็อล์คเขียนข้อความขนาดใหญ่ว่า ‘ประยุทธ ออกไป’…” คงไม่มีใครทำตาม

หากจับอารมณ์แกนนำม็อบสามนิ้ว คงอยากให้ศึกบุกทำเนียบหนนี้ “แตกหัก” บวกเป็นบวก รู้หมู่รู้จ่ากันไปเลย

ความจริง “หมอตี๋” เขย่าขวัญ “หมอหนู” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474640

ความจริง “หมอตี๋” เขย่าขวัญ “หมอหนู”

16 กรกฎาคม 2564 – 14:40 น.

ความจริงเขย่ารัฐบาล “สาธิต” ยอมรับวัคซีนไม่ตามเป้า เขย่าขวัญ “อนุทิน” ผู้การันตีวัคซีน 61 ล้านโดส คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ชั่วโมงนี้ ไม่มีใครร้อนแรงเท่า “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ ทายาทกำนันดังแห่งบ้านค่าย ระยอง ที่ลุกขึ้นมาพูดความจริง 

“จริงๆ มันคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ก็คือว่า ตัวเลขในปี 2564 จากเดิมแอสตราเซเนกาจะกำหนดส่งให้เราภายในเดือนธันวาคม แต่ขยายมาเป็นเดือนพฤษภาคม ปีหน้า จำนวน 61 ล้านโดส” 

นั่นหมายความว่า ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.2564 จะไม่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา ครบ 61 ล้านโดส ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยแถลงไว้ เช้าวันที่ 15 ก.ค.2564 “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 โดยหมอตี๋ยังเปิดเผยว่า “ในสัญญานั้นไม่มีเรื่องเงื่อนไขเวลา มีเพียงจำนวนวัคซีนที่ต้องส่งมอบ”  ตกค่ำวันเดียวกัน หมอตี๋ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ผมยังคงที่จะพูดความจริงให้ประชาชนรับทราบ”

หมอตี๋ เจอแรงกระแทกจากการพูดความจริง

ต่อมา นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายผ่านสื่อว่า แอสตร้าเซเนก้าจะส่งมอบวัคซีน ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิต และสัญญาไม่ผูกมัดกรอบเวลา

“ความจริง” จากปาก “หมอตี๋” สื่อหลายสำนัก ไปค้นถ้อยแถลง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ที่กล่าวในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 17 ก.พ.2564

“ไตรมาส 3 วัคซีน แอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทย อยู่เต็มโรงพยาบาลแล้ว อยู่เต็มแขนของประชาชนพี่น้องคนไทยแล้ว ทำไมไม่ชื่นชมกับระบบสาธารณสุขไทยบ้าง ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่บอกว่า เรามีวัคซีน 63 ล้านโดส เพียงพอที่จะครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงที่ท่านกลัวว่า จะไม่มีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการดูแลเขา” ฤานี่เป็นผลพวงของการแทงม้าตัวเดียว กรณีวัคซีนป้องกันโควิด ที่พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า พยายามไล่จี้พรรคภูมิใจไทย และรัฐบาลประยุทธ์มาโดยตลอด

หมอหน้าไมค์ 

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2563 มีพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ที่ทำเนียบรัฐบาล

เบื้องต้นมีการจองล่วงหน้าและการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัทแอสตราเซเนกา ประเทศไทย และบริษัทแอสตาเซเนกา สหราชอาณาจักร จำนวน 26 ล้านโดส และจนถึงวันที่ 1 ก.พ.2564 ประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีน 61 ล้านโดสจากบริษัทแอสตราเซเนกา หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมควบคุมโรค

ช่วงต้นเดือน มิ.ย.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล ยังยืนยันว่า แอสตราเซเนกาจะส่งมอบอย่างต่อเนื่องตามสัญญา โดยกรมควบคุมโรคจะหารือจำนวนการจัดส่งกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จนครบ 61 ล้านโดส มาถึงวันนี้ แอสตาเซเนกาก็มีปัญหาส่งวัคซีน ไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ เกิดความล่าช้า และอาจต้องขยายเวลาการส่งมอบไปถึงกลางปีหน้า

“หมอหนู” ตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีวัคซีนล่าช้า ทำให้การฉีดวัคซีนในทั่วประเทศ ต้องปรับแผนรายวัน ด้านหนึ่ง สื่อในเครือข่ายสีน้ำเงิน ก็พยายามชี้เป้าเรื่องการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดไปที่คณะทำงานชุดที่นายกฯ ประยุทธ์แต่งตั้ง ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทํางาน ดังความสำเร็จหรือล้มเรื่องการจัดหาวัคซีน ไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรีอนุทิน คนของพรรคภูมิใจไทย หากแต่มาจากต้นตอคือ คณะกรรมการจัดหาวัคซีนของนายกฯประยุทธ์

แถมยังพูดทำนอง “อนุทิน กลืนเลือด ยอมให้สังคมด่าทุกเรื่อง” แสดงให้เห็นว่า ภายในพรรคร่วมรัฐบาล เสถียรภาพคลอนแคลน เหมือนบางพรรค รอเวลาสวมชูชีพสละเรือเหล็กที่ใกล้จม 

หมอหนู เงียบ 

หมอหน้างาน

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นเดือน ก.ค.2564 “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เรื่องการบริหารจัดการเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด โดยตอนหนึ่งได้เตือนว่า “มีความกังวลถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในรอบ 7 วันนี้ อาจจะมีผู้ป่วยรอเตียงเสียชีวิตที่บ้านอีก” หลัง “หมอตี๋” พูดความจริงวันนั้น ก็มีรายงานข่าวผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต ระหว่างรอเตียงอยู่ภายในบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

“ผมได้ประสาน ภาคประชาสังคมและเอกชนที่คอยช่วยเหลือเราตลอดมา โดยจะทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้ บางเรื่องอาจจะไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ความเร็วเพื่อรักษาชีวิต จะเป็นสิ่งแรก ที่ต้องคำนึงถึงครับ”

เสียงหมอตี๋ อาจแผ่วโหย เพราะเป็นแค่รัฐมนตรีช่วย แต่ความจริงเหล่านี้ จะไปถูกขยายแผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้

ฟัง “ป๊อก” พูดทำไม “ปฏิวัติฝรั่งเศส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474506

ฟัง “ป๊อก” พูดทำไม “ปฏิวัติฝรั่งเศส”

15 กรกฎาคม 2564 – 17:29 น.

ทิ้งเด็กจริงหรือ “ปิยบุตร” บินพบภรรยาที่ปารีส มีข่าวลือมากมาย แล้วความจริงแท้คืออะไร คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

หลังจากนักวิชาการคนหนึ่ง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ปิยบุตรบินไปฝรั่งเศสแล้ว?” ข่าวลับข่าวลือกระพือว่อน “เริ่มมีกลิ่นแปลกๆ ข่าวหลุด ปิยบุตร บินหนีไปฝรั่งเศสแล้ว หลังเคลื่อนไหวหนัก ชักนำยั่วยุ ต่อต้านสถาบันฯ ผ่านโซเชียล” บังเอิญช่วงจังหวะ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ไม่อยู่ในเมืองไทย วันที่ 18 ก.ค.2564 กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ นัดไล่ประยุทธ์ ชนิดบวกเป็นบวก จึงทำให้โซเชียลปีกฝ่ายขวาชี้เปรี้ยงว่า “ปิยบุตรทิ้งเด็ก”

วันที่ 13 ก.ค.2564  “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จึงเล่าเรื่องราวเดินทางไปฝรั่งเศสครั้งแรก หลังวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด ผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เพื่อคลี่คลายปมข้อสงสัยต่างๆ นานา

ปิยบุตร กับจรัล ดิษฐาอภิชัย ที่ปารีส 

กลับบ้านภรรยา

“ปิยบุตร” บอกว่า เดินทางกลับมาปารีสในรอบ 18 เดือน ครั้งสุดท้ายที่ได้มาคือ ช่วงสิ้นปี 2562 เข้าปี 2563 ก่อนที่พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ “จนกระทั่งภรรยาผมผ่านการสอบคัดเลือก ได้เป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Paris I เธอจึงเดินทางกลับปารีส ในขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การเข้าประเทศฝรั่งเศส โดยแบ่งเป็นโซน ทำให้ผมสามารถเดินทางมาปารีสได้ง่ายขึ้น” พูดง่ายๆ เมื่อภรรยาชาวฝรั่งเศสกลับมาปารีส อาจารย์ป๊อกจึงถือโอกาสไปฝรั่งเศส โดยส่วนหนึ่งจะใช้เวลาอยู่กับอยู่กับภรรยาและครอบครัว 

“ระหว่างผมอยู่ที่นี่ ก็จะเขียนงาน จัดรายการ เผยแพร่ความรู้ ทำงานความคิดต่อไป คนที่ไม่ชอบผม จ้องทำลายผมด้วยข้อมูลเท็จ ก็ไม่ต้องปฏิบัติการทางไอโอให้เสียเวลา ไม่ต้องไปปล่อยข่าวมั่ว นะครับ” อาจารย์ป๊อกวางแผนใช้เวลาอยู่ในฝรั่งเศส 2 เดือน จึงฝากบอกฝ่ายตรงข้ามว่า “เดือนกันยายน ผมกลับประเทศไทยแน่นอน”

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน หลัง “ปิยบุตร” จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 จากนั้นได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลฝรั่งเศส ให้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก  ปิยบุตรจบปริญญาโท DEA (Master 2) สาขากฎหมายมหาชนและกฎหมายสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Nantes ประเทศฝรั่งเศส และปริญญาเอก เกียรตินิยมดีมาก โดยมติเอกฉันท์ (Mention Très Honorable avec Félicitations) มหาวิทยาลัยตูลูส (Toulouse) ประเทศฝรั่งเศส (2553) 

ปม “ปฏิวัติฝรั่งเศส”

วันที่ 14 ก.ค.2564 ตรงกับวันชาติฝรั่งเศส อาจารย์ป๊อก ได้บรรยายพิเศษ(ออนไลน์) ตลาดวิชาอนาคตใหม่ หัวข้อ “บทบาทของสมาชิกสภาแห่งชาติในการกรุยทางปฏิวัติ 1789”
สำหรับการปฏิวัติฝรั่งเศส ในสังคมไทย เหมือนเป็นของแสลง เพราะไม่ว่าฝ่ายซ้าย หรือฝ่ายขวา จะมุ่งเน้นเรื่อง “ล้มเจ้า” เป็นหลัก ทั้งที่ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส มีเรื่องราวมากมายที่น่าศึกษา   อาจารย์ป๊อกชี้ว่า ปฏิวัติฝรั่งเศสในสังคมไทยจะพบเห็นความรู้สึกทั้งสองด้าน ด้านหนึ่ง ใฝ่ฝันอยากให้เป็น อีกด้านหนึ่ง หวาดกลัว รังเกียจ

อยู่ฝรั่งเศส ก็สอนหนังสือได้

“ผมสนใจปฏิวัติฝรั่งเศส ไม่ใช่เพราะใฝ่ฝันถึง ไม่ใช่เพราะอยากได้แบบเขา ไม่ใช่รังเกียจ แต่เหตุการณ์สำคัญอันเขย่าโลกนี้ มีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย สมควรนำมาพิจารณาศึกษา มีการถกเถียงจากฝ่ายกษัตริย์นิยม ฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย แต่น่าเสียดาย เมื่อไรที่ผมพูดถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเข้าสู่แวดวงการเมืองแล้ว มักถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปปฏิบัติการทาง IO กล่าวหาผมอยู่เสมอ โดยที่ไม่แม้แต่จะอ่านว่าผมนำเสนออะไรบ้าง”  ในวันบรรยายตลาดวิชาอนาคตใหม่ อาจารย์ป๊อก ตอบข้อกังขาของผู้คนว่า เหตุใดเขาจึงสนใจศึกษาการปฏิวัติฝรั่งเศส

“..ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ไม่ได้มีแต่ประวัติศาสตร์เรื่องล้มเจ้า ไม่ได้มีแต่ประวัติศาสตร์ฝ่ายซ้าย มันมีการต่อสู้ของเจ้า ของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ของฝ่ายขวา ของฝ่ายเสรีนิยมใหม่ด้วย”  อาจารย์ป๊อกอธิบายว่า ไม่ได้นิยมฝรั่งเศสแบบหัวปักหัวปำ “…ผมวิจารณ์ฝรั่งเศสบ่อยมาก แต่ผมไม่นิยม ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ไม่นิยมระบอบสาธารณรัฐที่ 5 รัฐธรรมนูญ 1958 มีปัญหา ต้องเปลี่ยนแปลง แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อผมพูดถึงประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ก็จะมีคนจ้องโจมตีบิดเบือนอยู่ร่ำไป”

จะอย่างไรก็ตาม ปมปฏิวัติฝรั่งเศส จะยังตามหลอกหลอนอาจารย์ป๊อกไปอีกนาน ตราบเท่าที่อาจารย์ป๊อกยังอยู่ในการเมืองไทย 

อภิมหาดีล ช่วย “ทักษิณ” กลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474438

อภิมหาดีล ช่วย “ทักษิณ” กลับบ้าน

15 กรกฎาคม 2564 – 11:29 น.

แรงเกินคาด กระแสพา ‘ทักษิณ’ กลับบ้าน แก้โควิด เรื่องจริงไม่ง่าย หากไม่ใช้ “อภิมหาดีล” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ไม่น่าเชื่อว่า คำมั่นสัญญาว่า “จะกลับไทยแน่” ของโทนี่ วู้ดซัม หรือ ทักษิณ ชินวัตร จะได้รับความสนใจจากคนทั้งโซเชียล ส่งผลให้แฮชแท็ก #พี่โทนี่กลับไทยแน่ พุ่งขึ้นติดเทรนด์ ดังที่ทราบกัน “ทักษิณ” พูดในคลับเฮาส์ กลุ่มแคร์ เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมาว่า “ยืนยันอีกครั้งนะครับ กลับแน่ แต่ขอบอกเวลาทีหลัง วันนี้ยังไม่บอก แล้วก็สุวรรณภูมิยังไง ไปประตูหน้า ไม่ไปประตูหลังแน่นอน” 

รุ่งขึ้น สำนักข่าวใหญ่ๆ พากันปั่นกระแส “ทักษิณกลับบ้าน” จนแกนนำกลุ่มแคร์ อย่าง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี บ่นอุบว่า สาระที่โทนี่เสนอรัฐบาลประยุทธ์ เกี่ยวกับการล็อกดาวน์แล้ว ต้องทำอะไรบ้าง จะหยุดวิกฤตโควิดได้ ไม่มีใครสนใจเลย

ทักษิณ กราบแผ่นดิน ปี 2551

หลายคนถาม “ทักษิณจะกลับได้หรือ” เพราะมีคดีความติดตัวมากมาย เฉพาะหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ เมื่อปี 2560 เป็นต้นมา “ทักษิณถูก” ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุกรวม 3 สำนวน 10 ปี ไม่รอลงอาญา และยกฟ้อง 2 คดี ยังมีในชั้นไต่สวน ป.ป.ช. อีก 1 คดี  เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ และอดีตแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ ปัดฝุ่นแนวคิดประชาชนเข้าชื่อ “ขอนิรโทษกรรม” เหมือนปี 2556 และเสนอให้ทักษิณ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้พิจารณาคดีใหม่ ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 

ผีทักษิณ

ประเด็นคดีความเกี่ยวกับทักษิณและ “ทักษิณจะกลับบ้านแบบไหน” นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งว่า กรณี พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ทักษิณจะกลับมาช่องทางนี้ ดูยากมาก ถ้าทำได้จริงทักษิณคงทำนานแล้ว เพราะมีนักกฎหมายรอบกายมากมาย 

ส่วนประชาชนเข้าชื่อร้องสภาฯ ให้ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็จะมีกระแสต่อต้านเหมือนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีอีกช่องทางหนึ่ง “นิพิฏฐ์” ระบุว่า การขอพระราชทานอภัยโทษ แบบเป็นการเฉพาะตัว ซึ่งเป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ การขอพระราชทานอภัยโทษตัวผู้ขอพระราชทานจะต้องเข้ามาอยู่ในการคุ้มครองของรัฐก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการอภัยโทษ นั่นหมายความว่า ทักษิณ ต้องกลับมารับโทษทัณฑ์เสียก่อน กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษ จึงจะเริ่มต้นได้

ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ

เช้าวันที่ 15 ก.ค.2564 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แกนนำกลุ่มแคร์ ตอบคำถามของดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 กรณีอดีตนายกฯทักษิณ จะกลับบ้านอย่างไร?

“หมอเลี้ยบ” ตอบว่า การที่โทนี่(ทักษิณ) บอกจะกลับไทยแน่นอน คงประเมินจากสถานการณ์การเมืองในวันข้างหน้า มีการเลือกตั้งใหม่ หากพรรคฝ่ายประชาธิปไตย (เพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทยและประชาชาติ) ชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ก็คงจะพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้แก่ทักษิณ

โทนี่ รอความหวังหลังเลือกตั้ง

จริงๆแล้ว ในแวดวงการเมืองได้มีการพูดถึง “อภิมหาดีล” ที่จะนำทักษิณกลับเมืองไทยมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งคำว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในการเมืองไทย ยังใช้ได้เสมอ “หมอเลี้ยบ” อาจจะแยกพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์เป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” กับ “ฝ่ายเผด็จการ” แต่ในความเป็นจริง นักการเมืองส่วนใหญ่ ยึดคติที่ว่า “พวกมาก่อนพรรค”

พรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้ หากตัดชื่อ “บิ๊กป้อม” ออกไป ส.ส.กว่าค่อนพรรค ล้วนเป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักไทย มินับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ที่มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ “พี่โทนี่” พรรคภูมิใจไทยก็เช่นเดียวกัน เวลาล่วงผ่านมาเนิ่นนาน ความขัดแย้งของ “ทักษิณ” กับ “เนวิน” ก็เจือจางไปเยอะแล้ว ยิ่งได้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ก็ยิ่งต่อสายหา “คนแดนไกล” ไม่ยาก

ดังนั้น กระแสข่าวเรื่อง “รัฐบาลสมานฉันท์” หลังเลือกตั้งครั้งหน้า ก็มองข้ามไม่ได้ เพราะนี่เป็น “อภิมหาดีล” เพื่อเปิดทางให้ทักษิณกลับบ้าน 

อนาคต “ปลัดฉิ่ง” กับพรรคเศรษฐกิจไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474360

อนาคต “ปลัดฉิ่ง” กับพรรคเศรษฐกิจไทย

14 กรกฎาคม 2564 – 19:05 น.

จับตา “ปลัดฉิ่ง” บนถนนการเมือง ไขปริศนา “แม่เลี้ยง ว.” กับพรรคเศรษฐกิจไทย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

อึกทึกครึกโครมทีเดียว สำหรับข่าว “จตุพร บุรุษพัฒน์” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จะย้ายข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้ปลัดมหาดไทย แทนที่ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ 

จริงๆแล้ว “จตุพร” ก็ไม่ใช่คนนอกมหาดไทย เริ่มรับราชการแถวคลองหลอดนี่แหละ ก่อนจะย้ายไปโตที่กระทรวง ทส. เรื่องของปลัดมหาดไทยคนใหม่ ยังมีเวลาได้ลุ้นกันอีกระยะหนึ่ง แต่ที่น่ามองไปข้างหน้าก็คือ บทบาท “ปลัดฉิ่ง” หลังเกษียณอายุราชการ

มีความชัดเจนแล้วว่า “ปลัดฉิ่ง” ได้มอบหมายให้ “อดีตผู้ว่าฯคนดัง” แถวอีสานใต้ไปดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และมีการดำเนินการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคครบทั้ง 4 ภาคแล้วพรรคที่ว่านี้ ไม่ใช่พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่เป็น “พรรคเศรษฐกิจไทย” ซึ่งในเบื้องต้น มีกำหนดการประชุมใหญ่ของพรรค ในเดือน ก.ค.นี้ แต่เจอวิกฤตโควิดระลอกใหญ่เลยต้องเลื่อนไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย อาจถูกเปลี่ยนในภายหลัง ซึ่งแกนนำพรรคตัวจริงกำลังคิดชื่อพรรคใหม่อยู่ และที่สำคัญ ต้องรอให้ปลัดฉัตรชัย พรหมเลิศ อำลาคลองหลอดเสียก่อน จึงจะมีการเคลื่อนทัพเต็มตัว

ฉัตรชัย พรหมเลิศ กับอนาคตบนถนนการเมือง

ตามรอย ‘ปลัดฮิ’

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “คนมหาดไทย” จะก้าวสู่สนามการเมือง “ปลัดฮิ” พิศาล มูลศาสตรสาทร ผู้โด่งดังสมัยรัฐบาลเปรม ก็ไปร่วมก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ และมีตำแหน่งเลขาธิการพรรค
หลายคนมองว่า “ปลัดฉิ่ง” มีหลายอย่างคล้าย “ปลัดฮิ” แต่พูดถึงคอนเนกชั่น ปลัดฉิ่งอาจเหนือกว่า ตรงที่รู้จักนักการเมืองทุกพรรค ทั้งในพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

ปลัดฉิ่งมีจุดแข็ง เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ มีความยืดหยุ่น ประนีประนอมสูง สนองนโยบายได้ดี ฉะนั้น ความสัมพันธ์ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย กับ “ปลัดฉิ่ง” จึงแนบแน่นและลึกล้ำ“บิ๊กป๊อก” ไม่ใช่คนช่างพูดแบบ “บิ๊กตู่” แต่เป็นนักยุทธศาสตร์ ชอบอยู่เบื้องหลัง เหมือนตอนที่ “บิ๊กป้อม” ทำพรรคพลังประชารัฐ บิ๊กป๊อกก็มีบทบาทลับๆ ในฐานะแม่ทัพหลังม่านคนหนึ่ง 

สิ่งที่ “3 ป.” คิดตรงกันคือ พลังประชารัฐ เป็นศูนย์รวม “นักเลือกตั้ง” หรือนักการเมืองแบบเก่า ไม่เหมาะกับสถานการณ์การเมืองในวันข้างหน้า “บิ๊กป๊อก” จึงมีแนวคิดจะสร้างพรรคการเมืองใหม่ ที่ไม่ต้องยืมจมูก “ส.ส.เขี้ยวลากดิน” หายใจ ปลัดฉิ่งคือบุคคลที่ตอบโจทย์ในการสร้างพรรคใหม่ ไร้นักเลือกตั้งสีเทา และชื่อของ “พรรคเศรษฐกิจไทย” จึงโผล่ขึ้นมาในยุทธจักรทันที 

ปริศนาแม่เลี้ยง ว.

พลิกแฟ้ม กกต. พรรคศรษฐกิจไทย ได้รับการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองลำดับที่ 73 เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรครวมทั้งสิ้น 17 คน โดยมี ประสงค์ วรารัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค และเมธาวี เนตรไสว เป็นเลขาธิการพรรค มีการจัดตั้งสาขาพรรคแห่งแรกที่ภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ที่น่าสนใจคือ การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ภาคเหนือ มีการจัดประชุมใหญ่โตที่ห้องประชุมโรงแรมฮอไรซั่น แอนด์ รีสอร์ท และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 500 คน มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการสาขา พรรคเศรษฐกิจไทย ภาคเหนือ มี อรรถชา กัมปนาทแสนยากร หัวหน้าสาขาพรรค ซึ่งเป็นอดีตนายอำเภอแม่ริม และอำเภอดอยสะเก็ด

เปิดตัวพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ยิ่งใหญ่ในภาคเหนือ

หลังการประชุมจบลง “แม่เลี้ยง ว.” ได้นำช่อดอกไม้มาแสดงความยินดีกับหัวหน้าสาขาพรรคเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่นห้องประชุม เพราะใครก็รู้ว่า “แม่เลี้ยง ว.” เป็นกองหนุนชั้นดี

 “แม่เลี้ยง ว.” ทำธุรกิจด้านพลังงาน มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ และลำพูน นักการเมืองสายเพื่อไทย รู้จักมักคุ้นแม่เลี้ยงเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “เจ๊แดง” สมัยก่อร่างสร้างพรรคไทยรักไทย ก็ได้พึ่งพาแม่เลี้ยงคนดังแห่งลำพูน สู้ศึกเลือกตั้งปี 2544 และ 2548

แม่เลี้ยง ว. จะมีอะไรเกี่ยวกับข้องกับพรรคเศรษฐกิจไทย และแม่เลี้ยงลำพูดคนดัง ใกล้ชิดกับ “ผู้มากบารมี” ในคลองหลอดหรือไม่ ก็ต้องรอชมฉากต่อไป 

เวิร์ก ฟอร์ม ดูไบ “โทนี่” นายกฯออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474299

เวิร์ก ฟอร์ม ดูไบ “โทนี่” นายกฯออนไลน์

14 กรกฎาคม 2564 – 13:44 น.

นายกฯออนไลน์ ‘ทักษิณ’ กลับแน่ เชื่อยุบสภา ต้นปี 2565 เพื่อไทยชนะถล่มทลาย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ในที่สุด ประเทศไทยก็มาถึงจุดที่มีนายกรัฐมนตรี 2 คน โดยคนหนึ่งอยู่ทำเนียบรัฐบาล แต่ตอนนี้ เวิร์กฟอร์มโฮมอยู่ที่บ้านพักในค่ายทหาร ร.1 รอ. ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

วันนี้ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือทักษิณ ชินวัตร พร้อมแล้วจะเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี “เวิร์กฟอร์มดูไบ” โดยประกาศผ่าน CARE Talk x CARE Clubhouse เมื่อค่ำวันอังคารที่ 13 ก.ค.2564

ทักษิณ พร้อมช่วยเป็นที่ปรึกษานายกฯ ประยุทธ์

“โทนี่” บอกเสียงดังฟังชัดว่า “ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกฯ หรอกครับ วันนี้ แค่ขอให้นายกฯเขาใช้ผม ‘พี่ๆ ขอปรึกษาหน่อย’ ผม Work from Dubai ให้เต็มที่เลย” พร้อมกับย้ำว่า “เปิดช่องZoom หรือโทรมาปรึกษาก็ได้ ผมพร้อมช่วย”

“ตู่เขาเคยเป็นลูกน้องผม ตอนผมเป็นนายก เขาเป็นพันเอก ทำงานอยู่ในวัง ก็เห็นหน้ากัน..ถ้าเขามาปรึกษาผม ผมพร้อมช่วย คนเคยเป็นนายกฯ ไม่รักบ้านเมืองก็โง่แล้ว”

ปี 2544 ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ยศพันเอก ปลายรัฐบาลทักษิณ 1 พล.อ.ประยุทธ์ จึงขยับเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล. ร 2 รอ.)

ห้วงเวลาเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ทบ.) ก่อนจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในปีที่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ทักษิณหรือโทนี่ คาดไม่ถึงว่า “บิ๊กป้อม” จะวางแผนให้รุ่นน้อง 2 คน ได้ยึดกุมกองทัพบกติดต่อกัน และหนุน “บิ๊กตู่” อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ติดต่อกันมานานถึง 7 ปี

ฝันวันวาน

บังเอิญเหลือเกิน “ทักษิณ” ออกมาเสนอแนะแนวทางแก้วิกฤตโควิดตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าวันที่ 14 ก.ค.2564 ก็ตรงกับวันก่อตั้งพรรคไทยรักไทย 23 ปีที่แล้ว ทักษิณ ผู้ผ่านประสบการณ์การเมืองอันเจ็บปวดในฐานะหัวหน้าพรรคพลังธรรม ได้รวบรวมผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ก่อตั้ง “พรรคไทยรักไทย”

พรรคเพื่อไทย รำลึกวันก่อตั้งพรรคไทยรักไทย

ดังที่ทราบกัน ทักษิณในคราบ “โทนี่ วู้ดซัม” ที่โผล่คลับเฮาส์กลุ่มแคร์ อังคารเว้นอังคาร ก็เพื่อการรีแบรนด์ไทยรักไทย และหวังที่จะสร้างชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ เหมือนการเลือกตั้งปี 2548 ในคลับเฮาส์หนล่าสุด “ทักษิณ” จึงประเมินว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงเลือกทางออกจากวิกฤตศรัทธา ด้วยการ “ยุบสภา” แน่นอน 

“..น่าจะดึงยาวที่สุดเท่าที่จะดึงได้ คิดว่า ยุบสภา ช้าที่สุด ไม่เกินมกราคม กุมภาพันธ์ หรือ อาจจะสิ้นปี ซึ่ง ผมเดาแบบการเมือง ไม่ได้เดาแบบรู้ใจ ผมดูแล้ว ก็น่าจะเลือกตั้งแถวๆกุมภาพันธ์”

แล้วคนตั้งคำถามว่า หากยุบสภาแล้ว  250 ส.ว. ยังอยู่  พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องกลับมาอยู่ดี ทักษิณกล่าวว่า มันอยู่ที่พรรคที่มาที่ 1 ถ้าชนะพรรคพลังประชารัฐมากๆ ถล่มทลาย ส.ว.ก็คงยกไม่ไหว มือหนัก ยกไม่ขึ้น

“ผู้นำจีนชอบพูดคำว่า ถ้าจะครองเมือง ต้องครองใจประชาชนก่อน ถ้าครองใจประชาชนไม่ได้ จะครองเมืองไม่ได้ นี่ สีจิ้นผิง พูด หากจะบริหารประเทศ โดยไม่ครองใจประชาชน ก็คงไม่ได้ ถ้าคิดว่าจะกลับมา จากนี้ไปจนกุมภาพันธ์ ต้องครองใจประชาชน” ทักษิณสอนน้องประยุทธ์

กลับบ้านแน่

ทักษิณรู้ดีว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ รัฐบาลประยุทธ์ “เอาไม่อยู่” จึงหลุดคำพูดว่า “ถ้าผมเป็นนายกฯ ผมไม่ปล่อยขนาดนี้หรอก ไม่ให้คนต้องมานอนรอคิวแน่นอน”

พร้อมกันนั้น ทักษิณเสนอ “ยุบ ศบค.” ให้รัฐมนตรีสาธารณสุข นั่งเป็นประธาน นายก รัฐมนตรีไม่ต้องสั่งรวบอำนาจ เพราะอำนาจความเป็นนายกฯ สั่งอะไรก็ได้อยู่แล้ว หลังจากทักษิณพูดผ่านคลับเฮาส์ว่า จะกลับเมืองไทยแน่ จนกลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ทักษิณ กลับมาเป็นนายกฯ กอบกู้วิกฤตโควิด

“บางคนก็บอกว่า ให้ทำงานจากดูไบก็ได้ แต่ยืนยันว่า กลับแน่ แต่วันนี้ยังไม่บอก ส่วนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ออกประตูหน้าแน่นอน ไม่ออกประตูหลังครับ” 

มีคนถามย้ำว่า กลับแน่ใช่มั้ย? ทักษิณยืนยันว่า “ไว้ใกล้ถึงเวลา ผมบอกขั้นตอนแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ผมไม่กลัว แต่เป็นคนที่ไม่อยากสร้างปัญหา และต้องดูเวลาที่เหมาะสม”

วัคซีนสองฝั่งโขง “ลาว” ได้ J&J ล้านโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474200

วัคซีนสองฝั่งโขง”ลาว” ได้ J&J ล้านโดส

13 กรกฎาคม 2564 – 19:26 น.

ลาวได้วัคซีนดี สหรัฐส่ง “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” 1 ล้านโดส บรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีน 50% คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ฝั่งไทยเผชิญมหาวิกฤตไวรัส ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 พุ่งแตะ 8-9 พันต่อวัน ฝั่งลาวก็มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 50 คนต่อวัน บางวันยอดสูงถึง 106 คน ในรอบช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.2564  สืบเนื่องจากมีแรงงานชาวลาวที่ทำงานอยู่ในเมืองไทย บ้างตกงาน บ้างหนีเชื้อโควิด ขอกลับบ้านเกิด โดยทางการลาวได้เปิดรับแรงงานคืนถิ่น และนำเข้าศูนย์กักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อโควิด ปรากฏว่า แรงงานลาวร้อยละ 15 ติดเชื้อโควิด 

นับแต่ท่านคำพัน วิพาวัน ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ของ สปป.ลาว เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลท่านพันคำก็ต้องเผชิญกับการระบาดของโควิดระลอกใหม่ และที่น่ากังวลคือ เชื้อโควิดนำเข้าจากไทย

“ท่านพันคำ” ได้สั่งการให้ล็อกดาวน์ในบางแขวง และสั่งทหาร-ตำรวจสกัดกั้นการลักลอบข้ามพรมแดน โดยเฉพาะแรงงานลาวที่ผิดกฎหมายในไทย พร้อมผ่อนผันให้พวกเขาเข้ามาทางช่องทางด่านสากล ตม.ลาว จะไม่มีการปรับไหม

ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด จนมาถึงวันที่ 11 ก.ค.2564 ประชาชนลาวได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว 1,025,248 คน คิดเป็นร้อยละ 14.8 ของประชากรลาวทั้งประเทศ (7.6 ล้านคน) และเข็มที่ 2 จำนวน 641,545 คน 

วัคซีนที่ฉีดในลาวประกอบด้วยแอสตราเซเนก้า, สปุตนิก วี, ซิโนฟาร์ม และไฟเซอร์ โดยในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ลาวจะได้รับวัคซีน “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” จากสหรัฐฯ อีก 1 ล้านโดส

ของขวัญจากสหรัฐ

นโยบายการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดของรัฐบาลลาว ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านทองลุน สีสุลิด จนมาถึงรัฐบาลท่านพันคำ วิพาวัน ได้พุ่งเป้าไปที่โครงการ COVAX และการช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนมิตรทางการลาวเองได้ระดมเงินจากภาคเอกชน เพื่อเตรียมไว้จัดซื้อวัคซีน แต่ก็อยู่ระหว่างการหาวัคซีนเพื่อคนลาว 

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2564 ดร.สะหนอง ทองชะนะ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขลาว ในฐานะคณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุมโควิด ได้แจ้งข่าวดีว่า โครงการ COVAX จะได้มอบวัคซีน “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน”

ขณะเดียวกัน ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำลาว ได้จัดทำคลิปแจ้งข่าวสารผ่านเพจเฟซบุ๊คของสถานทูตฯ โดยพูดภาษาลาวว่า วัคซีน J&J จำนวน 1 ล้านโดส เป็นความช่วยเหลือของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการ COVAX เพื่อคนลาว 1 ล้านคนได้เข้าถึงวัคซีนที่ดี

นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐได้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิดให้ สปป.ลาว และวัคซีนล็อตนี้จะมาถึงสนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ วันที่ 15 ก.ค.นี้

ทูตปีเตอร์ แจ้งข่าวดีแก่ชาวลาว

วัคซีนบริจาค

ก่อนหน้านี้ ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขลาว ระบุว่า ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากประเทศจีน, รัสเซีย และโครงการ COVAX  

– ซิโนฟาร์ม จำนวน 1,900,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ)

– แอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส (โครงการ Covax) 

– สปุตนิก วี จำนวน 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)

– ไฟเซอร์ จำนวน 101,000 โดส (โครงการ Covax)

วันที่ 23 มิ.ย.2564 ดร.พอนปะเสิด อุนาพม หัวหน้ากรมอนามัยและส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า รัฐบาลลาว มีความมุ่งมั่นจะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ให้ได้ 50% ของประชากรลาวทั้งประเทศ ภายในสิ้นปี 2564

อย่างไรก็ตาม สปป.ลาว ได้เข้าร่วมโครงการ COVAX และมีโควต้าที่จะได้รับวัคซีนอีก 6,606,084 โดส แต่ก็มีความยุ่งยาก เพราะแต่ละชาติมีความต้องการวัคซีนป้องกันโควิดจำนวนมาก แต่บริษัทวัคซีนผลิตไม่ทัน ลาวจึงต้องรอการจัดสรรเป็นช่วงๆ

สรุปว่า สปป.ลาว ได้รับวัคซีนบริจาคจากจีน จำนวน 1.9 ล้านโดส และได้รับจากสหรัฐอเมริกา 1 ล้านโดส 

เกม “ถอนตัว” โกยแต้มทิ้ง “3 ป.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474173

เกม “ถอนตัว” โกยแต้มทิ้ง “3 ป.”

13 กรกฎาคม 2564 – 17:18 น.

มหาวิกฤตโควิด “ประยุทธ์-ประวิตร” เอาตัวแทบไม่รอด วัดใจพรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัวหรือไม่ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

เมื่อไม่กี่วันมานี้ บนโลกออนไลน์ กลุ่มเฟรนด์โซน ผุดแคมเปญ “พรรคร่วมถอนตัวเพื่อชาติ”ให้ประชาชนเข้าไปลงชื่อให้พรรคร่วมถอนตัว ผ่านเว็บไซต์ เชนจ์ ดอท โออาร์จี โดยบรรยายความตามท้องเรื่องว่า พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคอื่นๆ ที่ลงมติให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ถอนตัวจากรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยการถอนตัวจะทำให้ชื่อเสียงของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล และประเทศไทยดีขึ้น

จริงๆแล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ โทนี่ วู้ดซัม ก็เคยเรียกร้องผ่านเวทีคลับเฮาส์ ให้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ชั่วโมงนี้ บรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคใหญ่ พรรคกลางและพรรคเล็ก ยังไม่แสดงท่าทีใดๆว่า จะขอถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่น่าจับตา มีกระบอกเสียงของบางกลุ่มการเมืองที่ร่วมรัฐบาล กลับทำตัวเป็นฝ่ายค้านในฝ่ายรัฐบาล ชี้ว่าความผิดพลาดในการแก้สถานการณ์โควิด ทั้งเรื่องหยุดการแพร่เชื้อไม่ได้ และการบริหารจัดการวัคซีนล่าช้า ล้วนมาจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ “ศบค”

ชี้เป้า ‘หมอ-ทหาร’

กระบอกเสียงของกลุ่มการเมืองที่ว่านั้น จะอ้างคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 33/2563 เรื่องการจัดโครงสร้างของ ศบค.เพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) ซึ่งไม่มี “นักการเมือง” นั่งอยู่ในบอร์ด ศบค.เลย
ตรงข้ามกับมีชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์  เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้อํานวยการ ศปก.ศบค.  ส่งผลให้มีนายทหารคนหนึ่ง เป็นแม่ทัพปราบปรามโควิด มีอำนาจสั่งบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด  

นอกจากนี้ ได้มีการชี้เป้าไปที่ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นผู้เสนอความคิดเห็นต่างๆ ในการกู้วิกฤตโควิด  ยกตัวอย่างการสั่ง “ปิดแคมป์คนงาน” ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้คนยากคนจนจากชนบทมาหากินในเมืองหลวง ต้องอพยพกลับบ้านต่างจังหวัด เอาเชื้อโควิดกลับไปติดในพื้นที่ต่างจังหวัดมากมาย โรงพยาบาลต่างจังหวัดรับคนไข้ไม่ทัน รับไม่ไหว เชื้อกระจายไปทั่วประเทศ เกิดเหตุการณ์คุมไม่ได้ 

น่าตั้งข้อสังเกตว่า บทวิพากษ์วิจารณ์ชิ้นนี้ ตั้งเป้าถล่ม “ศบค.” เป็นหลัก โดยไม่แตะกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ที่มีหน้าที่จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งที่ผ่านมา เต็มไปด้วยคำถาม “ทำไมแทงม้าตัวเดียว” และ “ทำไมวัคซีนล่าช้า”

พล.อ.ประยุทธ์ ตกเป็นเป้าโจมตีจากคนในพรรคร่วมรัฐบาล

หยุดรวบอำนาจ

เมื่อปลายเดือน มิ.ย.2564 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ยื่นญัตติด่วนเสนอตั้ง กมธ.ติดตามแก้ไขปัญหาโควิด-19 และเสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ให้ยุบ ศบค.ทิ้ง พร้อมกับคืนอำนาจที่แท้จริงกลับสู่การบริหารของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปรากฏว่า มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรค ไปร่วมเสนอยื่นญัตติดังกล่าวด้วย และที่เปิดหน้าออกมาชน ศบค.เต็มๆ คือ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย
บังเอิญว่า สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยแพร่รายงาน “ประเมินผลงานกลางเทอมรัฐบาลประยุทธ์ 2 เรื่องการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน โดยสรุปว่า “..รัฐบาลดำเนินการผิดพลาดในการควบคุมโรค และการบริหารจัดการวัคซีน ประเทศก็กลับเข้าสู่วิกฤตด้านสุขภาพ และด้านเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง”

ข้อเสนอของทีดีอาร์ไอ จึงถูกกลุ่มการเมืองต่างๆ นำมาใช้เขย่าศูนย์อำนาจ “3 ป.” ที่เวลานี้ตกเป็นฝ่าย “รับ” ทางยุทธศาสตร์ หลายคนมองข้ามช็อตไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลประยุทธ์ ในเดือน ส.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยแอบหวังอยู่ลึกๆว่า อาจมีปรากฎการณ์แบบพรรคพลังธรรมถอนตัว หลังจบอภิปรายไม่ไว้วางใจ และทำให้ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ต้องยุบสภาฯ

ดังนั้น บางพรรคจึงเร่งทำแต้มจากมหาวิกฤตโควิด ยกตัวอย่างการจัดทีมงาน ส.ส.นำพาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดจากกรุงเทพฯ กลับไปรักษาที่บ้านเกิด รวมถึงการใช้สื่อเฉพาะกิจ ดิสเครดิต “3 ป.” ที่คุม ศบค.แก้โควิดไม่ได้

หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองถึงขั้น “ยุบสภา” ก็จะรับมือได้ทัน และมีคำอธิบายให้ประชาชนได้ 

ตอบโจทย์มั้ย ข้าวกล่องหรือวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474048

ตอบโจทย์มั้ย ข้าวกล่องหรือวัคซีน

12 กรกฎาคม 2564 – 18:00 น.

เดลต้าอาละวาด วัคซีนอยู่ไหน “ประวิตร” ในสถานการณ์ตั้งรับ ทำได้เพียงบรรเทาทุกข์ “ข้าวล้านกล่อง” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

“ข้าวล้านกล่อง” โครงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ในสถานการณ์โควิด-19 ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นข่าวในสื่อออนไลน์ตอนบ่ายวันที่ 12 ก.ค.2564 หลังแกนนำพรรคหายเงียบกันพักใหญ่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคฯ  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด 19 (ศปฉ.พปชร.) ดำเนินการจัดตั้งโครงการ “ข้าวล้านกล่อง” ขึ้นมา เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในชุมชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2564 เป็นต้นไป 

แม้โครงการ “ข้าวล้านกล่อง” จะขยับตัวช้า แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลย ในภาวะ “ขาลง” ของรัฐบาลประยุทธ์ พรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำรัฐบาล คงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ จริงๆแล้ว ความต้องการอย่างเร่งด่วนของประชาชนไทยในเวลานี้คือ วัคซีนป้องกันโควิดยี่ห้อดีๆ มีมาตรฐาน ปีที่แล้ว คนไทยจำนวนหนึ่งอาจไม่สนใจเรื่องการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดมากนัก แต่นาทีนี้ ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดล้นโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตทุกวัน  ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าพลังประชารัฐ ,ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ต่างก็เจอคำถามจากชาวบ้าน “เมื่อไหร่จะได้ฉีดวัคซีน?”

ตอบโจทย์มั้ย ข้าวกล่องหรือวัคซีน

โครงการข้าวล้านกล่อง 

แพ้วัคซีน

เมื่อเร็วๆนี้  คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้นำเสนอผลการประเมินกลางเทอมของรัฐบาลประยุทธ์ 2 โดยมีการประเมินเฉพาะผลงานด้านการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน 

ไทยดำเนินการฉีดวัคซีนอย่างช้าๆ คล้ายกับฟิลิปปินส์ ภายหลังจากวันที่ 6 มิ.ย.2564 ไทยมีอัตราการฉีดวัคซีนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  รัฐบาลประยุทธ์ เพิ่งตระหนักถึงความเร่งด่วนของการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอภายหลังการเกิดการระบาดระลอกที่ 3 ในเดือน เม.ย.2564 โดยประกาศเป้าหมายจะฉีดวัคซีนให้ถึงร้อยละ 70 ของประชากรหรือประมาณ 50 ล้านคน ในปี 2564 พร้อมทั้งจะเร่งจัดหาวัคซีนหลากหลายประเภทมากขึ้น 

“ที่น่าตกใจก็คือ แม้ในช่วงที่มีการระบาดหนัก หน่วยงานภาครัฐยังคงดำเนินงานเสมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติ โดยทำงานกันแบบแยกส่วนและโยนความรับผิดชอบกันไปมา ในขณะที่ฝ่ายการเมืองก็ไม่ได้ทำหน้าที่ติดตามและเชื่อมโยงให้เกิดการประสานงานกัน”

แทงม้าตัวเดียว

ขณะที่พรรคก้าวไกล ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังเกาะติดเรื่องนโยบายและการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลมาโดยตลอด  วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เพิ่งได้รับหนังสือสัญญา “ดีลวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า” ของรัฐบาลไทยกับแอสตร้าเซนเนก้า เอกสารมีข้อความคาดสีดำถูกเซนเซอร์อยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อหาสำคัญ

ตอบโจทย์มั้ย ข้าวกล่องหรือวัคซีน

พรรคก้าวไกล เปิดเอกสารสัญญาซื้อวัคซีน 

อย่างไรก็ตาม ส.ส.คนดัง ได้เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับทั้งหมด ผ่านสื่อโซเชียล เพื่อให้ทุกคนได้ตรวจสอบการทำงาน การบริหารวัคซีนของรัฐบาลไทยและแอสตร้าเซนเนก้า นี่คือ เกมการเมืองเรื่องวัคซีน ที่พรรคก้าวไกล รับไม้ต่อมาจากคณะก้าวหน้า โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เคยแถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เรื่อง “แทงม้าตัวเดียว” ที่รัฐบาลประยุทธ์ ฝากความหวังไว้กับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า เพียงเจ้าเดียว

มาถึงวันนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ทันต่อสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ตรงข้ามกลับมีผู้ป่วยจำนวนมาก และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน  “พิธา” หัวหน้าพรรคก้าวไกล จึงขยี้เรื่องดังกล่าวทันที “ผลของการแทงม้าตัวเดียว ประจักษ์ชัดแก่สายตาประชาชนทั้งประเทศ..”  พรรคก้าวไกลฟันธงเปรี้ยงว่า “…เกิดจากการตัดสินใจผิด การประเมินพลาด และความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

ในสถานการณ์ “ตั้งรับ” เช่นนี้ พรรคพลังประชารัฐ ทำอะไรได้ไม่มาก นอกจาก “ข้าวล้านกล่อง” บรรเทาความหิวโหย แต่ประชาชนยังต้องการวัคซีนที่ดี และฟรี เป็นอันดับแรก

ม็อบผลัดใบ สิ้นยุค “ตู่-เต้น” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/474008

ม็อบผลัดใบ สิ้นยุค “ตู่-เต้น”

12 กรกฎาคม 2564 – 14:06 น.

ม็อบ 18 กรกฎา ได้เวลา “ตู่-เต้น” พักผ่อน ม็อบสามนิ้วรุกปลุกทวง “วัคซีนฟรี” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

คาร์ม็อบ ยกที่ 2 นำโดย บก.ลายจุด มีความคึกคัก และได้รับความสนใจจากสื่อมากพอควร แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค.2564 “เจ๋ง ดอกจิก” และไทกร พลสุวรรณ ได้นำคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เปิดเวทีปราศรัยไล่ประยุทธ์ ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ทำเนียบรัฐบาล กลับเงียบเหงากว่าทุกครั้ง 

หลังยุติการชุมนุม “ไทกร” บอกกับสื่อว่า ช่วงรัฐบาลล็อกดาวน์ ทางกลุ่มไทยไม่ทนจะขอปรับรูปแบบการกิจกรรมใหม่ อาจจัดปราศรัยออนไลน์เหมือนที่ผ่านมา จะว่าไปแล้ว นับแต่ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ นำคณะไทยไม่ทน จัดการชุมนุมมวลชน ตั้งแต่สวนพฤษภาประชาธรรม จนมาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ก็มีคนเสื้อแดงเข้าร่วมหลักร้อย เหมือนยุคทองของ นปช.จะผ่านพ้นไปแล้ว หากส่องในโซเชียล ก็จะพบว่า มีแต่เสียงขับไล่ประยุทธ์ และแทบจะเป็นฉันทามติของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อตัดกลับมาที่เวทีม็อบไทยไม่ทน เห็นแต่ภาพผู้คนโหรงเหรง  ดังนั้น แกนนำม็อบไทยไม่ทน ที่มีทั้งแดงและเหลือง อาจจะต้องทบทวนตัวเอง และหันมาประเมินสถานการณ์ใหม่ว่า ยังใช่เวลาของแกนนำรุ่นเก่าอยู่อีกหรือไม่?

 ม็อบผลัดใบ สิ้นยุค "ตู่-เต้น"

แกนนำไทยไม่ทน ในวันที่ไม่มี “ตู่ จตุพร”

ฟัง ‘เต้น’ พูด     

“เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เคยให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์สำนักหนึ่งว่า ยุคสมัยต่างกัน ระหว่างการต่อสู้ของคนเสื้อแดงกับคนหนุ่มสาวในวันนี้ ฉะนั้น เขาจึงไม่เข้าไปแสดงบทบาทนำอะไรในการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรหรือกลุ่มอื่น “มันเป็นคนละยุคสมัยกันแล้ว ผมไม่เคยคิดที่จะหยุดต่อสู้ แต่การจะกลับไปบนถนนหรือเวที ขอให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนด ผมไม่ได้แทงกั๊กหรือเล่นตัว แต่มันเป็นเรื่องของยุคสมัย”

ขณะที่ “ตู่” ยังเชื่อมั่นในแนวคิดเดิมๆ จึงออกปากวิจารณ์แนวทางการเคลื่อนไหวของ “ม็อบสามนิ้ว” ในช่วงแรกๆ จึงถูกแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ ตอบโต้อย่างดุเดือด แถมระแวงแคลงใจว่า “ตู่” เปลี่ยนจุดยืนอุดมการณ์ไปแล้ว

 “ตอนนี้องค์กรนำของเราก็ไม่ได้มีสภาพเหมือนเดิม ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเสื้อแดงร่วมต่อสู้อยู่ด้วย โดยไม่ได้หยุดไปพร้อมกับ นปช. ทุกคนสามารถเลือกการเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้” เต้นเข้าใจสภาพความเป็นจริงของ นปช.  ได้เวลาที่พลพรรค “ตู่” ต้องถอยออกไป เพื่อเปิดทางให้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ได้เปิดเวทีการแสดงอย่างเต็มรูปแบบ

ม็อบยุคดิจิตอล

ไม่มีใครปฏิเสธว่า เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ และโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองของเยาวชนคนหนุ่มสาว มีความหลากหลายในกลยุทธ์การต่อสู้ ทั้งบนท้องถนน และโลกออนไลน์

ดังนั้น การเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้วในช่วงแรกๆ จึงมีพลังและทำให้รัฐบาลจะจัดการอะไรก็ทำได้ยาก แต่เมื่อแกนนำบางกลุ่มพยายามจะยกระดับ จึงเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ก็ทำให้ภาพการชุมนุมติดลบ แถมเจองานการข่าวของฝ่ายความมั่นคง ขบวนม็อบสามนิ้วก็ป่วนไปพักใหญ่ประกอบกับแกนนำอย่างเพนกวิน, รุ้ง, ไมค์ ,ไผ่ และทนายอานนท์ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จึงมีเสียงสะท้อนว่า “ม็อบถอย ม็อบแผ่ว” 

ชั่วโมงนี้ แกนนำสามนิ้ว ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว การชุมนุมรำลึก 24 มิ.ย.2564 ก็เป็นการทดสอบปฏิกิริยาจากฝ่ายความมั่นคง  วันที่ 18 ก.ค.2564 คณะราษฎร ,เยาวชนปลดแอก ,การ์ดวีโว่ และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นัดหมายชุมนุม “ไล่ประยุทธ์” ครั้งใหญ่ ดูเหมือนว่า ครั้งนี้จะมี “องค์กรนำ” หนึ่งเดียว

 ม็อบผลัดใบ สิ้นยุค "ตู่-เต้น"

ม็อบ 18 กรกฎา ชูทวงวัคซีนฟรี

การปักธงไล่ประยุทธ์ให้จบภายในปีนี้ จึงเป็นยุทธศาสตร์เฉพาะหน้าของเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม