ล่างูเห่า “พิธา” ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น “ส.ส.อ๋า” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ล่างูเห่า “พิธา” ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น “ส.ส.อ๋า”

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"13 กรกฎาคม 2563 – 11:24 น.

“พิธา” เปิดยุทธการไล่ล่างูเห่า จับมือ “เฮียล้าน” บ้านใหญ่จอมทอง ปักธงท้องถิ่น เขย่า “เฮียอ๋า” ส.ส.ส้มแปรพักตร์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
พลันที่พรรคก้าวไกล ประกาศ “เขย่าสนามท้องถิ่นกรุงเทพฯ” ก็ตามมาด้วยข่าว “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีต ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย พาลูกสาว และลูกชาย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น  

“เฮียล้าน” บ้านใหญ่ “วีรกุลสุนทร” แถลงผ่านแฟนเพจ Wee Team ทีมงานวีรกุลสุนทร ว่า จะทำการเมืองแบบใหม่กับทางพรรคก้าวไกลทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

อ่านข่าว…  “พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียล้าน กับพิธา

พูดง่ายๆ เฮียล้าน จะลงสมัคร ส.ส.แทน “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 

ส่วน “ลิ้ม” ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ลูกชายลงสมัคร สก.เขตจอมทอง รับมรดกท้องถิ่นต่อจากเฮียล้าน 

สำหรับ “เจ๊นัน” ยังไม่ลาออกจาก ปชป. เพราะยังเคารพรักหัวหน้าอภิสิทธิ์อยู่ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official
++
ลาแล้ว ปชป.
++ 
ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “เจ๊นัน” นันทพร วีรกุลสุนทร มีปัญหาทางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. เตรียมจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่นาทีสุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โทรศัพท์พูดคุย ทำให้เจ๊นันมั่นใจว่า จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม ทำให้ตัดสินใจอยู่กับประชาธิปัตย์ต่อไป  

คนแถวถนนเอกชัย-บางบอน ทราบดีว่า วัดสิงห์คือชายขอบของเขตจอมทอง และเป็นจุดเริ่มต้นของบางบอน-บางขุนเทียน ที่มีตระกูลม่วงศิริ เป็นบ้านใหญ่คอยดูแลคนแถวถิ่นนี้ 

ตระกูล’วีรกุลสุนทร’ กับตระกูล’ม่วงศิริ’ อยู่พรรคเดียวกัน แต่ “2 บ้านใหญ่” ก็ไม่ลงรอยกันมากนัก  

พรรคภูมิใจไทย จึงไปคว้าตัว สุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กทม. มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน ลงสนามชนกับ “เจ๊นัน”  

ผลเลือกตั้ง ส.ส.สนามกรุงเทพฯ ปี 2562 ทำเอา 2 บ้านใหญ่แห่งถนนเอกชัย-บางบอน ถึงกับช็อกตาตั้ง  

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียอ๋า อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

เขต 23 เขตจอมทอง และ เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสาเหร่) ปรากฏว่า โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี พรรคอนาคตใหม่ ได้ 27,651 คะแนน เป็น ส.ส.สมัยแรก 

ตามมาด้วย ทิพานัน ศิริชนะ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 26,015 คะแนน 

ที่น่าตกใจ สองอดีต ส.ส. “เจ๊นัน” ได้ 1.7 หมื่นคะแนน และสุวัฒน์ ม่วงศิริ ได้แค่ 2 พันคะแนน 

สึนามิ “ลุงตู่-ธนาธร” ถล่ม 2 บ้านใหญ่ พังยับเยิน 

++
ไฟแค้นของพิธา
++
“ส.ส.อ๋า” โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณ ส.ส.หน้าใหม่ ของเขต 23 กทม. ไม่ใช่คนโนเนมเสียทีเดียว เฮียอ๋า เล่นการเมืองท้องถิ่นมานานแล้ว โดยเป็น ส.ข.แถวเขตธนบุรี  

หลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ “ส.ส.อ๋า” ก็ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย “ผมไม่ใช่งูเห่า เพราะการยุบพรรคเปรียบเสมือนการล้างไพ่” 

อีกเหตุผลหนึ่งที่ ส.ส.อ๋า ย้ายพรรค “หากจะให้ผมย้ายไปอยู่พรรคใหม่ที่มีคุณทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวเรือ ผมก็ไปไม่ได้ เพราะโดยส่วนตัวระหว่างผมกับเขาไม่ถูกกันครับ” 

ส.ส.อ๋า ไม่ได้ขยายความ “ไม่ถูกกัน” กับพิธานั้นเรื่องใด แต่ ส.ส.อ๋า ถือได้ว่าเป็นคนทำงานพื้นที่ตัวจริงคนหนึ่ง สมกับเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อน
 

ล่างูเห่า "พิธา" ผนึกเฮียล้าน ชำระแค้น "ส.ส.อ๋า"

เฮียอ๋า ในสีเสื้อภูมิใจไทย

วันนี้ ส.ส.อ๋า ได้เปิดตัว “เฮียตี๋” วีระศักดิ์ เตชะโสภณมณี เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตธนบุรี  

ส.ส.อ๋า รู้ดีว่า เฮียล้านจับมือพิธา เท่ากับว่าเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า เขาเจอศึกหนักแน่ 

การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน เฮียล้านอยู่กับ ปชป.มา 20 ปี ยังย้ายพรรคได้ หวังแค่ต้องการชนะคู่ต่อสู้ในสนาม

รู้มั้ย’กกกอก’ ฟาร์มหนูนาพารวย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้มั้ย’กกกอก’ ฟาร์มหนูนาพารวย

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย12 กรกฎาคม 2563 – 15:47 น.

น้องชมพู่ โตมากับธุรกิจฟาร์มหนูนา-หนูพุก พาไปชม “หนูนาภูพาน” ของหนุ่มบ้านกกกอก

สื่อทีวี สื่อออนไลน์ ต่างรุมเจาะข่าวการตายปริศนาของ “น้องชมพู่” ด้วยการขุดค้นหาหลักฐาน พยานมานำเสนอ ราวกับเป็นกองบัญชาการสอบสวนกลาง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เผยแล้ว “น้องสะดิ้ง-น้องชมพู่” เป็นลูกใคร

 ล่าสุด มีประเด็น “หนูนา” ตัวละหมื่น ชาวบ้านร้านตลาดไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ก็ตั้งคำถามเป็นไปได้หรือ คนจะคิดฆ่าเด็ก เพราะไปเล่นหนูนา จนมันตาย

 ตอนหลัง หลายฝ่ายออกมาพูด ก็เคลียร์กันไปเรื่องหนูนา ตัวละหมื่น

 ในข้อเท็จจริง พ่อของน้องชมพู่ ทำธุรกิจฟาร์มหนูนา และ การเพาะเลี้ยงด้วง

 “ลุงพล” ตัวละครสำคัญในเรื่องการตายของน้องชมพู่ ก็เลี้ยงหนูนา

 เนื่องจากบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มีชื่อเสียงโด่งดังจากการทำธุรกิจ “ฟาร์มหนูนา” เงินแสนเงินล้าน

++ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หนูนาภูพาน

++

 ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้บ้านกกกอก ในฐานะต้นแบบฟาร์มหนูนาพารวย ชื่อ “นรินทร์ หลาบโพธิ์” ลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้านกกกอก และเป็นน้องชาย “สาวิตรี วงศ์ศรีชา” หรือแม่น้องชมพู่

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย

นรินทร์ หลาบโพธิ์  น้องชายแท้ๆของแม่น้องชมพู่

นรินทร์ หนุ่มกกกอก ได้ร่ำเรียนจบปริญญาตรี และมีความรู้เรื่องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว และเทคโนโลยีดิจิตอล จึงเปิดร้านถ่ายทำรายการทีวี

 อาชีพรองคือการทำเกษตร จนวันหนึ่ง ได้ทดลองเลี้ยงหนูนา หรือหนูพุก ในบ่อซีเมนต์ จนประสบความสำเร็จ จึงเปิดฟาร์มเพาะเลี้ยงหนูนา ชื่อฟาร์ม นรินทร์ฟาร์มภูพาน และฟาร์มหนูนาVIP

 ด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องการถ่ายทำทีวี นรินทร์ จึงทำคลิปวิธีการเลี้ยงหนูนา เผยแพร่ผ่านช่องยูทูบ และแฟนเพจเฟซบุ๊ค จึงมีคนรู้จักฟาร์มหนูนา VIP ทั่วประเทศ ทุกวันนี้ นรินทร์ ขายส่งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หนูนา และเดินสายเป็นวิทยากรพูดเรื่องการเลี้ยงหนูนา

 ไม่น่าแปลกใจ นับแต่เกิดคดีน้องชมพู่ นรินทร์ จึงเป็นผู้ให้สัมภาษณ์สื่อทุกช่อง ทุกสำนัก เพราะเขามีเก่งกาจเรื่องสื่อสารมวลชน

 การทำธุรกิจฟาร์มหนูนา ที่ประสบความสำเร็จ ก็มาจากการใช้สื่อดิจิตอลทำการตลาด และโปรโมตหนูนาพารวย

++

ตลาดหนูนา

++

 จากปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำส่งผลกระทบกับชาวนาทั่วประเทศ ต้องดิ้นรนหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว โดยเฉพาะชาวนาอีสาน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสเปลี่ยนจากทำนาหันมาสร้างฟาร์มเพาะพันธุ์หนูนาขาย ลงทุนน้อย แต่ให้ผลคุ้มค่า มีลูกค้าสั่งซื้อตลอดปี ด้วยหนูนายังเป็นเมนูฮิตติดตลาดที่นิยมรับประทาน ปรากฏว่าสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

 หนูนาหรือหนูพุกตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยน้ำหนักประมาณ 1.6 -1.7 กิโลกรัม ตัวเมียน้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม

 หนูนาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จะราคาแพง โดยเฉลี่ยขายกันราคาหลักพัน แต่บางฟาร์มขายแพงมาก สูงถึงหลักหมื่น 

รู้มั้ย'กกกอก' ฟาร์มหนูนาพารวย

บันทึก’ดงหลวง’ เส้นทางแก๊งมอดไม้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บันทึก’ดงหลวง’ เส้นทางแก๊งมอดไม้

บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้12 กรกฎาคม 2563 – 13:12 น.

“กกกอก-กกตูม” ชื่อนี้ถูกพูดถึงทุกวัน เคียงข่าวน้องชมพู่ กลับกลบข่าวแก๊งมอดไม้ดงหลวง

นับแต่มีข่าว “น้องชมพู่” ทำให้คนทั้งประเทศ รู้จัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร แทบไม่ต้องจ้างสื่อทำประชาสัมพันธ์

 เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ตายปริศนาของน้องชมพู่คือ บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

 นักข่าวทีวีจากส่วนกลาง และท้องถิ่น ปักหลักรายงานข่าวต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 วันแล้ว อ.ดงหลวง พลอยได้อานิสงส์จากข่าวน้องชมพู่

 ดงหลวง เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชนเผ่าบรู หรือไทโส้ อพยพข้ามโขงมาจากแขวงคำม่วน และ แขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว โดยการนำของท่าวเพี้ยแก้ว ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามหุบเขา ที่เรียกว่าเทือกเขาภูพานตะวันออก

 ฉะนั้น อ.ดงหลวง จึงจัดงานวัฒนธรรมบรูไฮไทโส้ ทุกปี เพราะประชากรส่วนใหญ่คือ ชนเผ่าบรู

++

ป่าไม้คือชีวิตติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

++

 อ.ดงหลวง ยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2527 แบ่งเขตการปกครอง 6 ตำบล 60 หมู่บ้าน

 สภาพทางภูมิศาสตร์ อ.ดงหลวง 1,076.2 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรเพียง 39,088 คน ที่อาศัยอยู่ในราบสูง สลับกับเทือกเขาหินทราย

 ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ในอดีตของ อ.ดงหลวง ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติภูผายล หรือเดิมเรียกว่าอุทยานแห่งชาติห้วยหวด

 อุทยานแห่งชาติภูผายล ครอบคลุมท้องที่ อ.โคกศรีสุพรรณ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ,อ.นาแก จ.นครพนม และ อ.ดงหลวง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

กว่าครึ่งหนึ่งของอุทยานแห่งนี้ เป็นพื้นที่ อ.ดงหลวง และเป็นที่มาของ “แก๊งมอดไม้” อาละวาดในแถบ 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ และนครพนม

++

ทางค้าไม้พะยูง

++

 10 ปีมานี้ หากมีข่าวจาก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ก็คือข่าวการจับกุม “แก๊งมอดไม้” หรือขบวนการค้าไม้พะยูง ส่งต่อไปขายในเมืองจีน

 การตรวจยึดไม้พะยูง ทั้งแบบที่เป็นไม้ท่อนและไม้แปรรูป ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนถนนเปรมพัฒนา (อ.ดงหลวง-อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์)

 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ร่วมกับตำรวจ-ทหาร พร้อมฝ่ายปกครอง ปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบค้าไม้พะยูง ใน อ.ดงหลวง อยู่เป็นประจำ

 ถนนเปรมพัฒนา เส้นทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง สมัยสงครามเย็น ได้กลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขบวนการค้าไม้พะยูงใช้เป็นเส้นทางลำเลียงไปส่งยังชายแดน

 บ้านกกกอก และบ้านกกตูม จึงเป็นทางผ่านของขบวนการมอดไม้ ลำเลียงไม้พะยูง ออกไปสู่ที่ราบ สกลนคร ,กาฬสินธุ์ และนครพนม

 ด้วยเหตุนี้ สถานีตำรวจภูธรกกตูม จึงเป็นด่านสกัดแก๊งมอดไม้ที่สำคัญ และสายสืบตำรวจ สภ.กกตูม มีข้อมูลขบวนการค้าไม้พะยูงทั้งหมด 

บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้
บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้
บันทึก'ดงหลวง' เส้นทางแก๊งมอดไม้

หยาม’ยุทธ’ แรมโบ้ลุยเหนือ เกลือจิ้มเกลือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หยาม’ยุทธ’ แรมโบ้ลุยเหนือ เกลือจิ้มเกลือ

หยาม'ยุทธ' แรมโบ้ลุยเหนือ เกลือจิ้มเกลือ 12 กรกฎาคม 2563 – 11:05 น.

แรมโบ้อีสาน เหยียบถิ่น “ยงยุทธ ติยะไพรัช” เจอรับน้องพอหอมปากหอมคอ โทษฐาน “หยามกันเกินไป” ..ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปฏิบัติการเปลี่ยนป้ายหมู่บ้าน จาก “บ้านแดง” เป็น “บ้านน้ำเงิน” ของแรมโบ้อีสานสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตประธานกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “แรมโบ้อีสาน” รับคืน ป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัด

 เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2563 สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย ภาคเหนือ 17 จังหวัด” ซึ่งอานนท์ แสนน่าน อดีตผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง จัดขึ้นที่อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย

 หลังจบงาน มีกลุ่มแดงเชียงราย-พะเยา ไปดักรอ “แรมโบ้อีสาน” เพื่ออธิบายว่า “คืนป้าย ถอดเสื้อแดงได้ แต่อุดมการณ์อยู่ในใจ” พร้อมะบุว่า การนำป้ายมาคืนแบบนี้ในภาคเหนือ ถือเป็นการหยามใจกัน

 แถมมีการร้องเพลง”กตัญญูทักษิณ” ที่เป็นเพลงประจำตัวแรมโบ้อีสาน ในอดีต

++

ที่มั่น “ยุทธ แม่จัน”

++ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

 คำว่า “หยามใจกัน” ที่หลุดออกจากปากคนเสื้อแดงเชียงราย อนุมานได้ว่า ปฏิบัติการคืนป้ายหมู่บ้านแดง ยังแทงใจ “ยุทธ แม่จัน” ผู้มากบารมีแห่งเชียงรายด้วย

 ครอบครัว “ติยะไพรัช” ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว 3 คน คือ “ยุทธ แม่จัน” หรือ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” กรณียุบพรรคพลังประชาชน, “อู๋ฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ และ “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” กรณีเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย

 แต่พวกเขา ก็สามารถเป็น “กองเชียร์” ได้ ด้วยเหตุนี้ “ยุทธ แม่จัน” ก็ช่วยลูกสาว “แม่เลี้ยงโฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และหนุนน้องสาว “ละออง ติยะไพรัช” ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย

 เห็นมั้ยว่า บารมี “ยุทธ แม่จัน” ยังเบ่งบานแค่ไหน ในเชียงราย

 ภารกิจต่อไปของตระกูล “ติยะไพรัช” คือ สนับสนุน “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย เป็นนายก อบจ.เชียงราย ให้ได้

 “วิสาระดี” เป็นลูกสาว วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย ซึ่งแต่งงานกับ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ ลูกชายคนเล็กของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

 ยงยุทธเดินเต็มตัว ชิงฐาน อบจ. ไว้ในกำมืออีกสมัย

++

ธิดากริ้ว

++

 ปฏิบัติการของแรมโบ้อีสาน มิเพียงทำให้ “ขาใหญ่” ในภาคเหนือ ไม่พอใจ แม้แต่ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช.ก็นิ่งเฉยไม่ได้ จึงมอบให้ พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำ นปช.สาย “ป้าธิดา” ออกโรงมาเบรกแรมโบ้

 ล่าสุด “พิพัฒนชัย” ในฐานะผู้ประสานงาน นปช. 19 จังหวัดภาคเหนือ บอกว่า การกระทำของสุภรณ์ เป็นการจัดอีเวนต์มากกว่า คนที่มาก็ไม่กี่คน และก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แค่ทำป้ายชื่อจังหวัดแต่ละจังหวัดมา แล้วจัดคนมาถือป้ายเท่านั้น ไม่ได้มีน้ำหนักอะไร

 พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ เป็นคนใต้ แต่มาสร้างฐานที่มั่นการเมืองที่เขตบางขุนเทียน เคยงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย แต่สอบตก

ปี 2562 นปช.แยกเป็น 2 สาย พิพัฒน์ชัยเลือกไปอยู่กับ นปช.สายป้าธิดา และเสี่ยเต้น 

ว่ากันตามจริง สมัยแดงทั้งแผ่นดิน พิพัฒน์ชัยก็อยู่กันคนละสายกับแรมโบ้อีสาน

 แรมโบ้อีสาน-สุภรณ์ จะอยู่ในกลุ่มสายฮาร์ดคอร์ ที่มี อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เป็นหัวหน้ามุ้ง โดยแกนนำแดงปีกนี้ ไม่ค่อยพอใจที่องค์กร นปช. ผูกขาดการนำโดยคนปักษ์ใต้ ไม่ว่าจะเป็นวีระกานต์, ธิดา, จตุพร และณัฐวุฒิ

 วันนี้ แรมโบ้อีสานรู้ดีว่า นปช.สายจตุพร ยังแอบให้กำลังใจ จึงเดินเกมรุกเต็มสูบ จนสายป้าธิดา ไม่พอใจ 

หยาม'ยุทธ' แรมโบ้ลุยเหนือ เกลือจิ้มเกลือ

“รันเวย์”ของ “กลุ่มสี่กุมาร” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“รันเวย์”ของ “กลุ่มสี่กุมาร”

"รันเวย์"ของ "กลุ่มสี่กุมาร"11 กรกฎาคม 2563 – 20:06 น.

รหัสจากบางคำพูดของใครบางคนในพรรคพลังประชารัฐและนายกฯ น่าพอจะถอดความและแทงหวยล่วงหน้าไปแล้วว่าในวันข้างหน้า “สมคิด”และ”สี่กุมาร”จะไม่มีชื่อร่วมรัฐบาล คนการเมืองจะยินยอมไร้สังกัดเชียวหรือ..” รันเวย์”ของ”กลุ่มสี่กุมาร” อยู่ที่ไหน

การแถลงอำลาจากพรรคพลังประชารัฐของ”กลุ่มสี่กุมาร”เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหลัง”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ“ได้รับการเลือกให้ทำหน้าที่”หัวหน้าพรรค”นี้แทน”อุตตม สาวนายน”นั้น
 มีคำถามตามมาทันทีว่า “กลุ่มสี่กุมารและสมคิด จาตุศรีพิทักษ์”จะมีอนาคตเช่นใดใน ครม.?
 หลายคนอ่านจังหวะนี้ออกแล้วว่าหากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปรับครม.ประยุทธ์2/2 ในช่วงหลังร่างกฎหมายงบประมาณพ.ศ.2564ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา รหัสจากบางคำพูดของใครบางคนในพรรคพลังประชารัฐและนายกฯยามนี้น่าพอจะถอดความและแทงหวยล่วงหน้าไปแล้วว่าในวันข้างหน้า“เฮียกวงและคณะ”จะไม่มีชื่อร่วมรัฐบาล
และเด่นชัดขึ้นเมื่ออดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนทยอยยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค  นัยยะว่าติดตาม”เจ้านาย”ในกลุ่มสี่กุมารไปเผชิญโชคดาบหน้า
คนการเมืองจะยินยอมไร้สังกัดเชียวหรือ..หากมิรู้สัญญาณ

บางคนเชื่อว่าเฮียกวงและคณะจะไปตั้ง”พรรคใหม่”ขึ้นมาเป็นแน่แท้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มสี่กุมาร บอกว่า”วันนี้ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้”และ “เฮียกวง”บอกว่า”พร้อมยุติบทบาททางการเมืองตั้งแต่ปีที่แล้ว” ก็ตาม ภาษาการเมืองนั้น บัญญัติไว้ว่ายามขึ้น”หลังเสือ”ยากแท้ที่จะลงไปง่ายๆ

 และคำว่า”ไม่”ในตอนนี้อาจจะแปลว่า”ใช่”ในวันหน้า เพราะเป็นไปได้ยากยิ่งที่เมื่อบางคนที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศอำนาจการเมืองแล้ว จะตัดใจจากการกลิ่นอายนี้ไปได้ง่ายๆติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ดังนั้นการไขก๊อกจากพรรคพลังประชารัฐคราวนี้ กลุ่มสี่กุมารอ่านไพ่การเมืองของ”บิ๊กตู่”ออกว่า จะปรับ ครม.หลังร่างกฎหมายงบประมาณปี 2564 เสร็จสิ้น,แผนฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19ลงตัว,การจัดตำแหน่งของผบ.เหล่าทัพบรรลุ แต่หากเกิดเหตุพลิกผันการยุบสภา คือคำตอบจาก”บิ๊กตู่”
และอย่าลืมว่ากระแสการเมืองในพรคพลังประชารัฐนั้นแรงร้อนยิ่ง แม้”บิ๊กป้อม”จะเข้าไปกุมสภาพอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่คนการเมืองเขี้ยวลากดินในพรรคนี้มีเพียบและน่าจะแผลงฤทธาทันทียามไม่สมหวัง
“กลุ่มสี่กุมาร”คงจะอ่านหมากนี้ออก จึงมี”รันเวย์”ไว้รองรับแล้ว
“รันเวย์ ” ดังกล่าวคืออะไร?
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยบันทึกไว้ว่า รันเวย์การเมืองเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และ”เฮียกวง”เคยสร้างมันขึ้นมา โดยยามเมื่อพรรคต้นสังกัดของ”เฮียกวง”ยุบยวบ(ปี2548-49 พรรคไทยรักไทยทรุดหนักหลายวาระจากการเดินจังหวะของทักษิณ ชินวัตร ที่พลาดผิดจนก่อให้เกิดการยึดอำนาจของ คมช.ตอนนั้น”เฮียกวง”ไปหนุนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและเคยไปร่วมขึ้นโครงพรรคมัชฌิมาธิปไตย)
ฉะนั้นวันนี้รันเวย์ของ”เฮียกวง”และ”กลุ่มสี่กุมาร”ย่อมต้องมีไว้ล่วงหน้า เพราะสัญญาณขับไล่จากคนในพรรคพลังประชารัฐมันกระหึ่มมาระยะใหญ่แล้ว โดย”เฮียกวง”และคณะรับรู้มานานแล้ว

”การตั้งพรรคการเมืองใหม่”ในช่วงกระแสข่าวเปลี่ยน“กลุ่มสี่กุมาร”ออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แม้ใครบางคนจะออกมาปฏิเสธกระแสข่าวนี้ไปแล้ว แต่เมื่อมี”ควันย่อมมีกองไฟ” และเหตุวันนั้น มันสอดรับกันยิ่งกับจังหวะการเมืองของ“กลุ่มสี่กุมาร”ในยามนี้

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง ‘สุรินทร์ ปาลาเร่’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง ‘สุรินทร์ ปาลาเร่’

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่' 11 กรกฎาคม 2563 – 16:32 น.

กรณีนิคมจะนะ ชาวบ้านมีทั้งหนุน และค้าน มีเสียงถามหา ส.ส.สงขลา เอายังไงกันแน่

++
    วันที่ 11 ก.ค.2563 มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่โรงเรียนจะนะวิทยา อ.จะนะ จ.สงขลา ท่ามกลางการเผชิญหน้าของมวลชนฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน
    ชาวบ้านในพื้นที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ทั้งเห็นด้วยเพราะเชื่อว่าจะเกิดการจ้างงานและพัฒนาพื้นที่ ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน
    โครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคัง ยั่งยืน” ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ศอ.บต.มุ่งใช้แนวทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบและปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ 

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่'

                       ชาวบ้านค้านนิคมจะนะ

++
ส.ส.อยู่ไหน
++
    ฝ่ายค้านนิคมจะนะ ได้เรียกร้องหา “ผู้แทนของเขา” นั่นหมายถึง ส.ส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 8 อ.จะนะ และ อ.เทพา 
 “พล.ต.ต.สุรินทร์” คนจะนะ อดีตข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในปี พ.ศ.2549 ด้วยคะแนนเสียงอันดับหนึ่งของจังหวัด
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

   เลือกตั้งปี 2550 พล.ต.ต.สุรินทร์ ร่วมกับ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ จัดตั้งกลุ่มสัจจานุภาพ และเข้าสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ลงสมัครรับเลือกตั้งปี 2550 แต่ พล.ต.สุรินทร์ ไม่ได้รับการเลือกตั้ง พ่ายแพ้ต่อนาราชา สุวิทย์ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย อย่างสูสี  

  เลือกตั้งปี 2554 พล.ต.ต.สุรินทร์  ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่สงขลา อีกครั้ง ในนามพรรคประชาธิปัตย์  ชนะการเลือกตั้ง และได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 

นิคมจะนะ ส.ส.จะเอายังไง 'สุรินทร์ ปาลาเร่'

                              ส.ส.สุรินทร์
    ช่วง คสช.ปฏิวัติรัฐประหาร พล.ต.ต.สุรินทร์ ยังทำงานมวลชนตลอดโดยเฉพาะในนามเลขาธิการคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย เปรียบเสมือนแม้บ้านของ สำนักจุฬาราชมนตรี ที่มีบทบาทในสังคมมุสลิมไทย 
    โดยเฉพาะ อนุมัติ อาหมัด ส.ว. และเคยเป็นแม่ทัพพลังประชารัฐ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับ พล.ต.ต.สุรินทร์ ได้ทำงานร่วมกันในคณะกรรมการกลางอิสลามฯ โดยอนุมัติเป็นรองเลขาธิการ  จึงมีเรื่องเล่าเหตุที่สุรินทร์ รอดจากสึนามิการเมืองนั้น เกี่ยวกับกรรมการกลางอิสลามคอนเนกชั่น

    เหนืออื่นใด อนุมัติ เป็นสายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ และไม่น่าแปลกใจที่มีคนจะนะบางกลุ่ม ส่งเสียงถามหา ส.ส.เขต 8 อยู่ไหน

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต ‘กกกอก’กลางสงครามประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต ‘กกกอก’กลางสงครามประชาชน

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน11 กรกฎาคม 2563 – 14:57 น.

แกะรอย “กกกอก” ตำนานบ้านน้องชมพู่ จากยุคสงครามประชาชน สู่สงครามชิงเรตติ้งทีวี

++
    60 กว่าวันผ่านไป สำหรับคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพัก 2 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตำรวจยังทำงานอย่างหนักเร่งหาหลักฐานคลี่คลายคดี 
    คดีน้องชมพู่ ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ ทำให้ชื่อหมู่บ้าน “กกกอก” และ “กกตูม” ดังกระฉ่อน
    คนที่เสพข่าวน้องชมพู่ต่อเนื่อง ถึงกับอาการหลอนชื่อ “กกกอก-กกตูม” 
    น้อยคนนักที่จะทราบว่า “กกกอก” และ “กกตูม” คือฉากหนึ่งของสงครามประชาชน ที่กินเวลายาวนานกว่า 30 ปี 
    โดยเฉพาะช่วงปี 2511-2524 ทั้งสองหมู่บ้านตกอยู่ “หว่างเขาควาย” ฝ่ายหนึ่งรัฐบาลไทย และอีกฝ่ายหนึ่งคือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

++
บ้านบนภูเขา
++
    เมื่อ 50 ปีที่แล้ว บ้านกกตูม เดิมขึ้นตรงกับ อ.นาแก จ.นครพนม เป็นชุมชนบนภูเขา หรือเทือกภูพานตะวันออก และเป็น 1 ใน 30 หมู่บ้าน ที่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา รอยต่อนครพนม-สกลนคร-กาฬสินธุ์ (สมัยโน้น ยังไม่มี จ.มุกดาหาร)
    หมู่บ้านบนเทือกเขาภูพานตะวันออก ส่วนใหญ่จะชุมชนชาวบรูหรือโซ่ และมีชุมชนชาวภูไทแทรกอยู่บ้าง
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก อยู่ติดกัน เป็นชุมชนภูไท ที่อพยพมาจาก อ.เต่างอย จ.สกลนคร 
    เนื่องจาก ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร มี 2 หมู่บ้านที่อยู่ภูเขาคือ บ้านกวนบุ่น และบ้านบึงสา โดยสองชุมชนนี้อยู่ใกล้กับบ้านกกกอก และบ้านกกตูม สืบเชื้อสายภูไท เหมือนกัน
    2 หมู่บ้านชาวภูไท เหมือนถูกขนาบด้วยหมู่บ้านชาวบรู สองฝั่งห้วยบังทราย ฟากหนึ่งคือ ต.พังแดง ในปัจจุบัน อีกฟากหนึ่ง เป็นชุมชนบรู ที่อยู่ในเขต ต.กกตูม 

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                       สหายชาวบรู และชาวภูไท ในฐานที่มั่นภูพาน ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


    เมื่อชนชาติบรู หรือโซ่ แห่งภูพานตะวันออก ประกาศเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ พคท. แผ่นดินก็ลุกเป็นไฟ เมื่อกองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธการ 15 กองพัน เคลื่อนกำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่เขต ต.ดงหลวง ต.พังแดง และมาบรรจบที่ ต.กกตูม
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก กลายเป็นจุดพักพลของฝ่ายทหาร เพราะไม่ใช่บ้านชาวบรู 

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                                   ภูเขารอบหมู่บ้านกกกอก 

++
อำนาจรัฐแดง
++
    ปี 2515 สหายสู้(อุดม สีสุวรรณ) ,สหายสยาม และสหายเจริญ คณะนำของ พคท.อีสานเหนือ สถาปนา “อำนาจรัฐแดง” ปลดปล่อยหมู่บ้านบนเทือกเขาภูพานตะวันออก เรียกว่า “ฐานที่มั่นสระบุรี” (ต.ดงหลวง) , “ฐานที่มั่นลพบุรี”  (ต.พังแดง) , “ฐานที่มั่นสระบุรี” (ต.กกตูม) และ “ฐานที่มั่นเพชรบุรี” (ต.กกตูม)
    9 หมู่บ้านในเขต ต.กกตูม ที่ประกาศปลดแอกจากรัฐไทย ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวบรู และมีชุมชนภูไท เพียงบ้านขัวสูง หมู่บ้านเดียวเท่านั้น
    บ้านกกตูม และบ้านกกกอก ยังเป็น “เขตช่วงชิง” ของฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งตอนหลัง มีกำลังทหารพรานขึ้นมาประจำการที่บ้านกกตูม 
    กลางปี 2516 กองทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธการล้อมปราบอำนาจรัฐแดง โดยใช้บ้านกกตูม เป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการส่วนหน้า เมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516   กองทัพภาคที่ 2 จึงสั่งถอนกำลังกลับ

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

++
ถนนเปรมพัฒนา 
++
    ปี 2525 ไฟสงครามมอดดับ เทือกภูพานตะวันออก กลับสู่ยุคการเมืองนำการทหาร กองทัพภาคที่ 2 เร่งสร้างถนนหลวง ตัดผ่าฐานที่มั่นเก่าของ พคท.อีสานเหนือ
    ปีเดียวกันนั้น กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้ง กิ่ง อ.ดงหลวง ขึ้นกับ จ.มุกดาหาร (แยกออกจาก จ.นครพนม) 
    ถนนเปรมพัฒนา เชื่อม อ.ดงหลวง ถึง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เป็นถนนยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง หลังสิ้นเสียงปืนบนภูพาน 
    ถนนเปรมพัฒนา ตัดผ่านทุกหมู่บ้านที่เป็นอำนาจรัฐแดงเก่า รวมถึงบ้านกกตูม และบ้านกกกอก สองชุมชนที่ไม่ได้เป็นอำนาจรัฐแดง
    สาเหตุที่บ้านกกตูม และบ้านกกกอก รอดจากการเป็นหมู่บ้านอำนาจรัฐแดง เพราะผู้นำหมู่บ้านเชื่อมั่นฝ่ายรัฐ และคนส่วนใหญ่เป็นไทครัวจากที่ราบ อ.เต่างอย  ใกล้ชิดอำนาจรัฐมากกว่า
    ตอนหลัง มีการตัดถนนใหม่ แยกจากถนนเปรมพัฒนา ช่วงบ้านกวนบุ่น ลงไปที่ราบ อ.เต่างอย และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ทำให้ชุมชนบนภูเขา ได้ใกล้ชิดเมืองใหญ่มากขึ้น

บ้านน้องชมพู่ รอยอดีต 'กกกอก'กลางสงครามประชาชน

                         แผนที่บ้านกกตูม สมัยสงครามประชาชน ยังไม่มีถนนเปรมพัฒนา

++
กกตูม-กกกอก
++
    พ.ศ.นี้ หากเอ่ยถึง “ดงหลวง” ก็ต้องพูดถึง “งานวัฒนธรรมชนเผ่าบรูไฮไทโซ่” ซึ่งจัดติดต่อกันมาทุกปี เป็นการสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ประกอบด้วยเผ่าบรูหรือไทโส้ และเผ่าภูไท 
    วัฒนธรรมชนเผ่ายังคงอยู่ในเชิงสัญลักษณ์ แต่วัฒนธรรมบริโภคนิยม ทะลุทะลวงทุกหมู่บ้านในแถวเทือกภู 
    ปัญหาสังคมจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ายาเสพติด และการค้าไม้พยุง เนื่องจากบ้านกกกอก เป็นจุดเชื่อมสามเส้นทางไป อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ,อ.เต่างอย จ.สกลนคร และ อ.นาแก จ.นครพนม 
    ในทางการเมือง อิทธิพลของ “ประชานิยมทักษิณ” ยังปกคลุมเทือกภูพานตะวันออก จึงทำให้พรรคการเมืองของทักษิณ ยึดครองพื้นที่การเมืองแถวถิ่นนี้มา 4-5 สมัยแล้ว
    หากไม่มีคดีน้องชมพู่ ก็คงไม่มีใครรู้จัก “กกตูม-กกกอก” มากนัก 

‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ไร้ที่ยืนริมโขง นครพนมเปลี่ยนไป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ไร้ที่ยืนริมโขง นครพนมเปลี่ยนไป

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป11 กรกฎาคม 2563 – 11:32 น.

ขาลง ‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ จะกลับไปโดดน้ำโขงยังลำบาก เพราะนครพนม มี “สมชอบ” คนสนิท “พ่อมดดำ” ยึดครองพื้นที่เบ็ดเสร็จ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    วันเสาร์แรกของเดือน ก.ค.2563 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ วัย 88 ปี นัดนักข่าวมาวิเคราะห์การบ้านการเมืองที่โรงแรมหรู แถวดอนเมือง
    อย่างที่ทราบกัน “พ่อใหญ่จิ๋ว” หย่าร้างกับ “คุณหญิงหลุยส์” มาหลายปีแล้ว โดยมี อรทัย สรการ ยงใจยุทธ เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ทำธุรกิจเล็กๆ ร้านอาหารและกาแฟ พร้อมจะเปิดธุรกิจใหม่ World Laundry 

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                    พ่อใหญ่จิ๋ว กับร้านอาหารเล็กๆของอรทัย ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official


    ทุกวันนี้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” ยังมีไฟฝัน วาดหวังจะให้ประเทศไทยเข้าสู่ความปรองดอง สมานฉันท์
    นครพนม ในอดีตคือ พื้นที่การเมืองของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และยังมีบ้านพักของพ่อใหญ่จิ๋ว อยู่ริมฝั่งโขง แต่ปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยน พ่อใหญ่สิ้นมนต์ขลังเสียแล้ว

++
“สมชอบ”สายสุชาติ
++
    ต้นปี 2563 มีข่าวเล็กๆ จากนครพนม มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้ออกมาคัดค้านการจัดงานมหกรรมศูนย์รวมใจไทย 4 ภาค ภายใต้ชื่อ”เปิดตำนานอาณาจักรศรีโคตรบูร” บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช นครพนม โดยงานนี้ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดงาน 
    พ่อค้าแม่ค้าอ้างว่า การจัดงานกระทบกับการทำมาหากินของพวกเขา ร้อนถึง “พ่อใหญ่จิ๋ว” ต้องออกมาชี้แจง
    ตัดกลับมาที่นครพนมวันนี้ กำลังบูมการท่องเที่ยวหลังโควิด โดยวันที่ 7-13 ก.ค.2563  มีงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี จัดโดย “สมชอบ นิติพจน์” นายก อบจ.นครพนม 

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                 สมชอบ กับงานบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช


    นี่คืองานใหญ่งานแรกของนครพนม หลังวิกฤตโควิด  
    “สมชอบ” เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่เติบโตมาในยุคพ่อใหญ่จิ๋วยึดครองนครพนม และระยะหลัง พ่อใหญ่จิ๋วก็โหนกระแสทักษิณ พอมีที่ยืนทางการเมืองอยู่บ้าง
    แม้การเลือกตั้ง ส.ส. คนนครพนมยังชื่นชอบทักษิณ เลือกพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งจังหวัด แต่ อบจ.นครพนม ยังอยู่ในกำมือของ “สมชอบ”
    หลายคนอาจไม่ทราบว่า สุชาติ ตันเจริญ ประมุขบ้านริมน้ำ ได้แผ่บารมีมาคุม อบจ.อีสานเหนือ 5 จังหวัด อาทิ นครพนม,สกลนคร,หนองคาย, มุกดาหาร และยโสธร 
    สมชอบจึงไม่ให้ราคาการเคลื่อนไหวของพ่อใหญ่จิ๋วในหัวเมืองชายโขง
    ศึก อบจ.นครพนมเที่ยวหน้า สมชอบ ได้วางตัวผู้สมัคร ส.อบจ.ไว้ทุกเขตแล้ว พร้อมลุยสมรภูมิเลือกตั้งท้องถิ่น

++
น้ำผึ้งลุยเดี่ยว
++
    สิบกว่าปีที่แล้ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พยายามปั้น “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ เป็นนายก อบจ.นครพนม แต่ก็เอาชนะ “สมชอบ” ไม่ได้
    เมื่อพ่อใหญ่จิ๋วเลิกรากับคุณหญิงหลุยส์ ก็แทบไม่ได้กลับไปนครพนม ขณะที่ “น้ำผึ้ง” ยังทำงานการเมืองต่อไป ด้วยลำแข้งของตัวเอง

 'พ่อใหญ่จิ๋ว'ไร้ที่ยืนริมโขง  นครพนมเปลี่ยนไป

                                น้ำผึ้ง และคุณหญิงหลุยส์ ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 62


    วันนี้ “น้ำผึ้ง” ยังเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และมีตำแหน่งทางการเมืองเป็นที่ปรึกษา รมช.คมนาคม (อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ลูกชายของวิรัช รัตนเศรษฐ) 
    ช่วงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง “น้ำผึ้ง” ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ได้ร่วมคณะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ไปหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง ในฐานะเป็นลูกหลานคน อ.สบปราบ 
    ในพื้นที่นครพนม “น้ำผึ้ง” ยังทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเหมือนที่ผ่านมา เพื่อรักษาฐานเสียงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
    เลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า น้ำผึ้งยังฝันที่จะล้มแชมป์เพื่อไทย เข้าสภาให้ได้

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย10 กรกฎาคม 2563 – 17:56 น.

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง “สลิลทิพย์” จะชนะยังไง เมื่อพรรคก้าวไกล คือขวากขวาง หนทางสู่ชัย

++
เป็นที่แน่ชัดแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่ง “สลิลทิพย์ สุขวัฒน์” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย ลงทำศึกล้างตากับกรุงศรีวิไล สุทินเผือก
เลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ มิใช่แค่การเอาชนะพรรคฝ่ายรัฐบาล หากแต่ยังเป็นการกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรี “แชมป์ ส.ส.ปากน้ำ” 4 สมัย เพราะเที่ยวที่แล้ว เพื่อไทยพ่ายเรียบวุธ

++
ตำนานแชมป์
++
สนามเลือกตั้งสมุทรปราการ เคยตกอยู่ในการยึดครองของตระกูล “อัศวเหม” พร้อมตระกูลการเมืองท้องถิ่น มาหลายสมัย กระทั่ง “ทักษิณ ชินวัตร” นำพรรคไทยรักไทย เข้าสู่สมรภูมิ การเมืองในปากน้ำก็เปลี่ยน


การเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย เบียด “อัศวเหม” พ้นสังเวียนการเมือง พรรคราษฎรของวัฒนา อัศวเหม เหลือรอดเพียงคนเดียวคือ เรวดี รัศมิทัต ลูกสาวกำนันคนดังฝั่งพระประแดง
    ปี 2548 ความแรงของทักษิณ “เรวดี” ต้องย้ายซบพรรคไทยรักไทย และปีนั้น ไทยรักไทยก็ยึดทั้งแผ่นดินปากน้ำ
    ปี 2550 จากไทยรักไทย เปลี่ยนเป็นพรรคพลังประชาชน ก็ยึดเก้าอี้ ส.ส.ทั้งจังหวัดไว้ได้ หลังพลังประชาชนถูกยุบ ก็มี ส.ส. 2 คนย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย
    ปี 2554 สมุทรปราการ ถือว่าเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงก็มีหลายแห่ง
    การเลือกตั้งในปีนั้น พรรคเพื่อไทยกวาดมา 6 ที่นั่งจาก 7 ที่นั่งเหลือ เรวดี รัศมิทัต ที่ย้ายไปภูมิใจไทยไว้คนเดียว

++
เจอกระแสธนาธร
++
สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ กลับมาเป็น ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 อีกสมัยในสีเสื้อเพื่อไทย ปี 2554
ครั้นถึงการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2563 เกจิการเมืองทุกสำนัก ต่างฟันธงว่า พรรคเพื่อไทย กวาดเก้าอี้ ส.ส.ปากน้ำ เหมือนเดิม ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ ต้องใช้คำว่า หักปากกาเซียน
  

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                          ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย สมุทรปราการ ปีที่แล้วติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

 ลองมาไล่ดูคะแนนเปรียบเทียบ ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล)
    เขต 1 ชนสิษฏ์ ยอดฉิม (อนาคตใหม่) ได้ 21,344 คะแนน และสุทธิรัตน์ ยังตรง ลูกสาวหมอวัลลภ (เพื่อไทย) ได้ 21,121 คะแนน
    เขต 2 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ทายาทเสี่ยสงคราม (เพื่อไทย) ได้ 31,655 คะแนนและนิตยา มีศรี (อนาคตใหม่) ได้ 30,366 คะแนน
    เขต 3 หนึ่งสตรี ตุ่ยไชย (อนาคตใหม่)  ได้ 23,235 คะแนน และประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส. (เพื่อไทย) ได้ 22,703 คะแนน
    เขต 4 วุฒินันท์ บุญชู (อนาคตใหม่) ได้ 36,320 คะแนน ได้เป็น ส.ส. และวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. และแกนนำ นปช. (เพื่อไทย) ได้ 29,402 คะแนน
    เขต 5 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ (เพื่อไทย) ได้ 33,007 คะแนน และตรัยวรรธน์ อิ่มใจ (อนาคตใหม่) ได้ 31,430 คะแนน
    เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์ อดีต ส.ส. 3 สมัย (เพื่อไทย) ได้ 22,349 คะแนน และธัชชวิน โกพัฒน์ตา (อนาคตใหม่) ได้ 20,177 คะแนน
    เขต 7  นันทวรรณ ประสพดี ภรรยาประชา ประสพดี (เพื่อไทย) ได้ 27,648 คะแนน และคณินทร์ อธิศักดิ์ชานนท์ (อนาคตใหม่) ได้ 19,679 คะแนน

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                           สลิลทิพย์ ขอแก้มืออีกครั้ง
  

หากวิเคราะห์จากผลคะแนน 7 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย แชมป์ 4 สมัย พ่ายเพราะพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกล ในวันนี้
กระแสธนาธรมาแรง จนทำให้คนรุ่นใหม่และคนเสื้อแดงบางส่วน ไม่เลือก “พรรคทักษิณ” เหมือนในอดีต

แพ้ยังไง เพื่อไทยปากน้ำ เสียแชมป์ 4 สมัย

                                  พรรคก้าวไกล มุ่งมั่นมาก


การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สลิลทิพย์ และทีมงานเพื่อไทย ต้องแก้โจทย์นี้ให้ได้ มิเช่นนั้น ก็จะพ่ายซ้ำสอง

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง10 กรกฎาคม 2563 – 13:00 น.

“พิธา”โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง “พิธา” หนีไม่พ้นคำครหา “นอมินีธนาธร” ศึกเลือกตั้งซ่อมปากน้ำคือ บททดสอบแรก ก่อนเคลื่อนสู่สนาม กทม.

++
เป็นเรื่องตลก วันก่อน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช เพิ่งแถลงเปิดยุทธศาสตร์เขย่าเลือกตั้งท้องถิ่น ในนามคณะก้าวหน้า
 

วันนี้ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.)

อ่านข่าว…  “พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

พร้อมกันนั้น พิธายังเปิดตัว  “พีท อิศราวุธ ณ น่าน” ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ
 

ฟังถ้อยแถลงของพิธา จับความได้ว่า ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 สมุทรปราการ คือบันไดขั้นแรก ในยุทธศาสตร์ “ปริมณฑลล้อมกรุงเทพ” 
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อก้าวไกลประกาศศึกเมืองกรุง ย่อมกระทบถึง “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” อย่างไม่ต้องสงสัย
++
ตั้งใจชนเพื่อไทย
++ 
ผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ 24 มี.ค.2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส. 1 คน จากทั้งหมด 7 คน แต่คะแนนรวมในแต่ละเขต ก็อยู่ในลำดับ 2  ไม่เป็นรองเพื่อไทย


ฉะนั้น ทีมสาขาพรรคก้าวไกล ปากน้ำ (อดีตอนาคตใหม่) จึงมั่นใจว่า ในศึกเลือกตั้งซ่อม จะทำแต้มได้ถึง 5 หมื่นคะแนน จากเดิม 3 หมื่นคะแนน


“ศึกของอนาคตใหม่ได้ปิดฉากจบไปแล้ว ตั้งแต่พรรคถูกยุบไป กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง กรรมการสรรหาตัวผู้สมัครถูกเลือกมาใหม่ ศึกครั้งนี้ จึงเป็นศึกครั้งใหม่ของพรรคก้าวไกล โดยการนำทีมของทิม พิธา..”
 

แกนนำก้าวไกล สมุทรปราการ หรือทีมสมุทรปราการมหานคร บอกถึงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.
 

เหนืออื่นใด การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ภาวะผู้นำของ พิธา และวัดเรตติ้งพรรคก้าวไกล จะไปได้ไกลแค่ไหน

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง

++
เสี้ยมหรือสรรเสริญ
++
เมื่อ 9 ก.ค.2563 เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในหัวข้อ “พิธา และธนาธร ใครมีสิทธิ์เป็นนายก”

อาจารย์เทพมนตรี วิเคราะห์ว่า “หัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าคณะก้าวหน้า ใครมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า ประชาชนรู้ดี…หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นคนหนุ่ม อภิปรายดี มีคดีน้อย หน่วยก้านก้าวไกลตามชื่อ แต่ต้องสลัดปลดแอกตนเองออกจากหัวหน้าคณะก้าวหน้า”


บังเอิญจุดยืนอาจารย์เทพมนตรี ใครก็ทราบดี บทวิเคราะห์นี้อาจถูกตีความว่าเป็นเกมเสี้ยม แต่ข้อเท็จจริง พิธาก็อยากสลัดเงา “ธนาธร” เช่นกัน


“ถ้าหัวหน้าพรรคก้าวไกลอยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องยืนด้วยลำแข้งของตนเองประกาศตัวนำพาพรรคให้เป็นอิสระ”


การเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ  คือบททดสอบแรกของพิธา ว่าจะสอบผ่านหรือสอบตก

"พิธา"โชว์พาว เหนือธนาธรปากน้ำล้อมกรุง