“โรม ก้าวไกล” หาญท้า “ตุลาการ” เป้าหมายคือเลิก 112 และปฏิรูปสถาบัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462769

“โรม ก้าวไกล” หาญท้า”ตุลาการ” เป้าหมายคือเลิก112และปฏิรูปสถาบัน 

2 เมษายน 2564 – 11:16 น.

“โรม ก้าวไกล” หาญท้า”ตุลาการ” เป้าหมายคือเลิก112 และปฏิรูปสถาบัน  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน 

 “ผมจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาและร่วมกันลงมติว่าจะเชิญให้ประธานศาลฎีกาเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกรณีดังกล่าวหรือไม เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับ กมธ. หลายคน ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือเห็นด้วยที่จะเชิญประธานศาลฎีกาเข้าร่วมการประชุม และชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ศาลฎีกาได้ชี้แจงการทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำคณะราษฎร” 

นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  
รังสิมันต์ โรม อ้างว่าจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน 

สิระกับโรม อยู่กันคนละขั้ว เพราะว่าโรม พยายามอย่างยิ่งในการยกเลิกหรือแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 และการปฏิรูปสถาบัน 
ขณะที่ สิระ ซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐบาลนั้น ออกมาต่อต้านการแก้ไข มาตรา112 และเป็นกลุ่มคนรักสถาบัน   

“เป็นการแถลงข่าวส่วนบุคคล เพราะคณะกรรมาธิการยังไม่มีมติให้แถลง และการเชิญประธานศาลฎีกา ก็ยังไม่เห็นหนังสือ ต้องรอดูก่อนว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขัดระเบียบข้อบังคับสภาหรือไม่ โดยการแถลงข่าวเมื่อวานนี้(31 มี.ค.2564) ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ ตนไม่เข้าใจว่าใช้เหตุผลใดในการเชิญประธานศาลฎีกามา เพราะตามหลักการต้องมีผู้ร้องเข้ามาก่อน ส่วนที่หยิบยกประเด็นมาจากโซเชียลถือว่าไม่มีผล และการที่นายรังสิมันต์ อ้างว่าไม่มีใครคัดค้านนั้น ก็ต้องขอดูหนังสือ ถ้าประชุมกันแล้วไม่ขัดข้อบังคับก็จะดำเนินการตามที่ร้องมา” สิระ ตอบโต้ทันควัน  

ความจริงสาธุชนย่อมทราบเจตนาของ “รังสิมันต์ โรม” และพรรคก้าวไกลว่า มีความมุ่งหมายในการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่เป็น พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตอนหลังแปลงร่างไปเป็น คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล แต่แนวความคิดยังไม่เปลี่ยนแปลง  

ในวันที่ “รังสิมันต์ โรม” แต่งงานมี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นประธานการแต่ง ในงานเต็มไปด้วยกลุ่มคนชู 3 นิ้ว  

การที่ “รังสิมันต์ โรม” พุ่งเป้าไปที่ประธานศาลฎีกานั้น ย่อมชี้ให้เห็นว่า มีเป้าหมายเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือ และด้อยค่าการทำหน้าที่ของตุลาการ ซึ่งโรมและใครก็ทราบดีว่า การพิพากษาอรรถคดีของตุลาการนั้นอยู่ภายในพระปรมาภิไธย 

ดังนั้นจึงมองเป็นอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก โรมและคณะ ต้องการที่จะพังทลายองค์กรตุลาการ ซึ่งเป็นกำแพงสุดท้าย ก่อนจะถึงตัวสถาบันพระมหากษัตริย์  

ไม่ใช่ “โรม” ไม่ทราบ ไม่ใช่พรรคก้าวไกลไม่ทราบว่า กรณีของกรรมาธิการฯไม่สามารถเชิญตุลาการมาชี้แจงได้เพราะ ไม่อาจละเมิดและก้าวก่ายได้ เนื่องจากองค์กรตุลาการนั้นพิเศษกว่า บริหาร และนิติบัญญัติ แต่โรมก็ทำ ทำเพื่อให้บรรดาม็อบ 3 นิ้วได้ใจ  

อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ บรรดาม็อบ 3 นิ้ว ได้ไปชุมนุมหน้าศาลอาญาเพื่อแสดงเชิงสัญญลักษณ์ ได้ไปชุมนุมหน้าศาลฎีกาสนามหลวงเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์กดดันตุลาการมาแล้ว  

ประกอบกับได้กำลังหนุนจากกลุ่มนักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการกดดันศาลเพื่อให้ปล่อยตัวจำเลยคดี112  

ล่าสุดกลุ่มคนเดือนตุลาเก่า อาทิ จาตุรนต์ ฉายแสง , นพ.พรหมมินทร์ เลิศสิริเดช , สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ฯลฯได้ตั้งกลุ่ม OctDem  ขึ้นมาเพื่อกดดันศาลให้ประกัรตัวจำเลย112 

เหตุการณ์ครั้งนี้ หากไม่สามารถทัดทานได้ องค์กรตุลาการจะกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองให้กลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงทำสำเร็จ. 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล “คนตุลา” หนุนสามนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462686

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล “คนตุลา” หนุนสามนิ้ว

1 เมษายน 2564 – 14:56 น.

“Octoberists” คนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว นัดรวมพลครั้งใหญ่ แสดงพลังหนุนม็อบสามนิ้ว

++
พวกเขากลับมาแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน? “คนเดือนตุลา” อดีตคนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ได้นัดรวมพลตอนวัย 60-70 ปี เพื่อหนุนช่วยนักกิจกรรมรุ่นลูกรุ่นหลาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  14 ตุลา ความทรงจำ ของใครของมัน

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

จาตุรนต์ ฉายแสง    

บ่ายโมง วันศุกร์ที่ 2 เม.ย.2564 กลุ่ม OCTDEM นัดรวมตัวกันที่ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะเดินจากธรรมศาสตร์ไปยังศาลฏีกา เพื่อยื่นหนังสือต่อตัวแทนประธานศาลฏีกา     

กลุ่ม OctDem (Octoberists for Democracy) คือกลุ่มคนทำกิจกรรม เมื่อช่วง 14 ต.ค.2516 ถึง 6 ต.ค.2519     

“หลายคนบอกว่า พวก Octoberists แก่แล้ว ควรกลับบ้านนอนได้แล้ว สังคมเป็นเรื่องของเด็กๆ แต่คนเดือนตุลารุ่นนั้นยังมีลมหายใจอยู่นี่นะ และหลายคนยังเป็น “ตุลาธรรม” ผู้รักความเป็นธรรม ไม่ใช่สลิ่มกิมกลวง เมื่อสังคมยังไม่มีความเป็นธรรม เมื่อเด็กๆ และประชาชนออกมาต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีกว่าแล้วถูกอำนาจรัฐเผด็จการทำร้ายอย่างอยุติธรรม ถึงใครจะไล่คนรุ่นเดือนตุลาไปนอน  คนรุ่นเดือนตุลาหลายคนก็นอนไม่หลับ เรายังมีเรื่องราวบอกเล่าแลกเปลี่ยน มีวาระสังคมนำเสนอ มีความต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ผู้รักความเป็นธรรม ฯลฯ”    

จุดเริ่มต้น OctDem อ้างอิงปากคำ “ใบตองแห้ง” พิธีกรรายการทีวีช่องวอยซ์ ทีวี ที่มาจากการพูดคุยกันในงานศพมารดาของ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ที่วัดธาตุทอง  จึงเกิดไอเดียตั้ง OctDem (Octoberists for Democracy) 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

หมอมิ้ง กลุ่มแคร์

++
ไผเป็นไผ
++
งานแรกของ OctDem คือการจัด Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย โดยเชิญ ธงชัย วินิจจะกูล หนึ่งในคนเดือนตุลา มาพูดคุยในหัวข้อ “ศาล หลักนิติธรรม กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย” ร่วมกับ จาตุรนต์ ฉายแสง, พนัส ทัศนียานนท์ และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี     

สำหรับแกนนำกลุ่ม OctDem จากหลากหลายอาชีพ เช่น เกรียงกมล เลาหไพโรจน์ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.),สิตา การย์เกรียงไกร อดีตกรรมการ ศนท. ,จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตนายกสโมสรนักศึกษาเชียงใหม่ ,นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการพรรคแนวร่วมมหิดล, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตนายกสโมสรนักศึกษามหิดล, กฤษฎางค์ นุตจรัส อดีตนายกองค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์, สุรชาติ บำรุงสุข อดีตอุปนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ , พลากร จิรโสภณ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย เป็นต้น 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

อ้วน กลุ่มแคร์

++
ดราม่ารุ่นใหญ่
++
ด้านนักวิชาการอย่าง “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” ที่เคยร่วมขบวนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยุค 14 ตุลา และเคยเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธในป่าเขา หลัง 6 ตุลา ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ไม่มียี่่ห้อ เป็นคนเดือนตุลาอะไรที่ไหน และถือเป็นการด่ากันถ้ามาเรียกว่าเป็นคนเดือนตุลา”    

อาจารย์พิชิต ยังลำดับเหตุการณ์การเมืองที่เกี่ยวข้องกับ “คนเดือนตุลา” ตั้งแต่ยุคอกหักออกจากป่า หลบหน้าหลบตาผู้คน จนถึงยุคฟองสบู่แตก    

“คนเดือนตุลาในวงวิชาการและการเมือง “พลิกคดี” ได้สำเร็จในยุค 2540 มีอนุสรณ์เล็ก ๆ ให้ระลึกถึง “คนเดือนตุลา” จึงกลายเป็น “วีรชนผู้จากไป” Fallen Heroes ที่เศร้าและโรแมนติก นับแต่นั้น “คนเดือนตุลา” ก็ผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ดในแทบทุกแวดวงอาชีพ”    

หลังรัฐประหาร 2549 คนเดือนตุลา แตกออกเป็นเสี่ยงๆ มีทั้งหนุนทหารไล่ทักษิณ หรือรักทักษิณต้านทหาร    

ที่แย่ไปกว่านั้น พิชิตบอกว่า มี “คนตุลา รอ.” ที่พลิกขั้วไปเป็นแกนนำกลุ่มอนรักษ์หรือกลุ่มจารีต รวมถึง “คนตุลา รท.” ที่เวียนว่ายอยู่ในแวดวงการเมือง และคนรุ่นนี้ก็มีส่วนทำให้บ้านเมืองวุ่นวายมาจนถึงวันนี้    

“ปัจจุบันชื่อ “คนเดือนตุลา” กลายเป็น “ยี่ห้อ” ที่อ้างกันอย่างภาคภูมิออกสื่อหลักและโซเชียลหรือบนเวทีเสวนา บางคนถึงขนาดเรียกชื่อจัดตั้งของตัวเองว่า “สหายxxx” ทั้งที่ตัวยังสวมเสื้อเหลืองหรือชุดสีกากีอยู่เลย เดือนตุลาของทุกปีถือเป็น “เดือนเช็งเม้ง” ที่จะมารำลึกอดีตแถมด้วยเสวนาที่เอาคนดังเดือนตุลาหน้าเดิม ๆ มานั่งบนเวทีคุยเรื่องเดิม ๆ ถึงประสบการณ์เดิม ๆ กัน”    

นักวิชาการปีกประชาธิปไตย ที่ประกาศว่า อย่ามาเรียกขานว่า “คนเดือนตุลา” กลับยกย่องคนเดือนตุลากลุ่มหนึ่ง    

“คนที่น่านับถือที่สุดคือ ลุงป้าคนเดือนตุลาจำนวนหนึ่งที่โนเนม โนบอดี้ ไม่ใช่นักวิชาการหรือนักการเมืองดัง แต่บริจาคเงินมากมายและยืนหยัดร่วมกับเสื้อแดงในอดีตมาจนถึงร่วมกับ นร. นศ.ในวันนี้ คนเหล่านี้แหละที่ เวลาเปลี่ยน สังขารเปลี่ยน แต่อุดมการณ์ยิ่งมั่นคง”

“พปชร.” ชิงธงนำแก้รธน. ฆ่าพรรคเล็ก – เพิ่มอำนาจสส. ของบฯได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462662

“พปชร.”ชิงธงนำแก้รธน. ฆ่าพรรคเล็ก-เพิ่มอำนาจสส.ของบฯได้ 

1 เมษายน 2564 – 12:08 น.

“พปชร.”ชิงธงนำแก้รธน. ฆ่าพรรคเล็ก-เพิ่มอำนาจสส.ของบฯได้  คอลัมน์… วิเคราะห์การเมืองร้อน

ระหว่างที่ 3 พรรคอย่าง ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา กำลังสาละวนกับการหารือเพื่อตั้งไข่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอยู่นั้น 

ปรากฎว่า พลังประชารัฐ (พปชร.) ชิงธงนำมาก่อนด้วยการเตรียมเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา จะยื่นต่อประธานสภาในวันที่ 7 เมษายน นี้ 

สาระสำคัญหลักๆ ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของ พปชร. อาทิ การแก้ไขให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ได้ง่ายขึ้น ด้วยการแก้ไขมาตรา29  
นัยว่าประเด็นนี้ต้องการจะเอาใจบรรดา “แกนนำม็อบราษฎร” ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ 
 แต่สิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมของ พปชร.คือ ผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมือง   

อาทิ การตัดระบบไพร์มารี่โหวตทิ้ง ยกให้เป็นอำนาจของ กรรมการบริหารในการเลือกคนลงสมัคร ส.ส.  การให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ  ให้มี ส.ส.เขต 400 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100  คน  
 
โดยให้มีการนับคะแนนแบบใหม่ คือคะแนน ส.ส.เขตไม่ต้องนำไปรวมกับคะแนนพรรค และการคิดคำณวนคะแนนพรรค สมมุติ มีคนมาใช้สิทธิ์ 30 ล้านคน ก็เท่ากับ คะแนน 300,000 คะแนน จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน  
 
ที่สำคัญคือ จะบังคับให้พรรคการเมืองต้องส่ง ส.ส.เขตไม่ต่ำกว่า 100 เขตขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ได้รับการคำณวนคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ   

วิธีการเช่นนี้เท่ากับเป็นการคุมกำเนิดหรือฆ่าพรรคการเมืองเล็กไปทันที ใครที่ใช้ยุทธวิธีแตกพรรคหรือแตกแบงก์พัน จะไม่ได้ประโยชน์ มันตรงกันข้ามกับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่ให้โอกาสพรรคเล็กเพราะทุกคะแนนมีค่าไม่มีทิ้งน้ำ   

แต่การแก้ไขของ พปชร.นั้นให้พรรคการเมืองใหญ่ได้เปรียบเหมือนในอดีต เท่ากับว่าพรรค พปชร. พรรคเพื่อไทย จะได้เปรียบในการเลือกตั้งใหม่   

จะทำให้มีรัฐบาลผสมเพียงไม่กี่พรรค จากเดิมที่รัฐบาลผสมปัจจุบันมีถึง 19 พรรคการเมือง หากไม่ตัดพรรคไทยศิวิไลซ์ออกไปก็จะมีถึง 20 พรรค 

ฉะนั้นบรรดานักการเมืองที่คิดจะออกมาตั้งพรรคเอา ส.ส. 5-10 คน เพื่อหวังจะไปร่วมรัฐบาล จะไม่ได้ประโยชน์จากร่างของ พปชร.  

ยังไม่หมด พปชร.ยังเสนอแก้ไข เพิ่มอำนาจให้ ส.ส.ด้วยการเสนอแก้มาตรา144 ที่ ส.ส.ไม่สามารถไปของบประมาณจากหน่วยงานรัฐได้ แก้ใหม่เป็นให้อำนาจ ส.ส.สามารถของบประมาณจากหน่วยงานรัฐได้ โดยไม่มีความผิด   

โดยอ้างว่าที่ผ่านมา ส.ส.ทำงานไม่ได้เพราะไม่สามารถจัดสรรงบลงพื้นที่เลือกตั้ง ทำให้การพัฒนาท้องถิ่นล่าช้า นอกจากนี้ยังแก้ให้ ส.ส.สามารถสั่งการหน่วยงานราชการเพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งจากของเดิมไม่ได้ให้อำนาจตรงนี้เอาไว้  

อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขของ พปชร. ไม่แตะอำนาจของ ส.ว. เพราะมองว่าอีก 3 ปี อำนาจของ ส.ว.ก็หมดไป โดยมุ่งหวังสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง จะได้มีรัฐบาลผสมไม่เกิน 3 พรรค  

ในขณะที่ 3 พรรคอย่างประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา มุ่งแก้อำนาจของ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ผ่านการพิจารณาเพราะกระบวนการแก้ไข ยังให้ ส.ว.เข้ามามีอำนาจเกี่ยวข้อง  

จากนี้ไปต้องจับตาเกมแก้รัฐธรรมนูญให้ดี เพราะเมื่อกติกาที่ พปชร.ต้องการเสร็จสิ้น นายกฯจะตัดสินใจยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งใหม่ทันที. 

ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462660

ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา

1 เมษายน 2564 – 11:52 น.

ไม่ใช่เรื่องใหม่ “ตู่-เต้น” แยกทางกันมานานแล้ว ฝ่ายหนึ่งภักดี “นายใหญ่” อีกฝ่ายขอปลดแอกจันทร์ส่องหล้า คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พักนี้ ผู้คนกลับมาสนใจข่าวสารจาก “แกนนำ นปช.” อีกครั้ง เนื่องจาก “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศจะลงถนนไล่ประยุทธ์ โดยจับมือเพื่อนพ้องน้องพี่ “คนพฤษภา 35”    

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น”  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

ผีไม่เผา "เต้น" สายโทนี่ "ตู่" สายชินไม่เอา

นปช.สายชิน แถลงข่าว

ขณะที่ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพิ่งถอดกำไลอีเอ็ม พ้นเคราะห์พ้นโทษ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงจุดยืนเคียงข้าง “ม็อบสามนิ้ว” ก็มีเสียงไชโยโห่ร้องมาจากฟากฝั่งกองเชียร์เด็ก ส่วนกองแช่งขุดคลิปเก่ามาเขย่าขวัญสั่นประสาทอีกรอบ 

หลายคนถามว่า “ตู่-เต้น” จะกลับมารวมตัวกันได้หรือไม่? ถ้าใครติดตามคอลัมน์ท่องยุทธภพมาตลอด จะทราบดีว่า แกนนำเสื้อแดงคู่นี้ มีอาการ “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” มา 2-3 ปีแล้ว     

นับแต่ “เสี่ยเต้น” หอบผ้าหอบผ่อนออกจากตึกอิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปปักหลักแถวแยกแคราย และ “เสี่ยตู่” ก็ตามไปติดๆ ไปลงหลักปักฐานสร้างสตูดิโดใหม่แถวซอยวัดนวลจันทร์ เลียบด่วนรามอินทรา    

การแยกทางของ นปช. 2 ขั้ว ก็คือความขัดแย้งระหว่างปีก “เอาทักษิณ” กับปีก “ไม่เอาทักษิณ”    

ภารกิจสุดท้ายของ “ตู่” ที่รับใช้บ้านจันทร์ส่องหล้าคือ การตั้งพรรคเพื่อชาติ ร่วมกับ “ยุทธ จัน” และ “สงคราม สำโรง” หลังเลือกตั้ง “ยุทธ แม่จัน” ก็ยึดพรรคไปเรียบร้อย ในสายตู่ ก็เหลือ “อารี ไกรนรา” ไว้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อชาติ แต่มีอิสระในการโหวต    

อัพเดทล่าสุด “ยุทธ แม่จัน” ชักแกว่งๆ หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ต้องวิ่งหา “ขาใหญ่สายเหนือ” พลังประชารัฐ เป็นที่พึ่งทางใจ 

ผีไม่เผา "เต้น" สายโทนี่ "ตู่" สายชินไม่เอา

จตุพร ขอแยกทางสร้างเครือข่ายใหม่

++
นชป.สายชิน
++
ถ้าย้อนไปดูพื้นฐานทางการเมืองของ “ตู่” กับ “เต้น” ก็ต่างกันสิ้นเชิง จตุพร พรหมพันธุ์ เติบโตมาจากชมรมปาฐกถาและโต้วาที พรรคสัจจธรรม และพรรคศรัทธาธรรม รามคำแหง เป็นนักกิจกรรมการเมืองยุคพฤษภาทมิฬ    

ส่วน “เต้น” โด่งดังมาจากรายการโต้คารมมัธยมฯ และเวทีวาทีของกรรณิการ์ ธรรมเกสร ทางช่อง 9 อสมท เรียกว่าเป็นนักพูดโดยแท้ วันหนึ่งอยากเป็น ส.ส. ไปสมัคร ส.ส.ที่บ้านเกิด-นครศรีธรรมราช ก็สอบตก    

จับพลัดจับผลู “เต้น” มาร่วมงานกับรุ่นพี่อย่างจตุพร พรหมพันธุ์ และจักรภพ เพ็ญแข ทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี เลยกลายเป็นดาวไฮด์ปาร์ก และเป็นแกนนำ นปช.    

วันที่ “ตู่” และ “เต้น” แยกทางกันก็คือ วันที่ “เต้น” เข้าไปหา “เจ๊แดง” และได้เป็น รมช.พาณิชย์ แต่ “ตู่” ถือว่าตัวเองมีศักดิ์ศรี หาก “นายใหญ่” อยากให้บำเหน็จรางวัลก็ต้องให้เอง ไม่ไปร้องขอกับใคร    

หลังจากนั้น ความสัมพันธ์สองแกนนำ นปช. ก็ร้าวลึกอยู่ภายใน จนสิ้นยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และยาวมาถึงปลายรัฐบาล คสช. จึงแยกบ้านกันอยู่    

จังหวะที่ “เสี่ยเต้น” ไปรับใช้ “นายใหญ่” ที่พรรคไทยรักษาชาตอ ก็ตัดสินใจพา วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปอยู่ที่ศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์ ที่อาคารเอเวอรี่มอลล์ (นิวเวิลด์เดิม) สี่แยกแคราย นนทบุรี    

“ธิดา” เป็นเสมือนฝ่ายทฤษฎีของ นปช.สายชิน มีสื่อออนไลน์ UDD news เป็นกระบอกเสียง และระหว่างที่เกิดม็อบสามนิ้ว ปลายปีที่แล้ว ธิดาสนับสนุนเยาวชนนักศึกษาเต็มที่ พร้อมเรียกร้องให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย    

“คนเสื้อแดงเป็นสหายร่วมศึกกับเยาวชน” นี่เป็นถ้อยแถลงของธิดา และไม่แปลกที่ “เต้น” จะมาแถลงจุดยืนซ้ำ เพื่อจะสื่อความไปถึงลูกๆหลานๆว่า “เสี่ยโทนี่” ไม่ได้ทอดทิ้งเยาวชน    

จะอย่างไรก็ตาม “ธิดาโพลล์” ที่ระบุว่า นปช.ยังยืนยันอุดมการณ์ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ก็สะท้อนว่า นปช.สายชิน ไม่ทะลุฟ้า ทะลุเพดานกับลูกๆหลานๆ     

ขอให้กำลังใจอยู่ขอบเวที ส่งเสียงเชียร์ ชูสามนิ้ว และสนับสนุนทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวตามที่ “พี่โทนี่” สั่งไว้ 

ผีไม่เผา "เต้น" สายโทนี่ "ตู่" สายชินไม่เอา

นปช.สายชินไม่เอา

++
นปช.สายชินไม่เอา
++
คณะเสี่ยเต้น มี UDD news เป็นกระบอกเสียง “จตุพร พรหมพันธุ์” ก็มีสำนักข่าว Peace News เหมือนกัน ซึ่งสถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ อยู่ในซอยรามอินทรา 40 (ซอยวัดนวลจันทร์)    

แกนนำ นปช.ที่ยังเดินตาม “ตู่” ประกอบด้วย อารีย์ ไกรนรา, ยศวริศ ชูกล่อม, เกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ ,สุริยา ชินพันธุ์, วิโชติ วัณโณ, พรศักดิ์ ศรีละมุน ,ศักดิ์รพี พรหมชาติ และธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ     

ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 คนของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” มาคุยกับจตุพร ขอให้ร่วมมือกับสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และ ยงยุทธ ติยะไพรัช ตั้งพรรคเพื่อชาติ เป็นพรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย  ช่วงหาเสียง “ตู่” งัดข้อกับ “ยุทธ แม่จัน” ถึงขั้นแตกหัก     

เลือกตั้งจบ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 5 คนของเพื่อชาติ อยู่ในกำมือยุทธ แม่จัน 4 คน “ตู่” ก็แยกทางออกมา และหันหลังให้บ้านจันทร์ส่องหล้านับแต่วันนั้น    

“ตู่” เลือกทางเดินของตัวเอง โดยหันไปจับมือ “อดุลย์ เขียวบริบูรณ์” และกลุ่มเพื่อนอานันท์ เดินงานการเมืองนอกสภา ในนาม “สภาที่ 3”    

การลงสู่ท้องถนนรอบใหม่ของตู่ จตุพร จึงชูธง “สามัคคีทุกสี” ไล่ประยุทธ์ โดยไม่แตะเรื่องสถาบันฯ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462640

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค 

1 เมษายน 2564 – 08:57 น.

ซินแสเข่งผ่าดวงวิกฤติหวั่นสงกรานต์เดือดนางสงกรานต์ปีนี้นาม”นางรากษส”ทรงหลังหมูเตือนโรคระบาดคนเจ็บไข้ได้ป่วยบ้านเมืองจะเข้ากลียุคจะก่อเหตุปั่นป่วนเตือนเจ้าเมืองต้องบวงสรวงศาลหลักเมืองด้วยหัวหมูและเครื่องถวายบายศรีขอขมาเพื่อสยบวรวาหะ(สุกร)

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด  ข้าวธัญญาหารจะน้อย   เศรษฐกิจจะทรุดตัว  ประชาชนจะใจร้อน  ระวังเตือนภัยพิบัติ   อุทกภัย  วาตภัยจะซ้ำเติม  อีกทั้งดาวพระเคราะห์  ดาวมฤตยู  ยังทับดวงเมือง  หวั่นปะทะ  เมษาเดือนแห่งมังกร   หวังคนองน้ำเจอแล้งจัด  ความร้อนระอุ  ในเดือนจะวุ่นวาย  นางสงกรานต์ปีนี้  นาม  “นางรากษส  ทรงหลังหมู”  เตือนโรคระบาดคนเจ็บไข้ได้ป่วยจะระบาดทั่ว  คนจะล้มตาย  บ้านเมืองจะเข้ากลียุค  จะก่อเหตุปั่นป่วน  สร้างความขัดแย้งก่อการกบฏ  จราจล  เตือนเจ้าเมืองต้องบวงสรวงศาลหลักเมือง  ด้วยหัวหมู  และเครื่องถวายบายศรีขอขมา  เพื่อสยบวรวาหะ (สุกร)

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  หวั่นสงกรานต์เดือด บ้านเมืองจะเข้ากลียุค 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการ  สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  จับยามวิกฤติบ้านเมือง  ตามประกาศประฏิทินหลวง  ประกาศสงกรานต์  ประจำปี  2564  ปีฉลู  ธาตุดิน  ตามหลักของโหราศาสตร์ไทย  ( เป็นมนุษย์ผู้ชาย  ธาตุดิน )  แต่หลักของดวงจีนจะเป็นปี ฉลู  ธาตุทอง  ตรีศุก  จุลศักราช  1383  และนางสงกรานต์ปีนี้นามว่า  “นางรากษส  เทวี”  ทรงพาหุรัดดอกบัวหลวง  พระหัตขวาทรงตรีศูล   พรุหัตซ้ายทรงธนูศร  เสด็จมาบนหลัง  วรวาระ (สุกร)  ดุมาก  เตือนภัยให้ระวังภัยโรคระบาดรุนแรง  คนเจ็บไข้ได้ป่วย   ล้มหายตายจาก  ประกอบกับ  ปัญหาความขัดแย้ง  จากพระหัตขวาทรงตรีศูล  

จากการกระทำของคนในบ้านเมืองที่จะสร้างความแตกแยก  ให้เกิดขึ้น  ถึงใบหน้าของนางรากษส  จะสวยงาม  ส่งผลให้เป็นยุคของสตรีเพศที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง  หรือรับตำแหน่งหน้าที่ในการบริหารงานราชการมากขึ้น  จากภาวะของบ้านเมืองที่จะให้เกิดน้ำมาแรงและมามากจากพญานาค  6  ตัว  ที่มาให้น้ำ  จึงทำให้เกิดอุทกภัย  วาตะภัย  ภัยพิบัติ  ที่จะเกิดขึ้น  ทำให้ข้าวยากหมากแพง  เกณท์ธัญญาหารกันดารอาหารบ้านเมืองจะวิบัติฉิบหายให้ประชาชนใจร้อน  จนเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น

อีกทั้งดาวพระเคราะห์  และดาวมฤตยู  ที่ก่อเหตุให้บ้านเมืองเจอวิกฤติปัญหาของบ้านเมือง  ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงความรุนแรงมากขึ้น  แต่ก็เชื่อว่าประเทศไทย  ตามดวงราศีแล้วจะคลี่คลาย  ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปัญหากระทบหลายด้านทั้งดวงผู้นำที่ต้องเผชิญปัญหา  ทั้งวิกฤติจากดวงดาวที่ทำให้เกิดวิกฤติต่างๆ  ทำให้คนไม่อยู่ในกฏเกณท์  นอกลู่  ดันทุรังดื้อดึง   จิตวิตถาร  แหกกฎก้าวร้าว  ก่อให้เกิดการกบฏ  จราจล  สร้างปัญหาทุจริต  ทรยศ  และก่อให้เกิดการหักหลัง

ซินแสเข่ง  กล่าวถึงการแก้ไข  วิกฤติ  เภทภัยต่างๆ  หรือกลียุค  ที่เกิดจากการกระทำลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง  ที่จะก่อความหายนะให้เกิดขึ้น  และจากที่กระทำของกลุ่มไม่หวังดี  ให้ดวงเมืองที่ถูกกระทำลบหลู่ทำให้เกิดอัปมงคล  สงกรานต์นี้ควรจะต้องมีพิธีบวงสรวง  ด้วยหัวสุกร  ตลอดจนเครื่องถวาย  เพื่อขอขมา  หนักจะได้เป็นเบาเรื่องเล็กน้อย  ก็จะไม่เกิด  ทำให้บ้านเมืองดวงเมืองดวงประเทศบังเกิดความเป็นมงคลตลอดไป

จับโป๊ะ 15 ทต. ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462612

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี ‘ทอน’ มั่ว

31 มีนาคม 2564 – 16:56 น.

ปล่อยให้อึมครึม ข่าวลือก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล ตรวจสอบแล้ว พบแค่ 10 เทศบาลที่ผู้สมัครก้าวหน้าชนะ

++
    เนื่องจากคณะก้าวหน้า ไม่ชี้ชัดกรณีผลการเลือกตั้งเทศบาลว่า ชนะกี่เทศบาล ที่ไหนบ้าง เพียงแต่แถลงไว้กว้างๆว่า “คณะก้าวหน้าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ที่ออกมาเลือกทีมเทศบาลคณะก้าวหน้าทั่วประเทศ ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

ควันหลงศึกเทศบาล
    ในคำว่า “กว่า 10 ท้องถิ่น” ทำให้เอฟซีคณะก้าวหน้า นำเสนอรายงานผลเลือกตั้งที่คณะก้าวหน้าชนะในระดับ “เทศบาลตำบล” (ทต.) 15 แห่ง เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และมีสำนักข่าวใหญ่ได้นำไปเสนอเป็นข่าวว่า “ก้าวหน้าชนะ 15 เทศบาล” ประกอบด้วย
    มุกดาหาร ทต.โพนทราย, ทต.หนองแคน ร้อยเอ็ด ทต.อาจสามารถ, ทต.ตำบลดงสิงห์, ทต.ขวาว
    อุดรธานี ทต.ศรีธาตุ, ทต.บ้านยวด, ทต.ปะโค หนองบัวลำภู ทต.บ้านโคก, ทต.เก่ากลอยอำนาจเจริญ ทต.นาป่าแซง
    ลำพูน ทต.เหมืองจี้, ทต.ทากาศ , ทต.ป่าสัก สมุทรปราการ ทต.ด่านสำโรง รวมแล้วเป็นเทศบาลตำบล(ทต.) 15 แห่ง 
    เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว พบว่า เทศบาลตำบล (ทต.) ที่อ้างถึงข้างต้นนี้ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีในนามก้าวหน้า ชนะเลือกตั้ง10 แห่ง และที่เหลืออีก 5 แห่งนั้น สังกัดกลุ่มอื่น

จับโป๊ะ15 ทต.ก้าวหน้าเอฟซี 'ทอน' มั่ว

มีเอฟซีก้าวหน้า ทำรายงานผลเลือกตั้ง ตรวจสอบแล้วผิดพลาดเยอะ 

++
มุกดาหาร 1 เทศบาล
++
    บรรจง ไชยเพชร ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองแคน อ.ดงหลวง ในนามคณะก้าวหน้า ซึ่งบรรจงเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 พรรคเสรีรวมไทย
    ส่วน ทองออน สิงห์สุ ว่านายกเทศมนตรีตำบลโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ที่ถูกระบุว่าสังกัดคณะก้าวหน้า แท้จริงแล้ว เขาลงสมัครในนามทีมพัฒนาบ้านเกิด เพียงแต่เครือญาติของทองออน เป็นหัวคะแนนพรรคก้าวไกล
++
ร้อยเอ็ด 2 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ร้อยเอ็ด ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรี 1 เทศบาลเมือง 8 เทศบาล ผลเลือกตั้งปรากฏว่า ผู้สมัครนายกเทศมนตรีของคณะก้าวหน้าได้รับเลือกตั้ง 2 แห่ง
    ทวีสิทธิ์ มนตรีชน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทพพร จำปานวน ว่าที่นายกเทศมนตรีอาจสามารถ อ.อาจสามารถ 
    ส่วน สถาพร รอเสนา ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลขวาว อ.เสลภูมิ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า ซึ่งสมัยที่แล้ว สถาพรเป็นนายกเทศมนตรีตำบลขวาว
++
อุดรธานี 3 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า อุดรธานี ส่งสมัครนายกเทศมนตรี ทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล มี 3 เทศบาล คณะก้าวหน้าได้รับชัยชนะ แต่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่เคยแวะไปหาเสียงช่วยเลย
    ถาวร นันทะแสง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ ซึ่งชาวบ้านรู้จักกันดีในนามเสี่ยถา พ่อค้าพืชผลการเกษตร
    ทองคูณ ยางขัน ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และแก้ว เศวตวงศ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลปะโค อ.กุดจับ
++
หนองบัวลำภู 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า หนองบัวลำภู ส่งหลายเทศบาล แต่ได้รับเลือกตั้ง 1 แห่ง คือ ชัยวัฒน์ ดาวเรือง ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโคก อ.สุวรรณคูหา
    ส่วน จิรศักดิ์ วิชัย ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเก่ากลอย ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า

++
อำนาจเจริญ 1 เทศบาล
++
    ประจิณ สีทิม ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงษา ในนามคณะก้าว ซึ่งประจิณ เคยเป็น ส.ท.สมัยที่แล้ว และเป็นมือทำงานการเมืองของชัยศรี กีฬา อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ 
++
ลำพูน 1 เทศบาล
++
    คณะก้าวหน้า ลำพูน ได้ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีหลายแห่ง แต่ได้รับเลือกตั้งคนเดียวคือ พ.ต.ชนินทร พุฒิเศรษฐ์ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลเหมืองจี้ อ.เมืองลำพูน 
    ส่วน พ.อ.คะนอง กันทะสัก ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลป่าสัก กลุ่มพลังตำบลป่าสัก ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า และบัญญัติ กิติกาศ ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลทากาศ อ.แม่ทา
++
สมุทรปราการ 1 เทศบาล
++
    สมพงษ์ วีรชาติวัฒนา ว่าที่นายกเทศมนตรีด่านสำโรง ซึ่งเป็นพี่ชายของสรชา วีรชาติวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์

“เก้าอี้” ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462567

“เก้าอี้”  ร้าว “บอล” ร่วง สามมิตรสั่นไหว

31 มีนาคม 2564 – 10:53 น.

เอายังไงดี “สมศักดิ์”สายสามมิตร ทีมบอลตกชั้น เก้าอี้เลขาธิการพรรคก็ถูกเขย่า

++
ปิดฤดูไทยลีก 2020 ไปแล้ว ปรากฏว่า ไทยลีก 1 ทีมสุโขทัย เอฟซี พ่ายนัดสุดท้ายแก่ทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ตกชั้นไปเล่นไทยลีก 2 เป็นที่เรียบร้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ชะตา “2 ส.” น้ำยมมีขึ้นมีลง “สมศักดิ์”นอนไม่หลับl

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สมศักดิ์ เจ๊เป้า ผู้สร้างทีมสุโขทัย เอฟซี

สรุปว่า สโมสรฟุตบอลอาชีพสายสามมิตร หรือสายวังน้ำยม เหลือรอดเล่นในไทยลีก 1 เพียงทีมเดียวคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ของ ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส่วนสุโขทัย เอฟซี ของสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ไปเล่นในไทยลีก 2 ร่วมกับชัยนาท ฮอร์นบิล ของอนุชา นาคาศัย     

“..วันนี้เราพลาด ในฐานะประธานสโมสรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันช็อกและชาชั่วขณะ  คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหาจำเลย เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจให้ทรุดหนักยิ่งขึ้น  แต่เราต้องลุกขึ้นให้เร็วเพื่อนั่ง ยืน และก้าวอย่างระมัดระวังต่อไป”    

นี่คือถ้อยแถลงของ “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี    

สิบกว่าปีมานี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย ได้ใช้เวลาและทุนทรัพย์ทุ่มเทสร้างทีมลูกหนัง จากลีกภูมิภาคจนเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดของประเทศ แต่ช่วงที่ทั้งสองหวนคืนสู่สังเวียนการเมือง ก็ไม่มีเวลาไปดูแลทีมบอล     

สุดท้าย ทีมค้างคาวไฟ และทีมนกใหญ่ต้องเล่นไทยลีก 2 ไปอีกหนึ่งฤดูกาล รอลุ้นปีหน้าว่าทีมไหนจะเลื่อนชั้นกลับมาไทยลีก 1 ได้หรือไม่?

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

เสี่ยแฮงก์ ทีมชัยนาท ฮอร์นบิล

++
วังน้ำยมยุค 2
++
ช่วงหลังเลือกตั้ง 2562 ดูเหมือนว่า “กลุ่มสามมิตร” นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย จะเป็นมุ้งใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ แต่เวลาผ่านไป ได้เกิดมุ้งใหม่ๆ มีศักยภาพมากพอที่จะ “ดูด” กลุ่ม ส.ส.นกแล ไปอยู่ในสังกัด ทำให้กลุ่มสามมิตร ตกอยู่ในสถานะ “มุ้ง SME”    

ปีที่แล้ว มีการปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ หลังสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 4 กุมาร ออกจากพรรคไป อนุชา นาคาศัย ได้เลื่อนชั้นเป็นเลขาธิการพรรค ดูเหมือนจะเป็นคุณแก่กลุ่มสามมิตร ผ่านไปไม่ถึงปี เก้าอี้เลขาธิการพรรคของ “เสี่ยแฮงก์” เจอแรงเขย่าเข้าให้แล้ว    

นักข่าวสายการเมืองได้กลิ่นการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค จึงพยามเอาไมค์ไปจ่อปากแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้    

อย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็เจอคำถามเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุชาออกจากเลขาธิการพรรค เสี่ยสมศักดิ์ตอบทีเล่นทีจริงว่า “เปลี่ยนแล้วให้ผมเป็นแทนใช่ไหม”     

เมื่อนักข่าวไปถาม “ลุงป้อม” ก็เกิดน็อตหลุด ดังที่เป็นข่าวใหญ่ไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งท่าทีของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกตีความกันไปมากมาย 

"เก้าอี้"  ร้าว "บอล" ร่วง สามมิตรสั่นไหว

สันติ พร้อมพัฒน์

++
กลุ่มมะขามหวาน
++
ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องปกติของ “พรรครวมดาว” ไล่กลับไปอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทย การจัดตั้งพรรคการเมืองแบบร้อยพ่อพันแม่ ก็จะเจอปัญหาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในพรรค    

ยิ่งพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนทีมฟุตบอล “3 ป.ยูไนเต็ด” ที่มีตัวผู้เล่นถูกซื้อตัวมาจากทีมดังๆ ไม่ใช่นักเตะจากอะคาเดมี ก็โอกาสทะเลาะเบาะแว้งมีสูงยิ่ง    

เวลานี้ “กลุ่ม 3 ช.” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กำลังผงาดในพรรคพลังประชารัฐ ตีคู่มากับ “กลุ่มสันติ” จึงมีข่าวว่า สองก๊กนี้ผนึกกำลังกันเขย่าเก้าอี้เลขาธิการพรรคของเสี่ยแฮงก์    

“สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง หัวหน้าก๊กมะขามหวาน อยากได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรค มาแต่คราวที่แล้ว แต่หวยไปออกเสี่ยแฮงก์ จึงได้แค่ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ควบผู้อำนวยการพรรค    

คนการเมืองแบบ “สันติ” โลว์โปรไฟล์ ไม่ค่อนให้สัมภาษณ์สื่อ แต่ “พวกเยอะ” เพราะใจถึง พึ่งได้ มาแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ และพรรคพลังประชาชน จึงไม่แปลกที่เขาจะยกอาคารรัชดาวัน ตรงข้ามศาลอาญารัชดา ให้เป็นรังใหม่ของ พปชร.     

ดังที่ทราบกัน พรรค พปชร. เป็นแหล่งรวมอดีต ส.ส.พรรคการเมืองเครือข่ายทักษิณ เกือบครึ่งพรรค สันติจึงต่อสายได้ แถมทะลวงไปถึง ส.ส.เพื่อไทย อีกหลายก๊วนที่สามารถชักชวนให้มารับจ็อบได้เป็นคราวๆไป     

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มสันติหรือกลุ่มมะขามหวาน จึงเติบใหญ่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กลุ่มสามมิตร กลับถดถอย    

เมษาหน้าแล้ง..รอดูสงครามการเมืองภายในพรรคลุงป้อม งานนี้ คงไม่มีใครยอมใคร

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462562

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์” 

31 มีนาคม 2564 – 10:23 น.

แฉเบื้องลึก “ทักษิณ” “ตู่-เต้น” ปลุกแดงเผาเมืองคืนชีพ ขับไล่”พล.อ.ประยุทธ์”  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน   

“จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำ นปช.หลังออกจากคุก ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะว่าได้รับเงื่อนไขที่พอใจว่าให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง 

“จตุพร” ได้เงื่อนไขบางอย่างมา เพื่อปลุกปั้น “พีซ ทีวี” อันเสมือนเป็นหัวใจของจตุพร เพื่อใช้ในการสื่อสารและเคลื่อนไหวกับสมาชิกที่ยังมีเครดิตอยู่ 

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ จตุพร ทำผิดเงื่อนไขราคาแพง ด้วยการออกมาป่าวประกาศเพื่อขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี 

จตุพร คงไม่กลัวว่าจะมีใครกล้าเอาความจริงออกมาโพทะนาว่ามีข้อตกลงลับอะไรกับจตุพร ในวันที่สนทนากันในเรือนจำ   

แน่นอนว่าการที่จตุพร หันเป้ามาถล่ม พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า มีจังหวะก้าวเดียวกันกับ “ทักษิณ ชินวัตร” นายเก่าที่กลับมามีบทบาทในการสื่อสารผ่าน คลับเฮ้าส์ แอพฯดัง ที่มาในนาม “โทนี่ วูดซัม” และมาแบบถี่มากทีเดียว  

จะว่าไป หลายคนคงวิเคราะห์กันว่า เวลา 7 ปีอาจจะสุกงอมมากพอที่จะได้แนวร่วมออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมองว่า ม็อบเด็ก เดินผิดทางเพราะหันเป้าใส่ สถาบันเบื้องสูง  

ทักษิณ มีบทเรียนจากการถูกยึดอำนาจเมื่อปี2549 นั้นเพราะว่ามีสถาการณ์บางอย่างที่ ทักษิณ หันเป้าไปที่สถาบัน จึงพบกับความพ่ายแพ้ “ทักษิณ” เป็นคนฉลาดย่อมรู้ดีว่า การที่ “ธนาธร” ก็ดี  “ปิยบุตร”  ก็ดี “พรรณิการ์”  ก็ดี พุ้งเป้าไปที่การปฏิรูปสถาบัน นั้น ไม่มีทางทำสำเร็จ  

ฉะนั้นสิ่งที่ “ทักษิณ”  พูดเอาไว้ใน คลับเฮ้าส์ เรื่องเมสเสท นั้นก็คือข้อเรียกร้องต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ และที่สำคัญต้องหยุดอยู่แค่การเมืองคือรัฐธรรมนูญและรัฐบาลเท่านั้น จึงจะได้รับการสนับสนุน 
เฉกเช่นนี้ เลยทำให้ “จตุพร”  ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก ในวันที่กระแสของม็อบราษฎรเริ่มซาลงและมีจำนวนคนไปร่วมม็อบน้อยลง ประกอบกับ “เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”  ได้รับอิสรภาพแล้ว มันจึงเป็นจังหวะก้าวที่สอดรับกัน  

แน่นอนว่า “ทักษิณ” ยังมีความแค้นต่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะไปยึดอำนาจน้องสาวคือ “ยิ่งลักษณ์” ดังนั้นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอา “พล.อ.ประยุทธ์” ลงจากอำนาจ  

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การออกมาตั้งพรรคไทยสร้างไทยของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”  อาจเป็นแผนของทักษิณ ไม่ใช่เพราะเพื่อไทยแตกแยกกันเอง 
เป็นการแบ่งงานทำกันโดยให้คนใกล้ชิดอย่าง ภูมิธรรม เวชยชัย , นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นคนคุมเกมในเพื่อไทย ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ไปคุมพรรคไทยสร้างไทย  

ในเกมการเมืองของ “ทักษิณ” จึงคู่ขนาดทั้งการเมืองในสภาและการเมืองนอกสภา ทำแบบเดียวกับปี2553  เลย แต่ว่าครั้งนี้  “ทักษิณ” จะทำสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามวันที่ 4 เมษายน ว่าเสื้อแดงจะถูกกดปุ่มให้มาขับไล่ “พล.อ.ประยุทธ์” เท่าไหร่  

แต่ที่แน่ๆ “จตุพร” และ “ณัฐวุฒิ” ก็ยังรับใช้ทักษิณเคลื่อนไหวไม่เปลี่ยนแปลง. 

7 ปีที่รอ “เอกพจน์” มาแล้ว คว่ำเด็ก “บิ๊กแจ๊ส” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462482

7 ปีที่รอ “เอกพจน์” มาแล้ว คว่ำเด็ก “บิ๊กแจ๊ส”

30 มีนาคม 2564 – 14:34 น.

ลูกทุ่งเสียงทองมาแล้ว “เอกพจน์” ขวัญใจสายคลอง ผงาดนายกเล็กเมืองคลองหลวง 

++
นับแต่ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เถลิงอำนาจขึ้นเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี บารมีแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า 

ปริมณฑลกรุงเทพฯ อย่างปทุมธานี ได้ผ่านยุค “บ้านใหญ่หาญสวัสดิ์” ไปเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่ “บ้านใหญ่ลุงชาญ” จะกลับมาได้หรือไม่?    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ดร.โบว์ลิ่ง” ลูกชายบิ๊กแจ๊ส คว่ำแชม์เก่าแบบฉิวเฉียดคว้าเก้าอี้เทศมนตรีนครรังสิต

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

เอกพจน์ กลับมาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง

ผลการเลือกตั้งเทศบาลทั่วปทุมธานี สะท้อนพลังอำนาจท้องถิ่นยังไม่เทไปฝั่ง “บิ๊กแจ๊ส” เสียทั้งหมด แม้เทศบาลนครรังสิต ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง ลูกชาย “บิ๊กแจ๊ส” เอาเบียดเอาชนะ เดชา กลิ่นกุสุม อดีตนายกฯ ผูกขาดหลายสมัย แค่ 5 คะแนน สร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” สะเทือนไปทั้งทุ่งรังสิต    

แต่สนามเทศบาลเมืองคลองหลวง “ผู้การป๋อง” พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุพรศรี  อดีตผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในนามกลุ่มคนรักปทุมของบิ๊กแจ๊ส พ่าย “เอกพจน์ ปานแย้ม” อดีต ส.ส.ปทุมธานี สังกัดกลุ่มเพื่อนเอกพจน์    

เอกพจน์ ปานแย้ม หรือ เอกพจน์ วงศ์นาค หายหน้าไปจากการเมืองระดับชาตินานหลายปี หลังหายป่วย ก็ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับคะแนนไว้วางใจจากคนสายคลอง 1.5 หมื่นคะแนน ก้าวขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง    

แทบไม่น่าเชื่อ แม้จะห่างหายเวทีการเมืองไปนาน แต่คนคลองหลวงก็ให้การต้อนรับเอกพจน์อย่างอบอุ่น สมกับเป็นขวัญใจชาวบ้านสายคลอง 

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

++
สงครามสายคลอง
++
สมัยที่แล้ว นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ทีมงานของ ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี ได้บริหารเทศบาล แต่สะดุดปัญหาการทำงาน เลยต้องถอยออกไป    

“กำนันสมศักดิ์” หรือ สมศักดิ์ ใจแคล้ว อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็น “บ้านใหญ่คลองหลวง” และมีความใกล้ชิดกับวัดพระธรรมกาย    

เลือกตั้ง 2562 กำนันสมศักดิ์พ่ายกระแสธนาธร เพราะคนธรรมกายส่วนหนึ่งเทคะแนนให้พรรคสีส้ม ทำให้ อนาวิล รัตนสถาพร ได้เป็น ส.ส. แต่ตอนหลังย้ายจากพรรคอนาคตใหม่ ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย    

“เอกพจน์ ปานแย้ม” ตั้งเป้าลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จึงออกงานในนามกลุ่มเพื่อนเอกพจน์ ไม่มีพรรค ไม่ยุ่งการเมืองใหญ่ เน้นเรื่องท้องถิ่นอย่างเดียว เอกพจน์จึงทำแนวร่วมกับทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี หรือสมศักดิ์ ใจแคล้ว อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 

7 ปีที่รอ "เอกพจน์" มาแล้ว คว่ำเด็ก "บิ๊กแจ๊ส"

ผู้การป๋อง สายบิ๊กแจ๊ส พ่ายนักร้องเสียงทอง

++
ลูกทุ่งเสียงทอง
++
ปี 2558 เอกพจน์ ปานแย้ม ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรก หลังร่างกายแข็งแรงขึ้นหลังป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง     

“เอกพจน์” เจ้าของเพลงดัง “ทหารเกณฑ์คนจน” คือนักร้องลูกทุ่งที่เข้าสู่วงการเมือง และประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็น ส.ส.ปทุมธานี 4 สมัย    

เลือกตั้งปี 2539  “เอกพจน์” ลงสมัครรับเลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานีบ้านเกิด โดยชนะชูชีพ หาญสวัสดิ์ ส.ส.เก่าเจ้าของพื้นที่ยาวนาน ทำให้เอกพจน์ได้กลายมาเป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่ได้เป็นผู้แทนฯ    

จากนั้น เอกพจน์ก็ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อตัวเดิม ก่อนจะย้ายไปพรรคชาติไทย ซึ่งได้รับการเลือกตั้งอีก และปี 2551 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมืองปี 2551    

สาเหตุที่เอกพจน์ได้เป็นผู้แทนฯ นั้น มีความแตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งคนอื่น ตรงที่ตระกูล “ปานแย้ม” เป็นนักการเมืองท้องถิ่นใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงทำให้มีฐานเสียงที่แน่ชัด    

ประกอบกับ “กระแสพรรค ปชป.” ในพื้นที่ปทุมธานี ช่วงปี 2539-2548 ยังดีอยู่ โดยเฉพาะ อ.เมืองปทุมธานี และ อ.คลองหลวง จึงส่งผลให้เอกพจน์เอาชนะตระกูลการเมืองผูกขาด “หาญสวัสดิ์” ไปได้    

หลังกระแสความนิยมในพรรคเพื่อไทยมาแรง “เอกพจน์” ก็หลบไปรักษาตัวอยู่หลายปี กระทั่งเลือกตั้งปี 2562 เอกพจน์ก็ตัดสินใจไม่ลงสมัคร ส.ส. เพราะประเมินแล้ว ปทุมธานีมีความผันผวนค่อนข้างสูง ระหว่างกระแสทักษิณ และกระแสอนาคตใหม่    

เอกพจน์จึงเบนเข็มไปเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายอยู่เทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งทุกวันนี้ คลองหลวงไม่ใช่บ้านนอกบ้านนา เป็นย่านอุตสาหกรรม และตลาดขายส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุด 

แล้วเป็นไง “ช่อ” มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462467

แล้วเป็นไง “ช่อ” มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

30 มีนาคม 2564 – 12:18 น.

บทเรียนศึกเทศบาล “เอก ป๊อก ช่อ” ช่วยอะไรไม่ได้ ชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครเอง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ยังถกเถียงกันไม่จบ ควันหลงศึกเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศ กรณีคณะก้าวหน้า ได้ชัยชนะในระดับเทศบาลตำบล ซึ่งแกนนำคณะก้าวหน้า ก็ยังไม่แถลงชัดว่า ได้กี่เทศบาลกันแน่? เพียงแต่แอดมินเพจก้าวหน้า เขียนไว้กว้างๆว่า

อ่านข่าววันนี้… ลำพูน กรรมการบริหาร”คณะก้าวหน้า” ลงพื้นที่พบปะ และช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครการเมืองท้องถิ่นในนามคณะก้าวหน้า

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

ช่อมาเองที่ ต.หนองตาด

“ปลายปากกาของท่านได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์ ได้เข้าไปใช้ความสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในกว่า 10 ท้องถิ่น”    

จนถึงวันนี้ “เทศบาลตำบล” ที่คณะก้าวหน้าได้รับชนะ มีกี่แห่ง และมีนายกเทศมนตรีชื่ออะไรบ้าง คล้ายไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำ เนื่องจากไม่ใช่ “เทศบาลนคร” และ “เทศบาลเมือง”    

“ช่อ” พรรณิการ์ วานิช เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า สำหรับการเลือกตั้งเทศบาล แกนนำคณะก้าวหน้า ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะรู้สึกเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. ซึ่งได้ทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการหาเสียงอย่างมากมาย ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่คุ้มค่าเหนื่อย    

“ช่อ” สรุปบทเรียนการเมืองท้องถิ่นประการหนึ่งคือ แพ้หรือชนะ “ตัวบุคคล” ที่ลงสมัครในท้องถิ่นเป็นปัจจัยชี้ขาด ไม่ใช่ “กระแส” จากส่วนกลาง    

พูดง่ายๆ กระแสธนาธรไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือก ดังนั้น ตัวผู้สมัครในท้องถิ่น ต้องทำงานหนักและยาวนาน เพื่อให้คนในท้องถิ่นนิยมชมชอบ จึงจะเอาชนะคู่แข่งได้    

ด้วยเหตุนี้ ช่วงเลือกตั้งท้องถิ่นเทศบาล คณะก้าวหน้า จึงเป็นแค่แพล็ตฟอร์ม ใครสนใจเสนอตัวมา เมื่อได้รับอนุมัติจากแกนนำ ก็ไปหาเสียงกันเอง เอาโลโก้ เอารูปธนาธรไปแปะได้

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

โครงการเกษตรก้าวหน้า ความฝันของกาญจนา

มีเพียงสัปดาห์สุดท้าย ธนาธร,ปิยบุตร และช่อ ออกเดินสายไปให้กำลังใจ ไปช่วยหาเสียง แต่ก็ไม่ครบ 100 กว่าเทศบาลที่ส่งลงสมัคร    

ฉะนั้น “ช่อ” สรุปว่า ชัยชนะใน 10 กว่าเทศบาลนั้น เป็นความนิยมส่วนตัวของผู้สมัครเอง ไม่ใช่กระแสธนาธร หรือความนิยมในคณะก้าวหน้า 

++
บทเรียนหนองตาด
++
สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง พรรณิการ์ วานิช เดินทางช่วยหาเสียงให้กับ “กาญจนา เขียวรัมย์” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบ้านตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์     

ตอนนั้น สำนักข่าวออนไลน์นำเสนอข่าวครึกโครม เนื่องจาก “ช่อ” พรรณิการ์ เหยียบถิ่นบุรีรัมย์ของ เนวิน ชิดชอบ และคนแถวถิ่นเซราะกราวทราบดีว่า เทศบาลตำบลบ้านตาด เป็น 1 ใน 8 เทศบาล ที่เป็นอาณานิคมการเมืองของบ้านใหญ่โรงโม่ศิลาชัย    

แล้วเป็นไง "ช่อ" มาช่วยบทเรียน 78 คะแนน

ไปออกรายการคุณปลื้ม แสดงวิสัยทัศน์

กาญจนา เขียวรัมย์ อดีตข้าราชการเทศบาลตำบลหนองตาด และเกษตรกรรุ่นใหม่ มีบทบาทส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดฟาง สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ เธอจึงนำเสนอนโยบายเกษตรกรก้าวหน้าต่อประชาชนในพื้นที่ ต.หนองตาด    

ก่อนหน้าที่ “ช่อ” จะเดินทางไป ต.หนองตาด “กาญจนา” ได้เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อให้สัมภาษณ์ในรายการ The Daily Dose ของ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ทางช่องวอยซ์ ทีวี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2564 พูดถึงเรื่องวิสัยทัศน์ และนโยบายที่จะพัฒนาตำบลของเธอ    

ในมุมกองเชียร์ก้าวหน้า ถือว่าเป็นมิติใหม่ ที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีจากบ้านนอก จะได้โผล่ช่องวอยซ์ ทีวี เพื่อขายฝันสร้างโครงการเกษตรก้าวหน้า    

อันเนื่องมาจาก “กาญจนา” ออกรายการ The Daily Dose จึงทำให้ “ช่อ” วางโปรแกรมไปหาเสียงช่วยกาญจนา และเธอเป็นหนึ่งเดียวใน จ.บุรีรัมย์ ที่คณะก้าวหน้า ส่งลงสมัครนายกเทศมนตรี    

คู่แข่งของกาญจนา ประกอบด้วยณรงค์ ประพิณ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองตาด ,จำรัส เสนาปักธงไชย อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านนากลาง, พิมานมาศ ทองทรวง ทนายความ และวิเชียร อินกะสังข์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลหนองตาด     

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จำรัส เสนาปักธงไชย ได้ 2,142 คะแนน, พิมานมาศ ทองทรวง 1,881 คะแนน , ณรงค์ ประพิณ 1,186 คะแนน, วิเชียร อินกะสังข์ 686 คะแนน และกาญจนา เขียวรัมย์ 78 คะแนน    

หลังความพ่ายแพ้ “กาญจนา” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณพี่น้องตำบลหนองตาด จ.บุรีรัมย์ พระแม่ธรณีที่ลูกได้ย่างก้าวเดินทั้ง 22  หมู่บ้าน เข้าไปหาพี่น้องเฮา อีก 4 ปี บ่โดนดอก..เฮาพ้อกันแน่นอน ขอขอบคุณคะแนนบริสุทธิ์ 78 คะแนนที่เลือกน้องฝน 78 คนนี่คือทหารเอกที่จะเปลี่ยนแปลงหนองตาด เตรียมรบกับความยากจนเด้อพี่น้อง”    

“กาญจนา” ไม่ท้อ และไม่ยอมแพ้ แม้ว่าคน 22 หมู่บ้าน จะเลือกเธอแค่ 78 คน เพราะ “..78 เสียง คือ พลังเงียบที่พร้อมออกมาสร้างยุคใหม่ เพื่อพัฒนาหนองตาด”    

กรณี 78 คะแนนจากสนามเลือกตั้งเทศบาลบ้านหนองตาด อาจเป็นบทสรุปที่ทำให้ “ช่อ” บอกว่า ชนะหรือแพ้ ไม่ใช่อยู่ที่ “ธนาธร ปิยบุตร ช่อ พรรณิการ์” หากแต่ขึ้นอยู่กับตัวผู้สมัครเอง    

ขนาด “ช่อ” มาช่วยหาเสียง หรือ “คุณปลื้ม” ลงทุนสัมภาษณ์ออกทีวีด้วยตัวเอง ก็ยังได้ 78 คะแนน