“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติโควิด 19 เตือนวิบัติรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454476

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติโควิด 19 เตือนวิบัติรุนแรง

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติโควิด  19 เตือนวิบัติรุนแรง

8 มกราคม 2564 – 09:16 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติโควิด-19 เตือนวิบัติรุนแรง ฑูตมรณะ คร่าชีวิตตายหมู่ เพราะประมาท ตกวิกฤติทั้งไทยและเทศ เชื่อวิกฤตโหดอิทธิพลดาวมฤตยูทับดวงปี 64 ตกยามสีเลือดสดขั้นวิกฤติหนัก คนไทยต้องไม่ประมาท

ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติโควิด-19 เตือนวิบัติรุนแรง ฑูตมรณะ คร่าชีวิตตายหมู่ เพราะประมาท ตกวิกฤติทั้งไทยและเทศ เชื่อวิกฤตโหดอิทธิพลดาวมฤตยูทับดวงปี  64 ตกยามสีเลือดสดขั้นวิกฤติหนัก คนไทยต้องไม่ประมาท ยามนี้ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่เปิดผ้าไม่รู้ว่าตายแล้ว ระวังไวรัสร้ายสุดกลายพันธ์ กุมภาพันธ์นี้ หลายคนดังหวังจวกรัฐบาลตู่ ให้ป้องกันตนเอง ซินแสเตือนระวังอวดฉลาดประเทศยับ คนตายเศรษฐกิจป่วน ถึงเวลาควรให้ความร่วมมือ หนักจะได้เบา เบาแล้วคลี่ครายได้ อย่าให้ลุกลาม เพราะดาวมรณะทับดาวเสาร์ส่งผลให้ยืดเยื้อโรคภัยไข้เจ็บกับความวินาส ระวังเจอว้วเน่า กลุ่มคนไม่หวังดีต้านไล่รัฐบาลลุงตู่ ท่ามกลางหน้าสิ่วหน้าขวานทุกข์ระทมกับความสูญเสีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย เช็กดวงกราฟเส้นทางเดินของดวงดาวทั้งดวงเมือง 2325 ดวงปีพศ.2564 และดวงผู้นำ  2497 ล้วนแล้วแต่เจอมรสุมที่ต่างกันจากอิทธิพลของดวงดาวโคจร ทั้งดาวเสาร์ ดาวมฤตยูอิทธิฤทธิ์รุนแรง ตัวอาฆาตบ่งบอกถึงการจู่โจมทลุทลวง สร้างความปั่นป่วน ของประเทศเจอทั้งไวรัสโรคระบาดโควิด การเมืองขัดแย้ง พวกบ่อนทำลายชาติ ภายใต้อิทธิพลของดวงดาวส่งผลให้ทุกข์หนัก อีกรอมรสุมทำลายประเทศ ดวงเมือง 2325 เจอดาวมฤตยู โคจรทับดาวเสาร์ ดาวแห่งฑูตมรณะ ส่งผลให้เกิดทุกข์หนักในแผ่นดิน สร้างผลลัพย์ให้ยืดเยื้อของโรคภัยไข้เจ็บให้ระบาดหนักกลายพันธ์ได้ ก่อให้เกิดการสูญเสีย เพราะการแพร่กระจายขยายตัวหนักเพราะประชาชนกลัวอด แต่ไม่กลัวตาย อีกทั้งดวงนายกฯตกดวงอิจฉาริษยา จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี หวังล้มรัฐบาล อีกทั้งเจอดาวที่สร้างความปั่นป่วนเปิดช่องว่างหวังให้นายกฯลาออก   วินาทีนี้คนไทยอยากให้ใครมาแทน ท่ามกลางมรสุมขวากหนามเต็มไปหมด  ใครจะอยู่ได้ ถ้านายกฯ ที่ไม่มีอำนาจ อาจถูกรุมกัดตายได้ เวลานี้ นายกฯ ทำดีก็ขัดแย้งถึงต้องทนเพื่อให้บ้านเมืองรอด กลุ่มไม่หวังดีของบ้านเมืองฉวยโอกาศขยี่ซ้ำรัฐบาล

ซินแสเข่ง วิเคราะห์ชี้เพิ่มมรสุมการเมืองไทย 64 อีกทั้งดาวราหู ดาวเสาร์ และดาวพระเคราะห์ ดาวพฤหัสเรียงตัว คนนอกอยากเข้า คนในเตรียมหนีออก เพราะดวงตกซ้ำทั้งครอบครัว   เพราะดาวจรของดาวพฤหัสกับช่องทางเดินทางเป็นเส้นทางที่ลำบาก หากนักการเมือง หรือพวกปลดแอกต้องหนี คดี 112 ลงดาบ ตกรวมทั้งบริวาร ดวงแตกแยกพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิด หากไม่รู้จักปรับตัวให้อยู่รอด ความขัดแย้งของกลุ่มการเมือง ทุกพรรคมีแต่ปัญหาแตกแยก เพราะดาวมฤตยู หวังแย่งชิงอำนาจ คุณทักษิณคงอยากกลับ แต่กลับต้องติดคุก  เพราะดาวพระเคราะห์กับดาวราหูตกอริมาแรง รวมถึงกลุ่มนิสิตปลดแอก กลุ่มราษฏร รออาญา 112 เตรียมก่อเหตุซ้ำซ้อนทั้งที่ทัพแตกแล้วชีวิตตกกลายเป็นคู่อริราหูรอคุกสถานเดียว  ตกดวงเป็นศัตรูคดีความวงการการเมืองไทยไม่นิ่ง เพราะแตกสามัคคี เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454407

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย

7 มกราคม 2564 – 14:49 น.

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย สถานการณ์โควิดในเมียนมา “ซูจี” สั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิดจากอินเดีย ฉีดให้กลุ่มเสี่ยงเดือน ก.พ.2564

++
เมื่อโควิดรอบใหม่แพร่ระบาด แรงงานชาวเมียนมา ก็ตกเป็นข่าวใหญ่ในเมืองไทย เนื่องจากมีการนำเข้าแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมาย ทำให้ชาวเมียนมาเหล่านั้น ไม่ผ่านการคัดกรองและกักตัว 14 วัน 

อ่านข่าว…  แรงงานพม่า ขอความเห็นใจหลังถูกตราหน้านำโควิด19เข้าไทย ลั่นไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เหมือนกัน

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย

ซูจี แถลงเรื่องซื้อวัคซีนโควิด

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยังไม่คลี่คลายเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2564 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 596 ราย และตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อสะสม 128,178 ราย    

ที่ตกเป็นข่าวใหญ่ในช่วงนี้คือ พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ที่ได้รับการยืนยันอีก 69 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 153 ราย (เมืองป๋างซาง 35 ราย และเมืองป๊อก 118 ราย) ภายในเขตพิเศษว้า 2 แห่งรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งพรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า (UWSP/UWSA) เป็นผู้ปกครองเขตนี้    

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2564 ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวสารอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่แก่ประชาชนชาวเมียนมา ผ่านทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ MRTV ของทางการ โดยระบุว่า รัฐบาลลงนามสัญญาจัดซื้อจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากอินเดียแล้ว และจะฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อนเป็นกลุ่มแรกในเดือน ก.พ.นี้    

จากนั้นจะขยายกลุ่มผู้ที่ต้องได้รับวัคซีนเป็นลำดับ ลำดับไป จนกระจายลงไปถึงประชาชนทั่วประเทศ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยได้     

อนึ่ง บริษัทอินเดียที่ผลิตวัคซีนสองบริษัท ได้แก่ บริษัท Serum Institute of India และบริษัท Bharat Biotech ซึ่งในถ้อยแถลงของออง ซาน ซูจี ไม่ได้ระบุว่า รัฐบาลเมียนมาสั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทใดในอินเดีย 

พม่าสู้โควิด ฉีดวัคซีนอินเดีย

ล็อกดาวน์ในเขตปกครองของว้าแดง

++
ตั้ง รพ.สนามมาตรฐาน
++
มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการกลางตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและควบคุมโควิด-19 แห่งสหภาพเมียนมา ได้ใช้พื้นที่สนามฟุตบอลกลางตัวเมืองมัณฑะเลย์ สร้างเป็นโรงพยาบาลสนาม ‘อิรวดีโควิดเซ็นเตอร์’ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงถูกตรวจพบจำนวนมาก    

โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในประเทศ มีเตียงผู้ป่วย 1,000 เตียง และห้องดูแลผู้ป่วยหนักขนาด 125 เตียง ซึ่งทั้งหมดได้รับการตรวจสอบดูแลจากห้องควบคุมที่ทันสมัย มีผู้ป่วยเสียชีวิตไม่ถึง 200 คนที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยจากผู้ป่วยราว 10,000 คน 

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454378

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง

7 มกราคม 2564 – 11:46 น.

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง ครบรอบ 20 ปี ชัยชนะไทยรักไทย “ทักษิณ” ไม่สิ้นฝัน หวังให้พรรคเพื่อไทย กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
20 ปีที่แล้ว การเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้ง ได้ ส.ส. 248 คน เกือบครี่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.(500 คน) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

อ่านข่าว… “ทักษิณ” เสื่อม เพื่อไทยระส่ำ รอวันจบ

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง

“ทักษิณ ชินวัตร” ได้ถือโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งชัยชนะของไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ(ภาษาอังกฤษ) ผ่านช่องยูทูบ Thai Enquirer ความยาว 47 นาที อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พูดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองไทย    

อะไรคือปัจจัยแห่งชัยชนะของไทยรักไทย, รัฐซ้อนรัฐหรือกลุ่มอนุรักษ์นิยม พยายามลดทอนความแข็งแกร่งของยี่ห้อทักษิณ หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยจะได้จำนวน ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง    

ภายใต้กติกาเลือกตั้งใหม่เมื่อ 20 ปีก่อน ทักษิณ ชินวัตร เล่นการเมือง 2 ขาคือ ใช้ยี่ห้อทักษิณ ในฐานะนายทุนใหญ่กวาดต้อนนักการเมืองเก่าเข้ามาร่วมชายคาพรรคไทยรักไทย      

อีกขาหนึ่ง มอบให้นักการเมืองรุ่นใหม่ สร้างชุดนโยบายประชานิยม คิดใหม่ ทำใหม่ 
ขาที่สอง      

พ.ศ.นี้ นักการเมืองเก่าที่เคยอยู่ใต้ร่งธงทักษิณ ส่วนใหญ่ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และอีกกลุ่มหนึ่งเตรียมสร้างพรรคการเมืองใหม่ 
สำหรับคนการเมืองใหม่ที่เคยสร้างชุดนโยบายประชานิยม ยังยืนอยู่กับทักษิณ และรวมตัวกันในนาม “กลุ่มแคร์” ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกำลังสำคัญในพรรคเพื่อไทย ยุคครอบครัวชินวัตร

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง

++
ไม่หยุดเพราะถูกรังแก
++
ในสัมภาษณ์(ภาษาอังกฤษ) ครั้งล่าสุด เมื่อถูกถามว่า ทำไมทักษิณจึงไม่หยุดการเคลื่อนไหวการเมืองตามที่ครอบครัวเขาร้องขอ อดีตนายกฯ ที่อยู่ในต่างแดนมากว่า 2 ทศวรรษ บอกว่า ตัวเขาอยากไปให้ไกลจากการเมืองไทย ไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยเลย   

“แต่พวกเขายังรังแกผมอยู่ ทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมก็ไม่รู้ว่า ทำไม…พวกเขากลัวผม เหมือนกลัวผีดิบการเมือง”
นอกจากนี้ ทักษิณไม่ปฏิเสธเรื่องการให้คำปรึกษาปรึกษาหารือแก่อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย(กลุ่มแคร์) และแกนนำพรรคเพื่อไทย 
“ผมคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยก็จะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดอีกครั้ง และก็จะชนะมากกว่าครั้งที่ผ่านมา” ทักษิณมีความมั่นใจสุดๆ     

อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้บอกกับผู้สื่อข่าวต่างชาติว่า กลุ่มอนุรักษ์นิยมได้หาทางทำลาย “ยี่ห้อทักษิณ” มาหลายปีแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ชาวบ้านยังมั่นใจในยี่ห้อนี้
ส่วนอดีตสมาชิกเพื่อไทยที่แยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ ทักษิณพูดสั้นๆว่า “เมื่อถึงเวลา เราก็ค้องปล่อยให้ใบไม้เก่าๆปลิวไป แล้วรอใบใหม่ๆ ผลิขึ้นมา” 

ฝันข้ามฟ้า ยี่ห้อทักษิณ ไม่สิ้นมนต์ขลัง

++
ซักฟอกรัฐบาล
++
เมื่อทักษิณ ชินวัตร ขยับตัวแรงตั้งแต่ต้นปี 2564 ก็ต้องจับตามองว่า พรรคเพื่อไทยจะขยับแบบไหน จะเล่นแทงกั๊กอยู่อีกหรือไม่?
ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ มาตั้งแต่ก่อนวันสิ้นปีที่แล้ว โดยเบื้องต้น เพื่อไทนจะพุ่งเป้าการอภิปรายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ต้องรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด รวมถึงยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ส่อแววไม่ชอบมาพากลในการบริหาร    

ประเด็นฝ่ายความมั่นคงหละหลวม มีเจ้าหน้าที่บางคนหากินกับการนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จนยอดติดเชื้อโควิดในประเทศพุ่งทะยานกว่ารอบแรกหลายเท่า รวมถึงกรณีบ่อนเกลื่อนเมือง อีกหนึ่งสาเหตุของการระบาดในรอบนี้      

ประเสริฐ จันทรรวงทอง นั้นเป็นสายตรงของ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ย่อมแตกต่างจากอดีตเลขาธิการพรรคฯ คนเดิม ฉะนั้น การซักฟอกรอบใหม่นี้ คงไม่มีอาการละล้าละลังเหมือนการซักฟอกหนที่แล้ว    

ทักษิณคงประเมินแล้ว หากเพื่อไทยยังไม่ชัดว่า จะสู้แบบไหน โอกาสจะแพ้พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็มีสูง

คนจริงใจถึงนายก ‘นา’ สร้าง รพ.สนามโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454320

คนจริงใจถึงนายก ‘นา’สร้าง รพ.สนามโควิด

คนจริงใจถึงนายก 'นา'สร้าง รพ.สนามโควิด

6 มกราคม 2564 – 18:40 น.

เปิดตัว “วัฒนา แตงมณี” ผู้นำใจถึง พึ่งได้ ทุ่มสร้าง รพ.สนาม 1,000 เตียง มอบให้ภาครัฐฟรีๆ

ข่าวดีจากสมุทรสาคร ที่ประชาชนทั้งประเทศชื่นชมคือ ข่าวนายกพันท้ายฯ ยกที่ดิน 8 ไร่ พร้อมลงเงินสร้างโรงพยาบาลสนาม (รพ.สนาม) 1,000 เตียง ให้ จ.สมุทรสาคร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: หนุ่มผู้รับเหมาติดโควิดโวย แจ้งไทม์ไลน์หนึ่งหน้ากระดาษ ถูก สสจ.จังหวัดตัดออกเกลี้ยง

“วัฒนา แตงมณี” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพันท้ายนรสิงห์ และเจ้าของโครงการวัฒนาแฟคตอรี่ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนท้องถิ่น เกี่ยวกับการก่อสร้าง “ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” หรือรพ.สนาม ขนาด 1,000 เตียง บนพื้นที่จำนวน 8 ไร่ เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ เป็นเจ้าของที่ดินในโครงการวัฒนาแฟคตอรี่ ประมาณ 100 ไร่ โดยตนเองได้ปรับถมที่ดินจำนวน 8 ไร่ เพื่อสร้างรพ.สนาม จำนวน 1,000 เตียง ส่วนงบประมาณการก่อสร้างประมาณ 5 ล้าน ซึ่งตนเองตั้งใจจะขอสนับสนุนจากเพื่อนๆสนิท แต่หากได้หรือไม่ได้อย่างไร ก็คงต้องดำเนินการต่อให้โรงพยาบาลสนามแล้วเสร็จ

ก่อนหน้านี้ วัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ ได้มอบโกดังสินค้า 2 หลัง ภายในโครงการวัฒนาแฟคตอรี่ ต.พันท้ายนรสิงห์ จัดตั้งเป็นศูนย์ห่วงใยคนสาครแห่งที่ 3 เพื่อเตรียมเปิดรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามากักตัวในพื้นที่

คนจริงใจถึงนายก 'นา'สร้าง รพ.สนามโควิด

++

รู้จักนายก ‘นา’

++

สำหรับ “วัฒนา แตงมณี” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “นายก-นา” ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ มา 2 สมัยแล้ว โดยตัวเขาเองประกอบธุรกิจพัฒนาที่ดิน โดยทำโครงการวัฒนาแฟคตอรี่ รองรับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม ในย่านรอยต่อกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร

ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ช่วงสิบปีมานี้ พื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ ได้แปรเปลี่ยนจากสภาพป่าชายเลน และนาเกลือ เป็นหมู่บ้านจัดสรร และโรงงานอุตสาหกรรม

นายก ‘นา’ เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ใจถึง พึ่งได้ จึงเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และส่งเสริมแหล่งประวัติศาสตร์คือ ศาลพันท้ายนรสิงห์ ในอุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ หมู่ที่ 3 ต.พันท้ายนรสิงห์

เดิมที บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของศาลเพียงตาของเจ้าแม่หัวนาเกลือ ซึ่งอยู่บริเวณริมคลองโคกขาม และเชื่อว่าเป็นที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์

นับแต่ปี 2541 ศาลพันท้ายนรสิงห์ในอุทยานประวัติศาสตร์ฯ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำาคัญของจังหวัดสมุทรสาคร

คนจริงใจถึงนายก 'นา'สร้าง รพ.สนามโควิด

ปี 2554 มีการจดทะเบียนมูลนิธิพันท้ายนรสิงห์ เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการและออกกฎระเบียบต่างๆ ในการจัดกิจกรรมและการใช้พื้นที่บริเวณศาล โดยมีนายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ เป็นประธานมูลนิธิพันท้ายนรสิงห์

เมื่อสองปีที่แล้ว ได้มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่คือ สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ เป็นการร่วมทุนระหว่างสมบัติ วงศ์วิเศษสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธนาสุขแลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรในเครือวิเศษสุขนคร และจรีภรณ์ ตั้งตระกูลเจริญ ภรรยาของวัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ ด้วยงบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

นี่เป็นเพียงเสี้ยวชีวิตของ “นายก-นา” วัฒนา แตงมณี ในฐานะนายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ และนักธุรกิจพัฒนาที่ดินรายใหญ่ของสมุทรสาคร

คนจริงใจถึงนายก 'นา'สร้าง รพ.สนามโควิด

คนกันเอง “ผู้การชาติ-เดชอิศม์” ศึกนอกสังเวียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454248

คนกันเอง “ผู้การชาติ-เดชอิศม์” ศึกนอกสังเวียน

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

6 มกราคม 2564 – 10:59 น.

ศึกนอกสังเวียน “ผู้การชาติ” ไม่ยอมจับ เดินหน้าชน “นายกชาย” ขุนพลหลังม่าน ปชป.สงขลา คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมกับเป็นคู่เอกของภาคใต้ ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ระหว่าง ไพเจน มากสุวรรณ์ ค่าย ปชป. กับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ค่าย พปชร. ปรากฏว่า ฝ่าย “ไพเจน” ชนะ แต่ “ผู้การชาติ” ไม่จบ เดินหน้าร้องเรียน กกต. เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง    

อ่านข่าว…   คู่เอกสงขลา “ผู้การชาติ-ไพเจน” เดิมพันอนาคต ปชป.

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

นายกชาย และภรรยา ว่าที่รองนายก อบจ.สงขลา

วันที่ 4 ม.ค.2564 พ.อ.สุชาติ พร้อมสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาสำนักงาน กกต.สงขลา ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านผลการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา     

วันที่ 5 ม.ค.2564 ที่โรงเเรมคลิสตัล หาดใหญ่ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และไพเจน มากสุวรรณ์ ได้เปิดการแถลงข่าวชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียน ช่วงเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา    

ทั้ง “เดชอิศม์” และ “ไพเจน” พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากทาง พ.อ.สุชาติ มีหลักฐานมายื่น ทาง ปชป.ก็พร้อม เเละยืนยันว่าไม่มีการทุจริต รวมไปถึงไม่มีการยุบพรรคอย่างเเน่นอน    

ในการแถลงข่าว ส.ส.เดชอิศม์ ยังพาดพิง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล และสมพงษ์ สระกวี ที่จงใจปราศรัยในหลายเวที พุ่งเป้าโจมตีตัวเขา และบางเรื่อง ทำให้เขาเสียหาย    

“นายกชาย” หรือเดชอิศม์ ยังตัดพ้อว่า พ.อ.สุชาติ และสมพงษ์ ก็เป็นคนรู้จักกันมาก่อน ไม่น่าเล่นเกมแรงอย่างนี้ 

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

ผู้การชาติ และสมพงษ์ สระกวี

++
สงครามตัวแทน
++
เนื่องจาก ไพเจน มากสุวรรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สงขลา วางตัวทีมบริหาร ประกอบด้วยรองนายก คนที่ 1 ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา (ถาวร เสนเนียม ส่งเข้าประกวด) ,รองนายกคนที่ 2 อับดุลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายก อบจ.สงขลา (ยุค นิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา) และรองนายกคนที่ 3 “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา     

เหนืออื่นใด ส.ส.เดชอิศม์ เคยแจ้งความประสงค์จะลงสนามนายก อบจ.สงขลา มาก่อนหน้านี้ เมื่อมีเสียงทักท้วง เลยต้องถอย แต่ก็ส่งหวานใจ “น้ำหอม” ลงสนามแทน    

ฝ่าย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จึงพุ่งเป้าไปที่ ส.ส.เดชอิศม์ ในฐานะแม่ทัพหลังม่านตัวจริง    

เดชอิศม์ ขาวทอง หรือชื่อเดิม วรวิทย์ ขาวทอง เป็นคน อ.รัตภูมิ เริ่มเล่นการเมืองจากเวที สจ.สงขลา และก้าวเป็นนายก อบจ.สงขลา จนคนเรียกขานว่า “นายกชาย”   

ปี 2548 นายกชาย หัวคะแนนของถาวร เสนเนียม อยากลงสมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปีนั้น นิพนธ์ บุญญามณี ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงหนุนประพร เอกอุรุ ลงสมัคร ส.ส. แทน ทำให้ “นายกชาย” ต้องไปสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อไทยรักไทย    

ตอนนั้น “ผู้การชาติ” และสมพงษ์ สระกวี ยังสังกัดพรรคไทยรักไทย จึงช่วย “นายกชาย”กับ “เสี่ยเกมส์” ประพร เอกอุรุ ที่สนามสงขลา เขต 5 แต่นายกชายก็พ่ายกระแส ปชป.  

++
ฉีกปฏิญญาสงขลา
++
การเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ปี 2551 ถาวร เสนเนียม สนับสนุนทีมรักสงขลาของ “นายกชาย” แต่ก็พ่าย นวพล บุญญามณี หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา    

ต่อมา นวพลเจอใบเหลือง มีการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลาอีกหน “นายกชาย” ลงสนามแข่งกับอุทิศ ชูช่วย ก็แพ้อีก หลังพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.สองรอบ “นายกชาย” ผู้ยึดคติที่ว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก และเพื่อน” ยังเดินหน้าทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และช่วยเหลือเพื่อนฝูงตามประสาคนใจใหญ่ ใจถึงพึ่งได้    

กระทั่ง เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ถาวร เสนเนียม ผลักดัน “นายกชาย” ลงสมัคร ส.ส.สงขลา ในสีเสื้อ ปชป. และเป็น ส.ส.สมัยแรก     

หลังเลือกตั้ง ถาวร เสนเนียม และ “นายกชาย” นัด พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แม่ทัพพลังประชารัฐ พูดคุยกันในนาม “ลูกสงขลา” นำ ส.ส.สงขลา 8 เขต จับมือทำงานเพื่อสงขลาบ้านเรา หมดเวลาทะเลาะกัน ลดความขัดแย้ง เป็นต้นแบบในการทำการเมืองยุคใหม่    

ส.ส.สงขลา 8 เขต จาก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ (พปชร.) เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน (พปชร.)  เขต 3 พยม พรหมเพชร (พปชร.) เขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี (พปชร.) เขต 5 เดชอิศม์ ขาวทอง (ปชป.)  เขต 6 ถาวร เสนเนียม (ปชป.) เขต 7 ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ (ภท.) เขต 8 สุรินทร์ ปาลาเร่ (ปชป.)    

หลายฝ่ายตื่นเต้นกับ “ปฏิญญาสงขลา” ตามสโลแกนของนายกชายที่ “ไม่มีพรรค มีแต่พวก” หวังว่า ลูกสงขลาจะปรองดองกันเพื่อบ้านเมือง    

เมื่อฤดูกาลเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง “ผู้การชาติ” กับ “นายกชาย” ต้องฉีกปฏิญญาสงขลา ทำศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา และสู้กันถึงฎีกา

พิษโควิด “สนามไก่ชน” สังเวียนคนการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454176

พิษโควิด “สนามไก่ชน” สังเวียนคนการเมือง

พิษโควิด "สนามไก่ชน" สังเวียนคนการเมือง

5 มกราคม 2564 – 14:33 น.

โควิดบ่อนไก่มาเงียบๆ อาจดับฝัน “คนรักไก่ชน” รวมถึงนักการเมืองคนดัง หวังผลักดันเสรีชนไก่

++
มิเพียงบ่อนพนันที่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ “สนามชนไก่” ในภาคกลาง ก็มีการตรวจพบไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด ตระเวนเข้าออกสนามชนไก่หลายแห่ง     

หลายคนที่ไม่เคยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกีฬาชนไก่ อาจแปลกใจว่า ทำไมจึงมีสนามชนไก่มากมาย? พนันชนไก่ถูกกฎหมายแล้วหรือ?

อีกด้านหนึ่ง ผู้เลี้ยงไก่ชนก็มองว่า การแข่งขันชนไก่นั้นเป็นคัดสายพันธุ์ไก่ชน การตีชนะคู่แข่งบ่อยๆ ย่อมสร้างมูลค่าให้ไก่ชนตัวนั้น จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลและใส่ใจกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไก่ชน เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจขายไก่ชน    

ทุกวันนี้ กีฬาไก่ชนถูกต้องตามกฎหมายก็จริง แต่การขออนุญาต จะต้องขออนุญาตการพนันชนไก่จากเจ้าหน้าที่ทะเบียน(มหาดไทย) ซึ่งชาวไก่ชนอยากให้เปิด “เสรีชนไก่” มากกว่า

++
โควิดกับชนไก่
++
เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดรอบแรก ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณางดออกใบอนุญาต การจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่ กัดปลา ชกมวย แข่งม้า ชนโค ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.2563ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย    

ปลายปีที่แล้ว กระทรวงมหาดไทย ได้คลายล็อกอนุญาตให้มีการเปิดสังเวียนชนไก่ กัดปลาชกมวย แข่งม้า ชนโค     

ก่อนสิ้นปี เมื่อมีโควิดระบาดรอบใหม่ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกจังหวัด งดออกใบอนุญาตการจัดให้มีการเล่นการพนัน รวมถึงการชนไก่ กัดปลา ชนโค พร้อมกวดขันจับกุมผู้ลักลอบจัดแข่งขัน

++
เสรีชนไก่
++
ย้อนไปสมัย พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้สั่งเลิกการชนไก่ และห้ามเปิดบ่อนชนไก่ กระทั่งปี 2552 จึงมีการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพนันชนไก่และกัดปลา พ.ศ.2552 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2552 เป็นต้นมา  

ระเบียบมหาดไทยฉบับนี้ อนุญาตให้เปิดบ่อนไก่ได้โดยเสรีทั่วประเทศ คนไทยมีอายุ 35 ปี สัญชาติไทย ไม่เคยล้มละลาย ไม่เคยติดคุก ถ้าติดแต่พ้นโทษมาแล้วเกิน 2 ปี ก็เปิดได้ โดยขออนุญาตกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในต่างจังหวัด ถ้าในกรุงเทพฯ เป็นอำนาจของอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย     

นับจากนั้นมา สนามชนไก่ก็ผุดขึ้นมากมาย รวมถึงอาชีพเลี้ยงไก่ชนขาย เรียกว่า ไก่ชนบูมสุดๆ เมื่อมีเซเลบอย่างเจ้าสัวซีพี และแอ๊ด คาราบาว เข้าสนามชนไก่     

เหนืออื่นใด เบื้องหลัง “ซุ้มไก่ชน” และสนามชนไก่นั้น มีนักการเมืองทั้งท้องถิ่น และระดับชาติให้การสนับสนุนทั้งสิ้น    

โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. สท. และ สจ. จะต้องมีเอี่ยวกับเกมกีฬายอดนิยมของชาวบ้าน นักการเมืองใหญ่คนหนึ่ง จึงเสนอนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจขายไก่ชน     

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2563 เลิศชาย หอบรรลือกิจ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่ไทย เข้าพบ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้การสนับสนุนและเสนอแผนปฏิบัติการ การเสนอกฎหมายโดยประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง “ร่าง พ.ร.บ.อนุรักษ์และพัฒนาการไก่พื้นเมือง”    

สมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะผู้เลี้ยงไก่ชน อธิบายว่า กฎหมายฉบับนี้ จะมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดให้แข่งขันตามประเพณีท้องถิ่น ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และกฎหมายว่าด้วยการพนัน จึงเน้นการเพาะเลี้ยงไก่พื้นบ้านพื้นเมือง ซึ่งจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศได้ในอนาคต        

ในอนาคต หากร่างกฎหมายอนุรักษ์ไก่พื้นเมืองผ่านสภาฯ คำว่า เสรีชนไก่ ก็คงเกิดขึ้นได้จริง

“ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454150

“ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

5 มกราคม 2564 – 10:57 น.

วิกฤตโควิดสมุทรสาคร สะเทือนไปทุกภาคส่วน ท้าทาย “ปลัดแต” บ้านใหญ่มหาชัย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
คนไทยทั้งประเทศ ติดตามยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของ จ.สมุทรสาคร เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ด้วยความระทึกใจ ทางฝ่ายราชการกำลังเร่งหาโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับคนป่วยโควิด-19 ได้ถึง 3,000-4,000 เตียง

อ่านข่าว…  โควิดมหาชัย ท้าทาย “ทีมเฮียม้อ”

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

ปลัดแต ท่ามกลางวิกฤตไวรัส

เนื่องจากผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิคเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังหาที่กักตัวไม่ได้ คนที่มีเชื้อโควิค ยังอยู่ข้างนอกที่กักกัน หรือไม่ก็ยังเที่ยวออกไปข้างนอก โดยไม่รับผิดชอบต่อสังคม เชื้อก็ยังถูกแพร่ออกไปอีก    

สมุทรสาคร เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจอันดับต้นๆของประเทศ เป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานมากกว่า 7,000 โรง ภาครัฐจึงเรียกร้องให้ภาคเอกชนต้องมาช่วยกัน    

ส่องไปที่เพจ “ฅนทำงาน” ของทีมงาน อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร เมื่อ 2 ม.ค.2564 มีการโพสต์ว่า “ท่านผู้ว่าฯปูครับ ชาวสมุทรสาครอยากให้ท่านปลอดภัย และพักรักษาตัวให้หายครับ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงศูนย์ห่วงใยคนสาครครับ เพราะทุกๆภาคส่วนช่วยกันทำงาน จนศูนย์ห่วงใยคนสาครมีความพร้อมด้านสถานที่แล้วครับ”    

ศูนย์ห่วงใยคนสาคร ก็หมายถึงโรงพยาบาลสนามที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงฝ่ายการเมืองท้องถิ่นอย่างทีม “ฅนทำงาน” 

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

ศููนย์ห่วงใยสาคร

++
เคลียร์เรื่องตลาดกุ้ง
++
จากกรณีตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร บริเวณต่างระดับพระราม 2 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กลายเป็นคลัสเตอร์แรกๆ ในการระบาดของโควิดรอบใหม่ ก็มีเรื่องราวมากมาย รวมถึงการโจมตีตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์”     

“ปลัดแต”  อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร จึงต้องออกมาชี้แจงถึงความเป็นมาของตลาดค้ากุ้งมหาชัย    

เดิมทีการค้าขายกุ้งอยู่แถวสะพานปลา ย่านท่าเรือ ต.มหาชัย ต่อมา “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ได้เข้าไปช่วยดำเนินงานจนกลายเป็นตลาดกลางกุ้ง แต่หลังจากเฮียม้อไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารแต่อย่างใด     

“ปลัดแต” บอกว่า มีน้องชายของบิดา (เฮียม้อ)เพียงคนเดียวที่ยังมีส่วนร่วมงานและถือหุ้นตลาดแต่จำนวนไม่มากนัก สำหรับ “เฮียม้อ” ได้ผันตัวเองไปเป็นเกษตรกร โดยลุยปลูกทุเรียนมา 6-7 ปีแล้ว ที่นายายอาม จ.จันทบุรี มีชื่อสวนว่า “อุดมชมจันทร์”    

อย่างไรก็ตาม ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ มีแพกุ้งอนุสรณ์ อยู่ในตลาดแห่งนี้ ซึ่งมีการจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ประมาณ 25 คน 

"ปลัดแต" บ้านใหญ่มหาชัย ในวิกฤตโควิด

เฮียม้อ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร

++
บ้านใหญ่มหาชัย
++
“เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ทำธุรกิจประมง มีห้องเย็นชื่อ บริษัท มณฑลชัยห้องเย็น จำกัด มีลูก 5 คน คือ อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ (เสียชีวิต),อุไร ไกรวัตนุสสรณ์, อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ , ร.ต.อ.หญิงสมพร ไกรวัตนุสสรณ์ และอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์          

สำหรับการเมืองท้องถิ่น คนในตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เป็นนายก อบจ.สมุทรสาคร ติดต่อกันมา 3 คนแล้ว เริ่มจาก “ตุ่น” อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ล่วงลับ , “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ และ “ปลัดแต” ที่เพิ่งได้รับชัยชนะ    

การลงสนามนายก อบจ.ของปลัดแต เผชิญกับกระแสคลื่นลูกใหม่ จึงต้องงัดกลยุทธ์ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ แต่ผู้สูงวัยยังจำปลัดแตได้ดี ทั้งในฐานะน้องชาย “นายกตุ่น”(อุดร ไกรวัสนุสสรณ์) และลูกชาย ”เฮียม้อ”     

สุดท้าย ปลัดแตก็ได้กลับมาทำงานสานต่อจากบิดาและพี่ชาย แต่ก็เจอวิกฤตโควิดที่ท้าทายอยู่

‘ราชิต’ กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454105

‘ราชิต’ กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

4 มกราคม 2564 – 17:07 น.

โควิดรอบใหม่ ชื่อ “ราชิต” ตกเป็นข่าวอีก ได้นั่งตำแหน่งเดิม แต่ทำไม่ไม่ได้บริหารวิกลุมพินี

++
    ส่องเวบไซต์กรมสวัสดิการทหารบก  เมื่อต้นปี 2564 มีข่าวกิจกรรมชิ้นหนึ่ง พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก (จก.สก.ทบ.) พร้อมคณะ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เมื่อ 1 ม.ค.64

ขณะที่นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ได้พูดถึงการกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมของ พล.ต.ราชิต โดยอ้างข่าวจากทวิตเตอร์ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารที่ได้ทวีตข้อความเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 ระบุว่า คืนเก้าอี้เจ้ากรมสวัสดิการ ทบ. ให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี หลังถูกเด้ง และถูกสอบสวน ปม จัดมวยลุมพินี แพร่โควิดฯ เผย “บิ๊กแดง” ให้กลับที่เดิม นานแล้ว แต่ลงโทษโดยการ “ดอง” ไม่ได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ใน 2 โผโยกย้าย เม.ย.-ต.ค. ที่ผ่านมา

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

         เจ้ากรมคนเดิม

    สืบเนื่องจากศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกรซูเปอร์ไฟท์ วันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2563 สนามมวยเวทีลุมพินี จะกลายเป็นคลัสเตอร์ มีการแพร่เชื้อโควิดกระจายไปทั่วประเทศ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกสมัยนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมกับมีคำสั่งให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก 
    สนามมวยลุมพินีปิดตายมา 8-9 เดือน ข่าวของ พล.ต.ราชิต ก็ไม่มีคนสนใจ หากนักการเมืองฝ่ายค้านไม่นำขึ้นมาพูดอีกครั้ง หลังโควิดระบาดรอบใหม่

++
วิกทหารเป็นใหญ่
++
    เข้าไปดูเวบไซต์สนามมวยลุมพินี http://www.lumpineemuaythai.com พบว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี
    พล.ท.สุชาติ แดงประไพ เป็นนายสนามมวยลุมพินี ,พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ รองนายสนามมวยเวทีลุมพินี (1), พ.อ.วสันต์ พึ่งสำเภา รองนายสนามมวยลุมพินี (2) และ พ.อ.กฤษดา จินดาลัทธ รองนายสนามมวยลุมพินี (3)

'ราชิต' กลับที่เดิม ไม่ได้คุมวิกทหาร

           ทีมผู้บริหารสนามมวยลุมพินี ชุดใหม่ 

    มีข้อน่าสังเกต พ.อ.วสันต์ พึ่งสำเภา รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก และพ.อ.กฤษดา จินดาลัทธ รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี ยุคที่ พล.ต.ราชิต เป็นนายสนาม
    หากพลิกเข้าไปดูแฟ้มข่าว โครงสร้างบอร์ดบริหารสนามมวยลุมพินี ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เป็นประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี โดยตำแหน่ง 
    เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เป็นนายสนามมวยลุมพินี ,รองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 1 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 1 และรองเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก คนที่ 2 เป็นรองนายสนามมวยลุมพินี คนที่ 2
    สนามมวยลุมพินี ยุค “บิ๊กบี้” กลับมีคนนอกกรมสวัสดิการทหารบก เข้ามาบริหารคือ พล.ท.สุชาติ แดงประไพ และ พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ 
    พล.ท.สุชาติ แดงประไพ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย มาจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่วน พล.ต.รณวุธ เรืองสวัสดิ์ ผู้ชำนาญการกองทัพบก มาจากนายทหาร กอ.รมน.แถวจังหวัดในภาคกลาง 
    พล.ท.สุชาติ เริ่มชีวิตราชการทหาร ภายในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) ปราจีนบุรี ก่อนจะไปเติบโตที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.)
    ดูเหมือนว่า พล.ท.สุชาติ หรือ “บิ๊กแดง” ของแวดวงมวยไทย มีภารกิจสร้างแบรนด์ “ลุมพินีเกริกไกร” ให้กลับมาเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงในตลาดมวยไทย เป็นเวลา 1 ปี ตามนโยบายของ “บิ๊กบี้” แม่ทัพบก 

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454085

‘ซินแสเข่ง’ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด

 'ซินแสเข่ง'ผ่าวิกฤติดวงเมือง ยุคปี 64 กับฑูตมรณะ  เศรษฐกิจยับ เพราะโรคระบาด

4 มกราคม 2564 – 14:03 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงเมืองปี 64 กับฑูตมรณะ วิกฤติหนัก ทำเศรษฐกิจยับเพราะโรคระบาด เตือนยิ่งให้คนเที่ยวยิ่งแพร่กระจาย ยากที่จะหยุด ชี้นายฯต้องเด็ดขาด ต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศ เชื้อแรงลามหนักถึงสิ้นปี หากไม้ป้องกันคนตายหนัก สู้โควิดกลายพันธุ์หนักกว่าปี 63

“ซินแสเข่ง”  ผ่าวิกฤติดวงเมือง  ยุคปี  64  กับฑูตมรณะ  6 เดือน  วิกฤติหนัก  ดาวมฤตยู  ทำเศรษฐกิจยับ  เพราะโรคระบาด  ต่อเนื่องจากดาวราหู  ดาวพระเคราะห์ที่โคจรเข้ามาทับเส้นเดียวกันกับปัญหาความขัดแย้ง  ที่ทำให้เสถียรโจมตีรัฐบาลย่ำแย่  เตือนระวังในการแพร่กระจาย ที่ทำให้คนยิ่งเที่ยวยิ่งแพร่กระจาย  ยากที่จะหยุดโรคระบาดไม่ได้  นายกฯต้องเด็ดขาด ป้องกันได้ต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศ  เชื้อแรงอาจลุกลามหนักถึงสิ้นปี  12 เดือน  หากไม่ป้องกัน  คนตายหนัก  สู้โควิดรอบใหม่ที่กลายพันธ์ หนักกว่า ปี 63  

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ    สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  จับยามดูเส้นทางโคจรของดวงดาววิกฤติต่อเนื่อง  ดาวมฤตยูฑูตมรณะโคจรตกทับดวงโลก  ส่งผลร้ายถึงดวงเมืองประเทศไทย  ที่รัฐบาลต้องเข้มงวดในการป้องกันเพราะโอกาสที่จะกว่าปีที่ผ่านมามีมาก  ที่จะเข้าสู่จุดวิกฤติหนักยากที่ดาวจะเคลื่อนตัวใน   3  เดือน  อาจลุกลามขยายตัวมากขึ้นที่จะนำไปสู่เหตุการณ์วิกฤติหนักเป็นไปตามการโคจรของดวงดาว  จึงเตือนคนไทยมักจะใช้ความคิดของตนเองเป็นใหญ่คิดว่าตนเองทำถูกต้องเสมอ   ไม่เกรงในสิ่งที่แพร่ขยาย  ที่ไม่ควรประมาท  ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง  อีกทั้งรัฐบาลต้องเตรียมรับมือ  ช่วยเหลือในการป้องกันยับยั้งวิกฤติช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอด เพราะเชื่อโควิด 19  เป็น  20 คราวนี้อาจอยู่ยาว  12  เดือน  และมีโอกาสกลายพันธุ์  รุนแรง  และทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตมากขึ้น  หากไม่ล็อกดาวน์ประเทศ  เพราะดวงดาวบอกเหตุ

“ซินแสเข่ง”  วิเคราะห์เพิ่มเติมถึงเหตุโควิด 19  ไตรมาสแรก  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  จากผลของดาวมฤตยู  ที่บอกเหตุเป็นการแจ้งเตือน  ทำให้เกิดเหตุที่จะต้องระวัง เพราะโรคภัยส่วนโรคภัย   ปีส่วนปีพศ.  แต่ดวงดาวเป็นตัวแจ้งเหตุ  ส่วนคนจะเชื่อหรือไม่  ไม่ได้บังคับ  อยู่ที่ตัวบุคคล  หากไม่ระวังมากขึ้น  การแพร่กระจายหนักมากขึ้น  ปัญหาจะต่อเนื่องไปอีก  1  ปี  ถึงแม้นดวงดาวจะเคลื่อนตัวในเดือนเมษาผ่านพ้น  แต่เชื้อยังกระจายจากผลต่อเนื่องก็ไม่มีผลดีต่อประชาชนในประเทศ  ปีที่ผ่านมาซินแสเข่ง  เคยเตือนถึงการล็อกดาวน์แล้ว  แต่รัฐบาลยังปล่อยปละละเลย  ถึงปีนี้ก็เช่นเดียวกัน  หากปล่อยปละละเลย  อาจมีผลต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี  แต่บอกไม่ได้ว่าจะรุนแรงมากน้อยขนาดไหน  หรือจะทำให้คนล้มตายมากน้อยอย่างไร   

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/454084

ทำไม “ลาว” ได้วัคซีนฉุกเฉิน

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

4 มกราคม 2564 – 13:56 น.

ไขความจริง เหตุใด “ลาว” ได้ฉีดวัคซีนโควิดก่อน “ไทย” เรื่องของมิตรภาพและอุดมการณ์

++
ช่วงปีใหม่ สื่อออนไลน์ในเมืองไทย พร้อมใจกันเสนอข่าว “ลาวฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว” จากข่าวชิ้นนี้ ถูกนำไปขยายผลกลายเป็นดราม่าในโซเชียลมีเดีย โดยกลุ่มคนที่ไม่ชอบรัฐบาล ก็จะมีน้ำเสียงเยาะหยัน และกล่าวโจมตีความล่าช้าในเรื่องการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลไทย

อ่านข่าว…  สู้โควิด “ปิดด่าน” บทเรียนลาว

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

วันแถลงข่าวก่อนสิ้นปี

นักการเมืองไทยบางคน ก็ฉวยโอกาสกระแนะกระแหนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขไทย “ลาวได้วัคซีนแล้ว แต่ไทยทำไมยังไม่ได้”     

หากเข้าไปอ่านข้อมูลโดยตรงจากสำนักข่าวข่าวปะเทดลาว มีรายละเอียดมากกว่าที่สื่อไทยรายงานหรือพาดหัวหวือหวา    

วันที่ 31 ธ.ค.2563 ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขลาว รองหัวหน้าคณะกรรมการเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิด-19 ได้เปิดการแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดหาและเตรียมใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมา พรรคและรัฐบาลลาว ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเราได้มีความพยายามอย่างสูง ในการติดต่อกับสหพันธ์วัคซีนสากล,ประเทศเพื่อนมิตรทางยุทธศาสตร์ ,ประเทศภาคี และองค์การจัดตั้งสากล เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนลาว     

จากนั้น ดร.บุนกอง ได้ลำดับความเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ วัคซีนฉุกเฉินที่ได้รับมาจากประเทศเพื่อนมิตร และวัคซีนป้องกันโควิดที่ได้รับการจัดสรรมาจากโครงการ COVAX องค์การอนามัยโลก

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

เดือน เม.ย.2564 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงของลาว จะได้รับการฉีดวัคซีน 1.4 ล้านคน

++
วัคซีนมิตรภาพ
++
วัคซีนป้องกันโควิดล็อตแรกที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้รับมานั้นคือ วัคซีน SINOPHARM ทางรัฐบาลจีน มอบให้ลาวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 โดส จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี    

ขณะนี้ มีการฉีดรอบที่ 1 ให้อาสาสมัครแพทย์ที่ต้องดูแลคนป่วย จำนวน 200 โดสแล้ว ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ    

นับแต่ไวรัสโควิดระบาดรอบแรก รัฐบาลจีนได้ส่งเวชภัณฑ์ต่างๆ มาช่วยรัฐบาลลาวหลายระลอก รวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พูดคุยกับท่านบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศ สปป.ลาว ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือป้องกันโควิด 

ลาว-จีน ถือว่าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศที่มีการลงทุนในลาวเป็นอันดับ 1     

ความช่วยเหลือด้านวัคซีนของลาว อีกทางหนึ่งมาจากสหพันธ์รัฐรัสเซีย โดยวัคซีน SPUTNIK V จำนวน 500 โดส เดินทางมาถึงลาว เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2564 เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน     

ย้อนไประหว่างปี 2518-2530 อดีตสหภาพโซเวียต ได้ช่วยเหลือ สปป.ลาว พัฒนาประเทศอย่างมากมาย และห่างหายไปหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ 4-5 ปีมานี้ รัสเซียได้เพิ่มทวีการช่วยเหลือลาวอีกครั้ง    

วัคซีน SPUTNIK V เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน จึงถูกส่งมาถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนลาว

++
ลอตใหญ่ต้องรอ
++
รัฐบาลลาว ได้วางแผนจัดหาวัคซีนมาแต่เดือน ก.ค.2563 และกำหนดตัวบุคคลที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไว้แล้ว โดยมุ่งไปที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และปานกลาง เช่นแพทย์ พยาบาล ในโรงพยาบาลรัฐ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ,หมอประจำหมู่บ้าน, อาสาสมัครสังคมสงเคราะห์ , ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว    

วัคซีนที่จะมาฉีดกลุ่มเสี่ยงข้างต้น เป็นวัคซีนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากทาง COVAX ซึ่งรัฐบาลลาวเป็น 1 ใน 92 ประเทศ ที่จะได้รับวัคซีน ภายในเดือน เม.ย.2564     

ระยะยาว รัฐบาลลาว จะได้แสวงหาความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ และจัดหางบประมาณมาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด มาฉีดให้ประชาชนลาวทุกถ้วนหน้า     

กระทรวงสาธารณสุขลาว ร่วมกับธนาคารโลก องค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟ ประเมินว่า หากฉีดวัคซีนให้ครบโดส เฉลี่ยเป็นเงิน 18 ดอลลาร์ ถ้าฉีดให้ทุกคนก็จะใช้งบประมาณ์ 100 ล้านดอลลาร์