โผล่มายังไง ‘ชัยวุฒิ’ สายเมืองสิงห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460123

โผล่มายังไง’ชัยวุฒิ’ สายเมืองสิงห์

4 มีนาคม 2564 – 15:21 น.

โผปรับ ครม.วุ่น ชื่อ “ชัยวุฒิ” โผล่โควตา กทม. งงกันทั้งพรรค เพราะลูกหลานแม่กิมลี้มาจากเมืองสิงห์

++
    ถึงนาทีนี้ โผปรับ ครม. ก็ยังไม่นิ่ง แม้จะมี 2 รายชื่อ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” และ “ตรีนุช เทียนทอง” หลุดออกมาจากสื่อเกือบทุกสำนัก
    ประเด็นที่ค้างคาใจของ ส.ส.พลังประชารัฐ จำนวนไม่น้อย ก็คือ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้ข่าวว่า จะเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ แทน ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โควตา กทม. 

ชัยวุฒิ ว่าที่รัฐมนตรี? 

    จริงๆแล้ว “ชัยวุฒิ” มีฐานการเมืองอยู่ที่สิงห์บุรี และมีน้องชาย-โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นส.ส.สิงห์บุรี เพียงแต่มีภรรยา-กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. เขต 1 พลังประชารัฐ เท่านั้นเอง
    เหตุใด ชัยวุฒิจึงดำน้ำจากสิงห์บุรี มาโผล่ที่เมืองกรุง ยังเป็นคำถามคาใจคนพลังประชารัฐ?
    แม้ปี 2561 ชัยวุฒิ จะพา สกลธี ภัททิยกุล ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณอดีต เข้าพบสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ภาค คสช. แต่ปี 2563 ชัยวุฒิ ก็เป็นคนออกโรงขับไล “สมคิด” และทีม 4 กุมาร 
    นัยว่า ช่วงหลังชัยวุฒิ ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “สกลธี-พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล” หากแต่เขากลับไปสนิทสนมกับ วิรัช รัตนเศรษฐ และกลุ่มอื่นๆ ในพรรคมากกว่า 

++
ลูกหลานแม่กิมลี้
++
    คนเมืองสิงห์รู้จัก “แม่กิมลี้” เป็นอย่างดี เพราะตระกูล “ธนาคมานุสรณ์” ทำมาค้าขายในเมืองสิงห์มายาวนาน มีทั้งร้านทองแม่กิมลี้ ,เคเบิ้ลสิงห์บุรี และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า
    “ภรณี ธนาคมานุสรณ์” ทายาทแม่กิมลี้เป็นผู้บริหารธุรกิจในตระกูล และมีบทบาทสนับสนุนนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งระดับเทศบาล และ อบจ.สิงห์บุรี

แม่ภรณี ลูกสาวแม่กิมลี้ แห่งเมืองสิงห์ ถ่ายภาพกับลูกชาย 2 คน และลูกสะใภ้ 

    แม่ภรณีเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคชาติไทยมาแต่ยุคของประเทือง วิจารณ์ปรีชา อดีต ส.ส.สิงห์บุรี หลายสมัย แต่มาถึงรุ่นลูก เริ่มต้นที่พรรคประชาธิปัตย์
    ชัยวุฒิ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกปี 2544 ตอนนั้น สิงห์บุรี มี 2 เขต ชัยวุฒิ ส.ส.เขต 1 พรรค ปชป. ส่วน พายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.เขต 2 พรรคไทยรักไทย
    ปี 2548 ส.ส.สิงห์บุรี เหลือเขตเดียว พายัพมากับประชานิยม เอาชนะชัยวุฒิไปได้ 
    ปี 2550 ชัยวุฒิตัดสินใจย้ายจาก ปชป.ไปพรรคชาติไทย ตามฐานการเมืองเดิมของตระกูลแม่กิมลี้ เอาชนะพายัพ พรรคพลังประชาชนไปได้
    เมื่อพรรคชาติไทยถูกยุบ ชัยวุฒิถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ปลายปี 2552 เมื่อมีเลือกตั้งซ่อม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ น้องชายกลับมาสวมเสื้อ ปชป. เอาชนะพายัพ ปั้นเกตุ ไปได้

โชนวุฒิ ส.ส.สิงห์บุรี

   ปี 2554 สุรสาล ผาสุข พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดงสิงห์บุรี ขี่กระแสยิ่งลักษณ์เอาชนะโชนวุฒิ ค่าย ปชป. ไปได้ 
    เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ชัยวุฒิย้ายจาก ปชป.ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ตัตเขาลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และช่วยหาเสียงให้โชนวุฒิ ที่สนามเมืองสิงห์ คว่ำสุรสาล ผาสุข ทำให้ลูกหลานแม่กิมลี้ กลับสู่สภาฯอีกรอบ
    ว่ากันว่า ชัยวุฒิ วาดหวังจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ตั้งแต่ปรับ ครม.ปีที่แล้ว หลังจากไล่ “สมคิด” กับ 4 กุมารพ้นพรรค พ้น ครม. แต่ไม่มีโควตา เลยต้องรอมาจนถึงรอบนี้

ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460102

ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก

4 มีนาคม 2564 – 13:13 น.

“ศาลรัฐธรรมนูญ”เตรียมวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีการเปิดทางให้ยกร่างใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้หรือไม่ ส่งผลให้กระบวนการตั้ง ส.ส.ร.แท้งก่อนที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตวาระ 3 ท่ามกลางข่าวลือ ล้มร่างรัฐธรรมนูญ มาแรงมาก โดย .. ปกรณ์ พึ่งเนตร

กราบเรียนท่านศาล รธน.
ข่าวลือเรื่อง “ล้มร่างรัฐธรรมนูญ” มาแรงมาก 

ข่าวแจ้งว่าศาลรัฐธรรมนูญเตรียมจะวินิจฉัยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีการเปิดทางให้ยกร่างใหม่นั้น ไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้กระบวนการตั้ง ส.ส.ร.แท้ง เป็นการแท้งก่อนที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่นัดหมายกันไว้ราวๆ วันที่ 17 มี.ค. หรือช่วงกลางเดือน

ผมมองว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นนี้เป็นเรื่อง “ไร้สาระ” และเป็นการเล่นคำเหมือนพวกศรีธนญชัย ทำนองว่า มาตรา 256 ซึ่งมีถึง 9 อนุมาตรา เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เปิดช่องให้ยกร่างใหม่ จึงอ้างว่าการแก้ไขเพื่อเปิดทางให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่สามารถทำได้ บางคนใช้คำแรงว่าเป็นการแก้แบบ “ลูกฆ่าแม่” เลยด้วยซ้ำ 
ถ้าใช้การเล่นคำแบบไม่ต้องสนตรรกะแบบนี้ ก็ต้องไปฟัง คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขาบ้าง ที่บอกว่านี่ไม่ได้เป็นการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 (ฮา) 
แต่จริงๆ แล้วถ้าเราหลับตานึกถึงรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายทั่วๆ ไป คงไม่มีใครบ้าเขียนหลักเกณฑ์และวิธีการในการยกเลิกกฎหมายเอาไว้ในตัวบทของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆ เลย ด้วยเหตุนี้การจะยกเลิกกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของสภา ในฐานะตัวแทนประชาชน และรับผิดชอบต่อประชาชน 
วิธีการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันก็คือ แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไข ซึ่งก็คือมาตรา 256 เพื่อให้สามารถตั้ง ส.ส.ร.เพื่อมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
คำถามคือการแก้ไขแบบนี้มันขัดรัฐธรรมนูญตรงไหน และในอนุ 8 ของมาตรา 256 ก็เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าจะแก้ไขมาตรานี้ คือแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องนำไปทำประชามติก่อน ซึ่งก็หมายถึงนำไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยว่าจะยอมให้แก้หรือไม่ 
ถามแบบกวนๆ ก็คือ “แล้วศาลเกี่ยวอะไรไม่ทราบ?” 
การแก้ไขมาตรา 256 ย่อมสามารถกระทำได้ เพราะหากทำไม่ได้ ก็ต้องเขียนไว้ในมาตรา 255 แล้ว 
ย้อนไปดูมาตรา 255 บัญญ้ติว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้” 

ฉะนั้นการแก้ไขมาตรา 256 จึงทำได้ แต่จะมีผลบังคับใช้หรือไม่ ต้องผ่านประชามติจากประชาชนก่อน ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผล ตรงตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่ “เสียงของประชาชน” ใหญ่ที่สุด 
ต้องไม่ลืมว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบให้มี ส.ส.ร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้น ผ่านการรับหลักการวาระ 1 จากรัฐสภามาแล้ว วันนี้ใครที่พูดว่าถ้าร่างใหม่ทั้งฉบับไม่ได้ ก็ให้ไปแก้รายมาตรา ก็ต้องถามกลับว่าทำไมวันที่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา 6-7 ร่าง เป็นร่างที่เสนอแก้รายมาตราถึง 4-5 ร่าง เหตุใดจึงไม่รับร่างแก้ไขรายมาตรา แต่มารับร่างแก้ไขแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำไม 
บอกตรงๆ คนในรัฐบาลพูดอะไรตอนนี้ก็มีแต่ลักลั่น สับปลับ กลับไปกลับมา ไม่ต่างอะไรกับไม้หลักปักเลน หาสาระอะไรให้ยึดเหนี่ยวไม่ได้เลย 
สุดท้ายหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะของการยกร่างใหม่ทำไม่ได้ ก็คงต้องหมายความว่าถ้าอยากจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่สามารถใช้กระบวนการทางรัฐสภาได้ ต้องไหว้วานให้ทหารปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญอย่างเดียวหรืออย่างไร 
ตรรกะเหตุผลแบบนี้มันไปได้จริงๆ หรือ ฝากศาลท่านช่วยพิจารณา…


ที่มา : คอลัมน์โหมโรง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 

รู้จัก “ตรีนุช” “เทียนทอง” ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460098

รู้จัก “ตรีนุช” “เทียนทอง” ยุคใหม่บูรพาพยัคฆ์การเมือง

4 มีนาคม 2564 – 12:59 น.

พลิกโผปรับ ครม. สัมผัสตัวเต็งเสนาบดีคนใหม่ “ตรีนุช” ลูกสาวกำนันกี-ขวัญเรือน เทียนทอง คนดีของลุงป้อม

++
กลางดึกคืนวันที่ 3 มี.ค.2564 สำนักข่าวใหญ่ระดับประเทศหลายแห่ง พร้อมอกพร้อมใจกันเสนอข่าวโผ ปรับ ครม. ชนิดไม่มีแตกแถว โดยอ้างว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสนอชื่อบุคคลที่เข้าข่ายจะเป็นรัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชารัฐ ไปให้นายกรัฐมนตรี 2 ชื่อ คือ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ “ตรีนุช เทียนทอง” ส.ส.สระแก้ว 5 สมัย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน

สองพี่น้อง ฐานิสร์-ตรีนุช ไปด้วยกัน ไปได้ไกล

เฉพาะ ส.ส.เหน่ง-ตรีนุช มีการระบุว่า จะได้นั่งกระทรวงวัฒนธรรม และอิทธิพล คุณปลื้ม ขยับลุกจากเก้าอี้ตัวเดิมไปนั่งกระทรวงดีอีเอส     

ชื่อนี้ หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าหลานสาว “ป๋าเหนาะ” จะได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งตามรายงานข่าวก็อธิบายถึงคุณสมบัติของตรีนุช เป็นเด็กดีของลุงๆ ไม่ดื้อ ไม่วิ่ง ไม่วอแว ก้มหน้าก้มตาทำงานในพื้นที่ จึงได้รับรางวัลตอบแทน    

การที่ “ลุงป้อม” หยิบชื่อ “ส.ส.เหน่ง” มาเป็นรัฐมนตรี สะท้อนภาวะผู้นำแบบลุงป้อม ที่รักใครรักจริง ไม่ทิ้งกัน     

การที่ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง หัก “เสนาะ เทียนทอง” พาลูกชายลูกสาวย้ายออกจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ ตามคำของลุงป้อมนั้น เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของตระกูลเทียนทอง     

เวลานั้น สองพี่น้อง “ฐานิสร์-ตรีนุช” จึงยึดคติที่ว่า “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” และใช้เป็นชื่อแฟนเพจเฟซบุ๊กของพวกเขา ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

กำนันกี ขวัญเรือน เทียนทอง

++
‘เทียนทอง’รุ่น 2
++
วันที่เสนาะ เทียนทอง ยังเบ่งบารมีอยู่ในพรรคไทยรักไทย ในฐานะนักปั้นนายกรัฐมนตรี จึงวางตัวหลาน 2 คนคือ “ฐานิสร์-ตรีนุช” เป็น ส.ส.สระแก้ว บวกกับ “สรวงศ์” ลูกชายคนโตของป๋าเหนาะ ส.ส.สระแก้ว 3 คนก็เป็นของตระกูลเทียนทอง มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ,พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย     

กระทั่งการเลือกตั้ง 2562 ที่ตระกูลเทียนทอง ต้องแข่งขันกันเอง เมื่อ “ป๋าเหนาะ” นำทีมเพื่อไทย ลงสนามชนกับทีมพลังประชารัฐ ที่มีน้องสะใภ้ “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง เป็นแม่ทัพ ผลเลือกตั้งก็ตามที่รู้กัน ป๋าเหนาะพ่ายยับ    

“พิเชษฐ์-ขวัญเรือน” มีบุตรชายหญิง 4 คน ได้แก่ หนึ่ง-ฐานิสร์,เหน่ง-ตรีนุช, หนุ่ย-อนุรักษ์ และบดี     

20 กว่าปีมานี้ ตระกูลเทียนทอง แบ่งพื้นที่ธุรกิจการเมืองกันชัดเจน โดย “เสนาะ” มอบหมายให้น้องชาย “พิเชษฐ์ เทียนทอง” ดูแลธุรกิจและการเมือง โดยใช้ อ.วัฒนานคร เป็นฐานบัญชาการ    

หลังพิเชษฐ์เสียชีวิต ภรรยา-ขวัญเรือนได้เข้ามาดูแลกิจการต่อ โดยมอบให้ลูกชายคนเล็ก “หนุ่ย-อนุรักษ์” กับบดี บริหารธุรกิจแทนบิดา ส่วนฐานิสร์กับตรีนุช เล่นการเมือง    

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “หนึ่ง-เหน่ง” สองพี่น้องตระกูลเทียนทองยุคใหม่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล”  

ตรีนุช และคุณนายแม่ แห่งสระแก้ว

++
คุณนายแม่
++
ขวัญเรือน เทียนทอง ได้แนะนำตัวเองผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กขวัญเรือน เมื่อ 12 พ.ย.2563 ว่า “คุณแม่ลูกสี่ เกิดและโตที่วัฒนานคร เข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในบทบาทกำนันที่ตำบลบ้านเกิด “กำนันกี” คือชื่อเล่นและชื่อเรียกที่พี่น้องชาวสระแก้วเรียกขานอย่างติดปาก”    

กำนันกี ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สระแก้ว พร้อมชูแคมเปญหาเสียงว่า “ครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม”     

เนื่องจาก อบจ.สระแก้ว มีนายก อบจ.ชื่อ “ทรงยศ เทียนทอง” มายาวนานถึง 4 สมัย ซึ่งทรงยศเป็นลูกชายของวิทยา เทียนทอง น้องชายป๋าเหนาะ ดังนั้น กำนันกีจึงบอกคนสระแก้วให้รู้ว่า เธอลงสนามมาแล้ว หากได้รับเลือกตั้ง ก็รับประกันว่าไม่เหมือนเดิมแน่  

พ.ศ.นี้ อบจ.สระแก้ว มีนายก อบจ.ชื่อ ขวัญเรือน ที่คนสระแก้วเรียกขานเธอว่า “กำนันกี” หรือ “คุณนายแม่” นับหนึ่ง อบจ.สระแก้ว ยุคเทียนทองโฉมใหม่    

ขวัญเรือนเป็นกำนัน ต.วัฒนานคร มาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น มีผู้อพยพชาวเขมรนับแสนคนอาศัยอยู่ในศูนย์แถวตาพระยา-อรัญประเทศ สระแก้วจึงเป็นเมืองทหาร     

ด้วยเหตุนี้ กำนันกี จึงรู้จักมักคุ้นกับลุงป้อม ตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ร.12 รอ. ค่ายไพรีระย่อเดช อ.เมืองสระแก้ว     

สรุปว่า การเมืองสระแก้ว ทั้งระดับชาติและท้องถิ่นในชั่วโมงนี้ เป็นยุค “เทียนทอง” เวอร์ชั่นบูรพาพยัคฆ์ภาคการเมือง นำโดยกำนันกี เรียบร้อยแล้ว

ศึกคนกันเอง ‘ดอนทราย’ วิปโยค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/460009

ศึกคนกันเอง’ดอนทราย’ วิปโยค

3 มีนาคม 2564 – 15:31 น.

เสียงปืนสนั่นโพธาราม สังเวย 1 ศพ ศึกเลือกตั้งเทศบาลดอนทราย เหตุแรงแค้นคนตระกูลเดียวกัน

++
    เลือกตั้งท้องถิ่นเมืองโพธาราม ตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อเกิดเหตุคดียิงวราพร เนียมรักษา ผู้สมัครนายกเทศบาลตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย ภายในวัดท่ามะขาม 
    ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ขออนุมัติศาลจังหวัดราชบุรีออกหมายจับ วันชัย เนียมรักษา ส.อบจ.ราชบุรี เขต อ.โพธาราม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 

ครูนงค์-วราพร เนียมรักษา 

    ผู้ที่รับบทคนกลางคือ “กำนันตุ้ย” วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี เนื่องจาก วันชาติ เนียมรักษา เป็น ส.จ.ในกลุ่มพัฒนาราชบุรี ขณะที่บุตรสาวของ วราพร เนียมรักษา ผู้เสียชีวิต ก็ทำงานอยู่ที่ อบจ.ราชบุรีเช่นกัน

กำนันตุ้ย วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี

    ด้วยเหตุนี้ กำนันตุ้ยจึงพา “สจ.ชาติ” เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสู้คดี ส่วนเรื่องของคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย วันเดียวกันนั้น กำนันตุ้ยเดินทางไปร่วมงานรดน้ำศพ วราพร เนียมรักษา เนื่องจากนัฏฐิรา เนียมรักษา ลูกสาวของวราพร รับราชการเป็นนักวิเคราะห์ นโยบายและแผนชำนาญการ อบจ.ราชบุรี
    กำนันตุ้ยยืนยันว่า “กลุ่มพัฒนาราชบุรีเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัด ช่วยเหลือประชาชนชาวราชบุรีให้มีชีวิตที่ดีขึ้น” 

++
ตระกูล “เนียมรักษา” 
++
    เทศบาลตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 12.9 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,062.50 ไร่ มีประชากรทั้งสิ้น 7,253 คน 2,652 ครัวเรือน ในจำนวน 9 หมู่บ้าน
    ประชากรในบางพื้นที่เป็นกลุ่มคนที่มีเชื้อสายลาวตี้ หรือชาวลาวเวียง เป็นกลุ่มคนที่มีเชื้อสายลาวจากกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองราชบุรี ตั้งแต่สมัยธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ 
    สมัยที่แล้ว “จิตรลดา เนียมรักษา” ภรรยาของ สจ.ชาติ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย เมื่อครบวาระ “จิตรลดา” ก็ลงสนามอีกครั้ง

ภรรยา ส.จ.ชาติ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย

    ส่วนคู่แข่งคนสำคัญของจิตรลดาคือ “ครูนงค์” วราพร เนียมรักษา ซึ่งเป็นภรรยาของพี่ชาย สจ.ชาติ
    ก่อนหน้าศึกเลือกตั้งเทศบาลดอนทราย มีการเลือกกำนัน ต.ดอนทราย แทน สจ.ชาติ ที่ลาออกไปสมัคร ส.อบจ.ราชบุรี โดยตอนแรก สจ.ชาติ วางตัวให้ลูกสาวที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนันแทน แต่พี่สะใภ้-วราพร  ทาบทามผู้ใหญ่ยิ่งพันธุ์  กันเกตุ  เข้าชิงตำแหน่งกำนัน โดยให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยกันโหวต ได้เสียงทั้งหมด 7 เสียง จาก 9 เสียง  
    นี่คือปมแค้น ที่ตำรวจคาดว่า เป็นมูลเหตุจูงใจให้ลงมือสังหารพี่สะใภ้ แต่ สจ.ชาติ ปฏิเสธทุกข้อหา พร้อมกับนักข่าวว่า “ผมไม่ได้ทำ กับคนตายก็ดีกันมาตลอด” 

++
ราชสีห์ดอนทราย
++
    คนดอนทรายทราบดีว่า “สจ.ชาติ” หรือ วันชาติ เนียมรักษา เรียกตัวเองว่า “ราชสีห์ดอนทราย” 

ราชสีห์ดอนทราย หมายถึงกำนันชาติ หรือ สจ.ชาติ

    อดีตตำรวจ สภ.ทุ่งหลวง เข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น เป็นผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน ต.ดอนทราย โดยสนับสนุนภรรยา-จิตรลดา เนียมรักษา เป็นนายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย สมัยที่แล้ว
    ปลายปีที่แล้ว กำนันชาติ ราชสีห์ดอนทราย ลงสมัคร ส.อบจ.ราชบุรี เขต อ.โพธาราม สังกัดกลุ่มพัฒนาราชบุรี ของกำนันตุ้ย ได้รับชัยชนะ จึงกลายเป็น “ส.จ.ชาติ” ผู้กว้างขวางแห่งโพธาราม
    พลันที่ปี่กลองเลือกตั้งเทศบาลดังขึ้น “จิตรลดา” ภรรยา ส.จ.ชาติ ลงสนามป้องกันแชมป์ โดยเจอผู้ท้าชิงมาแรงคือ “ครูนงค์” วราพร เนียมรักษา 
    คนดอนทราย 9 หมู่บ้าน ก็รู้จักมักคุ้นคนในตระกูล “เนียมรักษา” เป็นอย่างดี เมื่อ “สองสะใภ้” ของตระกูลดังลงชิงชัย ก็ทำเอา “หัวคะแนน” เดือดเนื้อร้อนใจไปตามๆกัน
    ใครจะเชื่อว่า ศึกชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย จะกลายเป็น “สังเวียนเลือด” สังเวยชีวิต “ครูนงค์” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีฯ

‘แอมมี่’ เอฟเฟกต์ สะเทือนม็อบซ้ายใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459991

‘แอมมี่’ เอฟเฟกต์ สะเทือนม็อบซ้ายใหม่

3 มีนาคม 2564 – 12:52 น.

กองเชียร์ม็อบเซ็ง กรณี “แอมมี่” สะเทือนจังหวะก้าวและยุทธวิธี “ไม่มีแกนนำ” ของม็อบซ้ายใหม่ REDEM คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    แวดวงวิทยุใต้ดินแถวปารีส เปิดสายโฟนอินถกเถียงกันแบบไม่หลับไม่นอน หลังศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ นักร้องนำวงเดอะ บอตทอม บูลส์ (The Bottom Blues) ตามหมายจับเลขที่ 429/2564 พร้อมพวกอีก 2 คน ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 
    หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผาพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 28 ก.พ.2564 
    ก่อนหน้านั้น บรรดาขาเชียร์กลุ่มราษฎร หรือเยาวชนปลดแอก ยังมีวิวาทะเรื่องกลยุทธ์ม็อบ 28 กุมภา มีแกนนำหรือไม่มีแกนนำ แต่พอเกิดกรณีแอมมี่ หลายคนถึงกับออกอาการเซ็ง

แอมมี่ เจอเกมร้อน

++
โรคประจำศตวรรษ
++
    อันสืบเนื่องจาก กลุ่ม REDEM ประกาศจัดการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเดินขบวนไปยังบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หน้ากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารมหาดเล็กฯ รักษาพระองค์ที่ 1 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2564 เกิดเหตุปะทะกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสลายการชุมนุม พร้อมกับมีการจับกุมผู้ร่วมชุมนุม จำนวน 22 คน
    เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2564 แอดมินเพจเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH โพสต์ว่า “การชุมนุมมวลชนกลุ่ม REDEM ซึ่งเสมือนกับระบบประชาธิปไตยทางตรงที่มวลชนร่วมกันโหวตผ่าน TELEGRAM ถึงการนัดชุมนุม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไทยที่การเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ถูกตัดสินใจโดยมวลชน มวลชนร่วมกันขับเคลื่อนไปพร้อมกัน..”
    แสดงว่า กลุ่ม REDEM ยังยืนยันถึงกลยุทธ์ “ไม่มีแกนนำ ไม่มีการ์ด” ในการชุมนุมมวลชนและเดินขบวน 

REDEM ม็อบไม่มีแกนนำ 

    กลุ่ม REDEM เกิดมาจากกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้พูดคุยกัน และตัดสินใจเคลื่อนไหวที่มวลชนร่วมกันเป็นเจ้าของในชื่อ “REDEM-ประชาชนสร้างตัว” ซึ่ง REDEM ในที่นี้ย่อมาจาก RESTART DEMOCRACY สร้างประชาธิปไตยให้เกิดใหม่อีกครั้งไปด้วยกัน
    พวกเขาย้ำว่า “REDEM” เป็นการต่อสู้เพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตยที่คนเท่ากัน พวกเขาจึงประกาศข้อเรียกร้องที่มีฐานคิดแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย
    “การต่อสู้ของมวลชนที่มวลชนเป็นผู้ตัดสินใจได้เริ่มขึ้นแล้ว ถ้าไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างไทย แสวงหาวิธีใหม่ๆ ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะเผด็จการและนำไปสู่สังคมนิยมประชาธิปไตยเพื่อคนเท่ากันไปด้วยกัน”

    ด้าน “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์อาวุโส โพสต์เฟซบุ๊ค Atukkit Sawangsuk พูดถึงม็อบ REDEM ด้วยท่าทีเยี่ยงมิตร “ปัญหาการประสานงาน “ม็อบไม่มีแกนนำ” อาจต้องทบทวนกัน..” เพราะฝ่ายรัฐเองได้ยกระดับการจัดการกับม็อบแล้ว
    “ใบตองแห้ง” ประเมินขบวนการเยาวชนรุ่นใหม่ว่า “ในฝ่ายม็อบเอง จะให้กลับไปเหมือนเดิมก็คงยาก อารมณ์คนไม่เหมือนเดิมแล้ว ด้วยความโกรธ ฉะนั้นแม้ต้องสรุปบทเรียนก็อย่าโยนความผิดกัน ต้องคิดว่าจะแปรความโกรธมาแสดงพลังต่อต้านอย่างไร”
    ประเด็นข้อเสนอแนะจาก “คนรุ่นเก่า” ต่อคนรุ่นใหม่ มักจะถูกปฏิเสธจากนักกิจกรรมยุคดิจิตอล และเหนืออื่นใด พวกเขาเป็น “ซ้ายใหม่” ที่มีวิธีคิดแตกต่างซ้ายเก่า

++
วิจารณ์ม็อบเด็ก
++
    อดีตนักวิชาการ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เขามีข้อคิดความเห็นต่อม็อบราษฎร และม็อบเยาวชนปลดแอกมาเป็นระยะๆ
    หลังม็อบ 28 กุมภา “พิชิต” โพสต์เฟซบุ๊คว่า “การชุมนุมของเยาวชนตั้งแต่ต้นปีมีแนวโน้มปะทะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุหลักคือ แนวทางของรัฐที่มุุ่ง “ใช้ความรุนแรงทุกที่ทุกเวลาปราบม็อบให้สิ้นซาก” ฉะนั้น ไม่ว่าการชุมนุมจะเกิดขึ้นที่ไหน รูปแบบใด สันติสักแค่ไหน พยายามหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงและการเผชิญหน้าสักเพียงใด การปะทะก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้..”
    เนื่องจากแกนนำม็อบรุ่นใหม่ ถูกกระทำด้วยกระบวนการยุติธรรมเต็มอัตราตั้งแต่ตำรวจไปถึงอัยการและศาล ด้วยข้อหาอาญาทุกมาตราหลายสิบคดี
    “อารมณ์ของผู้มาชุมนุมปีนี้จึงเคร่งเครียด คับแค้นและโกรธมาก ต่างจากปีที่แล้วที่พวกเขายังเป็น “เยาวชนมุ้งมิ้ง ใส ๆ” การใช้กำลังรุนแรงจากฝ่ายรัฐบวกกับความโกรธของเยาวชนจึงปะทุเป็นการปะทะบนถนนที่สูญเสียมากขึ้น” 
    พิชิต จึงฝากแง่คิดไปถึงแกนนำม็อบว่า “ภูเขาของความโกรธ เกลียด แค้น ท้อแท้ สิ้นหวังของเยาวชน นี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้จัดชุมนุมและบรรดาแกนนำที่ยังไม่ถูกคุมขังในวันนี้ว่า จะรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกและความต้องการของผู้ชุมนุมที่เปลี่ยนไปอย่างไร”
    ตอนท้าย พิชิตที่เคยร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงปี 2553 ตั้งคำถามว่า “เยาวชนวันนี้กำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกับคนเสื้อแดง..พวกเขากำลังเดินไปสู่สถานการณ์เดียวกับการสังหารหมู่คนเสื้อแดงพฤษภา 53 หรือไม่”

สภาประชาชน ฟัน “ตั๊ดมะด่อ” ก่อการร้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459905

สภาประชาชน ฟัน “ตั๊ดมะด่อ” ก่อการร้าย

2 มีนาคม 2564 – 15:42 น.

เลือดนองแผ่นดิน สภาสหภาพพม่า (CRPH) ตัวแทนประชาชน ฟัน “กองทัพ” เป็นองค์กรก่อการร้าย 

++
หลังกองทัพเมียนมา หรือ “ตั๊ดมะด่อ”เพิ่มข้อหายุยงให้เกิดความไม่สงบแก่ อองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ตามกฎหมายอาญา 505 เมื่ออองซาน ซูจี ต้องขึ้นศาลอีกครั้ง รวมแล้วเป็น 3 ข้อหา โดยก่อนหน้านั้น เจอข้อหาครอบครองวิทยุสื่อสาร นำเข้าผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนข้อห้ามพบปะประชาชนช่วงโควิดระบาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ”  เข้มคุมอารยะขัดขืน

ผู้แทนสภาสหภาพ ออกมติกองทัพเมียนมา เป็นผู้ก่อการร้าย

คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) ประกาศให้สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เป็นกลุ่มก่อการร้าย ตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ของเมียนมา     

นี่เป็นเกมตาต่อตา ฟันต่อฟัน ระหว่างกองทัพเมียนมา กับพรรคเอ็นแอลดี โดยมีประชาชนจำนวนมาก จัดการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี และอารยะขัดขืนต่อสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของกองทัพเมียนมา    

ที่มาของคณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH) นั้น มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) 15 คน รวมตัวกันตั้งองค์กร ตัวแทนของ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้ง 2 สภาคือ สภาชาติพันธุ์ (Amyotha Hluttaw) และ สภาผู้แทนราษฎร (Pyithu Hluttaw)     

คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) เป็นตัวแทนของ ส.ส.ได้รับเลือกจากประชาชนเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563 และมีสิทธิ์ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลสนับสนุนการดำเนินงาน ด้านกิจการระหว่างประเทศและการบริหารราชการอย่างเต็มที่    

พูดง่ายๆ คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) ของฝ่ายประชาธิปไตย จึงเป็นองค์กรคู่ขนานกับสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของกองทัพเมียนมา 

ดร.ซา ซ่า ตัวแทนคณะกรรมการสภาสหภาพในยูเอ็น

++
รัฐบาลประชาชน
++
เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2564 คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) ได้แต่งตั้ง ดร.ซา ซ่า เป็นตัวแทนในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ และ ถิ่น ลิน อ่อง เป็นตัวแทนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะตัวแทนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ     

ดร.ซา ซ่า ผู้แทน CRPH ในฐานะตัวแทนในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส แจกแจงแผนการของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่จะจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาต่อสู้ระบอบเผด็จการทหาร และเตรียมขอสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสหประชาชาติ ให้การรับรอง     

พร้อมกันนั้น ดร.ซา ซ่า ยังได้กล่าวตำหนิประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนว่า ไม่ยืนหยัดร่วมกับประชาชนชาวเมียนมา หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลทหารเมียนมา พบปะกันที่กรุงเทพฯ  

การเคลื่อนไหวของ รมต.ต่างประเทศ รัฐบาลทหารพม่า

++
องค์กรก่อการร้าย
++
ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ออกประกาศโอนอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ มาไว้ที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และแต่งตั้งรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานสำคัญต่างๆ     

พร้อมกัน กองทัพเมียนมา ได้ประกาศการจัดตั้งสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 419 ซึ่งเป็นคณะที่มีบทบาทมากที่สุด ได้แก่สภาบริหารแห่งรัฐ จำนวน 11 คน     

พลันที่พรรคเอ็นแอลดี รณรงค์อารยะขัดขืน หยุดงาน ผละงาน และจัดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ สภาบริหารภาครัฐ (SAC) จึงใช้กำลังตำรวจ และทหาร ดำเนินการสลายการชุมนุม กดดันให้ข้าราชการกลับเข้าทำงานตามปกติ    

ผลการปราบปรามของตำรวจและทหาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงการจับกุมประชาชนแบบเหวี่ยงแห คณะกรรมการผู้แทนสภาสหภาพ (CRPH) จึงประกาศให้สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เป็นกลุ่มก่อการร้าย ตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ของเมียนมา    

ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามแผนการของพรรคเอ็นแอลดี ที่จะจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพราะสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) หมดความชอบธรรม เป็นองค์การก่อร้าย และนานาชาติไม่ให้การยอมรับ

อิสาณเดือด “เพื่อนเนวิน” หนัก สู้สายเลือด “ชิดชอบ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459882

อิสาณเดือด “เพื่อนเนวิน” หนัก สู้สายเลือด “ชิดชอบ”

2 มีนาคม 2564 – 13:14 น.

สังเวียนเล็กแต่ “คนโต” ศึกเทศบาลตำบลปราสาทสายฟ้า ดวลเดือดระหว่าง “ชิดชอบ” กับ “เพื่อนเนวิน”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมรภูมิเลือกตั้งท้องถิ่น “เทศบาล” ทั่วไทย อาจเงียบเหงาไปบ้าง เนื่องจากพรรคการเมือง ไม่ได้ประกาศตัวสนับสนุนผู้สมัครนายกเทศมนตรีอย่างเอิกเกริก เหมือนตอนเลือกตั้งนายก อบจ.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  พี่สาวเนวิน “อุชษณีย์ ชิดชอบ” พร้อมทีม ส.ท.ลงชิงเก้านายกเทศบาลตำบลอิสาณ

สำนักเทศบาลตำบลอิสาณ

กลุ่มก้าวหน้า ก็ปรับกลยุทธ์ใหม่ แกนนำอย่าง “ธนาธร-ปิยบุตร” ไม่เปิดหน้าเดินเคาะประตูบ้านให้เจอกระแสต้าน ปล่อยให้ผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสภาเทศบาล ดำเนินการกันเอง    

สำหรับสนามเลือกตั้งท้องถิ่นบุรีรัมย์ ผู้คนแถวถิ่นโรงโม่ ไม่ได้สนใจการเลือกตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์  หากแต่จับจ้องไปที่การเลือกตั้งเทศบาลตำบลอิสาณ     

ขณะนี้ การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสภาเทศบาลตำบลอิสาณ มี 2 ทีมคือ กลุ่มเพื่อนเนวิน นำโดย “สุพจน์ สวัสดิ์พุทรา” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลอิสาณ หลายสมัย แข่งกับกลุ่มอิสาณรวมพลัง มีหัวหน้าทีมชื่อ “อุชษณีย์ ชิดชอบ” อดีต ส.ว.บุรีรัมย์     

สนามเล็กแต่ตัวแทนตระกูลดังแข่งขันกันเอง จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะฝ่ายหนึ่ง “เพื่อนเนวิน” กับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นลูกสาว “กำนันชัย ชิดชอบ” งานนี้ไม่มีฮั้ว สู้กันเลือดเดือดแน่

เสี่ยพจน์ อดีตนายกเทศมนตรีฯ หลายสมัย

++
ตำบลชิดชอบ
++
เทศบาลตำบลอิสาณ ห่างจากที่ว่าการ อ.เมืองบุรีรัมย์ ทางทิศตะวันตก ประมาณ 3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 36.899 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 12,606 หลังคาเรือน    

แม้จะเป็นเทศบาลตำบล แต่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยมีลักษณะเป็นเมืองปริมณฑลที่รองรับการขยายตัวของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ปัจจุบัน ตำบลอิสาณกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก    

เหนืออื่นใด ชัย ชิดชอบ นักการเมืองอาวุโสแห่งบุรีรัมย์ ย้ายจากสุรินทร์มาตั้งรกรากที่บุรีรัมย์ และเป็นกำนัน ต.อิสาณ อยู่หลายปี ก่อนจะเป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2512    

อุชษณีย์ ลูกสาวปู่ชัย พี่สาวเนวิน หวังล้มแชมป์กลุ่มเพื่อนเนวิน

ดังนั้น บ้านศิลาชัย และโรงโม่หินศิลาชัย(1991) จึงอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลอิสาณ รวมทั้งสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ,สนามช้างอารีนา ,บุรีรัมย์ คาสเซิล, โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฯลฯ    

จะว่าไปแล้ว เทศบาลตำบลอิสาณ มีความคึกคักกว่าเทศบาลเมืองบุรีรัมย์หลายเท่า 

กลุ่มเพื่อนเนวิน เหนื่อยกว่าทุกครั้ง

++
สิบปีก็ยังไม่สาย
++
ปู่ชัย ชิดชอบ ผู้ล่วงลับ มีบุตร 6 คน และมีลูกสาวคนเดียวคือ “อุชษณีย์ ชิดชอบ” เป็นพี่สาวของเนวิน ชิดชอบ และศักดิ์สยาม ชิดชอบ      

ในวันรับสมัครนายกเทศมนตรี “อุชษณีย์” กล่าวว่า ตนเองมีความผูกพันกับพื้นที่ ต.อิสาณ เนื่องจากบิดาคือ ชัย ชิดชอบ เป็นอดีตกำนันตำบลอิสาณ ทำให้ตนเองซึมซับการทำงานของท้องถิ่นมาตั้งแต่เล็ก จึงทำให้มีความผูกพัน และก็ถึงเวลาแล้ว ตนก็มีความพร้อม และมีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาตำบลอิสาณ ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของตน 

พี่สาวเนวิน จุดกระแสเปลี่ยน

“อุชษณีย์” เคยเป็น ส.ว.บุรีรัมย์ และมีสามี พ.ต.อ.ชวลิต ชิดชอบ เป็นนายก อบจ.บุรีรมัย์ ซึ่งหลังได้รับตำแหน่งนายก อบจ.แล้ว พ.ต.อ.ชวลิต สั่งปลดรองนายก อบจ. 3 คน ซึ่งเป็นทีมของเนวิน จึงเป็นที่มาของรอยร้าวแผลลึกในตระกูลชิดชอบ     

มิเพียงเท่านั้น ศึกสายเลือดชิดชอบได้เกิดขึ้นอีก 2 ครั้ง คือ เลือกตั้งนายก อบจ.บุรีรัมย์ ปี 2550 “อุชษณีย์” ลงชิงชัยกับ “กรุณา ชิดชอบ” ตอนนั้นเป็นข่าวฮือฮาไปทั้งอีสานใต้ ผลปรากฏว่า กรุณาได้ได้ 270,388 คะแนน ชนะพี่สาวเนวิน ที่ได้ 93,875 คะแนน       

ปี 2555 “อุชษณีย์” ไม่ถอย ลงสมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ แข่งกับ “กรุณา” อีกสมัย หนนี้แพ้ยับเยิน เพราะภรรยาเนวิน ได้กว่า 4 แสนคะแนน ส่วนอุชษณีย์ ได้แค่ 25,769 คะแนน    

จากสังเวียน อบจ.บุรีรัมย์ “อุชษณีย์” หดเป้าลงมาเล่นสนามเล็กขนาด 36 ตารางกิโลเมตร ท่ามกลางกระแส “คนอิสาณอยากเปลี่ยน” จึงทำให้เธอมีความหวังขึ้นมา    

จะเปลี่ยนจริงหรือเปลี่ยนหลอกๆ อีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ก็จะรู้กันว่า “อุชษณีย์” จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่? 

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ เมียนมา ส่งผลขัดแย้งปะทะรุนแรงภายในประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459848

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ เมียนมา ส่งผลขัดแย้งปะทะรุนแรงภายในประเทศ

2 มีนาคม 2564 – 08:15 น.

ซินแสเข่ง   ผ่าดวง  วิกฤติ เมียนมา  วิเคราะห์   ส่งผลขัดแย้งปะทะรุนแรงภายในประเทศ  ผู้นำทหาร ผบ.สูงสุด กับประธานาธิบดี ก่อรัฐประหาร Myanmar วนนางอองซานซูจี  เป็นดวงผู้นำที่ขาดการสนับสนุน   ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนด้วยตนเอง

ซินแสเข่ง   ผ่าดวง  วิกฤติ เมียนมา  วิเคราะห์   ส่งผลขัดแย้งปะทะรุนแรงภายในประเทศ  ผู้นำทหาร ผบ.สูงสุด กับประธานาธิบดี   ก่อรัฐประหาร Myanmar จากดาวมฤตยู  และดาวพระเคราะห์ทับดวงเมืองต่อเนื่อง  เส้นทางไม่ต่างกับไทยเหมือนกัน   ทำให้เกิดเหตุวิกฤติ  ก่อความสับสน รุนแรงอย่างต่อเนื่อง  2 ผู้นำผู้ก่อการ  ปธ. มหยิ่นซเว  และ  มิ่นอองหล่าย  ผบ.ทหาร  ดวงตกสร้างปัญหา   ส่วนนางอองซานซูจี  เป็นดวงผู้นำที่ขาดการสนับสนุน   ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนด้วยตนเอง  ถึงแม้จะเป็นปีเสริม หวังแก้สถานการณ์ แต่ทำอะไรไม่ได้

ซินแสเข่ง   อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย    วิเคราะห์ผ่าดวง  วิกฤติ   สถานการณ์ดวงเมืองประเทศพม่า   ตามหลักโหราศาสตร์จีน   ดวงโลก  ดวงเมือง   ยังถูกปกคลุมด้วย  ดาวมฤตยู  และดาวพระเคราะห์  อย่างต่อเนื่อง  ทับดวงเมือง  เพราะเส้นทางเดินของดวงดาวนั้น ไม่ต่างจากดวงเมืองประเทศไทย ที่มีความใกล้เคียง  แต่มีความแตกต่างกับสถานการณ์   พม่าต่อต้านรัฐประหาร  ของไทยล้มสถาบันฯ   จึงทำให้เกิดความแตกแยก  วุ่นวาย สับสน ทั้งดวงคน  และดวงประเทศ        

อีกทั้งดวงผู้นำทหาร  พลเอกอาวุโส  มิ่นอ่องหล่าย  เป็นผู้ก่อการยึดอำนาจ  และดวงของผู้นำ  มิ่นอ่องหล่าย  เป็นดวงที่มักชอบสร้างความขัดแย้ง   สร้างความเป็นศัตรู สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น    ประกอบกับเป็นบุคคลที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ในช่วงปีนี้มีผลกระทบ  จึงถือว่าเป็นปีแห่งการปะทะรอบปี   จึงก่อให้เกิดความเป็นศัตรู  กระทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง อย่างต่อเนื่องทั้งวันเดือนปีเกิด       

ส่วนประธานาธิบดีของพม่า มหยิ่นซเว  ที่รักษาการณ์  ก็ตกอยู่ในช่วงปีที่ทำให้เกิดปัญหาเบียดเบียน  ให้อึดอัดใจในการกระทำ สร้างความวิตกกังวล กับเรื่องที่ไม่เป็นไร้สาระจากการกระของตนเอง  ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการกระทำของคนดวงตกเพราะการกระทำ  ทำให้บ้านเมืองจึงเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น         

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์ต่อเนื่องดวงของ นางอองซานซูจี  เพิ่มเติมว่า   ถึงแม้นจะมีดวงงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้องในดวงชะตา  แต่เพราะความจริงใจ  ซื่อตรงในการทำงาน  และเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสีย  ทะเยอทะยาน  ไม่นิ่งอยู่กับที่  แต่ไม่มีดวงที่จะได้รับการสนับสนุน ทำให้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนด้วยตนเอง  ไม่มีใครที่จะจริงใจด้วย  นอกจากประชาชนรากหญ้าเท่านั้น

โลกล้อมพม่า “เอ็นแอลดี” รุก ตั้งรัฐบาลคู่ขนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459790

โลกล้อมพม่า “เอ็นแอลดี”  รุก ตั้งรัฐบาลคู่ขนาน

1 มีนาคม 2564 – 15:03 น.

กองทัพเมียนมาใช้ไม้แข็งปราบม็อบ พรรคเอ็นแอลดี เปิดเกมรุกของนานาชาติหนุนตั้ง “รัฐบาล” คู่ขนานสภาบริหารภาครัฐ

++
การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย คัดค้านรัฐบาลทหารเมียนมา นับวันจะมีความรุนแรงขึ้น เมื่อกองทัพและตำรวจ อ้างว่า ต้องจัดการกับพวกผู้ประท้วงก่อจลาจลอย่างเด็ดขาด และเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมว่า “ม็อบอนาธิปไตย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

เหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ.2564 สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน แต่สื่อออนไลน์ในเมียนมาหลายสำนักบอกว่า มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 24 คน     

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้สมาชิกดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่ และส่งสารอย่างชัดเจนถึงกองทัพว่า พวกเขาต้องเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนชาวเมียนมาที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง และหยุดปราบปรามผู้ประท้วง    

ล่าสุด (วันที่ 1 มี.ค.2564) สภาภาคบริหารแห่งรัฐ หรือรัฐบาลทหารเมียนมา ได้แจ้งเพิ่มข้อหายุยงปลุกปั่น ให้ประชาชนกระด้างกระเดื่องแก่อองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ และวิน มิน อดีตประธานาธิบดี 

++
รัฐบาลเอ็นแอลดี
++
หลังกองทัพเมียนมา ยึดอำนาจรัฐบาลอองซาน ซูจี ที่มาจากการเลือกตั้งได้เพียง 5 วัน  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) 15 คน ได้จัดตั้งคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw: CRPH) ต่อมา มี ส.ส.พรรคประชาธิปไตยรัฐคะยา (KSDP) 1 คน และพรรคแห่งชาติตะอาง (TNP) 1 คนเข้าร่วมด้วย    

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2564 คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ได้แต่งตั้ง ดร.ซา ซ่า เป็นตัวแทนในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ และ ถิ่น ลิน อ่อง เป็นตัวแทนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะตัวแทนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ     

ดร.ซา ซ่า ผู้แทน CRPH ในฐานะตัวแทนในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยกิจการสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส แจกแจงแผนการของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่จะจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาต่อสู้ระบอบเผด็จการทหาร และเตรียมขอสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสหประชาชาติ ให้การรับรอง     

พร้อมกันนั้น ดร.ซา ซ่า ยังได้กล่าวตำหนิประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนว่า ไม่ยืนหยัดร่วมกับประชาชนชาวเมียนมา หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและรัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย ได้มีการพบปะกับ วุ่นนะ หม่อง ลฺวิน รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร     

ถ้อยแถลงของ ดร.ซา ซ่า บ่งบอกความพยายามของพรรคเอ็นแอลดี ที่หวังจะสถาปนาโครงสร้างอำนาจใหม่ขึ้นมาแข่งขันกับคณะผู้นำทหารของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพื่อช่วงชิงการยอมรับจากนานาชาติ แต่ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย     

เนื่องจากกองทัพเมียนมา ยังมีมหาอำนาจอย่างจีน และรัสเซีย รวมถึงเพื่อนบ้านบางประเทศก็เริ่มที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งบ่งชี้ว่าทิศทางการทูตกำลังเปลี่ยนไปเข้าทางฝ่ายทหารมากขึ้น 

++
ซาซ่าคือใคร?
++
บล็อกเกอร์ “บก.เงาลาย” ได้อธิบายเรื่องราวของ “ดร.ซา ซ่า” ชาวชิน จากหมู่บ้านไลลินปี่ ชุมชนที่โดดเดี่ยวใกล้ชายแดนอินเดีย  เขตเมืองมะตูปี่ แขวงมีนตั๊ด ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐชิน หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ในเมืองเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ดร.ซา ซ่า ได้ก่อตั้งมูลนิธิ Health and Hope Foundation เพื่อดำเนินกิจกรรมการพัฒนาในรัฐชิน ฝึกชาวบ้านให้เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน     

ระหว่างเลือกตั้ง 8 พ.ย.2563 ดร.ซา ซ่า มีบทบาทเป็นผู้นำในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคเอ็นแอลดี ในรัฐชิน     

ส่วนถิ่น ลิน อ่อง อาศัยอยู่ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเมียนมา ในปี ค.ศ.1996 และ ค.ศ.1998 และการปฏิวัติผ้าเหลืองปี ค.ศ.2007 เขายังเป็นนักโทษการเมือง

ไร้เงา “กปปส.” ดุลเปลี่ยน 3 ป.เป็นรองสีน้ำเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459759

ไร้เงา “กปปส.”  ดุลเปลี่ยน 3 ป.เป็นรองสีน้ำเงิน

1 มีนาคม 2564 – 11:02 น.

ดุลการเมืองเปลี่ยน เมื่อไร้ กปปส.ในรัฐบาลประยุทธ์ จึงเป็นจังหวะและโอกาสของค่ายสีน้ำเงิน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สึนามีการเมืองเรื่อง กปปส. ส่งผลสะเทือนไปถึง “3 ป.” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่า กำเนิด กปปส.นั้น เกี่ยวโยงมาถึงการเกิดขึ้นของ คสช. ที่ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2557 คั่นด้วยการเลือกตั้งปี 2562 ก่อนจะเป็น “รัฐบาลประยุทธ์” เวอร์ชั่นรัฐธรรมนูญ 2560

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ปรับ ครม. “ศึกชิงเก้าอี้” ปะทุ

สุเทพ และอนาคตของ รปช. จะไปยังไง

ส.ว.บางกลุ่มจึงมองว่า ผลแห่งคดี กปปส. ทำให้ดุลการเมืองเปลี่ยน เหมือนว่าเวลานี้ ในกระดานอำนาจ เหลือเพียง “3 ป.” กับฝ่ายระบอบทักษิณ (เพื่อไทย และอดีตไทยรักไทย)     

คอลัมนิสต์การเมืองสำนักข่าวหัวเขียว อ่านขาดสถานการณ์ร้อน จึงวิเคราะห์การปรับ ครม.ครั้งใหม่ว่า “โฟกัสไปที่ภูมิใจไทยก่อน ความเหนียวแน่นและหนาแน่นของภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข และครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ชื่อและยี่ห้อนี้รับประกันคุณภาพในการเล่นการเมือง ถึง สาม ป. จะได้เปรียบ เรื่องของโครงสร้างภาพรวมแต่ ด้านการเมือง แล้วเสียเปรียบร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาผูกติดกับ กปปส. ก็ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คล่องตัว และต้องคอยรับช่วงของวิบากกรรมที่ กปปส. ทำเอาไว้ในอดีตด้วย”    

ถอดรหัสจากบทความชิ้นนี้ หมายความว่า “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” นำโดย เนวิน ชิดชอบ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกูล มีความได้เปรียบเหนือ “บ้านป่ารอยต่อ”     

หากวันข้างหน้า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของรัฐสภา เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดรัฐธรรมนูญ ก็อาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ค่ายสีน้ำเงิน อาจพลิกเดินเกมสภา เขย่าเสถียรภาพรัฐบาลอีกรอบ    

3 สหายแห่งค่ายสีน้ำเงิน

++
กลืนเลือด
++
หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อพอจับความได้ว่า ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ซึ่งอดีตแกนนำ กปปส.อีก 7 คน ก็คงคิดอ่านไว้ล่วงหน้าไม่ต่างกัน

หลังเลือกตั้งปี 2562 “ลุงกำนัน” รู้สึกผิดหวังที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อรวมกัน 5 คน แต่ก็ได้ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับโควต้ากระทรวงแรงงาน     

มีเหตุต้องปรับ ครม.ปีที่แล้ว พรรคลุงกำนันถอยจากแรงงาน ไปคุมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรัฐมนตรี อว.

สำหรับ ณัฐฏพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการ ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยคมนาคม แม้จะได้ตำแหน่งจากโควต้าพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในความเป็นจริง พวกเขาก็คือ อดีต กปปส.     

วันนี้ ทั้ง 3 คน หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้เหลือ 1 เก้าอี้รัฐมนตรีในโควต้า กปปส.คือ อาจารย์อเนก ส่วนอีก 3 เก้าอี้คงต้องจัดสรรปันส่วนกันไปในกลุ่มมุ้งต่างๆ ของเครือข่ายลุงป้อม 

มวลชนมาต้อนรับ ส.ส.ลูกหมี กลับบ้านชุมพร

++
คนใจนักเลง
++
เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2564 หน้าลานพระบรมรูปพระปิยะมหาราช ชาวชุมพรประมาณ 2 พันคน ได้มารวมตัวกัน เพื่อให้กำลังใจ ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ หลังต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นตัดสินพ้นสภาพ ส.ส.     

“วันนี้ผมฝากให้พี่น้องประชาชนต้องช่วยกันสนับสนุนท่าน นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะบ้านเมืองเราต้องเดินหน้าต่อ ส่วนเรื่องคดีความของผม ก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย” บางถ้อยคำของ “ส.ส.ลูกหมี” ที่บอกกล่าวกับคนชุมพร    

“ผมถูกมากกว่าเพื่อน ทั้งหมดรวม 9 ปี 24 เดือน แต่ไม่เป็นไร ผมบอกแล้วว่าถ้าผมไปต่อสู้ ผมจะเดินสุดทาง เมื่อกลับถึงบ้าน ผมบอกภรรยาผมว่า “เราต้องอดทน” เราต้องปฎิบัติตามกฎหมาย”    

วันนั้น “ส.ส.ลูกช้าง” สุพล จุลใส และ “นายกโต้ง” นพพร อุสิทธิ์ ก็มาให้กำลังใจ “ส.ส.ลูกหมี” พร้อมกับทีมงาน “จุลใสแฟมิลี่”     

สไตล์คนใจถึงพึ่งได้แบบ “ส.ส.ลูกหมี” จึงไม่มีคำโอดครวญหลุดออกมาจากปาก แม้จะรู้อยู่แก่ใจในหลายเรื่อง แต่ก็เก็บงำไว้ ซึ่งต่อหน้ามวลชนที่มารอต้อนรับ ส.ส.ลูกหมียังฝากทุกคนให้สนับสนุนรัฐบาลลุงตู่