เปิดกลเกมแก้ไข รธน. …เพื่อใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461271

เปิดกลเกมแก้ไข รธน. …เพื่อใคร

16 มีนาคม 2564 – 20:05 น.

ทุกสายตาพุ่งไปที่การประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้ที่จะมีการพิจารณาวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปิด 3 แนวทาง “ถอนร่าง-ชะลอโหวต-โหวตต่อวาระ 3”  แต่ฟันธงร่างแก้ไข รธน. ฝ่าวาระ 3 ไม่ได้แน่ และยิ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คลอดช้า เข้าทางรัฐบาล.. ทำไม    

วันพรุ่งนี้(17 มี.ค.) ที่ประชุมรัฐสภามีวาระพิจารณา“ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม” เป็นการพิจารณาในวาระ 3 หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 1 และ 2 มาแล้ว

แต่การที่จะเดินหน้าไปสู่การโหวตวาระ 3 ไม่ง่ายเสียแล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยคำร้องของประธานรัฐสภาตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) เสนอต่อประธานรัฐสภาให้ส่งผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญท้้งฉบับเพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร. ) ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภามีอำนาจทำได้หรือไม่

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางออกมาแล้วสรุปสาระสำคัญได้ว่า

1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภากำลังดำเนินการอยู่มีหมวด 15/1 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  และมีมาตรา 256/1 ที่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร.) จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

2.แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบัน หมวด 15 ที่ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น บัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติที่ให้จัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ 

3. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มีหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ย่อมมีผลยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 

4.ดังนั้นหากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติเสียก่อน 

ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน มองว่า เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 เป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำประชามติถามประชาชนเสียก่อนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ร่างฯที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้นจึงใช้ไม่ได้ เสียไป โหวตวาระ 3 ต่อไม่ได้  

ส่วนฝ่ายค้าน ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้น  เป็นการแก้ไขมาตรา 256  เพียงมาตราเดียว ยังไม่ถึงขั้นตอนยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ต้องไปทำประชามติถามประชาชนก่อน  ร่างแก้ไขรัฐธรรมูญทีี่กำลังดำเนินการจนผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาแล้วนั้น จึงไม่เสียไป สามารถโหวตวาระ 3 ได้  และยืนยันว่าจะโหวตวาระ 3 แน่นอน

ดังนั้นในที่ประชุมสภาวันพรุ่งนี้ จะเกิดขึ้นได้ 3 แนวทาง

 1.โหวตให้ถอนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมออกไป ทำให้ร่างตกไป  จากนั้นก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ เริ่มตั้งแต่การทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ต้องเริ่มจากการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกันใหม่ เริ่มตั้งแต่วาระแรกเลย 

 2. ชะลอโหวตวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม  จากนั้นไปทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ยังต้องมาอภิปรายกันในที่ประชุมรัฐสภาอีกว่า สามารถนำเอาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และวาระ 2 มาโหวตในวาระ 3 ได้เลยหรือไม่

หรือต้องเริ่มเสนอร่างกันใหม่เริ่มตั้งแต่วาระแรก และอาจมีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 2 มาแล้ว  ตกไปแล้วหรือไม่

3.โหวตวาระ 3  ซึ่งทางฝ่ายค้านไม่สามารถสู้ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว. ในเรื่องจำนวนเสียงได้อยู่แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตกไป ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่การทำประชามติถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากผ่านประชามติ ก็ต้องเริ่มจากการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกันใหม่ เริ่มตั้งแต่วาระแรกเลย

จะเห็นได้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 2 มาแล้ว.. ในวันพรุ่งนี้ไม่สามารถดันผ่านวาระ 3 ไปได้เลย  ไม่ว่าจะออกแนวทางไหน

แล้วหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดช้า ใครได้ประโยชน์ 

หากมองที่ “ไทม์ไลน์” รัฐบาล ก็จะได้คำตอบ 

รัฐบาลนี้จะมีอายุครบเทอม 4 ปี ในวันที่ 23 มี.ค. ปี2566 ( อายุรัฐบาลยึดตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเลือกตั้งเมื่อ  24 มีนาคม 2562 )หากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระ 1 และ 2 เดินไปตามปกติสู่การโหวตวาระ 3 และไม่ตกไป ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะเสร็จและประกาศใช้ประมาณธันวาคม 2565  ก่อนครบอายุรัฐบาล

และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ รัฐบาลก็ต้องยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้้ง ซึ่งต้องเลือกตั้งตามกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งรัฐบาลหรือผู้กุมอำนาจในปัจจุบันไม่อาจมั่นใจได้ว่า ส.ส.ร. จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมามีิกติกาอย่างไร

แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญสะดุดหรือต้องนับหนึ่งกันใหม่  ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะเสร็จประกาศใช้ได้หลังอายุรัฐบาล 

นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้กติกาเดิมที่รัฐบาล หรือผู้กุมอำนาจในปัจจุบันได้เปรียบ โดยเฉพาะการให้ ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกฯเหมือนเดิม 

ปชป.ท้าชน ‘ฉายแสง’ เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461253

ปชป.ท้าชน’ฉายแสง’ เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

16 มีนาคม 2564 – 18:02 น.

สนามนายกเล็กแปดริ้ว ตระกูล “ฉายแสง” ยึดครองมา 6 สมัย เลือดใหม่ค่าย ปชป.ขอท้าชิง

++
    ปลายปีที่แล้ว ตระกูล “ฉายแสง” ทั้ง 4 พี่น้อง “จาตุรนต์ กลยุทธ วุฒิพงศ์ ฐิติมา” หนุนจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ลงชิงนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา หวังโค่น “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน พ่ายแชมป์เก่าไป 5-6 หมื่นแต้ม
    อย่างไรก็ตาม ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.เมือง 6 คน ปรากฏว่า ผู้สมัครทีมตระกูล “ฉายแสง” เอาชนะยกอำเภอ 
    อ.เมืองฉะเชิงเทรา เป็นฐานเสียงฐานคะแนนของ “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.แปดริ้วมาหลายสมัย เพียงแต่หนที่แล้ว มีอุบัติเหตุการเมือง พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ

++
แชมป์ 6 สมัย
++
    สำหรับ “เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา” ตกอยู่ในการบริหารของตระกูล “ฉายแสง” มาแต่ยุคของอนันต์ ฉายแสง หรือ “เตี่ยนัน” ของพ่อค้าแม่ค้าหน้าวัดหลวงพ่อโสธร 
    อนันต์ ฉายแสง เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ปี 2501 และเป็นเทศมนตรี ปี2502-2510 ก่อนจะขยับเล่นการเมืองระดับชาติ เป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา ปี 2512
    เมื่อ 30 ปีที่แล้ว “เตี่ยนัน” ดันลูกชายคนโต “อ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง เป็น ส.ส. และวางตัวลูกชายคนรอง “เสี่ยก้อย” กลยุทธ ฉายแสง ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา มา 6 สมัยแล้ว 

ปชป.ท้าชน'ฉายแสง' เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

กลยุทธ ฉายแสง นายกเล็กแปดริ้ว 6 สมัย

    ยุคหลังๆ “เตี่ยนัน” ส่ง “เสี่ยโก้” วุฒิพงศ์ และลูกสาวคนเดียว “เจ๊เปิ้ล” ฐิติมา เป็น ส.ส.เขต รักษาฐานเสียงของตระกูล 
    เลือกตั้งปี 2554 ตระกูลฉายแสง สอบตกทั้งเสี่ยโก้ และเจ๊เปิ้ล แต่ปีถัดมา มีเลือกตั้งเทศบาล “นายกก้อย” กลยุทธ ฉายแสง ก็เอาชนะชาลี เจริญสุข ค่ายประชาธิปัตย์ไปได้สบายๆ 
    สะท้อนว่า ไม่ว่าการเมืองระดับชาติ จะตกต่ำอย่างไร แต่สนาม “นายกเล็กแปดริ้ว” ยังไม่มีใครเอาชนะคนในตระกูล “ฉายแสง” ไปได้
    การเลือกตั้งเทศบาลปีนี้ “นายกก้อย” กลยุทธ์ ฉายแสง นำทีมรวมใจพัฒนา ลงป้องกันแชมป์ครบทีม ส.ท.ทั้ง 18 คน และในสายตาเซียนการเมือง มองว่า “นายกก้อย” มีโอกาสได้เป็นนายกเทศมนตรีแปดริ้ว สมัยที่ 7 ค่อนข้างสูง

++
หน้าใหม่ค่าย ปชป.
++    
    ส่วนผู้ท้าชิงหน้าใหม่คือ “กัปตันโป้ง” วัชระ ปิ่นเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ท้าชิง ในนามกลุ่มแปดริ้วยุคใหม่ 

ปชป.ท้าชน'ฉายแสง' เป็นต่อ นายกเล็กแปดริ้ว

กัปตันโป้ง ค่าย ปชป.

    กัปตันโป้ง เป็นลูกหลานชาวแปดริ้วโดยกำเนิด เป็นนักบินผู้ช่วย สายการบินไทยและนักบินที่ 1 (กัปตัน) สายการบินไทยสมายล์ ก่อนจะผันตัวมาเล่นการเมือง เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สาธิต ปิตุเตชะ) และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ฉะเชิงเทรา
    เมืองแปดริ้ว มีแฟนคลับประชาธิปัตย์มาแต่รุ่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ขนาดตระกูล “ฉายแสง” ยังเคยสวมสีเสื้อ ปชป.ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.
    แม้จะรู้ว่าเป็นรอง แต่ “กัปตันโป้ง” ก็เดินหน้าหาเสียง ขายนโยบายเปลี่ยนแปดริ้ว แต่จะถึงขั้นล้มแชมป์ผูกขาดได้หรือไม่ คนแปดริ้วจะให้คำตอบ 

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461216

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ “โทนี่”

16 มีนาคม 2564 – 13:55 น.

เพื่อไทยหายไปไหน เสียงก้องจากปารีส เมื่อแกนนำราษฎรอยู่ในเรือนจำ แต่ “พี่โทนี่” ยังสนุกอยู่ในคลับเฮาส์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ขณะที่แกนนำกลุ่มราษฎร “อานนท์-เพนกวิน-รุ้ง-ไผ่” อยู่ในเรือนจำระหว่างการยื่นขอประกันตัว มีความเคลื่อนไหวจากฟากฝ่ายพรรคก้าวไกล นักวิชาการ และแนวร่วมกลุ่มราษฎร แต่ฝั่งพรรคเพื่อไทย กลับเงียบงัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… แม้วเลิกหมอบ เปลี่ยนรับเป็น “รุก”

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ "โทนี่"

พี่โทนี่ มาอีกแล้ว    

อันเป็นที่มาของคำถามจากปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” โพสต์เฟซบุ๊กSomsak Jeamteerasakulเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2564 ว่า “ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สมควรได้รับการประกันตัว พรรคเพื่อไทย เห็นเป็นอย่างอื่นหรือ? เหตุใดไม่ได้เห็นท่าทีของพรรค?
การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผล พรรคเพื่อไทย มีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือ?”    

จริงๆ แล้ว เรื่องนี้มีคำตอบมาตั้งแต่ปี 2555 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ที่นำเสนอโดยคนเสื้อแดง และนักวิชาการ ถูกตีตกไป โดยประธานรัฐสภาสมัยนั้น “สั่งจำหน่ายเรื่อง” เพราะหลักการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550    

เวลานั้น พรรคเพื่อไทยครองเสียงข้างมากในสภาฯ กระแสคนเสื้อแดงยังแรงจัด นับว่าเป็นโอกาสทองในการจะแก้ไข ม.112 แต่ “พี่โทนี่” ก็ไม่ยอมเปิดไฟเขียวให้เพื่อไทยเต้นตามเพลงคนเสื้อแดงสายตาสว่าง      

ว่ากันตามจริง วันนี้ ชั่วโมงนี้ “อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” ก็อยากไปยืนถือป้ายไฟให้กำลังใจน้องๆ แกนนำราษฎรที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ แต่ประสบการณ์ตรงจากรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจ พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ทำให้พวกเขาต้องคิดถึงการต่อสู้ในระยะยาว 

เสียงจากปารีส แคร์ด้วยหรือ "โทนี่"

กลุ่มแคร์ใช้บริการพี่โทนี่ ผ่านการตลาดคลับเฮาส์

++
ก้าวข้ามขัดแย้ง
++
ชั่วโมงนี้ พรรคเพื่อไทย และกลุ่ม CARE กำลังวุ่นอยู่กับการปั้นคนรุ่นใหม่ ปูฐานเสียงสำ หรับการเลือกตั้งในอนาคต อย่างเช่นโปรเจ็กต์ “Disrupt เพื่อไทย” ผ่านโครงการ The Change Maker ที่คัดเอาคนรุ่นใหม่ 100 คน มานำเสนอไอเดียที่สามารถพัฒนาเป็นนโยบายเปลี่ยนประเทศให้ปรับตัวสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก    

กลุ่มแคร์ ขยับเข้ามาเล่นกับ Gen Y Gen Z มากขึ้น จึงใช้คลับเฮ้าส์ (Clubhouse) โซเชียล มีเดีย ที่มียอดผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนในไทย เป็นช่องทางรีแบรนด์ “พี่โทนี่”      

หากเข้าไปส่องแฟนเพจเฟซบุ๊กแคร์ คิดเคลื่อนไทย ก็จะเต็มไปด้วยเรื่องของ “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ที่มาเสนอไอเดียทางธุรกิจ และข้อคิดการเมือง     

“รู้เร็ว!! รู้ทัน!! กิจกรรมโดนๆ กับพวกเรา CARE ClubHouse กิจกรรมดีๆ กำลังรอทุกคนอยู่ มาร่วมเป็น Members “Care ClubHouse” กัน แล้วสมาชิกทุกคนจะไม่พลาดเรื่องราวดีๆ จุ๊จุ๊!! ระวังจะไม่ทันพี่โทนี่นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”    

นี่คือถ้อยคำเชิญชวนผู้คนเข้าไปเป็นสมาชิก CARE ClubHouse โดยวางตัว “พี่โทนี่” เป็นจุดขาย

++
ผู้นำเจ๋งๆ 
++
สัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี เลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ทำเอากองแช่งกระแนะกระแหนกันระเบ็งเซ็งแซ่ แอดมินเพจกลุ่มแคร์ ขึ้นสเตตัส “โธ่…ใจๆหน่อย นะน้องนะ!!”    

พร้อมกับนำภาพ “ทักษิณ ชินวัตร” สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี โชว์การกินไก่กลางท้องสนามหลวง และอธิบายความเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นสมัยไข้หวัดนกระบาด     

มาวันนี้(16 มี.ค.2564) พล.อ.ประยุทธ์ รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว เพจกลุ่มแคร์ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ออกมา     

บังเอิญว่าคืนนี้ กลุ่มแคร์จะเปิดคลับเฮ้าส์ ให้ “พี่โทนี่” มาเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยใช้ศิลปะในการเจรจากับผู้นำต่างชาติ เพื่อจะบอกว่า “ผู้นำที่เจ๋งๆ ควรทำอย่างไร”    

นักวิชาการหัวก้าวหน้าบางกลุ่ม อาจจะมองว่า “พี่โทนี่” ตกยุคตกสมัยไปแล้ว ไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ในสภาพความเป็นจริงทางการเมือง พี่โทนี่ยังมีแฟนคลับ มีสาวกอยู่เยอะ      

กรณีกลุ่มแคร์ รีแบรนด์ไทยรักไทย ภาค 2 และขายความเป็น “พี่โทนี่” น่าจะดับฝันนักวิชาการบางคนที่แอบหวังให้มีการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย สลัดพ้นจาก “พรรคเถ้าแก่” ไปสู่พรรคมวลชน    

หากวัดความนิยมของ “พี่โทนี่” กับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในตลาดกว้าง ปรากฏว่า ชาวบ้านยังจดจำพี่โทนี่ได้มากกว่าเสี่ยเอก    

การเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พี่โทนี่ยังมีมนต์ขลัง ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นภาคเหนือและภาคอีสาน 

ม็อบบางกลอยข้างหลัง ‘ธรรมนัส’ มีเงา ‘เสี่ยจ๊ะ’ พีมูฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461153

ม็อบบางกลอยข้างหลัง ‘ธรรมนัส’มีเงา ‘เสี่ยจ๊ะ’ พีมูฟ

15 มีนาคม 2564 – 18:14 น.

เปิดตัว “เสี่ยจ๊ะ” มือประสานม็อบบางกลอย และเงาของ “ผู้กองธรรมนัส” ในเวทีคนจน

มหากาพย์บางกลอย-ใจแผ่นดิน ไม่จบง่ายๆ กว่า 20 ปีมานี้ มีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างชาวกะเหรี่ยงกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มาโดยตลอด 

ปี 2554 ยุทธการตะนาวศรี มีการอพยพชาวกะเหรี่ยงออกจากใจแผ่นดิน นำไปสู่การฟ้องร้องในศาลปกครอง และการสังหารนักพัฒนาเมืองเพชร 

ปี 2564 ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร นำไปสู่การจับกุมชาวบ้าน และม็อบภาคีเซฟบางกลอย ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

                                              ภาคีเซฟบางกลอย

ในมติการเมือง ม็อบบางกลอย 2564 ทำให้เห็นภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ มีจุดยืนอยู่เคียงข้างชาวบ้านบางกลอย 

อีกภาพหนึ่ง วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะอดีต ส.ส.เพชรบุรี ที่ยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

ฉะนั้น ภาพลักษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในสายตาคนชายขอบ ก็คือรัฐมนตรีที่เข้าใจปัญหาของคนยากไร้ ตรงกันข้ามกับวราวุธ ที่กลายเป็นคู่ขัดแย้งของชาวบ้าน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ธรรมนัส” ชี้ ถอยคนละก้าว เพื่อแก้ปัญหา “ม็อบบางกลอย”-รอสรุป16มีนาคม

วัดใจลุงตู่-ลุงป้อม

วันที่ 14 มี.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการประสานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ร่วมกับตัวแทนภาคีเครือข่ายเซฟบางกลอย โดยที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวบางกลอย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ และภาคประชาชนตัวแทนชาวบ้านบางกลอย 

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

  ร.อ.ธรรมนัส กลายเป็นขวัญใจม็อบรากหญ้า

วันที่ 15 มี.ค.2564 ภาคีเครือข่ายเซฟบางกลอย ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดังนี้

1.ให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย เพื่อทำหน้าที่ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อคืนสิทธิ์ให้ชาวบ้าน และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

2.ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เปิดประชุมโดยเร่งด่วน

3.ให้นำผลการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

4.ให้พนักงานสอบสวนชะลอการส่งสำนวนคดีไปอัยการจนกว่าการแก้ไขปัญหากรณีบางกลอยของรัฐบาลจะได้ข้อยุติ

วันที่ 16 มี.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส จะได้นำผลการประชุมดังกล่าว พร้อมข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หาก ครม.เห็นชอบเรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระ ม็อบบางกลอย อาจได้แยกย้ายกันกลับบ้าน  

มือประสานม็อบ

หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจ ที่เห็น ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีภาพลักษณ์ติดลบในสายตานักประชาธิปไตยจ๋า กลับกลายเป็นขวัญใจคนรากหญ้า โดยเฉพาะภาคประชาชนที่เรียกกันย่อๆว่า “พีมูฟ” 

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ เป็นแหล่งรวมจอมยุทธ์เอ็นจีโอหลายรุ่น แต่ผู้ที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างพีมูฟกับรัฐมนตรีคนดัง ก็คือ “เสี่ยจ๊ะ” ธนพร ศรียากูล มือทำงานมวลชน ที่เข้ามาคลุกคลีอยู่ในทำเนียบรัฐบาล มาแต่สมัยรัฐบาล คสช. จนถึงรัฐประยุทธ์

ม็อบบางกลอยข้างหลัง 'ธรรมนัส'มีเงา 'เสี่ยจ๊ะ' พีมูฟ

                                  เสี่ยจ๊ะ หัวหน้าพรรคคนธรรมดา

“เสี่ยจ๊ะ” ธนพร ศรียากูล มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้แก่ คณะทำงานสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) , ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ,ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ฯ และประธานคณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้การถ่ายโอนภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

สำหรับสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (สบนร.) เป็นหน่วยงานพิเศษในสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มิใช่หน่วยราชการ และขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

สมัยที่ “บิ๊กตู่” เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และเสี่ยจ๊ะ เป็นผู้ดำเนินการเรียบเรียงงานวิทยานิพนธ์มาจัดพิมพ์รวมเล่ม กระทั่ง “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี เสี่ยจ๊ะ จึงได้เข้ามาทำงานในทำเนียบยุค คสช.

“เสี่ยจ๊ะ” ได้ใช้กลไกของ สบนร. ทำงานร่วมกับเพื่อนพ้องน้องพี่ภาคประชาสังคม และพีมูฟ มาหลายปีแล้ว จนรู้จักมักคุ้นกับแกนนำชาวบ้านทุกกลุ่ม ทุกชาติพันธุ์  

ม็อบบางกลอยยกแรก “เสี่ยจ๊ะ” และประยงค์ ดอกลำไย พี่ใหญ่เอ็นจีโอภาคเหนือ ได้ช่วยประสานฝ่ายต่างๆ จนกลายเป็น “เอ็มโอยู-ถอยกันคนละก้าว” ลงนามโดยวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และตัวแทนภาครัฐ-ภาคประชาชน

คล้อยหลังการเซ็นเอ็มโอยูแค่ 2 วัน เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ ก็สนธิกำลังนำเฮลิคอปเตอร์เข้าไปรับชาวบ้านลงมา ตามมาด้วยยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร

เมื่อภาคีเซฟบางกลอย แตะมือกลุ่มราษฎร ปักหลักพักค้างข้างทำเนียบฯ เสี่ยจ๊ะก็ต้องทำหน้าที่พูดคุยกับเพื่อนพ้องน้องพี่ ก่อนจะพา “ร.อ.ธรรมนัส” มาถกปัญหาของบางกลอย จนได้ข้อสรุปเรื่องการตั้งคณะกรรมการอิสระ

 นี่แหละ “เสี่ยจ๊ะ” หัวหน้าพรรคคนธรรมดา ที่มีบทบาทหลังม่านม็อบแบบไม่ธรรมดา

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สรยุทธ” ชีวิตนอกคุกไม่สดใส หลังฟ้าเปิดพักโทษพ้นคุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461130

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สรยุทธ” ชีวิตนอกคุกไม่สดใส หลังฟ้าเปิดพักโทษพ้นคุก 

15 มีนาคม 2564 – 14:22 น.

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์  ผ่าดวง เจาะลึก วิกฤติ  “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ชีวิตนอกคุกไม่สดใส   หลังฟ้าเปิดพักโทษพ้นคุก ดวงยังตก แตกแยก พลัดพราก ยังไม่พ้นกรรมที่ตนเองก่อ ถึงได้ออกมา  แต่ก็ไม่สง่าผ่าเผย  เพราะสังคมยังรับไม่ได้ 

 ซินแสเข่ง  วิเคราะห์  ผ่าดวง เจาะลึก วิกฤติ  ชีวิตนอกคุกไม่สดใส  “สรยุทธ  สุทัศนะจินดา” หลังฟ้าเปิดพักโทษพ้นคุก  ได้รับอภิสิทธิ์พักโทษติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัว  แต่กลับต้องขุ่นมัวเป็นมลทินกับความไม่โปร่งใส  เพราะวิกฤติ  ที่ดวงยังตก  แตกแยก  พลัดพราก  ไม่สมหวัง  และ รอบอายุเข้าเคราะห์  ต้องฝ่าวิกฤติ  ชีวิตต่อเนื่องกับคำติฉินนินทา กับชีวิตในเรือนจำ  1  ปี  4  เดือน  ที่ยังไม่พ้นกรรมที่ตนเองก่อ แต่ถึงติดคุกก็มีทั้งความสุขสบาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์  เพราะชะตายังอยู่ในฆาต  ถึงได้ออกมา  แต่ก็ไม่สง่าผ่าเผย  เพราะสังคมยังรับไม่ได้ 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สรยุทธ" ชีวิตนอกคุกไม่สดใส หลังฟ้าเปิดพักโทษพ้นคุก 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์  ผ่าดวง  วิกฤติ  นักเล่าข่าว  “สรยุทธ  สุทัศนะจินดา”  หลังได้รับการพักโทษ  14  มีนาคม  พบวิกฤติชีวิตไม่สดใส  ตกเป็นจำเลยต่อคำครหาเพราะได้รับอภิสิทธิ์ที่ไม่เหมือนกับนักโทษที่ได้รับโทษเดียวกัน   ท่ามกลางความชื่นชมจากคนใกล้ชิดมากมาย  เพราะการได้รับการพักโทษ  จากคดีโกงค่าโฆษณา  อสมท. 138  ล้าน  จากกรมราชทัณฑ์  จนมีผู้คัดค้านให้แจงข้อสงสัยว่าโทษเหมือนกัน  แค่ได้รับอภิสิทธิ์ล้นเหลือกว่านักโทษเดียวกัน  และได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน  ตั้งแต่ตวามเป็นอยู่ที่สุขสบาย  และได้สิทธิพิเศษการจัดรายการทีวีผ่านเรือนจำ  เมื่อได้รับอภิสิทธิ์  แต่ก็ไม่โปร่งใส  เพราะชะตาชีวิตยังอยู่ในเคราะห์เหตุที่ยังค้างคา  และอยู่ในช่วงมรสุม  ที่จะต้องเผชิญปัญหา  อย่างต่อเนื่อง

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์ถึงดวงชะตาของ  “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”  ว่า  ในดวงชะตานั้นมีพฤติกรรมที่มีผลกระทบให้เบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ  มาจากการกระทำของตนเอง  ตลอดจนพฤติกรรมที่เป็นคนดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็น  ช่างซักช่างถาม  แต่มักจะใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  ในชีวิตเป็นบุคคลที่มีเหตุการทำลายทรัพย์ของตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน  ด้วยเหตุนี้  ทั้งรอบปีของตนเอง  รอบปีของปี  2564  และรอบอายุ  ที่เข้าเคราะห์จึงทำให้การที่ได้รับอภัยโทษนั้นกลายเป็นครหา   ที่ทำให้มีจุดด่างพร้อยของการพักโทษครั้งนี้ที่ทำให้เรื่องไม่จบ

พม่าแค้น เขย่าธุรกิจจีนสัญญาณจลาจล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461110

พม่าแค้น เขย่าธุรกิจจีนสัญญาณจลาจล

15 มีนาคม 2564 – 10:52 น.

เมียนมาประกาศกฎอัยการศึกในย่างกุ้ง หลังเหตุเผาโรงงานทอผ้าจีน ส่งสัญญาณกลียุค 

++
วันอาทิตย์นองเลือด 14 มี.ค.2564 มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ราย ในการชุมนุมประท้วงรัฐบาลเผด็จทหารเมียนมาทั่วประเทศ และช่วงบ่ายวันเดียวกัน เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานทอผ้าหลายแห่ง ในเขตอุตสาหกรรมไหล่ต่าหย่า กรุงย่างกุ้ง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ส่องเมียนมา วัดใจ “20 กองกำลัง” สู่สงครามประชาชน

พม่าแค้น เขย่าธุรกิจจีนสัญญาณจลาจล

สถานทูตจึน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทหารจัดการคนเผาโรงงาน

สำนักข่าว Myanmar Harp Media รายงานว่า ช่วงเวลาบ่ายโมง ได้เกิดเพลิงไหม้โรงงานทอผ้า 2 แห่ง และมีผู้มีเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง    

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มคนขับมอเตอร์ไซค์มากกว่า 20 คน เข้าจุดไฟเผาโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า 2 แห่ง คือ Global Fashion และ Tsang Yih ซึ่งลงทุนโดยชาวจีน และชาวไต้หวันตามลำดับ     

พม่าแค้น เขย่าธุรกิจจีนสัญญาณจลาจล

ทางการเมียนมา ประกาศกฎอัยการศึก 2 อำเภอ

ตกค่ำ สถานทูตจีนประจำเมียนมา ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ตำรวจเมียนมาดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่มีประสิทธิภาพกับบริษัท และบุคลากรของจีนในเมียนมา รวมถึงสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายก่อความรุนแรง     

สถานทูตจีนได้อธิบายให้ทราบว่า จีนได้เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในเมียนมา สร้างงานให้กับคนท้องถิ่นมากกว่า 4 หมื่นตำแหน่ง การทำลายธุรกิจของจีน ก็เท่ากับทำลายผลประโยชน์คนเมียนมาเอง จึงเรียกร้องให้ชาวเมียนมาแสดงความต้องการในกรอบกฎหมาย ไม่หลงเชื่อคำยุยงปลุกปั่นที่บ่อนทำลายความร่วมมือที่เป็นมิตรระหว่างจีน-เมียนมา    

พม่าแค้น เขย่าธุรกิจจีนสัญญาณจลาจล

เหตุเพลิงไหม้โรงงานทอผ้าของชาวจีน

เวลา 23.00 น. (เวลาท้องถิ่น) วันเดียวกัน สภาบริหารภาครัฐ (SAC) ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก ในพื้นที่ อ.ไหล่ต่าหย่า และ อ.ฉ่วยปยีต่า กรุงย่างกุ้ง เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงในเขตอุตสาหกรรมไหล่ต่าหย่า และสนองตอบข้อเรียกร้องของสถานทูตจีน ที่ให้ดำเนินมาตรการที่เข้มข้น เพื่อดูแลภาคธุรกิจของจีน    

มีข้อน่าสังเกตจากโซเชียลชาวเมียนมา ปรากฏว่า มีคนบางกลุ่มเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปฏิบัติการตอบโต้แหล่งผลประโยชน์ของชาวจีน เนื่องจากพวกเขามองว่า กองทัพเมียนมาได้รับการหนุนช่วยจากจีน จึงกล้าที่จะลงมือเข่นฆ่าประชาชน    

ก่อนหน้านั้น สถานทูตจีนในเมียนมา ได้เรียกร้องให้สภาบริหารภาครัฐ (SAC) เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ที่เริ่มต้นจากยะไข่ ผ่านตอนกลางประเทศเมียนมาไปมณฑลยูนนาน เนื่องจากมีการโพสต์ในโซเชียลให้ผู้ประท้วงไปเผาท่อส่งน้ำมันและก๊าซดังกล่าว

ม็อบทิพย์ ‘คน’ หายไปไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461074

ม็อบทิพย์’คน’ หายไปไหน

14 มีนาคม 2564 – 17:50 น.

ม็อบแผ่ว คนหายไปไหน สาเหตุมาจากเกิด “ม็อบผู้ใหญ่” กับ “ม็อบเด็ก” ต่างรุ่นต่างวิธีคิด

เหมือนจะหักปากกาเซียน เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว บรรดานักวิเคราะห์การเมือง และนักการข่าว ต่างฟันธงว่า ต้นปีนี้ ม็อบราษฎรจะแข็งแกร่ง และสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์

ผ่านมา 2 เดือน ปรากฏว่า คนเกลียดรัฐบาลประยุทธ์ คนไม่พอใจระบอบเก่า ไม่ได้ลดจำนวน แต่ม็อบกลับมีคนร่วมน้อยลง 

คนหายไปไหน? คนเบื่อม็อบ? อาจมาจากความขัดแย้งในฝ่ายประชาธิปไตย มีการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเงินบริจาค เรื่องทรยศหักหลัง และเวทีคลับเฮาส์ กลายเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ 

“บก.ลายจุด” หรือสมบัติ บุญงามอนงค์ ให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์เกี่ยวกับภาพรวมการชุมนุมของกลุ่มราษฎรว่า หลังแกนนำม็อบราษฎรหลายคนถูกคุมขัง จึงขอแนะให้มีการทบทวนรูปแบบ ปรับขบวนใหม่ รวมถึงต้องลดความเร่าร้อน และลดความถี่ในการจัดชุมนุม 

ดูเหมือนว่า บก.ลายจุด จะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์สันติวิธี และการทำงานแนวร่วม

ปีที่แล้ว ช่วงม็อบพีคๆ “บก.ลายจุด” มองเห็นจุดอ่อนบางประการ จึงเสนอว่า การยกระดับแม้สร้างแรงกดดันได้ แต่ถ้าทำลายแนวร่วมและทำลายความชอบธรรม จะเป็นการยกระดับที่นำไปสู่ความถดถอยและพ่ายแพ้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองในช่วงนี้ แยกออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจนคือ ม็อบผู้ใหญ่ กับม็อบเด็ก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
มายาม็อบ จบแล้ว ‘แดงก้าวหน้า’

ม็อบผู้ใหญ่

กิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” จากขอนแก่น ถึงกรุงเทพฯ ได้แปรสภาพเป็น “หมู่บ้านทะลุฟ้า” ปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาล คู่กับ “หมู่บ้านบางกลอย” ไปจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลาออก และข้อเรียกร้องอื่นๆ ทั้งหมดจะบรรลุ 

พูดง่ายๆว่า ม็อบทะลุฟ้า ที่กำเนิดมาจากเครือข่าย People Go Network เอ็นจีโอ, นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน และนักวิชาการบางกลุ่ม ผนึกกำลังกลุ่ม Unme of anarchy วางยุทธศาสตร์ชุมนุมยืดเยื้อ เหมือนสมัยม็อบสมัชชาคนจน  

ที่เรียกว่า “ม็อบผู้ใหญ่” เนื่องจากแกนนำหมู่บ้านทะลุฟ้า และหมู่บ้านบางกลอย เป็นเอ็นจีโอสายไม่เอาเผด็จการทหาร 

ม็อบทิพย์'คน' หายไปไหน

                                    หมู่บ้านทะลุฟ้าข้างทำเนียบ

ฉะนั้น ในวันที่มีการเดินทะลุฟ้า จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาทำเนียบรัฐบาล จึงได้ออกข้อตกลงขบวนทะลุฟ้าคือ เดินด้วยแนวทางสงบ ไม่ปะทะ ไม่ยั่วยุ ไม่พกพาอาวุธทุกชนิด ไม่ว่าจะพกติดตัว หรือพกไว้ในรถ

ที่สำคัญ ข้อตกลงในการปราศรัย เราจะปราศรัยในเชิงหลักการ ข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยไม่ด่าทอหรือลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะเรากำลังต่อสู้กับโครงสร้างที่กดทับประชาชน

แม้จะมีกลุ่มอาชีวะไม่เอาเผด็จการ มาร่วมแจม แต่เจอข้อตกลงข้างต้น ก็งานกร่อย และไม่กล้าฝืนมติผู้ใหญ่ของ 2 หมู่บ้าน 

ม็อบทิพย์'คน' หายไปไหน

                                              ม็อบสองหมู่บ้าน

ม็อบเด็ก

กลุ่ม REDEM เกิดมาจากกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้พูดคุยกัน และตัดสินใจเคลื่อนไหวที่มวลชนร่วมกันเป็นเจ้าของในชื่อ “REDEM-ประชาชนสร้างตัว” ซึ่ง REDEM ในที่นี้ย่อมาจาก RESTART DEMOCRACY สร้างประชาธิปไตยให้เกิดใหม่อีกครั้งไปด้วยกัน

มีคนเสนอว่า “ถ้าจะทำม็อบ REDEM ม็อบหน้าศาล แสดงความโกรธ ก็ทำไป แต่ในขณะเดียวกัน ควรถอยกลับไปทำม็อบในมหาวิทยาลัย ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อดึงคนเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบให้มากที่สุด”

เหมือนเยาวชนซ้ายใหม่ จะไม่ฟังผู้ใหญ่พูด เพราะพวกเขาเชื่อว่า “ถ้าต้องการกอบกู้ประชาธิปไตยกลับมา การปฏิวัติโดยประชาชนเท่านั้นที่จะสามารถกอบกู้เศษซากของประชาธิปไตยในไทยได้”

การที่เพื่อนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ กระตุ้นพวกเขาให้โกรธแค้น และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ “แรง” และท้าทาย  

ล่าสุดผลโหวต REDEM จาก 11,745 เสียงเลือกชุมนุมใหญ่ 20 มี.ค.2564 โดยรายละเอียดของการชุมนุม คงมีการแจ้งในสัปดาห์หน้านี้

ม็อบรีเด็ม ได้ก้าวข้ามประยุทธ์ไปแล้ว พวกเขามีข้อเรียกร้องเดียว และจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องก่อการปฏิวัติโดยประชาชนเท่านั้น

ม็อบทิพย์'คน' หายไปไหน

                                 ม็อบรีเด็ม นัดหมาย 20 มี.ค.2564

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(3) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461071

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(3)

14 มีนาคม 2564 – 16:22 น.

“โหรฟองสนาน” เผยเริ่ม 29 มีนาคม 2564-ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(3) คนลัคนาราศีสิงห์ กันย์ ตุลย์

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 367 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เริ่ม 29 มีนาคม 2564 – ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี (3)

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากราศีมังกรเข้าไปเดินในราศีกุมภ์เริ่ม 29 มีนาคม – 27กันยายน 2564 (มีเดินผิดปกติ)

มฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ/พระราหูจร(8) เดินอยู่ในราศีพฤษภ/พระเสาร์จร(7)เดินอยู่ในราศีมังกร

'โหรฟองสนาน' เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(3)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2)

ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 มาแล้วที่พฤหัสบดีจร(5) หัวหน้าดาวดีหรือศุภเคราะห์ดวงสำคัญี่สุดเข้ามาเดินในราศีมังกร

ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปพฤหัสบดีจรมีกำหนดจะย้ายไปเดินในราศีกุมภ์ และจะอยู่ที่นี่จนถึงวันที่ 27กันยายน 2564 แม้ระหว่างนี้จะมีเดินผิดปกติ-คาดหมายยาก แต่เพราะจากที่เป็นดาวสำคัญผู้เขียนจึงขอทำนายผลของพฤหัสบดีจรที่จะมีต่อทุกลัคนาราศีให้ทราบพอเป็นแนวทาง(ต่อ)

โดยสัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องของชาวลัคนาราศีสิงห์ กันย์และตุลย์ ดังต่อไปนี้

7. ลัคนาสถิตราศีสิงห์ ได้อะไรแบบง่าย-นิ่มขึ้น

ตั้งแต่ประมาณกันยายน 2563 มาแล้วท่านที่ลัคนาสถิตราศีสิงห์เจอเข้ากับการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา โยงไปถึงต้องเปลี่ยนที่ทำงาน การเดินทาง บางคนเปลี่ยนบ้านที่ดินรถเก่ง หรือเรื่องเรียนเป็นไปถึงปลายมีนาคม 2565) ต่อจากนั้นก็เจอเข้ากับปรากฎการณ์ต้องต่อสู้ดิ้นรน-แก้ปัญหาชีวิตเพื่อให้ได้โชคใหญ่ของชีวิต-เมื่อได้แล้วก็เกิดปัญหาให้แก้ไข-แก้ไขแล้วได้สลับกันอยู่อย่างนี้ แต่สรุปสุดท้ายแล้วก็ได้ เช่น

บางคนหยุดงานเดิม บางคนได้งานใหม่ บางคนเจรจาหนี้กับสถาบันการเงินมานานจนเหนื่อยใจเพราะติดระเบียบอ้างโน่นนี่แต่ในที่สุดก็ได้ลดต้นและดอก หรือบางคนได้หนี้ดีก้อนใหญ่ เช่น ทุนเรียนต่อแต่มีภาระต้องกลับมาชดใช้หรือบางคนเอาเงินฝากค้ำหนี้เพื่อเอามาลงทุน โดยตัวอย่างที่ทำเอาผู้เขียนอ้าปากค้างจากการได้ดีเรื่องแก้ปัญหาสุขภาพคือเจ้าชะตาป่วยด้วยโรคค่อนข้างหายาก ช่วงนี้ที่กำลังสิ้นหวังกลับได้พบแพทย์คนเก่าที่เคยรักษาให้เมื่อสามสิบปีที่แล้ว(รอบพระเสาร์จร) ที่บัดนี้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญกลับมาดูแลอีกครั้งแถมบอกว่าโรคนี้แม้ไม่ง่ายแต่มีวิธีรับมือ เป็นต้น

หลังจากผ่านการสู้หนักมาแล้วระยะหนึ่งครั้นตั้งแต่ระหว่าง 29 มีนาคม2564 – 27กันยายน 2564 เป็นระยะที่พวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)จะไม่ต้องต่อสู้หนักเท่าเดิมอีกแล้ว แต่จะเริ่มปรากฎการณ์ได้โชคลาภ แบบง่ายๆ เพราะปัญญาของพวกท่านตามโฉลก…ลาภโดยหมาย ได้ง่ายดายด้วยปัญหา..หรือไม่คงจะเป็นระยะที่หลังจากต่อสู้อย่างหนักมาแล้วพวกท่านจะได้ผลดีหรือลาภง่าย ๆ จากการต่อสู้นั้น

ลาภที่คาดว่าจะได้รอบนี้จะเป็นเรื่องความสุขสมหวังใหม่ ความหวังใหม่ หรือได้จากสิ่งเก่าที่เสียหาย-จากไปแล้วเช่นหมอคนเก่าหรือมรดกเก่า หรือจากแดนไกล ที่เกี่ยวโยงไปถึงเพื่อน หรือรายได้พิเศษ หรือสังคมใหม่เช่น บางคนได้แฟนแดนไกล หรือแฟนเก่ากลับมาเป็นแฟนกันใหม่ ซึ่งหากมีเกณฑ์อื่นเสริมอาจถึงขั้นแต่งงานรอบนี้ บางคนได้กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยเดิมที่หยุดไปเพราะโควิด-19 บางคนได้ไปทำงานกับบริษัทหรือนายจ้างคนใหม่ที่ต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ทั้งหมดนี้ผลคือจะพบเพื่อนหรือสังคมใหม่ หรือมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น

8. ลัคนาสถิตราศีกันย์ ปัญหา-อุปสรรค-หนี้สินแทรกเข้ามา

ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์(ส่วนใหญ่)เพิ่งออกจากทุกข์ใหญ่หรือภาระหนัก(ที่เล่นงานมาตั้งแต่ธันวาคม 2560) เพื่อนำ-พลิกชีวิตสู่สิ่งใหม่-อนาคต-ความหวังใหม่มาตั้งแต่ประมาณธันวาคม 2563 แล้ว ซึ่งหากผู้เขียนพบท่านที่ลัคนาสถิตราศีนี้ก็จะย้ำให้อย่าหันรีหันขวางขอให้กล้าเลือกทางใหม่ แม้เลือกแล้วอาจจะได้ผลเพียงกลาง ๆ -เครียด-แถมเป็นจังหวะที่จะได้ลาภชั่ว หรือลาภจากทุกข์แต่เชื่อว่าพวกท่านคงจะผ่านการกลั่นกรองดีแล้วจึงเลือกตามบุคลิกโดยรวมของคนราศีนี้ เช่น

บางคนยอมส่งคนป่วยจากบ้านไปอยู่สถานพยาบาลให้ไปอยู่ในความดูแลของมืออาชีพ บางคนรำคาญลูกน้องตัดสินใจเลิกจ้างเปลี่ยนเอาคนใหม่ทันสมัยกว่าเข้ามาทำแทน บางคนสร้างโรงงานเพิ่ม บางคนเลือกทางสึกหลังจากบวชมานาน ฯลฯ

ส่วนลาภชั่ว ที่พวกท่านมีโอกาสได้ตามตำราไปจนถึงประมาณปลายมีนาคม 2565 ที่ผู้เขียนเริ่มเห็นคือบางคนมีกำหนดหลุดจากเครดิตบูโร (ที่ทุกข์-ชั่วเซ็นต์อะไรไม่ได้มาสามปี) บางคนได้มรดกแถมหนี้ บางคนได้เงินเพราะชนะคดีที่สู้มานาน เป็นต้น

ท่ามกลางสองปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ต่อไป แต่ระหว่าง 29 มีนาคม -27 กันยายน 2564 พวกท่าน(ส่วนใหญ่-มียกเว้น)อาจจะมีปัญหาหรือหนี้สินหรือ สุขภาพที่เกี่ยวพันกับการเงินให้ต้องแก้ไขโดยมีพื้นฐานจากกงสี หรืองานกิจการ หรือบ้านที่ดินรถเก่ง หรือการเรียน หรือคู่ครอง หรือหุ้นส่วน รวมทั้งลูกน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นอาจจะมีคนป่วยให้ต้องดูแลใช้เงิน หรือลูกน้องหรือสัตว์เลี้ยงป่วย หรืองานติดระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายเช่จะสร้างโรงงาน-บ้านติดระเบียบ มีข้อขัดข้อง เป็นต้น

ไม่ว่าจะติดปัญหาอะไรของชีวิตช่วงนี้ตำราบอกว่าจะมาจากผู้หญิงตามโฉลก..หญิงมายา ใส่โทษาให้วุ่นวาย..แต่อีกตำราบอกว่าเป็นระยะที่จะได้ลูกน้องดี(คนละอย่างกับป่วย เพราะดีแล้วป่วยก็มี) และสุขภาพของพวกท่านส่วนใหญ่จะสมบูรณ์ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย

9. ลัคนาสถิตราศีตุลย์ ชะตาฟื้นชั่วคราว อารมณ์แจ่มใสขึ้น โชคชัยแทรกเข้ามาให้มีความหวัง

ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ประมาณกันยายน 2563 เป็นต้นมาท่านที่ลัคนาสถิตราศีตุลย์ส่วนใหญ่(มียกเว้น) เจอเรื่องหนัก ๆ ทั้งกับอารมณ์ที่หม่นเศร้า หรือ แฟนจากไป หรือได้แฟนเก่ากลับมา(เคยเจอกันหลายสิบปีก่อนหน้านี้ก็มี) บางคนก็ได้แฟนแดนไกล หรือบางคนลูกป่วย ฯลฯ  ตามติดด้วยปรากฎการณ์ที่ทุกข์หนักอึ้งในชีวิตที่ต้องแบกภาระไปอีกนานเพื่อสร้าง-เปลี่ยนฐานะหรืออาณาจักรใหม่ของชีวิต(คือบ้าน-ที่ดิน-รถเก่ง-การเรียน-กิจการ) เพื่อทำความมั่นคงให้ได้ในรอบนี้แทรกเข้ามาเช่น

บางคนต้องวางแผนย้ายฐานธุรกิจเพราะเจอคู่แข่งที่มีอิทธิพลในพื้นที่เดิม-บางคนจะลงทุนอสังหาฯ ครั้งใหญ่ บางคนพื้นฐานในบ้านเปลี่ยนเพราะบุพการีจากไปไม่คาดฝัน บางคนเรียนเกรดไม่ดี หรือบางคนเกษียณจากงานทำใจไม่ได้วอแวให้ครอบครัวมีปัญหา ฯลฯ

แต่ไม่ว่าพวกท่านส่วนใหญ่จะเจอมาหนักแค่ไหนข่าวดีคือระหว่าง 29 มีนาคม-27 กันยายน 2564 ชะตาจะฟื้นชั่วคราว ทำอะไรใหม่ ๆ หรือแก้ปัญหาอะไรเริ่มเข้าเป้าเพราะฝีมือตามโฉลก…เพราะปรีชา ได้ลาภาโดยสบาย…และอีกตำราบอกว่าจะเป็นจังหวะได้ลูกหรือแฟนจากแดนไกล ได้ผลดีในการเพิ่มรายได้จากการเก็งกำไร หรือการเสี่ยง เจริญรุ่งเรือง และมีโชคดี หรือไม่ก็อาจได้เซ็นต์สัญญาใหม่ ๆ

สำคัญอารมณ์จะแจ่มใสขึ้นชั่วคราว หรือเคยเห็นมาเข้าข่ายปลงตก หรือได้คิด แม้จะวูบวาบ

(ยังมีต่อ)

ฟองสนาน จามรจันทร์

12 มีนาคม 2564

ส่องเมียนมา วัดใจ ’20 กองกำลัง’ สู่สงครามประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/461065

ส่องเมียนมา วัดใจ ’20 กองกำลัง’สู่สงครามประชาชน

14 มีนาคม 2564 – 15:01 น.

คนพม่าเรียกหา “กองทัพประชาชน” ตอบโต้เผด็จการทหาร “20 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์” เป็นความหวังได้หรือไม่?

สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยบนท้องถนนในเมียนมา ดูเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ หลังมีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของตำรวจและทหารมากกว่า 70 รายแล้ว มินับการจับกุมผู้ชุมนุมหรือสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ถูกบังคับให้สูญหาย ถูกทรมาน หรือถูกปฏิบัติอย่างเลวร้าย 

ขณะเดียวกัน ประชาชนเมียนมาที่สู้ด้วยมือเปล่า รู้สึกไร้หนทางสู้ จึงเรียกร้องให้ยูเอ็นส่ง “กองกำลังต่างชาติ” เข้ามาปกป้องผู้บริสุทธิ์ให้รอดพ้นจากการปราบปรามเข่นฆ่า 

ล่าสุด คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ที่เป็นตัวแทน ส.ส.สหภาพ 900 กว่าคนที่ได้รับเลือกจากประชาชน ได้ประกาศแต่งตั้ง มานวินคายตาน (Mann Win Khaing Than) อดีตประธานสภาสูง เป็นรักษาการประธานาธิบดีเมียนมา

มานวินคายตาน ได้กล่าวกับประชาชนเมื่อค่ำวันที่ 13 มี.ค.2564 สรุปได้ว่า การลุกฮือครั้งนี้เป็นโอกาสสำหรับพวกเราทุกคนที่จะร่วมมือกันจัดตั้งสหภาพประชาธิปไตยแห่งสหพันธรัฐ ซึ่งเป็นปณิธานของพี่น้องชาติพันธุ์ทุกคน

เฉพาะหน้า คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) จะเตรียมการเรื่องรักษาความปลอดภัย และปกป้องประชาชนโดยเร็วที่สุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ยอดศึก’นำ10 ชาติพันธุ์หยุดเผด็จการทหาร

ชาติพันธุ์ฝ่ายตะวันตก

วันที่ 11-12 มี.ค.2564 เจ้ายอดศึก ประธานสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ในฐานะรักษาการประธานคณะทำงานกระบวนการสันติภาพ (PPST) ซึ่งประกอบด้วยผู้นำกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ที่เซ็นสัญญาหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) กับรัฐบาลเมียนมา ได้จัดประชุมออนไลน์ปรึกษาหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองหลังรัฐประหาร ครั้งที่ 2 

ส่องเมียนมา วัดใจ '20 กองกำลัง'สู่สงครามประชาชน

                                  เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ใต้

เจ้ายอดศึก แถลงผลการประชุมที่ไม่ได้แตกต่างจากครั้งแรกมากเท่าใดนัก โดย 10กลุ่มชาติพันธุ์ ยังสนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชน ที่ออกมาต่อต้านระบอบเผด็จการ และการเข้ามายึดอำนาจของกองทัพเมียนมาหรือตั๊ดมะด่อ

นอกจากนี้ 10 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการประสานงานกับต่างประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านั้น ดร.ซาซ่า ตัวแทนของคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ออกข่าวว่า จะขอเข้าพบเจ้ายอดศึก แต่ก็ได้รับการปฏิเสธว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

1.สภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) หรือกองทัพไทใหญ่ใต้ มีที่มั่นใหญ่อยู่ดอยไตแลง รัฐฉานตอนใต้ ตรงข้าม จ.เชียงใหม่ ทหารไทใหญ่ใต้ น่าจะมีกำลังพลประมาณ 10,000 นาย 

2.สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) แยกเป็น 7 กองพลน้อย ประมาณ 5,000-8,000 นาย กระจายกำลังอยู่ในเขตรัฐกะเหรี่ยง บริเวณแนวชายแดนเมียน-ไทย จากกาญจนบุรี, ตาก และแม่ฮ่องสอน 

3.องค์กรปลดปล่อยชาติปะโอ(PNLO) มีที่มั่นอยู่แถวเมืองปั่น แขวงลางเคอ รัฐฉานตอนใต้ มีกำลัง 2,000 คน 

4.กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตย หรือกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) มีกำลังประมาณ 5,000 นาย 

5.แนวร่วมแห่งชาติชิน(CNF) มีกำลังพล 3,000 นาย เคลื่อนไหวในพื้นที่รัฐชิน

6.แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า (ABSDF) เป็นกองกำลังนักศึกษารุ่น 1988 มีกำลังพลประมาณ 2,000 คน 

7.พรรคปลดปล่อยอาระกัน (ALP) ไม่ใช่กองทัพอาระกัน (AA) มีที่มั่นอยู่ในรัฐชิน 

8.สภาแห่งชาติกะเหรี่ยงสันติภาพ (KNU/KNLA-PC) แยกมาจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง มีกำลัง 3,000 นาย 

ส่องเมียนมา วัดใจ '20 กองกำลัง'สู่สงครามประชาชน

                        มูตู เซพอ ผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง

9.พรรครัฐมอญใหม่ (NMSP) อยู่ในรัฐมอญ มีกำลังประมาณ 1,000 นาย 

10.สหภาพประชาธิปไตยลาหู่(LDU) มีพื้นที่เคลื่อนไหวใน 9 เมือง รัฐฉานตะวันออก มีกำลังประมาณ 2,000 นาย

ในพื้นที่ภาคใต้ของเมียนมา ยังมีกองกำลังชาติพันธุ์ ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเจรจาหยุดยิงอีก 1 กลุ่มคือ กองทัพก้าวหน้าแห่งชาติกะยา (KNPP) ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่บนดอยยามู รัฐกะยาหรือรัฐกะเรนนี ตรงข้าม อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

ส่วนกลุ่มกะยาดาวแดง (KNPLF) และกลุ่มกะยาดาวขาว(KNSO) ได้แปรสภาพเป็นกองกำลังป้องกันชายแดน (BGF) ดูแลในพื้นที่รัฐกะยาหรือรัฐกะเรนนี ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน

ชาติพันธุ์ฝ่ายจีน

ระหว่างวันที่ 11-13 มี.ค.2564 กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) ได้เปิดยุทธการโจมตีค่ายทหารเมียนมา ที่เมืองผาก้าน และเมืองโมก้อง แขวงมิตจีน่า ซึ่งโฆษกกองทัพ KIA แถลงว่า เป็นการตอบโต้กองทัพเมียนมา ที่ใช้กำลังปราบปรามประชาชน

นับว่าเป็นครั้งแรกที่กองทัพเอกราชคะฉิ่น ได้แสดงท่าทีและจุดยืนทางการเมือง ขณะที่กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ส่วนใหญ่ในภาคเหนือ ในนาม “คณะกรรมการเจรจาทางการเมือง” (FPNCC) ยังคงสงวนท่าที ไม่มีปฏิกิริยาใดๆต่อการใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมของประชาชน

ส่องเมียนมา วัดใจ '20 กองกำลัง'สู่สงครามประชาชน

                          เอ็ม ปาละ ผู้นำองค์กรเอกราชคะฉิ่น

สมาชิกของคณะกรรมการเจรจาทางการเมือง (FPNCC) ประกอบด้วย 1.กองทัพสหรัฐว้า(UWSA) 2.กองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA)  3.กองทัพสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ(NDAA) หรือเมืองลา 4.กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา(MNDAA) หรือโกก้าง 5.กองทัพรัฐฉานก้าวหน้า (SSPP/SSA) หรือไทใหญ่เหนือ 6.กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และ 7.กองทัพอาระกัน (AA)

ส่องเมียนมา วัดใจ '20 กองกำลัง'สู่สงครามประชาชน

                             เปาโหยวเฉียง ผู้นำสหรัฐว้า

ทั้ง 7 กลุ่ม เป็นกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ยังไม่ได้เซ็นหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมา มีบางกลุ่มที่ได้เซ็นสัญญาในลักษณะหยุดยิง 2 ฝ่าย 

เขตปกครองพิเศษของกลุ่ม FPNCC อย่างน้อย 4 กองกำลังนั้น ติดชายแดนเมียนมา-จีน โดยแกนหลักของกลุ่ม FPNCC ในภาคเหนือ ก็คือ เปา โหยวเฉียง ผู้นำสหรัฐว้า และเอ็ม ปาละ ผู้นำองค์กรเอกราชคะฉิ่น ซึ่งมีความสนิทกับจีนเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐว้า และองค์กรเอกราชคะฉิ่น ยังไม่มีคำประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะยืนอยู่ฝั่งไหน ระหว่างกองทัพเมียนมา กับพรรคเอ็นแอลดี

ปฏิบัติการ ถอดชิปในสมอง นักเรียนเลว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460937

ปฏิบัติการ ถอดชิปในสมอง นักเรียนเลว

14 มีนาคม 2564 – 11:15 น.

จะบริหารการศึกษาอย่างไร เมื่อว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มองว่า “เด็กถูกฝังชิปในสมอง ให้ชังชาติ”…บทวิเคราะห์ โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นบุคคลที่กำลังถูกจับตามองว่า จะได้นั่งกระทรวงใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการ แทน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งต้องหลุดจากตำแหน่ง เพราะศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกคดีการชุมนุมกับ กปปส.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “ชัยวุฒิ” เผย ได้ตำแหน่ง รมต. แน่นอน ผู้ใหญ่ใน พปชร.แจ้งแล้ว

ประวัติของ นายชัยวุฒิ เริ่มเล่นการเมืองระดับชาติ ในปี 2544 ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สิงห์บุรี สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทย ต่อมาถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพ้นโทษ ลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ในปี 2557 แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นกลับเป็นโมฆะ ปิดท้ายด้านการรัฐประหารในเดือน พ.ค.2557

มาเริ่มต้นใหม่กับพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะบัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมา บทบาททางการเมืองเรียกได้ว่า พร้อมชนได้ทุกเมื่อ โดยพร้อมชนทั้งคนในพรรคเดียวกัน ต่างพรรค รวมถึงม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา

เมื่อเดือน ธันวาคม 2563 นายชัยวุฒิ ในฐานะ ส.ส. ตั้งกระทู้ถาม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว และเป็นที่มาของวาทะ

“การล้างสมองเด็ก ไม่ใช่แค่เพื่อต้องการล้มรัฐบาล แต่เขาต้องการล้มอะไรมากกว่านั้น ท่านก็ทราบ”

“เด็กเหล่านี้เขาไม่มีความรู้ความเข้าใจ เขาโดนล้างสมอง โดนฝังชิปในสมอง ให้ชังชาติ ให้ต่อต้านสังคม แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันยังไง”

พร้อมขอให้กระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มหลักสูตรเกี่ยวกับความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อไม่ให้เด็กถูกล้างสมอง ถูกยุยงปลุกปั่น เพราะบ้านเมืองจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อ เด็กต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

หากมองแบบให้โอกาสกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค่อนข้างเป็นมิตรกับกลุ่มนักเรียนเลว และมีประสบการณ์ด้านการศึกษาจากการเป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชน

ในส่วนของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งมาใหม่นั้น ก็มีผู้การันตีว่า เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการศึกษา โดยผ่านการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชน เช่นกัน แต่ในมุมมองที่มีต่อกลุ่มนักเรียนเลวนั้นก็เป็นอย่างที่ทราบ

ย้อนกลับไปคำถามที่ว่า ตลอดระยะเวลาของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาแค่ไหน หรือมองเห็นแค่เพียงว่า กระทรวงศึกษาเป็นกองกำลังที่ใช้ต่อสู้กับมวลชน กับกลุ่มนักเรียนเลวเท่านั้น

สังเกตได้จากที่ผ่านมา หลังจากที่มีการเลือกตั้ง รัฐมนตรีในกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเพียงผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไร้ทิศทาง ไร้ความสามารถในการบริหารการศึกษา

ไม่เคย เข้าถึง เข้าใจ และรับฟัง ข้อมูลและปัญหาที่แท้จริง จากบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ระยะเวลาที่ผ่านมา บุคคลเหล่านั้นเป็นเพียงหมอกควันที่มาปกคลุมและกัดกร่อน ให้การศึกษาของชาติค่อยๆ เลื่อมสลายไปกับการเมือง