“สยามไบโอไซเอนซ์” กับภารกิจการเป็นฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 แห่งภูมิภาคอาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456291

“สยามไบโอไซเอนซ์” กับภารกิจการเป็นฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 แห่งภูมิภาคอาเซียน

"สยามไบโอไซเอนซ์" กับภารกิจการเป็นฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 แห่งภูมิภาคอาเซียน

25 มกราคม 2564 – 11:39 น.

“สยามไบโอไซเอนซ์” กับภารกิจการเป็นฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 แห่งภูมิภาคอาเซียน

บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด บริษัทผู้ผลิตยาชีววัตถุแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2552 ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตได้แก่ยารักษาโรคชีววัตถุอาทิ ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรัง และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด โดยยาทั้ง 2 ตัวผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ชั้นสูง สามารถบำบัดรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศไทยลดการพึ่งพายาจากต่างชาติ ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืนและด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก    ของโรงงาน บริษัทฯ จึงได้รับการรับรองมาตรฐานสากล PIC/S GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485  อีกทั้งได้รับ ความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตยาและชุดตรวจโรค ให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สถาบันวัคซีน” แจง “สยามไบโอไซเอนซ์” มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนโควิด-19

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดได้ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาและผลิต ชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีตรวจวินิจฉัยโรคตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) และได้มอบให้หน่วยงานราชการใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยในประเทศมากกว่า 100,000 ชุด

ก้าวสำคัญต่อมาคือ การผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสตร้าเซเนก้า ผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำของโลก

ในเดือนตุลาคม 2563 บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ , บริษัท เอสซีจี , แอสตร้าเซเนก้า และกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในความร่วมมือเพื่อที่จะให้วัคซีนนี้ได้มีใช้อย่างแพร่หลายในภูมิภาคอาเซียน จากหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าว ได้นำไปสู่สัญญารับจ้างผลิตระหว่าง แอสตร้าเซเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งสัญญานี้แสดงให้เห็นว่า สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นบริษัทที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีชั้นสูง สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐานสากล จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีของแอสตร้าเซเนก้า ส่งผลให้สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย  การผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า ที่มีมากกว่า 20 แห่งทั่วโลก

สำหรับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของแอสตร้าเซเนก้าใช้เทคโนโลยีในการผลิตใกล้เคียงกับ การผลิตยาชีววัตถุจากเซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งสยามไบโอไซเอนซ์ มีประสบการณ์ในการผลิตยาชีววัตถุด้วยเทคโนโลยีนี้ และมีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วทั้งในประเทศ และส่งออก โรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล มีศักยภาพที่จะรองรับการผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าได้ทุกขั้นตอน และเป็นโรงงานทีใช้เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับการขยายกำลังการผลิตได้ในอนาคต

"สยามไบโอไซเอนซ์" กับภารกิจการเป็นฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 แห่งภูมิภาคอาเซียน

สยามไบโอไซเอนซ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 โดยสยามไบโอไซเอนซ์ได้ดำเนินการผลิตวัคซีนโดยยึดนโยบายไม่กำไร ไม่ขาดทุน หรือ no profit, no loss ในช่วงที่มีการระบาดนี้ ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกันกับของแอสตร้าเซเนก้า

ภารกิจผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จำนวนเงินประมาณ 600 ล้านบาท และจากบริษัท เอสซีจี 100 ล้านบาท เพื่อต่อยอด ศักยภาพของโรงงานให้มีความพร้อมในการผลิตวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด เมื่อผลิตวัคซีนได้สำเร็จบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จะสั่งซื้อวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 จากแอสตร้าเซเนก้า เป็นมูลค่าเท่ากับ จำนวนเงินทุนที่ได้รับ เพื่อส่งมอบให้กับรัฐบาลในการดูแลสุขภาพของคนไทยต่อไป

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า “สยามไบโอไซเอนซ์มีความภาคภูมิใจที่ได้รับเลือกจากแอสตร้าเซเนก้าให้เป็นฐานการผลิตวัคซีน ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่ตรงตามมาตรฐานระดับโลก ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสยามไบโอไซเอนซ์ทุกคน เร่งทำงานแข่งกับเวลา โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ตัดสินใจปรับแผนการผลิตยาชีววัตถุเดิม โดยทุ่มสรรพกำลัง ในการผลิตวัคซีนที่ได้ตรงตามมาตรฐานของแอสตร้าเซเนก้าในเวลารวดเร็วที่สุดเพื่อที่ชีวิตความเป็นอยู่ของ  คนในชาติ เศรษฐกิจไทย รวมถึงประชาชนและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ดังปณิธานของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ที่มุ่งมั่นที่จะทำให้คนไทยและทั่วโลกมีวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อีเมลล์ pr@siambioscience.com

“เปิดปม” ฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอก 10 รมต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456286

“เปิดปม” ฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอก 10 รมต.

"เปิดปม" ฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอก 10 รมต.

25 มกราคม 2564 – 11:28 น.

“เปิดปม”ฝ่ายค้านซักฟอก 10 รมต.เล่นแรง”ประยุทธ์” ปิดกั้นเสรีภาพประชาชน บริหารผิดพลาดจนชื่อว่าเป็นยุคทุจริตเฟื่องฟูมากที่สุด ส่วน”ธรรมนัส”ตั้ง “เมีย” เป็นข้าราชการการเมือง

วันที่ 25 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 10 รัฐมนตรี ที่กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน ได้ยื่นอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจมีเหตุผลและรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีพฤติการณ์บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องรวมถึงไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม ไร้ภาวะผู้นำ จิตสำนึกและความรับผิดชอบ รวมถึงปล่อยให้เกิดการฉ้อฉล ละเลยให้เกิดการทุจริต เพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้ตนเองและพวกในภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตลำบาก และการระบาดของไวรัสโควิด-19

“การบริหารที่ผิดพลาด มีการใช้อำนาจและผลประโยชน์ทำให้ทุจริตแพร่กระจายไม่ต่างจากโรคระบาด จนชื่อว่าเป็นยุคที่ทุจริตเฟื่องฟูมากที่สุด นอกจากนั้นยังปกปิดการกระทำผิดของตนเองและพวกพร้อง ไม่รอบคอบ ไม่ระมัดระวังการใช้งปบระมาณ ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง มุ่งแต่ประโยชน์ สร้างความนิยมให้ตนเอง ไม่คำนึงถึงประโยชน์ชาติ สร้างความแตกแยก” ในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านระบุ

ทั้งนี้ในประเด็นที่คาดว่าจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ นั้นตามญัตติระบุว่าการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และสื่อมวลชน,บ่อนการพนันที่ละเลยให้มีกระจายทั่วไป,ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยใช้สถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน รวมถึงแอบอ้างสถาบันเพื่อปิดบังความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดิน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุพฤติการณ์ว่าทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใช้งบประมาณเพื่อความร่ำรวย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ระบุพฤติการณ์ว่า บริหารงานผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้เกิดการแพร่ระบาดในระลอกสองอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ และอำพรางการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริต แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน

นายจุรินทร์​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ระบุพฤติการณ์ที่สำคัญ คือลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ บริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ เลือกปฏิบัติ ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาล และพบการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ในลักษณะแยกหน้าที่กันทำ ทุจริตในหน่วยงานที่กำกับ

“ละเลยให้มีการทุจริต ปกปิดข้อมูล ปกป้องการทุจริตและแสวงหาประโยชน์มิชอบ ใช้อำนาจไม่ซื่อสัตย์​ ไม่เสียสละ ไม่เปิดเผย ไม่รอบคอบ ซึ่งการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และทำหน้าที่มิชอบทำให้หน่วยงานรัฐเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชนและประเทศอย่างร้ายแรง” ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนของนายจุรินทร์ ระบุ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุพฤติการณ์ว่า บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่คำนึงความผาสุกของประชาชน ใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ให้พวกพ้องและตนเอง ใช้กลไกทางกฎหมายวางแผนทุจริตอย่างเป็นระบบและแยบยล ละเลยการกำกับการทำงานให้โปร่งใส ทำให้พบการทุจริตอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ยังฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ระบุเนื้อหาในญัตติว่า ไม่ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ไร้สำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ขาดวุฒิภาวะความเป็นผู้นำที่ดี ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ กดขี่ข่มเหงข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บุคคลหลายรายที่เป็นพวกพ้องของตนเข้าสู่ตำแหน่งและแสวงหาประโยชน์โดยการทุจริต กระทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ เลือกปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ระบุพฤติการณ์ในญัตติว่า ปล่อยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบจนทำให้มีแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการระบาดของโควิด-19 ขาดคุณธรรมและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นพบพฤติการณ์ใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนและพวกพ้องสร้างความแตกแยกในสังคม ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างผู้เห็นต่าง และละเมิดนิติรัฐ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ระบุพฤติการณ์ว่า บริหารราชการแผ่นดินที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนผูกขาดเพื่อให้ได้สิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่และปล่อยให้หน่วยงานที่กำกับ สมคบปิดบังการทุจริต ไม่ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ระบุเนื้อหาที่สั้นที่สุดในบรรดารมต.ที่ถูกยื่นนอภิปราย เพียง 3 บรรทัด โดยมีสาระสำคัญถึงพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณธรรม ใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องไม่คำนึงถึงประโยชน์ชาติและประชาชน

และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุเนื้อหาที่สำคัญ ว่า ปกปิดข้อมูลความจริงซึ่งควรแจ้งหรือยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล กร่างเถื่อน และสร้างอิทธิพลให้กับบริวารและพวกพ้อง

“แต่งตั้งคู่สมรสที่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาเป็นข้าราชการการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวุฒิภาวะและความเหมาะสม ไม่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง”

แม้วเอาไง “ธนาธร” มาแล้ว ปักธง “นายกเล็ก” เชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456270

แม้วเอาไง “ธนาธร” มาแล้ว ปักธง “นายกเล็ก” เชียงใหม่

แม้วเอาไง "ธนาธร" มาแล้ว ปักธง "นายกเล็ก" เชียงใหม่

25 มกราคม 2564 – 09:04 น.

สมรภูมิเทศบาลนครเชียงใหม่สนุกแน่ “ธนาธร” ส่งคนดังคนเด่นลงสนาม ทักษิณ-เพื่อไทยไม่ชัดจะเปิดหน้าหรือไม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนนำหมึก

++
ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ คณะก้าวหน้าไม่ลงสนาม ทั้งที่ฐานคะแนนตอนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ในแต่ละเขต ก็เป็นรองแค่พรรคเพื่อไทย กองเชียร์ธนาธรรู้สึกผิดหวังพอควร    

สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ไม่ถอยให้ใครอีกแล้ว     

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  กกต. เคาะแล้วเลือกตั้งนายกเทศมนตรี-สมาชิกเทศบาล 28 มี.ค. 64 

แม้วเอาไง "ธนาธร" มาแล้ว ปักธง "นายกเล็ก" เชียงใหม่

ธีรวุฒิ แก้วฟอง ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศบาลนครเชียงใหม่

วันที่ 24 ม.ค.2564 “ธนาธร” วิดีโอคอลร่วมเปิดตัว “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามกลุ่มเชียงใหม่กว่า และตัวแทนคณะก้าวหน้า โดยบอกว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่น่าสนใจ มีความท้าทาย ขอโอกาสให้เข้าไปบริหารเพื่อพัฒนาเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ดีกว่าเดิม    

เดิมที ธีรวุฒิ แก้วฟอง ข้าราชการชำนาญการ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลาออกจากราชการ มาร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ตั้งกลุ่มเชียงใหม่กว่า เตรียมลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่    

ต่อมา ชำนาญ จันทร์เรือง และเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้มาเจรจากับกลุ่มเชียงใหม่กว่า ขอให้การสนับสนุน “เหมา ธีรวุฒิ” จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวของพันธมิตรการเมือง เพื่อยึดทำเนียบเจดีย์ขาว

แม้วเอาไง "ธนาธร" มาแล้ว ปักธง "นายกเล็ก" เชียงใหม่

เฮียหน้อย จะได้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยหรือไม่

++
เพื่อไทยอึมครึม
++
เมื่อคณะก้าวหน้าเปิดตัวลงสนาม ย่อมส่งผลสะเทือนถึง “กลุ่มพิงคนคร เพื่อไทยเชียงใหม่” ของ “เฮียหน้อย” ชาตรี เชื้อมโนชาญ ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

ถึงวันนี้ พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า ส่งผู้สมัครนายกเล็กเชียงใหม่ ทั้งที่ “เฮียหน้อย” ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว    

อีกอย่าง “เฮียหน้อย” เดินหาเสียงคู่ขนานกับ “ส.ว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ว่าที่นายก อบจ.เชียงใหม่ มาร่วมสองปี     

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อาจสรุปบทเรียนกรณีนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่ “คนแดนไกล” ทั้งเขียนจดหมาย และส่งคลิปมาหาเสียงช่วย ส.ว.ก๊อง ส่งผลให้พรรคเพื่อไทย เจอการร้องเรียนถึงขั้นยุบพรรค เพราะเปิดทางให้ “ทักษิณ ชินวัตร” มาแทรกแซงภายในพรรค    

ฤาจะให้ “เฮียหน้อย” สู้ตามลำพัง เจอทั้งธนาธร และตระกูล “บูรณุปกรณ์” ถือว่าสาหัสสากรรจ์ไม่น้อย

แม้วเอาไง "ธนาธร" มาแล้ว ปักธง "นายกเล็ก" เชียงใหม่

อัศนี บูรณุปกรณ์ อาจลงสมัครนายกเล็ก ในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม

++
เปลี่ยนตัว
++
3 ปีก่อน “ประพันธ์ บูรณุปกรณ์” อดีต ส.ว.เชียงใหม่ แถลงข่าวจะลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ แต่มาวันนี้ ตระกูล “บูรณุปกรณ์” อาจต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเสียแล้ว    

แว่วข่าวว่า อัศนี บูรณุปกรณ์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ จะลงสมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม     

เนื่องจาก ทัศนัย บูรณุปกรณ์ ดำรงตำแหน่งนายกเจดีย์ขาวมา 2 สมัย จะขอวางมือจากการเมืองท้องถิ่นไปทำธุรกิจ จึงเปิดทางให้ประพันธ์ได้ลงสนามแทน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน หลังความปราชัยในสนามนายก อบจ.     

ตระกูล “บูรณุปกรณ์” ต้องคิดหนัก เพราะหากพ่ายซ้ำ ก็แทบไม่มีที่ยืนในเชียงใหม่ 

ไขข้อสงสัย ..เรื่องต้องรู้ ‘เลือกตั้งเทศบาล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456245

ไขข้อสงสัย ..เรื่องต้องรู้’เลือกตั้งเทศบาล’

ไขข้อสงสัย ..เรื่องต้องรู้'เลือกตั้งเทศบาล'

25 มกราคม 2564 – 06:00 น.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ได้เคาะออกมาแล้วให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลในวันอาทิตย์  28 มีนาคม  2564 ที่ผ่านมาประชาชนอย่างเราๆซึ่งมีสิทธิในการเลือกตั้งเทศบาล รู้จักการปกครองรูปแบบ”เทศบาล”มากน้อยแค่ไหน.. มาทำความรู้จักกัน

 “เทศบาล” เป็นรูปแบบหนึ่งของ”การปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ การที่รัฐบาลจากส่วนกลางกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการปกครองตนเองโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ตัดสินใจเลือกผู้แทนของตน เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น มีอิสระในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา การเงินและการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐและบทบัญญัติของกฎหมาย

ทั้งนี้รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น มี 2 รูปแบบ คือ 1.รูปแบบทั่วไป ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ. ) ซึ่งมีการเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศไปเมื่อ 20  ธันวาคมที่ผ่านมา, เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต. ) และ 2. รูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

ไขข้อสงสัย ..เรื่องต้องรู้'เลือกตั้งเทศบาล'

“เทศบาล”เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตชุมชนเมืองโดยเทศบาลแบ่งเป็น 3 ประเภท

1. เทศบาลตำบล (ทต.)  เป็นเทศบาลเล็กที่สุด มีประชากร 7,000 คนขึ้นไป และมีรายได้ตั้งแต่ 12,000,000 บาท ขึ้นไป

2.เทศบาลเมือง(ทม.)  เป็นเทศบาลขนาดกลาง ได้แก่ ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดหรือท้องถิ่นที่มีประชากรตั้งแต่ 10,000 คนขึ้นไป 

3.เทศบาลนคร (ทน.) เป็นเทศบาลที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ ท้องถิ่นที่มีประชากรตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป

เหตุผลในการจัดตั้งเทศบาลขึ้นในประเทศไทย

หากจะกล่าวถึงเหตุผลในการจัดตั้งเทศบาลในประเทศไทย เราอาจมีเหตุผลในการจัดตั้งเทศบาลในประเทศไทยได้ 2 เหตุผลใหญ่ ๆ ได้แก่

ประการที่หนึ่ง จัดตั้งเทศบาลเพื่อให้สอดคล้องกับการเมืองการปกครองในระดับชาติที่เป็นประชาธิปไตย กล่าวคือ เมื่อการปกครองในระดับชาติเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนราษฎรของตนเข้าไปทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ และทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ มีการแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ อำนาจในทางนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ

ดังนั้น การปกครองในระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนจึงจำเป็นต้องมีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระบบประชาธิปไตยในระดับชาติ โดยที่องค์กรเทศบาล เป็นองค์กรทางการเมืองแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องถิ่นปกครองตนเองได้อย่างเต็มที่ตามหลักการกระจายอำนาจ  อีกทั้งยังมีการล้อโครงสร้างของการเมืองในระดับชาติมาจำลองใส่ไว้ในเทศบาลด้วย คือ มีการแบ่งแยกฝ่ายบริหาร และฝ่ายสภาที่ทำหน้าที่ในการออกเทศบัญญัติออกจากกัน และทำหน้าที่ในการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ การจัดตั้งเทศบาลยังคงต้องให้สอดคล้องไปกับระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ ที่ได้แบ่งการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การบริหารราชการส่วนกลาง การบริหารราชการส่วนภูมิภาค และการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเทศบาลก็คือการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั่นเอง

ประการที่สอง จัดตั้งเทศบาลเพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจของรัฐบาล เนื่องจากภารกิจของรัฐบาลมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจจะลงไปควบคุมดูแล หรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรการเมืองอื่นๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ต่างๆ นี้ลง และทำให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับการบริการจากภาครัฐได้รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น

ไขข้อสงสัย ..เรื่องต้องรู้'เลือกตั้งเทศบาล'

ปัจจุบันมีเทศบาลจำนวน 2,472 แห่ง แบ่งเป็น เทศบาลตำบล 2,247 แห่ง เทศบาลเมือง 195 แห่ง และ เทศบาลนคร  30 แห่ง ซึ่งจะมีการเลือกตั้งพร้อมกันในวันที่ 28 มีนาคม 2564 โดยเปิดรับสมัคร 8 -12 กุมภาพันธ์ นี้

สำหรับโครงสร้างของเทศบาลแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ได้แก่ นายกเทศมนตรี และฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ สมาชิกสภาเทศบาล

หน้าที่ของเทศบาล

-จัดทำบริการสาธารณะต่างๆ

-รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน

-ดูแลการจราจร

-ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา

– ส่งเสริมศาสนา

 -พัฒนาเด็กเล็ก

– การบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ฯลฯ

นายกเทศมนตรีมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน  2 วาระไม่ได้

หน้าที่และอำนาจของนายกเทศมนตรี

นายกเทศมนตรีมีอำนาจกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาล โดยมี”ปลัดเทศบาล”ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานเทศบาลและลูกจ้างเทศบาล รับผิดชอบดูแลข้าราชการประจำของเทศบาลให้ดำเนินการเป็นไปตามนโยบายของนายกเทศมนตรี

สมาชิกสภาเทศบาล

-เทศบาลตำบล มีสมาชิกสภาจำนวน 12 คน แบ่งเป็น 2 เขตเลือกตั้ง  

-เทศบาลเมือง มีสมาชิกสภาจำนวน 18 คน แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง

-เทศบาลนคร  มีสมาชิกสภาจำนวน 24 คน แบ่งเป็น 4 เขตเลือกตั้ง

สมาชิกสภาเทศบาลมีกำหนดคราวละ  4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

ความสำคัญของสมาชิกสภาเทศบาล

สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) มีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร ตามรูปแบบของระบบรัฐสภา และมีหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติอันเกี่ยวข้องกับการร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆของเทศบาล 

การจัดการเลือกตั้ง

อำนาจในการจัดการบริหารเลือกตั้งเทศบาล จะอยู่ที่ “ปลัดเทศบาล”  เป็นแม่งาน  กล่าวคือ” ปลัดเทศบาล” มีอำนาจบริหารจัดการเลือกตั้ง เหมือน เลือกตั้ง อบจ. ที่ ปลัด อบจ. บริหารจัดการเลือกตั้ง  ส่วน กกต.  ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง

การลงคะแนนเลือกตั้ง

เมื่อเข้าคูหาเลือกตั้ง) จะได้บัตรลงคะแนน 2 ใบ   

 1.บัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี         เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 1 คน  

2.บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล    เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 คน

  ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

– มีสัญชาติไทยแต่ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

-มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง

-มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

-หากไม่ไปลงคะแนนเลือกตั้งเทศบาล จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี  อาทิ สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.  ส.ว.  ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่ได้ , สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน หรือดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ไม่ได้

โทษสำหรับผู้ที่ซื้อสิทธิ ขายเสียง

มีโทษจำคุก  1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

‘ทอน’ หลบจอมเก๋า ‘สมนึก’ ศึกเทศบาลนนท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456234

‘ทอน’ หลบจอมเก๋า ‘สมนึก’ศึกเทศบาลนนท์

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

24 มกราคม 2564 – 16:00 น.

แค่ปี่กลองดังขึ้น “ธนาธร” สั่งคณะก้าวหน้าลุยศึกเทศบาลอีกครั้ง แต่แปลกใจ ไยหลบสนามเทศบาลนครนนท์

ลุยแล้ว! คณะก้าวหน้า เชียงใหม่ ได้เปิดตัว “เหมา” ธีรวุฒิ แก้วฟอง ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร

เนื่องจาก “เหมา ธีรวุฒิ” เป็นเจ้าของร้าน “หมอดูทักว่าจะได้ลาบ แอนด์คราฟท์เบียร์” ที่มีหลายสาขาในเขตเทศบาลเชียงใหม่ และเขาได้ฉายาว่า “บิดาแห่งคราฟต์เบียร์” แห่งภาคเหนือ

แสดงว่า ศึกนายกเล็กหนนี้ คณะก้าวหน้าไม่ถอย เหมือนตอนชิงเก้าอี้ นายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่ส่งใครลงสมัครเลย ทำให้ฐานคะแนนเอฟซีธนาธร เทไปให้พรรคเพื่อไทย

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

ไม่มีเทศบาลนครนนท์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะก้าวหน้ามาแล้ว ลุยสนามเลือกตั้งเทศบาล ควบคู่การเคลื่อนไหวนอกสภา
 

ดังนั้น ศึกเลือกตั้งนายกเล็กเชียงใหม่ คณะก้าวหน้าชนเพื่อไทยโดยตรง พ่วงด้วยแชมป์เก่าตระกูล “บูรณุปกรณ์” 

ที่น่าผิดหวังของเอฟซีธนาธร คือ คณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้ประกาศแล้วว่า จะส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกเล็ก 6 แห่งคือ เทศบาลนครปากเกร็ด, เทศบาลเมืองบางกรวย,เทศบาลเมืองบางกร่าง, เทศบาลเมืองพิมลราช, เทศบาลตำบลบางพลับ และเทศบาลตำบลปลายบาง แต่ไม่มี “เทศบาลนครนนทบุรี” 

ดูเหมือนว่า แกนนำคณะก้าวหน้าเมืองนนท์ จะพุ่งเป้าไปที่ “เทศบาลนครปากเกร็ด” มากที่สุด ต้องวัดใจ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ว่า จะสู้หรือหลบให้นายกเทศมนตรนครนนท์ 8 สมัย 

อีกด้านหนึ่ง วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด 7 สมัย น้องชาย-สุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีต ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย ฐานมวลชนอาจไม่แข็งแกร่งเท่ากับ “นายกสมนึก” แกนนำคณะก้าวหน้า นนทบุรี จึงปักธงจองไว้เลย

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกฯปากเกร็ด เจอศึกหนัก

แชมป์เก่าเดินสาย

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 สภาเทศบาลนครนนทบุรี มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้เทศบาลนครนนทบุรีจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 520,000 โดส ราคาโดสละ 500 บาท เป็นวงเงินงบประมาณรวม 260 ล้านบาท

ดังที่รู้กัน “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี 8 สมัย ได้รับลูกจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรื่องท้องถิ่นควรจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด หลังจากนั้น “นายกสมนึก” ก็ลุยให้ข่าวกับสื่อมวลชน 

ปกติ “นายกสมนึก” ไม่ค่อยเปิดตัว แต่เที่ยวนี้ เดินสายพบสื่อหลายค่าย รวมถึงการเปิดใจให้สัมภาษณ์สำนักข่าววอยซ์ทีวี ของตระกูลชินวัตร

จุดยืนของนายกสมนึก ในสนามการเมืองระดับประเทศนั้น ก็ยืนข้างฝ่ายไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

ทุกวันนี้ อุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย และคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ ก็เดินเคียงข้างนายกสมนึก เสมือนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว

นายกสมนึก แห่งทีมพลังหนุ่ม เล่นบทโชว์กล้ามให้นักการเมืองรุ่นลูกรุ่นหลานได้ชม เลยออกอาการใจฝ่อ ไม่มีใครกล้าเสนอตัวลงสนามในนามคณะก้าวหน้า

'ทอน' หลบจอมเก๋า 'สมนึก'ศึกเทศบาลนนท์

นายกสมนึก เดินสายพบสื่อ

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456212

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

24 มกราคม 2564 – 12:13 น.

สวนทางเฮียบุ๊ง “โตโต้” สยายปีกการ์ดวีโว่ ยึดกุม “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” การ์ดอาชีวะเดินหน้าไล่ประยุทธ์

 จากบทสัมภาษณ์ขนาดยาวของ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร ในเวบไซต์ themomentum ทำให้รู้ว่า ประเด็น “การ์ดรักษาความปลอดภัย” ของม็อบราษฎร เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย 
 เฮียบุ๊งเล่าว่า ช่วงกลางเดือน ธ.ค.2564 เฮียบุ๊งพาแกนนำราษฎรทุกกลุ่มไปพูดคุยที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี และปรับขบวนใหม่ ก่อนจะกลับมาให้ “เพนกวิน”ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ได้ยุบการ์ดคณะราษฎรทุกกลุ่มแล้ว

จากนั้น เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แจ้งข่าวเปิดรับสมัครสตาฟฟ์ราษฎร และหน่วยสันติวิธี เข้ามาทำหน้าที่แทนการ์ด 20 กว่ากลุ่ม

ใครก็ตามที่สมัครเข้ามาเป็นสตาฟฟ์ราษฎรและหน่วยสันติวิธี ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ เพื่อป้องกันการถูกแทรกซึมเข้ามาหาข่าวหรือป่วนม็อบ

“ที่สำคัญคือไม่เอาคนแก่ จะเอาแต่เด็กวัยรุ่นอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาเราเจอปัญหาคนแก่เป็นลมในม็อบเพราะไปยืนอยู่ทัพหน้าเยอะมาก มันไม่สมควร ถ้าคุณแก่ คุณต้องไปยืนข้างหลัง ไม่ใช่ว่าเรารังเกียจคนสูงอายุนะ แต่การขับเคลื่อนมันไม่ควรต้องให้ใครมาเป็นภาระของใคร” เฮียบุ๊ง กล่าว

ถ้อยแถลงของเฮียบุ๊ง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มการ์ดคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก เพราะทีมการ์ดเสื้อแดง ส่วนใหญ่อายุเยอะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ
 

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

โตโต้ แม่ทัพวีโว่ ขอโชว์เดี่ยว

โตโต้โชว์เดี่ยว

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2564 ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ (wevo) แถลงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คโตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep เกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้ในปี 2564  ว่า ฝ่ายประชาธิปไตยเองแม้จะเป็นการรวมแม่น้ำ ห้วย หนอง คลองบึง จากหลากหลายสาย แต่ก็มีเป้าประสงค์เดียวกันคือ มหาสมุทร 

 “ดังนั้น หากจะมีความคิดเห็นไม่ใช่แนวทางที่คิดว่าใช่ ก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกทางที่เหมาะสมกับตน เรียกว่า “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่เลว

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

ขยายสาขาวีโว่ ไปอีสาน

โตโต้และการ์ดวีโว่ ได้ประกาศแยกตัวออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะ “ม็อบจรยุทธ” ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังการ์ดวีโว่ปะทะกับการ์ดปลดแอก  

วันนี้ โตโต้กลับไปบ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเปิดรับคนรุ่นใหม่ให้เป็นการ์ดวีโว่ สาขา 2 ซึ่งเมื่อการเลือกตั้ง 2562 โตโต้ลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ได้หมื่นกว่าคะแนน หลังพ่ายเลือกตั้ง โตโต้หันไปทำกิจกรรมนอกสภา 

องค์กรการ์ดวีโว่ ไม่ได้ขึ้นต่อองค์กรราษฎร เพราะโตโต้ยึดหลัก “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” พร้อมกับขยายสาขาวีโว่ออกไปต่างจังหวัด

“สู้ยกใหม่นี้ ต้องสู้อย่างมียุทธศาสตร์สอดรับนโยบายเดียวกันกับ แกนหลักอย่าง wevo ส่วนกลาง” หากทำตามที่โตโต้เสนอ ม็อบคนรุ่นใหม่ ก็ไม่ต่างจากขบวนการคนเสื้อแดงในอดีต ที่แยกเป็นองค์กร นปช. กับแดงเสรี(แดงเวทีเล็ก)

แดงเสรีจะเคลื่อนไหวในประเด็นแหลมคม พุ่งเป้าโจมตีสถาบันฯ จึงไม่ยอมรับการนำของ นปช. ที่ยึดแนวทางสู้ไป กราบไป  

ราษฎร แยกกันเดิน ซ้ำรอย นปช.-แดงเสรี

การ์ดอาชีวะ เดินขบวนไล่ประยุทธ

เสียงการ์ดอาชีวะ

ปีที่แล้ว การชุมนุมของกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ ในลักษณะม็อบไม่มีแกนนำ การ์ดสายอาชีวะได้รับการชื่นชมมากมาย แต่ตอนหลัง การ์ดอาชีวะที่มีหลายก๊กหลายก๊วน ได้สร้างความวุ่นวาย จนนำมาสู่การยุบการ์ดทุกกลุ่ม

ล่าสุด แอดมินเพจฟันเฟืองนนทบุรี – Gear Of Red Nonthaburi ได้โพสต์ว่า “ผมขอพูดในนามส่วนตัวว่า ทุกวันนี้ม็อบเรา ได้เดินมาผิดเส้นทางที่ควรจะเดินแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะไล่รัฐบาล และต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้  พวกเราควรทำ  ข้อ 1กับข้อ 2 ก่อน  ไม่ใช่หรือ  ผมขอประกาศในนามส่วนตัวว่า เมื่อถึงเวลาที่พวกเราพร้อมเดินหน้าทางการเมืองอีกครั้ง  ขอให้มวลชนมาร่วมกับเราอีกครั้งหนึ่ง..”

พูดง่ายๆ กลุ่มอาชีวะต้องการขับไล่ประยุทธ์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นลำดับแรก เรื่องปฏิรูปสถาบันฯ มาเป็นลำดับหลัง

วันที่ 24 ม.ค.2564 กลุ่มลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ ทำกิจกรรมเดินขบวนจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาลประยุทธ์

ม็อบเดินทัพทางไกลรอบนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการ์ดปลดแอก และการ์ดอาชีวะสาย “เกวลัง ธัญญเจริญ” หรือ “เก่ง อาชีวะ” หรือ “เก่ง นครหลวง”

นี่คือรูปธรรม “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ตามที่โตโต้เสนอไว้ แต่จะบานปลายกลายเป็น “แยกกันเดิน ตีกันเอง” หรือไม่? ต้องติดตามดูกันต่อไป

สงครามเงา ‘นายกเล็ก’ ปชป.เมืองคอน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456176

สงครามเงา’นายกเล็ก’ปชป.เมืองคอน

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

23 มกราคม 2564 – 18:42 น.

ชิงเก้าอี้นายกเล็กเมืองคอน ตระกูลศักดิเศรษฐ์พ่วงเดชเดโช ชนตระกูลแก้วภราดัย

++
    9 ปีที่แล้ว ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช สร้างความประหลาดใจให้แก่สภากาแฟเมืองคอน เมื่อ กณพ เกตุชาติ ลูกชายของ สมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ที่นั่งเก้าอี้นายกเล็กมานานเกือบ 30 ปี พ่ายแพ้ให้แก่ เชาวน์วัศ เสนพงศ์ พี่ชายของ เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 
    มิเพียงเท่านั้น ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทีมของสมนึก เกตุชาติ ก็พ่ายแพ้แก่ทีมเชาวน์วัศ
    สำหรับการเลือกตั้งนายกเล็กเมืองคอนในปีนี้ ชัดเจนแล้ว เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีธรรมราช จะไม่ลงสนาม โดยตระกูล “เสนพงศ์” จับมือ กนกพร เดชเดโช ว่าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ขอสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 
    เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2564 “กนกพร” นำทีมพลังเมืองนคร เปิดสำนักงานอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ในตัวเมืองนครฯ เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งชิงเก้านายกเล็กเมืองคอน

++
ตระกูลศักดิเศรษฐ์
+++
    อดีต ส.ส.หนุ่มใหญ่ ได้เปิดตัวผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ – ทีมพลังเมืองนคร พร้อมสเตตัส “ร่วมมือกันสร้างเมือง..ฟังทุกเสียง ใส่ใจทุกปัญหา เข้าถึงทุกความต้องการ #เทศบาลของทุกคน ได้โปรดสนับสนุน อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เป็นนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช”
    อภิชาต เป็นน้องชายของชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย หลังลาออกจากค่ายมติชน อภิชาตลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2548 ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก และเป็น ส.ส.มาอีก 2 สมัย

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

             อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เปิดตัวแล้ว

    การเลือกตั้งปี 2562 อภิชาตเว้นวรรค มีแต่พี่ชาย-ชำนิ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่สอบตก ช่วงการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ชำนิ-อภิชาต ร่วมกับตระกูล “เดชเดโช” ตั้งกลุ่มพลังเมืองนคร ส่งกนกพร เดชเดโช ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ. ได้รับชัยชนะตามความคาดหมาย
    เมื่อประสบความสำเร็จจากสนาม อบจ. ทีมพลังเมืองนคร ก็เดินหน้า หวังยึดเก้าอี้นายกเล็กเมืองคอนให้ได้

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

             กนกพร เปิดสำนักงาน อภิชาติ อดีต ส.ส.ลงสนามเทศบาล

++
ทีมสมนึก
++
    เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2562 ที่สำนักงานทีมสมนึก อ.เมืองนครศรีธรรมราช “ดร.โจ” กณพ เกตุชาติ หัวหน้าทีมสมนึก ได้ประกาศตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งมีการเปิดตัวทีมบริหารทั้งรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช 

สงครามเงา'นายกเล็ก'ปชป.เมืองคอน

              ลูกชายอดีต ส.ส.วิทยา ร่วมทีม ดร.โจ

    ตั้งแต่แพ้เลือกตั้งหนที่แล้ว “กณพ” ได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลฯ ตลอด 9 ปีไม่มีหยุด  และที่น่าสนใจ ในทีมบริหารของกณพ ปรากฏชื่อ พูน แก้วภราดัย ลูกชายของวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมทีมด้วย
    ดังที่รู้กัน ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราชหนที่ผ่านมา วิทยา แก้วภราดัย สนับสนุน นนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ลงสู้กับ “กนกพร” มารดา ส.ส.ชัยชนะ เดชเดโช ที่มีตระกูลศักดิเศรษฐ์ และเสนพงศ์ หนุนช่วย
    ธรรมชาติคนการเมือง ปชป.เมืองคอน มักจะแข่งกันเองในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น และการเลือกตั้งนายกเล็กเมืองคอน ก็หนีไม่พ้นศึกคนกันเอง

วิถี ‘ทยา’ เบ้าหลอม ‘ศรีวิกรม์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456154

วิถี ‘ทยา’เบ้าหลอม ‘ศรีวิกรม์’

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

23 มกราคม 2564 – 15:34 น.

เบ้าหลอม “ศรีวิกรม์” ทำให้ “ทยา” เข้าสู่สังเวียนการเมือง สู่ทำเนียบเสาชิงช้า คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ยังไม่มีวี่แววว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายในเร็ววันนี้ แต่ผู้อาสาหน้าใหม่ ก็เริ่มเปิดตัวกันแล้ว ในรอบสัปดาห์ที่ผ่าน ชื่อของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ ทยา ทีปสุวรรณ ถูกสื่อพูดถึงมากที่สุด
    ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนว่า ภรรยา-ทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เป็นแน่นอน แต่จะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม
    “เขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้” ณัฏฐพล กล่าวถึงความมุ่งมั่นของภรรยา
    “ตั้น” ณัฏฐพล และทยา เข้าสู่สังเวียนการเมืองในช่วงเดียวกัน เลือกตั้ง 2550 ตั้นลงสมัคร ส.ส.เขต 10 กทม. แต่สอบตก ต่อมา มีเลือกตั้งซ่อมปี 2552 ตั้นจึงสอบได้ และเป็นผู้อำนวยการพรรค ส่วน ทยาก็เข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. 
    ทั้งคู่ได้รับการสนับสนุนจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้น 
    ทยาจัดอยู่ในนักการเมืองสายแข็ง มีบุคลิกต่างจากพี่ชาย-พิมล ศรีวิกรม์ เธอน่าจะเป็นส่วนผสมทางการเมืองของเฉลิมพันธ์-คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์
    ปัจจุบัน ทยาเป็นผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ และกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างโรงเรียนและวิทยาลัย ริมถนนสุขุมวิทให้เป็นโรงเรียนนานาชาติ

++
เบ้าหลอมศรีวิกรม์
++
    หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ประชาธิปไตยเบ่งบาน พรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย พงส์ สารสิน มาชวน “คุณหญิงอ๋อย” หรือ คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ไปอยู่พรรคกิจสังคม ที่มี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค
    คุณหญิงศศิมา เป็นกรรมการบริหารพรรคกิจสังคม และรองเลขาธิการพรรค ในการเลือกตั้ง 2518 คุณหญิงศศิมา ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตพระโขนง แพ้ พิชัย รัตตกุล ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เพียง 200 กว่าคะแนน
    เลือกตั้ง 2519 คุณหญิงศศิมาลงเขตเดิม แข่งกับคนเดิม แม้เธอจะค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็ปรากฏว่าพ่ายแพ้ไปพันกว่าคะแนน
    ดูเหมือนคุณหญิงศศิมาจะไม่ค่อยมีโชคการเมืองมากนัก แม้การเลือกตั้งปี 2531 เธอจะกลับมาลงสมัคร ส.ส.เขตพระโขนง ในสีเสื้อพรรคประชาชน (พรรคที่มาสามี-เฉลิมพันธ์ ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าพรรค) ก็ยังสอบตกอีกครั้งจนได้
    สำหรับเฉลิมพันธ์นั้น ต่างจากภรรยา-ศศิมา เขาชอบพรรค ปชป.มานานแล้ว หลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เวลานั้น พ.อ.(พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรค และเฉลิมพันธ์เป็นเลขาธิการของพรรค
    เลือกตั้ง 2522 เฉลิมพันธ์ลงสมัคร ส.ส.ที่เขตพระโขนง ในสีเสื้อ ปชป. ก็สอบตก พ่ายกระแสประชากรไทยฟีเวอร์ และเว้นวรรคไปหนึ่งสมัย ก่อนจะมาลงสนาม ส.ส.อีกครั้งปี 2529 จึงได้เป็น ส.ส.กทม.สมัยแรก
    ปี 2531 เฉลิมพันธ์และอดีต ส.ส.จำนวนหนึ่ง ลาออกจากพรรค ปชป. อันเป็นตำนาน “กลุ่ม 10 มกรา” เฉลิมพันธ์ตั้งพรรคประชาชน และย้ายสนามไปลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ด้วยการชักชวนของ เลิศ หงษ์ภักดี อดีต ส.ส.นครราชสีมา (เลิศ หงษ์ภักดี เป็นบิดาของระนองรักษ์ และพ่อตาของไพโรจน์ สุวรรณฉวี)
    ปี 2533 เฉลิมพันธ์ ได้นำพรรคประชาชนไปรวมตัวกับพรรคก้าวหน้าของ อุทัย พิมพ์ใจชน พรรครวมไทยของ ณรงค์ วงศ์วรรณ และพรรคกิจประชาคมของ บุญชู โรจนเสถียร กลายเป็น “พรรคเอกภาพ” หลังรัฐประหาร 2534 คณะทหาร รสช.จั้งตั้ง “พรรคสามัคคีธรรม” โดยมีพ่อเลี้ยงณรงค์ เป็นหัวหน้าพรรค เฉลิมพันธ์ถูกดึงเข้าไปร่วมด้วย และมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค
    เฉลิมพันธ์-ศศิมา มีบุตรธิดารวม 4 คนคือ พิมล, ชัยยุทธ,วิกร และทยา เมื่อเฉลิมพันธ์วางมือทางการเมือง “พิมล” บุตรชายคนโตเข้ามาเล่นการเมืองในยุคมนต์รักประชานิยม

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

                อีฟ ทยา อยู่ในสายแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ

++
ลูกไม้ใต้ต้น
++
    ทยา เติบโตในครอบครัวที่ประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจคือหัวข้อหลักบนโต๊ะอาหาร ทำให้การเมืองได้ซึมเข้าในเนื้อตัวของเธอ 
    “อีฟ” ทยา แต่งงานกับ “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ บุตร วีระพันธ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และผู้บริหารองค์กรธุรกิจอีกหลายแห่ง

วิถี 'ทยา'เบ้าหลอม 'ศรีวิกรม์'

             ตั้น-ทยา คู่ชีวิตการเมือง 

    กำนันสุเทพชักนำให้ “ตั้น-ทยา” เข้ามาสู่ชายคาพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงการเลือกตั้ง 2550 ทยามีบทบาทสำคัญในการช่วยสามีหาเสียงเลือกตั้ง จนถูกทาบทามเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. (สมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยแรก) โดยรับผิดชอบด้านการศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว กีฬา และการต่างประเทศ
    ประสบการณ์ในทำเนียบเสาชิงช้า ทำให้ทยา ตั้งเป้าอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม. เมื่อโอกาสมาถึง เธอจึงเสนอตัวเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456064

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

22 มกราคม 2564 – 14:07 น.

ลาวเครียด พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 ราย เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และเชียงราย 

++
หลังจาก สปป.ลาว ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเป็นเวลา 46 วัน ก็ตรวจพบผู้ติดโควิด 2 ราย ที่เดินทางมาจากประเทศไทย

วันที่ 22 ม.ค.2564 ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุข สปป.ลาว ได้เปิดการแถลงข่าวว่า คณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันการระบาดของโควิด-19 ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 กรณี (ผลการตรวจซ้ำจากศูนย์วิเคราะห์ในนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 21 ม.ค.2564)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน 

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุข
    

++
แรงงานลาว
++
กรณีแรก เป็นหญิงลาว วัย 33 ปี อาชีพกรรมกร ประวัติการเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อ ก.ค.2563 เนื่องจากสถานการณ์โควิด นายจ้างไทยได้ปิดกิจการลง จึงเดินทางกลับบ้านที่แขวงจำปาสัก    

วันที่ 18 ม.ค.2564 เดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่าน จ.ศรีสะเกษ ถึง จ.อุบลฯ จากนั้น เหมารถตู้ร่วมกับเพื่อนกรรมกรลาวรวม 8 คน ผ่านด่านช่องเม็ก เข้า สปป.ลาว ทางการลาวได้นำตัวกรรมกรลาวทั้งหมดไปกักตัวที่ศูนย์หลัก 21 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก โดยมีการเก็บตัวอย่างไปตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน    

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ไทม์ไลน์ หญิงลาวจากกรุงเทพฯ ไปจำปาสัก

วันที่ 20 ม.ค.2564 ผลตรวจหาเชื้อจากห้องวิเคราะห์แขวงจำปาสัก ปรากฏว่า หญิงวัย 33 ปี มีผลเป็นบวก เพื่อความแน่ใจ จึงส่งตัวอย่างไปตรวจที่นครหลวงเวียงจันทน์ ผลเป็นบวก จึงนำตัวหญิงวัย 33 ปีเข้ารักษาที่ รพ.แขวงจำปาสัก 

++
นักท่องเที่ยวชาวจีน
++
กรณีที่สอง คนจีนวัย 29 ปี วันที่ 18 ม.ค.2564 เดินทางจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ลักลอบขี่เรือข้ามโขงมาที่เมืองห้วยซาย แขวงบ่อแก้ว พักอยู่ 1 คืน จึงเหมารถตู้ไปส่งที่แขวงหลวงน้ำทา ได้เข้าโรงแรมกงเอ้อ เมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา     

วันที่ 19 ม.ค.2564 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลวงน้ำทา ได้เก็บตัวอย่างจากชายจีนไปตรวจ พบผลเป็นบวก และได้ส่งตรวจซ้ำที่นครหลวงเวียงจันทน์ ยืนยันว่า ผลเป็นบวก   

มาจากไทย ลาวติดโควิด 2 ราย

ไทม์ไลน์ คนจีน เดินทางจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปแขวงหลวงน้ำทา

จากการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอีก 2 ราย ทำให้ สปป.ลาว มียอดสะสมผู้เชื้อโควิด-19 เป็น 43 ราย นับแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปีที่แล้ว

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456049

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

22 มกราคม 2564 – 11:58 น.

เดินหน้าไปแล้ว “ลาว เมียนมา กัมพูชา” ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน รัสเซีย และอินเดีย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประเด็นการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย กลายเป็นเรื่องการเมือง เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กถึงปัญหาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล ตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยไม่ได้รับการจัดซื้อวัคซีน ที่มีการครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม และทำไมประเทศไทยถึงยังไม่มีการเริ่มฉีดวัคซีน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน
 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

วัคซีนจากรัสเซียถึงเมืองลาว

หลังจากนั้น ได้มีตอบโต้จากฝ่ายรัฐบาลอย่างดุเดือด รวมถึงการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีไลฟ์เฟซบุ๊กวิจารณ์การนำเข้าวัคซีนโควิด-19 อ้างบิดเบือนข้อมูลและพาดพิงสถาบันฯ    

ขณะที่ประเทศไทยยังวุ่นอยู่กับการเมืองเรื่องวัคซีนโควิด มองไปรอบบ้านเรา ก็มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนป้องกันโควิดอย่างน่าสนใจ    

สปป.ลาว เพิ่งได้รับวัคซีนป้องกันโควิดล็อตแรกจากรัสเซีย ก่อนหน้านั้น ลาวได้รับวัคซีนจากจีน และมีการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ไปแล้ว    

เมียนมา ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากอินเดีย 1.5 ล้านโดส และเริ่มฉีดให้กลุ่มเสี่ยงก่อน ซึ่งรัฐบาลเมียนมาได้สั่งซื้อวัคซีนอินเดียตั้งแต่กลางปีที่แล้ว    

กัมพูชา จะได้รับการช่วยเหลือด้านวัคซีนป้องกันโควิดจากจีน และสมเด็จฮุน เซน ประกาศอาสาฉีดวัคซีนจากจีนเป็นคนแรก 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

++
วัคซีนมิตรภาพ
++
วันที่ 21 ม.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้มีพิธีมอบ-รับวัคซีนป้องโควิด-19 สปุกนิก วี(Sputnik V) ชุดแรกจากรัสเซีย โดยท่านวลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ สปป.ลาว และท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุขลาว เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว     

ในพิธีรับมอบวัคซีนป้องโควิดชุดแรกจากรัสเซียแก่ตัวแทนรัฐบาลลาว ท่านวาลาดีเมียร์ กาลินิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำ สปป.ลาว กล่าวคำปราศรัยที่สรุปใจความได้ว่า   

1.วัคซีน Sputnik V ชุดแรก โดยรัฐบาลรัสเซีย มอบให้แก่รัฐบาลลาว ด้วยการช่วยเหลือที่ล้ำค่าของ “กองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย” 

2.รัสเซีย-ลาว ได้มีข้อตกลงเห็นดีที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด Sputnik V จำนวน 2 ล้านโดส ให้แก่ สปป.ลาว นั่นหมายความว่า 25% ของประชากรลาว จะได้รับยาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากรัสเซีย    

ท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้มีแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดมาแต่กลางปีที่แล้ว โดยติดต่อกับสหพันธ์วัคซีนสากล Gavi , COVAX FACILITY ,ประเทศเพื่อนมิตรทางยุทธศาสตร์ ,ประเทศภาคี และองค์การจัดตั้งสากล เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนลาว    

ปัจจุบัน ลาวมี 3 แหล่งที่จะได้รับการช่วยเหลือด้านวัคซีน คือ 1.Sinopharm จากจีน 2.Sputnik V จากรัสเซีย 3.วัคซีนที่ได้จาก COVAX FACILITY, GAVI  

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

ซูจีซื้อวัคซีนจากอินเดีย

++
ซื้อวัคซีนอินเดีย
++
จาก สปป.ลาวข้ามไปทางสหภาพเมียนมา วันที่ 21 ม.ค.2564 อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้แถลงข่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เฉลี่ย 400 คนต่อวัน และมีข่าวดี เมียนมา จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิดจากอินเดีย จำนวน 1.5 ล้านโดส สำหรับ 750,000 คน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเมียนมา จะฉีดให้กลุ่มเสี่ยงก่อน คือ  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่รัฐบาล แต่ละคนต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกันครั้งละ 28 วัน     

ช่วงปีใหม่ ออง ซาน ซูจี ได้กล่าวสารอวยพรแก่ประชาชนชาวเมียนมา ผ่านทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ MRTV โดยแจ้งว่า รัฐบาลเมียนมา ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากอินเดียแล้ว และจะฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อนเป็นกลุ่มแรกในเดือน ก.พ.นี้ จากนั้นจะขยายกลุ่มผู้ที่ต้องได้รับวัคซีนเป็นลำดับไป จนกระจายลงไปถึงประชาชนทั่วประเทศ 

ส่องเพื่อนบ้าน ฉีดวัคซีนโควิด รัสเซีย จีน อินเดีย

สมเด็จฮุนเซน อาสาฉีดวัคซีนคนแรก

++
จีนให้เปล่า
++
เมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักข่าวท้องถิ่นของกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศอาสาฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 Sinopharm จากจีนเป็นคนแรกของกัมพูชา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนภายในประเทศว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง    

สมเด็จฮุน เซน เปิดเผยว่า กัมพูชาจะได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 1 ล้านโดส ของ Sinopharm โดยทางรัฐบาลจีนได้มอบให้รัฐบาลกัมพูชา สำหรับการฉีดวัคซีน 500,00 คน