หอยใหญ่ต้องมี “สินิตย์” ต้องได้ เสียงจาก “โกหยัด” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460677

หอยใหญ่ต้องมี “สินิตย์” ต้องได้ เสียงจาก “โกหยัด” 

10 มีนาคม 2564 – 13:12 น.

ชิงดำรัฐมนตรีระหว่าง “เมืองหอยใหญ่-เมืองลุง” สายบัญญัติ หนุน “สินิตย์” เต็มที่ เพื่ออนาคต ปชป.ในภาคใต้

++
ใกล้เข้ามาทุกขณะ สำหรับการปรับ ครม.ประยุทธ์ ซึ่งไม่ได้มีการปรับใหญ่ เป็นการสรรหาคนไปแทนที่ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เขต 1 เมืองหอยใหญ่ วัดพลัง “รักนายชวน-รักลุงกำนัน”

หอยใหญ่ต้องมี "สินิตย์" ต้องได้ เสียงจาก "โกหยัด" 

สินิตย์ ส.ส.5 สมัย

พรรคประชาธิปัตย์ มีว่าง 1 ตำแหน่งคือ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม จึงมีข่าวจากในพรรค ปชป.ว่า มีผู้เข้าเกณฑ์จะได้เป็นเสนาบดี 4-5 คน แต่สุดท้ายเหลือแค่ 2 คน คือ สินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี  และ นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง    

นัยว่า ส.ส.นริศ มีความใกล้ชิด “กัปตันอู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงน่าจะได้เสียงสนับสนุนจากปีกกรรมการบริหารพรรคที่ใกล้ชิดหัวหน้าพรรค    

ขณะที่กลุ่ม ส.ส.สุราษฎร์ธานี ทั้ง 6 คน พร้อมกับผู้อาวุโสของพรรคอย่าง บัญญัติ บรรทัดฐาน ผนึกกำลังหนุน “ส.ส.ดำ” หรือ สินิตย์ ผู้แทนฯ 5 สมัย เพราะพูดถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้ไม่ถึง 2 ปี  พรรค ปชป. ควรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการคัดเลือกคนไปเป็นรัฐมนตรี ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างฐานเสียงของพรรคให้ 

หอยใหญ่ต้องมี "สินิตย์" ต้องได้ เสียงจาก "โกหยัด" 

บัญญัติ ตอนไปหาเสียงช่วยสินิตย์

++
ที่มั่นเมืองหอยใหญ่
++
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ปชป.ชนะยกจังหวัดใหญ่ๆ แห่งเดียวคือ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ ส.ส.ครบ 6 ที่นั่ง
    
เขต 1 ภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี 
เขต 2 วิวรรธน์ นิลวัชรมณี บุตรชาย ประวิช นิลวัชรมณี อดีต ส.ส.หลายสมัย 
เขต 3 วชิราภรณ์ กาญจนะ บุตรสาว ชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.หลายสมัย 
เขต 4 สมชาติ ประดิษฐ์พร อดีตประธานสภา อบจ.สุราษฎร์ธานี บุตรชาย ดำรง ประดิษฐ์พร (กำนันเซ่ง) อดีตกำนัน ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน
เขต 5 สินิตย์ เลิศไกร ส.ส. 5 สมัย 
เขต 6 ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส. 2 สมัย และบุตรชาย นิภา พริ้งศุลกะ อดีต ส.ส.หลายสมัย     

หลัง “กำนันสุเทพ” แยกตัวออกไปตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย แม่ทัพเมืองหอยใหญ่ จึงตกมาอยู่ที่บัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาพรรค และโกเมศ ขวัญเมือง อดีต ส.ส.สุราษฏร์         

สังเกตจาก ส.ส.เมืองหอยใหญ่ยุคนี้ ส่วนใหญ่เป็นทายาทอดีต ส.ส. และมี “ส.ส.สินิตย์” คนเดียวที่อาวุโสที่สุด

หอยใหญ่ต้องมี "สินิตย์" ต้องได้ เสียงจาก "โกหยัด" 

“ส.ส.ดำ” ของชาว อ.พระแสง

++
‘ส.ส.ดำ’ ลูกกำนัน
++
สำหรับคนแถวพระแสง เคียนซา จะเรียก ส.ส.สินิตย์ว่า ลูกดำ,พี่ดำ,อาดำ..เขาเป็นลูกชายกำนันสมพร เลิศไกร อดีตกำนัน ต.ไทรโสภา อ.พระแสง จ.สุราษฏร์ธานี    

เดิมที อ.พระแสง สมัยการเลือกตั้งแบ่งเขตเรียงเบอร์ ก็อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นพื้นที่ของสุเทพ เทือกสุบรรณ มาหลายสมัย    

เมื่อปี 2544 ใช้ระบบเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว “กำนันสุเทพ” จึงพา “สจ.ดำ” สินิตย์ เลิศไกร มาลงสมัครที่เขต 5 และสินิตย์ก็ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ด้วยกระแสนายชวน ยังมาแรง    

เลือกตั้งปี 2562 เขต 5 สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย อ.พระแสง, อ.ชัยบุรี, อ.พนม, อ.บ้านตาขุน และ อ.เคียนซา (เฉพาะตำบลบ้านเสด็จ) อาศัยกระแสพรรค ปชป. “ส.ส.ดำ” กวาดมา 4 หมื่นกว่าคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งจากรวมพลังประชาชาติไทย เข้าสภาฯได้อีกสมัย    

“ส.ส.ดำ” อาจไม่ใช่ ส.ส.คนดังในพื้นที่สื่อส่วนกลาง เมื่อเทียบกับ “ส.ส.นริศ” ซึ่งมีบทบาทในสภาฯ ค่อนข้างเยอะ แต่ผลเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช เขต 3 สะท้อนปัญหาการทำงานในพื้นที่ของ ปชป.    

หาก “จุรินทร์” ยังคิดแบบเดิม ก็ต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้อย่าง นริศ มาเป็นรัฐมนตรี แต่เลือกตั้งครั้งหน้า สุราษฏร์ยังจะชนะ “ยกจังหวัด” หรือไม่? ก็น่าคิด     

อย่าลืมว่า ชุมพล กาญจนะ ลงสมัครนายก อบจ.สุราษฏร์ ในสีเสื้อ ปชป. ยังแพ้ “กำนันศักดิ์” พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ซึ่งคนเมืองหอยใหญ่ก็รู้ดีว่า นักการเมืองใหญ่(สายลุง)คนไหนหนุนกำนันศักดิ์?

ไฟแล้งลาม จับตา KNU แนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460659

ไฟแล้งลาม จับตา KNUแนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน

10 มีนาคม 2564 – 10:59 น.

จับตา “มหาอำนาจ” แทรกแซงศึกในเมียนมา โฟกัสกะเหรี่ยง “เคเอ็นยู” ย้อนยุคสงครามตัวแทน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันที่ 8 มี.ค.2564 พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยทหารในพื้นที่ตามปกติ แต่การข่าวในเชิงลึกระบุว่า ผบ.ทบ.มาติดตามการเตรียมสถานที่รองรับผู้ลี้ภัยจากประเทศเพื่อนบ้าน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  สู้เผด็จการทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูปกป้องประชาชน

ไฟแล้งลาม จับตา KNUแนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน

72 ปี แห่งการต่อสู้เพื่อเอกราชของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง

ก่อนหน้าที่ ผบ.ทบ.จะเดินทางมาถึงแม่สอด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เตรียมการจัดพื้นที่เพื่อรองรับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบชาวเมียนมา คาดว่าจะมีจำนวนมาก เบื้องต้นมีการเตรียมพื้นที่ 4 อำเภอ 7 สถานที่เพื่อรองรับ ซึ่งเกือบทุกแห่งเคยรองรับผู้อพยพมาแล้ว     

เหตุที่ไทยต้องเตรียมการเรื่องดังกล่าวข้างต้น เพราะสถานการณ์ประชาชนเมียนมาลุกฮือขึ้นมาประท้วงต่อต้านสภาบริหารภาครัฐ (SAC) หรือรัฐบาลทหาร นับวันจะเกิดความรุนแรงมากขึ้น มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 คน บาดเจ็บนับพัน และถูกจับกุมมากมาย 

เฉพาะพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก คือ รัฐกะเหรี่ยง ที่มีเขตอิทธิพลกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยง 4 กลุ่มใหญ่ รวมถึงมีชาวกะเหรี่ยงออกมาชุมนุมประท้วงการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง     

ไฟแล้งลาม จับตา KNUแนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน

ทหารกะเหรี่ยง กองพลน้อยที่ 4 นำหน้าขบวนมวลชน

ขณะที่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ทั้ง 7 กองพลน้อย ต่างเคลื่อนกำลังออกมาคุ้มครองการชุมนุมของชาวกะเหรี่ยงโดยเปิดเผย    

น่าจะเป็นกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์แรกและกลุ่มเดียวในเมียนมา ที่ประกาศตัวยืนอยู่ตรงข้ามกับกองทัพเมียนมาแบบไม่มีกั๊ก 

++
ขายฝันสหพันธรัฐ
++
หลังกองทัพเมียนมา ยึดอำนาจรัฐบาลอองซาน ซูจี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) 15 คน ได้จัดตั้งคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw : CRPH)     

คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) เสมือนเป็นการสถาปนารัฏฐาธิปัตย์ของประชาชนเมียนมา ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 พ.ย.2564     

ต่อมา คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ได้แต่งตั้ง ดร.ซา ซ่า เป็นตัวแทนในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ ทำหน้าที่แสวงหาความร่วมมือจากองค์กรการเมืองในประเทศและต่างประเทศ

ไฟแล้งลาม จับตา KNUแนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน

ทหารกะเหรี่ยง กองพลน้อยที่ 7 อารักขาขบวนมวลชน

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2564 คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) แถลงจุดประสงค์ทางการเมือง 4 ข้อคือ 
1.ยุติเผด็จการทหาร โดยการนำของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) 
2.ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทุกคน โดยไม่มีเงื่อนไข รวมทั้ง อู วินมินท์ อดีตประธานาธิบดีเมียนมา และออง ซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ
3.นำพาเมียนมาเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์
4.ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2551 และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามระบบสหพันธรัฐ    

ที่น่าสนใจ พรรคเอ็นแอลดีของอองซานซูจี จุดพลุเรื่อง “รัฐธรรมนูญใหม่ ตามระบบสหพันธรัฐ” เพราะรู้ว่า นี่คือสิ่งที่กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต้องการ    

เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ต้องการสร้าง “รัฐเอกราช” แต่ก็ไม่ง่าย จึงต้องรบรากันยืดเยื้อมากว่า 20-30 ปี ซึ่งระยะหลังๆ กลุ่มชาติพันธุ์เริ่มพูดถึง “สหพันธรัฐประชาธิปไตย” มากขึ้น    

พูดง่ายๆ ทหารเมียนมาอยากได้รัฐเดี่ยวรวมศูนย์ หรือเป็นสหพันธรัฐที่ไม่ได้กระจายอำนาจมาก แต่กลุ่มชาติพันธุ์คิดถึงการแยกตัวออกจากการตั้งรัฐเอกราช หรือเป็นสหพันธรัฐที่ต้องกระจายอำนาจ 

ไฟแล้งลาม จับตา KNUแนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน

ทหารกะเหรี่ยง กองพลน้อยที่ 5 มีฐานตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน

++
จับมือเคเอ็นยู
++
ดังที่ทราบกัน วันที่ 22 ก.พ.2564 เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ (KNU) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA ) จัดกำลังคุ้มครองชาวกะเหรี่ยงนับหมื่นคน ที่เคลื่อนพลทางรถยนต์ เพื่อมาชุมนุมต้านเผด็จการทหารในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง    

นับจากนั้นมา ภาพการชุมนุมทางการเมืองของชาวกะเหรี่ยง ก็จะมีทหารกะเหรี่ยง (KNLA) จากกองพลน้อยที่ 1 ,กองพลน้อยที่ 4, กองพลน้อยที่ 5 และกองพลน้อยที่ 7 เป็นกองกำลังคุ้มครองความปลอดภัย โดยทหารเหล่านั้นติดอาวุธพร้อมสู้รบ     

ก่อนหน้ากองทัพเมียนก่อรัฐประหารเพียง 2 วัน ที่ชายแดนไทย-เมียนมา ฐานปฎิบัติการ บ้านเดปุนุ เมืองมือตรอ รัฐกระเหรี่ยง ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ (Karen National Union-KNU) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกระเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA)     

ปัจจุบัน โครงสร้างของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประกอบ พล.อ.มูตู เซ พอ ประธาน KNU และซิปโปร่า เส่ง รองประธาน KNU โดยฝ่ายกองกำลัง ก็มี พล.อ.ซอ จอห์นนี่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (KNLA) และ พล.อ.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด    

เมื่อเกิดการยึดอำนาจในเมียนมา พล.อ.มูตู เซพอ แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ในนาม “กองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ที่ได้ลงนามในสัญญาหยุดยิงทั่วประเทศ” (NCA) ได้มีมติร่วมกันคือ สนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชน ที่ได้ออกมาประท้วงอย่างสันติในการต่อต้านระบอบเผด็จการ และขอยุติการเจรจาทางการเมืองกับตัวแทนกองทัพเมียนมาไปก่อน    

ถัดมา ดร.ซาซ่า ตัวแทนคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ได้เจรจาทางออนไลน์กับตัวแทนสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ถึงความเป็นไปได้ในการเป็นพันธมิตรต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดย ดร.ซาซ่า ขายฝันเรื่อง “สหพันธรัฐประชาธิปไตย” ในการพูดคุยกับตัวแทน KNU    

อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ไม่ได้มีเพียงกลุ่ม KNU เท่านั้น หากแต่ยังมีกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA), สภาแห่งชาติกะเหรี่ยงสันติภาพ (KNU/KNLA-PC) และองค์การปกป้องกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNDO) โดยสามกลุ่มหลังนี้ ยังไม่มีท่าทีใดๆ ต่อการขายฝันสหพันธรัฐของพรรคเอ็นแอลดี    

ย้อนไปในยุคสงครามเย็น มหาอำนาจตะวันตกได้เข้ามาช่วยเหลือสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ยุคนายพลโบเมียะ แต่ภายหลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู มีปัญหาขัดแย้งภายในแยกเป็นกะเหรี่ยงคริสต์ และกะเหรี่ยงพุทธ ฐานที่มั่นใหญ่มาเนอปลอว์ จึงถูกทหารเมียนมาตีแตก    

ในอนาคต หากมหาอำนาจฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาอุ้มกะเหรี่ยงเคเอ็นยูรบทหารเมียนมาอีกครั้ง ผลพวงแห่งสงครามชายแดน ไทยเราก็แบกรับผู้อพยพไปเต็มๆ    

จับตาสถานการณ์กะเหรี่ยงเคเอ็นยู แนวรบด้านตะวันตกอาจจะกลับสู่ยุคสงครามเย็นอีกครั้ง 

ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ ‘เสธ.แอ๊ด’ ท้าชนค่าย ‘ลูกหมี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460615

ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ ‘เสธ.แอ๊ด’ ท้าชนค่าย ‘ลูกหมี’

9 มีนาคม 2564 – 16:52 น.

สถานีต่อไป เลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร ค่าย “เสธ.แอ๊ด” เพื่อนรักบิ๊กตู่ ชิงเปิดตัวท้าชิงแชมป์ค่าย “ส.ส.ลูกหมี”

++
    จบศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช สื่อมวลชนก็จับตาที่สนามเลือกตั้งเขต 1 ชุมพร เพราะจะเป็นศึกล้างตาของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ 
    สืบเนื่องจากศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกแกนนำ กปปส. และมีกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และหนึ่งในนั้นคือ “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 
    เขตเลือกตั้งที่ 1 ชุมพร ประกอบด้วย อ.เมืองชุมพร (ยกเว้น ต.วังใหม่ ต.บ้านนา ต.หาดพันไกร ต.บางลึก ต.ถ้ำสิงห์) และ อ.สวี (ยกเว้น ต.เขาทะลุ และ ต.เขาค่าย) 
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 42,683 คะแนน ชนะชวลิต อาจหาญ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 32,219 คะแนน
    การเลือกซ่อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต “ ส.ส.ลูกหมี” ก็ต้องหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แทนตัวเขา ขณะที่คู่แข่งเปิดตัวแล้ว ชวลิต อาจหาญ เจ้าเก่า ที่มี “เสธแอ๊ด” พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นผู้ให้การสนับสนุน

++
ทีมชุมพรฟ้าใหม่
++
    เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “ทนายแดง” ชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 อีกครั้ง
    ชวลิต วัย 46 ปี มีอาชีพทนายความมา 22 ปี เคยเป็น ส.อบจ.ชุมพร และนายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวี ก่อนจะเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ด้วยการลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 ในปี 2562 โดยการแนะนำของ “เสธ.แอ๊ด” พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ 

 ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ 'เสธ.แอ๊ด' ท้าชนค่าย 'ลูกหมี'

เสธ.แอ๊ด กับทนายแดง 

    ทุกวันนี้ “เสธ.แอ๊ด” ประธานกลุ่มชุมพรฟ้าใหม่ ได้ออกทำกิจกรรมร่วมกับทีมงานประกอบด้วย “โกหมู” สมบูรณ์ หนูนวล เลขานุการ ส.ว. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ,สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม แอดมินเพจชุมพรฟ้าใหม่-เพจตามสบายรีสอร์ท และ “ทนายแดง” ชวลิต อาจหาญ อดีตนายก อบต.วิสัยใต้
    สำหรับ “เสธ.แอ๊ด” พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เตรียมทหารรุ่น 12 เป็นเพื่อนรักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแต่สมัยเรียนแล้ว 
    เส้นทางชีวิตราชการทหาร “เสธ.แอ๊ด” เริ่มต้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ร 25 พัน 1 ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร และ ผบ.ร.25 พัน 2 ค่ายรัตนรังสรรค์ จ.ระนอง นอกจากนี้ยังเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการและข่าวกองกำลังผสมเฉพาะกิจไทย-มาเลเซีย จ.สงขลา และหัวหน้าชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า จ.ระนอง
    บทบาททางการเมือง “เสธ.แอ๊ด” ทำงานร่วมกับสองพี่น้องตระกูล “จุลใส” คือ ลูกช้าง-สุพล กับลูกหมี-ชุมพล จึงส่งผลไปถึงช่วงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2551 “เสธ.แอ๊ด” ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ว.ชุมพร 
    ปัจจุบัน “เสธ.แอ๊ด” แยกทางกับพี่น้อง “จุลใส” โดยหันมาสร้างฐานกำลังมวลชนของตัวเอง เมื่อมีการทำรัฐประหาร 2557 “เสธ.แอ๊ด” ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. จึงก่อตั้ง “กลุ่มชุมพรฟ้าใหม่” ทำงานในนามภาคประชาชน
    เมื่อการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “เสธ.แอ๊ด” ให้การสนับสนุน “ทนายแดง” ชวลิต อาจหาญ ลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 และ สมบูรณ์ หนูนวล ลงสมัคร ส.ส.ชุมพร 2 

 ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ 'เสธ.แอ๊ด' ท้าชนค่าย 'ลูกหมี'

เสธ.แอ๊ด เพื่อนรักนายกฯลุงตู่ 

++
ตัวแทนลูกหมี
++
    ในวันนี้ “จุลใสแฟมิลี่” ยังไม่เปิดเผยว่า ใครจะเป็นตัวแทน “ส.ส.ลูกหมี” ชุมพล จุลใส หากมีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 แต่มีข้อน่าสังเกต หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทีมงานนายก อบจ.ชุมพร ได้จัดงานต้อนรับ “วีรบุรุษ กปปส.กลับบ้าน” อย่างยิ่งใหญ่

 ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ 'เสธ.แอ๊ด' ท้าชนค่าย 'ลูกหมี'

งานรวมพลังต้อนรับ ส.ส.ลูกหมี 

    เมื่อเย็นวันที่ 27 ก.พ.2564 บริเวณสนามหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร “ส.ส.ลูกช้าง” สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ “นายกโต้ง” นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชน นักการเมืองท้องถิ่น นำดอกกุหลาบแดงมามอบให้เป็นกำลังใจ “ส.ส.ลูกหมี” อย่างล้นหลาม

 ชุมพรฟ้าใหม่ศิษย์ 'เสธ.แอ๊ด' ท้าชนค่าย 'ลูกหมี'

    วันนั้น “ส.ส.ลูกหมี” ได้กล่าวกับชาวบ้านที่มาให้การต้อนรับนานประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง เกี่ยวกับความเป็นมาในการชุมนุม และเป็นหนึ่งในแกนนำ กปปส.ในอดีตที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงวันตัดสินพิพากษาคดีให้จำคุก 9 ปี 24 เดือน และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี 
    นี่คือการแสดงพลังของกลุ่ม “จุลใสแฟมิลี่” ให้กลุ่มการเมืองคู่แข่งรู้ว่า ฐานมวลชนในชุมพรยังแน่นปึ้ก ไม่ว่าจะส่งใครลงสนาม ก็ชนะแน่

จริงคือลวง ‘ชนาพรรณ’ ลุยการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460572

จริงคือลวง’ชนาพรรณ’ลุยการเมือง

9 มีนาคม 2564 – 13:22 น.

จริงคือลวง ลวงคือจริง กรณี “จิง ชนาพรรณ” พี่สาวธนาธร จะลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    “จริงคือลวง ลวงคือจริง” ในกลยุทธ์มีในไม่มี หนึ่งในกลศึกสามก๊ก หมายถึงการใช้ภาพลวงในการหลอกล่อศัตรูเพียงครั้งคราวให้หลงเชื่อ แปรเปลี่ยนจากลวงเป็นจริง จากจริงเป็นลวง ทำให้ในการทำศึกสงครามย่อมมีกลลวง และข้อเท็จจริง สลับเป็นฟันปลากันอยู่เสมอ 
    ดังกรณีสื่อในเครือข่ายที่ใกล้ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เล่นข่าว “ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” พี่สาวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคก้าวไกล และมีอ้างถึงสเป็ก “ใหม่ ชัด โดน” ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
    มิทันข้ามคืน ในทวิตเตอร์ของ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้แชร์ข่าวชนาชิงผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทวีตข้อความ “ข่าวนี้น่าจะเป็นความเข้าใจผิดนะครับ ผู้ลงสมัครผู้ว่า กทม ของก้าวไกลไม่ใช่คนนี้แน่ แต่จะเป็นใครนั้น รอดูตอนเปิดตัวทีเดียว”
    เช้าวันที่ 9 มี.ค.2564 “ชัยธวัช” ได้ออกมาปฏิเสธข่าว “ชนาพรรณ” อย่างเป็นทางการ ผ่านรายการข่าวเช้าของดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ทางช่อง 9 อสมท 

 จริงคือลวง'ชนาพรรณ'ลุยการเมือง

ชนาพรรณ แม่ทัพใหญ่ไทยซัมมิทฯ

++
เจ้าแม่ไทยซัมมิท
++
    บ้าน “จึงรุ่งเรืองกิจ” มีคณะกรรมการครอบครัว ประกอบด้วยแม่สมพร และลูกทั้งห้าคนคือ  ชนาพรรณ, ธนาธร, รุจิรพรรณ, สกุลธร และบดินทร์ธร การตัดสินใจของ “ธนาธร” ที่จะเล่นการเมือง ก็ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการครอบครัว
    หากวันข้างหน้า “ชนาพรรณ” จะเล่นการเมืองจริง ก็ต้องขอมติจากคณะกรรมการครอบครัว ซึ่งหนนี้ แม่สมพรคงไม่ยอมง่ายๆ เหมือนครั้งที่ธนาธรโบกมือลาไปตั้งพรรคอนาคตใหม่แน่นอน 

 จริงคือลวง'ชนาพรรณ'ลุยการเมือง

จิงไปร่วมงานระดมทุนของคณะก้าวหน้า 

    หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และธนาธรถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ตัวเขาก็ไม่ถอยกลับอาณาจักรไทยซัมมิท เพราะมั่นใจในฝีมือพี่สาวคนโต-ชนาพรรณ จะสร้างองค์กรให้แข็งแกร่งในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ระดับโลก
    หญิงแกร่ง “จิง” ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ลูกสาวคนโตของพัฒนา-สมพร วัย 40 ปี ได้รับมอบหมายให้รับช่วงกิจการต่อจากบิดา- พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งไทยซัมมิทฯ 
    “จิง ชนาพรรณ” จบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการการผลิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการเรียนรู้งานกิจการของครอบครัวมาหลากหลาย ตั้งแต่เด็ก ขณะที่เธอกำลังฝึกงานอยู่ที่ Mitsubishi Corporation ที่ญี่ปุ่น ก็ทราบข่าวว่า บิดาเสียชีวิต
    หลังสามีเสียชีวิต “สมพร” จึงปรับทัพใหม่ โดย “จิง” เข้ามาดูแลด้านการเงินทั้งหมด พร้อมกับนั่งเก้าอี้รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 
    ทุกวันนี้ ชนาพรรณ ทำหน้าที่แทนแม่สมพรเกือบทุกตำแหน่ง ทั้งงานบริหารบุคคล จัดซื้อ-จัดจ้าง และทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในกิจการต่างประเทศ ที่ไทยซัมมิทกระจายอยู่ ทั้งในจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, อเมริกา และเวียดนาม

++
แม่พระคนบางพลี
++
    อีกภาพหนึ่งของ “จิง ชนาพรรณ” คือ แม่พระของคนบางพลี ในฐานะรองประธานมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา เธอได้ช่วยเหลือชุมชนรอบบริษัทไทยซัมมิทฯ มาโดยตลอด
    ช่วงโควิดระบาดเมื่อปีที่แล้ว แม่สมพรควงลูกสาว-ชนาพรรณ ในนามของมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดหนามแดง หมู่ที่ 3 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ไปมอบข้าวสารมามอบให้ครอบครัวละ 5 กิโลกรัม และเงินสดให้อีกครอบครัวละ 2,000 บาท

 จริงคือลวง'ชนาพรรณ'ลุยการเมือง

จิงและแม่สมพร แจกเงินช่วยเหลือชาวบ้าน แถวบางพลี

    เฉพาะจิง-ชนาพรรณ ก็ได้ไปแจก “ถุงแห่งความหวัง” ที่ชุมชนแดงบุหงาจำนวน 460 ครัวเรือน ในนามคณะจิงและเพื่อน
    ว่ากันตามจริง แม่สมพรแจกสิ่งของช่วยเหลือชาวบ้านแถวบางพลี เนื่องจากมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 เพื่อช่วยเหลือสังคม เมื่อน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ลูกน้องเจ๊สมพรจึงออกช่วยเหลือชาวบ้านรอบบริษัทไทยซัมมิทโอโตพาร์ท ทั้งแจกข้าวแจกของ และขนของหนีน้ำท่วม
    เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2563 “จิง” ยังไปร่วมงานระดมทุนของคณะก้าวหน้า โดยตัวเธอเองได้ช่วยซื้อภาพที่ศิลปินวาดมาและบริจาคช่วยเหลือคณะก้าวหน้าของน้องชาย
    นอกจากนี้ มูลนิธิไทยซัมมิทฯ ได้มีโครงการแจกทุนการศึกษานักเรียนทุกปี ทั้งที่สมุทรปราการ และชลบุรี 
    คนในครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ทราบดีว่า “จิง” สนใจการบ้านการเมือง และให้การสนับสนุนน้องชายเต็มที่ มิเช่นนั้น จิงไม่ปล่อยให้ลูกสาวออกไปโลดแล่นในเวทีการเมืองคนรุ่นใหม่

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460518

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

8 มีนาคม 2564 – 18:07 น.

ส่อเค้าสงครามกลางเมือง กองทัพปะหล่อง ประกาศยืนข้างประชาชน ต้านเผด็จการทหาร

ไม่เพียงแต่กองทัพปลดปล่อยแห่งกะเหรี่ยง (KNLA) ที่เคลื่อนกำลังออกมาสนับสนุนการประท้วงของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในหลายเมืองของรัฐกะเหรี่ยง ตอนนี้ เริ่มมีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์แสดงตัวเป็นฝ่ายประชาชนมากขึ้น 

ปัจจุบัน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และสภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) ได้เจรจากับพรรคเอ็นแอลดี ของอองซานซูจี เป็นแนวร่วมต้านเผด็จการเมียนมา 

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

             ทหารกองทัพปะหล่อง ออกมาคุ้มครองเส้นทางในเมืองโก๊ตข่าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สู้เผด็จการทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูปกป้องประชาชน

วันที่ 8 มี.ค.2564 สำนักข่าว BBC burmese รายงานว่า บนถนนสายหนึ่งในเมืองโก๊ตข่าย แขวงหมู่แจ้ รัฐฉานเหนือ ทหารชาวปะหล่อง สังกัดกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ได้ลาดตระเวนคุ้มครองเส้นทาง เพื่อปกป้องประชาชน ที่เดินขบวนประท้วงรัฐบาลกองทัพเมียนมา

นายทหารชาวปะหล่องกล่าวว่า “กองกำลังของพวกเรา จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และข้าราชการที่อารยะขัดขืน ไม่เชื่อฟังรัฐบาลทหาร” 

ในรัฐฉานเหนือ ก็เหมือนในทุกภูมิภาค ที่มีประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา เรียกร้องประชาธิปไตย 
ที่ผ่านมา ชาวไทใหญ่ ชาวปะหล่อง ชาวปะโอ ในรัฐฉานได้จัดกิจกรรมชุมนุมและเดินขบวนทุกวัน 

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                   กลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐฉานเหนือ จัดเดินขบวนประท้วง

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                        ทหารปะหล่อง ขอปกป้องประชาชน

สำหรับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) เป็นกองทหารของ “แนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง” (PSLF) ที่มีพื้นที่ยึดครองอยู่ในรัฐฉานเหนือ 

กองทัพปะหล่อง หรือกองทัพตะอาง (TNLA) เป็นพันธมิตรกับกองทัพไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA) ,กองทัพโกก้าง (MNDAA) และกองทัพอาระกัน (AA) ในนาม “กลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ” 

กลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ ยังไม่ได้เข้าร่วมเจรจาหยุดยิง และถูกกองทัพเมียนมา ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ทัพปะหล่อง ปกป้องมวลชน

                      ทหารปะหล่องลาดตระเวน คุ้มครองมวลชน

ส่องชีวิต ‘อาญาสิทธิ์’ นายอำเภอปฏิวัติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460509

ส่องชีวิต’อาญาสิทธิ์’นายอำเภอปฏิวัติ

8 มีนาคม 2564 – 16:39 น.

จากนายอำเภอ “ใจถึงพึ่งได้” สู่นักการเมืองหน้าใหม่ “อาญาสิทธิ์” มีเส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

หลังพ่ายเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” อดีตนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ได้ทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ และถูกส่งไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

ระหว่างเป็นนายอำเภอเขาชัยสน “อาญาสิทธิ์” ก็แวะเวียนไปเยี่ยมชาวบ้านเขต 3 นครศรีธรรมราช อยู่เป็นระยะๆ พร้อมกับบันทึกเสียงเพลง “เสียงจากเขาชัยสน” ลงยูทูบ เพื่อสื่อสารมาถึงคนในพื้นที่เขต 3 

“ลืมผมหรือยังครับแฟน เลือกตั้งครั้งนี้อบอุ่น เพราะคุณๆช่วยลงคะแนน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ขอเชิญทุกท่านเลือกเป็นผู้แทน อาสารับใช้บอกไปทั่วแดน สมัครผู้แทนพลังประชา…”

นายอำเภออาญาสิทธิ์ ร้องเพลงหาเสียงล่วงหน้ามาแรมเป็นปี ด้วยมั่นใจลึกๆว่า เขต 3 ต้องมีเลือกตั้งซ่อมแน่นอน

“ขอบคุณกำลังใจมอบให้ครั้งนี้ ขอบคุณทั้งน้องและพี่ มิตรไมตรีที่ท่านหวงแหน เขต 3 นคร ต้องดังกระฉ่อน เลือกตั้งผู้แทน อาญาสิทธิ์จิตใจหนักแน่น ขอเป็นผู้แทนของคนนคร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

กลางดงคอมฯใต้

“เป็นคนเมืองคอน บ้านเกิดอยู่จุฬาภรณ์ ประชาชนต้องมาก่อน พร้อมแก้ไขทุกปัญหา ส่งเสริมและพัฒนา..ใจถึงพึ่งได้ ใช้คุณธรรม ปกครองท้องถิ่นไม่เหลื่อมล้ำ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” นี่คือเพลงประจำตัว “นายอำเภออาญาสิทธิ์” 

บ้านเกิดเมืองนอนของ “อาญาสิทธิ์” อยู่ในพื้นที่ ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อ 50 กว่าที่แล้ว บ้านเกิดของเขาเป็นส่วนหนึ่งของ อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเรียกกันว่า “ดงคอมมิวนิสต์” หรือที่มั่นจรยุทธ์ของเขตงานนครศรีธรรมราช 

อาญาสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2508 บุตรนายเผ้ง และนางจีน ศรีสุวรรณ จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนร่อนพิบูลย์เกียรติวสุนธราภิวัฒก์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

ครั้นจบมัธยมศึกษาตอนปลาย อาญาสิทธิ์เข้ากรุงเทพฯ มาอาศัยกินนอนที่วัดราชาธิวาส ถนนสามเสนแหล่งรวมเด็กใต้ เรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                               สมัยจบนิติศาสตร์ รามคำแหง

หนุ่มเมืองคอนจบจบปริญญาตรีนิติศาสตร์ สอบบรรจุเป็นปลัดอำเภอ รับราชการหมุนเวียนอยู่ย่านบ้านเกิด ทั้ง อ.จุฬาภรณ์ อ.พระพรหม อ.ชะอวด และ อ.เฉลิมพระเกียรติ

อาญาสิทธิ์ได้เข้าเรียนหลักสูตรนายอำเภอรุ่น 70 วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง ปี 2553 เป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2560 ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอปลายพระยา จ.กระบี่ ปี 2562 นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช  

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                 สมัยเป็นนายอำเภอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

ทางเดินสายใหม่

เลือกตั้งปี 2562 อาญาสิทธิ์ตัดสินใจลาออกจากนายอำเภอ มาสมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

การตัดสินใจลาออกจากราชการ ขณะที่ยังเหลืออายุราชการอีก 8 ปีจะเกษียณ เจ้าตัวให้เหตุผลว่า แม้จะมีอนาคตทางราชการอีกมาก อาจจะถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ตัวเขาอยากจะเป็นผู้แทนราษฎร ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา สร้างโอกาสให้กับประชาชนได้ในวงกว้างระดับประเทศ จึงตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่

บนถนนสายเลือกตั้งครั้งแรก อาญาสิทธิ์ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถือเป็นการเปิดตัวด้วยคะแนนไม่ธรรมดา จากนั้นเขาขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

ช่วงที่เป็นนายอำเภอเขาชัยสน อาญาสิทธิ์ก็แอบหวังลึกๆว่า ต้องมีเลือกตั้งซ่อม และก็เป็นจริง เมื่อเทพไท เสนพงศ์ หลุดเก้าอี้ ส.ส. ตอนแรกอาญาสิทธิ์ก็ต้องลุ้นพรรคพลังประชารัฐ จะส่งเขาลงสนามอีกหรือไม่ เพราะทางพรรคประชาธิปัตย์ออกข่าวตีกันเรื่องมารยาททางการเมือง

สุดท้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ตัดสินใจส่งอาญาสิทธิ์ลงสนามแก้มือ พร้อมกับให้การสนับสนุนอาญาสิทธิ์เต็มที่ 

อาญาสิทธิ์ประสบความสำเร็จ ได้ก้าวเข้าสู่สภาฯสมความมุ่งหวังตั้งใจ กลายเป็น ว่าที่ ส.ส.เขต 3 เป็น ส.ส.คนที่ 4 ของนครศรีธรรมราช และ ส.ส.คนที่ 14 ของภาคใต้ และจะเป็นส.ส.คนที่ 122 ของพรรคพลังประชารัฐ 

อดีตนายอำเภอร่างเล็กคนนี้ ไม่ใช่ลูกเจ้าขุนมูลนาย หากแต่เป็นลูกคนบ้านบ้าน จึงมีสไตล์การทำงานแบบใจถึงพึ่งได้ เหมือนบทเพลงท่อนนี้ “..ใจถึงพึ่งได้ ใช้คุณธรรม ปกครองท้องถิ่นไม่เหลื่อมล้ำ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ”

ส่องชีวิต'อาญาสิทธิ์'นายอำเภอปฏิวัติ

                           คนเล็กใจใหญ่ นายอำเภออาญาสิทธิ์

“อู๊ดด้า” พ่าย “เสนพงศ์” แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460491

“อู๊ดด้า” พ่าย “เสนพงศ์” แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

8 มีนาคม 2564 – 14:33 น.

แผ่นดินไหวชะอวด สะเทือน “นายกเล็ก” นครศรีธรรมราช ปชป.อาจพ่าย พปชร.อีกสนาม  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สะท้านสะเทือนไปทั้งประเทศ เมื่อ พงศ์สิน เสนพงศ์ น้องชายของเทพไท เสนพงศ์ พ่ายนายอำเภอบ้านนอก-อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส่งผลให้ ส.ส.นครศรีธรรมราช 8 คน แบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 4 คน และพรรคพลังประชารัฐ 4 คน     

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เคาะแล้ว “พงศ์สินธุ์” น้องชาย”เทพไท” ลงชิงเลือกตั้งซ่อม

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

เทพไท ฝากน้องชายลงสู้อีก 2 ปีข้างหน้า

ปรากฏการณ์แบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองคอนมานานนับ 20 กว่าแล้ว นับแต่ “ชำนิ ศักดิเศรษฐ์-วิทยา แก้วภราดัย” ย้ายจากพลังธรรมมาสังกัด ปชป. ก็ไม่พรรคใดเบียดแทรกเข้ามาได้    

“ส.ส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งของ ปชป. เขต 3 บอกว่า ตนมีความพอใจต่อผลคะแนนที่ออกมาในครั้งนี้ เพราะได้คะแนนมากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งได้เพียง 33,000 คะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ได้เพิ่มมาอีก 10,000 กว่าคะแนน     

ส่วน “เทพไท เสนพงศ์” คาดการณ์ว่า “ผมเชื่อว่าภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่อีก ผมหวังว่าทุกท่านคงจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ และคุณพงศ์สินธุ์ ในการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง”    

ผู้ที่แบกรับความปราชัยหนนี้ไปเต็มๆคือ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทุ่มเทสรรพกำลังลงไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ไม่น้อยหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่บทเรียนจากความพ่ายแพ้ คาดว่าทางพรรค ปชป.คงรู้แล้ว ทั้งปัจจัยภาวะวิสัยและอัตวิสัย

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

แคมเปญนี้ เทพไท ไม่พอใจ

++
แข่งคนกันเอง
++
หากพิจารณาจากผลการเลือกตั้ง กรณี สราวุฒิ สุวรรณรัตน์ พรรคกล้า ได้ 6,222 คะแนน ดูเหมือนว่า “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคกล้า จะพึงพอใจราวกับขนะเลือกตั้ง เพราะนี่คือสนามแรกของพรรคน้องใหม่    

โค้งสุดท้าย พรรคกล้าชูคำขวัญ “ล้มยักษ์” เหมือนจงใจปลุกชาวเขต 3 เมืองคอนให้พร้อมใจกันล้มแชมป์เก่า    

คำขวัญ “ล้มยักษ์” ทำให้ เทพไท เสนพงศ์ ไม่สบอารมณ์ ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมไม่ทราบว่า ล้มยักษ์ ในความหมายของคุณกรณ์หมายถึงใคร แต่สำหรับผู้สมัครของ ปชป. คือ พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เบอร์ 3 เป็นลูกชาวบ้านธรรมดาๆ ผ่านการทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติมาแล้ว ไม่ได้เป็นยักษ์เป็นมารแต่อย่างใด”    

แสดงว่า วาทกรรมล้มยักษ์อาจโดนใจชาวบ้าน จึงมีคนออกมาหย่อนบัตรเลือกผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคกล้า ได้กว่า 6 พันคะแนน    

ในทางกลับกัน หากไม่มีพรรคกล้า ไม่มี “กรณ์” อดีตคน ปชป. 6 พันแต้มนี้ อาจทำให้ตระกูล “เสนพงศ์” ไปถึงฝั่งฝันก็ได้

"อู๊ดด้า" พ่าย "เสนพงศ์" แพ้สะเทือนชิงนายกเล็ก 

แคมเปญนี้ เทพไท ไม่พอใจ

++
โดมิโน่ล้ม “อภิชาต”
++
หลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 สภากาแฟเมืองคอนถกกันหนักว่า ความปราชัยของพงศ์สินธุ์ อาจเป็นโดมิโน่ล้ม “อภิชาต ศักดิเศรษฐ์” ในสนามนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช     

ดังที่รู้กัน ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กับเทพไท เสนพงศ์ จึงมีข้อตกลงร่วมกันที่จะสนับสนุน “กนกพร เดชเดโช” มารดา ส.ส.แทน เป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในนาม “กลุ่มพลังเมืองนคร”    

เมื่อกนกพรได้รับชัยชนะ ภารกิจต่อไปของ “ชำนิ เทพไท กนกพร” ก็คือสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่สวมเสื้อกลุ่มพลังเมืองนคร ในศึกเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช    

ศึกนายกเล็กเมืองคอนหนนี้ ก็ไม่ง่าย เมื่อ “โกจู๋” วิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุล อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้รับแรงใจจาก 3 ส.ส.พลังประชารัฐ อย่าง รงค์ บุญสวยขวัญ, สายันห์ ยุติธรรม และสันหพจณ์ สุขศรีเมือง    

ฉะนั้น ชัยชนะของ “อาญาสิทธิ์” ส่งผลสะเทือนต่อสนามนายกเล็กเมืองคอน “โกจู๋” มีโอกาสชนะทีมพลังเมืองนคร หรือทีม ปชป.นั่นเอง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต พลิกประวัติศาสตร์ ประชาธิปัตย์ ดวงตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460466

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

8 มีนาคม 2564 – 10:49 น.

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก ถึงทางตัน ราศีดวงอ่อนกำลัง ขาดความเชื่อมั่น ดวงชะตาไม่เสริม ก่อให้เกิดความวุ่นวายในพรรค

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก หัวหน้าพรรคนำทัพไม่มีกำลัง  ถึงทางตัน พลังประชารัฐยึดพื้นที่ โอกาศเป็นของบิ๊กป้อม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  เพราะดาวพระเคราะห์ และราศีดวงอ่อนกำลัง  ขาดความเชื่อมั่น  ดวงชะตาไม่เสริม  ก่อให้เกิดความวุ่นวายในพรรค  อำนาจการบริหารไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง เพราะดาวราศีเบียดเบียน สร้างความ ไม่มั่นคง ช่วงจังหวะรอบอายุเข้าเคราะห์  ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  วิกฤติเปลี่ยนหัวหน้าพรรค  ปชป.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช “ประชาธิปัตย์” อาการหนัก

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ซินแสเข่ง  อาจารย์ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์  แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวง วิกฤต โชคชะตาหลังเลือกตั้งซ่อม   จังหวัดนครศรีธรรมราช  ชี้ชะตา  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  คุณจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  ถึงจุดทางตัน เข้าสู่ภาวะ ดาวราศี ไม่เสริมดวง  ตกรอบอายุเข้าเคราะห์ เป็นอุปสรรค ในการบริหารงาน ตลอดจนถึง ในพื้นฐานดวงชะตา ไม่มั่นคงเท่าที่ควร  อีกครั้งองครักษ์ผู้ร่วมทีมพรรค ตกดวงขัดแย้ง มีผลกระทบเกิดขึ้น ทำให้เกิดปัญหากับการเบียดเบียนในการทำงานไม่มั่นคงในการบริหาร  เดินทางไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวังทำให้การบริหารมีแต่เรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ อึดอัด  หงุดหงิด  ไร้สาระ  ไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว  สร้างความไม่มั่นคงให้แปรปวนให้เกิดขึ้น    

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ส่วนดวงคุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   ถือว่าเป็นจังหวะอีกครั้ง  ที่จะแก้สถานการณ์ได้   แต่อยู่ที่คุณอภิสิทธิ์ ที่ใจจะคิดอย่างไร  ว่ายังยึดความคิดนโยบายเดิมหรือไม่  ถ้าความคิดเดิมก็คงล้มเหลวต่อไป   แต่ถ้ามีอัศวินม้าขาวอย่าง  คุณชวน  หลีกภัย  เชื่ออีกครั้งว่ามีโอกาสฟื้นตัว  และประชาธิปัตรเกิดแน่นอน

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤต  พลิกประวัติศาสตร์  ประชาธิปัตย์ ดวงตก 

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ช่วงรอบอายุ ของ  คุณจุรินทร์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในรอบปี 2564 เป็นช่วงจังหวะรอบอายุเข้าเคราะห์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปี 2562 ต่อเนื่องถึง 2564 และไปสิ้นสุด ในเดือนมีนาคม 2565 รวมระยะเวลา 18  เดือน  ประกอบกับ ปี 2565 ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ก็จะมีผลปะทะ ก่อให้เกิดความแตกแยก  วุ่นวาย   สับสน สร้างความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นภายในพรรค  มรสุมที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จากการวิเคราะห์ดวง ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของดวงชะตา ที่ไม่มั่นคงเท่าที่ควร ในการเป็นหัวหน้าพรรค ตลอดจนถึงช่วงจังหวะเดินอายุ ก็ยังเป็นอุปสรรค และประกอบด้วย องครักษ์ ประจำตัว มีผลเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ด้วยเหตุนี้  จึงทำให้พรรคประชาธิปัตรมีโอกาศเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460436

เบื้องลึก ชัยชนะ ‘อาญาสิทธิ์’ อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

7 มีนาคม 2564 – 20:53 น.

แผ่นดินไหวเมืองคอน ปชป.พ่ายหวุดหวิด “อาญาสิทธิ์” ศิษย์หลวงพ่อป้อม เบียดแซงคืนสุดท้าย

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช สร้างปรากฏการณ์ “แผ่นดินไหวเล็กๆ” เมื่อผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ค่ายพลังประชารัฐ ชนะ “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์” ค่ายประชาธิปัตย์ นัยว่าเฉือนชนะกันแค่หลักร้อยคะแนนเท่านั้น  

ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง สภากาแฟเมืองคอนบอกว่า “อาญาสิทธิ์-พงศ์สินธุ์” มวยคู่นี้สูสี ใครชนะก็ได้ และเหนืออื่นใด ตัวชี้วัดการแพ้-ชนะอยู่ในการบริหารจัดการ “คะแนน” ในคืนสุดท้าย

ที่สำคัญ การเดินทางไปขึ้นเวทีหาเสียงครั้งแรกในชีวิตของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด เมื่อคืนวันที่ 5 มี.ค.2564 ซึ่งมีชาวนครศรีธรรมราช เขต 3 มากกว่า 5 พันคน มาฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ 

2 ปีมานี้ มีการเลือกตั้งซ่อมหลายจังหวัด พล.อ.ประวิตร ไม่เคยเดินทางไปช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่จังหวัดใดเลย ซึ่งการเดินทางมาช่วย “นายอำเภออาญาสิทธิ์” ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่วน..”อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.ชนะเลือกตั้ง เขต3 นครศรีฯ

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                         อาญาสิทธิ์ สมัยมาเรียนหนังสือรามคำแหง

นายอำเภอคนดัง

อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” คน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช โดยกำเนิด เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองมา 30 ปี เคยเป็นปลัดชะอวด 2 ครั้ง ปลัดอำเภอจุฬาภรณ์ 1 ครั้ง ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ครั้ง และเป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง 3 ปี

ก่อนลงสมัคร ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค.2562 อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อสอบตกจึงกลับเข้ารับราชการใหม่ และได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง

เนื่องจากอาญาสิทธิ์พ่ายเทพไท เสนพงศ์ แค่ 4 พันแต้ม จึงแอบหวังอยู่ในใจ หากมีโอกาสลงสนามแก้มือ เขาจะลงสนามแน่นอน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ “เทพไท” หลุดจาก ส.ส. อาญาสิทธิ์จึงเสนอตัวต่อทางพรรคทัน

แม้ทางพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะอ้างเรื่อง “มารยาททางการเมือง” เพื่อกันไม่ให้พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่ “บิ๊กป้อม” ยืนยันจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แน่นอน เพราะเชื่อมั่นในตัวนายอำเภออาญาสิทธิ์

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                      พลังประชารัฐ มี ส.ส.นครศรีธรรมราช 4 คน

เหตุปัจจัยแห่งชัยชนะ

เหตุปัจจัยแห่งชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐ 

ประการแรก มีต้นทุน ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 คน คือเขต 1 รงค์ บุญสวยขวัญ, เขต 2 สัณหพจน์ สุขศรีเมือง และเขต 7 สายัณห์ ยุติธรรม 

ในรอบ 20 ปีผ่านมา สนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีพรรคไหน มาเบียดแย่งเก้าอี้ ส.ส.ไปจากพรรค ปชป.ได้ แต่หนที่แล้ว กระแสลุงตู่ ช่วยให้พลังประชารัฐ เจาะ ปชป.ได้ถึง 3 เขต 

ประการที่สอง พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนหลักของรัฐบาลประยุทธ์ ประกอบกับช่วงนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างนิยมชมชอบโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” 

ประการที่สาม อาญาสิทธิ์ จัดว่าเป็น “คนพื้นที่” เพราะมีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.จุฬาภรณ์ ตรงข้ามกับตระกูล “เสนพงศ์” ที่มีบ้านเกิดอยู่ใน อ.เชียรใหญ่ 

มีข้อมูลเชิงลึกในกลุ่มหัวคะแนน ปชป.แอบกระซิบว่า อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เจ้าของพื้นที่ อ.ชะอวด ตัวจริง ที่ถอยออกจาก ปชป.ไปหลายปีแล้ว แอบช่วยอาญาสิทธิ์

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                         ครั้งแรกในชีวิตบิ๊กป้อม บนเวทีหาเสียง

ประการที่สี่ แม่ทัพใหญ่ “บิ๊กป้อม” ให้ความสำคัญกับสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 3 เป็นอย่างมาก จึงมอบให้ “อนุชา นาคาศัย” เลขาธิการพรรค และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ลงไปเกาะติดขอบสนาม

โดยเฉพาะบทบาทของ “ผู้กองธรรมนัส” ที่เข้ามากินนอนอยู่ในพื้นที่นครศรีธรรมราช ในช่วง 2 คืนสุดท้าย ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง

เบื้องลึก ชัยชนะ 'อาญาสิทธิ์' อิทธิฤทธิ์บิ๊กป้อม

                                     บิ๊กป้อมนำทัพลุยเมืองคอน

งานหิน.. ฝ่า “5 ด่าน” แก้ไข รธน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460423

งานหิน.. ฝ่า”5 ด่าน”แก้ไข รธน.

7 มีนาคม 2564 – 16:34 น.

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาถึงช่วง หัวเลี้ยว-หัวต่อ ที่สำคัญ ทั้งการที่ ศาล รธน.จะทำการชี้ขาดว่าการแก้ไขทั้งฉบับทำได้หรือไม่ และการที่ร่าง รธน.จะเข้าสู่พิจารณาวาระ 3 ของสภาฯ ..แต่รู้ไหมว่า การแก้ไข รธน. จะสำเร็จได้ ต้องฝ่าฝันถึง 5 ด่านสำคัญ

มาถึงช่วงสำคัญที่ต้องจับตามองสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 .. เมื่อศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวินิจฉัยในวันที่ 11 มี.ค. นี้ เกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภาว่ามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างได้หรือไม่

ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปต่อได้ โดยอนุญาตให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยมี ส.ส.ร. ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 3 ของรัฐสภาในวันที่ 17 มีนาคมนี้

โดยสรุปเส้นทางของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้  ไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะสำเร็จได้ จะต้องฝ่าฟันถึง” 5 ด่านสำคัญ”  

ด่านแรกสุด : ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 11 มีนาคมนี้

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำไม่ได้ ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ตั้งแต่การเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่เป็นรายมาตราและเมื่อได้จำนวนชื่อครบตามที่กฎหมายกำหนด ก็นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าจะแก้ไขมาตราใด อย่างไร เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาวาระแรก

แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตั้งส.ส.ร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 3 ต่อไป

ด่านที่ 2 :ที่ประชุมรัฐสภาจะต้องลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 3 ซึ่งจะต้องใช้เสียง ส.ว. ถึง 1 ใน 3 หรืออย่างน้อย 84 เสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้ ส.ว. ถึง 84 เสียง จาก ส.ว.ที่มีทั้งหมดจำนวน 250 คน (ซึ่ง ส.ว. ส่วนมากมาจากการคัดเลือกของ คสช. ในขณะที่รัฐธรรรมนูญปี 60  คงอำนาจ คสช. )

ด่านที่ 3 :  หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน  ต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปทำประชามติถามประชาชน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 

และก.ม.ประชามติยังมีเงื่อนไขสำคัญว่า นอกจากผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว คะแนนเห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิอีกด้วย

ด่านที่ 4 : หลังจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมผ่านประชามติและประกาศใช้ ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คนโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง 

แต่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในลักษณะเดียวกับเลือกตั้ง ส.ส. มีส.ส.ร. ได้เขตละคน เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จะไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรืออิทธิพลในท้องถิ่น รวมไปถึงการโยงใยกับการเมืองในระดับชาติ  

สุดท้าย ด่านที่ 5 : เมื่อ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จจะต้องให้ประชาชนเห็นชอบ โดยต้องทำประชามติอีกครั้ง ในเงื่อนไขเดียวกับด่านที่ 3 

หากผ่านประชามติก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การฝ่าด่านทั้งห้า เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันสำเร็จ จึงเป็น “งานหิน” อย่างยิ่ง