‘ฟ้าสีทอง’ เพลงม็อบราษฎร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446626

‘ฟ้าสีทอง’เพลงม็อบราษฎร

'ฟ้าสีทอง'เพลงม็อบราษฎร

20 ตุลาคม 2563 – 20:52 น.

เสียงเพลงฟ้าสีทอง บทกวีแห่งการต่อสู้เดือนตุลา กลับมากระหึ่มในม็อบราษฎรอีกครั้ง

++

 “ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

บทกวีของ “วิสา คัญทัพ” ที่มีอายุกว่า 47 ปี ถูกเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำมาอ่านซ้ำ และบางเวทีก็ร้องเพลงฟ้าสีทอง ในระหว่างการชุมนุมแบบม็อบดาวกระจาย  
    เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 “จุ๋ง” ไพจิตร อักษรณรงค์ อดีตนักร้องดังที่ใช้ชีวิตในเยอรมัน ได้โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าความเป็นมาของบทกวีฟ้าสีทองว่า “บทกวีบทนี้พี่วิสาเขียนขึ้น เมื่อหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่นานนัก ผ่านมา 47 ปีแล้วบ้านเมืองยังไม่มีประชาธิปไตยกลับเป็นเผด็จการมากกว่าเก่าวันนี้ขอส่งบทกวีบทนี้มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนอีกครั้งนะคะ” 

++
นักสู้แดนไกล
++
    ประมาณต้นเดือน มิ.ย.2563 “วิสา คัญทัพ” นักเขียนฝ่ายประชาธิปไตย ที่ลี้ภัยอยู่ในเยอรมัน ได้โพสต์คลิปอ่านบทกวีฟ้าสีทอง ทางแฟนเพจ Visa Khanthap
    “ในฐานะ 1 ใน 13 คน ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังถูกปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขจากเรือนจำชั่วคราวบางเขน ภาพที่เห็นตอนค่ำของคืนวันที่ 13 ตุลาคมคือ ภาพพลังนักศึกษาประชาชนเรือนแสนแน่นขนัดอยู่เต็มอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย”
    วิสา คัญทัพ เป็น 1 ใน 13 ผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ได้ถูกตำรวจจับกุม และเหตุการณ์ดังกล่าว ได้พัฒนาไปสู่การชุมนุมใหญ่ และเดินขบวนขับไล่เผด็จการ “ถนอม-ประภาส” 

เมื่อวิสา ถูกปล่อยตัวออกมา ก็ได้เห็นภาพการเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ จึงเก็บภาพจำนั้นไว้ในใจ ยังไม่คิดจะเขียนบทกวี กระทั่ง ช่วงปี 2517-2518 วิสาได้ทำงานประจำที่กองบรรณาธิการ นสพ.“เสียงใหม่” รายวัน 
    “ผมเขียนกลอนบทนี้ที่นี่ ตอนนั้นผมรับเป็นผู้ถอดความหนังสือประกอบภาพปั้นของจีนที่ชื่อ “พืชพันธุ์แห่งการต่อสู้ : ภาพปั้นแกะสลักของชนผู้ยากไร้” อันเป็นเรื่องราวความทุกข์ระทมของชาวนาจีนในสังคมศักดินา ตอนจบของเรื่อง ที่หน้าสุดท้ายมีภาพดวงตะวันสีแดงดวงโตปรากฎซ้อนอยู่กับภาพชาวนาที่ลุกขึ้นสู้ จนได้ชัยชนะ”
    แรงบันดาลใจที่เขียนกลอนฟ้าสีทอง ไม่ใช่ใบหน้าชาวนาจีน แต่หากเป็นภาพพลังนักศึกษาประชาชน 14 ตุลา 
    ถัดจากนั้น วรรคทอง “เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ได้ถูกนำไปเผยแพร่ผ่านเวทีม็อบชาวนา ม็อบกรรมกร นักไฮด์ปาร์คนิยมท่องกวีบทนี้ปลุกเร้าประชาชน รวมถึงใส่ทำนองดนตรีเป็นบทเพลง

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446509

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า

20 ตุลาคม 2563 – 09:20 น.

ม็อบมีหัว แกนนำเจ้าเก่า ม็อบราษฎรเบ่งบาน เหมือนม็อบไร้หัว แต่ก็มี “เสนาธิการ” หลังม่าน เปิดเกมรุกไล่เผด็จการ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันที่ 19 ต.ค.2563 ดูเหมือนจะมีข่าวดี ท่ามกลางความตรึงเครียดของสถานการณ์การเมืองนอกสภา เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องและตกผลึกร่วมกัน ให้ใช้เวทีรัฐสภาในการหาทางออกให้ประเทศ    

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สนับสนุนให้ใช้เวทีสภา โดยการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 

อ่านข่าว…  เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

ขณะเดียวกัน แกนนำคณะราษฎร (ที่ยังเหลือรอดจากการจับกุม) ได้ออกคำสั่งให้รัฐบาลทำตาม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้    

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรี 2.เปิดสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันฯ โดยด่วน    

พ่วงด้วยขอสั่งให้ปล่อยตัว และต้องไม่ดำเนินคดีใดๆ กับกุมผู้ถูกจับกุมอีก ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง 

++
เกมของเด็ก
++
นับแต่วันที่ 17 ต.ค.2563 เป็นต้นมา ได้มีการชุมนุมรายวัน โดยไร้แกนนำ นวัตกรรมใหม่ของม็อบการเมืองที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้     

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Starless Night – Harit Mahaton ได้วิเคราะห์ว่า “อย่างที่บอกว่าม็อบนี้เป็นลักษณะของม็อบ โอเพ่นซอร์ส คือเป็นแพล็ตฟอร์มให้กลุ่มต่างๆ นำทักษะที่ตัวเองมี มานำเสนออย่างเสรี หลักการคือ เป้าหมายอยู่ที่ประชาธิปไตย มีปัญหาให้แก้ไขรายวัน”    

ผู้เขียนได้พูดถึง “เกมออนไลน์” ที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย แต่เอาเข้าจริงแล้ว ในช่วงสองสามวันมานี้ ฝ่ายความมั่นคงมองว่า ไม่ใช่ออร์แกนิกม็อบ หรือม็อบไร้หัว    

ตัวละครหลังม่าน ยังบงการ “เกมชิงอำนาจ” อยู่ในซอกหลืบ ร่วมกับแกนนำที่ยังไม่ถูกจับกุม 

++
แกนนำคืนสังเวียน
++
เหมือนฝ่ายผู้ถืออำนาจเรียนรู้แล้วว่า เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกปทุม จึงถอยมาหนึ่งก้าว    

การปล่อยตัวชั่วคราวบรรดาแกนนำ และผู้ร่วมชุมนุมของคณะราษฎร จึงบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที    

จะว่าไปแล้ว การชุมนุมดาวกระจาย ที่ชูคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ” แท้ที่จริงแล้ว ก็ยังมีแกนนำคณะราษฎรมากำกับการชุมนุมอยู่    

ไม่ว่าจะเป็น “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ,ธัชพงศ์ แกดำ และ “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว  ซึ่งคนเหล่านี้ เป็นรุ่นพี่ของเพนกวิน และรุ้ง ปนัสยา    

ดังนั้น เพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่ลูกเกดดูแลอยู่ จึงประกาศท้ารบกับรัฐบาล    

“หากครบ 24 ชั่วโมง (นับถึง 18.00 น. วันที่ 20 ต.ค.2563) แล้ว รัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเสนอที่ทางเราที่ได้เรียกร้อง ทางเราขอประกาศว่าเรามี ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’ รออยู่”    

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เป็นเสมือนหลังบ้านของ “แฟลชม็อบ” มาตั้งแต่ยกแรกๆ จนมีพัฒนาการเป็น “คณะประชาชนปลดแอก” และ “คณะราษฎร”     

ตัวละครในกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และนักการเมืองฝ่ายค้านค่ายสีส้ม ก็คือสหายร่วมอุดมการณ์เดียวกัน 

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446505

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด

จับตา ปชป.-ภท. จะ"เท" พปชร.เอาตัวรอด

20 ตุลาคม 2563 – 09:05 น.

จับตา ปชป.-ภท. จะ”เท” พปชร.เอาตัวรอด

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ในการประชุมครม.วันนี้ มีคนเสนอให้ นายกฯและครม.ผ่าทางตันด้วยการเสนอเปิดประชุมเพื่ออภิปรายโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา165

เนื้อหาของมาตรานี้บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้”

ความจริงต้นเหตุของปัญหาไม่ได้มาจาก ครม.เพียงฝ่ายเดียวแต่มาจากสภานิติบัญญัติด้วย นับแต่การซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญอันเป็นข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุม

ในเบื้องต้นทั้งรัฐบาลและ ส.ว.ต่างประเมินผิดคิดว่าม็อบไม่น่าจะมีการขยายตัว พูดง่ายๆ คือม็อบไม่มีทางจุดติดด้วยเงื่อนไขเพียงเท่านี้ แต่การที่รัฐบาลและ ส.ว.พยายามทุกวิถีทางในการซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปด้วยการตั้ง กมธ.ขึ้นมาศึกษาชุดแล้วชุดเล่า

นี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความไม่พอใจขยายวงออกไปยิ่งขึ้น ยิ่ง กมธ.ที่ศึกษา 30 วันขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน  ยิ่งเป็นการเติมเชื้อฟืนใส่ไฟกว่าเดิม

ด้วยเหตุนี้การที่รัฐบาลเพิ่งจะมาเสนอให้เปิดสภาเพื่อหาทางออกตามรัฐธรรมนูญมาตรา165  เห็นว่าไม่น่าจะยุติการชุมนุมลงได้ เนื่องจากฝ่ายค้านทราบดีว่าการใช้สภาไม่สามารถเอาชนะรัฐบาลได้ มีทางเดียวคือเล่นเกมนอกสภานั้นคือลงถนน

ขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาลเอง ต่างมองเกมออกว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การชุมนุมธรรมดา มีหลายอย่างที่ไปเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ ฉะนั้นจึงเกิดการชิงการนำทางการเมือง เรียกง่ายๆ คือเอาตัวรอดทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ช่วงที่มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีพรรคภูมิใจไทย ที่ออกอาการชิงธงนำเรียกคะแนนก่อนเพื่อน ตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพลังประชารัฐ พรรคแกนนำนั้นไม่ต้องพูดถึง ยังเอื่อยเฉื่อยอยู่เหมือนเดิม

ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยก็ประกาศจุดยืนนำไปก่อนทั้งการจงรักภักดีต่อสถาบัน การแก้รัฐธรรมนูญและการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ตามด้วยการแถลงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐก็ยังช้าอีก

ประกอบกับมีการเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย แสดงจุดยืนไม่เอาด้วยกับพรรคพลังประชารัฐ สถานการณ์เช่นนี้จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่า พรรคไหนจะชิ่งดีดตัวเองออกจากพรรคร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ

หากประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ถอนตัว หนทางเดียวที่นายกฯจะต้องเลือกคือยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ แต่การชุมนุสมน่าจะไม่ยุติเนื่องจากไม่ยอมรับกติกาเก่า 

ดังนั้นการเมืองในห้วงสัปดาห์นี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง 

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446463

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

19 ตุลาคม 2563 – 15:26 น.

“ไหมไทย” ไม่เอาประยุทธ์ พระเอกใหญ่ไม่กลัวทัวร์ลง “ไหมไทย” แสดงจุดยืน “ไม่เอาประยุทธ์” เอฟซีขานรับเกรียวกราว

++
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังกระชับพื้นที่การชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ที่สี่แยกปทุมวัน ได้สร้างความขัดแย้งในสังคมไทยอีกครั้ง เพราะมีทั้งผู้ที่ประณามปฏิบัติการของตำรวจ และสนับสนุนการใช้มาตรการเฉียบขาด

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

ที่ขาดไม่ได้ ดารา นักร้องคนดังในวงการบันเทิง ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสนับสนุนการต่อสู้ของคณะราษฎร    

มีความน่าสนใจในสายลูกทุ่งอีสาน เมื่อพระเอกใหญ่ “ไหมไทย หัวใจศิลป์” ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ตอนกลางดึกคืนวันที่ 17 ต.ค.2563 ข้อความว่า “ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะนอนแล้ว…ยุทธ ออกไป”    

ปรากฏว่า มีแฟนเพลงมาแสดงความเห็นใต้สเตตัสนี้กันมากมาย ส่วนใหญ่จะชื่นชมและยกย่องการแสดงออกครั้งนี้ของไหมไทย    

"ไหมไทย" ไม่เอาประยุทธ์

วันถัดมา ไหมไทย หัวใจศิลป์ ได้โพสต์อีกครั้งว่า “ผมก็แค่ประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากเเสดงจุดยืนของตัวเองก็แค่นั้นครับ ทุกคนมีสิทธิ์ ตัวผมก็มีสิทธิ์เช่นกัน  คืนนี้เจอกันที่ เครือสหพัฒน์ ประตู3 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ถ้าไม่แจกทิป กรุณาอย่าด่าผม)…”    

นอกจากนี้ แฟนเพจดาวดิน สามัญชน ของกลุ่มไผ่ ดาวดิน ได้โพสต์แสดงความชื่นชม และขอให้แฟนหมอลำให้การต้อนรับไหมไทยทุกเวทีการแสดง    

“ใกล้เวทีไหน ไปเวทีที่นั่น ช่วยกันคนไทย #ม็อบ17ตุลา  #ขอนแก่นพอกัน ..คนที่ลำบาก เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจ ผลกระจากการบริหารประเทศห่วยแตก ส่วนหนึ่งคือนักดนตรี ศิลปิน หมอลำ รถแห่ เจ้าของร้านเหล้า และอื่นๆของสายงานบันเทิง” 

เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446458

เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

19 ตุลาคม 2563 – 15:15 น.

เหลือทน “โบว์” สับ “ปวิน” หน้าด้านบิดเบือน หลังม่านม็อบ “โบว์” ไม่ทน ลุกขึ้นมาวิพากษ์ “ปวิน” ศาสดาของเด็กๆ แบบไม่ไว้หน้า 

++
สืบเนื่องจากรายการดีเบตเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ทางสถานีโทรทัศน์อัลจา ซีรา เมื่อคืนวันที่ 18 ต.ค.2563 โดยมีการเชิญวิทยากรอย่าง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ , “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา และ เจษฎ์ โทณะวณิก โฟนอินมาถกประเด็นดังกล่าว

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

รายการดีเบต ทางสถานีอัลจาซีร่า

ควันหลงจากรายการดีเบตดังกล่าว ได้มีวิวาทะระหว่าง “ปวิน” กับ “โบว์” โดยเริ่มจากอาจารย์ปวิน ที่มองว่า โบว์ที่มีฉายา “นางฟ้าประชาธิปไตย” คอยจิกกัดเขาหน้าจอ ไม่จริงใจกับม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่กล้าวิพากษ์สถาบันฯ     

“โบว์” จึงโต้ตอบผ่านแฟนเพจ  Bow Nuttaa Mahattana ในยกแรกว่า “ปวินนี่ฟังภาษาคนไม่ออกรึเปล่าคะ จึงบิดเบือนได้หน้าด้านๆ ตลอดไม่ว่าโบว์จะพูดภาษาไทยหรืออังกฤษ ขยะจริงๆ”

++
ครั้งสุดท้าย
++
พอตกช่วงใกล้เที่ยงวันที่ 19 ต.ค.2563 โบว์ โพสต์อีกครั้งแบบยาวๆ และบอกว่า จะขอเขียนถึงปวินเป็นครั้งสุดท้าย    

“ที่ผ่านมา โบว์อดทนเงียบตลอดทุกครั้ง ที่ถูกพาดพิงด้วยข้อมูลเท็จ ใส่ร้ายและบิดเบือน (โดยไม่เคยอ้างอิงแหล่งที่มาและมีคนที่อ่านแล้วเชื่อเลยเป็นจำนวนมาก) เพราะเห็นแก่ความรู้สึกของพี่น้องที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง…”     

สำหรับพฤติกรรมจิกกัดแบบปวินครั้งล่าสุด โบว์บอกว่า ไม่ไหวแล้ว “…ถึงเวลาที่จะต้องพูดเพื่อความถูกต้องและหยุดความเสียหายต่อขบวนการประชาธิปไตยที่เกิดจากพฤติกรรมไม่สุจริตเช่นนี้เสียที”     

หลายหนแล้ว ที่ปวินคอยจิกกัดโบว์แบบไม่ทราบสาเหตุ อาจจะเพราะอัตตาแรง และเป็นลักษณะเฉพาะของอาจารย์ปวิน    

เหลือทน "โบว์" สับ "ปวิน" หน้าด้านบิดเบือน

ปวินจิกกัดโบว์มานานแล้ว

“เราเสียใจที่ทุกคนปล่อยเรื่องแบบนี้ให้ผ่านไป และให้พื้นที่กับสิ่งเหล่านี้ ในขบวนการที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ต้องตั้งอยู่บนความเคารพสิทธิมนุษยชน และทั้งที่มีการพูดถึงสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศอยู่เสมอ อย่าอ้างว่าเพราะเราถูกกระทำ เราจึงจะทำอะไรก็ได้ เพราะนั่นคือหนทางสู่ความเสื่อม ไม่ใช่ปลายทางของสังคมประชาธิปไตยที่เราต้องการ”      

โบว์ อาจไม่ใช่นักกิจกรรมบางประเภท ที่ดูเบาเรื่องสิทธิสตรี และมองว่า ความบกพร่องผิดพลาด เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรนำเรื่องไม่ดี ไปพูดข้างนอก     

“ใครยังบอกว่าอยากให้เงียบเพื่อรักษาภาพของการต่อสู้ โบว์อยากบอกว่า เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อ“ภาพของการต่อสู้”ค่ะ เราแลกทุกอย่างมามากขนาดนี้เพื่อสิ่งที่มีค่ากว่านั้น เราจึงต้องปกป้องมัน”     

ดังนั้น หลังม่านม็อบปลดแอก ยังมีเรื่องเชิงลบอยู่จำนวนไม่น้อย แต่นักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ก็พยายามจะปกปิด เพื่อรักษา “ภาพของการต่อสู้”    

ครั้งนี้ โบว์เหลือทนแล้ว จึงขอวิพากษ์อาจารย์ปวิน ศาสดาของเด็กๆ เป็นครั้งสุดท้าย

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446443

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน”

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

19 ตุลาคม 2563 – 12:46 น.

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ “มะกัน-จีน” ม็อบโลกสวย ระวัง “เกมมหาอำนาจ” พลันที่ “สม รังสี” คู่กัดฮุน เซน แสดงตัวสนับสนุนม็อบราษฎร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ไม่เพียงแต่ฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกง จะประกาศรวมพลังแสดงสัญลักษณ์สนับสนุน “ม็อบราษฎร” ในไทย     

“สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ผ่านทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค 

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

ทุกวันนี้ สม รังสี ลี้ภัยในฝรั่งเศส แต่อดีต ส.ส.พรรคกู้ชาติกัมพูชาหรือพรรคซีเอ็นอาร์พี จะพักพิงอยู่ในสหรัฐอเมริกา    

ย้อนไป เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2562 ตรงกับวันเอกราชกัมพูชา สม รังสี วางแผนกลับกัมพูชา ผ่านทางประเทศไทย โดยปลุกระดมแรงงานเขมรในไทยให้ไปจุดรวมพล “บุกเขมร” ที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว    

สุดท้ายแผนการของสม รังสี ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งสกัด สม รังสี และพวกทุกเส้นทาง อดีตผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พี เดินทางมาได้แค่มาเลเซีย     

ไม่น่าแปลกใจที่วันนี้ สม รังสี จะสนับสนุน “ม็อบราษฎร” เพราะยังแค้น “บิ๊กตู่” ไม่หาย    

ดังที่ทราบกัน สม รังสี และพวกนั้น ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จึงทำให้สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เลือกข้างจีนเต็มตัว

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"


++
มังกรขยับ
++
บังเอิญช่วงม็อบปลดแอกเคลื่อนไหวจุดชุมนุมใหญ่ ก็เป็นห้วงเวลาเดียวกัน หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เดินทางเยือนกัมพูชา มาเลเซีย สปป.ลาว และไทย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค.2563    

นักวิชาการไทยบางกลุ่ม ตั้งข้อสังเกตว่า จีนอิทธิพลคุมลำน้ำโขงได้อย่างไม่ปัญหา ทั้งกัมพูชา ลาว ล้วนแต่ยืนข้างจีน จีนจึงมีฐานที่มั่นคงในฝั่งนี้    

ขณะที่สหรัฐมุ่งปิดล้อมจีน ด้วย “ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” ย่อมไม่ปล่อยให้ไทย ต้องไปเลือกข้างจีนเหมือนกัมพูชา และลาว    

ดังนั้น สถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงในประเทศไทย ย่อมอยู่ในสายตาของมหาอำนาจ    

ออร์แกนิกม็อบ ไพ่ในมือ "มะกัน-จีน"

ไม่นานมานี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย จะออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ให้เงินทุนหรือให้การสนับสนุนการประท้วงในประเทศไทย สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่เราสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม    

คนไทยอีกจำนวนไม่น้อย ก็ไม่ได้ไว้วางใจสหรัฐ เพราะมีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า สหรัฐให้การสนับสนุนขบวนการนักศึกษาไทย ผ่านรูปแบบเงินทุนช่วยเหลือองค์กรพัฒนาเอกชน ด้านสิทธิมนุษยชน    

ออร์แกนิกม็อบในไทย คล้ายโคลนนิ่งม็อบฮ่องกง เนื่องจาก “ผู้กำกับการแสดง” คนเดียวกันหรือไม่? คำตอบไม่ได้อยู่ในสายลม หากปรากฏชัดในม็อบราษฎรวันนี้

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446428

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น

"ประยุทธ์" ออกไป แล้วใครจะเป็น

19 ตุลาคม 2563 – 11:00 น.

“ประยุทธ์” ออกไป แล้วใครจะเป็น : วิเคราะห์การเมือง

ในวิกฤติมีโอกาส เป็นคำกล่าวที่มักจะนำมาใช้กัน แต่ในทางการเมือง หากมีวิกฤติแล้วไม่มีทางออกหรือหาทางออกไม่ได้ เขาเรียกว่า ถึงทางตัน

การเมืองไทยถึงทางตันหรือยัง ต้องบอกว่ายัง แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ข้อเรียกร้องของม็อบคณะราษฎร ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ชัดเจน บางข้อกลับย้อนแย้งกันเอง

แต่ว่าเอาที่ชัดเจนที่มีการตะโกนไล่ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลาออก หากนายกฯลาออกแล้วอะไรจะตามมา ใครจะเป็นนายกฯ

ฉะนั้นหากจะว่ากันตามข้อเรียกร้องของม็อบก็คือเมื่อนายกฯลาออก ยังไงก็ต้องโหวตเลือกนายกฯใหม่ และการจะโหวตเลือกนายกฯก็ยังต้องใช้กติกาเดิมจะเป็นการยอมรับได้หรือไม่เนื่องจากกติกาเดิมยังไม่ได้แก้

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า ไม่ลาออก สมมุติว่านายกฯลาออก ก็ไปเข้ารัฐธรรมนูญมาตรา182 จะทำให้คุณสมบัติของนายกฯสิ้นสุดลง และทำให้ครม.ทั้งคณะสิ้นสุดลงตามไปด้วย 

ลำดับต่อมาคือ สภาจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยสส.จะต้องเสนอชื่อคนจะเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังมีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเหมือนเดิม

เพราะในมาตรา159 กำหนดให้พรรคการเมืองที่มีสส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ5เป็นผู้เสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองตามมาตรา88

ขั้นตอนการเลือกนายกฯอยู่ในมาตรา272 แน่นอนว่า มาตรานี้อยู่ในข้อเรียกร้องและในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านว่าต้องการนปิดสวิตซ์สว. ไม่ให้สว.มีสิทธิในการโหวตเลือกนายกฯ เพราะมาตรานี้ให้สิทธิ์สว.โหวตเลือกนายกฯได้ใน5ปีแรก

และเมื่อดูที่ต้นเหตุของปัญหาแล้ว การที่ม็อบไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ นั้นหมายถึงสภาจะต้องเสนอชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องไปดูว่ารายชื่อที่มีอยู่ของพรรคการเมืองมีใครบ้าง หากไม่เป็นที่ยอมรับ สมาชิกสองสภาต้องเข้าชื่อกันเพื่อยกเว้นการเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง เพื่อข้ามไปเลือกนายกฯคนนอก

และนายกฯคนนอกนี้ ส.ว.ยังมีสิทธิ์ในการเลือกนายกฯอยู่ จะทำให้ม็อบไม่พอใจ ฉะนั้นมองว่า วิธีการดังกล่าวจึงไม่สามารถจะเดินหน้าหรือคลี่คลายสถานการณ์ได้

หรือกระทั่งหากได้นายกฯใหม่ ครม.ที่มาจากพรรคการเมือง หากเป็นขั้วเดิม จะทำให้ไม่ได้รับการยอมรับอีก การชุมนุมก็จะไม่ยุติลง  

และแม้นว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อนำญัตติการชุมนุมเข้าไปหารือในสภา ก็ไม่ตอบโจทย์เนื่องจากความต้องการของม็อบนั้น ผ่านจุดนั้นมาแล้ว นับแต่สภามีมติให้ศึกษารัฐธรรมนูญก่อนจะมีการลงมติญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ร่าง

สุดท้ายก็มาถึงคำถามว่า เมื่อไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์แล้ว หาก พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกก็ยังหาทางออกหรือหาคำตอบไม่ได้ว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ เพราะในกติกาเดิมเป็นกติกาที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ 

หรือกระทั่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภา ก็ไม่แน่ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะยุติการชุมนุม นั่นหมายความว่า การเมืองเดินมาถึงทางตันแล้ว

ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446394

ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี”

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

18 ตุลาคม 2563 – 20:09 น.

วิเคราะห์การเมืองร้อน : ลุงตู่ กำลังสู้กับ”ผี”

ปรากฎการณ์ม็อบคณะราษฎร 63 ที่ชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จนยกระดับการชุมนุมจากถนนราชดำเนิน มาสี่แยกราชประสงค์ และดาวกระจายไปยังห้าแยกลาดพร้าว แยกบางนา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวงเวียนใหญ่ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

ข่าววงในระบุว่า รัฐบาลและตำรวจ ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไม่คิดว่าการชุมนุมของมวลชนจะมีจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงสถานที่ได้อย่างรวดเร็วอย่างนั้น

อันที่จริง ม็อบเหล่านี้ก่อตัวมาจากแฟลชม็อบ ที่มีคนไม่กี่ร้อยกี่สิบ ขยายวงกว้างออกไป จนมีการตั้งชื่อเปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องไปมา ทั้งชื่อแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้งชื่อ เยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก จนกลายมาเป็น คณะราษฎร 63

รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ยังคงใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการบริหารจัดการม็อบเหมือนในอดีต เพราะว่าม็อบในอดีต เกิดจากการจัดตั้ง ขึ้นกับว่า จัดตั้งมามากหรือน้อย และอยู่กันกี่วัน เนื่องจากสามารถพูดคุยกับแกนนำที่จัดตั้งได้ จึงทำให้บริหารจัดการง่าย

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะแม้นตำรวจจะจัดการจับแกนนำหรือคนที่ขึ้นเวทีไปแล้วหลายสิบคน แต่ยังมีการนัดหมายและมีคนมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก นี่แสดงให้เห็นว่าการกระบวนการในการจัดตั้งที่ รัฐมองไม่เห็น 

เพราะอย่างที่ทราบ ม็อบปัจจุบันนี้จะมาจากการนัดหมายในโลกโซเชียล แต่ก็เพียงแค่การนัดหมาย สถานที่และเวลาเท่านั้น ไม่มีใครทราบได้ว่า เมื่อมาชุมนุมกันแล้ว จะบริหารจัดการ จะมีการประท้วงอย่างไรและรูปแบบไหน

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

แต่ที่เห็น มีการรวมตัวกันเป็นขบวนการเหมือนถูกจัดตั้งมา มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน บางรูปแบบเหมือนม็อบในอดีต บางรูปแบบเหมือนม็อบฮ่องกง ที่สำคัญคือเมื่อจับแกนนำไปแล้ว ก็ยังปรากฏว่ามีการนัดหมายและมาชุมนุมกันได้ นี่คือโจทย์หินที่รัฐบาลและตำรวจยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

เสมือนหนึ่งว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังสู้กับกลุ่มคนที่มองไม่เห็น จะเป็นผี หรือจะเป็นอวตาร ที่ชอบพูดกัน แต่ปัญหาคือ ใครคือแอดมิน ที่คอยสั่งการหรือกดปุ่มเอนเทอร์ ให้อวตารเหล่านี้ออกฤทธิ์

จากการวิเคราะห์มองว่านี่คือสงครามไซเบอร์ที่ครั้งหนึ่ง บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ.ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ เป็นสงครามไซเบอร์ที่แน่นอนว่า ย่อมกระทบกับความมั่นคง ของรัฐบาลและของประเทศ

หากข้อเรียกร้องของบรรดา อวตาร เหล่านี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล

ฉะนั้นรัฐบาลและหน่วยความมั่นคงต้องคิดใหม่ ไม่อย่างนั้นจะตามไม่ทันม็อบอวตารเหล่านี้ ที่สำคัญคือจะต้องเข้าให้ถึงว่า ใครคือ แอดมิน ตัวจริง คนในประเทศหรือระดับมืออาชีพจากประเทศยักษ์ใหญ่ กันแน่

เพราะหากรัฐบาลยังต่อสู้กับศัตรูที่ไร้ตัวตนอยู่เช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการสู้กับผี โอกาสชนะจึงแทบจะไม่มีเลย.

อย่าโลกสวย ทำใจ ‘จลาจล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446379

อย่าโลกสวย ทำใจ ‘จลาจล’

 อย่าโลกสวย ทำใจ 'จลาจล'

18 ตุลาคม 2563 – 17:30 น.

“โตโต้” หัวหน้าการ์ดราษฎร ชี้ม็อบร้องรำทำเพลง ไม่ชนะ เผด็จการไม่ถอย เตรียมใจรับมือจลาจล

        อันเนื่องมาจากแฟลชม็อบที่แยกตากสิน เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2563 ที่มีผู้คนมาร่วมจำนวนมาก และยุติชุมนุมเมื่อตอนสองทุ่ม หลังจากนั้น มีส่วนหนึ่งได้เคลื่อนมาชุมนุมต่อที่วงเวียนใหญ่

       อ่านข่าว 

       : 552 นักกฎหมายรวมตัว แถลงการณ์ค้าน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

       : เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

        กระทั่งเวลา 21.30 น. แกนนำในกลุ่มนั้นประกาศยุติการชุมนุม แต่มีกลุ่มนักเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านฝั่งธนฯ ไม่ยอมเดินทางกลับ พยายามที่จะชุมนุมต่อ

        เวลาเดียวกันนั้นเอง มีรถน้ำของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสานวิ่งผ่านมา กลุ่มนักเรียนอาชีวะได้ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่รถ รวมทั้งทุบและตีรถ และตะโกนต่อว่า แต่ภายหลัง มีการเคลียร์กันได้

        วันเดียวกันนั้น มีแถลงการณ์ในนามของ “กลุ่มฟันเฟืองธนบุรี” ได้ออกมาแสดงความขอโทษประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ทุกคน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

        ++

        เตรียมรับมือจลาจล

        ++       
       กรณีวงเวียนใหญ่ กับนักเรียนอาชีวะ ฝั่งธนบุรี “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านย่านวงเวียนใหญ่ ได้โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความเห็นว่า “ผมเห็นหลายคนตำหนิกลุ่ม นักเรียนอาชีวะ ที่ออกมาแถววงเวียนใหญ่ ด้วยการแสดงท่าทีโกรธแค้น เจ้าหน้าที่รัฐ หากผมมองในมุมของ คนที่อยู่กับม็อบมานาน ผมกลับเข้าใจพวกเขานะ..”

        “โตโต้” ยังประเมินภาพรวมม็อบไร้แกนนำว่า “ผมเชื่อว่าเราโชคดีมากที่เหตุการณ์ทุกอย่างยังราบรื่นในภาพรวม เพราะม็อบธรรมชาติที่มาด้วยสภาวะกดดัน และเคียดแค้น มันก็จะมีความหลากหลายของฝูงชน เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้”

        อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ ยอมรับว่า การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่มีโลกสวย ฝากมวลชนให้เตรียมใจรับมือ “จลาจล”

        “เราลืมภาพ มานั่งฟังปราศรัย ปรบมือ ร้องรำทำเพลง แล้วม้วนเสื่อกลับบ้านไปได้เลย ต่อจากนี้คือ สงครามแห่งยุคสมัย ระหว่างสิ่งเก่า กับสิ่งใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน มันจึงมีอยู่เพียง2 หนทางคือ เผด็จการต้องถอย กับประชาชนต้องทำใจยอมรับสภาพจลาจลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”

        โตโต้ ไม่ใช่คนโลกสวย เพราะเขาต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาตั้งแต่ปี 2556

 อย่าโลกสวย ทำใจ 'จลาจล'

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/446376

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

ม็อบไร้แกนนำ โคลนนิ่งฮ่องกง

18 ตุลาคม 2563 – 17:00 น.

จริงหรือไม่? ม็อบราษฎร โคลนนิ่งม็อบฮ่องกง ภาวะไร้แกนนำ สุ่มเสี่ยงเลี่ยงอนาธิปไตยยาก

        การชุมนุมทางการเมืองแบบดาวกระจาย ไร้แกนนำ ในใจกลางเมืองหลวง และปริมณฑล ส่งผลสะเทือนไม่ธรรมดา เพราะแต่ละจุดมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก

        “ม็อบราษฎร” กำลังเล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกับตำรวจ ด้วยการประกาศนัดหมายกระชั้นชิด ชุมนุมระยะเวลาสั้น หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

       อ่านข่าว:

         : เปิด171รายชื่อคนไทย เสนอรัฐบาลรับฟังเสียงปชช.-ใช้สภาหาทางออกให้สังคมโดยด่วน

         : เปิดหน้าชน ‘ทอน’ สอนม็อบ พลิกฟ้าคว่ำดิน

        หลายคนนึกถึง “ม็อบฮ่องกง” ในช่วงหลังๆ ที่มีการชุมนุมแบบไร้แกนนำ การสลายตัวแล้วรวมใหม่อย่างรวดเร็ว การรวมตัวกันเป็นก้อนเพื่อความปลอดภัย คอยระวังการใช้บริการต่าง ๆ โดยไม่ให้ถูกติดตามโดยรัฐได้ ใช้อุปกรณ์ในการป้องกันสารเคมี ใช้แอปพลิเคชั่นสื่อสารแบบเครือข่าย

        ม็อบราษฎร กำลังโคลนนิ่งม็อบฮ่องกง แต่เป็นฮ่องกง ยุคที่แกนนำตัวเบิ้มๆ ถูกจับ และหลายคนต้องไปลี้ภัยในต่างแดน

        ฝ่ายกองเชียร์ม็อบราษฎร พยายามพูดถึงคนรุ่นใหม่ที่มีพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็นเจนเนอเรชั่นที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงเหมาะแก่การทำม็อบไร้แกนนำได้

        ++

        บทเรียนฮ่องกง

        ++

      ถ้ายังจำกันได้ ปลายปี 2562 ม็อบฮ่องกงทวีความรุนแรง ผู้ประท้วงใช้แผนดาวกระจาย จัดกำลังเป็นกลุ่มย่อยๆ ในหลายพื้นที่ เพื่อที่จะให้ตำรวจกระจายกำลังปราบ     

      ลักษณะการเคลื่อนไหวแนวสุดโต่ง ได้นำมาซึ่งการจลาจล ได้เปิดทางให้รัฐบาลจีน นำเอาบทบัญญัติด้านความมั่นคงมาใช้กับฮ่องกง ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเหมือนมีสิทธิสภาพเหนืออาณาเขตกับฮ่องกงได้เต็มที่

      เมื่อเร็วๆนี้ จิมมี ไล เจ้าพ่อสื่อฮ่องกง ที่ให้การสนับสนุนม็อบฮ่องกง ซึ่งถูกจับกุมในคดีความมั่นคง เขาได้ออกมาส่งสัญญาณถึงเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้รักประชาธิปไตยในฮ่องกง ว่าควรจะยุติการเคลื่อนไหวแบบสุดโต่ง

       ขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยภายในฮ่องกง ควรจะเปลี่ยนแนวทาง และรูปแบบการประท้วงต่อต้านของตนเองใหม่ อย่าให้ซ้ำรอยเดิม อย่าให้มีความรุนแรงสุดโต่งแบบเดิมอีก เพราะยิ่งต่อสู้ด้วยความรุนแรง สุดโต่งมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้ขบวนการมีอายุที่สั้นลงมากเท่านั้น

       ++

       ระวังจลาจล

       ++

          ขณะที่หลายคนกำลังตื่นเต้นกับม็อบไร้แกนนำ แต่นักกิจกรรมที่เข้าใจสถานการณ์ กลับมีความเห็นว่า โอกาสเกิด “จลาจล” มีความเป็นไปได้สูง

        1.ความแค้นฝังใจจากที่โดนสลายเมื่อวันที่ 1ุ6 ต.ค.2563 อาจทำให้ผู้ชุมนุมบางกลุ่ม พร้อมปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ

       2.การแถลงยั่วยุ และให้เกิดความเครียดแค้นโดยคนของรัฐบาล

       3.ม็อบธรรมชาติที่มาด้วยสภาวะกดดัน และเครียดแค้น มันก็จะมีความหลากหลายของฝูงชน เป็นเรื่องยากที่จะ ควบคุมให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้

       การโคลนนิ่งฮ่องกง ก็เป็นแค่กลยุทธ์หนึ่งที่ “คนอยู่เบื้องหลัง”พยายามออกแบบให้ม็อบมีความสวยงาม และดึงคนรุ่นใหม่ให้ออกจากทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ค

       ความเป็นจริงของม็อบไม่มีแกนนำ คือ ภาวะสุ่มเสี่ยง และมีโอกาสเกิดเหตุจลาจลได้ทุกเมื่อ