มิงกะลาบา ดาราพม่า ชู 3 นิ้วลงถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457831

มิงกะลาบา ดาราพม่า ชู 3 นิ้วลงถนน

9 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:14 น.

ทัพดาราพม่าลุยต้านเผด็จการ ลงถนนชู 3 นิ้ว เพรียกหาประชาธิปไตย ปล่อยอองซานซูจี  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ได้ขยับจากโซเชียลลงสู่ท้องถนน “ม็อบ 3 นิ้ว” ฉบับพม่าเบ่งบานไปทั่วประเทศ ทั้งย่างกุ้ง, พะโค, มัณฑะเลย์, ทวาย, ตองจี, มิตจิน่า ฯลฯ รวมถึงเมืองหลวงใหม่-เนปิดอว์    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

ดาราพม่า ลงท้องถนนต้านเผด็จการ

ปรากฏการณ์ลุกขึ้นสู้ในย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2564 มีชาวพม่าออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการรัฐประหารนับหมื่นคน ที่แยกเลดัน ย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง    

ย่านเลดัน ถนนอินเส่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงบนท้องถนน ตั้งแต่วันเสาร์ ยาวมาถึงวันจันทร์ ซึ่งในคลื่นมวลชนสีแดง ก็มีดาราพม่า ได้ออกมาชูแผ่นกระดาษที่มีข้อความว่า “We Want Democracy”, “Justice for People of Myanmar”, “Free Aung San Suu Kyi”, “We Want Our Leader” และ “Civil Disobedience Movement CDM”    

มีดาราบางคนได้จับโทรโข่งสีแดงไฮด์ปาร์ค เรียกร้องให้ปล่อยซูจี และให้กองทัพเมียนมาถอยกลับไป คืนประชาธิปไตยกลับมาโดยเร็ว

RZar Ni นักร้องดังของพม่าก็มาร่วมชูสามนิ้ว

++
ดาราอารยะขัดขืน
++
นับแต่มีการทำรัฐประหาร โดยกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 แวดวงคนบันเทิงชาวพม่าจำนวนหนึ่ง ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนเฟซบุ๊คส่วนตัว เป็นภาพชูนิ้ว พร้อมข้อความ “สนับสนุนอองซานซูจี”     

ขณะเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก Myanmar Celebrity ได้กลายเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวการต่อต้านทางการเมืองอย่างสันติ หรืออารยะขัดขืน ของกลุ่มคนบันเทิงไปในทันที    

เช้าวันที่ 8 ก.พ.2564 มีกลุ่มนักแสดง นักร้อง ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ที่หน้าบ้านพักของอองซานซูจี แถวริมทะเลสาบอินยา ชานเมืองย่างกุ้ง ในนามสมาคมภาพยนตร์เมียนมา ก่อนจะเคลื่อนไปร่วมชุมนุมกับชาวพม่าที่แยกเลดัน    

Khar Ra นายแบบดัง จับโทรโข่งไฮด์ปาร์คต้านเผด็จการ

ท่ามกลางคลื่นมหาชน Khar Ra นักแสดงนายแบบและนักร้องชาวพม่าเชื้อสายฉาน-จีน จับโทรโข่งปราศรัยเรียกหาความยุติธรรม และ Paing Phyo Thu อดีตแพทย์ฝึกหัดที่กลายเป็นนักแสดงหญิงชาวพม่าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง ก็กระโดดมาจับโทรโข่งโจมตีเผด็จการทหารเช่นกัน    

นักแสดงหญิง Myat Noe Aye ที่ประกาศว่า แบรนด์ใดที่เผด็จการเป็นเจ้าของ เราจะไม่รับงานถ่ายโฆษณาหรือแสดงภาพยนตร์ให้    

“ผู้คนกำลังออกไปสู่ท้องถนน และการประท้วง #CivilDisobedienceMovement จะดำเนินต่อไป”     

R zarni สุดยอดนักร้องแนวป็อบร็อคชาวพม่า ได้ร่วมชุมนุมต้านเผด็จการบนท้องถนน พร้อมโพสต์ภาพชู 3 นิ้ว ติดแฮทแท็ก #FreeBurma #FreeDawAungSanSuuKyi  #Wewantjustic #democracy #RZarNi     

Myat Noe Aye ก็จับโทรโข่ง ปราศรัยเหมือนกัน

++
สู้เผด็จการ
++
จริงๆแล้ว ดารานักแสดงชาวพม่าที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ศรัทธาในตัวอองซานซูจี และพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (NLD) พวกเขาเติบโตมาในยุคที่เมียนมาเปิดประเทศ    

ถ้าย้อนไปดูการหาเสียงเลือกตั้งปี 2558 ดารานักแสดง นักร้องชาวพม่าบางกลุ่ม ได้ปรากฏตัวบนเวทีหาเสียงของพรรค NLD อย่างเปิดเผย ส่วนการเลือกตั้งปี 2563 ไม่มีเวทีปราศรัย เพราะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด แต่ดาราเหล่านั้น ก็เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นภาพซูจีแทน    

ส่วนดารานักแสดงที่สนับสนุนพรรคการเมืองอื่นก็มี อย่างพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่สนับสนุนอดีตผู้นำทหารพม่า ซึ่งมักจะเป็นนักแสดงรุ่นเก่า ที่มีชื่อเสียงสมัยเมียนมาปกครองโดยคณะทหาร    

ไม่แปลกใจที่จะเห็นนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง Poe Mamhe Thar ได้โพสต์อินสตาแกรมว่า Fuck Military Coup เรียกร้องให้นานาประเทศ ช่วยเข้ามาแก้ไขต่อสถานการณ์การเมืองที่คุกรุ่นในเมียนมา    

นายแบบ Paing Takhon ที่มีแฟนคลับเป็นคนไทยมากมาย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เราเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลก สหประชาชาติ และสื่อต่าง ๆ ทั่วโลก ช่วยเหลือประเทศของเรา ผู้นำของเรา และประชาชนชาวเมียนมา เราต้องการประชาธิปไตยและเราต้องการให้ประเทศของเราพัฒนาเฉกเช่นประเทศเพื่อนบ้านของเรา”    

การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมารอบใหม่ เพิ่งเริ่มยกแรก และยังต้องสู้กันอีกหลายยก เพราะระบอบทหารได้ฝังรากลึกมายาวนานกว่าครึ่งค่อนชีวิตคน

เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457778

เขย ‘ตานฉ่วย’ ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

8 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:09 น.

อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมียนมาในวันที่ “ม็อบต้านเผด็จการ” บานเต็มประเทศ เมื่อลูกเขยนายพลตานฉ่วย ออกมาชู 3 นิ้ว

คลื่นอารยะขัดขืน ต่อต้านการทำรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง มีการชุมนุม ทั้งหัวเมืองใหญ่ และเมืองหลวงของกลุ่มชาติพันธุ์ 

โดยเฉพาะเมืองหลวงใหม่ กรุงเนปิดอว์ ที่กองทัพเมียนมา คาดไม่ถึงว่า จะมีผู้ชุมนุมออกมาแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตย คัดค้านอำนาจเผด็จการทหารจำนวนมาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.2564 มีการชุมนุมใหญ่ในย่านเลดัน กรุงย่างกุ้ง ปรากฏว่า ดร.เนย์ โซหม่อง ได้ไปร่วมแสดงพลังสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ได้โพสต์ภาพ “ชู 3 นิ้ว” ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Dr.Nay Soe Maung ทำให้ชาวโซเชียลแชร์หน้าเฟซบุ๊คของเขาอย่างมากมาย

เหตุที่ ดร.เนย์ โซหม่อง นายกสมาคมศึกษาการพัฒนา และประธานสหพันธ์การเดินป่าและปีนเขาแห่งเมียนมา ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่พม่า เพราะตัวเขาเป็นบุตรเขยของ นายพลตาน ฉ่วย อดีตผู้นำเผด็จการทหารเมียนมา เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) 

ดร.เนย์ โซ หม่อง  แต่งงานกับ จีจีฉ่วย บุตรสาวของนายพลตาน ฉ่วย มีลูกชาย 1 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผ่าม็อบพม่ารุ่น 88 – มินอ่องหล่าย

ดร.เนย์ โซหม่อง

นักปั้นมือทอง

ในตำนานจอมเผด็จการเมียนมา นายพลเนวิน ปั้นนายพลตาน ฉ่วย จนเป็นใหญ่คับประเทศ นายพลตานฉ่วยปั้นนายพลมินอ่องหล่าย จนกลายเป็นผู้นำรัฐประหารใน พ.ศ.นี้

ปี 2535 พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย ก่อการรัฐประหาร และได้ประกาศว่า “ทหารพม่าจะยึดอำนาจไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น” แต่ก็ปิดประเทศยาวนาน 21 ปี 

นายพลตานฉ่วย ปลุกปั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ตั้งแต่นายทหารคุมกองทัพระดับภาค จนขยับขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองทัพ และเริ่มการปฏิรูปประเทศเมียนมา 

ปี 2551 เมียนมามีรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้ง นายพลตานฉ่วย ค่อยๆถอยไปเป็น “ผู้เล่นหลังฉาก” โปรโมตนายพลเต็งเส่ง เป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง

ปี 2558 นายพลตานฉ่วย  ไฟเขียวให้อองซาน ซูจี จัดตั้งรัฐบาล หลังได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง 

นายพลตานฉ่วย คนปั้นนายพลมินอ่องหล่าย

จากศัตรูมาเป็นมิตร

สมัยที่นายพลตาน ฉ่วย ทรงอำนาจในเมียนมา จัดว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับอองซานซูจี แต่ด้วยสถานการณ์การเมือง ซูจีก็เคยพบกับนายพลตานฉ่วย มาสองสามครั้งในช่วงที่เมียนมา ถูกนานาชาติกดดันให้เป็นประชาธิปไตย

หลังเลือกตั้งปี 2558 เนย์ ฉ่วย ธเว อ่อง หลานชายนายพลตานฉ่วย มาพบอองซานซูจี โดยนำสารมาส่ง และมีการตั้งข้อสังเกตว่า นายพลตานฉ่วยส่งหลานชายมาเป็น “ทูตพิเศษ” ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก

หลานชายนายพลตานฉ่วย อ้างคำพูดของอดีตจอมเผด็จการ ว่า “ท่านนายพลตานฉ่วยบอกอองซานซูจี ว่ามันเป็นความจริงว่าเธอจะเป็นผู้นำอนาคตของประเทศ และท่านจะสนับสนุนอย่างสุดความสามารถของท่าน”

กลางปี 2563 อดีตพลจัตวาเต็ง นัย บุตรเขยของนายพลตานฉ่วย เสียชีวิต ปรากฏว่า อองซาน ซูจี รัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาร์ ส่งจดหมายแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายพลตานฉ่วย

เรื่องดังกล่าว แกนนำรัฐบาลเอ็นแอลดี ระบุว่า เป็นย่างก้าวไปสู่การปรองดองแห่งชาติ มันเป็นการแสดงมารยาทของซูจีที่ทางพรรคเห็นด้วย และยังแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เคืองแค้นและไม่คิดจะแก้แค้น ทั้งที่ นายพลตานฉ่วย เป็นคนสั่งกักบริเวณซูจี นานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2535-2554 

ปัจจุบัน นายพลตานฉ่วย ยังมีชีวิตอยู่ และการที่ ดร.เนย์ โซหม่อง ออกมาชู 3 นิ้ว สนับสนุนพลังคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่โจษขานของคนพม่าอย่างกว้างขวาง

ซูจึ ยังถูกกักขังอยู่ที่เนปิดอว์

กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457705

กระบี่คู่ใจ “แม้ว-มิ้ง” ปั้น ทรท.ภาค 2 

8 กุมภาพันธ์ 2564 – 07:31 น.

ปลุกผีไทยรักไทย “หมอมิ้ง” นำทีมคนหน้าเดิม โจทย์ใหญ่ต้องชนะ “เด็กทอน”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
นับแต่กลุ่มแคร์เข้ามาช่วยงานพรรคเพื่อไทย ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด เมื่อเปิดตัวโครงการ “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (people-centric) ผ่านกิจกรรม “แฮกกาธอน” (Hackathon) หรือการสร้างนวัตกรรมแบบเร่งด่วน มาใช้ในการพัฒนาทางการเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง
 


หมอมิ้ง ในภารกิจใหม่

โครงการนี้จะคัดเลือกผู้สนใจ 100 คน เข้าร่วมกระบวนการออกแบบนโยบายร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมลงพื้นที่จริงกับ ส.ส. ในพื้นที่ ร่วมสร้างโปรเจคทดลอง เพื่อแก้ปัญหาระดับชาติได้จริงในอนาคต    

ประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงการ The Change Maker เป็นอีกก้าวหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยจะ Disrupt ตัวเอง เปลี่ยนแปลงการทำงานของพรรคอีกครั้ง โดยโครงการนี้จะได้บุคคลและนโยบายใหม่ๆ มาพัฒนาประเทศ     

โครงการทดลองข้างต้นนี้ เหมือนย้อนไปสมัยที่พรรคไทยรักไทย เพิ่งตั้งไข่ ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำในสิ่งที่พรรคการเมืองทั่วไปไม่ทำ คือ การตั้งทีมคลังสมอง คิดค้นนโยบาย และการเลือกเฟ้นเลือดใหม่เข้ามาสู่การเมือง    

โจทย์ใหญ่ของเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่แข่งขันกับพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย หากแต่เป็นพรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย 

++
หมอมิ้งมาแล้ว
++
ภารกิจดิสรัปต์เพื่อไทย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รับบทที่ปรึกษาด้านหลักสูตรโครงการ The Change Maker     

หมอมิ้งเป็นหนึ่งในทีมคลังสมอง ที่ปั้นพรรคไทยรักไทย ร่วมกับทักษิณ ชินวัตร จึงสรุปว่า 20 ปี พวกเขามีเคล็ดลับครองใจประชาชน 3 ชุด ได้แก่ คน คิด เคลื่อน โดยพรรคไทยรักไทย ได้รวบรวมบุคคลที่มีความสามารถ มุ่งมั่น ร่วมกันคิดเสนอนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาที่ทำได้จริง     

ICE : I (Inclusive) ระดมความเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วม C (Collaborative) ร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ประสานประโยชน์อย่างเหมาะสม และ E (Empower)     

3C พลังแห่งความสร้างสรรค์ โดย C ตัวแรกคือ Creative, Communication และ Contest     

นอกจาก “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ก็ยังมี “พันศักดิ์ วิญญรัตน์” อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ถูกรัฐประหารถึง 3 ครั้ง ซึ่งจะมาช่วยกันปั้นโครงการนี้    

ที่ขาดไม่ได้คือ คนแดนไกล ในฐานะอภิมหาที่ปรึกษาโครงการ The Change Maker อย่างไม่เป็นทางการ

++
ปั้นดาวบนดิน
++
เห็น “เฮียประเสริฐ” สายตรงเฮียเพ้ง เปิดโครงการ “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ทำให้นึกถึงหลักสูตร The Next Tycoon    

3-4 ปีที่แล้ว สมัยที่หมอมิ้ง เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร และประธานคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยชินวัตร ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยชินวัตรเปิดหลักสูตร The Next Tycoon หลักสูตรระยะสั้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ ทายาทธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่    

เป้าหมายของThe Next Tycoon หวังจะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ให้มีแนวคิดที่ไม่จำกัดอยู่ในแบบแผน มีความเข้าใจกระแสธุรกิจโลก โดยมี อนันต์ อัศวโภคิน รับบทประธานที่ปรึกษาโครงการ The NEXT Tycoon    

หมอมิ้งจับมือเสี่ยอนันต์ สร้างอะคาเดมี่ ชินวัตร และได้ต่อยอดแต่ละรุ่น เป็น The NEXT Tycoon Family เพื่อให้ความเป็นเพื่อน-พี่-น้องยังคงแนบแน่น     

The Next Tycoon มีอนันต์ อัศวโภคิน ส่วน The Change Maker จะมีชื่อ เศรษฐา ทวีสิน หรือไม่ ต้องถามกิตติรัตน์ ณ ระนอง 

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457689

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ ลัคนาราศีกันย์ รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 20:10 น.

“โหรฟองสนาน” ชี้ลัคนาราศีกันย์-รีบออกจากทุกข์เดินหน้าเข้าสู่ปรากฎการณ์ใหม่คือการได้อะไรกลางๆตามโฉลก..จะได้ของบ่เลิศพร้องพอใช้การ…ไปถึงประมาณ 1 มี.ค.66

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ  แม่หมอสมัครเล่นตอนที่362 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ อัพเดท-ลัคนาสถิตกันย์-รีบออกจากทุกข์กล้าเลือกสิ่งใหม่

ภาพลัคนาสถิตราศีกันย์ และเรื่องราวต่างๆของชีวิต

พระมฤตยูจร(0) เดินอยู่ในราศีเมษ

พระราหูจร(8) เดินอยู่ในราศีพฤษภ-29 มีนาคม 2565

พฤหัสบดีจร(5) ย้ายจากธนูเข้าราศีมังกรวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 -จะอยู่ในมังกรรอบแรกถึงวันที่ 29 มีนาคม 2564

พระเสาร์จร(7) ย้ายจากราศีธนูเข้ามังกรเริ่มวันที่ 5 ธันวาคม 2563 -อยู่ในมังกรไปถึง1มีนาคม 2566

หลังจากที่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 ผู้เขียนได้ทำนายเค้าโครงชีวิตท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ระยะระหว่าง 10 กันยายน 2563-9 พฤศจิกายน 2564-อย่าลังเลที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ-ไปแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“โหรฟองสนาน” เผยดวงเมือง รอด-สู่สภาวะจะฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย

สาเหตุที่แนะนำไปเช่นนั้นเพราะโดยพื้นฐานทางโหรท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ส่วนใหญ่ที่เริ่มค่อยๆเจอทุกข์ในเรื่องพื้นฐาน-ขอบเขตอาณาจักรของชีวิตประกอบด้วยการเรียน-บ้านที่ดินรถเก่ง-พ่อแม่ฯลฯเป็นหลักโยงถึงงาน-เจ็บไข้ได้ป่วย-หนี้สิน-ปัญหาอุปสรรค-เพื่อน-โบนัส-รายได้พิเศษมาตั้งแต่ต้นธันวาคม 2560 (พระเสาร์จร 7 เดินอยู่ในราศีธนู-ภพที่สี่-จะมีทุกข์ เพื่อนฝูงปลุกให้หม่นหมอง )แล้วมาทุกข์หนักในระดับสั่นสะเทือนพื้นฐานของชีวิต-อารมณ์ทุกข์ผิดหวัง-เสียใจ-อึกอัดเหมือนอกจะระเบิดมาตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2563 (พระเสาร์จร 7 กุมพฤหัสบดีจร 5 ในราศีธนู)

โดยมีปรากฎการณ์ที่ยกเป็นตัวอย่างเช่นเรียนแล้วถูกอาจารย์เขม่น-ล้มละลาย-ถูกฮุบมรดก-พ่อแม่ป่วยเกิดปัญหาในบ้านต่างๆกันไปบางคนบุพการีมีกิ๊กทุกข์กันทั้งบ้าน-ออกจากกงสีสร้างอาณาจักรใหม่-ซ่อมหรือสร้างบ้านซื้อที่ดินหรือรถ-แบกภาระลูกน้องมหึมาต้องลดปริมาณลง-มีคนยกโขยงมาอยู่ในบ้าน-ลูกพาแฟนเข้าบ้าน-บวชอยู่ก็อึดอัดพระรูปอื่นจนอยากสึก-อกหักหรือมีเรื่องผิดหวังหนักฯลฯ

ครั้นเมื่อพ้นจาก 5 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ผู้เขียนก็เบาใจแทนว่า พวกท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ส่วนใหญ่(มียกเว้น)จะเริ่มค่อยๆออกจากทุกข์เจอสิ่งใหม่ๆในชีวิตแล้ว

แต่หลังจากต้นเดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นมา ท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ยังทยอยเดินมาตรวจดวงชะตากับผู้เขียนที่ตลาดบองมาเช่ไม่หยุดหย่อน และแต่ละคนเพิ่งผ่านทุกข์หนักตามท้องเรื่องของแต่ละคนมาแล้วและยังไม่สร่างกันสักเท่าไหร่

หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะต้องจองคิวล่วงหน้านานประมาณห้าเดือนซึ่งเป็นระยะที่พวกท่านยังอยู่ในเกณฑ์ทุกข์หนัก แม้ทุกข์จะผ่านพ้นไปก็ยังรักษาสัญญาจองจึงอาจจะเป็นเหตุให้ผู้เขียนได้เจอกับท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์มากผิดปกติ 

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ผู้เขียนขอส่งสัญญาณไปถึงท่านที่ลัคนาสถิตราศีกันย์ทั้งหลายอีกครั้งว่า ทุกข์-สุขในชีวิตคนยังจะมีอยู่ต่อไป ไม่มีเลยที่หนีพ้นได้

เพียงแต่วาระตั้งแต่ 5 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ทางโหรทุกข์ในเรื่องพื้นฐาน-ขอบเขตอาณาจักรของชีวิตประกอบด้วยการเรียน-บ้านที่ดินรถเก่ง-พ่อแม่ฯลฯเป็นหลักที่พวกท่านเพิ่งผ่านพ้นมาจะค่อยๆลดลง(หยุดปรากฎการณ์พระเสาร์เป็นสี่-จะมีทุกข์เพื่อนฝูงปลุกให้หม่นหมอง)

หลังจากนั้นก็เดินหน้าเข้าสู่ปรากฎการณ์ใหม่คือการได้อะไรกลางๆตามโฉลก..จะได้ของบ่เลิศพร้องพอใช้การ…ไปถึงประมาณ 1 มีนาคม 2566 (พระเสาร์จรเดินอยู่ในราศีมังกร..เป็นห้ากับลัคนา..)

ยิ่งระยะบัดนี้จนถึง 29 มีนาคม 2565 หากได้อะไรที่เป็นลาภชั่วเช่นของที่คนอื่นไม่เอาแล้ว-ของมีพันธะผูกพัน-งานตำแหน่งที่คนอื่นไม่อยากได้-มรดกชิ้นที่ไม่มีใครเอาฯลฯยิ่งถูกโฉลก(พระราหูจรเดินอยู่ในราศีพฤษภ-ภพที่เก้า..ได้ลาภชั่ว ผู้เฒ่าตัวกล่าวมายา..)

โดยการได้รอบนี้ เรื่องหลักจะเกี่ยวกับความรักแบบได้เสียกันแล้วอาจนำไปสู่การแต่งงาน หรือได้หุ้นส่วนชีวิตหรือธุรกิจใหม่ หรือไม่ก็เป็นเรื่องลูกหลานหรือเด็กๆในความดูแลหรือความบันเทิงที่หนักๆ หรือการเสี่ยงที่ต้องเป็นการลงทุนระยะยาวเนิ่นช้า ที่สำคัญคือมีความหวังใหม่เช่น

ได้ลูกหรือหลานเพิ่ม-บางคนโชคร้ายอาจไม่สบายใจหนักใจลูกพาแฟนเข้าบ้าน-เพื่อนแนะนำแฟนให้-ได้ลุกขึ้นใหม่หลังจากล้มละลาย(ได้ลาภจากสิ่งชั่ว)-หลุดจากเครดิตบูโร-ต่อยอดงานเก่า-สร้างโรงงานใหม่-เริ่มสร้างบ้านใหม่ให้ลูกอยู่ -เลือกทางไปทำงานต่างประเทศ-หยุดทำงานบริษัทเดิมแต่เอาประสบการณ์มาต่อยอดที่บริษัทใหม่-ทยอยได้เงินที่สะสมไว้คืนฯลฯ

ย้ำอีกครั้งว่าการจะได้อะไรช่วงนี้หากทำใจว่าได้กลางๆจะสบายใจขึ้น เช่นบางคนได้แฟนกลางๆ-เรียนก็ได้มหาวิทยาลัยกลางๆ-จบก็ได้กลางๆ-ได้งานก็เป็นแบบกลางๆไม่โดดเด่นฯลฯ

ส่วนคู่มือในการใช้ชีวิตช่วงนี้คือเมื่อออกจากทุกข์หนักมาแล้วขอให้ทำจิตใจให้ผ่องใส อย่าให้ทุกข์กดพื้นฐานอารมณ์ เงียบขรึม เหี่ยวแห้ง  ชักช้า(พระเสาร์จรตัวแทนทุกข์เดินอยู่ในราศีมังกรภพที่ห้า-ปุตตะดินแดนแห่งอารมณ์)

แต่ขอให้พลิกเอาอาการด้านดีของพระเสาร์(มาตรฐานเกษตราธิบดี-ในราศีมังกร)มาใช้ นั่นคือความฉลาด ลึกซึ้งคิดดีแล้วทำ(แม้จะช้าบ้าง) มัธยัสถ์ ความสามารถทางปกครองและบริหารจัดการ และจัดระเบียบ อดทนไม่ย่นย่อต่อความลำบากและอดทนเป็นโคนันทวิศาลฯลฯมาใช้

แล้วเดินหน้าไปให้ถึงมีนาคม 2566- ระหว่างนี้ทุกข์สุขย่อมมีเป็นธรรมดาแต่อย่างน้อยก็ออกจากเกณฑ์ทุกข์ใหญ่ทางโหรสำหรับรอบที่ผ่านมาแล้ว

ฟองสนาน จามรจันทร์

5 กุมภาพันธ์ 2564

26 ลักษณะบุคคลต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง ‘เทศบาล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457686

26 ลักษณะบุคคลต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง ‘เทศบาล’

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 19:27 น.

วันพรุ่งนี้(วันที่ 8) ถึงวันศุกร์ที่ 12 ก.พ.จะมีการรับสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ 2,472 แห่ง ซึ่งเราจะได้เห็นสีสันการสมัครรับเลือกตั้งการหาเสียงนับแต่นี้ไปแต่รู้หรือไม่ว่ามีบุคคลอยู่ถึง 26 ประเภท ต้องห้ามสมัครเลือกตั้ง”เทศบาล”

ตั้งแต่วันพรุ่งนี้(วันที่ 8) ถึงวันศุกร์ที่ 12 ก.พ. จะมีการรับสมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ 2,472 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็น เทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง ซึ่งเราจะได้เห็นสีสันบรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้ง การหาเสียง ตามระบอบประชาธิปไตยนับแต่นี้ไป

แต่รู้หรือไม่ว่า…มีบุคคลอยู่ 26 ลักษณะหรือ 26 ประเภท ที่ต้องห้ามไม่ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล  

1. ติดยาเสพติดให้โทษ

2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

3. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

4. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้แก่ 1.เป็นภิกษุสามเณร นักพรตหรือนักบวช 2,อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดหรือไม่ 3.วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

5. อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

6. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

7. เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

8. เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

9. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

10. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิตนำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า    กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

11. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง

12. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

13. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

14. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

15. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

16. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

17. เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

18. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี

19. เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

(20) อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 42หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (21) เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จนถึงวันเลือกตั้ง

(22) เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น

(23) เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากต าแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

(24) เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ อย่างร้ายแรง และยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง 

(25) เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือ ละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ หรือประพฤติตน ฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่งหรือแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้นห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง 

(26) ลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติโลก ระวังสงครามจราจลทั้งไทยและเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457658

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติโลก ระวังสงครามจราจลทั้งไทยและเทศ

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:45 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติโลก ระวังสงครามจราจลทั้งไทยและเทศ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติโลก พิษ มรสุมหนัก ระวังสงครามจราจลทั้งไทยและเทศ ดวงเมืองประเทศไทย ไตรมาสแรก ภายใต้มหันตภัยดาวมฤตยู ดาวแห่งความตาย ความหายะนะ และดาวบาปพระเคราะห์ที่มีอานุภาพที่ร้ายแรง ก่อปัญหาความขัดแย้งวุ่นวายไม่รู้จบ อีกทั้งโรคระบาด ที่ยังไม่ขาดหาย ปัญหาเศรษฐกิจทำลาย ก่อภาวะให้คนเครียดหนัก เหตุต้องพึ่งยาเสพติดพุ่ง ทั้งเหตุความขัดแย้งทำร้ายซึ่งกัน ก่อให้เกิดการทำลายทรัพย์ ก่อเหตุเพลิงไหม้โหมกระหน่ำ เหตุร้ายรุนแรงชิงทรัพย์ ฮึกเหิมมากขึ้น กลุ่มก่อการจราจล ปัญหาผู้ก่อความไม่สงบ  ยุแหย่สร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ไร้อำนาจปราบปราม หากไม่รุนแรงเด็ดขาดปัญหาไม่จบ ผู้บริหารบ้านเมืองดวงตกลังเลไม่มั่นใจ กฏหมายไร้ประสิทธิภาพ หากปล่อยไว้ประเทศชาติล่มอย่างแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ นาทีสุดท้ายของการเป็นนายกฯ 2 ธันวาคม ชี้ “ประยุทธ์” ผิดหรือไม่

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวงวิกฤติไตรมาสแรก  ปี 2564 ดวงเมือง ดวงโลกตก เหตุก่อรัฐประหาร  ระวังสงครามโลก วิกฤติทั้งในและต่างประเทศโยงใยไปทั่ว ถือว่าเป็นพิษวิกฤติมหันตภัย ที่จะสร้างความขัดแย้ง จากกลุ่มชนส่วนน้อยความคิดแตกแยกไร้สติ เข้าใจยากสภาวะทางจิตไม่ปกติ ป่าเถื่อนกับการเมืองเล็กๆ ที่จ้องล้มสถาบันฯ สูงสุด อีกทั้งโรคภัยร้ายแรงระบาด เหตุขัดแย้งทั่วไปในโลกจากเหตุของดาวมฤตยู เทพแห่งความตาย ความหายะนะ ดาวบาปพระเคราะห์ กับอานุภาพแห่งความร้ายแรง ที่จะก่อเหตุวิบากกรรม ที่มีผลต่อดวงโลกที่หมายเหตุเตือนภัย  ที่ต้องแก้เคลียปมความขัดแย้ง หรือสถานการณ์ปราบปรามรุนแรงที่จะจบลงได้  ไม่ว่าทั้งในไทย หรือต่างประเทศ หากมีผู้บริหารไม่ว่าชาติใดก็ตามดวงไม่แข็งจริง ระบบการปกครองก็มีโอกาศพลิกได้ ยกปมขัดแย้งในประเทศไทย ที่เกิดความไม่แน่นอนของการบริหารบ้านเมือง เป็นจุดเรื้อรังยืดเยื้อผ่านมาตลอดหนึ่งปี ที่ผ่านมาเพราะขาดความเด็ดขาดของกฏหมายบ้านเมือง ตลอดถึงผู้บริหารประเทศเกิดความแตกแยกไม่มั่นคง เพราะดวงตกขาดความมั่นใจ ในการตัดสินใจที่จะทำให้ประเทศเกิดความมั่นคงขึ้นได้

ซินแสเข่ง ชื้จุดเปลี่ยนดวงเมืองประเทศไทย กรรมตกมาอยู่ที่คนระดับรากหญ้า ที่ปล่อยให้กลุ่มคนดวงตกทำลายประเทศ กลุ่มคนดวงตกมาบริหารบ้านเมือง ยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองยิ่งแย่ลง ตลอดจนปีพุทธศักราช 2564 ตกราศีดวงเจ้าทุกข์ที่จะต้องแบกภาระความทุกข์เดินหน้า คนจนจะยิ่งแย่ ส่วนคนรวยก็ยังพออยู่ได้ถึงจะตกอีกสักปีคนมีเงินก็ยังพอประคองตัวเองได้ผ่าน แต่กลุ่มการเมืองหวังผลพลอยได้  และคอยแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์  ส่วนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็หวังล้มคดี เพื่อเอาตัวรอดจากคดีความที่ยืดเยื้อ เพื่อหวังหลุดคดีความ แต่เหตุก็ต้องตกดวงจองจำไร้อิสระภาพตลอดชีวิต

‘แม้ว’ โชว์ฟิตปลุกเพื่อไทยยุค ‘ปูแดง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457657

‘แม้ว’ โชว์ฟิตปลุกเพื่อไทยยุค ‘ปูแดง’

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:28 น.

16 ปีแห่งความหลัง ไทยรักไทยชนะยิ่งใหญ่ “ทักษิณ” ลุกขึ้นโชว์แกร่ง หนุน “ปู-แดง” สู้ศึกยกใหม่

ไม่พลาด! ค่ำวันที่ 6 ก.พ.2564 แพรทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของทักษิณชินวัตร วัย 72 ปี โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นคลิปวิดิโอ ขณะที่ทักษิณ กำลังชกมวย บริเวณหน้าบ้าน ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

พร้อมข้อความ ระบุว่า “หนุ่ม วัย 72 ส่งคลิปนี้มาให้แม่ลูกอ่อนดูว่า ฟิตร่างกายไว้ พร้อมเลี้ยง หลานธิธารแล้วค่ะ! แม่อยากจะหอบลูกขึ้นเครื่องไปเดี๋ยวนี้เล๊ยยยย คิดถึงที่สุด ตาตาที่รักของหลาน ๆ”

บังเอิญคลิปโชว์ฟิตของทักษิณ ถูกเผยแพร่ในวันเดียวกันกับสื่อเมืองไทยบางสำนัก โหมประโคมข่าวดังในอดีตคือ 6 ก.พ.2548 วันที่พรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย 

16 ปีที่แล้ว พรรคไทยรักไทย ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ได้ ส.ส.จำนวน 377 ที่นั่ง คิดเป็นคะแนนเสียงกว่า 18,993,073 คะแนน ส่งผลให้สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวสำเร็จ เอาชนะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เพียง 96 ที่นั่ง

จังหวะครบรอบ 16 ปี แห่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ในนามกลุ่มแคร์ ก็ออกมาชูนโยบายใหม่ ต่อยอดจาก 30 บาท รักษาโรค สู่คนไทยไร้จน

ทักษิณส่งคลิปโชว์ซ้อมมวย มาให้แฟนคลับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม้วเลิกหมอบ เปลี่ยนรับเป็น “รุก”

‘ปู-แดง’แรงฤทธิ์

อดีตคลังสมองไทยรักไทย ที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ไปก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกับ “คุณหญิงสุดารัตน์” คือ “โภคิน พลกุล” นักกฎหมายใหญ่ที่สนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร มากว่า 20 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “การออกจากพรรคไม่มีปัญหาส่วนตัว แต่มีปัญหาในหลักการ ถ้าทีมคุณทักษิณยังบริหารพรรคแบบ family-ครอบครัว ต่อไป ผมจะอยู่ไปทำอะไร”

ดังที่รู้กัน “ทีมคุณทักษิณ” นั้นหมายถึงกลุ่มแคร์ ประกอบด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช,  ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

จะว่าไปแล้ว กว่า 13 ปีที่ ทักษิณ ชินวัตร ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ยังคงรับบท “เถ้าแก่ใหญ่” คอยกำกับคนใกล้ชิด ให้จัดทัพจัดแถวมาโดยตลอด 

สำหรับการรีแบรนด์เพื่อไทยครั้งใหม่ ภายใต้ทีมยุทธศาสตร์กลุ่มแคร์ นัยว่า แม่ทัพระดับปฏิบัติการตัวจริง ไม่ใช่ทักษิณ หากแต่เป็นน้องสาวสองคน คือ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

ทักษิณเป็นเพียงสัญลักษณ์ของผู้ริเริ่มนโยบายประชานิยม และในฐานะขวัญใจคนรากหญ้า

ด้วยเหตุนี้ “ปู-แดง” จึงแผลงฤทธิ์ จนคุณหญิงหน่อย ต้องหอบผ้าหอบผ่อนออกจากเพื่อไทยไปสร้างบ้านหลังใหม่ 

มนต์ขลังไทยรักไทย

แคร์นำทัพ

รำลึกชัยชนะประชานิยม “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โพสต์เรื่อง “จาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่คนไทยไร้จน” ที่แฟนเพจเฟซบุ๊คของกลุ่มแคร์ เป็นการโหมโรง Care Talk เรื่อง คนไทยไร้จน : ฝันเฟื่องหรือเรื่องจริง ถ่ายทอดสดทางเพจ Care คิดเคลื่อนไทย วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ.นี้ ถ่ายทอดสดจาก Lido Connect สยาม

“…ครั้งหนึ่ง เคยมีความพยายามจะหาทางออกให้คนไทยหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์แห่งความจนมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่จุดมุ่งหมายนั้น กลับโดนปล้นไปเสียก่อนที่ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้น”

พูดตรงๆ พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งทั่วไปสมัยหน้า จะก้าวข้าม “ประชานิยม” ไปสู่ยุทธศาสตร์ใหม่ ทำให้ “คนไทยไร้จน” และรูปธรรมแห่งนโยบายหาเสียง คงถูกผลิตออกมาจากคลังสมองกลุ่มแคร์ 

ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือนักธุรกิจคนใด จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย ก็หนีไม่พ้นเงา “ปู-แดง” ที่จะสำแดงอยู่หลังม่านที่ดูไบ

กลุ่มแคร์ คลังสมองเพื่อไทย

ผ่าม็อบพม่ารุ่น 88 – มินอ่องหล่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457644

ผ่าม็อบพม่ารุ่น 88 – มินอ่องหล่าย

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:14 น.

ลุกขึ้นสู้ คนหนุ่มสาวชาวพม่า “มินโกหน่าย” ผู้นำรุ่น 88 เผชิญหน้ากองทัพ “มินอ่องหล่าย”

ยกแรกของม็อบพม่า เริ่มต้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.2564 กลุ่มเยาวชนกะเหรี่ยงแดง และคนหนุ่มสาวผู้สนับสนุนพรรคเอ็นแอลดี ประมาณ 200 คน ได้พากันเดินไปตามถนนอินเส่ง ย่านตลาดวัวหรือตลาดเลดัน (Hledan) เป็นตลาดสดขึ้นชื่อของย่างกุ้ง จากนั้น มีผู้คนมาสมทบอีกนับพันคน 

การลุกขึ้นสู้ในวันนั้น “มินโกหน่าย” อดีตผู้นำนักศึกษาพม่า รุ่น 1988 คว้าโทรโข่งลงถนนไปกับนักสู้รุ่นลูกรุ่นหลานดัวย

สิ่งที่เกิดในย่างกุ้งวันนี้เป็นเรื่องน่ายินดีมาก” มินโกหน่าย กล่าว ซึ่งการประท้วงเผด็จการทหารยุคซ่อนรูป ยึดกุมหลักสันติวิธี 

ตกค่ำวันเดียวกันนั้น มีกระบวนการปล่อยข่าวลือว่า ทหารปล่อยตัวอองซานซูจี ไปตามชุมชนต่างๆ ในย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ รวมถึงการใส่ร้ายป้ายสีอดีตผู้นำนักศึกษาพม่า 

มินโกหน่าย ลงท้องถนนอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
กลิ่นปฏิวัติ’ทหารพม่า’จี้สอบโกงเลือกตั้ง

ที่มาของรุ่น 88

มินโกหน่าย ออกมาเคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหารในวันนี้ ในนามองค์กร “รุ่น 88 เพื่อสันติภาพและสังคมเปิดกว้าง” (88 Generation Peace and Open Society) ซึ่งมีแนวทางต่อสู้อย่างสันติวิธี เขามุ่งให้มีการณรงค์ติดริบบิ้นแดง แสดงการอารยะขัดขืนในกลุ่มข้าราชการไปทั่วประเทศ 

ด้วยประสบการณ์อันเลวร้ายเมื่อ 33 ปีที่แล้ว มินโกหน่าย จึงพยายามบอกกับคนรุ่นใหม่ให้ใจเย็นๆ อย่าด่วนใจร้อนเผชิญหน้าแตกหักกับตำรวจปราบจลาจล บนท้องถนน

คนทั่วโลกยังคงจำได้ สำหรับเหตุการณ์ 8-8-88 หรือเหตุการณ์ที่ทหารปราบปรามนักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.1988 (พ.ศ.2531)

การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย มีจุดเริ่มต้นจากการที่นักศึกษา ประชาชน และพระสงฆ์นับล้าน เริ่มออกมาชุมนุมอย่างสันติในนครย่างกุ้ง เพื่อเรียกร้องให้ยุติระบอบเผด็จการภายใต้การปกครองของนายพลเนวิน โดย อองซานซูจี ได้เป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงในครั้งนั้น

ผู้นำการประท้วงประกอบด้วยผู้นำนักศึกษาพม่า ได้แก่ มินโกหน่าย, โกโกจี และโมธีซุน ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มผู้ก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี ที่มีอองซานซูจี เป็นแกนกลางหลังทหารพม่าปราบปรามอย่างรุนแรง แกนนำนักศึกษาจำนวนมากถูกจับกุม และถูกควบคุมตัวในเรือนจำทั่วประเทศ มินโกหน่าย ก็ถูกจับกุมในระหว่างหลบหนีกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ และถูกคุมขังเป็นเวลารวมกว่า 15 ปี 

เมื่อโลกสิ้นสุดสงครามเย็น ขุนศึกพม่าก็เปิดประเทศ และปฏิรูปการเมือง ในปี 2555 รัฐบาลของเต็งเส่ง ออกกฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองหลายร้อยคน รวมทั้งอดีตนักศึกษาจากยุค 1988

พลันที่ได้รับอิสรภาพ บรรดาผู้นำนักศึกษาพม่า รุ่น 88 ก็เลือกทางเดินแตกต่างกันไป หลายคนไปจัดตั้งพรรคการเมือง แต่ มินโกหน่าย ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่ม 88 Generation Peace and Open Society ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของกลุ่มนักศึกษาปี 1988 ที่มุ่งเน้นทำงานในด้านสันติภาพและส่งเสริมภาคประชาสังคมในพม่า

มินโกหน่าย ผู้นำนักศึกษารุ่น 88

เกมแยกสลาย

มินอ่องหล่าย ผู้นำสูงสุด เผชิญหน้าการต่อต้านครั้งสำคัญ

หลังรัฐประหารใต้รัฐธรรมนูญ 2551 พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.สส.กองทัพเมียนมา ได้ตั้ง “สภาบริหารแห่งรัฐ” (SAC) ขึ้นมาปกครองประเทศ 

คณะกรรมการสภาบริหารแห่งรัฐ มิได้มีแต่นายทหาร หรืออดีตนายทหารเหมือนในอดีต หากแต่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้แต่งตั้ง ขิ่นหม่องส่วย หัวหน้าพรรคพลังประชาธิปไตย (NDF) และ ดอว์เอนุเส่ง โฆษกพรรคแห่งชาติอาระกัน(ANP) เป็นกรรมการในสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ด้วย

ขิ่นหม่องส่วย หัวหน้าพรรคพลังประชาธิปไตย ก็คืออดีตแกนนำพรรคเอ็นแอลดี แต่ขัดแย้งกับอองซานซูจี เรื่องการบริหารงานในพรรค จึงแยกตัวออกมาตั้งพรรคใหม่ ทำนองเดียวกัน พรรคแห่งชาติอาระกัน ไม่พอใจอองซานซูจี กรณี กกต.เมียนมา ตัดสิทธิ์ชาวยะไข่หลายตำบล ไม่ให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย ได้แต่งตั้ง เต๊ด เต๊ด ข่าย (Thet Thet Khaing)  หัวหน้าพรรค People’s Pioneer Party (PPP) เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสวัสดิการสังคมการบรรเทาทุกข์และการตั้งถิ่นฐานใหม่

สมัยที่เป็นนักศึกษาแพทย์ เต๊ด เต๊ด ข่าย ได้เข้าร่วมขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย ปี 1988 ถูกทหารปราบปรามอย่างรุนแรง หลังเปิดประเทศ เธอลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเอ็นแอลดี ได้เป็น ส.ส.ปี 2558 ต่อมา เธอถูกปลดออกจากพรรค เนื่องการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานซูจีว่า เป็นเผด็จการ 

เต๊ด เต๊ด ข่าย จึงตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง และลงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพีพีพี ไม่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. แม้แต่คนเดียว 

นี่คือเกมแยกสลายของกองทัพเมียนมา โดยดึงบรรดานักการเมืองที่คู่อริของอองซานซูจี มาอยู่ใต้ร่มธงกองทัพ

เต๊ด เต๊ด ข่าย อดีต ส.ส.พรรค NLD ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

วัดใจ 2 รัฐมนตรีเกษตรแก้ปัญหาชาวนาไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457638

วัดใจ 2 รัฐมนตรีเกษตรแก้ปัญหาชาวนาไทย

7 กุมภาพันธ์ 2564 – 12:14 น.

วัดใจ 2 รัฐมนตรีเกษตรแก้ปัญหาชาวนาไทย ถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมาแก้ปัญหาจริงๆๆจังๆๆเสียที

ปีแล้วปีเล่าเปลี่ยนมาหลายรัฐบาล พอรัฐบาลชุดนี้ได้นายหัวต่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตร มาคุมทีม เกษตรฯ ภายใต้การรวมทีม 3 จตุรเทพ ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และประภัตร โพธสุธน 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ บริหารเกือบ 3 ปียังไม่เห็นผลที่ชัดเจน  ยิ่งปัญหาภัยแล้ง ยังไม่เห็นแนวทางการเกษตรปัญหาที่ชัดเจนสงสารแต่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แต่ที่ดูหนักใจสุดคงหนีไม่พ้น 2 รมช.เกษตรฯ ได้แก่ รมช.เกษตร มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ช่วงนี้ก็เจอสงครามเย็น ถึงแม้ส่ง นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร แต่ก็บอกเลยไม่ง่ายเพราะมีหลายขั้วอำนาจภายในกรมไม่ยอมลงให้ก็เล่นตัดงบเขาแทบหายหมดและยังเรื่อง 3 สารเคมีที่ยังแก้ปัญหาไม่จบเสียที

แต่ที่แอบหนักใจสุดคงนี้ไม่พ้น พ่อใหญ่แห่งเมืองสุพรรณ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ที่เจอคลื่นใต้น้ำภายในกรมการข้าว ที่เหล่าผู้บริหารทำงานแบบมึนๆๆงงๆๆ ทำงานแบบมือไม่ถึง อีกทั้งมีคดีค้างสอบที่ยังอยู่ในกระทรวงถึง 2 เรื่อง โครงการหาเมล็ดข้าวแจกเกษตรกร 400 ล้าน กับ ที่โดนสหกรณ์นิคมลานสัก จำกัดฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอยู่ และเรื่อง ข้าวพันธุ์ กข87 ที่พึ่งรับรองพันธุ์ไปไม่นาน แต่อยู่ในมือเอกชนมหาศาล แต่ก็เห็นยังเงียบอยู่

หวังว่าถึงเวลาแล้วที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการเกษตร กับนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรที่กำกับดูแลตรงกรมการข้าว ต้องลงมาแก้ปัญหาจริงๆๆจังๆๆเสียที ถ้ายังแก้ปัญหาภายในองค์กรไม่ได้ ยังไม่มีมือไม้ทำงาน อย่าหวังเลยที่จะแก้ปัญหาให้เกษตรกรชาวนาได้

จัดให้ฉีดวัคซีน ‘ซูจี’ ปลอดภัยสบายดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/457599

จัดให้ฉีดวัคซีน ‘ซูจี’ ปลอดภัยสบายดี

6 กุมภาพันธ์ 2564 – 17:29 น.

สายตรงจากเนปิดอว์ กองทัพพม่าแจ้ง “อองซานซูจี” สุขภาพแข็งแรงดี ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว

++
    แฟนเพจเฟซบุ๊ก The Irrawaddy อ้างรายงานข่าวจากกองทัพเมียนมาว่า อองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพัก ที่กรุงเนปิดอว์ และเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.2564 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้เข้ามาตรวจร่างกาย และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรกให้แก่ซูจี

        การปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของซูจี ในวันที่ไปดูการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ ส.ส.พม่า 

    ตามโปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กับกลุ่มเสี่ยงของอดีตรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี อองซานซูจี ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เพราะเธอเป็นสมาชิกสภาฯ และอายุ 75 ปีแล้ว
    อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคเอ็นเอดี ได้แจ้งข่าวมาก่อนแล้วว่า อองซานซูจี ถูกคุมตัวอยู่ในบ้านพัก และมีสุขภาพแข็งแรงดี

++
วัคซีนป้องกันรัฐประหารไม่ได้
++
    ก่อนเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจ เกิดความตึงเครียด ระหว่างรัฐบาลอองซานซูจี กับกองทัพเมียนมา โดยกองทัพมีข้อมูลคณะกรรมการการเลือกตั้ง (UEC) กระทำการทุจริต ขอให้รัฐบาลล้มการเลือกตั้ง 8 พ.ย.2563 และขอให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ พร้อมให้เลื่อนการเปิดประชุมสภาออกไป 
    อองซานซูจีและพรรคเอ็นแอลดี ได้ปฏิเสธข้อเสนอของกองทัพเมียนมาทั้งหมด เพราะได้เตรียมการเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 1 ก.พ.2564 เพื่อเลือกประธานสภาฯ และประธานาธิบดี
    ด้านหนึ่ง อองซานซูจี เร่งจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดอย่างเร่งด่วน โดยสั่งซื้อจากอินเดีย 30 ล้านโดส เบื้องต้น รัฐบาลอินเดียจัดส่งวัคซีนโควิดมอบเป็นของขวัญให้รัฐบาลเมียนมา 1.5 ล้านโดส เพื่อฉีดให้แก่กลุ่มเสี่ยง ได้แก่แพทย์ พยาบาล อสม. และกลุ่มนักการเมือง

          วัคซีน 1.5 ลัานโดสจากอินเดีย ซูจีหวังแก้สถานการณ์การเมือง แต่ป้องกันไม่ได้ 

    เหตุที่อองซานซูจี วางโปรแกรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กลุ่ม ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง และแต่งตั้ง เพื่อแสดงความพร้อมด้านป้องกันโควิด ก่อนเปิดประชุมสภาฯ     

วันที่ 29 ก.พ.2564 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(Pyithu Hluttaw) 289 คน จากทุกพรรค ต่างเดินทางมายังห้องอาหาร อาคารรัฐสภา เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก
    วันที่ 30 ก.พ.2564 มีการฉีดวัคซีนให้แก่สมาชิกสภาชนชาติ (Amyotha Hluttaw) และสมาชิกรัฐสภาในโควต้า 25% ของกองทัพเมียนมา
    มิทันที่จะได้เปิดประชุมสภาฯ เช้าตรู่วันที่ 1 ก.พ.นี้ กองทัพเมียนมาได้เข้าจับกุมตัวอองซานซูจี และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งก็คือการทำรัฐประหารโดยรัฐธรรมนูญ เป็นครั้งแรกในโลก