‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460407

‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2)

7 มีนาคม 2564 – 15:32 น.

โหรฟองสนาน” เผยเริ่ม 29 มีนาคม 2564-ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2) คนลัคนาราศีพฤษภ มิถุน กรกฎ

โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่366 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เริ่ม 29 มีนาคม 2564 -ผลของพฤหัสบดีจร ย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(2)

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากราศีมังกรเข้าไปเดินในราศีกุมภ์เริ่ม 29 มีนาคม -27กันยายน 2564 (มีเดินผิดปกติ)

มฤตยูจร(0)เดินอยู่ในราศีเมษ/พระราหูจร(8)เดินอยู่ในราศีพฤษภ/พระเสาร์จร(7)เดินอยู่ในราศีมังกร

ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 มาแล้วที่พฤหัสบดีจร(5)หัวหน้าดาวดีหรือศุภเคราะห์ดวงสำคัญี่สุดเข้ามาเดินในราศีมังกร ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปพฤหัสบดีจรมีกำหนดจะย้ายไปเดินในราศีกุมภ์ และจะอยู่ที่นี่จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2564 แม้ระหว่างนี้จะมีเดินผิดปกติ-คาดหมายยาก แต่เพราะจากที่เป็นดาวสำคัญผู้เขียนจึงขอทำนายผลของพฤหัสบดีจรที่จะมีต่อทุกลัคนาราศีให้ทราบพอเป็นแนวทาง(ต่อ) โดยสัปดาห์นี้จะเป็นคิวของชาวลัคนาราศีพฤษภ มิถุน และกรกฎ ดังนั้น

                                          รูปจักรราศีเมษ-มีน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

4. ลัคนาสถิตราศีพฤษภ โชคชัยเรื่องงานเริ่มเข้ามาในชีวิตรอบแรก- ตามด้วยเงิน และเป็นช่วงน่าพิจารณาแก้ไขทบทวนงาน-นาย-เพื่อนฝูง

ย้อนกลับไปเมื่อใกล้ๆนี้ท่านที่ลัคนาสถิตราศีพฤษทั้งหลายเรื่องผันผวนจัดในเรื่องการงาน ธุรกิจ กิจการ นายจ้าง ผู้บังคับบัญชาเพิ่งจบลงไปเมื่อประมาณต้นกันยายน 2563 ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นไปพร้อม ๆ กับพวกท่านส่วนใหญ่ได้เริ่มปฏิบัติการสำคัญคือเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิต-วิถีชีวิต-การงานขนาดใหญ่ในระดับน้องๆ แผ่นดินไหว มาแต่ตั้งแต่ต้นธันวาคม 2563 ด้วยความรู้สึกอึดอัด ผะผืดผะอม กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

หากพวกท่านเจอเข้ากับอาการที่ว่านี้อย่าได้แปลกใจเพราะถึงอย่างไรเรื่องของงานก็เป็นเงื่อนไขบังคับให้พวกท่านเปลี่ยนแปลง-ทาง-วิถีชีวิตไปถึงปลายมีนาคม2565 แถมงานเข้ามาแบบงานงอกมาก  อีกทั้งไม่ว่าพวกท่านจะเป็นอะไร หาอะไรได้อะไรดีแค่ไหนก็มักรักษาไว้ไม่ได้เช่น

นักการเมืองอยู่พรรคเดิมมานานเลือกทางย้ายพรรคแบบผะอืดผะอม-ทำทัวร์เจ๊งเพราะโควิด-19 ไปเปิดบาร์ขายอาหารท่ามกลางธรรมชาติ-เปลี่ยนจากช่างซ่อมเครื่องบินเลือกไปปลูกป่าเป็นงานรองเพื่อรอโควิด-19 จาง-เปลี่ยนจากหมอโรงพยาบาลเอกชนเข้าราชการ-เปลี่ยนจากงานประจำเป็นลูกจ้างรายปี(เสียงานเดิม) ฯลฯ

ภายใต้เงื่อนไขว่างานเป็นเงื่อนไขบังคับให้พวกท่านเปลี่ยนแปลงทางชีวิตที่เคยเป็นมาแต่เดิมไปถึงปลายมีนาคม 2565 นั้น แม้จะเริ่มต้นทุลักทุเลแค่ไหน ครั้นตั้งแต่ 29 มีนาคม -27 กันยายน 2564 พวกท่านส่วนใหญ่(มียกเว้น)จะได้อะไรดี ๆ ในเรื่องงาน-นาย-ผู้บังคับบัญชา-กิจการเป็นรอบแรก (ยังมีรอบที่สองรออยู่) ทั้งจากวงสังคม เพื่อนฝูง แดนไกล หรือสิ่งเก่า ๆ กลับมา เช่นลูกค้าหายไปเพราะโควิด-19 จะเริ่มกลับมา- หรือกลับไปทำงานหลักแบบเดิมที่เคยทำ-บางคนธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ธุรกิจให้ ฯลฯ

อีกทั้งระยะนี้หากเป็นไข้-มีปัญหา-หนี้สินหากพยายามทำแล้วจะแก้ได้ตามโฉลก..ไข้หายเอง คนยำเกรงจะรุ่งเรื่อง…เพียงแต่พวกท่านต้องลงมือทำ โดยขอให้ดูตัวอย่าง เมืองรัตนโกสินทร์ที่เคยทำได้มาแล้วจากการเจอกับปัญหาโควิด-19 สองระลอกแต่เป็นเพราะเกณฑ์นี้(พฤหัสบดีจรเดินอยู่ในภพที่สิบของเมือง) ไทยจึงรับมือได้ดี แล้วไข้ค่อย ๆ หายไป (ส่วนอเมริกา-ทำไม่ได้)

5. ลัคนาสถิตราศีมิถุน ชะตาเริ่มฟื้น(รอบแรก) มีแนวโน้มได้พบสิ่งใหม่-แฟนใหม่ และโดดเด่นเรื่องงานตามระดับวาสนา

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วคือกันยายน 2563 เป็นต้นมาท่านลัคนาสถิตราศีราศีมิถุนเจอฤทธิ์ดาวใหญ่ทยอยเข้ามุมอับและมุมร้ายเป็นระยะ ๆ ผลสรุปคือพวกท่านจะอึดอัด หงุดหงิดในทางหรือวิถีชีวิต หรือความเชื่อ หรืออุดมการณ์ที่เกี่ยวกับงาน หรือเพื่อร่วมงานหรือหุ้นส่วนในชีวิต  ต่อด้วยเจอเรื่องการตายหรือเจ็บไข้ได้ปวยของพ่อแม่หรือคนในครอบครัวหรือไม่ก็มี ปัญหามรดกหรือยุ่งยากทางการเงิน บางคนโชคร้ายถูกเรียกภาษีเพิ่มจากเรื่องที่คนอื่นทำ  ส่วนบางคนโชคดีได้คืนภาษีก็มี

กล่าวโดยสรุปที่ผ่านมานอกจากเรื่องรายได้พิเศษแล้ว ท่านที่ลัคนาสถิตราศีมิถุน (ส่วนใหญ่-มียกเว้น)เจอหนักอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงานหลัก-นาย-หุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเช่นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอุดมการณ์ฯลฯว่าจะเอาอย่างไรดี

ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป-27 กันยายน 2564 ผู้เขียนเชื่อว่าโชคชัยเริ่มจะอวยพวกท่านเรื่องงานหลัก-คู่ครองหรือหุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเป็นรอบแรก(ยังเหลือรอบที่สอง )เพื่อให้พวกท่านใช้เวลาที่ดีนี้ทบทวนว่าจะเอาอย่างไรดีกับเรื่องเหล่านี้ โดยคำแนะนำคือเป็นระยะที่จะทำอะไรใหม่ ๆ เช่น หากเป็นนักการเมืองอาจตั้งพรรคใหม่ หรือหาพรรคใหม่สังกัด หรือรวมกลุ่มใหม่ หรือบางท่านอาจไปทำงานแดนไกล ต่างประเทศ แสวงบุญ ออกบวช หรือเป็นตัวแทนของหน่วยงานเช่นได้เป็นพนักงานดีเด่น หรือบางท่านได้แฟนหรือไม่ลูกตามโฉลก..ได้ฐานา ลุลาภาอยู่นองเนือง…

แต่ท่านที่โชคร้าย (ช่วงพฤหัสบดีเป็นกาลกิณีจร) อาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย หรือเกิดเรื่องราว ติดระเบียบ-หลักโน่นนี่ซึ่งหากจะมีก็ขอให้ใช้วิธีเจรจา หรือหาคนกลางมาช่วยประสาน

6. ลัคนาสถิตราศีกรกฎ ได้หรือเสียมรดกแบบไม่คาดฝัน-ระวังได้ความผิดที่ไม่ได้ก่อ-อาจมีคนป่วยในบ้านให้เสียเงิน-ทางโหรถือว่าหัวหน้าเทวดาประจำตัวป่วยหนักชั่วคราว-รอบแรก

ก่อนหน้านี้ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกรกฎทั้งหลายเจออาเพศ หรือปฎิวัติใหญ่ (ผลมีทั้งดีร้าย) เรื่องงานมานานแล้ว และยังจะเป็นต่อไป ครั้นตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมาพวกท่านน่าจะมีโชคจากการเดินทางไกลไปต่างประเทศหรือไปเสี่ยง หรือได้มรดก ของเก่าพอหมอปากหอมคอ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดผะอืดผะอมเรื่องคู่ครอง หรือหุ้นส่วนหรือกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสียชีวิตทั้งหลาย

ซึ่งก็ต้องเตือนกันละว่าพวกท่านอยู่ระหว่างทุกข์-ยาก ๆ เรื่องคู่ครอง-ชีวิตสมรส หรือหุ้นส่วนชีวิตทั้งหลายเช่นบริษัทที่ทำงานอยู่-หรือเพื่อนร่วมงานเป็นต้นเป็นหละกใหญ่ ที่ต้องประคับประคองอย่างมากไปอีกยาวเช่นอาจมีคนเป็นหม้าย-อายุแตกต่างกันเข้ามากระทบชีวิตสมรส หรือร่วมหุ้นทำงานด้วยกันอยู่ดี ๆ เกิดแตกกันขึ้นมาเฉย ๆ แต่บางท่านที่โชคดีอาจได้แต่งงานตอนอายุมาก ๆ หรือได้แต่งงานกับคนเป็นหม้าย หรือคนสูงอายุหรือบางท่านได้ร่วมหุ้นกับคนสูงอายุ หรือเป็นหม้ายเป็นต้น

สำคัญคือครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 27กันยายน 2564 ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกรกฎต้องเพิ่มการระวังตัวให้จงหนักว่าเรื่องลึกลับที่ปกปิดไว้อาจแดงขึ้นมา กลายเป็นเรื่องราวที่บั่นทอนจิตใจจนแทบถอดใจเกิดขึ้นรอบแรก(..ได้ความผิดจนน้ำจิตชัยปรา)-หรือพูดง่ายๆ เรื่องร้ายเช่นเกี่ยวกับชีวิตสมรส-หุ้นส่วนชีวิต-คดีความรอเกิดคล้ายๆ เทวดาประจำตัวป่วยมากคุ้มครองลัคนาไม่ได้

คำแนะ ช่วงนี้เป็นระยะที่เหมาะกับการส้องสุม หรือแอบทำอะไรลับๆก่อนเพื่อรอจังหวะดีๆเข้ามาในทางชีวิต

ส่วนด้านดี ในระยะนี้ที่พวกท่านส่วนใหญ่จะได้แม้จะเป็นทุกขลาภ หรือลาภทุกข์คือมีโอกาสได้รับเงินปันผล หรือส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเป็นหุ้นส่วน หรือได้เงินจากการประกันภัย หรือประกันชีวิต หรือได้มรดกจากพินัยกรรม หรือได้จากเรื่องลึกลับหรือแดนไกลเป็นต้น

(ยังมีต่อ)

ฟองสนาน จามรจันทร์

5 มีนาคม 2564

มายาม็อบ จบแล้ว ‘แดงก้าวหน้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460402

มายาม็อบ จบแล้ว ‘แดงก้าวหน้า’

7 มีนาคม 2564 – 14:37 น.

ปลุกแดง “ไบร์ท ราษฎร” เข็นแดงก้าวหน้าไม่ขึ้น ปมอีโก้แกนนำ ทำให้เสื้อแดงรวมกันไม่ติด

ประโคมข่าวเสียใหญ่โต รวมพลคนเสื้อแดง 4 ภาค จะไปปักหลักพักค้างที่ด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน แถมนัดหมายแถวรังสิต ปทุมธานี ดงเสื้อแดงเสียด้วย

พอถึงวันนัดหมาย (6 มี.ค.2564) มีแค่ “ไบร์ท” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และรถกระบะคันหนึ่ง พร้อมคนเสื้อแดง 50 คน ไม่มีเงา “แดงลำลูกกา” และคนเสื้อแดงจาก 4 ภาค 

สุดท้าย “ไบร์ท” ก็เปลี่ยนแผนไม่ไป “ราบ 11” หันหัวรถไปศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ และประกาศยุติการชุมนุม

ถ้าติดตามการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร มาแต่ปลายปีที่แล้ว จะเห็นว่า มีความพยายามจะดึง “คนเสื้อแดง” มาร่วมชุมนุมกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีป้าๆลุงๆเสื้อแดงมาร่วมไม่มากนัก

แม้จะมีคนเสื้อแดงอีสาน และเหนือ ออกข่าวให้การสนับสนุนม็อบราษฎรเต็มที่ แต่ถึงวันนัดชุมนุมในกรุงเทพฯ ก็ไม่มีคนเสื้อแดงเคลื่อนพลมาเป็นหมื่นเป็นแสนคน เหมือนช่วงปี 2552-2553 

ที่คุ้นหน้าคุ้นตา ก็เห็นแต่คนเสื้อแดงอย่าง สมบัติ ทองย้อย,ฟอร์ด เส้นทางสีแดง, ไก่ บิ๊ก แมน รวมถึงชินวัตร จันทร์กระจ่าง ไม่มีแกนนำแดงระดับดาวเด่นดาวดัง โดยเฉพาะสาย นปช.นั้น ไม่โผล่มาร่วมม็อบราษฎรเลย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบทะลุฟ้าจากราษฎรถึง Redem

แดงโดดเดี่ยว

ย้อนไปดูม็อบราษฎร วันที่ 14 ต.ค.2563  จะมีชื่อ “กลุ่มแดงก้าวหน้า63” ที่ตั้งเวทีคู่ขนาน บน ถ.ราชดำเนิน แต่ก็มีคนเสื้อแดงมาฟังการปราศรัยชนิดนับหัวได้

ถัดมา วันที่ 22 พ.ย.2563 กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ร่วมกับกลุ่มอาชีวะจัดกิจกรรมที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 ครั้งนั้น ภานุพงษ์ มุกดารา ประธานกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 พยายามเรียกร้องคนเสื้อแดงให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง  

ช่วงต้นเดือน มี.ค.2564 มีชื่อองค์กรใหม่ “แนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 เพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (น.ด.ช) หลังจาก “ไบร์ท” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แยกตัวออกมาจากเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี

                  กลุ่มแดงก้าวหน้า พยายามปลุกแดง แต่ไม่สำเร็จ

ดูเหมือนว่า “ไบร์ท” กับเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จะจากกันแบบมีปัญหา เพราะในยุทธจักรคนเสื้อแดงเมืองนนท์ จะทราบดีว่า “ไบร์ท” มีลักษณะวีรชนเอกชน ตั้งแต่สมัยเป็นแกนนำแดงวิทยุชุมชนนนทบุรี ช่วงปี 2554-2557

งานแรกในนามแดงก้าวหน้าของไบร์ท กลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดูอ้างว้างและโดดเดี่ยว

                                   ไบร์ท เคลื่อนไหวแบบเหงาๆ

แดงโซเชียล

พูดถึงคนเสื้อแดงที่รวมตัวกันขับไล่รัฐบาลประยุทธ์มาก่อนหน้ากลุ่มเยาวชนปลดแอก ก็ต้องให้เครดิตกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ธนพล ธนเดชพรเลิศ หรือไก่ บิ๊กแมน ที่เปิดเวทีหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทุกวันอาทิตย์ มาตั้งแต่ปลายปี 2562

ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร “ไก่ บิ๊กแมน” ได้รวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เอาเผด็จการ อาทิ ศีรธนญชัย ไฮเทค, แป๊ะ บางสนาน ฯลฯ มารวมพลังในนามกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 แต่ตอนหลังก็แยกย้ายกันไป 

                                        ฟอร์ด เส้นทางสีแดง

“ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ในนามกลุ่มเส้นทางสีแดง เคยร่วมงานกับไก่ บิ๊กแมน มาแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้งปี 2561 แต่ตอนหลัง สองคนนี้แตกคอกัน แยกกันไปคนละทาง
 สำหรับ “ฟอร์ด” เป็นคนเล่นโซเชียล จึงส่งเสียงผ่านเฟซบุ๊คอยู่ประจำ เหมือนจะเป็นแกนนำแดงอิสระ แต่เอาเข้าจริงก็มีสมาชิกแค่หลักร้อย

ขณะที่ “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ด นปช. ที่เข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัยให้ม็อบราษฎร พักหลัง สมบัติแสดงความเห็นวิจารณ์พวกเดียวกันบ่อย อาศัยความเก๋าและประสบการณ์โชกโชน แต่ก็เจอทัวร์ลง จนต้องปลีกวิเวกออกมาจากม็อบราษฎร 

ที่หนักหนาสาหัส “สมบัติ” งัดข้อกับ “เฮียบุ๊ง” เจ้าของม็อบราษฎร จึงเจอคำสั่งห้ามเข้าม็อบ

                                          สมบัติ ทองย้อย

บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ไทยวางแผนรับมือตรงข้าม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460282

บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ไทยวางแผนรับมือตรงข้าม

7 มีนาคม 2564 – 08:11 น.

คอลัมน์… ลึกลับโลกมนุษย์ โดย  ดร.บีจี

           พายุหิมะโหมกระหน่ำ อุณหภูมิติดลบกว่า 30 องศาใน “รัฐเท็กซัส” สร้างความพิสวงงงงวยให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนเป็นอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่แถบนั้น ถูกประเมินคาดหัวตัวแดงมาตลอดว่า “ต้องเจอภัยแล้งจัดเพราะโลกร้อนแน่ ๆ” ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นขั้วตรงข้าม คือ “ภัยหนาวจัด”  เนื่องจากหลายสิบปีที่ผ่านมา เท็กซัสเกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำฝนหรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นแบบรุนแรง จนกระทบต่อการระบายน้ำบริเวณชายฝั่ง นักวิจัยหลายฝ่ายร่วมมือกันทำแบบจำลอง “worst case scenario” เป็นเสมือนคาดการณ์ล่วงหน้าว่า “กรณีเลวร้ายสุดจากผลกระทบโลกร้อนที่อาจเกิดขึ้นในเท็กซัสมีอะไรได้บ้าง” เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานรัฐเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงให้ทันท่วงที

        ผลการจำลองบอกว่า พื้นดินเท็กซัสอาจเผชิญความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำในแม่น้ำสำคัญหลายสายจะแห้งขอด ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และทุ่งข้าวจะกลายเป็นสีน้ำตาลเพราะแดดแผดเผาอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา สภาพเลวร้ายภัยแล้งของรัฐเท็กซัส  ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอเมริกานั้น เริ่มก่อเค้าความรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2554

       มหันตภัยพายุหิมะที่เคลื่อนตัวเป็นระลอก ๆ มาเยือนแทบทุกพื้นที่เท็กซัส ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 กลายเป็นความหนาวเย็นสุดขั้วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน… กรมอุตุนิยมอเมริกาโชว์ตัวเลขวันที่ 14 ก.พ.2021 อุณหภูมิลดลงแตะระดับ ติดลบ –18 องศาเซลเซียล  ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว อากาศสบายๆ ประมาณ 15 องศาเซลเซียล หมายถึงความแตกต่างที่มากถึงเกือบ 30 องศา

         ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพราะหนาวตายพุ่งสูงเกือบ 100 คน ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปาล่มสลาย ชาวเท็กซัส 12 ล้านคน ไม่มีน้ำไม่มีไฟใช้ หรือมีแบบติด ๆ ขัด ๆ  สำนักข่าวทั่วโลกรายงานโศกนาฏกรรมเด็กน้อยหลายคนนอนขดตัวหนาวตายภายใต้ผ้าห่มหลายชั้น เพราะในบ้านไม่เคยมีเครื่องทำความร้อน ระบบไฟฟ้าถูกตัดขาดหลายวัน บางครอบครัวแม่ตัดสินใจอุ้มลูกเข้าไปนอนเปิดฮีตเตอร์ในรถยนต์ แล้วเสียชีวิตเพราะก๊าซพิษจากท่อไอเสียไหลเวียนไม่ดีพอ

          นี่คือความลึกลับของ “ภาวะโลกร้อน” ไม่ว่ารัฐบาลทั่วโลกจะร่วมมือกันทุ่มงบประมาณประดิษฐ์เทคโนโลยีไฮเทค เพื่อวิเคราะห์จำลองคาดการณ์ไว้อย่างไรก็ตาม สุดท้ายอาจพลิกขั้วเป็นตรงข้ามได้เสมอ

       ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกร้อนของเท็กซัส วางแผนเตรียมพร้อมรับมือ “ภัยแล้งร้อน” ไว้อย่างเต็มที่ แต่วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นขั้วตรงข้าม คือ ภัยหนาวพายุหิมะ แบบฉับพลันและรุนแรง !?!  

        มหาวิทยาลัยแห่งเท็กซัส  ทำวิจัยและเผยแพร่หนังสือชื่อ “ผลกระทบของภาวะโลกร้อนในเท็กซัส” (The Impact of Global Warming on Texas) เมื่อปี 2554 เนื้อหาแสดงให้เห็นประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอดีตของเท็กซัส และจำลองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันจากปัญหา “ภาวะโลกร้อน” และปัจจัยอื่น ๆ  

CBSNEWS

       มีการยืนยันว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลกำลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากปริมาณน้ำฝนหรืออุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ชายฝั่งทรุดตัวต่อเนื่อง พร้อมเสียงเตือนถึงผลผลิตและรายได้ส่วนใหญ่ของชาวเท็กซัสที่มาจากภาคเกษตรอาจย่อยยับ เพราะภัยแล้งรุนแรง การขาดแคลนน้ำ ฟาร์มพืชและฟาร์มสัตว์เสี่ยงเผชิญศัตรูพืชและโรคระบาด คำเตือนเกี่ยวกับ “ภัยแล้งและอากาศร้อนจัด” มีมาต่อเนื่องเรื่อย ๆ  

        เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นขั้วตรงข้าม  “ภัยหนาวรุนแรง” ทำให้ชาวเท็กซัสไม่ขาดแคลนน้ำ แต่กินไม่ได้เพราะเป็นน้ำแข็ง และไม่มีไฟฟ้าส่งมาถึงหม้อต้มน้ำท่อส่งก๊าซเกิดภาวะน้ำแข็งเกาะ กังหันผลิตพลังงานลมหมุนไม่ได้เพราะหิมะท่วม ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมสำรองเชื้อเพลิงหรืออุปกรณ์สิ่งของยังชีพไว้สำหรับรับภัยหนาว สิ่งที่พอมีก็คือ ถ่านดำถุงเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับเตาบาร์บีคิวย่างซี่โครงหมู

         บทเรียนโลกร้อน “เท็กซัส”…ทำให้ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย อาจต้องวางแผนรับมือความแปรปรวนของภูมิอากาศไว้หลายรูปแบบและหลากสถานการณ์มากกว่านี้ เพราะความลึกลับของมหันตภัยโลกร้อน อาจเกิดขึ้นแบบขั้วตรงข้ามได้เสมอ !

อธิบายง่าย ๆ คือ เท็กซัสที่มีอุณหภูมิคล้ายไทย บางพื้นที่ร้อน บางพื้นที่หนาว พื้นที่หนาวสุดเฉลี่ยประมาณ 1- 5 องศา เช่นเดียวกับไทยในภาคเหนือแถบเชียงรายหรือน่านก็เคยลดต่ำถึง 1-2 องศามาแล้วเช่นกัน

     ที่ผ่านมานักวิชาการของไทยมักกังวลถึง “ภัยร้อนแห้งแล้งแบบต่อเนื่องและรุนแรง” จากก๊าซเรือนกระจก แต่ไม่ค่อยมีคำเตือนให้ระวังภัยหนาวแบบหฤโหดมากนัก เพราะมั่นใจว่าอากาศร้อนชื้นของไทยไม่ทำให้เกิดหิมะตกอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดแบบขั้วตรงข้ามในเท็กซัส อาจทำให้พวกเราต้องกลับมาช่วยกันพิจารณาความเป็นไปได้แบบเลวร้ายที่สุด การสร้าง แบบจำลอง “worst case scenario” ถ้าเกิดภัยหนาวจัดแบบเท็กซัส คนไทยจะรับมือได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค ถ้าท่อส่งก๊าซกลายเป็นน้ำแข็ง หรือน้ำในบ่อเก็บของการประปาเป็นน้ำแข็งหมด ระบบไฟฟ้าไม่ทำงาน คนไทยจะทนความหนาวแบบไม่มีน้ำใช้ได้นานแค่ไหน

           ผศ.ประสาท มีแต้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ในฐานะ กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมสภาองค์กรของผู้บริโภค ตอบคำถามข้างต้นว่า ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะไทยติด 1 ใน 8 ประเทศที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากโลกร้อนแบบรุนแรง  ข้อมูลคาดการณ์แบบเลวร้ายที่สุดนั้น  ส่วนใหญ่เน้นเผชิญปัญหา “คลื่นความร้อน” หรืออากาศร้อนติดต่อกันมากกว่าเดิมระดับ 100- 145 เท่า เช่น ไทยเคยร้อนสุด ๆ ปีละ 5 วัน ก็อาจเพิ่มเป็น 500 วันหรือร้อนต่อเนื่องทั้งปี หรือพื้นที่ทั่วไปจากที่เคยร้อนระดับ 2-3 ก็อาจพุ่งทะลุไประดับ 5 ได้

       ตอนนี้มีงานวิจัยแสดงถึงกระแสน้ำที่แปรปรวนในทะเลสาบ 700 แห่งทั่วโลก โดย UKCEH หรือ ศูนย์นิเวศวิทยาและอุทกวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (UK Centre for Ecology & Hydrology)  ระบุว่าปัญหากระแสน้ำแปรปรวนจะส่งผลต่อ สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้างทั้งหมด เช่น ทำลายพืช ทำให้สัตว์น้ำตาย ชายฝั่งและหน้าดินถูกทำลาย ความหลากหลายทางชีวภาพหมดไป น้ำท่วมภัยแล้งจะเกิดขึ้นแบบกระทันหัน

How did the Texas winter storm likely become the most expensive weather event in the state’s history? pic.twitter.com/eFKxBABYIr— Business Insider (@BusinessInsider) March 6, 2021

            ผส.ประสาท ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ขั้วตรงข้ามที่เกิดในเท็กซัส หนาวจัดติดลบเกือบ -20 องศา ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ในเมืองไทย เพราะประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้งเวียดนามและพม่า บางพื้นที่ของภูเขาสูงก็มีหิมะตกเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว โอกาสที่คนไทยเจออากาศหนาวจัดติดลบแบบต่อเนื่องยาวนานก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ ถ้าพวกเราไม่พยายามลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง พร้อมกล่าวย้ำว่า  รัฐบาลไทยที่ผ่านมา มีตัวเลขสวย ๆ มาโชว์ ยังไม่เห็นความจริงจังในการลดพลังงานฟอสซิล

            เช่น นโยบายบังคับเลิกใช้รถยนต์แบบเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า หลายประเทศกำหนดไว้เลยว่าอีก 5 – 10 ข้างหน้า ต้องโละทิ้งรถยนต์แบบเดิมให้ได้ 20 – 50 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงรถใหม่ที่ขายต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น หรือ ส่งเสริมโซลาเซลล์และพลังงานทางเลือกอื่น ๆ  แต่ในไทยแลนด์เทคโนโลยีพวกนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุน ตอนนี้เอาแค่ลดฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 ให้ได้เสียก่อน ยังไม่รู้จะทำจริงจังแค่ไหน…

       นับว่าเป็นคำเตือนที่น่าสนใจยิ่ง จากข้อมูลปี 2563 ไทยแลนด์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย หมายความว่าจากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก ไทยติดอันดับต้น ๆ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่า เราจะรอดพ้นผลกระทบจากโลกร้อน?  

    ตัวการปล่อยก๊าซพิษเรือนกระจกของไทยมาจาก การใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น คาร์บอนฯจากท่อไอเสียรถยนต์ และโรงไฟฟ้า สัดส่วนมากถึงร้อยละ 70  ทำให้นายกบิ๊กตู่ ต้องรีบให้คำมั่นสัญญากับประชาคมโลกว่า ไทยจะลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อย 20-25% ภายใน 10 ปีข้างหน้าหรือปี 2573 เราไปฟังว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับ “ปัญหาโลกร้อน” คิดอย่างไรก็เรื่องนี้

       ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ที่คลุกคลีข้อมูลวงในของ “กองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (กปอ.)” ในฐษนะตัวแทนรัฐไทยไปประชุมโลกร้อนมาเกือบทุกเวทีทั่วโลก วิเคราะห์ให้ฟังว่า  ตอนนี้ไทยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 12 ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ประกาศไว้ว่าร้อยละ 7 ในปี 2563 ส่วนใหญ่ลดเพราะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 รวมถึงรณรงค์เปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี และในอนาคตมีมาตรการอื่นๆ เช่น ระบบขนส่งทางรถไฟ ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง  และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือป่าไม้

          สำหรับกรณีที่เกิดในเท็กซัสนั้น คงบอกไม่ได้ว่าไทยไม่เกิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ไทยได้ “ยกร่างแผนการรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน” เรียบร้อยแล้ว ทั้งแบบระยะยาวและแบบฉับพลัน แต่ที่เรากังวลยังคงเน้นปัญหาภัยร้อนกับภัยแล้งมากกว่า เช่น สายไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บนถนนทั่วไปนั้น เป็นวัสดุที่ทนความร้อนได้ระดับไหน ระดับทนทานต่อแดดแผดเผาไม่หลอมละลาย หรือผังเมืองต้องเปลี่ยนไปตามสภาพของพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ถูกกัดเซาะ การขาดน้ำยาวนานในภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร  ฯลฯ

      สรุปง่าย ๆ ว่า รัฐไทยยกร่างแผนรับมือไว้หลายร้อยหน้ากระดาษแล้ว รอแค่คนไทยเอาไปทำตามให้ได้จริงเท่านั้น  ….แต่ก็อย่างที่เห็น ๆ มนุษย์โลกน้อยคนนักที่จะ “กลัว” ความลึกลับของ “มหันตภัยโลกร้อน” นอกจากวินาทีที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเองเหมือนชาวเท็กซัส…!?!

ขุดศพ ‘มะแจซิน’ นางฟ้ามัณฑะเลย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460327

ขุดศพ’มะแจซิน’นางฟ้ามัณฑะเลย์

6 มีนาคม 2564 – 14:57 น.

ทหารเมียนมาขุดศพ “นางฟ้ามัณฑะเลย์” พิสูจน์หัวกระสุน หวังเคลียร์ปมสไนเปอร์

++
    เหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของประชาชนเมียนมา ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลทหารเมียนมา จะสั่งการให้ทหาร-ตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาด มีผู้เสียชีวิตเกือบ 60 คน และบาดเจ็บนับพันคน 

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ค Khurtai Maisoong ได้มีการรายงานข่าวว่า ช่วงกลางคืนวันที่ 5 มี.ค.2564 ตำรวจ-ทหารเมียนมา นำกำลังเข้าไปขุดศพมะแจซิน หรือ มะแจ่สิ่น หรือ เติ้งเจียซี (Ma Kyal Sin) ชาวพม่าเชื้อสายจีนยูนนาน  ที่ถูกยิงเสียชีวิตในการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร  ภายในสุสานเมืองมัณฑะเลย์

หลุมฝังศพมะแจซิน 

    ก่อนหน้านี้ ทหารเมียนมาได้แถลงว่า แผลที่ถูกยิงไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนของทหาร ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำศพขึ้นมาผ่าตัดชันสูตรพลิกศพใหม่ และฝังศพไว้ตามเดิม โดยทิ้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดไว้ 

    ประเมินกันว่า กองทัพเมียนมา คงอยากทราบว่า กระสุนที่เจาะเข้าศรีษะเป็นชนิดใด เนื่องจากฝ่ายผู้ชุมนุมได้ออกข่าวไปแล้วว่า มะแจซิน ถูกสไนเปอร์ส่องเข้าที่ศรีษะ
    ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2564 มีการชุมนุมใหญ่ที่เมืองมัณฑะเลย์ กองทัพเมียนมาได้สลายการชุมนุม และสังหารประชาชนที่ออกมาประท้วง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กสาวอายุ 19 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิต

ภาพข่าวการเสียชีวิตของมะ แจซิน วัย 19 ปี ขณะที่เธอร่วมชุมนุมอย่างกล้าหาญ กลายเป็นไวรัล ปลุกเร้าผู้คนให้เกลียดชังอำนาจเผด็จการทหาร และเรียกขานเธอว่า “นางฟ้ามัณฑะเลย์” และ “วีรสตรีประชาธิปไตย” 
    ครอบครัวมะแจซิน เจ้าของร้านบิวตี้ซาลอน อยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ เธอมักจะย้อมผม และตัดผมให้พ่อด้วยตัวเองเสมอ


    นอกจากทำร้านบิวตี้ซาลอนแล้ว เธอยังเรียนศิลปะป้องกันตัวเทควันโด แถมยังเป็นนักเต้น และนักร้อง เมื่อปีที่แล้ว เธอทำเพลงและทำเอ็มวีเอง โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า Angel (นางฟ้า) 

มะแจซิน ลูกสาวคนพม่าเชื้อสายจีน 

“ยุทธนา โพธสุธน-ต่อศักดิ์ อัศวเหม- จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์” จ่อคิว นั่ง ส.ส. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460315

“ยุทธนา โพธสุธน-ต่อศักดิ์ อัศวเหม- จักพันธ์  ปิยพรไพบูลย์” จ่อคิว นั่ง ส.ส. 

6 มีนาคม 2564 – 13:36 น.

“ยุทธนา โพธสุธน-ต่อศักดิ์ อัศวเหม-จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์”จ่อคิว นั่ง ส.ส. หากศาลรัฐธรรนูญชี้ขาดว่า สมาชิกภาพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของจำเลย คดี กปปส. ‘พุทธิพงษ์ -ณัฏฐพล-อิสสระ’ สิ้นสุดลง ในส่วน ส.ส. เขตอย่าง” ถาวร-ชุมพล” ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน 

หลังจาก  5 จำเลยคดี กปปส. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์

และนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน  ก่อนได้รับการอนุญาตจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว 

                                                    ยุทธนา โพธสุธน 

จึงมีประเด็นว่าทั้ง 5 คน ขาดสมาชิกภาพ ส.ส. แล้วหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มาตรา 98 บัญญัติว่า  บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

 (6 )ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

และมาตรา 101 บัญญัติว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลง เมื่อ 

 ( 6 ) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98

ขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทั้ง 5 คน ขาดสมาชิกภาพ ส.ส. แล้วหรือยัง 

 ทั้งนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กำหนดกรณี ส.ส.  พ้นสมาชิกภาพ ไว้ว่า..

-หากเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ  อย่าง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายอิสสระ สมชัย  ให้ใช้วิธีเลื่อนลำดับผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้น เข้ามาเป็น ส.ส. แทนที่

-หากเป็น ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง  อย่าง นายชุมพล จุลใส และ นายถาวร เสนเนียม ให้ใช้วิธี จัดการเลือกตั้งใหม่โดย กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน

 ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 5 ส.ส. ในคดี กปปส.  ขาดสมาชิกภาพ

ในส่วนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นั้น นายยุทธนา โพธสุธน  บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 21 จะเข้ามาเป็น ส.ส. แทนที่ 

สำหรับ นายยุทธนา โพธสุธน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหลานของ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

-นายต่อศักดิ์ อัศวเหม  บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 22 จะเข้ามาเป็น ส.ส. แทนที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

 นายต่อศักดิ์ อัศวเหม    เครือญาติตระกูลอัศวเหม เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แกนนำกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า

 ส่วนทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ “เสี่ยไก่ชน” บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 26 จะเข้ามาเป็น ส.ส. แทนที่นายอิสสระ สมชัย

ทั้งนี้  เสี่ยไก่ชน-นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ เคยได้เลื่อนเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อมกราคม 2563 แทนนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ 

แต่คราวนั้น นายจักพันธ์ เป็น ส.ส.ได้เพียง 11 วัน ก็ต้องหลุดจาก ส.ส. เมื่อ กกต. มีมติประกาศผลการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายชาติชาย วรพิพัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์

ส่งผลให้มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์ ถูกลดแต้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อลง 1 คน นายจักพันธ์ จึงต้องหลุดจาก ส.ส. ดังนั้นหากคราวนี้ นายจักพันธ์ กลับเข้ามาเป็น ส.ส. อีกครั้ง แทนที่ นายอิสสระ หลายฝ่ายเชื่อว่า คงจะได้อยู่ยาว

ในส่วน ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง อย่างนายชุมพล จุลใส จ.ชุมพร เขต 1 และ นายถาวร เสนเนียม จ.สงขลา เขต 6 กกต. ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ภายใน 45 วัน 

ลุ้นกันต่อไปว่า “ยุทธนา -ต่อศักดิ์ -จักพันธ์ ” จะได้นั่งเก้าอี้ ส.ส. หรือไม่  

                                           ต่อศักดิ์ อัศวเหม

                                   จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์

ม็อบทะลุฟ้าจากราษฎรถึง Redem #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460312

ม็อบทะลุฟ้าจากราษฎรถึง Redem

6 มีนาคม 2564 – 12:58 น.

วันแห่งม็อบ ราษฎรเดินทะลุฟ้า ม็อบไม่มีแกนนำ Redem เคลื่อนเข้าสู่ภาวะอนาธิปไตย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    วันเสาร์ที่ 6 มี.ค.2564 มีม็อบเยอะ มากันทุกเฉดสี ทำเอาคนกรุงเทพฯ กังวลเรื่องความรุนแรง แถมในโซเชียล “เซเลบขาใหญ่” พยากรณ์ถึงขั้นนองเลือด 
    ม็อบแรก “แดงก้าวหน้า” เป็นเครือข่ายแดงวิทยุชุมชนเก่า พยายามจัดกิจกรรมร่วมกับกลุ่มอาชีวะมาหลายรอบ แต่คนร่วมน้อย เที่ยวนี้ไม่รู้ว่า “แดงลำลูกกา” จะมาร่วมด้วยหรือเปล่า โดยพวกเขาจะออกเดินจากโลตัสรังสิต มาที่หน้า ร.11 รอ.บางเขน 
    ม็อบที่สอง “อาชีวะพิทักษ์ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” เป็นกลุ่มอาชีวะมีนบุรี และอาชีวะสมุทรปราการ เรียกร้อง 2 ข้อคือ ให้รัฐบาลลาออก และแก้รัฐธรรมนูญคืนอำนาจให้ประชาชน กลุ่มนี้ไม่เอาข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ 
    ตอนแรกจะนัดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ตอนหลัง เปลี่ยนใจย้ายไปที่ ร.11 รอ. สมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะไม่งั้นคนจะโหรงเหรง
    ม็อบที่สาม“กลุ่ม REDEM” นัดหมายชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว และเคลื่อนขบวนไปบริเวณศาลอาญารัชดา ทำกิจกรรมทิ้งขยะ คาดว่า จะมีคนหนุ่มสาวเข้าร่วมเยอะ เหมือนยุคม็อบไม่มีแกนนำ แต่ความเสี่ยงก็ตามมา หลายคนหวั่นมือที่สามแทรก
    ม็อบที่สี่ “เดินทะลุฟ้า” กิจกรรมของกลุ่มเอ็นจีโอ ร่วมกับกลุ่มราษฎร เดินจากขอนแก่นมาถึงแยกเกษตรฯ คาดหมายว่าจะไปสมทบกับม็อบ REDEM 
    ม็อบที่ห้า “กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน” และ “ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน” (ศปปส.) นัดรวมพลทำกิจกรรมที่ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์

++
ม็อบไทย
++
    กิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” ออกจากขอนแก่น มุ่งหน้ากรุงเทพฯ หลายคนนึกว่าเป็นเรื่องของ “ไผ่ ดาวดิน” คนเดียว แต่จริงๆแล้ว เจ้าภาพเดินทางไกลเที่ยวนี้คือ กลุ่มราษฎรและ People Go Network 
    หลายคนคงจำได้ เมื่อปี 2561 เครือข่าย People Go Network ได้จัดกิจกรรม “We walk เดินมิตรภาพ” เดินจากปทุมธานีไปขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจ “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งตอนนั้น ถูกคุมขังชั่วคราวระหว่างการต่อสู้คดีอาญา ม.112 
    เครือข่าย People Go Network ประกอบด้วยเอ็นจีโอสายสุขภาพ, นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน และนักวิชาการบางกลุ่ม นำโดย เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มนิเวศวัฒนธรรม และหัวหน้าพรรคสามัญชน และนิมิตร เทียนอุดม มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ 
    ไม่น่าแปลกใจที่ ส.ศิวรักษ์ (สุลักษณ์ ศิวรักษ์) นักคิดคนดังจะร่วมเดินนำขบวนเดินทะลุฟ้า คืนอำนาจให้ประชาชนด้วย เนื่องจาก ส.ศิวรักษ์ ก็ต้องการให้มีการแก้ไข ม.112 มานานแล้ว 

ส.ศิวรักษ์ ร่วมให้กำลังใจเดินทะลุฟ้า 

    สำหรับกิจกรรมเดินทะลุฟ้า เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ร่วมคิดร่วมทำกับไผ่ ดาวดิน และทราย-อินทิรา เจริญปุระ พร้อมกับกลุ่ม unme of anarchy นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมุ่งหวังที่จะให้กำลังใจเพื่อน 4 คนในเรือนจำ และร่วมรณรงค์ให้ยกเลิก ม.112

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน 

    จะว่าไปแล้ว พวกเขามิได้คาดหวังถึงขั้นยกเลิก ม.112 เพียงแต่ต้องการเสียงสนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่กำลังเสนอแก้ไข ม.112 ในสภาฯ
    ด้านหนึ่งที่เครือข่าย People Go Network กระโจนเข้าร่วมกลุ่มราษฎร ก็หวังที่จะขยายแนวร่วมให้กว้างขวาง มิจำกัดเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่เท่านั้น

ไผ่ ดาวดิน สนินสนมกับเลิศศักดิ์มานาน 

++
ม็อบฮ่องกง
++
    มีความชัดเจนว่า Redem ไม่ใช่เยาวชนปลดแอก แต่ลึกๆแล้ว Redem ก็เป็นการรวมตัวกันของแกนนำเยาวชนปลดแอก และสมาชิกกลุ่มนักเรียนเลวบางคน
    “REDEM-ประชาชนสร้างตัว” ซึ่งย่อมาจาก RESTART DEMOCRACY สร้างประชาธิปไตยให้เกิดใหม่อีกครั้ง มีกลิ่นอายซ้ายใหม่ มาตั้งแต่การเสนออุดมการณ์ค้อนเคียวเมื่อปลายปีที่แล้ว
    “การต่อสู้ของมวลชนที่มวลชนเป็นผู้ตัดสินใจได้เริ่มขึ้นแล้ว ถ้าไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างไทย แสวงหาวิธีใหม่ๆ ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะเผด็จการและนำไปสู่สังคมนิยมประชาธิปไตยเพื่อคนเท่ากันไปด้วยกัน”
    การออกแบบ “ม็อบไม่มีแกนนำ” แต่ใช้การสื่อสารผ่านเครื่องมือยุคดิจิตอล ไม่ใช่เรื่องใหม่ “ม็อบฮ่องกง” ก็ทำมาแล้ว ซึ่งตอนหลัง ม็อบไม่มีแกนนำสไตล์ฮ่องกง กลายเป็น “ม็อบอนาธิปไตย” คนฮ่องกงเริ่มเบื่อหน่าย สุดท้ายแกนนำก็ถูกกวาดเข้าคุกจนหมด
    สืบเนื่องจาก “แอมมี่เอฟเฟกต์” เจอ ม.112 กรณีเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำ จึงทำให้กลุ่ม Redem ออกแบบขนขยะไปทิ้งหน้าศาลอาญารัชดา และคาดหมายว่า กลุ่ม Redem จะมีกิจกรรมสุดพิสดารแถมตอนท้าย
    ผู้อาวุโสซ้ายไทยที่ผ่านงานจัดตั้งมาก่อน ต่างไม่เห็นด้วยกับกลยุทธ์ “ไม่มีแกนนำ ไม่มีการจัดตั้ง” เพราะสุ่มเสี่ยงเกิดอนาธิปไตยสูง และจะนำไปสู่การล้อมปราบ เหมือนเหตุการณ์พฤษภาคม 2553
    บังเอิญว่า “ต่างรุ่น ต่างวัฒนธรรม” เสียงท้วงติง จึงไม่มีพลังเพียงพอต่อการปรับเปลี่ยนแนวคิดม็อบเด็ก จึงต้องให้ม็อบ Redem เคลื่อนตัวไปข้างหน้า ทั้งที่รู้ว่า จุดจบคืออะไร?

สู้เผด็จการทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูปกป้องประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460260

สู้เผด็จการทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูปกป้องประชาชน

5 มีนาคม 2564 – 17:43 น.

กะเหรี่ยงลุกขึ้นสู้ ทหารเคเอ็นยู 2 กองพลน้อย ปกป้องมวลชนเดินขบวนต้านเผด็จการกองทัพเมียนมา

การชุมนุมประท้วงเผด็จการทหารเมียนมา ย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 ผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ ยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว แม้จะสภาบริหารภาครัฐ (SAC) จะใช้กำลังตำรวจและทหารปราบปรามอย่างเด็ดขาด มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 ราย บาดเจ็บนับพันคน
    วันที่ 5 ก.พ.2564 สำนักข่าว KIC (Karen Information Center) รายงานว่า ในเขตปกครองของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) มีชาวกะเหรี่ยงหลายหมื่นคนออกมาแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมา ใน จ.มูตรอ หรือ จ.ผาปูน รวมถึง จ.กอกะเร็ก 

หลังจาก พล.อ.มูตูเซพอ (Mutu Say Poe) ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับ 10 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ขอยุติการเจรจาสันติภาพกับสภาบริหารภาครัฐ (SAC) และสนับสนุนประชาชนเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตยโดยสันติวิธี จึงมีชาวกะเหรี่ยงในเขตอิทธิพลของ KNU ออกมาจัดการชุมนุมและเดินขบวนแสดงพลังบ่อยครั้ง
    ดังเช่นวันที่ 5 มี.ค.2564 ชาวกะเหรี่ยง 13 หมู่บ้าน ใน จ.มูตรอ หรือ จ.ผาปูน ติดกับชายแดนไทย ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน ได้รวมตัวกันเดินขบวนต่อต้านเผด็จการทหาร เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้นำที่ถูกจับกุมทั้งหมด ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2551 
    ที่น่าสนใจ ระหว่างการเดินขบวนของชาวกะเหรี่ยง ได้มีกำลังทหารกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) สังกัดกองพลน้อยที่ 5 มาคอยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน เสมือนเป็นการ์ดม็อบ

ทหารกะเหรี่ยง ร่วมรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม

    เช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยงมากกว่า 5 พันคน ในพื้นที่ จ.กอกะเร็ก ติดกับชายแดนไทยด้าน จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี ได้เดินขบวนไปตามถนนในหมู่บ้าน พร้อมชูคำขวัญเช่น “ความสามัคคีของประชาชนและความสามัคคี”  

มวลชนชาวกะเหรี่ยง จ.มูตรอ 

 ในการนี้ พลจัตวาซอว์ ฟาโด ผบ.กองพลน้อยที่ 7 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้นำกำลังทหารกะเหรี่ยงออกมาดูแลขบวนมวลชน ตามนโยบายของ KNU ให้กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ปกป้องประชาชน

พลจัตวาซอว์ฟาโด ผบ.กองพลน้อยที่ 7 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง

ทหารกะเหรี่ยง กองพลน้อยที่ 7 จ.กอกะเร็ก

    นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 จังหวัด และมีกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ดูแลพื้นที่ ประกอบด้วย
    KNLA กองพลน้อยที่ 1 จ.ดูตะทู หรือพม่าเรียกว่า จ.สะเทิม กินพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงบางส่วน และซ้อนกับตอนบนของรัฐมอญ 
    KNLA กองพลน้อยที่ 2 จ.ตออู หรือพม่าเรียกว่า จ.ตองอู กินพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงตอนบน และภาคพะโคด้านตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน
    KNLA กองพลน้อยที่ 3 จ.เกลอะ-ลวีทู หรือพม่าเรียกว่า เญาง์เลบิน กินพื้นที่ภาคพะโคด้านตะวันออกบางส่วน
    KNLA กองพลน้อยที่ 4 จ.มะริด-ทวาย กินพื้นที่ภาคตะนาวศรี 
    KNLA กองพลน้อยที่ 5 จ.มูตรอ หรือพม่าเรียกว่า จ.ผาปูน กินพื้นที่ตอนบนของรัฐกะเหรี่ยง
    KNLA กองพลน้อยที่ 6 จ.ดูปลายา  กินพื้นที่ จ.กอกะเร็ก ทางตอนใต้ของรัฐกะเหรี่ยง และตอนใต้ของรัฐมอญ
    KNLA กองพลน้อยที่ 7 จ.ผาอัน และ จ.กอกะเร็ก โดยกินพื้นที่ตอนกลางของรัฐกะเหรี่ยง

ศึกวัดบารมี พลังเมืองนคร “ชำนิ เทพไท กนกพร” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460217

ศึกวัดบารมี พลังเมืองนคร “ชำนิ เทพไท กนกพร”

5 มีนาคม 2564 – 11:52 น.

ลึกกว่าเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นี่คือศึกวัดบารมี ตระกูล “เสนพงศ์-เดชเดโช” ที่จะสยายปีกคุมเมืองคอน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ช่วงเย็นวันที่ 5  มี.ค.2564 การหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช มาถึงฉากสำคัญ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ จะเปิดการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “เทพไท”โวยเจออำนาจมืดแทรก เลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

กนกพร เดชเดโช ภรรยาวิฑูรย์ เดชเดโช อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. นำทีมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่หลังสถานีรถไฟชะอวด ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของเมืองนี้    

ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. จะไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร     

“อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ผู้สมัคร ส.ส. พลังประชารัฐ เป็นคนพื้นที่ มีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.จุฬาภรณ์  เคยรับราชการอยู่ในละแวก อ.ชะอวด ,อ.จุฬาภรณ์ และอ.เฉลิมพระเกียรติ มาหลายสิบปี จึงเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในเขต 3 เป็นอย่างดี     

“พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เปรียบในแง่ความเป็นคนพื้นที่ แต่ได้ชื่อ “ประชาธิปัตย์” มาการันตีความเป็น “พรรคของเรา คนของเรา”    


ส.ส.แทน ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช

ส่วนเบื้องหลังฉากคือ ตระกูล “เสนพงศ์” เป็นพันธมิตรการเมือง “ศักดิเศรษฐ์-เดชเดโช” โดย 2 ตระกูลนั้น เกี่ยวดองหนองยุ่งเป็นเครือญาติกัน ในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จึงได้เห็นบทบาทแม่ทัพหน้า “ส.ส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช นำธงพลังเมืองนคร ออกศึกอย่างฮึกเหิม    

หาก “พงศ์สินธุ์” กำชัยในศึกเลือกตั้งซ่อม มิได้หมายความว่า ปชป.ภาคใต้ชนะเท่านั้น ยังเหมารวมถึง “กลุ่มพลังเมืองนคร” จะสยายปีกคลุมทั้งจังหวัด

++
อภิชาตหายไปไหน
++
จริงๆแล้ว เขตเลือกตั้งที่ 3  อ.พระพรหม, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.ชะอวด และ อ.จุฬาภรณ์ ก็คือเขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ชะอวด, อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ร่อนพิบูลย์ (เฉพาะเทศบาล ต.ร่อนพิบูลย์ เทศบาลต.เขาชุมทอง ต.ร่อนพิบูลย์ ต.ควนพัง และต.ควนชุม)    

เลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 จำนวน ส.ส.นครศรีธรรมราช ลดจาก 9 คน เหลือ 8 คน จึงต้องจัดการแบ่งเขตใหม่ โดย ส.ส.เจ้าถิ่น อ.ชะอวด ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2535 จนถึงปี 2554 คือ “อภิชาต การิกาญจน์” คน ต.เคร็ง อ.ชะอวด    

เมื่ออดีต ส.ส.อภิชาต ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป. จึงเปิดโอกาสให้ “เทพไท เสนพงศ์” ข้ามเขตมาลงสมัคร ส.ส.เขต 3 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.    

สองพี่น้องตระกูล “เสนพงศ์”

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 6 อ.ร่อนพิบูลย์, อ.ลานสกา, อ.ช้างกลาง และอ.นาบอน พี่ใหญ่-ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กับกนกพร เดชเดโช ภรรยาวิฑูรย์ เดชเดโช อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช 3 สมัย จับมือกันส่ง “สจ.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช (ลูกชายกนกพร) ลงสนามแทน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช    

ดังนั้น เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ชื่อ “อภิชาต” จึงหายไปจากเวทีผู้แทน 2 คน  

++
พลังเมืองนคร
++
ตอนเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กับเทพไท เสนพงศ์ จึงมีข้อตกลงร่วมกันที่จะสนับสนุน “กนกพร เดชเดโช” มารดา ส.ส.แทน เป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในนาม “กลุ่มพลังเมืองนคร”    

ในที่สุด 3 ตระกูล (เสนพงศ์,ศักดิเศรษฐ์ และเดชเดโช) ก็ทำสำเร็จ “กนกพร” ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น    

ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ผู้อาวุโส

ภารกิจต่อไปของ 3 ตระกูลนี้ ก็คือสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ในศึกเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช     

แม้ “อภิชาต” จะเป็นผู้แทนมาก่อน แต่การลงชิงเก้าอี้นายกเล็กเมืองคอน ก็ไม่ง่าย เพราะเจอคู่แข่งคนสำคัญอย่าง “โกจู๋” วิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุล อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช    

“โกจู๋” ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมแต้จิ๋ว นครศรีธรรมราช และเป็นกรรมการจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิมหากุศลใต้เต็กเซี่ยงตึ้งนครศรีธรรมราช     

เหนืออื่นใด รงค์ บุญสวยขวัญ, สายันห์ ยุติธรรม และสันหพจณ์ สุขศรีเมือง 3 ส.ส.นครศรีธรรมราช ต่างก็ยืนให้กำลังใจโกจู๋อยู่ข้างเวที    

ดังนั้น ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 จะมีผลต่อการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราชอย่างแน่นอน     

ถ้า “อาญาสิทธิ์” ชนะเลือกตั้งที่เขต 3 จะส่งผลสะเทือนต่อสนามนายกเล็ก ทำให้ “โกจู๋” มีโอกาสชนะ ทั้งทีมพลังเมืองนคร และทีมสมนึก 

ขัง “วันเดียว” ก็ขาด ส.ส. แล้ว…เปิด 3 คดีตัวอย่าง- เทียบจำคุก “กปปส.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460210

 ขัง”วันเดียว”ก็ขาด ส.ส. แล้ว…เปิด 3 คดีตัวอย่าง- เทียบจำคุก”กปปส.” 

5 มีนาคม 2564 – 10:34 น.

เถียงกันไม่ยอมจบกับกรณี 5 ส.ส. “พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล-ถาวร-ชุมพล-อิสสระ” คดี กปปส. ว่าขาดสมาชิกภาพหรือยัง หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำและภายหลังได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวออกมา.. แต่หากศึกษาจาก”คดีตัวอย่าง”ที่เคยตัดสินวางบรรทัดฐานไว้  ก็จะได้คำตอบที่ชัดเจน

กรณีศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ส.ส.  ประกอบด้วย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์

และ นายอิสสระ สมชัย ส.ส. บัญชีรายขื่อ พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 64 และส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์ สั่งตามคำร้องขอประกันตัวของจำเลยในคดีชุมนุมของกลุ่ม กปปส.  

ต่อมา 26 ก.พ. 64  ศาลอุทธรณ์  ให้ประกันตัว นายพุทธิพงษ์  นายณัฏฐพล  นายถาวร  นายชุมพล  และนายอิสสระ สรุป แล้วทั้ง 5 คน ต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 วัน 2 คืน 

ต่อมาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือมายังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส. ทั้ง 5 คน มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ และ กกต. ก็ได้มีมติส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ กรณีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา อย่างคดี กปปส. การที่จะควบคุมตัวหรือขังจำเลยในเรือนจำได้นั้น จะต้องมี“หมายจำคุกจากศาล”  ทางเรือนจำ่จึงจะควบคุมตัวจำเลยไว้ได้ 

และที่จริงเรื่องนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า การที่ทั้ง 5 คน ถูกคุมขังนั้นทำให้ขาด ส.ส. หรือไม่ หากศึกษาจาก“คดีสำคัญ” ที่เคยตัดสินวางบรรทัดฐานไว้แล้ว   

คดีแรก  คดี 3 กกต. พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภกับพวก อันโด่งดัง ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกเนื่องจากจัดการเลือกตั้งไม่ชอบ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น (ศาลเดียวกันกับที่พิพากษาจำคุก 5 ส.ส.ใน คดี กปปส. ) พิพากษาให้จำคุก 3 กกต. คือ พล.ต.อ. วาสนา เพิ่มลาภ  นายปริญญา นาคฉัตรีย์  และนายวีระชัย แนวบุญเนียร กรณีจัดเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตใหม่ในวันที่ 23 เมษายน 2549 โดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมคนละ 4 ปี

และพล.ต.อ. วาสนา นายปริญญา และนายวีระชัย ถูกขังอยู่ในเรือนจำ 3 วัน 3 คืน ก่อนศาลจะให้ประกัน และปล่อยตัวออกมา

รัฐธรรมนูญ 2540  ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น มาตรา 137(4) กำหนดว่า คนที่จะเป็น กกต. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 109 (4) ที่เขียนว่า “ต้องคำพิพากษาจำคุกและถูกควบคุมโดยหมายศาล”

ดังนั้น เมื่อ 3 กกต. ถูกศาลตัดสินจำคุกคนละ 4 ปีและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ โดยถูกคุมขังเป็นเวลา 3 วัน จึงได้ประกันตัวออกมา  กกต.ทั้ง 3 คน พ้นจากตำแหน่งทันทีเมื่อศาลส่งตัวเข้าเรือนจำ ด้วยเหตุขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ(ไม่เกี่ยวกับถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง )

ทั้งนี้เพราะข้อความที่บัญญัติในมาตรา 109(4) ที่เป็นลักษณะต้องห้ามของคนเป็น กกต. คือ “ต้องคำพิพากษาจำคุกและถูกควบคุมโดยหมายศาล” ของรัฐธรรมนูญ 2540 นั้น

เป็นลักษณะต้องห้ามเดียวกันกับคนเป็น ส.ส. ตามมาตรา 98(6) ที่เขียนว่า “ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล” ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ 

 ดังนั้นเมื่อ ส.ส. ถูกส่งเข้าเรือนจำ เพียง”วันเดียว”ก็หลุดจากตำแหน่งแล้ว

คดีที่สอง  เป็นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่วางบรรทัดฐานไว้ เกี่ยวกรณี สมาชิกอบต.แห่งหนึ่ง ถูกศาลสั่งจำคุก วันรุ่งขึ้นจึงได้ประกันตัวออกมา แต่นายอำเภอ มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง เพราะถูกคุมขังแล้ว ถือว่า ขาดสมาชิกภาพไปแล้ว สมาชิกอบต. คนนั้นจึงร้องต่อศาลปกครองสูงสุด 

ต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินว่า สมาชิกภาพของ อบต.คนนั้นสิ้นสภาพไปตั้งแต่วันที่ถูกคุมขัง แม้ต่อมาจะได้ประกันตัวออกไป ก็ไม่ทำให้การเป็นสมาชิกภาพฟื้นกลับคืนมาได้

คดีดังกล่าวได้แก่ คำพิพากษาปกครองสูงสุดที่ อ. 2162/2559 ที่วินิจฉัยว่า แม้ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ในวันเดียวกัน แต่ศาลแขวงก็มีคำสั่งให้ส่งคำร้องของผู้ฟ้องคดีไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาสั่ง โดยมิได้มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวผู้ฟ้องคดี และมีหมายลงวันที่ 18 กันยายน 2555 จำคุกผู้ฟ้องคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์

แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยผู้ฟ้องคดีชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลแขวงจึงมีหมายลงวันที่ 19 กันยายน 2555 ปล่อยตัวผู้ฟ้องคดีก็ตาม กรณีถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 45(4) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545  

สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีจึงสิ้นสุดลง 

จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นการถูกคุมขังเพียง 1 วัน และต่อมาผู้ฟ้องคดีจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ก็ไม่ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้ฟ้องคดีซึ่งสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายกลับฟื้นคืนมาได้แต่ประการใด

(ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามของการเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 45 ( 4 ) ก็เขียนไว้เหมือนกับลักษณะต้องห้ามการเป็น ส.ส. คือ.. “ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล” )

คดีที่สาม คือ คดีนายจตุพร พรหมพันธุ์  ส.ส.เพื่อไทย ถูกจำคุก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่งผลให้ขาด ส.ส. ไปด้วย

 สืบเนื่องจาก นายจตุพร ถูกฟ้องคดีอาญาในคดีก่อการร้าย ตอนแรกได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะ ส.ส.ที่จะไม่ต้องถูกจับกุมคุมขังในระหว่างสมัยประชุม จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างมีการพิจารณาคดี 

แต่ต่อมามีการยุบสภาผู้แทนราษฎรและให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลจึงได้มีคำสั่งสั่งเพิกถอนสัญญาประกันและได้ควบคุมตัวนายจตุพรไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ่ในวันที่ 12 พฤษภาคม  2554 และนายจตุพร ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานานก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

ต่อมาประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายจตุพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่นายจตุพร  ต้องคุมขังโดยหมายศาล ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง  และเมื่อขาดสมาชิกพรรคการเมือง จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( ส.ส. ) สิ้นสุดลงไปด้วย  (เพราะว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง  )

“พุทธิพงษ์ -ณัฏฐพล“  เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ส่วน” ถาวร-ชุมพล -อิสสระ ” เป็น ส.ส. และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ 

รัฐธรรมนูญและพ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 60 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ในส่วนที่เกี่ยวกับการขาดการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและขาดสมาชิกภาพ ส.ส. ก็เขียนเหมือนกับรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2550

จากทั้ง 3 คดีตัวอย่างที่ยกมา มันชัดเจนพอหรือยัง

เจาะสนามชี้ชะตา ‘อาญาสิทธิ์’ ทัพ ‘บิ๊กป้อม’ ตีชะอวด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460134

เจาะสนามชี้ชะตา ‘อาญาสิทธิ์’ ทัพ ‘บิ๊กป้อม’ ตีชะอวด

4 มีนาคม 2564 – 16:47 น.

ทัพหลวง พปชร. ลุยเมืองคอน หวังอุ้ม “อาญาสิทธิ์” โชว์บารมี “บิ๊กป้อม”

++
    นับถอยหลังเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 การต่อสู้ระหว่าง 2 พรรคร่วมรัฐบาล เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ต่างยกทัพใหญ่ไปเปิดปราศรัยใหญ่ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 
    วันที่ 5 มี.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแกนนำพรรคจะลงพื้นที่ช่วย “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ผู้สมัครของพรรค โดยมีแผนจะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร

พรรค พปชร.โปรโมตบิ๊กป้อมลงพื้นที่เมืองคอน

    สองปีมานี้ มีการเลือกตั้งซ่อมหลายจังหวัด พล.อ.ประวิตร ไม่เคยเดินทางไปช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่จังหวัดใดเลย และการเดินทางไปเขต 3 นครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นครั้งแรก 
    สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 151,290 คน แยกเป็น อ.ชะอวด 67,340 คน, อ.จุฬาภรณ์ 24,563 คน ,อ.เฉลิมพระเกียรติ 24,695 คน และ อ.พระพรหม 34,692 คน 
    จะเห็นได้ว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงที่ อ.ชะอวด มีมากเกือบ 7 หมื่นเสียง หากผู้สมัครรายใด เก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำที่อำเภอแห่งนี้ ย่อมมีโอกาสเข้าป้ายสูง
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เทพไท เสนพงศ์ ได้ 33,310 คะแนน ส่วนอาญาสิทธิ์ ได้28,742 ห่างกัน 4,568 คะแนน ซึ่งอาญาสิทธิ์ทำคะแนนหล่นหายที่ อ.ชะอวด เยอะไปหน่อย จึงพ่ายแพ้

++
ประชานิยมลุงตู่
++
    ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 8 เขต ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เบียดแทรกเข้ามาได้ 3 เขต
    เขต 1 รงค์ บุญสวยขวัญ, เขต 2 สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และเขต 7 สายัณห์ ยุติธรรม นี่คือต้นทุนการเมืองของพลังประชารัฐ

อาญาสิทธิ์ พร้อมกับ 3 ส.ส.พลังประชารัฐ 

    ในรอบ 20 ปีผ่านมา สนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีพรรคไหน มาเบียดแย่งเก้าอี้ ส.ส.ไปจากพรรค ปชป.ได้ แต่หนที่แล้ว กระแสลุงตู่ ช่วยให้พลังประชารัฐ เจาะ ปชป.ได้ถึง 3 เขต 
    ด้าน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จัดว่าเป็น “คนพื้นที่” เพราะมีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.จุฬาภรณ์  เคยรับราชการอยู่ในละแวกนี้มานาน ทั้งปลัด อ.ชะอวด ,ปลัด อ.จุฬาภรณ์ และปลัด อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในเขต 3   เป็นอย่างดี ตรงข้ามกับตระกูล “เสนพงศ์” ที่มีบ้านเกิดอยู่ใน อ.เชียรใหญ่ 

อาญาสิทธิ์ คน อ.จุฬาภรณ์ รับราชการเกือบทุกอำเภอในเขต 3

    จุดแข็งของอาญาสิทธิ์นั้น น่าจะอยู่ที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาลประยุทธ์ ประกอบกับช่วงนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างนิยมชมชอบโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” จึงทำให้อาญาสิทธิ์หาเสียงง่ายขึ้น 
    อนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และผู้อำนวยการดูแลการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช นำทีม ส.ส.พลังประชารัฐ มาช่วยอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หาเสียง 2 รอบแล้ว
    ฉะนั้น ทัพหลวงพลังประชารัฐ จะเดินทางไปมาถึงเมืองคอนวันศุกร์นี้ นำโดย “บิ๊กป้อม” คงทำให้ทีมงานอาญาสิทธิ์ มีความมั่นใจมากขึ้น