“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จตุพร” ประกาศศักดิ์ดาไล่ “นายกฯ” ลุงตู่ 24 มิ.ย. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470997

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จตุพร” ประกาศศักดิ์ดาไล่ “นายกฯ ” ลุงตู่ 24 มิ.ย.

18 มิถุนายน 2564 – 17:13 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประกาศศักดิ์ดา ไล่ “นายกฯ “ลุงตู่ 24 มิ.ย. เตือนให้ระวังภัยเข้าตัว ลนหาที่ตาย ชี้ ถ้า”ลุงตู่” ประคองเรือเหล็กลำนี้ผ่าน  ดวงเมืองเปลี่ยนกลับพลิกชะตาเสริมทำให้ประเทศเดินต่อไปได้อย่างสบาย

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  จตุพร  ประกาศศักดิ์ดา  ตั้งป้อมไล่นายกฯ ลุงตู่  24  มิถุนายน นี้ เตรียมลั่นกลองรบรวมพล  บุกทำเนียบล้มรัฐบาล “ลุงตู่” ประกาศชัด  ยิ่งไล่  ยิ่งสู้ เตือนวิกฤติ จตุพร ดาวอังคารกำลังอ่อนล้มดาวอาทิตย์ยาก ดวงผู้นำมาแรง  ดวงเมืองประกบดวงเสริมเดือนมิถุนายน  แกนนำตกดาวอังคาร  เตือนให้ระวังภัยเข้าตัวลนหาที่ตาย เพราะไร้แรงสนับสนุน ดวงนายกฯถึงจะอยู่ในช่วงวิกฤติ  แต่ฐานกำลังมีความพร้อมตั้งมั่น  เข้มแข็ง  มั่นคง พร้อมขุนพลทั้ง  บิ๊กป้อม  บิ๊กป๊อก และบิ๊กสุดท้ายคือ บิ๊กธรรมนัส  เลขาป้ายแดง 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์  ผ่าดวงวิกฤติ  เดือนแห่งความหายนะ  เตรียมก่อเหตุปะทะ  จากขบวนการล้มรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา  โดยขบวนการล้มรัฐบาล  จตุพร ประกาศกร้าว  นัดรวมพลลั่นกลองรบบุกทำเนียบประกาศค้างคืน  ไม่ออก  ยิ่งไล่  จนนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ กลับประกาศกลับว่า  ยิ่งไล่  ยิ่งสู้  ดวงใครจะแข็งกว่ากัน  เพราะดวง ลุงตู่  มีขุนพลระดับบิ๊กถึง 2 ดวง  และได้กำลังเสริมมาอีกหนึ่งดวงเป็น 3 ดวง  ต่างกับดวงเสริมแกนนำไล่ลุงตู่ที่อยู่ต่างแดน  แต่ดวงผู้นำ “ลุงตู่”  อยู่ใกล้ตัว  จากยกกำลัง 2 กลายเป็นยกกำลัง 3  ดวงคู่ปะทะ  ตู่ จตุพร   ต้องเจอกับ  ร.อ.ธรรมนัส  เลขาฯป้ายแดง  ถึงจะเป็นคู่ปะทะที่เหมาะสม  จากการจับยาม จตุพร  ดวงตกดาวอังคารแข็งจริง  แต่ล้มดาวอาทิตย์ไม่ได้  เพราะดาวอาทิตย์  คือดวงผู้นำ  ความคิดเฉียบขาด จิตใจมั่นคง  มีดวงผู้นำอันดับ 1  ไม่เหมือนดาวอังคาร  ตกดวงถึงฆาต  บ่งชี้ชอบจู่โจมใช้ความคิดเป็นใหญ่  ชอบก่อเหตุสงคราม  บูมบ่ามมุทะลุ  มัวเมาเหตุชอบทะเลาะวิวาท โทสะจริต  นิยมท้าทายด่าทอ  และในเดือนมิถุนายนนี้  ยังเป็นเดือนเสริมดวงเมือง  เพราะตกยามมะเมีย  แก้ปรับสถานการณ์จะทำให้ดวงเมืองมั่นคงยิ่งขึ้น

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  "จตุพร"  ประกาศศักดิ์ดาไล่  "นายกฯ " ลุงตู่  24 มิ.ย.

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์เหตุเพิ่มเติมว่า  ถึงดวงจตุพร  ตามราศีเกิด  ถึงแม้นจะเป็นคนดวงแข็งจริง  แต่ราศีโหงวเฮ้งไม่เสริม  ดวงราศีคนใช้ก็เป็นคนใช้ตลอด  ไม่มีสิทธิ์เป็นพระรอง  ก็ไม่ควรคิดประมาท  เพราะดวงต่างกับนายกฯตู่  ดวงนายกฯ  มั่นคง  ถึงจะเจอมรสุมอย่างสาหัสบ้าง แต่อยู่ที่ใจว่าจะสู้หรือจะถอย  เส้นฮวบเหล็ง  เส้นอำนาจบารมีก็ต่างกัน เทียบกันไม่ได้ ถึงแม้นจะอยู่ในช่วงภาวะเจอปัญหาต่างๆ  ทั้งบ้านเมือง  เศรษฐกิจ  และโรคระบาด  แต่ถ้า ลุงตู่ สามารถประคองเรือเหล็กลำนี้ผ่าน  ดวงเมืองเปลี่ยนกลับพลิกชะตาเสริมทำให้ประเทศเดินต่อไปได้อย่างสบาย

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  "จตุพร"  ประกาศศักดิ์ดาไล่  "นายกฯ " ลุงตู่  24 มิ.ย.

ผ่าพลัง “ป้อม” “ผู้กอง” เฟื่อง “สามมิตร” ฟุบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470991

ผ่าพลัง “ป้อม” “ผู้กอง” เฟื่อง “สามมิตร” ฟุบ

18 มิถุนายน 2564 – 16:26 น.

ผงาดยกแผง “ธรรมนัส” ทหารเอก “ป้อม” รอคั่วเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ กลุ่มสามมิตรร่วง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พรรคพลังประชารัฐ ยุค “ธรรมนัส” คือ การเตรียมการเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วางบทบาท ไพบูลย์ นิติตะวัน และวิรัช รัตนเศรษฐ เดินเกมแก้รัฐธรรมนูญ ในสภาฯ โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก “ธรรมนัส” 

สมศักดิ์ทำใจรับสภาพ

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะ รมช.เกษตรฯ ก็ตะลุยสร้างงานมวลชน และดึงพันธมิตรต่างพรรค ซึ่งในอนาคต อาจจะมี ส.ส.จากเพื่อไทย และอีกหลายพรรค ตบเท้าเข้ามาอยู่ใต้ชายคาพลังประชารัฐ    

ด้านผลการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ไม่ได้พลิกโผอะไรมากมาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค    

ส่วน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรค ทั้งคู่ต่างเป็นคนสนิท “ธรรมนัส”

++
‘สามมิตร’ หาย
++
หากพิจารณาเฉพาะรายชื่อกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 22 คน แยกตามกลุ่มก้อนได้ดังนี้    

กลุ่มธรรมนัส 10 คน : สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ,วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล , สุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร , สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส ,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ,จักรพันธ์ พรนิมิต ส.ส.กทม. และ สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจบุรี   

กลุ่มสามมิตร 4 คน : สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ,อนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ และ สรวุฒิ เนื่องจำนง ส.ส.ชลบุรี    

กลุ่มชลบุรี 2 คน : อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และ สุรสิทธิ์  นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    

กลุ่มปากน้ำ 2 คน : ประภาพร อัศวเหม นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ และ ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ    

ผ่าพลัง "ป้อม" "ผู้กอง" เฟื่อง "สามมิตร" ฟุบ

้าวต่อไป รัฐมนตรีว่าการ เพื่อการเลือกตั้ง

กลุ่มอื่นๆ 4 คน : ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ,อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ   

การปรับโครงสร้างพรรคฯครั้งนี้ ส่งผลให้กลุ่มสามมิตร ตกอยู่ในภาวะถดถอยอย่างเห็นได้ชัด แถมลากเอา สุชาติ ชมกลิ่น ต้องเสี่ยงต่อการหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีแรงงาน ในการปรับ ครม.คราวหน้า     

หลังการประชุมใหญ่ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร เจอคำถามนักข่าวเรื่องเสียดุลอำนาจในพลังประชารัฐ ก็ตอบว่า “ยังไม่ได้เสียดุลอำนาจอะไรไป เราก็มีปากมีเสียงมีแนวทางในการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหัวหน้าพรรคฟังทุกคนและรักอยู่แล้ว หัวหน้าพรรคตัดสินใจปรับเปลี่ยนแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค”    

นักเลือกตั้งที่ผ่านศึกเสือเหนือใต้โชกโชน รู้ดีว่าในสถานการณ์นี้ ต้องวางตัวอย่างไร?     

หากนับจำนวน ส.ส.กลุ่มสามมิตร ในวันนี้ ก็เหลือเพียง 10 กว่าคน ที่กระจายตัวอยู่ในสุโขทัย,ชัยนาท,พิจิตร และราชบุรี     

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้กวาดต้อน ส.ส.หน้าใหม่ไปอยู่ในสังกัดประมาณ 30 คน     

จังหวะก้าวต่อไปของ “ธรรมนัส” คือการขยับเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” ซึ่งเจ้าตัวพลาดหวังมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งมีสื่อหลายสำนักพูดถึงตำแหน่ง “มท.1” ที่เหมาะแก่การคุมพื้นที่เลือกตั้ง   

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่ว่า “บิ๊กป้อม” จะคุยกับน้อง 2 คน ให้ตกผลึกเรื่องกลยุทธ์เอาชนะทักษิณอย่างไร? โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่อยากให้ “ธรรมนัส” โตมากเกินไปมากนัก 

เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก “ธรรมนัส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470966

เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก “ธรรมนัส” 

18 มิถุนายน 2564 – 14:02 น.

พปชร. เลือก ‘ธรรมนัส’ เป็นแม่ทัพ ตอบโจทย์ “บัตร 2 ใบ” และเอาชนะทักษิณได้จริงหรือ คลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เป็นไปตามความคาดหมาย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ขยับเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แทนอนุชา นาคาศัย เลขาธิการคนเดิม ตัวแทนกลุ่มสามมิตร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ลึกแต่ไม่ลับ “ผู้กอง-คนเพื่อไทย” 

เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก "ธรรมนัส" 

ธรรมนัส และผู้นำเกษตรกรภาคอีสาน

จริงๆแล้ว มีการขานชื่อ “ธรรมนัส” เป็นแม่บ้านพรรคคนใหม่ ตั้งแต่มีข่าวว่า จะมีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น ซึ่งรู้กันอยู่ดีว่า จ.ขอนแก่น เป็นที่มั่นการเมืองของ “เอกราช ช่างเหลา” คนสนิทผู้กองคนดัง     

ดังนั้น ในการประชุมวันนี้ สมาชิกพรรค 500 คน จึงมาจาก จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ของ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     

เกมปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้จัดทัพเอง เพียงแต่ก่อนถึงวันประชุมใหญ่ กลุ่มสามมิตร นำโดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,  สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย พยายามต่อรองขอให้ “เสี่ยแฮงก์” อยู่ในตำแหน่งต่อไป     

เล่นเกมยื้ออยู่ 2-3 วัน เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค ตัดสินใจเคาะชื่อ “ธรรมนัส” ค่ายสามมิตรก็ต้องยอมรับสภาพแต่โดยดี

++
ทำไมต้องธรรมนัส
++
เหตุใด “บิ๊กป้อม” จึงเลือก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค และแม่ทัพเลือกตั้งในครั้งหน้า    

ประการแรก “ธรรมนัส” สร้างผลงานในการเลือกตั้งซ่อม ทำให้พรรคได้ ส.ส.เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสนามขอนแก่น, ลำปาง และนครศรีธรรมราช ซึ่งยุทธวิธี “ธรรมนัสโมเดล” สร้างผลสะเทือนให้แก่พรรคคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก    

ประการที่สอง กลุ่มอำนาจ “3 ป.” ตัดสินใจเลือกระบบเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2540 จึงต้องมีแม่ทัพที่กุมสภาพได้เบ็ดเสร็จ และการเอาชนะที่ “ส.ส.เขต” เป็นสิ่งชี้ขาดชัยชนะโดยภาพรวม    

เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2562 สภาพการรบของพลังประชารัฐ แม่ทัพเยอะ กลุ่มก๊วนแยะ จึงไม่มีเอกภาพในการบริหารจัดการ ทำให้พลาดเป้าในพื้นที่ภาคอีสาน

เอาชนะทักษิณโจทย์ยาก "ธรรมนัส" 

เอกราช มือทำงานของธรรมนัส

++
เจ้าพ่อประชานิยม
++
จุดอ่อนของพรรคพลังประชารัฐคือ ภาคอีสาน การเลือก จ.ขอนแก่น เป็นสถานที่ประชุมพรรคฯ ก็เป็นอีเวนท์เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เหมือนเป็นการประกาศชักธงรบ เลือกตั้งสมัยหน้า จะต้องทำให้ดีกว่าเก่า    

ภาคอีสาน มี ส.ส.เขต 116 คน แบ่งเป็นเพื่อไทย 84 คน, ภูมิใจไทย 16 คน,พลังประชารัฐ 11 คน, ประชาธิปัตย์ 2 คน, อนาคตใหม่ 1 คน และชาติพัฒนา 1 คน (ข้อมูลเดือน มี.ค.2562)     

เฉพาะ ส.ส.เขต 11 คนของพลังประชารัฐ แยกเป็นอีสานใต้ 10 คน และอีสานกลาง 1 คน ซึ่งเป็นโจทย์ยากของธรรมนัส และมือขวาคู่ใจอย่างเอกราช ช่างเหลา     

ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานส่วนใหญ่ชื่นชอบพรรคของ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะใช้ชื่อไทยรักไทย, พลังประชาชน และเพื่อไทย     

ชัยชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เมื่อปลายปี 2562 ปลุกความหวังของ “บิ๊กป้อม” ในการจะเอาชนะทักษิณ ที่สมรภูมิภาคอีสาน โดยการรบครั้งนั้น “ธรรมนัส” และ “เอกราช” ร่วมกันวางแผนเดินเกม จนเบียดเอาชนะเพื่อไทยไปได้    

ทุกวันนี้ “เอกราช” เปิดสำนักงานที่ขอนแก่น นัดพบปะอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคอีสาน และนักการเมืองท้องถิ่นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเตรียมการสร้างฐานสมาชิก และขยายเครือข่ายเพื่อนเอกราช    

ประกอบกับ “ธรรมนัส” ได้ใช้ความเป็น รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดิน และหนี้สินชาวอีสาน จนได้ใจแกนนำผู้นำเกษตรกร ทั้งสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน, สมัชชาคนจน และสมัชชาเกษตรกร 4 ภาค    

เลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้พิสูจน์กันว่า “ธรรมนัสโมเดล” กับ “ประชานิยมทักษิณ” ใครจะเป็นผู้ชนะ?

หนึ่งปี ‘แคร์’ ‘โทนี่’ คะนองศึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470890

หนึ่งปี ‘แคร์’ ‘โทนี่’ คะนองศึก

17 มิถุนายน 2564 – 19:34 น.

ครบรอบ 1 ปี “4 สหาย” สายแคร์ กินบุญเก่า “โทนี่” วาดฝันแลนด์สไลด์

ค่ำวันที่ 17 มิ.ย.2564 ครบรอบ 1 ปี แคร์ คิด เคลื่อน ไทย มีรายการพิเศษเสวนาผ่านคลับเฮาส์ แถมด้วยปาฐกถา “แคร์ : CARE THE FUTURE” โดย Tony Woodsome หรือทักษิณ ชินวัตร

ช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ เปิดเกมรุกเต็มตัว โดยพุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนป้องกันโควิดของรัฐบาลประยุทธ์

โทนี่” หรือทักษิณ ชินวัตร ก็ปรากฏตัวในคลับเฮาส์ถี่ขึ้น เสนอไอเดียมากมาย พูดน้ำไหลไฟดับ 

ต้นปีนี้ “ทักษิณ” ถือโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ(ภาษาอังกฤษ) ผ่านช่องยูทูบ Thai Enquirer ความยาว 47 นาที ซึ่งทักษิณได้อธิบายปัจจัยแห่งชัยชนะของไทยรักไทย ด้วยชุดนโยบายประชานิยม 

ทักษิณบอกชัดว่า เขาจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมายิ่งใหญ่ และแบรนด์ทักษิณยังแข็งแรง  

แคร์กรุยทาง

วันที่ 26 พ.ค.2563 กลุ่มอดีตแกนนำไทยรักไทย ได้ฤกษ์รวมตัวกันนัดแรก ที่อาคารสำนักงานแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 นำโดย พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ,นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และภูมิธรรม เวชยชัย

นี่คือยกแรกของการรียูเนี่ยน “คลังสมอง” ของทักษิณ 

“หมอมิ้ง” ทำงานกับตระกูลชินวัตร มายาวนาน กระทั่งทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย จึงชักชวนพรรคพวกมาร่วมระดมสมอง สร้างนโยบายประชานิยม

หนึ่งปี 'แคร์' 'โทนี่' คะนองศึก

                                   หมอมิ้ง เป็นแกนหลักกลุ่มแคร์

ปัจจุบัน หมอมิ้ง ยังรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการอำนวยการ มหาวิทยาลัยชินวัตร ,อุปนายกสภา มหาวิทยาลัยชินวัตร และที่ปรึกษาโรงพยาบาลพระราม 9

“อ้วน” เป็นคนนอกตระกูลชินวัตร แต่พาเพื่อน “คนเดือนตุลา” มาขายฝันเรื่องพรรคการเมืองให้ทักษิณ และเป็นมือทำงานชุดแรกๆ ที่เดินสายขอความร่วมมือจากเพื่อนพ้องน้องพี่ ทั้งเอ็นจีโอและอดีตสหายในขอบเขตทั่วประเทศ 

“หมอเลี้ยบ” เป็นรุ่นน้องหมอมิ้ง และอ้วน แต่ทำงานกับเครือข่ายสายหมอประเวศ จึงรับแนวคิดหลักประกันสาธารณสุข หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค มาจากรุ่นพี่คือ นพ.สงวน นิตยรัมภ์พงษ์ 

หนึ่งปี 'แคร์' 'โทนี่' คะนองศึก

                            เฮียเพ้ง ยาสามัญประจำบ้านจันทร์ส่องหล้า

“เฮียเพ้ง” คนการเมืองหลังม่าน เคยอยู่กับอุทัย พิมพ์ใจชน, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเสนาะ เทียนทอง เมื่อทักษิณชวนมาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เฮียเพ้งก็ขานรับ และเข้ามานั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค

เฮียเพ้งเป็นคนพูดน้อย โลว์โปรไฟล์ แต่ในทางลึก เฮียเพ้งใจถึง พึ่งได้ มีเครือข่าย มีกองหนุน

ที่ผ่านมา ทักษิณจะคิดการใหญ่อันใด ก็จะขาด “เฮียเพ้ง” ไม่ได้ ภารกิจสุดท้ายก่อนประกาศวางมือเมื่อปีที่แล้ว เฮียเพ้งเป็นผู้อำนวยการสร้างพรรคไทยรักษาชาติตัวจริง
 กลางเดือน มิ.ย.2564 กลุ่มแคร์ จึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งระยะแรกๆ เหมือนกลุ่มแคร์ จะถูกล้อเลียนว่าเป็น “บ้านบางแค” เนื่องจากแกนนำหลักคือ “เพ้ง อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” อายุเกิน 60 ปี อยู่ในช่วงสนธยา ตะวันจะลับฟ้า

กระทั่งมีปรากฏการณ์ม็อบเยาวชน ,ม็อบราษฎร และม็อบรีเด็ม เมื่อมีแอพคลับเฮาส์ กลุ่มแคร์จึงปรับขบวนใหม่ ปั้นแบรนด์ Tony Woodsome เพื่อแย่งชิงตลาดคนรุ่นใหม่
 ผลปรากฏว่า แบรนด์โทนี่ติดตลาด ทักษิณจึงมั่นใจว่า ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์จะเกิดขึ้น บวกกับการแก้รัฐธรรมนูญ ใช้ระบบบัตร 2 ใบ ตามรัฐธรรมนูญ 2540 จะเอื้อต่อการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้ง

ไม่แปลกที่จะเห็น “โทนี่”ถี่ขึ้น ในห้วงเวลานี้ แต่ความฝันจะเป็นจริงหรือไม่? ต้องให้ประชาชนตัดสิน

หนึ่งปี 'แคร์' 'โทนี่' คะนองศึก

                                     โทนี่มาแรงในยามนี้

ส่อง “ทรงชัย” นายก อบต.ราชาเทวะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470861

ส่อง “ทรงชัย” นายก อบต.ราชาเทวะ

17 มิถุนายน 2564 – 16:09 น.

สืบสาแหรก “ทรงชัย นกขมิ้น” นายก อบต.ราชาเทวะ ที่กำลังโด่งดังจากเสาไฟกินรี  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
นาทีนี้ ไม่มี อบต.ไหน จะโด่งดังเท่ากับ “อบต.ราชาเทวะ” องค์กรปกครองท้องถิ่นชายขอบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งผู้คนสนใจแต่ “เสาไฟกินรี” แต่มีน้อยคนที่จะรู้จักตัวตน และปูมหลังผู้บริหาร อบต.แห่งนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… 
ต้นละแสน แพงตรงไหน…เปิดใจ บ.ร่วมประมูลเสาไฟกินรี

ส่อง "ทรงชัย" นายก อบต.ราชาเทวะ

ทรงชัย และลูกชาย ถ่ายภาพใต้เสาไฟ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2564 “จาตุรนต์ นกขมิ้น” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ทรงชัย นกขมิ้น” นายก อบต.ราชาเทวะ ได้โพสต์เฟซบุ๊คภาพตัวเขากับบิดา ยืนอยู่ใต้เสาไฟฟ้า    

“ทรงชัย นกขมิ้น พ่อผมเอง ภาพถ่ายรูปนี้ เกือบจะ 2 ปีกับการทำให้ตำบลราชาเทวะสว่างทั่วทุกพื้นที่ ผมและพ่อเป็นนักการเมือง มีทั้งคนชมคนด่า เป็นเรื่องธรรมดาครับ ปกติลงแต่รูปลูกวันนี้ลงรูปพ่อบ้าง 555…”

ส่อง "ทรงชัย" นายก อบต.ราชาเทวะ

จาตุรนต์ ทายาททางการเมืองของทรงชัย

++
อบต.สนามบิน
++
องค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีพื้นที่ทั้งหมด 31 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 19,375 ไร่ ซึ่งในจำนวนนี้ ใช้เป็นพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ 9,451 ไร่    

ฉะนั้น อบต.ราชาเทวะ จึงเป็น อบต.ที่มีลักษณะพิเศษ แตกต่างจาก อบต.ทั่วไป เพราะมีสนามบินนานาชาติอยู่ในเขตการปกครอง และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม    

ประวัติศาสตร์แห่งท้องถิ่น ประมาณปี 2420  สมิงราชาเทวะ และครอบครัว ได้อพยพมาจากปากเกร็ด มาตั้งบ้านเรือนที่คลองเทวะ คลองตรง ประกอบอาชีพทำนา จนได้รับการยกย่องจากชาวบ้านให้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน    

เมื่อทางราชการได้ตั้งเขตการปกครองขึ้นเป็นตำบล ก็อาศัยนามของสมิงราชาเทวะ มาตั้งชื่อของตำบลว่า “ราชาเทวะ”     

ในสมัยรัชกาลที่ 2 คนมอญหนีภัยสงครามได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยามประเทศ ชาวมอญที่เคยเป็นทหารอยู่ในเมืองมอญ ก็ตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้อาศัย รับราชการทหารรับใช้คุณแผ่นดิน และพระองค์ทรงพระเมตตา แต่งตั้งให้มียศฐาบรรดาศักดิ์ประจำกรมกอง มีพระราชทินนามขึ้นต้นด้วยคำว่า “สมิง” เช่นสมิงราชาเทวะ    

ต.ราชาเทวะ จึงเป็นชุมชนคนมอญ ที่อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่ม มีลำคลองสายหลักคือ คลองลาดกระบัง, คลองชวดลาดข้าว, คลองบัวเกาะ และมีคลองสายย่อยอีกหลายสาย     

ปัจจุบัน ต.ราชาเทวะ มีประชากร 26,400 คน ประกอบด้วย 15 หมู่บ้าน เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเลิกทำนา หันมาเป็นกรรมกร และประกอบอาชีพค้าขาย 

ส่อง "ทรงชัย" นายก อบต.ราชาเทวะ

ลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว แพ้แค่ปลายจมูก

++
ตระกูล “นกขมิ้น”
++
ตระกูล “นกขมิ้น” แห่ง ต.ราชาเทวะ เป็นตระกูลใหญ่ มีเครือญาติเชื้อสายมอญทั้งตำบล และว่าไปแล้ว อ.บางพลี ก็เป็นชุมชนชาวมอญ ที่บุกป่าฝ่าดงมาแสวงหาที่ดินทำกิน มีทั้งมาจากพระประแดง บางนา และปากเกร็ด    

ทรงชัย นกขมิ้น จึงได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ราชาเทวะ ติดต่อกันมาหลายสมัย และด้วยความเป็นผู้นำท้องถิ่น ที่เป็นสายตรง “บ้านใหญ่อัศวเหม” เมื่อปี 2562 ทรงชัย จึงสนับสนุนให้ลูกชาย ลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ     

“จาตุรนต์ นกขมิ้น” ลูกชายของทรงชัย สมัคร ส.ส.ที่เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บางพลี (ยกเว้น ต.หนองปรือ และ ต.ราชาเทวะ) ซึ่งลูกชายของนายกฯ ทรงชัย ไม่ได้ลงในพื้นที่ ต.ราชาเทวะ เนื่องจาก กกต.แบ่งเขตใหม่ ยก ต.ราชาเทวะ ไปไว้เขตเลือกที่ 5 ที่มี กรุง ศรีวิไล เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่    

ทายาทนายก อบต.ราชาเทวะ ต้องแข่งกับแชมป์เก่า-วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แต่ผลเลือกตั้งกลับพลิกความคาดหมาย    

ปรากฏว่า วุฒินันท์ บุญชู พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ชนะเลือกตั้ง ได้ 36,320 คะแนน ส่วน จาตุรนต์ นกขมิ้น ได้ 35,441 คะแนน แพ้ไปแบบฉิวเฉียด ซึ่งผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า จาตุรนต์ชนะ แต่พอนับคะแนน 100% ก็แพ้ไปแบบน่าเสียดาย    

อนาคตทางการเมืองของ “ทรงชัย” และลูกชาย “จาตุรนต์” ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของ “บ้านใหญ่อัศวเหม” 

นับถอยหลัง “โรดแม็พ 120 วัน” นายกฯเปิดประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470851

นับถอยหลัง “โรดแม็พ 120 วัน” นายกฯเปิดประเทศ

17 มิถุนายน 2564 – 14:56 น.

นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกแถลงการณ์ตั้งเป้าประเทศไทยต้องเปิดประเทศภายใน 120 วัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินตามปกติให้ได้ ถือว่าเป็น”คำมั่น”ที่นายกฯให้ไว้กับประชาชนทั้งประเทศ.แต่กว่าจะถึงวันนั้นรัฐบาลมี”โรดแม็พ”อย่างไรบ้าง.. ที่นี่มีคำตอบ

เมื่อวานนี้(16 มิ.ย. )พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ตั้งเป้าประเทศไทยต้องเปิดประเทศภายใน 120 วันหรือประมาณ 4 เดือนข้างหน้าเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและทำมาค้าขายได้หลังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต โควิด-19 

คราวนี้มาพลิกดู“โรดแม็พ“ที่ประเทศไทยจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย“เปิดประเทศ”ตาม”คำมั่น”ที่นายกฯให้ไว้กับประชาชนทั้งประเทศ มีดังนี้

-เดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมโดยมีการลงนามในสัญญาจองหรือสัญญาซื้อไปแล้ว 105.5 ล้านโดส  ทำได้เกินเป้าหมายที่เคยตั้งไว้สำหรับปีนี้ โดยทั้งหมดจะทยอยส่งมอบเข้ามาภายในปีนี้และจะทยอยฉีดต่อไป พร้อมกันนี้ยังจะเดินหน้าจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกสำหรับปีหน้า

-เดินหน้าเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายใหม่ๆ จำนวน 6 ราย ได้แก่ ไฟเซอร์, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, โมเดิร์นน่า,แอสตรา เซเนกา, ซิโนแวค และซิโนฟาร์ม

-การเดินหน้าตามแผนฉีดวัคซีนนี้ จะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้โดยเฉลี่ย ประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมาเพียงพอในแต่ละเดือน ประมาณต้นเดือนตุลาคม จะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน อย่างน้อยเข็มแรกแล้ว จำนวน 50 ล้านคน เพราะการได้รับวัคซีนแม้แค่เพียงเข็มแรก ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้ในระดับที่มากพอสมควรแล้ว

-นำร่องเปิดประเทศที่จังหวัดภูเก็ตที่เตรียมผ่อนคลายบางมาตรการและเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาแบบ Sandbox ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ โดยนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและอนุมัติในช่วงสัปดาห์หน้า เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศในระยะต่อไป 

นับถอยหลัง "โรดแม็พ 120 วัน" นายกฯเปิดประเทศ

ในระยะยาว การจัดการกับโควิด-19 คือ การมีฐานการผลิตหรือโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในระยะยาวต่อไป

“การปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศให้ได้ครบตามเป้าหมายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นภารกิจสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

กับ”คำมั่น”ของนายกฯที่ว่าจะเปิดประเทศให้ได้ภายใน 120 วัน

ไฟต์บังคับ “ทอน-อานนท์” เสี่ยงลงถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470826

ไฟต์บังคับ “ทอน-อานนท์” เสี่ยงลงถนน

17 มิถุนายน 2564 – 12:28 น.

ศึกแก้รัฐธรรมนูญ “ธนาธร” ปลุกไม่เอาการเมืองเก่า “อานนท์” พร้อมเสี่ยงลงถนน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ศึกแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” (เวอร์ชั่น 2540) กับ “บัตร 2 ใบ” (เวอร์ชั่นก้าวไกล) ถูกยกระดับจากเรื่อง “พรรครัฐบาล” กับ “พรรคฝ่ายค้าน” เป็น “การเมืองเก่า” กับ “การเมืองใหม่”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง..“ก้าวไกล” ใกล้จบ นักเลือกตั้งดับฝัน 

ไฟต์บังคับ "ทอน-อานนท์" เสี่ยงลงถนน

รื้อระบอบประยุทธ์

สรุปว่า เพื่อไทยและพลังประชารัฐ หรือ “โทนี่” กับ “บิ๊กป้อม” เป็นการเมืองเก่า ส่วนพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า คือการเมืองใหม่    

ด้วยเหตุนี้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” จึงขี่ม้าข้าวออกมาจากตึกไทยซัมมิท ชูธงรื้อระบอบประยุทธ์ และหยุดการสืบทอดอำนาจรอบที่ 2    

คณะธนาธร-ปิยบุตร จึงระดมล่า 5 หมื่นรายชื่อ หนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเข้าสู่สภาฯ “แล้วจะได้ลองสู้กันดูในสภา ว่าร่างของประชาชนจะถูกปัดตกอีกหรือไม่”    

สัญญาณการรุกครั้งใหม่ของปีกธนาธร สอดรับกับสเตตัสล่าสุดจากเฟซบุ๊กของ “อานนท์ นำภา” ทนายความ คณะราษฎร “เรื่องลงถนนอีกครั้ง ถ้าจำเป็นมันก็ต้องลงแหละครับ รู้ว่าเสี่ยง แต่ถ้าจะปล่อยให้บ้านเมืองล่มจมไปพร้อมประยุทธ์กับพวก มันก็ต้องออกมาสู้อีกครั้ง”  

ความร้อนแรงของสถานการณ์บ้านเมือง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทั้งในและนอกสภา เพราะมันไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “การเมืองเก่า” กับ “การเมืองใหม่”    

ตลกร้ายก็ตรงที่ “พี่โทนี่” ถูกผลักให้ไปอยู่กับ “การเมืองเก่า” เนื่องจากแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ยอมแตะหมวด 1-2 ที่เป็นความฝันอันสูงสุดของเยาวชนคนหนุ่มสาว

++
‘เอก-ป๊อก’ลุย
++
อ่านทะลุเกมแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับสืบทอดอำนาจ “เสี่ยเอก” กับ “อาจารย์ป๊อก” จึงชักรถศึกRe-Solution ออกรบ เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2564 ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ โดยเปิดเกมดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ของประชาชน เข้าสภาฯอีกรอบ    

“อย่าปล่อยให้ร่างของพรรคการเมืองใหญ่ลอยนวล รวบหัวรวบหาง สืบทอดอำนาจภาค 2”   

“พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตย ได้ขยายความคำว่า “พรรคการเมืองใหญ่” ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “..เปลือกนอกของสภาชุดนี้เป็นการแบ่ง พรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน แต่เนื้อในเป็นการแบ่งระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ ถ้ามองเข้าไปข้างในทั้งเพื่อไทย และ พปชร. จะเห็นว่า แกนนำส่วนใหญ่คือ อดีตไทยรักไทย- พลังประชาชน -เพื่อไทย พวกเขาคือนักการเมืองกลุ่มเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไร เพียงแบ่งบทกันเล่นในเกมเลือกตั้งและเกมสภา”

ไฟต์บังคับ "ทอน-อานนท์" เสี่ยงลงถนน

อานนท์ นำภา พร้อมมาลุย

อาจารย์พิชิตชี้ว่า ส.ส.เพื่อไทย และพลังประชารัฐ ก็คือคนกลุ่มเดียวกัน ที่เติบโตภายใต้ระบอบทักษิณ    

“อนาคตใหม่-ก้าวไกลคือ alien เป็นพวกผ่าเหล่าที่เข้ากับพวกเขาไม่ได้ คุยกันไม่รู้เรื่องและต้องถูกกำจัดทิ้งเสีย”    

นักวิชาการฝ่ายเชียร์สีส้ม จะมองเห็นตรงกันว่า เลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าเพื่อไทย หรือพลังประชารัฐ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง “ประยุทธ์” ก็จะนั่งหัวโต๊ะเหมือนเดิม

++
พลังเยาวรุ่น
++
“เยาวรุ่น” เป็นคำศัพท์ใหม่ หมายถึงเยาวชน+วัยรุ่น ที่เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล ซึ่งคำนี้ใช้กันมากในโซเชียล “ปีกก้าวหน้า”     

เหลืออีกเดือนเศษ ก็จะครบรอบ 1 ปี การชุมนุม 10 ส.ค.2563 ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งวันนั้น “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้อ่านแถลงการณ์ 10 ข้อเสนอต่อสถาบันฯ    

ผลสะเทือนจากการชุมนุมครั้งนั้น ได้ทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของเยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่มีหลากหลายกลุ่ม หันไปในทิศทางเดียวกันคือ ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ    

สงครามท้องถนนแผ่วเบาลงไป เพราะการระบาดของโควิด-19 บวกกับแกนนำคนรุ่นใหม่ถูกจับกุมคุมขัง และมีคดีความติดตัว แต่สถานการณ์เฉพาะหน้า การแก้รัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองใหญ่ ไม่แตะหมวด 1-2 และรื้อกติกาเลือกตั้ง หวังแช่แข็งพรรคก้าวไกล    

แกนนำเยาวรุ่นทั้งหลาย น่าจะเตรียมการลงถนนกันอีกครั้ง โดยเริ่มจากอีเวนท์การเมืองรำลึก 24 มิ.ย.2475 ที่ไม่เกี่ยวกับ “ม็อบจตุพร-นกเขา”    

จากนั้น กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หรือกลุ่มรีเด็ม คงได้มีการนัดหมายชุมนุมต้านการสืบทอดอำนาจ และเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ เหมือนเดิม

เลือก ‘บัตร 2 ใบ’ ก็จบแล้วครับนาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470751

เลือก ‘บัตร 2 ใบ’ก็จบแล้วครับนาย

16 มิถุนายน 2564 – 18:18 น.

ค่ายบุรีรัมย์พูดไม่ออก แก้ระบบเลือกตั้ง เพราะฤทธิ์บัตร 2 ใบ สมัยนารีขี่ม้าขาว ยังตามหลอนอยู่ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

แค่พรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ คิดตรงกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็น “บัตร 2 ใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ทำเอาพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า เป็นเดือดเป็นแค้น

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถึงกับประกาศระดมมวลชนขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นระบบเลือกตั้ง

ส่วน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โอกาสจึงอธิบายสนับสนุนการแก้กติกาเลือกตั้งผ่านรายการ CARE ClubHouse x CARE Talk

เลือก 'บัตร 2 ใบ'ก็จบแล้วครับนาย

ทักษิณรุกใหญ่ ผ่านสื่อใหม่ 

“เรื่องเลือกตั้งก็มีระบบเขต 400 เขต ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ไปถึงก็โหวต 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกคน อีกใบเลือกพรรค ก็เอาใบของคนมาตัดสินเขตนั้นเลย พรรคก็เอามาดู กกต.กลาง ว่าใครได้เท่าไร ข้อดี ประชาชนได้เลือกทั้งพรรคทั้งคน ประชาชนตัดสินได้เองว่าจะเลือกพรรคอะไร ส.ส. คนไหน ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหา แบบปี 2540 ชัด ประชาชนชิน ถ้ากลับไปอีก อย่างที่ก้าวไกลบอกว่า 2 บัตรแบบเยอรมนีนั้น ผมไม่ชำนาญเลยไม่รู้ เพราะผมเองเป็นผลผลิตของปี 2540”

มิเพียงแต่พรรคก้าวไกลสะเทือนจาก “บัตร 2 ใบ” ตามสูตรรัฐธรรมนูญ 2540 พรรคภูมิใจไทย ก็เจอเข้าเต็มๆ แต่ไม่กล้าแสดงออกเหมือนค่ายสีส้ม

สถานการณ์การเมืองวันนี้ เหมือน 2 พรรคใหญ่ จะลอยแพ “พรรคขนาดกลาง” ด้วยกติกาเลือกตั้งที่เป็น “ของแสลง” คนโตบุรีรัมย์

บทเรียน 2554

ย้อนไปก่อนการเลือกตั้ง 2554 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ สุเทพ เทือกสุบรรณ (เลขาธิการพรรค ปชป.สมัยนั้น) แตะมือ เนวิน ชิดชอบ (ผู้มีบารมีบุรีรัมย์) แก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง จาก “พวงใหญ่เบอร์เดียว” ตามรัฐธรรมนูญ 2550 เป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540

เวลานั้น “เนวิน” เชื่อว่า ถ้าเป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” ค่ายสีน้ำเงิน จะสามารถเจาะพื้นที่สีแดงทั้งในภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยอาศัย “จุดแข็ง” ของนักเลือกตั้งอาชีพแต่ละคน ก็น่าจะสู้ “กระแสทักษิณ” ได้

เลือก 'บัตร 2 ใบ'ก็จบแล้วครับนาย

ค่ายบุรีรัมย์ เจอกติกาใหม่ เหนื่อยแน่ 

เมื่อถึงฤดูเลือกตั้งจริงๆ “ทักษิณ” ได้ทำในสิ่งที่ “สุเทพ-เนวิน” คาดไม่ถึงคือ ปั้นน้องสาว-ยิ่งลักษณ์ ภายใน 40 วัน ให้กลายเป็น “นารีขี่ม้าขาว” กวาด ส.ส.อีสาน และเหนือ มาเกือบหมดทั้งภาค ทั้งประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ตกเป็นฝ่ายค้าน และเนวิน เจ้าของวลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย” ต้องปลีกวิเวกไปลุยตลาดลูกหนังเต็มตัว

ได้ดีเพราะบัตรใบเดียว

ดังที่ทราบกัน ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมและมีบัตรใบเดียว สูตรมีชัย ฤชุพันธุ์ กลายเป็นกติกาที่ตอบโจทย์พรรคภูมิใจไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ประกาศก่อนการเลือกตั้งว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ขอแค่ “เขตละ 1 หมื่นคะแนน” ไม่ชนะเลือกตั้ง ไม่เป็นไร หากใครทำยอดได้ “2 หมื่นคะแนน” มีโบนัสให้

ผลการเลือกตั้งปี 2562 ค่ายภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่) หากใช้กติกาเลือกตั้ง “บัตร 2 ใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ค่ายสีน้ำเงินจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่เกิน 5 คน

ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทยแถลงแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็น คือเกี่ยวกับเรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน ,เรื่องยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 65 และเรื่องการแก้ไขในมาตรา 272  ยกเลิกอำนาจวุฒิสมาชิก ที่จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้

ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้นนี้ เป็นเรื่องของการหาเสียงหาคะแนนจากคนรุ่นใหม่ แต่เรื่องจริงที่เจ็บปวด ค่ายเสี่ยหนูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าจะประกาศแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปเป็นแบบเดิมปี 2540

‘โควิด’ ระลอก 3 ซ้ำเติม “หนี้ครัวเรือน” รอวัดฝีมือ “รบ.ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470704

‘โควิด’ระลอก 3 ซ้ำเติม”หนี้ครัวเรือน” รอวัดฝีมือ”รบ.ประยุทธ์”

16 มิถุนายน 2564 – 14:36 น.

นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคณะทำงานที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกและ รมว.พลังงานร่วมด้วย กำลังหาทางแก้ไขปัญหา”หนี้สิน”ของประชาชนกลุ่มต่างๆที่มีบานเบอะและสารพัดรูปแบบ…ต้องเกาะติดการแก้ปัญหาของ”รัฐบาล”ว่าจะได้ผลและมีรูปธรรมอย่างไร

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prayut Chan-o-cha ว่า ได้ประชุมร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อยกลุ่มต่างๆ ได้แก่ หนี้ กยศ. 3.6 ล้านคน ผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน หนี้ครู/ข้าราชการ 2.8 ล้านบัญชี หนี้เช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ 6.5 ล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 49.9 ล้านบัญชี และปัญหาหนี้สินอื่นๆ ของประชาชน 51.2 ล้านบัญชี

นายกฯบอกว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้เบ็ดเสร็จต้องทำ 3 เรื่องควบคู่กัน คือ การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน การกำกับดูแลเจ้าหนี้ให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม และการปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน โดยมาตรการมีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว

มาตรการระยะสั้น ไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินเพื่อลดการดำเนินคดีกับประชาชน เช่น หนี้ กยศ. หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หนี้สหกรณ์,ลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน ทั้งในส่วนสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อ PICO และ NANO, ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ของครูและข้าราชการ รวมถึงสหกรณ์ ปรับรูปแบบการชำระหนี้ รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ไม่จำเป็น

การยกระดับการกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คุ้มครองความเป็นธรรมให้ประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์,ธปท.ทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ยและการกำกับดูแลบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียนและกำกับดูแลไม่ให้การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อของสถาบันการเงินหรือสหกรณ์สร้างภาระแก่ผู้กู้จนเกินสมควร

พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เช่น จัดให้มี softloan สำหรับ SME ที่เป็น NPLs เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและโรงรับจำนอง

สำหรับมาตรการระยะยาว คือการทำให้เกิดสภาพแวดล้อมของการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและมีการคุมยอดวงเงินกู้ที่เหมาะสม เช่น รัฐต้องเร่งส่งเสริมการแข่งขันให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง เพิ่มระบบให้ผู้ฝากเงินมาเป็นผู้ให้สินเชื่อโดยรับความเสี่ยงมากขึ้นผ่านระบบดิจิทัล การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อกำกับดูแลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อรายย่อยเป็นการเฉพาะ การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงินเพื่อชะลอการฟ้อง อำนวยความสะดวกให้การฟื้นฟูหนี้รายบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายราย

การหารือในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเด็กรุ่นใหม่ คนเกษียณที่มีภาระหนี้สิน โดยจะออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เรื่องที่อยู่อาศัย และค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชนในราคาถูก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาหามาตรการเพื่อดำเนินการเพื่อให้เกิดกระบวนการดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น มี คณะทำงานแก้ปัญหาดังกล่าวภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)โดยให้รองนายกรัฐมนตรี สุพัฒนพงษ์ฯ รับผิดชอบต่อไป

โควิด-19 ระลอก 3 ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือน สัดส่วนต่อจีดีพีสูงถึงร้อยละ 89.3 สูงสุดในรอบ 18 ปี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นมาก มาจากการหดตัวของเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบของโควิด-19 เศรษฐกิจไทยหดตัวถึง ร้อยละ 12 ซึ่งถือว่าเป็นระดับตํ่าสุดของวิกฤติครั้งนี้

สิ้นปี 2563 ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือน พบว่ามีมูลหนี้รวม 14.02 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีที่ ร้อยละ 89.3 สูงสุดในรอบ 18 ปี

ส่วนแนวโน้มในปี 2564 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เคยคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะขยับสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบ ร้อยละ 89.0-91.0 ต่อจีดีพี

สวนดุสิตโพล เผยปัญหาครอบครัวไทยในยุคโควิด-19 พบมีปัญหา”หนี้สิน”มากสุด

ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ครอบครัวไทยในยุคโควิด-19” โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,184 คน ระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม 2564 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นจากกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต รายจ่ายเพิ่ม รายได้ลด เกิดความเครียด วิตกกังวลจนนำไปสู่การกระทบกระทั่งและปัญหาอื่นๆในครอบครัว สรุปผลได้ดังนี้

1. ในยุคโควิด-19 ปัญหาครอบครัวในภาพรวมที่พบเห็นมากขึ้น คือ
อันดับ 1 มีปัญหาหนี้สิน 75.41%

อันดับ 2 คนในครอบครัวตกงาน/ว่างงาน 69.96%

อันดับ 3 ความเครียด/โรคซึมเศร้า 67.19%

อันดับ 4 การทะเลาะเบาะแว้ง 36.02%

อันดับ 5 การเลิกรากัน/หย่าร้าง 30.30%

2. ปัญหาหนักอกเกี่ยวกับครอบครัว คือ

อันดับ 1 รายรับไม่พอกับรายจ่าย /รายได้ลดลง ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น 44.27%

นักวิจัยสวนดุสิตโพล”พรพรรณ บัวทอง” บอกว่า ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังมีโควิด-19 ปัญหาครอบครัวไทยก็ยังเป็นเรื่องปากท้อง รายได้ หนี้สิน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเรื่องเศรษฐกิจก็ยังเป็นปัญหาหลักของคนไทย ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมองเห็นปัญหาระดับจุลภาคนี้หรือไม่และจะมีแนวทางในการแก้ไขทั้งในระดับประเทศและระดับครัวเรือนอย่างไร เพราะครอบครัวนั้นเป็นหน่วยเริ่มต้นของสังคม ถ้าทุกครอบครัวอยู่ดีมีเงินใช้ก็ย่อมส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพชีวิตของคนไทยนั้นดีมีความสุขนั่นเอง

ขณะที่คณบดีโรงเรียนท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต”ผศ.ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์”บอกว่า จากผลสำรวจพบว่าผลกระทบเชิงลบหลักที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเศรษฐกิจ คือ ปัญหาการตกงาน ว่างงาน ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ก่อให้เกิดหนี้สินตามมาและเกิดสภาวะความเครียด

ปัญหาเรื่องหนี้สิน เรื่องปากท้องประชาชน ต้องถือว่าเป็น”งานหิน” สำหรับ”รัฐบาลประยุทธ์”

จับตาดูกันต่อไปว่า”คณะทำงาน”ที่ตั้งขึ้นภายใต้”ศบศ.”และมีขุนพลคนสำคัญ”สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” เป็นตัวจักรในการขับเคลื่อน จะมีแรงฝ่าฝันได้สำเร็จลุล่วงแค่ไหน 

คู่กรรม จอมยุทธ์ “แลนด์สไลด์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470690

คู่กรรม จอมยุทธ์ “แลนด์สไลด์”

16 มิถุนายน 2564 – 13:15 น.

เพื่อไทย-พลังประชารัฐ ชูแก้ระบบเลือกตั้ง “บัตรสองใบ” แต่ “โทนี่” อดแซะ “บิ๊กป้อม” ไม่ได้ 

++
ลุกเป็นไฟทั้งพรรค กรณีพรรคเพื่อไทย ไม่เอาด้วยกับพรรคก้าวไกล ประเด็นระบบเลือกตั้ง เมื่อเช้าวันที่ 16 มิ.ย.2564 รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นมาเขียนบทความเรื่อง “แลนด์สไลด์… ไปทางไหน? เพื่อใคร? เพื่อไทย? เพื่อประชารัฐ?” แล้วนำมาแปะไว้ที่เพจ Rangsiman Rome 

คู่กรรม จอมยุทธ์ "แลนด์สไลด์"

โทนี่ มาถี่ช่วงนี้ เพราะเที่ยวหน้าหวัง “แลนด์สไลด์”

“ถึงตอนนี้ ผมคิดว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจุดมุ่งหมายของพรรคเพื่อไทยในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ โดยเฉพาะในเรื่องระบบการเลือกตั้งที่ยอมเล่นตามเกมของพรรคพลังประชารัฐ”    

ส.ส.โรม ฟาดพรรคเพื่อไทย เหมือนแกนนำพรรคก้าวไกลคนอื่นๆ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อทำนองนี้ รวมถึงปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า    

แถม ส.ส.โรม ยังชี้ไปที่ “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร “…คงเป็นอย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ คือเพื่อหวังให้เกิดการเทคะแนนไปที่พรรคใดพรรคหนึ่งอย่างเต็มที่ ด้วยข้ออ้างว่าหากเป็นเบี้ยหัวแตกแล้วจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ยาก พูดง่ายๆ คือหวังแลนด์สไลด์ แบบที่ตัวเองเคยได้ในอดีต โดยค่อยไปวัดพลังกับพรรคพลังประชารัฐเอาดาบหน้า”   

ชั่วโมงนี้ ค่ายสีส้มกำลังมองว่า เพื่อไทยกับพลังประชารัฐ สมคบคิดกันแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้พรรคตัวเองได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง    

อย่างที่รู้กัน พรรคเพื่อไทยเจอพิษบัตรใบเดียว บวกการจัดสรรปันส่วนสูตรพิสดารของมีชัย จึงมีแต่ “ส.ส.เขต” ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ     

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าเลือกตั้งเที่ยวหน้า จะได้ “ส.ส.เขต” เพิ่มขึ้น และการเลือกตั้งบัตร 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น จะทำให้พรรคก้าวไกล กลายเป็นพรรคขนาดกลาง มี ส.ส.ประมาณ 10 คน     

แกนนำพลังประชารัฐ จึงยืม “ดาบเพื่อไทย” ฟันคู่แข่งอย่างก้าวไกลให้เล็กลง เพราะพรรคการเมืองที่เหลือในสภาฯ ไม่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยแบบไทย 

คู่กรรม จอมยุทธ์ "แลนด์สไลด์"

บิ๊กป้อม ยังออกพื้นที่เป็นระยะๆ

++
ลำเลิกเบิกประจาน
++
ตอนค่ำวันที่ 15 มิ.ย.2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยกับ CARE ClubHouse x CARE Talk ในหัวข้อ “โทนี่ขอถามจริงๆ เมื่อไหร่จะหายวุ่น ทำไมทำเรื่องง่าย ให้เป็นเรื่องยาก”     

ตามสไตล์ “โทนี่” อดไม่ได้ที่จะแขวะ “3 ป.” เมื่อมีคนถามเหตุผลในการตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ. “..ที่ผมเอา พล.อ.ประวิตร ขึ้น เขาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตอนนั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ไม่อยากครหานาน ว่าเอาญาติขึ้น เขาจบ จปร. ผ่านการรบ ก็ให้เป็น ผบ.ส.ส.”    

ทักษิณยังบอกว่า “มันดูโหงวเฮ้งไม่เป็น หากฝึกดูโหงวเฮ้งหน่อย วันนั้นก็คงไม่ตั้ง” และพูดถึงกองเชียร์ “บิ๊กป้อม” ตอนนั้น “เขากองเชียร์เยอะมาก มี วัฒนา เมืองสุข เป็น ส.ส.ปราจีนบุรี ก็มาเชียร์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ก็มาเชียร์ ผมไม่ค่อยรู้จักเขา ก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของรุ่นพี่ผม คือ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รู้จักกันดี ก็เลยตั้ง”    

การเมาท์มอยคนที่เคยทำงานกับโทนี่ ดูจะเป็นนิสัยประจำตัวของเขา คนไหนยังภักดีอยู่ก็ไม่พูดอะไร แต่คนไหนทิ้งไป ก็กลายเป็นอื่นทันที 

คู่กรรม จอมยุทธ์ "แลนด์สไลด์"

ก้าวไกล ไม่พอใจสิ่งนี้

++
ระบอบทักษิณ
++
การตั้งญาติผู้พี่อย่าง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ดันแคน แมคคาร์โก และอุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ นักวิชาการด้านความมั่นคง วิจารณ์ว่าเป็นการนำทหารกลับสู่การเมืองอีกครั้ง     

“ทักษิณ” ได้เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ต้องการมีอำนาจเหนือทหาร ด้วยการนำทหารกลับสู่การเมืองมาเป็นฐานอำนาจทางการเมืองเพื่อสร้างความเข้มแข็ง และลดโอกาสการทำรัฐประหาร    

ยกตัวอย่างทักษิณแต่งตั้ง ผบ.ทบ.ให้อยู่ในตำแหน่งได้คนละ 1 ปี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนายทหารรุ่นพี่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รัฐมนตรีกลาโหม (ปี 2547) จึงได้เป็น ผบ.ทบ.อยู่ 1 ปี ก่อนจะส่งต่อให้ พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน     

ด้วยเหตุที่ พล.อ.ประวิตร เติบโตบนเส้นทางเหล็กในยุคการเมืองครอบงำทหาร ซึ่งเวลานั้นมีอดีตนายทหารใหญ่เข้าไปทำงานการเมืองกับทักษิณมากกว่า 10 คน “บิ๊กป้อม” จึงมีบุคลิกใกล้เคียงกับนักการเมืองแบบ “โคว้ตงหมง” ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ มือประสานสิบทิศ สมัยจอมพลถนอม     

หลังเกษียณอายุราชการ พล.อ.ประวิตร ได้สร้างมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่มีสำนักงานอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1.รอ.) เป็นศูนย์รวมเพื่อนพ้องน้องพี่     

ประสบการณ์การทำงานกับฝ่ายการเมืองมาแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ช่วยให้ “บิ๊กป้อม” บริหารจัดการ “นักเลือกตั้ง” ที่มาจากแม่น้ำร้อยสาย ให้หลอมรวมอยู่ร่วมกันได้