‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล ‘ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458362

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล’ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:00 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาล’ประยุทธ’ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปมความขัดแย้ง กลุ่มราษฏร ระวังมากที่สุด เหตุนอกสภาก่อความวุ่นวาย

ซินแสเข่ง ผ่าดวงทางตัน วิกฤติรัฐบาลประยุทธ ศึกอภิปลายไม่ไว้วางใจ และปมความขัดแย้ง กลุ่มราษฏร ระวังมากที่สุด เหตุนอกสภาก่อความวุ่นวาย เพราะดาวพระเคราะห์ยังตกดวงขัดแย้ง แตกแยก ภายใต้ดาวมฤตยู แต่ดาวเกตุกลับเสริมดวง นายกฯ เสริมพลังบุญฤทธิ์ให้มีกำลัง ฝ่าอุปสรรคคู่อริ ทำให้ศัตรูพ่ายอย่างไม่คาดคิด ถึงดวงจะกระทบบ้างจากแรงยุแหย่ ผู้ไม่หวังดี สร้างความวุ่นวายจากกลุ่มพวกนอกสภา ก่อความสับสน สร้างความไม่เข้าใจดื้อดึง เพราะดาวจรเข้าแทรก กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จึงเตือนรัฐบาลให้รอบครอบทั้งในสภา และนอกสภา เพราะจะถูกแรงกดดันกลั่นแกล้งและเบียดเบียนคุกคามบ้านเมืองให้ได้รับความเดือดร้อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ศึกอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ผ่าดวงแก้วิกฤติ ทางตัน  รัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในศึกอภิปรายครั้งนี้ ประเดิมปี 2564 ไตรมาสแรก แต่รัฐบาลประยุทธ์ ก็สามารถผ่านไปได้ฉลุย ตามดวงดาวที่วิเคราะห์ไว้ เพราะได้ดาวศุภฤกษ์ดาวศุกร์เสริมดวงนายกฯ และในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ก็เป็นเดือนที่ส่งเสริมในหน้าที่การงานให้สำเร็จ ถึงจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้ดี ทำให้ฝ่ายค้านอาจมีเหตุให้แตกคอ เพราะตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ ระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่กลายเป็นชนวน ท่าดีทีเหลว  

ศึกครั้งนี้ถือว่าเป็นจังหวะและโอกาศของรัฐบาล ที่ได้ดวงนายกฯ เสริมดวงแก้วิกฤติ ทำให้มีความมั่นคงคุมสถานการณ์ได้ ตลอด 4 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ก็ถือว่า ดาวศุกร์ช่วยเสริม วันที่ 17  อาจจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย  เพราะดวงเมือง ถูกเบียดเบียนด้วยดาวพระเคราะห์  ที่สร้างปัญหาความขัดแย้ง จากกลุ่มราษฏรนอกสภา ที่จะต้องระวัง เพราะจะถูกกดชะตาจากกลุ่มเดินเท้า  ที่จะสร้างความยุ่งยาก วุ่นวายให้เป็นอุปสรรค   ส่วนวันที่ 18   ก็สามารถพลิกสถานการณ์ ผ่านไปได้  แต่ต้องรอบคอบในการรับมือฝ่ายค้านและ  จากพรรคร่วมรัฐบาล  ในการแก้ไขร่วมการตัดสินใจ การเจรจา  ไม่ลงตัวจากผู้ไม่หวังดี และศัตรูปองร้าย ที่จะทำให้ เกิดความผิดหวัง จึงต้องเตือน ทั้งศึกใน  และศึกนอกสภา หรือ ปัญหาการปะทะ   ส่วนวันที่ 19  ส่งผลให้ รัฐบาลประสบความสำเร็จ มากขึ้น   ในการแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างเชื่อว่า  สามารถผ่านวิกฤติไปได้ด้วยดี  เพราะทั้งหัวและท้ายลงตัวได้หมด  อีกทั้งเดือนที่เกื้อกูลเอาชนะ ปัญหาต่างๆ ไปได้

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมถึง สถานการณ์ความเป็นไป ของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถึงแม้นจะเป็นเดือนที่ดุพอสมควรเพราะเป็นเดือนขาล แต่เป็นเดือนแห่งสิทธิของดวงเมือง ที่จะนำมาสู้กับปฏิปักษ์ และเสริมดวงผู้นำ ที่แก้ไขปัญหา ทำให้ฝ่าดวงวิกฤติคู่อริศัตรูได้ หากจะมีเหตุจากคนดวงตกสร้างแรงปะทะ ขัดแย้ง อิจฉาริษยา ไม่หวังดี มีโอกาศก่อความรุนแรง ปะทะ ที่อาจจะทำให้เกิดการเสียเลือดเนื้อได้ เพราะผู้ใหญ่ที่หลงผิด สร้างจุดแตกแยกให้เกิดการปะทะ รัฐบาลจึงต้องควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่ใช่นิ่งเฉย ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดการยืดเยื้อสถานการณ์อย่างไม่จบสิ้น

เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ” เข้มคุมอารยะขัดขืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458352

เสียงปืนแตก “ตั๊ดม่ะด่อ”  เข้มคุมอารยะขัดขืน

15 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:43 น.

ทหารมาแล้ว “มินอ่องหล่าย” ส่งรถหุ้มเกราะคุมม็อบอารยะขัดขืน จับตาเสียงปืนแตกที่คะฉิ่น คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ค่ำคืนวันวาเลนไทน์(14 ก.พ.2564) สถานการณ์ในเมียนมา เต็มไปด้วยความตรึงเครียด เมื่อ “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือกองทัพเมียนมา ส่งรถหุ้มเกราะล้อยาง และกำลังทหารเข้าประจำการในตัวเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวง เพื่อรักษาความปลอดภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เขย “ตานฉ่วย” ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

รถหุ้มเกราะ จอดที่หน้าธนาคารกลาง กรุงย่างกุ้ง

นอกจากนั้น ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในเมียนมา ได้แจ้งว่า จะมีการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ระหว่างเวลา 01.00 น. ของเช้าวันใหม่จนถึงเวลา 09.00 น.    

เวลาเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก People Media ได้อ้างข้อมูลจากกองทัพเมียนมาว่า ทหารจะออกมารักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนนอนหลับพักผ่อน และชุมชนสงบสุข    

สาเหตุที่ทหารเมียนมาเคลื่อนกำลังยามวิกาล สืบเนื่องจากวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.2564 ขบวนการต่อต้านการทำรัฐประหาร ได้รณรงค์ข้าราชการก่อการ Civil Disobedience  Myanmar (CDM) เต็มรูปแบบ เพื่อให้กลไกราชการเป็นอัมพาตทั้งประเทศ     

ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) ได้สั่งให้ข้าราชการที่หยุดงานได้กลับเข้าทำงานตามปกติ 

ชุมนุมวันที่ 10 หนุนอารยะขัดขืน

++
เรียกร้องอารยะขัดขืน
++
เวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.พ.2564 สัญญาณอินเตอร์เน็ต กลับมาใช้ได้ตามปกติ การชุมนุมต้านการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นวันที่ 10 โดยมีกลุ่มดารานักแสดง และประชาชนมารวมตัวกันที่หน้าแบงก์ชาติเมียนมา     

พวกเขาพวกเขาเรียกร้องให้ข้าราชการทุกคน มีส่วนร่วมในการยุติกลไกการบริหารทั้งหมด เพื่อล้มล้างระบอบรัฐประหาร    

เหนืออื่นใด นับแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมา นี่เป็นวันแรกที่มี “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือทหารเมียนมา ได้เข้ามาปฏิบัติการคุมฝูงชนแทนตำรวจ ในย่างกุ้ง, พะโค, มัณฑะเลย์, ตองจี, ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ     

รถทหารในเมืองมัณฑะเลย์

ก่อนหน้านั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ใช้กำลังตำรวจเข้ามาดูแลความสงบ ปรากฏว่า ตำรวจท้องถิ่นในหลายเมือง ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วง ด้วยเหตุนี้ กองทัพเมียนมา จึงต้องส่งกำลังทหาร พร้อมรถหุ้มเกราะ ออกสู่ท้องถนน    

องค์กร 88 Generation Peace and Open Society ภายใต้การนำของกลุ่มผู้นำนักศึกษา รุ่น 88 อย่างมินโกหน่าย และจิมมี่ พยายามย้ำหลักการต่อสู้สันติวิธี และเชื่อว่า “CDM อารยะขัดขืน เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้”    

ทั้งมินโกหน่าย และจิมมี่ มีบทเรียนจากการลุกขึ้นสู้ในปี ค.ศ.1988 พวกเขาและพรรคเอ็นแอลดีของอองซานซูจี ชุมนุมเรียกร้องให้มีประชาธิปไตย แต่การประท้วงครั้งนั้น จบลงด้วยการปราบปรามของกองทัพเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึงราว 5,000 ศพ     

ดังนั้น ชาวพม่าทุกชั้นชน และชาติพันธุ์ จึงลุกขึ้นสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี หนุนอารยะขัดขืนแบบเข้มข้นคือ ข้าราชการทุกคนลาออก พวกเขาได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือข้าราชการที่ลาออกไว้พร้อมแล้ว

สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้ารัฐคะฉิ่น

++
เสียงปืนแตก
++
เหตุการณ์การชุมนุมของประชาชนที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้า Bugar Electric Power เมืองมิตจีนา รัฐคะฉิ่น เพราะมีข่าวว่า ทหารเข้าไปประจำการที่โรงไฟฟ้า และอาจตัดกระแสไฟฟ้า ประชาชนออกมามาประท้วงที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้าเป็นเวลา 3 วันแล้ว    

สถานการณ์ตรึงเครียดตอนหัวค่ำวันที่ 14 ก.พ.2564 เมื่อทหารดำเนินกลยุทธ์สลายการชุมนุมรอบนอกโรงไฟฟ้า จากรายงานของสื่อท้องถิ่น The 74 Media, Myitkyina News Journal และ Kachinwaves มีเสียงปืนดังเป็นชุดๆ และประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีผู้สื่อข่าวถูกจับกุมตัวไป 5 คน คือ นักข่าวสำนักข่าว EPN 2 คน , The 74 Media 2 คน และ Mizzima  1 คน     

จนถึงเช้าวันที่ 15 ก.พ.นี้ สื่อท้องถิ่นในเมืองมิตจีน่า รายงานว่า นักข่าว 5 คนที่ถูกจับตัวไปยังไม่มีใครทราบว่าถูกนำตัวไปไว้ที่ใด    

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงปืนเงียบลง ประชาชนก็ยังปักหลักชุมนุม แต่ขยับห่างออกจากแนวรั้วโรงไฟฟ้า

‘เฮียบุ๊ง’ ไม่ทน เคลียร์ ‘อาชีวะ’ ปมการ์ดนอกแถว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458313

‘เฮียบุ๊ง’ไม่ทน เคลียร์ ‘อาชีวะ’ปมการ์ดนอกแถว

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:03 น.

ม็อบป่วนไม่เลิก “เฮียบุ๊ง” ขอนัดเคลียร์ “ขาใหญ่” อาชีวะ หวังขจัดปัญหาการ์ดแตกแถว

สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎร “นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนจะเคลื่อนพลที่ศาลหลักเมือง

สองทุ่มเศษ  อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่มราษฎร ประกาศว่า หากภายใน 7 วันนับจากนี้ ไม่มีสัญญาณว่าจะปล่อยเพื่อนเรา เราจะกลับมาเจอกันอีกภายใน 7 วัน คือวันที่ 20 ก.พ.2564 ถ้าเพื่อนเรายังไม่ออกมา เราจะประกาศศึกใหญ่กับรัฐบาลอีกครั้ง

หลังจากนั้น แกนนำราษฎรได้สั่งถอยรถเครื่องเสียง และยุติการชุมนุม ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลับบ้าน แต่ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง ไม่ยอมกลับ และขว้างปาก้อนหินใส่แถวตำรวจ มีเสียงดังคล้ายประทัด ตำรวจจึงเคลื่อนกำลังเข้าสลายการชุมนุมทันที

เมื่อสถานการณ์ความวุ่นวายยุติลง ปรากฏว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งฝั่งตำรวจ และมวลชนราษฎร ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุมบางส่วนที่ก่อเหตุความวุ่นวาย

“ม็อบ 13 กุมภา” ผ่านไปด้วยความวุ่นวาย แต่สงครามโซเชียลระอุเดือด มีเสียงโจมตีตำรวจว่า ทำร้ายประชาชน ขณะที่ฝั่งหนึ่งก็มองว่า มวลชนราษฎรก่อความวุ่นวายทำร้ายตำรวจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“โตโต้” โชว์เดี่ยว วิวาทะม็อบพม่า

ขอเคลียร์อาชีวะ

เมื่อบ่ายวันที่ 14 ก.พ.2564 “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร พ่อยกแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Pakorn Pornchewangkurn ว่า “อยากคุยกับตัวแทนอาชีวะครับ อยากหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในเรื่องของอาชีวะ ใครสามารถดีลให้ได้ จัดให้ทีครับ ขอเป็นคนที่คุยแล้วจบนะครับ ขอเป็นคนที่คุยแล้วสามารถไปบอกรุ่นน้องให้รับทราบได้ว่าอะไรควรไม่ควร มาคุยกันแบบลูกผู้ชายครับ พูดกันตรงๆไปเลย”

ทำไมต้องเคลียร์อาชีวะ? ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เฮียบุ๊งพูดถึงกลุ่มอาชีวะ ซึ่งเข้ามาร่วมชุมนุมตั้งแต่ปีที่แล้ว กระทั่งเกิดกลุ่มการ์ดอาชีวะหลายก๊กหลายก๊วน จนเกิดความขัดแย้งบ่อยครั้งในช่วงหลัง 

ปลายปี 2564 เฮียบุ๊งได้บอกให้ “เพนกวิน” ประกาศยุบการ์ดทุกกลุ่ม เพราะต้องการเคลียร์การ์ดอาชีวะที่มีหลายกลุ่ม โดยคัดกรองเอาอาชีวะบางกลุ่มไว้ 

เฮียบุ๊ง พยายามบอกสื่อมวลชนว่า ได้จัดระเบียบ “การ์ดราษฎร” โดยไม่เอา “การ์ดนอกแถว” เข้ามาสร้างความวุ่นวาย โดยการประกาศรับสมัครการ์ดใหม่ 

แม้จะตั้งชื่อว่า หน่วยสันติวิธี แต่ก็ห้ามคนนอก หรือกลุ่มอาชีวะอื่นเข้าร่วมชุมนุมได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล

ขอให้ยึดหลักการสันติวิธีเป็นหลักนะครับ ฝากสต๊าฟราษฎรเป็นหูเป็นตา ฝากผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคน เห็นใครพกประทัดพกอาวุธที่จะเป็นเหตุนำให้ไปสู่ความรุนแรง ก็ช่วยกันแจ้งช่วยกันเตือนนะครับ ความรุนแรงที่ไม่จำเป็นมันไม่ใช่เรื่องเท่ ดูแลลูกหลานดูแลกันและกันไม่ให้เจ็บตัว..”

เหมือนรู้ปัญหา เฮียบุ๊ง จึงโพสต์ดักคอไว้ ตั้งแต่ตอนเช้าวันเสาร์ (13 ก.พ.2564) 

เฮียบุ๊ง

อาชีวะฝ่ายขวา

ด้าน “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ ได้อธิบายเหตุการณ์คืนวันที่ 13 ก.พ.2564 เนื่องจากการ์ดวีโว่ ได้อยู่แถวหน้านั้นเช่นกัน ก่อนจะสรุปว่า “ทั้งหมดทั้งมวลจากการสอบถามข้อเท็จจริงทุกคนในที่เกิดเหตุทั้งหมด และจากการที่ผมเฝ้าสังเกตนั้น ผมค่อนข้างแน่ใจว่ามันไม่ปกติแน่ๆ คาดว่าเกิดการแทรกแซงโดยมือที่สาม หรือกลุ่มจัดตั้งอันธพาลที่มาในรูปของมวลชนกลุ่มหนึ่งแฝงอยู่ในม็อบ สอดประสานกับ อันธพาลอีกกลุ่มที่รอดักซุ่มทำร้ายประชาชนอยู่ในเส้นทาง”

โตโต้ เชื่อว่า มีกลุ่มจัดตั้งอันธพาลแฝงตัวเข้ามาในม็อบ และคอยป่วนสถานการณ์ 

 “หลังจากนี้หวังว่าทางแกนนำทุกๆกลุ่มจะได้นำบทเรียนครั้งนี้ไปหาทางแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการก่อนที่จะนำม็อบครั้งต่อไป ปัญหานี้จะไม่จบ”

 จริงๆแล้ว การ์ดวีโว่ ก็ตกเป็นเป้าโจมตีจากการ์ดคนเสื้อแดง เพราะมีหลายครั้ง ที่การ์ดวีโว่เป็นคนสร้างสถานการณ์เสียเอง

โตโต้

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง – คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458307

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:17 น.

“โหรฟองสนาน” เปิดคำทำนาย เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน

โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายในบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 363 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เกณฑ์เมือง-คนคล้ายไปหาปลาแต่จะเจอขุมทองแทน (หาได้ด้วยตัวเอง-ตามที่แนะนำในบทความนี้)

ภาพจักรราศีเมษ-มีน

พระเสาร์จร (7-เลขอารบิก) เดินอยู่ในราศีมังกร ทับพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) ของท่านที่ตั้งอยู่ในราศีมังกรตั้งแต่เกิดหรือ เล็งใส่พระราหู (๘-เลขไทย) ของท่านที่สถิตอยู่ในราศีกรกฎตั้งแต่เกิดหรือทำมุมพิเศษถึงพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) ของท่านที่สถิตราศีมีนหรือท่านที่มีพระราหูดวงเดิม (๘-เลขไทย) สถิตในราศีตุลย์ตั้งแต่เกิด

“พี่เคยทำนายไว้” คุณตู่วรวรรณ ธาราภูมิ มิ่งมิตรสะกิดมาทางไลน์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อปรากฏข่าวบริษัทลูกของบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ PTTEP ประสบความสำเร็จในการขุดเจาะหาก๊าซธรรมชาติแหล่งนอกชายฝั่งมาเลเซียพบหลุ่มใหญ่ที่สุดตั้งแต่บริษัทนี้เคยพบมา

ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนก็ขอย้อนไปลอกคำทำนายดวงชะตาเมืองที่ให้ไว้ตั้งแต่ 18ธันวาคม 2563 ในบทความแม่หมอสมัครเล่นที่ 355 ความว่า…

5.4 ไม่ว่าจะแบกภาระหนักขนาดไหน ใครมาเป็นรัฐบาลก็จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคได้ มีขุมทองให้ขุด-หา เพียงแต่จะหาพบหรือไม่ทั้งจากประเทศที่เป็นแขก-จีน-พลังงาน-แก๊ส-ของเก่า-ทรัพย์ในดินสินในน้ำ(พระเสาร์จร7ถึงพระราหูดวงเดิม๘) ถ้าเป็นชะตาคนก็เหมือนไปหาปลาเจอขุมทองตามโฉลก..จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา ตำนานหนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา พบแท่นธนสาร์ ตรุรัตนะขุมทอง..และ

5.5 ตลอดทั้งปีรัฐบาลไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสพากันร่ำรวย ถึงแม้เคยมีปัญหาอุปสรรคก็จะแก้ไขได้….นี่คือคำทำนายครั้งนั้น

ส่วนข้อมูลการพบครั้งนี้คือบริษัทลูกของปตท.สผ.ไปร่วมทุนร้อยละ 42.5 กับบริษัทคูเวตปิโตรเลียมฯ มาเลเซียและบริษัทปิโตรนาสชาริกาลี สำรวจหาแก๊ส-น้ำมันในโครงการซาราวักเอสเค 410 บี ที่นอกชายฝั่งซาราวักของมาเลเซียประมาณ 90 กิโลเมตร พอเจาะหลุมที่ชื่อว่าลัง เลอ บาร์-2 ผลคือพบแก๊สมากที่สุดตั้งแต่บริษัทลูกนี้ของปตท.สผ.เคยพบมา

ข้อมูลในฐานะอดีตนักข่าวสายพลังงานผลต่อประเทศของการพบครั้งนี้คือความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศโดยรวม พูดง่าย ๆ คือประเทศจะมีก๊าซใช้ และก็ต้องหาต่อไปอีกเรื่อย ๆ ส่วนผู้ถือหุ้นของทั้งปตท.และปตท.สผ.ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ย่อมมีส่วนได้ประโยชน์ด้วย รวมทั้งกระทรวงการคลังที่ถือหุ้นใหญ่ แต่สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนอยากไขขานคือตามหลักโหรเอาอะไรมาทำนายอาการไปหาปลาเจอขุมทองของบริษัทที่เป็นมือไม้ของเมือง

สำคัญกว่านั้นที่อยากบอกคือคนทุกลัคนาราศีถ้าเข้าข่ายเกณฑ์นี้ก็มีโอกาสเจอขุมทองตามระดับวาสนา เพียงแต่รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามเรื่องราวของแต่ละคนที่มีระยะจะเกิดขึ้นระหว่าง 5 ธันวาคม 2563 – มีนาคม 2566 ดังนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โหรฟองสนาน” เผยดวงเมือง รอด-สู่สภาวะจะฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย

1. โชคของเมืองจากปตท.สผ.เกิดจากพระเสาร์จรที่แทนด้วยเลข7 (เน้นว่าเลขอารบิก) ที่กำลังเดินอยู่ในราศีมังกร ทำมุมพิเศษถึงพระราหูดวงเดิมของเมืองที่แทนด้วยเลข ๘ ไทยที่สถิตอยู่ราศีมีนรออยู่ตั้งแต่เมืองถือกำเนิดมา ทำให้มีแนวโน้มเกิดโชคตามโฉลก..เสาร์(จร)ถึงราหู(ดวงเดิม)จักชำนะศัตรู ประสิทธิโชคชัยยา ตำนานหนึ่งหญิง จรสุ่มประสงค์ปลา พบแท่นธนสาร์ ตรุรัตนะขุมทอง.. ที่ราศีมีนที่พระราหูดวงเดิม๘ของเมืองตั้งอยู่นี้เป็นขอบเขตของเมืองชายทะเล-ทะเล-ปากอ่าวที่น้ำไหลลงทะเล นอกจากการพบครั้งนี้แล้วผู้เขียนเชื่อว่าเราจะพบทรัพย์ในดินสินในน้ำหรือทะเล หรือชายทะเลอีกมากไปถึงประมาณมีนาคม 2566 เช่นที่ผ่านมาคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ พบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลกสรินธรเน่และคอร์นิกีร่าที่แสมสารและหมู่เกาะแถวพัทยานำมาก่อนแล้ว ไม่นับรวมสัตว์ทะเลหายากที่โผล่มาที่ทะเลไทยเป็นระยะ ๆ

2. ไม่เพียงแต่ชะตาเมืองเท่านั้น แต่คนทุกลัคนาราศีหากผูกดวงชะตาแล้วมีพระราหูดวงเดิมที่แทนด้วยเลข๘ (เน้นว่าเลขไทย) อยู่ในราศีมังกร หรือราศีมีน หรือราศีกรกฎ หรือราศีตุลย์ตั้งแต่เกิด ถือว่ารองรับโชคจากพระเสาร์จร 7 (เน้นว่าเลขอารบิก) ซึ่งเป็นคู่มิตรกันในรอบนี้ไปถึง 1 มีนาคม 2566 เลยทีเดียว อาการคือหาแล้วได้มากกว่าที่คิด-หา
แต่การได้หรือจะได้นี้ก็ต้องแสวงหาเช่นบริษัทลูกของปตท.สผ.ก็เที่ยวร่วมทุน(เพื่อลดขนาดความเสี่ยงหากสำรวจแล้วไม่พบ) สำรวจขุดเจาะไปทั่วหลายแหล่ง พบบ้าง ไม่พบบ้าง แล้วก็มาโป๊ะเช๊ะพบมากที่สุด(ขุมทอง) ช่วงพระเสาร์จร 7 ถึงพระราหูดวงเดิม(๘)นี่เอง มีข่าวแว่วมาว่าทางมาเลย์ฯเองก็สงสัยว่า ”พบได้อย่างไร”

ส่วนการที่จะรู้ว่าพวกท่านมีพระราหูดวงเดิม(๘) รับโชคจากพระเสาร์จร(7) รอบนี้หรือไม่ให้ทำตามที่เคยบอกไว้นานแล้ว(วิธีผูกดวงชะตา) ดังนี้
2.1. เข้าไปที่ http://www.payakorn.com ขอบพระคุณเจ้าของเว็ป
2.2. ดูด้านซ้ายมือ-กดเลือกรายการผูกดวงฉบับย่อจากรายละเอียดที่เรียงกันอยู่ ซึ่งจะใช้ผูกดวงชะตาพวกท่าน(หาลัคนา-ตำแหน่งดาวที่เป็นแผนที่ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย)ที่แสนสะดวก
2.3. ป้อนวัน-เดือน-ปี-เวลาตกฟากและจังหวัดที่เกิดของพวกท่านลงไป โดยไม่ต้องสนใจอย่างอื่นมากกว่านี้เพราะจะได้ไม่สับสน แล้วกด ok จากนั้นดวงชะตาของพวกท่านจะปรากฎบนหน้าจอ
2.4. ให้สนใจไปที่เฉพาะเลขไทยที่อยู่วงกลมด้านใน ดูไปที่เลข ๘ คือพระราหูดวงเดิมของพวกท่านหากตรงกับตำแหน่งในรูปที่แสดงไว้ถือว่าเข้าเกณฑ์นี้
2.5. หรือถ้างงให้ดูรูปหน้าจอ แล้วอ่านตัวหนังสือฝั่งที่เขียนว่า-ดวงกำเนิด-ก็ได้ โดยให้ดูบรรทัดที่เขียนว่า 8.ราหู หากต่อจากนั้นเขียนว่าราหูอยู่ มังกร หรือมีน หรือกรกฎ หรือตุลย์ ถือว่าเข้าข่ายนี้
ขอให้ท่านที่มีพระราหูดวงเดิม๘รองรับพระเสาร์จร 7 โชคดีในการตามหาปลา-ขุมทองตามระดับวาสนาของแต่ละคนไปถึงมีนาคม 2566

แต่ถ้ามีเกณฑ์ร้ายแทรกเข้ามาจากเกณฑ์นี้(มีอีกหลายเกณฑ์)ระวังเดือดร้อนเพราะเพื่อน ท่านที่ไม่ให้จากเกณฑ์นี้ก็ยังมีจากเกณฑ์โหรอื่นๆ-ส่วนเกณฑ์นี้หลัง1มีนาคม2566จะเคลื่อนไปสู่ท่านอื่นที่มีราหูดวงเดิ(๘)รองรับ-เมื่อพระเสาร์ย้ายราศี

โหรฟองสนาน จามจันทร์
12กุมภาพันธ์ 2564

ย้ำแค้น พท.เช็คบิล ‘บูรณุปกรณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458287

ย้ำแค้น พท.เช็คบิล’บูรณุปกรณ์’

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:13 น.

โดน “ชินวัตร” รุกไล่ ตระกูล “บูรณุปกรณ์” เหลือเพียงเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นที่อยู่ที่ยืนสุดท้าย

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” นับเป็นตระกูลเก่าแก่สายหนึ่งของเชียงใหม่ แม้จะมีประวัติความเป็นมาไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่า “ชินวัตร” 

“นายใช้” เดินทางจากเมืองจีนมาปักหลักอยู่เชียงใหม่ เปิดร้านขายของชำชื่อ “ซิมชุ่ยไช้” อยู่ย่านกาดหลวง กับนางจิตรา และมีลูกๆ 11 คน ช่วยเหลือกิจการของร้านเล็กๆ แห่งนั้นประกอบ ด้วย 1.ชัยทัศน์ บูรณุปกรณ์ 2.พรทัศน์ บูรณุปกรณ์ 3.สมจิตร บูรณุปกรณ์ 4.สมพร สุวรรณธนาทิพย์ 5.สมร พาณิชย์พิศาล 6.ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ 7.อารีย์ อุดมศิริธำรง 8.วิชิต บูรณุปกรณ์ 9.วิไล บูรณุปกรณ์ 10.บุญเลิศ  บูรณุปกรณ์ 11.ปกรณ์ บูรณุปกรณ์

พ.ศ.นี้  อาณาจักรธุรกิจของตระกูล “บูรณุปกรณ์” ยิ่งใหญ่มากน้อยเพียงใด คนเชียงใหม่ทราบดี ห้วงเวลา 20 ปีมานี้ “บูรณุปกรณ์” เติบโตทางธุรกิจและการเมือง 

ปลายปีที่แล้ว บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้นำกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นความปราชัยที่ “บูรณุปกรณ์” รู้ดีว่า ลึกๆ พวกเขาสู้กับ “ทักษิณ ชินวัตร” พ่วงด้วยเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ต้นปีนี้ ในสังเวียนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม (บูรณุปกรณ์) บริหารเทศบาลแห่งนี้มา 5 สมัย ได้ส่ง “อัศนี บูรณุปกรณ์” ลูกชายของประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ลงสู้ศึกป้องกันแชมป์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 

ที่มั่นสุดท้าย

เทศบาลนครเชียงใหม่ มีพื้นที่ 40.216 ตารางกิโลเมตร ข้อมูลในปี 2551 มีประชากรในเขตเทศบาล 148,477 คน โดยยกฐานะเป็นเทศบาลนครแห่งแรกของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2478

ในรอบ 20 ปีมานี้ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ในรอบ 16 ปี ประกอบด้วย ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ (ปี 2541-2543) ,บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ (ปี 2543-2550), เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ (ปี 2550 -2552) และทัศนัย บูรณุปกรณ์ (ปี 2552-2563)

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ครั้งสุดท้าย (3 พ.ย.2556) ทัศนัย บูรณุปกรณ์ ลูกชายของพรทัศน์ บูรณปกรณ์ ชนะคู่แข่ง ธิดารัตน์ ศิริวิทยากร ได้เป็นนายกเล็กเชียงใหม่สมัยที่ 2 

ปลายปี 2561 “ทัศนัย” แถลงข่าววางมือทางการเมือง ไม่ขอลงสมัครนายกเล็กอีกสมัย พร้อมกันนั้น ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ ประกาศจะลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่แทนหลานชาย

ระหว่างนั้น ประพันธ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีฯ ทำงานคู่กับ “อัศนี” ลูกชายที่มีตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีฯ ในทำเนียบเจดีย์ขาวหรือเทศบาลนครเชียงใหม่ หลังการปราชัยของบุญเลิศ ตระกูล “บูรณุปกรณ์” จึงตัดสินใจส่ง “อัศนี” ลงสนามนายกเล็ก และเดินเกมหาเสียงแบบอนาล็อก เคาะประตูบ้าน ไม่ใช้สื่อโซเชียล

สองพ่อลูก สู้เพื่อศักดิ์ศรีตระกูล บูรณุปกรณ์

เพื่อไทยคึกคัก

หลัง พิชัย เลิศพงศ์อดิศร (ชื่อเดิม-ชูชัย) โค่นแชมป์เก่าได้เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ ทำให้พรรคเพื่อไทย มีความฮึกเหิมยิ่งในสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 

กลุ่มเพื่อไทยนครเชียงใหม่ เปิดตัว “เฮียหน้อย” ชาตรี เชื้อมโนชาญ ลงสมัครนายกเล็กเชียงใหม่ ด้วยความมั่นใจ เพราะเขาเดินหาเสียงคู่กับ “ทนายก้อง” พิชัย มาตั้งแต่ปี 2560 

“เฮียหน้อย” เริ่มเข้าสู่การทำงานการเมืองท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2538 และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ปี 2542 เป็นรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในสมัยของทัศนัย บูรณุปกรณ์ เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 

ศึกเจดีย์ขาว(เทศบาลนครเชียงใหม่) เป็นสนามเล็ก มีพื้นที่ 40 ตารางกิโลเมตร ต่างจากสนาม อบจ.เชียงใหม่ ที่กว้างใหญ่ไพศาล

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” ย่อมได้เปรียบ “เฮียหน้อย” เพราะยึดครองทำเนียบเจดีย์ขาวมานาน แถมหนนี้ มีตัวแปร “คณะก้าวหน้า” มาชิงฐานเสียงคนรุ่นใหม่ ทำให้ค่ายเพื่อไทย ต้องทำงานหนักขึ้น

จะถึงขั้นขอเสียงจาก “คนแดนไกล” เหมือนตอนเลือกตั้ง อบจ.หรือไม่? น่าลุ้นมาก

เฮียหน้อย มั่นใจสูง ชนะแน่ ย้ำแค้นตระกูล บูรณุปกรณ์

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ ‘พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458270

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน

14 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:09 น.

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน

ซินแสเข่ง‘ วิเคราะห์เหตุ’พิธีกรรมอุตริวิชามาร’ จิตวิตถารในการประกอบพิธีนอกลู่ให้เกิดความเพี้ยนในจิตคน ประกอบพิธีสาปแช่งศักดินา เหตุเพราะอยู่ในห้วงของดาวมฤตยูที่มีอุบาทคน กระทำการกระทบเทียบเบื้องสูงของสถาบันฯ กระทำการไม่อยู่ในประเพณี ของคนคิดนอกลู่หน้าศาลหลักเมืองของกลุ่มแกนนำ เตือนระวังภัยอาถรรย์ร้ายทำให้วิบัติตน บ้านเมืองที่จะรับเคราะห์ และประชาชนที่จะได้รับความเดือดร้อน เพราะเล่นของสูงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองทำลายความเชื่อถือโดยใช่เหตุ ครั้งที่สองหลังปักหมุดในสถานที่โบราณสถาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

ซินแสเข่ง อาจารย์ชมทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ถึงสาเหตุการกระทำของเมื่อคืนวันที่ 13 กพ.2564 เวลา 19.00 น. กลุ่มแกนนำ 3 นิ้ว กระทำการพิธีกรรมไสยาศาสตร์ ประกาศชัยชนะ หน้าศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร โดยให้ 4 แกนนำมีครูใหญ่อรรถพล และพยาบาลณัฏฐธิดา กับพวก เพื่อกระทำการ ประกอบพิธี สาปแช่ง เทน้ำลงพื้น เหมือนพิธีกรรมหลวง ในอดีตของ พิธีกษัตริย์ ในสมัยโบราณ เพื่อาปแช่งให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ทำให้ราษฏรได้รับชัยชนะ ไม่ใช่ศักดินา และสาปแช่ง ให้พวกศักดินาจงพินาศ และประชาราษฏร จงเจริญ  ซึ่ง เป็นการกระทำผิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน และในเทวสถาน ที่ไม่ใช่ของเล่นในการประกอบพิธีหลวงหากไม่ใช่พิธีกรรมที่ถูกต้องตามประเพณี เป็นความคิดของคนจิตคิดวิตถารที่ดื้อดึงเอาของสูงของแผ่นดินมาเล่นกัน และรัฐบาลเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องปกป้อง เพราะมีผลต่อราษฏรของประเทศ กระทำการให้เกิดเภทภัยของแผ่นดิน สะสมรอวันระเบิด ให้เกิดอาถรรย์บ้านเมืองเกิดความระส่ำระส่าย ก่อการกบฏเหตุเกิดจลาจลบ้านเมืองไม่สงบ บุคคลเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลว แล้วก็ทิ้งเหตุไปดื้อๆเฉยๆ จนทำให้กลุ่มอารมณ์ค้างขว้างปาระเบิดปิงปอง ให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ การกระทำเช่นนี้สร้างความอัปมงคลให้แก่บ้านเมือง เพราะขาดการยอมรับภายใต้กฏเกณท์ ของคนร้อนวิชาต้องเอาพิธีกรรมเข้ามาแทรกการเรียกร้องประชาธิปไตย ที่หาเหตุผลไม่ได้ ของคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ คนจิตวิปริต และมักจะกระทำการเยี่ยงพ่อมดหมอผี เกี่ยวกับจิตวิญญาณ หรือ เทพเทวดาสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งที่ตนเองไม่ได้อยู่ในสถานะของผู้ดำเนินการ หรือมีความรู้ถึงเกตุ ( ๙ ) ที่จะกระทำการในด้านพิธีกรรมอันเป็นมงคลของพิธีกรรมหลวง

ซินแสเข่ง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศเมียนมาร์ กลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องไปในฐานะประชาชน เพราะประเทศเมียนมาร์ จะเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง และไม่มีการยุ่งเกี่ยวพิธึกรรม ทั้งที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมากมาย การสาปแช่ง โดยใช้วาจา ในการกล่าวถึงผู้มีศักดินาไม่ใช่มีผลต่อรัฐบาล หรือสถาบันสูงสุดของประเทศชาติ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อ พวกผู้ดีไฮโซ คนมีเงินบรรดากลุ่มพ่อค้า คหบดีผู้มี ผู้ที่อยู่ในฐานะ มีอันจะกินที่จะได้รับความเดือดร้อนจากการสาปแช่ง ส่งผลให้ พ่อค้าคหบดี  ผู้ได้รับการแต่งตั้งได้รับยศฐาบรรดาศักดิ์ ผู้ที่มีความร่ำรวย มั่งคั่ง หรือเป็นเศรษฐี ที่จะได้รับ วิบากกรรม ที่กลุ่ม แกนนำ ราษฎร สาปแช่งไว้

รังสิตสะท้าน ‘ลูกบิ๊กแจ๊ส’ ชนแชมป์ ‘กลิ่นกุสุม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458241

รังสิตสะท้าน’ลูกบิ๊กแจ๊ส’ ชนแชมป์ ‘กลิ่นกุสุม’

13 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:22 น.

ขอทำสถิติใหม่ “แจ๊ส..ผู้ฆ่ายักษ์” เดินหน้าส่งลูกชาย “โบว์ลิ่ง” โค่นตระกูล “กลิ่นกุสุม” ยึดนครรังสิต

++
    จากทุ่งหลวงรังสิต เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว สู่การเป็นแหล่งผลิตข้าวป้อนเมืองหลวง และเปลี่ยนเป็นชานเมืองที่รองรับโรงงานอุตสาหกรรม และบ้านจัดสรร 
    ถนนพหลโยธิน ที่ก่อสร้างในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำมาซึ่งตลาดรังสิต ปี 2510 และตลาดสุชาติ ปี 2520
    เมื่อกรุงเทพมหานคร มีอายุครบ 200 ปี ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ทั่วประเทศ จึงเกิดตลาดและหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ตามมาด้วยตลาดสี่มุมเมือง โรงพยาบาลธัญญารักษ์ สนามมวยรังสิต ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และสถานที่สำคัญอื่นๆ 
    ในแง่การปกครองท้องถิ่น ชุมชนรังสิต ได้ยกระดับเป็นสุขาภิบาล ต.ประชาธิปัตย์ เทศบาล ต.ประชาธิปัตย์ จนปัจจุบันเป็นเทศบาลนครรังสิต 

++
ตระกูล “กลิ่นกุสุม”
++
    สำหรับการเมืองท้องถิ่น ชาวรังสิตคงจะไม่มีใครไม่รู้จักครอบครัว “กลิ่นกุสุม” ที่บริหารนครรังสิตมายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น
    “เดชา กลิ่นกุสุม” ลูกชายพ่อค้าแม่ค้าร้านโชห่วยตลาดคลองหนึ่ง ในฐานะนักธุรกิจจัดสรรที่ดิน และเจ้าของสวนส้ม ได้เข้าสู่การเมืองท้องถิ่น เริ่มจากการเป็นคณะกรรมการสุขาภิบาล,ประธานสุขาภิบาลประชาธิปัตย์ และนายกเทศมนตรีตำบลประชาธิปัตย์ เมื่อเข้าสู่ยุคเทศบาลเมืองรังสิต “เดชา” ก็เป็นนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต 3 สมัยติดต่อกัน
    การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครรังสิต วันที่ 24 ก.ค.2554 ตระกูล “กลิ่นกุสุม” ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวรังสิต โดยการลงสมัครชิงนายกเทศมนตรียกครอบครัว
    ผลการเลือกตั้ง ธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม(ลูกชาย) ได้ 8,528 คะแนน ชนะเดชา กลิ่นกุสุม(บิดา) ได้ 5,852 คะแนน ธีรวุฒิได้เป็นนายกนายกเทศมนตรีนครรังสิตคนแรก
    จริงๆแล้ว ธีรวุฒิ เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต ในสมัยพ่อเดชาเป็นนายกฯ ตรงกันข้าม เมื่อธีรวุฒิเป็นนายกฯ เดชาก็มาเป็นรองนายกฯ 
    ปี่กลองเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหม่ดังขึ้น “เดชา” ตัดสินใจลงป้องกันแชมป์แทนลูกชาย เนื่องจากเจอคู่แข่งไม่ธรรมดา 

           สองพ่อลูก ตระกูล “กลิ่นกุสุม”

++
ทายาทบิ๊กแจ๊ส
++
    ชัยชนะของ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เหนือชาญ พวงเพ็ชร์ ในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองปทุมฯ
    “ชาญ” เติบโตมาจากบ้านใหญ่ “หาญสวัสดิ์” ได้ยึดครอง อบจ.ปทุมธานี มา 3 สมัย สร้างอาณาจักรใหม่ที่ใหญ่กว่าหาญสวัสดิ์ 
    ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า “บิ๊กแจ๊ส” จะโค่นชาญลงได้ เมื่อกำชัยชนิดหักปากกาเซียน อดีตนายตำรวจคนดัง จึงพุ่งเป้าไปที่เทศบาลนครรังสิต ของบ้านใหญ่ “กลิ่นกุสุม” 

         บิ๊กแจ๊ส นายก อบจ.ปทุมธานี ฝันยึดนครรังสิต 

    ในนามกลุ่มคนรักปทุม “บิ๊กแจ๊ส” ส่งลูกชาย “ดร.โบว์ลิ่ง” ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง ลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมชูแคมเปญ “รังสิตไม่แช่แข็ง ปทุมฯต้องเปลี่ยน”

          ดร.โบว์ ลูกชายบิ๊กแจ๊ส

    เทศบาลนครรังสิต ไม่ต่างอะไรกับเขตดอนเมือง สภาพทางสังคม ไม่เหลือเค้าความเป็นสังคมเกษตรกรรม 
    ที่สำคัญ บิ๊กแจ๊สต้องการสร้างสถิติใหม่ ล้ม “ชาญ พวงเพ็ชร” สำเร็จแล้ว หากโค่น “เดชา กลิ่นกุสุม” ก็ต้องยกให้เป็น “แจ๊สผู้ฆ่ายักษ์” ตัวจริง 

‘ทอน’ ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ ‘บ้านใหญ่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458228

‘ทอน’ ถอย เทศบาลกร่อย ไม่สู้ ‘บ้านใหญ่’

13 กุมภาพันธ์ 2564 – 15:15 น.

จืดสนิท “ธนาธร” หาคนอาสาสู้ศึกเทศบาลไม่ได้ “บ้านใหญ่” ยังเหนียวแน่น คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    เงียบผิดปกติ แทบไม่มีความเคลื่อนไหวของผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ในนามคณะก้าวหน้า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ ปลายปีที่แล้ว 
    ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เคยให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งในระดับเทศบาลที่จะมีขึ้น คณะก้าวหน้าจะส่งคนลงสมัคร เช่น เทศบาลนคร ในเขตที่เป็นตัวเมืองสำคัญ เราตั้งความหวังเอาไว้ 
    มาถึงวันนี้ ความฮึกเหิม ความคึกคักแบบการเลือกตั้ง อบจ.หายไป จากที่คณะก้าวหน้าเคยส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด กลับลดลงเหลือแค่ 4-5 จังหวัด 

++
ปักธงเมืองนนท์
++
    เมื่อเร็วๆนี้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปนนทบุรี เพื่อร่วมเปิดทีมผู้สมัครนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาฯ ทั้ง 6 แห่ง
    เริ่มจาก ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ตามมาด้วยวิรุฬห์ นันทภูษิตานนท์ ,วราธ์ โมรัฐเสถียร ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง, ปรีติ เจริญศิลป์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางพลับ, สรศักดิ์ พึ่งฉิม ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบ้านบางม่วง และอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางสีทอง

      ธนาธร และไพบูลย์ ลงพื้นที่ปากเกร็ด

    เหตุที่คณะก้าวหน้า นนทบุรี มีความพร้อม มีความมั่นใจ คงต้องย้อนไปดูผลเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธงชัย  เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ได้ 193,992 คะแนน ตามมาด้วย ไพบูลย์  กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้า 137,222 คะแนน 
    แม้จะแพ้เลือกตั้ง แต่เห็นตัวเลขคะแนน 1.3 แสนแล้ว คณะก้าวหน้า นนทบุรี มีกำลังใจ และพร้อมที่จะสู้ต่อไป จึงจัดทีมผู้สมัครนายกเล็กมาแต่ปลายปีที่แล้ว
    ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ชิงนายกเล็กปากเกร็ด เป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรก ลงสมัคร ส.ส.เขต 4 นนทบุรี (อ.ปากเกร็ด) และครั้งที่ 2 นายก อบจ.นนทบุรี
    ไพบูลย์ จะสมหวังหรือไม่? คนปากเกร็ดคือผู้ให้คำตอบ 

++
ลุ้นหาดใหญ่
++
    เมื่อส่องไปดูแฟนเพจเฟซบุ๊คสาขาของคณะก้าวหน้า พบอีก 3 จังหวัดคือ จ.สงขลา ,จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา ที่มีการเปิดตัวผู้สมัคร “นายกเล็ก” อย่างมีความหวัง
    ที่สร้างความประหลาดใจให้กับคอการเมืองสงขลา เมื่อ “ประยูร วงศ์ปรีชากร” ลงสมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่
    ประยูร วงศ์ปรีชากร ประธานผู้ก่อตั้งหอการค้าจังหวัดสงขลา และอดีต สท.หาดใหญ่ ที่คลุกคลีกับการเมืองท้องถิ่นมานาน ในนามทีมเกียรติภูมิ แถมยัง สมบูรณ์ พงศ์เลิศนภากรณ์ เจ้าของธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ท มาช่วยหาเสียงด้วย

        ประยูร คหบดีหาดใหญ่ 

    ขึ้นไปภาคเหนือ “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง ข้าราชการชำนาญการ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลาออกจากราชการ มาร่วมกับเพื่อนตั้งกลุ่มเชียงใหม่กว่า เตรียมลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
    คณะก้าวหน้า เชียงใหม่ เห็นหน่วยก้านดี จึงไปเจรจาให้ “เหมา” เจ้าพ่อคราฟท์เบียร์เชียงใหม่มาลงสมัครในสีเสื้อก้าวหน้า

          เฮียเหมา คนดังเชียงใหม่

    ส่วนภาคอีสาน “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” อดีตรองประธานสภาเทศบาลนครราชสีมา ลงสมัครนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในนามคณะก้าวหน้า 
    นอกนั้น ก็มี ยุทธเดช ศรีพรหมทัต” ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ต.พรรณานคร จ.สกลนคร และบัญชา จันทศรี ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ต.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 
    ความปราชัยทั้ง 42 จังหวัด ในสนามเลือกตั้ง อบจ. ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ไม่เสนอตัวมาเป็นผู้สมัครนายกเล็ก ในนามคณะก้าวหน้า 
    เนื่องจากพวกเขาเห็นแล้วว่า ชื่อ “ธนาธร” ไม่ขลังเหมือนเลือกตั้งปี 2562 แถมข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบัน ก็เป็นตัวฉุดรั้งคะแนนนิยม

เปิดใจครั้งแรก ‘บิ๊กป้อม’ กับชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล -พรรคพลังประชารัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458182

เปิดใจครั้งแรก’บิ๊กป้อม’ กับชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล -พรรคพลังประชารัฐ

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 22:18 น.

รายการเนชั่นทันข่าวค่ำ Exclusive talk บิ๊กป้อม- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปิดใจครั้งแรกทุกคำถามที่สังคมอยากถาม ทั้งชีวิตนักการเมือง -สัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.-แจงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล และกับพรรคพลังประชารัฐ

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ให้สัมภาษณ์พิเศษเปิดใจเป็นครั้งแรกในรายการเนชั่นทันข่าวค่ำ ในทุกคำถามที่สังคมอยากรู้ อยากถามกับ “อัญชลี อริยกิจเจริญ” ผู้ดำเนินรายการ 

ทั้งเรื่องชีวิตนักการเมือง ความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป. รวมถึงข้อกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์หน้าและอนาคตทางการเมืองนับจากนี้ จะอยู่ช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปถึงเมื่อไหร่

# อยากให้ท่านเล่าความผูกพัน พี่น้อง 3 ป. (  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทำไมถึงรักกันมาก

ก็เราอยู่ด้วยกันมาตลอดนะ ผมมาเป็นผู้บังคับกองร้อย อนุพงษ์เป็นรองผู้บังคับกองร้อย ประยุทธ์เป็นผู้หมวด ก็อยู่ในกองร้อยเดียวกัน แล้วก็กินนอนด้วยกัน แล้วก็อยู่ด้วยกันมาตลอด ก็รู้จักนิสัยใจคอซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ก็คบกันมา รู้ว่าทั้ง 2 คน มีนิสัยเป็นยังไง

#เคยโกรธกันไหม

ไอ้โกรธมันจะไปโกรธกันยังไง ไม่เคยโกรธกันเลย ทะเลาะกันอย่างนี้หรือ  จะทะเลาะกันเรื่องอะไร

# อาจจะคุยกันแล้วความเห็นไม่ตรงกัน หรือน้อยใจนิดนึง

อันนี้มันเป็นเรื่องความเห็น เดี๋ยวนี้ก็เป็นความเห็นไม่ตรงกัน มันไม่มีปัญหาหรอก แต่ไม่ได้เอามาอารมณ์มาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของเหตุผลที่เราจะคุยกัน

#ท่านรอง(พล.อ.ประวิตร)เคยให้สัมภาษณ์อยู่หน้าตึกที่ทำเนียบ แล้วนายกฯเดินออกมาก็เดินมาแซวท่านรอง คว้าไมค์นักข่าวมาถามท่านรองว่าท่านมีอะไรจะพูดไหม แล้วนายกฯก็หัวเราะเอง ท่านรองก็หัวเราะ ทำให้คนเห็นว่าเป็นความสนิทกันของพี่กับน้อง

สนิทกัน สนิทกันมาก ก็เราอยู่นอนบ้านเดียวกัน โตมาด้วยกัน เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ก็คุยกันมา ก็สนิทสนมกันมาตลอดทั้งสามคน

# ไม่มีปัญหากันเหมือนที่เวลาเขาเขียนข่าว ในทำนองท่านรองน้อยใจนายกฯ งอนกัน

โอ๊ยไม่มี ไปเขียนเองทั้งนั้นน่ะ เขียนเองทั้งนั้น ไม่มีหรอกผมจะไปน้อยใจอะไร เราก็รู้ตัวว่าขณะนี้เราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเขาทำงานคนละแบบ เขาเป็นผู้บังคับบัญชา เขาก็มีอำนาจสั่งการเอง จะเอายังไงก็เขาเป็นผู้รับผิดชอบใช่ไหม เราก็เป็นผู้ปฏิบัติเพราะฉะนั้นไม่มีอะไรหรอก ไม่มีงอนหรอก ไม่มีทะเลาะกัน ทุกคนแหละ ป๊อกก็ไม่มี

#วันนี้มีอะไรเป็นห่วงท่านนายกไหม

 ไม่ห่วงอ่ะ เขาทำงานเต็มที่ ที่นักข่าวเขียนผมว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งนั้น

#อย่างเช่น ยังไงคะ

อ้าวทุกเรื่องอ่ะ เรื่องอะไร เรื่องเขาทำงาน เขาเสียสละทุกอย่างนะเขาเสียสละให้กับประเทศชาติให้กับประชาชน เขาเสียสละทุกเรื่อง ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ห่วง อย่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถามมาก็ตอบไป เรื่องจริงเป็นยังไงก็ตอบไป ก็ไม่เห็นมีอะไร เพราะเราไม่มีทุจริตไม่มีอะไรต่างๆเลย

#ท่านรองรู้สึกอย่างไรกับข้อกล่าวหาที่ถูกหาว่า ท่านรองเป็นผู้มีอิทธิพล

เป็นผู้มีอิทธิพลนี่หมายถึงอะไร เป็นผู้ที่มีมือปืนหรือ มีบ่อนการพนันหรือ ผมก็ไม่เคยไปยุ่งอะไรแต่ผมมีลูกน้องเยอะ เติบโตมาเป็นผู้หมวด ผู้กอง ผู้พัน ผู้การ ผบ.พล แม่ทัพ ลูกน้องเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วผมเป็นคนสนิทกับลูกน้อง ลูกน้องเขามาหา ผมไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร เขาก็มาหา มาเยี่ยมเยียน ทุกคนที่ผมรู้จักภายนอกก็เหมือนกัน ก็มาหากันทั้งนั้นแหละ แล้วผมเป็นผู้มีอิทธิพลยังไง แล้วหน้าที่ผมไม่มีอะไร หน้าที่ผมก็ช่วยเหลือนายกฯในการทำงานให้ลุล่วงทุกเรื่องที่ผมสามารถพูดได้

#ก็จะได้เคลียร์ตรงนี้เพราะหลายคน จะมีข้อกังขาเเบบนี้

กังขาเรื่องอะไร ไม่เห็นน่ากังขาเลย

                   https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNationtankhao%2Fvideos%2F420237435724464%2F&show_text=false&width=560

# ท่านรองอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน มีหลายคนอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ท่านรองจะวางมือหรือว่าจะพัก

 ก็ไปไม่ไหวก็เริ่มพัก “ตู่”ออกก็พัก

 #แต่ถ้าท่านนายก อยู่ต่อยาวก็..

 ถ้านายกอยู่ต่อ เขาอยากให้ผมช่วย ผมก็ช่วย คืออยู่ที่”ตู่” ข่าวนี้อยู่ที่เขา เขาก็รู้ว่าสภาพร่างกายผมเป็นยังไง

 #ทุกวันนี้ถ้าให้ท่านรองประเมิน สภาพร่างกายของตัวเองในการทำงาน มีกี่เปอร์เซ็นต์

ผมทำงานด้านสมอง ทำงานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทำงานด้านร่างกายได้สัก 50-60% มั้ง

# ตอนนี้มีผลงานอะไรที่อยากจะทำแต่คิดว่ามันยังไม่เสร็จ

 ก็ทำงานให้กับประชาชน ให้อยู่ดีกินดีทำเรื่องที่ดิน ทำเรื่องน้ำ ทำเรื่องหนี้นอกระบบ เรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชน ค้ามนุษย์ เรื่องประมงผิดกฎหมาย เรื่องพวกนี้ผมทำมาทั้งนั้น แล้วก็ยังทำอยู่

#เวลาที่ท่านรองไปแจกโฉนดคืนชาวบ้านเรื่องหนี้นอกระบบ เวลาที่ชาวบ้านมากอด มาร้องไห้ ขอบคุณรู้สึกอย่างไร

ก็ดีใจกับเขา ที่เขาได้โฉนดคืน ก็ยังบอกเขาเลยว่าได้ไปแล้วอย่าไปจำนองอีกนะ สำคัญที่สุด กว่าจะได้คืนมาบางคนเป็น 10 กว่าปี บางคน 3 ปี บางคน 5 ปี บางคน 8 ปี บางคนทีเดียวแล้วไม่มีเงินผ่อนเป็นหนี้เยอะมาก หนี้นอกระบบ ผมทำมาเป็นหลายหมื่นคน แล้วทุกวันนี้ก็ยังทำต่อ

 # มีอะไรที่อยู่ในใจ อยากจะทำอยากจะพูดอะไรไหม

 ไม่อยากจะพูดแต่อยากเห็นประชาชนอยู่ดีกินดี อยากเห็นประเทศชาติ เลิกทะเลาะกัน ให้นักข่าวเขียนข่าวดีๆ เขียนแต่เรื่องความจริง ไม่ไปเขียนไปถามให้เขาตีกัน…

#เคยคิดไหมว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 ไม่เคยไม่เคยคิดมันตกกระไดพลอยโจน

#ตอนนี้ก็ตกมานานเเล้วเหมือนกัน ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง

ก็เฉยๆ ผมก็พร้อมที่จะออกด้วย พร้อมที่จะเป็นต่อ แล้วแต่ลูกพรรค

ไม่มีหรอกคิดไปเองทั้งนั้นปั่นป่วน คนเดียวบางทีพูดอะไรนิดหน่อยก็เอาแล้ว เกิดแตกแยกในพรรค โอ๊ย เขียนอย่างนี้ไม่ได้ประโยชน์ ใช่ไหม ได้ประโยชน์ไหม พรรคมีสามก๊ก มันใครกันสามก๊ก มีที่ไหนสามก๊ก มีก๊กเราก๊กเดียวนี่แหละ พลังประชารัฐไม่มี

#ถ้าเทียบการทำงานระหว่างชีวิตความเป็นทหารกับชีวิตการเป็นนักการเมือง เป็นรองนายกรัฐมนตรีมา อันไหนลำบากกว่ากัน

คือผมชอบการเป็นทหาร แล้วก็คิดว่าจบจากเป็นผบ.ทบ.แล้ว ก็จะไม่เล่นอะไรแล้ว แต่ก็ต้องตกกระไดพลอยโจน ก็ป๊อก ตู่ นี่แหละ ให้ผมเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย เชียร์อย่างเดียวเลยตั้งแต่ปี 51 แล้ว เป็นมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

# มีโอกาสที่ท่านรองจะกลับไปดูแลกระทรวงกลาโหมอีกไหม

ไม่ไปแล้วเดินไม่ไหว ก็ผมเดินไม่ไหว แล้วเขาต้องแต่งเครื่องแบบกัน เดินผมแย๊กๆอยู่คนเดียว น่าเกลียดนะ

#ทุกวันนี้ภาระที่เป็นรองนายกก็เยอะอยู่แล้ว  

เยอะอยู่แล้ว

#ใน 1 วัน มีเวลาพัก ที่เป็นส่วนตัวของตัวเองเยอะไหม

 ตอนนี้แขกมันเยอะนะ มีทั้งนักการเมือง มีทั้งคนที่มารู้จัก คนที่มาหา ก็อย่างนี้ก็หาว่าผู้มีอิทธิพล เขาก็มาเล่าเรื่องอะไรของเขา มาคุยให้ฟัง ผมแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แก้ไม่ได้ก็ไม่เเก้ ก็ทำไปตามธรรมดานี่แหละ

# รู้สึกอย่างไรเวลาที่มีปัญหา ทุกคนก็จะวิ่งเข้าหาท่านรองก่อน เพราะคิดว่าพึ่งพาท่านรองได้

 ก็นี่ไงหาว่าผมเป็นผู้มีอิทธิพล  ที่มาก็มาหาให้ผมช่วยทั้งนั้นแหละ  อย่างนี้ผู้มีอิทธิพลยังไง หา

#น้อยใจกับคำนี้ไหม  

ไม่น้อยใจ มันก็เขียนไปอย่างนั้นแหละ

#คือเจออะไรมาเยอะแล้ว เลยไม่ค่อยรู้สึก

ไม่ค่อยรู้สึกอ่ะเพราะผมผ่านประสบการณ์อะไรมาเยอะ ก็รับราชการมา 55 ปี ตั้งแต่ร้อยตรีจนกระทั่งเป็นอย่างนี้ 55 ปีนะ

โอกาสฟื้น 5% เหยื่อ ตร.พม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/458163

โอกาสฟื้น 5% เหยื่อ ตร.พม่า

12 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:26 น.

เนปิดอว์วิปโยค “นักศึกษาวัย 20 ปี” เหยื่อกระสุนตำรวจ โอกาสรอด 5% พี่สาวลั่นโค่นเผด็จการให้ได้

++
    สืบเนื่องจากกรณีตำรวจปราบจลาจลสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง และมีการใช้กระสุนยางยิงใส่ฝูงชนในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2564 ปรากฏว่า มีหญิงสาวชาวเมียนมาที่เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงคนหนึ่งถูกกระสุนจริงยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะนี้อาการโคม่าและแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2564 สำนักข่าว Irrawaddy ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการของนักศึกษาหญิงชื่อ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย (Ma Mya Thwet Thwet Khine) อายุ 20 ปี ซึ่งเธอออกมาร่วมชุมนุมการก่อรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ในกรุงเนปิดอว์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงตอบโต้ และถูกยิงด้วยกระสุนเข้าที่บริเวณศีรษะ บาดเจ็บสาหัส 

            มะเมียะ เทว็ตเทว็ต ข่าย นักศึกษาวัย 20 ปี

    ต่อมา โรงพยาบาล 1000 เตียง ในกรุงเนปิดอว์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย อยู่ในห้องไอซียู มีอาการเกิดภาวะสมองตาย และโอกาสที่จะฟื้นมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น 

           ตำรวจพม่าที่ยิงปืนใส่เธอ

    เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2564 พี่สาวของ มะ เมียะ เทฺว็ต เทฺว็ต ข่าย ให้สัมภาษณ์กับ Irrawaddy ว่า “ฉันจะยังคงต่อสู้กับเผด็จการทหาร เพื่อเป็นการชดเชยความทุกข์ของน้องสาว ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนในชาติต่อสู้กับเผด็จการทหารต่อไป จนกว่าจะขุดรากถอนโคนเผด็จการสำเร็จ” 

             นาทีวิกฤต ของนักศึกษาหญิงพม่า เมื่อ 9 ก.พ.64

    พี่สาวของเธอยังบอกว่า เดือน มี.ค.นี้ ก็เตรียมฉลองวันเกิด อายุย่าง 21 ปี แต่ไม่คิดว่า น้องสาวจะต้องพบกับความโหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้