รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน ‘ธง’ ธนาธรไม่เปลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446902

รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน ‘ธง’ ธนาธรไม่เปลี่ยน

รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน 'ธง' ธนาธรไม่เปลี่ยน

23 ตุลาคม 2563 – 11:11 น.

ปฏิรูปไม่เท่ากับล้ม “ธนาธร” ยืนยันเจตจำนง “ธงผืนเดิม” รอคอยมา 20 ปี ใกล้ถึงฝั่งฝันแล้ว คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
    การเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อหาทางออกสถานการณ์การเมืองในวันที่ 26-27 ต.ค.2563 จะมีบรรยากาศตรึงเครียด ไม่แพ้สถานการณ์การเมืองนอกสภา เนื่องจากพรรคก้าวไกล ยืนยันที่จะนำข้อเรียกร้องของมวลชนคณะราษฎร 3 ข้อคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้กลับมาอยูภายใต้รัฐธรรมนูญ
    จุดยืนของพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ยังชูธงปฏิรูปสถาบันฯ แต่ในเบื้องแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องลาออก
    คาดว่า ในการประชุมรัฐสภา ส.ส.พรรคก้าวไกล ต้องขออภิปรายในประเด็นข้อเรียกร้องของคณะราษฎรอย่างแน่นอน 

++
รอความสุกงอม
++
    เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แสดงความเห็นต่อถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ และประเด็นหนึ่งที่ “ธนาธร” ย้ำเป็นพิเศษว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่กล้ายอมรับความจริงเรื่องข้อเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
    “ในการแถลงมีคำพูดที่มีนัยยะแฝงแสดงถึงการไม่ยอมรับและละเลยข้อเสนอเรี่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ซึ่งผมยืนยันในที่นี้อีกครั้งว่า การเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไม่เท่ากับการล้มล้างแน่นอน”
    ท่าทีและจุดยืนทางการเมืองข้างต้น เริ่มชัดเจนขึ้นหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ และเกิดแฟลชม็อบทั่วประเทศ

รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน 'ธง' ธนาธรไม่เปลี่ยน

              ธนาธร เข้าร่วมการชุมนุมของราษฎร

    ถ้าย้อนไปเมื่อปี 2561 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เปิดตัวพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาไม่พูดถึงประเด็นสถาบันฯ จนกองเชียร์อย่าง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักประวัติศาสตร์ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ไม่พอใจ
    เวลานั้น สมศักดิ์ ต้องการให้พรรคอนาคตใหม่ เสนอนโยบายว่าด้วยการแก้ไขมาตรา 112 แต่ “ธนาธร-ปิยบุตร” ไม่เล่นด้วย
    มิใช่สองหนุ่มใหญ่ไม่ต้องการนำเสนอประเด็นสถาบัน เพียงแต่เวลานั้น มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดหน้าชน 

++
ฟ้าเดียวกัน
++
    วารสาร “ฟ้าเดียวกัน” เป็นอีกประเด็นที่ธนาธรต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทำหนังสือ “ล้มเจ้า” เขาได้อธิบายไว้หลายครั้งแล้วว่า ร่วมก่อตั้งจริง แต่ไม่ได้เป็นคนทำ 

รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน 'ธง' ธนาธรไม่เปลี่ยน

                      ธนาธรก่อตั้ง แต่ไม่ได้เป็นคนทำ

    ปี 2545 คนหนุ่มหัวก้าวหน้า 3 คนคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ชัยธวัช ตุลาธน และธนาพล อิ๋วสกุล ได้สุมหัวกันคิดตั้ง “สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน” เพื่อผลิตวารสารฟ้าเดียวกัน 
    ระหว่างนั้น บิดาของธนาธรเสียชีวิต สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาขอให้ลูกชายกลับไปช่วยดูแลธุรกิจของอาณาจักรไทยซัมมิท จึงเหลือแค่ธนาพล ลุยงานนิตยสารฟ้าเดียวกันต่อไป

    เมื่อเร็วๆนี้ ธนาพลให้สัมภาษณ์ผ่านเวบไซต์ 101 เกี่ยวกับการก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และวารสารฟ้าเดียวกัน
    “พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เราไม่ได้ทำหนังสือเพื่อล้มเจ้า แต่เราทำหนังสือด้วยเชื่อว่าสถาบันกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งของสมการการเมืองไทย ซึ่งคุณอาจไม่คุ้นเคยและคิดว่าสถาบันฯ อยู่เหนือการเมือง จะมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นได้อย่างไร แต่เราทำหนังสือมาก็เห็นว่าสถาบันกษัตริย์เป็นหนึ่งในตัวละครการเมืองไทย”

รอมา 20 ปีปฏิรูปสถาบัน 'ธง' ธนาธรไม่เปลี่ยน

                           ฟ้าเดียวกัน ฉบับที่มีคนพูดถึงมาก

    ธนาพล ย้อนมองสังคมไทยในช่วงที่ทำ วารสารฟ้าเดียวกัน ใหม่ๆว่า การพูดถึงปัญหาการเมืองไทยยังพูดกันแค่เฉพาะหน้า มิติการมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ความเป็นมายังน้อยอยู่ สถาบันกษัตริย์เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญในหมวดสอง การจะทำความเข้าใจการเมืองไทยโดยละเลยบทบาทสถาบันกษัตริย์จะทำให้เราไม่สามารถเข้าใจการเมืองไทยแบบที่ควรจะเป็นได้ 

ผ่านมาถึง พ.ศ.ปัจจุบัน เยาวชนคนรุ่นใหม่กล้าแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันฯ อย่างตรงไปตรงมา จนเกิดแรงกระเพื่อมไปทั้งแผ่นดิน

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446894

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

23 ตุลาคม 2563 – 09:59 น.

เคลื่อนไหว บิ๊กเซอร์ไพรส์ ภารกิจลับ แต่เจ้าหน้าที่รู้ตั้งแต่บ่าย คำถามงานนี้มีคนปูดข้อมูล หรือไม่

ภาพ ข้อความ ในกลุ่มลับเจ้าหน้าที่ รายงานเป็นฉากๆ จากการเคลื่อนไหว บิ๊กเซอร์ไพรส์ ของกลุ่ม คณะราษฏร2563 โดยที่ยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมาว่า จะมีปฏิบัติการอย่างไร แต่ข้อมูลนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานผู้บังคับบัญชาแบบครบถ้วนละเอียดยิบ  ผู้ร่วมชุมนุม เริ่มสงสัย กลุ่มแกนนำ จัดม็อบหากิน ขายข้อมูลลับให้เจ้าหน้าที่

ควันหลังจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ บิ๊กเซอร์ไพรส์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2563  ของกลุ่ม คณะราษฏร 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างวัน สื่อมวลชน มวลชน รวมทั้งรถพ่อค้าขายลูกชิ้น  ก็ยังไม่มีใครทราบภารกิจ เป้าหมายของการนัดชุมนุมแบบ บิ๊กเซอร์ไพรส์ นี้

เมื่อเวลา 12.00 น. ทางเพจ “ธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ได้มีการแจ้งว่า 14.00 น. ให้มวลชนไปรวมตัวกันที่ สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี เพื่อรอปฏิบัติการ

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

ต่อมาเวลา 15.00 น. ทางเพจได้มีประกาศ ให้มวลชนไปรวมตัวกัน เวลา 16.00 น. แสดงพลังที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิพร้อมกัน

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

ต่อมาเวลา 16.00 น. ทางเพจ ได้มีประกาศ 17.30 น. เริ่มเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปยัง ทำเนียบรัฐบาล

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

ซึ่งขบวนก็ได้เดินเท้าจากอนุสารีย์ชัยสมรภูมิ ไปที่ ทำเนียบรัฐบาล ถึงเวลาประมาณ 21.30 น. และได้มีการยื่นหนังสือลาออกที่กลุ่มมวลชน เตรียมไว้ พร้อมอ่านเนื้อหาในหนังสือ ให้มวลชนได้ฟัง พร้อมยื่นผ่านตัวแทนรัฐบาล และได้ประกาศยุติการชุมนุมในเวลาต่อมา ซึ่งก็ถือว่าเป็น บิ๊กเซอร์ไพรส์ ของมวลชน อีกครั้งหนึ่ง

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่
หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

แต่ล่าสุดในสิ่งที่มวลชนตั้งคำถาม และเกิดข้อสงสัยเป็นอย่างมาก เมื่อมีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มลับ ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แคปภาพข้อความทางไลน์ มาเผยแพร่ ซึ่งข้อความนั้น ถูกส่งเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา เวลา 13.53 น. ว่า “การชุมนุมกลุ่มคณะราษฏร 2563 ในช่วงเย็น 21 ต.ค.63 นัดชุมนุมหลักที่  อนุสาวรีย์ชัยฯ จากนั้นจะเคลื่อนขบวนเดินเท้าใช้เส้นทาง ถ.พญาไท – ถ.ศรีอยุธยา –ผ่านวังสวนจิตรลดา / วัดเบญฯ ทำเนียบรัฐบาล บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ เพื่อทำบิ๊กเซอร์ไพรส์ติดป้ายหนังสือลาออกของ นรม.(นายกรัฐมนตรี) ขนาด 8 เมตร บริเวณทำเนียบรัฐบาล”

หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

ก็เป็นที่แน่ชัดว่า ข้อมูลข่าวที่ เจ้าหน้าที่รายงานผู้บังคับบัญชา ในเวลา 13.53 น.นั้น ตรงกับ ภารกิจการเคลื่อนไหวของกลุ่ม คณะราษฎร63 เป๊ะยังกับมาจากแหล่งข้อมูลเดียวกันเลย จึงทำให้หลายๆคนมองว่า ภายในกลุ่มแกนนำ คณะราษฎร63 ต้องมีบางคนที่นำข้อมูลต่างๆ ส่งให้กับเจ้าหน้าที่แน่นอน

น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446849

น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

 น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

22 ตุลาคม 2563 – 17:04 น.

พายุจากเวียดนาม ถล่มลาวตอนกลาง แขวงสะหวันนะเขต เผชิญอุทกภัยสองปีซ้อน

++
    เนื่องจากอิทธิพลพายุที่พัดผ่านเวียดนามตอนกลาง ที่มีพรมแดนติดกับแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ทำให้มีฝนตกหนักในเขตเมืองเซโปน ติดต่อกันหลายวัน 
    แหล่งน้ำธรรมชาติได้ไหลลงแม่น้ำ 3 สายคือ เซบั้งเหียง, เซกอก และเซโปน จนเกินจะรับมวลน้ำไหว น้ำจึงไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว
    มีหลายหมู่บ้านที่อยู่ริมฝั่งเซบั้งเหียง กระแสน้ำเชี่ยวกรากได้พัดบ้านเรือนพังไปหลายสิบหลัง ประชาชนตั้งตัวไม่ทัน ต้องทิ้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน หนีเอาชีวิตรอดขึ้นสู่ที่สูง 

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2563 สื่อออนไลน์ลาว ได้เผยแพร่ภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน บ้านวังคด เมืองเซโปน แขวงสะหวันนะเขต ภายหลังน้ำลด

 น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

       หญิงลาวคนนี้ ยืนเกาะเสาบ้าน ที่เหลือรอดจากน้ำซัด 

    เมืองเซโปน ติดกับชายแดนเวียดนาม เป็นถิ่นฐานชาวภูไทเซโปน อยู่ทางภาคตะวันออกของแขวงสะหวันนะเขต ในอดีตเป็นสมรภูมิสงครามอินโดจีน
    มิเพียงแต่เมืองเซโปน มวลน้ำจากสายน้ำเซบั้งเหียง และแม่น้ำสาชาอีกหลายสาย ได้ไหลท่วมบ้านเรือน ไร่นาประชาชนอีกหลายเมือง ชาวนาหลายหมู่บ้านต้องลอยคอเกี่ยวข้าว   

 น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

               น้ำพัดบ้านพังที่บ้านดง เมืองเซโปน แขวงสะหวันเขต

    นสพ.สะหวันพัดทะนา รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วม ในแขวงสะหวันนะเขต ว่า มีอยู่ 8 เมืองคือ เมืองเซโปน, เมืองพิน ,เมืองนอง, เมืองท่าปางทอง, เมืองสองคอน, เมืองจำพอน, เมืองชนนะบุลี และเมืองวีละบุลี   

 น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

                        น้ำท่วมหลายเมือง ในแขวงสะหวันนะเขต 

 เบื้องต้น มีผู้ประสบภัยน้ำท่วม 90 หมู่บ้าน 2,874 ครอบครัว 15,000 กว่าคน มีบ้านเสียหาย 35 หลัง นอกจากนี้ มีพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งเลี้ยงสัตว์ ชลประทาน ถนน ฯลฯ ได้รับความเสียหาย 

 น้ำท่วมลาว สะหวันอ่วม สองปีซ้อน

                       เมืองเซโปน จมบาดาล 2 ปีซ้อน

    ปีนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน แขวงสะหวันนะเขต ต้องเผชิญอุทกภัย และแขวงนี้เป็นแหล่งผลิตข้าวที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว จึงกระทบผลผลิตข้าวของประเทศ

ดาวม็อบ “มายด์” มหานคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446812

ดาวม็อบ “มายด์” มหานคร

ดาวม็อบ "มายด์" มหานคร

22 ตุลาคม 2563 – 13:09 น.

ดาวม็อบ “มายด์” มหานคร มาทำความรู้จัก “มายด์ มหานคร” ดาวดวงใหม่ของนักกิจกรรม เคียงข้างรุ่นพี่-กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย  

++
หลังม็อบราษฎรยุติการชุมนุม ตำรวจกองปราบนำหมายศาลแขวงปทุมวัน เข้าจับกุม ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

อ่านข่าว… ศึกนี้ยืดเยื้อ ม็อบทะลุเพดาน

ดาวม็อบ "มายด์" มหานคร

วันรุ่งขึ้น ศาลแขวงปทุมวันปล่อยตัวชั่วคราวภัสราวลี โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ให้เหตุผลเป็นนักศึกษาไม่หลบหนี    

ภัสราวลี เป็นหนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ที่ขับเคลื่อนม็อบราษฎรมาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2563 ที่แยกราชประสงค์ เคียงข้างกับรุ่นพี่-ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว 
++
น้องมายด์
++
กล่าวสำหรับ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เติบโตในสังคมชนชั้นกลาง พ่อเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง แม่มีอาชีพค้าขาย     

หลังรัฐประหาร 2557 ภาพการจับกุมนักศึกษาและนักกิจกรรมการเมืองหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2558 ทำให้คำถามผุดขึ้นในหัวของ “มายด์” ว่าในฐานะคนไทยมีสิทธิเสรีภาพแค่ไหน และประชาชนอย่างเธอมีอำนาจอะไรบ้างในประเทศนี้     

ดาวม็อบ "มายด์" มหานคร

กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย

ต้นปี 2563 มายด์ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมแฟลชม็อบ อันนำมาสู่การร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันฯ ก่อตั้ง “เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (คนป.)    

วันที่ 22 พ.ค.2563 เครือข่ายนักเรียนนิสิตนักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) เเละกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยใหม่ เดินเท้ามาชูป้ายข้อความ “กองทัพสีเทา, ตัดงบกองทัพแก้ COVID” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

วันที่ 7 มิ.ย.2563 เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษา เคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมหุ่นไล่กาใจกลางเมือง เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และใช้ พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ควบคุมโควิด
    

ดาวม็อบ "มายด์" มหานคร

ลูกเกด พี่เลี้ยงน้องมายด์

หลังจากนั้น “มายด์” ได้แยกตัวจาก คนป.มาจัดตั้ง “กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย” และเป็นแกนนำจัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย ร่วมกันขับไล่จอมวายร้าย” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อต้นเดือน ส.ค.2563    

เมื่อมีการก่อตั้ง “คณะประชาชนปลดแอก” นักกิจกรรมหญิงกลุ่มมหานครฯ ก็เป็นหนึ่งในแกนนำชุดแรก และจัดการชุมนุมใหญ่    

มายด์เป็นน้องรักของพี่ๆ อย่างลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว และปอ กรกช เย็นแสงพันธุ์ แห่งกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย 

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446790

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

22 ตุลาคม 2563 – 10:27 น.

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง ม็อบไร้แกนนำ มากด้วยปัญหา ฟังเสียง “หัวหน้าการ์ด” สะท้อนภาพจริง ไม่โลกสวย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ชุนน้ำหมึก

++
หลังเล่นเกมม็อบดาวกระจายอยู่หลายวัน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2563 แกนนำคณะราษฎร(ที่เหลืออยู่) จึงขยับเกมรุกต่อฝ่ายรัฐบาล โดยการเคลื่อนพลไปทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก

อ่านข่าว…  ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

โตโต้ หัวหน้าการ์ดอาสา

การเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในช่วงก่อนค่ำ และยุติการชุมนุมก็ดึกโข ทุกอย่างจบลงด้วยดี    

นี่เป็นนวัตกรรมม็อบคนรุ่นใหม่จริงๆ ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการปราศรัย มีแต่การสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม และไลน์     

อย่างไรก็ตาม บทเรียนการเคลื่อนพลแบบไร้รถปราศรัย ไร้แกนนำ “โตโต้” หัวหน้าการ์ดอาสา บันทึกสรุปบทเรียนไว้น่าสนใจ
++
ลบภาพม็อบเก่า
++
“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ได้นำทีมการ์ดอาสาร้อยกว่าชีวิต มาดูแลความเรียบร้อยระหว่างการเดินขบวนไปทำเนียบ    

หลังม็อบยุติ มีเสียงวิจารณ์มากมาย รวมถึงเสียงบ่นของมวลชนคอซองผ่านเทเลแกรม ว่า เดินมาทำไม ไม่รู้อะไรเลย เมื่อยนะ    

“ผมเรียนอย่างนี้ตรงๆ ครับ  พวกท่านทั้งหลายที่ตำหนิ และแนะนำมา ผมยินดีรับฟังในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไม่ใช่แกนนำ”    

โตโต้แสดงความรับผิดชอบ และได้บันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว    

เสียงการ์ด ไร้แกนนำสุ่มเสี่ยงสูง

ทีมการ์ดอาสา วันที่นำม็อบไปทำเนียบรัฐบาล

“ สิ่งที่ผมจะบอกทุกคนคือ คุณต้องลบภาพม็อบแบบเดิมในหัวคุณทิ้งไปเลย ภาพแบบที่ทั้งชีวิตนี้คุณเคยเห็น เคยสัมผัสมา คุณลืมมันไปได้เลย เวลานี้สิ่งที่คุณเห็นอยู่คือ ม็อบธรรมชาติเกือบ 100% ที่เหลือ ที่มีการชี้นำจากเพจหลักหลายๆ เพจนั้น ไม่มีการนำในระดับบุคคลจริง ทำให้ ในพื้นที่การชุมนุมจึงตอบโจทย์ #ทุกคนคือแกนนำ มันไม่สามารถจัดการอะไรได้เลยในแบบที่ในหัวอย่างให้เป็น”    

ม็อบราษฎรอีก 3 วันข้างหน้า จะกลับไปสู่การจัดการม็อบแบบเก่าหรือไม่ น่าติดตาม 

++
ม็อบธรรมชาติ
++
“โตโต้” ยอมรับว่า การดูแลม็อบธรรมชาติ มีความเสี่ยงพอประมาณ    

“มีปัจจัยมากมายที่ทำให้ม็อบมีความซับซ้อน ยุ่งยาก และ ท้าทายทุกความสามารถของผม หรือของทุกทีมที่เข้าอาสาดูแลขบวน  และแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น จำนวนคนมหาศาล , เส้นทางการเดินทางที่ต้องฝ่าการจราจร ที่หนาแน่น , การขัดขวางของ จนท. , อารมณ์ผู้คนที่เดือดดาล, การไร้แกนนำ และเครื่องขยายเสียง”    

อย่างไรก็ตาม โตโต้เชื่อว่า “ม็อบธรรมชาติ ที่ผู้คนต่างออกมาด้วยอุดมการณ์ของแต่ละคน ใครใคร่ทำอะไร ใคร่พูดอะไร มันคือสิ่งที่เราต้องทำใจยอมรับ  และนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกลัวที่สุด”    

บังเอิญว่า ฝ่ายความมั่นคงก็ผ่อนปรนให้ม็อบเดินเท้าจนถึงที่หมาย และไม่บุกทะลุทะลวงด่านสุดท้าย     

ม็อบธรรมชาติ จึงยุติด้วยความปลอดภัย และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่ครั้งต่อไป ก็ต้องวัดใจแกนนำตัวจริง

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446775

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย"บิ๊กตู่"ลาออก

22 ตุลาคม 2563 – 09:45 น.

ส่องเหตุผลม็อบ หลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ลาออก

“ในเวลานี้ เราต้องถอยกันคนละก้าว เพื่อออกห่างจากทางที่จะนำไปสู่ปากเหว เส้นทางที่จะพาประเทศไทยของเราค่อยๆ ตกลงไปสู่หายนะ และสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมจะเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้นๆ การใช้อารมณ์ความรู้สึกนำ ก็จะยิ่งสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ร้อนมากยิ่งขึ้น และการใช้ความรุนแรง จะยิ่งนำมาซึ่งความรุนแรงที่มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้สอนเรามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนจบของทุกครั้งก็คือความเสียหายที่ทิ้งไว้กับประเทศ”

บางส่วนจากถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเมื่อคืนที่ผ่านมา และอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ 

“วิธีเดียวที่เราจะได้ทางออกของปัญหา ที่จะยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งสำหรับประชาชนที่ออกมาอยู่บนท้องถนน และสำหรับประชาชนอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่ได้ออกมา คือการพูดคุยกัน ทำงานด้วยกัน ผ่านระบบ และกระบวนการของรัฐสภา ผมรู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะต้องใช้เวลาและอาจจะไม่รวดเร็วทันใจ แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จะไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ซึ่งเราต้องแสดงความใจเย็น และความเป็นผู้ใหญ่ในตัวของเราทุกคนออกมา กล้าที่จะเดินในเส้นทางสายกลาง”

การตั้งหัวข้อถอยคนละก้าวของนายกฯ ส่งสัญญาณว่า การแก้ปัญหาทางการเมือง ยังมีทางออก นั่นหมายถึงข้อเรียกร้องทั้งหมดของกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ว่าให้นายกฯลาออก การแก้รัฐธรรมนูญ หรือกระทั่งการปฏิรูปสถาบัน จะต้องถูกหยิบเข้าไปถกกันในที่ประชุมรัฐสภา อันเป็นตัวแทนประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าท่าทีของนายกฯมีการรับฟังมากขึ้น มากกว่าเดิม ถึงขนาดระบุว่าหากการชุมนุมเรียบร้อย ก็จะพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

นี่คือการยื่นไมตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแรกต่อการชุมนุมที่มีขึ้นต่อเนื่องนับจากวันที่ 14 ตุลาคมเรื่อยมาจนถึงเมื่อวานนี้คือ 21 ตุลาคม นับเป็นเวลา 1 สัปดาห์พอดี

แต่สิ่งที่นายกฯ ใช้เวลาแถลงนั้น ม็อบเขาไม่ฟัง เขายังคงปลุกระดมคนให้ออกมาชุมนุมกัน จนเมื่อวานนี้ถือว่าการชุมนุมพีคที่สุดทั้งในด้านจำนวนคนและเนื้อหา

ในด้านจำนวนคนจะเห็นว่ามีคนที่เห็นด้วยกับคณะราษฎร เพิ่มจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและนักศึกษารวมถึงคนวัยทำงาน จะออกมาร่วมมากขึ้น 

และที่ชัดเจนที่สุดคือการยื่นหนังสือลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยการจัดพิมพ์หนังสือลาออกให้เรียบร้อย แถมหนังสือลาออกนั้นแผ่นใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้

การชุมนุมในห้วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา แทบจะเรียกได้ว่ายังหาเนื้อหาสาระข้อเรียกร้องที่ชัดเจนของคณะราษฎรไม่พบ  มีเพียงการยืนยันให้ นายกฯลาออก แต่ไม่ได้ให้เหตุผล

ที่ผ่านมาการชุมนุมก็เป็นไปด้วยความอะลุ้มอล่วยกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม แต่เมื่อวานนี้ เมื่อม็อบขีดเส้นตายให้นายกฯลาออกภายใน 3 วัน จุดนี้จะทำให้การเมืองตีบตันมากยิ่งขึ้น

ถามว่ามีเหตุผลอะไรมารองรับและเพียงพอแล้วหรือไม่ที่ นายกฯจะลาออก คำตอบคือยังไม่เพียงพอ นายกฯและรัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย 

แตกต่างจากการชุมนุมไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของกลุ่มแนวร่วม กปปส. 

รัฐบาลทักษิณ ทำความเสียหายทั้งการบริหารและเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมสุดซอย และโครงการรับจำนำข้าว

แต่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น จึงเทียบกันไม่ได้ ขนาดรัฐบาลทักษิณ พันธมิตรฯใช้เวลาถึง 193 วันในการชุมนุม มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เอง กลุ่ม กปปส.ก็ใช้เวลาร่วมร้อยวัน มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

หรือจะย้อนไปถึงการชุมนุมของเสื้อแดง นปช.ขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ใช้เวลานาน มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครลาออก

มาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กับการชุมนุม 1 สัปดาห์แล้วยื่นคำขาด ขีดเส้นตายว่าต้องลาออกภายใน 3 วัน เพียงเพราะพรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่ และแกนนำอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  , ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วาณิช ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เท่านั้น ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่นายกฯจะลาออก

ที่สำคัญข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน และการชุมนุมที่มีการเสื่อมเกียรติพระราชีนี ที่ทำให้รัฐบาลและทหารจะยอมไม่ได้เป็นอันขาด

ข้อเสนอให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไปแก้ไข อันรวมถึงการบกร่างใหม่ตั้งแต่หมวด1และหมวด2 เป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ หากยอมวันนี้ สถาบันอันเป็นที่รักจะถูกก้าวล่วงและจะรักษาสถาบันเอาไว้ไม่ได้

พิเคราะห์จากสถานการณ์และเหตุผลดังกล่าว จึงเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทางลาออก และจากนี้ไปให้จับตาว่า จะมีมาตรการด้านหนักออกมาจากภาครัฐเพื่อรับมือกับการชุมนุมที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้ชาติมากขึ้น

เดินเดี่ยว ‘ชินวัตร’ แดงปลดแอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446733

เดินเดี่ยว ‘ชินวัตร’ แดงปลดแอก

 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

21 ตุลาคม 2563 – 17:26 น.

มาแล้ว คณะราษฎรสายเสื้อแดง “ชินวัตร” นำทีมลุยเดี่ยว จับตาเครือข่ายแดงเมืองนนท์ วิทยายุทธ์ไม่ธรรมดา

++
    นับแต่มีการเคลื่อนไหวการเมืองท้องถนน แฟลชม็อบในนาม “เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี” ดูจะเป็นกลุ่มพลังที่ดูแปลกแยกกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
    คณะแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ส่วนใหญ่จะเป็น “แดงเมืองนนท์” นำทีมโดย “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง 
    เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2563 กลุ่มของชินวัตรประกาศพักการชุมนุม แต่ปรากฏว่า มีกลุ่มเยาวชนไม่ระบุสังกัด กลับนัดชุมนุมที่ห้าแยกปากเกร็ด ร้อนถึงกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ต้องแจ้งว่า ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน
    เย็นวันที่ 21 ต.ค.2563 ชินวัตร นำทีมมาจัดกิจกรรมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี พร้อมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในนาม “แดงก้าวหน้า” 

++
เห็นต่างเพื่อไทย
++
    ในอดีต ชินวัตร จันทร์กระจ่าง เคยร่วมขบวนการแดงเมืองนนท์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมือง พรรคเพื่อไทย 

 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

                                 ชินวัตร จันทร์กระจ่าง 


    พลันที่มีการเคลื่อนไหวมวลชน ใน พ.ศ.นี้ ชินวัตร กลับรู้สึกว่า ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่ค่อยให้การช่วยเหลือพวกเขา
    วันก่อน ชินวัตร ปราศรัยพาดพิง ส.ส.นนทบุรี ทำให้สื่อบางสำนักนำไปพาดหัวว่า ชินวัตร ด่า ส.ส.เพื่อไทย แต่จริงๆแล้ว เขาแค่น้อยใจ
    “ผมแค่น้อยใจว่า ส.ส.บ้านผม ทำไมไม่มาช่วยเท่านั้นเอง และมีคนของ พท.นนทบุรี พยายามสกัดการชุมนุมของพวกเรา และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทย จ.นนทบุรี สู้ไปกราบไปเท่านั้น หากทำให้พี่น้องเข้าใจผิด ผมขอกราบขอโทษจากใจจริงครับ”
    อีกประเด็นหนึ่ง ชินวัตรมองว่า “มันเป็นเรื่องที่ผมอึดอัดมานาน และผมไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยนนทบุรี ไปสนับสนุนหรือทำตัวเป็นพวกพ้องกับพรรคพลังประชารัฐ”
    สำหรับประเด็นว่า ตัวเขาสังกัดพรรคก้าวไกล ก็ไม่จริง และจะลงสมัคร ส.อบจ.นนทบุรี ได้ประกาศแล้ว ไม่ลงสมัครแล้ว

++
แดงเดินเดี่ยว
++
    ก่อนหน้านั้น ชินวัตร ในนามแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” อยู่หลายครั้ง
    ด้วยความที่ชินวัตร เคยจัดรายการวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่จัดการชุมนุมคู่ขนานกับกลุ่ม กปปส. จึงรู้คนเสื้อแดงทุกกลุ่ม

    วันนี้ กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 และแดงปทุมธานี ได้ไหลรวมมาอยู่กับชินวัตร กลายเป็นคณะราษฎร สายเสื้อแดงไปโดยปริยาย


 เดินเดี่ยว 'ชินวัตร' แดงปลดแอก

แดงก้าวหน้า ร่วมกับชินวัตร 

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง “แดงก้าวหน้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446683

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง “แดงก้าวหน้า” 

ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง "แดงก้าวหน้า" 

21 ตุลาคม 2563 – 14:10 น.

ผู้ลี้ภัย 112 ในยุโรป ขอแรงสนับสนุน “แดงก้าวหน้า” กองหนุนม็อบราษฎร 

++
วันนี้ พลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในนาม “ม็อบราษฎร” มาแรง และได้รับการโจษขานทั้งแผ่นดิน     

“จรรยา ยิ้มประเสริฐ” นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน และผู้ลี้ภัยคดี 112 ในฟินแลนด์ ซึ่งได้ใช้สื่อโซเชียลปลุกระดมคนไทย ทั้งในและนอกประเทศ ให้สนับสนุนการชุมนุมของ “ม็อบราษฎร” 

อ่านข่าว…  แดงก้าวหน้า  แยกเวที 14 ตุลา 

ล่าสุด  “จรรยา” พูดถึงคนเสื้อแดง ที่ดูเหมือนว่า ช่วงหลังชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค.2563 กลับไม่มีใครพูดถึงกลุ่มพลังเสื้อแดงมากนัก    

“หลายเดือนมานี้ กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นกองเสบียง กองเครื่องเสียง กองการ์ดอาสา และกองบริการรถพาผู้คนกลับบ้าน ในทุกการปราบปราม อุปกรณ์ของพวกเขาจะเสียหาย พวกเขาจึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกระจายช่องทางการสนับสนุนพวกเขาด้วย”    

จรรยาระบุถึง“กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563”ซึ่งเป็นกลุ่มแดงอิสระ หรือกองหนุนลุงๆป้าๆ    

“ฝากพี่น้องเสื้อแดงทุก พ.ศ. ช่วยสนับสนุนกลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 เพื่อให้ทำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” 

++
แดงก้าวหน้าคือใคร?
++
“แดงก้าวหน้า 2563” หรือกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ธนพล ธนเดชพรเลิศ หรือ ไก่ บิ๊กแมน เริ่มปรากฏตัวในม็อบประชาชนปลดแอก ตั้งแต่เดือน ก.ย.2563    

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563ไก่ บิ๊กแมน ได้ตั้งเวทีย่อยริมถนนราชดำเนิน ปราศรัยไล่ประยุทธ์ และเรื่องปากท้อง     

กลุ่มแดงก้าวหน้า ยังร่วมมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เอาเผด็จการ ร่วมกับแดงเมืองหลวง,แดงพัทยา และแดงอีสาน นำโดย ศีรธนญชัย ไฮเทค, แป๊ะ บางสนาน ฯลฯ ให้การสนับสนุนม็อบราษฎร    

นอกจากนี้ กลุ่มแดงเมืองนนท์ นำโดย ชินวัตร จันทร์กระจ่าง และกลุ่มแดงปทุม นำโดย ศรรัก มาลัยทอง ก็ร่วมจัดแฟลชม็อบในพื้นที่เช่นกัน

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446663

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

21 ตุลาคม 2563 – 10:01 น.

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง ยุคดิจิตอล การเมืองไร้พรมแดน มีเสียงเรียกร้องประชาธิปไตยในลาว ผสมโรงจากฝั่งไทย   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ม็อบออร์แกนิกรายวัน แสดงพลังให้คนไทยและชาวโลกได้ประจักษ์ถึงการเมืองรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกดิจิตอล     

ประชาธิปไตยเบ่งบานในโลกดิจิตอล คนรุ่นใหม่ในไทยฝันถึง

อ่านข่าว…   ม็อบออร์แกนิก เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

กฎหมายอาญา ว่าด้วยการกบฏ ของ สปป.ลาว

เหตุการณ์อาหรับสปริง (Arab Spring) ที่มีการใช้สื่อโซเชียลระดมคนออกมาประท้วงจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในโลกอาหรับ    

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2563 แฟนเพจ Indochina Publishing Group ได้รายงานว่า มีการเรียกร้องประชาธิปไตยในโลกโซเชียลลาว ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 19 ต.ค. จนถึงเช้าวันที่ 20 ต.ค.2563  ปรากฏว่า แฮชแท็ก #ถ้าการเมืองลาวดี ขึ้นอันดับ 3  ของเทรนด์ทวิตเตอร์ในไทย     

เนื้อหาในทวีตจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลลาว และมีทวีตสนับสนุนจากแนวร่วมจากประเทศต่างๆ ที่เรียกกันว่า #MilkTeaAlliance     

“การชุมนุมประท้วงในเชิงกายภาพในประเทศลาว อาจทำได้ยาก แต่ในขณะนี้ การปลุกกระแสให้ออกมาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เริ่มขึ้นแล้วในโลกออนไลน์”      

ปฏิริยาต่อ #ถ้าการเมืองลาวดี ทางแฟนเพจ Lao Youth Radio FM 90.0 Mhz กระบอกเสียงขององค์กรชาวหนุ่มลาว ได้โพสต์ประมวลกฎหมายอาญาลาว ว่าด้วยการก่อกบฏ มาตรา 111 ผู้ใดเคลื่อนไหวต่อต้าน ล้มล้างรัฐ มีโทษจำคุก หรืออาจถูกประหารชีวิต

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

#ถ้าการเมืองลาวดี ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในไทย

++
ไม่ใช่เรื่องใหม่
++
สงครามในลาวยุติมาแล้ว 44 ปีก็จริง แต่ความขัดแย้งทางความคิดระหว่าง “ลาวใน” (ฝ่ายซ้าย) กับ “ลาวนอก”(ฝ่ายขวา) ยังดำรงอยู่ มีการแบ่งขั้ว เลือกข้าง ยิ่งมีโซเชียลมีเดีย ยิ่งเห็นชัดถึงการต่อสู้ทางความคิดของคนลาวสองฝ่าย     

พลันที่โลกก้าวสู่ยุคดิจิทัล อิทธิพลของสื่อโซเชียล ทำให้คนลาวได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น และเหนืออื่นใด คนลาวกว่า 80% ของประเทศ เสพข่าวออนไลน์เมืองไทย    

หลังสงครามเย็นยุติ ฝ่ายการเมืองของสหรัฐ เปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ แต่คนกลุ่มหนึ่งที่รับมรดกความคิด “โลกเสรี-โลกคอมมิวนิสต์” มาแต่สมัยสงครามเย็น กลับปรับตัวไม่ทัน อย่างเช่นกลุ่มเวียดนามเสรี และกลุ่มลาวฝ่ายขวา ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอเมริกา    

ในประเทศไทย ยังมี “ขบวนการลาวฝ่ายขวา” ฝังตัวอยู่ในรูปองค์กรเอ็นจีโอบ้าง องค์กรสื่อบ้าง     

พ.ศ.นี้ นักเคลื่อนไหวชาวลาว ยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นกระบอกเสียงในการวิจารณ์รัฐบาลลาว ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน, การละเลยสิทธิชุมชน และการทำลายสิ่งแวดล้อม 

โรคระบาด แฟลชม็อบข้ามโขง

ขบวนการเสรีลาว ที่เคลื่อนไหวในไทย

++
ลาวคุมเข้ม
++
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจระบบการปกครองของ สปป.ลาว “พรรคประชาชนปฏิวัติลาว” (พปล.) มีอำนาจสูงสุด และใช้อำนาจผ่านฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ตามหลักการ “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพน้อยกว่าประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์     

ปี 2559 ตำรวจลาวจับกุมผู้ที่ตัดต่อรูปภาพ โฆษณาต่อต้านและใส่ร้ายป้ายสีผู้นำพรรค-รัฐ ผ่านเฟซบุ๊ก     

ปี 2562 ศาลแขวงจำปาสัก พิพากษาจำคุก 5 ปี “นางหมวย” เน็ตไอดอลลาว ในข้อหาสร้างความปั่นป่วนในสังคม      

ปีเดียวกัน ท้าวอ๊อด ไซยะวง สมาชิกกลุ่มเสรีลาวในไทย หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย      

แสดงว่ารัฐบาลลาว พร้อมใช้ “กำปั้นเหล็ก” จัดการกลุ่ม “คนบ่ดี” หรือคนต่อต้านรัฐ 

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446638

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

21 ตุลาคม 2563 – 09:20 น.

เบื้องลึกม็อบ เป้าอยู่ที่นายกฯหรือไปต่อที่สถาบัน

จากการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะยอมถอยหลายก้าวโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ท่าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ต้องการให้การชุมนุมเลยเถิดมากไปกว่านี้ เพราะนั่นหมายถึงสถานการณ์จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการกระทบกระทั่งนำไปสู่การปะทะกันจะทำให้เสียเลือดเนื้อ

ดูจากการใช้รถฉีดน้ำ น้ำสี และน้ำผสมแก๊สน้ำตา ฉีกใส่ผู้ชุมนุม จุดนี้ทำให้นำไปขยายผลและมีการกระจายข่าวออกไปทั่วโลกว่า รัฐบาลใช้ความรุนแรง มันทำให้นานาชาติเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการชุมนุมในประเทศไทย อันจะทำให้สถานะของรัฐบาลตกเป็นรอง

ดังนั้นนายกฯ จึงมีดำริเพื่อเป็นการแก้เกม ทั้งยุทธวิธีในการจัดการผู้ชุมนุม และการเมืองระหว่างประเทศ ที่แน่นอนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังม็อบ ต้องการที่จะให้นานาชาติเข้ามากดดันรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม การเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้ ส.ส.และ ส.ว.ได้นำปัญหาไปพูดคุยไปอภิปรายกันนั้น ไม่น่าจะใช่ทางออกทั้งหมด เนื่องจากการชุมนุมของม็อบได้เลยจุดนั้นมาแล้ว

และยิ่งไปดูข้อเรียกร้องล่าสุด 3 ข้อ  ของคณะประชาชนปลกแอก คือ หยุดดำเนินคดี ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด และแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 

ส่วนข้อเรียกร้องของอีกของกลุ่มราษฎร63  ก็คือ นายกฯลาออก แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และปฏิรูปสถาบัน

ม็อบมีหลายกลุ่มข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงรายวัน รัฐบาลจะเลือกเอาข้อเรียกร้องฝ่ายไหน เดิมเวลามีม็อบที่มีแกนนำ ฝ่ายรัฐบาลสามารถตั้งตัวแทนมาพูดคุยได้ว่า จะเอาอย่างไร แต่ครั้งนี้ บางกลุ่มมีแกนนำ บางกลุ่มไม่มี และบางกลุ่มแกนนำไม่ได้เปิดเผยตัว เลยทำให้เจรจากันยากเพราะแกนนำมีหลากหลาย ข้อเรียกร้องก็ผันแปรไปตามสถานการณ์ ซึ่งยากต่อการเจรจา

มีคำถามว่า หากนายกฯลาออกแล้ว จะจบหรือไม่ คำตอบคือเมื่อนายกฯลาออก ตามกติกาเดิม รัฐธรรมนูญเดิม ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้นำร่างของประชาชนมาเป็นร่างหลักในการแก้ไข ก็ไม่ใช่แนวทางของรัฐบาล นายกฯคงยอมไม่ได้เพราะร่างของประชาชนที่เสนอมาโดยกลุ่มไอลอว์นั้น เป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับซึ่งรวมถึงหมวด1 และหมวด2 ด้วย

ขณะที่นายกฯมีความต้องการให้สภาเร่งพิจารณานำร่าง 6 ฉบับ  เข้าโหวตในสภา แต่ว่าร่างของฝ่ายค้านและร่างของรัฐบาล ไม่แตะหมวด1 และหมวด2  นี่จึงเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน

และที่ชัดเจนมากกว่านั้นคือผู้นำทางความคิดของม็อบ คือ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ยังเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งแนวคิดนี้ต้องการลดทอนอำนาจของพระมหากษัตริย์ลง จะใช่โมเดลแบบอังกฤษหรือญี่ปุ่น ที่สถาบันไม่มีอำนาจทั้งทางตรงทางอ้อม โดยนิตินัยและพฤตินัยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด รัฐบาลคงไม่ยอม

ดังนั้น  เมื่อพิจารณาจากข้อเรียกร้องและทางปฏิบัติที่จะเป็นไปได้แล้ว  จึงไม่เห็นว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้องเหล่านั้นได้ เป้าของม็อบจริงๆ ไม่ได้หยุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป้าอยู่ที่สถาบัน

เหมือนคำพูดที่ว่า ขอให้จบที่รุ่นเรา และสานต่อเจตนารมณ์คณะราษฎร2475 ให้จบสิ้น เหล่านี้คือสัญลักษณ์ของความต้องการที่แท้จริงของการชุมนุมในครั้งนี้