ปรับ ครม. ‘ศึกชิงเก้าอี้’ ปะทุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459541

ปรับ ครม. “ศึกชิงเก้าอี้’ ปะทุ

26 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:17 น.

หลังจาก 3 รมต. พุทธิพงษ์ – ณัฏฐพล- ถาวร กระเด็นตกจากเก้าอี้ จึงได้เวลาที่จะต้องปรับ ครม. ท่ามกลางข่าว” 3 รัฐมนตรีช่วย” ยกระดับขึ้นนั่งเก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ” มาแรงสุดก็หนีไม่พ้น ร.อ.ธรรมนัส แต่อย่ามองข้าม”สันติ พร้อมพัฒน์” และ”พรรคเล็ก”อาจได้เก้าอี้ รมต.

หลังศาลอาญาตัดสินจำคุก 3 รัฐมนตรี (ค่าย กปปส.) ซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 3 คน คือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจฯ, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ต้องหลุดจากตำแหน่ง ก็ได้เวลา “ปรับ ครม.” 

ไม่เพียงกลุ่มก๊วนต่างๆในพรรคพลังประชารัฐหรือภูมิใจไทย,ประชาธิปัตย์,ชาติไทยพัฒนา ต่างต้องการตำแหน่งรัฐมนตรี เหล่าบรรดาพรรคขนาดเล็กหลายพรรค ก็ร้องขอและจ้องเสียบตำแหน่ง”รัฐมนตรี” โดยเฉพาะหลังศึกซักฟอก ที่เห็นได้ชัดถึงคะแนนที่มีออกมา มี “งูเห่า” เกิดขึ้นระดับ “ฟาร์ม” ทั้งในฝั่งพรรครัฐบาล หรือฝั่งพรรคฝ่ายค้าน 

ปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลมีจำนวน 18 พรรค แต่มีพรรคที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีจำนวน 5 พรรค ส่วนอีก 13 พรรค ยังคงกิน”กล้วย”ไปพลางๆ  

ประเมินการ“ปรับครม.” หลัง 3 รัฐมนตรีสาย กปปส.หลุดจากครม.ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้หารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เเละพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในขั้นต้นก่อนที่จะไปหารือกับเเกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อจัดโผครม.ใหม่

ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ จะยึดโควต้าคืนจากพรรคร่วมรัฐบาลแล้วเขย่าใหม่ เช่น พรรคประชาธิปัตย์อาจโดนลดหนึ่ง-สองเก้าอี้ ,พรรคภูมิใจไทยที่ขยับเป็นพรรคอันดับสองใน ครม.ก็ขอโควตารัฐมนตรีเพิ่มหรือเเลกกับการขยับเพิ่มงบประมาณของบางกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยดูเเลเเทน เเต่ตอนนี้พลเอกประวิตร จะจัดการขั้นต้นในพรรคพลังประชารัฐไปก่อน 

ซึ่ง “เข้าทาง” พอดีกับกรณีที่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ( 25 ก.พ.) มีความเคลื่อนไหวของ ส.ส. พลังประชารัฐที่รัฐสภา มีการล่ารายชื่อ ส.ส.ของพรรคได้เกือบ100 คนเพื่อแสดงจุดยืนในการปรับ ครม.ว่าไม่เห็นด้วยในการจะนำ”คนนอก”มาเป็นรัฐมนตรี โดยเป็นหนังสือขอมอบอำนาจให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง

โดยหนังสือมีเนื้อหาว่า ด้วยข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ ที่ลงรายมือชื่อท้ายหนังสือนี้ มีความประสงค์ขอมอบอำนาจให้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลง หากหัวหน้าพรรคได้เลือกบุคคลใดให้เป็น”รัฐมนตรี”ให้ถือเป็นเด็ดขาดและให้ถือว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ลงลายมือชื่อนั้นได้เห็นชอบด้วยทุกประการ 

การปรับ ครม. ครั้งนี้ ที่มีกระแสข่าวว่า 3 รัฐมนตรีช่วย คือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.เเรงงาน ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรเเละสหกรณ์ จะขยับขึ้น “รัฐมนตรีว่าการ”  2 ตำเเหน่งเเทนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรมว.ศึกษาธิการ เเละนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรมว.ดีอีเอส นั้น ความเป็นไปได้ที่นางนฤมลจะขึ้นชั้นน่าจะยากเพราะเพิ่งได้เป็น รัฐมนตรีช่วยเเรงงาน เเม้ “เเกนนำ3ป.”บางคนจะเมตตานางนฤมลก็ตาม
เเต่นางนฤมลอาจจะได้ย้าย ไปเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯเพราะนางนฤมล ใกล้ชิดนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐอีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ที่มีข่าวว่านางนฤมล จะไปทำหน้าที่เเทนนายณัฏฐพล โอกาสนี้เป็นไปได้ยากสำหรับนางนฤมล เพราะนายกฯ อาจเลือกเองที่เป็นไปได้ทั้ง”คนใน”และ”คนนอก”เพราะกระทรวงนึ้ตั้งเเต่ยุคคสช.เเละยุคเลือกตั้ง ภารกิจด้านการศึกษาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ที่ดูเเล ส.ส.หลายพรรคนั้น ตอนนี้ถึงคราวขึ้นเป็น”รัฐมนตรีว่าการ” เป็น รมว.ดีอีเอส เเทนนายพุทธิพงษ์ เเละเข้ามาคุมภาค กทม.เเทน 2 เเกนนำ กปปส. คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ในพรรคพลังประชารัฐเเล้ว
เพื่อไปช่วยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.เเบบอิสระเเต่พรรคพลังประชารัฐหนุนหลัง แต่หาก ร.อ.ธรรมนัส  ไม่ได้นั่ง รมว.ดีอีเอส  ก็จะไปนั่งเป็น “รัฐมนตรีว่าการ”ในกระทรวงอื่นที่ต้องไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล

เเต่ต้องรอว่า”กลุ่ม3ป.”จะอนุมัติหรือไม่เพราะมีผลดี-ผลเสียกับดุลในพรรคพลังประชารัฐหลายปัจจัย เนื่องจากกระเเสต้าน ร.อ.ธรรมนัส ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐเเละพรรคร่วมรัฐบาลก็มีพอสมควร หากขยับชั้น “รัฐมนตรีว่าการ”ให้ ร.อ.ธรรมนัส จริง จะเป็นการเพิ่มบารมี ร.อ.ธรรมนัส เเละอาจแผ่ขยายมาคุมพรรคพลังประชารัฐแทนพลเอกประวิตร

นอกจากนี้อย่าลืมมองบทบาทของนาย”สันติ  พร้อมพัฒน์” ที่เป็นเด็กดีของ “กลุ่ม3ป.”มาตลอดและดูเเลพรรคในฐานะ “ผอ.พรรค”

นอกจากนั้นยังมีสัญญาใจที่ให้กันไว้เเล้วว่าหากปรับครม.เกิดขึ้นนายสันติ จะได้โอกาสขยับเป็น “รัฐมนตรีว่าการ”มากที่สุดเเต่จะกระทรวงใดนั้น ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุป

ส่วนกลุ่มต่างๆในพรรคที่ยังไม่มีโควตา รมต.นั้น เช่น ส.ส.ภาคใต้ เชื่อว่า พลเอกประวิตร น่าจะใช้ความเป็นธรรม สร้างสมดุลในพรรคเเละครม.เเละพร้อมที่จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่ คนที่ยังไม่มีโอกาสได้แสดงผีมือเพื่อสร้างคะเเนนนิยม

รวมทั้งพลเอกประวิตรน่าจะต้องการดูแล”พรรคเล็ก”ให้ได้โควตา”รัฐมนตรีช่วย”ด้วยเพราะไม่เคยเกเรกับรัฐบาล เเละโอกาสน่าจะเป็นของพรรคพลังท้องถิ่นไทของนายชัชวาลล์ คงอุดม

ดูกันชัดๆ…เปิดคำพิพากษา 39 จำเลย คดี กปปส. ตอบโจทย์รับโทษไม่เท่ากัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459494

ดูกันชัดๆ…เปิดคำพิพากษา 39 จำเลย คดี กปปส.  ตอบโจทย์รับโทษไม่เท่ากัน

25 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:00 น.

นับเป็นคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์คดีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาอ่านคำพิพากษาที่ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และเป็น”บทเรียนราคาแพง”สำหรับผู้ชุมนุมและผู้คิดที่จะชุมนุมทั้งหลายว่า หากชุมชุมเกินขอบเขตที่ รธน.รองรับไว้ไปกระทำอะไรที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องรับโทษทัณฑ์

ศาลอาญามีคำพิพากษาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ ( 24 ก.พ. )ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำและแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน เป็นจำเลย ซึ่งก็ถูกลงโทษจำคุกกันระนาว และยกฟ้องไป 12 คน

คดีนี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ได้สร้าง”บทเรียน-อุทาหรณ์” มากมายให้กับสังคม 

มาดูรายละเอียดคำพิพากษากันว่าจำเลยแต่ละคน กระทำผิดอะไรบ้าง โทษของแต่ละคนเป็นอย่างไร  ทำไมแต่ละคนถึงได้รับโทษไม่เท่ากัน 

นครโคราช “ทอน” เหิมชนกลุ่มสุวัจน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459457

นครโคราช “ทอน” เหิมชนกลุ่มสุวัจน์

25 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:44 น.

เจาะสนามเทศบาลนครย่าโม “กลุ่มสุวัจน์” ดันอดีตรัฐมนตรี ดับฝัน “เด็กธนาธร” 

++

สนามเลือกตั้งเทศบาลนครนครราชสีมา ปีนี้ มีสีสันและการต่อสู้ที่เข้มข้นมากกว่าสมัยที่แล้ว หลัง “สุรวุฒิ เชิดชัย” อดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา หลายสมัย และหัวหน้ากลุ่มประสานมิตร ประกาศขอเว้นวรรค เนื่องจากต้องไปทำธุรกิจอู่ต่อรถโดยสารของครอบครัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  โถ”ธนาธร”เกลียดตัวกินไข่

ธนาธร ติวเข้มทีมเทศบาลโคราช

เมื่อกลุ่มประสานมิตร ไม่ลงสนาม จึงทำให้อดีต ส.ท.ในสังกัดของตระกูล “เชิดชัย” กระจายตัวไปลงสมัครตามกลุ่มต่างๆ     

ชั่วโมงนี้ เซียนการเมืองโคราช ต่างวิเคราะห์สนามนายกเล็กโคราช โดยยกให้ หมายเลข 2 “ประเสริฐ บุญชัยสุข” อดีต รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ในนามทีมโคราชชาติพัฒนา เป็นเต็งแชมป์    

“จักริน เชิดฉาย” อดีตประธานหอการค้า จ.นครราชสีมา เป็นเต็งสอง และตัวสอดแทรกหมายเลข 4 “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” กลุ่มเทศบาลก้าวหน้า ซึ่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาแนะแนวทางการหาเสียงให้

ฉัตร ตัวแทนกลุ่มก้าวหน้า

++
อดีตประสานมิตร
++
เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2564 ที่ชญาดารีสอร์ท กลางเมืองโคราช “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมพบปะและติวเข้มให้กับทีมผู้สมัครเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมี ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา เบอร์ 4 และทีมผู้สมัครทั้ง 4 เขต เข้าร่วมการติวเข้ม    

นับแต่พ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ. 42 จังหวัด ส่งผลให้คณะก้าวหน้า ลดความร้อนแรงในสนามเลือกตั้งเทศบาล จากการตรวจสอบคร่าวๆ มีผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลในนามคณะก้าวหน้า ไม่กี่จังหวัด และหนึ่งในนั้น คือ นครราชสีมา  

“ธนาธร” บอกว่า เทศบาลนครนครราชสีมา เป็นหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งมีความหวังและเป็นเป้าหมายของคณะก้าวหน้า เพราะวัดผลคะแนนจากการเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 และเลือกตั้งนายก อบจ. 18 ธ.ค.2563 มีชาวเทศบาลโคราชสนับสนุนเป็นจำนวนมาก  

สำหรับฉัตร สุภัทรวณิชย์ นั้นมาจากตระกูลนักการเมืองท้องถิ่น ที่เคยทำงานร่วมกับกลุ่มประสานมิตร เขาเคยเป็น ส.ท. และพี่ชาย-พงษ์เลิศ สุภัทรวณิชย์ เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีฯ เมื่อปลายปีที่แล้ว เขาลงสมัคร ส.อบจ.อำเภอเมือง เขต 1 ในนามคณะก้าวหน้า แต่สอบตก    

ประเสริฐ บุญชัยสุข

ธนาธรยังหวังว่า กระแสม็อบราษฎร อาจช่วยให้คนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประธานคณะก้าวหน้า ก็ต้องรับรู้ด้วยว่า คนเขตเทศบาลนครโคราชนั้น มีประวัติการต่อสู้มากับกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส.    

นี่คือโจทย์ของคณะก้าวหน้าที่เผชิญตลอดการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. และเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คณะก้าวหน้าพ่ายเรียบ 

++
โคราชชาติพัฒนา
++
พลันที่มีข่าวว่า สุรวุฒิ เชิดชัย มาลงสนาม และสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประกาศส่ง ประเสริฐ บุญชัยสุข ลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในนามกลุ่มโคราชชาติพัฒนา ได้สร้างความฮือฮาให้แก่ยุทธจักรการเมืองท้องถิ่นเป็นอย่างมาก    

“ประเสริฐ” เคยผ่านสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเริ่มจากการเป็น ส.จ. ,รองนายก อบจ.นครราชสีมา, รองประธานสภา อบจ.นครราชสีมา, ส.ส.นครราชสีมา 3 สมัย และรัฐมนตรีอุตสาหกรรม    

ทีมโคราชชาติพัฒนา

30 กว่าปีที่ผ่านมา กลุ่มโคราชชาติพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา สร้างผลงานไว้ให้ชาวโคราชมากมาย ตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้วางโครงสร้างพื้นฐานให้กับชาวโคราช เมื่อมาถึงยุคสมัย รศ.เชิดชัย โชครัตนชัย ลงสมัครนายกเทศมนตรี ในสังกัดกลุ่มโคราชชาติพัฒนา ก็ได้รับเลือกตั้งยกทีมปี 2547    

พูดถึงความเก๋าก็ต้องยกให้ “ประเสริฐ” และทีมงานสนับสนุนของพรรคชาติพัฒนา ที่แข็งแกร่งในพื้นที่เขตเทศบาลนครย่าโม

“ลูกหมี” หนักสุด วิบาก 4 ทหารเสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459426

“ลูกหมี” หนักสุด วิบาก 4 ทหารเสือ

25 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:54 น.

กปปส.เอฟเฟกต์ ส่งผล “กลุ่มทหารเสือลุงกำนัน” เข้าเรือนจำ ที่เจอหนักสุดคือ “ลูกหมี” เมืองชุมพร 9 ปี 24 เดือน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++

“ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่สุดมากเท่าวันนี้ครับ”

สกลธี ภัททิยกุลรองผู้ว่าฯ กทม. และหนึ่งในแกนนำ กปปส. โพสต์เฟซบุ๊กทันที หลังฟังคำพากษาจบลง

เป็นที่ทราบกันดี ช่วงปี 2556-2557 ในการชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. “จั้ม”สกลธี ภัททิยกุล เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วร่วมกับ “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส และ “บี” พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จนได้ฉายาว่า “สี่ทหารเสือ กปปส.” ที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ความไว้วางใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ด่วน.. ศาลอาญาพิพากษาจำคุก แกนนำ กปปส. – 3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ลูกหมี สมัยเป็นแกนนำ กปปส.

“จั้ม” สกลธี ไม่ได้อยู่ใน 39 คน ที่เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่ศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2564 เนื่องจากสกลธีถูกฟ้องในคดีกบฏ ซึ่งศาลได้ยกฟ้อง พร้อมกับแกนนำ กปปส. อีก 3 คน คือ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม,เสรี วงษ์มณฑา และสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เมื่อปีที่แล้ว    

ย้อนเวลาไปเมื่อต้นเดือน เม.ย.2561 สกลธี ตกเป็นข่าวพร้อมณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าเดินทางเข้าพบสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ที่ห้องทำงาน ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล    

ไม่นานนัก สกลธีได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามมาด้วยข่าวการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของ “ตั้น” และ “บี” ซึ่งกลายเป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งปี 2562

++
หลุดเก้าอี้รัฐมนตรี
++
ดังที่ทราบกัน ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เฉพาะสุเทพ และชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร ตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายด้วย
เฉพาะอดีต 4 ทหารเสือ กปปส. ต่างได้รับโทษแตกต่างกันคือ ชุมพล จุลใส จำคุก 9 ปี 24 เดือน พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำคุก 7 ปี และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำคุก 6 ปี 16 เดือน

ผลแห่งคดี กปปส. ทำให้ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 (7) ประเด็นคุณสมบัติพื้นฐานของรัฐมนตรี ต้อง “…(7) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท”    

ี ลูกหมี จั้ม และตั้น อดีต 4 ทหารเสือ

ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาของ “ตั้น ณัฏฐพล” ได้โพสต์เฟซบุ๊คเมื่อตอนเช้าวันที่ 25 ก.พ.2564 ว่า “เมื่อคืนส่งพี่ตั้นและนักสู้อีก 6 ท่าน ขึ้นรถไปเรือนจำ ทุกคนกำลังใจดี…. I’ve never been more proud of you. We did our best and no regret ja Nataphol Teepsuwan – ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”    

ก่อนหน้านั้น “ทยา” โพสตเฟซบุ๊กว่า “Life goes on..ชีวิตต้องเดินต่อไป #นักรบย่อมมีบาดแผล #ยึดมั่นในอุดมการณ์ #ยอมรับคำตัดสินศาล”

++
ชุมพรสะเทือน
++
หลังฟังคำพิพากษาจบลง “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ทำดีที่สุดแล้วครับ น้อมรับคำพิพากษา สู้เพื่อแผ่นดินไทย” พร้อมกับภาพ “4 ทหารเสือ..ตั้น บี จั้ม ลูกหมี” ในอดีต     

ด้าน “ลูกช้าง” สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊คให้กำลังใจน้องชาย “ลูกหมี” ว่า “สู้นะน้องรัก และทุกๆท่านที่ต่อสู้เพื่อชาติ”    

กรณีของชุมพล จุลใส ในส่วนตำแหน่ง ส.ส.ที่ถือว่าขาดคุณสมบัติจากการต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือถูกคุมของโดยหมายศาล ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 (อ.เมืองชุมพร บางตำบล และอ.สวี บางตำบล)    

ปีที่แล้ว ลูกหมี ลูกช้าง และน้องเขย- นายกโต้ง ทำกิจกรรมปกป้องสถาบัน

การเลือกตั้ง ส.ส.ชุมพร ปี 2562 มี 3 เขตเลือกตั้ง แบ่งกันไป 2 พรรคคือ เขต 1 “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส พรรค ปชป. ,เขต 2 “เอก” สราวุธ อ่อนละมัย พรรค ปชป. และเขต 3 “ลูกช้าง” สุพล จุลใส พรรครวมพลังประชาชาติไทย    

หากมีการเลือกตั้งซ่อมแทน “ลูกช้าง” ใครจะลงสนามแทนเขา คงต้องให้ “จุลใสแฟมิลี่” ที่มี“ผู้ใหญ่เหมง” บุญธรรม จุลใส ประมุขบ้านใหญ่ให้ความเห็นชอบ    

วันนี้ นพพร อุสิทธิ์ ลูกเขยผู้ใหญ่เหมง เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง นายก อบจ.ชุมพร อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นการสานต่อภารกิจของอดีตนายก อบจ.ชุมพร ที่ชื่อ “ลูกช้าง” สุพล จุลใส    

สำหรับ “นายกโต้ง” นพพร เป็นสามีของ “นายกเปรี้ยว” สุจิตรา อุสิทธิ์ นายก อบต.นาสัก ซึ่งเป็นน้องสาว “ลูกหมี” สุพล และเป็นพี่สาว “ลูกช้าง” ชุมพล      

ฤาถึงคิว “นายกเปรี้ยว” จะต้องขยับจากการเมืองท้องถิ่นสู่การเมืองระดับชาติ

‘ส.ส.โอ๋’ คนขอบกรุง กับรถไฟสายสีส้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459358

‘ส.ส.โอ๋’ คนขอบกรุง กับรถไฟสายสีส้ม

24 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:25 น.

รถไฟฟ้าสีส้มเจ้าปัญหา “ส.ส.โอ๋” ขวัญใจชาวบ้าน สู้เพื่อคนกรุงฝั่งตะวันออก

++
    ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย เมื่อเช้าวันที่ 24 ก.พ.2564  วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.เขต 13 พรรคพลังประชารัฐ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการโหวต “งดออกเสียง” ให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย

ช่วงหนึ่ง “ส.ส.ฐิติภัสร์” กล่าวยืนยันถึงการโหวตงดออกเสียง ว่า ได้ตัดสินใจทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส.โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ไม่มีเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ยืนยันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่มีผลประโยชน์ หรืออามิสสินจ้างใดเข้ามาเกี่ยวข้อง เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะคุ้มครองในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ด้วยความสุจริต และย้ำว่า จะไม่ลาออกจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ
    ที่น่าสนใจ “ส.ส.โอ๋” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประกาศว่า เธอทำหน้าที่ ส.ส.โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งจากการฟังคำชี้แจงของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการตอบคำอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ชัดเจน ทำให้สังคมตั้งข้อกังขาเรื่องการเปลี่ยนเงื่อนไข (TOR) และการล้มการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม “ส.ส.โอ๋” จึงงดออกเสียง 

           2 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ สายตะวันออก 

    ด้านหนึ่ง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 35.9 กิโลเมตร โดยมีอยู่ 2 ส่วน คือสายสีส้มตะวันออก จากมีนบุรีมาศูนย์วัฒนธรรม ส่วนที่สองคือ สายสีส้มตะวันตก จากศูนย์วัฒนธรรมไปบางขุนนนท์ 
    ส่วนสายสีส้มตะวันออกนั้น เป็นพื้นที่เลือกตั้งของ “ส.ส.โอ๋” โดยตรง เธอจึงลุกขึ้นมาเกาะติดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ร่วมกับเพื่อน ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์

       กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ในสภาฯ

    ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2564  จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท โดยพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขเงื่อนไขการประมูล เปลี่ยนแปลงการประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม ของคณะกรรมการที่เรียกว่า “8 อรหันต์”
    เหนืออื่นใด เอกชนรายหนึ่งที่ซื้อซองประมูลไปแล้ว ฟ้องศาลปกครอง กรณีเปลี่ยนเงื่อนการประมูล แต่คณะกรรมการทั้ง 8 คน ก็ล้มการประมูล โดยไม่รอการตัดสินของศาลปกครอง ตรงนี้แหละที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย

++
คนบางกะปิ
++
    “ส.ส.โอ๋” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. เขต 13 สำหรับคนบางกะปิรู้จักตระกูล “โชติเดชาชัยนันต์” เป็นอย่างดี เพราะบิดาของเธอ เคยเป็น ส.ก.เขตบางกะปิมาก่อน 
    ช่วงการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ เขต 13 เขตบางกะปิ และเขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงพลับพลา) สื่อมวลชนส่วนใหญ่ จะให้ความสนใจ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มากกว่า
    ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 13 ทำให้กองเชียร์ ปชป. และเพื่อไทยผิดหวัง เมื่อ “ส.ส.โอ๋” ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง 27,489 คะแนน ตามมาด้วยตรีรัตน์ 23,912 คะแนน ส่วนพริษฐ์ ได้ 17,958 คะแนน
    ปัจจัยที่ทำให้ “ส.ส.โอ๋” ได้รับชัยชนะนั้น มาจากกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ประกอบกับฐานเสียงเดิมของบิดา ในพื้นที่บางกะปิ
    ก่อนหน้าจะลงสมัคร ส.ส. “โอ๋” ได้ทำงานช่วยเหลือประชาชน ในนามมูลนิธิสยามรวมใจมาตลอด จนเป็นรู้จักของชาวบ้านละแวกนั้น 

         ส.ส.โอ๋ รับใช้ประชาชน 24 ชั่วโมง

    ทุกวันนี้ “ส.ส.โอ๋” กลายเป็นขวัญใจชาวบ้านในพื้นที่ กทม.บางกะปิ–วังทองหลาง วิ่งรอกทั้งงานหลวง งานราษฎร์ ไม่เคยขาด นอกจากนี้ ทุกเดือน “ส.ส.โอ๋” จะหักเงินเดือนส่วนตัว เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งทำมานานแล้ว เพื่อซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิร์ส) ให้กับผู้ป่วยติดเตียง-ผู้พิการ ควบคู่กับการคอยประสานรถพยาบาลของมูลนิธิสยามรวมใจ วิ่งรับ–ส่งผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง 
    กรณี “งดออกเสียง” ให้รัฐมนตรีคมนาคม เนื่องจากการตอบคำอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการล้มประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม ไม่ชัดเจน ไม่มีเหตุผลเพียงพอ “ส.ส.โอ๋” จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเธอรักษาผลประโยชน์ของคนขอบกรุง ฝั่งตะวันออก

“หนู” โมเดล สวนมติพรรค จาก “โต้ง” ถึงงูเห่าสีส้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459312

“หนู” โมเดล สวนมติพรรค จาก “โต้ง” ถึงงูเห่าสีส้ม

24 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:56 น.

โหวตสวนมติพรรค กรณี 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ถึง 4 ส.ส.ดาวส้ม “เสี่ยหนู” มีท่าทีต่างกัน หรือมีต้นแบบจาก “โต้งเอฟเฟกต์”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
หลังเกิดกรณี “โหวตแตก” ในศึกซักฟอก ส่งผลให้มีรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคภูมิใจไทย     

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2564 ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณี 6 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โหวตงดออกเสียง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ว่า จากนี้พรรคภูมิใจไทย จะติดตามการสอบสวนของคณะกรรมการของพรรคพลังประชารัฐ ตามระยะเวลา 15 วันที่ตั้งไว้ เพื่อรอดูบทลงโทษและมติของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไร กับ ส.ส.ทั้ง 6 คน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ แจงงดลงคะแนน รมต.พรรคร่วมฯ คือ การปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.-“มาดามเดียร์”เผยเป็นการรักษามารยาท

ส.ส.โต้ง วันขอโทษเสี่ยหนู โหวตสวนมติพรรค    

“ลูกชายเฮียตือ” (สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล) ยังได้อธิบายประเด็น “โหวตสวนมติพรรค” ของ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส. ศรีสะเกษ ซึ่งงดออกเสียง ตอนโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นคนละสถานการณ์ ขณะนั้นสถานะของพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่มีมติพรรคร่วมรัฐบาล    

ที่สำคัญ สัดส่วนการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ในขณะนั้นใช้เพียงเสียง ส.ส.50 เสียง ไม่ใช่ 51 เสียง จึงไม่นับรวมสิริพงศ์     

จริงๆแล้ว ใครก็รู้ทั้งสภาฯ เวลานั้น ลูกชายเฮียตือ 2 คนคือ ภราดร ปริศนานันทกุล และกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมทั้งสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตกเป็นเป้าว่า จะงดออกเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาแต่แรกแล้ว ถึงนาทีสุดท้าย “โต้ง ศรีสะเกษ” ใจถึงกว่า “บอล-แชมป์” คนอ่างทอง

ส.ส.โต้ง และกลุ่มยังบลัดในภูมิใจไทย

++
ไม่เอา คสช.
++
ปรากฏการณ์ “โต้งเอฟเฟกต์” งดออกเสียง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ไม่โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งกรรมการสอบเสี่ยโต้งในกรณีดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมติพรรค แต่ข่าวก็เงียบไป กระทั่ง “ลูกชายเฮียตือ” ออกมาแถลงวานนี้(23 ก.พ.) จึงทราบกันว่า เสี่ยโต้ง ไม่มีความผิด     

การตัดสินใจงดออกเสียงของเสี่ยโต้งในวันนั้น ได้แต้มบวกมหาศาล สำหรับการรักษาฐานเสียงในพื้นที่เขต 1 ศรีสะเกษ เพราะระหว่างหาเสียง เสี่ยโต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ไปกราบขอคะแนนจากคนเสื้อแดง ด้วยคำมั่นสัญญาไม่เอา “ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรี จนได้คะแนนท่วมท้น    

สมัยที่เสี่ยโต้งยังสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ได้รวมกลุ่มกับลูกชายเฮียตือ ตั้งกลุ่มยังบลัด ปฏิวัติพรรคชาติไทยพัฒนา ชูธงไม่สนับสนุน คสช.     

ปลายปี 2561 เสี่ยโต้งกำลังจ่อคิวเป็นเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ตามสัญญาสุภาพบุรุษกับท็อป วราวุธ แต่ดันเจอกลุ่มผู้อาวุโสหักดิบ ไม่เอากลุ่มยังบลัด เสี่ยโต้งและลูกชายเฮียตือ จึงหอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่พรรคภูมิใจไทย    

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในเวลานั้น ก็ทราบดีว่า เสี่ยโต้งคิดอ่านทางการเมืองอย่างไร แต่ด้วยการสรุปบทเรียนจากเลือกตั้งปี 2554 ภูมิใจไทยพ่ายยับ เพราะแสดงตัวเป็นพันธมิตร “3 ป.” ออกหน้าออกตา    

เลือกตั้งปี 2562 ภูมิใจไทยยุคหนูอยู่เป็น จึงวางตัวเป็น “พรรคทางสายกลาง” และการได้กลุ่มเสี่ยโต้งเข้ามา ก็ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ให้เลือกพรรคสีน้ำเงินอีกต่างหาก    

พูดง่ายๆ ค่ายบุรีรัมย์ ต้องการให้กลุ่มเสี่ยโต้ง แสดงบท “ผู้แทนหัวก้าวหน้า” เหมือน ส.ส.พรรคก้าวไกล เอาใจแฟนคลับรุ่นเยาวชนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน เพราะเสี่ยโต้ง เป็น “ไอดอลเด็กอีสาน” จากการเป็นนายทุนสร้างหนังไทยชุดไทบ้านเดอะซีรีส์     

นี่คือ สิ่งที่ “นายใหญ่บุรีรัมย์” อ่านเกมในวันข้างหน้า ฉะนั้น การงดออกเสียงโหวตนายกฯ จึงจบตรงที่เสี่ยโต้งออกมาขอโทษทุกฝ่าย        

กลางปี 2563 ขบวนการนอกสภา นำโดยเยาวชนปลดแอก จัดการชุมนุมใหญ่ เรียกร้องให้นายกฯ ประยุทธ์ ลาออก และแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560  เสี่ยโต้งกับลูกชายเฮียตือ กระโดดออกมาสนับสนุนข้อเสนอของขบวนการเยาวชนปลดแอกทันที    

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด ไม่ว่าจะเหตุผลใดในวันข้างหน้า ทีมเสี่ยโต้ง ก็จะเป็นทัพหน้าฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า หาแต้มบวกให้เสี่ยหนู 

ทนายคารม ผู้ประกาศตัวว่าจะไปพรรคภูมิใจไทย

++
งูเห่าสีส้ม
++
พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคสีน้ำเงิน ถือได้ว่า ถูกโฉลกกับพรรคสีส้มเอามากๆ เนื่องจากตอนที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ได้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต 9 คน เลือกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แทนที่จะพรรคก้าวไกล    

ในวันลงมติซักฟอกรัฐบาล ปรากฏว่า มี ส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน โหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ     

4 ส.ส.พรรคก้าวไกล แหกมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน โหวตเห็นด้วยกับรองนายกรัฐมนตรี อาจมองว่าเป็น “เอกสิทธิ์ ส.ส.” ที่ตัดสินใจได้ โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าพรรค    

อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกล ได้มีมติลงโทษ 4 ส.ส.ได้แก่ คารม พลพรกลาง , นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ,พีระเดช คำสมุทร และขวัญเลิศ พานิชมาท โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับพรรค ข้อ 119 กล่าวคือ การตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง และการให้พ้นสมาชิกภาพจากพรรคการเมือง    

พรรคก้าวไกล เลือกที่จะตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง โดยไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไป และจะดำเนินการตามระเบียบพรรคเพื่อให้ถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค     

นอกจากนี้ พรรคก้าวไกล ไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรมและไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆทางการเมือง    

ตอนแรก คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้สัมภาษณ์นักข่าว PPTV ว่า พร้อมจะให้พรรคขับออก และเตรียมจะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แต่วันถัดมา “คารม” ให้สัมภาษณ์ใหม่ว่า คนอย่างเขาจะไปอยู่พรรคไหนก็ได้ ไม่ได้ระบุชื่อภูมิใจไทย    

เรื่องงูเห่าสีส้ม ไม่มีปฏิกิริยาใดๆออกมาจากแกนนำค่ายสีน้ำเงิน แม้ “คารม” จะพาดพิงชื่อพรรค แต่ก็ไม่กล้าตำหนิทนายคารม     

กรณีโหวตงดออกเสียง 2 พรรคคือ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ และ 4 ส.ส.กลุ่มดาวสีส้ม พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีต่างกัน ทั้งที่สองกลุ่มทำเรื่องเดียวกันคือ ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. “งดออกเสียง” บนพื้นฐานข้อมูลแตกต่างกัน    

ฤาถ้อยแถลงจากปากของทนายคารมจะเป็นเรื่องจริง?

ม็อบพม่า “ขาใหญ่” ชาติพันธุ์ ตัวแปรศึกท้องถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459225

ม็อบพม่า “ขาใหญ่” ชาติพันธุ์ ตัวแปรศึกท้องถนน

23 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:19 น.

ตัวแปรศึก “มินอ่องหล่าย-ซูจี” ที่ไม่ควรมองข้ามคือ “กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์” กว่า 20 กลุ่ม หากเกิดเหตุนองเลือดทั่วเมียนมา

++
การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพเมียนมากับพรรคเอ็นแอลดี ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาทางลงกันอย่างไร? ม็อบอารยะขัดขืนแสดงพลังกันทุกวัน ทหารและตำรวจ ก็วางกำลังตรึงทุกพื้นที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ใต้    

อันที่จริง การเมืองเมียนมา ยังมีตัวแปรที่นักวิเคราะห์สถานการณ์ในเมืองไทยพูดถึงน้อยมาก นั่นคือ กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ที่มีมากกว่า 20 กลุ่ม    

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2564 สำนักข่าวในเมียนมา ต่างรายงานข่าวกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ทำหน้าที่คุ้มกันขบวนมวลชนชาวกะเหรี่ยงมาชุมนุมใหญ่ต้านเผด็จการทหาร ในตัวเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง    

ต่อมา กองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนเคียงข้างชาวกะเหรี่ยงประท้วงการทำรัฐประหาร และจะดูแลความปลอดภัยให้แก่มวลชน

เปาโหยวเฉียง ผู้นำสหรัฐว้า หรือว้าแดง

++
ขาใหญ่ภาคใต้
++
เมื่อวันที่ 19-20 ก.พ.2564 คณะทำงานกระบวนการสันติภาพ(Peace Process Steering Team : PPST) ที่ประกอบด้วยผู้นำกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ได้จัดประชุมวาระพิเศษผ่านระบบ Video Conference โดยมี พล.อ.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อกอบกู้รัฐฉาน ในฐานะรักษาการประธาน PPST เป็นผู้นำการประชุม    

ผลสรุปจากที่ประชุม “10 กลุ่มหยุดยิง” คือ สนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชน ที่ได้ออกมาประท้วงอย่างสันติในการต่อต้านระบอบเผด็จการ และขอยุติการเจรจาทางการเมืองกับตัวแทนกองทัพเมียนมาไปก่อน    

ที่สำคัญ 10 กลุ่มหยุดยิง มีจุดยืนล้มล้างการปกครองในระบอบเผด็จการทหาร และยินดีร่วมมือกับต่างชาติแก้ไขปัญหาการเมืองในเมียนมา    

สำหรับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ที่ได้ลงนามในสัญญาหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA) กับรัฐบาลไปแล้ว ประกอบด้วย1.สภากอบกู้รัฐฉาน(RCSS/SSA) หรือไทใหญ่ใต้ 2.สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) 3.องค์กรปลดปล่อยชาติปะโอ(PNLO) 4.กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตย(DKBA) 5.แนวร่วมแห่งชาติชิน(CNF) 6.แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า(ABSDF) 7.พรรคปลดปล่อยอาระกัน(ALP) 8.สภาแห่งชาติกะเหรี่ยงสันติภาพ(KNU/KNLA-PC) 9.พรรครัฐมอญใหม่(NMSP) 10.สหภาพประชาธิปไตยลาหู่(LDU)    

แกนหลักของ 10 กลุ่มหยุดยิงคือ เจ้ายอดศึก ผู้สภากอบกู้รัฐฉาน ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับชาติตะวันตก และไทย 

ผู้นำกองทัพคะฉิ่น สนิทสนมกับ พล.อ.มินอ่องหล่าย

++
ขาใหญ่ภาคเหนือ
++
กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในภาคเหนือได้รวมตัวกัน ในนาม “คณะกรรมการเจรจาทางการเมือง” (FPNCC) สมาชิกขององค์กรนี้มี 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.กองทัพสหรัฐว้า(UWSA) 2.กองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) 3.กองทัพสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ(NDAA) หรือเมืองลา 4.กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา(MNDAA) หรือโกก้าง 5.กองทัพรัฐฉานก้าวหน้า (SSPP/SSA) หรือไทใหญ่เหนือ 6. กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (PSLF/TNLA) 7.กองทัพอาระกัน (AA)    

พื้นที่การเคลื่อนไหวอยู่ในรัฐฉานเหนือ รัฐคะฉิ่น รัฐชิน และรัฐยะไข่ โดยทั้ง 7 กลุ่ม เป็นกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ยังไม่ได้เซ็นหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมา มีบางกลุ่มที่ได้เซ็นสัญญาในลักษณะหยุดยิง 2 ฝ่าย ตั้งแต่ก่อนเดือน ต.ค.2538 เช่น กองทัพว้า กองทัพเมืองลา พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน ฯลฯ    

เขตปกครองพิเศษของกลุ่ม FPNCC อย่างน้อย 4 กองกำลังนั้น ติดชายแดนเมียนมา-จีน จึงเปรียบเสมือนรัฐกันชน เหมือนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนเมียน-ไทย    

แกนหลักของกลุ่ม FPNCC ในภาคเหนือ ก็คือ เปา โหยวเฉียง ผู้นำสหรัฐว้า และเอ็ม ปาละ ผู้นำองค์กรเอกราชคะฉิ่น ซึ่งมีความสนิทกับจีน มาแต่สมัยที่พวกเขายังเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์พม่า 
    
นับแต่กองทัพเมียนมายีดอำนาจ กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ทางภาคเหนือ ยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆออกมา และไม่แสดงจุดยืนทางการเมือง

วัยรุ่นใจร้าย ไม่ไว้หน้า “โทนี่” ถามได้ “ตากใบ-ม.112” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459201

วัยรุ่นใจร้าย ไม่ไว้หน้า “โทนี่” ถามได้ “ตากใบ-ม.112” 

23 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:12 น.

ภารกิจรีมายด์แบรนด์ “ไทยรักไทย” ทำให้ “ทักษิณ” โผล่ Clubhouse แต่เจอคำถามเด็ด ถึงกับไปไม่เป็น คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ดังที่เคยเขียนไว้ในคอลัมน์นี้หลายวาระ เกี่ยวกับกระบวนการรีมายด์แบรนด์ “ไทยรักไทย” สินค้าการเมืองที่เคยติดตลาดเมื่อ 20 ปีที่แล้ว    

ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.2564 กลุ่มแคร์ หรือกลุ่ม “เพ้ง อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” พยายามฟื้นความทรงจำของผู้คนเกี่ยวกับพรรคไทยรักไทย ทักษิณ ชินวัตร และประชานิยม 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ทักษิณ” ร่วมวง Clubhouse มองกระแสคนรุ่นใหม่ ไม่เห็นอนาคตจึงออกมาเรียกร้อง

ทักษิณ หรือโทนี่

ภายใต้แนวคิดการรีมายด์แบรนด์ ผ่านเครื่องมือทางการตลาดแบบครบวงจร รวมถึงการเจาะตลาดในเชิงรุกในช่องทางออนไลน์     

ค่ำวันที่ 22 ก.พ.2564 กลุ่มแคร์ จึงเปิดห้องใน Clubhouse แอพพลิเคชั่นใหม่ที่มาแรง ตั้งชื่อห้องพูดคุยว่า “ไทยรักไทย ใครเกิดทันมากองตรงเน้” สังเกตการใช้ถ้อยวลีแบบวัยรุ่น “ตรงเน้” ก็เพื่อจะดึงเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าฟังความสำเร็จในอดีต    

ผู้ดำเนินการสนทนาใน Clubhouse มี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำคนสำคัญสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ส่วน ดวงฤทธ์ บุนนาค และธีรัชต์ รัตนะเสวี ทำหน้าที่เป็น moderator    

ที่โผล่เข้ามาแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าคือ “โทนี่” หรือ ทักษิณ ชินวัตร    

ทำไมต้องชื่อ “โทนี่” อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยทรงอิทธิพลตอบว่า “ตอนไปเรียนปริญญาเอก อาจารย์ผม ค่อนข้างเป็น ดร.บ้านนอก จะเรียกชื่อทักษิณ แกก็พูดไม่ได้สักที เลยบอกไปว่าชื่อ โทนี่ ก็เรียกง่ายๆ อาจารย์ก็เรียกได้ ก็ใช้ชื่อนี้ ก็เท่านั้นเอง”

แผนรีมายด์แบรนด์ไทยรักไทย

++
กรือเซะ-ตากใบ
++
อันที่จริง กลุ่มแคร์ต้องการให้มีการคุยกันถึงความสำเร็จของนโยบายประชานิยม ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ช่วงปี 2544-2548 เพราะคน Gen Z โตไม่ทัน เลยอยากให้คนร่วมยุคร่วสมัยเข้ามาบอกเล่า “โทนี่” หรือทักษิณ จึงขอร่วมวงสนทนาด้วย    

อย่างไรก็ตาม คน Gen Z กลับตั้งคำถามเรื่องเหตุการณ์กรือเซะ และตากใบ ในปี 2547 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก    

โทนี่ ตอบว่า “ที่กรือเซะ ส่วนใหญ่อยู่ในความควบคุมของทหาร ผมเป็น นายกรัฐมนตรีอยู่ก็รับรายงาน แต่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้มากมาย เข้าใจอะไรได้มากมาย  ก็เสียใจที่เกิดเหตุการณ์ ขึ้น จำไม่ค่อยได้ จำได้ว่ามีการยิงปะทะกันมากกว่า จำไม่ค่อยได้ แต่ก็เสียใจกับสิ่งที่เหตุการณ์”    

จากกรณีตากใบ-กรือเซะ ทำให้ทักษิณติดลบทันที มีการติดแฮชแท็ก #ตากใบจำไม่ได้ มีการเปิดห้องคุยเรื่องเหตุการณ์ตากใบกันคึกคัก แต่ก็มีกองเชียร์เพื่อไทยพยายามแก้ตัวว่า ทักษิณขอโทษแล้ว แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ต่อมา รัฐบาลยิ่งลักษณ์เยียวยา พร้อมกันตั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นเลขาฯ ศอ.บต. เปิดการเจรจาสันติภาพและแก้ปัญหาอย่างสันติ     

สรุปว่า ทักษิณตระหนักแล้วในความผิดพลาด..ลืมเรื่องเก่าๆ ไปเสียเถอะ 

++
หักพวงมาลัยหลบ
++
อีกประเด็นหนึ่ง คนรุ่นใหม่ถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ่วงขอเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย รวมถึงผู้สื่อข่าวบีบีซี ภาคภาษาไทย ก็ถามประเด็นเดียวกัน    

โทนี่ตอบว่า “อยู่ไกลแล้วครับ ตามไม่ทัน สนใจแต่เหตุการณ์ของโลก บ้านเมืองเราก็รู้กว้างๆ ในรายละเอียดไม่ค่อยรู้เพราะไม่ได้ตามวันต่อวัน ก็ขออนุญาตไม่ตอบแล้ว เอาไว้คุยกันเรื่องอื่นดีกว่า ไว้ผมไปลอนดอนค่อยคุยกัน”    

ผลของการตอบทำนอง “หักพวงมาลับหลบ” กะทันหัน โทนี่หรือทักษิณ ร่วมวง Clubhouse ครั้งแรกของนายทักษิณ กลายเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์อย่างเช่น #ทักษิณ #ตากใบ #คลับเห่า     

ขณะที่เอฟซีชินวัตร กลับอธิบายว่า ยากที่ทักษิณจะตอบทันทีเรื่องสถาบันให้ได้อย่างใจคนรุ่นใหม่ หรือเรื่องการต่อสู้เข้มข้นเพื่อประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันฯ ยังเป็นจุดอ่อนของทักษิณ    

ยังไงก็ตาม เอฟซีชินวัตรยอมรับว่า ทักษิณ-เพื่อไทยกับมวลชนราษฎรนั้น มีทั้งจุดร่วม-จุดต่าง

“ซินแสเข่ง” วิเคราะห์ 3วันศึกอภิปราย ชี้จุดแตกแยก จับตา 2 รมต. ใครจะอยู่ ใครจะไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459173

“ซินแสเข่ง” วิเคราะห์ 3วันศึกอภิปราย ชี้จุดแตกแยก จับตา 2 รมต. ใครจะอยู่ ใครจะไป

23 กุมภาพันธ์ 2564 – 09:44 น.

“ซินแสเข่ง” วิเคราะห์ 3 วัน ศึกอภิปราย ชี้จุดปมแตกแยก ปีชงปะทะเก้าอี้รัฐมนตรีร้อน ลางร้ายให้มีการปรับคณะรัฐบาล จับตาสองรัฐมนตรี “ศักดิ์สยาม – ณัฎฐพล” ใครจะอยู่ ใครจะไป ดวงใครจะร้อนมากกว่ากัน

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวง  วิเคราะห์วิกฤติ   3  วัน  ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ  รัฐบาลประยุทธ 64   ชี้จุดปมแตกแยก  ทั้งฝ่ายรัฐบาล   และฝ่ายค้าน  ปีชงปะทะเก้าอี้รัฐมนตรีร้อน  ลางร้ายรัฐมนตรีให้มีการปรับคณะรัฐบาล   สะสมปัญหาความไม่พอใจ   สร้างความเป็นศัตรูมากขึ้น  เพราะมรสุมยังคงต่อเนื่อง  ทั้งจากภายในพรรค  และพรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องประคองรัฐบาลให้ผ่าน ส่วนรัฐมนตรีดวงตกเจอปีปะทะ   แตกแยกสับสนวุ่นวาย  ประกอบกับรอบอายุเข้าเคราะห์  ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  ใครที่ดวงแข็งก็ครองตำแหน่งต่อ  ใครที่ราหูแทรกก็ต้องจร  จับตาสองรัฐมนตรี  ศักดิ์สยาม  และณัฏฐพล  ว่าใครจะอยู่ หรือใครจะไป  ดวงใครจะร้อนมากกว่ากัน

“ซินแสเข่ง” อาจารย์ ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์   แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ผ่าดวง  วิกฤติศึกอภิปราย  ไม่ไว้วางใจรัฐบาล  ประยุทธ  จันทร์โอชา  พร้อมคณะ  10  รัฐมนตรี  ไตรมาสแรกปี  2564    ผลสรุปการอภิปรายเจ็บทั้ง  พรรคร่วมรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น คนเก่ากับคนใหม่  ลีลาที่ประสพการณ์ที่ต่างกัน ที่จะทำให้  กลุ่มฝ่ายค้าน  และฝ่ายแค้น  สามารถอภิปรายให้เจาะลึกให้รัฐบาลเจ็บปวด  ถอนราก ถึงโคลน ให้เหมือนกับฝ่ายค้านในอดีต  ที่สามารถทำให้รัฐบาลสะเทือนได้  ให้ประชาชนให้ติดตามการอภิปราย  ฝ่ายรัฐบาลตลอดครบทุกวันอย่างต่อเนื่อง   ด้วยเหตุดาวราศีของกำลังไม่แข็งพอ   ทั้งฝ่ายค้าน คนรุ่นเก่าก็อ่อนแรง  คนรุ่นใหม่ดวงก็ไม่มั่นคงเป็นลบในกำลังเพราะตกเกณท์ดาวพระเคราะห์  ทำให้การอภิปรายไม่ได้อรรถรสเท่าที่ควร 

แต่ก็ทำให้เก้าอี้  รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ  มีผลกระทบด้วยจากการลงคะแนนเสียงไว้วางใจ และงดออกเสียง อาจจะเป็นเพราะว่าที่ผ่านมา  รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา  ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ  การปฏิบัติงานไม่เข้าเกณท์หรืออาจจะเป็นช่วงจังหวะปีที่ผ่านมา  สับสนก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ  ประกอบกับมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเกี่ยวข้อง   การบริหารงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง   ต่อเนื่องมาถึงปี  2564    ตกดวงขัดแย้งประกอบรอบอายุเข้าเคราะห์  มีเรื่องให้หงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  มีปัญหาความขัดแย้งภายในให้เกิดขึ้น  จึงเชื่อได้ว่าถูกลดกระแส  และได้รับการไว้วางใจน้อยเกินไปจากสมาชิกพรรค   

ส่วนทางด้านดวงชะตาของ  รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม  คุณศักดิ์สยาม  ชิดชอบ   ตามดวงชะตาราศี  ถึงแม้นจะตกรอบอายุเข้าเคราะห์สุดท้ายของปี  แต่ถือว่าดวงอยู่ในขั้นที่แข็งแกร่ง เพราะในช่วงระหว่างเดือนสุดท้ายของปี   2563  พฤศจิ  มกราคม  กุมภา ให้ถือฐานกำลังอยู่ในดวงชะตาของตนเองมีความมั่นคงมากกว่า  คนจีนเรียกว่า ซาฮะ นั่งเก้าอี้  3  ขามาเกิด เหตุที่ทำให้เป็นข่าวในกรณีลงคะแนนเสียงน้อย   เพราะตอบยังไม่เคลียร์กลุ่มสมาชิกฝ่ายรัฐบาลจึงไม่ลงคะแนนรับรองให้ เป็นเพียงรอบอายุอยู่ในเคราะห์เท่านั้นที่ผ่านมาจากปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคม  จึงทำให้มีเรื่องไม่เป็นเรื่องไร้สาระ  หงุดหงิด  ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง  ที่อาจจะทำให้มีเหตุทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น

ย่างกุ้งสปริง ‘22222’ ล้านไล่ ‘ตั๊ดมะด่อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459130

ย่างกุ้งสปริง’22222’ล้านไล่ ‘ตั๊ดมะด่อ’

22 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:41 น.

คนพม่านับล้าน ออกมาไล่กองทัพเมียนมา “มินอ่องหล่าย” เผชิญศึกใหญ่ ชี้อนาคตเผด็จการทหาร

คึกคักหนักแน่นทั้งแผ่นดินเมียนมา เมื่อมวลมหาประชาชนเรือนล้าน ออกมารวมพลังไล่กองทัพเมียนมา หรือ “ตั๊ดมะด่อ” 

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค PJW และแฟนเพจเฟซบุ๊ค Travel by Naw Htike ได้ใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมกว้างที่เห็นการชุมนุมของมวลชนนับแสน บริเวณแยกเลดัน ย่างกุ้ง เปรียบเช่นเดียวกันกับสี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ

ในโซเชียลชาวพม่า หลายคนเรียกว่า “ย่างกุ้งสปริง” ที่ล้อเลียนมาจาก “อาหรับสปริง” กระแสคลื่นการปฏิวัติของประชาชนที่ลุกลามเป็นโดมิโนในโลกอาหรับ และแอฟริกาเหนือ 

สื่อออนไลน์ในเมียนมา ต่างนำเสนอภาพและข่าวประชาชนทั่วประเทศเมียนมา นัดหยุดงานในแคมเปญ ‘22222’ หรือ “22.2.2021” ที่จุดเริ่มที่ย่างกุ้ง ก่อนจะไหลลามไปทั่วแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเนปิดอว์ ,มัณฑะเลย์, พะสิม, พะโค, มะริด, ทวาย, หลอยก่อ, เมียวดี, ผาอัน, ปินโหลง ,หลอยแหลม ,หล่าเสี้ยว, เมียวดี, ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ 

ชุมนุมใหญ่ในย่างกุ้ง (ภาพ : เพจ PJW)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั๊ดมะด่อ‘ เดือด ปราบ ‘มัณฑะเลย์’สงครามกลางเมือง

การชุมนุมใหญ่ ที่เนปิดอว์ (ภาพ : Myanmar Harp Media)

ผู้ชุมนุมมีครบทุกชั้นชน ทั้งคนชั้นกลาง เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงชาวบ้านรากหญ้า ที่สำคัญ กลุ่มชาติพันธุ์ได้ออกมาชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่อง อาทิชาวมอญ เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ, ชาวกะเหรี่ยงแดง รัฐกะยา, ชาวไทใหญ่ เมืองตองจี รัฐฉาน, ชาวชิน รัฐชิน, ชาวคะฉิ่น เมืองมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น, ชาวกะเหรี่ยง เมืองผาอัน รัฐกะเหรี่ยง ฯลฯ 

กลุ่มผู้ประท้วงในเขตชนบท

ประเมินตัวเลขประชาชนที่ออกมาชุมนุมตามแคมเปญ ‘22222’ ทั่วประเทศ รวมแล้วหลายล้านคน

มิเพียงเท่านั้น กิจการภาคเอกชนได้หยุดงานกันพร้อมเพรียง นับแต่ห้างสรรพสินค้าในย่างกุ้ง ไปจนถึงตลาดตามหัวเมืองใหญ่น้อย ทุกร้านทุกกิจการหยุดโดยสิ้นเชิง

การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ ด้านหลักคือการสนับสนุน “ขบวนการทำอารยขัดขืนต้านรัฐประหาร” (Civil Disobedience Movement) หรือที่ถูกเรียกชื่อย่อว่า CDM 

ขบวนการ CDM ได้เริ่มต้นหลังกองทัพพม่าทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 โดยกลุ่มอาชีพแรกที่ไม่ขอร่วมกับกองทัพ คือ บุคลากรสาธารณสุข อย่างแพทย์และพยาบาล ก่อนที่ขบวนการนี้จะถูกขยับขยายไปยังเจ้าหน้าที่รัฐภาคส่วนอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น พนักงานรถไฟ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่าง ๆ พนักงานการไฟฟ้า ตำรวจ และอื่นๆ   

ภาคประชาชนเมียนมา ต้องการเห็นกลไกราชการเป็นอัมพาต เพื่อจะหยุดยั้งอำนาจกองทัพเมียนมา หรือตั๊ดมะด่อ ดังนั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ จึงต้องออกมาปรามก่อนที่ขบวนการนี้จะลุกลามต่อไป 

ดังเช่นการสลายการชุมนุมที่อู่ต่อเรือ เมืองมัณฑะเลย์ ทหารและตำรวจเมียนมา ใช้ปืนยิงเข้าใส่กลุ่มพนักงานอู่ต่อเรือที่ผละงาน อารยะขัดขืน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนเมียนมา ได้แสดงออกให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่กลัวอำนาจเผด็จการ แม้จะใช้กำลังทหารเข้าข่มขู่ ปราบปรามรุนแรงแค่ไหน แต่ประชาชนก็ยืนหยักต่อสู้ตามแนวสันติวิธี