เปิดตัว “ไป๋ 3 นิ้ว” ทีมการ์ดประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458722

เปิดตัว “ไป๋ 3 นิ้ว” ทีมการ์ดประชาชน

18 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:00 น.

ทัพดาราพม่า ลงถนนต้านเผด็จการ “ไป๋ ทากุน” นายแบบดัง ร่วมทีมการ์ดประชาชน

++
วันที่ 17 ก.พ.2564 เป็นวันที่มีการชุมนุมใหญ่ต้านการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ที่แยกเจดีย์สุเล ย่างกุ้ง     

Paing Takhon หรือไป๋ ทากุน นายแบบชื่อดังของเมียนมา ได้เข้าร่วมชุมนุม พร้อมกับทีมการ์ดประชาชน ที่มีการเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับการสลายการชุมนุมจากตำรวจและทหาร   

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  หายไปไหน บอดี้การ์ด “ซูจี”

แฟนเพจเฟซบุ๊ก Paing Takhon นายแบบคนดังได้โพสต์ภาพและแคปชั่น We Need the Help, Please Save Myanmar 
นี่เป็นครั้งแรกของผู้ชุมนุม ที่มีการเปิดเผยทีมการ์ดรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีการแต่งกายคล้ายการ์ดวีโว่ของไทย แถมมีโล่ป้องกันตัวเองด้วย    

นับแต่วันแรกที่มีการยึดอำนาจ Paing Takhon เป็นคนบันเทิงพม่าที่โพสต์แสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารของกองทัพเมียนมา “เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการรัฐประหาร เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี ประธานาธิบดีวินมิน คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาที่ได้รับการเลือกตั้งมาโดยทันที..”    

วันที่ 10 ก.พ.2564 เป็นวันแรกที่ Paing Takhon ลงท้องถนน โดยเขาและเพื่อนดารา ไปรวมตัวที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมา เรียกร้องรัฐบาลสหรัฐกดดันเผด็จการทหาร คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว    

วันที่ 11 ก.พ.2564 ตรงกับวันตรุษจีน Paing Takhon แต่งกายแบบคนจีน ไปตั้งวงกินหมูกระทะ ที่หน้าสถานทูตจีน ประจำเมียนมา เรียกร้องรัฐบาลจีนให้หยุดสนับสนุนกองทัพเมียนมา     

มีข้อน่าสังเกต ดารานักแสดง นักร้องชาวพม่าได้เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนอย่างพร้อมหน้า แฟนเพจเฟซบุ๊คข่าวแวดวงบันเทิง แฟชั่น และคนดัง กลายเป็น “เพจการเมือง”

พม่าโมเดล จอดรถขวางรถถังกลยุทธ์ล้ม “มินอ่องหล่าย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458712

พม่าโมเดล จอดรถขวางรถถังกลยุทธ์ล้ม “มินอ่องหล่าย” 

18 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:29 น.

อารยะขัดขืนยืดเยื้อ ฝ่ายต่อต้านผุดกลยุทธ์ “จอดรถเสีย” ขวางรถทหาร นี่คือพม่าโมเดล   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เช้าวันที่ 18 ก.พ.2564 สำนักข่าวออนไลน์  Myanmar Now , Khit Thit Media และ Kamayut Media ได้รายงานความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านการทำรัฐประหาร ด้วยการรณรงค์ “broken-down car campaign” เป็นวันที่ 2 จึงมีภาพ “รถจอดเสีย” บนถนนในย่างกุ้ง เหมือนวันแรก(17 ก.พ.) ที่เริ่มกลยุทธ์นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว

วัันที่ 2 ของแคมเปญจอดรถเสีย ประท้วงสันติวิธี

สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมา ได้ส่งรถหุ้มเกราะ และกำลังทหารเข้ามาประจำการในพื้นที่รอบในกรุงย่างกุ้ง และตัวเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมต้านกองทัพเมียนมา จึงงัดกลยุทธ์จอดรถเสียกลางถนน เพื่อปิดกั้นเส้นทางไม่ให้รถหุ้มเกราะ หรือรถของเจ้าหน้าที่ผ่านเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุมได้     

ฉะนั้น วานนี้(17 ก.พ.)ในกรุงย่างกุ้ง จึงไม่มีภาพรถหุ้มเกราะ และทหาร แต่กลับมีภาพการชุมนุมใหญ่ มวลชนเรือนแสนที่แยกเจดีย์สุเล รวมถึงการชุมนุมตามหัวเมืองใหญ่ๆ     

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ของกลยุทธ์จอดรถขวางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมา ได้เตรียมรับมือ โดยนำรถยกไปประจำการจุดสำคัญๆ หากมีการจอดรถขวางถนน ก็ดำเนินการยกรถออกไปทันที        

พม่าโมเดลแห่งแรกในโลก ที่ประท้วงแบบนี้

ภาพรวมการต่อสู้ของประชาชนเมียนมา ยังอยู่ในกรอบสันติวิธี และผลพวงการรณรงค์อารยะขัดขืน ธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศยังคงปิดทำการ ยกเว้นบริการผ่านเครื่อง ATM เนื่องจากพนักงานธนาคารจำนวนมากเข้าร่วมแคมเปญต่อต้านรัฐประหารโดยสันติวิธี    

ธนาคารพาณิชย์ในพม่ายังไม่ประกาศว่าจะกลับมาเปิดทำการเมื่อไหร่ และไม่มีแถลงการณ์ใดจากสมาคมธนาคารหรือธนาคารกลางของพม่า    

มินับกลุ่มแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ ที่หยุดงานประท้วงไปแต่วันแรกๆ รวมถึงข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ก็หยุดงานเช่นกัน

พม่าโมเดลแห่งแรกในโลก ที่ประท้วงแบบนี้

++
ซูจีอยู่ไหน?
++
สำหรับออง ซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพัก กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2564 สภาบริหารแห่งรัฐหรือกองทัพเมียนมา ได้ยื่นฟ้อง อองซาน ซูจี และอู วินมินท์ อดีตประธานาธิบดีสหภาพเมียนมา โดยมีการนำตัว 2 อดีตผู้นำไปขึ้นศาลซาบูติริ กรุงเนปิดอว์ นัดแรก เพื่อรับการพิจารณาคดีผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนท์     

อองซาน ซูจี ถูกฟ้องใน 2 ข้อหาคือ มีการครอบครองวิทยุสื่อสารเถื่อน ผิดกฎหมายการนำเข้าและส่งออก มาตรา 8 อีกข้อหาที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่กรณีอองซาน ซูจี ลงพื้นที่พบประชาชนในช่วงโควิดระบาด ผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ มาตรา 25    

ส่วน อู วินมินท์ มีการลงพื้นที่หาเสียงช่วงโควิดระบาด ผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งมาตรา 25 ซึ่งการพิจารณาคดีในครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.2564     

อนึ่ง มาตรา 8 กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าและส่งออก มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ และมาตรา 25 กฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ มีโทษจำคุก 3 ปี    

ไม่ว่า 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลอองซาน ซูจี จะบริหารประเทศดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่คนพม่าก็ถือว่า เธอเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย จึงออกมาร่วมชุมนุมบนท้องถนนมากมาย เรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอ และอดีตประธานาธิบดี 

อองซานซูจี ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย

++
เสียงจากกองทัพ
++
วันที่ 16 ก.พ.2564 ซอมินทุน โฆษกสภาบริหารแห่งรัฐ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ระบุว่า กองทัพเมียนมา “ไม่ได้ทำรัฐประหาร” เพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2551

สภาบริหารแห่งรัฐ จะเดินหน้าโรดแมพ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ปฏิรูปคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (UEC) และดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย    

2.มุ่งยกระดับและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการควบคุมโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศ 3.แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากช่วงโควิด-19 อย่างเร่งด่วน     

4.สานต่อเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพในประเทศอย่างถาวร และให้เป็นไปตามข้อกำหนดข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ หรือ Nationawide Ceasefire Agreement (NCA)     

5.หลังสิ้นสุดการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน จะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง โดยให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และส่งผ่านอำนาจสู่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง โดยให้เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ 2551 และหลักประชาธิปไตย    

คลื่นอารยะขัดขืนไหลลามไปทั้งประเทศ รัฐบาลทหารเมียนมา ยังมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนกองทัพ 

วัคซีน ‘ปู’ ไม่แตะ 112 ชิงฐานกว้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458657

วัคซีน ‘ปู’ ไม่แตะ 112 ชิงฐานกว้าง

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:37 น.

อดีตนายกฯ “ปู” ชิงซีนเกมซักฟอก ฉีดวัคซีนการเมือง ไม่วายถูกแขวะ ไม่แก้ ม.112 ลอยแพราษฎร

++
    วันที่สองของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาถล่มรัฐบาล ก็หนีไม่พ้นเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19
    เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่า ในสภาฯ ต้องถกเรื่องวัคซีนโควิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในดูไบ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra โชว์ภาพเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ป้องกันโรคโควิด
    “ยิ่งลักษณ์” เล่าว่า “รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จัดสรรวัคซีนจาก 2 บริษัทให้ประชาชนทั้งหมดและผู้อยู่อาศัยที่นี่ทุกคน โดยรัฐบาลมีนโยบายให้จัดสรรวัคซีน ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ของจีนซึ่งมีประสิทธิผล 86% ให้แก่ประชาชนทั่วไป  และวัคซีน ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer/BioNTech) ของสหรัฐ-เยอรมนี ซึ่งมีประสิทธิผล 95% พร้อมกันนี้ทางรัฐบาลยังคงเปิดโอกาสให้มีการใช้วัคซีนสปุตนิค (Sputnik) จากรัสเซียในกรณีฉุกเฉินและกำลังเริ่มทดลองใช้วัคซีนแอสตร้าซิเนก้า (AstraZeneca Plc) ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งผลิตจากอินเดียอีกด้วย”

      ยิ่งลักษณ์ รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดที่ดูไบ    

อดีตนายกฯ ปู ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาลไทย แต่ภาพนี้ภาพเดียว ก็ตบหน้ารัฐมนตรีสาธารณสุขไทยไปเรียบร้อยแล้ว
ดังที่รู้กัน ยามนี้พรรคเพื่อไทย กำลังจัดทัพปรับแถวใหม่ งัดผลงานเก่าๆ มาขายฝันแก้จน มีทั้ง “เพ้ง อ้วน มิ้ง เลี้ยบ” ตามมาด้วยจอมยุทธ์หูกระต่าย-พันศักดิ์ วิญญรัตน์

++
ยึดฐานกว้าง
++ 
    นักวิชาการและสื่อมวลชนสายปฏิรูปสถาบัน รู้สึกผิดหวังที่พรรคเพื่อไทย ไม่สนใจประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ปล่อยให้พรรคก้าวไกล เดินหน้ายื่นเสนอแก้ไขมาตรา 112 เพียงลำพัง
    มิหนำซ้ำ ท่าทีและจุดยืนของเพื่อไทย ที่ไม่แตะ ม.112 ก็เหมือนลอยแพ “ม็อบราษฎร” 
    “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์ปีกประชาธิปไตย ที่จัดรายการวิเคราะห์ข่าวทางวอยซ์ ทีวี ได้พูดถึงพรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ว่า “..เขามองเรื่องการเอาชนะทางการเมืองในวงกว้าง เหมือนที่เคยเอาชนะด้วย 30 บาท กองทุนหมู่บ้าน การเมืองชี้ขาดกันที่ปากท้อง (รวมทั้งข้อจำกัดของพรรคเอง อย่างที่บอก ถ้าชูแก้ 112 ส.ส.เพื่อไทยหายหมด)..”
    การแก้ไข ม.112 หรือไม่? กลายเป็นเส้นแบ่งของพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ในสายตาคน Gen X และ Gen Z
    “ก้าวไกลจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกบฎต่อระบบวิพากษ์โครงสร้าง ความคิด วัฒนธรรม การศึกษา(หรือเศรษฐกิจแบบคนรุ่นใหม่) เพื่อไทยจะชูแก้เศรษฐกิจแบบมหาชนนิยม 
แสดงท่าทีหวังคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองระดับหนึ่ง แต่ยังไม่แตะใจกลาง”

 วัคซีน 'ปู' ไม่แตะ 112 ชิงฐานกว้าง

         เพื่อไทย ยังขายความสำเร็จเดิมๆ มุ่งชิงฐานกว้าง

++
บนทางเสี่ยง
++
    หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นในศึกนายก อบจ.ทั่วประเทศ ทำให้ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ปลุกเร้า ส.ส.พรรคก้าวไกลให้แสดงความกล้าหาญ เสนอแก้ไขมาตรา 112
    “เดอะป๊อก” เชื่อว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล จะไม่โดดเดี่ยว เพราะม็อบราษฎร ที่ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ ส.ส.ในสภาฯ
    ความคิดทำนองนี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับ “แดงก้าวหน้า” ปี 2555 นำโดย จรัล ดิษฐาอภิชัย และไม้หนึ่ง ก.กุนที ซึ่งสถานการณ์ พ.ศ.โน้น มีทั้งทัพเสื้อแดง และ ส.ส.เพื่อไทย เต็มสภา ถ้าไม่แก้ไข ม.112 ก็เสียดายโอกาส จึงเกิด “ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์” 
    มีการจัดตั้งคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 หรือ ครก.112 ประกาศล่าชื่อประชาชนร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. …ต่อรัฐสภา 
    สุดท้าย ส.ส.เพื่อไทย ในเวลานั้น ก็เขี่ยร่างกฎหมายแก้ไข ม.112 ทิ้งกลางสภา
    บทเรียนครั้งนั้น ทำให้ “ป๊อก ปิยบุตร” ออกแรงกดดัน ส.ส.ก้าวไกลเต็มที่ เรียกได้ว่า งานนี้เดิมพันอนาคตพรรคสีส้ม และม็อบราษฎร

ศึกไทใหญ่ ยอดศึก VS ป่างฟ้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458609

ศึกไทใหญ่ ยอดศึก VS ป่างฟ้า

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:43 น.

ในเมืองมีม็อบต้านเผด็จการ ในป่า “ทหารไทใหญ่เหนือ” รบ “ทหารไทใหญ่ใต้” เลือดนองแผ่นดินรัฐฉาน

++
ชุมชนออนไลน์ของชาวไทใหญ่ ทั้งในรัฐฉานและในไทย ได้ร่วมแสดงความไว้อาลัยแก่ทหารสภาเพื่อกอบกู้รัฐฉาน(RCSS/SSA) 18 นาย ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารโหด ในสมรภูมิเมืองสีป้อ แขวงจ๊อกแม รัฐฉานเหนือ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ไฟลามทุ่ง “กองทัพชาติพันธุ์” สงครามท้องถนน

ชาวไทใหญ่ ไว้อาลัยทหารเจ้ายอดศึกที่พลีชีพ 18 ศพ

ในเฟซบุ๊กชาวไทใหญ่ส่วนหนึ่ง มีอารมณ์โกรธแค้น เมื่อมีการเผยแพร่ภาพศพทหารไทใหญ่(RCSS/SSA) ในเครื่องแบบลายพรางจำนวนหนึ่ง ถูกมัดมือไพล่หลัง เสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้า มีรอยกระสุนปืนที่กลางหลัง    

สำนักข่าว Shan News แห่งรัฐฉาน ได้รายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ก.พ.2564 กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง/กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (PSLF/ TNLA) ร่วมกับกลุ่มพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) โจมตีที่ตั้งกำลังกลุ่มสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ในพื้นที่ ต.นาหมากขอ เขตเมืองสี่ป้อ แขวงจ๊อกแม รัฐฉานตอนเหนือ ทำให้กำลังกลุ่มสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) เสียชีวิต 18 ราย และตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อีกหลายรายการ    

มีรายงานจากฝ่ายกองกองกำลัง RCSS/SSA ระบุว่า ทหารฝ่าย PSLF/TNLA และ SSPP/SSA มีกำลังประมาณ 400 นาย ขณะที่ทหาร RCSS/SSA มีเพียง 40 คน จึงยอมแพ้ ปล่อยให้ทหารฝ่ายตรงข้ามเข้ายึดที่มั่น แต่แทนที่จะมีการคุมตัวทหาร RCSS ที่ยอมจำนนนแล้ว ไปกักขัง ทหาร SSPP กลับยิงทหารเหล่านั้นทิ้ง จนเสียชีวิตทั้งหมด    

ชาวไทใหญ่ ไว้อาลัยทหารเจ้ายอดศึกที่พลีชีพ 18 ศพ

ขณะที่มีรายงานข่าวบางกระแสแจ้งว่า ทหาร RCSS เสียชีวิตในสนามรบ 18 นาย และถูกจับเป็นเชลย 10 นาย     

กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง/กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (PSLF/ TNLA) เป็นองค์กรการเมืองของชาวปะหล่อง ที่มีฐานกำลังอยู่ในรัฐฉาน ตอนเหนือ    

กลุ่มพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) เป็นองค์กรการเมืองของชาวไทใหญ่ มีฐานที่มั่นอยู่ที่บ้านไฮ รัฐฉานเหนือ นำทัพโดย ป่างฟ้า ซึ่งกลุ่มนี้มีแนวคิดสังคมนิยม และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มว้าแดง (อดีตพรรคคอมมิวนิสต์พม่า)    

ป่างฟ้า ผู้นำทหารไทใหญ่เหนือ SSPP/SSA

เนื่องจากทหารปะหล่อง (PSLF/ TNLA) และทหารไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA) มีเขตอิทธิพลในรัฐฉานเหนือเหมือนกัน และใกล้ชิดกับว้าแดงทั้งคู่ จึงจับมือร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด    

กลุ่มสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) มีกองบัญชาการใหญ่อยู่ที่ดอยไตแลง รัฐฉานใต้ ติดเขตชายแดนไทย นำทัพโดย เจ้ายอดศึก ทหารไทใหญ่กลุ่มนี้ แยกตัวออกมาจากกองทัพเมืองไต (MTA) ของขุนส่า  

เจ้ายอดศึก ผู้นำทหารไทใหญ่ใต้ RCSS/SSA

หลังเจ้ายอดศึก นำทหารไทใหญ่ใต้ (RCSS/SSA) เข้าร่วมเจรจาหยุดยิงกับกองทัพเมียนมา สมัยรัฐบาลนายพลเต็งเส่ง จึงเคลื่อนกำลังจากชายแดนไทยสู่ตอนเหนือของรัฐฉาน โดยข้ออ้างว่าเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำที่ผิดกฏหมาย โดยเฉพาะการค้ายาเสพติด    

ด้านทหารไทใหญ่เหนือ (SSPP/SSA) มองว่า เจ้ายอดศึกพยายามขยายอิทธิพล จึงนำกำลังทหารไทใหญ่เหนือ เข้าปะทะกับทหารไทใหญ่ใต้อยู่บ่อยครั้ง    

การสู้รบกันเองของทหารไทใหญ่ 2 ขั้ว เป็นเรื่องที่ชาติพันธุ์ไทใหญ่ในรัฐฉานไม่ค่อยพอใจนัก และเรียกร้องให้ทหารไทใหญ่เหนือ-ใต้ สามัคคีปรองดองกัน และหันปลายกระบอกปืนสู้กับกองทัพเมียนมา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

โตมากับม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม” แดงแท้ถึงส้มแสบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458596

โตมากับม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม”  แดงแท้ถึงส้มแสบ

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:58 น.

ไม่ได้อยู่หลังม็อบ “เจี๊ยบ นครปฐม” ยืนหน้าม็อบตลอด ทั้งม็อบต้าน กปปส. ม็อบคนอยากเลือกตั้ง จนถึงม็อบราษฎร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ผ่านไปแล้ว ศึกซักฟอกวันแรก ดราม่าการเมืองก็ตามมามากมายในสื่อโซเชียล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม กับอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…. เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่

เนื่องจากเที่ยวนี้ “เจ๊เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อาสาซักฟอก “ลุงตู่” กรณีอยู่บ้านพักหลวง 1.มีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลส่วนตัวเพื่อหนีการตรวจสอบ เข้าข่ายให้ข้อมูลเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ 2.ทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รับผลประโยชน์อื่นใดเกินที่กฎหมายกำหนด 3.ทำผิดกฎหมายประมวลรัษฎากร หนีภาษี    

เอาเข้าจริง เอฟซีทั้งสองฝ่าย ไม่ได้สนใจเนื้อหาที่เจ๊เจี๊ยบอภิปรายมากเท่าไหร่ แต่กลับไปแห่ชื่นชมการต่อปากต่อคำ โดยเจ๊เจี๊ยบ เหน็บนายกฯว่า ตัวยาว แขนยาว ขึ้นไม่รู้ว่าไปโหนอะไรมา     

“ลุงตู่” ลุกขึ้นชี้แจง แต่ก็ไม่วายแซวเจ๊เจี๊ยบ “ผมขอบคุณท่านที่สังเกตว่า ผมผอมลง ซึ่งผมก็สังเกตเช่นกันว่า ท่านตัวเตี้ยลงๆ เพราะไปหลบอยู่หลังม็อบทุกวัน”    

คำว่า “ไปหลบอยู่หลังม็อบทุกวัน” ทำเอากองเชียร์ลุงตู่เฮทั้งแผ่นดิน เหมือนกับคำว่า “ไม่รู้ไปโหนอะไรมา” กองหนุนกลุ่มราษฎรก็ส่งเสียงเฮเหมือนกัน

++
แดงนครปฐม
++
ปลายปีที่แล้ว “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ให้สัมภาษณ์ The Momentum ว่าด้วยเส้นทางชีวิตและการเมือง น่าจะเป็นครั้งแรกที่ ส.ส.หญิงคนดัง เปิดเผยตัวตนแบบยาวๆ ผ่านสื่อออนไลน์    

เจ๊เจี๊ยบ โตมาจากครอบครัว “โชคปมิตต์กุล” เจ้าของกิจการรถทัวร์สายใต้ จบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะประกอบธุรกิจส่วนตัวในบ้านเกิด-นครปฐม     

ก้าวแรกบนถนนการเมืองของเจ๊เจี๊ยบคือ การตั้งกลุ่มสันติภาพนครปฐม ทำกิจกรรมต้านกลุ่ม กปปส. ช่วงปี 2556-2557 เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับแนวคิด “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ของ กปปส.    

เมื่อทหารออกมาดูแลความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เจ๊เจี๊ยบ จึงนำมวลชนออกมาเรียกร้องให้กองทัพบก ต้องถอนกองกำลังทหารออกจากพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งหมดภายใน 7 วัน    

ส.ส.เจี๊ยบ ที่ยืนข้างม็อบราษฎร

นอกจากนั้น เจ๊เจี๊ยบ ยังนำขบวนมวลชนเดินทางมามอบดอกกุหลาบและข้าวกล่องให้กับตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ซึ่งเวลานั้น ตำรวจเหมือนยืนอยู่ฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนกองทัพกลับปกป้องม็อบ กปปส. ในสายตาของเธอ    

ต้นเดือน เม.ย.2557 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดการชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล เป็นเวทีคู่ขนานกับ กปปส.    

เจ๊เจี๊ยบได้มาร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะ และตั้งเต็นท์ติดป้ายชื่อ “แดงนครปฐม” ปักหลักพักค้างอยู่ยาว จนถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 มีการประกาศยึดอำนาจการปกครองในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทหารจากกาญจนบุรี จึงเข้าสลายการชุมนุม    

เมื่อมีการชุมนุมต้าน คสช.ในกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2558-2560 เจ๊เจี๊ยบก็เข้ามาร่วมด้วยทุกครั้ง แต่เวลานั้น เธอเป็นแค่ผู้ร่วมการชุมนุมคนหนึ่งเท่านั้น    

ปี 2561 รังสิมันต์ โรม,สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และณัฏฐา มหัทธนา ตั้งกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ขยับทำกิจกรรมต่อเนื่อง ทั้งจัดชุมนุมย่อย และเดินขบวน เจ๊เจี๊ยบก็สนับสนุนทั้งกำลังคนและอาหารการกิน    

ตอนนั้นแหละที่เด็กๆ เริ่มเรียกหา “พี่เจี๊ยบ นครปฐม” รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง    

จาก “พี่เจี๊ยบ” ของเด็กๆ ก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตามคำชักชวนของปิยบุตร แสงกนกกุล

ลูกสาวอดีตกำนัน ต.นครปฐม ที่รู้จักมักคุ้นตระกูล “สะสมทรัพย์” มายาวนาน

++
บ้านใหญ่-บ้านเจี๊ยบ
++
บนถนนสายเลือกตั้ง ชื่อเสียงของ “เจี๊ยบ นครปฐม” เป็นที่รู้จักของนักข่าวสายการเมือง หลังจากผลการเลือกทั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 เมื่อพรรคอนาคตใหม่ สร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” ที่สนามนครปฐม    

ไม่มีคาดคิดหรอกว่า นักการเมืองสายบ้านใหญ่ “สะสมทรัพย์” จะสอบตก 3 คนรวด และผู้สมัคร ส.ส.โนเนม จะได้เป็น ส.ส.นครปฐม ถึง 2 คน และเจ๊เจี๊ยบ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ    

มิเพียงเท่านั้น เจ๊เจี๊ยบยังมีบทบาทในการร้อง กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 นครปฐม เพราะ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่แบบฉิวเฉียด     

ตอน กกต.นับคะแนนใหม่ เจ๊เจี๊ยบแสดงบทบาทแม่ทัพหญิงชนิดไม่เกรงใจตระกูล “แก้วพิจิตร” ที่คนเมืองเจดีย์ใหญ่รู้ดีว่า บ้านใหญ่ “แก้วพิจิตร” ผูกขาดเทศบาลเมืองนครปฐม มา 40 กว่าปีแล้ว    

สุดท้ายการนับคะแนนใหม่ สินธพเป็นผู้ชนะ มีแต้มเหนือสาวิกา 4 แต้ม นี่คือยกแรก    

ยกที่ 2 จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม เขต 5 ป่วยไม่สามารถปฏิบัติงานได้ จึงลาออกจาก ส.ส. ทำให้มีการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ได้เวลาเอาคืนของตระกูล “สะสมทรัพย์”     

“เสี่ยเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ที่แพ้จุมพิตา ได้โอกาสสางแค้น เอาชนะ “ป๋วย” ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีของจุมพิตา ไปได้ ทำเอา “เจ๊เจี๊ยบ” เสียหน้าไปไม่ใช่น้อย    

ยกที่ 3 เลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ทายาทไชยา สะสมทรัพย์ ชนะชัชวาล นันทะสาร ตัวแทนคณะก้าวหน้า ขาดลอย งานนี้ เจ๊เจี๊ยบออกหน้าหาเสียงให้คณะก้าวหน้าไม่ได้ แต่ก็ลุ้นจนนาทีสุดท้าย    

ผลคะแนนที่ทิ้งห่างมากกว่า 2 แสน ทำให้คนนครปฐมรู้ว่า ส.ส.เขตที่พรรคอนาคตใหม่ชนะเมื่อปี 2562 นั้นเป็น “คะแนนส้มหล่น” อันเนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ     

แถมภาพเจ๊เจี๊ยบยืนหน้าม็อบราษฎร ก็เป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งโจมตีจนคณะก้าวหน้าร่วงคาสนาม อบจ.เมืองเจดีย์ใหญ่     

ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458506

ส่องพม่า ทะลุ “ม็อบไทย” ไยแกนนำ “เอาไม่อยู่”

16 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:05 น.

“ม็อบพม่า” โตวันโตคืน ตรงข้าม “ม็อบไทย” กลับถดถอย แกนนำก้าวล้ำนำมวลชน โดดเดี่ยวตัวเอง

++
สิบกว่าวันแล้ว สำหรับ “ม็อบพม่า” ที่เบ่งบานเต็มแผ่นดิน ผู้ชุมนุมมีทุกชาติพันธุ์ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเดินขบวนบนท้องถนน จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ เคลื่อนพลทางน้ำ และโดยภาพรวมยังอยู่ในขบวนการอารยะขัดขืนโดยสันติวิธี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ

ม็อบ 13 กุมภา จุดเสื่อมม็อบรุนแรง    

ส่วนการเผชิญหน้าถึงขั้นปะทะกัน ระหว่างตำรวจกับม็อบพม่า มีให้เห็นในบางพื้นที่ เช่นเมืองมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น และเมืองมัณฑะเลย์    

ที่น่าสนใจ “มินโกหน่าย” ผู้นำนักศึกษาพม่า รุ่นปี 1988 ที่มีประสบการณ์สู้เผด็จการทหารอย่างโชกโชน ได้ออกมาชี้นำคนรุ่นใหม่พม่า ผ่านองค์กร “รุ่น 88 เพื่อสันติภาพและสังคมเปิดกว้าง” (88 Generation Peace and Open Society) ตอกย้ำแนวทางต่อสู้สันติวิธี มุ่งรณรงค์การอารยะขัดขืนในกลุ่มข้าราชการไปทั่วประเทศ    

นับวันม็อบพม่ายิ่งโต ยิ่งกดดัน “สภาบริหารแห่งรัฐ” ของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ปกครองประเทศยากขึ้น เพราะกลไกราชการทั้งประเทศ ไม่ยอมทำงานให้เผด็จการทหาร    

หันมามอง ม็อบราษฎร” ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหมู่มิตรดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ จากม็อบที่รวมพลคนได้หลักเฉียดแสน กลับลดน้อยถอยลงเหลือแค่หลักพัน ยิ่งสู้ ยิ่งเสื่อม เพราะอะไร?

++
คำเตือนรุ่นพี่
++
เมื่อ 16 ก.พ.2564 สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประชาชน โดยระบุว่า

“ปริมาณมวลชน คือ อำนาจต่อรองที่สำคัญ แต่มวลชนเหมือนเม็ดทราย จึงต้องมีการจัดตั้ง เกาะกลุ่ม และพัฒนากระบวนการของกลุ่มแต่ละกลุ่มให้ขับเคลื่อนสอดคล้องกัน”    

เอส พีระพัฒน์ บอกความจริง แต่เจอทัวร์ลง

บก.ลายจุด มีประสบการณ์จากการต่อสู้ร่วมกับคนเสื้อแดง จึงรู้ดีว่า การหลอมรวมผู้คนมีความจำเป็น ไม่ใช่ดำเนินกลยุทธ์ “ล้ำหน้ามวลชน”     

แกนนำมวลชนรุ่นใหม่ ต้องรู้จักสรุปบทเรียน “เดินทีละก้าว รุกทีละคืบ ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ดีกว่าวิ่งก้าวกระโดดไปยังทิศทางที่ผิด”    

การแยกมิตรแยกศัตรู ก็เป็นเรื่องสำคัญ “ทัพใหญ่เดินทางไกล ย่อมเกิดเรื่องราวมากมาย ผู้คนหลากหลาย สถานการณ์บีบคั้น แนวทางมีมากกว่า 1 หนทาง ย่อมก่อเหตุให้กระทบกระทั่งกันระหว่างทางได้ง่าย การให้อภัยกัน ความอดทนต่อกัน การสื่อสารด้วยท่วงทำนองของมิตร แม้ดูเหมือนว่าเล็กน้อยแต่มันลดความบอบช้ำโดยไม่จำเป็น”

รุ้ง สรุปบทเรียนม็อบ 13 กุมภา

++
รุ้งขอโทษ
++
อันเนื่องจาก “ม็อบ 13 กุมภา” ส่งผลให้มีข้อถกเถียงมากมายในหมู่มวลชนสายราษฎร “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษกกลุ่มราษฎร ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า อยากขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2564 ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ และดูแลมวลชนได้ ส่วนตัวเสียใจอย่างมาก เเต่ขอโอกาสให้พวกตนได้กลับมาทำหน้าที่พร้อมยืนยันว่า จะพยายามทำให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด    

บรรดาแกนนำราษฎรบางคน ไม่ยอมรับความจริงว่า “เอาไม่อยู่” หรือพูดภาษาบ้านๆคือ “เอาม็อบไม่ลง” จึงทำให้ผู้ชุมนุมบางกลุ่มมีอารมณ์ค้าง    

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ สรุปเหตุอนาธิปไตยในม็อบว่า “เกิดการแทรกแซงโดยบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี” และหวังให้เกิดความรุนแรง    

อีกด้านหนึ่ง “เอส พีระพัฒน์” การ์ดแนวร่วมประชาธิปไตย  ในนามทีม mayhem ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าความจริงว่า “ในแต่ละครั้ง  ก็มักจะมีการปะปนของเหล่าวัยรุ่นเลือดร้อน  ห้าว และไม่ฟังคำเตือนแกนนำ  มีการพกอาวุธ มีการมาดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน ควบคุมสติไม่อยู่และกระทบกระทั่งกันเองหรือกลุ่มอื่น ก็บ่อยครั้ง”    

นี่เป็นเรื่องจริงที่แกนนำราษฎร ไม่ยอมรับ แต่หากไปถามแกนนำเสื้อแดง เสื้อเหลือง และ กปปส. ก็ต้องทราบดีว่า ในม็อบจะมีคนประเภทนี้อยู่ ซึ่งแกนนำมืออาชีพ ก็จะมีวิธีจัดการให้อยู่ในแถว    

“ทีมการ์ดได้ประเมินสถานการณ์ครั้งนี้แล้วว่า การบุกเข้าใกล้พื้นที่วัดพระแก้ว จะมีความเสี่ยงเช่นไร..แนวทางดีสุดคือ ให้แกนนำเจรจา เพื่อให้ตำรวจ และม็อบ ต่างฝ่ายต่างยุติ..”    

“ขณะมีการเจรจา จนตำรวจยอมรับข้อตกลง และยอมอ่อนท่าที    แต่มีกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงทางด้านขวามือของ คฟ.(ชุดควบคุมฝูงชน)  พยายามยั่วยุ และปะทะ จะพยายามบุกทำร้ายเจ้าหน้าที่ คฟ.  ซึ่งตั้งกองกำลังอย่างนิ่งเฉย จนทีมการ์ดม็อบไประงับเหตุ ก็เกิดการกระทบกระทั่งด่าทอ และจะเข้ามาทำร้ายทีมการ์ดม็อบ หลังจากนั้น ครูใหญ่จึงเดินมาหน้ารั้ว หลังลวดหนามเพื่อพยายาม บอกกลุ่มวัยรุ่นหน้าลวดหนามให้ใจเย็นๆ  แต่ไม่เป็นผล หลังจากนั้นมีการขว้างปาขวดน้ำและสิ่งต่างๆตามมาทันที..”    

คำบอกเล่าของการ์ดอาสาคนนี้ สะท้อนภาวะการนำม็อบของแกนนำอย่างครูใหญ่ ,ไมค์ และรุ้ง ได้เป็นอย่างดี

4 ยอดกุมาร ปั้นเพื่อไทย ไม่พ้นเงา “เถ้าแก่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458457

4 ยอดกุมาร ปั้นเพื่อไทย ไม่พ้นเงา “เถ้าแก่”

16 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:26 น.

เพื่อไทยยุค “4 ยอดกุมาร” บวก “คนแดนไกล” เปิดแนวรบในและนอกสภา ปรับลุคใหม่ ไม่แทงกั๊ก 

++
กระบวนการรีแบรนด์พรรคเพื่อไทย เวอร์ชั่นจันทร์ส่องหล้า โดยการนำของ “4 ยอดกุมาร” “เพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, “มิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, “เลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ดำเนินการไปอย่างคึกคัก ทั้งในและนอกสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

เริ่มต้นจากเปิดบ้านเอเอฟ ‘The Change Maker’ ตามมาด้วย “แก้จนสไตล์ทักษิณ” ขณะที่ในสภาฯ ขุนพลเพื่อไทย เปิดศึกซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ เที่ยวนี้ไม่มีกั๊ก ต้องเล่นบท “มือเชือด” สุดโหดเอาใจผู้ชมทางบ้าน เก็บแต้มนอกสภา     

ปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทยพลาดท่าในเกมซักฟอก ถูกมองว่าเล่นกลเกมเกี้ยเซี้ย แต่ปีนี้ แม่ทัพใหญ่คือ ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย สายตรง “เฮียเพ้ง” รับประกันไม่มีลับลวงพรางแน่นอน    

4 ยอดกุมาร “เพ้ง มิ้ง อ้วน เลี้ยบ” หวังไว้สูงสำหรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำหลายเรื่อง โดยเฉพาะวัคซีนโควิด และปัญหาปากท้องชาวบ้าน    

รัฐบาลประยุทธ์ พยายามปั้นประชารัฐ ลดแลกแจกแถม จนประชานิยมล้นตลาด พรรคเพื่อไทยโฉมใหม่ จึงต้องดิสรัปต์ “ประชานิยม” ขายฝันแก้จนแบบใหม่  

++
เถ้าแก่ใหญ่
++
เมื่อวันวาเลนไทน์ ทีม 4 ยอดกุมาร จัดเสวนาออนไลน์ “คนไทยไร้จน : ฝันเฟื่องหรือเรื่องจริง” เสนอทางออกให้คนไทยหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์แห่งความจน    

ไฮไลต์ของงานวันนั้นคือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งคลิปมาร่วมเสนอแนวทางแก้จน แบบ “ทักษิณสไตล์”     

“ทักษิณ” แจงว่า คลิปชุดนี้บันทึกไว้ในวันที่ 9 ก.พ.2564 ซึ่งตรงกับวันที่ทักษิณรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544    

20 ปีที่แล้ว ทักษิณอ้างว่า ได้ใช้แนวคิดแก้จน 3 หลักคือ 1.ลดรายจ่าย : สอนชาวบ้านทำบัญชีครัวเรือน เพื่อดูว่ารายจ่ายตรงไหนตัดได้บ้าง 2.เพิ่มรายได้ : มีโครงการ OTOP โดยรัฐบาลจะช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงหาตลาดให้ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.ขยายโอกาส : ให้คนจนสามารถตั้งตัวได้ และมีโอกาสเติบโตต่อไป    

ปูมาเต็ม เชียร์บ้านเอเอฟ

นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ทำให้คนไทย “หายเจ็บ” มาแล้ว และขอยืนยันว่า “คนไทยไร้จน” สามารถทำให้เป็นจริงได้ ถ้าผู้นำประเทศ “คิดล่วงหน้า ตามให้ทันโลก”    

“การศึกษาต้องปรับใหม่ ต้องทันโลก เพราะโลกยุคใหม่ไม่สนใจใบปริญญา สนใจแต่ skill (ความสามารถ) ดังนั้น ต้องให้ “เสรีภาพในการศึกษา” ผสมกับการเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปให้ถึงมือชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ หุ่นยนต์ต่างๆ เพราะโรงงานใช้หุ่นยนต์หมดแล้ว จะให้คนจนไปใช้แรงงานเป็นกรรมกรแบบเดิมไม่ได้ ต้องฝึกทักษะใหม่ทั้งหมด”    

ทักษิณย้ำว่า ถ้าไม่คิดตั้งแต่วันนี้ แม้แต่ชนชั้นกลาง ก็จะร่วงกลายเป็นคนจนในที่สุด

++
เถ้าแก่เนี้ยก็มา
++
หลังทักษิณ ชินวัตร โผล่มาขายฝันแก้จน อีกวันถัดมา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็โพสต์เฟซบุ๊กYingluck Shinawatra สนับสนุนโครงการบ้านเอเอฟการเมืองของเพื่อไทย    

“สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันเห็นข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม THINK – คิด เพื่อไทย ที่เสนอโครงการ ชื่อ ‘The Change Maker’ ดูแล้วน่าสนใจมาก..”    

อดีตนายกฯหญิงคนแรกของไทย บอกว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่ใกล้ชิดกับประชาชนก็ต้องหาวิธีที่จะสามารถช่วยกันผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาและข้อเสนอของประชาชน     

“ดิฉันขอถือโอกาสนี้สนับสนุนโครงการที่ตอบโจทย์ประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน ตอบสนองปรัชญาและแนวทางที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเช่นนี้ค่ะ และดิฉันอยากเห็นคนออกมาช่วยแสดงความคิดกันเยอะๆ เพราะถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันคิดและหาทางออกด้วยกัน เพื่อให้ประเทศของเราก้าวทันหลายๆประเทศเหมือนอย่างที่เราเคยเป็นมาในอดีตค่ะ”    

นี่เป็นครั้งแรกที่อดีตนายกฯ หญิง ได้ออกมาแสดงตัวเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเปิดเผย ต่างจากยุคที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งเก้าอี้ประธานยุทธศาสตร์พรรค    

ข่าวลือเรื่อง “คุณหญิงหน่อย” ต้องแยกวงไปสร้างรังใหม่ เพราะผู้หญิงทรงอิทธิพลนอกพรรค 2 คน ไม่พอใจอย่างแรง ก็น่าจะเป็นความจริง

Exclusive​ Interview​ เปิดปูมชายชาติทหาร “บิ๊กป้อม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458420

Exclusive​ Interview​ เปิดปูมชายชาติทหาร”บิ๊กป้อม”

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:38 น.

NationTV​ Exclusive​ Interview​ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(ตอน2)เกี่ยวกับชีวิตช่วงที่รับราชการเป็นทหารที่ต้องไปสนามรบ และความสามารถทางด้านกีฬา ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเคยเป็นถึงนักวิ่งเหรียญทอง 

รายการเนชั่นทันข่าวค่ำ สัมภาษณ์พิเศษ บิ๊กป้อม- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นตอนที่ 2 โดย“อัญชลี อริยกิจเจริญ” ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตทหารและความสามารถด้านกีฬา

# ให้เล่าชีวิตในช่วงที่เป็นทหาร เคยผ่านสนามรบอะไรมาบ้าง เพราะปัจจุบันทหารหลายคนไม่ค่อยได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับสนามรบ ในช่วงเป็นทหารวัยรุ่น

 จบไปก็ไปอยู่ชายแดน ไปอยู่ภูพาน เดินอยู่แถวนั้นประมาณ 8 เดือน แล้วก็สมัครไปเวียดนาม ก่อนจะไปก็ไปฝึกที่เมืองกาญจน์ 6 เดือน ตอนอยู่ชายแดน ปะทะกันเกือบทุกวัน ปี 2512 ก็ลำบาก เพราะขึ้น 15 วัน ลงมา 2 วัน พักแล้วขึ้นอีก 15 วัน แล้วก็เดินไปเรื่อยๆในภูพาน อยู่ประมาณ 8 เดือนได้ก็มาสมัครไปเวียดนาม ไปเวียดนามปีกว่า ประมาณ 13 เดือน ก็เป็นการรบที่แตกต่างกัน ระหว่างที่เวียดนามกับที่เมืองไทย โดยเมืองไทยใช้ยิงกัน แต่ที่เวียดนามมีอากาศยาน มาสนับสนุนช่วยเหลือ

 #ทำไมถึงสมัครใจไปที่เวียดนาม

 ผมจบมาเป็นทหารราบ ต้องทำการรบ และผมคิดว่าเราจะเป็นผู้ใหญ่ต่อไปในอนาคตต้องผ่านสนามรบทุกสนามที่เราสามารถจะไปได้ จึงสมัครไป ก็ไปรบนั่นแหละ สนามรบที่เวียดนาม การส่งกำลังบำรุงดีกว่าในประเทศไทย ประเทศไทยลำบากกว่า โดย 4 วันส่งอาหารที แต่ที่เวียดนามส่งกันทุกวัน

# มีเหตุการณ์ที่รู้สึกประทับใจกับการทำหน้าที่ทหาร

 มันเยอะมากเลยประทับใจเยอะมาก ต้องยิงกันอะไรกัน ต่อสู้กัน

#ในสนามรบต้องระวังตัวเองอย่างไร

 เราก็ต้องหลบน่ะสิ หลบไม่ให้โดนจะทำยังไง ต้องทำเป้าเราให้เล็กที่สุด ทำตัวเราให้เล็กที่สุด อะไรบังได้ก็บัง

#เสร็จจากตรงนั้นกลับมาได้อะไร

  ได้ประสบการณ์จากการอยู่ในสนาม อยู่กับลูกน้องอยู่กับเพื่อนฝูงอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชา ได้รู้ว่าคนเราเวลาอยู่ในสนามรบเป็นอย่างไร เวลาอดอยากเป็นอย่างไร เพราะกินนอนอยู่ในป่า

# อยากให้เด็กรุ่นใหม่หรือทหารใหม่ๆได้รู้ว่าเป็นอย่างไรเพราะเขาจะไม่มีประสบการณ์ในสนามรบ แบบนี้แล้วส่วนใหญ่มีแค่เหตุที่ภาคใต้

 ใช่ ภาคใต้ก็ยังมีอยู่นะ แต่ว่ามันก็ไปทางกับระเบิดอะไรพวกนี้มากกว่าที่จะมายิงกันเหมือนสมัยที่ผมเป็นเด็กๆ เป็นร้อยตรี

# ชีวิตทหารเด็กๆตอนนั้นลำบากไหม กว่าเราจะขึ้นมา

 โอ๊ย ลำบากมาก เราก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาอย่างนี้หรอก แต่เราเป็นทหารเราก็ต้องออกสนามรบ ทำเพื่อประเทศชาติใช่ไหม เราก็ทำตามนโยบายของรัฐบาล ให้เราทำอะไรเราก็ต้องทำตามนั้น เพราะเราอยากเป็นทหารเอง ไม่มีใครเขามานั่นเราหรอก เราสมัครและสอบเข้ามาเอง เราก็มาเป็นเอง ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเท่านั้น เป็นทหารเด็กๆมา ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นใหญ่อย่างนี้หรอก ใครจะไปคิดก็คนมันตั้งเยอะแยะ มันเป็น 3 เหลี่ยมใช่ไหม เติบโตขึ้นมา กว่าจะขึ้นมาถึงข้างบนนี้มันใช้เวลานานมากนะ แล้วต้องเหนื่อยมาก ต้องเหนื่อยมาก

 # เวลาขึ้นมาถึงข้างบนตำแหน่งมันจะน้อย

 ก็น้อยน่ะสิ ใช่ เราจะไปรู้ได้ไง การที่เราจะเติบโตขึ้น ก็ต้องดูว่าผู้บังคับบัญชาจะมองเราอย่างไร เราต้องทำตัวเราให้มีคุณค่าของการที่จะรับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชน รับใช้กองทัพ ผู้บังคับบัญชาเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดว่าเราควรจะเป็นอะไรต่อไป ไม่มีใครจะไปรู้หรอก รู้ดีเท่ากับตัวผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาเขาจะมองเราว่าเราดี เราไม่ดี เรานิสัยเป็นอย่างไร ทำงานเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

# สมัยท่านรองเป็นทหารเด็กๆ ที่เขาลงโทษ “หัวปักพื้น” ผ่านมาหมดไหม

 ผ่านหมดอ่ะ ทุกอย่างอ่ะ พวกนี้ (ชี้ไปที่ลูกน้อง) ก็เหมือนกัน ผ่านมาทั้งนั้นแหละ

# มันเป็นธรรมเนียมมาอยู่แล้ว

 ใช่ เขาไม่สั่งให้ไปตายหรอก เขาให้ทำตามคำสั่ง เขาฝึกให้คนอยู่ในคำสั่ง

# รู้สึกไหมว่าทำไมต้องให้ฉันทำแบบนี้ ทำไมต้องสั่งให้ทำอะไร

 ไม่มี เราก็อินไปกับการเป็นทหาร ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาว่าอะไรก็ตามนั้น เราเจอผู้บังคับบัญชาดีก็ดี เจอผู้บังคับบัญชาไม่ดีบางทีมันก็มีบ้าง แต่เราไม่เจอ ไม่เคยเจอ

 # เวลาที่เราขึ้นมาเป็นผู้บังคับบัญชา เราก็เลยไม่ทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ

 ไม่ทำ อะไรที่ผมเคยน้อยใจหรือเคยนั่น ผมก็จะไม่ทำกับผู้ใต้บังคับบัญชาเลย

#ตอนเป็นทหารเป็นนักกีฬาหรือมีกิจกรรมอะไร

 ก็เล่นฟุตบอล เล่นกับเพื่อน กรีฑาก็เล่น

 # มีรางวัลที่อวดคนอื่นได้

  อ้าว ก็วิ่งไง วิ่ง 100 เมตรนี่แหละ เคยได้เหรียญทองสมัยก่อนนะ

 # ไม่มีใครรู้ไงคะ หลายคนคงไม่ได้คิดว่าท่านรองฯ จะเป็นนักวิ่ง

  เป็นนักวิ่ง เป็นนักกีฬา เล่นฟุตบอล เล่นอะไรต่างๆ เป็นนักกีฬาโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว

 # ทุกวันนี้ออกกำลังกายลักษณะไหน

 ก็ออกในน้ำอย่างเดียว เดินในน้ำ ช่วยให้กำลังขาดีขึ้น ให้การทรงตัวมันดีขึ้น

 # หลายวันก่อน ที่มีนักข่าวถามท่านรองฯ บางคำถามแล้วเหมือนท่านรองฯ ไม่ได้ตอบ เดินไปเลย แล้วเดินลิ่ว ทุกคนก็เลยงงว่า ไหนว่าขาท่านรองฯ ไม่ค่อยดี

 ก็เดินไม่ไหวแล้ว มันใกล้นิดเดียว จากนั้นจะไปขึ้นรถ ก็เดินเร็วอ่ะสิ เฮ้อ จะไปงงอะไร ก็เดินใกล้นิดเดียวเอง ไม่ได้เดินไกลที่ไหน เดิน 3 ก้าว มันจะไปเดินยังไงล่ะ เฮอะ

ลาวกังวล ทางด่วนมรณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458413

ลาวกังวล ทางด่วนมรณะ

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:48 น.

ทางด่วนสายแรกของ สปป.ลาว กลายเป็นถนนสายมรณะ เกิดอุบัติบ่อย ทั้งชนวัว ชนควาย

เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก บนทางด่วนสายใหม่ “นครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง” ตำรวจลาวปวดหัว เพียงเปิดใช้ทางด่วนได้แค่เดือนเดียว เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ 11 ครั้ง มีทั้งเจ็บและตาย

ล่าสุด วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.2564 เมื่อเวลา 19.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนวัว บริเวณบ้านปากแรด เมืองนาซายทอง จุดทางเข้าด่านเก็บเงินนครหลวงเวียงจันทน์ ปรากฏว่า รถกระบะพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บ 2 ราย วัวตายคาที่

ที่น่าเศร้า ผู้เสียชีวิตเป็นพี่ชายและน้องสาว เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี กำลังเดินทางกลับบ้านที่บ้านปากแจ้ง เมืองเวียงคำ แขวงเวียงจันทน์ 

ขณะนี้ ทางญาติได้นำศพพี่น้องคู่นี้ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดปากแจ้ง และจะมีการฌาปนกิจศพในวันที่ 16 ก.พ.2564 

อุบัติเหตุบนทางด่วน เมื่อวันวาเลนไทน์

สองพี่น้อง เพิ่งจบปริญญาตรี เสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดแล้ว ทางด่วนลาว เวียงจันทน์-วังเวียง

ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดอุบัติเหตุรถชนสัตว์เลี้ยง บนทางด่วนสายใหม่ เนื่องจากชาวบ้านได้ปล่อยสัตว์เลี้ยงไว้ตามป่าข้างทาง ชาวบ้าน ทั้งวัว ควาย แพะ และสุนัข จึงฝ่าแผงกั้นเข้ามาเดินในเขตทางด่วนสายนครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง

ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 15 ม.ค.2564 ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนควาย บนทางด่วนสายใหม่ ใกล้จุดทางออกเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ ทำให้ควายตายคาที่ 5 ตัว และบาดเจ็บอีกหลายตัว ส่วนเจ้าของรถได้รับบาดเจ็บเช่นกัน 

พ.อ.คำเหล็ก ไซยะสิด รองหัวหน้ากรมตำรวจจราจร นครหลวงเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า นับแต่เปิดใช้ทางด่วน มาตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.2563 จนถึงปลายเดือน ม.ค.2564 ได้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนมากกว่า 10 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายกรณี 

สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุมาจากคนขับรถประมาท ขับรถด้วยความเร็วสูง และชาวบ้านปล่อยสัตว์เลี้ยงมาเดินเพ่นพ่านในเขตทางด่วน

พ่อแม่สุดเศร้า เสียลูกสองคนเพราะอุบัติเหตุรถชนวัว

อนึ่ง รัฐบาลลาวได้จัดพิธีเปิดทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์-วังเวียง อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธ.ค.2563 เป็นทางด่วนสายแรกของประเทศลาว

ทางด่วนสายนี้ มีจุดเริ่มต้นที่สามแยกสีเกิด นครหลวงฯ และปลายทางอยู่ที่เมืองวังเวียง 

ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโดย บริษัทร่วมทุนพัฒนาลาว-จีน กำหนดค่าบริการทางด่วน จากนครหลวงฯ ถึงวังเวียง ไปกลับ 1.3 แสนกีบ (1 บาท 334 กีบ) ถ้าขาเดียว 6.5 หมื่นกีบ 

ทางด่วนสายแรกของ สปป.ลาว มีความยาวทั้งหมด 109.1 ก.ม. ลงทุนในแบบ BOT โดยบริษัทก่อสร้าง-ลงทุนมณฑลยูนนาน ถือหุ้น 95% รัฐบาลลาว 5% ในนามบริษัทร่วมทุนพัฒนาลาว-จึน อายุสัมปทาน 50 ปี

เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458393

เจี๊ยบรู้ยัง 45 ปี “แก้วพิจิตร” ยึดเทศบาลเจดีย์ใหญ่

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:23 น.

“เจี๊ยบ นครปฐม” จ๋อย พ่ายเลือกซ่อม แพ้นายก อบจ. ก้าวหน้าถอดใจ หาคนมาแข่งตระกูล “แก้วพิจิตร” ไม่ได้

++
ปลายปีที่แล้ว จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ทายาทคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ ชนะศึกนายก อบจ.นครปฐม เก็บแต้มได้เกือบ 3 แสนคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งจากคณะก้าวหน้า นายสัตวแพย์ชัชวาล นันทะสาร ที่ได้แค่ 74,868 คะแนน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “เจี๊ยบ” เล่นโจ๊ก ขยี้บ้านใหญ่องค์พระ

เจี๊ยบ นครปฐม จากนักกิจกรรมสู่ ส.ส.    

ชัยชนะครั้งนี้ ทำให้ “บ้านใหญ่” นครปฐม เงยหน้ามองผู้คนได้เต็มตาอีกหน หลังตอนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พลาดท่าปราชัยให้พรรคอนาคตใหม่ชนิดเหลือเชื่อ    

ผลพวงจากบ้านใหญ่พ่าย ส่งผลให้“เจี๊ยบ นครปฐม” หรือ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (พรรคอนาคตใหม่) มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแม่ทัพสีส้มเมืองเจดีย์ใหญ่    

ผ่านไปไม่ถึง 2 ปี พรรคสีส้มก็ถูก “บ้านใหญ่สะสมทรัพย์” เอาคืน ทั้งสนามเลือกซ่อมเขต 5 และเลือกตั้งนายก อบจ. ดังนั้น เมื่อถึงคราวเลือกตั้งเทศบาล คณะก้าวหน้า นครปฐม จึงเงียบเป็นเป่าสาก

สุนทร แก้วพิจิตร หัวหน้ากลุ่มสันติธรรม

++
กลุ่มสันติธรรม
++
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครปฐม ปี 2564 ค่อยข้างเงียบเหงา มีเพียงกลุ่มสันติธรรม ลงสนามแข่งกับกลุ่มร่วมพัฒนา โดยไม่มีเงาคณะก้าวหน้า    

“ป๋าสุนทร” สุนทร แก้วพิจิตร วัย 89 ปี ก่อตั้ง “กลุ่มสันติธรรม” มาตั้งแต่ปี 2528 นำทีมลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครปฐม จนได้เป็นนายกเทศมนตรีหลายสมัย ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกชาย-เสรินทร์ แก้วพิจิตร เป็นนายกเล็ก    

8 ปีที่แล้ว ป๋าสุนทร หนุนหลานชาย “เอกพันธุ์ คุปตวัช” เป็นนายกเทศมนตรีนครนครปฐม และมาถึงสมัยนี้ จึงให้ “เสรินทร์” ลูกชายลงสนามอีกครั้ง    

กลุ่มสันติธรรม ยึดครองเทศบาลนครปฐม 45 ปี

ช่วง 2-3 ปีมานี้  “ป๋าสุนทร” ประธานสภาเทศบาลฯ ได้ทำงานเคียงคู่กับลูกชาย-เสรินทร์ เหมือนเป็นการประกาศล่วงหน้าว่า การเลือกตั้งนายกเล็กเมืองเจดีย์ใหญ่ครั้งต่อไป เป็นคิวของลูกชาย-เสรินทร์    

เป็นที่รู้กันในนครปฐม ตระกูล “แก้วพิจิตร” กับ “สะสมทรัพย์” จะแบ่งพื้นที่กันเล่นการเมือง โดย “ป๋าสุนทร” จะยึดเทศบาลนครนครปฐม เป็นฐาน ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. ก็ขอ “เขต 1” (อ.เมืองนครปฐม)    

ส่วนตระกูล “สะสมทรัพย์” จะเน้นสนาม อบจ.นครปฐม และเขตเลือกตั้ง ส.ส.รอบนอก ซึ่งเป็นสัญญาใจกัน ระหว่าง “ป๋าสุนทร” กับ “เสี่ยอ้อน ไชยา” ผู้ล่วงลับ    

เสรินทร์ แก้วพิจิตร อดีตนายกเล็กนครปฐม

ทุกวัน พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ลูกชายของป๋าสุนทร เป็น ส.ส.นครปฐม เขต 1 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดย “เสธ.แก้ว” พ.ท.สินธพ มาลงเล่นการเมืองแทนพี่ชาย สมพัฒน์ แก้วพิจิตร ที่เสียชีวิตไปแล้ว    

“สมพัฒน์” เป็น ส.ส.นครปฐม ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนามานาน ตอนแรก “สินธพ” ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก ก็ยังติดยี่ห้อชาติไทยพัฒนา แต่เลือกตั้งปี 2562 “เสธ.แก้ว” สินธพ ได้ย้ายสังกัดพรรคประชาธิปไัตย์ เพราะมีความสนิทสนมกับสาธิต ปิตุเตชะ เป็นการส่วนมานาน

เลือกตั้งเทศบาลนครเจดีย์ใหญ่ คงหนีไม่พ้นคนหน้าเดิม ซึ่งเจี๊ยบ นครปฐม ลูกสาวกำนันหัวโต ก็รู้ลึก รู้ดี จึงไม่วิ่งหาตัวแทนมาลงสนามให้เหนื่อยเปล่า