ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ ‘จ้าวเหว่ย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455216

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ ‘จ้าวเหว่ย’

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

14 มกราคม 2564 – 17:15 น.

ยืนยันชาวจีนติดโควิด ในสามเหลี่ยมทองคำ ลาวไม่แถลงข่าว สะท้อนบารมี “จ้าว เหว่ย”

++
    หลังมีคำสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง ปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว ก็มีข่าวลือมากมายว่า พบคนจีนติดเชื้อโควิดในกาสิโนคิงส์โรมัน แต่ทางการลาว ก็ไม่ได้แถลงชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด

วันที่ 14 ม.ค.2564 เวบไซต์ Laotiantimes.com ได้นำเสนอรายงานข่าวว่า คนงานชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด พบผลเป็นบวก เมื่อเขาเดินทางกลับประเทศจีน
    ชายคนดังกล่าว มีไข้และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมืองต้นผึ้ง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2564 จากนั้น เขาถูกย้ายไปที่โรงพยาบาลประจำแขวงบ่อแก้ว ก่อนที่จะถูกอพยพไปยังประเทศจีน ในที่สุดแพทย์จีนตรวจซ้ำ จนทราบผลว่า คนงานชาวจีนติดเชื้อโควิด จึงแจ้งข่าวมายังโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว
    ด้วยเหตุนี้ แขวงบ่อแก้ว จึงมีประกาศปิดเมืองต้นผึ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 14 วัน (12-25 ม.ค.2564) นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

                   การตรวจหาเชื้อโควิด ในเมืองต้นผึ้ง 

    โดยครั้งแรก มีชาวพม่าร่วมกับคนลาว ลักลอบนำชาวจีน 2 คน ที่ทำงานในร้านคาราโอเกะที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ข้ามโขงมาซ่อนตัวที่บ้านมอม เมืองต้นผึ้ง และพาขึ้นรถตู้ไปพักที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ก่อนจะเดินเท้าข้ามพรมแดนช่วงบ่อเต็น-บ่อหาน จนถูกตำรวจจีนจับได้ นำไปตรวจหาเชื้อโควิด พบผลเป็นบวก

++
บารมีจ้าวเหว่ย
++
    เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีด่านเข้า-ออกอยู่ 2 แห่งคือ ด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้ามบ้านสบรวก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และด่านบ้านมอม ตรงข้าม จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา
    ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีกาสิโนคิงส์โรมัน ,โรงแรม 5 ดาว, สถานบันเทิง, ตลาดจีน ,โรงงานอุตสาหกรรม และการทำเกษตรกรรม โดยการบริหารงานของ จ้าว เหว่ย ประธานกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
    กรณีคนงานชาวจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ติดเชื้อโควิด ก็ไม่มีรายละเอียดว่า คนงานรายนี้ทำงานในส่วนใด แต่ตรวจสอบในโซเชียลชาวเมืองต้นผึ้ง ก็มีบางกระแสว่าเป็นพนักงานของกาสิโนคิงส์โรมัน 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

             คนงานชาวจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 

    นับแต่มีการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรก ทางการแขวงบ่อแก้ว ได้สั่งปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำยาวนานกว่า 8 เดือน เพิ่งมีการผ่อนปรนให้เข้า-ออก ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้ว
    จ้าว เหว่ย เป็นนักธุรกิจชาวจีน ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับกลุ่มผู้นำทางการเมืองในลาว ซึ่งในช่วงโควิดต้องปิดอาณาจักรสามเหลี่ยมทองคำ จ้าว เหว่ย ได้เดินทางไปเยือนแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน เพื่อหาลู่ทางการลงทุนใหม่ๆ 

ไทยหนาวแน่คนจีนติดโควิด เขตพิเศษ 'จ้าวเหว่ย'

              จ้าว เหว่ย ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสามเหลี่ยมทองคำ

   กรณีชาวจีนรายนี้ หากเป็นพนักงานในกาสิโนจริง ก็อาจส่งผลสะเทือนมาถึงเมืองไทย หากว่า มีนักเสี่ยงโชคชาวไทยที่อาศัยช่องทาง จ.ท่าขี้เหล็ก ข้ามไปด่านบ้านมอม เพื่อเข้าไปเล่นการพนันที่กาสิโนคิงส์โรมัน 

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455141

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

14 มกราคม 2564 – 09:18 น.

ขายฝันเก่า “มิ้ง-อ้วน” ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ งูเห่าเขย่าเพื่อไทย เปิดปฏิบัติการถ่ายเลือด คัดทิ้งเลือดเสีย “มิ้ง-อ้วน” นำทัพ สร้างฝันใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พรรคเพื่อไทยยังวุ่นไม่จบ เมื่อ ส.ส.คนหนึ่งล็อบบี้ให้เพื่อนถอนชื่อคำร้องวินิจฉัย สิระ เจนจาคะ แม้แกนนำพรรคจะรู้ว่าเป็นใคร? แต่ไม่กล้าลงโทษขั้นเด็ดขาด เหมือนกรณี “3 งูเห่า” ทำได้แค่ภาคทัณฑ์ไว้

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

ภูมิธรรม แกนนำหลักของเพื่อไทย ยุคถ่ายเลือ

สภาพคุมกันไม่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ทักษิณ ชินวัตร ต้องลงมือผ่าตัดพรรค ด้วยการส่ง “คนใกล้ชิด” เข้ามาบริหารจัดการหลังม่าน และนี่คือจุดแตกหัก ที่ทำให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลาออกจากพรรคไป พร้อมอดีต ส.ส.จำนวนหนึ่ง    

วันที่ 14 ม.ค.2564 พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค และอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค แจกข่าวเรื่องต้อนรับอดีตผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จะมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดย สุธรรม แสงประทุม และ กิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระ      

“สุธรรม” เคยเป็นรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัย, รัฐมนตรีศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ในสมัยแรกของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หลังสุด สุธรรมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 28 พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก่อนพรรคจะถูกยุบไป     

จริงๆแล้ว “สุธรรม-กิตติ” 2 ชื่อนี้ที่รีเทิร์นเพื่อไทย ไม่ได้เรียกเสียงฮือฮาอะไรหรอก แต่เป็น “สัญลักษณ์” ของเพื่อไทยยุคฟื้นฟู โดยตั้งเป้าให้เป็นดัง “พรรคไทยรักไทย” ในอดีต    

เหมือนที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ถือโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ(ภาษาอังกฤษ) ผ่านช่องยูทูบ Thai Enquirer ความยาว 47 นาที ซึ่งทักษิณได้อธิบายปัจจัยแห่งชัยชนะของไทยรักไทย ด้วยชุดนโยบายประชานิยม     

ทักษิณบอกชัดว่า เขาจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมายิ่งใหญ่ และแบรนด์ทักษิณยังแข็งแรง  

ขายฝันเก่า "มิ้ง-อ้วน" ตัวจริงไทยรักไทยคืนชีพ

สุธรรม รีเทิร์นบ้านเก่า

++
รีแบรนด์ ทรท.
++
กลางปีที่แล้ว “กลุ่มแคร์” (CARE-Continue Ability Renew Efficiency) ได้เปิดตัวแกนนำคณะผู้ห่วงใยประเทศ ประกอบด้วย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย, “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล    

เวลานั้น ข่าวกอสสิปการเมืองก็ชี้เป้าว่า นี่คือขุนพลตัวจริง ของ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ที่ถูกส่งเข้ามาทำงานหลังม่านพรรคเพื่อไทย     

ถ้าจำกันได้ ยุคแรกๆของการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย “มิ้ง-อ้วน” ใช้ตึกชินวัตรคอมพิวเตอร์ ย่านสี่แยกราชวัตร เป็นฐานบัญชาการรวบรวมผู้คน และสร้างชุดนโยบาย ก่อนจะย้ายไปตึกชินวัตร  3 ย่านวิภาวดี     

อาจารย์กิตติ ลิ่มสกุล ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคลังสมองพรรคไทยรักไทย ที่ร่วมคิดร่วมสร้างชุดประชานิยม “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือโครงการ OTOP    

คาดว่า หลังจากนี้ คงจะมีการเปิดตัวอดีต ส.ส. หรือเทคโนแครต ที่สร้างพรรคไทยรักไทยให้ยิ่งใหญ่ เพื่อรองรับการถ่ายเลือดครั้งใหญ่  

++
เตือนคนทิ้งพรรค
++
ระยะหลัง พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ มักทำตัวเป็นกระบอกเสียงของพรรค คอยปะฉะดะกับฝ่ายตรงข้าม    

ล่าสุด “พิชัย” ออกมาเคลียร์ประเด็นความแตกแยกวุ่นวายในพรรค โดยยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งและแข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปั่นป่วนตามที่มีกระแสข่าวการโจมตีพรรคแต่อย่างใด พรรคมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถครบทุกด้าน และมีคนรุ่นใหม่ที่เก่งและฉลาด พรรคมีแนวทางและหลักคิดที่ดี  ซึ่งจะเป็นความหวังของประเทศและประชาชนได้อย่างแน่นอน    

วันนี้ เสี่ยพิชัยจึงทำหน้าที่ไปรวบรวมคนเก่าๆ สมัยไทยรักไทย ให้กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย คล้ายจะบอกว่า เมื่ออดีต ส.ส.บางกลุ่มย้ายออกไป ก็มีคนใหม่เข้ามา     

แถมเสี่ยพิชัยยังเตือนผู้ที่ออกจากพรรคไป อย่าสร้างความปั่นป่วนให้กับพรรค ทำนองว่าอย่าคิดเผาบ้าน

ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455081

ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

13 มกราคม 2564 – 17:09 น.

ปริศนาชายจีนติดโควิดในกาสิโนลาว แขวงบ่อแก้วสั่งปิดเมืองต้นผึ้ง ปิดเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ

++
    ช่วงวันที่ 11 ม.ค.2564 มีข่าวลือทั่วเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ว่า ชาวจีนคนหนึ่งมาเล่นพนันในกาสิโนคิงส์โรมัน ประสบอุบัติเหตุ ถูกส่งไป รพ.แขวงบ่อแก้ว ตรวจพบเชื้อโควิด ต่อมา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกาสิโน ได้ปิดทาง-ออก ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าเขตสถานบันเทิง ตลาด และกาสิโน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ปิดกาสิโนยาว ลาวส่งแรงงานพม่ากลับ

รุ่งขึ้น(วันที่ 12 ม.ค.2564) แฟนเพจเฟซบุ๊ค เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้โพสต์ชี้แจงข่าวลือดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง พร้อมประกาศว่า ยังเปิดให้มีการเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำได้ตามปกติ  

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 วันเดียวกัน รองเจ้าแขวงบ่อแก้ว ในนามหัวหน้าคณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิดขั้นแขวง ได้ทำหนังสือถึงเจ้าเมืองต้นผึ้ง และคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 
    1.เห็นชอบให้ปิดเทศบาลเมืองต้นผึ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 12-25 ม.ค.2564
    2.มอบให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ ที่ประตูเข้าเมืองต้นผึ้ง และสี่แยกบ้านโพนโฮม 
    3.ให้เมืองต้นผึ้ง ใช้กำลังทหาร ตำรวจ ประจำการตามจุดตรวจดังกล่าว 
    คำสั่งปิดเมือง ปิดสามเหลี่ยมทองคำของแขวงบ่อแก้ว ทำให้ข่าวลือเรื่องชาวจีนติดโควิด มีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง แต่ทางการแขวงบ่อแก้วไม่ได้ยืนยันในเรื่องนี้ รวมถึงคณะกรรมการป้องกัน ควบคุมโควิดระดับชาติ ก็ไม่ได้แถลงเกี่ยวกับกรณีคนจีนตรวจโควิด มีผลเป็นบวก

ตกเย็น คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้ออกมาตรการคุมเข้ม ไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์ ห้ามรถสัญจรเข้า-ออก ร้านขายอาหารห้ามนั่งกินในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านได้ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ร้านเกมออนไลน์ ฯลฯ 

 ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

ช่วงที่โควิดระบาดต้นปี 2563 รัฐบาลลาวได้สั่งปิดด่าน ทั้งด่านสากล ด่านประเพณี ห้ามคนเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และกาสิโนคิงส์โรมัน ก็ปิดลงชั่วคราว
    ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์โควิดในลาวคลี่คลาย ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ จึงผ่อนปรนให้เปิดกาสิโน และห้างร้านต่างๆ ในสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีนักพนันชาวจีน เมียนมา และไทย ที่แวะเวียนไปเล่นพนันที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา แล้วก็ข้ามโขงมาเล่นกาสิโนคิงส์โรมัน 
    ดังที่รู้กัน “จ้าว เหว่ย” ประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีความสนิทสนมกับ “ผู้นำรัฐบาลลาว” และเริ่มมีขยายบทบาทการลงทุนทำธุรกิจด้านเกษตรกรรม และท่องเที่ยวไปยังแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455044

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ

13 มกราคม 2564 – 13:28 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤต ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ ดาวมฤตยู โคจรทับดวงเมือง ดวงโลก กับเหตุวุ่นวาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากคนดวงตกอาจถึงฆาตได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต สาวเสพยาเค นมผง อายุถึงฆาต  ดับชีวิต   ด้วยวัยเบญจเพส  รวมถึงการเสียชีวิตหมู่และอาการสาหัส  ยามนี้ดวงเมืองตกทูตมรณะ ดาวมฤตยู โคจรทับดวงเมือง  ดวงโลก  กับเหตุวุ่นวาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ตกเหตุคร่าชีวิตให้ล้มหายตายจาก  โรคภัยร้ายไวรัสโควิดคร่าชีวิต  ก่อให้เกิดสงครามจราจลตกเหตุบ้านการเมืองวุ่นวาย รวมถึงภัยพิบัติ  ด้วยอิทธิฤทธิ์ความรุนแรง  ก่อความวินาสให้เกิดทุกข์ระทม  บ่งบอกถึงการจู่โจมทะลุทลวง   ขัดแย้งประหัตประหาร  หากคนดวงตกอาจถึงฆาตได้   

ซินแสเข่ง  อาจารย์ ชนม์ทรรศน์    ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์ดวงดาวโคจรเหตุให้ปัจจุบันถึงขั้นวิกฤตของ ดวงเมือง  ด้วยอิทธิพลที่มีกำลังที่รุนแรง  ทำให้โลก  และประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสภาวะความวุ่นวาย ที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก  ขัดแย้ง  ทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้ง  และถึงขั้นประหัตประหาร   เพราะดวงเมืองอยู่ในกำลังที่อ่อน  ต่อดาวมฤตยูที่มีความรุนแรงของการสร้างเหตุ  ของดาวมฤตยู  เป็นปมสาเหตุ ทำให้เกิดเหตุอาเพศให้โรคภัย  ความขัดแย้ง  การสูญเสียดับชีวิต ของสาววัยเบญจเพศ  ที่ดวงตก พร้อมเพื่อน  นส.สุทธินี  หรือน้องมายด์  พร้อมเพื่อนด้วยวัยเบญจเพศเดียวกัน  และ  ที่เสียชีวิตดับหมู่  เนื่องจากเสพยาเคนมผง  ถึงกับเสียชีวิตกว่า 10 ศพ เพราะอยู่ในช่วงต้นปีของเดือนมกรา  ที่ถูกคลุมโคจรทับด้วย  ดาวมฤตยูดาวแห่งฑูตมรณะ  ที่ทำให้มีโอกาสเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นได้ตลอด  และทุกเหตุที่เป็นการทำลาย  ทั้งในและต่างประเทศในระยะนี้  ตลอดถึงภัยพิบัติ   หากชีวิตใครที่ถึงฆาตด้วยวัย  เบญจเพส  ยิ่งต้องควรระวังมากขึ้น  เพราะเป็นรอยต่อของชีวิต

ซินแสเข่ง  ได้วิเคราะห์เพิ่มเติม   ถึงดวงชะตา ของนางสาวสุทธินี  หรือน้องมายด์   เป็นเด็กที่มีความพยายาม   มีความอดทนมีความตั้งใจ   อยากจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จก็จะตั้งเป้าหมายตนเองเอาไว้เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง   แต่ในพื้นฐานดวงชะตานั้น  เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ด้วยเหตุนี้อาจจะผิดหวังเรื่องของความรัก  ชีวิตครอบครัว  และทำให้เดินทางผิด โดยหวังเสพยาเสพติด เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาปมของชีวิตที่ผิดหวังและคาดว่าอาจจะช่วยแก้ปัญหาชีวิตของตนเองได้  แต่เมื่อมาถึงจุดจุดหนึ่ง เข้าสู่วัยเบญจเพส ยิ่งต้องระวังตนเองมากขึ้น ประกอบกับ ในช่วงระยะเวลานี้ ภาวะบ้านเมืองที่ตกอยู่ในช่วงของ ดาวมฤตยู ทูตแห่งมรณะ พร้อมที่จะทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่าง ประกอบกับ โรคร้ายไวรัสโควิค – 19    ตกระบาดหนัก ภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำ ทำให้เกิดความเครียด และหวังเสพยา เพื่อช่วยคลี่คลาย แต่ก็ถึงจุดสุดท้าย ของชีวิต

จับตา “แม้ว” ลุย “นายกเล็ก” เชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/455003

จับตา “แม้ว” ลุย “นายกเล็ก” เชียงใหม่

จับตา "แม้ว" ลุย "นายกเล็ก" เชียงใหม่

13 มกราคม 2564 – 08:23 น.

จับตา “แม้ว” ลุย “นายกเล็ก” เชียงใหม่ สมรภูมิ ‘นายกเล็ก’ เปิดแล้ว จับตาสนามเชียงใหม่ “ทักษิณ” จะกำชัยเหนือ “บูรณุปกรณ์” อีกครั้งหรือไม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเรื่องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีทั้ง 3 ระดับคือ นายกเทศมนตรีนคร,นายกเทศมนตรีเมือง และนายกเทศมนตรีตำบล คาดว่า กกต.จะประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค.2564 

อ่านข่าว…  แค้นลั่นดอย “เพื่อเจ๊แดง” ล้างคอก “บูรณุปกรณ์”    

จับตา "แม้ว" ลุย "นายกเล็ก" เชียงใหม่

เฮียหน้อย ตัวแทนเพื่อไทย

สนามเลือกตั้ง“นายกเล็ก”ทั่วไทยในครั้งนี้ สื่อต้องโฟกัสที่การเลือกตั้ง “นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่” อย่างแน่นอน เพราะจะเป็นศึกล้างตา ระหว่าง “ค่ายเพื่อแม้ว” กับตระกูล “บูรณุปกรณ์”     

หลังชัยชนะในสนามนายก อบจ.เชียงใหม่ของ “ส.ว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ได้ลบคำปรามาสว่า ทักษิณสิ้นมนต์ขลัง แถม “เจ๊แดง” แดนไกล ก็สุดปลื้มที่ล้มแชมป์เก่าได้สำเร็จ

++
ศึกเจดีย์ขาว
++
เจดีย์ขาวหรือที่ชาวล้านนาเรียกว่าเจดีย์กิ่ว กลางเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ สื่อจึงนำมาเป็นสัญลักษณ์ คล้ายเสาชิงช้าที่เปรียบกับศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร    

ทุกวันนี้ ทัศนัย บูรณุปกรณ์ เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนแผนลงสนามป้องกันแชมป์ของตระกูล “บูรณุปกรณ์” หรือไม่นั้น คงรอดูความชัดเจนภายในเดือนนี้    

สำหรับค่ายเพื่อไทย มีเตรียมการควบคู่กับนายก อบจ.เชียงใหม่ ก็คือ “เฮียหน้อย” หรือ “เฮียน้อย” ชาตรี เชื้อมโนชาญ แห่ง “กลุ่มพิงคนคร เพื่อไทยเชียงใหม่” โดยมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และทีมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว    

ปี 2561 “เฮียหน้อย” ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เพราะขัดแย้งเรื่องอนาคตทางการเมืองกับผู้บริหารตระกูล “บูรณุปกรณ์” จากนั้น เฮียหน้อยไปจับมือ “ส.ว.ก๊อง” ทำทีมฟุตบอลเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด     

เฮียหน้อยเป็นคนรักกีฬา โดยเฉพาะวงการมวยไทย ในอดีตเขาเป็นนักมวยชื่อดังของเชียงใหม่ชื่อ “ชาตรี คล่องประชัน”     

จับตา "แม้ว" ลุย "นายกเล็ก" เชียงใหม่

โปรดสังเกตภาพที่ติดข้างฝา ในห้องหัวหน้าสมพงษ์

ช่วงปี 2561-2562 “ส.ว.ก๊อง” กับ “เฮียหน้อย” เหมือนเป็นคู่แฝดกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน พร้อมกับแนะนำตัวให้คนเชียงใหม่ได้รู้จัก คนหนึ่งจะลงสมัครนายก อบจ. และอีกคนจะลงสมัครนายกเล็กเชียงใหม่    

ตอนที่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดตัว ส.ว.ก๊อง สนาม อบจ.เชียงใหม่ ก็พ่วงเปิดตัวเฮียหน้อย สนามเทศบาลนครเชียงใหม่ด้วย    

ดังนั้น คนเชียงใหม่ ต้องรอดูว่า จะมี “จดหมายน้อย” อีกฉบับจากดูไบอีกหรือไม่? 

++
ผู้แพ้จะเอายังไง
++
หลังค่ายเพื่อแม้ว เปิดตัว ชาตรี เชื้อมโนชาญ ฝ่าย “บูรณุปกรณ์” ก็มีการแถลงข่าวของ “ประพันธ์ บูรณุปกรณ์” อดีต ส.ว.เชียงใหม่ เรื่องขออาสาชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2561    

ตอนนั้น มีข่าวว่า ทัศนัย บูรณุปกรณ์ ดำรงตำแหน่งนายกเจดีย์ขาวมา 2 สมัย และจะขอวางมือจากการเมืองท้องถิ่นไปทำธุรกิจ จึงเปิดทางให้ประพันธ์ ที่มีศักดิ์เป็นอา ได้ลงสนามแทน    

นั่นเป็นเรื่องเมื่อสองปีก่อน แต่ข้อมูลในวันนี้ ค่ายเชียงใหม่คุณธรรมยังไม่เคลื่อนไหว ก็ต้องรอดูความชัดเจนในเร็วๆนี้    

คอการเมืองกำลังจับตามอง ความพ่ายแพ้จากสนามนายก อบจ.เชียงใหม่ จะส่งผลสะเทือนถึงสนามนายกเล็กหรือไม่? 

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง “สนามเล็ก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454867

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง “สนามเล็ก”

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง "สนามเล็ก"

12 มกราคม 2564 – 09:09 น.

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง “สนามเล็ก” เหมือนได้กลิ่นเลือกตั้ง “นายกเล็ก” ชิงเสนอแผนซื้อวัคซีนป้องกันโควิด ขานรับแนวคิด “คุณหญิงหน่อย” 

++
วันที่ 11 ม.ค.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการเตรียมความพร้อมการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย โดยวัคซีนที่จัดหามานั้นได้มาตรฐานคุณภาพ และได้รับการขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อย 

อ่านข่าว…  วัคซีนโควิด “หน่อย-สมนึก” ผนึกนครนนท์

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง "สนามเล็ก"

สมนึก ธนเดชากุล นายกฯนครนนท์

อีกด้านหนึ่ง บรรดาองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้เสนอแนวคิดสนับสนุนรัฐบาลโดยกำหนดนโยบายการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด 19 ด้วยงบของท้องถิ่นเอง     

ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้อนุมัติงบฉุกเฉินไว้ 40   ล้านบาท ในการเตรียมไว้ซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อฉีดให้ประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษกว่า 40,000 คน     

ธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์  นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนโควิด เช่นเดียวกับ จินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เตรียมทุ่มเงิน 80 ล้านบาท ซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19     

มีรายงานข่าวว่า นายกเทศมนตรีใน 30 จังหวัด ได้เตรียมเสนอแผนการซื้อวัคซีนเช่นกัน และที่เป็นข่าวฮือฮา เมื่อ “2 นายกเล็ก” คนดังแห่ง จ.นนทบุรี ต่างทุ่มเงินนับร้อยล้านซื้อวัคซีนโควิดฉีดประชาชน     

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง "สนามเล็ก"

อุดมเดช รัตนเสถียร และนายกฯสมนึก เข้าพบปลัดสาธารณสุข

++
คนดังเมืองนนท์
++
วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด แถลงข่าวใหญ่ว่า เทศบาลนครปากเกร็ด พร้อมทุ่มงบ 240 ล้านบาทซื้อวัคซีนฉีดช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลเกือบ 1.9 แสนคน  เวลานี้ เทศบาลมีงบประมาณสะสมอยู่ 1 พันล้านบาท หากได้รับการอนุมัติจากทางรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย ก็พร้อมจะดำเนินการทันที    

“นายกวิชัย” ลูกชายกำนัน ต.บ้านใหม่ เป็นนายกเล็กปากเกร็ดมา 7 สมัยแล้ว ถือว่าเป็นผู้นำท้องถิ่นขวัญใจชาวบ้าน และมีน้องชาย-สุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีต ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย    

ก่อนหน้านั้น สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เสนอใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนให้ประชาชน ซึ่งเทศบาลนครนนทบุรี มีเงินสะสมอยู่ 4,000 กว่าล้านบาท และมีประชากรอยู่ 2.6 แสนคน ถ้าจะให้ฉีดทุกคน ก็มีงบประมาณเพียงพออยู่แล้ว    

ชิงซื้อวัคซีน การเมือง "สนามเล็ก"

วิชัย บรรดาศักดิ์

วันที่ 11 ม.ค.2564 “นายกสมนึก” และคณะ เดินทางเข้าพบ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือถึงแนวทางที่ท้องถิ่นจะขอซื้อวัคซีนโควิด-19 มาฉีดให้ประชากรในพื้นที่ของตนเอง    

ที่น่าสนใจ มีนักการเมืองใหญ่ร่วมคณะนายกเล็กเมืองนนท์ เข้าพบปลัดกระทรวงสาธารณสุขในวันนั้น คือ “อุดมเดช รัตนเสถียร” อดีต ส.ส.นนทบุรี อดีตรัฐมนตรี และคนใกล้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์     

ดังที่ทราบกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Sudarat Keyuraphan เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดว่า ต้องกระจายให้ถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว และต้องทัดเทียมถ้วนหน้า รัฐบาลจึงควรให้โอกาสองค์กรปกครองท้องถิ่นที่แข็งแรงพอ มีโอกาสดูแลประชาชนในพื้นที่ของตน ขณะนี้มีเงินสะสมของท้องถิ่นอยู่หลายแสนล้าน    

จังหวะก้าวการขยับของ “นายกเล็ก” ทั่วประเทศ จึงมีความน่าสนใจ เพราะมีข่าวว่า กกต.เตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นล็อตที่ 2 ระดับเทศบาล และ อบต.ทั่วประเทศ

ไม่รอด “นปช.” ขอลาแดงสามนิ้วมาแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454865

ไม่รอด “นปช.” ขอลาแดงสามนิ้วมาแล้ว

ไม่รอด "นปช." ขอลาแดงสามนิ้วมาแล้ว

12 มกราคม 2564 – 08:47 น.

ไม่รอด “นปช.” ขอลาแดงสามนิ้วมาแล้ว นับถอยหลัง “ธิดา” ทำแบบสอบถาม ยุบหรือไม่ยุบ นปช. “แดงอีสาน” แยกตัว ขอเดินเคียงข้างม็อบสามนิ้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลังจบสงครามเลือกตั้งท้องถิ่นที่เชียงใหม่ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้ประกาศจะเดินสายพบมิตรสหาย แกนนำ นปช. เพื่อขอมติยุบองค์ นปช.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  
ล่มสลาย นปช.มีแต่หัว มวลชนปลดแอก
    
สภาพความเป็นจริงของแกนนำ นปช.นั้น ตกอยู่ในสภาวะ “ต่างคนต่างอยู่” มานานแล้ว 

1.ก๊กพีซทีวี จตุพร พรหมพันธุ์ และผองเพื่อน พยายามสร้างอาณาจักรสื่อใหม่ของตัวเอง แถวซอยนวลจันทร์ กลุ่มก๊วนของจตุพร มีท่าทีชัดเจนว่า ทิ้ง “นายใหญ่” และแสดงเจตจำนงส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่

2.ก๊กยูดีดีนิวส์ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และธิดา ถาวรเศรษฐ แยกตัวออกมาจากฐานที่มั่น นปช.ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว มาปักหลักแถวแยกแคราย นนทบุรี กลุ่มนี้ยังต่อสาย “นายใหญ่” และพรรคเพื่อไทย 

3.ก๊กผู้ลี้ภัย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, วันชนะ เกิดดี, นิสิต สินธุไพร และอีกหลายคน     

นอกจากนี้ แกนนำ นปช.อีกส่วนหนึ่ง โบกมือลา ถอดเสื้อแดงไปเล่นการเมืองเต็มตัว บางคนอยู่พรรคพลังประชารัฐ 

ไม่รอด "นปช." ขอลาแดงสามนิ้วมาแล้ว

++
ยื้อไม่ไหว
++
ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. พยายามจะขอเปิดสมัชชา นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ทางออนไลน์ เพื่อระดมความคิดเห็นคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ด้วยหวังที่จะให้ นปช.ดำรงอยู่ต่อไป แต่จตุพร ยังยืนกรานให้ยุบ นปช.     

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2564 ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ เกี่ยวกับเรื่องการดำรงอยู่ขององค์กร นปช.กับความคิดเห็นของประชาชน โดยบอกว่า “เราผ่านร้อนผ่านหนาวจนกระทั่งมาจุดที่เรียกว่าวิกฤต เมื่อประธาน นปช.ได้นำเสนอว่าควรจะยุบองค์กร นปช. ซึ่งมีหลายเหตุผล รวมครั้งสุดท้ายก็บอกว่าเพื่อส่งต่อการนำให้คนรุ่นใหม่”     

ด้วยเหตุนี้ ธิดาจึงทำแบบสอบถามสมาชิก นปช. 3 ข้อดังนี้ คำถามแรก ท่านคิดว่าควรยุบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  (นปช.) หรือไม่?      

คำถามที่ 2 ควรปรับเปลี่ยนคณะนำของนปช. หรือไม่?  ควรปรับเปลี่ยน หรือ ไม่ควรปรับเปลี่ยน หลายท่านบอกว่าต้องการเปลี่ยนเฉพาะประธานนปช. หรือต้องการเปลี่ยนทั้งคณะ แต่อย่างไรก็ตามเราก็คิดว่าก็ต้องปรับเปลี่ยนทั้งคณะนั่นแหละ     

คำถามที่ 3  ท่านเห็นด้วยกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนไทยอย่างแท้จริง หรือเปล่า?     

ลึกๆแล้ว ธิดายังหวังที่จะให้สมาชิก นปช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการดำรงอยู่ของ นปช. แต่อาจต้องปรับนโยบายการต่อสู้ใหม่ให้สอดรับกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคำถามข้อที่ 3     

ปีนี้ กลุ่ม นปช.สายธิดา อาจมีการขับเคลื่อนสนับสนุนการชุมนุมของคณะราษฎรมากขึ้น ไม่ใช่แค่ส่งทีมข่าวยูดีดีนิวส์ไปทำข่าวเท่านั้น  

++
แดงก้าวหน้า
++
วันที่ 10 ม.ค.2564 เพจเฟซบุ๊กแนวร่วม มมส.เพื่อประชาธิปไตย เผยแพร่ภาพการประชุมของคนเสื้อแดงอีสาน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม     

มัทนา ศรีจันทร์ ตัวแทนอ่านแถลงการณ์หลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการตั้งชื่อกลุ่มว่า “แนวร่วมราษฎรอีสาน’64” โดยจะสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและหนุนข้อเรียกร้องได้แก่ 1.นายกรัฐมนตรีต้องลาออก 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และ 4.ต่อต้านการรัฐประหาร     

กลุ่มแนวร่วมราษฎรอีสาน จะเคลื่อนไหวผลักดันข้อเรียกร้องร่วมกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และจะไม่ขึ้นตรงกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มทางการเมืองใดเหมือนที่ผ่านมา     

พูดง่ายๆ คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ ไม่เอากับ นปช. ซึ่งก็เหมือนกับคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยที่เข้าร่วมการชุมนุมกับคณะราษฎร 

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ ‘พิมรี่พาย’ จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454844

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ ‘พิมรี่พาย’ จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ 'พิมรี่พาย' จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

11 มกราคม 2564 – 20:15 น.

ครูพี่โอ๊ะ ‘ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์’ รมช.ศึกษาธิการ ขอบคุณ ‘พิมรี่พาย’ จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง แต่กศน.พยามเต็มที่แล้ว เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

จากกรณี ‘พิมรี่พาย’ หรือ พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ ยูทูบเบอร์เเละเเม่ค้าออนไลน์สุดแซ่บ ไลฟ์สดเมื่อวันเด็กแห่งชาติ(9ม.ค.2564)จนเกิดประเด็นดราม่าในสังคมออนลไน์ ตามด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา อย่างออกรสของบรรดานักเลิงคีย์บอร์ด เม้าท์มอยอย่างออกรส ที่พิมรี่พายได้ไปช่วยเหลือเด็กชนบท ในพื้นที่ห่างไกลถึงพื้นที่ดอยสูง ฉายภาพให้เห็นสถานที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เด็กบนดอยไม่รู้จัก“ไข่เจียว” และไม่มีทีวี

อ่านข่าว: เปิดชีวิต “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์สุดแซ่บ สู่นางฟ้าตอบแทนสังคม

 พิมรี่พาย ยังควักเงินส่วนตัว จัดกิจกรรมวันเด็ก ที่หมูบ้านเกิบ ตำบลนาเกียน อ.อมก่อย จ.เชียงใหม่ มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เรียกได้ว่าในโลกออนไลน์ มีการแชร์คลิปวิดีโอ “สุขสันต์วันเด็ก พิมรี่พายจัดใหญ่ให้น้องบนดอยสูง” เป็นจำนนวนมาก จนนำไปสู่ กศน.อมก๋อยออกประกาศให้บุคลากรในสังกัดห้ามโพสต์ และงดรับบริจาคสิ่งของจากทุกช่องทาง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้จากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว  เมื่อ “ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ในฐานะที่กำกับดูแล กศน. หรือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดใจกับ “คมชัดลึก” 

ต่อกรณีของพิมรี่พาย ยูทูบเบอร์ชื่อดังว่า ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ขอบคุณ พิมรี่พาย จิตใจงดงามที่เข้ามาช่วยส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาช่วยเด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร 

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ 'พิมรี่พาย' จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

ในส่วนของกศน.จัดการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร ผ่านศศช. หรือ การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง เน้นจัดการศึกษาตลอดชีวิต มุ่งให้ประชาชนในชุมชนได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐาน อ่านออก เขียนได้  คิดเลขเป็น พัฒนาคุณภาพชีวิต และดำรงไว้ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือกลุ่มชาติพันธุ์นั้นๆ

“เราถามเขาก่อน ว่าอยากให้ภาครัฐช่วยเหลืออะไรบ้าง เพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ชุมชนเขาต้องการ  กศน.มีการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา กศน.ได้พยายามทำเต็มที่แล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง อย่างศูนย์การเรียนรู้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้อีกเป็นจำนวนมาก เเละในหลายที่ก็มีไปแล้ว แต่ได้เสื่อมโทรมตามกาลเวลา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถตั้งงบประมาณเพื่อจัดสรรในส่วนนี้ได้ เพราะเป็นภารกิจของกระทรวงพลังงาน”รมช.ศึกษาธิการระบุ

ดร.กนกวรรณ  กล่าวอีกว่า ในบางครั้งการตั้งงบประมาณอาจจะไม่ทันกับปัญหา ดังนั้นกศน.ใช้ในรูปแบบรัฐเอกชนร่วมกันพัฒนาการศึกษาในพื้นที่สูง ใครที่พอมีกำลังเหลือ สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ กศน.มีข้อมูลทุกพื้นที่ ว่ามีที่ไหนบ้างต้องการและขาดแคลนอะไร

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ 'พิมรี่พาย' จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

“หากรอรอบปกติของงบประมาณไม่ทัน แต่ทุกคน ทุกชีวิตในแผ่นดินมีความสำคัญ และคนไทยมีส่วนสำคัญมาก หากต้องการช่วยการศึกษาไทยในพื้นที่สูง และในปีงบประมาณ 2565 มีการแบ่งงบประมาณเกี่ยวกับโซล่าร์เซลล์ ให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงพลังงาน มีกองทุนพลังงานรองรับ”รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ขณะที่กศน.ทำหน้าที่สำรวจและส่งข้อมูลให้กระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาว่ามีพื้นที่ไหนบ้าง ที่จำเป็นและมีความต้องการพลังงานแสงอาทิตย์หรือต้องการใช้โซล่าร์เซลล์ขนาดไหน กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)โดยกศน.ได้รวบรวมข้อมูลเอาไว้หมดแล้ว

ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ 'พิมรี่พาย' จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้
ครูพี่โอ๊ะ ขอบคุณ 'พิมรี่พาย' จิตใจงดงามช่วยการศึกษา ยอมรับไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบนดอยสูง กศน.พยามเต็มที่เเต่ตั้งงบฯไม่ได้

แห่งเดียวในโลก “กกกอก” หมู่บ้านยูทูบเบอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454808

แห่งเดียวในโลก “กกกอก” หมู่บ้านยูทูบเบอร์

แห่งเดียวในโลก "กกกอก" หมู่บ้านยูทูบเบอร์

11 มกราคม 2564 – 15:07 น.

แห่งเดียวในโลก “กกกอก” หมู่บ้านยูทูบเบอร์ กระแสลุงพลยังไม่จางหาย เมื่อคนทำสื่อบ้านบ้าน ปักหลักสร้าง “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” ที่บ้านกกกอก 

++    
คำว่า “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” ปรากฏขึ้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ช่วงปลายปีที่แล้ว เมื่อเจ้าของสวนยางพารา ข้างบ้าน “ลุงพล” ไชยพล วิภา ได้นำกระท่อมสำเร็จรูปมาตั้งในสวนยาง พร้อมเปิดบริการให้คนเช่าพัก เรียกว่า “สวนยางวิลเลจ”

อ่านข่าว… “ลุงพล” เปลี่ยน พญานาคโผล่

แห่งเดียวในโลก "กกกอก" หมู่บ้านยูทูบเบอร์

บ้านพักของช่องบ่าวต้น

ต่อมา นักยูทูบเบอร์ที่มาเกาะติดชีวิต “ลุงพล-ป๋าแต๋น” ได้เข้าพักที่กระท่อม และกางเต็นท์ในป่ายาง จึงกลายเป็น “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” แห่งแรกในโลก     

จะว่าไปแล้ว เรื่องราวของ “ลุงพล-ป้าแต๋น” ที่มีเอฟซีมากมายทั้งในและนอกประเทศ ไม่ใช่มาจากสื่อหลักอย่างทีวีดิจิตอล 2-3 ช่อง ที่ยกทีมมารายงานข่าวคดีน้องชมพู่ติดต่อกันนานหลายเดือนเท่านั้น “กองทัพยูทูบเบอร์” ทั้งขาจรและขาประจำ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเอฟซีลุงพล    

นักยูทูบเบอร์เหล่านี้ มีช่องของตัวเอง และมีผู้ติดตามตั้งแต่หลักหมื่น ยันหลักแสน รายได้จากยูทูบเป็นกอบเป็นกำ แรกๆ ก็มีเพียง 5-6 ช่อง เมื่อคอนเทนท์ชีวิตลุงพล-ป้าแต๋นขายได้ มีคนดูมากขึ้น ช่วงหลังช่องยูทูบเพิ่มขึ้นเป็น 80 ช่อง     

ปัจจุบัน กระแสข่าวลุงพลอาจเงียบลงไปบ้าง แต่ยูทูบเบอร์ประมาณ 30 ช่อง ก็ยังปักหลักอยู่ที่บ้านกกกอก 

แห่งเดียวในโลก "กกกอก" หมู่บ้านยูทูบเบอร์

บ้านพักของช่องบ่าวต้น

++
สวนยางวิลเลจ
++ 
เช้าวันที่ 11 ม.ค.2564 “ลุงพล” ได้เปิดให้สัมภาษณ์นักข่าว และยูทูบเบอร์ ที่บริเวณจุดก่อสร้างรูปปั้นองค์พญานาค หลังจากนั้น ลุงพลได้พานักข่าวไปชม “หมู่บ้านยูทูบเบอร์ สวนยางวิลเลจ”    

กระท่อมหลังแรก เป็นของ “โจ้” ช่อง 34 อมรินทร์ ที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน(แต่งตั้งกันเอง) กระท่อมหลังต่อๆไป ก็เป็นช่องบ่าวต้น สตูดิโอ,ช่อง Salina ,ช่องพี่เพชรพี่นัดก๋วยเตี๋ยวเป็ด, ช่องมานาสตอรี่ ช่องแดกเด้อ, ช่องแมงกะบี้ฟิล์ม, ช่องแมงจีซอน ,ช่องแมงตับเต่า, ช่องสะดิ้ง ,ช่องอาวทิดเสก สเตชั่น ,ช่องกัปตันดั้มซิ่ง เป็นต้น    

เจ้าของสวนยางพารา ได้จัดสถานที่ให้เป็นสัดส่วนสำหรับยูทูบเบอร์ ถ้าเช่ากระท่อมก็เดือนละ 3 พันบาท น้ำไฟพร้อม ถ้าเอาเต็นท์มากางเอง ก็จ่ายค่าพื้นที่วันละ 50 บาท พร้อมน้ำไฟ และมีบริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ    

แห่งเดียวในโลก "กกกอก" หมู่บ้านยูทูบเบอร์

บริการเครื่องซักผ้า

ติดกับหมู่บ้านยูทูบเบอร์ เจ้าของสวนยางพารา กำลังสร้างกระท่อม 10 หลัง มีห้องน้ำ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพักแบบรายวัน     

อาชีพยูทูบเบอร์ที่มีรายได้เลี้ยงตัวเอง ทำให้คนในหมู่บ้านกกกอก หันมาเป็นทำช่องยูทูบด้วยเหมือนกัน เพราะลุงพล-ป๋าแต๋น ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง ไม่ได้มีแค่ข่าวน้องชมพู่เท่านั้น    

แห่งเดียวในโลก "กกกอก" หมู่บ้านยูทูบเบอร์

สวนยางวิลเลจ

เวลานี้ ลุงพลลงมือสร้างองค์พญานาค เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของบ้านกกกอก นักยูทูบเบอร์เฝ้าติดตามความคืบหน้าของการปั้นพญานาค กลายเป็นคอนเทนท์รายวัน เพราะมีคนสนใจติดตามชม    

เมื่อองค์พญานาคสร้างเสร็จแล้ว ก็เชื่อว่า จะมีคนแห่มาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก และระหว่างเรื่องราวของพญานาคกับลุงพล กลายเป็นคอนเทนท์เรียกยอดคนดูช่องยูทูบ

ชีวิต “ครูดอย” เรื่องจริงที่แม่เกิบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454772

ชีวิต “ครูดอย” เรื่องจริงที่แม่เกิบ

ชีวิต "ครูดอย" เรื่องจริงที่แม่เกิบ

11 มกราคม 2564 – 11:59 น.

ชีวิต “ครูดอย” เรื่องจริงที่แม่เกิบ ไม่เอาดราม่า สัมผัสเรื่องจริงจากบ้านแม่เกิบ “ครูดอย” ยุคดิจิตอล ใช้สื่อโซเชียลเป็นสะพานบุญเพื่อเด็กกะเหรี่ยง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หากตัดดราม่าในโซเชียลออกไป เรื่องราวของ “ศศช.บ้านแม่เกิบ” นั้น ควรได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง รวมถึง “ศศช.” อีกหลายแห่ง ที่ห่างไกลทุรกันดาร

อ่านข่าว…ดราม่าแม่เกิบ’ศรีเรศ’ ส.ส.อมก๋อย

ชีวิต "ครูดอย" เรื่องจริงที่แม่เกิบ

โรงเรียนบ้านแม่เกิบ

หลายคน อาจไม่ทราบว่า “ศศช.” ที่มีชื่อเต็มๆว่า “ศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา” กำเนิดมาอย่างไร? 
จริงๆแล้ว คนไทยคุ้นเคยกับคำว่า “ครูดอย” มานานแล้ว ยุคสมัยหนึ่ง มีบทเพลงลูกทุ่งดังชื่อ “ครูบนดอย” และหนังไทยเรื่อง “ครูดอย”

เพียงแต่ครูดอยในอดีตกับครูดอยยุคดิจิตอล ย่อมมีวิถีต่างกันไปสภาพสังคม ด้วยเหตุนี้ ครูดอยแห่งแม่เกิบ อย่าง “เจตน์  สนธิคุณ” และ “วาสุ แสงอรุณคีรี” จึงใช้สื่อโซเชียลเป็นสะพานเชื่อมบ้านแม่เกิบกับโลกภายนอก 

ผู้มีจิตอาสา และความช่วยเหลือต่างๆ จึงหลั่งไหลไปที่บ้านแม่เกิบ จนกลายเป็นข่าวดังไปทั้งโลกออนไลน์

++
ตำนานครูดอย
++
ปี 2523 กรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ในขณะนั้น ได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) ขึ้นโดยส่งครูอาสา หรือครูดอย 1-2 คนเข้าไปฝังตัวพักอยู่กับประชาชน เพื่อให้บริการการศึกษาและพัฒนาชุมชนแก่ผู้ใหญ่ในเวลากลางคืนและสอนเด็กตั้งแต่อนุบาล-ป.6 ในตอนกลางวัน     

โครงการ ศศช. ได้รับรางวัลจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2537 ในฐานะที่เป็นแนวคิดใหม่ในการจัดการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน ซึ่งมีการขยายเปิดตามชุมชนทุรกันดารถึง 773 แห่ง    

ชีวิต "ครูดอย" เรื่องจริงที่แม่เกิบ

ครูเจตน์ เจ้าของเพจชีวิตบนดอย

ปี 2535 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงได้พระราชทานความช่วยเหลือครูบนดอย และทรงรับ ศศช.ทุกแห่งไว้ในพระอุปถัมภ์

ปี 2539 กรม กศน.(ชื่อเดิม) ได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานชื่อของศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”  ซึ่งเป็นพระราชสมัญญานามของพระองค์ท่าน “แม่ฟ้าหลวง” หรือ “สมเด็จย่า” แต่ชื่อย่อยังใช้ติดของเก่าว่า ศศช.เหมือนเดิม     

การจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง หรือที่พูดจนติดปากว่า “การศึกษาชาวเขา” คือ การให้บริการด้านการศึกษาสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งประกอบด้วยประชากรหลายเผ่าพันธุ์และหลายเชื้อชาติ วิธีการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ก็ไม่แตกต่างจากการจัดการศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นราบ  

ชีวิต "ครูดอย" เรื่องจริงที่แม่เกิบ

ครูวาสุ และเด็กๆ บ้านแม่เกิบ

++
ครูดอยแม่เกิบ
++
โรงเรียนบ้านแม่เกิบ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ศูนย์การเรียนชุมชนขาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่เกิบ  ต.นาเกียน  อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีครูประจำการ 2 คน คือ เจตน์  สนธิคุณ และวาสุ แสงอรุณคีรี     

ครูเจตน์หรือครูเอ็ม มีเฟซบุ๊กส่วนตัว Jet Sonthikun และแฟนเพจเฟซบุ๊ค “ชีวิตบนดอย” เผยแพร่ภาพชีวิตของเด็กชาวกะเหรี่ยง และผลงานของเด็กๆ ที่ประดิษฐ์คิดสร้างขึ้นมา รวมถึงการระดม “ครูจิตอาสา” มาช่วยสอนที่แม่เกิบ ส่วนครูวาสุ ก็มีเฟซบุ๊คส่วนตัว “วาสุ ลูกกะเหรี่ยง” เช่นกัน    

เมื่อปลายปี 2561 มูลนิธิวิจัยและพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิต ได้ทำการติดตั้งระบบส่องสว่างให้กับโรงเรียนบ้านแม่เกิบ โดยร่วมมือกับกลุ่มจำปีเหล็ก TLC Group และสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่    

ปลายปีที่แล้ว มูลนิธิวิจัยและพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิต ได้เดินทางเข้าพื้นที่บ้านแม่เกิบ ร่วมกับคณะของ ดร.บานจิตร สายรอคำ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าไปติดตั้งระบบส่องสว่าง ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับบ้านเรือนของราษฎรบ้านแม่เกิบ จำนวน 51 หลังคาเรือน     

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค Airada Pompanwong ได้รวบรวมเพื่อนพ้องน้องพี่ ทำโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่โรงเรียนบ้านแม่เกิบ    

“ศศช.บ้านแม่เกิบ  กศน.อมก๋อย เป็นที่ที่เราไปกันมา เมื่อ 17-21 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา  โรงเรียนมีเด็กประมาณ 40 คน น้องๆ มีไฟฟ้าใช้แค่ ช่วง 8.00-17.00 น. มาจากโซลาร์เซลล์ 2 แผง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้ต่างๆ ไม่มีสื่อการสอนอื่นๆ นอกจากในหนังสือเรียน และสิ่งรอบตัวของน้องๆ อาหารกลางวันของน้องๆ ก็จะไม่มีของสด เพราะไม่มีตู้เย็นแช่ของ”    

กลุ่มครูจิตอาสาเปิดการระดมทุนผ่านเฟซบุ๊ก ได้เงินบริจาค 290,000 บาท และ “พิมรี่พาย” บริจาคอีก 550,000 บาท จึงทำให้โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำเร็จไปได้ด้วยดี และมีการฉลองวันเด็ก ในวันที่ 8 ม.ค.2564     

อย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าจะไม่ส่องสว่างที่โรงเรียนบ้านแม่เกิบ หากไม่มีความเสียสละของครูดอยอย่างครูเจตน์ และครูวาสุ