“อ้วน” งัดสีส้มประชาธิปไตยทางใครทางมัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470592

“อ้วน” งัดสีส้มประชาธิปไตยทางใครทางมัน

15 มิถุนายน 2564 – 16:53 น.

ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน “อ้วน” สอนน้อง รัฐธรรมนูญ 2540 ดีที่สุด “ป๊อก” ไม่เอาด้วย

++
ในที่สุด ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ก็เห็นต่างกัน    

เมื่อพรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง โดยจะหันกลับไปใช้กติกาของรัฐธรรมนูญ 2540 

"อ้วน" งัดสีส้มประชาธิปไตยทางใครทางมัน

ค่ายสีส้ม ขอร่างใหม่ทั้งฉบับ    

“การมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว เลือกส.ส.เขตได้ ส.ส.เขต สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เลือกปาร์ตี้ลิสต์ ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เข้าใจง่าย อย่าแกล้งไม่เข้าใจ เสียเวลาประดิษฐ์วาทกรรม #แก้รัฐธรรมนูญ” อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย    

กระบอกเสียงเพื่อไทย จงใจทิ่มหมัดตรงไปยัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่อธิบายว่า “หากจะมีการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ต้องมีเป้าหมายในการสร้างระบบการเลือกตั้งที่ดี ไม่ใช่มีเป้าหมายเพียงแค่การแสวงหาระบบเลือกตั้งที่พรรคการเมืองใหญ่ได้ประโยชน์มากที่สุด”    

สรุปว่า พรรคก้าวไกล เห็นด้วยกับระบบจัดสรรปันส่วนผสม แต่ต้องใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ เลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ     

จริงๆแล้ว พรรคก้าวไกล ไม่ต้องประดิษฐ์วาทกรรมอย่างที่โฆษกเพื่อไทยบอก เพราะระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ค่ายสีส้มได้ประโยชน์สูงสุด

++
กลัวแลนด์สไลด์
++
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้พูดถึงประเด็นระบบเลือกตั้งไว้ว่า “การออกแบบเลือกตั้งนั้น ควรยึดหลักของรัฐธรรมนูญ คือ หนึ่งสิทธิ หนึ่งเสียง ผ่านระบบการคิดคำนวณคะแนนแบบสัดส่วน ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะต้องใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบ  แต่สิ่งสำคัญต้องคิดคะแนนแบบสัดส่วน และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามที่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ”    

ค่ายสีส้มทั้งก้าวไกล และก้าวหน้า เห็นตรงกันว่า ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่ระบบที่ดี ขณะที่ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ยังมีข้อด้อยที่ควรต้องปรับปรุง     

สรุปทางที่ดีควรเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ     

“อาจารย์ป๊อก” มีบทเรียนมาจากการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อปลายปีที่แล้ว เห็นว่า “ประชาธิปไตยแบบบ้านใหญ่” ยังฝังรากลึก โอกาสที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลจะเอาชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต ในต่างจังหวัด ยากมาก    

"อ้วน" งัดสีส้มประชาธิปไตยทางใครทางมัน

เสี่ยอ้วน ยันยืนรัฐธรรมนูญ 2540 บัตร 2 ใบ

ตรงกันข้าม หากเป็นบัตร 2 ใบ ตามกติกาในรัฐธรรมนูญ 2540 โอกาสที่พรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐ หรือเพื่อไทย จะสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ ย่อมมีความเป็นไปได้    

พรรคก้าวไกลอาจจะกลายเป็น “พรรคขนาดกลาง” มี ส.ส.ไม่กี่สิบชีวิต 

++
“อ้วน”สอนน้อง
++
วันที่ 15 มิ.ย.2564 ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Phumtham Wechayachai ว่าด้วยเรื่องการเมืองในโลกความเป็นจริง    

“การทำการเมืองที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ต้องยึดหลักการและอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างมั่นคง แต่ที่สำคัญ ต้องเข้าใจ วิธีการจัดการ ที่สอดรับกับความเป็นจริงและเคารพความเห็นต่างของทุกฝ่าย แสวงหาความร่วมมือกับทุกคน”    

สาเหตุที่ “เสี่ยอ้วน” ต้องโพสต์ข้อความข้างต้น ก็เพื่อจะเตือนสติน้องๆ ในพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า เนื่องจากค่ายสีส้ม จะไม่ร่วมสังฆกรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางทางพรรคเพื่อไทย    

เฉพาะประเด็นการตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามแนวคิดของเพื่อไทยนั้น จะไม่แก้ไขหมวด 1-2 แต่คราวนี้ พรรคก้าวไกล ขอยกร่างใหม่ทั้งฉบับ รวมถึงประเด็นระบบเลือกตั้ง ที่ค่ายสีส้มยังยืนกรานในระบบจัดสรรปันส่วนผสม     

ดังนั้น “เสี่ยอ้วน” จึงทวีตข้อความ ผ่านทวิตเตอร์ @phumtham ว่า “ผมสนับสนุน การเลือกตั้ง ที่สะท้อนเจตจำนง และความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง..เลือกบัตร 2 ใบคือ
“เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” ….ตามแนว รธน.’40 ที่ประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ไว้และเผด็จการมาทำลายด้วยการรัฐประหารล้มล้างไป”    

ตามมาด้วยข้อความที่คัดค้านระบบเดิมตามรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า “การเลือกตั้งด้วยระบบบัตรใบเดียวตามระบบปัจจุบัน คือการทำลายระบบพรรคการเมืองให้อ่อนแอ ทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อย เป็นเบี้ยหัวแตก จำนวนมาก และง่าย แก่การ”ซื้อ ขาย แจกกล้วย” อย่างที่ผ่านมา …ถือเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอคัดค้านเต็มที่”

“ป้อม” บินผ่าน ปล่อย “4 ช.” ชน “4 ว.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470545

“ป้อม” บินผ่าน ปล่อย “4 ช.” ชน “4 ว.”

15 มิถุนายน 2564 – 13:50 น.

กางแผน “บิ๊กป้อม” เหยียบขอนแก่น วันประชุมใหญ่ พปชร. กลุ่มไหนจะยึดพรรค คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ข้าราชการในจังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบกำหนดการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปตรวจราชการ จ.ขอนแก่น ในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.2564 มาร่วมสัปดาห์แล้ว

"ป้อม" บินผ่าน ปล่อย "4 ช." ชน "4 ว."

ชี้ชะตากลุ่มสามมิตร

ภาคเช้า คณะ “บิ๊กป้อม” ถึงท่าอากาศยานขอนแก่น แล้วก็เดินทางไปฟังรายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำ และแนวทางการบริหารจัดการเพื่อสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำ ที่เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ และรับประทานอาหารกลางวัน    

ภาคบ่าย “บิ๊กป้อม” จะไปฟังบรรยายสรุปโครงการพัฒนาแก้มลิงแก่งน้ำต้อน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น และเดินทางออกจากท่าอากาศยานขอนแก่น กลับกรุงเทพฯ    

วันเดียวกันนั้น พรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 350-400 คนเท่านั้น    

การประชุมใหญ่ของ พปชร. ที่ขอนแก่น ครั้งนี้ ก็มีข่าววิเคราะห์มากมาย เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรค    

สื่อทุกสำนักต่างจับจ้องไปที่ “กลุ่ม 4 ว.” กับ “กลุ่ม 4 ช.” ซึ่งเป็นสองขั้วอำนาจที่ใหญ่ที่สุดภายในพรรค และทั้งสองกลุ่มต่างชิงไหวชิงพริบ ปล่อยข่าวเป็นระยะๆ     

“บิ๊กป้อม” ในฐานะหัวหน้าพรรค จึงต้องวางตัวอยู่ความขัดแย้ง สร้างความสมดุลภายในกลุ่มก๊วนต่างๆ ไม่ทำให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เกิดความรู้สึกคับข้องใจ จนถึงขั้นแตกหัก ด้วยเหตุนี้ บิ๊กป้อมจึงบินไปตรวจราชการขอนแก่นแบบไปเร็วมาเร็ว ไม่แวะที่ประชุมใหญ่ของพรรคฯ

"ป้อม" บินผ่าน ปล่อย "4 ช." ชน "4 ว."

ค่ายผู้กอง มาแรง

++
กลุ่ม 4 ว.
++   
กลุ่ม 4 ว. หมายถึง 4 รัฐมนตรีว่าการ ประกอบด้วยสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ,อนุชา นาคาศัย และสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน    

ลึกๆ ก็คือกลุ่มสามมิตรนั่นเอง เพียงแต่มีกลุ่ม “มังกรเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น เข้ามาเติมบางส่วน    

กลุ่ม 4 ว. พยายามตีโต้ข่าว “ล้างไพ่” จัดทัพพลังประชารัฐ ด้วยสูตร พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งจะทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันต้องพ้นไปทั้งคณะ จากนั้น ที่ประชุมใหญ่วันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะพิจารณารายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ตามขั้นตอนข้อบังคับพรรค    

ตามสูตรนี้ จะมีการชิงดำเลขาธิการพรรค ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับอนุชา นาคาศัย หรือตัวแทนกลุ่มสามมิตร    

แกนนำกลุ่ม 4 ว. เชื่อว่า บิ๊กป้อมจะเรียกแกนนำแต่ละกลุ่มไปเคลียร์ใจโดยด่วน เพื่อหาทางออกที่ทุกกลุ่มในพรรคพอใจมากที่สุด ก่อนที่ ส.ส.ของพลังประชารัฐ ทั้งหมดจะบินไปประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น 

++
ความฝันของผู้กอง
++
กลุ่ม 4 ช. หมายถึง 4 รัฐมนตรีช่วย ประกอบด้วย ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ,สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ,นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน และอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม (ตัวแทนบิดา-วิรัช รัตนเศรษฐ)    

หลังสร้างผลงานคว้าชัยในการเลือกตั้งซ่อม 3 สนาม ทำให้ “ธรรมนัส” ได้รับการยอมรับจาก ส.ส.ในพรรคมากขึ้น บรรดา “ส.ส.นกแล” จำนวนหนึ่งใน พปชร. ได้ตัดสินใจเข้ามาอยู่ใต้ปีกกลุ่มผู้กอง    

ส.ส.หลายคนในกลุ่มผู้กองธรรมนัส ต้องการให้มีการวัดกำลังว่า ซุ้มไหนใหญ่สุด โดยพวกเขาจะดัน ร.อ.ธรรมนัส ชิงเก้าอี้เลขาธิการพรรค หากบิ๊กป้อมเปิดทางให้มีการล้างไพ่ใหม่ ดังที่มีกระแสข่าวเปลี่ยนม้ากลางศึก     

จะว่าไปแล้ว แกนนำกลุ่ม 4 ว. และกลุ่ม 4 ช. ก็ล้วนแต่เป็นคนกันเอง เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทยมาก่อน รู้ไม้รู้มือกันดี และอ่านเกมทะลุว่า แต่ละฝ่ายคิดอ่านกันอย่างไร    

สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ “บิ๊กป้อม” จะเลือกแม่บ้านพรรคแบบไหน ระหว่างคนภาพลักษณ์ดีหน่อย หรือนักยุทธวิธีต้นทุนต่ำ 

ขอบสนามยูโร ‘ธนาธร-พงศ์กวิน’ มังกรต่างสี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470467

ขอบสนามยูโร ‘ธนาธร-พงศ์กวิน’ มังกรต่างสี

14 มิถุนายน 2564 – 19:16 น.

มาทำความรู้จัก “พงศ์กวิน” ทายาทผู้ถือลิขสิทธิ์บอลยูโร 2020 เป็นอะไรกับ “ธนาธร” 

++

ศึกลูกหนังยูโร 2020 ผ่านมายังไม่ถึงสัปดาห์ สปอตเพลงโฆษณา “เชียร์ยูโร แอโร่ซอฟต์..” เริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น ซึ่งแอโร่ซอฟต์ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลรายการนี้ 

หลายคนคงรู้กันแล้วว่า “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นเจ้าของบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตรองเท้ารองเท้าสุขภาพ แบรนด์ที่ชื่อว่า Aerosoft และไม่น่าเชื่อ แบรนด์นี้อยู่ในตลาดรองเท้าทั้งในและนอกประเทศมานาน 40 ปีแล้ว

คอกีฬาดูจะตื่นเต้นที่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 แต่คอการเมือง ก็ถกเถียงในโซเชียลกันดุเดือด เนื่องจากมีคนในตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” อยู่ในการเมืองไทยถึง 3 คน

ที่พูดถึงกันเยอะ ก็คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับ “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” มังกรรุ่นเล็ก ที่ในทางธุรกิจ ก็เดินคนละสาย และทางการเมืองก็คนละอุดมการณ์

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                                   ธนาธร ประธานคณะก้าวหน้า

++
มังกรแซ่จึง
++

คนแซ่จึง รุ่นแรกนั่งเรือจากมณฑลกวางตุ้ง มาถึงเมืองไทยปี 2505 สองผัวเมีย อาฮง แซ่จึง และ บ่วยเชียง แซ่โป่ว ชาวจีนแต้จิ๋วจากมณฑลกวางตุ้ง หอบลูกชาย “จึง ฮังตง” มาสู่ดินแดนสยาม

รุ่น 1 ของบ้านนี้เริ่มต้นจากขายก๋วยเตี๋ยว จนกระทั่งรุ่น 2 เห็นลู่ทาง “จึง ฮังตง” จับมือกับเพื่อนสนิทสองคน เปิดร้านซ่อมเบาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ชื่อ “ซานอิ้ว” หรือ “สามมิตร”
 ภายหลังหุ้นส่วนแยกย้ายกันไป น้องอีกสี่คนจึงเข้ามาช่วย คือ “จึง ฮั้งฮ้อ” หรือ พัฒนา, โกมล, สุริยะ และ อริสดา โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก “ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามมิตรชัยกิจ” มาสู่ “บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี จำกัด”

กิจการเติบโตชนิดเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ เถ้าแก่ใหญ่ “จึง ฮังตง” เปลี่ยนชื่อเป็น “สรรเสริญ จุฬางกูร” ส่วนน้องชายคนรอง “จึง ฮั้งฮ้อ” ก็เปลี่ยนชื่อเป็น “พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ” และแยกไปสร้างอาณาจักรของตัวเอง เติมคำว่า “ไทย” เข้าไป จนกลายมาเป็น “ไทยซัมมิท กรุ๊ป” เจ้าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์แห่งเอเชีย 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ น้องเล็ก เป็นที่รักของพี่ๆ ทุกคน หลังเรียนจบนอกกลับมา สุริยะไปช่วยงานพี่ชายคนโต-สรรเสริญ ก่อนจะแยกตัวออกมาทำธุรกิจของตัว

ตอนที่สุริยะเล่นการเมืองครั้งแรก โดยเข้าไปเป็นทีมงานของสมศักดิ์ เทพสุทิน สมัยที่สังกัดพรรคกิจสังคม บรรดาพี่ๆ ไม่ว่าสรรเสริญ, พัฒนา และโกมล ก็เห็นดีเห็นงามด้วย

นักการเมืองอาวุโสคนหนึ่งที่รู้จักตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เคยพูดว่า ถ้าพัฒนา ยังมีชีวิตอยู่ ธนาธร อาจไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 

++
มังกรรุ่นเล็ก
++

ดังที่ทราบกัน ธนาธรต้องแบกรับภารกิจสร้างอาณาจักรไทยซัมมิท หลังบิดา-พัฒนา เสียชีวิต ซึ่งช่วงที่ธนาธรช่วยงานมารดา-สมพร ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังเฟื่องฟูในฐานะเลขาธิการพรรคไทยรักไทย

ปี 2561 ธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง โดยร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ส่วน “อาสุริยะ” จับมือสมศักดิ์ เทพสุทิน ตั้งกลุ่มสามมิตร รวบรวมอดีต ส.ส.มาอยู่ในสังกัด ก่อนจะเคลื่อนพลไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

สุริยะยังพาหลานชาย “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วย โดยพงศ์กวินได้ลาออกจากประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริงจำกัด (มหาชน) หรือ IEC และประธานฝ่ายบริหารสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์ส เข้าสู่ถนนการเมืองเต็มตัว

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                           เสี่ยโฟม ทายาทของโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ

“โฟม” พงศ์กวิน เป็นลูกชายของโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ จึงทำให้ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” รุ่น 2 อยู่ในวงการเมือง 2 คนคือ ธนาธร กับพงศ์กวิน

เมื่อปี 2562 “โฟม พงศ์กวิน” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ครอบครัว “จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกันแบบกงสี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวไม่มีความใกล้ชิดกันมาก

“โฟม พงศ์กวิน” กับ “เอก ธนาธร” เรียนที่ธรรมศาสตร์เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นใด เพราะไม่เคยคิดอยากเล่นการเมือง เช่นเดียวกับธนาธร ที่ไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะต้องมาเล่นการเมือง

ลูกชายคนโตของโกมล ยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งกับญาติผู้พี่ ต่างคนต่างก็มีแนวทางการเมืองของตัวเอง “ไม่ได้ขัดแย้งกัน เป็นความชอบที่ต่างกันมากกว่า”

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                        วันที่โกมล และลูกชาย เสี่ยโฟม แถลงข่าว

อำลา “พีซทีวี” “ตู่” ยอมเจ็บแต่ไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470435

อำลา “พีซทีวี” “ตู่” ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

14 มิถุนายน 2564 – 15:34 น.

‘จตุพร’ ดีเดย์ไล่ประยุทธ์ แต่แอบปิด “พีซทีวี” สิ้นเดือนนี้ มีแผนอะไร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
“ลาก่อน #พีซทีวี สิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ไม่มีแล้วนะ (ประกาศผ่าน ‘สาวข่าวเช้า’ @07.45 น.)..”    

สเตตัสสะเทือนใจแม่ยกเสื้อแดง เมื่อ ณิชชนันทน์ แจ่มดวง พิธีกรสาวช่องพีซทีวี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nun Nitchana แจ้งข่าวด่วนถึงเอฟซีเสื้อแดง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา

อำลา "พีซทีวี" "ตู่" ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

3 พิธีกรช่องพีซทีวี แถลงอำลาแฟนๆ    

ในรายการสาวข่าวเช้า ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี เมื่อเช้าวันที่ 14 มิ.ย.2564 ปรากฏว่า ‘หญิง’ อรุโณทัย ศิริบุตร ได้แจ้งข่าวช็อกเอฟซีว่า วันที่ 30 มิ.ย.2564 พีซทีวีจะออกอากาศเป็นวันสุดท้าย โดยสาเหตุที่ต้องจอดำ ก็มาจากปัญหาเศรษฐกิจ     

จริงๆแล้ว “จตุพร พรหมพันธุ์” เพิ่งโยกย้ายพีซทีวี จากชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว มาอยู่ที่ทำการสถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซอยรามอินทรา 40 (ซอยวัดนวลจันทร์) ได้ไม่ถึงปี ก็ต้องบอกลาแฟนจอแดง    

ปี 2561 “คนแดนไกล” ได้สั่งยุติช่องทะเว็นตี้โฟร์ทีวี (TV 24) ที่แปลงร่างมาจาก “เอเชียอัพเดท” ดำเนินการโดยบริษัท เดโมเครซี นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เพราะภูมิทัศน์ข่าวสารเปลี่ยน คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ดูทีวีแล้ว พวกเขาหันไปเสพข่าวทางยูทูบ และเฟซบุ๊ก    

สำหรับ “จตุพร” คิดไม่เหมือนคนแดนไกล ยังแบกต้นทุนการผลิตสื่อ “จอแดง” จอสุดท้ายผ่านการเลือกตั้งปี 2562 จนมาถึงการขับเคลื่อน “ไล่ประยุทธ์” จตุพรก็ลดธงพีซทีวี และชักธงขาวขึ้นแทน เก็บฉากกลับบ้าน     

เมื่อพีซทีวีอำลา ก็หมายถึงการปิดตำนานจอแดง ที่เคยเฟื่องฟูช่วงปี 2553-2557 ซึ่งเวลานั้น มีช่องทีวีดาวเทียมของคนเสื้อแดงมาถึง 4 ช่อง 

อำลา "พีซทีวี" "ตู่" ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

จตุพร เดิมพันสุดท้ายไล่ประยุทธ์

++
กำเนิดยูดีดีทีวี
++
ปลายปี 2556 พรรคเพื่อไทย เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ปรากฏว่า แกนนำ นปช. ไม่เห็นด้วย จึงวิจารณ์ผ่านช่องเอเชียอัพเดทอย่างรุนแรง จนมีใบสั่งจาก “ผู้ใหญ่เหนือพรรค” สั่งห้ามแกนนำ นปช.ออกหน้าจอแดง    

“ตู่ จตุพร” จึงตัดสินใจผุดช่อง“ยูดีดี ทีวี” (UDD TV) ด้วยความเมตตาของอดีตพระอาจารย์เพชร หรืออดีตพระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร แห่งวัดประยงค์กิตติวนาราม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ที่ให้การช่วยเหลือ จึงทำให้ นปช.มีกระบอกเสียงเป็นของตัวเอง    

พระอาจารย์เพชร อาจไม่ใช่พระเกจิชื่อดังในหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี แต่ในแวดวงตลาดหุ้น ต้องรู้จักชื่อเสียงอดีตพระอาจารย์เพชร เนื่องจากนักเล่นหุ้นขาใหญ่หลายคนเป็นลูกศิษย์ท่าน    

ว่ากันว่า “นายใหญ่” ไม่พอใจพฤติกรรมของจตุพร ที่ออกโรงวิพากษ์ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย และแยกตัวออกไปตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง    

หลังรัฐประหาร คสช.สั่งแบนทีวีดาวเทียมการเมืองทุกช่อง ผ่านไปหลายเดือน คสช.จึงอนุญาตให้ช่องทีวีการเมืองกลับมาออกอากาศได้ จตุพรจึงเปลี่ยนชื่อจากยูดีดี เป็นพีซทีวี พร้อมกับเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการ จากบริษัทรวยทันที เป็นบริษัทพีซเทเลวิชั่น

ยุคแรกๆของพีซทีวี แกนนำ นปช. อย่างจตุพร พรหมพันธุ์ ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ,เหวง โตจิราการ และ ธิดา ถาวรเศรษฐ ต่างมีรายการประจำของแต่ละคนอยู่ในช่องพีซทีวี    

กระทั่ง คนแดนไกลคิดแผนแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย และเริ่มไม่ไว้ใจจตุพร จึงเดินเกมแยก นปช.ออกเป็น 2 สาย ไม่ให้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว

++
น้ำแยกสาย
++
ช่วงเลือกตั้งปี 2562 แกนนำ นปช. เริ่มขัดแย้งกันทางความคิด ณัฐวุฒิ และหมอเหวง กระโจนไปพรรคไทยรักษาชาติ ส่วนจตุพร มาสร้างพรรคเพื่อชาติ ร่วมกับยงยุทธ ติยะไพรัช    

พลันที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ณัฐวุฒิ,หมอเหวง และธิดา ได้พาทีมงานเก็บข้าวของออกจากชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่งแถวแยกแคราย นนทบุรี พร้อมเปิดตัวสำนักข่าว UDD news เน้นการทำข่าวออนไลน์ และเป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายประชาธิปไตย    

นับจากวันนั้น แกนนำ นปช.ได้แยกออกเป็น 2 สาย คือสายตู่ และสายเต้น ซึ่งดูเหมือนว่า ก๊วนจตุพร จะห่างจากอาณาจักรนายใหญ่ออกไปเรื่อยๆ

ขณะนี้ จตุพร และมิตรสหาย เตรียมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ โดยวางแผนปักหลักพักค้างหน้าทำเนียบรัฐบาล    

เป็นเรื่องที่น่าแปลก จตุพรกำลังเปิดศึกไล่บิ๊กตู่ แต่กลับทุบกระบอกเสียงตัวเอง น่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้แน่นอน

รู้จัก “หมอเยาวนุช” ผู้แหย่หนวด “หนู” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470410

รู้จัก “หมอเยาวนุช” ผู้แหย่หนวด “หนู”

14 มิถุนายน 2564 – 11:51 น.

ส่องชีวิต “หมอเยาวนุช” ผู้กล้ากระตุกหนวด “หนู” กรณีวัคซีนอลเวง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ท่ามกลางสถานการณ์วัคซีนโควิดอลวนอลเวง เลื่อน-ไม่เลื่อน ประชาชนเหมือนถูกเททั้งแผ่นดิน ชื่อของ รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน ผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลนมะรักษ์ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อและผู้คนทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง … “สุชาติ-อนุทิน”ลับลวงพรางวัคซีน

รู้จัก "หมอเยาวนุช" ผู้แหย่หนวด "หนู"

สองหมอ และหนึ่งเภสัชกร ผู้ร่วมสร้าง รพ.ในฝัน

สืบเนื่องจากกรณีที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ โพสต์ข้อความแจ้งเลื่อนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด และตอนท้ายได้บอกว่า “หากท่านมีข้อสงสัย โปรดสอบถาม Call Center 02-7922333 ระหว่างเวลา 09.00 น.- 22.00 น. หรือติดต่อ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเพื่อสอบถามสาเหตุความไม่พร้อมของวัคซีน สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง”

ต่อมา ได้มีการแก้ข้อความจากรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานของรัฐแทน พร้อมกันนั้น “หมอเยาวนุช” ได้ไลฟ์ผ่านแฟนเพจ Youwanush Kongdan อธิบายความในใจที่ต้องเขียนชี้แจงแถลงไข และเปิดเผยว่า มีผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุขโทรศัพท์มาเคลียร์ใจกัน    

“..ท่านอธิบดีคุยด้วยมิตรจิตมิตรใจในแบบที่เป็นพี่น้องเพื่อนแพทย์ อธิบายให้เข้าใจว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเรื่องฟ้อง เพียงแต่รัฐมนตรีไม่สบายใจ เพราะเราเข้าใจผิด และกระบวนการไม่ได้ขึ้นอยู่กับท่านรัฐมนตรี หมอเลยชี้แจงไปว่าจริงๆ แล้วเจตนาเราไมได้ต้องการอะไร หมอและประชาชนเข้าใจว่าวัคซีนมีจำกัด แต่ประชาชนต้องการความจริง ว่าวัคซีนมีเท่าไหร่ ใช้เกณฑ์อะไรในการจัดสรร หากไม่ได้รับวัคซีนเพราะเหตุผลอะไร แล้วจะได้รับเมื่อไหร่ ถ้ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีชี้แจง เชื่อว่าประชาชนเข้าใจได้”

เช้าวันที่ 14 มิ.ย.2564 หมอเยาวนุช ได้โพสต์ความในใจอีกครั้ง หลังมีสื่อบางสำนักกล่าวโจมตีอย่างหนัก “…หลังจากโพสต์นี้จะกลับไปทำหน้าที่แพทย์ ทำหน้าที่ป้า ทำหน้าที่ประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ยุ่งกับเรื่องวัคซีน ไม่ยุ่งกับเรื่องคนอื่นแล้ว วุ่นวาย เสียเวลา เสียสุขภาพจิต เอาเวลาไปทำเรื่องของเราดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงนี้ คนไทยได้รู้จักโรงพยาบาลนมะรักษ์ (อ่านว่า นะ-มะ-รัก) โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยศาสตร์มะเร็งขนาดเล็กมากขึ้น 

++
สตาร์ทอัพวัย 50
++
โรงพยาบาลนมะรักษ์ ก่อตั้งโดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน, นพ.วลัญช์ วิไลหงษ์ และ ภญ.อรอนงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ ซึ่งสองคุณหมอและหนึ่งเภสัชกร ตัดสินใจลุกขึ้นมาทำธุรกิจสตาร์ทอัพในวัย 50 ปี    

“หมอนุช” พญ.เยาวนุช คงด่าน กับ “หมอบั๊ก” นพ.วลัญช์ วิไลหงส์ เป็นเพื่อนหมอรุ่นเดียวกัน ส่วน “เบน” ภญ.อรอนงค์ สวัสดิ์พาณิชย์ เป็นรุ่นน้องที่ถนัดงานด้านทรัพยากรบุคคล

ทั้งสามคนนัดคุยกันครั้งแรกเมื่อปลายปี 2559 จากที่คิดจะทำคลินิกเล็กๆ ก็กลายเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก เฉพาะทางเต้านม    

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดและรักษามะเร็งเต้านม คลุกคลีอยู่ในแวดวงการรักษาโรคเต้านมมากว่า 2 ทศวรรษ รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน จึงวาดฝันให้โรงพยาบาลนมะรักษ์ เป็นโรงพยาบาลที่เป็นมิตรกับคนไข้อย่างแท้จริง    

ที่สำคัญ โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ตอบโจทย์กลุ่มคนชั้นกลางที่อยากรักษากับหมอเก่งๆที่มีความเชี่ยวชาญเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์ แต่ไม่มีเวลาต่อคิวในโรงพยาบาลรัฐ และสู้ราคาค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ไม่ได้

รู้จัก "หมอเยาวนุช" ผู้แหย่หนวด "หนู"

หมอเยาวนุช ผู้ริเป็นสตาร์ทอัพ ตอนใกล้เกษียณ

++
ผู้ประกอบการ
++
หลัง “หมอเยาวนุช” รับราชการอยู่ในภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเกือบ 20 ปี จึงคิดอยากเป็นนายตัวเอง ใช้ความชำนาญที่มีมาทำธุรกิจโรงพยาบาลดีๆ มีธรรมาภิบาล    

ก่อนหน้านั้น หมอเยาวนุช ใช้เวลาว่างไปเรียน MBA ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมฝึกหัดวิชาการเป็นผู้ประกอบการด้วยตัวเอง ผ่านธุรกิจร้านอาหาร บริการโลจิสติกส์ขนส่งแผ่นซีดีให้แบรนด์ดัง และทำแบรนด์ปุ๋ยอินทรีย์     

เรียกว่าเป็นหมอผ่าตัด แต่มีความฝันอยากเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่วัย 38 ปี และเมื่อได้รับโอกาสจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ทำงานด้านงานบริหารหลายตำแหน่งหลายวาระ    

เริ่มจากเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายคุณภาพ ก่อนย้ายมาทำฝ่ายสื่อสารองค์กร ตามด้วยการเป็นรองคณบดีฝ่ายบริหารกิจการพิเศษ ส่วนงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง จัดหาเครื่องมือ ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาล และได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริหารบริษัท อาร์เอฟเอส จำกัด (Ramathibodi Facilities Services : RFS)     

ภาระหน้าที่ส่วนงานบริหาร-ธุรกิจดังกล่าวที่ดูแลมาข้างต้น นอกเหลือจากงานรักษาพยาบาล ทำให้หมอเยาวนุชมั่นใจขึ้น จึงโผบินออกมาเป็นสตาร์ทอัพช่วงวัยใกล้เกษียณ    

วันที่ 13 มิ.ย.2564 หมอเยาวนุช ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Youwanush Kongdan ว่า “ชี้เป้า ผู้ถือหุ้นอีกสองคน หมอบั๊ก อิหนูเบน ถ่ายรูปเมื่อบ่ายนี้ที่ชั้น 2 ของโรงพยาบาล เห็นมีคนบอก ขอดูหน่อยใครเป็นผู้ถือหุ้นอีก แหมๆในเว็บโรงพยาบาลก็เขียนชัดเจน ถ่ายรูปให้ดูเลยชัดๆๆ ไม่ต้องส่อง..”    

แน่นอน การที่ “หมอเยาวนุช” ออกโรงเล่นแรงซะขนาดนี้ ย่อมมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับทั้งบวก ทั้งลบ 

คุ้ยคดี มท.ซื้อ “จีที 200” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470406

คุ้ยคดี มท.ซื้อ “จีที 200”

14 มิถุนายน 2564 – 11:46 น.

คุ้ยคดี มท.ซื้อ “จีที 200″คดีนี้นอกจากจะมี”ชวรัตน์” บิดาของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปรากฏอยู่ในสำนวนสอบแล้ว แต่ที่ยังคาใจกันอยู่คือชื่อของ “น้องชายบิ๊กบอส” ที่ดูแลงานแทน “ชวรัตน์” กลับชื่อหลุดจากสำนวน

ความขัดแย้งระหว่าง “3 ป.” กับ “บิ๊กบอส-ลูกพรรคภูมิใจไทย” ยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ เวลานี้แค่พักรบ ไม่ได้กลับมาพบรักกันเหมือนเก่าก่อน

หนึ่งในหน่วยงานที่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ปรากฏพบว่ามีกระทรวงมหาดไทย ในช่วงที่ “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ใช้งบประมาณกว่า 379 ล้านบาท ด้วยการจัดซื้อวิธีพิเศษในการจัดซื้อเครื่องตรวจหาทิศทางระเบิดหรือยาเสพติดจำนวน 479 เครื่อง 

โดยราคาเครื่องที่นำมาใช้ กำหนดวงเงินสอบถามจากบริษัทเอกชน ซึ่งเคยขายอุปกรณ์ดังกล่าวให้กรมการปกครอง จำนวน 63 เครื่อง ราคาเฉลี่ยเครื่องละกว่า 500,000 บาท โดยให้เหตุผลที่ต้องขายในราคาสูงว่า เนื่องจากเครื่องมีวัตถุประสงค์ตรวจยาเสพติดหลายประเภทในเครื่องเดียวว่ากันว่า คดีนี้นอกจากจะมี “ชวรัตน์” บิดาของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปรากฏอยู่ในสำนวนสอบแล้ว แต่ที่ยังคาใจกันอยู่คือชื่อของ “น้องชายบิ๊กบอส” ที่ดูแลงานแทน “ชวรัตน์” กลับชื่อหลุดจากสำนวน

ในทางการเมือง การเดินเกมของ “ป.ป.ช.” ต้องอ่านทะลุไปที่การเดินเกมของ “3 ป.” ที่อาจจะต้องลับมีดรอเชือดใครบางคน หากยังหัวดื้อ

เมื่อ“คดีใหม่” ยังต้องมีขั้นตอนอีกนาน เลยหยิบ “คดีเก่า” มาจ่อคอหอย รอเชือดดีกว่า

ล่าสุด มีกระแสข่าวจาก “ป.ป.ช.” คุ้ยสำนวนคดีการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธ และวัตถุระเบิด รุ่น“จีที 200” และ “อัลฟ่า 6” จากบริษัทเอกชนรวมกันกว่า 1,300 เครื่อง มูลค่าเกินกว่า 1,500 ล้านบาท มาดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง “บ้านกกกอก” ระวังความแตกแยกมาเยือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470366

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  “บ้านกกกอก” ระวังความแตกแยกมาเยือน

13 มิถุนายน 2564 – 21:26 น.

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  “บ้านกกกอก” ระวังความแตกแยกมาเยือน ตกดวงหมู่บ้านจะก่อทำให้เกิดการทำลาย  กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว หากได้ย้ายพญานาค หรือถอนออก ความสงบจะกลับคืนมาอย่างแน่นอน

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง บ้านกกกอก ตำบลกกตูม ระวังความแตกแยกมาเยือน ตกดวงหมู่บ้านจะก่อทำให้เกิดการทำลาย กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เตือนให้ระวังคนนอกมีสิทธิ์ทำให้ บ้านกกกอกวุ่นวาย สับสน สร้างความไม่เข้าใจ ขัดแย้งแตกแยก เชื่อว่าย้ายรูปปั้นพญานาคไปไว้ในวัดจะดีกว่า เพราะรูปปั้นที่กำลังก่อสร้าง ไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีพิธีบูขาที่อยู่ในกรอบ จะมีแต่เพียงพวกสัมภเวสี โอปะติกะ วิญญาณเร่ร่อนเข้าไปอาศัย เป็นจุดที่จะทำให้เกิดปัญหาวุ่นวาย บ้านแตกสาแหรกขาด อีกทั้งมีแต่เรื่องที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ หาความสงบไม่ได้

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  "บ้านกกกอก" ระวังความแตกแยกมาเยือน

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึกปัญหาของ บ้านกกกอก ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการสูญเสียของเด็กหญิงชมพู่ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ควรให้เป็นไปตามกฏหมายจะดีกว่า เพราะจะไม่ทำให้กลายเป็นความแตกแยกของหลายครอบครัว ทั้งญาติผู้ใหญ่ของพ่อแม่ของน้องชมพู่ เพื่อหาตัวผู้กระทำให้น้องชมพู่ต้องเสียชีวิต ถึงแม้นจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของ ลุงพล ที่หลายคนสงสัยว่าทำไมชื่อเสียงจึงโด่งดัง และสุดท้ายจบด้วยหมายจับ ที่ทำให้พลิกชีวิตลุงพลเปลี่ยนมาเป็นผู้ต้องหา แต่ด้วยโชคยังเข้าข้างลุงพล จึงมีคนหยิบยื่นเข้ามาช่วยเหลือช่วยทำคดีให้ แต่เพราะรอบอายุที่เข้าเคราะห์ ที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างยังเป็นอุปสรรคไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง 

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  "บ้านกกกอก" ระวังความแตกแยกมาเยือน

ส่วนนางสาวิตรี คุณแม่ของน้องชมพู่ ถึงแม้นจะเป็นช่วงปีเสริม ที่อาจจะมีกลุ่มคนยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ต้องเตือนเพราะดวงชะตาของนางสาวิตรี ตกดวงศัตรู ขัดแย้ง คดีความจึงไม่ควรคาดหวังอะไรให้มากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิดหวังต่อการได้รับการช่วยเหลือ เพราะผลประโยชน์บางอย่าง และปีนี้ยังมีทั้งเรื่องดี และไม่ดี เหมือนทุกขลาภ มีคนมาช่วยแต่ก็ไม่ได้รับความจริงใจ

“ซินแสเข่ง” กล่าวเพิ่มเติม ถึงการสร้างพญานาค ในที่ดินลุงพล จนกระทั่งป่าไม้ได้เข้ามาระงับการก่อสร้าง เพราะเป็นคดีความลุงพล เป็นช่วงระหว่างปัญหาความขัดแย้งในหมู่บ้านเป็นจุดทำให้เกิดการแตกแยก เพราะที่ผ่านมา จนทำให้มีเหตุลมฝนพัดเอานั่งร้านล้มระเนระราด อีกทั้งรอยแตกร้าวชำรุดขององค์พญานาคที่เกิดขึ้น แผ่นดินรับพญานาคทรุดตัว มรสุมต่างๆที่เกิดขึ้น อีกทั้งกลุ่มคนนอกหมู่บ้านเข้ามาแทรกแซง ยุแหย่สร้างความแตกแยก ที่จะต้องระวังกับปัญหาความไม่สงบ เชื่อหากได้ย้ายพญานาค หรือถอนออก ความสงบจะกลับคืนมาอย่างแน่นอน

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  "บ้านกกกอก" ระวังความแตกแยกมาเยือน
"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติวิเคราะห์ดวง  "บ้านกกกอก" ระวังความแตกแยกมาเยือน

อบต.พอเพียง ‘ไฟสุ่มไก่’ โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470321

อบต.พอเพียง ‘ไฟสุ่มไก่’ โมเดล

13 มิถุนายน 2564 – 15:46 น.

เสาไฟกินรี มโนราห์ สุพรรณหงส์..หลบไป เมื่อเจอ “ไฟสุ่มไก่” ของนายกฯ อุ๊ 

++

อื้อฉาวไปทั้งแผ่นดิน กรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับข้อพิรุธโครงการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรี ของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ หลังจากนั้น ในโซเชียลก็มีการนำภาพเสาไฟประติมากรรมรูปปลาบึก สุพรรณหงส์ มโนราห์ ฯลฯ ออกมาเผยแพร่ เหมือนจะชี้ช่องให้มีการไปตรวจสอบโครงการดังกล่าว

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าเรื่องการติดตั้งไฟส่องสว่างภายในหมู่บ้าน  

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

เห็นเขาติดไฟกันต้นละเก้าหมื่นต้นละแสน เรือบินบ้าง กินรีบ้าง ปลาช่อน ปลาบึก โนราห์ สุพรรณหงส์บ้าง ก็ได้แต่อิจฉาเขาครับ เรามัน อบต.เล็กๆบ้านนอก ลำบากยากจน ก็อาศัยติดไฟสุ่มไก่ไม้ไผ่สาน ราคาร้อยกว่าบาท บางทีก็กรงนกบ้าง เสาก็ไม่เปลืองมาก บากหน้าไปขออาศัยชายคาชาวบ้านติดเอา บางทีก็ใช้ไม้ไผ่ ลำละไม่กี่สิบบาท ต้นไม้ข้างทางบ้าง ส่องสว่างทางเดินตรอกซอกซอย ถนนหนทาง พอได้แสงสว่างเห็นทางเดิน

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “อุ๊ กรุงสยาม” นายก อบต.บ้านใหม่ ตัดพ้อเล็กๆ ตามประสา อบต.ที่มีรายได้ 20 ล้านบาท จึงต้องจัดหาไฟส่องสว่างให้ชาวบ้าน ด้วย “ไฟสุ่มไก่” แขวนตามชายคาบ้าน 

ไฟสุ่มไก่ ชาวบ้านลุงๆป้าๆ ที่ทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ขาย ก็ได้เงินสู่ชุมชนท้องถิ่น พอซื้อข้าวกรอกหม้อกันได้บ้าง ใช้นานอยู่ เป็นเปลือกผิวไผ่ อยู่ได้หลายปี คุ้มค่า  กลางค่ำกลางคืน ลองแวะมาเที่ยวชมตำบลบ้านใหม่มหาราชสิครับ รับรองว่า ถ่ายรูปสวย สว่างทั้งตำบล ยังกับมีงานวัด”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

ในหน้าเฟซบุ๊คของ “นายกฯ อุ๊” ได้โพสต์ภาพไฟสุ่มไก่ ไฟส่องสว่างราคาถูก และไฟประดับต้นไม้ด้านหน้าที่ทำการ อบต. 

ส่องเข้าไปแฟนเพจเฟซบุ๊ค อบต.บ้านใหม่ ก็จะพบว่า “นายกฯ อุ๊” ได้ติดตั้งไฟส่องสว่างทุกพื้นที่ ทุกตรอกซอกซอย ครบทั้งตำบล เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย.2564

“..สว่างไสว เป็นที่ชื่นชอบชื่นชมของชาวบ้าน คุณยายอายุ 78 ปีบอก เกิดมาไม่คิดว่าจะได้เจอแบบนี้ สว่างไสวและเจริญมาก”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

วันที่ 28 เม.ย.2564 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ อบต.บ้านใหม่ ยังแจ้งข่าวว่า “อบต บ้านใหม่ดำเนินการ ตัดต้นไม้กิ่งไม้ที่พาดสายไฟและรกในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ พร้อมทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมทั่วทั้งพื้นที่ให้สว่างไสวในยามค่ำคืน คือสว่างด้วยและสวยงามด้วย เพื่อให้กิจกรรมยามค่ำเพิ่มเติมในพื้นที่ โดยเฉพาะการค้าขายในตอนเย็นและค่ำ บริเวณหน้า อบต. ถนนเส้นวัดธรรมรส นอกจากนี้อนาคตจะมีการเปิดเป็นตลาดอย่างเป็นทางการให้ชาวบ้านมาค้าขายทำมาหากินกัน”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

++
นายกฯอุ๊ คือใคร?
++

ชื่อ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “อุ๊ กรุงสยาม” นั้น เชื่อว่า คนรู้จักทั้งประเทศ เพราะเขาเป็นเซียนพระ ,นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพ พระเครื่อง , บ.ก.หนังสือเพรสทีจ กรุงสยาม ตลาดพระดอทคอม และเว็บไซต์ตลาดพระเครื่อง 

นายกฯ อุ๊ ไม่ใช่คนกรุงเก่าโดยกำเนิด เขาเป็นคนแปดริ้ว แต่มาทำธุรกิจในอยุธยา จึงรู้จักผู้คนมากมาย และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.บ้านใหม่ ชาวบ้านก็พร้อมใจกันเลือกเขา

สำหรับคำขวัญ อบต.บ้านใหม่ คือ “บ้านเกิด สรพงษ์ ชาตรี ละมุด 100 ปี บ้านใหม่ พระใหญ่หลวงปู่ทวด

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

                                 อุ๊ กรุงสยาม นายก อบต.บ้านใหม่

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน ‘เอกราช’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470288

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน ‘เอกราช’ 

13 มิถุนายน 2564 – 12:50 น.

สะเทือนอีสาน ‘พลังประชารัฐ’ เคลื่อนทัพบุกขอนแก่น ‘เพื่อไทย’ อยู่นิ่งไม่ได้

++

ทัพใหญ่พลังประชารัฐ เตรียมยกพลไปประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 18 มิ.ย.2564 ถือว่าเป็นอีเวนท์การเมืองที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด 

การเลือกขอนแก่น เป็นสถานที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐนั้น นอกเหนือจากขอนแก่นไม่ใช่พื้นที่สีแดง มีการระบาดของโควิดน้อย ก็ยังเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ ที่ต้องเปิดเกมรุกช่วงชิงฐานเสียงภาคอีสานจากพรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564  อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จึงแถลงข่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐ จะจัดประชุมสามัญประจำปี จ.ขอนแก่น โดยตั้งข้อสังเกตว่า กทม. และหลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่สีแดง แม้ ส.ส.จะฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่การนำคนจากพื้นที่สีแดงไปพื้นที่ที่มีการระบาดน้อยจะเพิ่มอัตราความเสี่ยงการแพร่ระบาดไปยังประชาชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่นหรือไม่?

พูดง่ายๆ พรรคเพื่อไทยกังวลว่า การประชุมใหญ่ของพลังประชารัฐ อาจจะเป็นการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ 

“การที่พรรคพลังประชารัฐจะจัดประชุมพรรคเป็นสิทธิที่ทำได้ หากได้รับการอนุญาต แต่ขอให้พึงระวังในระดับขั้นที่สูงสุด ไม่ใช่มุ่งหวังเพียงแต่ผลทางการเมือง” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว 

เรื่องนี้เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าคิดอ่านอะไรกันอยู่ เพียงเห็นชื่อ เอกราช ช่างเหลา แม่งานใหญ่ ก็มองทะลุ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผู้กำลังแต่งเนื้อแต่งตัวจะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน 'เอกราช' 

                                 เอกราช คนสนิทของธรรมนัส

++
จงอางอีสาน
++

รู้กันทั้งอีสาน “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นคนสนิทของ “ผู้กองธรรมนัส” และวันนี้ เอกราชแผ่บารมีไปทั่วภาคอีสาน ยกเว้น จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้เอกราช ดูแลพื้นที่อีสานกลาง และอีสานเหนือบางจังหวัด ได้แก่ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม ,กาฬสินธุ์, อุดรธานี, หนองคาย และบึงกาฬ แต่เอกราช ก็ทุ่มเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะเขต 2 ที่มีวัฒนา ช่างเหลา ลูกชายของเขา ลงสนาม

เอกราช ช่างเหลา” ชื่อนี้กระฉ่อนเมืองมาหลายกรณี สมัยที่เขาบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เอกราชมีฐานะการเงินเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ทำโครงการบ้านจัดสรรชื่อหมู่บ้านเมืองเอก

เอกราชสร้างชื่อเสียงในด้านกีฬาฟุตบอล เหมือนเนวิน ชิดชอบ จึงซื้อทีม “ปากช่อง ยูไนเต็ด” จากกลุ่มการเมืองโคราช เปลี่ยนชื่อเป็น “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” โดยตั้งฉายาทีมว่า “จงอางผยอง” โดยมอบให้ลูกชายสองคนคือ วัฒนา ช่างเหลา และพิทักษ์ชน ช่างเหลา บริหารทีมจงอางผยอง

วันนี้ ทีมขอนแก่นยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีก 1 นับว่าเป็นความสำเร็จของเสี่ยเอกราช และลูกชายทั้งสอง

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน 'เอกราช' 

             ที่บ้านพักของเอกราช มีนักการเมืองอีสานแวะมาคุยด้วยประจำ

++
เขย่าแชมป์
++

ลำพังเอกราช ช่างเหลา คนเดียว แกนนำพรรคเพื่อไทยสายอีสาน ไม่ได้กังวลใจอะไร แต่พลังประชารัฐ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรค ที่ลงพื้นที่อีสานถี่มากในช่วง 2 ปีมานี้

ดังที่รู้กัน คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้จัดทัพรับเลือกตั้ง ส.ส. โดยแบ่ง 21 โซน 350 เขตเลือกตั้ง พร้อมกับตั้งประธานโซน คอนประสานงานระหว่าง ส.ส.ในพื้นที่ 

สำหรับโซนอีสานกลาง ประกอบด้วยขอนแก่น, ชัยภูมิ, กาฬสินธ์, ร้อยเอ็ด และ มหาสารคาม มี ศักดา คงเพชร อดีต รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ และเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เป็นที่ปรึกษา มุกดา พงษ์สมบัติ เป็นเลขานุการ

เปรียบเทียบระหว่าง ศักดา คงเพชร กับเอกราช ช่างเหลา ต้องยอมรับว่า ศักดามีความเก๋า เพราะเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด มา 7-8 สมัยแล้ว แต่หากวัดดีกรีที่ “รัฐ-ทุน” เอกราชย่อมเหนือกว่า 

ชั่วโมงนี้ มีแนวโน้มเพื่อไทย จะเสีย 2 ส.ส.ขอนแก่น ไปให้พรรคไทยสร้างชาติ มันเป็นปัญหาเครือญาติ แต่ดูเหมือนว่า ทีมเพื่อไทยขอนแก่น ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้แทนแล้ว

“สุชาติ-อนุทิน” ลับลวงพรางวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470235

“สุชาติ-อนุทิน”ลับลวงพรางวัคซีน

12 มิถุนายน 2564 – 19:38 น.

วัคซีนมีไม่พอ อลเวงทั้งประเทศ “สุชาติ” ปูพรม 45 ศูนย์ “อนุทิน” ปักหลักบางซื่อ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

อลวนอลเวงสำหรับการฉีดวัคซีนแห่งชาติ วานนี้ รมว.แรงงาน ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตน ม.33 ออกไปถึงปลายเดือน มิ.ย.2564 แต่วันนี้(12 มิ.ย.64) กลับมาบอกว่า ไม่มีปัญหา วันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นี้ เดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไปได้เลย  ฝ่ายการเมืองพยายามอธิบายว่า เหตุที่เลื่อนตอนแรกนั้น ไม่ใช่ปัญหาวัคซีนขาดตอน หากแต่เป็นเรื่องการปรับปรุงสถานที่ให้บริการประชาชน ลองมาดูข้อมูลฝ่ายการหมอบ้างเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 ในแฟนเพจชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์หัวข้อ “ความจริงของสัปดาห์หน้า  แอสตร้าจะมาช้า ซิโนแวคมีไม่พอ” ชมรมแพทย์ชนบท ฉายภาพการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดว่า “Kick off วัคซีน ภาพรวมไปได้สวย  7 มิย. ฉีดได้ 416,847โดส, 8 มิย.ได้ 472,128โดส,  9 มิย.ได้ 336,674โดส , 10 มิย.ได้ 223,315โดส และ 11 มิย.ได้  308,012โดส ที่แผ่วลงไปไม่ใช่เพราะแรงตก แต่เพราะวัคซีนหมด”ดังนั้น สัปดาห์ที่ 14-20 มิ.ย.2564 หมอชนบทระบุว่า “…จะเป็นสัปดาห์แห่งความโกลาหลในการแก้ปัญหาหน้างานเช่นเดิม”
สาเหตุความโกลาหลคือ วัคซีนแอสตร้าเซเนกา 1.5 ล้านโดสที่รับปากว่าจะมาให้ทันฉีดในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นั้น ส่งมอบไม่ทัน กำหนดส่งเป็น 16-18 มิ.ย. ทาง ศบค.กำลังเจรจาขอให้ส่งเร็วขึ้นเป็น 15 หรือ 16 มิถุนา เร็วขึ้น 1 วันก็ยังดี”  จะว่าไปแล้ว แอสตร้า 1.5 ล้านโดสล็อตนี้ ต้องใช้สำหรับ 2 สัปดาห์ เพราะอีกล็อต 1.5 ล้านโดส กำหนดส่งมอบไกลไปถึงวันจันทร์ที่ 28 มิ.ย. กว่าจะมาก็สิ้นเดือน จึงกลายเป็น 2 สัปดาห์ที่ประชาชนคาดหวัง แต่มีวัคซีนให้ฉีดไม่พอมือ 

วัคซีน พปชร.
    ตามแผนเดิม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้จัดสรรวัคซีนตามแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยให้ประชาชนลงทะเบียนวัคซีนผ่านระบบ “หมอพร้อม” ต่อมา ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับ
    วันที่ 18 พ.ค.2564 ครม.ประยุทธ์ เห็นชอบเรื่องแผนการกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม ,การลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite Registration และจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ คือประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ
    สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน จึงเสนอแผนบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่เร่งกระจายวัคซีนป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ 

"สุชาติ-อนุทิน"ลับลวงพรางวัคซีน

สุชาติ ชมกลิ่น เยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตน

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงอนุมัติให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับมหาดไทย กรุงเทพมหานคร สาธารณสุขโดย สปสช. และสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม บริการฉีดวัคซีนโควิดแก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.2564
    เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯปลอดภัย” ฉีดวัคซีนโควิดนอกโรงพยาบาล
    วันที่ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สั่งเลื่อนการฉีดวัคซีนผู้ประกันตน ม.33 ออกไป อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สื่อว่า หน่วยงานใดมีปัญหา ก็แก้ไขกันเอง วัคซีนไม่ขาดแคลน สาธารณสุขมีหน้าที่สนองให้เต็มที่อยู่แล้ว
    ฟังน้ำเสียงดูแปร่งๆ แต่ชั่วข้ามคืน สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ยืนยันว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดต่อ ไม่มีปัญหา 
    “ผมกับท่านรองนายกฯ อนุทิน ทำงานกันอย่างใกล้ชิดและปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด”

วัคซีนภูมิใจไทย
    ถ้าจำกันได้ ตอนที่ ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับแทน ปรากฏว่า มีถ้อยวลี “วัคซีนการเมือง” หรือ “การเมืองวัคซีน” หลุดออกมาจากปากนักการเมือง 2 พรรคคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ 
    ที่สำคัญ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เตรียมความพร้อมเปิดสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนวอล์กอิน ที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แต่แล้ว ศบค.ก็เบรกแผนวอล์กอิน 
    ถัดมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้จับมือศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ปรับแผนศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จากวอล์กอิน เป็นฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรในสังกัดคมนาคม รวมทั้งกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะทั่วประเทศ ซึ่งมีประมาณ 350,000 คน

"สุชาติ-อนุทิน"ลับลวงพรางวัคซีน

อนุทิน-ศักดิ์สยาม ปักหลักที่สถานีกลางบางซื่อ

    ด้วยเหตุนี้ จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เป็นงานอีเวนท์ของภูมิใจไทย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 45 ศูนย์ทั่วกรุงเทพฯ เป็นของพลังประชารัฐ