‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462414

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

29 มีนาคม 2564 – 17:18 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ผ่าวิกฤติ เจาะลึกวิเคราะห์ อนาคตดวงชะตานายกฯ ประเทศไทย เปรียบดวงชะตา บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

ซินแสเข่ง’  ผ่าดวง  ผ่าวิกฤติ  เจาะลึกวิเคราะห์  อนาคตดวงชะตานายกฯ  ประเทศไทย  เชื่อวิกฤติทางการเมือง  ยังเลือกนายกฯ  คนใหม่ไม่ได้  หากวิกฤติบ้านเมืองไม่สงบ   และหากคนไม่มีอำนาจบารมีพอก็บริหารประเทศไม่ได้เหมือนกัน  เปรียบดวงชะตา  สองผู้นำ  คู่ปรับที่น่าสนใจ  ระหว่าง บิ๊กตู่  กับคุณหญิงหน่อย  เมื่อเทียบดวงชะตากันแล้ว  ยังห่างไกล  เพราะดวงชะตาคุณหญิงหน่อย  ขาดอำนาจ  ขาดผู้ช่วยที่จะแก้จุดปะทะในตนเอง  ต้องดิ้นรนขวนขวาย  หากมีผู้ช่วยก็หวังกลับมาครองตำแหน่ง  ไม่ได้รับความจริงใจ  อีกทั้งดวงชะตาเหมือนทำร้ายตนเอง  ให้เกิดความขัดแย้ง  ถึงจะมีดวงเป็นผู้นำ  ถ้าหากยังฝักใฝ่ชามถ้วยเก่า  อนาคตผู้นำคงเป็นได้ยาก
'ซินแสเข่ง'  ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา  บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

'ซินแสเข่ง'  ผ่าดวงวิกฤติ อนาคตดวงชะตานายกฯเปรียบดวงชะตา  บิ๊กตู่ กับหญิงหน่อย ยังห่างไกล

ซินแสเข่ง อาจารย์ชมม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึก ผ่าดวงวิกฤต อนาคตนายกรัฐมนตรี กับดวงชะตา   ที่เกื้อหนุน ส่งเสริม และ สนับสนุน ให้คงไว้กับตำแหน่ง หน้าที่ การงาน  เปรียบดวงชะตา  ของสองผู้นำกับดวงชะตา  คู่กัดคู่ปรับ  ที่เดินไปด้วยกันไม่ได้  เพราะตกดวงชะตาตกดวงขัดแย้ง  เป็นศัตรู  และดวงชะตาในตัวตนที่ขัดแย้งส่งผลให้ขึ้นตำแหน่งและอำนาจทางการเมืองที่ต่างกัน  ประกอบกับดวงชะตาของนายกฯประยุทธ  จันทร์โอชา  ถึงแม้นจะตกดวงชะตาที่อยู่ในช่วงมรสุมก็ตาม  แต่ดวงชะตาแข็งได้เพราะเพราะดวงเมือง  เป็นเหตุประคับประคองหลายปัจจุย  ทั้งกองบัญชาการบ้านพัก  และดวงเกื้อหนุนจากคนใกล้ตัว  สร้างพลังอำนาจให้คงอยู่  และสามารถรับกระแสต้านจากเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างเข้มแข็งที่สุด  ส่วนดวงชะตาของคุณหญิงหน่อย  ตกดวงศัตรู  สร้างความขัดแย้ง  ทำคุณคนไม่ขึ้น  ทำดีออกไปกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  ถึงมีดวงผู้นำก็จริง  แต่ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมโอกาศจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็คงจะยากที่จะเกิดอย่างแน่นอน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงดวงชะตานั้น ของบุคคลที่เป็นอดีต นายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ  ชินวัตร   ที่มีทั้งฝ่ายค้าน  ฝ่ายกลุ่มการเมือง  ตลอดจนถึง  ประธาน  นปช. จตุพร  พรหมพันธ์  ที่กากบาทไว้   วันที่  4  เมษายน  เพื่อจะขับไล่ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์  จันทร์โอชา ให้หลุดจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และเพื่อที่จะดึงเอา คุณทักษิณ  ชินวัตร กลับมาสู่ตำแหน่ง ทางการเมือง ก็คงจะเป็นมวยล้มมากกว่า  เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาปี 2563  ก็ถือว่าเป็นโอกาสทอง ของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่จะพลิกชีวิตใหม่   เหมือนฟ้าเปิด ให้คืนกลับถิ่น แต่เมื่อผ่านพ้น วิกฤตนั้นมาแล้ว โอกาสที่จะกลับมานั้น ก็คงเป็นไปไม่ได้  มีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้บ้านเมืองรุนแรงมากขึ้นและอาจจะเป็นจุดดับของ นปช. ก็เป็นได้เหมือนกัน

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462409

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

29 มีนาคม 2564 – 15:22 น.

เทศบาลก้าวหน้า “ธนาธร” ไม่เข้าเป้า เทศบาลใหญ่พลาดหมด ได้เก็บตก 12 เทศบาลตำบล

++
การเลือกตั้งเทศบาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีทั้งหมด 2,472 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลนคร 30 แห่ง ,เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ทอน” ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ “บ้านใหญ่”    

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

ก้าวหน้าได้มา 12 ตำบล

คณะก้าวหน้า ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีทั้งประเทศ ประมาณ 100 กว่าแห่ง แยกเป็นนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง, นายกเทศมนตรีเมือง 25 แห่ง และนายกเทศมนตรีตำบล 69 แห่ง    

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะระดับ “นายกเทศมนตรีตำบล” 12 แห่งคือ จ.ลำพูน 1 แห่ง, จ.ร้อยเอ็ด 3 แห่ง, จ.หนองบัวลำภู 3 แห่ง, จ.อุดรธานี 2 แห่ง, จ.มุกดาหาร 2 แห่ง และ จ.สมุทรปราการ 1 แห่ง     

ตอนสายของวันที่ 29 มี.ค.2564 คณะก้าวหน้า ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งเทศบาลว่า “4 ปีนับจากนี้ เราจะทำเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ว่า ผู้บริหารท้องถิ่น สามารถสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชนได้ คณะก้าวหน้าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่ออกมาเลือกทีมเทศบาลคณะก้าวหน้าทั่วประเทศ ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”

ชนะจุ๋มจิ๋ม เทศบาลก้าวหน้าคว้าชัย 12 ตำบล

ธนาธร วิ่งรอกโค้งสุดท้าย เจาะเทศบาลตำบล

++
กระแสในเมืองตกต่ำ
++
คณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง ประกอบด้วยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ (ชลบุรี), เทศบาลนครเชียงใหม่ (เชียงใหม่), เทศบาลนครนครราชสีมา (นครราชสีมา),เทศบาลนครสวรรค์ (นครสวรรค์), เทศบาลนครปากเกร็ด (นนทบุรี) ,เทศบาลนครหาดใหญ่ (สงขลา) ,เทศบาลนครอ้อมน้อย (สมุทรสาคร), เทศบาลนครแหลมฉบัง (ชลบุรี) ,เทศบาลนครอุดรธานี (อุดรธานี),เทศบาลนครรังสิต (ปทุมธานี) และเทศบาลนครนนทบุรี (นนทบุรี)    

สนามเทศบาลนคร พิสูจน์ให้เห็นกระแสความนิยมในตัวธนาธรได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเขตเมืองใหญ่ มีฐานเสียงคนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ แต่ปรากฏว่า คณะก้าวหน้าพ่ายเลือกตั้งหมด    

อย่างเทศบาลนครปากเกร็ด แชมป์เก่า 5 สมัย วิชัย บรรดาศักดิ์ ได้ 36,502 คะแนน แต่ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้าได้ 9,703 คะแนน
แถมในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีทีมผู้สมัครคณะก้าวหน้า ลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองและตำบลอีก 6   แห่ง ปรากฏว่า แพ้หมดทุกแห่ง
เทศบาลนครเชียงใหม่ อัศนี บูรณุปกรณ์ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ได้ 19,198 คะแนน ส่วนธีรวุฒิ แก้วฟอง คณะก้าวหน้า ได้ 6,797 คะแนน    

เทศบาลนครนครราชสีมา ประเสริฐ บุญชัยสุข เบอร์ 2 กลุ่มโคราชชาติพัฒนา ได้ 23,550 คะแนน ตามมาด้วย ฉัตร สุภัทรวณิชย์ คณะก้าวหน้า ได้ 10,367 คะแนน    

ดูเหมือนแกนนำคณะก้าวหน้า ก็ประเมินกระแสได้ โค้งสุดท้ายจึงมุ่งไปที่สนามเล็กระดับ “เทศบาลตำบล” ในภาคกลาง และภาคอีสาน จึงทำให้ได้มา 12 ที่นั่งนายกเทศมนตรตำบล

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462393

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร 

29 มีนาคม 2564 – 12:05 น.

“บิ๊ก ป.” ส่งซิก “วิรัช” จับมือ “กลุ่มสันติ” ยึดเลขาพรรคจากสามมิตร  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน  

คุกรุ่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มี 2 เรื่องใหญ่ๆ ในพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล  

เรื่องแรก เป็นเรื่องระหว่างพรรคร่วมด้วยกันคือ พลังประชารัฐและภูมิใจไทย ที่ยังไม่จบสักที หลังจาก 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ โหวตงดออกเสียงให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 

นอกจากให้ ส.ส.ขอโทษ พรรคพลังประชารัฐยังเอาใจภูมิใจไทย ให้ ส.ส.ไปขอโทษ ศักดิ์สยามอีก   

แต่พอมีการปรับเปลี่ยนกรรมการประสานงานสภาฯ หรือวิปรัฐบาล ที่ปรับชื่อ วทันยา วงศ์โอภาสี และ ศิริพงษ์ รัศมี ก็ออกข่าวว่า เป็นการลงโทษ ส.ส.ดาวฤกษ์ ทั้งๆ ที่ วทันยา ขอลาออกตั้งนานเป็นปี กลับมามีข่าวช่วงนี้  

ว่ากันว่า คนขาใหญ่ที่เพิ่งได้เป็นรัฐมนตรีใหม่หมาดเป็นคนวางยาเล่นพวกเดียวกัน เพราะขาใหญ่คนนี้อยากจะเข้ามาดูแล ส.ส.กทม.ทั้งหมดของพรรคพปชร. 

ศึกนอกยังไม่จบ ก็มีการเปิดศึกในกันเอง เมื่อ 3 ช.เล็งเก้าอี้เลขาธิการพรรคจาก อนุชา นาคาศัย แกนนำสามมิตร 
งานนี้จะว่า 3 ช.เดินเกมเองก็กระไรอยู่ เพราะวันนี้ไม่ใช่ 3 ช. แต่เป็น 4ช.เพราะ ช่วยคมนาคม ของ อธิรัช รัตนเศรษฐ ลูกชาย วิรัช มาเข้าก๊วนด้วย 

ถามว่า อธิรัช มาเองหรือ วิรัช สั่งให้ลูกมา คำตอบคือ ไม่ทั้งสอง เพราะคนสั่งคือ ป.ประวิตร เพราะหาก วิรัช ไปทะเลาะกับ 3 ช. จะส่งผลกระทบต่อ ป.ประวิตร ด้วย  

ฉะนั้น วิรัช จึงจับมือกับ 3 ช. ส่งลูกมาเป็น 4 ช. พร้อมมีไฟเขียวเปิดปฏิบัติการทวงคืนเก้าอี้เลขาธิการพรรคจากสามมิตร ด้วยเห็นว่า  

หนึ่ง สามมิตร มี ส.ส.ดูแลน้อยลง บารมีก็น้อย สอง 4 ช.หากเอา ส.ส.ในก๊วนรวมกัน เกือบร้อย ย่อมมีอำนาจต่อรองในพรรคสูง และสาม ตามข้อตกลงเดิมที่ให้ อนุชา เป็นก่อน จากนั้นส่งต่อให้ สันติ พร้อมพัฒน์ เป็น เพราะเป็นเจ้าของที่ทำการพรรค 
 
ป.ประวิตร ก็ทราบว่า สามมิตร ใจไม่ค่อยร้อย ยิ่งทราบว่า สามมิตร มีพรรคสำรอง อยู่ด้วย จึงคิดว่าเลือกตั้งครั้งหน้า สามมิตร อาจจะไม่อยู่กับพลังประชารัฐ จึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม 
 
แน่นอนต้องจับตาเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน จะเดือดและร้อนยิ่งกว่าไฟ. 

พลิกแผ่นดิน “เพื่อนเนวิน” แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462387

พลิกแผ่นดิน “เพื่อนเนวิน” แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

29 มีนาคม 2564 – 11:27 น.

บทเรียนเพื่อนเนวิน พ่ายนายกเล็กเมืองบุรีรัมย์ แต่ยึดกุมสภาได้ “ผู้ชนะ” ทำงานยาก   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลางดึกคืนวันที่ 28 มี.ค.2564 แอดมินเพจ “เพื่อนเนวิน เมืองบุรีรัมย์” ได้แถลงชี้แจงว่า “ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน กราบขอบพระคุณ ทุกคะแนนเสียง ที่มอบและไว้วางใจให้ทำงาน เพื่อประชาชนชาวเมืองบุรีรัมย์ทุกคนทุกท่าน  ถึงแม้ว่า การเลือกตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ในครั้งนี้  มิได้เข้ามารับใช้พี่น้องเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ตามที่ได้ตั้งใจไว้…”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  อิสาณเดือด “เพื่อนเนวิน” หนัก สู้สายเลือด “ชิดชอบ”

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

เนวิน เจอกระแสต้านจากคนรุ่นใหม่

นี่คือการยอมรับความปราชัยอย่างเป็นทางการ ของ “ยุทธชัย พงศ์พณิช” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน”

หลังการปิดหีบเริ่มนับคะแนน ประมาณ 2 ทุ่ม คนเซราะกราวก็ส่งไลน์ ส่งข่าวไปทั่วเมืองบุรีรัมย์ว่า กลุ่มเพื่อนเนวินพ่ายเลือกตั้งแบบฉิวเฉียด 

พูดตามภาษานักวิเคราะห์บอล ก็ต้องบอกว่า เกมนี้ “หักปากกาเซียน” เพราะไม่มีใครในแผ่นดินปราสาทสายฟ้า จะเชื่อว่ากลุ่มเพื่อนเนวินจะพ่ายแพ้ ซึ่งผลการนับคะแนนอย่างมาเป็นทางการ ปรากฏว่า สกล ไกรรณภูมิ กลุ่มรักษ์บุรีรัมย์ ได้ 5,613 คะแนน ชนะยุทธชัย พงศ์พณิช กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ 5,046 คะแนน    

อย่างไรก็ตาม ผลการนับคะแนนสมาชิกสภาเทศบาลฯ กลับตกเป็นของกลุ่มเพื่อนเนวิน ทั้งสภาฯ ซึ่งจะทำให้การทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารของ “สกล” คงลำบาก เพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่ทีมงานของตนเอง

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

รองบิ๊ก ยุทธชัย เด็กปั้นเนวิน

++
กระแสต้านเนวิน
++
หลัง “เสี่ยเกี้ย” กมล เรืองสุขศรีวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ตัดสินใจวางมือตามสัจจะลูกผู้ชาย ก็ประกาศหนุน “ยุทธชัย พงศ์พณิช” คนรุ่นใหม่ ลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์     

“รองบิ๊ก” ยุทธชัย พงศ์พนิช เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ของบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการโปรโมตจาก เนวิน ชิดชอบ มาหลายปีแล้ว    

สำหรับ “รองอ๋อง” สกล ไกรรณภูมิ ก็เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ และอยู่ใต้ร่มธงเพื่อนเนวิน มาแต่สมัย “นายกเกี้ย” แต่ “รองอ๋อง” ตัดสินใจนาทีสุดท้าย ฟอร์มทีมกลุ่มรักษ์บุรีรัมย์ ลงสมัครนายกเล็กเมืองบุรีรัมย์    

พลันที่ไปสมัครชิงเก้าอี้นายกเล็ก “รองอ๋อง” ต้องออกปาก “ต้องกราบขอโทษ ผู้หลักผู้ใหญ่ ถึงความจำเป็นที่ตนต้องลงสมัครครั้งนี้ เพราะถอยไม่ได้”

ดังนั้น การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ จึงเป็น “ศึกศักดิ์ศรี” ของคนหนุ่มโดยแท้ ระหว่าง “รองบิ๊ก” กับ “รองอ๋อง” 

ตัวแปรที่สำคัญในสนามเทศบาลบุรีรัมย์คือ คณะก้าวหน้า บุรีรัมย์ ได้ระดมเสียงผ่านเครือข่ายโซเชียลให้แฟนพันธุ์แท้ธนาธร เลือก“รองอ๋อง” สกล ไกรรณภูมิ เพราะคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า ไม่ชอบเนวิน    

นี่คือ 500 กว่าคะแนนที่เป็นจุดเปลี่ยนเกม แต่ในอนาคต เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ คงหนีไม่พ้นร่มเงาบ้านใหญ่โรงโม่ เพราะจำนวน ส.ท.เป็นกลุ่มเพื่อนเนวินทั้งหมด 

พลิกแผ่นดิน "เพื่อนเนวิน" แพ้ ศึกเทศบาลบุรีรัมย์

รองอ๋อง สกล ผู้โค่นเพื่อนเนวิน

++
อิสาณไม่เปลี่ยน
++
ส่วนเทศบาลตำบลอิสาณ ที่ติดเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งในวันนี้ กลายเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจ” และเป็นหัวใจของบ้านใหญ่ศิลาชัย ผลการเลือกตั้ง “ไม่เปลี่ยน” 

ผู้ท้าชิง “อุชษณีย์ ชิดชอบ” ลูกสาวคนเดียวของกำนันชัย ชิดชอบ พ่าย “สุพจน์ สวัสดิ์พุทรา” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ สังกัดกลุ่มเพื่อนเนวิน 

“สุพจน์” เป็นเด็กสร้างของเนวิน และเป็นมือทำงานในพื้นที่ ซึ่งเทศบาลตำบลอิสาณ เป็น 1 ใน 8 เทศบาลตำบลที่อยู่ชายขอบ อ.เมืองบุรีรัมย์ และการเลือกตั้งเทศบาลหนที่แล้ว นักการเมืองท้องถิ่น สาย “เพื่อนเนวิน” ยึดครองได้หมด    

เทศบาลตำบลอิสาณ ห่างจากที่ว่าการ อ.เมืองบุรีรัมย์ ทางทิศตะวันตก ประมาณ 3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 36.899 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 12,606 หลังคาเรือน    

แม้จะเป็นเทศบาลตำบล แต่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยมีลักษณะเป็นเมืองปริมณฑลที่รองรับการขยายตัวของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ปัจจุบัน ตำบลอิสาณกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก    

ปัจจุบัน บ้านศิลาชัย และโรงโม่หินศิลาชัย(1991) ล้วนอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลอิสาณ รวมทั้งสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ,สนามช้างอารีนา ,บุรีรัมย์ คาสเซิล, โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฯลฯ รวมถึงที่ดินที่มีข้อพิพาทระหว่างการรถไฟ กับประชาชนในเขตเขากระโดง ก็อยู่ใน ต.อิสาณ     

ดังนั้น สนามเลือกตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์แพ้ได้ แต่สนามเทศบาลตำบลอิสาณพ่าย เชื่อว่าลุกเป็นไฟทั้งแผ่นดินปราสาทสายฟ้าแน่นอน

หาดใหญ่เปลี่ยน ‘ไพร’ พ่าย ‘พี่หลวงคร’ นำห่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462346

หาดใหญ่เปลี่ยน’ไพร’ พ่าย’พี่หลวงคร’ นำห่าง

28 มีนาคม 2564 – 19:54 น.

เทศบาลหาดใหญ่เปลี่ยน แชมป์เก่า “ไพร” โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความยินดี “พี่หลวงคร” ผู้ชนะ

สนามเลือกตั้งเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้รับความสนใจจากผู้คนมากทีเดียว เพราะมีผู้สมัคร 5 ทีม คือ เบอร์ 1 ณรงค์พร ณ พัทลุง ทีมปลัดแป้น, เบอร์ 2 ไพร พัฒโน ทีม ดร.ไพร, เบอร์ 3 พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ทีมพี่หลวงคร, เบอร์ 4 พงษ์ศักดิ์ จิโรภาส พงษ์ศักดิ์พัฒนา และเบอร์ 5 ประยูร วงศ์ปรีชากร คณะก้าวหน้า

รายงานข่าวจากสนามเทศบาลนครหาดใหญ่ ผลการนับคะแนนเกือบทุกหน่วย เบอร์ 3 พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นำห่าง และมีแนวโน้มเป็นผู้ชนะเลือกตั้ง

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 มี.ค.2564 ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ 3 สมัย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ยอมรับความพ่ายแพ้ และแสดงความยินดีกับ “พี่หลวงคร”

“ขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ว่าที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ขอบ คุณทุกคนมากครับสำหรับทุกคะแนนเสียงและทุกการช่วยเหลือ ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว ขอบคุณมากจริงๆครับ ทำใจให้สบายๆ ยอมรับผลของมันอย่างหน้าชื่นตาบาน ผมไม่เสียใจเลยที่แพ้เพราะผมมีพวกเราทุกคนอยู่เคียงข้าง”

ตอนท้าย ไพร พัฒโนยังฝากคำหวานๆ ถึงว่าที่นายกเล็กหาดใหญ่ “ขอแสดงความยินดีต่อพี่สาคร ด้วยนะครับ ผมขอฝากเมืองหาดใหญ่ไว้กับพี่ด้วยครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้เพื่อหาดใหญ่ของเรา กรุณาอย่าเกรงใจ ผมยินดีเสมอครับ”

หาดใหญ่เปลี่ยน'ไพร' พ่าย'พี่หลวงคร' นำห่าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
พลิกปูม’ส.ส.ต้อย แปดริ้ว’เซเลบมวยไทย

หาดใหญ่เปลี่ยน'ไพร' พ่าย'พี่หลวงคร' นำห่าง

พี่หลวงครคือใคร?

“พี่หลวงคร” หรือ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีต ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว  ต้นปี 2563 พล.ต.ท.สาคร เดินแนะนำตัวในฐานะว่าที่ผู้สมัครนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ในสีเสื้อ ปชป.มาระยะหนึ่ง ก็เบนเข็มไปหาเสียงเตรียมลุย นายก อบจ.สงขลา สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่ลงสนาม อบจ.สงขลา 

พล.ต.ท.สาคร ตัดสินใจกลับมาขึ้นคัตเอาท์ บอกคนหาดใหญ่ ว่า “หลวงคร” พร้อมที่จะลงเลือกตั้งชิงเก้าอี้นายกเล็ก แต่ไม่ได้สังกัด ปชป.

สำหรับ ไพร พัฒโน อดีตนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็น ส.ส.สงขลา พรรค ปชป. 2 สมัย หันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ 3 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2547-2561 ก่อนจะลาออกจาก “นายกเล็กหาดใหญ่” หวังที่จะลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. แต่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องพลาดไป ไม่ได้ลงสนาม

หลังจากนั้น ไพร พัฒโน มุดเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ และช่วย “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล หาเสียงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สงขลา

หาดใหญ่เปลี่ยน'ไพร' พ่าย'พี่หลวงคร' นำห่าง

                        พี่หลวงคร ว่าที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

พลิกปูม ‘ส.ส.ต้อย แปดริ้ว’ เซเลบมวยไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462322

พลิกปูม’ส.ส.ต้อย แปดริ้ว’เซเลบมวยไทย

28 มีนาคม 2564 – 15:57 น.

รู้จักเขามั้ย? “ส.ส.ต้อย แปดริ้ว” คนดังมวยไทย ก่อนเบนเข็มสู่สังเวียนผู้แทน

ชื่อของ “ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์” ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ตกเป็นข่าวเกรียวกราวอีกรอบ หลังตัวเขาเคยออกโรงขับ “สมคิด” และ “4 กุมาร” ออกจากตำแหน่งเสนาบดี แต่ข่าวล่าสุด เป็นเรื่องส่วนตัวผสมการเมือง

หลายคน อาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า “ส.ส.ชัยวัฒน์” เป็นคนดังในยุทธจักรมวยไทย และไม่มีใครไม่รู้จัก “ส.จ.ต้อย แปดริ้ว” 

20 กว่าปีมาแล้ว ที่ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นักการเมืองท้องถิ่นจากแปดริ้ว มาโลดแล่นอยู่ในวงการมวยไทย ในฐานะหัวหน้าค่ายมวย ส.จ.ต้อยแปดริ้ว และโปรโมเตอร์มวยไทย “ศึก ต.ชัยวัฒน์” แห่งเวทีราชดำเนิน 

ส.จ.ต้อย แปดริ้ว อยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับ “สมหมาย สกุลเมตตา” หรือ ส.สมหมาย ขาใหญ่เวทีราชดำเนิน

เมื่อกลางปี 2562 ชัยวัฒน์หรือ ส.จ.ต้อย แปดริ้ว ได้ลาออกจากการเป็นโปรโมเตอร์มวยเวทีมวยราชดำเนิน เพราะต้องการใช้เวลาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ฉะเชิงเทรา อย่างเต็มที่ 

พลิกปูม'ส.ส.ต้อย แปดริ้ว'เซเลบมวยไทย

                                    ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์

ลูกชายนายกไก่

จาก ส.จ.ต้อย แปดริ้ว กลายเป็น “ส.ส.ต้อย แปดริ้ว” ลูกชายสุดรักของ “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 4 สมัย

สำหรับ “นายกไก่” เป็นที่รู้จักของโปรโมเตอร์มวยชั้นนำของประเทศ โดยมีขุนพลคู่ใจคือ วิชิต อ่องลออ หัวหน้าค่ายมวย ส.จ.วิชิตแปดริ้ว และชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หัวหน้าค่ายมวย ส.จ.ต้อยแปดริ้ว

นักมวยจาก 2 ค่ายดังกล่าวนี้ มีดีกรีแชมป์มวยไทยหลายคน ทั้งเวทีราชดำเนิน และเวทีลุมพินี 

ย้อนไปปลายปี 2561 กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เปิดตัว ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตสมาชิกสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา 3 สมัย ลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

“ชัยวัฒน์” หรือ “ต้อย แปดริ้ว” เป็นบุตรชายคนโตนายกไก่ และถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมืองมาแต่การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2557 โดยครั้งนั้น ชัยวัฒน์ ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา แม้เขาจะชนะ แต่ก็วืดเข้าสภา เมื่อศาลสั่งให้เลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ

พลิกปูม'ส.ส.ต้อย แปดริ้ว'เซเลบมวยไทย

                               สุชาติ ชมกลิ่น และ ส.ส.ต้อย

คว่ำแชมป์เพื่อไทย

ปี 2562 สนามเลือกตั้งฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.คลองเขื่อน อ.บางคล้า อ.ราชสาส์น อ.พนมสารคาม (เฉพาะ ต.หนองยาว ต.บ้านซ่อง และต.เขาหินซ้อน) และอ.บางน้ำเปรี้ยว (ยกเว้นต.ศาลาแดงและต.โพรงอากาศ) แชมป์เก่าคือ “เฮียเน้า” สมชัย อัศวชัยโสภณ พรรคเพื่อไทย พบผู้ท้าชิงหน้าใหม่ ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์

พูดจาภาษาเซียนก็ต้องบอกว่า “มวยถูกคู่ คนดูถูกใจ” เพราะเป็นการต่อสู้ของนักเลือกตั้งที่โตมาจากการเมืองท้องถิ่น 

“เฮียเน้า” เป็นสมาชิกสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต อ.พนมสารคาม ตั้งแต่ปี 2528-2542 และเคยเป็นนายก อบจ.แปดริ้วมา 1 สมัย ก่อนจะลงสมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย  ได้เป็นส.ส.สมัยแรกปี 2548

ส่วน “ส.จ.ต้อย” ได้บิดาเป็นกองหนุนชั้นดี พ่วงด้วยแนวร่วมการเมืองจาก “สุชาติ ตันเจริญ” และ “อิทธิ ศิริลัทธยากร” อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ผลการเลือกตั้ง ลูกชายนายกไก่ชนะขาด ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

จากเลือกตั้งระดับชาติ สู่เลือกตั้งท้องถิ่น สุชาติ ตันเจริญ และอิทธิ ศิริลัทธยากร ยังผนึกกำลัง “นายกไก่” ชิงเก้าอี้นายก อบจ.แปดริ้ว จนประสบผลสำเร็จ 

ต้องยอมรับว่า ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา หนที่ผ่านมา “นายกไก่” ต้องเจอคู่ต่อสู้เลือดใหม่ที่ไม่ธรรมดา อย่างจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

แม้ “นายกไก่” ชนะ ได้เป็นนายก อบจ.อีกสมัย แต่ผลเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. เขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา ปรากฏว่า ทีมนายกไก่พ่ายเรียบ เสีย 6 ที่นั่งให้ทีมจ่าเอกยศสิงห์และตระกูลฉายแสง

ความปราชัยในเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา ส่งผลสะเทือนมาก เพราะตระกูล “เป้าเปี่ยมทรัพย์” มีฐานการเมืองมาจากสมาชิกสภา อบจ.เขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา

พลิกปูม'ส.ส.ต้อย แปดริ้ว'เซเลบมวยไทย

        นายกไก่-กิตติ มดเล็ก(ลูกชายสุชาติ ตันเจริญ) และ ส.ส.ต้อย แปดริ้ว

บ้านบางแคร์ ‘โทนี่’ ต้องปัง กระชากเด็ก ‘ทอน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462308

บ้านบางแคร์ ‘โทนี่’ ต้องปัง กระชากเด็ก ‘ทอน’

28 มีนาคม 2564 – 13:30 น.

ชิงตลาด Gen Z กลุ่มบ้านบางแคร์ ปั้น “พ่อโทนี่” แข่งธนาธร-ก้าวไกล

เป็นไปตามแผนของกลุ่มแคร์ หรือกลุ่มบ้านบางแคร์ ที่ต้องการปั้น Tony Woodsome ให้อยู่ในใจเด็ก Gen Z หรือ Gen Y เมื่อโครงการ The Change Maker บรรลุเป้าหมายระดับหนึ่ง 

โทนี่หรือทักษิณ ชินวัตร ผู้ชายยุคเบบี้บูมเมอร์ พยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ผ่านคลับเฮาส์ และล่าสุด โทนี่ได้บรรยายในหัวข้อ “Reimagining the Future of Thailand Economy : ชวนคิดใหม่ วางอนาคตเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก” ในกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย

ระหว่างนี้ ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังท่องเที่ยวอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ และสวีเดน ทั้งคู่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มที่สองแล้ว จึงพากันไปท่องสแกนดิเนเวีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราษฎร สับ “โทนี่” เกมซื้อใจเด็ก

บ้านบางแคร์ 'โทนี่' ต้องปัง กระชากเด็ก 'ทอน'

                          โทนี่หรือทักษิณ บรรยายในบ้านเอเอฟการเมือง

บ้านเอเอฟเพื่อไทย

ว่ากันว่า โครงการ The Change maker ต้นคิดมาจาก “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 1 ใน 4 อัศวินบ้านบางแคร์ ซึ่งเฮียเพ้งปิ๊งไอเดียบ้านเอเอฟ ภาคการเมือง เหมือนเรียลลิตี้บ้านเอเอฟ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย

หากพรรคเพื่อไทย อยากแย่งชิง Gen Y Gen Z จากค่ายธนาธร หรือพรรคก้าวไกล ก็ต้องสร้างบ้าน The Change maker ที่ไม่ใช่บ้านบางแคร์ 

บ้านเอเอฟในฝันของเฮียเพ้ง เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ๆ จะอายุเท่าไหร่ก็ได้ ขอเพียงสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง จะสมัครเข้ามากี่คนก็ได้ แล้วคัดเลือกให้เหลือเพียง 100 คน 

พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ได้มอบหมายให้ “เอิง” คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย เป็นผู้อำนวยการโครงการ The Change Maker

“คณาพจน์” เคยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคไทยรักษาชาติ และเป็นเพื่อนสนิทของแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 12 มี.ค.2564 พรรคเพื่อไทย จัดงานปฐมนิเทศโครงการ The Change Maker รุ่น 1 ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค โดยกลุ่มแคร์ และทีมคิดเพื่อไทยหวังว่า 1 นโยบาย ที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบ จะกลายเป็น  1 นโยบาย ของพรรคเพื่อไทย ในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ

บ้านบางแคร์ 'โทนี่' ต้องปัง กระชากเด็ก 'ทอน'

                                          โทนี่ ขวัญใจเด็กๆ

พ่อโทนี่สุดปัง

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรโครงการ The Change Maker แถลงว่า กิจกรรม The Change Maker ในช่วง 2 สัปดาห์  ผู้เข้า ร่วมโครงการได้นำเสนอแนวคิดที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นนโยบายให้เกิดขึ้นจริงได้

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดเวิร์คช็อปถอดรหัสการออกแบบนโยบาย และกระบวนการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากประชาชน 

วันเสาร์ที่ 27 มี.ค.2564 โทนี่หรือทักษิณ ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ “Reimagining the Future of Thailand Economy: โทนี่ชวนคิดใหม่ วางอนาคตเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก” 

การกำหนดหัวข้อเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ถนัดของโทนี่ แต่ไม่วายจะชะแว้ปเข้าหาการเมืองบ้าง และที่กลายเป็นพาดหัวข่าวในสื่อออนไลน์ ก็มาจากการตอบคำถามของเด็กๆ เกี่ยวกับอาชีพขายบริการทางเพศ

“เราเป็นประเทศดัดจริต เรามีกฎหมายปรามการค้าประเวณี ปราบก็ไม่ปราบ สรุปแล้วก็ครึ่งๆกลางๆ ประเภทแบบว่าดัดจริต กลัวเขาจะรู้ว่ามีการค้าประเวณี และโสเภณี วันนี้เราต้องอยู่บนโลกความเป็นจริง และจริงๆแล้วถ้าทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ ควบคุมและตรวจสอบได้”

ไม่วายที่จะต้องวกมาเรื่อง “หวยบนดิน” ผลงานเด่นของรัฐบาลทักษิณ และไทยรักไทยในอดีต

หลังบรรยายเสร็จ ทีมงานเพื่อไทย ก็รวมประโยคฮิตหรือท่อนฮุกสุดปังของ “คุณพ่อ Tony Woodsome” มานำเสนอผ่านเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ อาทิ “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ในทางตรงกันข้ามทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศมหาศาล”,   “ด่า..กันหน้าทำเนียบ ไม่ทำให้ประเทศเจริญ ต้องเข้าใจอนาคตว่าจะไปตรงไหน และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร”

โทนี่ยังจะมาพบเด็กๆ อีกหลายรุ่น ตราบเท่าที่พรรคเพื่อไทย ยังต้องการชิงฐานเสียง Gen Z จากธนาธร และพรรคก้าวไกล

บ้านบางแคร์ 'โทนี่' ต้องปัง กระชากเด็ก 'ทอน'

                                  เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่

ศึกสาละวิน KNU ยึดค่ายพม่าต้านเผด็จการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462263

ศึกสาละวินKNU ยึดค่ายพม่าต้านเผด็จการ

27 มีนาคม 2564 – 18:55 น.

สาละวินเดือด กะเหรี่ยง KNU รุกตีฐานทหารเมียนมา หลัง KNU ขวางขนข้าวสาร 700 กระสอบ

++
    กองทัพกะเหรี่ยง มอบของขวัญวันกองทัพเมียนมาหรือวันตั๊ดมะด่อ ด้วยบุกยึดฐานย่อย ริมฝั่งสาละวิน ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 
    รุ่งเช้าวันที่ 27 มี.ค.2564 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) กองพันที่ 4 สังกัดกองพลน้อยที่ 5 เข้าฐานเซหมื่อท่า (ทหารเมียนมา) กองพันทหาราบที่ 75 สังกัดกองพลทหารราบเบาที่ 66 ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน เขต จ.ผาปูน รัฐกะเหรี่ยง
    ปรากฏว่า ทหารกะเหรี่ยงยึดอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และอุปกรณ์สื่อสารของทหารเมียนมาได้เป็นจำนวนมาก โดยมี พล.ต.บอจ่อแฮ รอง ผบ.กองน้อยที่ 5 ได้เข้าไปตรวจสนามรบด้วย

 ศึกสาละวินKNU ยึดค่ายพม่าต้านเผด็จการ

พล.ต.บอจ่อแฮ รอง ผบ.ทหารกะเหรี่ยง KNLA 
    ถ้าจำกันได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริเวณริมฝั่งสาละวิน บ้านแม่สามแลบ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีการขนข้าวสาร 700 กระสอบไปกองไว้ เพื่อนำส่งทหารเมียนมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าขนข้าวสารข้ามฟากไปส่งทหารเมียนมา
    เนื่องจากทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 ประกาศไม่รับผิดชอบ กรณีมีการลำเลียงเสบียงข้ามแม่น้ำสาละวินไปยังค่ายทหารเมียนมา 
    ด้วยเหตุนี้ นายทหารเมียนมา จึงประสานมายังทางการไทยให้ขนย้ายข้าวสารกลับไป จึงทำให้มีการขนข้าวสาร 700 กระสอบ กลับมาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
    เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ชายแดนไทย-เมียนมา ตรึงเครียด เพราะทหารเมียนมาไม่พอใจทหารกะเหรี่ยง มีการปะทะกันตามลำน้ำสาละวิน ก่อนที่ทหารกะเหรี่ยง จะบุกตีฐานทหารเมียนมาในวันตั๊ดมะด่อ

 ศึกสาละวินKNU ยึดค่ายพม่าต้านเผด็จการ

ฐานทหารพม่า ริมฝั่งสาละวิน

++
รู้จักกองพลน้อยที่ 5
++
    กองพลน้อยที่ 5 เป็นกองทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งปัจจุบัน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนำโดย KNLA กองพลน้อยที่ 7 จ.ผาอัน มี พล.อ.มูตูเซพอ ตู เซพอ ซึ่งเป็นฝ่ายริเริ่มการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเต็งเส่ง มาตั้งแต่ปี 2555
    กลุ่ม KNLA กองพลน้อยที่ 7 ตัดสินใจเจรจาสันติภาพ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในรัฐกะเหรี่ยงจะต้องร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมา รวมทั้งปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพื้นที่
    ด้านกลุ่ม KNLA กองพลน้อยที่ 5 จ.ผาปูน หรือ จ.มูตรอ นำโดยนอว์ซิปโปรา เส่ง รองประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง โดยแกนนำสำคัญในกลุ่มนี้คือ พล.ท.บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการ KNLA ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการ KNLA กองพลน้อยที่ 5 
    กลุ่มกองพลน้อยที่ 5 ไม่ไว้ใจในการร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมา และเรียกร้องให้เมียนมาเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และร่วมมือกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ    

อย่างไรก็ตาม กองพลน้อยที่ 5 ได้ร่วมลงนามหยุดยิง ช่วงที่พรรคเอ็นแอลดีเป็นรัฐบาลในปี 2559 เพราะประเมินว่า อองซานซูจี จะผลักดันให้แผนสันติภาพมีความคืบหน้า
    เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2564 ตรงกับวันครบรอบปีที่ 72 ของการปฏิวัติกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 ได้จัดงานเฉลิมฉลอง ในพื้นที่หมู่บ้านทีลอ ซิ ท่า อ.แดวโล จ.มือตรอ 

 ศึกสาละวินKNU ยึดค่ายพม่าต้านเผด็จการ

ทหารกะเหรี่ยงฉลองชัย 
    พล.ต.จอ มื่อ ผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 5 กล่าวว่า ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ เรามีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง ด้วยการพูดคุย ด้วยแนวทางทางการเมือง แต่ไม่คืบหน้า เพราะรัฐบาลเมียนมา ไม่เปิดโอกาสให้ได้พูดคุยและพัฒนาแนวทางสันติภาพอีก 
    หลัง พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ก่อการรัฐประหาร ชาวกะเหรี่ยงใน จ.มือตรอ หรือ จ.ผาปูน ได้จัดการชุมนุมต่อต้านเผด็จการ โดยการสนับสนุนของ KNLA กองพลน้อยที่ 5
    ขณะที่พรรคเอ็นแอลดี พยายามแสวงหาความร่วมกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เพื่อยุติระบอบการปกครองโดยกองทัพเมียนมา ปรากฏว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ให้การตอบรับข้อเสนอจากพรรคเอ็นแอลดี ด้วยความกระตืนรือล้น
    ตัวแทนของพรรคเอ็นแอลดี กำลังขายฝันเรื่อง “กองทัพสหพันธรัฐ” ต่อกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เพื่อต่อกรกับทหารเมียนมา และปกป้องประชาชนให้พ้นเงื้อมมือเผด็จการ 

นี่ไง ‘กำนันกี’ เปลี่ยนสระแก้ว ไร้เงาเจ้าพ่อวังน้ำเย็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462258

นี่ไง ‘กำนันกี’เปลี่ยนสระแก้ว ไร้เงาเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

27 มีนาคม 2564 – 17:45 น.

สระแก้วโฉมใหม่ ยุค “กำนันกี” จับมือคนรุ่นใหม่ ล้างภาพจำเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

++
    นับจากวันนี้ไป ผู้คนคงรู้จักชื่อ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว มากขึ้นเพราะเธอคือมารดาของ ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 
    “กำนันกี” ของชาวสระแก้ว ในวัย 76 ปี ได้ตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.สระแก้ว โดยตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา คนในตระกูล “เทียนทอง” ได้เข้ามาบริหาร อบจ.สระแก้ว ติดต่อกันมา 5 สมัย
    “ดิฉันทำใจ มาตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วในครั้งนี้แล้วว่า “นามสกุล” จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีตัวดิฉัน และข้ออ้างที่จะหยิบมาใช้เรียกคะแนนเสียงคงหนีไม่พ้น “การเปลี่ยนหน้า” ให้คนใหม่ๆ เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง”
    ดังนั้น กำนันกี จึงใช้คำขวัญว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม” แม้ว่าจะนามสกุล “เทียนทอง” แต่ก็เป็นเทียนทองยุคใหม่ ที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วม “ไม่ผูกขาด” แบบที่มีใครต่อใครวิพากษ์วิจารณ์

 นี่ไง 'กำนันกี'เปลี่ยนสระแก้ว ไร้เงาเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

นายก อบจ.สระแก้ว โปรโมตแหล่งท่องเที่ยวสระแก้ว

++
กำนันยุคสงครามเย็น
++
    เสนาะ เทียนทอง นักการเมืองอาวุโสชาวสระแก้ว มีน้องชาย 2 คนคือ วิทยา เทียนทอง และพิเชษฐ์ เทียนทอง โดยวิทยาเล่นการเมืองมากับพี่ชาย แต่พิเชษฐ์ลุยงานด้านธุรกิจอย่างเดียว
    พิเชษฐ์มีภรรยาชื่อ “ขวัญเรือน” คนวัฒนานครเหมือนกัน ห้วงเวลาที่สระแก้วยังเป็นส่วนหนึ่งของ จ.ปราจีนบุรี เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ยังเป็นยุคสงครามเย็น หรือยุคสงครามเขมร 4 ฝ่าย มีชาวเขมรอพยพอยู่แถวชายแดนไทย-กัมพูชา นับแสนคน
    ขวัญเรือน น้องสะใภ้เสนาะ เป็นกำนัน ต.วัฒนานคร ซึ่งเธอได้บันทึกเรื่องนี้ไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “คุณแม่ลูกสี่ เกิดและโตที่วัฒนานคร เข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในบทบาทกำนันที่ตำบลบ้านเกิด “กำนันกี” คือชื่อเล่นและชื่อเรียกที่พี่น้องชาวสระแก้วเรียกขานอย่างติดปาก”
    วัฒนานคร เป็นอำเภอเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจาก อ.อรัญประเทศ ตระกูล “เทียนทอง” จึงขยายฐานธุรกิจ จากวัฒนานครไปชายแดนอรัญฯ

 นี่ไง 'กำนันกี'เปลี่ยนสระแก้ว ไร้เงาเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

กำนันกี สมัยสระแก้ว วัฒนานคร ยังเป็นอำเภอชายแดน

    “ช่วงนั้นการทำมาค้าขายเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีผู้อพยพเข้ามาเป็นเรือนแสน หนีร้อนมาพึ่งเย็นที่บ้านเรา เมื่อสงครามยุติลง ความเป็นเมืองจึงเริ่มเกิดขึ้น ที่เคยเป็นป่าเป็นเขาก็ได้รับการบุกเบิก ทำถนน ลงเสาไฟฟ้า ติดตั้งน้ำประปา ฯลฯ จนกลายเป็นสระแก้ว แบบที่เราอยู่กันไม่กี่สิบปีมานี้เองค่ะ”
    วันที่ 1 ธ.ค.2536 เป็นวันที่ยกระดับสระแก้ว จากอำเภอหนึ่งของ จ.ปราจีนบุรีขึ้นเป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทย “เราเป็นเมืองด่านหน้าที่คอยตรวจคน สินค้าเข้า-ออก ชายแดนไทย-เขมรมานานก่อน จะมีตลาดโรงเกลือเป็นร้อยๆ ปีค่ะ แต่กระนั้น ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ทำให้พื้นที่ของเราเป็นเสมือน “กันชน” ให้กับเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ชั้นในของประเทศไปอีก”
    กำนันกี บอกเล่าเรื่องราวของสระแก้วในอดีต ด้วยการเป็นหัวเมืองชายแดน สระแก้วจึงกลายเป็น “เมืองทหาร” ไปโดยปริยาย 

++
บุกเบิกวังน้ำเย็น
++
    สมัยที่เขาฉกรรจ์ และวังน้ำเย็น ยังเป็นป่าดิบดงดำ มีนักแสวงโชคจากทั่วไทย เข้ามาหักล้างถางพงทำไร่ข้าวโพด “กำนันกี” ในฐานะตัวแทนตระกูลเทียนทอง ก็เข้าไปดูแล “ลูกไร่” จนรู้จักมักคุ้นกับชาวบ้านแถวนั้นเป็นอย่างดี
    เมื่อเสนาะ เทียนทอง เป็น รมช.เกษตรฯ สมัยรัฐบาลเปรม ได้ส่งเสริมให้ชาววังน้ำเย็น เลี้ยงโคนม แทนการทำไร่ข้าวโพด และกลายเป็นสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ที่มีชื่อเสียงในวันนี้ 
    สมัยเลี้ยงโคนม “กำนันกี” จับมือ “กำนันอำนวย” ช่วยกันผลักดันจนชาวบ้านประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโคนม
    ว่ากันตามจริง ระยะหลัง “เสนาะ เทียนทอง” ไม่ได้ดูแลทุกข์สุขชาวบ้านในพื้นที่ เพราะมอบหมายให้กำนันกีเป็นตัวแทน ในนามบ้านใหญ่สระแก้ว
    เมื่อวันที่ตัดสินใจนำลูก 2 คนคือ ฐานิสร์และตรีนุช มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตการเมืองของกำนันกี แต่ก็จำเป็นต้องเลือก เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

 นี่ไง 'กำนันกี'เปลี่ยนสระแก้ว ไร้เงาเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

กำนันกี กับลูกสาว ตรีนุช เทียนทอง 

    หลังส่งลูกสาวลูกชายไปสภาฯ สำเร็จ ก็ถึงวันที่ต้องตัดสินใจเล่นการเมืองท้องถิ่น กำนันกีก็เลือกที่จะลงสมัครนายก อบจ.สระแก้ว โดยสัญญากับคนสระแก้วว่า ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม
    หากส่องเฟซบุ๊คกำนันขวัญเรือน เทียนทอง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีของชาวสระแก้ว ที่มีนายก อบจ.วัย 76 ปี ที่กระฉับกระเฉง และมีทีมงานคนรุ่นใหม่ที่แข็งขัน

เปิดเส้นทางคดี “ปารีณา” ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมรุกที่ดินรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462256

เปิดเส้นทางคดี”ปารีณา”ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมรุกที่ดินรัฐ

27 มีนาคม 2564 – 16:37 น.

คดี”ปารีณา ไกรคุปต์ ” ส.ส. ราชบุรี พลังประชารัฐ ฝ่าฝืนจริยธรรมปมรุกที่ดินรัฐและศาลฎีกาสั่งรับคำร้อง ของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาเธอไว้พิจารณา อันส่งผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.นั้น… ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นในการปิดฉากเธอในทางการเมืองเท่านั้นแต่อาจ”ตลอดไป”

กรณีศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องที่ ป.ป.ช. กล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรงปมครอบครองที่ดินรัฐโดยมิชอบ รุกที่ป่าสงวนและ ส.ป.ก.กว่า 711 ไร่ หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

และส่งผลให้ น.ส.ปารีณา วัย 44 ปีและเป็น ส.ส.มาถึง 4 สมัย ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ทันที 

สืบเนื่องจาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด น.ส. ปารีณา ว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงใน 2 ข้อหา

คือ 1.เป็น ส.ส. กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือที่เรียกว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน

 และ 2.เป็น ส.ส. กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

 25 มีนาคม 2564 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า ป.ป.ช. บรรยายพฤติการณ์ชัดเจนและดำเนินการครบถ้วนเกี่ยวกับระเบียบการดำเนินคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ จึงมีคำสั่งให้รับคำร้อง

ส่วนที่ น.ส. ปารีณา ผู้คัดค้าน ขอให้ได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ต่อ 

ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ผู้คัดค้านปฎิบัติหน้าที่ต่อ จึงมีคำสั่งให้ น.ส. ปารีณา หยุดปฏิบัติหน้าที่และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมกำหนดวันนัดไต่สวนพยานผู้ร้องวันที่ 30 เม.ย. 2563 เวลา 09.30 น.

คดีของ น.ส. ปารีณาถือเป็นคดีแรกของ“นักการเมือง”ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงและขึ้นสู่ศาลฎีกา 

ที่สำคัญ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ระบุว่า หากศาลฎีกาฯ พิพากษาว่ามีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้

หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ

ดังนั้น หากคดีนี้“ปารีณา”ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่า ฝ่าฝืนจริยธรรม

โทษคือ

 1.พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.แล้ว 

 2.ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ไม่สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ส.ว. หรือแม้กระทั่งลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น หรือ มีตำแหน่งทางการเมืองเช่นที่ปรึกษา ก็ไม่ได้ และห้าม“ตลอดชีวิต”

 3.จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้

 คดีนี้จึงไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นในการยุติบทบาทปิดฉากของเธอบน“ถนนการเมือง”เท่านั้น แต่อาจ“ตลอดไป”

 สำหรับคดีฝ่าฝืนจริยธรรมกฎหมายกำหนดให้ศาลไต่สวนคดีต่อเนื่องและพิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

กฎหมายยังระบุว่า การพิจารณาของศาลฎีกา ให้นํา”สํานวน”การไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ“เป็นหลัก”ในการพิจารณา

นั่นหมายความว่าเป็นภาระหนักของผู้ถูกกล่าวหา ที่ต้องนำพยานหลักฐานมาหักล้างพยานหลักฐานของ ป.ป.ช. ผู้กล่าวหาให้ได้

ทั้งนี้การไต่สวนพยานของศาล จะเริ่มจากพยานฝ่ายผู้ร้องก่อน แล้วจึงจะไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกล่าวหา  

ที่มาคดีฝ่าฝืน “จริยธรรม”

“ปารีณา” เป็นคนที่จุดประเด็นขึ้นมาเองโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเธอออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2562 ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ขอให้ช่วยเรียกคืนที่ดิน 500 ไร่จากทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 

โดยเธออ้างว่ามีประชาชนร้องเรียนว่าที่ดิน 500 ไร่นี้เป็นที่ดินที่ชาวบ้านได้รับจัดสรรเป็นที่ทำกิน ซื้อขายไม่ได้และชาวบ้านต้องการใช้เป็นป่าชุมชน 

ต่อมานางสมพรได้ชี้แจงว่าที่ดินแปลงนี้มีกรรมสิทธิ์หลายแบบ และเธอพร้อมที่จะส่งมอบที่ดินที่เป็นที่ทำกินของประชาชนคืนให้

หลังจาก“ปารีณา”เปิดประเด็นเรื่องที่ดินของนางสมพร  

วันที่ 13 พ.ย. 2562  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบที่ดินของ “ปารีณา” ที่ใช้ทำฟาร์มไก่ชื่อ “เขาสนฟาร์ม” ที่สงสัยว่ารุกพื้นที่ป่าสงวนและที่ดิน ส.ป.ก.

ที่ผ่านมา “ ปารีณา” อ้างว่า ที่ดินดังกล่าวได้มานานมากแล้ว เป็นที่ดินที่รัฐบาลโดยกรมป่าไม้อนุญาตให้เข้าไปทำกินได้ และเสียภาษีดอกหญ้ามานานกว่า 10 ปี ทำอย่างถูกต้องกฎหมาย

นอกจากคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง“ปารีณา”ยังต้องเผชิญกับอีก 2 คดีที่เป็นผลมาจากปมถูกกล่าวหาว่าเธอครอบครองที่ดินโดยมิชอบ 

หนึ่ง คดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการครอบครองที่ดินของรัฐดังกล่าว ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาไปเมื่อ 7 ก.ย. 2563 หากผิดมีโทษจำคุกทางอาญา

สองคดีอาญา บุกรุกที่ดินป่าสงวน เนื้อที่ 711-2-93 ไร่ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แจ้ง 4 ข้อกล่าวหา คือ 1. ความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 2. ความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484  3.ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน และ 4.ความผิดตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ.2520 และเตรียมนำตัว น.ส. ปารีณาส่งพนักงานอัยการ แต่เธอใช้เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส. เลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการ   หากคดีนี้ผิด โทษตามกฎหมายจำคุก 20 ปี

จับตา บรรทัดฐาน “ป.ป.ช.” คดี “19 ส.ส.” จาก6พรรคการเมือง ถือครองที่ดิน ตามรอยคดีรุกป่า “ปารีณา” หรือไม่

นอกจากกรณี น.ส.ปารีณา ยังมีส.ส.ที่ถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการถือครองที่ดินของส.ส.จากหลายพรรคการเมืองทั้งการถือครองที่ดินภ.บ.ท.5 ,ที่ดินส.ป.ก.รวมถึงกรณีการถือครองกรรมสิทธิทับพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติจำนวน19ราย จาก 6 พรรคการเมือง

กรณีนี้จึงเป็นที่จับตาว่า การพิจารณาชี้มูลความผิดจริยธรรม น.ส.ปารีณา ของป.ป.ช.จนกระทั่งศาลรับคำร้องและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะถือเป็นบรรทัดฐานเดียวกันในคดีที่เกี่ยวข้องกับส.ส.ทั้ง19รายหรือไม่