‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465956

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

6 พฤษภาคม 2564 – 16:23 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวง  วิกฤติ  วิเคราะห์  ขุนพลเอก  นายกฯ  รอดศาล  ชี้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  ส.ส. เพราะดวงปีเสริมราศีดวงสมพงษ์ดาวพุธเกื้อหนุน  ส่งผลให้เปลี่ยนแปลงดวงและโชคชะตา   อีกทั้งมีดวงหนุนนายกฯ  และสองรองฯ  ได้คู่มิตรเสริมบารมีให้มั่นคงมากขึ้น  จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น เลขาธิการ  และมีโอกาสขยับขึ้น  รมต.ว่าการ เพราะดาวฤกษ์ส่งผลให้ผ่านพ้น ราศีจับเสริมกำลังทัพ  แต่อาจต้องระวัง  เรื่องไร้สาระกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  เพราะดาวอุตริจะเข้ามาวุ่นวายกับปัญหาจุกจิกที่ต้องปล่อยวาง 

“ซินแสเข่ง” อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย จับยาม   ผ่าดวง  วิกฤติ วิเคราะห์ดวงชะตา  รมช.กระทรวงเกษตร  และสหกรณ์  อยู่ในช่วงขาขึ้น  มีดวงแห่งการเป็นผู้นำสูงสุดในอนาคต  เพราะดาวพุธ  สร้างอำนาจ และบารมี  ให้มีโอกาสอยู่แถวแนวหน้า  แต่ต้องระวังตนเอง  หากทำสิ่งใดแล้วไม่เบียดเบียนตนเอง  โอกาสที่จะก้าวสู่จุดสุดยอดสูงสุดมีแน่นอน  จังหวะปีนี้ดวงเสริม  ดาวฤกษ์จับส่งผลให้ดวงชะตาเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งขึ้นแท่น  เลขาธิการ  และมีโอกาสที่จะขยับตำแหน่ง  รัฐมนตรีว่าการ   หลังจากการผ่านวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  ชี้ให้ไม่พ้นสถานะ  รมช.  และ  สส.  ด้วยเหตุไร้ข้อผูกพัน  กฏหมายไทย  เพราะดวงชะตาในปี  2564 เป็นช่วงจังหวะ  และโอกาสที่ดีมากกว่า  ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ  แต่ด้วยดาวอุตริที่ยังผูกพัน  และคุกคาม   จึงให้มีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้หงุดหวิด  อึดอัดใจไร้สาระไม่เป็นเรื่อง ไม่เป็นราว  ที่เข้ามาแทรกก่อความเดือดเนื้อร้อนใจให้เกิดขึ้น  แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมากลบเส้นทางเดินชีวิต  หากตกดวงปีหน้า 65  อาจจะไม่แน่เพราะเจอปีชง

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง  ขุนพลเอก รอดศาล ดวงปีเสริมราศี จับตาดวงเปลี่ยนขึ้นแท่น ต้องระวังเรื่องไร้สาระ ปัญหาจุกจิกต้องปล่อยวาง

“ซินแสเข่ง”  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  ดวง  รมช. ธรรมนัส  โชคดีเข้าขา ว่ามีดวงเสริม  ทั้งดวงนายกรัฐมนตรี  หากได้กำลัง  รมช.ธรรมนัส  มาเสริมทัพแล้ว  ถือว่าได้กำลังสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารงาน  เหมือนได้ทัพสู้ศึกทั้งกองทัพ  ตลอดจนดวงคู่มิตรประกบ  รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  และบิ๊กป๊อก  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ทำให้ราศีของขุนทัพคู่ใจชัดเจนกลายเป็นได้นั่งเก้าอี้สี่ขาที่มีความมั่นคงมากขึ้น

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465942

ไผเป็นไผ สแกนค่าย “ผู้กอง”

6 พฤษภาคม 2564 – 15:08 น.

เปิดโฉม “กลุ่มลูกข้าวนึ่ง” สังกัด “ผู้กองธรรมนัส” สมกับนิยาม “เส้นเลือดใหญ่” รัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปฏิกิริยาหลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ไปต่อ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และ ส.ส. ในโซเชียลก็ไปขุดวาทะ “เส้นเลือดใหญ่” ของรัฐบาลประยุทธ์ มาอธิบายปรากฏการณ์ “รอด” ของรัฐมนตรีผู้โด่งดัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ธรรมนัส” รอด ศาล รธน. ชี้ ไม่พ้น ส.ส. – รมต.


ธรรมนัส หัวหน้ากลุ่มลูกข้าวนึ่ง    

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงเปิดใจว่า ตัวเองไม่ใช่มาเฟีย ไม่ได้ขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย มีใครบางคนพยายามที่จะล้มเขาให้ได้ เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้     

“หากล้มผมได้รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะในหลายๆ พรรค ในหลายๆ ส่วนที่ผมประสานไว้ ถือเป็นความลับที่ตัวเองรู้เพียงคนเดียว เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม”    

จะว่าไปแล้ว ความเป็น “มุ้ง” ในพรรคพลังประชารัฐของกลุ่มผู้กองธรรมนัส มีไพร่พลไม่ได้มากไปกว่ากลุ่มสามมิตร แต่สิ่งที่เขาเหนือกว่า “หัวหน้ามุ้ง” คนอื่นคือ การเป็น “มือประสานสิบทิศ” เหมือนที่เขาพูดไว้ข้างต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว    

ส.ส.ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ มีประมาณ 25 คน แต่ก็แยกสังกัด 3 มุ้งคือ มุ้งผู้กอง, มุ้งสามมิตร และมุ้งมะขามหวาน เฉพาะมุ้งผู้กองก็แค่ 6-7 คน     

ฉะนั้น เครือข่ายของผู้กองธรรมนัส จึงอยู่ที่นอกพรรคพลังประชารัฐ มิใช่แค่พรรคร่วมรัฐบาล หากยังข้ามไปถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย

ไผเป็นไผ สแกนค่าย "ผู้กอง"

++
ขุมกำลังนอกพรรค
++
ตัวอย่างแห่งขุมกำลังของผู้กองธรรมนัส ต้องย้อนไปดูวันลงมติศึกซักฟอก เมื่อเดือน ก.พ.2564 บันทึกการลงคะแนนในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 199 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ปรากฏมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ลงมติสวนมติวิปจำนวนมาก     

ส.ส.ฝ่ายค้านที่ลงมติไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ,พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 3 คน    

สำหรับพรรคเพื่อชาตินั้น มี ส.ส. 5 คน ปรากฏว่า ไว้วางใจ 3 คน และงดออกเสียง 2 คน ซึ่งใครก็รู้ว่า พรรคนี้มีกองเชียร์ตัวจริงชื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช แถม 1 ใน 2 ที่งดออกเสียงคือ “โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ลูกสาวของยงยุทธ    

ดังที่ทราบกัน ร.อ.ธรรมนัส ทำงานการเมืองหลังม่านมานาน ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู ย้ายมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ผู้กองคนดังรู้จักแกนนำมุ้งต่างๆ ในพรรคการเมืองเครือข่ายของ “คนแดนไกล” เป็นอย่างดี    

สมัยที่ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ ผู้กองธรรมนัสก็เข้าไปขอการสนับสนุนในการทำงานการเมืองที่บ้านเกิด-พะเยา     

ปัจจุบัน สังเกตจากการไปตรวจราชการของ ร.อ.ธรรมนัส ในภาคอีสาน และภาคเหนือ มักจะเห็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาให้การต้อนรับ รมช.เกษตรฯ คนนี้อยู่บ่อยๆ     

การมีเพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงการเมืองมากมาย จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็น “มือประสาน 10 พรรคเล็ก” จัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ เพราะนักการเมืองอาวุโส สัมพันธ์ เลิศนุวัตร หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย และพิเชษฐ์ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ก็รู้จักกับผู้กองมานาน 

++
กลุ่มลูกข้าวนึ่ง
++
ขานชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ สายเหนือ ที่สังกัดค่ายผู้กอง ได้แก่ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก , ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ดูเหมือนขุมกำลังไม่เยอะ    

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ยังมี ส.ส.พลังประชารัฐ สายอีสานอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึง ส.ส.ใต้ 13 คน ล้วนอยู่ในการดูแลของผู้กอง    

ถ้ายังจำกันได้ เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 แทน อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ เมื่อปีที่แล้ว ผู้กองธรรมนัสบุกบ้านดอยเงิน ทำเอาพินิจ จันทรสุรินทร์ เปลี่ยนใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และสนับสนุน “หมอรวย” วัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ    

วันหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ไปปราศรัยหาเสียงที่ อ.แม่พริก ว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีลูกข้าวนึ่งคนเดียวในสภาขณะนี้ จึงอยากขอโอกาสให้โอกาสเพิ่ม ส.ส.ลูกข้าวนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ มาช่วยพัฒนาบ้านเมืองเพิ่มอีกคนหนึ่ง”    

พอลงจากเวทีหาเสียง ร.อ.ธรรมนัส ยังมาเล่าให้นักข่าวฟังว่า กลุ่มลูกข้าวนึ่งหรือ ส.ส.คนเมือง(ภาคเหนือ) มีประมาณ 70 คน มีทั้ง ส.ส.พลังประชารัฐ และ ส.ส.เพื่อไทย นับรวม ส.ส.สอบตกพรรคพลังประชารัฐในภาคเหนือด้วย    

คอนเนกชั่นลูกข้าวนึ่ง ก็คือความสัมพันธ์ส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส กับเพื่อน ส.ส.ค่ายเพื่อไทย ที่รู้จักกันมานานนับสิบปี

ส่องพะเยา ‘ธรรมนัส’ ยึดเรียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465828

ส่องพะเยา ‘ธรรมนัส’ ยึดเรียบ

5 พฤษภาคม 2564 – 18:53 น.

ศิษย์เก่าค่ายโทนี่ “ธรรมนัส” ผงาดเหนือกว๊านพะเยา ยึดพื้นที่การเมืองระดับชาติและท้องถิ่น 

++

สื่อออนไลน์ทุกสำนักต่างพาดหัวว่า “รอด” เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ แม้ “ธรรมนัส” เคยต้องคำพิพากษาที่ออสเตรเลีย แต่ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทย

วันนี้ชื่อของ “ธรรมนัส” รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลายเป็นยาสามัญประจำบ้าน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

7-8 ปีที่แล้ว “ผู้กองธรรมนัส” มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้กว้างขวางของ คสช. เนื่องจากเขาเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปี 2557 และมีความใกล้ชิดกับแกนนำ นปช. 

ผู้กองธรรมนัส ต้องเดินทางออกจากพะเยาไปอยู่นราธิวาสอยู่หลายปี ก่อนจะกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ

ส่องพะเยา 'ธรรมนัส' ยึดเรียบ

                                ธรรมนัส แห่งเมืองพะเยา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’

++
พะเยารอผู้กอง

จริงๆแล้ว ลูกชายของ อินจันทร์ พรหมเผ่า อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านท่ากลองใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา กลับแผ่นดินถิ่นกว๊านพะเยา ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเจือจุนคนจนคนด้อยโอกาสมาตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งคนกว๊านก็คาดไม่ถึงว่า “ธรรมนัส” จะยึดพะเยาได้เบ็ดเสร็จ ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น

เลือกตั้งปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส สร้างปรากฏการณ์ “ดับทักษิณ” โดยพรรคพลังประชารัฐ ยึด 2 ที่นั่ง ส.ส.มาได้ จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง

เขต 1 (อ.เมือง และ อ.แม่ใจ) ร.อ.ธรรมนัส เอาชนะ อรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 

เขต 2 (อ.เชียงคำ อ.ภูซาง และอ.จุน) แชมป์เก่า “เสี่ยมี่” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ค่ายเพื่อไทย ยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้

เขต 3 (อ.ดอกคำใต้ อ.ภูกามยาว อ.ปง และ อ.เชียงม่วน) “เสี่ยยุ้ย” จิรเดช ศรีวิราช อดีตนายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ โค่น ไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.เพื่อไทย หลายสมั

ปลายปี 2563 “อัครา พรหมเผ่า” น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.พะเยา โดยเอาชนะคู่แข่งขาดลอย แถมตระกูล “ตันบรรจง” ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 

++
ศิษย์เก่าไทยรักไทย

ปี 2542 สมัยที่ “ธรรมนัส” ยังใช้ชื่อ ร.อ.มนัส พรหมเผ่า เป็นนายทหารเด็กที่เดินตาม “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ซึ่งเป็นเพื่อน ตท.10 ร่วมรุ่นกับ ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม และ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต อดีต รมช.คมนาคม

เมื่อเพื่อนรักร่วมรุ่น “ทักษิณ” ตั้งพรรคไทยรักไทย ในช่วงการหาเสียงปี 2543-2544 “เสธ.ไอซ์” จึงได้เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนด้วยความเต็มใจ

พ.ศ.โน้น กองบัญชาการรักษาความปลอดภัยของทักษิณ และพรรคไทยรักไทย จึงเป็นการผสมผสานระหว่าง “ทีมเสธ.ไอซ์” กับ “ทีมสหายเก่า” นำโดยสองพี่น้อง “โป๊ะ-วัชระพันธุ์ จันทรขจร“ และ “ป๋วย-ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร”

ทีม เสธ.ไอซ์ นำโดย ร.อ.มนัส พรหมเผ่า ซึ่งหลังจากนั้น ผู้กองมนัสได้มาตั้งบริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด ทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย
 ดังนั้น ผู้กองธรรมนัสจึงรู้จักมักคุ้น ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. รวมถึง “คนแดนไกล” ทั้งนายใหญ่ เจ๊ใหญ่ และอดีตนายกฯ หญิง ต่างเคยใช้บริการผู้กองมาแล้วทั้งนั้น 

ส่องพะเยา 'ธรรมนัส' ยึดเรียบ

                           เมืองพะเยา กลายเป็นศูนย์อำนาจใหม่

++
ปิดฉาก “ตันบรรจง” 

จ.พะเยา แยกจาก จ.เชียงราย เมื่อ 41 ปีที่แล้ว เป็นเมืองเกษตรกรรม ชาวพะเยาปลูกข้าวเป็นหลัก ยาสูบเป็นรอง แต่ “ยาสูบ” กลับสัมพันธ์กับการเมืองจนมีวลีที่ว่า “พะเยา..ใบยาเมืองนี้ สำคัญนักหนา”

ตระกูลการเมืองแห่งพะเยาคือ “ตันบรรจง” สร้างเนื้อสร้างตัวมาจากโรงบ่มรวมเพียว อ.ปง โดย เพียว ตันบรรจง เป็นส.ส.พะเยา พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2519

“เพียว” มีบุตรธิดา 6 คน ลงเล่นการเมือง 3 คนคือ วรภัส ธัญกมลภัทร หรือ พวงเล็ก ตันบรรจง อดีตรัฐมนตรีและส.ส.พะเยา 7 สมัย พรรคชาติไทย, ไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายก อบจ.พะเยา

พวงเล็ก ตันบรรจง หรือ พวงเล็ก บุญเชียง เป็น ส.ส.พะเยา มายาวนาน และส่งต่อพี่ชายคนโต-ไพโรจน์ เป็นส.ส.ปี 2539 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และนับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ตระกูลตันบรรจง ก็ต้องขึ้นรถไฟสายชินวัตรเข้าสภา เมื่อใบยาสิ้นมนต์ขลัง

การเลือกนายก อบจ.พะเยา ปี 2554 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ในการเมืองท้องถิ่น ไพรัตน์ ตันบรรจง พ่ายแพ้แก่ “เสี่ยอี๊ด” วรวิทย์ บุรณศิริ หลังผูกขาดตำแหน่งนายก อบจ.พะเยา มาหลายสมัย

ผู้อยู่เบื้องหลังการหักโค่นตันบรรจงคือ ผู้กองธรรมมนัส นั่นเอง

รอบหน้าชัวร์ “โทนี่” มั่นใจชนะถล่มทลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465776

รอบหน้าชัวร์  “โทนี่” มั่นใจชนะถล่มทลาย

5 พฤษภาคม 2564 – 12:54 น.

โทนี่มาแรง โชว์กึ๋นเขย่าเก้าอี้ “ประยุทธ์” มั่นใจเที่ยวหน้า คว้าชัยขาดลอย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
โควิดการเมืองยังแพร่เชื้อกัดกร่อนองคาพยพของรัฐบาลประยุทธ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงใช้โอกาสนี้ โจมตีความล้มเหลวในการบริหารจัดการป้องกันและควบคุมไวรัสโควิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   อดีตนายก “ทักษิณ” เปิดตารัฐบาลหนทางหาวัคซีน ยัน “ไฟเซอร์” เข้าไทยแล้ว ด้าน ยิ่งลักษณ์ โผล่เซอร์ไพรส์ 


โทนี่ มาพบประชาชนถี่ขึ้น

ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี วู้ดซัม (Tony Woodsome) ก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงไพบูลย์ โดยอาศัยแอพพลิเคชัน Clubhouse เป็นเครื่องมือ     

ล่าสุด “โทนี่” แสดงวิสัยทัศน์การบริหารวิกฤตโควิด และจับประเด็นการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดมาขยี้ จึงโดนใจคนทั้งประเทศ    

ถ้านับจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้บัญชาการทหารบก ปี 2550 จนถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ถือว่า “พี่น้อง 3 ป.” อยู่ในอำนาจสูงสุดของไทยมา 14 ปีแล้ว    

แทบไม่น่าเชื่อว่า คนไทยจะอยู่กับ “ป้อม ป๊อก ตู่” มายาวนานมาก และอีกด้านหนึ่ง “ทักษิณ” ก็ยังเป็นเสมือน “ผู้นำเงา” คู่ขนานมา “3 ป.”     

จังหวะที่รัฐบาลประยุทธ์ เผชิญโควิดระลอกที่รุนแรงที่สุด แถมสะดุดเรื่องวัคซีนล่าช้า “อาการเบื่อประยุทธ์” จึงพุ่งปรี๊ด เมื่อมีคู่เปรียบเทียบอย่างโทนี่ ก็ยิ่งตอกย้ำความแตกต่างระหว่างวิสัยทัศน์ 2 ผู้นำ 


ยิ่งลักษณ์ ก็มาแจมด้วย

++
ชิงธงคนรุ่นใหม่
++
จังหวะที่ธงนำฝ่ายประชาธิปไตยกำลังขาดหาย เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่ามองไม่เห็นอนาคต “ทักษิณ” จึงเสนอตัวเข้ามาในนาม “พี่โทนี่”    

ไม่มีใครปฏิเสธว่า พรรคการเมืองของทักษิณ ไม่ว่าจะชื่อไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ก็กำชัยชนะในสนามเลือกตั้งติดต่อกันถึง 5 ครั้ง นับตั้งเลือกตั้งปี 2544,2548,2550,2554 และ 2562 แต่การเกิดใหม่ของพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกล กลายเป็นขวากขวางของเพื่อไทย    

ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ กลายเป็นพรรคที่ถือธงนำฝ่ายประชาธิปไตย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยังครองเสียงข้างมากในภาคเหนือและภาคอีสาน แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” โดนเว้นวรรค “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นผู้นำ โอกาสก็เป็นของเพื่อไทยอีกครั้ง    

ดังนั้น “พี่โทนี่” จึงพูดถึงกระแสกลุ่ม #ย้ายประเทศกันเถอะ ว่า “..ผมตกใจมาก 4 วัน 7 แสนคน ผมคิดว่าสรุปแล้วเราไม่พยายามจะเข้าใจประชาชน ไม่พยายามจะเข้าใจคน Gen Z Gen Y มันเป็นช่วงที่วิธีคิดเขาไม่เหมือนเรา ไม่เข้าใจกัน และไม่พยายามจะเข้าใจกัน ความไม่เข้าใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความไม่อยากฟัง มีอำนาจก็ใช้แต่อำนาจ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา”    

ทักษิณหรือโทนี่ เริ่มมีเสียงตอบรับจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น ยิ่งการปรากฏตัวในคลับเฮาส์เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค.2564 โทนี่พูดเอาใจเด็กๆ เต็มที่    

“แล้วเด็กยุคนี้ อย่าโกหกเขานะ ทำผิด เขาให้อภัยได้ แต่โกหกไม่ได้ อย่าไปก้าวล่วงชีวิตเขาเราต้องพยายามเข้าใจและฟังเขา เพราะทุกคนเกิดมาแล้วต้องดิ้นรนเพื่ออนาคตตัวเอง มาบอกว่าพวกคนนี้ไม่รักชาติ บ้าไปแล้ว นี่มันไม่พยายามเข้าใจเขา…” 

++
แลนด์สไลด์
++
ดังที่ทราบกัน “โทนี่” กลับมาในรูปแบบคลับเฮาส์ พร้อมกับการเข้ามายึดพรรคของกลุ่มแคร์ หรือกลุ่มวงในบ้านจันทร์ส่องหล้าอย่าง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ ภูมิธรรม เวชยชัย     

ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทยอาศัย “โทนี่” ชิงธงนำฝ่ายประชาธิปไตยจากพรรคก้าวไกลมาได้แล้ว รวมถึงการปฏิรูปพรรค โดยมีเป้าหมายเจาะตลาดคนรุ่นใหม่     

ด้วยเหตุนี้ “ทักษิณ” จึงเปิดเกมรุก อย่างในคลับเฮาส์ มีคนถามว่า “มองอนาคตของคุณประยุทธ์อย่างไร” ทักษิณตอบว่า “ต้องถามว่าคุณประยุทธ์ เบื่อหรือยัง เบื่อไหม เชื่อเลือกตั้งคราวหน้า ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนถล่มทลายเกิน 250 ส.ว.ก็พูดไม่ออกเหมือนกันนะ ส่วนตัวเชื่อว่าเลือกตั้งครั้งหน้า เสียงจะไม่เบี้ยหัวแตกแบบการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เพราะสถานการณ์ที่ประชาชนเจอในตอนนี้ มันชัดเจน”    

ทักษิณเริ่มมีความมั่นใจว่า ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยมีโอกาสชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้เกิน 250 เสียง ก็ไม่กังวลเรื่องเสียง ส.ว.แต่งตั้ง     

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “หมอเลี้ยบ” น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เคยเสนอโหวตยุทธศาสตร์ เลือกเพื่อไทยพรรคเดียวให้ได้เกิน 250 เสียง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ    

อย่างไรก็ตาม ทักษิณก็มีจุดอ่อน ตรงที่คนไทยอีกจำนวนไม่น้อย ยังมองว่าเขาเป็นผู้ก่อปัญหาในอดีตมากมาย จนทหารต้องเข้ามายึดอำนาจ    

การที่ “โทนี่” ออกมาแสดงความเห็นเรื่องการเมืองถี่ขึ้น ย่อมมีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งได้ใจคนรุ่นใหม่ ได้ใจเอฟซีเสื้อแดง แต่อีกด้านหนึ่งก็ปลุกเร้าอารมณ์กองเชียร์ลุงตู่ให้กลับมารวมตัวต่อต้าน  

หมอบินด่วน ‘จีน-เวียดนาม’ ช่วยลาวสกัดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465726

หมอบินด่วน ‘จีน-เวียดนาม’ ช่วยลาวสกัดโควิด

4 พฤษภาคม 2564 – 19:21 น.

หมอจีน-หมอเวียดนาม บินด่วนช่วยลาว หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดแตะหลักพัน

++

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ใน สปป.ลาว มียอดผู้ติดเชื้อสะสมแตะหลักพันคนแล้ว เฉพาะเดือน เม.ย.นี้ มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 800 คน  

โควิดระบาดระลอกนี้ ได้มีผู้ติดเชื้อกระจายออกไป 14 แขวง 1 นครหลวง โดยยอดติดเชื้อสูงสุดคือ นครหลวงเวียงจันทน์ 669 คน รองลงไปได้แก่แขวงจำปาสัก 179 คน, แขวงบ่อแก้ว 139 คน, แขวงสะหวันนะเขต 32 คน เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ค.2564)  

ด้วยเหตุนี้ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว จึงได้ร้องขอคู่ร่วมชะตากรรมคือ จีน และสหายอ้ายน้องคู่ร่วมมือรอบด้านคือ เวียดนาม ส่งทีมแพทย์เข้ามาช่วยเหลือลาว

วันที่ 4 พ.ค.2564 ที่สนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ มีความคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้าและช่วงบ่าย เมื่อมีเที่ยวบินพิเศษนำทีมผู้เชี่ยวชาญการแพทย์จากเวียดนาม และจีน มาช่วยเหลือทีมแพทย์ สปป.ลาว ต่อสู้กับการสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                                 คณะแพทย์จีน เดินทางถึงลาว

++
25 หมออาสา

รัฐบาลจีน ได้ส่งคณะแพทย์ของจีน จำนวน 25 คน บินด่วนด้วยเที่ยวบินพิเศษ ถึงสนามบินสากลวัดไต ช่วงบ่ายวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา, การฆ่าเชื้อ, ห้องตรวจวิเคราะห์, ห้องไอซียู และอื่นๆ คณะนี้จะประสานสมทบกับฝ่ายแพทย์ลาว เพื่อวางแผนการรักษา

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังมอบอุปกรณ์การแพทย์ต้านไวรัสโควิดให้รัฐบาลลาว มูลค่า 10 ล้านหยวน ซึ่งประกอบด้วยหน้ากากอนามัยการแพทย์, ชุดป้องกันทางการแพทย์, เครื่องตรวจหาเชื้อ ฯลฯ 

ท่านเจียงจ้ายตง เอกอัครราชทูตจีนประจำลาว กล่าวว่า “สองประเทศจีน-ลาว เป็นคู่ร่วมชะตากรรมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างทันการณ์ บนพื้นฐานคู่ร่วมชะตากรรม”

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                           25 หมออาสาจากมณฑลยูนนาน

++
35 ผู้เชี่ยวชาญ

รัฐบาลเวียดนาม ส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 35 คน และมอบเงินสด 5 แสนดอลลาร์สหรัฐให้แก่ลาว พร้อมมอบอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ได้แก่เครื่องช่วยหายใจ 200 เครื่อง, ยาฆ่าเชื้อโรค 1 หมื่นกิโลกรัม และหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น

สหาย โตแองญุ๋ง รมช.ต่างประเทศเวียดนาม ในฐานะตัวแทนรัฐบาลเวียดนาม กล่าวว่า “ลาว-เวียดนาม ยามใดก็ร่วมแบ่งปันช่วยเหลือกัน ข้าวเม็ดเดียวก็หักแบ่งกันกิน การที่เพื่อนลาวประสบปัญหา เวียดนามก็รู้สึกเช่นเดียวกัน…”

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                        35 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ของจีนมาถึงลาว

หมอบินด่วน 'จีน-เวียดนาม' ช่วยลาวสกัดโควิด

                       เวียดนามมอบเงินสด และอุปกรณ์การแพทย์

ปั่นอิหยัง “อ้วน” ควรรู้ ลาวบ่มีวัคซีน “ไฟเซอร์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465674

ปั่นอิหยัง “อ้วน” ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน “ไฟเซอร์”

4 พฤษภาคม 2564 – 13:11 น.

เงิบข้ามประเทศ เมื่อเจอข่าวปลอม กรณีลาวเปิดฉีดวัคซีนไฟเซอร์ “ภูมิธรรม” คิดอะไรอยู่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประเด็นร้อนในโซเชียล ยังเป็นเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ทำไมวัคซีนล่าช้า ทำไมมีแต่วัคซีนแอสตราเซเนกา และซิโนแวค และทำไมเลือกวัคซีนไฟเซอร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ชูวิทย์” ชี้ หากมีวัคซีน’โควิด-19′ คนไทยจำนวนมาก -“น้าค่อม” คงไม่ตาย
 

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

เฉพาะประเด็นไทยไม่ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ นักการเมืองค่ายเพื่อไทย นำมาเขย่า “หมอหนู” ต่อเนื่อง จนเกิดวิวาทะมากมาย    

ล่าสุด “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำกลุ่มแคร์ ได้ใช้ทวิตเตอร์ Phumtham Wechayachai ย้ำเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ โดยอ้างอิงถึงประเทศเพื่อนบ้าน    

“ใครอยากฉีดไฟเซอร์ แต่ไม่มีเงินบินไปไกลๆ ลองไปขอประเทศลาวเขาฉีดนะ เขาเห็นคนไทยไม่อยากฉีดซิโนแวค แต่ รบ.ไทย ไม่เอาไฟเซอร์เข้ามา เขาสงสาร ประกาศว่า นักท่องเที่ยวสามารถขอรับวัคซีนได้ฟรีที่ลาว มีไฟเซอร์ แอสตรา สปุตนิค ชิโนฟาร์ม ให้เลือก ปล.อายเขาไหมล่ะ”    

หากใครอ่านแล้ว ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็คงด่ารัฐบาลไทย และยกย่องรัฐบาลลาว แถมจะมีคนไทยบางกลุ่มดิ้นรนเข้าไปเมืองลาว เพื่อหวังฉีดวัคซีนไฟเซอร์    

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

วัคซีนบริจาคจาก COVAX

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขลาว ปัจจุบัน ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากประเทศจีน, รัสเซีย และ COVAX รวมทั้งสิ้น 1,538,000 โดส ดังนี้    

วัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 1,400,000 โดส (รัฐบาลจีนช่วยเหลือ)
วัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส (โครงการ Covax) 
วัคซีนสปุตนิก วี จำนวน 5,000 โดส (รัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือ)    

ดังนั้น ข่าวลือว่า ลาวมีวัคซีนไฟเซอร์ จึงไม่เป็นความจริง และไม่น่าเชื่อนักการเมืองอย่าง “ภูมิธรรม” จะทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ โดยไม่มีการตรวจสอบ    

ที่สำคัญ สปป.ลาว ปิดประเทศมาแต่โควิดระบาดปีที่แล้ว การเข้า-ออกก็เปิดให้เฉพาะชาวต่างชาติ ที่มาทำงานในลาวเท่านั้น และยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ปั่นอิหยัง "อ้วน" ควรรู้  ลาวบ่มีวัคซีน "ไฟเซอร์"

ข้อมูลการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ของลาว

++
วัคซีนเพื่อนมิตร
++
ตั้งแต่ปีที่แล้ว รัฐบาลลาว ได้วางแผนจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดจาก 3 แหล่งคือ 1.ซิโนฟาร์ม จากจีน 2.สปุตนิก วี จากรัสเซีย และวัคซีนจาก COVAX    

สำหรับวัคซีนป้องกันโควิดของซิโนฟาร์ม ที่ทางการจีนมอบให้แก่รัฐบาลลาว โดยส่งมอบให้ 3 ครั้งแล้ว คือ ก.พ.2564 จำนวน 300,000 โดส, มี.ค.2564 จำนวน 800,000 โดส และ เม.ย.2564 จำนวน 300,000 โดส รวมการช่วยเหลือเบื้องต้น 1,400,000 โดส    

วันที่ 20 มี.ค.2564 มีการส่งวัคซีนบริจาคจากโครงการ COVAX ซึ่งเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 132,000 โดส มาถึง สปป.ลาว     

ส่วนวัคซีนสปุตนิก วี ตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย ได้มอบให้แก่ลาวเพียง 5,000 พันโดส ตั้งแต่เมื่อต้นเดือน ม.ค.2564 ซึ่งทางการรัสเซียต้องให้ลาวซื้อในราคามิตรภาพ    

รัฐบาลลาวฝากความไว้กับโครงการ COVAX ที่จะจัดหาวัคซีนให้ประเทศกำลังพัฒนา และคาดว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้า ประชาชนลาวร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ จะเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด 


วัคซีนซิโนฟาร์มจากจีน

++
ฉีดกลุ่มเสี่ยง
++
นับแต่ต้นเดือน เม.ย.2564 กระทรวงสาธารณสุขลาว ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็น “กลุ่มเสี่ยง” ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน และผู้สูงอายุ รวมถึงคนต่างประเทศที่อยู่ในลาว    

หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น ช่วงหลังสงกรานต์ ทางการลาว จึงเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด และเพิ่มจุดการฉีดวัคซีน โดยกระจายวัคซีนซิโนฟาร์มและแอสตราเซเนกา ไปยัง 17 แขวง 1 นครหลวง     

สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด ของกระทรวงสาธารณสุขลาว ถึงวันที่ 1 พ.ค.2564 มีผู้ได้รับการรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 221,194 คน และเข็มที่ 2 จำนวน 73,166 คน (ประชากรลาวทั้งประเทศ 7.6 ล้านคน)     

ดังนั้น ข่าว “วัคซีนเสรี” ในลาว จึงไม่มีมูลความจริง เพราะทุกวันนี้ ทางการลาวก็เร่งมือฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงให้ได้มากที่สุด 

ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465617

ชิงฐานชิงพริก ‘อู๊ดด้า-ธรรมนัส’

3 พฤษภาคม 2564 – 18:28 น.

พริกใต้ราคาตกต่ำ “ธรรมนัส” รุดอุ้มเกษตรกร ร้อนถึง “อู๊ดด้า” ต้องแก้เกม

++

จบไปแล้ว กรณีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบ แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ในระดับพื้นที่จังหวัด ซึ่งยังคงเป็นคำสั่งเดิม 

ก่อนหน้านั้น มีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ จะลงไปดูแล 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แสดงความไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม โดยยืนยันคำสั่งเดิม ปชป.ยังดูแลภาคใต้ 

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐที่ถูกมองว่า เป็นพรรคเฉพาะกิจ จะกลายเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในสมรภูมิภาคใต้

ล่าสุด กรณีเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวเดือดร้อนใน จ.สงขลา ปรากฏว่า ส.ส.พลังประชารัฐ อาสาแก้ปัญหาพริกราคาถูก และพารัฐมนตรี “ธรรมนัส” บินด่วนลงใต้ไปพบชาวบ้าน ทำเอาฝ่าย ปชป. ต้องขยับตัวเช่นกัน

ชิงฐานชิงพริก 'อู๊ดด้า-ธรรมนัส'

                                     ธรรมนัส ลงพื้นที่สงขลา

++
การเมืองเรื่องพริก

วันที่ 30 เม.ย.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย 3 ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.เขต 4, วันชัยปัญญาศิริ ส.ส.เขต 1 และศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 ลงพื้นที่สำนักงาน อตก. อ.เมือง จ.สงขลา ร่วมประชุมติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาพริกดวงมณีหรือพริกเขียว ซึ่งเกษตรกรใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ระโรด ,อ.สทิงพระ และ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กำลังประสบปัญหาผลผลิตพริกล้นตลาด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิค-19 ทำให้พริกในปีนี้มีราคาถูกลง 

ชิงฐานชิงพริก 'อู๊ดด้า-ธรรมนัส'

                      ส.ส.พลังประชารัฐ ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกพริก

ด้าน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ดำเนินการแก้ปัญหาพริกในภาคใต้ราคาตกต่ำ โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ ประสานงานกับเกษตรกรผู้ปลูกพริก และส.ส.ในพื้นที่ทันที หลังมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส ดันหน่วยงาน อตก. มาแก้ปัญหาพริกราคาตกต่ำ

เมื่อนักข่าวเจอหน้า “รัฐมนตรีจุรินทร์ จึงมีการสอบถามกรณี ร.อ.ธรรมนัส นำคณะลงพื้นที่ไปพบเกษตรกรผู้ปลูกพริกว่าทำงานซ้ำซ้อนกันหรือไม่ 

“จุรินทร์” กล่าวว่า ไม่เป็นไร ช่วยกันหลายๆมือ ช่วยกันหลายๆทาง แต่อย่าทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง เพราะมันไม่คุ้ม มิฉะนั้นจะทำให้รัฐบาล มีความลำบากโดยไม่จำเป็น

                       จุรินทร์ สั่งการช่วยเกษตรกรใต้เช่นกัน

++
พปชร.ไร้หัว

หลังพรรคพลังประชารัฐ ได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จึงเป็น ส.ส.คนที่ 13 ของพรรคในภาคใต้

ตอนเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 พลังประชารัฐ มี ส.ส.เขตจากภาคใต้ สงขลา 4 คน ได้แก่ วันชัย ปริญญาศิริ, ศาสตรา ศรีปาน, พยม พรหมเพชร และร.ต.อ.อรุณ สวัสดี

ภูเก็ต 2 คน-สุทา ประทีป ณ ถลาง และนัทธี ถิ่นสาคู นครศรีธรรมราช 3 คน-รงค์ บุญสวย, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และสายัณห์ ยุติธรรม พ่วงด้วยตรัง-นิพันธ์ ศิริธร

ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส 2 คน-วัชระ ยาวอหะซัน และสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, ยะลา-อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ

บังเอิญแม่ทัพใต้ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ไม่ได้เป็น ส.ส. จึงทำให้ ส.ส.หน้าใหม่จากปักษ์ใต้ ถูกรุมทึ้งจากมุ้งต่างๆ ในพรรคพลังประชารัฐ 

แม้จะมีการตั้งกลุ่มด้ามขวานไทย เพื่อต่อรองทางการเมือง แต่แกนนำกลุ่มอย่าง ทวี สุรบาล ไม่ได้เป็น ส.ส. และทิ้งห่างสังเวียนไปนานแล้ว กลุ่มด้ามขวานไทย จึงไปไม่รอด

ในที่สุด “ธรรมนัส” ผู้มากบารมีแห่งภาคเหนือ จึงเข้ามาดูแล ส.ส.ใต้ แทน พ.อ.สุชาติ จึงทำให้ค่าย ปชป. เกิดความหวาดระแวง หวั่นว่าจะต้องเสียที่นั่ง ส.ส.เพิ่มในการเลือกตั้งสมัยหน้า

ถาม ‘โทนี่’ ย้ายประเทศกันเถอะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465606

ถาม ‘โทนี่’ ย้ายประเทศกันเถอะ

3 พฤษภาคม 2564 – 16:52 น.

อาการเบื่อลุง ส่งผลให้ “กลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ” โตเร็ว เป็นโอกาสของ “พี่โทนี่” 

++

ระบาดอารมณ์เรื่องยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวัน บวกวัคซีนโควิดล่าช้า กลายเป็นคลื่นใต้น้ำรอวันล่มเรือเหล็ก หากรัฐบาลประยุทธ์ยังบริหารจัดการสะเปะสะปะอยู่อย่างนี้

แม้แต่กรณีคนรุ่นใหม่ตั้งกลุ่มบนเฟซบุ๊คที่มีชื่อว่า “ย้ายประเทศกันเถอะ” เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโรคระบาด และการบริหารจัดการของรัฐบาล จึงคิดตั้งกลุ่มขึ้นมาแบบเอาตลกเท่านั้นในตอนแรกๆ แต่ผ่านไป 2 วัน ก็มีคนแห่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้วกว่า 5 แสนบัญชี 

แน่นอน “ย้ายประเทศกันเถอะ” ย่อมกลายเป็นหัวข้อในการสนทนาของพลเมืองเน็ตที่ฝักใฝ่การเมือง โดยเฉพาะแนวร่วมม็อบราษฎร จึงมีถ้อยคำที่ว่า “เมืองไทยดีที่สุดแล้วคือคำโกหกคำโต” หรือ “ประเทศนี้มันเกินเยียวยาแล้ว ไม่มีพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ได้เติบโต”

จริงๆแล้ว ทีมงานกลุ่มแคร์ น่าจะตั้งท็อปปิก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ให้ Tony Woodsome หรือทักษิณ ชินวัตร มาเสวนากับคนรุ่นใหม่ในคลับเฮาส์ รับประกันว่า มีคนสนใจเพียบ 

โทนี่ มาอีกแล้ว

++
ถามโทนี่ดีมั้ย

มหาวิกฤตโควิด ทุกพรรคการเมืองต่างระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พรรคเพื่อไทย ก็จัดทีมทำงานเป็น 4 ทีม ลงพื้นที่ แถมมีผู้ที่จะเตรียมลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครด้วย

มินับบรรดา ส.ส. และทีมงานเพื่อไทย ที่ดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานแก้ไขปัญหาโควิดของรัฐบาลประยุทธ์แบบจัดหนัก และเรียกคะแนนจากกองเชียร์ได้เต็มๆ

กลุ่มแคร์จึงจัดรายการ CARE Clubhouse x CARE Talk : คิดเคลื่อนไทย พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome สองทุ่ม วันอังคารที่ 4 พ.ค.2564 

ใครยังกังวลสงสัยว่า ไทย(จะ)ชนะโควิดได้อย่างไร มาร่วมพูดคุยกับ พี่โทนี่ได้ ไม่ต้องยั้งมือ พี่โทนี่พร้อมตอบ แบบชัดๆ จัดทุกประเด็น” แอดมินเพจกลุ่มแคร์ ชักชวนเอฟซีโทนี่

เอาเข้าจริง การเป็น Tony Woodsome ของทักษิณ เหมือนจะกระชากเรตติ้งมาจาก “ธนาธร” ได้ไม่ใช่น้อย ขณะเดียวกัน วิสัยทัศน์ “พี่โทนี่” เกี่ยวกับบริหารจัดการสถานการณ์โควิด ย่อมถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “ลุงตู่” ที่ดูทำอะไรก็ไม่โดนใจชาวบ้าน

กลายเป็นว่า โควิดระลอก 3 ทำเอาโทนี่ขาขึ้น แต่ลุงตู่ขาลง 

ถาม 'โทนี่' ย้ายประเทศกันเถอะ

         พลเมืองมอนเตรเนโกร และเซอร์เบีย ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

++

มอนเตร-เซอร์เบีย

เชื่อว่า CARE Clubhouse x CARE Talk วันอังคารนี้ คงต้องมีใครบางคนแอบถามว่าเรื่องย้ายประเทศ แต่พี่โทนี่จะตอบหรือเปล่า คงต้องรอฟังกัน

ถ้ายังจำกันได้ปี 2552 ทักษิณได้รับสัญชาติมอนเตเนโกร ตอนนั้นเขาได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในมอนเตเนโกร และมีคนพูดติดตลกว่า เป็นชาวมอนเตเนโกรที่ร่ำรวยที่สุด

นักการเมืองมอนเตรเนโกรบอกว่า ทักษิณจะช่วยเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการนำการลงทุนใหม่ๆเข้าไป หรือไม่ก็เข้าไปลงทุนด้วยตนเอง จึงมีข่าวทักษิณฝากเงิน 15 ล้านยูโร กับ ธนาคาร First Bank of Montenegro และใช้เงินลงทุน 24 ล้านยูโร ซื้อที่ดินขนาดเท่าสนามฟุตบอล 4 สนาม บนเกาะเซ็นต์ นิโคล่า 

ปี 2562 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้สถานะพลเมืองจากรัฐบาลเซอร์เบีย หลังหลบหนีการฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560 

กลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ จึงควรที่จะให้ “พี่โทนี่” ช่วยชี้แนะแนวทางย้ายประเทศ เพราะมีประสบการณ์ในการเป็นพลเมืองของมอนเตรเนโกร รวมถึงช่วยเหลือน้องสาวจนได้เป็นพลเมืองเซอร์เบีย

ลึกๆแล้ว พี่โทนี่อาจกระซิบบอกคนรุ่นใหม่ว่า อย่าเพิ่งย้ายประเทศ รออีกไม่นาน พี่โทนี่จะกลับเปลี่ยนประเทศไทย

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465531

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

2 พฤษภาคม 2564 – 17:35 น.

วงแตก กะเหรี่ยง KNU รบทหารพม่า แต่กะเหรี่ยง DKBA และ KNLA-PC บินไปเนปิดอว์ เปิดวงคุยสันติภาพ

++

แนวรบด้านตะวันตกระอุเดือด เมื่อทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 นำกำลังเข้าโจมตีฐานทหารพม่า ริมฝั่งสาละวิน ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงอพยพหนีภัยสงครามข้ามแดนเข้ามาพักพิงทางฝั่งไทยหลายพันคน

อีกด้านหนึ่ง ทหารกะเหรี่ยง 2 กลุ่มคือ กลุ่มทหารกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) และทหารกะเหรี่ยงคริสต์ (KNU/KNLA–PC) ได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับคณะทหารพม่า ในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2564

นอกจากนี้ ทหารกะเหรี่ยง (BGF) ร่วมกับทหารพม่า ได้เคลื่อนกำลังโจมตีทหารกะเหรี่ยง KNKL กองพลน้อยที่ 1 เมืองท่าตอน รัฐกะเหรี่ยง 

ภาพรวมกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงใน พ.ศ.นี้ แบ่งกันเป็น 5 ก๊ก ประกอบด้วย

1.สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง/กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA)

2.กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา หรือกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA)

 3.สภาสันติภาพกองทัพปลดปล่อยชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA-PC)

4.กองกำลังพิทักษ์แห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO)

5.กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) อดีตทหารกะเหรี่ยงพุทธ ที่เข้าสังกัดกองทัพพม่า

วันที่ 2 พ.ค.2564 ที่กองบัญชาการกองพลน้อยที่ 5 เมืองผาปูน รัฐกะเหรี่ยง พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้กองกำลัง DKBA , KNU/KNLA-PC และกองกำลัง BGF มาร่วมกับ KNU/KNLA ต่อสู้ขุดรากถอนโคนเผด็จการทหารพม่า

“สหาย DKBA ,KNU/KNLA-PC และ BGF กว่า 70 ปีที่การปฏิวัติกะเหรี่ยง ไม่มีโอกาสเช่นนี้ เราต้องใช้ประโยชน์จากสถานการณ์การลุกฮือของประชาชนพม่า รวมพลังโค่นล้มเผด็จการทหารพม่า”

สถานการณ์ขณะนี้ การรวมตัวของชาวกะเหรี่ยงมีความสำคัญ กองทัพพม่าได้ใช้เครื่องบินปฏิบัติการทิ้งระเบิด และยิงจรวดถล่มที่มั่นกอทูเล เพื่อสกัดการปิดล้อมฐานทหารพม่าของกองกำลัง KNLA ทางภาคพื้นดิน 

“เวลานี้ ทหาร BGFถูกเรียกระดมพลให้มาช่วยทหารพม่า ซึ่งแผนการนี้ไม่เป็นผลดีแก่ชาวกะเหรี่ยง เพราะกะเหรี่ยงต้องรบกันเอง” พล.ท.บอจ่อแฮ กล่าว

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                              พล.ท.บอจ่อแฮ รอง ผบ.KNLA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘บอจ่อ แฮ’ กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

++
กะเหรี่ยง DKBA

เมื่อ 27 ปีที่แล้ว ทหารกะเหรี่ยงพุทธ แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) หรือทหารกะเหรี่ยงคริสต์ ได้จัดตั้ง “กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา” (Democratic Karen Benevolent Army-DKBA) ขึ้นมาต่อสู้กับทหารกะเหรี่ยงของนายพลโบเมี้ยะ โดยกองทัพพม่าให้การสนับสนุน

พ.ศ.นี้ ทหาร DKBA มีฐานกำลังอยู่ใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก และ พล.ต.มูเซ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ปี 2552 ทหารกะเหรี่ยงบางส่วนจาก DKBA ได้นำกำลังพลเข้ามาร่วมกองทัพพม่า เป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพพม่า และหลายครั้งก็ถูกสั่งให้มารบกับกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นๆ


                                    ทหารกะเหรี่ยง DKBA

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า
กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                                      ทหารกะเหรี่ยงพุทธ

++
กะเหรี่ยง KNLA-PC

ปี 2550 พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง ในฐานะ ผบ.กองพลน้อยที่ 7 ของ KNLA ได้เข้าเจรจาหยุดยิงกับกองทัพพม่า โดยมิได้บอกกล่าวคณะกรรมการสหภาพแห่งชาติ KNU จึงถูกสั่งปลดจากตำแหน่ง ผบ.กองพล

ต่อมา พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง ได้แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติ KNU มาตั้งสภาสันติภาพกองทัพปลดปล่อยชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-Peace Council : KNLA-PC)  

กองกำลัง KNLA-PC มีกำลังทหาร 1,500 นาย มีฐานอยู่ที่เมืองกอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.แม่สอด และ อ.พบพระ จ.ตาก

หลัง พล.อ.ซอ เถ่ หม่อง เสียชีวิต พล.อ.ซอท้อ เล รองประธาน KNLA-PC ได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพคนใหม่ และ พล.ต.หญิง หน่อกะบ่อ ทู เป็นเลขาธิการ

กลุ่มผู้นำ DKBA และ KNLA-PC ค่อนข้างมีแนวคิดใกล้เคียงกันคือ เน้นการเจรจาสันติภาพ และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตพื้นที่ปกครอง พวกเขาจึงตอบรับคำเชิญคณะพูดคุยสันติภาพของทหารพม่า ไปเจรจากันที่กรุงเนปิดอว์

กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า
กะเหรี่ยงแตก DKBA แยกวง ดอดคุยทหารพม่า

                                 ทหารกะเหรี่ยง KNLA-PC

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465494

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

2 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

ไขปริศนาโควิดข้ามโขง สะท้อนภาพสัมพันธ์ 2 รัฐ 2 ฝั่งโขง ทางการลาวเร่งสอบสวนหาต้นตอผู้แพร่เชื้อ

++

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ใน สปป.ลาว เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นวิกฤต สำหรับประเทศที่มีประชากร 7 ล้านกว่าคน เมื่อภายในเวลา 1 เดือน (เดือน เม.ย.) มีผู้ติดเชื้อรายไหม้เพิ่มขึ้น 733 คน และกระจายไปทั่วประเทศ

การกลับมาระบาดใหม่ในเมืองลาว เกิดขึ้นพร้อมกับโควิดระลอก 3 ทางฝั่งไทย เมื่อมีคนไทย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเกมออนไลน์ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลักลอบข้ามโขงจากเพชรบูรณ์กลับไปดูธุรกิจร้านเกม แล้วมีอาการป่วย ตรวจพบติดเชื้อโควิด

ช่วงบุญสงกรานต์ รัฐบาลลาวไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมกลางแจ้ง ห้ามเล่นสาดน้ำ แต่ร้านอาหาร สถานบันเทิง ไม่ได้สั่งปิด จึงมีคนไปเที่ยว ไปกินดื่มกันตลอดช่วงวันที่ 12-18 เม.ย.2564

หลังสงกรานต์หรือบุญปีใหม่ลาว มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ตรวจพบติดเชื้อโควิด ที่รู้จักกันในนามกรณีที่ 59 ซึ่งได้ร่วมมือกับ “เอื้อยฮัก” (พี่สาวที่รักนับถือกัน) พาคนไทย 2 คน มาเที่ยวสงกรานต์ในนครหลวงเวียงจันทน์ โดยคนไทยเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย 

กรณีที่ 59 กลายเป็นดราม่าในสังคมลาว เนื่องจากนักศึกษาหญิงคนนั้น ทราบข่าวจาก “เอื้อยฮัก” ที่ลอบข้ามโขงไป จ.หนองคาย ส่งข่าวมาว่า เธอและสองคนไทย ติดเชื้อโควิด และหนุ่มไทยรายหนึ่งมีอาการหนัก เข้ารักษาตัวที่ รพ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2564

หญิงลาว 2 คน และหนุ่มไทย 2 คน ตกเป็นเป้าโจมตีจากคนลาวในโซเชียล เมื่อยอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มจำนวนสูงขึ้นทุกวัน และคนลาวส่วนใหญ่พิพากษาพวกเขาว่า เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ไปแล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โควิดข้ามโขงลาวรับตัว ‘เอื้อยฮัก’คลัสเตอร์หนุ่มไทย

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย
เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

        ไทม์ไลน์ของ 2 หญิงลาว 2 หนุ่มไทย ลักลอบเข้าเมืองเที่ยวสงกรานต์

++
เชือดหญิงลาว

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.2564 ที่ด่านสากลสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 ทางการลาว พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล หัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้า-ออกเมือง กรมใหญ่สันติบาล กระทรวงป้องกันความสงบ ได้มารับตัว นางพาวะดี วิพากอน หรือ “ตุ๊กติ๊ก” (เอื้อยฮักของกรณีที่ 59) จากเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย หลังจากเธอรักษาอาการป่วยติดเชื้อโควิดหายแล้ว 

สาเหตุที่ต้องรับตัว นางพาวะดี วิพากอน กลับคืน สปป.ลาว เพราะมีพฤติกรรมลักลอบเดินทางเข้า-ออก สปป.ลาว และร่วมมือกับกรณีที่ 59 เดินทางไปสถานที่ชุมชนต่างๆในลาว ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุในการนำเอาเชื้อไวรัสโควิด-19 มาแพร่เชื้อใน สปป.ลาว 

ตำรวจลาวระบุว่า นางพาวะดีจะถูกกักบริเวณ 14 วัน ตามมาตรการทางสาธารณสุข หลังจากนั้น จะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมลาว โดยจะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเข้า-ออก สปป.ลาว ,กฎหมายอาญา และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรค 

พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล ได้กล่าวขอบคุณ ตม.ไทย ว่า “ข้าพเจ้าในนามหัวหน้ากรมตำรวจตรวจคนเข้าออกเมือง ที่ได้รับมอบหมาย เป็นตัวแทนฝ่ายลาว ขอแสดงความขอบใจอย่างสูงต่อเจ้าหน้าที่ ตม.ไทย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ดีมาโดยตลอด ได้ให้ความร่วมมือในการส่งตัว ผู้ที่รัฐบาลและสังคมลาว ต้องการตัวที่สุดในระยะนี้ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีแบบนี้ตลอดไป”

คำขอบคุณของ พ.อ.สายสะหมิง สะท้อนว่า รัฐบาลลาวให้ความสนใจกรณีดังกล่าวมาก และนี่คือภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง 2 รัฐ 2 ฝั่งโขง

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

                          พ.อ.สามสะหมิง แถลงข่าวผ่านสื่อออนไลน์

++
ขยายผลเคสคนไทย

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2564 ทีมงานคลินิกทันเหตุการณ์ ของคณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิดลาว ได้สัมภาษณ์พิเศษ พ.อ.สายสะหมิง สีวิไล เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเอื้อยฮัก ผู้ติดเชื้อกรณีที่ 59 สรุปว่า มีตัวละคร 5 คน ประกอบด้วย 1.นางพาวะดี วิพากอน หรือ ตุ๊กติ๊ก ผู้ชักนำคนไทยเข้าลาว 2.นางสอนนาลี ดวงสะหวัด หรือ นีน่า 3.กรณีที่ 59 นางมอนมีนา สุดทิดา หรือ ติ๊นา ผู้นำเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ 4.ท้าวเป๊ก คนไทย และ 5.ท้าวชิด คนไทย 

พ.อ.สายสะหมิง ยังเปิดเผยว่า วันที่ 7 เม.ย.2564 ท้าวเป๊ก ท้าวชิด ลงเรือที่บ้านนาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ข้ามโขงมาขึ้นฝั่งที่บ้านดอนเซ็ง นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต โดยนางพาวะดี และนางสอนนาลี นำรถไปรับ 2 หนุ่มไทย เข้าพักที่โรงแรมแพไหม และตอนกลางคืน ทั้ง 4 คน ไปร้องเพลงคาราโอเกะจนรุ่งเช้า 

วันที่ 8 เม.ย.2564 ช่วงค่ำ นางพาวะดี นำ 2 หนุ่มไทย นั่งรถทัวร์จากสะหวันนะเขต ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ตอนรุ่งเช้า ส่วนนางมอนมีนา หรือติ๊นา มารอรับที่คิวรถโดยสารสายใต้ 

ระหว่างวันที่ 9-15 เม.ย.2564 ทั้ง 4 คน พากันเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ก่อนที่นางพาวะดี จะพา 2 หนุ่มไทย ลักลอบข้ามโขงกลับไทย ผ่านทางบ้านปากงึ่ม ไป อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 

สำหรับข้อสงสัยที่ว่า คนไทย 2 คน จะถูกดำเนินคดีในลาวหรือไม่? พ.อ.สายสะหมิง ชี้แจงว่า ตม.ไทย ดำเนินคดี 2 คนไทย กรณีเข้าเมืองผิดกฎหมายไปแล้ว หากทางการลาวสืบสวนได้ว่า พวกเขามีส่วนแพร่เชื้อโควิด ก็เป็นเรื่องรัฐบาลลาวกับรัฐบาลไทย ที่ฝ่ายลาวจะต้องทำเรื่องขอตัวคนไทย 2 คน มาดำเนินคดีในลาว 

ปัจจุบัน 2 หนุ่มไทย ยังไม่มีความผิดเกี่ยวกับโรคระบาดในลาว โดยจะต้องรอคณะเฉพาะกิจฯ กระทรวงสาธารณสุขลาว สอบสวนนางพาวะดี และนางมอนมีนาหรือกรณีที่ 59 หาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่างเสียก่อน

เสียงฝั่งซ้าย เคสโควิดข้ามโขง โยงสัมพันธ์ลาว-ไทย

               ตำรวจลาว พานางพาวะดี กลับไปดำเนินคดีที่ฝั่งลาว