ชัดเจน…ทนายคนดังฟันธง แท้จริง สทศ.ไม่มีอำนาจ จัดทดสอบ ‘โอเน็ต’ ให้นักเรียนเลย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454699

ชัดเจน…ทนายคนดังฟันธง แท้จริง สทศ.ไม่มีอำนาจ จัดทดสอบ ‘โอเน็ต’ ให้นักเรียนเลย

ชัดเจน...ทนายคนดังฟันธง แท้จริง สทศ.ไม่มีอำนาจ จัดทดสอบ 'โอเน็ต' ให้นักเรียนเลย

10 มกราคม 2564 – 16:20 น.

กว่า10 ปี หน่วยงานนี้ จัดสอบให้นักเรียนไทยทั่วประเทศ แต่ ‘ทนายคนดัง’ ฟันธง ชัดเจน…แท้จริง สทศ.ไม่มีอำนาจจัดทดสอบ ‘โอเน็ต’ ให้นักเรียนเลย…..เรื่องโดย กมลทิพย์ ใบเงิน

กำลังจะกลายเป็นเรื่องยุ่ง อีลุงตุงนัง เกี่ยวกับการทดสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 หรือป.6 และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ ม.3 ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ.เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบนั้น

อ่านข่าว : ด่วน ‘ณัฏฐพล’ รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3

           : สอบหรือไม่สอบ ‘โอเน็ต’ สุดท้ายจบที่นักเรียน อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนตัวได้

ดูเหมือนว่า หลังจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ลงนามในหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ให้สทศ.ยกเลิกการจัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตปีการศึกษา 2563 แต่สทศ.ยังเดินหน้าจัดสอบเหมือนเดิม

เหนืออื่นใด ในการยกเลิกหรือไม่ยกเลิกสอบโอเน็ต นั้น แท้จริงเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานไหนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หาคำตอบจากทนายคนดัง หรือ นายคมเทพ ประภายนต์ อุปนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ เปิดเผย‘คมชัดลึกออนไลน์’ ในเรื่องนี้ว่า  ต้องย้อนกลับไปดูที่มาของการจัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ.ก่อน พบว่าสทศ.เป็นองค์กรที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฏีกา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เป็นผู้เสนอ และปฏิบัติหน้าที่ตามศธ.สั่งการผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)

หากสทศ.มีอำนาจในการจัดทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือสอบโอเน็ตจริง อย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ทำไมนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนที่เรียนในหลักสูตรสองภาษาถึงไม่ต้องสอบโอเน็ต และสทศ.บังคับให้สอบก็ไม่ได้

ที่น่าสังเกตุ สทศ.ทำหน้าที่จัดสอบโอเน็ต นักเรียนระดับชั้นป.6, ม.3 และ ม.6 มาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จากจุดเริ่มต้นเพียงจัดสอบวัดความรู้และความคิดของนักเรียน ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 เพื่อนำผลสอบมาพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียนให้ตรงตามศักยภาพของเด็กแต่ละคนให้ได้มากที่สุด

วันเวลาเปลี่ยน การสอบโอเน็ตไม่ได้มีเพียงเอาไว้ประมินคุณภาพของผู้เรียนเท่านั้น  เมื่อการสอบโอเน็ตถูกนำมาเชื่อมโยงกับการสอบเข้าเรียนในระดับอดุมศึกษา

การสอบโอเน็ตกลายเป็นอีกวิชาที่เด็กนักเรียนต้องเรียนพิเศษกับติวเตอร์ เพื่อให้ผลการสอบออกมาดี บางโรงเรียนถึงขั้นจัดสอนพิเศษหลังเลิกเรียน หรือวันหยุด เพื่อให้ภาพรวมคะแนนโอเน็ตของโรงเรียนออกมาดี

โอเน็ตกลายพันธุ์ และสร้างความเหลื่อมล้ำในวงการศึกษา เมื่อช่องว่างระหว่านักเรียนยากจนกับนักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะดี โอกาสสอบโอเน็ตได้คะแนนดีผันแปรตามไปด้วย 

โอเน็ตกลายเป็นกระสในสังคม เมื่ออยากได้คะแนนเต็มหรือคะแนนดีต้องเสียเงิน อีกทั้งการจัดสอบแต่ละครั้ง นักเรียนต้องเดินทางไกลออกจากบ้านพักหรือที่พัก มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมทั้งมีค่าอาหาร ที่ผู้จัดสอบไม่ได้รับผิดชอบอะไร

ทนายคมเทพ ย้ำว่า  ข้อเท็จจริง เมื่อสทศ.เกิดจากกฏหมายต่ำศักดิ์กว่ากฏหมายหมายแม่บมของการศึกษา และต้องทำหน้าที่ตาม รมว.ศธ.มีข้อสั่งการ รวมทั้งการจะยกสอบโอเน็ตหรือไม่ ไม่ต้องนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพราะเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ รมว.ศธ. สามารถสั่งยกเลิกได้เลย

“ อย่าลืมว่าเมื่อสทศ.ไม่มีอำนาจในการจัดทดสอบโอเน็ต และไม่มีสิทธิ์เอาคะแนนของเด็กหรือนักเรียนไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วย เพราะเด็กที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน ได้รับการคุ้มครองจากกฏหมายรัฐธรรมนูญ2560, พ.ร.บ.การศึกษา 2542 และคำสั่งตามมาตรา 44 ข้อ 8 คุ้มครองเด็กอยู่แล้ว” ทนายคมเทพ กล่าวย้ำในที่สุด

ดราม่าแม่เกิบ ‘ศรีเรศ’ ส.ส.อมก๋อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454697

ดราม่าแม่เกิบ’ศรีเรศ’ ส.ส.อมก๋อย

ดราม่าแม่เกิบ'ศรีเรศ' ส.ส.อมก๋อย

10 มกราคม 2564 – 14:10 น.

การเมืองเรื่องพิมรี่พาย โฆษกเพื่อไทยชิงจังหวะทำแต้ม แต่ลืมถาม “ส.ส.ศรีเรศ” เจ้าของพื้นที่ อ.อมก๋อย

ในที่สุดเรื่องของ “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ และยูทูบเบอร์ชื่อดัง บริจาคเงิน 5 แสนบาท ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่หมู่บ้านแม่เกิบต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ก็กลายเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อพลเมืองเน็ตแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค บางกลุ่มฉวยโอกาสวิจารณ์รัฐบาล ลามไปถึงสถาบันเบื้องสูง บางกลุ่มจับจ้องไปที่นักการเมืองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 

ขณะที่นักวิชาการหัวก้าวหน้า ออกอาการไม่พอใจการกระทำของ “พิมรี่พาย” เพราะมองว่าเป็นงานสังคมสงเคราะห์ ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข่อง 
พิมรี่พาย เคลื่อนไหวล่าสุดขอจบดราม่า สั้นๆ ได้ใจความ ลั่นไม่มีใครคิดไม่ดีหรอก

เพื่อไทยออกโรง

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2564 อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชื่นชมพิมรี่พาย ที่นำไปแผงโซลาร์เซลล์ ขึ้นไปติดตั้งให้พื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึง 

โฆษกสาวยังอดพาดพิงการเมืองไม่ได้ “..อยากจะชวนมองย้อนกลับไปว่า ถ้าไม่มีรัฐประหาร หญิงว่าเราอาจมีไฟฟ้าชุมชนใช้แล้ว ตั้งแต่สมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์..พรรคเพื่อไทยเคยมีโครงการเรื่องโซล่าเซลส์มาตั้งแต่สมัยนายกฯ ทักษิณ และต่อเนื่องมาในสมัยท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์”

การแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทยอาจลืมไปว่า นับแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562 มีการเลือกตั้ง ส.ส. 5 ครั้ง ปรากฏว่า พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ยึดครอง จ.เชียงใหม่ มาทุกสมัย

เฉพาะ อ.อมก๋อย จุดเกิดเหตุดราม่า “พิมรี่พาย” ก็เป็นเขตเลือกตั้งของ ส.ส.ไทยรักไทย ,พลังประชาชน และเพื่อไทย มาต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัย อ.อมก๋อย อยู่ในเขต 8 มี ผณินทรา ภัคเกษม ภรรยาส่งสุข ภัคเกษม เป็น ส.ส.จนย้ายมาอยู่ที่เขต 9 ศรีเรศ โกฏิคำลือ เป็น ส.ส.มาสองสมัยแล้ว  

กำนันศรีเรศ 

ดราม่าแม่เกิบ'ศรีเรศ' ส.ส.อมก๋อย

กำนันศรีเรศ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 9

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 9  ประกอบด้วย อ.แม่แจ่ม, อ.ฮอด, อ.ดอยเต่า และ อ.อมก๋อย ศรีเรศ โกฏิคำลือ จากพรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะ และเป็น ส.ส.เชียงใหม่สมัยที่ 2

“กำนันศรีเรศ” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตาล อ.ฮอด และเจ้าของธุรกิจบ่อกำจัดขยะในพื้นที่ อ.ดอยเต่า-อ.ฮอด ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ในปี 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย เอาชนะนรพล ตันติมนตรี อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

ว่ากันว่า กำนันศรีเรศ เป็นนักการเมืองในสาย “เสี่ยโต๊ะ” บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ ช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2562 มีข่าวลือว่า กำนันศรีเรศ จะย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่สุดท้ายกำนันคนดังก็สวมเสื้อเพื่อไทย เอาชนะคู่แข่งไปไม่ยากเย็น 

อ.อมก๋อย ตั้งอยู่ทางใต้สุดของ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอเป็นที่สูงและภูเขา จึงทำให้มีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี 
 บ้านแม่เกิบ อยู่ใน ต.นาเกียน เป็นถิ่นฐานของชาวกระเหรี่ยง โดยตำบลนี้มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 21 หมู่บ้าน ประชากร  ต.นาเกียน ส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าวเพื่อการบริโภค 

ข้อมูลของ อบต.นาเกียน ระบุว่า มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้ง 21  หมู่บ้าน นอกจากนั้น มี 2 หมู่บ้านใช้ไฟฟ้าจาก กฟภ. และอีก 4 หมู่บ้าน ใช้ไฟฟ้าพลังน้ำส่องดูในเฟซบุ๊คส่วนตัวของ ส.ส.ศรีเรศ โกฏคำลือ ประมาณกลางปี 2562 ได้กิจกรรมนำถังน้ำไปช่วยเหลือชาวบ้านใน ต.นาเกียน ซึ่งใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ การเดินทางยากลำบากมาก 

ดังนั้น กำนันศรีเรศ จึงมาทำกิจกรรมในตัว อ.อมก๋อย เป็นหลัก ส่วนในตำบลที่ไกลออกไป เดินทางลำบาก ก็มอบให้ตัวแทนพรรคในพื้นที่ไปดูแลแทนโฆษกหญิงคนเก่งของเพื่อไทย อาจยังไม่ได้หาข้อมูลจาก ส.ส.ศรีเรศ จึงแสดงความเห็นเรื่องไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ในเชิงการเมืองมากเกินไป

ดราม่าแม่เกิบ'ศรีเรศ' ส.ส.อมก๋อย

ส.ส.ศรีเรศ นำทีมไปช่วยชาวบ้าน ต.นาเกียน อ.อมก๋อย

‘ทอน’ สอนน้อง ‘ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454682

‘ทอน’สอนน้อง’ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด’

'ทอน'สอนน้อง'ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด'

10 มกราคม 2564 – 11:36 น.

ควันหลงวันเด็ก “ธนาธร” แนะนำหนังสือ ‘ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด’ ปลุกปลอบฝ่ายประชาธิปไตย อย่าเพิ่งถอดใจ

 วันเด็กในสถานการณ์โควิดผ่านไปแบบเงียบๆ แม้จะมีกิจกรรมของ “นักเรียนเลว” หน้ากระทรวงศึกษาธิการ แต่ก็ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ

สำหรับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ไม่พลาดที่จะส่งมอบขวัญวันเด็ก ให้ทั้งเด็กและผู้ปกครอง นั่นหนังสือ To Kill a Mockingbird (ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด) วรรณกรรมเพื่อมนุษยชาติ ได้รับความนิยมมาตลอดเวลากว่า 50 ปี และมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้รับ 3 รางวัลออสการ์

 “วันเด็กปีนี้ ผมไม่มีคำขวัญหรือคติพจน์ใดๆ มามอบให้ แต่ผมมีหนังสือมาแนะนำ เป็นหนังสือที่อยากให้เด็กไทยทุกได้อ่าน และอันที่จริง พ่อแม่ก็ควรจะต้องอ่านด้วย เพราะนี่คือหนังสือที่จะปลูกฝังค่านิยมพื้นฐานของประชาธิปไตยให้กับประชาชนทุกวัย”

 “ธนาธร” ฝากของขวัญวันเด็ก ผ่านแฟนเฟซบุ๊คธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมการรีวิวหนังสือดีมีคุณค่าแก่ฝ่ายประชาธิปไตย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปีที่บอบช้ำ กรรม ‘ธนาธร’

วรรณกรรมกับการเมือง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนักอ่านตัวยง และเคยร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เขาเลือกนิยายเรื่อง “ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด” ของ ฮาร์เปอร์ ลี เพราะว่า “..เป็นนิยายอเมริกันที่ถูกอ่านมากที่สุดเล่มหนึ่งในศตวรรษที่ 20 และเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของเด็กนักเรียนอเมริกันด้วย เนื้อเรื่องเล่าถึงสังคมอเมริกันในทศวรรษที่ 1930 จากสายตาของสเกาต์ ฟินช์ เด็กหญิงผิวขาว ที่พ่อของเธอ แอทติคัส ฟินช์ เป็นทนายความผู้ว่าความให้ชายผิวดำที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนหญิงผิวขาว”

การต่อสู้ของแอทติคัส ฟินช์ บอกให้รู้ว่า คนทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่าจะมีผิว เพศ เชื้อชาติใด

“แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยที่ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหลนี้ เราจะรักษาความเชื่อมั่นในเพื่อนมนุษย์เอาไว้ แต่หากเราประชาชนไม่เชื่อมั่นในกันและกัน ไม่เชื่อว่าเราต่างมีศักยภาพจะทำให้โลกนี้ดีกว่าเดิม ประชาธิปไตยที่แท้ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะเราจะหวังแต่การมีผู้นำที่ดีมีคุณธรรมมาปกครองประชาชน ที่เลวทรามและโง่เขลาอยู่เรื่อยไป”
 ประธานคณะก้าวหน้า ที่กำลังเผชิญวิบากคดีความมากมาย และบทเรียนจากความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ. ทำให้เขาต้องปลุกปลอบมิตรสหาย ให้ยืนหยัดและเชื่อมั่นในแนวทางประชาธิปไตย

“หากเราประชาชนไม่เชื่อมั่นในกันและกัน ไม่เชื่อว่าเราต่างมีศักยภาพจะทำให้โลกนี้ดีกว่าเดิม ประชาธิปไตยที่แท้ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น”

พูดง่ายๆ ธนาธรมองว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังล้าหลัง เฝ้ารอแต่ “คนดี” มาปกครองบ้านเมือง

ทำไมต้องฆ่านก?

คอวรรณกรรมทราบดีว่า “ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด” เป็นเรื่องราวของอคติ การรังเกียจคนต่างผิว การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม การสูญเสีย และความไร้เดียงสา ผ่านสายตาของเด็กหญิงวัยไม่ถึง 9 ปี ที่เป็นลูกสาวทนายความในเมืองเล็กๆ ในรัฐแอละบามา ภาคใต้ของสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1930

ฮาร์เปอร์ ลี ผู้ประพันธ์นิยายเรื่องนี้ ต้องการพูดถึงเรื่องความเสมอภาค และความยุติธรรม จึงเปรียบเทียบเรื่องคนกับนกว่า “ยิงนกบลูเจย์ได้ตามใจเลย ถ้ายิงมันถูกได้ แต่จำไว้ว่ามันเป็นบาป หากจะฆ่านกม็อกกิ้งเบิร์ด” หมายถึงนกบลูเจย์ ขโมยพืชและอาหารของคน สมควรถูกลงโทษ ส่วนนกม็อกกิ้งเบิร์ด ไม่ทำร้ายใคร ซ้ำยังร้องเพลงเพราะ จะไปทำร้ายมันทำไม 

ดังนั้น ถ้าคนๆหนึ่งทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าเขาจะมีสีผิวใด ก็สมควรถูกลงโทษ แต่หากเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ไม่สมควรไปกล่าวหาหรือใส่ร้ายผ่านมาถึงวันนี้ สังคมอเมริกันชน ยังมีการประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกสัญลักษณ์ของการเหยียดผิวและการใช้แรงงานทาสในอดีต

ไม่แปลกที่นิยายเรื่อง “ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด” ยังคงได้รับความนิยมจากนักอ่านทั่วโลก ธนาธรมาจึงหยิบฉวยมาแนะนำให้เด็กไทยอ่าน

สอบหรือไม่สอบ ‘โอเน็ต’ สุดท้ายจบที่นักเรียน อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนตัวได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454675

สอบหรือไม่สอบ ‘โอเน็ต’ สุดท้ายจบที่นักเรียน อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนตัวได้

สอบหรือไม่สอบ 'โอเน็ต'  สุดท้ายจบที่นักเรียน อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนตัวได้

10 มกราคม 2564 – 11:15 น.

การสอบโอเน็ตยังเป็นปัญหา กระทรวงศึกษาธิการโยนภาระให้นักเรียนตัดสินใจ อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของนักเรียนได้ สวนทาง สทศ. ยังเดินหน้าจัดการสอบ หากจะยุติต้องเป็น มติ ครม…..บทวิเคราะห์ โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

การจัดสอบโอเน็ต หรือไม่ ยังเป็นปัญหา แต่ที่ชัดเจนเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงนามในหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. เรื่อง การยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) หรือโอเน็ต ปีการศึกษา 2563

อ่านข่าว : ด่วน ‘ณัฏฐพล’ รมว.ศธ. ร่อนหนังสือถึง สทศ.ยกเลิกสอบโอเน็ต ป.6,ม.3         

โดยอ้างสาเหตุ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)หรือโควิด-19 ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และลดความเครียดจากการทดสอบของผู้เรียน เป็นข้อแรก ขอยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)โอเน็ต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่า จะไม่มีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ของการศึกษาภาคบังคับอีกต่อไป

ต่อมาวันรุ่งขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2563 มติบอร์ด สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แจ้งว่า ไม่ขัดข้องในการยกเลิกการทดสอบโอเน็ต ชั้น ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2563 ตามนโยบาย ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

แต่ก็ยังมีความเห็นย้อนแย้งว่า ปีการศึกษา 2563 จำเป็นต้องมีการทดสอบโอเน็ตเพื่อประเมินมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติอยู่ ก็จะเสนอทั้งผลกระทบ ด้านบวกและลบ ในการสอบโอเน็ต ต่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปนาน 2 สัปดาห์ จนกระทั้งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  ได้มีหนังสือราชการถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.) ทุกเขต เรื่อง นโยบายการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานโอเน็ต

 โดยอ้าง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานโอเน็ตโดยแจ้งว่า การเข้าทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ให้เป็นไปตามความสมัครใจและเป็นสิทธิ์ส่วนตัวโดยเฉพาะของนักเรียน ทั้งนี้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประกาศฉบับดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามไว้ ตั้งแต่ วันที่ 25 ธันวาคม 2563 หลังบอร์ด สทศ. มีมติ ทำไมถึงมาแจ้งเอาตอนนี้

สำหรับ การสอบโอเน็ต หรือ O-NET (Ordinary National Educational Test) เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในระดับชาติ โดยมีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบและจัดสอบทั่วประเทศ

ที่ผ่านมาการข้อสอบ O-NET ในมีปัญหามาก คะแนนโดยเฉลี่ยของเด็กต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่เด็กส่วนใหญ่เรียนกวดวิชากัน ในช่วงที่ผ่านมามีความพยายามในปฏิรูปการศึกษามาโดยตลอด

แต่ผลคะแนนระดับชาติกลับไม่ตอบโจทย์ มิหนำซ้ำยังสะท้อนว่า คะแนนเฉลี่ยของเด็กนักเรียนต่ำมาก จึงเป็นปัญหาที่ว่าถึงที่สุดแล้ว เรานำผลคะแนนโอเน็ต ไปปรับใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้หรือไม่

อีกทั้งเป้าหมายการสอบโอเน็ต เพื่ออะไร และช่วยทำให้นักเรียน มีพัฒนาการในทุกๆด้านดีขึ้นได้หรือไม่ และจริงไหม

แต่ในปีการศึกษา 2563 เกิดเหตุการณ์ความคิดไม่ตรงกันของสองฝ่าย กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ดำเนินการจัดการทดสอบ ประกาศยกเลิกการทดสอบ และจบที่นักเรียนต้องตัดสินใจว่า จะสอบ หรือไม่สอบโอเน็ต 

ส่วนทางผู้จัดการทดสอบหรือ สมศ. ก็ยังเดินหน้าจะจัดการสอบให้ได้ เป็นการบริหารงานแบบ ไม่อ่านไลน์กลุ่ม แล้วแบบนี้นักเรียนจะทำอย่างไร

ว่ากันว่า สทศ. ใช้งบประมาณจำนวน 700 ล้านบาท ในการจัดสอบโอเน็ต ปีการศึกษา 2563 ทุกอย่างจ่ายหมดแล้ว จะไม่สอบก็ทำใจลำบาก ที่สำคัญเก็บหัวคิวมาเรียบร้อย หากต้องยกเลิกสัญญาก็คงรับไม่ได้ เนื้ออยู่ในปากใครจะยอมคายออกมา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงมรสุม โชคชะตา ฟ้าลิขิตนายกฯ “ประยุทธ์” เจออุปสรรค ขัดแย้ง ศัตรู ตั้งใจทำดีกลับมีผลร้ายตอบกลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454671

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงมรสุม โชคชะตา ฟ้าลิขิต นายกฯ”ประยุทธ์” เจออุปสรรค ขัดแย้ง ศัตรู ตั้งใจทำดีกลับมีผลร้ายตอบกลับ

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงมรสุม โชคชะตา ฟ้าลิขิต นายกฯ"ประยุทธ์" เจออุปสรรค ขัดแย้ง ศัตรู ตั้งใจทำดีกลับมีผลร้ายตอบกลับ

10 มกราคม 2564 – 10:07 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงมรสุม โชคชะตา ฟ้าลิขิต นายกฯ”ประยุทธ์” เจออุปสรรค ขัดแย้ง ศัตรู ตั้งใจทำดีกลับมีผลร้ายตอบกลับ

ซินแสเข่ง” ผ่าดวงมรสุม โชคชะตา ฟ้าลิขิต นายกฯ ประยุทธ์ เจออุปสรรค ขัดแย้ง ศัตรู เริ่มมกรา ตั้งใจทำดีกลับมีผลร้ายตอบกลับ ชี้เดือนปะทะ และปีเป็นอริ นายกฯตู่ ประยุทธ ผลสท้อนกลับขัดแย้ง เพราะดาวพระเคราะห์เป็นศัตรูคุม ทำให้ถูกมองในแง่ร้าย อิจฉาริษยา ไม่หวังดี อาจต้องปรับต้องจูนให้เข้าใจ ความคิดอาจสวนทาง เพราะตกดาว สับสนถูกมองในแง่ร้าย ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ กลายเป็นเรื่องสั่งผิดสั่งถูก วุ่นวายกลายเป็นเรื่องล้อเลียน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิฤติ ดวงเมือง 17-18 ต.ค. ราหูทับดวงเมือง ตกดวงความขัดแย้ง เป็นอริศัตรู

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ชี้จุดวิเคราะห์ดวงนายกรัฐมนตรี ประยุทธ จันทร์โอชา ถึงเหตุที่เกิดขึ้น กับเดือนมกราคม  เป็นเพียงการเริ่มต้นของเดือน และปี ที่เริ่มประเดิมด้วยดาวแห่งศัตรู จากผู้ที่ไม่หวังดี อิจฉาริษยาจากอิทธิพลของดวงดาวแห่งศัตรู จากคนที่คิดให้ร้ายป้ายสี ไม่ประสงค์ดีหวังสร้างความแตกแยก ตั้งใจทำดีที่สุดกลับถูกมองในแง่ร้าย เป็นผลร้ายตอบกลับ พบแต่เหตุของการยุแหย่ สร้างความความไม่เข้าใจ ที่จะก่อให้เกิดการเข้าใจผิดเกิดขึ้น ที่ท่านนายกฯต้องทำใจ และอาจจะต้องปรับจูนในบางสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อปรับความเข้าใจด้วยการชี้แจงเหตุผล ให้ชัดเจนในสิ่งที่ท่านได้กระทำ เพื่อเปิดเผยให้คนรู้ ถึงวิกฤติป้องกัน มิฉะนั้นเหมือนทำดีแล้ว กลับกลายเป็นเรื่องให้คนคิดส่วนทาง เดือนมกราของปี 64 นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในเดือนและปีแห่งศัตรู ที่จะต้องประคองตนเองให้ผ่าน และบางอย่างอาจต้องมีชี้แจง บางเรื่องอาจต้องเงียบ ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบ และยิ่งท่านอยู่ในฐานะการเป็นผู้นำประเทศแล้ว ท่านต้องละเอียดและไตร่ตรองให้ชัดเจน เพราะทั้งกลุ่มการเมือง คนดวงตกคนจ้องจับผิด ตลอดเวลาจนถึงศัตรูที่คอยจ้องทำลายท่านตลอดเวลา

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมไปถึงดวงดาวแห่งศัตรูของ ท่านนายกฯตู่ในยุคปี 64 ที่เกิดขึ้นกับจากบุคคลรอบข้างก็มีส่วน ทุกครั้งจะถูกโยงใยไปถึงหลายๆเรื่อง ของเหตุบ้านการเมือง  มหันตภัยโรคระบาด เศรษฐกิจทรุด บ่อนการพนันผุด คนอพยพหนีเข้าเมือง และมรสุมภัยธรรมชาติ ที่จะทำลายบ้านเมือง ถูกโยงเข้าหากัน จนกลายเป็นปัญหาความสับสนวุ่นวายของบ้านเมือง เรื่องของคนพลัดถิ่นที่หวังอยากจะกลับเมืองไทย แต่อาจจะสร้างปัญหายุแหย่มากยิ่งขึ้นหรือไม่ และจะเป็นเหตุที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศอย่างไม่รู้จบ  จากดวงพระเคราะห์แห่งศัตรูของการกระทำ ยากที่จะลบหาย หากยังมีความอาฆาตแค้น  ทั้งที่คนอยู่ภายในประเทศที่ผิดหวังทางการเมือง  เป็นตัวสร้างปัญหา  รวมถึงกลุ่มปลดแอก  และคณะราษฏรหวังจะทำลายดวงเมืองดวงประเทศ ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เป็นมรสุมร้ายของท่านนายกฯ ประยุทธ ที่ต้องเอาใจช่วยปีนี้ตลอดทั้งปี

วันโหนเด็ก ‘ทักษิณ’ เชียร์ราษฎร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454631

วันโหนเด็ก’ทักษิณ’ เชียร์ราษฎร

วันโหนเด็ก'ทักษิณ' เชียร์ราษฎร

9 มกราคม 2564 – 15:56 น.

ส่งสัญญาณชัด “ทักษิณ” เชียร์ม็อบราษฎร หลัง “นักเรียนเลว” ขุดคลิปเก่าฉายกลางม็อบ

ก่อนวันเด็ก กลุ่ม “นักเรียนเลว” จัดกิจกรรมขานรับนโยบายการเรียนออนไลน์แบบไร้ประสิทธิภาพ ไร้มาตรฐาน ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ และไร้ความรับผิดชอบ ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางการเรียน ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ช่วงเย็นวันที่ 8 ม.ค.2564 กิจกรรมสอนออนไลน์ โดยมีครูแต่ละคนที่มาแชร์ประสบการณ์ทางออนไลน์ โดยใช้กำแพงสีขาวของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นพื้นจอโปรเจคเตอร์

ช่วงหนึ่ง จะมี “ครูลึกลับ” มาเซอร์ไพรส์ของกลุ่มนักเรียนเลว นั่นคือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการนำคลิปสมัยที่ทักษิณสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียนที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เกี่ยวกับการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์ ในการค้าขายและวิธีคิดที่แตกต่างระหว่างครูสมัยก่อนกับครูยุคใหม่นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการดึง “ทักษิณ” มาร่วมกิจกรรมของ “นักเรียนเลว” กลุ่มเยาวชน นักเรียก นักศึกษาที่เป็นกำลังหลักในการเคลื่อนไหวชุมนุมต้านรัฐบาลประยุทธ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“แรมโบ้” โต้แย้ง “ทักษิณ” ไม่มีอำนาจไหนรังแก นอกเสียจากนายทักษิณรังแกและทำร้ายตัวเอง

วันโหนเด็ก

ช่วงวันเด็ก สำนักข่าวออนไลน์ในเครือข่ายคนแดนไกล ได้นำบทสัมภาษณ์พิเศษ ทักษิณ ชินวัตร ทางเว็บไซต์ไทยเอ็นไควเออร์ (วันที่ 6 ม.ค. 2564) มาเผยแพร่ โดยคัดเอาเฉพาะตอนที่ทักษิณตอบคำถามเกี่ยวกับการลุกขึ้นต่อสู้ของกลุ่มนักศึกษาในประเทศไทย

ทักษิณ บอกว่าเป็นความพยายามต่อสู้เพื่ออนาคต คนในประเทศไทยตอนนี้ พยายามจะคิดถึงอนาคตว่าในประเทศไทยกำลังจะไปทางไหน แต่ก็ยังมองไม่เห็น ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีวิสัยทัศน์สำหรับอนาคต จึงเป็นสาเหตุที่นักเรียน นักศึกษาคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาประท้วง

 “พวกเขาอยากเห็นประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่ประเทศไม่มีประชาธิปไตยมานานหลายปี เขาไม่อยากให้ทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย พวกเขาไม่ต้องการการรับรองการรัฐประหารจากสถาบันกษัตริย์ นั่นคือสิ่งที่ผมมองเห็นได้”

อดีตนายกฯทักษิณ เสนอฝ่ายผู้กุมอำนาจรัฐว่า “พวกเขายังอายุน้อย แต่มันความตั้งใจที่ดี ผมว่าถ้าเราพูดคุยกันได้ ทุกอย่างมันจะจบลง อย่าไปพยายามคิดว่าคนที่พูดอะไรตรงข้ามกับเราเป็นคนไม่ดี เราต้องนั่งลง ฟังความเห็น แล้วเราจะเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ดี แล้วประเทศก็จะกลับไปเป็นปกติได้อีกครั้ง”

ประเมินจากการให้สัมภาษณ์ของทักษิณ ในช่วงส่งท้ายปีเก่ารับศักราชใหม่ มองได้ว่า สถานการณ์การเมืองไทย คงจะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ

เพื่อไทย ป่วนตามล่า ‘งูเห่า’ ล้อบบี้ถอนชื่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454614

เพื่อไทย ป่วนตามล่า ‘งูเห่า’ล้อบบี้ถอนชื่อ

เพื่อไทย ป่วนตามล่า 'งูเห่า'ล้อบบี้ถอนชื่อ

9 มกราคม 2564 – 12:53 น.

ป่วนรับปีใหม่ เพื่อไทยชี้เป้ามี “ส.ส.งูเห่า” ล้อบบี้ ส.ส. กรณีถอดสิระ

แค่เริ่มต้นศักราชใหม่ พรรคเพื่อไทยก็วุ่น อันสืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้องของพรรคเสรีรวมไทย ที่ให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เพราะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คน ถอนชื่อ

 วันที่ 7-8 ม.ค.2564 พรรคเพื่อไทย จึงได้เคลื่อนไหวต่อเนื่อง เริ่มจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงส่วนตัวผ่านแฟนเพจพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาในเรื่องการประสานและทำความเข้าใจร่วมกันในการเสนอเรื่องต่างๆ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“หน่อย” โดดเดี่ยว บนทางเปลี่ยว

2 ส.ส.หญิง อนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร และ อาภรณ์ สาระคำ ส.ส.อุดรธานี ไลฟ์เฟซบุ๊คแถลงชี้แจงว่า เหตุใดจึงถอนชื่อ เพราะมีความสับสน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีข้อต่อรอง และแสดงเจตจำนงพร้อมร่วมลงชื่อถอดถอนอีกหน 

ถัดมา ประเสริฐ และโฆษกพรรคได้ไลฟ์เฟซบุ๊คอธิบายเรื่อง ส.ส.เพื่อไทยบางคนได้ถอนรายชื่ออีกครั้ง พร้อมกับยืนยันว่า พรรคเข้าร่วมยื่นรายชื่อ เพื่อยื่นถอนถอน ส.ส.สิระอีกครั้งโดยเร็วที่สุด

ปิดท้ายด้วยแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โดยตอนหนึ่งระบุว่า “…การตรวจสอบข้อเท็จจริงของพรรค พบว่ามีข้อมูลและเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่า ส.ส.ของพรรคที่มิได้ร่วมลงชื่อ 1 คนกระทำการโน้มน้าว ส.ส. ในพรรค เป็นรายบุคคลให้ถอนรายชื่อจากคำขอฯ การกระทำการดังกล่าวของ ส.ส. ผู้นี้ย่อมเป็นการกระทำที่เล็งผลได้ว่าจะทำให้รายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อผลการสอบสวนเป็นที่ยุติอย่างเป็นทางการพรรค จะพิจารณาลงโทษ ส.ส. ผู้นี้อย่างเด็ดขาด

จากแถลงการณ์เพื่อไทย สะท้อนปัญหาเดิมที่ยังแก้ไม่ตกคือ มี ส.ส.บางคนบางกลุ่มยังทำตัวเป็น ‘งูเห่า’ อยู่ภายในพรรค

เหตุที่ “ประเสริฐ” ในฐานะแม่บ้านพรรค ต้องแอ๊คชั่นอย่างเร่งด่วน เพราะต้องการเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยให้คืนกลับมา เพราะปีที่ผ่านมา ภายในพรรคเพื่อไทย มีแต่ปัญหาความขัดแย้งแตกแยก  

บทเรียน 3 ส.ส.

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปลายปี 2562 มี 3 ส.ส.เพื่อไทย ไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลครั้งพิจารณาการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และมาตรา 44 และการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ขัดต่อมติของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ,พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี และ พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดเดิม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน 

ต้นปี 2563 ภูมิธรรม เวชยชัย สมัยที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้แถลงผลสอบกรณี 3 ส.ส.กระทำการฝ่าฝืนมติพรรคจริง จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์ และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาด

ดูเหมือนว่า คณะกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะให้ความสนใจกรณีของ “พรพิมล” ที่มีการกระทำผิดซ้ำซาก แต่ก็ไม่เสนอให้มีมติขับออกจากพรรค

จนถึงวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทั้งชุดเก่าและใหม่ ก็ไม่ได้แถลงว่า ได้มีมติลงโทษ 3 ส.ส.หรือไม่?

ไผเป็นไผ “อนุรักษ์-อาภรณ์” ปมถอด “สิระ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454537

ไผเป็นไผ “อนุรักษ์-อาภรณ์” ปมถอด “สิระ”

ไผเป็นไผ "อนุรักษ์-อาภรณ์" ปมถอด "สิระ"

8 มกราคม 2564 – 16:20 น.

ป่วนรับปีใหม่ 2 ส.ส.หญิงเพื่อไทย “อนุรักษ์-อาภรณ์” ต้องแสดงจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตย ปมถอนชื่อกรณีถอด “สิระ”

++
อันสืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้องตีความสถานะ ส.ส. ของ สิระ เจนจาคะ ที่มีเหตุจาก 2 ส.ส.เพื่อไทย ถอนชื่อนั้น กลายเป็นประเด็นร้อนในกลุ่มเอฟซีพรรคเพื่อไทย

อ่านข่าว…  “เรืองไกร”แฉความผิดนายกฯ-ร้องกกต.สอบ”สิระ” 

ไผเป็นไผ "อนุรักษ์-อาภรณ์" ปมถอด "สิระ"

อาภรณ์-อนุรักษ์ แถลงข่าว

ต้นเรื่องมาจากพรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) หรือไม่ กรณีสิระ เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันกระทำความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341    

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2564 “อนุรักษ์ บุญศล” ส.ส.สกลนคร และ “อาภรณ์ สาราคำ” ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของอาภรณ์ ว่า มีความสับสน เป็นมติของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เมื่อทราบว่าไม่ใช่ เรื่องของพรรคเสรีรวมไทย จึงไปขอถอนชื่อออกมา    

“เราไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งทางตรง และทางอ้อมเลย ในขณะที่เราสับสนกรณีมติพรรคเราก็ถอน แต่เมื่อเรามั่นใจว่า นี่คือการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส.ที่ดีที่สุด ในการถอดถอนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เราก็ยื่นเข้าไปใหม่ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เรายังยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างมั่นคง และแม่นมั่น” อนุรักษ์กล่าว    

อาภรณ์ สาระคำ ได้ย้ำจุดยืนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้เปลี่ยนอุดมการณ์ หรือมีลับลมคมในแต่อย่างใด

ไผเป็นไผ "อนุรักษ์-อาภรณ์" ปมถอด "สิระ"

ครูติ๋ว ส.ส.สกลนคร

++
ครูติ๋ว
++
สำหรับ อนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร เขต 4  (อ.สว่างแดนดิน และ อ.เจริญศิลป์) หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ครูติ๋ว” เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ปี 2552     

เนื่องจาก พงษ์ศักดิ์ บุญศล อดีต ส.ส.สกลนคร สามีครูติ๋ว ถูก กกต.ให้ใบแดง จึงจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม อนุรักษ์ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย เอาชนะคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทยไปได้ เป็น ส.ส.สมัยแรก หลังจากนั้น ครูติ๋วได้รับเลือกเป็น ส.ส.สกลนครอีก 2 สมัยติดต่อกัน    

ก่อนหน้าจะมาเล่นการเมือง ครูติ๋วเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มานานนับ 20 ปี จึงมีลูกศิษย์ทั่วเขตเลือกตั้ง 

ไผเป็นไผ "อนุรักษ์-อาภรณ์" ปมถอด "สิระ"

อาภรณ์ ส.ส.อุดรธานี

++
เมียขวัญชัย
++
“อาภรณ์ สาราคำ” ชื่อนี้โด่งดังมากในยุคแดงทั้งแผ่นดิน เนื่องจาก “อาภรณ์” เป็นภรรยาขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำ นปช.    

ขวัญชัย-อาภรณ์ เป็นแกนนำชมรมคนรักอุดร ที่นำชาวบ้านเข้ากรุงเทพฯ บ่อยครั้ง และได้สร้างอาณาจักรคนเสื้อแดงขึ้นที่บ้านพัก ย่านชานเมืองอุดรฯ    

ต้นปี 2557 ขวัญชัย ขาใหญ่แดงอุดร ผลักดันให้ “อาภรณ์” ลงสมัคร ส.ว.อุดรธานี และได้รับชัยชนะ เมื่อเกิดรัฐประหาร เธอก็กลายเป็น ส.ว. ชุดที่มีอายุสั้นที่สุดในประเทศไทย    

ปลายปี 2561 “ขวัญชัย” ออกแรงอีกหน ดันอาภรณ์ลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 4 (อ.หนองหาน, อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.เมืองอุดรธานี) เพราะ ทองดี มนิสสาร อดีต ส.ส.เขตนี้ เสียชีวิต ทำให้พรรคเพื่อไทย เลือกเฟ้นกันอยู่นาน กว่าจะมาลงเอยที่คู่ชีวิตขวัญชัย ไพรพนา     

อาภรณ์ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น เป็น ส.ส.อุดรธานี สมัยแรก โดยมีขวัญชัย เป็นผู้ช่วย ส.ส.

“ลุงพล” เปลี่ยน พญานาคโผล่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454521

“ลุงพล” เปลี่ยน พญานาคโผล่

"ลุงพล" เปลี่ยน พญานาคโผล่

8 มกราคม 2564 – 14:52 น.

“ลุงพล” เปลี่ยน พญานาคโผล่ บ้านลุงพลเปลี่ยนไป มีตลาดนัด หมู่บ้านยูทูบเบอร์ ปั้นองค์ “ปาริจิตนาคราช” แลนด์มาร์กแห่งมุกดาหาร

++
ความเคลื่อนไหวของ “ลุงพล-ป้าแต๋น” กลับมาสู่สื่อกระแสหลักอีกครั้ง เมื่อ “เซเลบกกกอก” ต้องเข้าเครื่องจับเท็จคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ จ.มุกดาหาร 

อ่านข่าว…  “ลุงพล-ป้าแต๋น” เป็นพรีเซ็นเตอร์เซตล่าสุด ทำชาวเน็ตเสียงแตก วิจารณ์ยับ

"ลุงพล" เปลี่ยน พญานาคโผล่

องค๋พญานาค หน้าบ้านลุงพล

เช้าวันที่ 8 ม.ค.2564 ตำรวจเชิญตัว “ลุงพล” ไชย์พล วิภา และ “ป้าแต๋น” สมพร เข้ามาที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 ปทุมธานี เพื่อเข้าเครื่องจับเท็จ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ซักถามคนละ 3 ชั่วโมง ก่อนเข้าเครื่องจับเท็จทั้งสองคน ไม่รู้สึกเครียด และไม่หนักใจ เพราะเข้าใจในขั้นตอนของกฎหมาย    

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของน้องชมพู่ รวม 7 คน ถูกเชิญตัวเข้าเครื่องจับเท็จไปแล้ว โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกกตูม จ.มุกดาหาร เป็นผู้ประสานกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อนำผู้เกี่ยวข้องมาให้ผู้เชี่ยวชาญซักถาม     

ดังที่ทราบกัน คดี “น้องชมพู่” เสียชีวิตปริศนา ทำให้สื่อมวลชนแห่ไปทำข่าวที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย คล้ายการเขียนนิยายหลายร้อยตอนจบ    

ยุคสื่อดิจิตอล กองทัพยูทูบเบอร์ บุกขึ้นไปบ้านกกกอก เกาะติดข่าวน้องชมพู่ จนทำให้ลุงพลและป้าแต๋น กลายเป็นเซเลบ มีเอฟซีอยู่ทั่วประเทศ    

วันนี้ บริเวณบ้านลุงพลที่บ้านกกกอก ไม่ได้มีแต่ตลาดนัดรองรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่กำลังมีการก่อสร้างองค์พญานาคขึ้นมา ตามความเชื่อความศรัทธา  

"ลุงพล" เปลี่ยน พญานาคโผล่

ลุงพล กับโครงการปั้นพญานาคที่บ้านกกกอก

++
พญานาคกกกอก
++
ถ้าเข้าไปดูช่องยูทูบ ของยูทูบเบอร์นับร้อยชีวิต ที่ไปกินนอนอยู่บ้านกกกอก ก็จะเห็นรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างรูปปั้นพญานาค “ปาริจิตนาคราช” ที่บ้านลุงพล    

ปลายปีที่แล้ว ช่างมีการขึ้นโครงเหล็กพญานาค ลุงพลได้ประกอบพิธียกเศียรองค์ปาริตนาคราช ขึ้นประกอบเข้ากับส่วนตัวของนาคราช หลังจากขึ้นเศียรพญานาค ก็มีการเทปูนทำพื้นบริเวณที่มีการสร้าพญานาค ไปจนติดกับถนนใหญ่     

ต้นเดือน ม.ค.2564 เป็นช่วงที่ช่างปั้นพญานาค และอีกไม่นานก็คงเสร็จเรียบร้อย โดยการสร้างองค์พญานาค เป็นความตั้งใจของลุงพล หลังมีพระอาจารย์ที่เคารพนับถือทักว่า ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่อยู่ของพญานาค จึงได้เปิดรับบริจาค จนได้เงินรวมจำนวนกว่า 1 ล้านกว่าบาท    

จุดที่สร้างพญานาค ด้านหลังเป็นภูเขา มีคลองติดกับรูปปั้นพญานาค พระอาจารย์บอกว่าสร้างได้ถูกหลัก ตรงกับลักษณะขุมทรัพย์เมืองนาคา ผู้ปฏิบัติธรรมในถ้ำ ในป่าเขา การบำเพ็ญของนักบวชในแต่ละคนจะมีพญานาคมาคอยดูแลปกปักรักษา และส่วนหนึ่งก็จะมาฟังธรรม อีกส่วนมารองรับส่วนบุญที่คนบำเพ็ญปฏิบัติ ตามโบราณกาลความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค    

คาดว่า เมื่อการก่อสร้างองค์พญานาคเสร็จเรียบร้อย “องค์พญานาคบ้านกกกอก” ก็จะกลายแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.มุกดาหาร

วัคซีนโควิด “หน่อย-สมนึก” ผนึกนครนนท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454494

วัคซีนโควิด “หน่อย-สมนึก” ผนึกนครนนท์

วัคซีนโควิด "หน่อย-สมนึก" ผนึกนครนนท์

8 มกราคม 2564 – 11:19 น.

วัคซีนโควิด “หน่อย-สมนึก” ผนึกนครนนท์ โหมโรงเลือกตั้งท้องถิ่น “นายกเล็ก” เมืองนนท์ ขานรับ “คุณหญิงหน่อย” จุดพลุฉีดวัคซีนโควิดถ้วนหน้า คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
เป็นข่าวดีๆ ในสื่อออนไลน์ 2-3 สำนัก แต่ก็แชร์กันเยอะในกลุ่มเพจคนเมืองนนท์ เมื่อ “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี มีแนวคิดสนับสนุนรัฐบาล ในการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิดมาฉีดให้กับประชาชน

อ่านข่าว… ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน

วัคซีนโควิด "หน่อย-สมนึก" ผนึกนครนนท์

สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนท์    

“นายกสมนึก” บอกว่า เทศบาลนครนนทบุรี มีความพร้อมมีศักยภาพในการที่จะช่วยฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในเขตเทศบาล ซึ่งมีประชาชนกรอยู่ 260,000 คน จะใช้วัคซีนประมาณ 520,000 โดส หากโดสละ 500 บาท ก็จะใช้เงินประมาณกว่า 260 ล้านบาท  

แนวคิดดังกล่าวนี้ มาจากข้อเสนอของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้เสนอแนะรัฐบาลให้ท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณมาฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของตนเองได้    

“คุณหญิงหน่อย” ได้โพสต์เรื่องประชาชนต้องได้รับวัคซีนโควิดถ้วนหน้า เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2564 โดยเสนอว่า “รัฐบาลจึงควรให้โอกาสองค์กรปกครองท้องถิ่นที่แข็งแรงพอ มีโอกาสดูแลประชาชนในพื้นที่ของตน  ขณะนี้มีเงินสะสมของท้องถิ่นอยู่หลายแสนล้าน” 

++
สัมพันธ์แน่นแฟ้น
++
จริงๆแล้ว “สมนึก ธนเดชากุล” เป็นนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี 8 สมัย รู้จักมักคุ้นกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนมาถึงยุคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย    

40 กว่าปีที่แล้ว “สมนึก” อดีตข้าราชการกรมชลประทาน ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ปี 2527 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรี เป็นสมัยแรก สังกัดกลุ่มพลังหนุ่ม    

ในสังเวียนเลือกตั้ง ส.ส. “สมนึก” สนับสนุน นิทัศน์ ศรีนนท์ ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 มาแต่ปี 2544 สวมเสื้อค่ายทักษิณ เป็น ส.ส.มา 4 สมัย แต่เลือกตั้งปี 2562 นิทัศน์พ่ายแพ้แก่ เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยาฉลอง เรี่ยวแรง พรรคพลังประชารัฐ    

วัคซีนโควิด "หน่อย-สมนึก" ผนึกนครนนท์

การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ที่จะมีขึ้นในปีนี้ คู่แข่งที่น่ากลัวของ “นายกสมนึก” แห่งกลุ่มพลังหนุ่มคือ คณะก้าวหน้า    

เมื่อส่องดูผลคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ของคณะก้าวหน้า ได้ส่งสัญญาณถึง “นายกสมนึก” การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งเทศบาลนครนนท์เที่ยวหน้า ไม่ง่ายเลย 

++
มือขวาคุณหญิง
++
หลังอำลาพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจนว่า “คุณหญิงหน่อย” เตรียมตัวตั้งพรรคการเมืองอย่างแน่นอน และมีข่าวว่า ได้มอบหมายให้ “อุดมเดช รัตนเสถียร” อดีต ส.ส.นนทบุรี ไปดำเนินการเรื่องพรรคใหม่    

อุดมเดช รัตนเสถียร เป็น ส.ส.นนทบุรี สมัยแรก สังกัดพรรคพลังธรรม และได้ชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งอุดมเดช กับ “นายกสมนึก” ก็เป็นทีมงานเดียวกัน วางเครือข่ายทั้งการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ    

แม้ว่าวันนี้ “อุดมเดช” จะถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานการเมือง และไปมาหาสู่คุณหญิงหน่อยอยู่เป็นประจำ