ว่าแต่เขา…ย้อนรอย ส.ส. ภท. โหวตสวนมติพรรค-วิปรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459128

ว่าแต่เขา…ย้อนรอย ส.ส. ภท. โหวตสวนมติพรรค-วิปรัฐบาล  

22 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:14 น.

หลังจากที่ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พปชร. ลงคะแนน”งดออกเสียง” ไว้วางใจ “ศักดิ์สยาม” รมว.คมนาคม จากภูมิใจไทยพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ ส.ส. ภูมิใจไทย หลายคนได้แสดงความไม่พอใจทวงถามเรื่องมารยาท..แต่หากมองย้อนไป ส.ส. ภูมิใจไทย ก็เคยโหวตสวนมติพรรคมติวิปรัฐบาลเช่นกัน

หลังจากที่ 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ ลงคะแนน“งดออกเสียง”นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย หลายคนได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้นั้น

แต่ถ้าหากมองย้อนไปในอดีต คนของพรรคภูมิใจไทยเองก็เคยโหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาลโดยเป็นการโหวตเลือก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ

 5 มิ.ย. 2562 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งปรากฎว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ด้วยคะแนน 500 ต่อ 244 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง นั้น เมื่อตรวจสอบพบว่าหนึ่งในนั้น ก็คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประกาศ“งดออกเสียง”

 ภายหลังการลงมติ “งดออกเสียง”  นายสิริพงศ์ได้นั่งร้องไห้อยู่ภายในห้องประชุม 

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่าไม่ทราบมาก่อนว่า นายสิริพงศ์จะงดออกเสียงและย้ำว่าถือเป็น“เอกสิทธิ์ของ ส.ส.”

ส่วนเจ้าตัวนายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ไม่กังวลหากถูกมองว่าการสวนมติพรรคจะทำให้ตนเองเป็นงูเห่าในสายตาผู้อื่น และย้ำว่าต่อจากนี้จะยังคงทำหน้าที่ตามความคิดของตนเอง ถ้าหากมีประเด็นใดที่เห็นด้วยก็พร้อมจะยกมือสนับสนุน แต่หากมีประเด็นใดที่ไม่ชัดเจนก็ยืนยันจะทำตามสิ่งที่ตนเองเห็นว่าถูกต้อง

และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว… ต่อมาก็เกิดเหตุขึ้นอีกทำนองเดียวกัน คือในการอภิปรายไม่ไ่ว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อ 24-27 ก.พ. 2563 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 5 คน

ปรากฏว่าในการอภิปรายวันสุดท้าย วันที่ 27 ก.พ.  เมื่อฝ่ายรัฐบาลเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ลงมติขอปิดการอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยที่ฝ่ายค้านประท้วงด้วยการเดินออกจากห้องประชุมสภาฯและไม่ได้ร่วมลงมติในครั้งนี้ ทำให้ผลการลงมติให้ปิดอภิปรายมีจำนวน 251 คน ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง นั้น

จากการตรวจสอบพบว่า 2 คน ที่ไม่ลงคะแนนเสียง คือนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย  ไม่ได้ทำตามมติวิปรัฐบาล 

สำหรับกรณี 6 ส.ส. กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ ลงคะแนน“งดออกเสียง” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในครั้งนี้  

 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ หนึ่งในกลุ่ม ส.ส. ดาวฤกษ์  พรรคพลังประชารัฐ ให้เหตุผลว่า  ไม่พบคำชี้แจงที่ชัดเจนเพียงพอในการตอบคำอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องการเปลี่ยนเงื่อนไข (TOR) และการล้มการประมูล โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และข้ออภิปรายเรื่องการไม่ปกป้อง หรือเรียกคืนที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งสองประเด็นที่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจน โดย 2 รัฐวิสาหกิจอยู่ในกำกับดูแลของ  รมว.คมนาคมโดยตรง คือ รฟท. และรฟม.

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ส.ส. ในกลุ่มดาวฤกษ์ ได้พยายามอย่างที่สุดในการปฏิบัติตามมติพรรคพลังประชารัฐ แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามจิตวิญญาณ ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ด้วยการ “งดอออกเสียง” ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากการลงมติครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านใด ส.ส.ในกลุ่มทั้งหมด พร้อมน้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชน อย่างดีที่สุดแล้ว

ชัดไหม..ปฏิบัติตามจิตวิญญาณความเป็น ส.ส. ภายใต้ความเป็นประชาธิปไตยและด้วยหลักการและเหตุผล

นี่ไง “วินท์” เป็นอะไรกับ “นายห้าง ว.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459111

นี่ไง “วินท์” เป็นอะไรกับ “นายห้าง ว.”

22 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:51 น.

ข่าวลือมากมาย เรื่อง “นายห้าง ว.” ค่ายสีส้ม บังเอิญ “ส.ส.วินท์” เป็น 1 ใน 9 ส.ส.ไม่แก้ ม.112 คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สืบเนื่องกรณี “งูเห่า” โผล่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรี สวนทางมติพรรคก้าวไกล ซึ่งมีการเปิดหน้าเปิดตาแล้วว่า “4 ส.ส.” เหล่านั้นเป็นใครบ้าง?

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ราษฎรแค้น “4 งูเห่า” สีส้ม หนุน “เสี่ยหนู”

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2564 ข่าวสดออนไลน์ เปิดประเด็นความเคลื่อนไหวของงูเห่า ที่แฝงตัวอยู่ในพรรคก้าวไกลคือ กลุ่มนายห้าง หจก.”ว” ที่มีความพยายามสร้างมุ้งขึ้นมาในพรรค และมี ส.ส.อยู่ในกลุ่ม 3-4 คน ประกอบด้วย ส.ส.กทม. และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     

จริงๆแล้ว เดลินิวส์ออนไลน์ ได้ชงเรื่องงูเห่าก้าวไกลมาก่อนแล้ว โดยชี้เป้าไปที่นายห้าง หจก. “ว.” ที่อยู่ย่านประชาอุทิศ    

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับ “นายห้าง ว.” น่าจะเป็นข่าวปล่อย ดิสเครดิต ส.ส.ของพรรค ในเบื้องต้น ไม่มี ส.ส.คนไหน สร้างรังงูเห่าในพรรค    

บังเอิญก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกล เสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 โดยมีส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 44 คน แต่มี ส.ส. 9 คน ไม่ร่วมลงชื่อด้วย ได้แก่ วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ,วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. ,ทศพร ทองศิริ ส.ส.กทม. ,จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. ,ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ,เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และ พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย    

ส.ส.วินท์ ไม่แก้ ม.112

ปรากฏว่า 4 ใน 9 คนนี้ ยังมีชื่อในการโหวตไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจใจไทย 

++
คนกับเหล็ก
++
ความที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร ว.แหวน และเป็น 1 ใน 9 รายชื่อที่ไม่ร่วมเสนอแก้ไข ม.112 จึงทำให้ วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตกเป็นเป้าหมายของขบวนการปล่อยข่าวจากในพรรคก้าวไกล    

2-3 ปีมานี้ หลายคนคงได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ วินท์ สุธีรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด บริษัทเหล็กที่อยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำ ผลิตเหล็กม้วนรีดร้อนที่นำไปใช้ได้กับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างต่างๆ   

“วินท์” วัย 37 ปี ก่อตั้งบริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2557 สื่อบางสำนักอธิบายความเป็นวินท์ “คลุกคลีมากับความร้อน ความแข็งแกร่งทนทานของเหล็กมาตั้งแต่เด็ก” แต่ในวงการเมือง เขาเพิ่งเริ่มนับหนึ่งกับพรรคอนาคตใหม่    

ช่วงที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แกนนำพรรคก้าวไกล ได้นัดหมาย ส.ส.อดีตอนาคตใหม่ มาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่ศูนย์ประสาน ส.ส.ฝั่งธนบุรี เมื่อ 14 มี.ค.2563 ปรากฏว่า มี ส.ส. 5 คน ไม่มาปรากฏตัวคือ 1.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. 2.กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.องค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5.จุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ (จุลพันธ์ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา)    

ทุกคนมีคำชี้แจงหมด ยกเว้น ส.ส.วินท์ ไม่ได้แจ้งสาเหตุการไม่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคในวันนั้น แต่ภายหลัง วินท์ก็สมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล    

อนึ่ง ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 มีอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 9 คน ได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้เกิดข่าวลือมากมายในช่วงที่ “วินท์” ไม่มารายงานตัวกับพรรคก้าวไกล แต่นาทีสุดท้าย วินท์ก็เป็น ส.ส.พรรคก้าวไกล และไม่มีใครติดใจถามไถ่เรื่องในอดีต 

ยกระดับ ม็อบพม่าหยุดทั้งแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459090

ยกระดับ ม็อบพม่าหยุดทั้งแผ่นดิน

22 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:19 น.

หยุดงาน หยุดกิจการ ชุมนุมใหญ่ทั้งแผ่นดินพม่า หนุนผู้แทนนอกสภา ตั้ง “รัฐบาลประชาชน” ไม่ยอมรับรัฐบาลทหาร

++
นับจากวันที่มีการยึดอำนาจโดย “ตั๊ดมะด่อ” หรือกองทัพเมียนมา และมีการตั้ง “สภาบริหารภาครัฐ” ขึ้นมาบริหารราชการ ได้เกิดการประท้วงและนัดหยุดงานทั่วประเทศ แต่กลไกรัฐบาลก็ยังไม่ถึงขั้นอัมพาต 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ตั๊ดมะด่อ” เดือด ปราบ “มัณฑะเลย์” สงครามกลางเมือง

แคมเปญหยุดงานทั้งแผ่นดิน

เนื่องจากสภาบริหารภาครัฐ กดดันให้ข้าราชการพลเรือนกลับเข้าทำงาน พร้อมใช้ไม้แข็งขู่ลงโทษหากไม่เชื่อฟังก็ตาม บางแห่งถึงขั้นลงมือปราบปรามอย่างรุนแรง ดังเช่นกรณีพนักงานอู่ต่อเรือที่มัณฑะเลย์ ทหารและตำรวจได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ    

ดังนั้น ชาวพม่าทั้งประเทศ จึงนัดเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวันจันทร์ที่ 22 ก.พ.2564 ด้วยแคมเปญ “22.2.2021” หยุดงาน หยุดกิจการ และชุมนุมใหญ่ โดยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และกิจการอื่นๆ ได้ขานรับประกาศหยุดงาน 1 วัน     

แม้ทางการเมียนมา จะสั่งปิดอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ตีหนึ่ง ถึงเที่ยง เฉพาะกรุงย่างกุ้ง ส่วนเมืองอื่นๆ ก็ยังเป็นเวลาเดิมคือ ตีหนึ่งถึงเก้าโมงเช้า แต่สำนักข่าวใหญ่ในเมียนมา ก็ยังสามารถหาช่องทางรายงานข่าวสารได้ตามปกติ     

แคมเปญหยุดงานทั้งแผ่นดิน

รุ่งสางวันที่ 22 ก.พ.2564 ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของ BBC Burmese ,Myanmar Now, 
Myanmar Harp Media และ Khit Thit Media ได้แพร่ภาพร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ในย่างกุ้ง ปิดให้บริการ รวมถึงตลาดสดทุกแห่ง ว่างเปล่า ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามานั่งขายของ    

ด้านหนึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาในย่างกุ้ง ได้วางกำลังป้องกันด้านหน้าธนาคารกลาง ,ศาลาว่าการกรุงย่างกุ้ง, สถานทูตสหรัฐ และสถานทูตจีน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงคาดหมายว่า ผู้ชุมนุมประท้วงจะเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้    

ขณะที่ผู้ชุมนุมประท้วงได้รวมตัวกันที่หน้าห้างสรรพสินค้า Ocean Tamwe Supercentre และ Hledan Centre ใจกลางกรุงย่างกุ้ง คาดว่า วันนี้จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากที่สุด นับแต่เกิดการชุมนุมประท้วงการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา    

นอกจากนี้ การชุมนุมของมวลชนตามหัวเมืองใหญ่ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับกรุงย่างกุ้ง ไม่ว่า มัณฑะเลย์, พะโค, มิตจีน่า, ตองจี ฯลฯ 

ยกระดับ ม็อบพม่าหยุดทั้งแผ่นดิน

ห้างร้านต่างๆ ที่ประกาศหยุดงาน 1 วัน

++
ตั้งรัฐบาลประชาชน
++
สำหรับการหยุดงาน หยุดกิจการตามแคมเปญ 22.2.2021 ยังเป็นการสนับสนุน “คณะกรรมการผู้แทนของ Pyidaungsu Hluttaw” (CRPH) ซึ่งรัฐสภาของเมียนมาหรือสภาสหภาพ (Pyidaungsu Hluttaw) ประกอบไปด้วย 2 สภา คือ สภาชาติพันธุ์ (Amyotha Hluttaw) และ สภาผู้แทนราษฎร (Pyithu Hluttaw) ในวันเลือกตั้งทั่วไป 8 พ.ย.2563 พรรคเอ็นแอลดี ได้รับเลือกทั้ง 2 สภาจำนวน 900 กว่าที่นั่ง     

เมื่อกองทัพเมียนมา ทำรัฐประหาร ตั้งสภาบริหารภาครัฐมาบริหารประเทศ ส.ส.ทั้ง 2 สภา จึงรวมตัวกันในนาม “คณะกรรมการผู้แทนของ Pyidaungsu Hluttaw” (CRPH)   

องค์กร 88 Generation Peace and Open Society นำโดยผู้นำนักศึกษารุ่น 88 คน อย่างมินโกหน่าย ได้ออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุน CRPH อย่างเต็มที่
1.คณะกรรมการผู้แทนของ Pyidaungsu Hluttaw (CRPH) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ได้รับเลือกจากประชาชนในพม่าเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563
2.คณะกรรมการผู้แทน Pyidaungsu Hluttaw ได้ประกาศการแต่งตั้งประธานาธิบดีและที่ปรึกษาแห่งรัฐต่อไปอีกห้าปี
3.คณะกรรมการผู้แทน Pyidaungsu Hluttaw (CRPH) ซึ่งมีสิทธิ์ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลสนับสนุนการดำเนินงานด้านกิจการระหว่างประเทศและการบริหารราชการอย่างเต็มที่

กรุงย่างกุ้ง ในเช้าวันนัดหยุดงานทั้งประเทศ

ดังนั้น การชุมนุมใหญ่ 22.2.2021 จึงเป็นการแสดงประชามติสนับสนุน คณะกรรมการผู้แทน Pyidaungsu Hluttaw (CRPH) จัดตั้งรัฐบาลของประชาชนเมียนมา ขึ้นมาบริหารราชการแผ่นดินแทนสภาบริหารภาครัฐของกองทัพเมียนมา 

ชนะยังไง ‘ราษฎร’ ขาลอย มวลชนถอย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459043

ชนะยังไง’ราษฎร’ ขาลอย มวลชนถอย

21 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:09 น.

“เฮียบุ๊ง” ยอมรับราษฎร “ถดถอย” หาแผนระดม “มวลชนรากหญ้า” เสริม ชัยชนะยังห่างไกล

จบอีเวนท์อภิปรายนอกสภา ที่หน้ารัฐสภา ถนนสามเสน จัดโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง แต่จำนวน “ผู้ชุมนุม” ไม่ได้มากมายเหมือนเก่า

“เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร พ่อยกแห่งชาติ ก็รู้ปัญหานี้ดี จึงเสนอไอเดียดึงแนวร่วมต่างจังหวัด มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 เฮียบุ๊งโพสต์เฟซบุ๊ค Pakorn Pornchewangkurn สเตตัสสั้นๆ บ่งบอกสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรได้เป็นอย่างดี

เฮียบุ๊ง คิดแผนหามวลชนเสริม

ม็อบต้องปรับ ต้องได้พลังคนต่างจังหวัดมาบวกพลังคนกรุงเทพ เราถึงจะชนะ

หลังวันที่ 13 ก.พ.2564 มีเสียงวิจารณ์แกนนำม็อบราษฎรว่า “มือไม่ถึง” , “เอาม็อบไม่อยู่” เพราะมีการ์ดบางกลุ่มใช้ความรุนแรง ต่อหน้าต่อตาสื่อมวลชน 

ดังนั้น การชุมนุมวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จึงย้ำเรื่องการชุมนุมของเรา ยึดในแนวทางสันติวิธีมาตลอด ขอความร่วมมือทุกท่านงดนำอาวุธทุกชนิดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เข้าร่วมม็อบ เช่น ปืน ระเบิด ประทัด ฯลฯ

สมัยที่เริ่มการต่อสู้นั้น “เพนกวิน” และ “รุ้ง” ยืนยันแนวทางการต่อสู้ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ เพราะเป็นการต่อสู้ทางความคิด และจะเอาชนะได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ จึงยึดแนวสันติวิธี และไม่ต้องการให้มวลชนต้องสุ่มเสี่ยงอันตราย

ตอนหลัง มี “การ์ดอาสา” เข้ามาจากหลายกลุ่ม การ์ดบางส่วนมุ่งเป้าปะทะ ตอบโต้ตำรวจ จึงทำให้แนวทางสันติวิธีค่อยๆ ถูกบดบัง 

เมื่อการ์ดม็อบไม่ยึดแนวสันติวิธี มวลชนส่วนใหญ่ที่เคยมาร่วมสมัยเป็น “ม็อบออร์แกนิก” ก็หายไป จึงเหลือแต่มวลชนประเภทฮาร์ดคอร์ 

ฉะนั้น ทีมการ์ดการชุมนุมหน้าสภาฯ จึงปรับเปลี่ยน ไม่มี “การ์ดอาชีวะ” แต่มีการ์ดอาสาหลายกลุ่ม อาทิ วีโว่,อาสาราษฎร ,เมแฮม,ฟินิกส์ และพิราบขาว ในชุดผ้าพันคอเหลือง มี “ผบ.โตโต้” นำทีม 

รุ้ง ย้ำสันติวิธี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อานนท์’ คณะลาบแดง ดอกผล ‘ตาสว่าง’

แยกกันเดิน

สำหรับ “การ์ดอาชีวะ” นำโดยอาชีวะมีนบุรี ,อาชีวะสมุทรปราการ และอาชีวะพิทักษ์เพื่อประชาชน ได้จัดชุมนุมที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 จึงมี 2 เวทีคือ เวทีของกลุ่มราษฎร ที่หน้ารัฐสภา และเวทีของการ์ดอาชีวะ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เวทีของอาชีวะ นำโดย ธนเดช ศรีสงคราม หัวหน้ากลุ่มอาชีวะมีนบุรี และเกวลัง ธัญญเจริญ หรือ “เก่ง อาชีวะ” ทางกลุ่มอาชีวะได้ประกาศจุดยืนว่า หลังจากนี้จะแยกเคลื่อนไหวขับไ

รัฐบาลประยุทธ์ และโจมตีการทำงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีข้อเสนอเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เหมือนกลุ่มราษฎร

จริงๆแล้ว กลุ่มราษฎรกับกลุ่มอาชีวะ ไม่ได้แตกแยกกัน เพียงแต่ “เฮียบุ๊ง” ต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มการ์ด และไม่ต้องการให้ภาพม็อบราษฎร ติดภาพความรุนแรง จึงขอให้กลุ่มอาชีวะแยกไปตั้งเวทีต่างหาก 

ขณะเดียวกัน เวทีการ์ดอาชีวะ เหมือนเป็นเวทีเสริม เวทีสนับสนุน กลุ่มราษฎรในยามฉุกเฉิน 

ประธานไมค์ ท้าชกสมบัติ ทองย้อย

ไมค์ชนแดงเก๋า

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2564 “ประธานไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “อยากเห็นพี่สมบัติ จัดม็อบครับ อยากรู้ว่าทำได้แบบที่พูดไหม..”

ประธานไมค์ข้ามรุ่นท้าชก “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ด นปช. ซึ่งผันตัวเองมาช่วยเป็นการ์ดอาสา “ม็อบเด็ก” ตั้งแต่ยุครังสิมันต์ โรม จนถึงยุค “เพนกวิน-รุ้ง”

ในม็อบราษฎรที่หน้ารัฐสภาครั้งล่าสุด ก็มีการชูป้าย “สมบัติ ทองย้อย อยู่ไหน” เพราะหัวหน้าการ์ดเสื้อแดง ตกเป็นเป้าโจมตีจากกองเชียร์ราษฎร เนื่องจากพักหลัง “สมบัติ” วิจารณ์ม็อบราษฎรบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีผู้ชุมนุมนิยมความรุนแรง

เมื่อเร็วๆนี้ สมบัติ ทองย้อย ได้เปิดใจในรายการลับมาก ของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ทางเนชั่น ทีวี ช่อง 22 โดยเล่าเหตุการณ์วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งฉายภาพผู้ชุมนุมกลุ่มหัวรุนแรง ไม่ฟังแกนนำ 

เหตุจาก “สมบัติ” ออกรายการอาจารย์เสรี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “สมบัติทัวร์” มีมวลชนราษฎรเข้ามาด่าสมบัติไม่หวาดไม่ไหว

แม้แต่ “เฮียบุ๊ง” พ่อยกแห่งชาติ ได้นั่งดูคลิปย้อนหลัง ยังโพสต์เฟซบุ๊คว่า “เพิ่งนั่งดูคลิปที่สมบัติ ทองย้อยไปออกรายการเสรีจริงๆจังๆ ดูจบปุ๊ป… ก็คิดว่าต่อไปนี้ ถ้าเจอคนๆนี้ เดินปะในกลุ่มผู้ชุมนุม คงต้องให้ทีมสต๊าฟเดินเข้าไปค้นตัวแล้วละ ฟังที่พูดในรายการ มันคล้ายๆเข้ามาในม็อบเพื่อตามจับผิดกลุ่มผู้ชุมนุม แล้วเอาไปblackmailทีหลังชัดๆ” 

เฮียบุ๊งโพสต์ทำนองต่อว่าต่อขานสมบัติ แต่ก็ไม่ปฏิเสธเรื่องกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน นิยมการใช้ความรุนแรงตอบโต้ตำรวจ

‘ตั๊ดมะด่อ’ เดือด ปราบ ‘มัณฑะเลย์’ สงครามกลางเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/459017

‘ตั๊ดมะด่อ’ เดือด ปราบ ‘มัณฑะเลย์’สงครามกลางเมือง

21 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:14 น.

สังเวย 3 ศพ ต้านเผด็จการ “ตั๊ดมะด่อ” จุดไฟแค้นชาวพม่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน คือสัญญาณความรุนแรง

วันที่ 21 ก.พ.2564 ที่กรุงเนปิดอว์ ญาติ มะ เมียะ เทว็ต เทว็ต ข่าย  (Ma Mya Thwet Thwet Khine) นักศึกษาหญิงที่เสียชีวิตในการชุมนุมประท้วงการทำรัฐประหารโดย “ตั๊ดมะด่อ” หรือกองทัพเมียนมา ได้นำร่างของเธอฝังที่สุสานอย่างเงียบๆ 

มะ เมียะ เทว็ต เทว็ต ข่าย เป็นศพแรกที่สังเวยเผด็จการทหารเมียนมา โดยเธอเข้าร่วมชุมนุมที่วงเวียนแห่งหนึ่งในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 ระหว่างที่ตำรวจสลายการชุมนุม มีการฉีดน้ำ ยิงปืนใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และมีกระสุนปืนนัดหนึ่งเจาะเข้าศรีษะของเธอ

ทีมกู้ชีพนำนักศึกษาหญิงวัย 20 ปี มาส่งที่ รพ.1000 เตียง คณะแพทย์บอกว่า สมองเธอตายแล้ว ยากที่จะรักษาให้หายได้ แต่ทางญาติไม่อนุญาตให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจ ยื้อชีวิตเธอมาจนถึงวันที่ 19 ก.พ.2564 เธอก็สิ้นลม 

วันที่ 20 ก.พ.2564 มีข่าวร้ายจากเมืองมัณฑะเลย์ ตำรวจ-ทหารสลายการชุมนุมที่อู่ต่อเรือ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 คน รวมกับกรณีของนักศึกษาหญิง เท่ากับว่านับตั้งแต่ “ตั๊ดมะด่อ” ยึดอำนาจ มีการประท้วงต้อต้านทหารทั่วประเทศ และเกิดเหตุรุนแรงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน 

ชาวบ้านในมัณฑะเลย์ ชุมนุมประท้วงเผด็จการทหารพม่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ”  เข้มคุมอารยะขัดขืน

นองเลือดที่มัณฑะเลย์

เมืองมัณฑะเลย์ เป็นเมืองใหญ่ที่มีการชุมนุมประท้วงเผด็จการทหาร เรียกร้องประชาธิปไตยต่อเนื่องมาแต่วันที่ 2 ก.พ.2564 ได้เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมมาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต 

วันเสาร์ที่ 20 ก.พ.2564 ตั้งแต่เช้า พนักงานอู่ต่อเรือยะดะหน่าโบ่ง เมืองมัณฑะเลย์ ได้เข้าร่วมอารยะขัดขืน ไม่ยอมทำงาน และออกมาชุมนุมประท้วงร่วมกับประชาชนย่านนั้น

ตอนเที่ยง ตำรวจพม่า ยกกำลังมากดดันให้พนักงานอู่ต่อเรือ กลับเข้าทำงาน แต่พนักงานไม่ทำตาม กลับร้องรำทำเพลงกับชาวบ้าน

ช่วงบ่าย ตำรวจกว่า 100 นาย และทหารสังกัด พล.ร.33 ได้ยกกำลังมาเผชิญหน้ากับพนักงานและชาวบ้านย่านที่ชุมนุมประท้วงอยู่ โดยขอร้องให้ทุกคนกลับเข้าสู่บ้านเรือน ซึ่งชุมชนละแวกริมแม่ฝั่งน้ำอิระวดี เป็นคนยากจน

ทหาร พล.ร.33 เข้าสลายการชุมนุม

บ่ายสามโมง ตำรวจ-ทหารได้เข้าสลายการชุมนุม ระดมยิงปืน ทั้งกระสุนยาง กระสุนจริง แก๊สน้ำตา และยิงหนังสะติ๊ก ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนชาวบ้านต้องวิ่งหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น 

เบื้องต้นสำนักข่าว The Mandalay News Journal รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 35 คน และถูกจับกุม 50 คน ข่าวบางกระแส ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 7 คน ซึ่งในช่วงกลางคืน ชาวบ้านรอบอู่ต่อเรือ รู้สึกหวาดกลัว การไล่ล่าจับกุม จึงอพยพไปพักนอนในวัด

อาสาสมัครกู้ภัยในมัณฑะเลย์บอกกับนักข่าวว่า “มีผู้เสียชีวิต 2 คน เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ” และในช่วงค่ำ โซเชียลพม่าได้เผยแพร่ภาพเยาวชนคนหนึ่ง วัย 19 ปี อ้างว่า เป็นเหยื่อกระสุนในการสลายม็อบที่อู่ต่อเรือ

หลังข่าวการปราบม็อบที่มัณฑะเลย์เผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวย่างกุ้ง ออกมาชุมนุมจุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในค่ำคืนนั้น

ชาวโซเชียลพม่า ประนามการสลายการชุมนุมที่มัณฑะเลย์

กองทัพพม่าเกรียงไกร

นักวิเคราะห์การเมืองในเมียนมา มองว่า การที่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) ตัดสินใจนำทหารออกมาปราบม็อบ เป็นสิ่งที่ท้าทายพลังประชาชน และจุดไฟแค้นให้ลุกโชน

ตั๊ดมะด่อหรือกองทัพเมียนมา ติดอันดับ 1 ใน 4 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามการจัดอันดับของเว็บไซต์ The Global Firepower Index ตามหลังอินโดนีเซียที่อยู่อันดับ 1 รองลงมาคือเวียดนาม และไทย 

เว็บไซต์ The Global Firepower Index ยังจัดให้ตั๊ดมะด่อ เป็นกองทัพที่แข็งแกร่งติดอันดับที่ 31 ของโลก ได้พิจารณาจากปัจจัย 50 ข้อ เช่น งบประมาณด้านการทหาร กำลังพลและอาวุธยุโธปกรณ์ ระบบโลจิสติกส์ เป็นต้น 

กองทัพเมียนมา มีกำลังพลจำนวน 516,000 นาย โดยจำนวน 406,000 นายเป็นทหารที่ประจำการและรับราชการ ขณะที่อีก 110,000 นายเป็นกำลังพลสำรอง

ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทัพเมียนมา มีรถถังจำนวน 592 คัน รถหุ้มเกราะสายพาน 1,358 คัน ปืนใหญ่อัตตาจร 108 กระบอก ปืนใหญ่ 884 กระบอก เครื่องยิงจรวด 108 กระบอก เครื่องบินรบ 56 ลำ เครื่องบินขับไล่โจมตี 77 ลำ เครื่องบินขนส่ง 97 ลำ เครื่องบินฝึกรบโจมตี 58 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 86 ลำเป็นต้น 

ด้วยเชื่อว่า ตั๊ดมะด่อยิ่งใหญ่เกรียงไกร นายพลมินอ่องหล่าย จึงตัดสินใจยึดอำนาจ โดยไม่หวั่นว่า พรรคเอ็นแอลดีของออง ซานซูจี จะปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาลทหาร เรือนแสนเรือนล้าน

นายพลมินอ่องหล่าย ขี่หลังเสือ

ราษฎรแค้น ‘4 งูเห่า’ สีส้ม หนุน ‘เสี่ยหนู’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458970

ราษฎรแค้น’4 งูเห่า’ สีส้ม หนุน ‘เสี่ยหนู’

20 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:36 น.

ส่อง 4 ส.ส.งูเห่าสีส้ม มีจุดยืน “ไม่แก้ ม.112” สวนแนวทางพรรคก้าวไกล และกลุ่มราษฎร

++
    จบศึกซักฟอกไม่ทันข้ามวัน “บอล” ธนวัฒน์ วงค์ไชย แนวร่วมราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊คธนวัฒน์ วงค์ไชย-Tanawat Wongchai ว่า “4 งูเห่าพรรคก้าวไกล โหวตไว้วางใจอนุทิน เตรียมย้ายไปภูมิใจไทยหรือเปล่าน้า คารม พลพรกลาง บัญชีรายชื่อ ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย #อภิปรายไม่ไว้วางใจ”
    จากโพสต์ของบอล ได้มีการแชร์ไปในกลุ่มแนวร่วมราษฎรอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ส่วนใหญ่เรียกร้องให้พรรคก้าวไกล ขับออกจากพรรค
    สืบเนื่องจากการลงมติศึกซักฟอกรัฐบาล ปรากฏว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจ 275 เสียง ไม่ไว้วางใจ 201 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง ถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจจาก ส.ส.มากที่สุด
    เมื่อตรวจสอบรายชื่อพบว่า มี 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลดังกล่าวข้างต้น กดบัตรลงคะแนนไว้วางใจให้กับรองนายกฯ อนุทิน
    ต่อมา ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี 4 ส.ส.ก้าวไกล โหวตไว้วางใจอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า กรณี 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลนั้น พรรคต้องขอโทษสมาชิกพรรค และประชาชนที่สนับสนุนพรรคทุกคน ซึ่งพรรคจะให้คณะกรรมการวินัยพิจารณาลงโทษต่อไป เช่น ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส., งดเข้าร่วมกิจกรรมพรรค และตัดสิทธิในสภาที่พึงมีในนามพรรค ส่วนที่ไม่ไล่ออกจากพรรค เพราะเราไม่ต้องเติมเสียงให้รัฐบาลอย่างเป็นทางการอย่างที่พวกเขาต้องการ 

++
ไม่แก้ ม.112
++
    ปรากฏการณ์ “งูเห่าสีส้ม” ภาคก้าวไกล เริ่มมาตั้งแต่วันที่พรรคก้าวไกล เสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน 5 ฉบับ ซึ่งในนั้น มีการเสนอแก้ไขมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย  โดยมีส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 44 คน แต่มี ส.ส. 9 คน ไม่ร่วมลงชื่อด้วย
    ส.ส.พรรคก้าวไกล 9 คน  ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ประกอบไปด้วย 1.วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  4.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. 5.ทศพร ทองศิริ ส.ส.กทม. 6.จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. 7.ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี 8.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 9.พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย
    ตอนนั้น คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ บอกว่า เรื่องนี้ทางพรรคเข้าใจ ให้เอกสิทธิ์ ส.ส. เหตุที่ไม่ลงนามด้วย เพราะมองในแง่หลักการ บางอย่างยังไม่ถึงเวลา ตามหลักการกฎหมายแม้จะเขียนออกมา แต่ถ้าคนไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เป็นปัญหาต่อคนนั้นๆ
    หลังการลงมติไม่วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี กลับมี 4 ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่ม 9 ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ลงชื่อแก้ไข ม.112 ดูจะเป็นท้าทายแกนนำพรรคสีส้มยุคใหม่มากเกินไป จึงมีเสียงแข็งๆหลุดออกมาจากปากของเลขาธิการพรรคก้าวไกล

++
4 ส.ส.ขบถ
++
    ในกลุ่ม 4 ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่โหวตไว้วางใจเสี่ยหนู คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีอาวุโสมากที่สุด และมีประสบการณ์ทางการเมืองมากกว่าคนอื่นๆ

        ทนายคารม
    ช่วงที่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ “คารม” ก็เคยประกาศว่า จะไม่ไปย้ายพรรคก้าวไกล แต่ภายหลังก็เปลี่ยนใจสังกัดพรรคก้าวไกลตามเดิม     

ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี เขต 5 (อ.ศรีราชา) อดีตนายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน “ไม่แก้ไขมาตรา 112” และสนิทสนมกับ กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ไปสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท

         ส.ส.ขวัญเลิศ

    “หมอเอก” เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 (อ.เมืองเชียงราย) อดีตแพทย์สาขาเวชศาสตร์การกีฬา และแพทย์ประจำทีมฟุตบอลสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด

         ส.ส.เอกภพ

    พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 (อ.เเเม่สาย อ.เชียงเเสน และดอยหลวง) ตระกูลของพีรเดช ประกอบธุรกิจโรงแรมใน อ.แม่สาย ส่วนตัวเขาทำธุรกิจร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์

           ส.ส.พีรเดช

ไปต่อหรือพอส่ำนี้ ‘ครูตั้น’ คะแนนหาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458947

ไปต่อหรือพอส่ำนี้’ครูตั้น’ คะแนนหาย

20 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:40 น.

จบศึกซักฟอก รัฐบาลสอบผ่าน แต่ “ครูตั้น” คะแนนบ๊วย อาจส่งผลต่ออนาคตตัวเองในค่าย พปชร. คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ผลการลงคะแนนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 151 วรรค 4 ที่ระบุว่า มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบัน ส.ส.ทั้งหมดมี 487 คน คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งเท่ากับ 245  คน ปรากฏว่า นายกรัฐมนตรี และ 9 รัฐมนตรี  ได้รับความไว้วางใจทุกคน เพียงแต่มีคะแนนที่ไม่เท่ากันเท่านั้น 
    ทุกครั้งหลังศึกซักฟอก สื่อมวลชนจะให้ความสนใจประเด็น “คะแนนไม่เท่ากัน” ลองมาส่งผลคะแนนเฉพาะ 3 รัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ 
    “ครูตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้รับความไว้วางใจ 258 ต่อ 214 คะแนน โดยมีส.ส.งดออกเสียง 8 คน จากจำนวนผู้เข้าประชุม 480 เสียง
    กรณีครูตั้น อาจกล่าวได้ว่า ผลโหวตออกมาตามคาด เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า เขาจะได้คะแนนโหวตไว้วางใจน้อยที่สุด 

             ผลโหวตซักฟอก คะแนนบ๊วย ครูตั้นจะไปต่อยังไง 

    “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้รับความไว้วางใจ  263 ต่อ 212 คะแนน โดยมีส.ส.งดออกเสียง  5 คน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง จากจำนวนผู้เข้าประชุม 481 เสียง
    รัฐมนตรีจากเมืองน้ำเค็ม ตกเป็นเป้าเขย่าขวัญจากคนในพรรคเช่นกัน แต่ดูผลคะแนนแล้ว ถือว่า ตัวเลขไม่สวย แต่ก็ไม่น่ากังวล
    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจ 274 ต่อ 199 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 5 คน ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง จากจำนวนผู้เข้าประชุม 479 เสียง
    ศึกซักฟอกปีที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส เจอหนักสุด คะแนนต่ำสุด แต่เที่ยวนี้กลับโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเบามาก และที่ผู้คนฮือฮา ตรงที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้คะแนนไม่ไว้วางใจต่ำสุด แถมคะแนนไว้วางใจได้เท่ากับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 
    กรณี ร.อ.ธรรมนัสนั้น สะท้อนว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีงูเห่าอยู่กลุ่มใหญ่ ที่โหวตไว้วางใจและทำตัวหายไปจากห้องประชุม   

++
มรสุมศึกใน
++
    พลันที่มีชื่อ “ครูตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ อยู่ในบัญชีเชือดของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็มีข่าวลือกระพือพัดว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 30 คน จะโหวตไม่ไว้วางใจครูตั้น
    ร้อนถึง วิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ต้องให้สัมภาษณ์นักข่าวกรณี 30 ส.ส.โหวตสวนว่า เพียงแต่คำพูด บางครั้งพูดกันสนุกๆ ก็อย่าเก็บนำมาเป็นประเด็น 
    รัฐมนตรีณัฏฐพล ได้ตอบคำถามนักข่าวประเด็นเดียวกันนี้ว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ ความเห็นที่ไม่ตรงกันมีอยู่แล้วในพรรคการเมือง ไม่น่าจะเป็นอะไรที่น่ากังวล เราทำหน้าที่ต่อในสภา และไม่รู้สึกน้อยใจอะไร เป็นเรื่องธรรมดา
    สมัยเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ถูกวางตัวให้เป็นแม่ทัพเมืองหลวงของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากทั้งคู่เคยเป็น ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ มาก่อน บวกกับการเป็นแกนนำ กปปส.ช่วงปี 2556-2557
    หลังเลือกตั้ง “พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล” ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี มีบทบาทในฝ่ายบริหาร แต่ทำตัวเหินห่างจาก ส.ส.เมืองหลวง ส่งผลให้ ส.ส.กทม. ค่ายพลังประชารัฐ กระจัดกระจายไปอยู่ตามกลุ่มต่างๆ ไม่ได้เป็นเอกภาพดังที่หลายคนเข้าใจ
    ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส , ชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. พ่วงด้วยสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ยังมั่นใจว่า คุมฐานเสียงเมืองกรุงได้ จึงคิดการใหญ่ส่ง ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาครูตั้น ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.  
    นี่คือจุดเปลี่ยนของอดีตแกนนำ กปปส. พวกเขาตบเท้าออกจาก ปชป. มาร่วมสร้าง พปชร. แต่วันข้างหน้าจะอยู่ต่อหรือไม? ผลโหวตศึกซักฟอก ก็ให้คำตอบระดับหนึ่งแล้ว

++
ปมคู่ชีวิต
++
    ทยา ทีปสุวรรณ เติบโตมาจากตระกูลการเมือง “ศรีวิกรม์” ทยามีบุคลิกต่างจากพี่ชาย-พิมล ศรีวิกรม์ เธอเป็นส่วนผสมทางการเมืองของเฉลิมพันธ์-คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์
    แม้ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีภรรยา-ทยา ทีปสุวรรณ เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “เขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้” แต่ “ผู้ใหญ่” ในพรรคพลังประชารัฐ คงไม่ได้คิดอย่างที่ครูตั้นบอกทุกคน

       ทยา มั่นใจลุยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

    ครูตั้นและทยา เข้าสู่สังเวียนการเมืองในช่วงเดียวกัน เลือกตั้ง 2550 ตั้นลงสมัคร ส.ส.เขต 10 กทม. แต่สอบตก ต่อมา มีเลือกตั้งซ่อมปี 2552 ครูตั้นสอบได้ ส่วน ทยารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ทั้งคู่ได้รับการสนับสนุนจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้น 
    บนเส้นทางการเมืองที่ครูตั้นเติบโตชนิดก้าวกระโดดในพรรค ปชป. ทำให้เขามั่นใจในการทำงานการเมืองแบบที่เรียนรู้มาจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เขาจึงไม่แคร์ใครบางคนในพลังประชารัฐ 
    ด้วยบุคลิกที่เชื่อมั่นตัวเองสูง นับวันครูตั้นจะแปลกแยกจากกลุ่มต่างๆในค่าย พปชร. อาจถึงขั้นโดดเดี่ยวกลุ่มตัวเองเลยก็เป็นได้ 

ทะลุเพดานขานตัวตน ‘เจี๊ยบ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458864

ทะลุเพดานขานตัวตน ‘เจี๊ยบ’

19 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:05 น.

ส่องความคิด “ส.ส.เจี๊ยบ” เชื่อทฤษฎีซ้ายใหม่ของ “ปิยบุตร” หนุนแก้ไข ม.112 มาแต่ยุคแดงทั้งแผ่นดิน

++
    เก็บตกศึกซักฟอก ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำลังชี้แจง กรณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคใต้อยู่นั้น
    พลันได้เห็น ส.ส.จำนวนหนึ่ง กำลังหัวเราะกันอยู่ และไม่ฟังที่นายกฯ กำลังชี้แจง ทำให้นายกฯ หยุดชี้แจงไปพักหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ผมคงตอบแค่นี้ดีกว่า เพราะตอบไปก็ไม่มีใครฟัง หัวเราะกันอยู่ พอแล้วครับ ขอบคุณ” และเดินออกจากห้องประชุมไปทันที
    หลังจากนั้นไม่นาน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขำเต่าเดินหนี” พร้อมรูปภาพ “ส.ส.เจี๊ยบ” ออกอาการหัวเราะกับเพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกลในห้องประชุม 
    จากนั้น ในโซเชียลก็แสดงความเห็นต่อสเตตัสแสบๆคันๆของ ส.ส.เจี๊ยบ ทั้งสะใจ ชอบใจและวิจารณ์ความไม่เหมาะสม 
    ขณะเดียวกัน สุภรณ์ อัตถาวงศ์,ทศพล เพ็งส้ม และคณะทีมวอร์รูมฝ่ายกฎหมายคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี คณะทำงานสนับสนุนผู้ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้เข้าแจ้งความที่ บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ส.ส.อมรัตน์ ในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีที่ใช้คำพูดกล่าวหาโจมตีนายกรัฐมนตรีขณะอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วนำข้อความคำพูดดังกล่าวไปโพสต์ในสื่อโซเชียล จนได้รับความเสียหาย และในข้อหาผิด ม.112  ที่มีหลักฐานว่ามีการใช้ถ้อยคำที่ก้าวล่วงสถาบันฯ
    จะว่าไปแล้ว ส.ส.อมรัตน์ แยกไม่ออกระหว่าง ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ กับ “พี่เจี๊ยบ” ของน้องๆ ชาวม็อบราษฎร บ่อยครั้งที่เธอทำตัวเป็น “แม่ยกม็อบ” ในสภาฯ 

++
ลูกสาวกำนันดัง
++
    ถ้าไปอ่านบทสัมภาษณ์ขนาดของ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในเวบไซต์ Themomentum จะรู้ได้ทันทีว่า เธอมีแนวคิดการเมืองอย่างไร? 
    “เจี๊ยบ นครปฐม” แม่ยกกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากนักธุรกิจ สู่นักการเมือง เมื่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่สมัยนั้น เป็นคนชักชวน
    “เราสนใจการเมืองแต่ไม่ได้จะลงเล่นการเมือง จนกระทั่งมาเจออาจารย์ป๊อก (ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคนแรกและคนเดียวของพรรคอนาคตใหม่) ถ้าสนใจก็คงเล่นไปนานแล้ว ไม่ต้องรอถึงอายุ 50 กว่า เพราะคุณพ่อก็ใกล้ชิดกับตระกูลสะสมทรัพย์ ที่ทำการเมืองท้องถิ่นมานาน เราคุ้นเคยกับอาจารย์ป๊อกจากการที่มาฟังเสวนาที่ธรรมศาสตร์ เขาต้องการให้เราร่วมทีมอยู่เรื่อยๆ วันหนึ่งอาจารย์ป๊อกพูดว่า พี่เจี๊ยบ ผมจะตั้งพรรคการเมือง เราถามว่า พรรคอะไร เขาตอบว่า ยังไม่มีชื่อเลย ผมจะตั้งพรรคกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อธนาธร”
    คำว่า “คุณพ่อก็ใกล้ชิดกับตระกูลสะสมทรัพย์ ที่ทำการเมืองท้องถิ่นมานาน” หมายถึง สัมพันธ์ โชคปมิตต์กุล อดีตกำนัน ต.นครปฐม บิดาของเจี๊ยบ ซึ่งมีความสนิทสนมกับ “หัวหน้าอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่มชาวบ้าน มากที่สุด 
    สมัยที่ตระกูล “สะสมทรัพย์” สังกัดพรรคไทยรักไทย คราวใดที่ทักษิณ ชินวัตร ไปนครปฐม ก็ต้องมีไชยา สะสมทรัพย์ และกำนันสัมพันธ์ ออกมาต้อนรับ
    ปี 2557 กำนันสัมพันธ์ จึงนำชาวบ้านไปให้กำลังใจตำรวจนครปฐม สู้กับกลุ่ม กปปส. ที่กำลังขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่เวลานั้น

++
หนุนแก้ 112
++
    เหตุที่ “เจี๊ยบ นครปฐม” ตัดสินใจเข้าร่วมเป็น 1 ใน 500 คน ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพราะชื่นชอบจุดยืน และแนวคิดของ ปิยบุตร แสงกนกกุล
    “ อาจารย์ป๊อกตั้งใจว่า ไม่อยากให้ประชาชนแยกเป็นซ้ายกับขวา แดงกับเหลือง เส้นแบ่งที่ควรจะเป็นไม่ใช่เส้นบนลงล่าง แต่ควรเป็นเส้นแนวนอนของชนชั้นศักดินากับประชาชน คนข้างล่างควรได้กำหนดแนวการต่อสู้ใหม่ ไม่ได้มาสู้กันเอง แต่รวมกันแล้วสู้กับชั้นบนสุดต่างหาก มันตรงกับแนวคิดเราเลยอยากช่วย”

       ปิยบุตร ตอนที่รณรงค์แก้ไข ม.112 ปี 2555 

    ทฤษฎีซ้ายใหม่ของ “ป๊อก” ปิยบุตร ต่างจากทฤษฎีชนชั้นของเหมาเจ๋อตง ที่แบ่งจากบนลงล่าง นายทุน ศักดินา ชาวนา และกรรมกร อาจารย์ป๊อกวิเคราะห์ความขัดแย้งในสังคมไทย ตามแนวนอน มี “ศักดินา” กับ “ประชาชน” เท่านั้น
    “เจี๊ยบ นครปฐม” สนใจการเมืองนอกสภา มาแต่ยุคแดงทั้งแผ่นดิน ลึกๆ เธอชอบแนวคิดการเมืองของกลุ่มแดงสยาม มากกว่ากลุ่ม นปช.
    สุรชัย แซ่ด่าน ประธานกลุ่มแดงสยาม มีความคิดการเมืองที่ก้าวล้ำแกนนำ นปช. โดยพุ่งเป้าไปที่สถาบันเบื้องสูง ซึ่งหลังการสลายการชุมนุมปี 2553 สุรชัยนำกลุ่มแดงสยาม ไปเคลื่อนไหวแถวราชบุรี และนครปฐม

            สมัยที่เจี๊ยบติดตามฟังแนวคิดของ สุรชัย แซ่ด่าน 

    ปี 2555 คณะนิติราษฎร์ ที่มีอาจารย์ป๊อกร่วมอยู่ด้วย เสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยการรณรงค์ล่ารายชื่อของกลุ่มแดงอิสระ หรือแดงทะลุเพดาน เจี๊ยบก็ชื่นชมปิยบุตร ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา
    “เจี๊ยบ นครปฐม” จึงให้ความสำคัญกับกลุ่มแดงอิสระ และเมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ ออกโรงต้าน คสช. เธอก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเด็กๆ จนผูกพันกันมาถึงทุกวันนี้

สายเฮีย ‘ประเสริฐ’ แซง ดับคลังแสงสารคาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458847

สายเฮีย’ประเสริฐ’ แซง ดับคลังแสงสารคาม

19 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:30 น.

เกมซักฟอก สะท้อนศึกในอกเพื่อไทย แม่บ้าน “ประเสริฐ” โดดเด่น แต่ดาวดัง “คลังแสงสารคาม” กลับวูบหาย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ศึกซักฟอกปี 2564 ต่างจากปี 2563 พรรคเพื่อไทย ได้รับคำชมว่า “มาดใหม่การเมือง” มีความขึงขัง เอาจริงเอาจัง สมกับพรรคฝ่ายค้านเบอร์หนึ่ง บทบาทของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ก็โดดเด่น
    โดยเฉพาะเลขาธิการพรรค-ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขนาดคอลัมนิสต์อาวุโสสายเชียร์ลุง ยังออกปากชมว่า “ข้อมูลแน่น”
    คงทราบกันแล้วว่า ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดการซักฟอกจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีพาณิชย์ ด้วยการแกะรอยคดีทุจริตทำสัญญาลวงซื้อขายถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า 112,500 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท 
    จะว่าไปแล้ว “เฮียเสริฐ” เริ่มเปิดเกมรุกเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยย้ำว่า “เราจะเน้นที่เนื้อหาการอภิปรายไม่เน้นจำนวนผู้อภิปราย เราจะให้ผู้อภิปรายครั้งนี้ได้เวลาในการอภิปรายอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระมากที่สุด” 
    แกนนำเพื่อไทยรู้ดีว่า ศึกซักฟอกปีที่แล้ว พรรคมีคะแนนติดลบ ถูกมองว่า เล่นเกมซูเอี๋ย และพูดน้ำท่วมทุ่งเบียดบังเวลาพรรคก้าวไกล ฉะนั้น หนนี้จึงต้องปรับขบวนใหม่ จบศึกซักฟอกต้องได้แต้ม

++
คนโตสีคิ้ว
++
    วันนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา 5 สมัย ได้แสดงให้เห็นแล้ว ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ไม่ได้มาเพราะแค่เป็นคนสนิท “เฮียเพ้ง” หากแต่เขายังมีฝีไม้ลายมือ ทั้งการบริหารพรรค และการคุมเกมในสภาฯ
    ย้อนไปตอนเลือกตั้ง 2562 ที่สนามเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และ อ.สีคิ้ว (บางตำบล) ประเสริฐ จันทรรวงทอง” อดีต รมช.คมนาคม เจอศึกหนักเพราะต้องสู้กับ ประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต รมว.อุตสาหกรรม พรรคชาติพัฒนา 
    ด้วยฐานที่มั่น อ.สีคิ้ว ตระกูล “จันทรรวงทอง” ฝังลึกทั้งการเมืองและสังคม เพราะปรีชา จันทรรวงทอง เป็นนายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้วมาหลายสมัย และสิทธิศักดิ์ จันทรรวงทอง เป็นประธานมูลนิธิพรหมธรรมสงเคราะห์ อ.สีคิ้ว
    “เฮียเสริฐ สีคิ้ว” จึงเอาชนะประเสริฐ ค่ายชาติพัฒนาไปได้ขาดลอย สมกับได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้เป็นแม่ทัพโคราช 

        ดาวเด่น ศึกซักฟอก 2564

++
‘คลังแสง’หายไปไหน
++
    ถ้าจำกันได้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจปีที่แล้ว “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นดาวเด่น เป็นแม่ทัพใหญ่ ตรงกันข้ามกับศึกซักฟอกหนนี้ สุทินถูกลดบทบาทลงไปเยอะ

        ดาวเด่น ศึกซักฟอกสมัยที่แล้ว 

    นับแต่กลุ่มแคร์ เข้ามาบทบาทเหนือพรรคเพื่อไทย “สุทิน” ก็ถูกมองว่า เป็นสายคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และในอนาคต หัวหน้าค่ายมวยคลังแสงสารคาม อาจย้ายค่ายก็เป็นได้
    สมัยที่ “คุณหญิงสุดารัตน์” เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ได้เดินทางไป จ.มหาสารคาม อยู่บ่อยครั้ง โดยมี ส.ส.เจ้าถิ่น อย่าง สุทิน คลังแสง ,นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มาให้การต้อนรับ แต่ไม่เห็นหน้า “ส.ส.โจ้” ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เลยสักหน
    คนแถวมหาสารคาม รู้ดีว่า “ส.ส.โจ้” กับหัวหน้าค่ายคลังแสงสารคาม อยู่คนกันฝั่ง คนหนึ่งอยู่สายฝั่งธนฯ อีกคนหนึ่งก็สายฝั่งกรุงเทพฯ 
    ฉะนั้น ศึกซักฟอกเที่ยวนี้ ส.ส.โจ้ จึงโดดเด่นไม่แพ้ “เสริฐ สีคิ้ว” ต่างจาก “ส.สุทิน” ที่วูบหายเหมือนดาวร่วง

‘อานนท์’ คณะลาบแดง ดอกผล ‘ตาสว่าง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458762

‘อานนท์’ คณะลาบแดง ดอกผล ‘ตาสว่าง’

18 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:30 น.

แม้จะเป็นคนแห่งอนาคตของนิตยสารไทม์ แต่ “อานนท์ นำภา” ยังอยู่ในเรือนจำ เขาคือดอกผลของแดงตาสว่าง

++
    เป็นข่าวดังไปทั่วโลก สำหรับ “อานนท์ นำภา” ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและแกนนำคณะราษฎร ติดอันดับหนึ่งใน 100 บุคคลที่น่าจับตามองในอนาคตของนิตยสารไทม์ (Time100 Next) ประจำปี 2564
    นิตยสารไทม์ระบุว่า อานนท์ปลุกพลังให้ชาวไทยรุ่นใหม่เรียกร้องให้ยกเลิกอำนาจทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์ และยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ในปัจจุบัน
    ชาร์ลี แคมป์เบล ผู้สื่อข่าวของนิตยสารไทม์ ระบุว่า การเคลื่อนไหวของอานนท์ทำให้เขาถูกจับกุม 3 ครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ด้วยข้อหาต่างๆ รวมถึงข้อหายุยังปลุกปั่น การเคลื่อนไหวของเขายังปลุกระดมให้คนรุ่นใหม่เข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการรัฐประหาร เมื่อปี 2557
    เดือน ก.ย.2563 นิตยสารไทม์เคยลงบทความเกี่ยวกับทนายอานนท์ ในฐานะ “ทนายผู้พยายามปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ผู้ออกมาพูดประเด็นดังกล่าวในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก ถือเป็นการ “ดันเพดาน” การอภิปรายถึงสถาบันกษัตริย์ในไทย 

++
ลูกชาวนาร้อยเอ็ด
++
    อานนท์ นำภา เป็นแกนนำมวลชนที่มีบุคลิกแตกต่างจากนักเคลื่อนไหวรุ่นพ่อ รุ่นพี่ หลายคนอาจมีภาพจำแบบเสกสรรค์-ธีรยุทธ ปี 2516 แบบปริญญา ปี 2535 แต่ “ทนายน้อย” อานนท์ เป็นแอกติวิสต์สายเฮฮาปาร์ตี้
    บนเวทีการชุมนุมบนท้องถนน ทนายน้อยปราศรัยปลุกเร้าผู้คน เนื้อหาเครียด ไม่มีตลก แต่เลิกการชุมนุม ทนายน้อยจะนัดเพื่อนๆมาล้อมวงกินลาบก้อยซอยจุ๊ ดื่มเหล้า ฟังหมอลำเป็นเรื่องปกติ

        ไปไหนมาไหน ไม่พ้นลาบก้อย

    ลูกชาวนาอย่างอานนท์ เดินทางไกลจาก อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด มาเรียนกฎหมายที่รามคำแหง เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 เขาได้เข้าร่วมทำกิจกรรมต้านเผด็จการทหารกับเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร  
    ปี 2552 อานนท์ จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ รามคำแหง และจบเนติบัณฑิต เขาเลือกเป็นทนายช่วยเหลือชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมถูกคุกคาม ต่อมา เขาก็เชี่ยวชาญการทำคดีให้ลูกความที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรา 112 

           เบื้องหลังแกนนำราษฎร 

    ปี 2553-2554 ช่วงที่ ไม้หนึ่ง ก.กุนที แกนนำกลุ่มแดงอิสระ ที่ลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา ไว้ใจทนายอานนท์ ขอให้ช่วยทำคดีคนเสื้อแดง และได้ไปเยี่ยมไม้หนึ่งที่เขมร ตอนนี้แหละที่อานนท์เริ่มซึมซับแนวทาง “แดงตาสว่าง”  
    ปี 2555 สุดา รังกุพันธ์ และไม้หนึ่ง ก.กุนที แกนนำกลุ่มปฎิญญาหน้าศาล ที่มีความคิดอุดมการณ์แบบแดงปีกซ้าย หรือแดงตาสว่าง
    กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล พยายามรวบรวมรายชื่อขอแก้ไข ม.112 ระดมคนเสื้อแดง หาบกล่องรายชื่อไปยื่นสภาฯ แต่ร่างแก้ไข ม.112 ก็ถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถีบทิ้งไม่ไยดี

เวลานั้น กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล และกลุ่มแดงสยาม ของสุรชัย แซ่ด่าน มีแนวทางการต่อสู้เหมือนกันคือ ปฏิรูปสถาบันฯ 
    ก่อนรัฐประหาร 2557 ไม้หนึ่ง ก.กุนที ถูกลอบยิงเสียชีวิต สัญญาณการยึดอำนาจชัดแจ้งส่งผลให้ สุรชัย แซ่ด่าน และปีกแดงตาสว่าง เริ่มขยับเตรียมเดินทางไปต่างประเทศ
    หลังปี 2558 ขบวนการวิทยุใต้ดิน(ช่องยูทูบ) เบ่งบานในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงในแถบยุโรป และสหรัฐ
    แม้ช่วงหลัง โกตี๋ ,สุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง จะถูกอุ้มหายไป แต่ขบวนการวิทยุใต้ดินยังดำเนินต่อไป ทุกวันนี้ ช่องสุนัย จุลพงศธร ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว 

      ความคิดทะลุเพดานมาจากวงลาบแดง ลาบดิบ 

    ความพยายาม “พังเพดาน” หรือ “ทะลุเพดาน” การต่อสู้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคแดงทั้งแผ่นดิน ตอนนั้นคนเสื้อแดงแบ่งเป็น 2 ปีกคือ ฝ่ายประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กับฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีนามสกุล
    ทนายอานนท์ ก็ซึมซับแนวคิดฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีนามสกุล มาจากกลุ่มไม้หนึ่ง ก.กุนที และสุรชัย แซ่ด่าน นั่นเอง