ลาวล้ำ หวยออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455598

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

18 มกราคม 2564 – 16:40 น.

หวยลาวออนไลน์ “หวย 6 ตัว” ถูกรางวัลรับ 400 ล้านกีบ ซื้อหวยผ่านแอพ ผ่าน SMS 

++
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หวยลาวหรือหวยพัดทะนาลาว เป็นหวยยอดนิยมในหมู่นักเสี่ยงโชคชาวไทย โดยเฉพาะคืนวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี ประมาณ 2 ทุ่ม คอหวยเมืองไทยจะเฝ้าชมการออกสลากรางวัลหวยลาว ผ่านแฟนเพจหวยพัดทะนาลาวกันอย่างคึกคัก

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

โฆษณาหวย 6 ตัว

ล่าสุด เพจหวยมือ SMS หรือสาขาหวยพญานาค ได้โฆษณาผลิตภัณฑ์ใหม่ “หวย 6 ตัว” โดยสามารถหาซื้อได้ทุกช่องทาง    

“วันที่ 18.01.2021 นี้ ข้อยสิเป็นเศรษฐีใหม่ ถูกเลข 6 ตัว 400,000,000 กีบ” หรือ “วันจันทร์นี้ ถูกเลข 6 ตัว กับสาขาหวยพญานาค สัญญา สิไปขอเจ้ามาเป็นลูกสะใภ้แม่ข้อย” หรือ “เลข 2 ตัว 3 ตัว ก็บ่เคยถูก ไม่เป็นไร บารมีข้อย เหมาะสมกับเลข 6 ตัว”    

ภาษาลาวคำว่า “เลข” หมายถึง “หวย” ปกติหวยลาว จะมีหวย 5 ตัว,หวย 4 ตัว, หวย 3 ตัว ,หวย 2 ตัว และหวย 1 ตัว สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ “หวย 6 ตัว” ซื้อ 1000 กีบ ถ้าถูกหวย ได้เงินรางวัล 400 ล้านกีบ (อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท แลกได้ 334 กีบ) เป็นของกลุ่มผู้ค้าหวยมือ SMS หรือหวยพญานาค    

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

การซื้อหวยผ่าน SMS

หวย 6 ตัว รอบปฐมฤกษ์นั้น สามารถซื้อได้ 3 ช่องทางคือ ซื้อกับคนขายหวย สาขาหวยพญานาค ,ซื้อทางมือถือผ่านเบอร์ว้อดแอพ โทรซื้อ 8899 และซื้อทางข้อความ sms  

จริงๆแล้ว การขายหวยออนไลน์ในลาวมีมานานหลายปีแล้ว เมื่อรัฐวิสาหกิจหวยพัดทะนาลาว ได้ให้เอกชนเข้ามาสัมปทานดำเนินการขายหวย โดยหวยมือถือ sms เป็นเจ้าแรกที่ขายหวยออนไลน์    

ลาวล้ำ หวยออนไลน์

การซื้อหวยผ่านแอพ JDB YES

นอกจากนี้ คนลาวยังสามารถซื้อหวยผ่านแอพพลิเคชั่น JDB YES ของธนาคารร่วมพัดทะนา (JDB) ซื้อก็ง่าย เมื่อถูกรางวัล มีการโอนเงินเข้าบัญชีทันที     

อนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2563 กระทรวงการเงิน ได้มีข้อตกลงเรื่องออกเลขรางวัลหวยพัดทะนา จากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็น 2 ครั้ง โดยมอบให้บริษัท รัฐวิสาหกิจหวยพัดทะนาลาว ออกเลขรางวัลหวยพัดทะนาลาว ในวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น.     

การออกเลขรางวัลให้โปร่งใส ดำเนินการถ่ายทอดสดทางสถานีโทละพาบแห่งชาติ ช่อง 1 สถานีวิทยุแห่งชาติ และแฟนเพจเฟซบุ๊คหวยพัดทะนาลาว

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455579

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

18 มกราคม 2564 – 14:30 น.

สื่อขยี้ “ลุงพล” ขาลง ศึกในศึกนอก กกกอกเดอะซีรีส์ ตอน “วิกฤตลุงพล” เจอทั้งศึกในศึกนอก มิตรกลายเป็นศัตรู จะไปไหวมั้ย

++
ละครทีวีเรื่อง “กกกอก เดอะซีรีส์” กลับคืนสู่จออีกครั้ง แต่หนนี้ เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปจากเดิม “ลุงพล” ไม่ได้เป็น “พระเอก” เหมือนเก่า นักเล่าข่าวคนดัง เริ่มขยี้ปมขอรับบริจาคเงิน และการแยกทางของยูทูบเบอร์รายหนึ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

ภาพในอดีต ลุงพล ป้าแต๋น อุ๊บ และหมอปลา

ย้อนไปเมื่อ 7-8 เดือนที่แล้ว ทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ได้ส่งนักข่าวไปปักหลักทำข่าวคดีน้องชมพู่เสียชีวิตปริศนา ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จนทำให้สองสามีภรรยา “ไชยพล วิภา” และ “สมพร หลาบโพธิ์” หรือ “ลุงพล-ป้าแต๋น” กลายเป็นคนดัง มีแฟนคลับทั่วประเทศ    

บวกกับตัวละครอย่าง “อุ๊บ วิริยะ”(วิริยะ พงษ์อาจหาญ) นักปั้นดารา และ “หมอปลา” ( หมอปลาช่วยด้วย) คนดังมีเงิน มีเพื่อนสื่อมวลชน เข้ามาโอบอุ้มลุงพล จึงทำให้กระแส “สงสัย” แปรเป็น “สงสาร” มีผู้คนเดินทางมาให้กำลังใจลุงพลถึงบ้านกกกอก    

นอกจากนั้น เหล่ายูทูบเบอร์ก็เดินทางเข้ามาเกาะติดรายงานชีวิตลุงพลผ่านช่องยูทูบ ส่งผลให้ยูทูบเบอร์ มีรายได้งดงาม เพราะคลิปลุงพลเรียกยอดวิวได้เยอะ     

ย่างเข้าปี 2564 สถานการณ์บ้านกกกอกได้เปลี่ยนไป เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างลุงพล กับนักปั้นมือทอง ระหว่างสื่อทีวีดิจิตอลกับยูทูบเบอร์     

ชั่วโมงนี้ ถ้าดูหน้าจอทีวีดิจิตอล ลุงพลจะดูเหมือน “ผู้ต้องสงสัย” ในหลายเรื่อง ตรงกันข้ามกับช่องยูทูบที่บ้านกกกอก ลุงพลยังเป็น “ฮีโร่” ของแฟนคลับ 

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

บููมน้อยร้อยเอ็ด ถอนตัวออกจากบ้านกกกอก

++
มิตรเป็นศัตรู
++
ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของวิริยะ พงษ์อาจหาญ หรืออุ๊บ วิริยะ กับลุงพล ว่ามีปมเหตุอันใด จึงต้องกลายเป็นคู่ขัดแย้งกัน    

วันนี้ มีข่าวอุ๊บ วิริยะ เตรียมปรึกษาทนายความ เพื่อแจ้งความเอาผิดลุงพล กรณีละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลังมีการนำรูปตัวเองไปร่วมเปิดบัญชีขอรับบริจาค สร้างศาลาวัดภูหลวง จ.มุกดาหาร     

นักปั้นมือทองบอกว่า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะตัวเองไม่มีส่วนรู้เห็นในการรับบริจาค และไม่เคยเห็นเงินจำนวนนี้    

ด้าน “หมอปลา” ก็เตรียมปรึกษาทีมทนายความ เพื่อเดินหน้าตรวจสอบเครื่องดักฟังที่พบในรถลุงพล หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำ โดยต้องการให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาบุคคลที่นำเครื่องนี้มาแอบติดไว้ 

++
สองปมบริจาค
++
เรื่องลุงพลกับเงินบริจาคนั้น มี 2 กรณีคือ การทอดผ้าป่าบูรณะพื้นศาลาการเปรียญ วัดภูหลวง บ้านกกกอก มียอดรวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 886,934.82 บาท    

ล่าสุด นักข่าวทีวีดิจิตอลไปสอบถามพระอาจารย์สมบัติ อภิสัมโธ ประธานสำนักสงฆ์ภูหลวง กรณีความคืบหน้าการเทปูนศาลาสำนักสงฆ์ภูหลวง เนื้อที่ 870 กว่าตารางเมตร โดยประธานสำนักสงฆ์บอกว่า รู้สึกเบื่อ เพราะตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ก็มีเรื่องวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง บางครั้งทำให้อาตมาถูกกลุ่มยูทูเบอร์ที่ตามติดชีวิตลุงพล รวมไปถึงบรรดาแฟนคลับมาต่อว่าเสียๆ หาย ๆ    

กรณีที่ 2  การก่อสร้างรูปปั้นพญานาคปาริตนาคราช ที่ข้างบ้านลุงพล ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งลุงพลได้เปิดรับบริจาคได้เงินมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ได้มีเสียงทักท้วงจากฝ่ายใด 

สื่อขยี้ "ลุงพล" ขาลง ศึกในศึกนอก

ช่องแมงกะบี้ ถ่ายคลิปกระท่อมบูมน้อยร้อยเอ็ด ไม่มีคนอยู่แล้ว

++
ยูทูบเบอร์แยกทาง
++
จะว่าไปแล้ว กรณี “กองทัพยูทูบเบอร์” องครักษ์พิทักษ์ลุงพล ปะทะสื่อหลัก น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รายการเล่าข่าวของทีวีดิจิตอล หันมาเปิดศึกตามขุดคุ้ยปมเงินบริจาค และรายได้ของลุงพล สมัยที่มีงานอีเวนท์เดินสายโชว์ตัว รวมถึงการรีวิวสินค้า    

ล่าสุด สุรชัย สุวรรณกิจ อายุ 28 ปี เจ้าของช่อง “บูมน้อยร้อยเอ็ด” ได้เก็บข้าวของออกจากบ้านกกกอก พร้อมกับให้สัมภาษณ์ช่องทีวีดิจิตอล พูดถึงพฤติกรรมอีกด้านหนึ่งของลุงพลกับกองทัพยูทูบเบอร์    

ก่อนหน้านั้น หมอปลาก็เคยแฉว่า ลุงพลเปลี่ยนไป เพราะเชื่อฟังยูทูบเบอร์บางกลุ่มคอยจัดการโน่นนี่นั่น     

เท่าที่ตรวจสอบจากช่องยูทูบสายลุงพล ก็ยังไม่มีเสียงโต้ตอบออกมาจากฟากฝั่งลุงพล กรณีที่บูมน้อยร้อยเอ็ดออกมาแฉพฤติกรรมกรรมของยูทูบเบอร์บางคน    

ละครกกกอกเดอะซีรีส์ ภาค 2 มีความเข้มข้นมากกว่าภาคแรก เพราะลุงพล เผชิญทั้งศึกในและศึกนอก

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่ ปิดฉากม็อบออแกนิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455548

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

18 มกราคม 2564 – 10:57 น.

“ราษฎร” ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก “ทุกคนคือแกนนำ”จบแล้ว ม็อบราษฎรมีเจ้าของ มีปูลิตบูโร คอยชี้นำทุกสิ่งทุกอย่าง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
บรรดาราษฎรทั้งหลาย ส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าวกันในโซเชียล ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พลันที่ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า ตัวเธอเองเป็นโฆษกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม “ราษฎร” พร้อมกับเปิดตัวเพจ ‘ราษฎร’ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  รุ้ง ปนัสยา โร่แจง แกนนำ – กลุ่มราษฎร ไม่เกี่ยวข้องม็อบสามย่านขอโปรดระวังข้อมูลข่าวสาร

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

รุ้ง โฆษกราษฎร

อีกด้านหนึ่ง “บุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร แกนนำคนสำคัญของกลุ่มราษฎร ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ลืมแจ้งเรื่องสำคัญให้ทุกคนทราบ ว่าตอนนี้กลุ่มราษฏรเรามีโฆษกแล้วนะ คือ… น้องรุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากนี้ไม่ว่าจะมีประเด็นอะไรก็ตาม ให้ไปฟังและถามจากน้องรุ้งกันนะครับ และคำพูดของน้องรุ้ง ก็คือคำพูดของกลุ่มราษฎรครับผม”    

ปฏิริยาจากฟากฝั่งเดียวกันก็ตามมา แอดมินเพจ “คณะราษฎร” ได้แสดงความเห็นผ่านแฟนเพจว่า “อันราษฎรนั้น มีทั้งราษฎรแท้และราษฎรเก๊ ม็อบราษฎรหาได้มีทุกคนเป็นแกนนำอย่างที่เขาหลอกลวงไม่-รุ้ง ปนัสยาไม่ได้กล่าวไว้    

เนื่องจากเคยมีคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ” และมีการจัดการชุมนุมโดยเสรี เรียกกันว่าม็อบธรรมชาติหรือม็อบออแกนิก แต่ระยะหลัง ม็อบเยอะ ปัญหาแยะ จึงทำให้แกนนำขาใหญ่ได้สุมหัวกันคิดแผนการใหม่     

เข้าใจว่า กลุ่มแกนนำราษฎร คงเตรียมเปิดตัวและจัดการชุมนุมใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่มิทันได้ลงมือกระทำการใดๆ ก็มีกลุ่มการ์ดปลดแอก นัดชุมนุมที่สามย่าน โดยไม่บอกกล่าวแกนนำระดับเบิ้ม-เบิ้ม ทำให้ “รุ้ง” ต้องชิงประกาศตัวในนามโฆษกราษฎร เพื่อป้องกันคนเข้าใจผิด

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

เพนกวิน ผู้ชี้นำราษฎร

++
ปรับขบวนใหม่
++ 
ปลายปีที่แล้ว ม็อบราษฎร มีการชุมนุมใหญ่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็หยุดไปในช่วงโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่ จึงมีเสียงสะท้อนว่า ม็อบถอย ม็อบแผ่ว แต่อานนท์ นำภา หรือเพนกวิน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีถอย ปีหน้าม็อบใหญ่มาแน่     

ถ้าส่องในแฟนเพจปกรณ์ พรชีวางกูร  ก็จะพบความเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำราษฎร โดย “เฮียบุ๊ง” เล่าว่า มีการประชุมขยายวงที่เชียงใหม่ช่วงปลายปี 2563    

ประเด็นหนึ่งที่มีการสรุปบทเรียนคือ ม็อบย่อยที่มีมากเกินไป ส่งผลภาพลักษณ์ม็อบใหญ่เสียหาย    

“คือการทำม็อบย่อย แล้วใช้ชื่อเดียวกับม็อบใหญ่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาคใหญ่คือ… คนมองว่าม็อบแผ่ว ทั้งๆ ที่ม็อบใหญ่ที่เป็นทางการในแต่ละครั้ง เรามีตัวเลขคนเข้าร่วมยืนพื้นที่ 2-3หมื่นคนแน่นอนในทุกไฟต์ แต่ม็อบย่อบม็อบเล็กมีคนหลักร้อยหรือหลายๆ ม็อบมีคนหลักสิบ น้อยมากที่จะมีคนเข้าร่วมมากกว่าหลักพันขึ้นไป..”    

เมื่อม็อบมีคนน้อย สื่อก็ออกข่าวว่า ม็อบแผ่ว ม็อบหมดกระแส “เฮียบุ๊ง” บอกว่า “ปัญหานี้เราก็ยกขึ้นมาคุยกันในที่ประชุม ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า… ไม่ควรทำ”    

ด้วยเหตุนี้เอง พลันที่เกิดม็อบย่อยหน้าสามย่านมิตรทาวน์ “รุ้ง” จึงแจ้งข่าวทันทีว่า แกนนำราษฎร ไม่ได้เป็นคนนัดหมาย แต่กลายเป็นประเด็นร้อน “รุ้งเทม็อบ”  

"ราษฎร" ยุคนำรวมหมู่  ปิดฉากม็อบออแกนิก

อานนท์ เสนาธิการราษฎร

++
ปูลิตบูโรคุมม็อบ
++
ตอนที่คณะราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายทำกิจกรรมการเมืองและจัดการชุมนุมใหญ่ ก็มีเสียงเรียกร้องให้จัดตั้ง “องค์กรนำ” เป็นหนึ่งเดียว แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากแกนนำคนรุ่นใหม่ เลยเป็นที่มาของคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ”  

ถ้าอ่านจากที่ “เฮียบุ๊ง” เล่าเรื่องการประชุมแกนนำระดับสูงที่เชียงใหม่ จึงทราบว่า ได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกลาง” เปรียบเช่น “ปูลิตบูโร” เป็นผู้กำกับและชี้นำการเคลื่อนไหวทางการเมือง    

“เฮียบุ๊ง” เป็นคนแรกที่บอกว่า มีคณะกรรมการกลางของกลุ่มราษฎรแล้ว ดังนั้น ใครจะทำกิจกรรมใดๆ หรือจัดการชุมนุม ต้องแจ้งต่อปูลิตบูโร    

“ถ้าหากใครจะทำ ให้แจ้งกับคณะกรรมการกลาง ถ้ากรรมการเห็นด้วยก็จะส่งแกนนำหลักให้ไปเข้าร่วม จะมีทีมงานในด้านต่างๆ เข้าไปสนับสนุน เพื่อตัดปัญหาไปทำม็อบกันเองแล้วก็เกิดปัญหา”    

บังเอิญช่วงต้นปี มีโควิด เฮียบุ๊งแจงว่า “แต่เรายังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการออกไป เพราะตอนนี้น้องๆหลายๆส่วน ต่างแยกย้ายไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายหลังจบการประชุม”    

สรุปว่า มวลชนราษฎร ปี 2564 จะเคลื่อนไหวอะไร ต้องอยู่ภายใต้การชี้นำของปูลิตบูโร “ราษฎร” เหมือนแกนนำพันธมิตรฯ แกนนำ นปช. และแกน กปปส. 

‘ทอน’ ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455490

‘ทอน’ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

17 มกราคม 2564 – 14:11 น.

คณะก้าวหน้ามาแล้ว ลุยสนามเลือกตั้งเทศบาล ควบคู่การเคลื่อนไหวนอกสภา

เซียนการเมืองบางสำนัก อาจคิด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จะถอยจากสนามเทศบาล เพราะหลังจบศึก อบจ. ก็เงียบหายไปเลย

เมื่อมีความชัดเจน วันเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล กกต.กำหนดวันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.2564 “ธนาธร” ในนามคณะก้าวหน้า ก็โผล่มาประกาศรับสมัครผู้ร่วมอุดมการณ์ ลงลุยการเมืองท้องถิ่นระดับเทศบาล

ดังที่ทราบกัน จะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง เทศบาลนคร 30 แห่ง, เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล  2,247 แห่ง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
แขวน ‘บ้านใหญ่’ระทึก ‘นายก อบจ.’

คณะก้าวหน้า ได้ทดสอบสนามท้องถิ่นไปแล้ว โดยส่งผู้สมัครนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. 42 จังหวัด ปรากฏว่า พ่ายแพ้ทุกสนามสำหรับนายก อบจ. แต่ได้สมาชิกสภา อบจ.มาจำนวนหนึ่ง

แม้การปราชัยครั้งนั้น จะถูกโดนเสียดเย้ยว่า “แพ้แบบแลนด์สไลด์” นั้น แต่ธนาธร ไม่ถอย

“คณะก้าวหน้า ยืนยันภารกิจยุติรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ด้วยการส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับ”

จริงๆแล้ว คณะก้าวหน้าได้มีการรับสมัครและเฟ้นหาทั้งตัวแทนชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลได้แล้วจำนวนหนึ่ง เพียงแค่รอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112

เมืองนนท์นำร่อง

ปลายปีที่แล้ว คณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้เชิญชวนบุคคลที่พร้อมลงมือเปลี่ยนแปลงเทศบาล และ อบต. ให้แจ้งเจตจำนงมาได้เลย ดูเหมือนว่า คณะก้าวหน้า นนทบุรี จะเป็นสาขาแรกที่เปิดแนวรบท้องถิ่นต่อไป

ล่าสุด เพจคณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้แจ้งว่า มีผู้สนใจลงสมัครนายกเล็ก และสมาชิกสภาเทศบาลฯ ครบแล้ว 6 แห่ง ได้แก่เทศบาลนครปากเกร็ด, เทศบาลเมืองบางกรวย,เทศบาลเมืองบางกร่าง, เทศบาลเมืองพิมลราช, เทศบาลตำบลบางพลับ และเทศบาลตำบลปลายบาง 

ส่วนเทศบาลนครนนท์ ทีมงานคณะก้าวหน้านนทบุรี กำลังเฟ้นหาตัวอยู่ เช่นเดียวกับเทศบาลเมืองบางบัวทอง และเทศบาลเมืองบางใหญ่

จะว่าไปแล้ว ภารกิจสนามเลือกตั้งเทศบาล อาจไม่หินเท่า อบจ. เพราะพื้นที่ไม่กว้าง การหาเสียงทำง่ายกว่า 

'ทอน'ลุยยึดเทศบาล ยกเลิก 112



ยกเลิก 112

นอกเหนือสมรภูมิเลือกตั้ง ในปี 2564 คณะก้าวหน้า คงขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับกลุ่มราษฎร ดูสัญญาณจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่โพสต์เสนอ “ยกเลิก ม.112” 

ปิยบุตรบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เพราะวันนี้ มีเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส.ที่จะร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก 112 
อดีตแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เสนอว่า ส.ส.ฝ่ายค้านควรเสนอร่างยกเลิก ม.112 เข้าไป ควบคู่การเปิดพื้นที่ให้กับการรณรงค์ยกเลิก ม.112 นอกสภา เรียกว่ากดดันต่อเนื่องต่อไป

จริงๆแล้ว การเคลื่อนไหวชุมนุมต้านเผด็จการ ในต่างจังหวัด สาขาของคณะก้าวหน้า ก็ได้ให้การสนับสนุนแฟลชม็อบอยู่แล้ว

แขวน ‘บ้านใหญ่’ ระทึก ‘นายก อบจ.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455472

แขวน ‘บ้านใหญ่’ระทึก ‘นายก อบจ.’

แขวน 'บ้านใหญ่'ระทึก 'นายก อบจ.'

17 มกราคม 2564 – 11:32 น.

เช็คชื่อว่าที่นายก อบจ. 44 จังหวัด กกต.ยังไม่รับรอง คนเด่นคนดังเพียบ

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณารับรองผลการเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ครบถ้วนทั้ง 76 จังหวัดแล้ว โดย กกต. ประกาศรับรองนายก อบจ. 32 จังหวัด และ ส.อบจ. รวม 1,946 ราย จากจำนวนสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด 2,316 ราย 

ส่วน นายก อบจ. และ ส.อบจ. ที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน แบ่งเป็น นายก อบจ. 44 จังหวัด และ สมาชิก อบจ. 370 ราย

อย่างไรก็ตาม กกต.ยังมีเวลาถึง 19 ก.พ.2564 ในการพิจารณาว่าจะให้ใบเหลือง ใบแดง หรือรับรองผลการเลือกตั้ง ถ้าครบกำหนด 60 วันแล้ว กกต.ยังไม่รับรองผล ก็ต้องส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา แต่ระหว่างนั้น ให้ กกต.รับรองผลไปก่อน

ดังนั้น ว่าที่นายก อบจ. 44 จังหวัด จึงต้องลุ้นระทึกไปจนกว่าจะครบ 60 วัน โดยส่วนใหญ่เป็นอดีตนายก อบจ.หลายสมัย หรือตัวแทนของ “บ้านใหญ่” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ย้อนรอย’หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป

บ้านใหญ่รอก่อน

 1.ฉะเชิงเทรา : “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย บิดา ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ 
 2.ชลบุรี : วิทยา คุณปลื้ม อดีตนายก อบจ. ทายาทกำนันเป๊าะ ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุข 
 3.นครปฐม : “หนึ่ง” จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ ที่รับมรดกการเมือง “กลุ่มชาวบ้าน” นำทีมลงสมัครนายก อบจ.ครั้งแรก
 4.พระนครศรีอยุธยา : “ซ้อสมทรง” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล อดีตนายก อบจ.หลายสมัย และตัวแทนบ้านใหญ่วังน้อย
 5.ระยอง : “อาช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ อดีตนายก อบจ. พี่ใหญ่ของตระกูล “ปิตุเตชะ” แห่งบ้านค่าย 
 6.ลพบุรี : “นายกแตน” อรพิน จิระพันธุ์วาณิช อดีตนายก อบจ. ที่รับไม้ต่อจากสามี-สุบรรณ จิระพันธุ์วานิช (เสียชีวิตแล้ว) ตัวแทนตระกูล “จิระพันธุ์วาณิช” 
 7.สมุทรสาคร : “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต ส.ส. บุตรชาย “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ. ที่เปิดทางให้ลูกชายเล่นการเมืองท้องถิ่นแทนตัวเอง
 8.สระแก้ว : “กำนันกี” ขวัญเรือน เทียนทอง มารดา 2 ส.ส.สระแก้ว “ฐานิสร์-ตรีนุช” และน้องสะใภ้ เสนาะ เทียนทอง
 9.สระบุรี : “เสี่ยจ้อน” สัญญา บุญหลง อดีตนายก อบจ.นครนายก ย้ายสนามจากนครนายกมาสระบุรี เพื่อฟื้นฐานการเมืองของตระกูล “อดิเรกสาร” 
 10.สุพรรณบุรี : บุญชู จันทร์สุวรรณ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย สายตรง “ศิลปอาชา” และ “เที่ยงธรรม” 
 11.สมุทรปราการ : นันทิดา แก้วบัวสาย ลงสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งแรก ตัวแทนตระกูล “อัศวเหม” 
 12.ตรัง : “โกเล้ง” บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้าทีมกิจปวงชน ตัวแทนตระกูล “โล่สถาพรพิพิธ” บ้านใหญ่ย่านตาขาว
 13.ยะลา : มุขตาร์ มะทา อดีตนายก อบจ.หลายสมัย น้องชาย “วันนอร์” ประมุขบ้านใหญ่ศรียะลา
 14.นราธิวาส : กูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.(เกือบจะผูกขาด) บิดาของ “กูเฮง-วัชระ” 2 ส.ส.นราธิวาส 

เครือข่ายภูมิใจไทย 

 พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ประกาศส่งผู้สมัครนายก อบจ.อย่างเป็นทางการ แต่ก็ทราบกันดีว่า ผู้สมัครคนใดบ้าง มีสายสัมพันธ์กับ ส.ส.ค่ายสีน้ำเงิน
 1.นครพนม : ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาว “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองประธานสภาผู้แทนฯ
 2.บึงกาฬ : แว่นฟ้า ทองศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย และภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 
 3.บุรีรัมย์ : ภูษิต เล็กอุดากร เจ้าของโม่หิน อดีต ส.อบจ. สายตรงบ้านใหญ่ “ศิลาชัย” ลงสนามแทนกรุณา ชิดชอบ อดีตนายก อบจ.
 4.เลย : “นายกอาร์ต” ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ อดีตนายก อบจ. 5 สมัย บิดา ธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย
 5.อำนาจเจริญ : วันเพ็ญ ตั้งสกุล ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่อำนาจเจริญ ที่ได้รับการสนับสนุนจากศักดิ์สยาม ชิดชอบ 
 6.มหาสารคาม : คมคาย อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ. ที่รับช่วงต่อจากยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพอีสานค่ายสีน้ำเงิน  

ค่ายเพื่อไทย

 1.เชียงใหม่ : “ส.ว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “ชินวัตร”
 2.น่าน : นพรัตน์ ถาวงศ์ อดีต ส.อบจ. และมี ส.ส.น่าน เพื่อไทย 3 คน เป็นกำลังหนุน
 3.พิจิตร : พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ตัวแทนบ้านใหญ่ “ภัทรประสิทธิ์” ไม่ได้ลงสนามในนามเพื่อไทย แต่ก็ได้อดีต ส.ส.พิจิตร สายตรงเฮียเพ้ง สนับสนุน
 4.สกลนคร : ชูพงศ์ คำจวง อดีตผู้สมัครนายก อบจ. ไม่ได้ลงสนามในนามเพื่อไทย แต่ก็มี ส.ส.สกลนคร เพื่อไทย 4 คน เป็นกองหนุน
 5.มุกดาหาร : จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ได้แรงหนุนจาก 2 ส.ส.มุกดาหาร เพื่อไทย 
 6.ยโสธร : วิเชียร สมวงศ์ อดีต ส.อบจ. น้องชาย บุญแก้ว สมวงศ์ ส.ส.ยโสธร 
 7.อุบลราชธานี : กานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ. น้องชาย เกรียง กัลป์ตินันท์
 8.ปทุมธานี : พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปประจ่าง ลงสมัครในนามกลุ่มคนรักปทุม แต่ก็มี ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไทย ส่วนหนึ่งให้การช่วยเหลือ

เครือข่าย ปชป.

 พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัคร นายก อบจ. ในนามพรรคแค่ 3 คน แต่ในหลายสนาม ก็เป็นการต่อสู้กันเอง
 1.สงขลา : ไพเจน มากสุวรรณ์ อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน ตัวแทนพรรค ปชป. เอาชนะค่ายพลังประชารัฐไปได้
 2.นครศรีธรรมราช : กนกพร เดชเดโช มารดา ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เมืองคอน 
 3.ชุมพร : นพพร อุสิทธิ์ ตัวแทนจาก “บ้านใหญ่จุลใส” ได้รับการสนุนจาก สุพล จุลใส และชุมพล จุลใส 2 ส.ส.ชุมพร 
 4.ประจวบคีรีขันธ์ : “เฮียไล้” สราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ พี่ชาย “นายกเกียร์” ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.ประจวบฯ
 5.สุราษฎร์ธานี : พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตกำนันคนดัง ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ปชป.ตระกูล “นิลวัชรมณี” 
 6.ภูเก็ต : เรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต ค่าย ปชป.  
 7.พัทลุง : วิสุทธิ์ ธรรมเพชร อดีตนายก อบจ. และน้องชาย สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง ปชป.

เครือข่ายหลายขั้ว

 1.กาญจนบุรี : “หมอหนุ่ย” สุรพงษ์ ปิยะโชติ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ได้แรงหนุนจาก ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ
 2.กาฬสินธุ์ : ชานุวัฒน์ วรามิตร ลูกชายแม่ชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ. มีกลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ หลายพรรคสนับสนุน
 3.ชัยภูมิ : อร่าม โล่ห์วีระ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ หลายสมัย ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ชัยภูมิ บางกลุ่ม
 4.เชียงราย : “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ทายาทตระกูล “วันไชยธนวงศ์” 
 5.นนทบุรี : พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย มีหลายพรรคสนับสนุน
 6.อุตรดิตถ์ : ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายก อบจ. 5 สมัย
 7.แม่ฮ่องสอน : อัครเดช วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.หลายสมัย
 8.ร้อยเอ็ด : เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ดหลายสมัย และตระกูล “จุรีมาศ” สนับสนุน
 9.ระนอง : “สจ.อิทธิ์” ธนกร บริสุทธิ์ญาณี อดีตรองประธานสภา อบจ.ระนอง มีนักการเมือง 3 พรรคหนุน

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455471

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

17 มกราคม 2564 – 11:20 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564 หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ตกหลุมพราง ท่อน้ำเลี้ยงต่างแดน อานนท์ เพนกวิน และ รุ้ง ปนัสยา ชี้เหตุตกดวงดาวดับ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต  ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564  หวังล้มรัฐบาล ล้มสถาบันฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ตกหลุมพราง ท่อน้ำเลี้ยงต่างแดน อานนท์ เพนกวิน และ รุ้ง ปนัสยา ชี้เหตุตกดวงดาวดับคิดแก้ดวงเมือง คาดยังไม่ถึงเวลา เพราะชะตาชีวิตไม่อำนวย หากคิดหวังเร่งรีบ ดับเส้นทางชีวิตเปลี่ยน พลิกชะตา รอวันตกอับมีโอกาศติดคุก ดับชีวิตอนาคตตนเอง พบแต่ความหายะนะ เพราะการกระทำที่ขาดประสพการณ์ และดวงยังไม่แข็งพอ ทำลายอนาคตที่สดใสของเป้าหมายเส้นทางชีวิต ทั้งที่อนาคตน่าจะมีโอกาศที่ดีกว่า ตำแหน่งหน้าที่การงาน งานราชการ   และการเป็นผู้นำทางการเมืองหากถึงเวลา แต่ปัจจุบันเลือกเส้นทางที่ผิดคิดจนตัวตาย อนาคตดับ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ นาทีสุดท้ายของการเป็นนายกฯ 2 ธันวาคม ชี้ “ประยุทธ์” ผิดหรือไม่
 

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ถึงดวงดาว โชคชะตา ฟ้าลิขิต ของกลุ่ม 3 ผู้นำ ม็อบคณะราษฎร ผู้นำนิสิตนักศึกษา กลุ่มผู้ทำลาย สถาบันฯ และรัฐบาล ตามสั่งคนแดนไกลทั้ง เพนกวิน พริษฐ อานนท์ และรุ้ง ปนัสยา ว่าดวงชะตาของทั้ง 3 คนมีโอกาส และเป้าหมายแห่งความสำเร็จถึงจะแตกต่างกัน แต่ถ้าไม่คิดแหกด่านชีวิตก่อนก็มึโอกาศไปได้ดี เพราะมีดวงชะตาที่ดี ที่มีเส้นทางอนาคตที่ไปได้ดี แต่ไม่ใช่เวลานี้ที่วัยยังไม่ถึงวาระ เพราะชีวิตคนเรามีจุดเปลี่ยนของชีวิต แต่ 3 ผู้นำม๊อบคิดชิงสุกก่อนหาม คิดก้าวข้ามกระโดดทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา อีกทั้งเลือกเส้นทางชีวิต เป็นการกระทำที่ผิดพลาด ตรงข้ามกับดวงชะตาที่ไม่ใช่เป้าหมายที่จะต้องทำเพราะทุกคนมีจังหวะชีวิต แต่ถ้าเลือกจังหวะไม่ถูก อนาคตมีแต่คำว่าดับอย่างเดียว สำหรับชะตาชีวิตของ เพนกวิน  พริษฐ คิดเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพราะอารมณ์ดื้อรั้น คิดก้าวข้ามกระโดด ว่าตนเองสามารถทำได้ ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีอายุที่ไม่ยืน อานนท์ มีโอกาศประสพความสำเร็จบนเส้นทางชีวิต แต่ไม่ใช่เส้นทางทนายความ เพราะชีวิตเหมือนนั่งเก้าอี้ 3 ขามาเกิด  เลือกทางเดินบนทางสองแพร่งที่มีหลุมพรางเหวลึก  พร้อมที่จะกระชากทำให้ชีวิตพบกับความวินาสได้ และ ส่วน  รุ้ง ปนัสยา  มีความคิดการเป็นผู้นำสูง  แต่มักจะใช้ความคิดตนเองเป็นใหญ่ ชีวิตกับงานราชการ  มีโอกาศได้รับตำแหน่งผู้บริหารที่ดี  แต่ถ้าไม่คิดเลือกเส้นทางลัดที่มุ่งสู่ทางวิบัติของชีวิต  ด้วยการหมิ่นสถาบันฯ  เป็นทรชนปลดแอก  หลงทางชีวิตยับ  อาจพลิกไปสู่ความหายนะในอนาคต  เส้นทางวิถีชีวิตลากไปสู่ความวิบากกรรม  ที่อยากให้ผู้นำกลุ่มปลดแอก   3  คนนี้ได้หันกลับไปมองกลุ่มรุ่นพี่ที่ผ่านมา  หรือนักการเมืองบางคน มีใครบ้างที่ทำสำเร็จ  ที่มีแต่คุก  กับชีวิตในต่างแดนที่ต้องหลบหนี  พลัดพรากถิ่นฐานบ้านเกิดต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนและจบชีวิตในต่างแดน  อย่างไม่มีโอกาศได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ซินแสเข่ง สรุปเพิ่มเติม ว่าหากคิดอยากเล่นการเมือง เมื่อถึงวาระโอกาศของชีวิต และมีประสพการณ์อย่างเพียงพอ ก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองได้ แต่ต้องเล่นตามตรอกออกตามประตู ตามกติกา และเตือนกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่คิดจะเปลี่ยนประเทศ หรือพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน หรือล้มสถาบันฯ ดวงเมืองประเทศไทย เพราะทั้งชีวิตนี้เชื่อว่าคงเป็นไปไม่ได้ ถึงจะสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินสิ้นความเป็นไทย ก็เป็นไปกับความล่มสลายความเป็นไทย ที่อาจจะเป็นไป

ซินแสเข่ง ผ่าดวง วิกฤต ชีวิต 3 ผู้นำม๊อบ ปี 2564

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455423

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

16 มกราคม 2564 – 16:41 น.

หนังชีวิต “ลุงพล-ป้าแต๋น” บ้านกกกอกยังไม่จบ ยูทูบเบอร์สายลุง เปิดศึกทีวีดิจิตอลช่องใหม่

++
    ดังที่ทราบกัน ได้เกิด “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งมียูทูบเบอร์มากกว่า 40 ช่อง ได้มาปักหลักเกาะติดชีวิต “ลุงพล-ป้าแต๋น” เพื่อนำไปทำคลิปอัพลงช่องยูทูบของตัวเอง ทำยอดวิว สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ  

 มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ยูทูบเบอร์เหล่านี้ เปรียบเสมือน “กองทัพสื่อ” ส่วนตัวของลุงพล หรือไชย์พล วิภา 
    เมื่อเร็วๆนี้ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปที่บ้านนายอนามัย และ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่ของน้องชมพู่ บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร แต่ไม่ได้ไปพบลุงพล

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

                 ลุงพล และกองทัพยูทูบเบอร์

    วันนั้น นักข่าวจากทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง รวมทั้งนักข่าวสื่อหลักจำนวนหนึ่งที่ตามอัจฉริยะไปบ้านกกกอก ได้ถือโอกาสไปสัมภาษณ์ลุงพล ถึงประเด็นที่อัจฉริยะเข้ามาจับคดีน้องชมพู่ โดยลุงพลไปอยู่ที่สำนักสงฆ์ภูหลวง
    เมื่อนักข่าวสื่อหลักตามไปเจอลุงพล ปรากฏว่า กลุ่มยูทูบเบอร์เข้ามาขวาง และแจ้งว่า ลุงพลไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ 2 เดือน จนเกิดเหตุชุลมุน ขณะที่ลุงพลนั่งเงียบ
    จากเหตุการณ์ยูทูบเบอร์ทำตัวเป็น “องครักษ์พิทักษ์ลุงพล” ทำให้รายการเล่าข่าวยอดนิยมจากทีวิดิจิตอล 2 ช่อง ได้เปิดประเด็นข่าว “ลุงพลเปลี่ยนไป” โดยตามสัมภาษณ์คนใกล้ชิดอย่างหมอปลา และอีกหลายคน

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

               ยูทูบเบอร์สายลุงพล

++
เจ้าของหมู่บ้านตัวจริง
++
    สำหรับหมู่บ้านยูทูบเบอร์ สวนยางวิลเลจ ที่ตกเป็นข่าวเกรียวกราวนั้น ทีวีดิจิตอลช่องหนึ่งไปออกข่าวว่า ลุงพลซื้อที่ดินบริเวณสวนยาง ข้างบ้านตัวเอง ทำเป็นหมู่บ้านยูทูบเบอร์ หารายได้เข้ากระเป๋า
    ประเด็นนี้ กลุ่มยูทูบเบอร์สายลุงพล ได้ไปสัมภาษณ์ “พอลลี่” ภัทรนาฎ เชื้อคมตา เจ้าของสวนยางพารา และลานมัน ที่เป็นฐานที่มั่นของยูทูบเบอร์

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

              พอลลี่ เจ้าของสวนยางวิลเลจ และหมู่บ้านยูทูบเบอร์

    “พอลลี่” ปฏิเสธข่าวลุงพลซื้อที่ดินในสวนยางพารา พร้อมเปิดเผยว่า หมู่บ้านยูทูเบอร์เกิดจากเรื่องบังเอิญ โดยเริ่มสร้างกระท่อมหลังเเรกอยู่ในสวนยาง เพื่อจะใช้นอนกับสามี 
    ช่วงข่าวน้องชมพู่ และตามมาด้วยเรื่องของลุงพล-ป้าแต๋น ก็มี “ยูทูบเบอร์” จำนวนมากมาทำคลิปลุงพล ในบ้านกกกอก ไม่มีรีสอร์ตให้เช่าพักเลย ซึ่งรีสอร์ตที่ใกล้ที่สุดคือ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ห่างจากบ้านกกกอก 30 ก.ม. ทำให้ยูทูเบอร์บางคนไม่สะดวก จึงขอเช่าพื้นที่กางเต็นท์นอน

ศึกกกกอก ยูทูบเบอร์ ปะทะสื่อหลัก

                สวนยางของพอลลี่

 พอลลี่จึงทำกระท่อมหลังแรกให้ยูทูบเบอร์ช่อง Salina หนูนา เช่าพัก ตามมาด้วยยูทูบเบอร์อีกหลายคน ตอนนี้มีกระท่อม 8  หลัง โดยหมู่บ้านยูทูบเบอร์ เปิดให้บริการโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.กระท่อม ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท รวมค่าน้ำ-ค่าไฟ 2.เต็นท์สนาม ค่าเช่าวันละ 50 บาท รวมค่าน้ำ-ค่าไฟ
    เวลานี้ พอลลี่ ได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไฟฟ้า เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ และร้านอาหารตามสั่ง

ย้อนรอย ‘หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455415

ย้อนรอย’หน่อย-บิ๊กกี่’ เรื่องเก่าเล่าวนไป

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

16 มกราคม 2564 – 14:52 น.

พลันที่คุณหญิงหน่อย ทิ้งค่ายชินวัตร ก็มีข่าว “บิ๊กดีล” เรื่องเก่าของ “บิ๊กกี่” นำมาเล่าใหม่วนไป คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ชื่อแปลกๆ อาจจะงง เมื่อเห็น “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ค Sudarat Keyuraphan ตอบโต้คนปล่อยข่าวมั่วๆ เนื่องมีสำนักข่าวออนไลน์ จั่วหัวว่า คุณหญิงหน่อย จับมือพลเอก “น.” ตั้งพรรคใหม่ แถมโยงไปหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
    “ขอเรียนยืนยันว่า จากพฤษภาทมิฬ35 ผ่านมาถึงวันนี้ 29ปี ตลอดชีวิตทางการเมือง ดิฉันยืนตรงข้ามเผด็จการมาโดยตลอด ดิฉันยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 
    นอกจากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ยังนำภาพเก่าสมัยที่ร่วมกับ “มหาจำลอง” ลงสู่ท้องถนน ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของกลุ่ม จปร.5 นำโดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร 

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

             ต้องงัดหลักฐาน สมัยต้านเผด็จการมายืนยัน 

    บังเอิญเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ได้รู้จักกับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่ง “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ (17 มี.ค.2559) เวลานั้น “บิ๊กกี่” เป็นที่ปรึกษา คสช. และสมาชิก สนช. ซึ่งหลังรัฐประหาร 2557 มีการพูดถึงเรื่องการปรองดองเยอะ 
    “ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ รู้จักกันมานานแล้ว ตั้งแต่ผมเป็นนายทหารกองทัพภาคที่ 1 เอากำลังไปสลายการชุมนุมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เห็นคุณหญิงสุดารัตน์อยู่ในเต็นท์ของ พล.ต.จำลอง ก็มองไปมองมา แล้วที่สนิทกันมาก ตอนที่นายกฯทักษิณ ลงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 พล.อ.ประวิตร เป็นผู้บัญชาการทหารบก จึงให้ผมเป็นนายทหารประสานงานด้านการเมืองกับพรรคต่างๆ รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์ ปีนั้น พรรคไทยรักไทย ได้ 300 กว่าเสียง”

 ย้อนรอย'หน่อย-บิ๊กกี่' เรื่องเก่าเล่าวนไป

               พล.อ.นพดล ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อปี 2559 เรื่องคุณหญิงสุดารัตน์

    เส้นทางในอาชีพทหารของ “บิ๊กกี่” นั้น ภายหลังจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 17 ชีวิตราชการของนายทหารคนดัง จะอยู่ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.)เป็นหลัก

++    
บิ๊กดีลของใคร?
++
    ช่วงรัฐบาล คสช. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รั้งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกลาโหม ได้เคยนัดตัวแทนพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง มาคุยเรื่องการปรองดองที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งตอนนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ก็นำทีมพรรคเพื่อไทย มาพูดคุยด้วย จนเป็นที่มาของร่างสัญญาประชาคมสร้างความปรองดอง 10 ข้อ ขึ้นมา
    นัยว่า ผู้ประสานงานคือ พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักของบิ๊กป้อม และในแวดวงการเมืองก็จะมักจะมองว่า “คุณหญิงหน่อย” ต่อสายตรงถึง “3 ป.” ได้ โดยผ่านคอนเนกชั่นของ “บิ๊กกี่” 
    อย่างไรก็ตาม คุณหญิงหน่อยจะปฏิเสธข่าวเรื่อง “บิ๊กดีล” มาโดยตลอด และการแสดงออกต่อสาธารณชน ก็ประกาศจุดยืนไม่เอาเผด็จการทหาร ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ
    แม้แต่ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยครั้งหลังสุด คุณหญิงหน่อยต้องลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรค และลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ยังมีข่าวลือเรื่องบิ๊กดีลตามไล่หลังมา 
    ดูเหมือนว่า นักการเมืองสายตรง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” จะเชื่อข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณหญิงแห่งบ้านวังทองหลาง กับประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ โดยผ่านคอนเนกชั่นยี่ห้อบิ๊กกี่ 

++
เล่าวนไป
++
    ปี 2547 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในยุคที่ “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เป็น รมว.กลาโหม สมัยรัฐบาลทักษิณ ตอนนั้น พล.อ.นพดล เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม 
    เวลาเพียงปีเดียวในตำแหน่ง ผบ.ทบ. “บิ๊กป้อม-บิ๊กกี่” ได้สร้างสัมพันธ์กับนักการเมืองอย่างมากมาย เพราะภายในพรรคไทยรักไทย มีหลายก๊กหลายก๊วน
    โดยเฉพาะกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เจ้าแม่เมืองหลวง บิ๊กกี่ก็สนิทสนมกับ อรทัย ฐานะจาโร ลูกสะใภ้บิ๊กเหวียง ที่เป็น ส.ส.กทม.อยู่
    “บิ๊กป้อม” เป็นนายทหารที่เติบโตในยุคนักเลือกตั้ง จึงรู้จัก ส.ส.ทุกพรรค และเรียนรู้วิชาการเมืองจากนักการเมืองจอมเก๋าเหล่านี้
    ต้นทุนการเมืองที่สะสมมานานนับสิบปี จึงทำให้ “บิ๊กป้อม-บิ๊กกี่” ตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์สำเร็จ รวมถึงการปั้นพรรคพลังประชารัฐให้เป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล
    ข่าวปั้นพรรคไทยสร้างไทย จึงลอยลมมาแต่ต้นปี ร้อนถึงคุณหญิงหน่อยต้องออกมาโต้โดยฉับพลันทันที

‘ลุงทองลุน’ ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455336

‘ลุงทองลุน’ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

15 มกราคม 2564 – 17:03 น.

ประชาชนลาวดีใจคัก ได้ “ลุงทองลุน” คุมพรรค-คุมประเทศ สปป.ลาว ก้าวสู่ยุคผู้นำการเมืองสายปัญญาชน รุ่นที่ 3

++
    เปิดศักราชใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใน สปป.ลาว เมื่อคณะบริหารพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ดำเนินกองประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 13-15 ม.ค.2564 
    ทำไมการประชุมใหญ่ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวทุก 5 ปี จึงมีความสำคัญต่อประชาชนลาว 7 ล้านคน? 
    ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า 2 ธ.ค.2518 เป็นวันประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” (สปป.ลาว) เปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ “ระบอบประชาธิปไตยประชาชน”
    ระบอบดังกล่าว มี 3 เสาค้ำคือ พรรคนำพา ,รัฐคุ้มครอง และประชาชนเป็นเจ้า ซึ่งพรรคนำพา หมายถึงพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ผู้นำพาทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นผู้กุมอำนาจการเมือง และชี้นำบัญชากองกำลังติดอาวุธโดยตรง 

++
ทองลุนผงาดคุมพรรค
++
    การประชุมผู้แทนทั่วประเทศของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 13  ม.ค.2564 โดยมีตัวแทนสมาชิกพรรคทั่วประเทศเกือบ 4 แสนสหาย จำนวน 768 สหาย เดินทางมาจาก 17 แขวง 1 นครหลวง รวมถึงกระทรวงทบวงกรมต่างๆ 
    ระหว่างการประชุม 3 วัน กองทัพประชาชนลาว และกรมตำรวจลาว ได้จัดกำลังชุดพิเศษเต็มอัตราศึก เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยทั่วนครหลวงเวียงจันทน์  โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ประชุมแห่งชาติ หลัก 6 เมืองไซทานี 
    ไฮไลต์ของการประชุม จะอยู่การเลือก “คณะกรรมการบริหารพรรค” และ “คณะกรมการเมืองประจำศูนย์กลางพรรค” ชุดที่ 11 ซึ่งจะบ่งชี้ว่า ใครจะเป็นประธานประเทศ? ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี? ใครจะเป็นประธานสภาแห่งชาติ?
    วันที่ 15 ม.ค.2564 กองประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 11 ได้ปิดลงด้วยผลสำเร็จ และมีการประกาศผลการเลือกตั้งภายในพรรค 
    ปรากฏว่า สหาย ทองลุน สีสุลิด ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่ คณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว สมัยที่ 11 เพราะได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จากการเลือกตั้งของผู้แทนสมาชิกพรรค 700 กว่าคน
    ปัจจุบัน สหายทองลุน เป็นนายกรัฐมนตรี และตามธรรมเนียมปฏิบัติ สหายทองลุน จะได้เป็นประธานประเทศ สปป.ลาว คนใหม่ หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ ในวันที่ 21 ก.พ.2564 โดยจะมีการนำเสนอชื่อต่อที่ประชุมสมาชิกสภาแห่งชาติ

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                       ลุงทองลุน เลขาธิการพรรคคนใหม่ และว่าที่ประธานประเทศ 

    สำหรับรายนาม กรมการเมืองพรรคประชาชนปฏิวัติลาวที่มีอำนาจสูงสุด มี 13 สหาย ประกอบด้วย 1.สหาย ทองลุน สีสุลิด
2.สหาย พันคำ วิพาวัน
3.สหาย นางปานี ยาทอตู้
4.สหาย บุนทอง จิดมะนี
5.สหาย ไซสมพอน พมวิหาน
6.สหาย พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด
7.สหาย คำพัน พมมะทัด
8.สหาย สินละวง คุดไพทูน
9.สหาย สอนไซ สีพันดอน
10.สหาย กิแก้ว ไขคำพิทูน
11.สหาย พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง 
12.สหาย นางสีใส ลือเดดมูนสอน
13.สหาย สะเหลิมไซ กมมะสิด
    อนึ่ง คณะบริหารศูนย์กลางพรรคฯ ประกอบด้วยกรรมการสมบูรณ์ 71 สหาย และกรรมการสำรอง 10 สหาย 
    สหายนำทั้งหมดนี้คือ ผู้กุมชะตากรรมคนลาว 7 ล้านคน และเป็นผู้กำหนดทิศทางของ สปป.ลาว ไปอีก 5 ปี นับจากวันนี้เป็นต้นไป 

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                        โฉมหน้ากรมการเมืองพรรค 13 สหาย ผู้มีอำนาจสูงสุดใน สปป.ลาว

++
สู่รุ่นปัญญาชน
++
    กองประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคฯ ครั้งที่ 1 ของพรรคประชาชนลาว (ชื่อเดิม) มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ถึง 14 เม.ย.2498 ที่เมืองเวียงไซ แขวงหัวพัน 
    มีผู้เข้าประชุม 20 สหาย และกองประชุมได้เลือก 5 สหาย เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ได้แก่ สหายไกสอน พมวิหาน, สหายหนูฮัก พูมสะหวัน, สหายคำแสง สีวิไล, สหายสีสะหวาด แก้วบุนพัน และสหายบุนพม มะหาไซ โดยสหายไกสอน เป็นเลขาธิการพรรคฯ 
    ภายหลังที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค มีการคัดเลือกอีก 3 สหายเป็นกรรมการพรรคเพิ่มเติม คือ สหายสุพานุวง ,สหายพูมี วงวิจิด และสหายพูน สีปะเสิด 

 'ลุงทองลุน'ขวัญใจคนลาว ว่าที่ประธานประเทศ

                    เป้าหมายใหญ่ในการพัฒนาประเทศจากนี้ไปอีก 5 ปี

    จากสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 11 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ที่มีการผลัดเปลี่ยนกันมาเป็นรุ่นๆ ซึ่งใบหน้าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ กว่าร้อยละ 80 เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ 
    นับจากนี้ไป สปป.ลาว ได้ก้าวสู่ยุคที่มี “ผู้นำรุ่นที่ 3” นำพาประเทศให้หลุดพ้นจากสภาพประเทศด้อยพัฒนา และปิดฉากผู้นำรุ่นสงครามปฏิวัติ 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455284

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป “ปิยบุตร”

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

15 มกราคม 2564 – 10:10 น.

มาแบบเบิ้มๆ “ปิยบุตร” ยอมรับไม่แตะ 112 เป็นตราบาป ได้เวลาลบรอยแผลเป็นทางการเมือง เสนอ “ยกเลิก 112”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หายหน้าไปพักใหญ่ หลังคณะก้าวหน้าพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ. วันนี้ “ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล” กลับมาแบบเบิ้ม-เบิ้ม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“หมอวรงค์” ซัด “ปิยบุตร” แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เร่งส.ส.ให้เสนอกฏหมายยกเลิกม.112
 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

นักวิชาการ และคนเสื้อแดง เสนอแก้ ม.112

เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นักการเมืองในสภาฯ เสนอ ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 “ป๊อก” บอกว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีปัญหาในทุกมิติ ทั้งในแง่ของตัวบทกฎหมาย ดังที่เขาเคยแสดงความเห็นไว้ในหลายโอกาส    

“ปัจจุบัน สถานการณ์การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาใช้ ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าจะแรงต่อเนื่องไปอีก”     

ขณะเดียวกัน ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า เมื่อสภาเปิดประชุมอีกครั้ง พรรคก้าวไกลจะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึง มาตรา 112 เพื่อคุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนตามหลักการขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

++
ไม่แตะ 112 ตราบาป
++
เมื่อ 11 ปีที่แล้ว วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ก่อการจัดตั้ง “คณะนิติราษฎร์” โดยนักวิชาการหนุ่ม-ปิยบุตร ก็เป็น 1 ใน 7 ผู้ก่อการเสนอให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549 และเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112    

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปิยบุตรได้แสดงความเห็นเชิง “ปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง” หลายเวที รวมถึงการสนับสนุนให้แก้ไข ม.112     

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

ปิยบุตร สมัยเสนอแก้ ม.112 ในนามคณะนิติราษฎร์

ต้นปี 2561 ปิยบุตรจับมือธนาธร ตั้งพรรคอนาคตใหม่ กลับไม่ได้พูดถึงการแก้ไข ม.112 จึงทำให้สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์อย่างรุนแรง    

“ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”    

ผ่านมาถึงวันนี้ ปิยบุตร ยอมรับสารภาพว่า “สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอม “กลืนเลือด” ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ..”    

อาจารย์ป๊อกถึงขั้นบอกว่า นี่คือ “ตราบาป” ฝังในจิตใจของเขา และเป็น “แผลเป็น” ในชีวิตทางการเมืองของเขา     

ในที่สุด อดีตแกนนำคณะนิติราษฎร์ ก็แสดงตัวเป็นกองหนุนเด็กๆ จะเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ยกเลิก 112 นำพลังคนรุ่นใหม่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส. เสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก 112 

ถามดูไบยัง ยกเลิก 112 ลบตราบาป "ปิยบุตร"

คนเสื้อแดงที่หนุนแก้ ม.112

++
บทเรียนเพื่อไทย
++
ปี 2555 อาจารย์ปิยบุตร ในนามคณะนิติราษฎร์ ได้ร่วมกันจัดทำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 แล้ว ส่งไม้ต่อให้ “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) ได้ล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนร่างดังกล่าว เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภา    

วันที่ 29 พ.ค.2555  คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) นำโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จึงเคลื่อนขบวนสู่สภา โดยใช้คนหาบกล่องรายชื่อประชาชน 3 หมื่นกว่าคน ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เมื่อถึงรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น เป็นตัวแทนรับมีรายชื่อทั้งหมด 12 กล่อง    

ต่อมา ประธานรัฐสภา “สั่งจำหน่ายเรื่อง” โดยให้เหตุผลว่า “หลักการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550” สร้างความผิดหวังอย่างแรงให้แก่นักวิชาการปีกซ้ายทั้งหลาย    

นักวิชาการหัวก้าวหน้าและกลุ่มแดงอิสระ ต่างฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย กรณีการแก้ไข ม.112 เพราะเวลานั้น คนเสื้อแดงก็เห็นด้วยกับแนวคิดคณะราษฎร์ แต่พวกเขาก็ผิดหวังอย่างแรง เมื่อ 300 เสียงในสภาฯ นำโดยเพื่อไทยตีตกร่างแก้ไข ม.112    

จึงมีคำถามว่า อาจารย์ป๊อกพลิกเกมมาเล่นประเด็นร้อน “ยกเลิก 112” ได้ถามคนแดนไกลหรือยัง