“ปั๊มน้ำมัน” สังเวียนวัดพลัง “จิ๊กโก๋สายซิ่ง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461577

“ปั๊มน้ำมัน” สังเวียนวัดพลัง “จิ๊กโก๋สายซิ่ง”

19 มีนาคม 2564 – 20:45 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ปั๊มน้ำมัน” กลายเป็นจุดนัดรวมพลใหม่ของกลุ่มวัยรุ่นที่นัดมารวมตัวมั่วสุมหรือรวมแก๊งกัน จากการที่เป็นสถานที่เปิด-เข้าออกง่าย และบ่อยครั้งที่ปั๊มน้ำมัน กลายเป็นสมรภูมิรบของวัยรุ่น เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่นี่

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่านถนนเทพรักษ์ เขตบางเขน บันทึกเหตุการณ์ขณะที่วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งยกพวกมารุมทำร้ายคู่อริ ซึ่งกำลังรวมกลุ่มกันอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งนี้ โดยมีชนวนเหตุมาจาก “ความหมั่นไส้” ที่อีกฝ่ายมองหน้า

หนึ่งในเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ให้การกับตำรวจว่า ได้นัดกับเพื่อนเพื่อนำเสื้อผ้าที่ยืมไปเอามาส่งคืน โดยเลือกปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นจุดนัดหมาย ซึ่งเพื่อนของตนเองได้เดินทางมากับเพื่อนชายอีกหนึ่งคน ระหว่างนั้นเพื่อนชายคนดังกล่าวได้ไปนั่งข้างๆกับผู้บาดเจ็บ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเพื่อนชายคนนั้น ได้ตะโกนถามว่า  “มองหน้าทำไม” ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกไป และกลับมาพร้อมกับพวกนับ 10 คน โดยเข้าไปรุมทำร้ายและใช้มีดไล่ฟัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: วัยรุ่นบางเขน เจ็บ 1 หลังวิวาทกลางปั๊มน้ำมัน ‘ไม่พอใจถูกมองหน้า’

หลายครั้งที่มักจะได้ยินข่าวของกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกัน และมักจะเห็นภาพการนัดรวมตัวในบริเวณภายในปั๊มน้ำมัน จนสร้างความเดือดร้อนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง และร้านอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากการรวมกลุ่มของกลุ่มโจ๋เลือดร้อน 

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

เจ้าของร้านอาหารร้านรายนี้ บอกกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า ร้านของตนเองจะเปิดให้บริการลูกค้าในตอนกลางคืนไปจนถึงช่วงดึก ซึ่งมักจะเห็นกลุ่มเด็กแว้นออกมารวมกลุ่มแข่งรถซิ่งเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนรำคาญอย่างมาก ทั้งเสียงดังจากท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ที่รบกวนลูกค้าที่มารับประทานอาหาร รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง บางครั้งก็เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง จนมีบางคนทนไม่ไหวออกมายิงปืนไล่

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

แม้ก่อนหน้านี้ จะเคยมีการใช้ “ยาแรง” ซึ่งเป็นคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ

โดยระบุว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและอันตรายจากการรวมตัวแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จึงต้องกำหนดมาตรการป้องกันแก้ปัญหาการมั่วสุม ซึ่งมีการระบุโทษหนัก คือ การเอาผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครอง หากปล่อยลูกหลานไปแข่งรถซิ่ง จะต้องโทษจำคุกไม่เกิด 3 เดือน ปรับ 3 หมื่น 

นอกจากนี้ ยังได้วางกฏเหล็กไปถึงร้านแต่งรถซิ่งทั้งหลาย หากอยู่ในฐานยุยงส่งเสริมการแข่งรถตามท้องถนน ก็จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 2,000-20,000 บาท และหากเป็นผู้ประกอบการให้สั่งผิดหรือเพิกถอนใบอนุญาต

แต่ถึงแม้จะมีการออก “ยาแรง” มาขนาดนี้ แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาเด็กแว้น จะยังไม่มีท่าทีว่าจะสามารถแก้ไขให้หมดไปจากสังคมไทยได้

"ปั๊มน้ำมัน" สังเวียนวัดพลัง "จิ๊กโก๋สายซิ่ง"

เหตุการณ์การรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งหลายครั้งมักมีเหตุการณ์ความรุนแรงจากการกระทบกระทั่งกันตามมา ถ้ามองที่ต้นเหตุก็เริ่มมาจากการรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งของกลุ่มวัยรุ่น แม้ภาครัฐจะมีมาตรการต่างๆออกมาเพื่อยับยั้งและทำให้ปัญหาสังคมนี้ลดลง แต่ปัจจุบันเราก็ยังคงเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‘สมชาย แก้วกฤษดางค์’ ถ่ายภาพ
‘สานนท์ เจริญพันธุ์’ ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

“ธรรมนัส” ขอยกเลิกตั้ง ‘อมร มีมะโน’ นั่ง ขรก. การเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461562

“ธรรมนัส”ขอยกเลิกตั้ง’อมร มีมะโน’นั่ง ขรก. การเมือง

19 มีนาคม 2564 – 18:38 น.

รมช.เกษตรฯ” ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า” ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี  ขอยกเลิกแต่งตั้ง “อมร มีมะโน” ซึ่งเคยถูก ก.ล.ต.ดำเนินคดีสร้างราคาหุ้น AJD ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หลังครม.มีมติแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรี โดยเสนอให้ยกเลิกการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 ราย คือ นายอมร มีมะโน และนายภูวิช ปัญญาสิทธิ์

"ธรรมนัส"ขอยกเลิกตั้ง'อมร มีมะโน'นั่ง ขรก. การเมือง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ร.อ. ธรรมนัส ได้เสนอขอแต่งตั้งจำนวน 3 ราย คือ นายอมร มีมะโน, นายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ และนายสมชาย สาโรวาท และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีรายงานว่าการแต่งตั้งบุคคลทั้งสาม เพื่อให้มาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทย หลังจากประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะเข้ามาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การค้า การลงทุน

อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจและสร้างความประหลาดใจโดยเฉพาะวงการตลาดหุ้นไทยเนื่องจากนายอมร มีมะโน เคยถูกดำเนินคดีทางแพ่งกรณีสร้างราคาหุ้นบริษัทคราวน์เทคแอดวานซ์จำกัด(มหาชน) (AJD)

ปัจจุบันคือบริษัทเอเจแอดวานซ์เทคโนโลยีจำกัด(มหาชน) (AJA)เมื่อวันที่21มีนาคม2562ซึ่งครั้งนั้นมีผู้กระทำผิดรวม40ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น2,303ล้านบาท

สำหรับนายอมร เป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJD ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA 

ส่วนนายภูวิช ปัญญาสิทธิ์ เป็นเจ้าของ หนังสือพิมพ์ โปลิสนิวส์ และเคยเป็นกรรมการตรวจสอบ AJA

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธันวาคม ปี 2561   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 40 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) (AJD) (ปัจจุบัน คือ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AJA)) โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 1,727.38 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2557 หุ้น AJDมีการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยราคาปิดเพิ่มสูงขึ้นจากหุ้นละ 2.60 บาท เป็นราคา 15.00 บาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากบุคคล 40 รายร่วมกัน สร้างราคาหุ้น AJD ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายอมร มีมะโน ถูกกล่าวหารวมอยู่ด้วย

“อมร มีมะโน”เป็นใคร

 นายอมร มีมะโน เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทในเครือ AJ Group ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ AJ ที่มีสโลแกน“พระเอกตัวจริง”และเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี หรือ AJA ( ชื่อเดิม :บมจ.คราวน์ เทค แอดวานซ์ หรือAJD) โดยข้อมูล ณ 26 มิ.ย. 63 เขาถือหุ้นเป็นอันดับ 1 สัดส่วน 11.70%

จบการศึกษาจากปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 

ต่อมาได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ส่วนทางทางด้านการเมือง เคยเป็นอดีตคณะทำงานที่ปรึกษา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

อดีตที่ปรึกษานายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี และ ผศ.ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ

อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานรัฐสภา

อดีตที่ปรึกษา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  รมว.เกษตรฯ

ลาวจักรวาลมงลง ‘คริสติน่า’ ลูกซอดสังคมนิยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461552

ลาวจักรวาลมงลง ‘คริสติน่า’ ลูกซอดสังคมนิยม

19 มีนาคม 2564 – 17:13 น.

เปิดตัว “คริสติน่า” ลูกครึ่งลาว-เบลารุส ไปชิงมงกุฎ “มิสยูนิเวิร์ส” ที่สหรัฐ

++
    ค่ำวันที่ 18 มี.ค.2564 ที่โรงแรม Landmark Mekong Reverside นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และกองประกวด Miss Universe Laos ได้จัดงานเปิดตัว Miss Universe Laos 2020 เพื่อเป็นตัวแทนสาวลาวไปประกวด Miss Universe 2020 ที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา 
    สำหรับผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สลาวปีนี้คือ ท้าวแอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็นคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการเวทีประกวด Miss World America , Nevada, New Mexico และเคยเข้าไปร่วมงานกับ Miss Universe Organization
    จริงๆแล้ว คนลาวส่วนใหญ่ทราบมาล่วงหน้าแล้วว่า สาวลาวที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น “มิสยูนิเวิร์สลาว” คนที่ 4 จะเป็นใคร? เพราะคนทั้งประเทศเชียร์ให้เธอเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สมาหลายปีแล้ว
    พิธีการแต่งตั้งมิสยูนิเวิร์สลาว 2020 ได้เริ่มจาก “ท้าวแอรอน” ประกาศชื่อ “คริสติน่า ลาชะสิมมา” (Christina Lasasimma) ผู้คนที่มาร่วมงานต่างปรบมือ พร้อมกับชาวลาวที่รับชมเฟซบุ๊คไลฟ์ ต่างดีใจที่ถึงเวลาของคนสวยที่สุดของเมืองลาว จะประชันโฉมกับสาวงามทั่วโลกในเวทีนางงามจักรวาล 2020 

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

พิธีแต่งตั้งมิสยูนิเวิร์สลาว 

    นับตั้งแต่ก่อตั้ง สปป.ลาว เมื่อปี 2518 ทางการลาวเพิ่งอนุญาตให้มีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ลาว ครั้งแรกเมื่อปี 2560 นุ้ย-สุพาพอน สมวิจิด ครองมงกุฎคนแรก ตามมาด้วยปี 2561 ออน-ออนอานง หอมสมบัด และปี 2562 เม-วิจิดพา พอนวิไล 

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

คริสติน่า ตัวแทนสาวลาวในเวทีนางงามจักรวาล 

++
นางงามลูกซอด
++
    เมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว คริสติน่า ลาชะสิมมา (Christina Lasasimma) คว้ามงกุฎนางสาวลาว หรือมิสลาว 2012 ถือว่าเป็น “นางงามลูกซอด” (ลูกซอดหมายถึงลูกครึ่ง)คนแรกของวงการนางงามลาว เนื่องจากคริสติน่า มีบิดาเป็นชาวลาว และมารดาเป็นชาวเบลารุส

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

คริสติน่า ถ่ายภาพกับครอบครัว

    สมัย สปป.ลาว ยังได้รับการช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต วิไลคำ ลาชะสิม หนุ่มลาวได้ไปศึกษาต่อที่เบลารุส จึงพบรักกับ “นาตาเลีย” ทั้งคู่แต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองลาว มีพยานรักชื่อ “คริสติน่า” 
    ปี 2557 มีการประกวดนางงามจักรวาล ที่ไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ก็มีข่าวลือว่า ผู้จัดกองประกวดนางสาวลาวสมัยนั้น จะส่งคริสติน่าไปประกวดเวทีนางงามระดับโลก แต่ติดขัดที่ทางการลาวไม่อนุญาต เกี่ยวกับการใส่ชุดว่ายน้ำเข้าประกวด “บ่เหมาะสม”  
    ถัดจากนั้นมา ทางการลาวได้อนุญาตให้ใส่ชุด “ลอยน้ำ” (ว่ายน้ำ) ในเวทีประกวดนางงามอินเตอร์ได้ จึงมีการประกวดมิสยูนิเวิร์สลาว, มิสแกรนด์ลาว และมิสเวิลด์ลาว พร้อมกับส่งสาวลาวเข้าประกวดเวทีนางงามนานาชาติ 

++
ตลาดนางงามลาว
++
    ตลาดนางงามอินเตอร์ในลาว มีอยู่ 3-4 ค่าย อย่างกลุ่ม Miss Universe Laos และ Miss International Laos ก็จะมีคนลาวรู้จักมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่ม Miss World Laos และ Miss grand Laos
    เวทีนางงามในประเทศที่มีการประกวดมายาวนานคือ “นางสาวลาว” (Miss Laos) และ “นางสาวนครหลวงเวียงจันทน์” (Miss Vientiane) ทั้งเวทีนางสาวลาว และนางสาวนครหลวงเวียงจันทน์ จะเน้นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีลาว โดยเฉพาะชุด “อาภรณ์ลาว” จึงไม่มีการสวมชุดลอยน้ำหรือชุดว่ายน้ำ

 ลาวจักรวาลมงลง 'คริสติน่า' ลูกซอดสังคมนิยม

สมัยคริสติน่า เป็นนางสาวลาว 

    จะอย่างไรก็ตาม การประกวดสาวงามทุกเวทีล้วนอยู่ในการดูแลของศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว (ชปล.) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์กรชาวหนุ่มได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องกับตลาดนางงามลาว ย้ำเตือนว่า การประกวดนางงาม จะต้องได้รับอนุญาตจาก ชปล.เท่านั้น

‘ทอน’ ไม่รู้ โค่น ‘นายกเล็ก 101’ เหมือนโค่นหอโหวด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461529

‘ทอน’ ไม่รู้ โค่น ‘นายกเล็ก 101’เหมือนโค่นหอโหวด

19 มีนาคม 2564 – 12:54 น.

สนามนายกเล็กร้อยเอ็ด “ธนาธร” ย่องเงียบหาเสียง เจอคู่แข่งสายแกร่ง ตระกูล “จุรีมาศ” ผูกขาดท้องถิ่นมา 40 กว่าปีแล้ว คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ดังที่ทราบกัน เลือกตั้งท้องถิ่นเทศบาลรอบนี้ คณะก้าวหน้า ไม่ออกรบเต็มรูปแบบเหมือนตอนเลือกตั้งนายก อบจ. และสภา อบจ. เนื่องจากมีผู้อาสาลงสนามเทศบาลจำนวนไม่มาก แถมสมัครในสนามเทศบาลตำบลเสียเป็นส่วนใหญ่
    อย่างไรก็ดี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ก็ไม่ปล่อยให้ผู้สมัครนายก เทศมนตรี ต้องว้าเหว่จนเกินไป จึงวางคิวเดินสายเยี่ยมเยียนในบางจังหวัด แต่ไม่ขึ้นรถแห่ ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่
    วันที่ 18 มี.ค.2564 ธนาธรเดินทางพบปะผู้สมัครนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล ในนามคณะก้าวหน้าที่ จ.ร้อยเอ็ด เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับเทศบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.2564
    ตอนกลางวัน  “ธนาธร” แวะไปพูดคุยกับทีมงานผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลอาจสามารถ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และค่ำๆ จึงแวะไปพบปะทีมของ “ทนายโก้” พงศ์กรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ในนามคณะก้าวหน้า ร้อยเอ็ด

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

ทนายโก้ และธนาธร

    “ทนายโก้” เป็นประธานสภาทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด ทีมผู้สมัครสภาเทศบาลส่วนใหญ่ จึงมีอาชีพทนายความ
    คู่แข่งของทนายโก้คือ “บรรจง โฆษิตจิรนันท์” นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด 5 สมัย ในนามกลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ผู้สร้าง “หอโหวด” แลนมาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองร้อยเอ็ด

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

หอโหวด ผลงานของบรรจง สมัยนั่งนายกเล็กร้อยเอ็ด

++
อดีตกลุ่ม 16
++ 
    ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 สนามเลือกตั้งร้อยเอ็ด ได้ ส.ส.เลือดใหม่เข้าสภาฯ 2 คนคือ บรรจง โฆษิตจิรนันท์ พรรคสามัคคีธรรม และเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ พรรคความหวังใหม่
    เนื่องจาก “บรรจง” อดีตพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นลูกเขยของ ถวิล จุรีมาศ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด (บรรจงมีภรรยาชื่อ แพทย์หญิงกฤษณา จุรีมาศ) จึงไม่แปลกที่เขาจะเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด 

'ทอน' ไม่รู้ โค่น 'นายกเล็ก 101'เหมือนโค่นหอโหวด

บรรจง นายกเล็กร้อยเอ็ด 5 สมัย

    เลือกตั้งทั่วไป 13 ก.ย.2535 บรรจงย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา ก็ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 และช่วงนี้เองที่บรรจงได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม 16 ที่มี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม 
    แม้จะมาจากฐานเสียงตระกูล “จุรีมาศ” แต่บรรจงก็แยกกันเดินกับ “อนุรักษ์ จุรีมาศ” ที่สังกัดพรรคชาติไทย ซึ่งเป็นวิถีคนการเมืองท้องถิ่นที่ไม่อยากเป็นศัตรูกับผู้มีอำนาจสมัยนั้น
    หลังยุบสภาปี 2538 “บรรจง” ก็หันหลังให้การเมืองระดับชาติ และกระโจนสู่สนามท้องถิ่น โดยเป็นหัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลร้อยเอ็ด ตอนนั้น ระบบเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ยังเป็นการเลือกทางอ้อม กลุ่มไหนมีเสียงข้างมาก ได้เป็นนายกเทศมนตรี
    กลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ได้ 14 เสียง บรรจงเป็นนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด และปี 2542 เป็นนายกเล็กต่อมาอีกสมัย กระทั่งมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรง ปี 2547 บรรจงก็ได้รับเลือกให้นายกเล็กร้อยเอ็ดเรื่อยมา จนถึงสมัยที่แล้ว 
    ไม่แปลกหรอกที่ตระกูล “จุรีมาศ” แทบจะผูกขาด ส.ส.เขต 1 ร้อยเอ็ด เพราะฐานที่มั่นเทศบาลนั้น มั่นคงและยาวนาน 

++
คนจีนกับการเมืองท้องถิ่น
++
    ตอนที่มีการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชอบพูดเรื่อง “บ้านใหญ่” หรือการเมืองอุปถัมภ์ท้องถิ่น แต่พอถึงเลือกตั้งเทศบาล ธนาธรไม่เอ่ยคำว่า “บ้านใหญ่” เลย เพราะเขาถูกประชาชนสั่งสอน โดยการเลือก “บ้านใหญ่”เป็นนายก อบจ.มาแล้ว
    จริงๆแล้ว ธนาธรได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ น่าจะหางานวิชาการเรื่อง “วิถีและชีวิตของคนจีนอีสานกับการขยายเมือง : ศึกษาเฉพาะร้อยเอ็ด และมหาสารคาม” ของ นารีรัตน์ ปริสุทธิวุฒิพร มาอ่าน
    ตอนหนึ่ง มีการคนจีนในร้อยเอ็ด ที่เริ่มเล่นการเมืองในนาม “กลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น” เมื่อปี 2517 โดย “ถวิล จุรีมาศ” อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เจ้าของถวิลภาพยนตร์ ซึ่งเป็นธุรกิจหนังเร่รายใหญ่ ได้จัดตั้งกลุ่มการเมืองท้องถิ่นขึ้นมา
    ถวิล จุรีมาศ เป็นน้องชายของ สมพร จุรีมาศ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ผู้ล่วงลับ และเป็นพี่ชายของ สมควร จุรีมาศ ซึ่งเป็นบิดา “เสี่ยแกละ” อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา
    ตอนที่ตั้งกลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น ถวิลก็จับมือน้องชาย-สมควร และน้องสาว-สมพิศ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สมพร จุรีมาศ เป็นนายกเล็กร้อยเอ็ด ปี 2518 ก่อนจะลาออกไปสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด 
    กลุ่มของ “ถวิล” เป็นนายกเทศมนตรี ติดต่อกันมาหลายสมัย โดยวิธีการของกลุ่มนี้ จะให้คนในกลุ่มหมุนเวียนเป็นนายกฯ คราวละ 1 ปี กระทั่งปี 2538 ถวิลส่งไม้ต่อให้ลูกเขย-บรรจง โฆษิตจิรนันท์ เป็นหัวหน้ากลุ่มพิทักษ์ท้องถิ่น และเป็นนายกเทศมนตรีร้อยเอ็ดติดต่อกัน 5 สมัย
    ตำนานคนจีนกับการเมืองร้อยเอ็ด ยังมีข้อมูลที่น่าศึกษาอีกเยอะ และมิควรด่วนสรุปว่า บ้านใหญ่คือการเมืองอุปถัมภ์เพียงด้านเดียว

บทเรียน “รักสามเส้า” ยุติรักร้าวด้วยปืน! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461483

บทเรียน “รักสามเส้า” ยุติรักร้าวด้วยปืน!

18 มีนาคม 2564 – 17:33 น.

ปี 2564 ผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน คดี “พิศวาสฆาตกรรม” เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยมูลเหตุหลักๆ มาจากความหึงหวงของคู่หนุ่มสาว จนทำให้สถิติ “ฆ่าเพราะรัก” พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อไม่กี่วัน ยังมีอีก 2 รายที่ต้องจบชีวิตไปกับคดีลักษณะนี้อีก ภายในคอนโดฯ เมืองนนฯ

คดีพิศวาสฆาตกรรมนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 03.00 น. โดยนายธรรมภณ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาการมึนเมา ได้ชักชวนเพื่อนที่ทำงานเดียวกันมาที่คอนโด เพื่อขอพบอดีตแฟนในการเคลียร์ปัญหาหัวใจ

จากนั้นเวลา 03.45 น. นายธรรมภณ ได้ทำการเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่าขอขึ้นอาคารเพื่อไปพบกับเพื่อน โดยอาศัยความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งได้เปิดประตูให้เข้าไปภายในอาคาร

ก่อนที่ช่วงเวลา 03.47 น. ผู้ก่อเหตุและเพื่อนได้ขึ้นไปถึงห้องพักของผู้ตาย พร้อมด้วยอาวุธปืน ก่อนจะทำการเคาะประตูเรียก แต่ผู้ตายไม่ยอมเปิดประตูให้ จึงกระหน่ำยิงประตูห้องพักที่มีระบบคีย์การ์ดป้องกันถึง 12 นัด แล้วทำลายประตูเข้าไปด้วยความโมโห 

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

จากนั้นผู้ก่อเหตุไดพบกับภาพบาดตาบาดใจ เมื่อเจออดีตแฟนสาวกับชายหนุ่มที่เป็นแฟนใหม่ ก่อนจะตัดสินใจใช้ปืนยิงใส่ชายคนดังกล่าว 1 นัด กระสุนทะลวงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย ทำให้ฝ่ายแฟนใหม่จะวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปขอความช่วยเหลือ

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!
บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

ถัดมาไม่ถึง 1 นาที คือเวลา 03.48 น. เพื่อนหญิงของผู้ก่อเหตุ ได้วิ่งออกมาจากห้องและห้ามไม่ให้ผู้ก่อเหตุตามไปยิงผู้บาดเจ็บซ้ำ แต่เหตุกาณณ์ไม่จบลงแค่นั้น เนื่องจากนายธรรมภณ ได้เดินกลับเข้าไปในห้องพัก ก่อนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าที่ศีรษะอดีตแฟนสาว 7 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะตัดสินใจ “อัตวินิบาตกรรม” (อัด–ตะ–วิ-นิ-บาด-ตะ-กำ) ตัวเองทันที

จากนั้นช่วงเวลา 04.49 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ

ทีมข่าวอาชญากรรม “คมชัดลึก” ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับเพื่อนผู้ก่อเหตุ ซึ่งให้การกับตำรวจว่า ได้ถูกนายธรรมภณชักชวนให้มาเป็นเพื่อน เพื่อขอคืนดีกับอดีตแฟนสาว แต่พอมาถึงที่คอนโด นายธรรมภณกลับก่อเหตุดังกล่าวขึ้น 

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

ด้าน พันตำรวจเอก เมษนนท์ นาขวัญ ผู้กำกับการ สภ.รัตนธิเบศร์ เปิดเผยกับทีมข่าวอาชญากรรมว่า สาเหตุการสังหารครั้งนี้ มาจากปมรักสามเส้า ซึ่งผู้ก่อเหตุและอดีตแฟนสาวที่ได้เลิกรากันไป แต่ทางฝ่ายชายไม่ยอมตัดขาดความสัมพันธ์ เพราะมีลูกด้วยกันถึง 3 คน 

แต่เมื่อเลิกกันกลับพบว่า อดีตคนรักไปคบหากับเพื่อนที่ทำงาน โดยทราบข้อมูลจากเพื่อนรุ่นพี่ว่า เป็นการคบซ้อนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีการเลิกกัน จึงทำให้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

บทเรียน "รักสามเส้า"  ยุติรักร้าวด้วยปืน!

หากย้อนกลับไปนับตั้งแต่ห้วงปี 2563 พบว่า คดี “พิศวาสฆาตกรรม” เกิดขึ้นหลายร้อยคดี 

จากการรวบรวมข้อมูลตัวเลขของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับความรุนแรงระหว่างคู่รักแบบแฟนและครอบครัวมีมากกว่า 350 ข่าว โดยเป็นความรุนแรงที่สามีทำต่อภรรยาถึง 65 ครั้งและแบบคู่รักแบบแฟน 22 ครั้งโดยสาเหตุหลักจะมาจากความหึงหวงและจากการเมาสุรามีจำนวนถึง 41 ครั้ง ซึ่งจากสถิติที่มีการยืนยันนี้ ทำให้เห็นได้ว่า คดีรักต้องฆ่า ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์บุกยิงอย่างอุกอาจ ภายในคอนโดย่านรัตนาธิเบศร์

*อ่านข้อมูลเพิ่มเติม จากแฟนเพจ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

คดีพิศวาสฆาตกรรมและความรุนแรงในครอบครัว ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันจะยิ่งฝังรากลึกลงไปในสังคมไทย โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีใครแก้ปัญหานี้ได้ แต่สิ่งสำคัญที่อาจช่วยยับยั้งความรุนแรงเหล่านี้ได้ อาจจะต้องเริ่มจาก “ทักษะชีวิต” ที่ปลูกฝังกันในระดับครอบครัวเสียก่อน

“สมชาย แก้วกฤษดางค์” บันทึกภาพ
“สานนท์ เจริญพันธุ์” ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ทัพ ‘คะฉิ่น’ รบ ‘ตั๊ดมะด่อ’ ป้องประชาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461460

ทัพ ‘คะฉิ่น’รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

18 มีนาคม 2564 – 15:35 น.

ไฟสงครามลามภาคเหนือ กองทัพคะฉิ่น เปิดยุทธการตอบโต้กองทัพเมียนมา ที่เข่นฆ่าประชาชน

++
    สถานการณ์ในเมียนมา เหมือนสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ยังเดินหน้าปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และขับไล่เผด็จการทหาร ขณะที่ผู้ชุมนุมต่อสู้แบบสองมือเปล่า จึงถูกยิงราวใบไม้ร่วง
    วันที่ 17 มี.ค.2564 คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (CRPH) ประกาศให้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ของเมียนมาทุกกลุ่มในเมียนมา ไม่เป็นองค์การก่อการร้ายหรือองค์การนอกกฎหมาย 
    ที่สำคัญ รัฐบาลประชาชนหรือ CRPH ยังได้ชักชวนกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ มาร่วมมือกับ CRPH ต่อต้านรัฐบาลทหารของเมียนมาหรือสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และสร้างสหภาพสหพันธรัฐประชาธิปไตยต่อไป
    กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมา มีประมาณ 30 กลุ่ม แต่ก็ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศขานรับเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ CRPH อย่างเป็นทางการ
    กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์รู้ดีว่า การทำสงครามแบบแผนกับตั๊ดมะด่อ ที่มีกำลังสนับสนุนทางอากาศ ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีการสนับด้านอาวุธ ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่จากภายนอก

++
สงครามหน้าแล้ง
++
    ในภาคเหนือของเมียนมา เคียงข่าวการชุมนุมประท้วง ก็มีสื่อในท้องถิ่นรัฐคะฉิ่น นำเสนอข่าวการสู้รบระหว่างทหารกองทัพน้อยภาคเหนือ กองทัพเมียนมา กับทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) ที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2564
    สมรภูมิรบจะอยู่ในเขตเมืองผาก้าน เมืองโมก้อง ใกล้มิตจีน่า เมืองเอกของรัฐคะฉิ่น อีกด้านหนึ่งมีการสู้รบทางตอนเหนือของรัฐฉาน 
    พ.อ.หน่อ ปู่ โฆษกลุ่มองค์กรอิสรภาพคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เปิดเผยว่าทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) บุกโจมตีค่ายทหารเมียนมา ที่เมืองผาก้าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเป็นการตอบโต้ ที่ตำรวจเมียนมายิงชาวคะฉิ่นเสียชีวิต 2 ราย ขณะร่วมประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร ในเมืองมิตจีน่า 
    องค์กรอิสรภาพคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIO/KIA) เรียกร้องให้กองทัพเมียนมา หลีกเลี่ยงการปราบปรามที่โหดร้าย และให้กำลังประชาชนอย่ากลัวเผด็จการ และขอให้พยายามต่อไปเพื่อทำให้เป้าหมายสำเร็จ
    ด้วยเหตุนี้ จึงมีชาวคะฉิ่นจำนวนมาก ถือป้าย We Support KIA เรียกร้องให้กองทัพเอกราชคะฉิ่น มายืนเคียงข้างประชาชนเมียนมา 

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

สติกเกอร์สนับสนุน KIA

    ปัจจุบัน องค์กรเอกราชคะฉิ่น(KIO) และกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) มีกองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองหล่ายจ่า รัฐคะฉิ่น ติดพรมแดนเมียนมา-จีน โดยมี เอ็น ปาละ ดำรงตำแหน่งประธาน KIO และนายพลกันมอ เป็นผู้บัญชาการทหาร KIA

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

เอ็ม ปาละ ผู้นำ KIO

    กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) เคยเจรจาหยุดยิงสองฝ่ายกับกองทัพเมียนมา เป็นเวลา 17 ปี แต่เมื่อปี 2561 กองทัพเมียนมา ได้เปิดการโจมตีเมืองหล่ายจ่า จึงเกิดสงครามใหญ่ มีผู้อพยพนับแสนคนที่ไปอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเมียนมา-จีน 

++
องค์กรเอกราชคะฉิ่น
++
    คะฉิ่น เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งอยู่ในสหภาพเมียนมา มีประวัติเรียกร้องอิสรภาพจากเมียนมานมายาวนาน
    วันที่ 5 ก.พ.2494 ถือเป็นวันก่อตั้งกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) โดยมีปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านรัฐบาลเมียนมา จนถึงปี 2537 จึงได้มีการทำสัญญาหยุดยิง 2 ฝ่าย

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

งานฉลองวันก่อตั้งกองทัพเอกราชคะฉิ่น 

    องค์กรเอกราชคะฉิ่นแตกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มเข้าสวามิภักดิ์ต่อกองทัพเมียนมา แต่อีกกลุ่มหนึ่งไปอยู่ใต้ร่มธงของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า แต่หลังการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า กลุ่มนักรบคะฉิ่นก็ได้แยกตัวมาตั้งองค์กรเอกราชคะฉิ่น (KIO) และกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) 

ทัพ 'คะฉิ่น'รบตั๊ดมะด่อ ป้องประชาธิปไตย

มวลชนหนุน KIA

    ทุกวันนี้ กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) มีกำลังพลนับหมื่นคน มีอาวุธทันสมัย เพราะองค์กรเอกราชคะฉิ่น(KIO) ได้จัดเก็บภาษีข้ามแดนไปยังประเทศจีน และเปิดสัมปทานป่าไม้ เหมืองหยก และธุรกิจกาสิโน ให้ทุนจีน จึงสามารถจัดหาอาวุธดีๆ มาใช้ในกองทัพได้
    นอกจากนี้ กองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) ยังเป็นพี่เลี้ยงดูแลกองทัพตะอาง (TNLA) ,กองทัพอาระกัน (AA) และกองทัพโกก้าง (MNDAA) ซึ่งทำให้กองทัพเมียนมาไม่พอใจมากนัก 

เบื้องลึก “ภูมิใจไทย” เล่นใหญ่ไฟกระพริบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461423

เบื้องลึก “ภูมิใจไทย” เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

18 มีนาคม 2564 – 11:48 น.

ลีลาพระเอกยี่เก “ค่ายสีน้ำเงิน” ในโรงมหรสพสภาฯ ถูกแกนนำไอลอว์ ฉีกหน้ากากคนเล่นใหญ่ไฟกระพริบ

++
เป็นที่ทราบกันแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ถูกโหวตคว่ำในวาระที่ 3 ตามคาด หลังที่ประชุมรัฐสภาลงมติ มีคะแนน “เห็นชอบ” 208 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 94 และไม่ลงคะแนน 136 คะแนน เมื่อคะแนนเสียงที่ได้ไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถูกตีตกไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… รัฐสภาโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตีตกวาระ 3

เบื้องลึก "ภูมิใจไทย" เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

ชาดา นำทีมวอล์กเอาต์

ก่อนจะถึงช่วงการลงมติ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นสอบถามประธานรัฐสภากล่าวว่า “นี่เรากำลังจะลงมติวาระ 3 แล้วใช่ไหมครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันแน่ชัด    

“หลาดา” คนโตเมืองอุทัยธานี ก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า “ผมคงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย โกหกปลิ้นปล้อน และก็ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊กครับ” จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทย ได้พร้อมใจกันวอล์กเอาต์ทันที และไม่อยู่ร่วมลงมติ    

ต่อมา ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย และ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ในการลงมติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3      

ตบท้าย นักข่าวถามว่า จะยังทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ในพรรคร่วมรัฐบาล “ภราดร” ตอบทันที “นี่คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่การทำงานร่วมกันในรัฐสภายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเดินหน้า เช่น การพิจารณา พรบ.ประชามติ และยังมีอีกหลายกฎหมาย และอีกหลายบทบาทหน้าที่ที่ต้องดำเนินต่อไป”

เบื้องลึก "ภูมิใจไทย" เล่นใหญ่ไฟกระพริบ

แก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นหาเสียงสมัยหน้า    

ด้วยการเล่นใหญ่ไฟกระพริบในโรงละครสภา และออกมาเล่นบท “ยี่เกหลงโรง” นอกห้องประชุม ทำให้ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แกนนำโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ทนไม่ไหว แสดงความเห็นผ่านทิวิตเตอร์ @yingcheep    

“ภูมิใจไทยวันนี้ ….ได้โล่ ปากบอกจะแก้ๆๆ พูดย้ำไปย้ำมา พอถึงคิวโหวต เล่นใหญ่ไฟกระพริบ แล้วหนีหายไป” ถ้อยคำที่เว้นวรรคไว้นั้น แรงและชัดมาก        

ร้อนถึง ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ต้องออกมาชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชน เพราะไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร และไม่ต้องการรักษาอำนาจให้ใคร    

ประมุขบ้านดอนหมื่นแสน เมืองอุทัย ก็พูดเหมือน “ลูกชายเฮียตือ” ว่า เรื่องวอล์กเอาต์ในสภาฯ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

++
ละครสองหน้า
++
กลางเดือน ก.ค.2563 กระแสแฟลชม็อบ ม็อบเยาวชนปลดแอก “จุดติด” และยกระดับเป็นประชาชนปลดแอก ประกาศ 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน    

พรรคภูมิใจไทย กระโดดรับลูกจากม็อบเยาวชนปลดแอกทันที “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคแถลงข่าวที่รัฐสภา ประกาศความชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทุบโต๊ะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันทีที่รัฐธรรมนูญร่างเสร็จ    

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยก็มีเงื่อนไข ต้องไม่กระทบหมวด 1 และ หมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย     

ช่วงเดือน ต.ค.2563 การชุมนุมนอกสภาแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกพรรคการเมือง รวมถึง ส.ว.ก็เห็นดีเห็นงามในการแก้รัฐธรรมนูญ 2560    

ปลายปีที่ผ่านมา ม็อบประชาชนปลดแอก ที่เปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎรเกิดสะดุดขาตัวเอง เพราะข้อเสนอทะลุเพดาน ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ ก็เริ่มตีรวนการแก้รัฐธรรมนูญ    

ค่ายสีน้ำเงินก็รู้อยู่แก่ใจ การแก้รัฐธรรมนูญ หาก ส.ว.ไม่เล่นด้วยก็แก้ยาก แต่เป็นเกมซื้ออนาคต จึงต้องเดินตามธงแก้รัฐธรรมนูญ 

++
เตรียมหาเสียง
++
ถ้าติดตามการชุมนุมของม็อบประชาชนปลดแอก จะเห็น สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พร้อมกับลูกชายเฮียตือ 2 คนคือ ภราดร ปริศนานันทกุล และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ออกไปสังเกตการณ์การชุมนุมทุกครั้ง        

พลันที่ม็อบเปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎร ชูธงทะลุเพดาน ทุละฟ้า ส.ส.ยังเติร์กของค่ายสีน้ำเงิน ก็ถอยห่างจากม็อบ คงเหลือแต่ ส.ส.พรรคก้าวไกล     

ย้อนไปดูช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วางตัวเป็น “พรรคทางสายกลาง” และการได้ “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ นายทุนสร้างหนังไทบ้านเดอะซีรีส์ เข้ามา ก็ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ในอีสานมาได้เยอะเหมือนกัน    

สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคภูมิใจไทย มีอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ อยู่ในมือแล้ว 10 คน และกำลังจะตามอยู่อีก 4 คน    

“เสี่ยหนู” ก็ต้องคิดถึง ส.ส.ส้มหวานกลุ่มนี้ ที่เจอข้อหาทรยศอุดมการณ์ ดังนั้น การรักษาภาพลักษณ์ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ย่อมเป็นผลดีแก่กลุ่ม ส.ส.ที่แปรพักตร์มาจากพรรคสีส้ม    

เบื้องหลังการเล่นใหญ่ไฟกระพริบ ก็เป็นกลเกม วางโพสิชั่นนิ่งให้ค่ายสีน้ำเงิน เป็นพรรคทางเลือกหรือทางที่สาม และเอียงข้างฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้นเอง 

รบสิบทิศ 76 ปี ‘ตั๊ดมะด่อ’ ผ่า 6 กองทัพภาค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461365

รบสิบทิศ76 ปี ‘ตั๊ดมะด่อ’ผ่า 6 กองทัพภาค

17 มีนาคม 2564 – 18:10 น.

ส่องแสนยานุภาพ “ตั๊ดมะด่อ” ผ่า 6 กองทัพภาค กำลังพลกว่า 5 แสนนาย คุมม็อบเบ็ดเสร็จ

วันที่ 27 มี.ค.2564 เป็น “วันกองทัพเมียนมา” หรือ “ตั๊ดมะด่อ” (Tatmadaw) ครบรอบ 76 ปี ซึ่งทุกปี จะมีการแสดงแสนยานุภาพกองทัพ ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในกรุงเนปิดอว์

สำหรับปีนี้ จะเป็นวาระพิเศษ เนื่องจากกองทัพเมียนมา ได้ทำการรัฐประหาร และปกครองประเทศ โดยการตั้งสภาบริหารภาครัฐ(SAC) ที่มี พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เป็นประธาน

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                      วันกองทัพเมียนมา จัดทุกปีที่อนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์

ขณะนี้ รัฐบาลของกองทัพเมียนมาหรือตั๊ดมะด่อ กำลังถูกต่อต้านจากประชาชนทั่วประเทศ โดยพรรคเอ็นแอลดี ได้ตั้งรัฐบาลเงาขึ้นมาบริหารประเทศ ปลุกเร้าประชาชนให้ลุกขึ้นมาโค่นล้มระบอบตั๊ดมะด่อ

พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพบก เรือ และอากาศ รวมถึงตำรวจ และกองกำลังอาสาสมัครป้องกันชายแดน ที่จะปราบปรามฝ่ายต่อต้านให้อยู่หมัดภายในเดือน มี.ค.นี้ 

ปัจจุบัน กองทัพบกเมียนมา มีกำลังทหารประจำการประมาณ 5 แสนนาย โดยแบ่งออกเป็นกองทัพภาค จำนวน 6 ภาค กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้สายการบังคับบัญชากองทัพภาคนั้น จะมี “กองทัพน้อย” (Regional Military Command) หรือ กองบัญชาการภูมิภาคทหาร 

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค
รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                               ทัพเมียนมามีกำลังพลกว่า 5 แสนนาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่องเมียนมา วัดใจ ’20 กองกำลัง’สู่สงครามประชาชน
 

กองทัพภาคที่ 1 

กองทัพภาคที่ 1 มีพื้นที่รับผิดชอบทางตอนเหนือที่ติดกับอินเดียและจีน และในพื้นที่ภาคกลางบางส่วน มีที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 อยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ภาคมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคกลาง มีกองพลมัณฑะเล กำลังพล 17 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองโมนยะวา ภาคสะกาย มีกองพลสะกาย กำลังพล 25 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคเหนือ รับผิดชอบในรัฐคะฉิ่น ดินแดนส่วนใหญ่ติดกับประเทศจีน มีที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพน้อยอยู่ที่เมืองมิตจีนา กำลังพล 33 กองพัน

กองทัพภาคที่ 2

กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งติดกับไทยและลาว มีที่ตั้งกองทัพภาคที่ 2 อยู่ที่เมืองล่าเสี้ยว รัฐฉาน แบ่งเป็น 4 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองล่าเสี้ยว กำลังพล 47 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคตะวันออก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองจี รับผิดชอบตอนใต้ของรัฐฉาน กำลังพล42 กองพัน ในนี้มีกองพันทหารราบเบา 16 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคสามเหลี่ยม มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองเชียงตุง รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกของรัฐฉาน หรือสามเหลี่ยมทองคำ กำลังพล 39 กองพัน

4.กองทัพน้อยภาคตะวันออกกลาง รับผิดชอบพื้นที่ตอนกลางของรัฐฉาน กำลังพล 50 กองพัน โดยประจำการอยู่ในรัฐคะยา 10 กองพัน ที่เหลือ 40 กองพันอยู่ในรัฐฉาน

กองทัพภาคที่ 3

กองทัพภาคที่ 3 มีที่ตั้งอยู่เมืองพะสิม แบ่งเป็น 3 กองทัพน้อย

1.กองทัพน้อยภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งอยู่เมืองพะสิม (Pathein) มีกองพลอิระวดี กำลังพล11 กองพัน

2.กองทัพน้อยภาคใต้ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองอู มีกองพลพะโค  และกองพลมะเกฺว กำลังพล 33 กองพัน 

3.กองทัพน้อยภาคตะวันตก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองอาน รับผิดชอบรัฐยะไข่หรือรัฐอาระกัน และรัฐชิน กำลังพล 33 กองพัน 

กองทัพภาคที่ 4

กองทัพภาคที่ 4 รับผิดชอบอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามันและพื้นที่ตอนใต้ที่ติดกับไทย มีที่ตั้งอยู่กับเมืองมะริด แบ่งเป็น 2 กองทัพน้อย 

1.กองทัพน้อยชายฝั่ง มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองมะริด ภาคตะนาวศรี มีกองพลตะนาวศรี กำลังพล 43 กองพัน 

2.กองทัพน้อยตะวันออกเฉียงใต้ มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองมะละแหม่ง เมืองเอกของรัฐมอญ (Mon State) กำลังพล 36 กองพัน

กองทัพภาคที่ 5

กองทัพภาคที่ 5 รับผิดชอบพื้นที่เขตย่างกุ้ง มี 1 กองทัพน้อยคือ กองทัพน้อยย่างกุ้ง มีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองย่างกุ้ง 

กองทัพภาคที่ 6

กองทัพภาคที่ 6 มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองปินมะนา และกรุงเนปิดอว์ มี 1 กองทัพน้อยคือ กองทัพน้อยภาคเนปิดอว์ 

กองทัพภาคนี้ จัดตั้งขึ้นในปี 2548 ถือว่าเป็นกองบัญชาการกองทัพภาคและเป็นศูนย์กลางในการบริหารงานกองทัพเมียนมาทั้งหมด เป็นกองบัญชาการที่ทันสมัยมาก ประกอบด้วยเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย สามารถสั่งการอำนวยการยุทธ์ต่อกองบัญชาการหรือกองทัพภาคต่างๆ ได้ทั่วประเทศ

รบสิบทิศ76 ปี 'ตั๊ดมะด่อ'ผ่า 6 กองทัพภาค

                          มินอ่องหล่าย แม่ทัพใหญ่ จะเอาม็อบอยู่หรือไม่?

ราษฎร สับ “โทนี่” เกมซื้อใจเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461327

ราษฎร สับ “โทนี่” เกมซื้อใจเด็ก

17 มีนาคม 2564 – 14:51 น.

แนวร่วมราษฎร ฟาดแรง “พี่โทนี่” ไม่จริงใจเรื่อง ม.112 กลุ่มแคร์แค่เล่นกลเกมซื้อใจเด็ก 

++
ค่ำคืนวันอังคาร “พี่โทนี่” (Tony Woodsome) คนเดิม มาเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยใช้ศิลปะในการเจรจากับผู้นำต่างชาติ ดูจะได้แต้มบวก และ CARE ClubHouse ก็กลายเป็นชุมชนใหม่ที่มีเด็กๆ ให้ความสนใจมากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่”

ราษฎร สับ "โทนี่" เกมซื้อใจเด็ก

กลุ่มแคร์ ปลื้มโทนี่พูดเรื่องเด็กๆ

การกลับมาสู่ CARE ClubHouse ของโทนี่ หรือทักษิณ เที่ยวนี้ เตรียมตัวมาดี จึงตอบประเด็นร้อนๆ แบบได้ใจกองเชียร์    

อย่างเช่นประเด็นผู้คุมบุกห้องขังแกนนำราษฎร กลางดึก อ้างว่าจะนำตัว “ไผ่-ไมค์” ไปตรวจโควิด โทนี่ตอบว่า “…ตรวจโควิดตอนเที่ยงคืนเป็นเรื่องผิดปกติแน่นอน ปกติสากลเขามีหลักว่าต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่ตอนนี้เผด็จการเป็นหลักกล่าวหาก่อนพิสูจน์ความผิด ไม่มีสากลที่ไหนเขาทำกัน กฎหมายเราไม่เป็นธรรมแบบนี้ สากลเขาไม่ยอมรับ เหมือนประเทศเราอยู่หลังเขา”    

เพียงแค่ “โทนี่” ตอบคำถามเกี่ยวกับแกนนำราษฎร ก็สร้างความพึงพอใจให้แก่คนเสื้อแดง และแนวร่วมราษฎรบางกลุ่ม    

“ไม่นึกว่า แกจะพูดเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา เรารับรู้กันถ้วนหน้าว่า โทนี่แทบไม่แตะต้องเรื่องทำนองนี้เลย แถมวันนี้พูดในทิศทางวิจารณ์ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเพื่อนเราในคุกด้วย” นักวิชาการเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊ก     

พูดง่ายๆ แนวร่วมกลุ่มราษฎรบางส่วน รู้สึกว่า พี่โทนี่พูดถึงเพื่อนของเขาในคุก ก็ถือว่า ก้าวหน้าแล้ว ทั้งที่ความจริง พี่โทนี่ไม่ได้แตะเรื่องแก้ไข ม.112 เลย    

เหนืออื่นใด แฟนเพจเฟซบุ๊ก “แคร์ คิด เคลื่อน ไทย” ก็ไม่ได้ถอดความแบบละเอียดมาให้อ่าน อาจเกรงว่า จะถูกลากเข้าสู่ประเด็นร้อนที่ละเอียดอ่อน

ราษฎร สับ "โทนี่" เกมซื้อใจเด็ก

พันธ์ศักดิ์ และธนาธร

++
แคร์คนแก่
++
ตรงกันข้าม พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ โพสต์เฟซบุ๊ก Punsak Srithep วิจารณ์กลุ่มแคร์ และวิพากษ์โทนี่แบบตรงๆ     

“กลุ่มแคร์..มีแต่คนแก่ๆ ประเมินว่าเด็กรุ่นใหม่ ไม่รู้จักทักษิณ จะหาคะแนนเสียงจากเด็กรุ่นใหม่ได้…เลยต้องพาทักษิณมาเล่นโซเชียล ขุดเรื่องเก่าหากิน ซื้อใจเด็กรุ่นใหม่ คนมาชื่นชมที่ทักษิณพูดถึง 112 คือนี่..กล้าแล้ว?”    

“พันธ์ศักดิ์” ยิงตรงไปที่ “กลุ่มแคร์” หรือคนเดือนตุลา ที่พยายามรีแบรนด์ไทยรักไทย และปั้นแบรนด์ทักษิณให้กลับมาอยู่ในใจเด็ก ด้วยการประดิษฐ์คำ “พี่โทนี่” ให้ใกล้ตัวลูกๆหลานๆ    

“ทักษิณกับองคาพยพ..ไม่เคยสรุป หรืออาจจะไม่กล้าสรุปเรื่องนี้เลยก็ได้ ถึงมีดีลอัปยศออกมาตลอดเวลา หนักสุดก็นิรโทษกรรมเหมาเข่ง รัฐประหารยิ่งลักษณ์..”    

จะว่าไปแล้ว ทักษิณหรือพี่โทนี่ ยังแก้ข้อกล่าวหาของสายตาสว่างไม่ตก โดยเฉพาะประเด็น “สู้ไป กราบไป” 

++
แก๊งลาบเลือด
++
พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพคือใคร? เขาเป็นแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ มีคดีความที่ถูก คสช.ฟ้องใน “คดีเดินคนเดียว – พลเมืองรุกเดิน” จึงรู้จักกับ อานนท์ นำภา ทนายความ    

ปลายปีที่แล้ว พันธ์ศักดิ์และอานนท์ ก็มาประชุมเรื่องคดีความกัน ตามมาด้วยงานเลี้ยงเล็กๆ ที่มี  “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่งอยู่ในวงเหล้าและลาบก้อย     

จริงๆแล้ว ธนาธรและเพื่อน “กลุ่มฟ้าเดียวกัน” รู้จักมักคุ้นกับพันธ์ศักดิ์มานาน เพราะเขาเป็นเอ็นจีโอ สาย ส.ศิวรักษ์

ศึกคนเพชร “ชทพ.-พปชร.” บางกลอยการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461316

ศึกคนเพชร “ชทพ.-พปชร.” บางกลอยการเมือง

17 มีนาคม 2564 – 13:10 น.

บางกลอยการเมือง “2 รัฐมนตรี” มีจุดยืนคนละขั้ว ลามไปถึง 2 ขั้วการเมืองเพชรบุรี  คอลัมน์.. ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค.2564 แอดมินเพจภาคี Save บางกลอย ได้กระจายข่าวด่วน “พี่น้องชาวบางกลอยกลับมาปักหลักที่ทำเนียบ ณ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐดังเดิมแล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีตระบัดสัตย์ไม่รักษาสัญญา ไม่ให้พี่น้องกลับใจแผ่นดิน..”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…. ม็อบบางกลอยข้างหลัง “ธรรมนัส” มีเงา “เสี่ยจ๊ะ”  พีมูฟ

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

ครูป๊อด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี

แม้ช่วงบ่าย จะบรรลุข้อตกร่วมกันกับรัฐบาล โดยมีหนังสือรับรอง 4 ข้อเสนอของภาคประชาชน ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อ “บิ๊กตู่” ให้สัมภาษณ์สื่อทำเนียบว่า ใครก็กลับไปอยู่ใจแผ่นดินไม่ได้ ชาวบางกลอยก็ตัดสินใจกลับมาชุมนุมที่เดิม    

มหากาพย์บางกลอยไม่จบง่ายๆ นับแต่ปี 2554 เป็นต้นมา การเมืองเรื่องบางกลอย-ใจแผ่นดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และหายสาบสูญอีก 1 ราย    

หลายคนยังจำ “ครูป๊อด” ทัศน์กมล โอบอ้อม ได้ดี ครูนักสู้เพื่อกะเหรี่ยงถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2554 โดยก่อนหน้านั้น ครูป๊อดเป็นผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี พรรคเพื่อไทย    

ครูป๊อด ทัศน์กมล เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองจอก อ.ท่ายาง ลงสมัคร ส.ส.เพชรบุรี 2 ครั้ง แต่สอบตกหมด    

กว่า 20 ปี ครูป๊อดคลุกคลีอยู่กับชุมชนชาวกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจาน เขาเห็นต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาชาวกะเหรี่ยง โดยการอพยพออกจาก “ใจแผ่นดิน” คือโป่งลึก-บางกลอยบน    

ครูป๊อดได้นำพากลุ่มชาติพันธุ์ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในกรณีดังกล่าว จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง “รัฐ” กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอย มาจนถึงทุกวันนี้ 

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

ยุทธพล อังกินันทน์

++
เซฟแก่งกระจาน
++
หากไปส่องโซเชียล “คนเพชรบุรี” จะพบว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยืนเคียงข้างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมองว่า เจ้าหน้าที่อพยพชาวกะเหรี่ยงลงมาจากต้นน้ำบางกลอย เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว    

ดังที่ทราบกัน มีกลุ่มเซฟแก่งกระจาน นำโดย สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี และอดีต ส.ว.เพชรบุรี เดินทางเข้ามายื่นหนังสือที่ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล คัดค้านบันทึกข้อตกลงเรื่องคนอยู่กับป่าได้ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดว่าไม่อนุญาตให้ผู้ใดขึ้นไปอยู่อาศัยและดำรงวิถีชีวิต    

ส.ว.สุมล กล่าวว่า แก่งกระจานเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงต้องการให้คนเมืองเพชรมีจิตสำนึก รักและหวงแหน ก่อนหน้านี้ เคยพบหลักฐานว่า ในป่าลึก มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีการเผา และลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเกรงว่าอาจเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และต้นน้ำของเพชรบุรี อาจถูกทำลาย    

นักการเมืองเมืองเพชรอีกรายหนึ่งที่ตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายเอ็นจีโอ คือ “ยุทธพล อังกินันทน์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ควบคุมยุทธการ “พิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร” หลังพบผู้บุกรุกพื้นที่ป่าบางกลอยบน     

“เสี่ยป๊อป” ยุทธพล อังกินันทน์ เป็น “อังกินันทน์ รุ่น 3” ลูกชาย ยุทธ อังกินันทน์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี หลายสมัย เมื่อปี 2554 เสี่ยป๊อป เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แต่การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 เสี่ยป๊อป สอบตกที่เขต 1 เพชรบุรี

ศึกคนเพชร "ชทพ.-พปชร." บางกลอยการเมือง

สุชาติ อุสาหะ

++
เซฟบางกลอย
++
ในทางการเมือง อ.แก่งกระจาน อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 (บ้านลาด,แก่งกระจาน,หนองหญ้าปล้อง,เขาย้อย และบ้านแหลม) ซึ่งมี “สุชาติ อุสาหะ” เป็น ส.ส.เพชรบุรี เขต 3
    
ช่วงเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 สุชาติ อุสาหะ เป็นแม่ทัพสายเพชรบุรี ของพรรคพลังประชารัฐ โดยส่วนตัว “สุชาติ” คนบ้านท่าตะคร้อ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน ชาวบ้านเรียกขานว่า “สจ.เปี๊ยก”     

สุชาติเคยเป็นประธานสภาจังหวัด 2 สมัย ,รองนายก อบจ. 2 สมัย และได้รับเลือกเป็น ส.ว.เพชรบุรี ปี 2557 แต่หลังจากได้รับเลือกเพียง 20 วัน ก็เกิดรัฐประหาร จึงเรียกตัวเองว่า “ส.ว.เปี๊ยก”     

เดิมที “ส.ว.เปี๊ยก” ก็เป็นหัวคะแนนให้ อลงกรณ์ พลบุตร อดีต ส.ส.เพชรบุรี แต่เมื่อโอกาสมาถึง จึงลงสนามชนกับ “ส.ส.เล็ก” อภิชาติ สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เพชรบุรี ค่าย ปชป. และล้มแชมป์ได้สำเร็จ    

สำหรับปัญหาบางกลอย “ส.ว.เปี๊ยก” รับทราบปัญหานี้ดี จึงเชื่อว่า การเจรจาหาทางออกร่วมกันของเจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้าน จะนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่มีข้อตกลงร่วมกันได้    

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กระโดดเข้ามาเป็นคนกลางรับหน้าเสื่อแก้ปัญหาบางกลอย ก็ได้ ส.ส.สุชาติ เป็นผู้ประสานงานแก้ปัญหาในพื้นที่    

ยามนี้ ขาเมาท์นอกพรรค จึงกระซิบว่า 3 ส.ส.เพชรบุรี ได้ย้ายจากมาสังกัดซุ้มผู้กองเรียบร้อยแล้ว