เอาจริงดิ “เขยแม้ว-ชัชชาติ” ผู้นำเพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467104

เอาจริงดิ “เขยแม้ว-ชัชชาติ” ผู้นำเพื่อไทย

17 พฤษภาคม 2564 – 14:18 น.

กลุ่มแคร์ ปั้น “โทนี่” เล่นกับเด็กๆ จับตา “เขยแม้ว” ชิงดำ “ชัชชาติ” ตามรอย “ปู 2554” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค.2564 แอดมินเพจพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เหตุการณ์วันนี้( 16 พ.ค.2554) ในอดีต พรรคเพื่อไทย มีมติส่งชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 ในศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ไร้ “พรรค” มีพวก “ชัชชาติ-ส.ก.เพื่อไทย”

เอาจริงดิ "เขยแม้ว-ชัชชาติ" ผู้นำเพื่อไทย

ชัชชาติอีกแล้ว    

ทีมงานเพื่อไทย ต้องการสื่อให้เห็นว่า ระยะเวลาเพียง 49 วัน เพื่อไทยภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ สามารถชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 265 จาก 500 ที่นั่ง สร้างประวัติศาสตร์นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย    

ถัดมา วันอังคารที่ 18 พ.ค.2564 CARE ClubHouse เปิดเวที Tony Woodsome มาพูดคุยเรื่องปลดล็อกยูนีคสกิล สู่ยุคใหม่ของวัยรุ่น เพื่อความหวัง เพื่อความฝัน  และเพื่ออนาคต    

ดูเหมือนกลุ่มแคร์ จะพุ่งเป้าที่ไปกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หลังให้ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือโทนี่ มาเปิดเวทีคลับเฮาส์ เรียกเรตติ้งได้พอควร จึงเปิดเกมรุกชิงฐานเสียงคนรุ่น Gen Y Gen Z     

สอดรับกับข่าวภายในพรรค ที่ประเมินว่า หากต้องการชนะเลือกตั้งแบบปี 2554 จะต้องหา “ผู้นำ” ที่ทำการตลาดได้เหมือนยิ่งลักษณ์ มากระชากเรตติ้ง ฉะนั้น จึงมีชื่อของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และ “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” เขยขวัญของโทนี่ หลุดออกมาจากวงในเพื่อไทยอีก    

ปฏิบัติการ 49 วัน คือโมเดลเลือกตั้ง ที่ค่ายเพื่อแม้ว กำลังสุมหัวคิดกัน เพราะสถานการณ์การเมืองยุควิกฤตโควิด อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันนี้ 


ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

++
ชัชชาติมาอีกแล้ว
++
เลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย ส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และชัยเกษม นิติสิริ    

วันนี้ “ชัชชาติ” ประกาศขอลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ พร้อมกับเดินหาเสียงมาแล้ว 2 ปี แต่คนเพื่อไทยบางส่วนยังเห็นว่า ชัชชาติ น่าจะเหมาะกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มากกว่าการจะไปเป็นผู้นำท้องถิ่น    

ชัชชาติ เป็นหุ้นที่มีอนาคต ในตลาดการเมืองไทยต้องการขายคนรุ่นใหม่ มากกว่าเทคโนแครต และอีกด้านหนึ่ง คู่ขัดแย้งเดิมของชัชชาติ ก็ลาออกจากพรรคไปแล้ว จึงไม่มีใครคอยเตะตัดขาอีก    

ขณะเดียวกัน ในสนาม กทม. กระแสของชัชชาติดีวันดีคืน จนทำให้สนามเลือกตั้ง กทม. กลายเป็นโจทย์ข้อยาก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคก้าวไกล รวมถึง “บิ๊กแป๊ะ” และ “บิ๊ก วิน”    

ฉะนั้น ความไม่แน่นอนของชัชชาติ ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็มีสูง ตราบเท่าที่เสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์เริ่มง่อนแง่น ได้ทั้งกลิ่นยุบสภา และลาออก

เอาจริงดิ "เขยแม้ว-ชัชชาติ" ผู้นำเพื่อไทย

สรพันธ์ คุณากรวงศ์ น้องชายสามีของเอม

++
ขานชื่อ ‘เขยแม้ว’
++
ต้นปี 2564  พรรคเพื่อไทย มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค หลังกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ ยกทีมลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค      

ที่น่าสนใจ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยมี น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช , น.พ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี และวิม รุ่งวัฒนจินดา คนสนิท “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ร่วมเป็น กรรมการที่ปรึกษา    

รายชื่อกรรมการ 30 คน ปรากฏชื่อ สรพันธ์ คุณากรวงศ์ น้องชายของ ณัฐพงษ์ คุณากรวงศ์ สามีของ เอม-พิณทองทา คุณากรวงศ์ ร่วมเป็นกรรมการด้วย    

รูปธรรมแห่งการทำงานของคณะทำงานเยาวชนและคนรุ่นใหม่ คือการสร้าง “ทีมคิดเพื่อไทย” นำโดย คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker    

ถ้าจำกันได้ ปลายปี 2561 มีข่าวลือว่า “เขยแม้ว” ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ จะลงลุยการเมือง และเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ร้อนถึง “เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ต้องออกมาชี้แจง และยืนยันหนักแน่นว่า “พ่อทักษิณ” ไม่ได้บังคับหรือขอให้ลูกเขยลงเล่นการเมือง    

“ณัฐพงศ์” เป็นบุตรชายของวรวิทย์ คุณากรวงศ์ และอัญชลี คุณากรวงศ์ มีพี่สาว 1 คน และน้องชายอีก 2 คน เรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่เดอพอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองชิคาโก สหรัฐฯ ปริญญาตรีสถาปัตยกรรม จุฬาฯ และพบรักกับ “พินทองทา” ในระหว่างที่อบรมโครงการหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ ที่จุฬาฯ    

หลังแต่งงาน ณัฐพงศ์เป็นซีอีโอ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น และสองปีก่อน เคยเข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร    

หลักสูตรระยะสั้น The Next Tycoon สำหรับทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มี อนันต์ อัศวโภคิน เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร เป็นต้นคิด    

จริงๆแล้ว โครงการ The Change Maker ของเพื่อไทย ก็คือ The Next Tycoon ของมหาวิทยาลัยชินวัตร นั่นเอง

ทำให้ “ไวรัสร้าย” กลายเป็น “ไข้หวัดกระจอก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467079

ทำให้”ไวรัสร้าย”กลายเป็น”ไข้หวัดกระจอก”

17 พฤษภาคม 2564 – 10:16 น.

สถานการณ์ระบาดไวรัสร้าย”โคโรนาฯ”ในไทยรุนแรงขึ้นทุกที แต่ละวันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มหลายพันราย เนื่องจากเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ติดกันง่ายมาก วิกฤตครั้งนี้จะยุติได้ก็ด้วย”วัคซีน”เท่านั้น ซึ่งวัคซีนจะทำให้ไวรัสร้ายกลายเป็น”หวัดกระจอก”

สถานการณ์ระบาดของ”โควิด-19”ในไทยระลอกที่ 3 รุนแรงกว่าที่คิด มีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเพิ่มขึ้นหลายพันราย  ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมสูงถึง 82,219 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 638 คน  
เหตุก็เพราะเชื้อไวรัสร้าย “โควิด-19” ติดกันง่ายมาก  
มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญท่านหนึ่งบอกว่า “ต่อให้คุณป้องกันตัวเองดีแค่ไหน ใส่หน้ากาก ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์  เว้นระยะห่างทางสังคม  ( Social Distancing) ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ดี  เว้นเสียแต่ว่า อยู่แต่ในบ้าน  แล้วคุณทำได้หรือเปล่า และการอยู่แต่ในบ้านหรือที่พักอาศัยนั้น  ก็ต้องระวังคนที่อยู่ในบ้านหรือที่พักอาศัยร่วมด้วยที่ออกไปข้างนอก ซึ่งอาจนำเชื้อโควิดเข้ามาที่บ้านหรือที่พักอาศัยและทำให้คุณติดเชื้อได้  วิธีการเดียวที่ทำให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสร้าย”โควิด-19 “ คือ รับการฉีดวัคซีนโควิด-19  เท่านั้น 

ขณะนี้คนไทยฉีดวัคซีน ไปแล้วประมาณ 1,700,000  คน ปรากฏว่า ไม่มีใครตายจากการฉีดวัคซีน” โควิด-19 “ แม้แต่คนเดียว แต่ทุกวันมีคนเสียชีวิตจาก ” โควิด-19 “ และที่ฉีดแล้วเกิดอาการเคียง คือแพ้  แค่ 1 ในแสนรายเท่านั้น และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะเป็นชั่วคราวเท่านั้น ก็จะกลับมาปกติและรักษาได้  ไม่มีใครต้องพิการจากการฉีดวัคซีน
นอกจากนั้นในสถานที่ที่จัดให้มีการฉีดวัคซีน จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ และยาแก้แพ้ไว้พร้อม  หากมีคนที่เกิดอาการแพ้วัคซีน เจ้าหน้าที่ก็จะฉีดยาแก้แพ้ให้ทันที จากนั้นก็จะส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง   
ส่วนที่เกรงกันว่าฉีดวัคซีนโควิด แล้วจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันนั้น สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีใครเกิดลิ่มเลือดอุดตันจากการฉีดวัคซีนโควิดเลยแม้แต่รายเดียว และถ้าเกิดลิ่มเลือดอุดตันจากการฉีดวัคซีนโควิดก็รักษาได้ 
แต่ในทางกลับกัน ถ้าติดเชื้อโควิด โอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันเป็นไปได้สูงมาก   
คนที่ฉีดวัคซีนกับคนไม่ฉีดวัคซีน ต่างกันมาก   คนที่ฉีดวัคซีนแค่เข็มแรก โอกาสที่จะติดเชื้อ” โควิด” ลดลงทันทีครึ่งหนึ่ง และเมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม  คนที่รับวัคซีนภูมิต้านทานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มขึ้นถึงจุดหนึ่งปลอดภัยมากเลย 
แต่สำหรับคนที่ไม่รับการฉีดวัคซีน ยิ่งเวลานานออกไป โอกาสที่จะติดเชื้อ โควิด-19 จะมากขึ้น ขณะเดียวกันคนที่รับการฉีดวัคซีน โอกาสติดเชื้อน้อยลงเรื่อยๆ ถ่างห่างออกไปเรื่อยๆ ระหว่างคนรับการฉีดวัคซีนกับคนไม่ฉีด  
วิกฤตครั้งนี้จะแก้ปัญหาได้ด้วยวัคซีน จะเห็นได้ว่าทั่วโลกไขว่คว้าหาวัคซีนกันทั้งนั้น ประเทศไทยก็เหมือนกันจะหยุดวิกฤตครั้งนี้ได้ ก็ด้วยวัคซีน จะต้องฉีดให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อผู้คนจะได้กลับมาเข้าสู่การใช้ชีวิตปกติ  ทำมาค้าขายได้เหมือนเดิม เศรษฐกิจของประเทศก็จะกลับมา 
การฉีดวัคซีนในคนหมู่มาก ยังเป็นการป้องกันการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด ได้อีกด้วย
“ วิธีการที่เราจะจัดการกับไวรัสโควิดให้กลายเป็น”หวัดกระจอก” ก็คือการฉีดวัคซีน เพราะเมื่อเรามีภูมิต้านทาน จะป้องกันภาวะเจ็บป่วย ที่เราต้องเข้าโรงพยาบาล  ต้องนอนไอซียู ต้องเสียชีวิต ถ้าทุกคนยอมรับในประเด็นนี้ว่า เราต้องป้องกันป่วยรุนแรง นอนโรงพยาบาล  ถ้าทุกคนฉีดวัคซีนหมด ในที่สุดเราจะจัดการให้ไวรัสตัวนี้กลายเป็นหวัดกระจอกตัวหนึ่ง ติดเชื้ออาการก็ไม่หนัก เพราะทุกคนมีภูมิต้านทานแล้ว ก็คือการฉีดวัคซีน ขอให้กลัวโควิด อย่ากลัววัคซีน  ฉีดก่อนป้องกันก่อน ทุกคนปลอดภัยจากโควิด เราจะทำให้”โควิด”จากโรคร้าย กลายเป็นไข้หวัดธรรมดาด้วยวัคซีน “ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิกและอาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467035

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด

16 พฤษภาคม 2564 – 18:16 น.

รู้สึกเสียใจ ที่ครูเป็นปัจจัยหลัก ในการติดโควิดของนักเรียน หากการฉีดวัคซีนของครูสามารถช่วยได้ก็ยินดี แต่เมื่อติดตามตัวเลขอัตราการฉีดวัคซีนต่อวันแล้ว ไม่กล้าบอกว่า มันคือความหวัง

ศบค. ชุดเล็กเห็นชอบ ฉีดวัคซีนบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐ-เอกชน ทั่วประเทศกว่า 6 แสนคน ก่อนเปิดเทอม ลดปัญหาแพร่ระบาดโควิด 19 ในสถานศึกษา

ภาพจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผ่านสื่อทุกแขนงว่ากระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เสนอให้ศบค.ชุดเล็ก มีมติเห็นชอบให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของรัฐและเอกชน ทั้งหมดประมาณ 600,000 คน ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด19 ก่อนจะเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 มิถุนายน 2564

โดยให้เหตุผลเพียงสั้นๆว่า เนื่องจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคน และจากข้อมูลเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบว่า สาเหตุของการติด COVID-19 ของเด็กนักเรียนมาจาก 2 ปัจจัยหลักมาจากผู้ปกครองและครู

งานนี้มีลุ้น..ถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด

จากการติดตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ผู้รับผิดชอบหลักในการฉีดวัคซีน เวลาผ่านไป 75 วัน สามารถฉีดวัคซีน ได้ 2.1 ล้านโดส ตกเฉลี่ยวันละ 28,329 คนต่อวัน ทั้งประเทศมีครูประมาณ 6 แสนคน ถ้าจะฉีดวัคซีนให้ครูทุกคน เมื่อเทียบกับตัวเลขในการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ต้องใช้เวลา 2 วัน ฉีดให้เฉพาะครูอย่างเดียว หลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ถึงจะได้รับการฉีกเข็มที่ 2 คงเป็นช่วงเวลาที่เปิดภาคเรียนไปแล้ว 

นับเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงพอสมควร ถ้าจะให้มีผลจริงๆ ต้องรับวัคซีนให้ครบจำนวนก่อน การให้ครูรับวัคซีนเข็มแรกแล้วทำงานเลย เสี่ยงพอสมควร ยังไม่นับผลกระทบจากผลข้างเคียงของวัคซีนอีก ถ้าจะลงทุนแล้วไม่ทราบจะรีบร้อนเสี่ยงไปทำไม เลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนออกไปเป็น 1 กรกฎาคม เหมือนปีที่แล้ว เพื่อให้วัคซีนมีผลเต็มประสิทธิ์ภาพก่อนดีไหม

กลับมาดูภาพรวมในระดับประเทศไทย ถ้าฉีดเฉลี่ยวันละ 28,329 คนต่อวัน หากต้องการจะฉีดให้ได้ครบ 97.88 ล้านโดสตามที่กล่าวอ้าง จะต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี (นำ 97.88 ล้านตั้งหารด้วย 28,329 จะได้เท่ากับ 3,455 วัน หรือ 9. 4 ปี) นั่นหมายความว่า จะเรียนออนไลน์ไปอีกกี่ครั้ง ปิดกิจการให้คนตกงานไปอีกกี่รอบ วิกฤตนี้ก็ไม่หายไปและสิ่งที่เราทำมาสูญเปล่า ถ้ายังฉีดวัคซีนล่าช้าแบบนี้

สุดท้ายเท่ากับว่า มีคนล้มละลายฟรี ตกงานฟรี เด็กก็ต้องอดทนมาเรียนออนไลน์ฟรีโดยที่วิกฤตยังอยู่เหมือนเดิม ใครจะบอกว่าวัคซีนมาช้ามาเร็วไม่มีผล ทำไมจะไม่มี เพราะเด็กเปิดเรียนไม่ได้ ผู้ปกครองไม่เป็นอันทำมาหากินเพราะต้องมาดูแลลูก

ความหวังและโอกาส 1 มิถุนายน 2564 จะฉีดวัคซีนโควิด19ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 600,000 คนได้ทันจริงหรือ เพราะถ้าวัคซีนช่วยได้ ครูก็เต็มใจฉีด


ชัยวัฒน์ ปานนิล รายงาน

‘คริสติน่า’ ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467024

‘คริสติน่า’ ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

16 พฤษภาคม 2564 – 16:08 น.

สยบดราม่า ไปให้สุดหยุดที่จักรวาล “คริสติน่า” สาวลูกครึ่ง “ลาวลุ่ม ลาวเทิง โซเวียต” 

++

จากสมัยราชอาณาจักรลาว จนมาถึงยุคปัจจุบัน เพิ่งมี “นางงามลาว”เข้าร่วมการประกวด “มิสยูนิเวิร์ส” เพียง 4 คนคือ นุ้ย-สุพาพอน สมวิจิด ,ออน-ออนอานง หอมสมบัด ,เม-วิจิดตา พอนวิไล และคริสติน่า ลาชะสิมมา

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2564 ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และกองประกวดฝ่ายลาว ได้จัดงานเปิดตัว คริสติน่า ลาชะสิมมา ครองมงกุฎ Miss Universe Laos 2020 เป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวด Miss Universe 2020 ที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา 

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                               วันที่ คริสติน่า เดินทางสู่สหรัฐ

สำหรับปีนี้ National Director (ND) ของลาวคือ แอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็น “ลาวนอก” หรือคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการเวทีประกวด Miss World America , Nevada, New Mexico และเคยเข้าไปร่วมงานกับ Miss Universe Organization

กว่าที่ “คริสติน่า” จะฝ่าโควิดบินไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 ก็มีอุปสรรคมากพอสมควร เฉพาะเรื่องวีซ่า ก็ได้มาแบบเฉียดฉิว แถมทีมงานฝ่ายลาวขอวีซ่าไม่ได้ เธอต้องเดินทางคนเดียวไปสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ตาม คริสติน่า ได้เข้าร่วมประกวดในรอบชุดประจำชาติ และรอบพรีลิมมินารี สร้างความประทับใจให้กับกองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ แต่หลังจบรอบพรีลิมมินารี “คริสติน่า” กลับถูก ND “ท้าวแอรอน” วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านไลฟ์กองประกวด Miss Universe 2020 ตำหนิเธอที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของ ND และได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสียใจที่เลือกคนผิด” ก่อนที่จะลบทิ้ง

ดราม่าพลันบังเกิด ชาวพร้อมอกพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #savechristina ส่งแรงใจข้ามทวีปให้คริสติน่า สู้ต่อไป อย่าได้ใส่ใจคำพูดคำจาของ ND 

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                                         คริสติน่า สาวลูกครึ่ง

++
ลูกหลานนักปฏิวัติ
++

ตอนที่ “คริสติน่า” ได้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สลาว อย่างเป็นทางการ วิไลคำ ลาชะสิมมา (Vilaykham Lasasimma) บิดาของคริสติน่า โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ครอบครัวภูมิใจที่ลูกสาว คริสติน่า ลาชะสิมมา ได้ถูกคัดเลือกเป็นนางงามจักรวาลของลาว ปี 2020” ซึ่งมีการเขียนเป็นภาษาลาว ,รัสเซีย และอังกฤษ

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว “วิไลคำ” ไปเรียนต่อที่ Belarusian State University สมัยสหภาพโซเวียต จึงทำให้เขาแต่งงานกับนาตาเลีย (Natalia Lasasimma) ชาวเบลารุส ทั้งคู่มีบุตร 2 คนคือ Chistina Lasasimma และ Dmitry Lasasimma (เบลารุส เป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต ก่อนที่จะแยกประเทศออกมา)

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                                    พ่อและแม่ของคริสติน่า

เหนืออื่นใด คริสติน่า มีย่าชื่อ เพ็ดสะหมอน ลาชะสิมมา ชาวเผ่าละเวน เป็นนักปฏิวัติหญิงลาวที่เคลื่อนไหวต่อสู้กู้ชาติอยู่ที่ราบสูงบอละเวน และเคยเป็นกรรมการบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ทำงานใกล้ชิดท่านประธานไกสอน พมวิหาน ส่วนปู่ชื่อมหาคำแดง ชาวลาวเวียงจันทน์ ก็เป็นนักปฏิวัติเช่นกัน

อดีตนักหนังสือพิมพ์ลาว จึงกล่าวว่า คริสติน่าเป็นส่วนผสมของลาวลุ่ม ลาวเทิง และเบลารุส-อดีตสหภาพโซเวียต

คริสติน่า ลาชะสิมมา คว้ามงกุฎนางสาวลาว หรือมิสลาว 2012 ถือว่าเป็น “นางงามลูกซอด” (ลูกซอดหมายถึงลูกครึ่ง) คนแรกของวงการนางงามลาว

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                       สมัยครองมงกุฏนางสาวลาว เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

การตัดสินใจประกวดนางสาวลาว เพราะคริสติน่าอยากจะบอกทุกคนว่า เธอคือสาวลาว มีความภูมิใจในความเป็นลาว จึงตัดสินใจประกวดเวทีนางสาวลาว ซึ่งพัฒนามาจากนางสาวอาภรณ์ลาว 

เมื่อคริสติน่าได้ตำแหน่งนางสาวลาว ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “ลูกซอด บ่แม่นลาวแท้” แต่ตลอดระยะเวลาการเป็นนางสาวลาว เธอได้ปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวได้ดี จนในที่สุดคนลาวก็ยอมรับเธอ

ระยะหลังทางการลาวเปิดกว้าง ส่งเสริมให้การประกวดนางงามหลายๆเวที และมีสาวลาวไปประกวดในเวทีนางงามอินเตอร์ ข้อจำกัดเรื่องสาวลาว “บ่สมควรสวมชุดลอยน้ำ” (ชุดว่ายน้ำ) ก็จบไป 

คริสติน่า มีความฝันอยากไปประกวดเวทีนางงามจักรวาล เธอเฝ้ารอคอย ปีแล้วปีเล่า อายุก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะพ้นเกณฑ์ของกองประกวดฯ และฝันนั้นก็เป็นจริง เธอไปเวทีนางงามจักรวาล สมดังใจปรารถนา

'คริสติน่า' ลูกครึ่งโซเวียต หลานนักปฏิวัติลาว

                              คริสติน่าในชุดลอยน้ำ(ว่ายน้ำ)

หลังม่าน ‘ตู่-นกเขา’ ทำเพื่อใครคนนั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467005

หลังม่าน ‘ตู่-นกเขา’ ทำเพื่อใครคนนั้น

16 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

จาก “วงข้าววงเหล้า” คนกันเอง สู่ขบวนการไล่ประยุทธ์ และรัฐบาลสร้างชาติ 

++

กลางปีที่แล้ว มีภาพ “วงข้าววงเหล้า” คนการเมืองนอกสภา ที่ทำให้เกิดดราม่าในปีกคนเสื้อแดง และคนเสื้อเหลือง 

ภาพนั้นมาจากงานแซยิดครบรอบวันเกิด 72 ปี ของ ประสาร มฤคพิทักษ์ ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซค์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อคืนวันเสาร์ 12 ก.ย.2563

บังเอิญว่า ในภาพใบนั้น มีอานันท์ ปันยารชุน ,ธีรยุทธ บุญมี ,พิภพ ธงไชย ,สุริยะใส กตะศิลา และจตุพร พรหมพันธุ์ จึงมีดราม่าอย่างรุนแรงในปีกเสื้อแดง

เนื่องจากบทบาทของ “ตู่ จตุพร” ระยะหลัง ดูแปลกแยก และแตกต่างไปจากกลุ่มคนเสื้อแดงก้าวหน้า ที่กระโจนออกไปร่วมขบวนการ “ม็อบสามนิ้ว

จริงๆแล้ว บุคคลในภาพนั้นรู้จักกันมานาน ตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 จนมาถึงขบวนการธงเขียว ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540

เหตุการณ์รัฐประหาร 2549 ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องแยกทางกันเดิน ผ่านวันเวลา ผ่านม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง และม็อบ กปปส. จนมาถึงรัฐบาลประยุทธ์ เวอร์ชั่น 2

เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ห่างหายกันไป ก็เริ่มกลับมาร่วม “วงข้าววงเหล้า” อีกครั้ง โดยมี “ปรีดา เตียสุวรรณ์” ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) และแกนหลักกลุ่มเพื่อนอานันท์ เป็นเจ้าภาพ

อย่าได้แปลกใจที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี ของ “ตู่ จตุพร” ได้ถ่ายทอดสดการแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเสียสละลาออก ของกลุ่มประชาชนคนไทย(ปท.) นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล 

 ++
รัฐบาลสร้างชาติ
++

ใน 3 แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย(ปท.) “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิชิต ไชยมงคล ที่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดรัฐบาลสร้างชาติขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

ทนายนกเขา” อาจไม่ใช่สมาชิกวงข้าววงเหล้าเพื่อนอานันท์ แต่ทนายนกเขานั้น สนิทกับ “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล มาตั้งแต่ม็อบเสื้อเหลือง จนถึงม็อบ คปท. ส่วน “ตั้ม” เป็นน้องรักของสุริยะใส กตะศิลา จึงรู้จักพี่ๆ แห่งเพื่อนอานันท์ทุกคน 

หลังการแถลงข่าว นักข่าวถาม “ทนายนกเขา” กรณีสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. แสดงจุดยืนเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยโพสต์เฟซบุ๊คก่อนหน้า “ทนายนกเขา” แถลงแค่ 2 ชั่วโมง

ทนายนกเขา ตอบชัดว่า เป็นเรื่องของนายสุเทพ ไม่ได้คุยกัน ตนไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่สร้างเครือข่าย ทำหน้าที่เมื่อประเทศวิกฤติ รัฐบาลไม่นำพา สุเทพจะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เชียร์ไป 

สมัยการชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เวที กปปส. กับเวที คปท. เหมือนเป็นอิสระต่อกัน “ทนายนกเขา” ไม่ได้ขึ้นต่อ “สุเทพ” เพียงแต่ตอนนั้นมี “อุทัย ยอดมณี” คนสนิทของถาวร เสนเนียม เป็นสะพานเชื่อม 2 เวที 

ทนายนกเขามีความใกล้ชิดกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หรือคนเสื้อเหลืองมากกว่า ฉะนั้น ทีมงาน คปท. จึงมาจากเวทีพันธมิตรฯ เป็นส่วนใหญ่ 

ปัจจุบัน ทนายนกเขา มีคอนเนกชั่นกับ “คนวงใน” มาแต่สมัยตั้งเวที คปท. จึงได้เห็นบทบาทเขาในเสื้อตัวใหม่ แต่อุดมการณ์เดิม 

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                                ทนายนกเขา กับบทบาทใหม่

++
ไล่ประยุทธ์
++

ไม่เพียงแต่ช่องพีซทีวี จะถ่ายทอดสดการแถลงข่าวของ “คณะนกเขา” แกนนำไทยไม่ทนอย่าง “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” เจ้าของร้านอาหาร ที่เป็น “วงข้าววงเหล้า” ของกลุ่มเพื่อนอานันท์อีกแห่งหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชมนิติธร ล้ำเหลือ ที่แถลงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออก เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงไปตรง เห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมด

ทำไม “อดุลย์” จะไม่เห็นด้วยกับ “คณะนกเขา” ? ในเมื่อร้านอาหารอิตาเลียนของเขา ย่านสถานีรถไฟสามเสน ได้ต้อนรับ “เพื่อนอานันท์” , พิภพ ธงไชย, สุริยะใส กตะศิลา และจตุพร พรหมพันธุ์ มาเสวนาหาทางออกให้บ้านเมืองอยู่บ่อยๆ

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                      อดุลย์ เจ้าของร้านอาหารดัง ย่านสามเสน

เบื้องแรก “ตู่ จตุพร” และ “อดุลย์” นัดทำกิจกรรม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ที่อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ต้นเดือน เม.ย.นี้ ก็มีข่าวว่า พิภพ ธงไชย และปรีดา เตียสุวรรณ์ จะมาร่วมด้วย แต่ไม่ทราบว่า ด้วยเหตุผลกลใด ทั้งสองกลับไม่มาปรากฏตัวที่เวทีไทยไม่ทน

น่าสนใจว่า เวทีไทยไม่ทน ที่จัดอภิปรายออนไลน์ไล่ประยุทธ์ มาแต่ต้นเดือน พ.ค.นี้ นับวันจะคึกคัก เพราะมีนักการเมือง “เบอร์ใหญ่” มาขึ้นเวทีหนาตาขึ้น 

มีข้อน่าสังเกต “ทนายนกเขา” กับ “ตู่ จตุพร” พูดเหมือนกันอยู่เรื่องหนึ่งคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับสถาบันมากที่สุด และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถปกป้องสถาบันได้ ก็ไม่ควรจะอยู่ต่อไป

ฤาข่าวลือที่ว่า “ตู่ จตุพร” รู้จัก “คนวงใน” จะเป็นจริง?

หลังม่าน 'ตู่-นกเขา' ทำเพื่อใครคนนั้น

                                           จตุพร ไล่ไม่เลิก

89 ปี ‘บิ๊กจิ๋ว’ รัฐบาลแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466940

89 ปี ‘บิ๊กจิ๋ว’รัฐบาลแห่งชาติ

15 พฤษภาคม 2564 – 16:37 น.

บังเอิญแท้ “ทนายนกเขา” เสนอ “รัฐบาลสร้างชาติ” ตรงกับวันเกิด “บิ๊กจิ๋ว” ต้นตำรับรัฐบาลเฉพาะกาล

วันเสาร์ที่ 15 พ.ค.2564 ไชยยงค์ รัตนวัน มือกระบี่ข้างกาย “นายจิ๋ว” ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “สุขสันต์วันเกิดของนาย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของประเทศไทย ในวัย 89 ปี ขอให้นายมีพลานามัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานตลอดไปครับ”
    ไชยยงค์ ยังได้โพสต์ภาพวันเกิด “นายจิ๋ว” ที่มีคนใกล้ชิดไปร่วมอวยพร อาทิ “เสธ.หมึก” พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ , สุชาติ ธาดาธำรงเวช และวัชระ เพชรทอง 

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

คนใกล้ชิด ร่วมอวยพรบิ๊กจิ๋ว

   ช่วงเช้า พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นตัวแทน “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก นำกระเช้าผลไม้เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 89 ปี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยมี อรทัย สรการ ยงใจยุทธ ภริยาร่วมให้การต้อนรับคณะตัวแทนผู้บัญชาการทหารบก ที่บ้านพักย่านนวมินทร์

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

89 ปี พล.อ.ชวลิต 

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

    บังเอิญเหลือเกิน “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ และปรีดา เตียสุวรรณ์ ออกแถลงข้อเสนอให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก แล้วจัดตั้ง “รัฐบาลสร้างชาติ” ตรงกับวันเกิดของ “บิ๊กจิ๋ว” ต้นตำรับรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลแห่งชาติ 

++
โซ่ข้อกลาง
++
    ย้อนไปปี 2561 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ,จตุพร พรหมพันธุุ แกนนำ นปช. และเผด็จ ภูรีปติภาณ คอลัมนิสต์พญาไม้ ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อเสนอแนวทางสันติ และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง 2562
    ตอนนั้น พล.อ.ชวลิตได้จัดทำเอกสารทางออกประเทศไทย ให้ทุกฝ่ายร่วมกันเสียสละเพื่อบ้านเมืองตามยุทธศาสตร์เส้นทางของความสันติ
    ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “บิ๊กจิ๋ว” สวมหมวกดาวแดงพาจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. บุกเข้าป่าไปร่วมงานบรรจุอัฐิ “สหาย” หรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) เขตงาน 444 ที่อนุสรณ์สถานภูดานยาว อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ซึ่งวันนั้น “บิ๊กจิ๋ว” ได้ปราศรัยกับอดีตสหายถึงความจำเป็นต้องก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ เพื่อสร้างความปรองดอง และสลายความขัดแย้ง
    กลับมาจากภาคอีสาน  “บิ๊กจิ๋ว” เสนอพรรคการเมืองต่างๆ ต้องลืมความขัดแย้ง หันหน้ากลับมาสร้างรัฐบาลที่มีความสามัคคีเป็น “รัฐบาลเฉพาะกาล” ใช้เวลาไม่กี่เดือน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วค่อยจัดการเลือกตั้ง
    หลังเลือกตั้ง “บิ๊กจิ๋ว” ประสานเสียง “จตุพร” ว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการโหวตในสภาฯ คือทางตันของบ้านเมือง และทางออกประเทศไทย คือรัฐบาลแห่งชาติ

   เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2563 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เดินทางไปที่กองทัพบก พบกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่เปรียบเป็นหลานชาย เพราะ “บิ๊กจิ๋ว” เป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.1 กับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ บิดาของบิ๊กแดง ซึ่งวันนั้น เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
    การพบกันของ “อาจิ๋ว” กับ “หลานแดง” กลับมีข่าวลือลับ-ลับว่า สองคนนั้น คุยกันเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ

 89 ปี 'บิ๊กจิ๋ว'รัฐบาลแห่งชาติ

จตุพร สานต่อแนวคิดรัฐบาลเฉพาะกาล 

    แปลกมาก เมื่อ จตุพร พรหมพันธุ์ เปิดเกมไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน ไล่รัฐบาลประยุทธ์ ก็มีเป้าหมายอยู่ที่ “รัฐบาลเฉพาะกาล” หรือ “รัฐบาลแห่งชาติ” ตามที่ “บิ๊กจิ๋ว” เคยเสนอเอาไว้
    “ทนายนกเขา” และปรีดา เตียสุวรรณ์ ก็เปิดเกมกดดันให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก เพื่อดัน “รัฐบาลสร้างชาติ” ปกป้อง

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466936

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง

15 พฤษภาคม 2564 – 16:07 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง ถึงคราวเคราะห์จากการกระทำของตนเอง ก็ต้องสู้กันต่อไป

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  “สุทธิพงศ์” ดวงตก  ศิลปินเพลงป๊อป  เหมือนหาเรื่องใส่ตนเอง  กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  ทำให้ตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู  สร้างความไม่เข้าใจ  คดีความ  นำข่าวดังแซง  อ.เต้  สยบ  โดนคดีหนักกับการ กับการกระทำของตนเอง  เพราะตกเดือนปะทะ  และโดนเอาผิดด้วยข้อหามาตรา 112  และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ แต่ไม่ยอมรับผิด  โชว์กึ๋นคู่ปิยบุตร  ช่อ พรรณิกา  และอ้างว่าแค่เอาข้อมูลจากคนอื่น  ถึงคราวเคราะห์เหตุเกิดแล้วต้องคดีก็ต้องต่อสู้กันต่อไป  จนกว่าจะเสร็จสิ้นคดีความ

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  วิเคราะห์  ดวง  ฮาร์ท  สุทธิพงศ์  นักร้อง-พิธีกร   ให้ข่าวบิดเบือนใส่ร้ายทำลายความเชื่อถือรัฐบาล  โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก  พาดพิงสถาบันฯ ข้อความหมิ่นตามมาตรา 112  และโดนแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  เซ่นเดือนพฤษภาคม  จังหวะเดือนที่มีผลปะทะต่อดวงชะตาทำให้ดวงตก  ทำอะไรก็ผิด  เดือนนี้ตกดวงแตกแยก  วุ่นวาย  สับสน  ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  เป็นเพราะสาเหตุจากการกระทำของตนเอง  ที่ในดวงชะตาบ่งบอกถึงการกระทำที่เบียดเบียนตนเอง  กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  หรือหาเรื่องใส่ตนเอง  ให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ถามว่าใครทำ  ก็เพราะทำตนเองจนกลายเป็นเรื่องเป็นราว  ต้องรู้ตนเองว่า  เดือนไหนทำได้หรือไม่ได้  ถ้าเดือนไม่ดีนิ่งเสียทุกอย่างก็จบ  อีกทั้งเป็นคนที่ไม่ยอมคน  พูดจาอะไรตรงเกินไป  ให้หลีกเลี่ยงบ้าง   และอาจจะผิดแต่เมื่อไม่ยอมคนใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  ก็ไม่ยอมรับผิด  ถึงแม้นจะเป็นคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่น  แต่ก็ไม่ควรแล้ว  ให้ตัวเองต้องเดือดร้อน  

“ซินแสเข่ง”  กล่าว  คุณสุทธิพงศ์  เป็นคนที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงกันข้าม  ผู้หญิงอยู่ใกล้ก็มักมีความชื่นชอบและพอใจ  เป็นนักร้องเสียงดี  เป็นที่ชื่นชอบ  ที่นิยมถึงแม้นช่วงหลังจะมีเรื่องของการเมืองเข้ามาปะปนอยู่บ้าง  แต่เพราะการกระทำของตนเอง  หากทำสิ่งใดก็แล้วแต่ให้ปล่อยวางลงบ้าง  ไม่นำเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน  และหากอยู่ในช่วงจังหวะเดือนปีที่ไม่ดี  ก็ยิ่งไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง  เพราะจะทำให้เข้าตัวเองมากกว่า

 "ซินแสเข่ง"ผ่าดวงวิกฤติ "สุทธิพงศ์" ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง

เพื่อนอานันท์ ผนึก “นกเขา” ธง ‘นายกคนนอก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466922

เพื่อนอานันท์ ผนึก “นกเขา”ธง ‘นายกคนนอก’

15 พฤษภาคม 2564 – 14:14 น.

ธงผู้นำ “คนนอก” มาอีกแล้ว “ทนายนกเขา” นำทีม “เพื่อนอานันท์” ขย่มรัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

สถานการณ์การเมืองเรื่องโควิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ อันเนื่องมาจากการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ไม่ทันต่อการระบาดของโควิด ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และผู้เสียชีวิตรายวัน 
    พรรคร่วมฝ่ายค้านส่งเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องปกติ 
    จู่ๆ มี “กลุ่มประชาชนคนไทย” (ปท.) ได้นัดแถลงข่าว “ขอให้รัฐบาลเสียสละลาออก” ซึ่งดูใบหน้าของตัวละครที่โผล่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ล้วนแต่เป็น “กองเชียร์บิ๊กตู่” จึงสร้างความแปลกประหลาดใจให้แก่ผู้คนพอสมควร

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

กลุ่มประชาชนคนไทย ไม่เอาประยุทธ์

    บ่ายสองโมง วันที่ 15 พ.ค.2564 “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ ,ปรีดา เตียสุวรรณ์ ,ศิริชัย ไม้งาม และพิชิต ไชยมงคล ในนามกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ได้เปิดใจแถลงว่า พวกเขาไม่ได้ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ เสียสละลาออก เพื่อเปิดทางให้มี “รัฐบาลแห่งชาติ” แก้ไขวิกฤตการณ์บ้านเมือง
    จะว่าไปแล้ว แนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ ได้มีการจุดพลุมาแต่ปีที่แล้ว เมื่อ อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรี เสียสละลาออก และให้สภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรีจาก “คนนอก” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรค 2 จัดตั้งรัฐบาลมืออาชีพ ไม่มีโควตาพรรค เพื่อสมานฉันท์ปฏิรูปประเทศ กอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก้าวสู่ระบอบสังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใน 2 ปี
    ก่อนหน้าการแถลงข่าวของกลุ่มทนายนกเขา ก็มีปฏิกิริยาออกมาจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) “ขอเป็นกำลังใจให้ ลุงตู่ทุ่มเททำงานต่อไป นำประเทศผ่าวิกฤตินี้ให้จงได้” 
    อ่านใต้บรรทัดของสุเทพ ชัดเจนว่า ไม่หนุนแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี ที่มาจาก “คนนอก” 

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

ปรีดา เตียสุวรรณ์

++
คปท.ไม่ใช่ กปปส.
++
    ช่วงปี 2556-2557 มีการชุมนุมประชาชนขับไล่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเวทีการชุมนุมหลักอยู่ 3 แห่งคือ เวที กปปส. , เวที คปท. และเวทีสันติอโศก
    “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนน ในนาม “เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” (คปท.) ร่วมกับ อุทัย ยอดมณี อดีตนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 เพื่อนอานันท์ ผนึก "นกเขา"ธง 'นายกคนนอก'

ทนายนกเขา 
    นิติธร จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งสำนักงานกฎหมาย KAT มีชื่อเสียงจากคดีฟ้องร้องต่อศาลปกครอง คดีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย, คดีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีเสนอปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกขัดต่อรัฐธรรมนูญ และคดีการเมืองอื่นๆ     
    แม้ คปท. จะเป็นแนวร่วม กปปส. แต่ “ทนายนกเขา” ก็มีความคิดและจุดยืนเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์กับ “คนเดือนพฤษภา 35” ไม่ว่าจะเป็น ศิริชัย ไม้งาม, รสนา โตสิตระกูล, สุริยะใส กตะศิลา ฯลฯ
    ปี 2562 อุทัย ยอดมณี อดีตแกนนำ คปท. ไปร่วมสร้างพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ “ทนายนกเขา” ก็ยังเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองอยู่วงนอก
    ปลายปี 2563 ทนายนกเขา และพิชิต ไชยมงคล ปรากฏตัวในนามกลุ่มประชาชนคนไทย ไปเคลื่อนไหวที่ด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย อันมีการจาบจ้วงล่วงมะเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ถ้าจำกันได้ อุดมการณ์ของ คปท. ก็คือการปฏิรูปการเมือง และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    ระหว่างการชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้มี “อดีตหน่วยซีล” เข้ามาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้ คปท. เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร 

++
เพื่อนอานันท์คัมแบ็ก
++
    ก่อนหน้าวันที่ 4 เม.ย.2564 ที่มีการนัดหมายชุมนุม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่ “อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม” ถ.ราชดำเนิน ภายใต้  รหัส 4 4 4 ประยุทธ์ออกไป
    “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ออกข่าวว่า พิภพ ธงไชย และปรีดา เตียสุวรรณ์ จะมาขึ้นเวทีด้วย 
    ถึงวันจริง ก็มีแต่กลุ่มแกนนำ นปช. ของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่มาร่วมไฮด์ปาร์ก โดยปีกคนเสื้อเหลือง ก็มีแต่ การุณ ใสงาม, ไทกร พลสุวรรณ ,สมบูรณ์ ทองบุราณ และวีระ สมความคิด
    สมัยที่ “อดุลย์” ก่อรูป “สภาที่ 3” กลางปี 2563 ได้มีการจัดเวทีสาธารณะสภาที่ 3 (The Third Council Speak) ทั้ง ปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิภพ ธงไชย ก็ได้ร่วมเวทีสภาที่ 3 อยู่หลายหน
    กลุ่มเพื่อนอานันท์ เป็นผลพวงจากเหตุการณ์พฤษภาคม 35 ที่ได้เกิดปรากฏการณ์ “ประชาธิปไตยชนชั้นกลาง” และเป็นแรงบันดาลใจให้ “ประสาร มฤคพิทักษ์” จัดตั้งชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย
    ระหว่างการขับเคลื่อนชูธงแก้รัฐธรรมนูญ 2534 ประสารได้ก่อการตั้งกลุ่มเพื่อนอานันท์ โดยมี อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย เป็นแกนกลาง
    ผ่านม็อบสีเสื้อมาหลายยุค สมาชิกกลุ่มเพื่อนอานันท์ ก็ยังมีการนัดพบกันอยู่เป็นประจำ ไม่พบกันที่บ้านปรีดา ก็ร้านอาหารของอดุลย์ เขียวบริบูรณ์
    แนวคิด “นายกคนนอก” และ “รัฐบาลแห่งชาติ” มีการถกกันในวง “เพื่อนอานันท์” และ “คนรุ่นพฤษภา 35” มาหลายรอบแล้ว 

โทนี่แรง ‘เฮียล้าน’ จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466857

โทนี่แรง’เฮียล้าน’จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย14 พฤษภาคม 2564 – 18:17 น.

ท้องถิ่นเดือด “เฮียล้าน” บ้านใหญ่จอมทอง ทิ้ง “พิธา” ซบอก “โทนี่”

ท่าทาง “โทนี่” จะกลับครองใจคนกรุงอีกหน วันนี้(14 พ.ค.2564) “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย และอดีตประธานสภา กทม. เปิดตัวในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย 
    คนแถวจอมทองรู้จัก “เฮียล้าน” นักการเมืองท้องถิ่น สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ มากว่า 20 ปี โดยปั้นภรรยา “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร เป็น ส.ก.เขตจอมทอง คู่กัน ก่อนที่เจ๊นันจะขยับไปลงสมัคร ส.ส. และได้เป็น ส.ส.กทม. เขตจอมทอง มา 2 สมัย
    ปีที่แล้ว เฮียล้าน สร้างความประหลาดใจให้แก่กองเชียร์ ด้วยการพาลูกสาว และลูกชาย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล 
    “เฮียล้าน” บ้านใหญ่ “วีรกุลสุนทร” แถลงผ่านแฟนเพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร ว่า จะทำการเมืองแบบใหม่กับทางพรรคก้าวไกลทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น
    เวลานั้น เฮียล้าน วางแผนจะลงสมัคร ส.ส.แทน “เจ๊นัน” และ “ลิ้ม” ศรัณสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ลูกชายลงสมัคร สก.เขตจอมทอง ส่วน “เจ๊นัน” ยังไม่ลาออกจาก ปชป. เพราะยังเคารพรักหัวหน้าอภิสิทธิ์อยู่
    จู่ๆ เฮียล้าน ก็เปิดตัวกับพรรคเพื่อไทย โดยแชร์ CARE Talk พลิกฟื้นวิกฤติโควิดกับพี่โทนี่จากแฟนเพจเฟซบุ๊คแคร์ คิดเคลื่อนไทย มาที่เพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

เฮียล้าน ทั้ง ปชป. และก้าวไกล ซบเพื่อไทย

++
บ้านใหญ่จอมทอง
++
    คนแถวถนนเอกชัย-บางบอน ทราบดีว่า วัดสิงห์คือชายขอบของเขตจอมทอง และเป็นจุดเริ่มต้นของบางบอน-บางขุนเทียน ที่มีตระกูล “ม่วงศิริ” เป็นบ้านใหญ่
    ส่วนเขตจอมทอง ก็ต้องยกให้บ้านใหญ่ตระกูล “วีรกุลสุนทร” เพราะเฮียล้าน เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน เป็น ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย
    ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร มีปัญหาทางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. เตรียมจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่นาทีสุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคสมัยนั้น) ได้โทรศัพท์พูดคุย ทำให้เจ๊นันมั่นใจว่า จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม จึงตัดสินใจอยู่กับ ปชป.ต่อไป 

 โทนี่แรง'เฮียล้าน'จอมทอง ทิ้งพิธาซบเพื่อไทย

นันทพร วีรกุลสุนทร ยังอยู่ ปชป.

    ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ทำเอาตระกูล “วีรกุลสุนทร” ถึงกับช็อก เพราะพ่ายแพ้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 
    เขต 23 เขตจอมทอง และ เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสาเหร่) ปรากฏว่า โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี พรรคอนาคตใหม่(เวลานั้น) ได้ 27,651 คะแนน ตามมาด้วย ทิพานัน ศิริชนะ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 26,015 คะแนน ส่วน “เจ๊นัน” อดีต ส.ส.กทม. 2 สมัย ได้แค่ 1.7 หมื่นคะแนน    

“ส.ส.อ๋า” โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณ ส.ส.หน้าใหม่ ของเขต 23 กทม. เล่นการเมืองท้องถิ่นมานานแล้ว โดยเป็น ส.ข.แถวเขตธนบุรี 
    หลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ “ส.ส.อ๋า” ก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย “ผมไม่ใช่งูเห่า เพราะการยุบพรรคเปรียบเสมือนการล้างไพ่”
    ว่ากันว่า ส.ส.อ๋า ไม่กินเส้นกับพิธา จึงโบกมือลา แต่ ส.ส.อ๋า ถือได้ว่าเป็นคนทำงานพื้นที่ตัวจริงคนหนึ่ง สมกับเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน
    พิธารู้สึกโกรธ ส.ส.อ๋า จึงจับมือเฮียล้าน ที่ทิ้งค่าย ปชป. มาอยู่ค่ายก้าวไกล โดยหวังว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า จะต้องล้ม ส.ส.อ๋าให้ได้
    ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เฮียล้านเปลี่ยนใจมาสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย สมกับคำกล่าวที่ว่า การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน เฮียล้านอยู่กับ ปชป.มา 20 ปี ยังย้ายมาอยู่ก้าวไกลได้
    ด้วยหวังที่จะดันลูกชาย “ลิ้ม” ศรัณสัณฑ์ วีรกุลสุนทร เป็น ส.ก.เขตจอมทอง ให้ได้ เฮียล้านจึงหันมาพึ่งกระแส “พี่โทนี่” ที่กำลังมาแรงในยุคโควิด

กลุ่ม “3 พ.” ปะทะ “สุดารัตน์” ศึก ส.ก.เมืองหลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466822

กลุ่ม “3 พ.” ปะทะ “สุดารัตน์” ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

14 พฤษภาคม 2564 – 12:48 น.

น้องใหม่ไม่ธรรมดา “สุดารัตน์” ปูพรมเปิดตัว “ไทยสร้างไทย” ค่าย “3 พ.” ได้หนาวกันบ้าง

++
หากปรายตาอ่านคอลัมน์วิเคราะห์การเมืองของสำนักข่าวใหญ่ๆ เริ่มปรากฏชื่อ “กลุ่ม 3 พ.” ได้รับการโจษขานมากขึ้นเรื่อยๆ หลังทีมงานท้องถิ่น กทม.ของพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ช่วงโควิดระบาด

กลุ่ม "3 พ." ปะทะ "สุดารัตน์" ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

คุณหญิงสุดารัตน์ เดินเท้าเข้าชุมชน

3 พ.ที่ว่านี้ หมายถึง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล มือทำงานของโทนี่ , พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ว่าที่เจ้าแม่เมืองกรุงคนใหม่ และ พิชัย นริพทะพันธ์ คนกระเป๋าหนัก

พ.พงษศักดิ์ คุมโซน 1 เขตพระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย ,สัมพันธวงศ์, ดุสิต, ปทุมวัน ,บางรัก ,สาทร ,บางคอแหลม ,ยานนาวา ,คลองเตย และวัฒนา 

พ.พวงเพ็ชร คุมโซน 2  เขตดินแดง, ห้วยขวาง, พญาไท, ราชเทวี, จตุจักร, บางซื่อ, หลักสี่ ,จตุจักร, ลาดพร้าว, และวังทองหลาง 

พ.พิชัย คุมโซน 4 เขตคลองสามวา, หนองจอก, ลาดกระบัง ,สะพานสูง, ประเวศ, สวนหลวง ,บางนา และพระโขนง 

ว่ากันตามจริง คนที่เป็นแม่ทัพตัวจริง ก็น่าจะเป็น “พ.เพ้ง” คนเดียวนั่นแหละ เพราะมีทุน มีเครือข่าย และมีความไว้เนื้อใจจาก “นายใหญ่-นายหญิง”

เมื่อเอ่ยถึง “3 พ.” คนมักไปเปรียบเทียบกับ “1 ส.” ผู้ดูแลพื้นเมืองหลวงให้พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ “1 ส.” กำลังปั้นพรรคไทยสร้างไทย หรือพรรคสร้างไทย 

กลุ่ม "3 พ." ปะทะ "สุดารัตน์" ศึก ส.ก.เมืองหลวง 

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทีมไทยสร้างไทย

++
โหมโรง
++
ดังที่ทราบกัน โควิดระบาดรอบใหม่ ทำให้ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ต้องปรับแผนการเปิดตัวพรรคไทยสร้างไทย จากเดิมทีจะถือเอาฤกษ์วันเกิด 1 พ.ค. จัดกิจกรรมทำบุญวันเกิดครบรอบ 60 ปี เชื้อเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมงาน ก็เปลี่ยนเป็นทำบุญภายในครอบครัว    

“ในโอกาสของการก้าวผ่านปีที่ 29 สู่ปีที่ 30 ในชีวิตทางการเมือง หน่อยตั้งใจจะทำภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง คือการปูทางเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม..”
นี่เป็นสาส์นที่ “คุณหญิงสุดารัตน์” ส่งไปถึงประชาชน เสมือนเป็นการเปิดตัวพรรคไทยสร้างไทย ไปโดยปริยาย    

จังหวะที่กรุงเทพมหานคร กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ของโควิดระลอกใหม่ “คุณหญิงหน่อย” จึงส่งทีมไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ “เดินเท้าเข้าชุมชน” ไปช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 


หัวหน้าค่าย 3 พ.

++
ทีมงานคนหน้าเดิม
++
ทีมไทยสร้างไทย ชุดแรกที่เปิดตัวทำกิจกรรม “เดินเท้าเข้าชุมชน” เท่าที่ตรวจสอบผ่านโซเชียลมีเดีย พบว่า คนเหล่านั้นเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. และอดีต ส.ก. ค่ายเพื่อไทย

อย่างเขตจอมทอง ธวัชชัย ทองสิมา อดีตผู้อำนวยการองค์การสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม รพ.นครธน ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ลงสนามเขตจอมทอง ในสีเสื้อเพื่อไทย

เขตราษฎร์บูรณะ ไสว โชติกะสุภา อดีต ส.ก. 3 สมัย ค่ายประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว ไสวลงสนามในสีเสื้อภูมิใจไทย 

เขตจตุจักร ประพนธ์ เนตรรังษี อดีต ส.ก. 3 สมัย ค่ายเพื่อไทย และเคยลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตพญาไท ราชเทวี จตุจักร เมื่อปี 2562 มาแล้ว

เขตลาดพร้าว บุณฑริกา ประสงค์ดี อดีต สก. 2 สมัย เเละอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ค่ายเพื่อไทย

ส.ก.บุณฑริกา อยู่กับคุณหญิงหน่อย ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย จึงไม่แปลกที่วันแรกของการเดินเท้าเข้าชุมชุม ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย จึงเลือกพื้นที่ลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น

เขตบางกะปิ ประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก. ค่ายประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย สมัยที่คุณหญิงหน่อย เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ เมื่อคุณหญิงออกจากเพื่อไทย มาปั้นไทยสร้างไทย ส.ก.ประเสริฐ ก็ตามมาด้วย

เขตบางพลัด ศีลธรรม พัชรประกาย อดีตประธานสภาเขตบางพลัด และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางพลัด ทีมไทยสร้างไทย
เขตบางกอกน้อย วีรยุทธ ว่องศิริพร (เอ นครหลวง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกน้อย ทีมไทยสร้างไทย

สำหรับ “ศีลธรรม-วีรยุทธ” นั้น ได้เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในนามเพื่อไทยมานานแล้ว พลันที่คุณหญิงหน่อยแยกตัวออกมาตั้งพรรคเอง พวกเขาก็ตามมาด้วย
เพียงแค่ขยับก้าวแรก ทีมไทยสร้างไทยก็มีความคักคักไม่น้อย ต้องรอดูไปสักระยะ คงมีการเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ก.เพิ่มขึ้นอีกหลายเขต