นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/456038

นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า

นโยบายด้านการศึกษาที่ว่างเปล่า

22 มกราคม 2564 – 10:47 น.

สอบ O-NET เป็นเรื่องความสมัครใจ สอบไล่เป็นเรื่องของโรงเรียน สะท้อนนโยบายที่ว่างเปล่า ไร้ทิศทาง ไม่รับผิดชอบ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งควรจะรับผิดชอบร่วมกัน..โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

การที่ กระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า การสอบO-NET เป็นการสอบตามความสมัครใจ  ไม่ให้นำผลสอบ O-NET ไปร่วมตัดสินผลการเรียน จนกระทั้งมาถึงการเลื่อนชั้นอัตโนมัติ ที่โรงเรียนสามารถกำหนดการวัดและประเมินผลของตัวเองได้ว่าจะจัดแบบไหน เป็นผลกระทบที่วงการศึกษาได้รับจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ที่แย่กว่าคือ เป็นคำถามในคำตอบที่ไม่เคยมีคำตอบที่สิ้นสุด

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุปถึงการเปิดเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 28 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดระลอกใหม่ สพฐ. ยืนยันเปิดตามกำหนดเดิมที่จะเปิดเรียนในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ซึ่งเมื่อเปิดเรียนแล้วขอให้โรงเรียนทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามแนวทางที่ สพฐ. กำหนด
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนที่ผู้ปกครองมีความกังวลว่าการเรียนผ่านออนไลน์ทำให้เด็กเรียนได้ไม่เต็มที่ และอาจไม่สามารถทำข้อสอบเพื่อเลื่อนชั้นได้นั้น เรื่องนี้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวล เพราะ สพฐ. ให้นโยบายโรงเรียนทุกแห่งแล้วว่า การเลื่อนชั้นอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องสอบปลายภาคเรียนสามารถทำได้ แต่ครูผู้สอนต้องหาวิธีการประเมิน ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นการสอบ เช่น แจกใบงานฝึกหัดให้เด็กทำส่งได้ เป็นต้น ซึ่งครูจะต้องประเมินเด็กเป็นรายบุคคลแทน 

ขณะที่การสอบ โอเน็ตของเด็ก ป.6 และ ม.3 ในปีนี้นั้น สพฐ. ได้แจ้งประกาศแล้วว่า ไม่มีการนำคะแนนโอเน็ตมาเป็นผลต่อการเลื่อนชั้น หรือการสอบเข้าต่างๆ แต่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ยังต้องประกาศจัดสอบโอเน็ตอยู่ แต่เป็นความสมัครใจ โรงเรียนไม่มีสิทธิบังคับนักเรียนอย่างเด็ดขาด เป็นการจบแบบหักมุม หลังจากที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ยึดมั่นกับเวลาเรียนและวัดผล ในการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบแรกว่า นักเรียนจะต้องมีเวลาเรียนครบ 200 วันต่อ 1 ปีการศึกษา เห็นได้ชัดจากการเลื่อนระยะเวลาปิดเรียนเปิดเรียน หรือการไม่ปิดภาคเรียนในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2563 แต่สุดท้ายก็จบแบบไม่คาดหวังอะไร แต่คนที่หนักใจและต้องตัดสินใจแทนผู้บริหารระดับสูง คือ นักเรียน และครูผู้สอน ด้วยคำสวยหรูที่ว่า “ตามความสมัครใจ” ช่างเป็นนโยบายที่ว่างเปล่าจริงๆ  

‘จักรทิพย์-ชัชชาติ’ พรรคอำพราง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455958

‘จักรทิพย์-ชัชชาติ’พรรคอำพราง

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

21 มกราคม 2564 – 15:47 น.

อุ่นเครื่องสนามผู้ว่าฯ กทม. แนวโน้ม “ชัชชาติ-จักรทิพย์” ไม่สังกัดพรรค แต่มีพวกหนุน

++
    ทำไปทำมา สองพรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ” อาจเลือกแนวทางเดียวกัน ไม่ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
    ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า พรรคยังไม่ได้พูดคุยกันเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ขณะเดียวกันกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น  มาตรา 34 ระบุว่า พรรคการเมืองจะยุ่งเกี่ยวกับตัวแทนผู้สมัครไม่ได้
    “แนวทางของพลังประชารัฐ คงจะยึดหลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด” หมายความพรรคจะไม่ส่งผู้ใดลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
    ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พูดไม่เต็มปากเต็มคำ เรื่องเพื่อไทย จะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

++
บิ๊กแป๊ะโหมโรง
++
    เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ได้ส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ถึงประชาชนในกรุงเทพฯ  โดยใช้วิธีการส่งทางไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน ข้อความบนการ์ดอวยพร ระบุว่า “Happy New Year 2021 สวัสดีปีใหม่ 2564 ขอให้ทุกท่านมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี ด้วยความปรารถนาดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” 
    ก่อนหน้านั้น “บิ๊กแป๊ะ” โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า “สวัสดีปีใหม่ครับ คนไทยทุกท่าน กระผม จักรทิพย์ ชัยจินดา ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และติดตามกระผมเสมอมา”
    เป็นความชัดเจนอีกระดับหนึ่งของ “บิ๊กแป๊ะ” สำหรับการเตรียมตัวลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
    ปลายปีที่แล้ว  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยไทยมหากุศล และมอบทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้า ซึ่งจัดโดย ณรงค์ รัสมี ส.ก.เขตหนองจอก 
    ผู้คนส่วนใหญ่ยังจำภาพบิ๊กแป๊ะ ในฐานะ ผบ.ตร. ที่ทำงานอย่างจริงจัง ติดดิน พร้อมลุยไปกับลูกน้องอย่างเต็มที่ เหมือนครั้งที่เหตุการณ์ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และกรณีกราดยิงโคราช ซึ่งจุดนี้คงเป็นจุดขายในสนามการเมืองท้องถิ่น 

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

                 บิ๊กแป๊ะ ลุยแล้ว

++
ชัชชาติมาก่อนใคร
++
    ต้นเดือน ธ.ค.2562  “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เปิดตัวลงสนามชิงเก้าอี้ประมุขทำเนียบเสาชิงช้า ด้วยอีเวนท์ “ชัชชาติ ชวนคุย คนกรุงเทพฯ ช่วยคิด” ที่ลานกิจกรรม ชุมชนโรงหมู คลองเตย พร้อมกับเปิดชื่อ “กลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่าเดิม” (Better Bangkok)

'จักรทิพย์-ชัชชาติ'พรรคอำพราง

            ชัชชาติ หาเสียงมาสองปีเศษแล้ว 

    นับแต่นั้นมา “ชัชชาติ” ก็เดินหน้าทำการบ้านลงพื้นที่ เพื่อหาแนวทางมาพัฒนากรุงเทพมหานคร และได้ข้อสรุปว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยอิสระ
    เมื่อเร็วๆนี้ “ชัชชาติ” เสนอให้ กทม.ใช้งบประมาณของตัวเองจัดหาวัคซีนโควิด-19 เอง คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 8,000 ล้านบาท ฉีดให้กับคน กทม.และผู้ที่ทำงานใน กทม. 8 ล้านคน
    ดูเหมือนว่า ทั้ง “ชัชชาติ” และ “จักรทิพย์” คงจะสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่สังกัดพรรค

การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455933

การ์ดสองหน้า “สมบัติ” แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

21 มกราคม 2564 – 13:09 น.

ลอยแพการ์ด ปมขัดแย้งในขบวนการราษฎร “สมบัติ ทองย้อย” การ์ดเสื้อแดง จัดหนักเจ้าของม็อบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ

++
ยังไม่จบ กรณีมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล การ์ดราษฎร ถูกอุ้มหาย โดย กอ.รมน. แต่ตำรวจปากน้ำ เปิดกล้องวงจรปิดพบว่า มงคลแอบซ่อนตัวอยู่ในที่พักใกล้กับสถานที่ที่อ้างว่าถูกอุ้มหายตัวไป จึงได้ออกหมายเรียกเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง 

อ่านข่าว…  “กองทัพบก”รับ “เยล” การ์ดราษฎร เป็นทหาร จัดฉากโดนอุ้ม หนีราชการ

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

สมบัติ สมัยเป็นการ์ดม็อบคนอยากเลือกตั้ง ปี 61

ตามมาด้วยกองทัพบกแถลงว่า มงคลเป็นทหารกองประจำการผลัด 1/61 สังกัดศูนย์การทหารราบ และหนีราชการไปเมื่อ ธ.ค. 2562 และต้นสังกัดได้จำหน่ายว่าหนีราชการเมื่อ ม.ค.2563 พร้อมแจ้งสัสดีอำเภอในภูมิลำเนา หลังจากนั้น สัสดีได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบตัวจะต้องส่งให้หน่วยต้นสังกัด เพื่อนำตัวส่งศาลทหาร    

ส่วนทีมการ์ดราษฎร เผยแพร่แถลงการณ์ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ทางทีมทำดีที่สุดแล้วในภาวะคับขัน แต่หากมงคลกุเรื่องขึ้นมาเอง ต้องรอให้เจ้าตัวมาชี้แจงถึงเหตุผล และขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการต่อไป    

ปฏิกิริยาจากฝ่ายขบวนต้านเผด็จการ ต่างก็พุ่งเป้าไปที่ “เยล” เคยเป็นทหารมาก่อน อาจถูกส่งเข้ามาเป็นสายลับในม็อบราษฎร    

ขณะที่ “สมบัติ ทองย้อย” แกนนำการ์ดคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “กรณีเจ้าเยลที่ตำรวจจับได้ว่าไม่ได้โดนลักพาตัว และอาจโดนหรือโดนข้อหาแจ้งความเท็จ ตอนนี้น้องกำลังถูกขุดคุ้ยว่าอาจเป็นสายตำรวจหรือทหารเข้ามาเล่นสกปรก เพื่อทำให้เสียขบวน..แทนที่จะช่วยกันหาว่าใครคือต้นคิด วางแผนให้ทำแบบนี้…มาโยนขี้ให้เด็ก นี่ถ้าแผนนี้ไม่ถูกจับได้ เยลและคนคิดแผนคือวีรบุรุษ..”    

พักหลัง สมบัติแสดงความเห็นวิจารณ์พวกเดียวกันบ่อย อาศัยความเก๋าและประสบการณ์โชกโชน จึงทำให้แกนนำเด็กๆ ไม่กล้าตอแยการ์ดเสื้อแดงรายนี้มากนัก    

ระยะหลัง สมบัติเริ่มรู้ว่า “ม็อบ” มีเจ้าของ ไม่ใช่ทุกคนคือแกนนำ เหมือนที่พูดๆกันมา เขาจึงเหน็บแนม “เจ้าของม็อบ” เป็นระยะๆ  

การ์ดสองหน้า "สมบัติ" แดงเสรี ปะทะเจ้าของม็อบ

การ์ดรุ่นเก๋า เจอเจ้าของม็อบสั่งสอน ทนไม่ไหว

++
แดงเสรี
++
สมบัติ ทองย้อย เป็นตัวละครเล็กๆ สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ในนามการ์ด นปช. แม้วันนี้ องค์กร นปช.ยังมีอยู่ แต่ก็ไม่มีพลัง เหมือนเด็กหัวโตขาลีบ เพราะมีแต่แกนนำ ไร้มวลชนรองรับ    

สมบัติ และคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ได้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวบนท้องถนนอีกหน ในฐานะเสรีชน ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการ    

การชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.2563 สมบัติจัดทีมการ์ดอาสา ประมาณ 100 คน ให้การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม หลายคนสงสัยว่า เหตุใดกลุ่มนักศึกษา จึงไว้ใจสมบัติ     

ถ้าจำกันได้ รังสิมันต์ โรม , “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ อานนท์ นำภา ออกแบบการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลประยุทธ์ให้รีบจัดการเลือกตั้ง โดยจัดกิจกรรมตั้งแต่ต้นปียาวไปถึง 22 พ.ค.2561 สมบัติ ทองย้อย ได้อาสามาเป็นการ์ดให้น้องๆ     

การ์ดเสื้อแดงวัย 50 ปีเศษ จึงรู้จักมักคุ้นแกนนำนักศึกษาบางคนเป็นอย่างดี 

++
ม็อบมีเจ้าของ
++
ปลายปีที่แล้ว มีการชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เกิดกรณีการ์ดราษฎรถีบรถชาวบ้าน     

“เจ้าของม็อบ” กระจายข่าวทันทีว่า ผู้ก่อเหตุเป็นการ์ดของคนเสื้อแดง เป็นกลุ่มการ์ดที่อยู่นอกระบบ     

“สมบัติ” หัวหน้ากลุ่มการ์ดเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษทันที เรื่องน่าจะจบ แต่ไม่จบ เพราะ “เจ้าของม็อบ” โพสต์เฟซบุ๊คต่อว่าต่อขานการ์ดเสื้อแดงอีก ทั้งที่สมบัติเคลียร์กับประธานไมค์ จาดนอก ที่หลังเวทีปราศรัยแล้ว    

นับจากวันนั้นมา สมบัติรู้สึกไม่พอใจ “เจ้าของม็อบ” รายนั้นเอามากๆ กระทั่ง เจ้าของม็อบประกาศว่า มีคณะกรรมการกลางคอยดูแลจัดการม็อบ ใครจะทำม็อบ ต้องแจ้ง จะปล่อยให้ทำกันตามอำเภอใจไม่ได้ สมบัติจึงจัดให้เป็นชุด    

“จะทำม็อบ นอกจากจะต้องขอกับตำรวจแล้ว ต้องขอเจ้าของม็อบด้วยนะเฮ้ย ไอ้พวกม็อบเล็กๆ”    

“แกนนำจะไปม็อบต้องมีการอนุมัติจากคณะกรรมการ แต่ไม่ได้ไปเพราะอุดมการณ์  ที่อยากจะออกไป เพราะการเรียกร้องสิ่งที่ไม่ถูกต้อง งั้นถามเลย แกนนำมีเงินค่าตัวไหมในการออกงานแต่ละครั้ง คณะกรรมการเขาจ่ายกันยังไงอยากรู้ คิดเป็นชม. หรือครั้งละ นี่แกนนำประชาธิปไตยหรือนักร้องซุปตาร์วะ”    

นี่คือหลังฉากขบวนการสามนิ้ว ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งระหว่างรุ่นในม็อบราษฎร

‘ลุงพล’ คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455837

‘ลุงพล’ คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

20 มกราคม 2564 – 16:34 น.

ลุงพลพลิกเกม ดึง “ทนายรัชพล-ทนายตั้ม” สู้คดี ปลุกใจยูทูบเบอร์สู้ไปด้วยกัน ขอโทษสื่อน้อมรับผิด

++
    สถานการณ์บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร กลับสู่ภาวะปกติ “ลุงพล” พลิกเกม ดึงทนายรัชพล ศิริสาคร มานั่งแถลงข่าวขอโทษสื่อมวลชน แสดงความรับผิดต่อพฤติกรรมคุกคามนักข่าวทีวี 2-3 ช่อง
    อันเนื่องจากวันที่ 19 ม.ค.2564 จากกรณีที่ ไชย์พล วิภา หรือลุงพล พยายามแย่งไมโครโฟน ทุบหลัง “ฟ้า” นภัส ปราณีตพลกรัง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ระหว่างการทำข่าว เหตุเกิดที่ศาลพญานาค ข้างบ้านลุงพล บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ภายหลังนภัสเข้าแจ้งความต่อตำรวจสถานีตำรวจภูธรกกตูม ในข้อหาทำร้ายร่างกาย 
    ต่อมา ทีมข่าวอัมรินทร์ ได้ถอนตัวกลับทันที รวมถึง “โจ้ อัมรินทร์” ที่มาฝังตัวอยู่ที่สวนยางวิลเลจ และมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านยูทูบเบอร์ ก็เก็บข้าวของออกจากหมู่บ้านกกกอกไปเช่นกัน
    เย็นวันเดียวกันนั้น ลุงพลและกลุ่มยูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิด เดินทางไปรับทนายรัชพล ที่สนามบินอุดรธานี และกลับถึงบ้านกกกอกประมาณสองทุ่ม
    เมื่อเวลา 22.16 น. ลุงพลและทนายความรัชพล ให้สัมภาษณ์ในรายการเอาให้ชัด ทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ดำเนินรายการโดยนายเอกรัฐ ตะเคียนนุช โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันที่ลานพญานาค ขอโทษสื่อทุกสำนัก และน้อมรับผิดในการกระทำต่อนักข่าวช่องอัมรินทร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

             ป่าไม้มาขนไม้ตะเคียนออกจากจุดบูชา ไปเก็บไว้พิสูจน์ทราบ 

++
อัมรินทร์เปลี่ยนทีม
++
    บ่ายสอง วันที่ 20 ม.ค.2564 ลุงพล และป้าแต๋น พร้อมทนายรัชพล เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง ต่อหน้ากองทัพสื่อ ทั้งช่องทีวีดิจิตอล และยูทูบเบอร์

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

                ลุงพลแถลงข่าว 

    ก่อนหน้านั้น ลุงพลได้คุยทางโทรศัพท์กับหนุ่ม กรรชัย ในรายการโหนกระแส ช่อง 33 มีเนื้อหาใจความเหมือนที่ให้สัมภาษณ์ช่องวัน 31 
    ย้อนไปดูบรรยากาศช่วงใกล้เที่ยง นักข่าวช่อง 3 และทีวีอีกหลายช่องเดินทางมาถึงหน้าบ้านลุงพล รวมถึงทีมนักข่าวช่องอัมรินทร์ ที่เปลี่ยนทีมข่าวเข้ามาทำงานในพื้นที่ ซึ่งทีมใหม่นี้ก็เคยมาทำข่าวที่หมู่บ้านกกกอก จึงรู้จักมักคุ้นกับกลุ่มยูทูบเบอร์บ้านกกกอก
    เนื่องจากช่องอัมรินทร์ ส่งทีมข่าวมาเกาะติดบ้านกกกอกนานกว่า 7-8 เดือน จึงผลัดเปลี่ยนทีมขึ้นมาทำข่าวน้องชมพู่ 
    ว่ากันตามตรง รายการเล่าข่าวของช่องอัมรินทร์ และช่องไทยรัฐทีวี ทำให้ลุงพลและป้าแต๋นโด่งดัง กลายเป็นเซเลบ มีเอฟซีมากมาย 
    ต่อจากนั้น ช่องยูทูบเบอร์ก็แห่ตามมาเกือบร้อยช่อง แต่ปักหลักอยู่บ้านกกกอก และบ้านกกตูมประมาณ 20 ช่อง 
    เมื่อเกิดสวนยางวิลเลจ มียูทูบเบอร์มากางเต็นท์พัก รวมถึงสั่งทำกระท่อม โดยยูทูบเบอร์ 8 รายที่ได้นอนกระท่อม ทางช่องอัมรินทร์ก็ส่งนักข่าวมาจองกระท่อมหลังหนึ่ง โดยกินนอนร่วมกับยูทูบเบอร์สายลุงพล

++
ผู้ใหญ่บ้านหาย
++
    หลังจบการแถลงข่าวที่บ้านลุงพลตอนบ่ายสอง ทนายรัชพลเดินทางกลับกรุงเทพฯ ลุงพลไม่ได้ไปส่งถึงสนามบินอุดรธานี แต่มารวมตัวส่งทนายที่หน้าบ้าน โดยลุงพลและยูทูบเบอร์ ได้จับกลุ่มพูดคุยกันต่อ ตอนหนึ่งลุงพลแจ้งว่า “ทนายตั้ม” จะเข้ามาดูแลเรื่องคดีความต่างๆ เพราะนับจากวันนี้ไป คงต้องเผชิญกับศึกหนัก
    ลุงพลบอกว่า พวกเรายังเหมือนเดิม “จะสู้ไปด้วยกันมั้ย” ส่วนยูทูบเบอร์ก็ขอร้องให้ลุงพลใจเย็นๆ อย่าหัวร้อน
    มีข้อน่าสังเกต ยูทูบเบอร์สายลุงพลบางช่อง ได้ไปทำคลิปหมู่บ้านยูทูบเบอร์ โดยถ่ายภาพกระท่อมของโจ้ อัมรินทร์ 34 ที่มาปักหลักเกาะติดลุงพล จนได้รับความไว้วางใจจากเหล่ายูทูบเบอร์ให้เป็น “ผู้ใหญ่บ้าน” 

'ลุงพล' คือเก่า ปลุกใจยูทูบเบอร์

                กระท่อมของโจ้ อัมรินทร์ ไม่มีคนอยู่แล้ว

    โจ้ อัมรินทร์ ก็สนิทกับลุงพล เพราะกินนอนอยู่ที่สวนยางข้างบ้านลุงพลหลายเดือน แต่วันเกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน ลุงพลได้ตะโกนว่า “พี่โจ้ ห้ามถ่ายผมนะ..”
    ด้วยเหตุนี้ โจ้ อัมรินทร์ จึงต้องเก็บข้าวของออกจากกระท่อมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งสาวกลุงพลในยูทูบบางช่อง ได้แสดงความเห็นต่อการหายตัวไปของผู้ใหญ่บ้านยูทูบเบอร์ต่างๆนานา

เปิดทาง ‘ชัชชาติ’ พท.ทิ้งเสาชิงช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455815

เปิดทาง ‘ชัชชาติ’พท.ทิ้งเสาชิงช้า

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

20 มกราคม 2564 – 14:35 น.

สัญญาณชัดเพื่อไทย เปิดทาง “ชัชชาติ” ลุยเดี่ยวสนามเมืองกรุง “เฉลิม” ขุนศึกฝั่งธนฯ การันตี

++
    ศึกชิงทำเนียบเสาชิงช้า คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2564 แต่สื่อหลายสำนักเริ่มพูดถึงหนาหู เพราะมีความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่ส่งสัญญาณชัดว่า จะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  
    สำหรับพรรคเพื่อไทย เมื่อเช้าวันที่ 20 ม.ค.2564 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 
    ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ร.ต.อ.เฉลิม” ได้กล่าวว่า “เรากำลังหารือแต่ยังไม่มีข้อยุติ แต่สำหรับสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคจะส่งลงทุกเขต ใครที่เคยอยู่ก็มาแจ้งความจำนงว่า ขอลงต่อ ใครที่ไม่กลับมาเราจะหาคนใหม่ และจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะคนๆ เดียวกับผิดชอบทั้ง กทม.ไม่ได้..”

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

              เฉลิมมีบทบาทในพรรคเพื่อไทยมากขึ้น 

    จับน้ำเสียงของขุนศึกฝั่งธนฯ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และเป็นไปตามความคาดหมาย พลันที่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกจากพรรคไป แกนหลักของค่ายเพื่อไทย ก็จะเปิดทางให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ลุยเดี่ยว

++
เจ๊หน่อยขวางทาง
++
    ปีที่แล้ว สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงมติพรรคในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคลผู้มีความเหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้ง
    “คุณหญิงหน่อย”ประกาศชัดว่า จะต้องทาบทามชัชชาติ กลับมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยให้ได้ แต่หลังจากนั้น “ชัชชาติ” ยังยืนยันจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ
    ลึกๆแล้ว สมัยที่ภูมิธรรม เวชยชัย ยังนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค ก็สนับสนุนแนวทางของชัชชาติว่าจะลงอิสระ และเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่คุณหญิงหน่อยกลับไม่เห็นด้วย ดึงดันที่จะให้ชัชชาติมาลงในนามพรรค

เปิดทาง 'ชัชชาติ'พท.ทิ้งเสาชิงช้า

            ชัชชาติลุยเดี่ยว เพื่อไทยหนุนหลังเงียบๆ

    เมื่อพรรคเพื่อไทย ได้อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรคฯ ก็มี “ชัชชาติ” จะกลับคืนพรรคเพื่อไทย และเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของเพื่อไทย
    สุดท้าย ชัชชาติ ต้องแถลงผ่านสื่อโซเชียลว่า “ข่าวที่ออกมาว่าผมจะกลับไปทำงานการเมืองกับพรรค หรือหลีกทางให้ผู้สมัครบางท่านนั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ ตอนนี้ผมยังลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาของชุมชนต่างๆในนามอิสระ อย่างต่อเนื่องครับ”
    รายงานข่าวจากเพื่อไทย ระบุว่า “คนแดนไกล” และ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชัชชาติ ที่ลงสนาม กทม. โดยไม่สังกัดพรรค และเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย 

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน ‘ราษฎร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455793

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน ‘ราษฎร’

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

20 มกราคม 2564 – 12:20 น.

มิทันเริ่มม็อบใหญ่ “การ์ดโป๊ะแตก” ลดทอนความน่าเชื่อถือ แกนนำขาใหญ่ปวดหัว แถมหวั่น “ทีมจรยุทธ์” โตโต้ล้ำเส้น คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

+
    หลังม็อบสามย่านจบไป พร้อมเสียงระเบิด “บุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร แกนนำคนสำคัญของกลุ่มราษฎร หรือที่การ์ดเสื้อแดงเหน็บแนมว่าเป็น “เจ้าของม็อบ” ได้ออกมาชี้แจงเรื่อง “องค์กรนำ” และคณะกรรมการกลาง เปรียบเช่น “ปูลิตบูโร” ผู้กำกับและชี้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง 
    พูดง่ายๆ ม็อบราษฎร ต้องมีการชี้นำอย่างเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ใครนึกอยากทำอะไรก็ทำ 
    ระหว่างที่รอการปรับขบวน ปรับองค์กรการนำ ได้เกิดกรณี “เยล” มงคล สันติเมธากุล   สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าบ้านพักแถวสมุทรปราการ ภายหลัง “เยล” ถูกปล่อยตัวกลับมาโดยปลอดภัย
    ต่อมา ตำรวจสมุทรปราการ ระดมทีมสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของพาดหัวข่าว “โอละพ่อ การ์ดราษฎรสร้างเรื่องถูกอุ้ม”
    ปกรณ์ พรชีวางกูร ถึงกับออกอาการเซ็ง โพสต์สั้นๆว่า “สุดท้ายที่กุพูดไปมันก็ถูกทุกอย่าง
การรักษาขบวนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกุมองว่าเป็นพวกเดียวกันกุถึงได้ทักท้วง ท้ายสุด ก็ไม่ผิดจากที่กุเคยบอกไว้เลยสักนิด ปล.กุปวดหัววะ ขอพักสักระยะนะ ม็อบเมิบอะไรช่วงนี้อย่าเพิ่งมาถามไรกุ กุเหนื่อยจะคุย” 

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

            เฮียบุ๊ง พ่อยกแห่งชาติ

    ถ้าย้อนไปดูสมัยแดงทั้งแผ่นดิน การ์ด นปช. หรือการ์ดคนเสื้อแดง ก็มีวีรกรรมมากมาย พวกเขาเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ถ้า “เฮียบุ๊ง” อยากจัดการให้เป็นเอกภาพ คงต้องไปปรึกษาอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ที่วันนี้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ

การ์ดคือจุดอ่อน
++
    ด้วยคอนเซปต์ “ทุกคนคือราษฎร” และ “ทุกคนคือแกนนำ” แต่การชุมนุมบนท้องถนนในรอบปีที่แล้ว ลึกๆแล้ว ก็มีคนบริหารจัดการ และผู้ที่รับผิดชอบการ์ดอาสาร้อยพ่อพันแม่โดยตรงคือ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร และ “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ ในฐานะท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร
    แนวร่วมการ์ดราษฎรมี 3 กลุ่มหลัก คือ  การ์ดภาคีเพื่อประชาชน, การ์ดวีโว่ และการ์ดที่ผ่านการฝึกอบรบมา โดยแต่ละกลุ่มจะมีพี่ใหญ่ คอยกำกับทีมอีกชั้นและร่วมวางแผนภารกิจการชุมนุมเป็นครั้ง ๆ ไป
    การ์ดภาคีเพื่อประชาชน ได้รวมการ์ดอาสาอย่างน้อย 10 กลุ่มมาไว้ภายใน โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีกลุ่มย่อยอีก โดยมี “เก่ง อาชีวะ” และ “เอ็ม ปลดแอก” รับบทพี่ใหญ่ โดยกลุ่มการ์ดราษฎร ที่ “เยล” สังกัดอยู่ ก็ขึ้นกับพี่ใหญ่-เอ็ม ปลดแอก 
    กรณี “เยล” กุข่าวเรื่องถูก กอ.รมน.อุ้มแล้วปล่อยตัวมา ก็คงต้องแจกแจงออกมาให้ชัด ทำโดยความคึกคะนอง หรือมีใครวางแผนปลุกม็อบ?

++
หน่วยจรยุทธ์
++
    การ์ดอาสากลุ่มแรกที่เข้ามาดูแลการชุมนุมของคณะราษฎร คือ “การ์ดวีโว่” เป็นการรวมตัวกันของนักศึกษาและประชาชนราว 200-300 คน โดยมี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” เป็นหัวหน้า

การ์ดโป๊ะแตก บทเรียน 'ราษฎร'

           โตโต้ หัวหน้าหน่วยจรยุทธ์วีโว่ 

    สืบเนื่องจากการทะเลาะวิวาทระหว่างการ์ดอาชีวะ กับการ์ดวีโว่ ในการชุมนุมที่หน้า ร.11 รอ.ช่วงต้นเดือน ธ.ค.2563 ทำให้ “โตโต้” ปิยรัฐ หัวหน้าการ์ดกลุ่มวีโว่ ประกาศยุติการทำหน้าที่ 
    ด้านแกนนำราษฎร จึงได้มอบให้ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก เป็นแม่ทัพการ์ดคนใหม่ 
    หลังจากนั้น “โตโต้” แม่ทัพการ์ดวีโว่ ก็เคลื่อนไหวในลักษณะ “ม็อบจรยุทธ์” ไม่ได้ขึ้นต่อแกนนำราษฎร และไม่ได้รับผิดชอบการดูแลความปลอดภัยในการทำกิจกรรม
    โตโต้ประเมินว่า กรุงเทพฯ มีตรอกซอกซอยเยอะ เหมาะแก่การเคลื่อนไหวจรยุทธ์ จึงเห็นการ์ดวีโว่โผล่มาขายกุ้งเมื่อปลายปีที่แล้ว
    รวมถึงโผล่ไปปลดธงชาติ แล้วก็ชักธงแดง 112 ขึ้นสู่ยอดเสาที่หน้า สภ.คลองหลวง ปทุมธานี 

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455768

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง 'ลุงพล' ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

20 มกราคม 2564 – 09:28 น.

‘ซินแสเข่ง’ผ่าดวง ‘ลุงพล’ ชีวิตพลิกผัน ฝันสลายเพียงชั่วพริบตา ดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตาลางร้ายตั้งแต่ตุลาปัญหาความแตกแยก อารมณ์ร้อน ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ปี 64 หากไม่ปรับตัว แก้ไขในความผิดพลาด ของตนเองที่เกิดขึ้น ก็ยากที่จะได้รับการอภัย ต่อการกระทำ

“ซินแสเข่ง”   ผ่าดวงวิกฤต   ชีวิตพลิกผัน ฝัน ลุงพล ล่มสลาย เพียงชั่วพริบตา  ดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตา  ลางร้ายตั้งแต่เดือนตุลาปัญหาความแตกแยก  อารมณ์ร้อน  มักใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง และจังหวะรอบอายุ เข้าเคราะห์  เชื่อมั่นไร้สติคิดนอกกรอบ  หงุดหงิด  เข้าใจยาก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  จุดสาเหตุความขัดแย้ง  สองอารมณ์อยู่ในตนเอง ปัญหารุ้มเร้า  ท้ายสุดระเบิดกับนักข่าว เป็นจุดล่มสลาย เพียงชั่ว ข้ามคืน  เหตุเพราะความเครียดที่เกิดขึ้นประกอบกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือแตกแยก  หมอปลา คุณอุ๊บ  วิริยะ หรือจะเป็นทนายความ ที่เคยให้ความช่วยเหลือ  ถอนตัว  เพราะรอบอายุ ที่สร้างความขัดแย้งให้กับตนเอง ประกอบกับ สภาวะทางจิตไม่ปกติ  คิดว่าทำทุกอย่าง ถูกต้องเสมอ จนเป็นเรื่องของความผิดพลาด ที่ถูกกระจาย ไปทั้งประเทศ 

“ซินแสเข่ง”    อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน   โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวง ลุงพล ไชยพล   แห่งบ้านกกกอก  ในคดีน้องชมพู่เสียชีวิตและได้ถูกทางเจ้าหน้าที่กดดันขนาดหนัก   ประกอบกับระยะเวลาที่ผ่านมา  ลุงพล  มุ่งมั่นตนเองไปทางความเชื่อมากเกินไป  จนกลายเป็นเรื่องของการหลงทาง  โดยไม่สนใจในแนวทางที่หลายคนปูทางไว้ให้  เพื่อก้าวชีวิต  สู่การเป็นศิลปิน  เป็นดารา  ตลอดจนถึงการเป็น พรีเซนเตอร์   จากปี 63  ที่ผ่านมา ชีวิตพลิกผัน   มีชื่อเสียง   เพราะดวงปีส่งเสริมให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ   ทั้งได้รับโอกาสบันทึกเสียง เป็นสะพานเชื่อม ที่จะก้าวสู่ ความเป็นศิลปิน ตลอดจนถึง อนาคตที่รุ่งโรจน์กับการเป็นนักแสดง  โดยคุณอุ๊บ  วิริยะ  สนับสนุนและเส้นทาง สู่การเป็นพรีเซนเตอร์  ของปิ๋ม  ซีโฟร์  แต่เมื่อถึงช่วงจังหวะ ที่มีผลกระทบ เดินทางผิด  จากเหตุที่ผ่านมา  ลุงพล ใช้เวลา ไปกับเรื่องของความเชื่อ  ทุ่มตนเองกับการปฏิบัติไปทางเรื่องของ ไสยศาสตร์และการสร้างพญานาค  โดยไม่คำนึงถึงบุคคลรอบข้าง   ที่ทุกคนอยากสร้างชื่อเสียงให้กับลุงพล   เพราะการสร้างชื่อเสียงนั้นไม่ใช่สร้างเพียงชั่วคราวก็ดัง   จนเป็นเหตุให้ คนที่เคยให้ความช่วยเหลือ ต้องถอนตัวและแยกย้ายกัน สร้างความผิดหวัง กับลุงพล เป็นอย่างมาก   จากเหตุของดาวพระเคราะห์ทับดวงชะตาจนเกิดความเครียดจากปัญหารุมเร้า  จนถึงช่วงท้ายของปี 63 ดาวพระเคราะห์โคจรทับดวงชะตาชีวิต ตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิด ปัญหาความขัดแย้งมาโดยตลอด   ความคิดขัดแย้ง รุมกระหน่ำ ซ้ำเติมหลายเรื่องหลายสาเหตุ  ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา ประกอบกับเป็นรอบอายุ ที่เข้าเคราะห์ เป็นเหตุมีเหตุหงุดหงิดไม่สบายใจ   ก่อให้เกิดอารมณ์แปรปรวน  ก่อความรุนแรง  กับนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์  และจากมรสุมที่เกิดขึ้น จากการที่เคยได้รับการเอาใจใส่  แต่เมื่อทุกคนห่างหาย ความเครียดก็เข้ามาแทน ปัญหาความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้ง ก็เกิดขึ้น 

“ซินแสเข่ง”   กล่าวช่วงระหว่าง เดือนพฤศจิกายน  ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา และ  ในปี 2564 ตลอดทั้งปี หากลุงพล ไม่ปรับตัว หรือยอมรับ   แก้ไขในความผิดพลาด ของตนเองที่เกิดขึ้น ก็ยากที่จะได้รับการอภัย ต่อการกระทำ  และอนาคตข้างหน้าที่จะมีเส้นทางชีวิตที่ดีก็จะล่มสลายไป  ถึงเวลานี้โอกาสก็ยังไม่สาย  หากจะแก้ไข  อย่าให้คำว่าสันดานเดิมมาทำให้ชีวิตต้องวิบัติ   ส่วนเรื่องคดีผิดหรือไม่ผิด  เป็นผู้กระทำหรือไม่ก็ต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย  แต่ก็ยังเชื่อใจเหมือนหมอปลาเคยพูดไว้เหมือนเดิม

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวง 'ลุงพล' ชีวิตพลิกผัน ฝันสลาย เพียงชั่วพริบตา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455707

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ

19 มกราคม 2564 – 16:04 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ ตกดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์เชื้อโรคร้าย โคจรทับดวง ปี 2563 และต่อเนื่อง ปี  2564 พร้อม คร่าชีวิตมนุษย์โลก เป็นมหันตภัย ที่จะก่อให้ความวินาสที่เกิดขึ้น ภายใต้การโคจรทับดวงเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ ฑูตมรณะ 100 ปี โรคล้างโลก โควิด-19 ไวรัสร้าย สายพันธุ์ดุ ตกดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์เชื้อโรคร้าย โคจรทับดวง ปี 2563 และต่อเนื่อง ปี  2564 พร้อม คร่าชีวิตมนุษย์โลก เป็นมหันตภัย ที่จะก่อให้ความวินาสที่เกิดขึ้น ภายใต้การโคจรทับดวงเมือง และส่งผลให้เกิดความยืดเยื้อเรื้อรังอย่างไม่รู้จบ มีโอกาศที่จะเป็นไฟลามทุ่ง เพราะตกดวงปะทะ 100 ปี จากโรคร้ายไข้หวัดใหญ่ยุคนั้น ปีนี้กลายพันธ์เป็นเชื้อไวรัสเคมีชีวภาพ ที่พร้อมจะคร่าชีวิตมนุษย์มากกว่าการทำลายบ้านเมือง ประกอบกับดาวเสาร์ ดาวพระเคราะห์ ตกดวงผู้นำรัฐบาล บิ๊กตู่ ขัดแย้ง ศัตรู จากผู้ไม่หวังดี ยุแหย่ สร้างความแตกแยก กับผู้หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 112 เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ทำไปก็แก้ไม่ได้เหนื่อยเปล่า

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย จากการติดตามดวงดาว ที่มีอานุภาพแห่งความหายะนะของโลก100 ปี แห่งการสูญเสีย  จากการเดินทางของ ดาวมฤตยู ตกดวงฑูตมรณะ ทั้งในไทย และต่างประเทศรอบโลก ระวังกับเหตุสงคราม ซึ่งมีอานุภาพแห่งดาวมฤตยูสร้างความหายะนะได้วิกฤติภัยมฤตยูเชื้อโรคโควิด กับทุกประเทศทั้งเอเซีย และยุโรป เจอด้วยกัน และสร้างความล่มสลายถึงเศรษฐกิจทรุดหนัก ปั่นป่วน เพราะสาเหตุความรุนแรงของโรคร้าย ในรอบ 100 ปี ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจากดวงดาวที่บอกเหตุ และหวังเตือนคนไทยไม่ให้ประมาท เพราะในขณะที่ดาวมฤตยู ดาวพระเคราะห์ ดาวเสาร์ ที่เข้ามาแทรก กลับมีผลต่อเนื่องในปี 2564 ยือเยื้อตลอดทั้งปี ที่ภาครัฐจะควบคุมอย่างไรไม่ให้ มหันตภัยร้ายโควิด 19 แพร่ขยายเติบโตเป็นวงกว้างมากขึ้น และหนักมากขึ้น เพราะเป็นดาวแห่งความตายจากการประมาท หากควบคุมได้ หรือดาวโคจรเปลี่ยนทิศทาง ปัญหาวิกฤติก็อาจจะลดแรงปะทะลงได้  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ด้วยเหตุนี้จากการติดตามเส้นทางโคจรของดวงดาว ที่ชี้เหตุร้าย จึงต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนทุกช่วงจังหวะเดือน และ15 วัน อีกทั้งรัฐบาลจะต้องปฏิบัติในเชิงรุก พร้อมเตือนภัยให้ประชาชนไม่ประมาท   

อีกทั้งมรสุมหนักของการเมืองที่ควบคู่กับยามนี้ ที่รัฐบาลจะต้องเตรียมการรับมือ และปราบปรามไม่ให้ยืดเยื้อ ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้คนไทยหาความสุขไม่ได้ ซ้ายก็เชื้อโรคระบาด ขวาก็การเมือง และกลุ่มต่อต้านรัฐบาล    

เพราะจากดาวเสาร์ ดาวพระเคราะห์ และดาวพฤหัส ที่จะทำให้มีเหตุการณ์ เดินทางของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และอาจเจอเหตุการปะทะให้เกิดความล่มสลาย จากผู้ที่จะก่อความรุนแรง อย่างน้อยเกิดแล้วต้องจบ และต้องยอมรับกับเหตุรุนแรง จากดวงผู้นำที่ตกดวงศัตรู ผลร้ายรอบด้านจากความอิจฉาริษยา ไม่ประสงค์ดี ยุแหย่ สร้างความแตกแยก ปลุกปั่นให้บ้านเมืองเกิดกุลียุค ก่อจราจลเกิดขึ้น ซึ่งความจริง ไม่มีใครอยากให้ความรุนแรง แต่ถ้าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามวิถีกรรม ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าในปี 2565 ประเทศไทยก็จะย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อดวงเมืองครบรอบปีขาลอีกครั้งหนึ่งในรอบ  241 ปี

ที่มา..ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง

จบแล้ว “ลุงพล” แตกหักสื่อนักปั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455706

จบแล้ว “ลุงพล” แตกหักสื่อนักปั้น

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

19 มกราคม 2564 – 15:54 น.

ลุงพลหัวร้อน ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ เซเลบบ้านกกกอกเก็บทรงไม่อยู่ ระเบิดอารมณ์ใส่นักข่าวช่องดัง ที่เคยปลุกปั้นกันมา

++
สถานการณ์บ้านกกกอก มุกดาหารร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ “ลุงพล” เกิดเหตุกระทบกระทั่งกับนักข่าวทีวีช่องดัง    

เช้าวันที่ 19 ม.ค.2564 ลุงพล หรือไชย์พล วิภา พร้อมยูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิด เดินทางไปรวมตัวกันที่ลานพญานาค ดูเหมือนลุงพลไม่ค่อยสบอารมณ์ทีวีช่องดังไปออกข่าวว่า ตัวเขากับป๋าแต๋น ได้หอบข้าวของออกจากหมู่บ้านกกกอก ไม่รู้ว่าหายไปไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง …  สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

ลุงพล ตอนเช้าที่บ้านกกกอก ก่อนจะเกิดอาการหัวร้อน

ตกสาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร เดินทางมาตรวจสอบ “ไม้ตะเคียนแม่โสรภี” ซึ่งลุงพลอ้างว่าไหลมาตามน้ำ จึงนำขึ้นมาตั้งศาลให้ชาวบ้านกราบไหว้ และมีการรับบริจาคเงิน โดยมีคนไปร้องเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ให้เข้ามาตรวจสอบ    

เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร พร้อมกับกองทัพนักข่าว และยูทูบเบอร์ที่มารอติดตามทำข่าว ระหว่างที่ลุงพลยืนยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชี้แจงการเข้ามาตรวจสอบ ลุงพลหันไปเจอนักข่าวภาคสนามช่องดัง พยายามแย่งไมค์มาถือ โดยบอกว่า “ขอถือหน่อย ปล่อยๆ ไม่เป็นไร ขอผมถือหน่อยดิ” จากนั้นก็เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และตบหลังนักข่าวคนดังกล่าว ก่อนที่ยูทูบเบอร์กลุ่มหนึ่งเข้าไปช่วยห้ามและกันลุงพลออกไป    

สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ลุงพลพาเจ้าหน้าป่าไม้เข้าไปคุยที่บ้านพัก แต่ลุงพลเหลือบเห็นนักข่าวช่องดังอีก จึงปรี่เข้าไปหา ก่อนจะตะโกนถามว่า “คุณมาถ่ายคุณขออนุญาตผมหรือยัง” พูดซ้ำหลายหน จนยูทูบเบอร์ ที่ติดตามลุงพล ต้องรีบเข้ามาห้ามบอกว่า “ใจเย็นๆ”         

ตอนท้าย ลุงพลตะโกนชื่อนักข่าวอีกคนหนึ่ง ซึ่งสังกัดเดียวกันกับนักข่าวคนแรกที่กระทบกระทั่งกับลุงพล ว่า “พี่โจ้ ห้ามถ่ายผมนะ”

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

คลิปนี้ร้อนแรงที่สุด

++
ปมในใจ
++
หลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางกลับไป บรรดายูทูบเบอร์ที่ใกล้ชิดลุงพล ได้ไลฟ์สดขอร้องแฟนคลับให้เข้าใจภาวะ “คับแค้นใจ” ของลุงพล จึงระเบิดอารมณ์ออกมา และขอแรงใจให้ป๋าแต๋นลุงพล    

แกนนำหลักของยูทูบเบอร์สายลุงพล นำโดยป้าจำรอง สหายลุงพล พร้อมกับช่องยูทูบเบอร์อีกประมาณ 10 ช่อง    

ดังที่ทราบกัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการเล่าข่าวของช่องดัง ได้ขยี้ข่าวลุงพลในประเด็นเรื่องความแตกแยกกับหมอปลา-อุ๊บ วิริยะ ,เงินบริจาคสร้างวัดภูหลวง และไม้ตะเคียน    

ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว “ลุงพล” โด่งดังจนกลายเป็นเซเลบ เพราะมีทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ส่งทีมงานนักข่าวมากินนอนที่บ้านกกกอก มุกดาหาร เพื่อรายงานข่าวเรื่องของลุงพล-ป๋าแต๋นทุกวัน    

การนำเสนอข่าวลุงพล บ้านกกกอกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ข่าวน้องชมพู่เสียชีวิต” ถูกขยี้-ขยายจนเกินกรอบความเป็นข่าว หน้าที่ของสื่อก็จะถูกตั้งคำถามอย่างดุเดือด     

จบแล้ว "ลุงพล" แตกหักสื่อนักปั้น

ป้าจำรอง สายลุงพล ตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม

ข่าวลุงพลถูกลากยาวในหน้าจอช่วงไพรม์ไทม์ร่วม 4 เดือน จนผู้คนเริ่มพูดถึงว่า เมื่อไหร่ข่าวดราม่าลุงพลแห่งบ้านกกกกอก จะจบเสียที     

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด วิเคราะห์ว่า แม้ข่าวลุงพลจบไป แต่ไม่นาน “ข่าวใหม่-เรื่องใหม่” ก็จะมาแทนที่ เพราะนี่คือกลยุทธ์เรียกเรตติ้ง เพราะตราบใดที่ธุรกิจสื่อต้องพึ่งพาโฆษณา โฆษณาที่ก็เลือกลงเงินเพราะดูจากเรตติ้ง ข่าวจึงต้องดังและปังเสมอ    

ชั่วโมงนี้ ข่าวความขัดแย้งระหว่างลุงพลกับหมอปลา-อุ๊บ วิริยะ ถูกขยี้ขยายผลอีกครั้ง แต่หนนี้ ลุงพลไม่ใช่พระเอกของทีวีช่องดัง เนื่องจากลุงพลเลือกที่จะไปยืนข้างฝั่งช่องยูทูบ    

สงครามข่าวสารเริ่มต้น เมื่อลุงพลประกาศงดให้สัมภาษณ์สื่อหลัก และมียูทูบเบอร์เป็นองครักษ์พิทักษ์    

สถานการณ์การเผชิญหน้าที่ดำเนินมา 2-3 สัปดาห์ จึงระเบิดขึ้นในเช้าวันที่ 19 ม.ค.2564 นักข่าวภาคสนามตกเป็นเหยื่ออารมณ์เซเลบบ้านกกกอก 

“เอก ต๋อม ป๊อก” 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455652

“เอก ต๋อม ป๊อก” 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

19 มกราคม 2564 – 11:55 น.

สามสหาย “เอก ต๋อม ป๊อก” วางยุทธศาสตร์ปี 2564 เป็นปีแห่งการปฏิรูปสถาบันฯ เคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
ความเคลื่อนไหวของ “สามสหาย” ค่ายสีส้ม ต้อนรับศักราชใหม่ถือว่า ไม่ธรรมดา ส่งสัญญาณความร้อนแรงของสถานการณ์การเมือง ทั้งในและนอกสภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง.. ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร”    

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ธนาธร เล่นประเด็นวัคซีนป้องกันโควิด

14 ม.ค.2564 “ต๋อม” ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊คเรื่องหยุดใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือปราบปรามทางการเมือง    

วันเดียวกัน “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็เสนอ “ยกเลิก 112” แถมสารภาพว่า การไม่เสนอแก้ไข ม.112 เป็นนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ คือตราบาปในชีวิตของเขา    

18 ม.ค.2564 “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกโรงวิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     

เป้าหมายของวิจารณ์นโยบายวัคซีนของธนาธร ไม่ได้อยู่ที่ประยุทธ์ หากแต่ต้องการพูดถึงเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ มากกว่า    

ปีที่แล้ว สามสหาย “เอก ต๋อม ป๊อก” พยายามไม่นำพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้าไปลงถนนกับขบวนการราษฎร เพียงแต่รับบทกองหนุน ช่วยเหลือด้านคดีความต่างๆ แต่ปีนี้ พวกเขาน่าจะมีแอ๊คชั่นมากกว่าที่เป็นอยู่

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ชัยธวัช เลขาธิการพรรคก้าวไกล

++
ฟ้าเดียวกัน
++
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิดอะไร “เอก ธนาธร” กับ “ต๋อม ชัยธวัช” เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์สมัยที่ทั้งคู่เป็นนักศึกษาหัวก้าวหน้า ทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัยในนาม “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนนท.)    

กระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนร่วมอุดมการณ์จาก สนนท. ได้ร่วมกันก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ผลิตวารสารฟ้าเดียวกัน และหนังสือแนวประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ ออกมาเป็นระยะๆ     

ล่าสุด สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เพิ่งทำคลอดหนังสือ “พระพรหมช่วยอำนาจให้ชื่นฉ่ำ : เศรษฐกิจการเมืองว่าด้วยทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หลัง 2475”     

หนังสือเล่มใหม่นี้ ได้สำรวจพระราชทรัพย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และในระยะเปลี่ยนผ่าน พร้อมทำความเข้าใจการเกิดขึ้นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การแยกระหว่างทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และทรัพย์สินส่วนพระองค์ในอดีต ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร รวมไปถึงบทบาทการลงทุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์    

วันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค.2564 เวลา 13.00-16.00 น. จะมีกิจกรรมชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ ผ่านระบบ Zoom Video Conference โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นผู้นำสนทนา 

"เอก ต๋อม ป๊อก" 112 ริกเตอร์พลิกฟ้าคว่ำดิน

ปิยบุตร เล่นใหญ่ “ยกเลิก ม.112”

++
112 ริกเตอร์ภาคแรก
++
“ป๊อก” ปิยบุตร เป็นศิษย์รุ่นแรกของวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แห่งสำนักนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ หลังจบปริญญาเอกกฎหมายจากฝรั่งเศสก็มาเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และร่วมก่อตั้งคณะนิติราษฎร์     

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลายคนคงจำ “ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์” ได้ เมื่อคณะนิติราษฎร์ มีข้อเสนอทางวิชาการสุดแหลมคม เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112    

ก่อนขยายแนวร่วมและพัฒนาเครือข่ายเป็น “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” หรือ ครก.112 ประกาศล่าชื่อประชาชนร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. …ต่อรัฐสภา     

การเคลื่อนไหวของ ครก.112 ถูกเรียกขานว่า ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์ สะท้านสะเทือนแผ่นดิน เพราะเวลานั้น ไม่มีใครกล้าเสนอเรื่องแหลมคมแบบนี้ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าว ก็ถูกตีตกไปโดยน้ำมือของพรรคเพื่อไทย    

ฉะนั้น กรณีอาจารย์ป๊อก มาร่วมกับเสี่ยเอก แห่งไทยซัมมิท ตั้งพรรคอนาคตใหม่ จึงมีเสียงวิจารณ์ทำนองว่า พรรคอนาคตใหม่ก็คือ พรรคนิติราษฎร์ ร้อนถึง วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ต้องออกมาแจกแจงว่า คณะนิติราษฎร์จบไปแล้ว     

“ปิยบุตร คนหนุ่มต้องการผจญภัย เห็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนตนไม่ต้องผจญภัยเพราะอยู่เฉยๆก็มีภัยมา อย่าเรียกพรรคอนาคตใหม่ว่าพรรคนิติราษฎร์ไม่ใช่ ตนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่ความสัมพันธ์ครู อาจารย์ เพื่อน มันตัดไม่ได้”     

มาถึง พ.ศ.นี้ อาจารย์ป๊อกรู้สึกว่า ผิดบาปอย่างมากที่ไม่ตัดสินใจนำประเด็นแก้ไข ม.112 มาเป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่    

อาจารย์ป๊อกจึงชูธง “ยกเลิก 112” ในวันที่ “ม็อบราษฎร” คึกคักหนักแน่นดั่งแผ่นผา