ไหวมั้ย ‘บางแคร์’ ‘โทนี่-พิมรี่พาย’ แม่ไม้มวยวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467556

ไหวมั้ย ‘บางแคร์’ ‘โทนี่-พิมรี่พาย’แม่ไม้มวยวัด

21 พฤษภาคม 2564 – 13:39 น.

72 ยังแจ๋วจริงหรือ “โทนี่” ปากไว เจอ “แม่ค้าออนไลน์” กลายเป็นมวยวัด คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ อ่านเกมของ ทักษิณ ชินวัตร โดยมองจากอดีตว่า “ทักษิณ มีประวัติศาสตร์ของการตายเพราะ ‘ปาก’ และตายเพราะ ‘ดีล’ มาหลายครั้ง”
    เมื่อสองวันที่ผ่านมา “ทักษิณ” หรือ “โทนี่” ก็พลาดเพราะ “ปาก” เลยถูก “แม่ค้าออนไลน์” ลากเข้าสู่สมรภูมิออนไลน์ ทั้งฝ่ายเชียร์ ฝ่ายแช่งตะลุมบอนกันนัวเนีย 
    แอดมินเพจแคร์ คิดเคลื่อนไทย จึงลุกขึ้นมาโพสต์แจงสี่เบี้ยว่า โทนี่กล่าวถึงพิมรี่พายช่วงไหนในรายการ CARE Talk ซึ่งสมาชิกคนหนึ่งถามโทนี่เกี่ยวกับ ประเด็นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว โทนี่ก็ตอบคำถามนั้น และเปิดประเด็นปัญหาการระบาดโควิดในเรือนจำ
    โทนี่เสนอให้นำสนามฟุตบอล หรือโรงอาหาร ภายในเรือนจำ เปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนาม “ผมว่าเรื่องโรงพยาบาลสนาม เร่งด่วนกว่าวัคซีนอีก เอาเงินมาตั้งโรงพยาบาลสนามตรงนั้นเลยดีไหม หรือถ้าตั้งโรงพยาบาลสนามแล้วมันแพง ก็…ขอพิมรี่พาย มาตั้งให้ก็ได้ ส่วนคนไม่ป่วยจะได้เตรียมทยอยฉีดวัคซีน”
    โทนี่กล่าวถึง “พิมรี่พาย” เพียงเท่านี้ แต่แฝงความนัยไว้ด้วยอาการประชดประชันใครบางคน แม่ค้าออนไลน์คนดัง จึงลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง แล้วเรื่องก็ลากยาวไปไกล 
    หากไม่ใช่เพราะอาการ “ปากไว” ก็คงไม่ถูกลากเข้าสู่โซนอันตราย แถมมีข่าวที่หาต้นตอไม่ได้ว่า ทักษิณได้ออกมาขอโทษพิมรี่พาย และเมื่อตรวจสอบไปที่เพจแคร์คิดเคลื่อนไทย ก็ไม่เรื่องทักษิณขอโทษแต่ประการใด

++
ไม่ไหวมั้ง?
++
    กลุ่มแคร์ หรือกลุ่มบางแคร์ นำโดยหมอมิ้ง, หมอเลี้ยบ, เสี่ยอ้วน และเสี่ยเพ้ง ซึ่งอายุอานามก็ 60-70 ปีแล้ว ส่วน “โทนี่” ก็ย่าง 72 ปี จึงมีคำถามว่า “ตามเด็กรุ่นนี้ทันมั้ย”
    เสนาธิการ “มิ้ง อ้วน” คงคิดว่า ชื่อ “โทนี่” และคลับเฮ้าส์ จะเขย่าตลาดคนรุ่นใหม่ได้ จึงหวังปั้น “โทนี่” ให้มาชิง “ธง” กับ “ธนาธร” และพลพรรคก้าวไกล-ก้าวหน้า
    บังเอิญว่า “ธงนำ” ฝ่ายประชาธิปไตย กำลังมีปัญหา เพราะกลุ่มเยาวชน Gen Y Gen Z เดินเกมแรงทะลุเพดาน “เลยธง” ส่งผลให้มีแรงต้านมากมาย และสะเทือนถึง “ธนาธร” 
    โควิดระบาดหนัก เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าต่างมองไม่เห็นอนาคต พรรคเพื่อไทย จึงแอบหวังลึกๆ ที่จะให้ “โทนี่” เป็นธงนำในช่วงเวลานี้
    แต่ทักษิณมี “กรรมเก่า” ที่ตามมาหลอกหลอน แถมคนที่ไม่ชอบ ก็ยังฝังใจกับคำว่า “ระบอบทักษิณ” จึงมีคำถามมากมาย และถูกสวนกลับจากฝ่ายตรงข้าม
    การที่ทักษิณปรากฏตัวถี่ขึ้นก็เหมือนตัวช่วย “ประยุทธ์” แม้กองเชียร์จะออกอาการ “เบื่อลุง” แต่พลันที่เห็นหน้าโทนี่ ก็เปลี่ยนใจเชียร์ต่อ 

++
ตามเด็กไม่ทัน
++
    จากวันที่พรรคไทยรักไทย ชนะเลือกตั้ง จนมาถึงปัจจุบัน ผ่านมาแล้ว 20 ปี สภาพสังคมและการเมืองเปลี่ยนไปชัดเจน 
    พรรคเพื่อไทยยุครีโนเวท ชู 2 ข้อคือ แก้รัฐธรรมนูญให้ได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในสายตาคนรุ่นใหม่ โทนี่เหนือกว่าประยุทธ์เห็นๆ แต่เอาโทนี่มาเทียบกับก้าวหน้าหรือก้าวไกล คนรุ่นปลดแอกย่อมเลือกฝั่งสีส้มมากกว่า
    เนื่องจากเพื่อไทย และโทนี่ มีข้อจำกัดเรื่อง “เพดาน” การต่อสู้ แม้แต่ข้อเสนอแก้ไข ม.112 เพื่อไทยก็ยังขยับไม่ได้ 
    ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทย จึงปรับกลยุทธ์ “ลบจุดอ่อน” เรื่องเพดานการต่อสู้ โดยหันไปปลุกผี “เสื้อแดง” ในวาระครบรอบ 11 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พ.ค.2553 
    รวมถึงดึงนักวิชาการที่คนรุ่นใหม่ฟัง ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์  และพวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาชำระประวัติศาสตร์ และทวงความยุติธรรมจากรัฐ
    ก่อนหน้านี้ ค่ายเพื่อแม้ว ยังให้ “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำ นปช.สายบ้านจันทร์ส่องหล้า มาจัดกิจกรรมเชิดชูการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เชื่อมต่อกับคนรุ่น Gen Y Gen Z

 ไหวมั้ย 'บางแคร์' 'โทนี่-พิมรี่พาย'แม่ไม้มวยวัด

    กล่าวโดยสรุป เปิดคลับเฮาส์มา 2-3 รอบ โทนี่ยังไม่ปัง จึงต้องปั่นกันต่อ ด้วยแคมเปญ “72 ยังแจ๋วโทนี่วู้ดซัม” ในวาระครบ 72 ปีของทักษิณ ชินวัตร ให้เยาวชนถามโทนี่มา แล้วเขาจะตอบให้โดนๆ 

หลอกครูและคนทั้งประเทศ ‘เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์’ อีกแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467486

หลอกครูและคนทั้งประเทศ ‘เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์’ อีกแล้ว

20 พฤษภาคม 2564 – 20:00 น.

บ่อยครั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใช้การเลื่อนเปิดเทอมเป็นทางออก หลังการแพร่ระบาดเจ้าวายร้ายไวรัส แต่ครั้งนี้ต่างจากเดิม…ติดตามบทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

หลังมีกระแสเรียกร้องให้เลื่อนการเปิดเทอมออกไป “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ออกมาให้ข่าวว่า เลื่อนออกไปตามที่เรียกร้อง เป็น 14 มิถุนายน 2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ด่วน ศธ.เคาะเลื่อนเปิดเทอมอีกรอบ

สุดฮา นักเรียนทักถามครูเปิดเทอมเมื่อไหร่ แอบดีใจนึกว่าอยากมาเรียนก่อนเจอความในใจสุดพีค

ชมรมครูฯ ออกแถลงการณ์ ขอเลื่อนเปิดเทอม กรณีโควิด

พร้อมชี้แจงรายละเอียดในเวลาต่อมา ปรากฏว่า ไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ ในเนื้อหาและรายละเอียด เลื่อนจริงแค่ 4 จังหวัด เพราะ มีประกาศห้ามใช้อาคารเรียน แต่ก็สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบอื่นได้ตามความเหมาะสม โดยการอนุมัติของ สพฐ. และ ศบค.

ในส่วนของจังหวัดที่เหลือ สามารถจัดเรียนได้ทุกรูปแบบ โดยผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมกับคณะครู และกรรมการสถานศึกษา หากมีความประสงค์ที่จะเปิดเรียนก่อนวันที่ 14 มิถุนายน ให้ทำเรื่องเสนอไปยังคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดนั้นๆ พิจารณา และให้นักเรียนมาโรงเรียนได้แต่มาตรการในการรักษาความปลอดภัยก็ยังต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด.

หากโรงเรียนไหนเลื่อนการเปิดเทอม ภาระทั้งหมดกลายเป็นของโรงเรียน ครู และนักเรียนที่ต้องรับผิดชอบ ต้องจัดการเรียนการสอนให้ครบตามเวลาที่หลักสูตรกำหนด คือ 200 วัน ต่อปีการศึกษา แถมท้ายด้วยเงื่อนไขว่า โรงเรียนที่เลื่อนการเปิดเทอมออกไปก็ต้องปิดภาคเรียนเหมือนเดิม และเปิดภาคเรียนที่ 2 ตามกำหนดการเดิม

ส่วนเหตุผลการประกาศเลื่อนการเปิดเทอม ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่า เพื่อให้มีระยะเวลารับการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษา และรองรับการย้ายสถานศึกษาของนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น แต่เป็นไปตามข้อห้ามของ ศบค. ที่ห้ามใช้สถานที่และอาคารเรียนในพื้นที่สีแดงเข็ม

เมื่อถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2564 จะมีกี่โรงเรียนที่เลื่อนเปิดเทอม หลอกครูและคนทั้งประเทศ เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์ อีกแล้วครับท่าน

ป่วน “ลุง” เด็กดื้อค่ายโรงโม่ ละครโรงใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467409

ป่วน “ลุง” เด็กดื้อค่ายโรงโม่ ละครโรงใหญ่

20 พฤษภาคม 2564 – 12:28 น.

เบื้องหลังวัคซีนการเมือง “ยังบลัด” ค่ายภูมิใจไทย ใส่ไม่ยั้ง กรณี “เบรกวอล์กอิน”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปฏิบัติการเขย่า “ลุง” ของ ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพื้นฐานความคิดการเมืองของพวกเขา ก็ไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ “คสช.” อยู่แล้ว


ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง    

บังเอิญชั่วโมงนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล และศักดิ์สยาม ชิดชอบ แกนหลักพรรคภูมิใจไทย กำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจากกรณีโควิดระบาด แต้มบุญแต้มบวกหายไปเยอะ    

พรรคภูมิใจไทยในฐานะผู้ดูแลกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรมการแพทย์ จึงคิดข้อเสนอการฉีดวัคซีนวอล์กอิน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ง่ายขึ้น โดยศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม เตรียมเปิดสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนวอล์กอิน     

องค์ประกอบ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย แยกออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มนักเลือกตั้งอาชีพ ที่ร่วมหัวจมท้ายกับเนวิน ชิดชอบ หัก “นายใหญ่” มาตั้งค่ายใหม่ 

เมื่อเจอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เบรกเรื่องการฉีดวัคซีนวอล์กอิน ก็ทำให้กลุ่มยังบลัดค่ายสีน้ำเงิน โกรธควันออกหู จึงดาหน้าออกมา “สอน” ลุงในทำเนียบผ่านโซเชียล    
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่ม “เด็กดื้อ” หรือยังบลัด ค่ายโรงโม่ ออกมาสวนวิธีคิดและการทำงานของพรรคพลังประชารัฐ 

กลุ่มทุนท้องถิ่น ที่ขึ้นตรงกับ “บ้านใหญ่โรงโม่” ของเนวิน ชิดชอบ ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้ เนวินได้เชื่อมร้อยไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็น “ขุนพลแก้ว” ของทักษิณ ชินวัตร  

กลุ่มยังบลัด นำโดย “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พร้อมกับลูกชายเฮียตือ-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล 2 คนคือ “แบต” ภราดร ปริศนานันทกุล และ “แชมป์” กรวีร์ 

ปริศนานันทกุล ดังที่ทราบกัน กลุ่มนี้แตกออกมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องจากไม่พอใจที่ “เจ้าของพรรค” ไปรับเงื่อนไขบางอย่างมาจาก “ลุงป้อม” 

ฉะนั้น กลุ่มเสี่ยโต้ง จึงเปรียบเสมือนฝ่ายค้านในฝ่ายรัฐบาล เหมือนกรณีของ “อันวาร์-เทพไท” ในค่าย ปชป.

++
รวมดาวรุ่นใหม่
++
เดิมที “เสี่ยหนู” วางบทบาทของกลุ่ม “เสี่ยโต้ง” ให้เป็น ส.ส.เลือดใหม่ ไม่ต่างจาก ส.ส.พรรคก้าวไกล เพื่อลบภาพ “พรรคนายทุน” ให้เป็นพรรคทางเลือกของผู้รักประชาธิปไตย    

ปี 2562 นักข่าวสภาฯ ได้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน ระหว่าง ส.ส.กลุ่มเสี่ยโต้ง กับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (พรรคก้าวไกล) แต่ผ่านไประยะหนึ่ง ก็เริ่มเมินหมางห่างกัน    

วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มีเสียง ส.ส. จำนวน 61 คน เป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาลประยุทธ์ และเป็นพรรคอันดับ 3 ในรัฐสภา รองจากพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ    

ผลเลือกตั้งทั่วไป 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนเลือกตั้ง มากกว่า 3 ล้าน 7 แสนคะแนน ทำให้ได้ ส.ส.รวม 51 คน (ไม่นับรวม ส.ส.อนาคตใหม่ที่ย้ายเข้ามาตอนหลัง) เมื่อได้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล จำนวน 10 คน จึงขยับเป็น 61 คน    

การดึง ส.ส.ค่ายสีส้มเข้ามาอยู่ในค่ายสีน้ำเงิน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ 2 พรรค มึนตึงต่อกัน และระเบิดศึกข้ามพรรค กรณี “วัคซีนทางเลือก” เนื่องจาก ส.ส.ก้าวไกล จองกฐินเสี่ยหนู เรื่องผูกขาดวัคซีนโควิด

++
รอวันแยกทาง 
++
เลือกตั้งปี 2562 ภูมิใจไทย วางตัวเป็น “พรรคทางสายกลาง” และการได้กลุ่มเสี่ยโต้งเข้ามา ก็ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ให้เลือกพรรคสีน้ำเงินมาพอสมควร แต่การเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ส่งผลให้โหวตเตอร์รุ่นใหม่ หันหลังให้กับค่ายสีน้ำเงิน    

ดังนั้น ปลายปี 2563 มีขบวนการนอกสภา นำโดยเยาวชนปลดแอก จัดชุมนุมใหญ่เรียก ร้องให้นายกฯ ประยุทธ์ ลาออก และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เสี่ยโต้งกับลูกชาย “เฮียตือ” กระโดดออกมาสนับสนุนข้อเสนอของขบวนการเยาวชนปลดแอกทันที    

มิเพียงเท่านั้น เสี่ยโต้ง ,แบต และแชมป์ ยังลงถนน สังเกตการณ์การชุมนุม และเข้าไปช่วยเหลือเป็นนายประกันให้แก่แกนนำม็อบบางคน

กระทั่ง ม็อบเยาวชนปลดแอก ยกระดับข้อเรียกร้องทะลุ “เพดาน” ฝ่าย ส.ส.ภูมิใจไทย จึงใส่เกียร์ถอย เนื่องจากจุดยืน และอุดมการณ์ของ “นายใหญ่” ค่ายโรงโม่ แตกต่างจากพวกเด็กๆ ทำให้เสี่ยโต้ง และคณะ ต้องถอนตัวออกมา    

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุผลใดในวันข้างหน้า ทีมเสี่ยโต้ง ก็จะเป็นทัพหน้าฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า หาแต้มบวกให้เสี่ยหนู

ทำงบฯประจำปีแบบรูทีน-แต่กู้เงินอีก 7 แสนล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467402

ทำงบฯประจำปีแบบรูทีน-แต่กู้เงินอีก 7 แสนล้าน

20 พฤษภาคม 2564 – 10:51 น.

รัฐบาลกู้เงินอีก 7 แสนล้าน มาใช้สู้กับวิกฤต โควิด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก.และห่วงถึงการใช้เงินกู้ว่า อาจมีการรั่วไหล แอบอ้าง เล่นแร่แปรธาตุ รวมถึงคำถามการจัดงบฯประจำปี 65 ที่ยังใช้วิธีการแบบเดิมๆไม่ได้ดูความสำคัญเป็นหลัก

ลับๆล่อๆ สุดท้าย ครม. มีมติ เห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน ฉบับใหม่ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอจำนวน 7 แสนล้านบาท เพื่อนำมาสู้กับวิกฤตโควิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยออก พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในช่วงเกิดโควิด ระบาดครั้งแรกมาแล้วและได้มีการใช้เงินไปเกือบเต็มวงเงินกู้แล้ว 

ร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 7 แสนล้าน มีเพียง 4 หน้า จึงถูกมองว่า ไม่มีแผนงานในการใช้เงินหรือรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน จะเป็นการตี“เช็คเปล่า” ให้รัฐบาลมากเกินไปหรือไม่และมีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องออกเป็นพระราชกำหนด ( พ.ร.ก.) เพราะอีกไม่กี่วัน สภาฯก็จะเปิดประชุมแล้ว ออกเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)เข้าสภาฯตามปกติ หากมีแผนงานในการใช้เงิน รายละเอียดโครงการชัดเจน  สภาฯพิจารณาวันเดียว 3 วาระรวด ก็ทำได้ ไม่ได้ล่าช้า  แต่สิ่งที่ได้คือผ่านการตรวจสอบจากสภาก่อน

 เพราะว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ก่อนหน้านี้ ก็ยังถูกตั้งคำถามว่า ได้ใช้เงินไปตรงกับที่กู้มาเกี่ยวกับ โควิด มากน้อยแค่ไหน 

 อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ” ตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายโครงการที่อ่านแล้วไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับโควิด ได้อย่างไร เช่น โครงการเฝ้าระวังสร้างแนวกันไฟสร้างรายได้ชุมชน 246 ล้านบาท, โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า 741 ล้านบาท เป็นต้น 

ส่วนเหตุผลของกระทรวงการคลังผู้ชงเรื่องต่อ ครม. อ้างว่าเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศยังคงมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีข้อจำกัดของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพื่อการเยียวยา ฟื้นฟู และปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงแหล่งเงินอื่นๆที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากโควิด-19 แล้ว พบว่า มีข้อจำกัดทั้งในส่วนของวงเงินกู้เดิมที่เริ่มมีการเบิกจ่ายจำนวนมากในทุกแผนงาน ทั้งในส่วนของสาธารณสุขที่ต้องมีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และวัคซีนเพิ่มเติม

ขณะที่ในงบกลางฯที่มีการตั้งไว้ในปี 2564 วงเงิน 9.9 หมื่นล้านบาทยังมีความจำเป็นต้องสำรองไว้ใช้กรณีที่อาจเกิดผลกระทบหรือภัยพิบัติอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นเช่น อุทกภัย ภัยแล้ง และภัยพิบัติอื่นๆ

ส่วนการโอนงบประมาณในปีงบประมาณ 2564 นั้นหน่วยงานส่วนใหญ่ได้มีการผูกพันงบประมาณไปจำนวนมากแล้วการโอนงบประมาณกลับมาใช้เรื่องโควิดจึงทำไม่ได้มากนัก ขณะที่ในกรอบงบประมาณ 2565 ก็จะอนุมัติบังคับใช้ได้ในเดือน ต.ค.ซึ่งอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์

นั่นเป็นรายงานที่กระทรวงการคลัง เสนอต่อ ครม.

ที่จริงแล้วเรื่องกู้เงินมาใช้กับวิกฤต“โควิด”ไม่ค่อยมีใครค้านกัน เพราะทั่วโลกก็ใช้วิธีกู้เงินมาสู้กับ“โควิด”

แต่ที่เขาห่วงกัน คือ การใช้เงินกู้ที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ไม่โปร่งใส มีการรั่วไหล แอบอ้างไปใช้กับเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ โควิด  เพราะว่าเงินกู้เหล่านี้สุดท้ายประชาชนต้องเป็นคนจ่ายคืนทุกบาท  จึงต้องใช้ให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ

ในขณะที่หันไปมอง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ฯ ปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ที่เตรียมเข้าสภาฯวาระแรก ก็ยังมีการจัดสรรงบฯแบบเดิมๆ ตามสัดส่วนที่หน่วยงานต่างๆขอมาทุกปี 

เราจึงเห็นงบฯกระทรวงสาธารณสุขที่ขออยู่ที่  1.53 แสนล้านบาท น้อยกว่างบฯของกระทรวงกลาโหมจำนวน 2.03 แสนล้านบาท 

ที่จริงแล้วในภาวะพิเศษที่ประเทศเผชิญกับวิกฤต โควิด เช่นนี้  การจัดทำงบประมาณประจำปี ต้องคิดนอกกรอบ  เช่น ทุ่มงบฯไปที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ “กันเงิน”ส่วนนี้ไว้เลย ส่วนที่เหลือค่อยเจียดไปให้กระทรวงที่ไม่เกี่ยวกับ “โควิด”

“คุณหญิงสุดารัตน์” บอกว่า งบประมาณในปี 2565 ยังสามารถตัดมาเพื่อทุ่มซื้อ ”วัคซีน” คุณภาพดี และใช้ในการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อีกอย่างน้อย 15% หรือเกือบ 500,000 ล้านบาท

เพราะว่าถ้าเราจัดสรรงบประมาณประจำปี โดยมองถึงภาวะวิกฤตของประเทศเป็นหลัก เราอาจไม่ต้องกู้เงินเพิ่มอีก7 แสนล้านบาท หรือไม่ต้องกู้จำนวนมากขนาดนี้ ก็เป็นได้

แค้นข้ามฟ้า ‘ปูแดง’ ไม่ทน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467350

แค้นข้ามฟ้า’ปูแดง’ ไม่ทน

19 พฤษภาคม 2564 – 17:53 น.

รอสางแค้น “แม้ว-ปู” เอาคืน ช่วงโควิดปิดล้อมรัฐบาลประยุทธ์

อันเนื่องจาก CARE ClubHouse เมื่อค่ำวันอังคารที่ 18 พ.ค.2564 “พี่โทนี่” หรือ ทักษิณ ชินวัตร ได้มาพูดคุยเรื่องโควิด และตอบคำถามของวัยรุ่น
    ตอนท้าย “พี่โทนี่” เชิญ “น้องปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาพบกับเอฟซี ซึ่งหนที่แล้ว เธอก็โผล่มาตอนใกล้จบ ไม่พูดอะไร แต่หนนี้ ขอพูดนิดหน่อย

วันถัดมา แอดมินเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย ได้ถอดคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก โดยเกริ่นว่า “ปิดท้ายโควทดีๆ วันนี้ ด้วยโควทของแม่ปู นายกฯ หญิงคนแรกของไทย และนายกฯ หญิงคนแรกที่โดนปล้นอำนาจไปเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน” 
    ตั้งแต่ “ยิ่งลักษณ์” หนีการฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าวไปอยู่นครดูไบ ก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมากนัก ต่างจากปีนี้ หลังมีการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย โดย “คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า” นำกลุ่มแคร์เข้าไปรีโนเวทพรรค
    “…ตอนนี้ 7 ปีแล้วที่ถูกรัฐประหาร ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ ถ้ารัฐบาลปฏิวัติแล้ว พัฒนาประเทศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ปฎิวัติมาสองครั้ง ไม่มีอะไรคืนให้ประเทศเลย เศรษฐกิจก็แก้ไม่ได้ อนาคตก็หวังไม่ได้ แทนที่จะเป็นประชาธิปไตย ที่บอกจะคืนความสุขให้ประชาชน วันนี้ความสุขนั้นอยู่ที่ไหน…การรัฐประหารมันคือการทำลายประเทศ เราสองคนทนได้ แต่เราสงสารประชาชนค่ะ”

    คำพูดของอดีตนายกฯ ปู โดนใจกองเชียร์เพื่อไทย และคนเสื้อแดง 
    ล่าสุด อดีตนายกฯ ปู ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra ร่วมรำลึกเหตุการณ์พฤษภา 2553 
    “ดิฉันขอร่วมรำลึกถึงความสูญเสียของประชาชนจากการสลายชุมนุมปี 2553 ที่ประชาชนเป็นผู้ถูกกระทำจากฝ่ายรัฐ และขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วม #คืนความจริง ให้กับทุกคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวันนั้น…ดิฉันขอวิงวอนว่าความเจ็บปวดที่ครอบครัวของเหยื่อการเมืองไทยและผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น จะเป็นความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายสำหรับประเทศไทยค่ะ #11ปี19พฤษภา”
    กลุ่มแคร์ ประเมินว่า การกลับมาของ “พี่โทนี่” ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่น Gen Y Gen Z ดังนั้น ทีมงานกลุ่มแคร์ จึงจัดกิจกรรม “ใครอยากถามอะไรพี่โทนี่ ถามเลย”


    พวกเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมถามคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับ “พี่โทนี่” ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด วิสัยทัศน์ ไลฟ์สไตล์ หรือ ความชอบต่างๆ 
    คำถาม-คำตอบ จะถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงวันเกิดของทักษิณ คือวันที่ 26 ก.ค.2564

++
ปรากฏการณ์ยิ่งลักษณ์
++
    เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา เพิ่งครบรอบ 10 ปี วันที่พรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ “ยิ่งลักษณ์” เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 ลงสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 
    ยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาหาเสียง 49   วัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์มากมาย ในที่สุด พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 265 จาก 500 ที่นั่ง นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไทยที่พรรคการเมืองพรรคเดียวครองเสียงข้างมากในสภา และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

 แค้นข้ามฟ้า'ปูแดง' ไม่ทน

เพื่อไทย ยังหวังเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีปรากฏการณ์แบบนี้

    ชัยชนะของยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ความบังเอิญหรือเพราะโชคชะตา แต่เกิดจากการวางแผนและมีการเตรียมตัวเข้าสู่สนามการเมืองมากกว่า 2 ปี โดยอาศัยจังหวะการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ระหว่าง 2552-2553
    นอกจากความเป็นน้องสาวของทักษิณ ทีมงานเพื่อไทย ได้ใช้กลยุทธ์ “การตลาดการเมือง” ปั้นยิ่งลักษณ์ให้เกิดกระแส “ปูแดงฟีเวอร์” ภายใน 49 วัน จนพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนั้น
    ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ก็วาดหวังว่า จะสร้างปรากฎการณ์แบบปี 2554 อีกครั้ง สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เรตติ้งร่วง “หนู-โอ๋” โควิด ขวิดพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467328

เรตติ้งร่วง “หนู-โอ๋”โควิด ขวิดพรรค

19 พฤษภาคม 2564 – 15:35 น.

แต้มบวกหาย “หนู-โอ๋” เจอพิษโควิด กองเชียร์กังขา “วัคซีนการเมือง” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
คำว่า “กลยุทธ์การสื่อสารในภาวะวิกฤต” ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง ในสถานการณ์ที่คนไทยกำลังเผชิญหน้าไวรัสมรณะโควิด-19 เนื่องจากมีความสับสนในการสื่อสารของภาครัฐหลายๆกรณี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง….  
“อนุทิน” แจง ” Walk in”  ฉีดวัคซีนได้แต่หากคิวเต็ม ก็ไม่ได้ฉีด 

เรตติ้งร่วง "หนู-โอ๋"โควิด  ขวิดพรรค

แผนวอล์กอินของเสี่ยหนู สะดุด

ยกตัวอย่างกรณีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ประเด็นจะมีการเปิด “วอล์กอิน” ให้รับการฉีดวัคซีนได้หรือไม่? คนการเมือง และหน่วยงานภาครัฐกลับพูดไม่ตรงกัน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น

ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล จึงโจมตีว่า รัฐบาลประยุทธ์สอบตกเรื่องการบริหารจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤต ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านในหมู่ประชาชน   

พูดถึงพรรคร่วมรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข และศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม สองแกนหลักพรรคภูมิใจไทย เจอโควิดระลอก 3 ประจานฟอร์มการบริหาร จนหา “แต้มบวก” ไม่เจอ    

สัปดาห์ที่แล้ว เนวิน ชิดชอบ พี่ใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน พยายามจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนโควิดให้ชาวบุรีรัมย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น “อยากกลับมามีชีวิตเหมือนก่อนเกิดโควิด ต้องช่วยกันมาฉีดวัคซีน” เสมือนเป็นการโหมโรง ก่อนฉีดจริงในวันที่ 7 มิ.ย.2564    

จริงๆแล้ว ก็เป็นการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่ “ลุงเนวิน” ก็เล่นใหญ่ตามสไตล์คนเซราะกราว บังเอิญสื่อสารคลาดเคลื่อน เลยทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด ตกเป็นข่าวใหญ่โต    

ร้อนถึงสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องออกมาชี้แจงว่า การฉีดวัคซีนของบุรีรัมย์ ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ เป็นการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง แต่ถ้ากลุ่มเสี่ยงไม่กักตัว และไม่ไปฉีดวัคซีนตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่สามารถเอาผิดได้ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

++
สะดุดวอล์กอิน
++
ถัดจากมหกรรม “ใครไม่ฉีด GU ฉีด” ที่บุรีรัมย์ ก็มีข่าว ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม เตรียมความพร้อมเปิดสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนวอล์กอิน ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข     

ข่าวนี้สร้างความฮือฮา หลายคนชื่นชอบไอเดียของ “เสี่ยหนู” และ “เสี่ยโอ๋” ก็ขานรับทันที หลายคนนึกภาพการฉีดวัคซีนแบบที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ใครใคร่ฉีด ก็ฉีดได้ทันที ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่    

วันที่ 18 พ.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวหลังประชุม ครม. เรื่องแผนการกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม ,การลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite Registration และจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ คือประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ     


เสี่ยโอ๋ ขยับไม่ออก เพราะพิษโควิด

สื่อออนไลน์ทุกสำนัก พาดหัวข่าวไปแนวเดียวกัน “ประยุทธ์เบรกวอล์กอินฉีดวัคซีน” หรือ “ประยุทธ์หักอนุทิน เบรกวัคซีนวอล์กอิน”    

วันถัดมา อนุทิน กล่าวว่า กรณีการวอล์กอิน ก็เป็นแผนสำรอง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอดูการฉีดในแผนปกติก่อน

“ผมอาจพูดเรื่องวอล์กอิน เร็วไปนิด เพราะเราดูแล้วว่าวัคซีนแม้จะเห็นว่าให้ได้ แต่เพื่อความสบายใจกับคนที่นัดหมายมาฉีด ว่าจะต้องได้ฉีดก่อน มิเช่นนั้นอาจต่อว่าได้ว่านัดแทบตายแต่ปล่อยให้คนวอล์คอินได้ก่อน ซึ่งตรงนี้จะเรียกว่าอะไรก็ได้ แต่วัคซีนเหลือไม่ได้ สาธารณสุขส่งวัคซีนออกไปต้องใช้ให้ครบทุกโดส ทิ้งไม่ได้ ผมไม่ยอม” อนุทิน กล่าว 

++
บ้านใหญ่กังขา
++
ส่องความเคลื่อนไหวสื่อออนไลน์ ในเครือข่าย “บ้านใหญ่อีสานใต้” พบว่า มีการนำเสนอบทวิเคราะห์กรณี “ล้มแผนวอล์กอิน” ให้ดำเนินการฉีดวัคซีนตามแผนปกติ

มีการตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งเรื่องการกระจายวัคซีนในช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม และการลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite ดูจะขัดแย้งกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนให้กับคนกรุงเทพ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร     

จุดบริการทั้งโรงพยาบาล และจุดบริการเสริม 25 จุด ที่กระจายทั่ว กทม. ในแต่ละจุด รองรับคน กทม.ได้มากสุด ไม่เกิน 3,000 คนต่อวัน บางแห่งได้ได้แค่ 1,000 คนต่อวันเท่านั้น    

เปรียบเทียบสถานีกลางบางซื่อ ที่รองรับประชาชนได้วันละหลักหมื่นคน ซึ่งจะทำให้สามารถฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น และช่วยให้บรรลุเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนกรุงเทพได้เร็วขึ้น   

“มีกระแสข่าวซุบซิบในทำเนียบว่า ที่จำเป็นต้องเบรกเรื่องวอล์กอิน อาจเป็นเพราะกลัวจะเสียคะแนนเสียง เพราะอีกไม่นาน น่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งว่าที่ผู้สมัครบางส่วนก็เริ่มโหมโรงหาเสียงกันแล้ว”     

ดูเหมือนว่า บทบาทของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จะตกเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ และลากโยงมาถึงเรื่อง “เบรก” การฉีดวัคซีนแบบวอล์กอิน 

โควิดบุก ‘จ้าวเหว่ย’ หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467254

โควิดบุก ‘จ้าวเหว่ย’ หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

18 พฤษภาคม 2564 – 19:22 น.

โควิดระบาด อาณาจักร “จ้าวเหว่ย” สามเหลี่ยมทองคำ คนเชียงรายหนาว 

++

คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก “กาสิโนคิงส์โรมัน” ของจ้าวเหว่ย ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า เกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

จริงๆแล้ว กาสิโนคิงส์โรมัน เป็นเพียงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมี “จ้าวเหว่ย” เป็นประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ

ทุกวันนี้ สถานการณ์การระบาดของโควิดใน สปป.ลาว จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังไม่ลดลง และที่น่าสนใจ แขวงบ่อแก้ว มีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

ข้อมูลในวันที่ 18 พ.ค.2564 ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสม นครหลวงเวียงจันทน์ 812 คน และแขวงบ่อแก้ว 454 คน (ร้อยละ 90 เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ)

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

       จ้าวเหว่ย ต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญดัานการแพทย์จีน ที่มาช่วยเหลือ

++
ทำไมปกปิด?

แม้การแถลงของคณะเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิด ระดับชาติของลาว จะพบว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมนั้น อันดับ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ และอันดับ 2 แขวงบ่อแก้ว แต่ก็ไม่มีแถลงรายละเอียดว่า เหตุใดแขวงบ่อแก้ว จึงมีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก แต่คณะเฉพาะกิจฯ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียด 

กระทั่งวันที่ 17 พ.ค.2564 เจ้าแขวงบ่อแก้ว ประชุมออนไลน์กับท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี จึงได้มีการนำเสนอรายละเอียดของผู้ติดเชื้อโควิด

โดยอ้างอิงข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2564 ทั่วแขวงบ่อแก้ว มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสม 390 คน ในนั้น แยกเป็นคนในแขวง 45 คน และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 345 คน เฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง จำนวน 345 คน แยกเป็นคนลาว 199 คน (หญิง 170 คน) ,จีน 95 คน, ไทย 9 คน, เมียนมา 41 คน และเวียดนาม 1 คน
 มีข้อน่าสังเกตมีคนไทยติดเชื้อโควิด 9 คน จากจำนวนคนไทยที่ทำงานในสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 300 คน

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

                             สถานบันเทิงสามเหลี่ยมทองคำ

สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด 390 คน แยกเป็นโรงหมอแขวงบ่อแก้ว 45 คน, โรงหมอเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ 345 คน ผู้ป่วยทั้งหมด รักษาหายแล้ว 110 คน 

ด้านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ภายในแขวงบ่อแก้ว เริ่มฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เดือน มี.ค.2564 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน(15 พ.ค.2564) ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 มี 27,670 คน เข็มที่ 2 มี 4,690 คน (รวม 32,360 คน) เฉพาะเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 มี 36,099 คน

จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่า คลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดของแขวงบ่อแก้วคือ กาสิโนคิงส์โรมัน และสถานบันเทิงภายในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ อาณาจักรธุรกิจของ จ้าวเหว่ย 

อย่างไรก็ตาม เฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ มีการตรวจหาเชื้อโควิดไปแลัว 43,471 คน

การที่มีผู้ติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ สะท้อนว่า ตั้งแต่ก่อนบุญปีใหม่ลาว กาสิโนคิงส์โรมัน และสถานบันเทิง ได้เปิดบริการ ทั้งที่คำสั่งของรัฐบาลลาว ยังไม่อนุญาตให้เปิดด่านสากล

นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษฯ กระทั่งโควิดระบาดหนัก จึงมีการสั่งปิดการเข้า-ออก ทั้งทางฝั่ง อ.เชียงแสน และ จ.ท่าขี้เหล็ก

นอกจากนี้ เจ้าแขวงบ่อแก้ว ได้เสนอกระทรวงสาธารณสุขลาว ให้ส่งแพทย์จากศูนย์กลางมาช่วยแขวงบ่อแก้ว โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ และเมืองต้นผึ้ง พร้อมกับเรียกร้องให้คณะเฉพาะกิจขั้นศูนย์กลาง ระงับการออกใบอนุญาตให้คนต่างประเทศเข้า-ออก แขวงบ่อแก้ว

โควิดบุก 'จ้าวเหว่ย' หนาว คลัสเตอร์คิงส์โรมัน

              จ้าวเหว่ย ร้องขอแพทย์ลาวจากส่วนกลางมาช่วย

นางงาม ‘ชิน’ จักรวาลการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467244

นางงาม ‘ชิน’ จักรวาลการเมือง

18 พฤษภาคม 2564 – 18:05 น.

เบื้องหลังนางงามเมียนมา ใช้เวทีมิสยูนิเวิร์ส ฉีกหน้าเผด็จการทหาร ประสานกองกำลังชาวชิน

++

หลังจบภารกิจการประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe 2020) ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น (Thuzar Win Lwin) หรือ “แคนดี้” ได้ไปร่วมงานฉลองเล็กๆ กับพี่น้องชาวชิน ในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ 

ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น มิสยูนิเวิร์สเมียนมา ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ฉันมีความสุขมาก และขอบคุณชาวชินที่รัก ในฟลอริดาทุกคน สำหรับการเฉลิมฉลอง Thu Zar และให้กำลังใจเธอ

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                     นางงามเมียนมา ฉลองกับชาวชินในฟลอริดา

ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น (Thuzar Wint Lwin) เป็นชาวเมืองฮาคา รัฐชิน  ไม่ใช่รัฐกะฉิ่น ชุดประจำชาติที่เธอสวมใส่ จนได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมคือ ชุดชาวชิน ไม่ใช่ชุดชาวฉิ่นหรือกะฉิ่น

ที่สำคัญ สภาบริหารภาครัฐหรือรัฐบาลทหารเมียนมา ยังไม่ได้ออกหมายจับเธอ ตามที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้

ดังที่ทราบกัน ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ได้เตรียมชุดประจำชาติไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส แต่เกิดปัญหาเรื่องการขนส่ง จนตามหากระเป๋าใส่ชุดนั้นไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจนำชุดประจำเผ่าชินมาใส่แทน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวชินในสหรัฐฯ

จริงๆแล้ว ตอนที่เธอประกวดมิสยูนิเวิร์สเมียนมา 2020 เมื่อปีที่แล้ว ก็ได้สวมชุดประจำเผ่าชิน ขึ้นเวทีมาแล้ว ซึ่งเป็นชุดที่หญิงสาวเผ่าชินผู้มีฐานะ สวมใส่ในวันแต่งงาน

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง
นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

           ชุดประจำชนเผ่าชิน ที่เธอใช้ประกวดบนเวทีมิสยูนิเวิร์สเมียนมา

หลังรัฐประหาร ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ได้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงเผด็จการทหาร และเรียกร้องให้นำประชาธิปไตยกลับคืนมา ฉะนั้น นับแต่ก้าวแรกที่เธอเดินทางถึงสหรัฐฯ สื่อบางสำนักจึงขอสัมภาษณ์เธอเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในเมียนมา

ไม่แปลกเลยที่ในวันประกวดชุดแต่งกายประจำชาติ เธอจะชูป้าย “Pray for Myanmar” (ภาวนาให้เมียนมา) บนเวทีประกวด 

พอถึงค่ำคืนวันประกวดนางงามจักรวาล ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น ผ่านเข้ารอบ 21 คน จึงได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ใช้ในการแนะนำสาวงามที่เข้าร่วมการประกวด เธอจึงมีโอกาสบอกเล่าสภาพที่เป็นจริงของเมียนมาให้ชาวโลกได้รับรู้

“ประชาชนของเรากำลังตายและถูกทหารยิงทุกวัน ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ทุกๆ คนพูดต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาด้วย”

++
สาวชาวชิน

ตู่ส่าวิ่นท์หลุ่น หรือ Candy วัย 22 ปี มีอาชีพเป็นนางแบบและบล็อกเกอร์ความงาม และกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย East Yangon เอกภาษาอังกฤษ ในปีสุดท้าย 

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                            นางแบบวัย 22 ชาวเมืองฮาคา รัฐชิน

แคนดี้ เป็นตัวแทนจากเมืองฮาคา จากรัฐชินคนแรก ที่ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สเมียนมา เธอยังกวาดรางวัลพิเศษไปอีก 4 รางวัลคือ รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม , Miss Photogenic , Miss Healthy Skin, Miss Dentiste Award อีกด้วย

ระหว่างที่แคนดี้ ไปประกวดนางงามที่สหรัฐ การต่อสู้ของประชาชนในรัฐชิน กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เมื่อกองกำลังป้องกันแผ่นดินชิน (Chinland Defence Force – CDF) มีสมาชิกราว 400-500 คน ซึ่งมีปืนไรเฟิลราว 30-40 กระบอก รวมทั้งปืนล่าสัตว์ ได้ปฏิบัติการโจมตีรถทหารเมียนมา เสียหายถึง 6 คัน

กองทัพเมียนมา จึงตอบโต้ด้วยการยกกำลังทหารเข้าปิดล้อมเมืองมินดัต และฮาคา ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม

++
รัฐชินอยู่ที่ไหน?

รัฐชิน (Chin State) เป็นรัฐหนึ่งของสหภาพเมียนมา มีเมืองเอกของรัฐคือ เมืองฮาคา (Hakha) รัฐชินมีประชากร ประมาณ 478,801 คน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชิน 

ชาวชินร้อยละ 80 นับถือศาสนาคริสต์ นอกนั้นนับถือพุทธ อิสลาม ฮินดู และยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีต

รัฐชิน มีพื้นที่ 36,019 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอันกว้างใหญ่ ทิศเหนือ ติดต่อกับ รัฐมณีปุระ อินเดีย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ภูมิภาคมะเกฺว และภูมิภาคสะกาย ทิศใต้ ติดต่อกับ รัฐยะไข่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับบังกลาเทศและรัฐมิโซรัม อินเดีย

นางงาม 'ชิน' จักรวาลการเมือง

                                           กองกำลังชาวชิน

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ “สามัคคีธรรม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467199

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ “สามัคคีธรรม”

18 พฤษภาคม 2564 – 14:24 น.

โควิดปิดล้อมรัฐบาลประยุทธ์ สะเทือนพลังประชารัฐ ส่อแววซ้ำรอยสามัคคีธรรม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ชุนน้ำหมึก

++
ในที่สุด พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรฯ และอดีตประธาน ครป. ถือโอกาสวาระครบรอบ 29 ปี พฤษภาทมิฬ ออกมาสนับสนุน “ทนายนกเขา” ไล่รัฐบาลประยุทธ์ พ่วงข้อเสนอ “นายกคนนอก” เพื่อการสร้างชาติ 2 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง”

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ "สามัคคีธรรม"

ผู้กองธรรมนัส ถูกจับตามองเป็นพิเศษ    

ประสานเสียงกับ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ และจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ปักหลักจัดเวทีไล่ประยุทธ์อยู่ในสตูดิโอพีซทีวี รอวันลงถนนอีกครั้ง    

การต่อสู้เอาชนะโควิดรอบใหม่นี้ เป็นความท้าทายของผู้นำที่มาจากกองทัพ หากมหกรรมฉีดวัคซีนทั้งประเทศ ในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ วัคซีนโควิดยัง “เอาไม่อยู่” รัฐบาลก็อยู่ยาก 

ดังนั้น บทวิเคราะห์การเมืองเกือบทุกสำนักข่าว ต่างฟันธงว่า หลัง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2565 โยกย้ายข้าราชการเกษียณในเดือน ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงได้ยุบสภาแน่ ถ้าการเมืองเรื่องโควิดยังมะรุมมะตุ้มอยู่อย่างนี้    

ว่ากันว่า พรรคพลังประชารัฐ อาจแปรสภาพเป็น “พรรคลูกข้าวนึ่ง” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  ส่วนก๊กอื่นๆ คงขยับขยายหาที่ทางใหม่ ตามวิถีนักเลือกตั้ง และในสภาพความเป็นจริงของพลังประชารัฐ ก็คือพรรคเฉพาะกิจ มาตั้งแต่แรกแล้ว 

ทางวิบาก พลังประชารัฐ ภาพซ้ำ "สามัคคีธรรม"

สมศักดิ์ และสุริยะ คู่หูสามมิตร

++
พรรครวมไทยภาค 2
++
เรื่องราวของพรรคสามัคคีธรรม จะถูกพูดถึงบ่อยครั้ง เมื่อเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเวียนมาครบรอบปี แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า พรรคสามัคคีธรรม เป็นการสานฝันของ ณรงค์ วงศ์วรรณ ที่ต้องการเป็น “นายกคนเมือง” คนแรกของประเทศไทย    

เลือกตั้งทั่วไปปี 2529 ณรงค์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.แพร่ ได้ก่อตั้ง “พรรครวมไทย” พร้อมปลุกกระแสพรรคของคนเหนือ และชูคำขวัญ “นายกคนเมือง” หรือ “นายกลูกข้าวนึ่ง” แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ    

ปี 2532 พ่อเลี้ยงณรงค์ ตัดสินใจยุบพรรครวมไทย เข้ากับพรรคกิจประชาคม และพรรคประชาชน เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “พรรคเอกภาพ” ที่มีพ่อเลี้ยงณรงค์ เป็นหัวหน้าพรรค    

หลังรัฐประหาร 2534 “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล แกนนำคณะทหาร รสช. มอบให้ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ไปประสานกับนักการเมืองสายเหนือ จัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม    

พ่อเลี้ยงณรงค์ เห็นช่องทางลัดสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี จึงอาสาเป็นหัวหน้าพรรค และระดมนักการเมืองภาคเหนือ และภาคอีสาน เข้ามาสังกัดพรรคสามัคคีธรรม    

ผลเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 พรรคสามัคคีธรรม ได้ 79 ที่นั่ง จึงเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล หากไม่สะดุดกรณีสหรัฐระงับวีซ่าเข้าประเทศ พ่อเลี้ยงณรงค์ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว    

ชั่วโมงนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ก็แอบฝันถึงการรวมพลัง “ลูกข้าวนึ่ง” เหมือนครั้งที่พ่อเลี้ยงณรงค์ ตั้งพรรครวมไทย 

++
พรรคเฉพาะกิจ
++
สองปีก่อน พรรคพลังประชารัฐ คือชุมทางนักเลือกตั้ง ใต้ร่มเงาอดีตนายทหารใหญ่อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงได้เห็นอดีต ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่น ตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกมากมาย    

ท่ามกลางความสามัคคีรวมพลังสู้ศึกเลือกตั้ง ก็เริ่มเห็นร่องรอยของความแตกต่าง ความแปลกแยกระหว่างนักเลือกตั้ง กับเทคโนแครตที่เป็นกรรมการบริหารพรรค    

มาถึงวันนี้ “บิ๊กป้อม” ต้องลุกออกจากหลังม่าน มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อกุมสภาพ และสร้างเอกภาพภายในพรรค     

หลัง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และกลุ่ม 4 กุมาร ออกจากพรรคไป ก็เหลือกลุ่มก้อนใหญ่ๆในพลังประชารัฐ แค่ 2 กลุ่มคือ กลุ่มสามมิตร กับกลุ่มผู้กองธรรมนัส และสหาย    

กลุ่มสามมิตร นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มีประสบการณ์โชกโชน และเคยนำไพร่พลย้ายมาหลายพรรค จึงเดินเกมเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง    

กลุ่มผู้กองธรรมนัส ที่มี สันติ พร้อมพัฒน์ และวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นแนวร่วม ค่อนข้างมั่นใจว่า บิ๊กป้อมให้ความไว้วางใจ และมีผลงานจากการเลือกตั้งซ่อม จึงขยับหมากขยับเบี้ยบนกระดานอยู่เรื่อยๆ 

ส่วน ส.ส.สายอาวุโสอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้สังกัด 2 กลุ่มข้างต้น ด้วยมากประสบการณ์ จึงพร้อมจะตัดสินใจ เมื่อได้สัญญาณชัดว่า ใครจะเป็นคนรับไม้ต่อจากบิ๊กป้อม

ความเหมือนกันของพลังประชารัฐ กับสามัคคีธรรม คือพรรคการเมือง ที่มีอดีตนายทหารใหญ่ ให้การสนับสนุน เพื่อภารกิจเลือกตั้ง และฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล     

นักเลือกตั้งไม่ต่างจากนักเตะอาชีพ เมื่อจบฤดูกาลก็หาสังกัดใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มีทีมฟุตบอลของตัวเองรู้ดีว่า นักเตะก็อยากสังกัดทีมที่มีแววว่าจะเป็นแชมป์     

นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ใครๆก็อยากไปสวมเสื้อพรรคที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสมัยหน้า  

อานันท์โมเดล ‘นายกคนพิเศษ’ 29 ปี พฤษภาทมิฬ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467126

อานันท์โมเดล ‘นายกคนพิเศษ’ 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

17 พฤษภาคม 2564 – 16:51 น.

29 ปี พฤษภาทมิฬ มีเสียงเพรียกหา “รัฐบาลสร้างชาติ” และนายกรัฐมนตรีแบบอานันท์โมเดล

++

หากไม่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง เชื่อว่า กิจกรรมรำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 17 พ.ค.2535 ครบรอบ 29 ปี คงมีความคึกคักกว่าทุกปี เนื่องจาก “จตุพร พรหมพันธุ์” และ “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” ได้จัดการชุมนุมไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน ไล่รัฐบาลประยุทธ์ มาแต่ต้นเดือน เม.ย.2564

ท่ามกลางวิกฤตโควิด “จตุพร” จึงจัดกิจกรรมอภิปรายออนไลน์แทนการลงถนน แต่กิจกรรมในสตูดิโอ ก็มีนักการเมืองใหญ่เรียงหน้ามาขึ้นเวทีไทยไม่ทนพอสมควร

ด้าน อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535  ได้ออกแถลงการณ์ 29 ปี พฤษภาประชาธรรม โดยมีฉันทามติขับไล่ประยุทธ์ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศ

“นายกรัฐมนตรีเพื่อการฟื้นฟูประเทศหรือรัฐบาลช่วยชาติ ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และประชาชนหรือสังคมเห็นพ้องถึงความมุ่งมั่น เจตนารมณ์ ที่จะนำพาประเทศหลุดออกจากวังวนของปัญหา”

จะว่าไปแล้ว ขอเสนอ “รัฐบาลช่วยชาติ” ของอดุลย์ ก็ไม่ต่างจาก “รัฐบาลสร้างชาติ” ของทนายนกเขา-นิติธร ล้ำเหลือ และปรีดา เตียสุวรรณ์ 

++

อานันท์โมเดล

ประวัติศาสตร์พฤษภาคม 2535 ภายหลังเหตุการณ์ความรุนแรง พล.อ.สุจินดา คราประยูรประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมเสียงข้างมาก ร่วมกันสนับสนุนให้ พล.อ.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ หัวหน้าพรรคชาติไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่แล้ว อาทิตย์ อุไรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ได้ตัดสินใจเสนอชื่อ อานันท์ ปันยารชุน ขึ้นทูลเกล้าฯ แทนที่จะเป็น พล.อ.อ.สมบุญ 

อานันท์ ปันยารชุน ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ 

ปฏิบัติการเสนอชื่ออานันท์ เป็นนายกฯ ทำให้สื่อมวลชนสมัยโน้นยกย่องให้ อาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย 

นับแต่ปี 2548 เริ่มมีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบางปีก ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบ “อานันท์โมเดล” แต่จบลงด้วยรัฐประหาร 2549 

อานันท์โมเดล 'นายกคนพิเศษ' 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

                                         อานันท์ ปี 2535

++
อานันท์วันนี้

แม้วันนี้ “กลุ่มเพื่อนอานันท์” จะไม่มีบทบาททางการเมืองเหมือนช่วงปี 2537-2540 แต่กลุ่มแกนบางคนก็ยังนัดพบอยู่กันเป็นประจำ บางครั้งก็จะมี “อานันท์” มาร่วมวงด้วย

วันที่ 29 ต.ค.2563 อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรายการเสวนา “จากรุ่นแอนะล็อกสู่ยุคดิจิทัล เราจะลดช่องว่างการสื่อสารด้วยความจริงใจและความงามได้อย่างไร” ซึ่งในวันนั้น “อานันท์” ได้ฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วยว่า ขอให้นายกฯ รับฟังเสียงของกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเรียกร้อง และต้องพยายามทำความเข้าใจเยาวชนที่ออกมาชุมนุมด้วย 

“เด็กเขายืนยันว่าท่านนายกฯ เป็นตัวปัญหา ผมไม่ทราบว่ามีประชาชนรุ่นอื่นอีกหรือเปล่า และเขามองว่าท่านนายกฯ เป็นคนเดียวที่สามารถปลดล็อกได้ จะปลดล็อกโดยวิธีลาออก หรือวิธีอะไรผมไม่รู้ หรือถ้าท่านไม่ลาออก ผมก็ไม่ว่าอะไร เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ท่านต้องรู้นะว่าเขาเรียกร้องอย่างนั้น…”

มาถึงวันนี้ ปรีดา เตียสุวรรณ์ แกนหลักของกลุ่มเพื่อนอานันท์ ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์ลาออก และเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีพิเศษ 

ปีที่แล้ว อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาฯ ปี 2535 ก็เคยออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก และเลือกนายกฯ คนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 คือ “นายกคนนอก” 

สรุปว่า กลุ่ม “อดุลย์-จตุพร” , “นกเขา-ปรีดา” และกลุ่มอาทิตย์ คิดอ่านตรงกัน ต้องมีนายกรัฐมนตรีแบบอานันท์โมเดล

อานันท์โมเดล 'นายกคนพิเศษ' 29 ปี พฤษภาทมิฬ 

                                อาทิตย์ อุไรรัตน์ ปี 2535