หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456622

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

28 มกราคม 2564 – 08:37 น.

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร ไฟต์บังคับ ศึกเมืองคอน ปชป.แชมป์เก่า เจอผู้ท้าชิง พปชร. รอวัดใจลุงป้อม จะสู้ต่อมั้ย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทน เทพไท เสนพงศ์ ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค.2564 มีแนวโน้มจะเป็นการต่อสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศึกเมืองคอน “พงศ์สินธุ์” รับไม้ “เทพไท”
 

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

เทพไท ลุ้นส่งน้องชายลงสนาม    

ย้อนไปดูการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2562 กลายเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 8 เขต แต่ผลการเลือกตั้ง บอกได้คำเดียวว่า หักปากกาเซียน 3 เขต    

เขต 1 นริศา อดิเทพวรพันธุ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 สมัย ค่าย ปชป. พ่าย รงค์ บุญสวยขวัญ ค่าย พปชร. ,เขต 2 วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ค่าย พปชร. ,เขต 7 สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย พ่าย สายัณห์ ยุติธรรม ค่าย พปชร.    

เฉพาะเขต 3 อ.พระพรหม, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.ชะอวด และ อ.จุฬาภรณ์ ปรากฏว่า เทพไท ได้ 33,310 คะแนน ส่วนอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ค่าย พปชร. 28,742 ห่างกัน 4,568 คะแนนเท่านั้น

++
3 ตระกูลร่วมใจ
++
วันที่ 28 ม.ค.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เทพไท เสนพงศ์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.     

ด้านเทพไท กล่าวว่า หลายคนในพรรคจะเสนอชื่อผู้สมัคร ส่วนตัวเองก็มีสิทธิ์เสนอชื่อเช่นกัน เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม    

จริงๆแล้ว 3 ตระกูลการเมืองนครศรีธรรมราช คือ “เสนพงศ์” , “เดชเดโช” และ “ศักดิเศรษฐ์” มีสัญญาใจต่อกัน เกี่ยวกับการต่อสู้ในสนามท้องถิ่น และเลือกตั้ง ส.ส.    

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

พงศ์สินธุ์ ถูกวางตัวไว้แล้ว

ยกแรก 3 ตระกูล หนุน “กนกพร เดชเดโช” มารดา มารดา ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ในนามทีมพลังเมืองนคร ซึ่งได้รับชัยชนะ รอการรับรองจาก กกต.    

ยกที่สอง ตระกูล “เสนพงศ์” เปิดทางให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ในนามทีมพลังเมืองนคร โดย เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ไม่ลงสนาม    

ยกที่สาม พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายเทพไท จะลงสมัคร ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช เพราะเดิมทีมีข่าวชำนิ ศักดิเศรษฐ์ จะวางตัวให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 หากเทพไท หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.    

เมื่อ “อภิชาต” ไปลุยสนามนายกเล็กเมืองคอน ก็ถึงทีของ “พงศ์สินธุ์” ลงสนามเขต 3 แทนพี่ชาย

หัวเชือกวัวชน ปชป.-พปชร เลือกตั้งเมืองนคร

พงศ์สินธุ์ ถูกวางตัวไว้แล้ว

++
ขอโอกาสอีกหน
++
พลันที่ทราบข่าว “เทพไท” หลุด ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ส.ส.ภาคใต้ส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะสนับสนุน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้สมัครคนเดิมของพรรคลงสนาม แต่ก็ต้องรอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา    

หัวหน้าอู๊ดด้า เปรยกับนักข่าวไปแล้วว่า กรณีพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผู้สมัคร ส.ส.แข่งขันเอง ว่าเป็นเรื่องแต่ละพรรคจะตัดสินใจ ไม่อยากเอ่ยคำว่า มารยาทการเมือง    

สำหรับค่าย พปชร. ก็ต้องลุ้นลุงป้อม จะเอายังไง เพราะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปีที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่แข่งกันเอง ยกเว้นเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา เจอกับพรรค ปชป.    

“อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” เป็นคน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองมา 30 ปี เป็นปลัดอำเภอมาหลายอำเภอในจังหวัดภาคใต้และภาคกลาง จนย้ายกลับมา จ.นครศรีธรรมราช เป็นปลัดชะอวด 2 ครั้ง ปลัดอำเภอจุฬาภรณ์ 1 ครั้ง ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ครั้ง และเป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง 3 ปี    

ก่อนลงสมัคร ส.ส. อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมื่อกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็ได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง    

แพ้กันไม่ถึง 5 พันแต้ม อาญาสิทธิ์ก็อยากแก้มือ หวังว่า ลุงป้อมจะเห็นใจ 

ศึกเมืองคอน ‘พงศ์สินธุ์’ รับไม้ ‘เทพไท’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456580

ศึกเมืองคอน’พงศ์สินธุ์’รับไม้ ‘เทพไท’

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

27 มกราคม 2564 – 17:30 น.

ปิดเกม ส.ส.เมืองคอน 4 สมัย “เทพไท” แต่ไม่ปิดทางตระกูลเสนพงศ์ ถึงคิวน้องเล็ก “พงศ์สินธุ์” รับไม้ต่อ

++
    ในที่สุด “เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (4) มาตรา 96(2) 
    อันเนื่องจาก กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ กรณีศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษา จำคุก เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  2 ปี  โดยไม่รอการลงโทษและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
    ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดให้ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับ แต่วันที่ตำแหน่งส.ส.ว่างลง จึงคาดว่า กกต.จะมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 7 มี.ค.2564 
    ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค.2562 สำหรับ จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 (อ.พระพรหม ,อ.เฉลิมพระเกียรติ ,อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ชะอวด ) เทพไทได้ 33,310 คะแนน ชนะ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ พลังประชารัฐ ได้ 28,742 คะแนน เป็น ส.ส.สมัยที่ 4 ได้ไม่ถึงครึ่งเทอม ก็ต้องยุติชีวิต ส.ส.ลงชั่วคราว
    มีรายงานข่าวจากในพื้นที่นครศรีธรรมราช เทพไทได้เตรียมตัวมาแต่ปลายปีที่แล้ว นับแต่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ส.ส.ของเขา
    ฉะนั้น คนในเขตเลือกตั้งที่ 3 ก็จะพบเห็นเทพไท พาน้องชาย-พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช ไปงานบุญประเพณีต่างๆ แถว อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.พระพรหม เสมือนเป็นการแนะนำตัวให้คนรู้จักไปโดยปริยาย 

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

            ภาพ 3 พี่น้อง เทพไทแจกมาแต่ปีที่แล้ว 

++
สายล่อฟ้าตัวจริง
++
    เทพไทเป็นคนแรกของตระกูล “เสนพงศ์” แห่ง อ.เชียรใหญ่ ที่เล่นการเมือง ก่อนที่เขาจะดึงพี่ชาย-เชาวน์วัศ และน้องชายอีก 2 คนคือ มาโนช และพงศ์สินธุ์ มาลงสนามการเมืองท้องถิ่น
    เทพไท อดีตนายก อศมร. จากเวทีการเมืองในรามคำแหง ก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ โดยเป็น “ผู้ช่วย ส.ส.” ของ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่อยู่พรรคพลังธรรม ปี 2531 และเมื่อชำนินั่งตำแหน่ง รมช.มหาดไทย สมัยรัฐบาลชวน เทพไทได้ตำแหน่งเลขานุการ รมช.มหาดไทย หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
    กระทั่ง ชำนิย้ายจากพรรคพลังธรรม มาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เทพไทยก็ตามมาด้วย และประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช อยู่หลายหน แต่ก็ยังไม่มีโอกาส
    เลือกตั้งปี 2548 เทพไท สวมเสื้อ ปชป.ลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 แทนตรีพล เจาะจิต อดีต ส.ส.หลายสมัย และนั่นเป็น ส.ส.สมัยแรกของเขา
    แม้จะเป็น ส.ส.หน้าใหม่ ไม่กี่พรรษา แต่ด้วยความช่ำชองเกมการเมือง เทพไทจึงโดดเด่นเป็นดาวสภา และเป็นผู้แทนคลื่นลูกใหม่ของพรรค

++
ยุคทองของเสนพงศ์
++    
    8-9 ปีที่แล้ว ต้องยกให้ตระกูล “เสนพงศ์” สยายปีกยึดการเมืองท้องถิ่น จ.นครศรีธรรมราช โดยเชาวน์วัศ เสนพงศ์ ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช และมาโนช เสนพงศ์ ก็ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช
    เทพไทยังส่งน้องชาย-พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ เป็นรองนายกเทศมนตรีฯ และปี 2560 หัวหน้า คสช. มีคำสั่งให้เชาวน์วัศ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างการตรวจสอบข้อเรียกร้อง พงศ์สินธุ์ได้ทำหน้าที่รักษาการนายกเล็กเมืองคอน แทนพี่ชาย ผ่านไป 1 ปีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้มีคำสั่งให้เชาวน์วัศ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเดิม เมื่อ 30 ต.ค.2561
    เมื่อกลับมาสู่ทำเนียบนายกเล็ก เชาวน์วัศ ได้สั่งเปลี่ยนทีมผู้บริหารยกชุด ที่ไม่มีชื่อพงศ์สินธุ์ น้องชาย และช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ทีมงานของเชาวน์วัศ กลับไปช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐ เขต 1 นครศรีธรรมราช
    อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่า เทพไทจะดันพงศ์สินธุ์ ลงสมัครชิงเก้าอี้ “นายกเล็ก” เมืองคอน แต่ถึงชั่วโมงนี้ มีความชัดเจนว่า อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ น้องชายชำนิ จะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครฯ และมีการเปิดตัวไปแล้ว

ศึกเมืองคอน'พงศ์สินธุ์'รับไม้ 'เทพไท'

          พงศ์สินธุ์ อดีตรองนายกฯ เทศบาลนครฯ เตรียมตัว ส.ส.แทนพี่ชาย 

    ว่ากันว่า ทีมพลังเมืองนครและตระกูล “เสนพงศ์” ที่หนุน กนกพร เดชเดโช ว่าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ได้ตกลงกันแล้วว่า สนาม “นายกเล็ก” เมืองคอน เปิดทางให้ อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
    ส่วนสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ถึงคิวของ พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ที่จะรับไม้ต่อจากพี่ชาย

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด “นักการเมืองลาว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456519

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด “นักการเมืองลาว”

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

27 มกราคม 2564 – 13:16 น.

ลาวฉีดวัคซีนโควิดจีนเข็มแรก รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข รับการฉีดวัคซีน พร้อมแพทย์-พยาบาลกว่า 600 คน 

++
วัคซีนป้องกันโควิด-19 ลอตแรกที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้รับมานั้นคือ วัคซีน Sinopharm ที่ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัท Sinopharm และรัฐบาลจีน มอบให้ลาวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 โดส จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน
 

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

ท่านบุนกอง สีหาวง รมว.สาธารณสุขลาว รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด เข็มแรก

ในเบื้องต้น ปลายปีที่แล้ว มีการฉีดรอบที่ 1 ให้กลุ่มเสี่ยง ได้แก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำด่านสากล และพนักงานที่ต้องดูแลคนป่วยประจำศูนย์กักตัว จำนวน 298 คน ในนี้ มีคนฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 173 คน ใช้วัคซีน 423 โดส ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ     

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงเดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไป เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกัน โดยในวันที่ 27 ม.ค.2564 ได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 2 จุดคือ โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง และโรงหมอมะโหสด นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข600 กว่าคน จากโรงหมอใกล้เคียงเข้าร่วมรับการฉีดวัคซีนด้วย    

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

ท่านสมดี ดวงดี รองนายกฯ และท่านบุนกอง รมว.สาธารณสุข อาสารับการฉีดวัคซีน

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว รายงานว่า ที่โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง ท่านสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขการระบาดของโควิด-19 และ รศ.ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีสาธารณสุข ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรก      

กล่าวได้ว่า ท่านสมดี และท่านบุนกอง เป็นนักการเมืองลาวสองคนแรก ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนลาว     

ท่านบุนกอง รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิดที่นำมาฉีดให้กลุ่มเสี่ยงนั้น ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทซิโนฟาร์มของจีน ซึ่งวัคซีนชนิดนี้ ได้มีการฉีดในประเทศจีนมาแล้ว 3 รอบ สำหรับประชากรจีน 1 ล้านคน    

รัฐมนตรีสาธารสุขลาว ยังได้เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ประชาชนลาวว่า ภายในปี 2564 สปป.ลาว จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ประชาชนลาวได้ 1 ล้าน 5 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 22 ของประชากรลาว 7 ล้านคน และคาดว่า ปี 2566 ลาวจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด 

เข็มแรก ฉีดวัคซีนโควิด "นักการเมืองลาว"

แพทย์และพยาบาลลาว ฉีดวัคซีน 600 คน

++
แจงกรณีวัคซีนรัสเซีย
++
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 มีพิธีรับมอบวัคซีนป้องโควิดชุดแรกจากรัสเซียแก่ตัวแทนรัฐบาลลาว โดยท่านวาลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำ สปป.ลาว กล่าวว่า วัคซีน Sputnik V ชุดแรก โดยรัฐบาลรัสเซีย มอบให้แก่รัฐบาลลาว ด้วยการช่วยเหลือที่ล้ำค่าของ “กองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย”     

นอกจากนี้ รัสเซีย-ลาว ได้มีข้อตกลงเห็นดีที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด Sputnik V จำนวน 2 ล้านโดส ให้แก่ สปป.ลาว นั่นหมายความว่า 25% ของประชากรลาว จะได้รับยาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากรัสเซีย    

ปรากฏว่า สื่อออนไลน์ลาวหลายสำนักได้เสนอข่าวว่า รัสเซียมอบวัคซีนป้องกันโควิด 2 ล้านโดสให้แก่ลาว ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง    

วันที่ 26 ม.ค.2564 ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุขลาว ได้ชี้แจงว่า ลาวได้รับวัคซีน Sputnik V จากรัสเซีย เพียง 1,000 โดส สำหรับ 500 คนเท่านั้น และทูตรัสเซียบอกว่า ให้ลาวลงทะเบียนจองวัคซีน Sputnik V โดยเร็ว ฝ่ายรัสเซียจะรักษาจำนวน 2 ล้านโดสไว้ให้ลาว โดยสามารถจัดซื้อได้ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ    

สรุปว่า ข่าว สปป.ลาวได้รับวัคซีนรัสเซีย 2 ล้านโดส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึง “บ่เป็นความจริง” 

อยู่ไหน “ทยา” “บิ๊กป้อม” อกอุ่น ฤาหนุน “จักรทิพย์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456496

อยู่ไหน “ทยา” “บิ๊กป้อม” อกอุ่น ฤาหนุน “จักรทิพย์”

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

27 มกราคม 2564 – 10:44 น.

โหมโรงสนามเมืองกรุง หมอกควันข่าวลือปกคลุม พปชร. “บิ๊กป้อม” หนุนจักรทิพย์จริงมั้ย? จะเอาทยาไปอยู่ที่ไหน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
จู่ๆ ปี่กลองเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ดังขึ้นมาก่อนเทศกาลจริง เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และทยา ทีปสุวรรณ เปิดหน้าขันอาสาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.    

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ณัฏฐพล” ยอมรับ “ทยา” เสนอตัวชิงผู้ว่าฯกทม.จริง
 

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

บิ๊กป้อม หนุนจักรทิพย์จริงหรือ?

บังเอิญว่า สองคนนี้ อยู่ฟากฝ่ายเดียวกัน จึงมีข่าวกอสสิปมากมาย ตามด้วยบทวิเคราะห์ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์    

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2564 มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรค พปชร. โดยไม่ได้เข้าร่วมกรรมการบริหารพรรค แต่ได้เรียก ส.ส.กลุ่มหนึ่งขึ้นไปพบที่ห้องทำงาน ขอให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในศึกผู้ว่าฯ กทม.     

เชื่อว่า จะต้องมีคนในพรรค พปชร. ออกมาปฏิเสธข่าวชิ้นนี้ เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไปแล้วว่า พรรคอาจเลือกแนวทางไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เหมือนตอนเลือกตั้ง อบจ.ทั่งประเทศ 

++
ไม่ส่งแต่หนุน
++
วันนี้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. สลัดคราบนายตำรวจมาดขรึม มาเล่นโซเชียล ในฐานะบุคคลสาธารณะ พร้อมกับคำขวัญประจำตัว “ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมสร้าง สะอาด ปลอดภัย แก้ปัญหาฉับไว”    

เฉพาะบัญชีแฟนเพจเฟซบุ๊ก “จักรทิพย์ ชัยจินดา” ทีมงานบิ๊กแป๊ะ ได้จัดทำคลิปสั้นๆ อาทิเช่น ดูแลร่างกายยังไง? ,จักรทิพย์ ชัยจินดา ชอบหยอกลูกน้อง จริงหรือไม่? ,ทำไม? โดนัทชิ้นละ 1,000  บาท, ทำไม? ต้องลุยเอง และไปช่วยหมูป่า มีอะไรไปบ้าง?    

เหมือนเป็นการโหมโรงสร้างแบรนด์ใหม่ เป็นคนธรรมดาๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย และพร้อมอาสารับใช้คนกรุงเทพฯ    

บิ๊กแป๊ะถือเป็นคนมากคอนเนคชั่น กว้างขวางทุกวงการ ผ่านตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)โดยตำแหน่ง ใกล้ชิดตึกไทยคู่ฟ้า และบ้านป่ารอยต่อฯ     

พล.ต.อ.จักรทิพย์ จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 36 เทียบเท่ากับเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก    

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

บิ๊กแป๊ะ ชิมลางเปิดตัวผ่านสื่อโซเชียล

เหนืออื่นใด บิ๊กแป๊ะ เป็น ผบ.ตร.ยุค คสช. และอยู่ในตำแหน่งยาวนาน จึงคุ้นเคยอย่างแนบแน่นทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา    

สิ่งที่บิ๊กแป๊ะขาดหายคือ ฐานมวลชนของนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีความสำคัญยิ่ง จะแพ้หรือชนะ ปฏิเสธบทบาทของหัวคะแนนเหล่านี้ไม่ได้    

จึงเป็นที่มาของข่าวไม่คอนเฟิร์มว่า บิ๊กป้อมเรียก ส.ส.กลุ่มหนึ่งมาคุยให้หนุนบิ๊กแป๊ะ

อยู่ไหน "ทยา" "บิ๊กป้อม" อกอุ่น ฤาหนุน "จักรทิพย์"

ทยา พร้อมแล้ว สำหรับสนามเมืองกรุง

++
ไม่ส่งก็ลงสนาม
++
เป็นที่ทราบกันดีว่า นับแต่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ  ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการ และ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น เป็นแม่ทัพเมืองหลวง    

ปัจจุบัน ส.ส.กทม.ของค่ายพลังประชารัฐ ก็มีหลายกลุ่ม แต่อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. รวมถึงอดีต ส.ก.จำนวนหนึ่ง ต่างรู้จักมักคุ้นกับณัฏฐพล และพุทธิพงษ์ มาตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์ เหล่านี้คือต้นทุนการเมืองระดับหนึ่ง     

ณัฏฐพล เริ่มเคลื่อนไหวส่งสัญญาณว่า ทยา-คู่ชีวิตของเขา เอาจริงกับสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.    

วันที่ 21 ม.ค.2564 ณัฏฐพล ได้พบกับ พล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยในเรื่องที่ทยาตัดสินใจเสนอตัวลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และมั่นใจว่ามีโอกาสที่จะชนะ    

วันที่ 22 ม.ค.2564 ณัฏฐพล เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นณัฏฐพลให้สัมภาษณ์สื่อ ปฏิเสธว่า นายกฯ ไม่ได้เรียกมาพูดคุยเรื่องภรรยาจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.    

จะอย่างไรก็ตาม “ทยา” อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ได้ตัดสินใจเดินหน้าลงสนามเมืองกรุงแน่ ไม่ว่าพรรค พปชร.จะสนับสนุนหรือไม่? บิ๊กป้อมจะหนุนหรือไม่?     

มีรายงานข่าวว่า ทยาได้ซุ่มฟอร์มทีมงานไว้นานแล้ว โดยเธอมีประสบการณ์การเลือกตั้งมาแต่สมัยช่วยสามีหาเสียงสมัคร ส.ส.หนแรก จนกระทั่งได้เข้าไปทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.    

บรรดาอดีต ส.ก. และอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ สายลุงกำนัน ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทยา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสานต่อ บวกกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปชร.หลายคน ที่ยังไปมาหาสู่กับทยาอยู่        

ทายาทตระกูลการเมือง “ศรีวิกรม์” จึงเชื่อว่า เธอไม่ได้ลงสนามแบบคนมือเปล่า และไร้คอนเนกชั่นการเมืองท้องถิ่น

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ ‘กกกอก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456451

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ ‘กกกอก’

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ 'กกกอก'

26 มกราคม 2564 – 19:45 น.

จากอดีตหมู่บ้านคอมมิวนิสต์ วันนี้ “คนกกกอก” หายใจเข้าออกเป็นช่องยูทูบ ฝันจะเป็นยูทูบเบอร์มีรายได้หลักแสน

8 เดือนผ่านไป สำหรับคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ คดีน้องชมพู่ ได้รับการนำเสนอข่าวผ่านช่องทีวีดิจิตอล และช่องยูทูบ ทำให้ชื่อหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โด่งดังไปทั่วประเทศ

คนส่วนใหญ่ ไม่รู้หรอกว่า “กกกอก” และ “กกตูม” คือฉากหนึ่งของสงครามประชาชน ที่กินเวลายาวนานกว่า 30 ปี 

ปี 2508 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานเข้ามาปลุกระดมชาวบรู และชาวภูไท บนเทือกเขาภูพานตะวันออก ให้ศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์ 

50 กว่าปีที่แล้ว บ้านกกกอก เดิมขึ้นกับ อ.นาแก จ.นครพนม เป็น 1 ใน 30 หมู่บ้าน ที่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา รอยต่อนครพนม-สกลนคร-กาฬสินธุ์ (สมัยโน้น ยังไม่มี จ.มุกดาหาร)
 บ้านกกกอกอยู่ติดกับพื้นที่ ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่มี 2 หมู่บ้านอยู่ภูเขาคือ บ้านกวนบุ่น และบ้านบึงสา โดยบ้านกกกอก ตกอยู่ใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ มีชื่อจัดตั้งว่า “บ้านรอบหก”  

หลังปี 2525 เทือกภูพานเปลี่ยนไป สงครามประชาชนยุติโดยสิ้นเชิง “ทหารป่า” ได้เข้ามอบตัวต่อทางการกลายเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)  

ชั่วโมงนี้ บ้านกกกอกแทบไม่เหลือร่องรอย “อำนาจรัฐแดง” ของ พคท.ในอดีต นับแต่มีข่าวคดีน้องชมพู่ และตามมาด้วยขบวนการปั้น “ลุงพล” เป็นดาราหน้าจอของช่องทีวีดิจิตอล

มีคนแปลกหน้าเข้ามาที่บ้านกกกอกมากมาย และในนั้น มีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “ยูทูบเบอร์” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลุงพล” โชว์สเต็ป ก่อนพบตำรวจบ่ายนี้

กกกอกยุคดิจิตอล

แรกๆ เหล่ายูทูบเบอร์ ได้มาเกาะติดข่าวคดีน้องชมพู่ และติดตามความเคลื่อนไหวของลุงพล-ป้าแต๋น โดยมาเช่าบ้านพักแถวบ้านกกตูม และบางส่วนก็ไปหารีสอร์ตแถว อ.เต่างอย พักแรม

ปลายปีที่แล้ว ยูทูบเบอร์กลุ่มหนึ่งได้เข้าไปกางเต็นท์พักนอนในสวนยางพารา ข้างบ้านลุงพล ต่อมา “พอลลี่” เจ้าของสวนยาง จึงได้สร้างกระท่อมให้ยูทูบเบอร์บางคนได้เข้าพัก และกลายเป็น “หมู่ยูทูบเบอร์ สายลุงพล” ไปโดยปริยาย

ยูทูบเบอร์คนนอกที่มาปักหลักเกาะติดลุงพลประมาณ 40 ช่อง แต่ที่ปักหลักอยู่บ้านกกกอกมีไม่เกิน 20 ช่อง ประกอบด้วยช่อง Salina หนูนา, ช่องบ่าวต้น สตูดิโอ,ช่องก๊อกก๊อกนิวส์ ,ช่องพี่เพชรพี่นัดก๋วยเตี๋ยวเป็ด, ช่องมานาสตอรี่ ช่องแดกเด้อ, ช่องแมงกะบี้ฟิล์ม, ช่องแมงจีซอน ,ช่องแมงตับเต่า, ช่องสะดิ้ง ,ช่องอาวทิดเสก สเตชั่น ,ช่องกัปตันดั้มซิ่ง เป็นต้น 
 สืบเนื่องยูทูบเบอร์เต็มหมู่บ้านกกกอก แต่ละคนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงทำให้ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง มีความสนใจทำช่องยูทูบ โดยขอให้ยูทูบเบอร์ต่างถิ่น ได้สอนวิธีการถ่ายคลิป และสมัครช่องยูทูบ

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ 'กกกอก'

ชาวบ้านกกกอก เรียนรู้การทำช่องยูทูบ

เบื้องต้น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหน้าบ้านลุงพล เป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการเทรนด์จากยูทูบเบอร์ช่องดัง และขยายออกไปเกือบทั้งหมู่บ้าน ในชั่วโมงนี้ มียูทูบเบอร์ชาวกกกอกมากกว่า 30 ช่อง 

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ 'กกกอก'

แม่ค้าบ้านกกกอก ก็เป็นยูทูบเบอร์

นอกจากช่องยูทูบของลุงพล-ป้าแต๋น ก็มีช่องป้ารอง สหายลุงพล และช่องของเมียผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับความนิยมจากเอฟซีลุงพล 

ชาวกกกอกส่วนหนึ่ง จึงหายใจเข้าออกเป็นการปั้นช่องยูทูบ และมุ่งมั่นจะสร้างคอนเทนท์ เรียกยอดวิวยอดแชร์ หารายได้เหมือนยูทูบเบอร์ต่างถิ่น

อิหยังวะ ลัทธิยูทูบเบอร์ เบ่งบานที่ 'กกกอก'

ป้าจำลอง สายลุงพล เป็นยูทูบเบอร์บ้านกกกอก มีคนติดตามมากที่สุด

มุมกวี ‘ผู้ว่าฯปู’ ‘สักระวี ศรีแสงธรรม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456438

มุมกวี ‘ผู้ว่าฯ ปู”สักระวี ศรีแสงธรรม’

 มุมกวี 'ผู้ว่าฯ ปู''สักระวี ศรีแสงธรรม'

26 มกราคม 2564 – 18:06 น.

หลายคนอาจไม่รู้จัก “สักระวี ศรีแสงธรรม” นักเขียนหัวใจสิงห์ หรือนามจริง วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

++
    “วันนี้อาจไม่สมหวังช่างมันเถิด
อะไรเกิดก็ต้องเกิดแม้ผิดหวัง
ชีวิตยังไม่สิ้น ยังมีพลัง
อย่าหยุดยั้งคุณค่าของตัวเรา”
    นี่คือกวีบทหนึ่ง ประพันธ์โดย “สักระวี ศรีแสงธรรม ” สำหรับแวดวงนักปกครอง จะคุ้นกับชื่อ สักระวี ศรีแสงธรรม มานานแล้ว นับแต่หนังสือชื่อ “เดินต่อไป” ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้าง สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

 มุมกวี 'ผู้ว่าฯ ปู''สักระวี ศรีแสงธรรม'

                บทบันทีกสมัยเป็นผู้ว่าฯ พิจิตร

    ใช่แล้ว! สักระวี ศรีแสงธรรม ก็คือ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่กำลังต่อสู้กับไวรัสวายร้ายอยู่ในเวลานี้
    หากใครเข้าไปส่องเฟซบุ๊คผู้ว่าฯ ปู หรือวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ก็จะได้อ่านคมคิด คำคม อยู่เสมอๆ สะท้อนถึงความเป็นคนช่างคิดช่างเขียน สมกับสมัยวัยหนุ่ม ที่ชอบเล่นดนตรี จึงมีเลือดศิลปินอยู่ในเนื้อตัวของนักปกครองคนนี้
    “ชีวิตคนทุกคน ล้วนมีวันหมดอายุเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ปรากฏอยู่ บนฝากระป๋องเท่านั้น #อำนาจและตำแหน่งย่อมไม่จีรัง”
    “เหนื่อยอ่อนล้าศรัทธายังคง ดำรงแสงแห่งความดี”
    “..เริ่มรู้ตัวว่าแก่ไปกว่าเดิมมาก และห้วงเวลาที่มีความสุขของคนแก่ คือการที่ได้พบญาติพี่น้อง ลูกหลานที่ตนเองรู้จัก ได้รับรู้ว่าเขาเติบโตขึ้น เป็นตายร้ายดีอย่างไร”
    “เป็นนักมวย ไม่ขึ้นชก แพ้แน่นอน หากขึ้นชก ยังมีโอกาสทั้งแพ้และชนะ” 

 มุมกวี 'ผู้ว่าฯ ปู''สักระวี ศรีแสงธรรม'

           คมคิด สมัยที่เป็นผู้ว่าฯ สมุทรสาคร 

++
สิงห์หัวใจกวี
++ 
    “ผู้ว่าฯ ปู” ของชาวบ้าน เป็นคนชอบฝัน และชอบขีดเขียน จึงบันทึกความรู้สึก ประสบการณ์ หลักคิดในการทำงาน ตอนเป็นผู้ว่าฯ พิจิตร ออกมาเป็นหนังสือ “เดินต่อไป”                                 
    “ผู้ว่าฯ ปู” เกิดที่บ้านหัวตะพาน ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แต่มาเติบโตบนเส้นทางชีวิตราชการมหาดไทยที่ จ.สุพรรณบุรี เริ่มจากเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช ปี 2546 แล้วไปอยู่ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองสุพรรณบุรี ขยับขึ้นปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี  และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  
    เรียกได้ว่า “สุพรรณบุรีเป็นบ้านหลังที่ 2” ของผู้ว่าฯ ปู หลังเขาจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ รามคำแหง ก็คว้าปริญญาโท ด้านบริหาร มหาวิทยาลัยบูรพา ใช้เวลากว่า 30 ปี จึงได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร
    ในหนังสือ “เดินต่อไป” นักปกครองหัวใจกวีคนนี้ ได้บันทึกห้วงชีวิตข้าราชการมหาดไทย ที่มีประสบการณ์ทั้งบู๊ บุ๋นครบเครื่อง
    “ข้ามภูเขาขวางหน้ายังกล้าข้าม
อุปสรรคใดไม่คร้ามไม่หวั่นไหว
ถึงแม้ทอดยาวห่างสุดฟ้าไกล
ไม่เกินใจเกินพลังที่ยังมี
ขอเพียงใจไม่ท้อระย่อหย่อน
ก็แรมรอนตะบึงให้อึงมี่
ป่าแม่วงก์ยากลำบากยังราวี
สุพรรณบุรียังเผชิญเดินผ่านมา”

คำว่า ป่าแม่วงก์นั้น หมายถึงช่วงหนึ่งที่เขาไปเป็นนายอำเภอแม่วงก์ ต้องเผชิญหน้ากับ “มาเฟียท้องถิ่น” แต่นักปกครองหัวใจกวี แต่สู้ไม่ถอย ก็ผ่านสถานการณ์ต่างๆมาได้
    สมัยที่เขาเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช ได้บุกเบิกและพัฒนาบึงฉวาก ตามบัญชาของบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสุพรรณบุรี ในทุกวันนี้
    หนังสือ “บึงฉวากกับบรรหาร ศิลปะอาชา” เรียบเรียงโดย สักระวี ศรีแสงธรรม เป็นผลงานของผู้ว่าฯ ปู อีกชิ้นหนึ่งที่คนสุพรรณไม่เคยลืม

 มุมกวี 'ผู้ว่าฯ ปู''สักระวี ศรีแสงธรรม'

            หนังสือ “ทุกที่..คือที่ทำงาน” สมัยเป็นผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ

    เมื่อย้ายจากพิจิตร มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ “สักระวี ศรีแสงธรรม” ได้เขียนหนังสือชื่อ “ทุกที่… คือที่ทำงาน” บันทึกเหตุการณ์ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้สัมผัสสมัยเป็นผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ 

    เชื่อว่า คนส่วนใหญ่กำลังรออ่านหนังสือเล่มที่ 4 ของสักระวี ศรีแสงธรรม หลังจากเขาหายป่วย และเอาชนะเจ้าเชื้อไวรัสวายร้ายนี้ได้

เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “หญิงลี ศรีจุมพล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456435

เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “หญิงลี ศรีจุมพล”

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

26 มกราคม 2564 – 17:29 น.

เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “หญิงลี ศรีจุมพล” จากเด็กบ้านนอก เดินตามฝันจนกลายมาเป็นนักร้องแถวหน้า

จู่ๆ ก็ทำเอาแฟนคลับถึงกับตกอกตกใจกันเป็นแถว เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “หญิงลี ศรีจุมพล” ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอมอบทรัพย์สินมูลค่ากว่า 50 ล้าน ให้เป็นสาธารณกุศล แต่กว่าจะมาเป็น “หญิงลี” วันนี้ เราจะมาย้อนวันวานของเธอว่านักร้องลูกทุ่งสาวคนนี้ เธอผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“หญิงลี” ประกาศผ่านเฟซเสียงสั่น น้ำตาคลอ หากตัวเองตายไปขอยกทรัพย์สิน 50 ล้านให้มูลนิธิ พร้อมฝากถึงพี่บุ๋มปนัดดาด้วย

หญิงลี ศรีจุมพล”  เดิมมีชื่อจริงว่า “นุชนาถ ศรีจุมพล”  ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น  “ธิดารัตน์”   ชื่อเล่น “หญิง”  เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2526  เป็นชาวอำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นลูกสาวคนกลางในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของนายทองเลื่อน และนางบุญล้อม ศรีจุมพล

หญิงลี” เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน พ่อแม่มีอาชีพ ทำนา และ รับเหมาก่อสร้าง  เวลาที่พ่อแม่ออกไปทำนา มักจะเปิดเพลงฟังและร้องบ่อยๆ ซึ่งเพลงที่พ่อร้องเป็นประจำ คือเพลงของ พรศักดิ์ ส่องแสง ส่วนเด็กหญิง นุชนาถ หรือ หญิง เริ่มมีแววนักร้องมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม 4  ซึ่งมีอายุเพียง 9 ขวบ โดยถูกญาติๆให้ขึ้นร้องเพลงในงานของหมู่บ้าน  “หญิงลี”  ร้องเพลง “โบว์รักสีดำ” ของ “ศิริพร อำไพพงษ์” ซึ่งเป็นเพลงโปรดของเธอ หลังจากร้องเพลงเสร็จก็ได้รับค่าทิปจากคนดูทำให้ “หญิงลี”  เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นนักร้องอาชีพ  

หญิงลี” เริ่มเป็นร้องเพลงจริงจัง  ด้วยการเป็นนักร้องวงอิเล็กโทนของโรงเรียนนาโพธิ์พิทยาคม ขณะที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว เมื่อจบม.6 ได้ศึกษาการร้องหมอลำซิ่ง กับ อ.วัชราภรณ์ สมสุข หมอลำซิ่งชื่อดังของ จ.อุบลราชธานี เรียนอยู่ 3 เดือน ก็กลับมาเปิดวงหมอลำที่บ้าน นอกจากนี้  อ.วัชราภรณ์ ยังเป็นผู้ที่พา “หญิงลี” มาแนะนำให้รู้จักกับ อ.สวัสดิ์ สารคาม  

ด้วยเหตุผลหลายๆประการ ทำให้ในที่สุด”หญิงลี” ตัดสินใจเลิกวงหมอลำซิ่ง แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อรับจ้างร้องเพลงและเปิดร้านเสริมสวย  ต่อมา อ.สวัสดิ์ สารคาม  ชักชวน “หญิงลี” เข้าไปทดสอบเสียงที่ แกรมมี่โกลด์ ซึ่งทางบริษัทกำลังต้องการนักร้องลูกทุ่งหมอลำซิ่งอยู่พอดี กระทั่งได้เซ็นสัญญา และมีผลงานอัลบั้มแรก ชื่อ ขาขาวสาวลำซิ่ง ในปี 2555  โดยมี อ.สวัสดิ์ เป็นโปรดิวเซอร์ มีเพลงที่ดังฮิตติดหูที่ร้องกันทั่วบ้าน ทั่วเมือง คือเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร”  และ เพลง “หญิงลั้ลลา

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

หญิงลี” เคยให้สัมภาษณ์ กับสื่อว่า ไม่คิดว่า เพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” จะดังเป็นพลุแตก ทำให้ “หญิงลี” ทำตัวไม่ถูก แต่ระลึกไว้ตลอดว่า เป็นคนของประชาชน ต้องวางตัวให้เหมาะสม ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง                  เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"
เมื่อประมาณ ต้นปี 2560 “หญิงลี” ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ ความดันสูง และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้หน้าบวม แต่แขนขาลีบลงไม่มีแรง ต้องพักรักษาตัว และในช่วงที่ “หญิงลี” ป่วยหนักๆ แม่เกิดมาประสบอุบัติเหตุ ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้น เธอเคยคิดว่า จะทำพินัยกรรมเพื่อแบ่งสมบัติให้กับญาติๆ แต่นับว่า”หญิงลี” ยังโชคดีที่ อาการป่วยของเธอได้รับการดูแลเป็นอย่างและรักษาหายในที่สุด 

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

นอกจากนี้ “หญิงลี” ยังได้ลงทุนทำธุรกิจรีสอร์ท ชื่อ “รีสอร์ท หญิงลี ลั้ลลา” อยู่ที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเพิ่งได้ฤกษ์เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563  ที่ผ่านมานั่นเอง 

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25  ม.ค.64 ที่ผ่านมา “หญิงลี” ได้อัดคลิป ความยาว 7 นาที โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว  ประกาศหากตนเสียชีวิตไป ขอยกสมบัติที่มีอยู่ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาทให้เป็นสาธารณกุศล ทำเอาแฟนคลับ “หญิงลี” เข้าไปแสดงความเป็นห่วงและส่งกำลังใจให้ เป็นจำนวนมาก หลายคนเป็นห่วงว่า “หญิงลี” กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือไม่ ควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ เป็นการด่วนก่อนที่จะดำดิ่งลงไปมากกว่านี้ 

 เส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "หญิงลี ศรีจุมพล"

 ขอบคุณข้อมูล ภาพ เฟซบุ๊ก “Yinglee Srijumpol” / ประวัติหญิงลี

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456386

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป

26 มกราคม 2564 – 12:26 น.

เบื้องหลังเกมซักฟอก “เพื่อไทย-ก้าวไกล” เขย่าในสภา ปูทาง “ม็อบราษฎร” รับไม้ต่อถล่มนอกสภา  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
ธรรมเนียมปฏิบัติการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือถ้อยคำในญัตติต้องแรง และโดนใจกองเชียร์ หากตัดเนื้อหาในส่วนที่เป็นน้ำทิ้งไป จะพบประเด็นที่เป็นสาระจริงๆ ที่จะนำมาซักฟอกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ไม่กี่ประเด็น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาล เคาะแล้ว เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 16-19 ก.พ.นี้
 

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ผู้ที่จะถูกเชือดหนักที่สุด คงหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะปัญหาโควิดระบาดรอบใหม่ โยงไปที่ปัญหาแรงงานเถื่อนผิดกฎหมาย ในฐานะเป็นรัฐมนตรีกลาโหม กับปัญหาบ่อนการพนัน ในฐานะเป็นประธาน ก.ตร. กำกับดูแลตำรวจทั่วประเทศ     

ส่วนอีก 9 คน ก็เจอหนักเบาแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  ,อนุทิน ชาญวีรกูล ,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ,ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการ,สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ,ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม ,นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์      

ศึกซักฟอกปีนี้ ต่างจากปีที่แล้ว ตรงที่มีการกระจายไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยล็อกเป้าระดับหัวหน้าพรรคด้วย เพราะฝ่ายค้าน รู้ดีว่า พรรคร่วมรัฐบาล มีอาการขบเหลี่ยมกันอยู่หลายเรื่อง จึงจับมาเชือด “รวมหมู่” ด้วยหวังจะเสี้ยมให้เกิดสนิมในเนื้อเรือเหล็ก  

ที่สำคัญ แกนหลักของพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ต้องกู้ชื่อเสียงคืนกลับมา หลังจากหนที่แล้ว เจอข้อครหา “ชกไม่สมศักดิ์ศรี” และ ส.ส.บางคนมี “ดีลลับ” กับฝ่ายรัฐบาล      

ส่วนพรรคก้าวไกล ผ่านศึกซักฟอกมาแล้ว เรียนรู้เกมสภาจาก ส.ส.จอมเก๋า คราวนี้ จึงต้องจัดหนักให้เข้าตากองเชียร์อย่างม็อบราษฎร         

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จึงประกาศว่า ศึกนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ตัดตอนเกม “แจกกล้วย” ซึ่งเป็นการโยนลูกไปยัง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ต้องคุมลูกพรรคให้อยู่ในแถว ไม่เล่นเกมน้ำเน่า

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป

เป้าหมายของพรรคก้าวไกล

++
ระแวงกันเอง
++
เสียงวิจารณ์พรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีเกมซักฟอก 10 รัฐมนตรี สะท้อนภาพปัญหาความขัดแย้ง ความไม่ไว้วางใจกันของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลชัดเจน     

สืบเนื่องจากปีที่แล้ว ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปราย 4 วัน ปรากฏว่า ส.ส.ขาใหญ่ของพรรคเพื่อไทย อภิปรายยืดยาว เยิ่นเย้อ คนละ 2-3 ชั่วโมง ทำให้เวลาในโควต้าของฝ่ายค้านหมด ทั้งที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) อีกหลายคนยังไม่ได้อภิปราย     

เฉพาะคิวการอภิปราย พล.อ.ประวิตร ที่ไม่มีเวลาเหลือเลย ส.ส.พรรคก้าวไกล ต้องไปเปิดศึกซักฟอกนอกสภา แถม “บิ๊กป้อม” ยังได้คะแนน “ไว้วางใจ” สูงสุด โดยมี ส.ส.ฝ่ายค้าน ช่วยยกมืออีกต่างหาก ทำให้มีการโจมตีพรรคเพื่อไทย ทำนองมีดีลลับ ร้อนถึงแกนนำสองพรรค ต้องออกมาเคลียร์ใจกัน     

เกมซักฟอกหนนี้ พรรคก้าวไกลต้องขอให้พรรคเพื่อไทยทำสัญญาลูกผู้ชายว่า จะไม่เล่นเกมอภิปรายน้ำท่วมทุ่ง กินเวลาฝ่ายเดียวกันอีก

++
เอาใจม็อบ
++
นักวิเคราะห์การเมืองหลายสำนักมองตรงกันว่า พรรคก้าวไกล จะใช้เกมซักฟอกหนนี้ เป็นเวทีชำแหละ “ระบอบประยุทธ์” รับไม้ต่อมาจากม็อบราษฎร    

พูดง่ายๆว่า ย้ายเวทีม็อบมาอยู่ในสภาฯ โดย รังสิมันต์ โรม อดีตแกนนำม็อบต้าน คสช. ในฐานะ ส.ส.พรรคก้าวไกล จะทำหน้าที่อภิปรายประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ที่เป็นเสาค้ำสถาบันเบื้องสูง และอ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง     

รัฐมนตรีที่ฝ่ายม็อบราษฎรจองคิวไว้ พรรคก้าวไกล ก็ลากมาขึ้นเขียงหมด ทั้ง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ คู่ปรับกลุ่มนักเรียนเลว    

รวมถึง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ที่มีข่าวว่า อยู่เบื้องหลังกลุ่มปกป้องสถาบันจากเมืองชลบุรี ที่ก่อเหตุปะทะกับกลุ่มการ์ดอาชีวะ     

แม้การยื่นญัตติซักฟอก จะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ เนื่องจาก ส.ส.รัฐบาลจะแพ็คกัน โหวตไว้วางใจ แต่ “พิธา” หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องของคณิตศาสตร์อย่างเดียว ถ้าเราคิดแค่คณิตศาสตร์ รักษาอำนาจ รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ไม่สามารถบริหารประเทศไทย    

สรุปว่า เป็นรัฐบาลได้ แต่ขาดความชอบธรรม จะอยู่ได้อย่างไร และจบศึกซักฟอกในสภา ก็ได้เวลา “ม็อบราษฎร” ภาค 2 ลงสู่ท้องถนน และเป็นการซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ ฉบับใต้ดิน  

ซีรีส์ ‘ลุงพล’ สงครามสื่อภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456344

ซีรีส์ ‘ลุงพล’ สงครามสื่อภาค 2

ซีรีส์ 'ลุงพล' สงครามสื่อภาค 2

25 มกราคม 2564 – 18:21 น.

ดังและดับเพราะสื่อ กรณีศึกษา “ลุงพล” แห่งบ้านกกกอก และกระบอกเสียงยูทูบเบอร์

รายงานเรตติ้งช่องทีวีดิจิตอล ประจำสัปดาห์ที่ 18-24 ม.ค.2564 เป็นสัปดาห์ที่โดดเด่นของช่องอมรินทร์ทีวี กับขยี้ข่าว “ลุงพล” ไชย์พล วิภา เซเลบบ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขึ้นเป็นอันดับ 4 

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าบวกหรือลบ ข่าวลุงพล ยังเป็นที่สนใจใคร่รู้ของมหาชน ยิ่งเวลานี้ ซีรีส์ลุงพลภาค 2 มี 2 ด้าน 2 ขั้ว ยิ่งทำให้เกิดดราม่าหนักกว่าภาคแรก

ดูเหมือนว่า จะเป็นศึกใหญ่ระหว่าง ลุงพล+กองทัพยูทูบเบอร์ ปะทะช่องทีวีดิจิตอล+ฝ่ายตรงข้ามในบ้านกกกอก  

วันที่ 25 ม.ค.2564 ถึงคิว “ลุงพล” ไชย์พล วิภา จะนำกลุ่มยูทูบเบอร์ สายลุงพล ประมาณ 40 ช่อง ไปพบประหยัด คูณมี  ปลัดอาวุโส อำเภอดงหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่วัดบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหวง จ.มุกดาหาร เพื่อสอบปากคำยูทูบเบอร์ หลังถูกชาวบ้านกกกอกร้องเรียนว่า มีการคุกคาม ด่าทอ และละเมิดชาวบ้าน

สรุปว่า ในวันศุกร์ที่ 29 ม.ค.2564 ปลัด อ.ดงหลวง จะขอนัดตัวแทนยูทูบเบอร์สายลุงพล ไปเจรจากับตัวแทนชาวบ้านที่ร้องเรียน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน เพราะทางนายอำเภอดงหลวง อยากให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง 

เฉพาะหน้านี้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม ได้ขอให้ยูทูบเบอร์ถ่ายคลิปเฉพาะบ้านลุงพล-ป้าแต๋น ห้ามถ่ายภาพชาวบ้านโดยไม่ได้รับขออนุญาต นอกจากนี้ จะมีการลงทะเบียนยูทูบเบอร์ทุกคนที่เข้ามาทำงานในบ้านกกกอก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ลุงพล” โชว์สเต็ป ก่อนพบตำรวจบ่ายนี้
 

ซีรีส์ 'ลุงพล' สงครามสื่อภาค 2

ลุงพล และตัวแทนยูทูเบอร์ แถลงข่าวผ่านสื่อหลักเรื่องปัญหายูทูบเบอร์กับชาวบ้านกกกอก

ดังเพราะสื่อปั้น

นับแต่วันที่ 11 พ.ค.2563 เป็นวันที่ ‘น้องชมพู่’ หายออกจากบ้านใน จ.มุกดาหาร โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ จนชาวบ้านพบศพน้องชมพู่ สภาพเปลือยกาย บริเวณภูเขาภูเหล็กไฟ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ปัจจุบันผ่านมาเกือบ 8 เดือนแล้ว คดีน้องชมพู่ก็ยังไม่สามารถปิดลงได้

ตรงกันข้าม “ลุงพล” ผู้ที่เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย กลับกลายเป็น “เซเลบกกกอก” เพราะทีวีช่องดิจิตอลอย่างน้อย 2 ช่อง ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับตัวลุงพลอย่างต่อเนื่อง จนผู้คนสงสารทั้งประเทศ 

เรื่องราวของลุงพล ที่นำเสนอผ่านหน้าจอทีวีทุกคืน ส่งผลให้ชีวิตธรรมดาๆ ของลุงพลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นว่าลุงพลมีแฟนคลับ มีคนไปหาที่บ้านเพื่อให้กำลังใจทุกวัน

มิเพียงทีวีดิจิตอลเท่านั้น บรรดายูทูบเบอร์ ไม่ต่ำกว่า 40 ช่องก็เดินทางมาปักหลักเกาะติดชีวิตลุงพล มียูทูบเบอร์จำนวนหนึ่งได้เป็นสะพานเชื่อม ระหว่างเอฟซีลุงพล กับครอบครัวลุงพล-ป้าแต๋น

นานวันเข้า กลุ่มยูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิดลุงพลประมาณ 20 ช่อง ได้กลายเป็นกระบอกเสียง และองครักษ์พิทักษ์ลุงพล 

ซีรีส์ 'ลุงพล' สงครามสื่อภาค 2

ลุงพล พูดคุยกับกลุ่มยูทูบเบอร์ ก่อนเข้าประชุมกับฝ่ายปกครอง

ดับเพราะยูทูบเบอร์?

ดังที่ทราบกัน กรณีน้องชมพู่เสียชีวิต ได้ทำให้ชาวบ้านกกกอก แบ่งขั้วขัดแย้ง โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่น้องชมพู่ กับกลุ่มลุงพล-ป้าแต๋น 

อีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านกกกอกส่วนใหญ่เล่นโซเชียล มีเฟซบุ๊ค และบางกลุ่มก็เป็นยูทูบเบอร์ จึงมีการทำสงครามสื่อออนไลน์ จนกลายเป็นคดีความ เมื่อแม่น้องชมพู่ไปแจ้งความตำรวจว่า ถูกยูทูบเบอร์บางคน และเอฟซีลุงพลบางกลุ่มคุกคาม

เมื่อเกิดหมู่บ้านยูทูบเบอร์ ยิ่งทวีความขัดแย้งระหว่างยูทูบเบอร์สายลุงพลกับชาวบ้านบางกลุ่ม ตอนแรกทีวีดิจิตอลช่องดัง ยังส่งนักข่าวมาเป็นผู้ใหญ่บ้านยูทูบเบอร์

พลันที่ทีวีช่องดิจิตอล เริ่มจับประเด็นข่าวลุงพลขัดแย้งแยกทางกับอุ๊บ วิริยะ และหมอปลา ปฏิกิริยาจากยูทูบเบอร์ และเอฟซี ก็ไม่พอใจบทบาทการเสนอข่าวของทีวีช่องนั้น

นั่นเลยกลายเป็นสาเหตุที่ลุงพลประกาศจะงดให้สัมภาษณ์สื่อทีวี 2 เดือน และตามมาด้วยเรื่องยูทูบเบอร์ปะทะกับทีวีช่องดัง 

จุดแตกหักคือ ลุงพลระเบิดอารมณ์ใส่นักข่าวทีวีช่องดัง เรื่องราวความไม่พอใจในหมู่บ้านกกกอก ก็ระเบิดขึ้นมา เมื่อกลุ่มแม่น้องชมพู่เข้าชื่อร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมให้ฝ่ายปกครองเข้ามาจัดการกลุ่มยูทูบเบอร์

นี่คือปรากฏการณ์ “ลุงพล” ว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ ถือเป็นกรณีศึกษาในวงการสื่อสารมวลชน เพราะ “สื่อ” มีส่วนสร้างให้ “ลุงพล” เป็นคนดัง เป็นเซเลบ และได้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อกระทบ กระทั่งกัน ก็ยังสามารถขายข่าวได้และเรียกเรตติ้งได้อีก

ฝาก “หน่อย” “ชูวิทย์” ปั้นลูกสาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456314

ฝาก “หน่อย” “ชูวิทย์” ปั้นลูกสาว 

ฝาก "หน่อย" "ชูวิทย์" ปั้นลูกสาว 

25 มกราคม 2564 – 14:21 น.

เฮียชูภูมิใจเสนอ “ต๊ะ ตระการตา” คนรุ่นใหม่ไฟแรง จะสังกัดพรรคเจ๊หน่อย หรือพรรคเสี่ยหนู โปรดรอชม

++
นักการเมืองหญิงที่มีประสบการณ์ทางการเมืองโชกโชน ไม่รีรอที่จะเป็นตั้ง “รับ” ฝ่ายเดียว เมื่อก้าวออกจากร่มไม้ชายคา “ชินวัตร” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็เปิดตัว “กลุ่มสร้างไทย” ทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…

สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค 

ฝาก "หน่อย" "ชูวิทย์" ปั้นลูกสาว 

คุณหญิงหน่อย และต๊ะ ตระการตา

มิเพียงเท่านั้น “คุณหญิงหน่อย” ยังปั้นแบรนด์ใหม่ ด้วยการนำพากลุ่มสร้างไทย ลงพื้นที่ เพื่อสร้างความจดจำให้แก่ผู้คน     

วันก่อน คุณหญิงหน่อย ได้เปิดตัวอาสาสมัครกลุ่มสร้างไทย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ด้วยลงพื้นที่ชุมชนจันทราสุข ลาดพร้าว 87 เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน

ทีมอาสาสร้างไทย ประกอบด้วย เทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยคอร์เนล และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ,ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวางแผนนโยบายจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด, รณกาจ ชินสำราญ นักธุรกิจ เจ้าของภัตตาคารมากรูโระ, ตระการตา กมลวิศิษฏ์ นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ,เกณิกา ตาปสนัน ทน์ เจ้าของธุรกิจ Bambinista Salon และณิชกมล บัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ    

หากไม่มีชื่อ “ต๊ะ” ตระการตา กมลวิศิษฏ์ คงไม่มีสื่อสำนักไหนให้ความสนใจทีมอาสาสร้างไทยกลุ่มนี้มากนัก

++
เธอชื่อต๊ะ
++
“ต๊ะ” ตระการตา กมลวิศิษฎ์ ลูกสาวสุดสวยของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มีพี่ชาย 2 คนคือ “ต้น”ต้นตระกูล กมลวิศิษฏ์ และ “เติม” เติมตระกูล กมลวิศิษฏ์ ส่วนน้องชายชื่อ “ต่อ” ต่อตระกูล กมลวิศิษฏ์     

จะว่าไปแล้ว “ต๊ะ” มีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเน็ตไอดอลยุคแรก เธอห่างหายไปพักใหญ่ไปเรียนต่อต่างประเทศ “ต๊ะ” จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ ระดับเกียรตินิยมจาก University of San Francisco และปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การก่อสร้างและการจัดการ จาก University College London สาขา Construction Economics & Management    

ฝาก "หน่อย" "ชูวิทย์" ปั้นลูกสาว 

เฮียชู และลูกสาวสุดสวย

ก่อนหน้านั้น มีข่าวกอสสิปในแวดวงการเมืองว่า ชูวิทย์ ได้ฝากฝังลูกชายไปทำงานการเมืองกับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล แต่จู่ๆ ก็เห็นลูกสาวไปโผล่เดินขนาบข้างเจ้าแม่เมืองหลวง    

เช้าวันที่ 25 ม.ค.2564 ในฐานะประมุขค่าย “กมลวิศิษฎ์” ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ทางช่อง 9 MCOT ถึงกรณีลูกสาวไปปรากฏตัวในทีมอาสาสร้างไทย ของคุณหญิงหน่อย    

สรุปความว่า “ต๊ะ” ลูกสาวของชูวิทย์ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มสร้างไทย เพียงแต่ตัวเขาอยากให้ลูกสาวได้เรียนรู้เรื่องการเมือง เลยส่งไปทดสอบดูว่า ชอบมั้ย..งานการเมือง   

“แค่ไปดูงานเฉยๆ คุณหญิงสุดารัตน์มาชวน คนเราทำงานการเมืองได้ต้องหลากหลาย รู้จักคนทุกชนชั้น อย่าไปแค่ทองหล่อ สุขุมวิท ต้องไป วังทองหลาง บางกะปิ ลาดกระบัง เราก็เป็นนักการเมืองที่รู้จักคนเยอะ หลายระดับ หลายชนชั้น คนหาเช้ากินค่ำ เหนื่อยแค่ไหน เป็นเรื่องสำคัญ แต่นักการเมืองทุกวันนี้ไม่ไปสัมผัสชาวบ้านแบบดั้งเดิม ความเป็นนักการเมืองต้องหลากหลาย”    

ชูวิทย์ยอมรับว่า สนใจจะโปรโมตลูกสาว-ตระการตา เป็นนักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ ไฟแรง     

“แล้วแต่ตัวเขาว่า เขาจะสามารถแสดงบทบาท ที่อยากจะช่วยเหลือสังคมส่วนรวมไหม ผมเหมือนแกนด้าย นับวันดึงด้ายไปมันก็หมด เรื่องการเมืองต้องให้เวลาเขา” เฮียชู กล่าว    

การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า มี “ต๊ะ ตระการตา” อยู่ในโผรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองแน่ๆ แต่จะพรรคสร้างไทย หรือพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องรอชม