‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462933

‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

4 เมษายน 2564 – 15:49 น.

‘โหรฟองสนาน’ เผย ‘พรรคประชาธิปัตย์’ อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่370 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ ปชป.-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

'โหรฟองสนาน' เผย 'พรรคประชาธิปัตย์' อายุย่าง 76 ปี-เริ่มสามปีของวาระปรับตัวครั้งใหญ่

ลัคนาสถิตราศีกันย์ ธาตุดิน

ทักษาเดิมตกภูมิศุกร์-ตั้งแต่ 5 เมษา 64 อายุเต็ม 75 ปี อายุย่าง 76 ปี ทักษาจรตกภูมิจันทร์

มฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ-พระเสาร์ศรีจร 7 เดินอยู่ในราศีมังกร 5 เมษา 64-5 เมษา 65

5 เมษายน 2564-สุขสันต์วันเกิดครบ 75 ปี พรรคประชาธิปัตย์

ฤกษ์กำเนิดพรรคนี้อาจแตกต่างกันไปสุดแต่โหรท่านใดจะเลือกใช้ตามถนัด แต่ผู้เขียนขออ้างอิงและใช้ข้อมูลที่-พลูหลวง-ครูโหรผู้ล่วงลับให้ไว้ในหนังสือชื่อ-โหราศาสตร์-พิชัยสงคราม-ดวงเมือง เป็นฐานคือ พรรคกำเนิดจากการประชุมกันของคณะผู้ก่อตั้งครั้งที่สองจำนวน 50 คน ที่คฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตกลงกันได้เวลาใกล้ค่ำ ของวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2489 ผูกดวงชะตาแล้วลัคนาสถิตราศีกันย์ ธาตุดิน

อ่านพื้นฐานชะตากำเนิดแบบคร่าวๆคือลัคนาสถิตธาตุดินถูกโฉลกกับแม่ธรณีเป็นสัญญลักษณ์-ผู้นำแม้จะเป็นชายก็ถูกโฉลกกับคนที่ภาพภายนอกดูแล้วออกแนวสุภาพเรียบร้อย-เรียนรู้ได้เร็วแต่มักทำช้าเพราะเป็นจอมละเอียด-พูดเก่ง (ได้ตรีโกณฑ์ธาตุลม)-แก่กฎหมาย หรือหัวหมอ (พฤหัสบดี 5 นำหน้าลัคนาฯลฯ และต่อไปนี้คือหลักใหญ่ของความเป็นไปของชะตาพรรคที่ผ่านมาและกำลังจะเป็นไปตามหลักโหร-ทักษา

1.ตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2559 มาแล้วที่พรรคเจอปราฎการณ์หากเป็นคนคือแตกแยกระหว่างพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท หรือยุ่งยากมรดก(แก่งแย่ง)-การเงิน หรือเจอเข้ากับอำนาจลึกลับ (มฤตยูจร 0 เดินอยู่ในภพที่แปด-มรณะ )

อีกทั้งต้องปฏิวัติ(สูงกว่าปฏิรูป)พื้นฐานของพรรคทั้งหมด รวมทั้งบรรดาหุ้นส่วนหรือผู้มีส่วนได้เสียในพรรคทั้งหลาย (พระมฤตยูจรเล็งพฤหัสบดีดวงเดิม)และปฏิวัติความเป็นไปในพรรค-การเงินหรือผู้สนับสนุนทางการเงิน(มฤตยูจรทับพระศุกร์ดวงเดิม)

เกณฑ์นี้ถ้าเป็นคนผู้เขียนจะบอกว่าถ้ารู้สึกอึดอัดหรือคิดแล้วว่าไม่ใช่ในเรื่องทั้งหลายข้างต้นให้รีบปฎิวัติตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะถูกปฏิวัติ หรือหากฝืนได้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

ครั้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพรรคประชาธิปัตย์ได้รักษาความเก๋าไว้เหนียวแน่นแต่เมื่อสะสมพลังของการเปลี่ยนแปลงได้ที่แล้ว(อาการของมฤตยู)ผลก็ระเบิดออกมาคือการเลือกตั้งครั้งล่าสุด24 มีนาคม 2562 ล็อคก็ถล่มใส่เช่นกรุงเทพฯสอบตกหมด-ฐานภาคใต้ถูกเจาะ-ภาคเหนือเหลือส.ส.ที่นั่งเดียวที่แม่สอด-ต่อมาสมาชิกพรรคก็ทยอยออกเช่นคุณกรณ์ จาติกวณิช-พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

สำคัญคือพรรคยังจะสุม-สะสมพลังของการเปลี่ยนแปลงใหญ่รอวันระเบิดก่อนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2565 ต่อไป

คู่มือในการรับมืออิทธิพลเกณฑ์นี้คือระหว่างกลางกันยายน-กลางธันวาคม 2564 เหมาะของการทบทวน-ปรับแผนเกี่ยวกับทางชีวิตในพรรค-พื้นฐาน-ผู้มีส่วนได้เสียและเรื่องการเงิน

2.ซ้อนปฏิวัติ- ถูกโฉลกกับการปฏิรูปใหญ่- สามปี

2.1 ก่อนหน้านี้ระหว่างวันเกิดของพรรค5เมษายน 2563-5 เมษายน 2564 พรรคอยู่ระยะชะตาอับ ทำอะไรไม่ได้มากต้องถนอมตัว ทำอะไรกึ่งๆกลางๆได้ครึ่งเสียครึ่ง(ทักษาจรตกภูมิกลาง๙)

2.2 ครั้นตั้งแต่ 5 เมษายน 2564-5 เมษายน 2565 เกณฑ์เปลี่ยนไปเป็นถูกโฉลกกับการปฏิรูปใหญ่ในพรรคเรื่องเกี่ยวกับการเลือกเดินทางใหม่-อนาคตใหม่-หาคนใหม่-อายุน้อยหรือวัยรุ่น ทำสิ่งทันหรือล้ำสมัยให้พรรค(พระเสาร์เป็นศรีจร-ในภพปุตตะ)

ต่อจากนั้นระหว่าง 5 เมษายน 2565-5 เมษายน 2566 เป็นระยะที่ควรปรับปรุงพื้นฐานของพรรค ผู้มีส่วนได้เสีย-หุ้นส่วนของพรรคทั้งหมด(พฤหัสบดีเป็นศรีจร)-รวมทั้งการร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล

ต่อจากนั้นระหว่าง 5 เมษายน 2566-5 เมษายน 2567 เป็นระยะที่เหมาะกับการแก้ไขปัญหา-ข้อขัดข้อง-อุปสรรคในพรรค(พระราหูเป็นศรีจร)

ทั้งสามปีนี้ตำราบอกหากพรรคยอมปฏิรูป-เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วจะเหมือนเจ้าคณะที่บวชมานาน ลุกขึ้นมาปรับปรุงคณะของท่านขนาดใหญ่ ผลคือเงินบริจาคไหลมาเทมา ท่านได้เป็นพระราชาคณะ หรือถ้าบุญญาวาสนาถึงได้เป็นถึงสังฆราชตามลิลิตที่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงประพันธ์ไว้คือ

พฤหัสบดิ์-เสาร์-ราหู ทั้งสามหมู่มาเป็นศรี

ต้องลัคน์-จันทร์-สังฆี ปวัตติสามีอาราม

บริบูรณ์ปริขาร ไทยทานก็เหลือหลาม

ขึ้นชื่อระบือนาม วรศักดิ์สังฆราช์

แม้จวบพระเคราะห์ใด ทวะเว้นไว้แต่ตัวกาล์

กล่าวคุณอุตต์มหา มหิทธิโชคในปางปี

3.ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะง่ายแถม เพราะแม้จะทำอย่างไรก็ได้ผลแค่กลางๆ แถมมีเรื่องทะเลาะกันเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง ในปีแรกระหว่าง 5 เมษายน 2564-5 เมษายน 2565 เนื่องจากจะมีอาการณ์สับสนในสถานะตนเองแบบสองจิตสองใจว่าจะเอาทางไหน เลือกอะไรดีเข้าข่ายถ้าเป็นคน-หากเป็นชีก็อยากสึก เป็นคนอยากจะบวช แต่มีโชคจากบัณฑิตและผู้หญิง ระวังชายโสดผมหยัก และหญิงผิวขาวเหลืองขี้โกหก (ทักษาจรตกภูมิจันทร์)

ทั้งนี้ เป็นไปตามคำประพันธ์พอให้สมาชิกพรรคได้ใช้เป็นคู่มือพิจารณาทางชีวิตของพรรคคือ..ตกภูมิที่จันทรา ในบุรพาภัยมาก ความเพราะปากตนเอง เป็นชีเกรงจะสึก คฤหัสถ์นึกใคร่บวช จะเจ็บปวดแผลหลาย ย่อมสมหมายภายหลัง จะได้ดังความคิด เพราะบัณฑิตและสัตรี มีศัตรูมาเป็นมิตร พาลผูกผิดให้โทษ ชายโสดผมหยักโสก หญิงโกหกขาวเหลือง ทำให้เคืองใจข้อง อย่าเสพส้องเสเพล…. จึงขอให้ดูลีลาการทำการเมืองของพรรคนี้ที่นำมาแล้วคือการแก้รัฐธรรมนูญ-ร่วมรัฐบาลฯลฯว่าจะเอาอย่างไรจะการความขัดแย้งในตัวพรรคเองหรือไม่

4. ตัวอย่างช่วงปฎิรูปใหญ่ที่ต้องยอมเจ็บปวด ผู้เขียนขอให้ย้อนกลับไปดูบทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 324 เขียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ชื่อตอนโอกาสทองของการบินไทยจากดวงเมืองทำนายว่าระหว่าง 21 เมษายน 2563-21 เมษายน 2564 การบินไทยต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปใหญ่-เพราะอยู่ในช่วงที่พระราหู 8 เป็นศรีจรของเมือง ผลคือเกิดการเขย่ามากมายในสายการบินแห่งชาติเจ็บปวดกันไปทั่วเป็นเทวดา-นางฟ้าตกสวรรค์กันไปหมด

คนการบินไทยที่มาดูดวงชะตาช่วงนี้ ผู้เขียนจะบอกทุกคนไปว่า เมื่อผ่านความเจ็บปวดและกล้าเปลี่ยนแปลงแล้ว การบินไทยจะค่อยๆกลับมาผงาดอีกครั้ง-ด้วยเกณฑ์-หลักทักษานี้ แต่จะน่าเสียดายมากหากปชป.ปล่อยโอกาสปฏิรูปนี้ผ่านไป เพราะอาการอนุรักษ์นิยมอันเป็นพื้นฐานของคนที่ลัคนาสถิตราศีกันย์โดยพื้นฐาน

ฟองสนาน จามรจันทร์

ฝันฤดูร้อนปั้น ‘ยอดศึก’ ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462923

ฝันฤดูร้อนปั้น ‘ยอดศึก’ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

4 เมษายน 2564 – 14:26 น.

เดินหน้าแล้ว “ยอดศึก” ประชุม 10 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ สานฝัน “กองทัพสหพันธรัฐ”

++

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมา มีแนวโน้มจะเกิด “สงครามกลางเมือง” เมื่อประชาชนเมียนที่ต่อสู้กับเผด็จการทหาร ทนเห็นการเข่นฆ่าเช่นผักปลาไม่ไหว จึงเรียกร้องให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์รวมตัวกันเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” เพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

ความฝันของคนหนุ่มสาวเมียนมาคือ การลุกฮือของประชาชนประสานกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ดำเนินสงครามประชาชน เป็นหนทางเดียวที่จะโค่นล้มระบอบตั๊ดมะด่อหรือกองทัพเมียนมาได้

ตัวแทนคณะกรรมการผู้แทนแห่งสหภาพ (CRPH) หรือรัฐบาลคู่ขนาน ได้ขายฝันการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ ด้วยข้อเสนอ “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) ซึ่งมีการพูดคุยระหว่างตัวแทนพรรคเอ็นแอลดีกับผู้นำชาติพันธุ์บางกลุ่มไปแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก KNU กองพล 5 ปริศนาข้าวทิพย์

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                                   เจ้ายอดศึกประชุมออนไลน์

แม่ทัพยอดศึก
++

วันที่ 3 เม.ย.64 พล.อ.เจ้ายอดศึก ในฐานะหัวหน้าทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ PPST (Peace Process Steering Team) ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์กับ 9 ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมา 

เจ้ายอดศึก หัวหน้าทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ PPST เรียกร้องให้คณะรัฐประหาร หยุดการการกระทำที่รุนแรงทั้งหมดโดยสิ้นเชิง และขอประณามการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) จนทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และมีผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก 

การประชุมครั้งนี้ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของประชาชนผู้ร่วมการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ Spring Revulation และอารยะขัดขืน (CDM) ของประชาชน และเพื่อป้องกันการปราบปรามประชาชน 

10 กลุ่มชาติพันธุ์ จะยืนหยัดร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วนในการต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร สนับสนุนให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2008 กระบวนการประชาธิปไตย และการจัดตั้งสหภาพสหพันธรัฐ และการปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทางการเมืองทันที

ที่สำคัญ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ กำลังเจรจากับคณะกรรมการผู้แทนแห่งสหภาพ (CRPH) หรือรัฐบาลคู่ขนาน เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทัพสหพันธรัฐ

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                                   กองกำลังของเจ้ายอดศึก

20 ชาติพันธุ์ติดอาวุธ
++

วันนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ 10 กลุ่มที่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ได้ลงมือพูดคุยกันแล้ว โดยมีเจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) และมูตู เซพอ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เป็นแกนหลัก

ปัจจุบัน กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม มีกำลังพลรวมกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน มีเพียงสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) เท่านั้น ที่มีศักยภาพในการรบกึ่งแบบแผน

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฝ่ายเหนือ (FPNCC) ที่ยังไม่ร่วมลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ เป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองสูง แกนนำหลักคือกองทัพสหรัฐว้า(UWSA) มีกำลังพล 30,000 นาย นับแต่เกิดรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา กองทัพสหรัฐว้า(UWSA) ยังไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ และไม่มีการชุมนุมต่อต้านกองทัพเมียนมาในเขตปกครองพิเศษชนชาติว้า รัฐฉานเหนือ 

ทั้งกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และองค์กรเอกราชคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ที่มีศักยภาพในการสู้รบมากที่สุด เพราะกำลังพลมีระเบียบวินัย สู้รบเก่ง อาวุธทันสมัย และมีแหล่งทุนสนับสนุนทำสงคราม

เหนืออื่นใด ทั้งกองทัพสหรัฐว้า และกองทัพเอกราชคะฉิ่น ยังเป็นพี่เลี้ยงของกองทัพเมืองลา (NDAA),กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง(TNLA), กองทัพโกก้าง(MNDAA), กองทัพไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA)และกองทัพอาระกัน (AA)

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับการนำกองทัพชาติพันธุ์ ทั้งภาคเหนือและภาคใต้ กว่า 20 กลุ่มมาผนึกกำลังเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” ใต้ร่มธงรัฐบาลประชาชน

ฝันฤดูร้อนปั้น 'ยอดศึก'ผู้นำกองทัพสหพันธรัฐ

                              เจ้ายอดศึกให้สัมภาษณ์สื่อนอก

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร” ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462906

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร”ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว

4 เมษายน 2564 – 11:50 น.

แรมโบ้ ทวงบุญคุณ แฉแหลก “จตุพร”ปูดเงินๆทองๆ รับปากไม่เคลื่อนไหว

เป็นไม้เบื่อไม้เมา เรียกว่ามวยถูกคู่คนดูถูกใจ รู้เลห์เหลี่ยมกลลวงซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่หูอดีต นปช.อย่าง 

แรมโบ้อิสาน ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ผันตัวเองจาก คนเสื้อแดง นปช.มาอยู่ข้างกาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยได้รับตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯให้คอยขับเคลื่อนงานถนัดคือ ม็อบ 

กับ ตุ๊ดตู่ จตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. ที่วันนี้ดูเหมือนว่ากำลังจะเร่งสร้างเครดิตกลับคืนมาหลังกลายเป็น โดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
 “แรมโบ้” เตือน “จตุพร” อีกครั้ง นัดเคลื่อนไหว ทำประชาชนเดือดร้อน 

ก๊วน นปช.ก็ไม่เอา ก๊วนเพื่อไทย ก็ไม่เอา ก๊วนเพื่อชาติ ก็ไม่เอา คือไม่มีใครเอา จตุพร เพราะตัว จตุพร เองหรือเพราะคนอื่น คำตอบคือ เพราะจตุพรเอง  

ก๊วนนปช.ไม่เอา เพราะไปทะเลาะกับ ธิดา เหวง โตจิราการ ไปทะเลาะกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก๊วนเพื่อไทยไม่เอา เพราะ จตุพร ไปหาเสียงให้กับ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ลงชิงเก้าอี้นายกอบจ. แข่งกับ ชูชัย หรือสว.ก้อง ที่พรรคเพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้การสนับสนุน 

จน จตุพร ถูกกล่าวหาว่า เนรคุณทักษิณ ครั้น บุญเลิศ แพ้ จตุพรก็ตกที่นั่งลำบาก 

วันนี้ จตุพร หันไปทางไหนก็ไม่มีใครเอาด้วย เนื่องจากเพราะพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตของ จตุพร ลดน้อยลง รับปากอะไรใครแล้วทำไม่ได้ 

ล่าสุด แรมโบ้ ก็ออกมาแฉอีกว่า ในวันที่ จตุพร อยู่ในคุก ได้พาผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนที่ จตุพร อยากคุยด้วยเข้าไปคุย โดยมีการตกปากรับคำกันหลายอย่างก่อนจตุพร จะออกจากคุก 

สิ่งที่ จตุพร อยากจะทำคือหาทุนสักก้อนเพื่อมารื้อฟื้น พีช ทีวี เพราะไม่ได้อยู่ใต้ชายคาของ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ แล้ว ขณะที่ ณัฐวุฒิ กับ ธิดา มาสร้างรังใหม่ภายใต้แบรนด์ ยูดีดี นิวส์ ย่ายแคราย 

มีรายงานว่า ทุนที่ จตุพร ได้รับนั้นเป็นเลข7หลัก แลกกับการยุติการเคลื่อนไหว ทั้งสถาบันและรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  

นี่กระมังจึงเป็นที่มาที่ แรมโบ้ ออกมาทวงบุญคุณว่า ตอนอยู่ในคุกได้ช่วยเหลือเต็มที่ ออกจากคุกมาก็ยังช่วยอยู่ แต่ทำไมถึงนัดชุมนุมไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่4เมษายน แบบนี้ถือว่าเนรคุณหรือหักหลังกัน 

ครั้งสุดท้าย จตุพร ยังส่งเมสเสทมาหา แรมโบ้ ในทำนองออกมาให้ข่าวแบบหนักหน่วง ซึ่ง แรมโบ้ ก็ยืนยันว่าที่ต้องจัดหนักเพราะว่า ไม่รักษาคำพูด 

จากนี้จึงต้องจับตามา แรมโบ้ จะออกมาลากใส้ จตุพร ในประเด็นอะไรอีก นอกจากเรื่องเงินๆทองๆ รับรองว่าคู่นี้รู้เช่นเห็นชาติกันชนิด กองเชียร์ต้องลุ้นกันทุกช็อต. 

ไหวมั้ยวัดกำลัง ‘ม็อบตู่’ ‘แดง’ เมิน ‘เหลือง’ มึน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462904

ไหวมั้ยวัดกำลัง ‘ม็อบตู่”แดง’ เมิน ‘เหลือง’ มึน

4 เมษายน 2564 – 11:29 น.

ยังไม่มีใครรู้ว่า จะมีมวลชนกลุ่มไหนเข้าร่วม “ม็อบตู่” ไล่ลุงตู่ เพราะแดงก็ไม่ร่วม เหลืองก็ไม่เอา

++

วันอาทิตย์ที่ 4 เม.ย.2564 มีการนัดหมายชุมนุมทางการเมือง 2-3 จุด แต่เวทีชุมนุมที่สื่อให้ความสนใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกิจกรรม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่ “อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรรม” ถ.ราชดำเนิน ภายใต้  รหัส 4 4 4 ประยุทธ์ออกไป

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา “จตุพร พรหมพันธุ์” ตีฆ้องร้องป่าวผ่านสื่อออนไลน์พีซทีวีทุกวัน ขณะเดียวกัน “อานนท์ แสนน่าน” ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และเครือข่ายในหลายจังหวัด ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้จตุพรอย่างดุเดือด

กรณีของหมู่บ้านเสื้อแดงไม่เข้าร่วมไล่ประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “อานนท์” ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน และสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์

ส่วนกลุ่มแดงอิสระที่เข้าร่วมกับม็อบราษฎร ดูเหมือนจะไม่มีกลุ่มใดขานรับจตุพร ยกเว้นกลุ่มสมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ด นปช. ที่มีความเคารพนับถือจตุพรเป็นส่วนตัว

“4 เม.ย. ถ้าไม่มีประชาชนเข้าร่วม ผมก็ต้องพิจารณาตามความเป็นจริง ว่า ประชาชนยังเอาด้วยกับประยุทธ์ แต่ถ้าประชาชนมาอย่างมืดฟ้ามัวดินแล้ว ผมเชื่อว่าสถานการณ์เปลี่ยน โดยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นอย่างมีความชัดเจนขึ้น” จตุพรออกตัวไว้ก่อน

ว่ากันตามจริง ปี 2552-2553 มวลชนเสื้อแดงที่มาเต็มถนนราชดำเนิน และสี่แยกราชประสงค์นั้น เป็นการทำงานของเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ในทั่วประเทศ “ตู่ เต้น” ก็รู้อยู่แก่ใจดี

ดังนั้น กลุ่มแดงอิสระที่พยายามปลุกเร้ามิตรสหายให้เข้าร่วมม็อบราษฎร ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็รวมตัวกันได้หลักสิบหลักร้อย

ไหวมั้ยวัดกำลัง 'ม็อบตู่''แดง' เมิน 'เหลือง' มึน

                                  ตู่ออกตัว คนร่วมน้อย ถอย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ ‘ตู่’ รวมดาว

พิภพเอาไง
++

พลันที่มีชื่อ การุณ ใสงาม, ไทกร พลสุวรรณ และวีระ สมความคิด ในขบวนสามัคคีประชาขนไทย ก็มีเสียงขานรับแผ่วเบาจากคนเสื้อเหลือง อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงออกโรงเอง ยืนยันว่า พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผนึกกำลัง “จตุพร” ไล่ประยุทธ์แน่นอน

แหล่งข่าวในปีกคนเสื้อเหลืองเปิดเผยว่า พิภพ ธงไชย รวมทั้งสุริยะใส กตะศิลา ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยแน่นอน 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2564 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลุ่มสภาที่สาม ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดงานเสวนา “ไทยไม่ทน: จาก รสช. คปค. คสช. ถึง 3 ป. มรดกรัฐประหารที่ตกค้างในแผ่นดินไทย” ในกิจกรรมวันนั้นพิภพ ธงไชย ไปร่วมด้วย

วันนั้น พิภพใช้คำพูดแรง และวิพากษ์ 3 ป.อย่างเผ็ดร้อน พร้อมสรุปว่า “ประยุทธ์ทรยศมวลชน”

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2564 ในการเสวนา “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย”  เป็นวันที่ “จตุพร” ประกาศแคมเปญไล่ประยุทธ์ ก็ไม่ปรากฏว่า พิภพเดินทางมาร่วมงานด้วย 

ต้องรอดู 4 เมษา..พิภพ จะโผล่มาร่วมเวทีไล่ประยุทธ์หรือไม่? หรือจะมีแค่วีระ สมความคิด และการุณ ใสงาม

ไหวมั้ยวัดกำลัง 'ม็อบตู่''แดง' เมิน 'เหลือง' มึน

                 วัดใจ พิภพ จะไปร่วมม็อบไล่ประยุทธ์หรือไม่

เพื่อนอานันท์หาย
++

เป็นที่ทราบกันดี อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มีความใกล้ชิดกับคนเดือนตุลา ฝ่ายไม่เอาระบอบทักษิณ และนักกิจกรรมรุ่นพฤษภาทมิฬ เขาจึงนำพาจตุพร แกนนำ นปช. กลับคืนมาหา “รุ่นพี่” ที่ร้านอาหารของเขาเอง

ถ้ายังจำกันได้ วันที่ 13 ก.ย.2564 มีงานเลี้ยงครบ 6 รอบ 72 ปี ประสาร มฤคพิทักษ์ ปรากฏว่า มีภาพของ จตุพร พรหมพันธุ์ ร่วมโต๊ะอานันท์ ปันยารชุน ,กลุ่มเพื่อนอานันท์ และอดีตแกนนำเสื้อเหลืองแชร์ว่อนในสื่อโซเชียล

จริงๆแล้ว จตุพรได้เจอหน้าอดีตแกนนำเสื้อเหลือง และกลุ่มเพื่อนอานันท์ มาแล้วหลายรอบที่ร้านอาหารของอดุลย์ ย่านถนนสามเสน

ฉะนั้น ตอนที่อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ จัดกิจกรรม “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่สมาคมนักข่าว ถนนสามเสน จึงระบุชื่อ ปรีดา เตียสุวรรณ์  เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม เป็นหนึ่งในวิทยากรวันนั้น แต่เมื่อถึงเวลาจริง “ปรีดา” ไม่ไปร่วมงาน

ปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด(มหาชน) เป็นแกนหลักของกลุ่มเพื่อนอานันท์ 

นัยว่า กลุ่มเพื่อนอานันท์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอดุลย์และจตุพร ที่ร่วมมือกันตั้งเวทีขับไล่ประยุทธ์ จึงเปลี่ยนใจไม่ไปร่วมงานวันดังกล่าว

สิ้นชาติขาดกัน ‘ยงยุทธ-จตุพร’ สู่พรรคเชียงราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462869

สิ้นชาติขาดกัน’ยงยุทธ-จตุพร’สู่พรรคเชียงราย

3 เมษายน 2564 – 16:37 น.

เพื่อชาติยุคสิงห์เชียงราย เปลี่ยนตัวหัวหน้าใหม่ ฉลองวันเกิด “ยงยุทธ” เตรียมรับเลือกตั้งใหม่

++
    วันที่ 3 เม.ย.2564 เป็นวันเกิดของ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช คู่ชีวิตได้โพสต์ภาพสองตายายและหลานสาวผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว 
    “สุขสันต์วันเกิดคุณตายงยุทธ ติยะไพรัช วันนี้หลานสาวน้องฮาญ่า พี่ฮั่น พี่ฮาย พี่โฮม จะช่วยให้ทีมสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ชนะเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ให้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับคุณตานะคะ ขอให้คุณตามีความสุขสุขภาพแข็งแรงตลอดไป คุณตาบอกว่าถ้าคนเชียงรายมีความสุข ตาก็มีความสุข วันนี้เราจะมีความสุขร่วมกัน จากนี้และตลอดไปค่ะ HBD ค่ะ ตายงยุทธ ติยะไพรัช”

 สิ้นชาติขาดกัน'ยงยุทธ-จตุพร'สู่พรรคเชียงราย

วันเกิดยงยุทธ ติยะไพรัช

    เหมือนเขียนสคริปต์ไว้ล่วงหน้า เพราะที่ห้างอิมพิเรียล สำโรง มีการประชุมใหญ่สามัญพรรค เพื่อชาติประจำปี 2564 โดย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ 
    สมาชิกพรรคเพื่อชาติ ได้เลือก “บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์” เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งบุศริณธญ์ (ชื่อเดิม บุษรินทร์ ติยะไพรัช) พี่สาวของยงยุทธ ติยะไพรัช 
    ว่ากันตามจริง “ยงยุทธ” เป็นกำลังสำคัญในการหนุนพี่สาว-บุศริณธญ์ เป็น ส.ว.เชียงราย และเป็นนายก อบจ.เชียงราย กระทั่ง ยงยุทธมาช่วยปั้นพรรคเพื่อชาติ จึงวางตัวพี่สาวเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 6 ของพรรค
    เมื่อ “บุศริณธญ์” ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เท่ากับพรรคนี้ได้ย้ายจากอิมพีเรียล สำโรง ไปอยู่สนามสิงห์สเตเดี้ยม รังเหย้าของสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงรายยูไนเต็ด 
    ไม่แปลกที่พรรคเพื่อชาติ จะเลือกวันประชุมใหญ่ในวันที่ 3 เม.ย.2564 ซึ่งตรงกับวันเกิดของ “ยุทธ แม่จัน” ผู้มากบารมีเหนือพรรคเพื่อชาติ

 สิ้นชาติขาดกัน'ยงยุทธ-จตุพร'สู่พรรคเชียงราย

ยงยุทธ สลักจฏดิ์ และหลานสาว 

++
พรรคร่างทรง
++
    กลางปี 2561 ที่ร้านกาแฟพีซ คอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยผู้ชายสามคนคือ จตุพร พรหมพันธุ์สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และยงยุทธ ติยะไพรัช 

 สิ้นชาติขาดกัน'ยงยุทธ-จตุพร'สู่พรรคเชียงราย

ไม่มีภาพนี้อีกแล้ว ยงยุทธ-จตุพร 

    ไม่นานมานี้ “จตุพร” เล่าเบื้องหลังการตั้งพรรคเพื่อชาติว่า มาจากแนวคิดแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อยของ “คนแดนไกล” โดยที่พวกเขามิรู้เลยว่า นายใหญ่ได้ซ้อนแผนตั้ง “พรรคไทยรักษาชาติ” ไว้อีกชั้นหนึ่ง
    สำหรับผลการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อชาติ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ประกอบด้วย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ลินดา เชิดชัย, เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล, ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช (ลูกสาวของยงยุทธ) และอารี ไกรนรา
    จริงๆแล้ว ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง เกิดความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อชาติ ระหว่างจตุพรกับยงยุทธ จนต้องแยกทางกันเดินสายปราศรัย จตุพรรับผิดชอบภาคอีสาน และยงยุทธ ก็รับผิดชอบภาคเหนือ
    เลือกตั้งเสร็จ จตุพรก็วางมือจากพรรคเพื่อชาติ หันหลังให้กับยงยุทธ และสงคราม จึงมีข่าวในช่วงนั้นว่า จตุพรเตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่
    ฉะนั้น ส.ส.เพื่อชาติ 5 คน ก็แบ่งเป็นฝ่ายยงยุทธ 4 คนและที่เหลือเพียงหน่อเดียวคือ “อารี ไกรนรา” อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. ที่ยังยืนเคียงข้างจตุพร

++
พรรคเชียงราย
++
    ยงยุทธ ติยะไพรัช ต้องเว้นวรรคทางการเมือง จึงทำได้เพียงเป็น “กองเชียร์” ทั้งพรรคเพื่อชาติ และพรรคเพื่อไทย 
    เวลานี้ ยงยุทธเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนในนาม “กลุ่มพลเมืองร่วมใจ” ซึ่งในช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย กลุ่มนี้หนุน “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ชิงนายก อบจ.เชียงราย แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน 
    วิสาระดีพ่ายศึก ก็เหมือนตระกูล “ติยะไพรัช” แพ้ศึกท้องถิ่น และเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่คนของยงยุทธ ไม่ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย
    ตอนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงราย มิตติ ติยะไพรัช ลูกชายยงยุทธ พร้อมเอฟซีทีมสิงห์เชียงรายฯ ก็เชียร์ สุธาสินี เหล่ารุ่งโรจน์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ แต่ก็พ่ายแชมป์เก่าวันชัย จงสุทธานามณี อดีตนายกเล็กนครเชียงราย
    ยงยุทธอยู่นอกสภาก็จริง แต่ก็มีตัวแทนอยู่ในสภา 2 คนคือ ลูกสาว- ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และน้องสาว-ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย เขต 7
    นับจากนี้ไป ยงยุทธมีภารกิจสร้างพรรคเพื่อชาติ ให้พร้อมสำหรับเลือกตั้งครั้งหน้า และเตรียมความพร้อมให้พรรคเพื่อไทย จ.เชียงราย

ขอคนละชื่อไล่ บิ๊กตู่ จับตา 4 เมษาสามัคคีประชาชน ม็อบจุดติด รบ.อยู่ยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462856

ขอคนละชื่อไล่ บิ๊กตู่ จับตา4เมษาสามัคคีประชาชน ม็อบจุดติด รบ.อยู่ยาก

3 เมษายน 2564 – 14:25 น.

ขอคนละชื่อไล่ บิ๊กตู่ จับตา4เมษาสามัคคีประชาชน ม็อบจุดติด รบ.อยู่ยาก คอลัมน์ .. วิเคราะห์การเมืองร้อนวันเสาร์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่ในฐานะนายกฯมา 7 ปี เป็นเวลาที่ยาวนานทำลายสถิตินายกฯจากรัฐประหาร  
วันนี้ประชาชนทุกหมู่เหล่าสุดจะทนกับการบริหารงาน ที่เล่นพรรคเล่นพวก ความยุติธรรมหดหายไปจากแผ่นดิน ทำให้บรรดาคนไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ กับคนที่เคยชอบ พล.อ.ประยุทธ์ หันมาจับมือกัน  
ทีมงาน พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะมองข้ามปรากฎการณ์นี้ แต่หากประเมินม็อบ4เมษา ว่าไม่มีน้ำยาเหมือน ม็อบราษฎร นั้นอาจจะประเมินผิด 

วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ มีทั้งศึกในและศึกนอก ว่ากันว่าหนักหนาสาหัสพอสมควร  

เริ่มจากศึกใน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคร่วมรัฐบาลพากันสร้างดาวคนละดวง ช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้ง หวังจะได้เป็นรัฐบาลอีก ภายใต้การล็อกสเปคผ่าน 250 สว.  แม้นจะเป้าหมายเดียวกัน แต่ในความเป็นมิตรของประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา ก็แค่เกมเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น เพราะทุกพรรคพร้อมจะแตกหักเมื่อเวลามาถึง 
เอาแค่ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา ไปร่วมกับภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยโดยมีฝ่ายองค์กรภาคประชาชนและฝ่ายค้านด้วย ยิ่งทำให้พปชร.เกิดความระแวงอยู่แล้ว 
 
ส่วนศึกนอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ประกาศระดมขอคนละชื่อ ไล่ระบอบประยุทธ์ ฉากหน้าอาจจะดูเฉยๆ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความไม่พอใจในการบริหารของรัฐบาลจะเรียกแขกเพิ่มขึ้น 
 
จะเห็นได้จากความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละเรื่องในแต่ละคดี ที่ดูเหมือนคนรวยจะได้เปรียบ  
การทำงานขององค์กรอิสระทั้งหลายที่ปกป้องแต่ผลประโยชน์ตนเองและคนรวย แต่ไม่แยแสกระแสและความรู้สึกของประชาชน จะกลายเป็นความเคียดแค้นบ่มเพาะให้ม็อบมีพลังมากยิ่งขึ้น 
 
ลำพังการแจกเงินของรัฐบาลนั้น รัฐบาลอย่าเพิ่งลำพองใจว่าได้คะแนนนิยม เพราะคนที่ได้รับประโยชน์จากรัฐบาล คือกลุ่มคนที่ไม่มีแนวคิดเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อเกิดสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องการคนหนุน คนเหล่านี้จะไม่ออกมาให้เปลืองตัว 
 
ฉะนั้น 4เมษา วันแรกจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของคนไม่พอใจรัฐบาลเท่านั้น หากรัฐบาลยังเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน ม็อบจะเพิ่มจำนวนขึ้น และเมื่อไหร่ที่ กลุ่มพลังมวลชน ที่เคยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เกิดความรู้สึกว่า ถูกพล.อ.ประยุทธ์ หักหลัง ถูกพล.อ.ประยุทธ์ แสวงหาแต่ประโยชน์ตนเอง 
 
เมื่อนั้นอาจได้เห็นกลุ่มคนหลากหลายจากม็อบในแต่ละยุคสมัยมารวมกันโดยมีเป้าหมายคือขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อนั้น รัฐบาลและสถาบันหลักจะทานกระแสคลื่นมหาชนเหล่านี้ไม่ไหว. 

‘คนตุลา’ รีเทิร์นพรรคใหม่ ‘จาตุรนต์’ บวกกลุ่ม ‘พี่โทนี่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462850

‘คนตุลา’ รีเทิร์นพรรคใหม่ ‘จาตุรนต์’บวกกลุ่ม ‘พี่โทนี่’

3 เมษายน 2564 – 13:43 น.

คนเดือนตุลาในวัยสนธยา “เสี่ยอ๋อย” ปั้นพรรคใหม่ “สองหมอ” สายตรงจันทร์ส่องหล้า รีโนเวทเพื่อไทย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว กลุ่มคนเดือนตุลา ฝ่ายประชาธิปไตย หรือ OctDem (Octoberists for Democracy) แม้ “จำนวน” จะไม่มาก แต่ “เซเลบตุลา” มาครบ ดูหน้าตาแล้ว ก็จำแนกได้เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มโดมรวมใจ, กลุ่มเพื่อนอ๋อย และกลุ่มแคร์
    เหตุที่ต้องใช้ชื่อ กลุ่มคนเดือนตุลา ฝ่ายประชาธิปไตย เพราะปัจจุบัน “คนเดือนตุลา” แตกเป็นเสี่ยงๆ แยกขั้วแยกสี ไม่เผาผีกันแล้ว นับแต่มีการชุมนุมโค่นระบอบทักษิณ จนมาถึงยุทธการล้มยิ่งลักษณ์
    กลุ่มคนเดือนตุลา ฝ่ายไม่เอาทักษิณ ยังกระจัดกระจายอยู่ในวุฒิสภา ,พรรคประชาธิปัตย์ ,พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคพลังประชารัฐ
    บังเอิญว่า คนใกล้ชิดทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ ได้รับมอบหมายมาตั้ง “กลุ่มแคร์” เพื่อปฏิรูปพรรคเพื่อไทย โดยยึดโมเดลพรรคไทยรักไทย จึงทำให้ OctDem เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ 
    บังเอิญเช่นเดียวกัน “จาตุรนต์ ฉายแสง” กำลังเตรียมการก่อตั้งพรรคใหม่ ที่ไม่มีเงา “ทักษิณ” จึงกระโจนเข้ามาก่อการตั้ง OctDem อย่างเอาการเอางาน

 'คนตุลา' รีเทิร์นพรรคใหม่ 'จาตุรนต์'บวกกลุ่ม 'พี่โทนี่'

++
กลุ่มเพื่อนอ๋อย
++
    ก่อนถึงวันเปิดตัวกลุ่ม OctDem  “เสี่ยอ๋อย” จาตุรนต์ ได้แถลงผ่านเพจเฟซบุ๊คว่า “เมื่อเห็นนักศึกษาเยาวชนที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ กำลังถูกคุกคามทำร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงคิดกันว่าเราควรจะใช้ประสบการณ์และบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ ไม่ให้สังคมต้องแตกแยกและสูญเสียเหมือนในอดีต”
    เนื่องจาก “เสี่ยอ๋อย” เป็นลูกชายนักการเมืองดังเมืองแปดริ้ว อนันต์ ฉายแสง จึงเป็นคนเดือนตุลาคนแรกๆ ที่ได้เป็น ส.ส. โดยบารมีของบิดา 
    ช่วงที่เสี่ยอ๋อย เป็นห้วงเวลาที่คนเดือนตุลา เพิ่งกลับออกมาจากป่าเขา ถอดเสื้อคลุมสังคมนิยม ไปเรียนหนังสือ เรียนต่อต่างประเทศ รับราชการ ทำธุรกิจ ฯลฯ
    หลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 นักกิจกรรมยุค 14 ตุลา ได้เข้ามาทำงานการเมืองกันมากขึ้น และมีหลายคนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ พวกเขาจึงนัดพบกันในนาม “เพื่อนพ้องน้องพี่”
    ปี 2534 ยุค รสช. มีการร่างรัฐธรรมนูญ และเปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง “คนรุ่น 14 ตุลา” จึงเปิดประชุมขยายวงที่โรงแรมแถวสามย่าน เพื่อระดมความคิดเรื่องจัดตั้งพรรคเชิงอุดมการณ์ 14 ตุลา
    คนเดือนตุลากลุ่มหนึ่ง ได้จัดตั้ง “พรรคประชาธรรม” ขึ้นมา แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง และอีก 4-5 ปีถัดมา ผู้ก่อการพรรคประชาธรรม ได้มาช่วยกันวางโครงสร้าง “พรรคไทยรักไทย” 
    วันนี้ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย หนึ่งในผู้ก่อการพรรคประชาธรรม ได้เป็น 1 ใน 4 แกนหลักของ “กลุ่มแคร์” ที่รับภารกิจจาก “โทนี่” ให้มาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทย
    หลายคนถาม “เสี่ยอ้วน” ในวันเปิดตัวกลุ่ม OctDem เพราะเจอแต่ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เข้าใจว่า ในกลุ่มแคร์คงแบ่งบทบาทกันเล่น ตามความถนัด

 เสี่ยอ้วนเดินงานประสานกับ ส.ส. และอดีต ส.ส.สายเพื่อไทย ส่วน “2 หมอ” ก็รับหน้าที่ปั่นเรตติ้ง “พี่โทนี่” ให้ติดลมบน

 'คนตุลา' รีเทิร์นพรรคใหม่ 'จาตุรนต์'บวกกลุ่ม 'พี่โทนี่'

หมอมิ้ง แกนนำกลุ่มแคร์

++
พรรคเส้นทาง “อ๋อย”
++
    หลังเปิดเผยเรื่องเตรียมการจัดตั้ง “พรรคเส้นทางใหม่” ก็มีพรรคพวกถามไถ่กันเยอะ เพราะหลายสำนักข่าวระบุตรงกันว่า หัวหน้าพรรคเส้นทางใหม่ ชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง 

 'คนตุลา' รีเทิร์นพรรคใหม่ 'จาตุรนต์'บวกกลุ่ม 'พี่โทนี่'

จาตุรนต์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเส้นทางใหม่

    ดังนั้น เสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ จึงได้โพสต์เฟซบุ๊ค Seksit Vainiyompong ชี้แจงอีกครั้งว่า “มีหลายคนโทรมาถามเรื่องข่าวที่จะออกจากพรรคเพื่อไทยไปพรรคการเมืองใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นคำถาม 1.เรื่องหัวหน้าพรรค 2.เรื่องผมจะมีตำแหน่งอะไร ขอเรียนว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไร จนกว่าจะมีการประชุม ตอนนี้ผมก็ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ถึงเวลาอาจจะเป็นแค่คนเดินเอกสารก็ได้ หวังแต่ว่าให้งานสำเร็จตามที่ได้รับมอบมาก็พอใจแล้ว”
    สรุปว่า เสี่ยเอ เป็นคนเดินงานเอกสารเรื่องตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ส่วนหัวหน้าพรรคก็ไม่สรุปอย่างเป็นทางการ เพราะ “เสี่ยอ๋อย” ลีลาเยอะ ต้องโหมโรงกันนานหน่อย กว่าพระเอกจะออกจากหลังม่าน


    จริงๆแล้ว “เสี่ยอ๋อย” อยู่สังกัดเดิมก็ได้ เพราะ “เจ๊หน่อย” ถอยออกไปตั้งพรรคสร้างไทยแล้ว แต่ดูเหมือนว่า เสี่ยอ๋อยอยากเป็น “ดาวฤกษ์” เปล่งแสงด้วยตัวเอง ไม่ต้องการเป็นดาวเคราะห์อยู่ในสุริยะจักรวาลของโทนี่
    เส้นทางใหม่ จึงเป็นทางเลือกของเสี่ยอ๋อย และเวลานี้ อาศัย OctDem ตีปี๊บไปพลางๆก่อน รอฤกษ์เดือน พ.ค.เปิดตัวเป็นทางการ

คนละเรื่องเดียวกัน…”ยิ่งลักษณ์” ไม่ต้องชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462814

คนละเรื่องเดียวกัน…”ยิ่งลักษณ์” ไม่ต้องชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน

2 เมษายน 2564 – 21:19 น.

เกินคาด-พลิกล็อกหรือไม่ เมื่อศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง “คลัง”ที่ให้”ยิ่งลักษณ์” ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน ในคดีจำนำข้าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า มีความผิดจำคุก 5 ปี  ความต่างอยู่ตรงไหนหรือเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากทีเดียว.. เมื่อศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาวันนี้ ( 2 เม.ย.) เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท จากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่

โดยศาลปกครองกลางซึ่งเป็นศาลชั้นต้นเห็นว่า  คำสั่งกระทรวงการคลังไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะการทุจริตเกิดขึ้นในเจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายคนเกี่ยวข้องแต่การสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดกลับมิได้มีการดำเนินสอบสวนให้ได้ว่าเจ้าหน้าที่คนใดควรต้องรับผิดเป็นจำนวนเท่าใดจากการทุจริต

 “อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี รับรู้เกี่ยวข้องเฉพาะขั้นตอนการทำเอ็มโอยูเพื่อให้มีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่ในส่วนการทำสัญญาระบายข้าวไม่ได้เกี่ยวข้องและขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดก็ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด”

แต่หากเรามองย้อนไปยังคดีอาญา คือ คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยต่อศาลเมื่อวันที่ 19 ก.พ.58 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554

จากกรณีปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าวที่มีการกำหนดกรอบวงเงินดำเนินการ 5 แสนล้านบาท กระทั่งทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

และองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเอกฉันท์พิพากษาให้จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา “น.ส.ยิ่งลักษณ์” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ปปช.ม.123/1 ซึ่งเป็นบทหนักสุดที่ละเลยการตรวจสอบระบายข้าวจีทูจีจนทุจริตเสียหายกับ ก.คลัง,ประเทศชาติ

และศาลออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย มารับโทษตามคำพิพากษา หลังจากไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดและหลบหนีคดีไปต่างประเทศ

เมื่อนำคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีดังกล่าวมาพลิกดู คำพิพากษาตอนหนึ่งระบุว่า..

“สำหรับประเด็นระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้น วินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลย (หมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์) ทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญาให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น การกระทำของ ”ยิ่งลักษณ์“ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157(เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา  123/1 ลงโทษจำคุก  5 ปี”

ดังนั้นความต่างระหว่างคำพิพากษาของศาลปกครองกลางและคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็คือ..

ศาลปกครอง ระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” รับรู้เกี่ยวข้องเฉพาะขั้นตอนการทำ“เอ็มโอยู”เพื่อให้มีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่ในส่วนการทำสัญญาระบายข้าวไม่ได้เกี่ยวข้อง

ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ระบุว่า ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  ทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญาให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีกอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น

“นรวิชญ์ หล้าแหล่ง”ทนายความ “ยิ่งลักษณ์ ” บอกว่า ผลคำพิพากษาศาลปกครองเป็นคุณกับนางสาวยิ่ง​ลักษณ์​

“แต่สิ่งที่สำคัญจากคำพิพากษา นอกจากการเพิกถอนคำสั่งที่ให้ชดใช้เงิน ยึด และอายัด​เงินแล้วนั้น คือในคำพิพากษาระบุว่า นางสาวยิ่ง​ลักษณ์​ไม่มีส่วนในการทุจริตโครงการ​รับจำนำข้าว โดยจะนำคำพิพากษาศึกษาอย่างละเอียดเพื่อการต่อสู้ครั้งต่อไป”

เป็นคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่..ต้องรอดูกันต่อไป เพราะเป็น“หนังยาว” แน่ 

ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ ‘ตู่’ รวมดาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462802

ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ ‘ตู่’ รวมดาว

2 เมษายน 2564 – 17:11 น.

ไผเป็นไผ ม็อบไล่ประยุทธ์ รวมดาวทั้งแดง ทั้งเหลือง ตั้งข้อสังเกต “กลุ่มเพื่อนอานันท์” หายไปไหน

++
    โหมโรงทุกวัน “ม็อบไล่ประยุทธ์” ทำเอาชาวบ้านร้านตลาดตั้งตารอคอย จะเป็นม็อบเบิ้มเบิ้มหรือไม่ สมราคาแกนนำเสื้อแดงหรือเปล่า
    ล่าสุด จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้ชี้แจงแล้วว่า การนัดชุมนุมช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.2564 มีลักษณะกึ่งเสวนา กึ่งปราศรัย และไม่มีการเคลื่อนออกไปเผชิญหน้า แต่อยู่ในที่ตั้งบริเวณอนุสรณ์สถานพฤษภา 35 
    “งาน 4 เม.ย.จะเป็นการฉายปัญหาทุกมิติอย่างวิญญูชน ทั้งเรื่องพลังงาน ทุนผู้ขาดกินรวบ เรื่องรัฐธรรมนูญ และการสืบทอดอำนาจ เป็นต้น ดังนั้น เวทีนี้เป็นเวทีที่ให้เหตุผล และต้องการพูดให้ประยุทธ์ ฟังด้วยมธุรสวาจา ไม่มีถ้อยคำด่าทอ ไม่มีความโกรธเคืองใดๆกับประยุทธ์” จตุพรกล่าว
    สรุปว่า การชุมนุมไล่ประยุทธ์นัดแรก ไม่ต่างรายการเวทีเสวนาสัญจร ซึ่งจะเป็นการทดสอบพลังประชาชน ว่าให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด ก่อนจะประเมินอีกครั้งว่า มีความพร้อมจะลงถนนเมื่อใด
    ดังที่ทราบกัน “ตู่ จตุพร” ชูคำขวัญในการเคลื่อนไหวขับไล่ประยุทธ์ว่า “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” และยึดโมเดลพฤษภาคม 2535 การต่อสู้ประชาชนกับเผด็จการเท่านั้น

 ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ 'ตู่' รวมดาว

จตุพร กำลังถูกท้าทาย 
    เบื้องต้นคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ 30 องค์กรประชาธิปไตย จัดเสวนา “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นรายการอุ่นเครื่อง ก่อนจะเปิดเวทีเสวนาสัญจรนอกสถานที่

++
รวมดาวไฮด์ปาร์ก
++
    แม้ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จะเป็นแม่งานใหญ่ แต่เมื่อพิจารณาจากผู้ร่วมรายการเสวนา พบว่า มีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ นปช. , อดีตแนวร่วมพันธมิตรฯ และกลุ่มเอ็นจีโอ 

 ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ 'ตู่' รวมดาว

อดุลย์ เขียวบริบูรณ์

    1.แกนนำ นปช. สายจตุพร มีประมาณ 7-8 คน อารี ไกรนรา, ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก), ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ, วิโชติ วัณโณ, สมชาย ใจมุ่ง (รังษี เสรีชัย) , ศักดิ์รพี พรหมชาติ ,เกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ และพรศักดิ์ ศรีละมุล
    2.อดีตแกนนำและแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ พิภพ ธงไชย, การุณ ใสงาม, สมบูรณ์ ทองบุราณ,วีระ สมความคิด ,ไทกร พลสุวรรณ ฯลฯ

 ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ 'ตู่' รวมดาว

พิภพ ธงไชย 

 ส่อง 4 เมษาผ่าม็อบ 'ตู่' รวมดาว

ไทกร พลสุวรรณ

    3.เอ็นจีโอ อาทิเช่น เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ,เยี่ยมยอด ศรีมันตะ กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ,สมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ,ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต และกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบาย สภาของผู้บริโภค ,ณัฎฐา มหัทธา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง และธิษะณา ชุณหะวัณ กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า 

   ที่น่าจับตาคือ “กลุ่มเพื่อนอานันท์” ที่ถูกพูดถึงอย่าง ปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด(มหาชน) ก็ไม่ได้มาปรากฏตัวในงานเสวนา “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
    บังเอิญว่า อดุลย์ ประธานญาติวีรชนฯ มีร้านอาหาร จึงเป็นที่นัดพบของนักกิจกรรมรุ่นพฤษภา 35 และกลุ่มเพื่อนอานันท์อยู่เป็นประจำ ซึ่งการก่อเกิดกลุ่มสภาที่ 3 ก็มาจากวงเสวนาในร้านอาหารของอดุลย์
    พักหลัง จตุพร พรหมพันธุ์ ได้ปลีกตัวจากกลุ่มแกนนำ นปช. มาพบปะพูดคุยกับเพื่อนเก่าบ่อยครั้ง จึงตกผลึกแนวคิด “สามัคคีทุกสี” เสนอทางออกให้กับสังคมไทย 
    จังหวะก้าวนับจากนี้ไป “จตุพร” และเพื่อนเก่าสมัยพฤษภา 35 จะนำพาขบวนไล่ประยุทธ์ไปถึงจุดไหน และที่สำคัญ ม็อบ 4-4-4 จะจุดติดหรือไม่? 

ลมเปลี่ยนทิศ “โทนี่” ยาใจ “เสนาะ” สระแก้วยุค “กำนันกี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/462785

ลมเปลี่ยนทิศ “โทนี่” ยาใจ “เสนาะ” สระแก้วยุค “กำนันกี” 

2 เมษายน 2564 – 13:36 น.

ทักษิณเปิดรุก “ไทยรักไทยโมเดล” ส่งกระเช้าและคำอวยพร “ป๋าเหนาะ” แอบหวังดึงใจ “กำนันกี” 

++
วันเกิดครบรอบ 88 ปี ของ “เสนาะ เทียนทอง” ที่บ้านเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2564 มีบรรยากาศคึกคักกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน

ลมเปลี่ยนทิศ "โทนี่" ยาใจ "เสนาะ" สระแก้วยุค "กำนันกี" 

เสนาะ วัย 88 ปี    

เนื่องจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าอวยพรเสนาะ เทียนทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค โดยเฉพาะ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ได้นำกระเช้าผลไม้ของ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร” มามอบให้ ก่อนจะต่อสายโทรศัพท์ให้ “ทักษิณ ชินวัตร” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้อวยพรวันเกิด “ป๋าเหนาะ” อีกด้วย    

กระเช้าคุณหญิงอ้อ พร้อมคำอวยพรจาก 2 อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตร เปรียบเหมือนยาบำรุงเลี้ยงหัวใจของ “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น”     

ตามนโยบายของ “โทนี่” ได้สั่งการให้ “หมอมิ้ง” และ “อ้วน ภูมิธรรม” ปรับโฉมพรรคเพื่อไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ โดยยึดโมเดลไทยรักไทย จึงหาทางรวบรวม “อดีต ส.ส.ไทยรักไทย” ให้กลับมาสู้ร่วมกันอีกครั้ง    

หลังความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้ง 2562 “เสนาะ” ก็แทบไม่ได้กลับไปสระแก้ว แอบรักษาแผลใจอยู่ในบ้านพักเมืองทองธานี

ลมเปลี่ยนทิศ "โทนี่" ยาใจ "เสนาะ" สระแก้วยุค "กำนันกี" 

เจ้าพ่อวังน้ำเย็นดีใจสุดๆ เมื่อได้คุยกับทักษิณ

++
บ้านใหญ่วัฒนานครเหงา
++
ควันหลงจากการเลือกตั้งเทศบาล ปรากฏว่า เทศบาลตำบลวัฒนานคร มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีเพียงคนเดียวคือ แสงประทีป เทียนทอง หลานชายของป๋าเหนาะ ที่เคยเป็นนายกฯมาหลายสมัยแล้ว    

แสงประทีป และสนธิเดช เป็นบุตรชายของเอื้อ เทียนทอง พี่ชายคนโตของป๋าเหนาะ (เสียชีวิตเมื่อ ก.ค. 2552) เมื่อเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว ป๋าเหนาะนำหลานชาย-สนธิเดช ลงสู้กับแชมป์เก่า ฐานิสร์ เทียนทอง บุตรชายขวัญเรือน เทียนทอง และสนธิเดชก็แพ้ไปตามคาด    

พูดถึง “เสนาะ” กับ “ขวัญเรือน” ในมุมของคนสระแก้ว ก็ยังงงๆ กับการแข่งขันกันเองของคนในตระกูล “เทียนทอง”     

ภาพที่คนสระแก้วได้เห็นคือ เสนาะกับขวัญเรือน เจอหน้ากันในวันเลือกตั้งนายก อบจ.สระแก้ว วันที่ 20 ธ.ค.2564 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 เทศบาลตำบลวัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ขวัญเรือน เทียนทอง และเสนาะ เทียนทอง เดินทางมาลงคะแนนเสียงหน่วยเดียวกัน และ “ป๋าเหนาะ” ได้พูดคุยให้กำลังใจน้องสะใภ้ พร้อมกับพูดว่า “คราวนี้น่าจะได้เกินแสนคะแนนแน่นอน”     

ถอดรหัสงานวันเกิด “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” ปีนี้ ชี้ชัดว่า สมัยหน้าเลือกตั้ง ส.ส.สระแก้ว ตระกูลเทียนทอง สายป๋าเหนาะยังสู้ต่อไป     

สำหรับตระกูลเทียนทอง สายกำนันกียังจะอยู่พรรคเดิม หรือย้ายกลับมาร่วมมือกับ “ป๋าเหนาะ” ก็ต้องดูกันในวันนั้น

ลมเปลี่ยนทิศ "โทนี่" ยาใจ "เสนาะ" สระแก้วยุค "กำนันกี" 

ขวัญเรือน นายก อบจ.สระแก้ว

++
บ้านใหญ่เขาฉกรรจ์คึกคัก
++
ยุคเสนาะ เทียนทอง ยังมีบารมี บ้านพักในตลาดวัฒนานคร ถือว่าเป็น “บ้านใหญ่” ของคนสระแก้ว แต่ปัจจุบัน คำว่า “บ้านใหญ่” ได้ย้ายไปที่บ้านพักของ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง ที่ อ.เขาฉกรรจ์     

“กำนันกี” วัย 76 ปี ได้ตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.สระแก้ว โดยตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา “ทรงยศ” คนในตระกูล “เทียนทอง” ได้เข้ามาบริหาร อบจ.สระแก้ว ติดต่อกันมา 5 สมัย    

ทรงยศ เทียนทอง บุตรชายของวิทยา เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว หลายสมัย ซึ่งเป็นนายก อบจ.สระแก้ว มานาน แต่หนที่แล้ว ไม่ลงสนาม 

อีกประการหนึ่ง ช่วงท้ายๆของการบริหารงาน “ทรงยศ” เจอแรงกดดันจากสมาชิกสภา อบจ.ค่อนข้างมาก มีการตรวจสอบการใช้งบฯอย่างเข้มข้น

“ดิฉันทำใจ มาตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วในครั้งนี้แล้วว่า “นามสกุล” จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีตัวดิฉัน และข้ออ้างที่จะหยิบมาใช้เรียกคะแนนเสียงคงหนีไม่พ้น “การเปลี่ยนหน้า” ให้คนใหม่ๆ เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง” ถ้อยแถลงของกำนันกี    

ฉะนั้น กำนันกี จึงใช้คำขวัญว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม” แม้ว่าจะนามสกุล “เทียนทอง” และกำนันกี ชนะทั้งตำแหน่งนายก อบจ. และทีมสมาชิกสภา อบจ.ก็มีชัยแบบยกทีม    

แล้ววันนี้ สระแก้วก็มาถึงยุคกำนันกี บารมีเบ่งบาน เมื่อลูกสาว “ตรีนุช” เป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และตัวเธอเองก็เป็นนายก อบจ.สระแก้ว     

วันข้างหน้า กำนันกีจะนำพาทายาทไปหนทางใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับคำขวัญ “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล”