พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ”

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"10 กรกฎาคม 2563 – 11:15 น.

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” “บิ๊กป้อม” ประมุขพลังประชารัฐ ยุคร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ได้เวลาขับเคลื่อน สู่โหมดการเลือกตั้งครั้งใหม่ 

++
ระหว่างการพบปะสื่อเครือชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงการปรับ ครม. และพรรคพลังประชารัฐ ไว้ตอนหนึ่งว่า “ส่วนปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าพรรคนี้มาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ มีอะไรจึงต้องพูดคุยกัน”
 

สำนวน “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่ง อีกสำนวนหนึ่งใช้ว่า ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่งเช่นเดียวกัน 

อ่านข่าว…  นายกฯยันยังไม่ปรับครม.-ลั่นขอให้เชื่อมั่นม

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

นายกฯประยุทธ์ เปรียบเปรยลักษณะทางกายภาพของพรรคพลังประชารัฐ ได้ชัดเจน และตรงประเด็น
 

ดังนั้น วันที่ 10 ก.ค.2563 เป็นวันแรกที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่ จะได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.ร้อยกว่าชีวิต ที่อาคารรัชดาวัน
++
ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
++
หลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ คงมีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ผู้อำนวยการ พรรรค และโฆษกพรรค 
 

สำหรับว่าที่รองหัวหน้าพรรค 10 คน ที่สื่อนำเสนอไปก่อนหน้านั้น ก็ครอบคลุมทั้งร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กลุ่มสามมิตร 2 คน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน 
การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ กลุ่มสามมิตรประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย ขึ้นแท่นเลขาธิการพรรค

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

ถ้าจะให้สมหวังครั้งหนึ่งในชีวิต ปรับ ครม. สุริยะคว้าเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงานได้ เสี่ยสมศักดิ์ คงเปิดร้านกินเส้นฉลองกินฟรีทั้งเดือน 
 

กลุ่มโคราช-ชลบุรี 2 คน วิรัช รัตนเศรษฐ และสุชาติ ชมกลิ่น 
เสี่ยเฮ้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองชลบุรี แตะมือขาใหญ่โคราช หวังผงาดเต็มที่ เที่ยวนี้คงไม่ตกขบวนรถไฟสายรัฐมนตรี
 

กลุ่มเมืองหลวง 2 คน พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
แม้จะไม่ได้ดูแล ส.ส.กรุงเทพฯ เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังอาศัยชื่อชั้น และคอนเนกชั่นกลุ่มทุน เอาตัวรอดมาได้ 
 

กลุ่มลูกข้าวนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 
รู้ตัวว่า ต้นทุนต่ำ “ผู้กองธรรมนัส” จึงต้องสร้างผลงานการดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และอีสานบางส่วน 
 

กลุ่มมะขามหวาน สันติ พร้อมพัฒน์
เป็นคนพูดน้อย แต่ใจถึง พึ่งได้ เหมาะสำหรับการต่อสู้ชิงยุทธภูมิ ใช้ปืนใหญ่ สนับสนุนทหาราบ “บิ๊กป้อม” จึงมอบตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคให้ 
 

กลุ่มสะตอลายพราง นิพันธ์ ศิริธร
ไม่มีอะไรมาก แค่สัญลักษณ์ของกลุ่มทักษิณ ส่วนผู้บัญชาการตัวจริง มีอยู่แล้ว เดี๋ยวบิ๊กป้อมจัดการเอง
 

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

อนุชา นาคาศัย

กลุ่มบ้านป่ารอยต่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน
ครบเครื่องเรื่องกฎหมาย และการเมือง จึงกลายเป็น “ยาสามัญประจำบ้านป่ารอยต่อ” 
 

นี่คือภาพรวมของนักเลือกตั้ง ที่ได้ชื่อว่ามาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ หรือร้อยเอ็ดเจ็ดนคร++
จบภารกิจเทคโนแครต
++
ดังที่รู้กันอยู่ คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดแรก เป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ
          

ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้
          

หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
          

สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
 

วันนี้ พลังประชารัฐ ปาดหน้าเค้กทิ้ง จึงเหลือแต่ “นักเลือกตั้ง” ล้วนๆ

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน

"จ้าวเหว่ย" วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน9 กรกฎาคม 2563 – 15:11 น.

“จ้าวเหว่ย” วุ่น ปมสังหาร 4 ศพหวั่นบัญชีดำกาสิโน หลังโควิดซา เปิดกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ เกิดเหตุสังหารชาวจีน 4 ศพ ร้อนถึง “จ้าว เหว่ย” เจ้าพ่อคิงส์โรมัน ต้องสะสาง

++
หลังรัฐบาลลาว ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด โดยอนุญาตให้เปิดกาสิโนได้ แต่ต้องคุมเข้มเรื่องการป้องกันโควิด จู่ๆ เกิดเหตุสังหารโหดชาวจีน 4 ศพ ที่สามเหลี่ยมทองคำ
 

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2563 นสพ.เวียงจันทน์ไทม์ รายงานความคืบหน้าคดีฆ่าโหดที่กาสิโนคิงส์โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยอ้างข้อมูล ปกส.(ตำรวจ) ประจำเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

อ่านข่าว…   จ้าวเหว่ย” สร้างสนามบิน ปลุกสามเหลี่ยมทองคำ
 

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานข่าวว่า เกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์ แต่ตำรวจเขตสามเหลี่ยมทองคำ ตรวจที่เกิดเหตุแล้ว กลับไม่ใช่การปล้น
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วง 20.30 น. คืนวันที่ 7 ก.ค.2563 มีรถนักเสี่ยงโชคชาวจีน ออกจากกาสิโนคิงส์โรมัน ขับไปตามถนนเขตบ้านค้วน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว โดยระหว่างทาง เกิดเหตุยิงกัน ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิต 4 ศพ (ชาย 3 หญิง 1) 

ตำรวจเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สันนิษฐานว่า มีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ประสงค์ชิงทรัพย์สิน เมื่อตรวจภายในรถ พบเงินสกุลหยวน และบาท พร้อมอาวุธปืนพก 
++
บัญชีดำจ้าวเหว่ย
++
ต้นปี 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำกาสิโน “คิงส์ โรมันส์ กาสิโน” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามกับบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าเป็นชุมทางของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีจ้าว เหว่ย ชาวจีน เป็นเจ้าของ และต้องถูกคว่ำบาตร 

ถัดมา จ้าว เหว่ย ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และประธานกลุ่มบริษัทงิ้วคำ ผู้ได้สัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้ออกมาแถลงโต้สหรัฐฯ ว่า ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงนั้น ไม่เป็นความจริง

กาสิโนคิงส์โรมัน เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเท่านั้น และรัฐบาลลาวได้ให้การรับรองเขตเศรษฐกิจแห่งนี้

แม้รัฐบาลลาว จะไม่แถลงข่าวชี้แจง แต่การมีผู้นำทางการเมืองของลาว เดินทางไปเยี่ยมเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ก็เป็นการยืนยันว่า รัฐบาลลาวยืนเคียงข้างจ้าวเหว่ย

นับจากนั้น ข่าวสหรัฐขึ้นบัญชีดำจ้าว เหว่ย และกาสิโนก็เงียบหายไป ไม่มีสื่อสหรัฐตามมาขุดคุ้ยเรื่องสีเทาๆ ในกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

++
ว่าที่นายกลาวมาเยือน
++
ต้นเดือน มิ.ย.2563 ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว และรัฐมนตรีแผนการและการลงทุน ได้เดินทางเยี่ยมยามเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยจ้าว เหว่ย ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมจัดการปูพรมแดงรับถึงบันได ฮ.

ในวงการเมืองลาว ทราบดีว่า ท่านสอนไซ ถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว คนต่อไป 

ถัดมา วันที่ 26 มิ.ย.2563 จ้าว เหว่ย ได้เป็นประธานเปิดงานวันต้านยาเสพติด ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดปราศจากยาเสพติด ชีวิตมีความสดใส” ที่สวนอุทยานหน้าต่างแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

นี่เป็นอีเวนท์สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจ้าว เหว่ย ทำให้สามเหลี่ยมทองคำ กลายเป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไม่ใช่แหล่งค้ายาเสพติด

ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าคณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เสนอจะสร้างสนามบินสากล มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ สนามบินดังกล่าว มีมูลค่าการก่อสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้า และเตรียมเสนอต่อรัฐบาลลาว

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย9 กรกฎาคม 2563 – 14:22 น.

เดชเฮียกวง ทะลวงป้อมค่าย สี่กุมาร พ้นจากพลังประชารัฐ สปอตไลท์การเมืองสาดจับ “จอมยุทธ์กวง” ก้าวต่อไป จะหยุดที่สถานีไหน  

++
การตัดสินใจลาจากพรรคพลังประชารัฐของ “4 กุมาร” อุตตม สาวนายน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ , สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็เหมือนการจบภารกิจ และจบดีลกับผู้ทรงอำนาจ ยุคหลังรัฐประหาร 2557 

อย่างที่รู้กัน พรรคพลังประชารัฐ ถูกออกแบบให้เป็นพรรคเพื่อการเลือกตั้ง และให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการโหวตในสภาฯ

อ่านข่าว…  ทางเดินเฮียกวงจับตา ‘สัมมาชีพ” บ้านพัก 4 กุมาร

4 กุมาร สายตรง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” จึงเป็นผู้ก่อร่างสร้างพรรคตอนแรกๆ ก่อนที่จะมีผู้คนเข้ามาอีกมายมาย หลายเผ่าพันธุ์การเมือง 

ช่วงแรกๆ ที่ตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีนักข่าวไปถาม “สมคิด” เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับกลุ่มสามมิตร   

“ทุกคนเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น และไม่ใช่แค่สามมิตร เป็นมวลหมู่มหามิตรเลย เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น วงการเมืองคือเพื่อนๆ กัน”
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นี่คือคำตอบของ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้อยู่กับการเมืองไทยเกือบ 20 ปี 
++
มวลมหามิตร
++
แรกที่มีข่าวเรื่องกลุ่มสามมิตร นำโดยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็คล้ายมีชื่อสมคิด เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่ลึกๆ แล้ว สมคิดได้ติดต่อกับอดีตนักการเมืองจากพรรคไทยรักไทย หลายกลุ่มหลายก๊วน มิได้มีเพียงแต่สุริยะ และสมศักดิ์ 

คำว่า   “มวลหมู่มหามิตร” ที่หลุดออกจากปากสมคิด น่าขยายความเป็นอย่างยิ่ง           

เมื่อแยกทางจาก “ทักษิณ” ราวปี 2550 สมคิดซุ่มซ่อน สะสมเครือข่ายสายสัมพันธ์เดิม โดยตั้ง “กลุ่มธรรมาธิปไตย” เชื่อมร้อยกับกลุ่มที่แตกตัวออกมาจากไทยรักไทย          

“พิมล ศรีวิกรม์” และ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นตัวยืนในการพบปะกันของนักการเมืองหลายพรรค โดยใช้โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล เป็นสถานที่นัดพบกัน          

ผ่านไประยะหนึ่ง จึงตั้งชื่อ “กลุ่มธรรมาธิปไตย” สมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มาจากแวดวงธุรกิจ นักการธนาคาร นักการตลาด นักอุตสาหกรรม รวมไปถึงแวดวงนักวิชาการ         

แรกๆ มีข่าวลือว่า กลุ่มธรรมาธิปไตยเหมือนจะรวมตัวกับ “กลุ่มมัชฌิมา” ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แต่สมคิดไม่ตัดสินใจ สมศักดิ์จึงนำพลพรรคไปพึ่งพาเสี่ยประชัย เลี่ยวไพรัตน์          

ช่วงฤดูหาเสียงปลายปี 2550 สมคิดมีชื่อเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา” ที่มี ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, พิจิตต รัตตกุล และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นแกนหลัก แต่หลังจากนั้น สมคิดก็แวบหายไปจากการเมืองไทย 

ปี 2555 สมคิดจับมือหมอประเวศ ดันมูลนิธิสัมมาชีพ ก็ยังดึงอดีตนักการเมืองไทยรักไทยบางคนมาทำงานด้วย 

ด้วยการที่อยู่พรรคไทยรักไทย มาแต่แรก สมคิด จึงรู้จักมักคุ้นแกนนำทุกมุ้งทุกกลุ่ม 

++
สมคิดไม่ธรรมดา
++
สัปดาห์ที่แล้ว จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จัดรายการวิเคราะห์การเมือง ได้ประเมินสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค
 

“การปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งตอนแรกใครก็คิดว่าง่าย   สี่กุมารยังไงก็พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่ลืมคิดไปว่ากลุ่มสี่กุมารนั้น บวกหนึ่งสมคิด ก็มีประสบการณ์และบทเรียนมากมาย”  

สมัยไทยรักไทยรุ่งเรือง จตุพร อาจเป็นตัวละครที่อยู่วงนอก แต่ทำงานกับ “ผู้มีอำนาจวงใน” หลายคน จึงเห็นบทบาทสมคิดในยุคทักษิณ 

“เมื่อย้อนกลับไปดูนั้นก็เห็นว่า การดำรงอยู่ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์นั้น ไม่ธรรมดา ชนิดที่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตรก็ตกใจว่าสถานการณ์ในขณะตอนปลายก่อนที่จะมีการล้มกระดานกันนั้น นายสมคิดอยู่ในบทบาทไหน แต่ตนไม่ต้องการอธิบายความให้เกิดปัญหากัน แต่บอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ”  

จตุพร ย้ำอีกครั้งว่า “หลายคนคิดว่า บรรดาแทคโนเเครต เหล่านี้ไม่มีความเท่าทันทางการเมือง แต่มารอบนี้ตนบอกได้เลยว่า ไม่ธรรมดา”

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ9 กรกฎาคม 2563 – 11:00 น.

“พิธา”ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ เบื้องลึกพรรคก้าวไกลหักกันเอง ก๊วนส้มปากน้ำสายตรงธนาธร ดันพวกตัวเองลงสนาม ลอยแพ “ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ” คนบางบ่อ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลิ่นแปลกๆ สำหรับพรรคก้าวไกล สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2563 เมื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.กลุ่มหนึ่งลงพื้นที่แถวบางพลี บางเสาธง และบางบ่อ โดยไร้เงา ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคอนาคตใหม่(เดิม) 

ขณะที่ อิศราวุธ ณ น่าน ทีมงานสมุทรปราการมหานคร ได้ขึ้นรถแห่ร่วมกับหัวหน้าพรรคพิธา 

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2563 คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล มีมติเสียงส่วนใหญ่เลือก อิศราวุธ ณ น่าน เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้

อ่านข่าว…   ด่วน ! ‘ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ’ ประกาศ ‘ยุติบทบาท กับ พรรคก้าวไกล’ หลังอกหัก พรรคไม่ส่งลงสนามเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการ เขต 5

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“อิศราวุธ ณ น่าน” กับ “พิธา”

พลันที่ทราบข่าว ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการเขต 5 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมขอยุติบทบาทกับพรรคก้าวไกล” 
++
พวกใครพวกมัน
++
ย้อนดูผลคะแนนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ตรัยวรรธน์ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 5 สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม ได้ 31,430 คะแนน รองจากกรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 1 ได้ 41,745 คะแนน และสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ได้ 33,007 คะแนน
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หากมองตามเกมนี้ ตรัยวรรธน์ คน อ.บางบ่อ ควรได้รับโอกาสลงแก้มืออีกครั้ง แต่แกนนำพรรคก้าวไกล สมุทรปราการ ไม่คิดแบบนั้น จึงส่ง “พีท” อิศราวุธ ณ น่าน มาลงสมัคร ส.ส.แทน 

คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล อ้างว่า “พีท” มีศักยภาพเหมาะสมที่สุดที่จะนำพาก้าวไกลชนะศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ เพราะพื้นเพเป็นคนสมุทรปราการแต่กำเนิด แต่เกิดในเขตเทศบาลปากน้ำ และเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่ อ.บางบ่อ ทำให้เป็นผู้รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี 

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ธวัชชวิน” แกนหลักที่ผลักดันให้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.

แท้จริงแล้ว “พีท” ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารสาขาพรรคก้าวไกล ปากน้ำ นำโดย ชนสิษฎ์ ยอดฉิม หัวหน้าสาขาพรรคสมุทรปราการ นายธวัชชวิน โกพัฒน์ตา เป็นรองหัวหน้าสาขาพรรค 

พูดง่ายๆ พวกใครพวกมัน ตรัยวรรธน์ นักการเมืองโนเนมอยู่ชายขอบสมุทรปราการ เลยอกหักตามธรรมเนียม

++
ไร้เดียงสา
++
ก่อนหน้านี้ ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา กับพวกได้ฟอร์มทีมสุมทรปราการมหานคร เตรียมลงสมัคร อบจ. โดยตัวเขาจะลงสมัครสมาชิก อบจ. เขต 4 พระประแดง สมุทรปราการ 
 

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล ทีมสมุทรปราการมหานคร ของ “ธวัชชวิน” จึงเข้ามากุมการบริหารสาขาพรรคก้าวไกล  

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ตรัยวรรธน์” ลงพื้นที่มาตลอด บางงานก็เจอกับ “กรุงศรีวิไล”

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2563  แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า “ต้องยอมรับความจริงว่าการเลือกตั้งเขต 5 สมุทรปราการคราวที่แล้วในนามพรรคอนาคตใหม่ คะแนน 30,000 กว่าคะแนนนั้นส่วนใหญ่ ได้มาจากกระแสพรรคอนาคตใหม่ และแม่เหล็กอย่าง ธนาธร พรรณิการ์ และปิยบุตร แต่ศึกของอนาคตใหม่ได้ปิดฉากจบไปแล้วตั้งแต่พรรคถูกยุบไป..” 

อาการ “ไม่เห็นหัว”  ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส. ทำนองนี้ ที่เคยทำให้สาขาพรรคอนาคตใหม่ เกิดข้อขัดแย้งและแยกทางกัน เมื่อปีที่แล้ว 

การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จึงต้องเป็นการนับหนึ่งใหม่ “ศึกครั้งนี้จึงเป็นศึกครั้งใหม่ของพรรคก้าวไกล โดยการนำทีมของทิม พิธา เพราะฉะนั้นการรบครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นการรบของพรรคการเมืองใหม่ที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคอนาคตใหม่ในสนามการเลือกตั้งเดิม ขอแรงสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องชาวเขต 5 สมุทรปราการกันอีกหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เอาให้ทะลุ 50,000 คะแนนกันไปเลย” 

คำว่า “เปลี่ยนม้ากลางศึก” ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา เขียนไว้ก่อนหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จะมีมติเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ประมาณ 5 วัน 

นี่หรือวิธีคิดวิธีทำงานแบบคนรุ่นใหม่ ไม่น่าแปลกใจที่ “ตรัยวรรธน์” จะผิดหวังอย่างรุนแรง

"พิธา"ไร้เดียงสาพิษลัทธิพรรคพวกหักดิบสนามปากน้ำ

“ตรัยวรรธน์” โบกมือลา “ธนาธร”

ปรับ ครม.ชี้ชะตา “ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปรับ ครม.ชี้ชะตา “ลุงตู่”

ปรับ ครม.ชี้ชะตา "ลุงตู่"9 กรกฎาคม 2563 – 01:28 น.

ปรับ ครม.เกิดขึ้นแน่ในเวลาอันใกล้นี้และจะเป็นการ”ปรับใหญ่”โดยเป้าอยู่ที่เก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคแกนนำรัฐบาล”พรรคพลังประชารัฐ”การปรับ ครม.ครั้งนี้หากนายกฯทำได้ไม่ดี คำนึงถึงแต่โควต้าการเมือง คงนับถอยหลังสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ได้เลยและอาจไม่ได้กลับมาอีก

นาทีนี้ถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ต้องปรับ ครม.แน่และการปรับ ครม.ครั้งนี้จะเป็นการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศและของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะเดินไปทางไหน และการปรับ ครม. ครั้งนี้จะเป็นการ”ปรับใหญ่”  
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ต้องปรับ ครม.เพราะ ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคฯ ทางพรรครวมพลังประชาชาติไทย จึงเสนอชื่อศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ต่อนายกฯเข้าไปแทน
อีกเหตุผลหนึ่งคือ ความแตกแยกของพรรคพลังประชารัฐ แบ่งออกเป็นหลายขั้วและเต็มไปด้วย”นักเลือกตั้ง” ตั้งแต่แรก สภาพของพรรคพลังประชารัฐจะปล่อยไปเรื่อยๆ ไม่จัดการบริหารไม่ได้  แม้ว่า พล.อ.ประวิตร จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก็ยังไม่จบ จึงต้องปรับ ครม. เพื่อจัดสมดุลย์ภายในพรรคพลังประชารัฐกันใหม่

และการปรับครม.ครั้งนี้ ไม่ใช่ “ปรับเล็ก” มิเช่นนั้นก็คงปรับ ครม.ไปนานแล้ว แต่นี่ปล่อยให้เวลาทอดไปเรื่อยๆ เพื่อรอ “ปรับใหญ่”ทีเดียว ซึ่งเกี่ยวพันกับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 2564 ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านสภาวาระแรกขั้นรับหลักการจึงถึงเวลาที่จะปรับ ครม.กันเสียที โดยปรับ ครม.ภายในเดือนนี้ (กรกฎาคม) เพราะปล่อยไปนานยิ่งวุ่นวาย  
การ “ปรับใหญ่” ครั้งนี้ส่วนมากเป็นเก้าอี้”รัฐมนตรี” โควต้าของ”พรรคพลังประชารัฐ” ทั้งสิ้น 
อย่างคนที่มีรายชื่อว่าน่าจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ก็คือนายอนุชา นาคาศัย ซึ่งเพิ่งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่,นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งคุมเสียง ส.ส.ภาคกลาง รวมทั้งมีชื่อของนายไพรินทร์  ชูโชติถาวร  อดีต รมช.คมนาคม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  สมัยแรก 
ส่วนกลุ่มที่น่าจะถูกปรับออกก็น่าจะเป็น”กลุ่มสี่กุมาร” แต่บางคนอาจจะได้อยู่ต่อ อย่างเช่น นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ซึ่งมีภาพของการเป็นนักวิชาการและภาพคนทำงาน
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยจะปรับรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่นายกฯ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคทั้งสองซึ่งทั้งพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้กระทรวงคมนาคม,กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงการท่องเที่ยว ไปดูแล พอใจอยู่แล้วกับสิ่งที่เป็นอยู่ คงไม่ปรับรัฐมนตรีในส่วนของตน

สำหรับการปรับ ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์  ต้องไม่สนใจโควต้าทางการเมือง ปรับให้ดี คำนึงถึงคุณภาพ และเสียงของชาวบ้าน แม้จะต้องคำนึงถึงคณิตศาสตร์ทางการเมืองอยู่บ้างและถ้าปรับ ครม.แล้วมีการป่วนตามมา ก็ยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เพราะว่าถ้าปรับ ครม.ครั้งนี้ ประชาชนชื่นชมและคนที่เข้ามาใน ครม. มีศักยภาพในการทำงาน รัฐบาลอยู่ยาว แต่ถ้าคิดถึงแต่โควต้าการเมืองเสียง”ยี้”จะตามมา

และแม้ว่าความนิยมในรัฐบาลระยะหลังดีขึ้นหลังจากคุมการระบาด “โควิด-19” โดย ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ดึงอำนาจมาอยู่ที่นายกฯและเอาอยู่ แต่ประชาชนไม่พอใจรัฐบาลในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพ ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ปัญหาเศรษฐกิจประชาชนไม่พอใจมาตลอด 3-4 ปี ซึ่งมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ   
ดังนั้นปรับ ครม.แล้ว รัฐบาลต้องทำงานเข้าตาประชาชนด้วย นั่นคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าได้ทีมเศรษฐกิจเหมือนเดิม ก็อาจจะคิดเหมือนเดิม

การปรับ ครม.เที่ยวนี้ อย่าคิดว่าตอนนี้เสียงในสภาของรัฐบาลเข้มแข็งแล้วจะเอาอยู่ ประวัติศาสตร์ก็บอกมาแล้วว่าหากรัฐบาลไหนประชาชนไม่สนับสนุน ต่อให้เสียงในสภาท่วมท้นแค่ไหน ก็อยู่ยาก

และจากการสำรวจโพลล่าสุดออกมาว่า ขณะนี้ประชาชนเห็นว่ายังหาคนเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ถึง 44% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก ดังนั้นหากปรับ ครม.เที่ยวนี้ทำไม่ดี ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ในที่สุดและต้องยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ พล.อ. ประยุทธ์ อาจหมดสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ ก็เป็นได้

รู้ยัง”ครูพี่โอ๊ะ”ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้ยัง”ครูพี่โอ๊ะ”ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้9 กรกฎาคม 2563 – 01:05 น.

เจาะประเด็นร้อน :  รู้ยัง”ครูพี่โอ๊ะ”ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้ 

ในโอกาสจะครบรอบ 1 ปีของการเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.)ของ “ครูพี่โอ๊ะ” ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์  รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดใจกับ “คมชัดลึก ออนไลน์” กับภารกิจเพื่อการศึกษาชาติ  

ย้อนปูมชีวิต “ดร.โอ๊ะ” เกิดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2509 อายุ 54 ปี มีดีกรีจบ 3 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.) ไล่จาก ระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต  ระดับปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต และระดับปริญญาเอก รัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสมา3ชื่นชม “บึงกาฬ” เตรียมเปิดเทอมอย่างมีมาตรฐาน

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

“ดร.โอ๊ะ” เป็นลูกสาวคนสวยของ “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ อดีต ส.ส. 8 สมัยบ้านใหญ่ลุ่มน้ำบางปะกง ผู้ที่ทำให้ศึกเลือกตั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคภูมิใจไทย “ปราจีนบุรี” ได้รับชัยชนะแบบ “ยกจังหวัด”

ในวัย 81 ปีของ “โกทร” ได้ฝากฝัง “ดร.โอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ ไว้กับ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีระกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.)

รมต.จาก3พรรคแต่เป็นหนึ่งเดียว

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ภายใต้ร่มเงาของ3พรรคการเมืองใหญ่ ไล่มาตั้งพลังประชารัฐ(พปชร.) ส่ง“เดอะตั้น” นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตกรรมการบริหารพรรค ปพชร. ขึ้นแท่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)หรือ “เสมา1”

มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รั้งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกกษาธิการ (รมช.ศธ.) หรือ“เสมา2” ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน เป็นรัฐมนตรีที่มีอายุมากที่สุดในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  เพราะเกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2483 ปีนี้อายุ 80 ปี

ว่ากันว่า คุณหญิงกัลยา กำลังขับเคลื่อนงานสำคัญคือ วิทยาลัยเกษตรกรรมที่มี 47 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นเกษตรกรยุคใหม่ เป็นเจ้าของแนวคิด การสอนโค้ดดิ้ง ให้คิดเป็นระบบ หรืองานบริหารจัดการนํ้าของชุมชนตามแนวทางพระราชดำริ เพราะปัญหาขาดนํ้า เป็นต้นเหตุหลักของความยากจน กำลังดำเนินการผ่านวิทยาลัยเกษตรกรรมทั่วประเทศ

และมี “ครูพี่โอ๊ะ” ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นรมช.ศึกษธิการ  หรือ “เสมา3” ได้รับมอบหมายภารกิจ  ให้ดูแลสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.)
     

 “เสมา3” ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบภารกิจสำคัญอาทิ นโยบายเรียนออนไลน์ เพื่อลดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม สร้างความเท่าเทียมในระบบการศึกษาแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ผ่าน กศน. รองรับการจัดการเรียนการสอนในช่วงประกาศปิดเรียน ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งหลักสูตรการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และส่งเสริมอาชีพ

ชอบงานการศึกษา ยิ่งทำ ยิ่งสนุก

 ดร.กนกวรรณ  เล่าว่า ชีวิตคลุกคลีกับงานด้านการศึกษามาตลอด ในฐานะประธานกรรมการสถานศึกษา ตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่บ้านนอก รับรู้การจัดการศึกษาให้เด็กเล็ก จนถึงจบม.ปลาย ทำกิจกรรมมากมาย ร่วมกับสถานศึกษา ร่วมกับเด็กๆนักเรียน  เคยทำงานร่วมกับกศน. รับรู้ปัญหามาตลอดแต่ไม่มีโอกาสเข้ามาทำงาน

เมื่อมาทำงานจริง ๆ ต้องบอกว่างานการศึกษาเป็นงานที่ชอบ และถูกใจจริงๆ  เมื่อได้รับความไว้วางใจก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เมื่อมีปัญหาก็เปิดใจคุยกัน เป็นเนื้อเดียวกัน กระทรวงเดียวกัน ไม่มีข้อจำกัด ทลายทุกข้อจำกัด ซึ่งข้าราชการที่กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเปิดใจ แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ปรับตัวไปด้วยกันติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

 “ต้องชื่นชมจากใจ เรามีบุคลากรชาวกศน.เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ทำงานระดับฐานราก ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กศน.เริ่มก่อนใครเลย ลงไปอบรมชาวบ้าน ทำหน้ากากอนามัยผ้ามัสลินใช้เอง และแจกประชาชน”

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

 คนกศน.มนุษย์พันธุ์พิเศษ ทำงานทุ่มเทให้กับคนอื่น แต่สถานะของตัวเองกลับไม่มีความมั่นคง ครูอาสาเป็นจำนวนมาก บางคนสอนหนังสือวันนี้ แต่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้สอนหนังสืออีกหรือไม่ ต้องหานักศึกษาตลอดเวลา บางหน่วยงานอย่างเช่นศูนย์วิทยาศาสตร์ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้าราชการเป็นเพียงอัตราจ้าง ความมั่นคงในอาชีพไม่มีเลยสร้างขวัญ กำลังใจ ให้กับบุคลากร

ครูพี่โอ๊ะ เล่าอีกว่า จุดนี้ท้าท้ายการทำงานในฐานะเป็นรัฐมนตรีศึกษาฯมาก บอกตัวเองว่าเมื่อครูอาสาทำเพื่อส่วนรวม เราต้องช่วยแก้ไขปัญหา ปรากฏว่ามีอัตราว่าง แต่เป็นของหน่วยงานอื่นกอดอัตราเอาไว้ ต้องไปขอความร่วมมือพูดกันแบบเปิดใจ และได้อัตรามา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน แต่เราทำสำเร็จ ดีใจและภูมิใจมากๆ

“รัฐมนตรีคนนี้ไม่ทอดทิ้ง และให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญ กำลังใจ ให้กับบุคลากร พร้อมรับฟังปัญหาเพื่อการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งจนถึงวันนี้ พูดคำไหน คำนั้น ลงมือทำทันที และต้องทำให้สำเร็จ พร้อมที่จะทลายทุกข้อจำกัดให้หมดไป”

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

 ทั้งในเรื่องของอัตราข้าราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กศน. ที่ได้มีกำหนดการสอบข้าราชการในตำแหน่งผู้บริหาร ครูผู้ช่วย และพนักงานราชการ จำนวน 1,747 อัตรา ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพของคน กศน.ทั่วประเทศ

ประกอบด้วย รอง ผอ.กศน.จังหวัด /กรุงเทพมหานคร 22 อัตรา และ ผอ.สถานศึกษา 118 อัตรา ครูผู้ช่วย 1,272 อัตรา (พื้นที่สูง 209 อัตรา พื้นที่ทั่วไป 743 อัตรา และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา 320 อัตรา) ครูผู้ช่วยกรณีทั่วไป 318 อัตรา และพนักงานราชการส่วนกลาง 17 อัตรา เพื่อสร้างความมั่นคง ยั่งยืนในชีวิตให้คน กศน.มีความก้าวหน้าต่อไป

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

อยากให้1วันมีมากว่า24ชม.

“ทำงานการศึกษาสนุกมาก  ปัญหาหลายอย่างได้รับการแก้ไข เวลาลงพื้นที่มีแต่เสียงชื่นชมให้กำลังใจทำงาน บอกเลยว่าเหนื่อยแค่ไหนก็สู้ วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง มีเวลาพักผ่อนเมื่อหลับนอนเท่านั้น ใจจริงดิฉันอยากให้1วันมี 78 ชั่วโมง จะได้ทำอะไรให้การศึกษาได้มากกว่านี้ มีหลายเรื่องทีอยากจะทำ อย่างรถห้องสมุดกศน.เคลื่อนที่ ปัจจุบันรถห้องสมุดกศน.เก่ามาก ดิฉันสั่งให้ตั้งงบฯปี2565 ต้องมีห้องสมุดเคลื่อนที่ มีรถบริการห้องสมุด จังหวัดไหนพังก็ต้องซ่อม จังหวัดไหนไม่มีก็ต้องตั้งงบประมาณจัดซื้อ  บางพื้นที่อาศัยเครือข่ายช่วยลงขัน”

 ข้อดีการมีรถห้องสมุดกศน.เคลื่อนที่ เป็นรถขนาดเล็กสามารถเข้าทุกตรอบ ซอก ซอย คอยให้บริการประชาชนเคลื่อนไปตามตลาด ตามชุมชนต่างๆ บริการชาวตลาด ได้เรียนรู้กับกศน. แม่ค้า พ่อค้า หรือพ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถนำลูกหลานที่เป็นเด็กเล็กมาฝากไว้ที่ห้องสมุดเคลื่อนที่ ระหว่างที่เด็กรอพ่อแม่จะได้อ่านหนังสือ  อ่านการ์ตูน หรือสมุดภาพ กระตุ้นให้เกิดเกิดจิตนาการ สามารถยืมหนังสือ กลับไปอ่านที่บ้านได้ เป็นการลดช่องว่าง และเพิ่มสานสัมพันธ์คนในชุมชน  ให้รักกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็ง แต่มากด้วยความรู้

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

รัฐมนตรีที่เข้าใจงานกศน.มากที่สุด  

 “ดิฉันได้รับคำชื่นชมจากผู้นำศาสนาที่ภาคใต้ ชมว่าเป็นรัฐมนตรีที่เข้าใจงานของ กศน.มากที่สุด ผลักดันงานกศน.เข้าไปจัดการเรียนรู้ ในพื้นที่ศาสนาอิสลาม ครูกศน.สามารถเชื่อมโยงเติมเต็ม ถูกจุดกลายเป็นที่ยอมรับในพื้นที่ภาคใต้  นี่คือภารกิจของกศน.ในการส่งเสริมการอ่าน ให้คนไทยรู้หนังสือ เรียนรู้โลกกว้างผ่านหนังสือ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยรัชกาลที่ 9 และต่อยอดงานตามพระราชดำรัสรัชกาลที่10 นี่คืองานของเราชาวกศน.รวมถึงงานลูกเสือเป็นเรื่องที่กำลังขับเคลื่อน เพื่อปลูกฝังเด็กไทยให้เป็นคนมีวินัย มีจิตบริการสาธารณะ มีจิตสำนึกผดุงไว้3สถาบันหลักของชาติ

เพิ่มค่ารักษาฯครูเอกชนจาก1แสนเป็น1.5แสนได้ไง?

ในฐานะที่กำกับดูสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งรับผิดชอบสถานศึกษาเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ เสมา3 ลุยพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล นำมาประมวลผล และนำไปสู่การแก้ไข แต่ละพื้นที่ปัญหาแตกต่างกัน ไปมาเกือบทุกจังหวัดแต่ไม่เคยขาดประชุมสภาฯ หรือขาดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลาซาล กรุงเทพมหานคร เป็นรร.คริสเตียน ปรากฏว่าในรอบ 60-70 ปีไม่เคยมีรัฐมนตรีมาตรวจเยี่ยมเลย  แรกๆก็มีกำแพงบางๆ แต่เมื่อรับรู้ได้ว่ารัฐมนตรีเป็นคนง่ายๆ ไม่ต้องต้อนรับหรูหรา คุณครูก็เริ่มเข้ามาทักทาย คุยกันเปิดใจ อยากให้รัฐมนตรีช่วยอะไรบ้าง”

สถานศึกษาเอกชนช่วยแบ่งเบาภาระรัฐบาลในการจัดการศึกษา  แต่คุณภาพชีวิตของครูเอกชนยังน่าเป็นห่วง เวลาเจ็บป่วยมีข้อจำกัดในการรักษา ดีใจที่มีโอกาสเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาด้านสวัสดิการการรักษา  ใช้เวลา 1 เดือนเปิดโต๊ะเจรจาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เกลี่ยเงินส่วนที่ไม่จำเป็นมาเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับครู จากวงเงินเดิมที่สำรองจ่ายไปก่อนและเบิกคืนได้ไม่เกิน 100,000 บาท เพิ่มเป็น 150,000 บาท

  “ครูเอกชนทั่วประเทศ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เพิ่มจาก 100,000 บาทเป็น 150,000 บาท ต่อคนต่อปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 นี่คือกำลังใจให้ครูเอกชน ดิฉันเห็นรอยยิ้มของครูแล้วชื่นใจมาก อยากจะทำงานให้กับครูได้มากกว่านี้” ครูพี่โอ๊ะ กล่าว  ทำดีแล้ว ทำต่อไป

18 กรกฏาคม 2563 นี้ จะครบรอบ 1 ปีในตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” หรือ “เสมา3”  ครูพี่โอ๊ะ บอกว่า ทำงานร่วมมือกับทั้ง สามรัฐมนตรีศึกษาราบรื่นมาก มีอะไรก็หารือปรึกษากัน ผ่านช่องทางแอพลิเคชั่นไลน์ บางจังหวะก็หารือร่วมกันช่วงก่อนจะประชุมสภาฯ หรือก่อนจะประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

“3รัฐมนตรีศึกษาเป็นหนึ่งเดียว ท่านรัฐมนตรีว่าการไว้วางใจมอบหมายงานก็ทำได้ คุณหญิงกัลยาก็นารัก ทำงานอย่างมีความสุข ทุกอย่างกำลังเดินไปได้ดี แต่มีปัญหาให้แก้ไขทุกวัน แต่ครูพี่โอ๊ะเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ ทำงานเป็นเครือข่าย เวลาเอ๋ยปากให้เพื่อนพ้องในทุกวงการอาสามาช่วยเหลือ มีทั้งในไทยและต่างประเทศ”

ท่าที “อนุทิน ชาญวีระกุล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.)หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับผลการทำงานในตำแหน่ง “เสมา3” นั้น ครูพี่โอ๊ะ กล่าวด้วยเสียงเปี่ยมความสุขว่า “ทำดีแล้ว ทำต่อไป นี่คือคำชมจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และท่านหัวหน้าพรรคบอกว่าไม่มีการปรับครม.ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ท่านพอใจมาก ท่านบอกว่าฟังจากเสียงสะท้อนของประชาชนเวลาลงพื้นที่มีแต่เสียงชื่นชม”     

แต่การทำงานไม่ได้โรยด้วยกุหลาบ ยิ่งในภาวะที่ไม่ปกติหลังพบคนไทยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทบการเรียนการสอนจนต้องเลื่อนเปิดเทอมเป็น 1 กรกฏาคม 2563 

กับภารกิจเรียนออนไลน์ ลุยพื้นที่ตรวจความพร้อมของแต่ละศูนย์การเรียนรู้ภาคเหนือ พบหลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางออก โชคดีมีโอกาสได้กราบนมัสการพระครูวิมลปัญญาคุณ ศรีแสงธรรม เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนวัดศรีแสงธรรม หมู่5 บ้านดงดิบ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ท่านมีวิธีคิดที่ทันสมัยมาก ทำโรงเรียนให้เด็กยากจน สร้างอาชีพให้เด็ก ยากจนได้เรียนรู้คู่มีงานทำจากการรับผลิตและติดตั้งแผงโซล่าโซลล์    

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

    พระครูวิมลปัญญาคุณ

รู้ยัง"ครูพี่โอ๊ะ"ดร.กนกวรรณ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึง พึ่งได้

   แผงโซล่าโซลล์

 แต่ต้องใช้เงินจำนวน 200,000 บาท ถ้ารอตั้งงบประมาณคงไม่ทันความเดือดร้อนของเด็กๆ จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคนที่มีความพร้อม จากเพื่อนผอง น้องพี่ ที่อยากเห็นลูกหลานไทยเข้าถึงการศึกษา ปรากฏว่าได้เงินครบ 200,000 บาท ทำให้เด็กมีไฟฟ้าใช้จากพลังงานแสงอาทิตย์ มีอินเตอร์เน็ตใช้ แก้ปัญหาเรียนออนไลน์ ยกระดับการศึกษา คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำได้

“หลังโควิดซา มีแผนพัฒนาการเรียนออนไลน์ ร่วมกับพันธมิตร มีผู้เสนอตัวให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เพื่อเชื่อมโยงบ้านหลังใหญ่(กศน.)ให้เป็นบ้านแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ฟรี อยากทำให้ดีกว่านี้ มีเป้าหมายอยู่ในใจแต่เน้นการกำกับดูแลงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด” ครูพี่โอ๊ะ สรุปปิดท้ายบทสนทนา

นี่คือเสี้ยวชีวิตของชีวิตการทำงานด้านการศึกษา ของ “ครูพี่โอ๊ะ” ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีขาลุย ใจถึงพึ่งได้ เธอรัฐมนตรีป้ายแดงคนนี้ 

  0 กมลทิพย์  ใบเงิน 0เรียบเรียง    0ทีมเลขารัฐมนตรีครูพี่โอ๊ะ0ภาพ

ส่องแม่ทัพใต้ “นิพันธ์ ศิริธร” ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องแม่ทัพใต้ “นิพันธ์ ศิริธร” ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม

ส่องแม่ทัพใต้ "นิพันธ์ ศิริธร" ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม8 กรกฎาคม 2563 – 15:39 น.

ส่องแม่ทัพใต้ “นิพันธ์ ศิริธร” ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม 13 ส.ส.ใต้ พลังประชารัฐ ขาด “หัว” มานาน วันนี้ “บิ๊กป้อม” วางตัว”นิพันธ์” ขึ้นรองหัวหน้าพรรคสายทักษิณ  

++
หลังปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ มีรายงานข่าวว่า จะเพิ่มรองหัวหน้าพรรค จาก 9 คน เป็น 10 คน ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่ต้องการให้มี “รองหัวหน้าพรรค” ครบทุกภูมิภาค 

รายชื่อว่าที่รองหัวหน้าพรรคที่วางตัวไว้ 10 คน ประกอบด้วย 1.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 3.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 4.ไพบูลย์ นิติตะวัน 5.วิรัช รัตนเศรษฐ 6.สุชาติ ชมกลิ่น 7.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 8.สมศักดิ์ เทพสุทิน 9.สันติ พร้อมพัฒน์ ควบ ผอ.พรรค และ10.นิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง 

ชื่อรองหัวหน้าพรรคคนที่ 10 ที่เพิ่มเข้ามา อาจเป็นคนหน้าใหม่ป้ายแดง 

อ่านข่าว…   ด้ามขวานร้อน “สันติ” ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ

ส่องแม่ทัพใต้ "นิพันธ์ ศิริธร" ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม

นิพันธ์ มอบพระเครื่องให้บิ๊กป้อม

รายงานข่าวแจ้งว่า ในสัดส่วนของภาคใต้นั้น เดิมมีชื่อ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส ที่ถูกสนับสนุนให้เป็นรองหัวหน้าพรรค แต่สัมพันธ์ปฏิเสธ เพราะต้องการดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เต็มที่ จึงเปลี่ยนเป็นนิพันธุ์แทน
++
นิพันธุ์คือใคร?
++
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ตรัง ครั้งที่แล้ว เป็นโจษขานทั่วด้ามขวานไทย เมื่อ นิพันธ์ ศิริธร พรรคพลังประชารัฐ เอาชนะ น.พ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส.ตรัง 3 สมัย  ในสนามเขต 1 ตรัง 

นิพันธ์ ได้ 39,416 คะแนน ชนะหมอสุกิจ แชมป์เก่าที่ได้ 38,332 คะแนน ต่างกันฉิวเฉียดที่หลักพันคือ 1,084 คะแนน 

เกิดคำถามมากมาย ทำไมคนตรังเปลี่ยนใจ? 

นิพันธ์ ศิริธร เกิดที่พัทลุง แต่การรับราชการในตรัง ตั้งแต่นายอำเภอ จนขึ้นมาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด รวมแล้วอยู่ตรังมา 15 ปี ต้องยอมรับว่าเขาเข้าใจตรังอย่างทะลุ  

ส่องแม่ทัพใต้ "นิพันธ์ ศิริธร" ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม

กลุ่มด้ามขวานไทย

ไม่ปฏิเสธว่า นิพันธ์เป็นหนึ่งในผู้ภักดีกับประชาธิปัตย์ เพราะตรังคือ ปชป. และชวน หลีกภัย 

นิพันธ์สรุปชัยชนะของพลังประชารัฐ ที่เขต 1 ว่า “ในมุมของเรา ที่ชนะก็เพราะ 3 เรื่อง หนึ่ง ตัวบุคคล สอง นโยบายพรรค สาม ชื่อนายกรัฐมนตรี ทั้งสามปัจจัยนี้ทำให้ชนะการเลือกตั้ง” 
++
อวสานด้ามขวานไทย
++
ช่วงตั้งรัฐบาลประยุทธ์ 13 ส.ส.ภาคใต้ ของพรรคพลังประชารัฐ เหมือนลูกไม่มีพ่อ ไม่มีผู้นำ 

ทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรัง ที่ช่วยพรรคพลังประชารัฐหาเสียงแถบพื้นที่ใต้ตอนบน จึง “กลุ่มด้ามขวานไทย” เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานในทำงานการเมือง 

ตอนนั้น นิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ ออกโรงทวง เก้าอี้รัฐมนตรีให้กับ 13 ส.ส.ปักษ์ใต้ ในนามกลุ่มด้ามขวานไทย แต่ผู้ใหญ่ในพรรคก็เคลียร์จบกันไป 

ทุกวันนี้ กลุ่มด้ามขวานไทย เป็นแค่ชื่อ เพราะ ส.ส.ใต้ตอนบน 10 คน ต่างแยกย้ายกันไป สังกัดซุ้มโน้นซุ้มนี้          

ส่องแม่ทัพใต้ "นิพันธ์ ศิริธร" ยุทธศาสตร์บิ๊กป้อม

ส่วน 3 ส.ส.ใต้ปลายด้ามขวาน ก็มี วัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส เขต 1 ,สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 2 และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา เขต 1 ที่อยู่ในการดูแลของอนุมัติ อาหมัด ส.ว.สายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ 

จับตาดู ยุทธศาสตร์ใหม่ของ “บิ๊กป้อม” ที่วางตัวนิพันธ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นหรือไม่

เรียนรู้อดีต ต่ออายุ “เปรม” กองทัพแตกแยก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรียนรู้อดีต ต่ออายุ “เปรม” กองทัพแตกแยก

เรียนรู้อดีต ต่ออายุ "เปรม" กองทัพแตกแยก8 กรกฎาคม 2563 – 14:04 น.

เรียนรู้อดีต ต่ออายุ “เปรม” กองทัพแตกแยก จริงหรือไม่ กรณีข่าวปล่อย “ต่อราชการ” บิ๊กแดงในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ควรศึกษาจากอดีต เรียนรู้ปัจจุบัน 

++
สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวปล่อยประเภทโยนหินถามทาง ควรต่ออายุราชการ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปอีก 1 ปีหรือไม่ 

ทีมงาน  “พล.อ.อภิรัชต์” ต้องออกมาบอกกับนักข่าวว่า เกษียณอายุแน่ ดับกระแสข่าวลือ 

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เคยมีการต่ออายุราชการ ผบ.ทบ.มาแล้ว 4 ครั้ง แต่ครั้งที่สร้างความแตกแยกในกองทัพ ถึงขั้นก่อรัฐประหาร ก็ต้องย้อนไปสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ต่ออายุราชการ ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ควบนายกรัฐมนตรี
++
เปรมาธิปไตย
++
หลังเลือกตั้งทั่วไปปี 2522 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยมี พล.อ.เปรม เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก 

เวลานั้น พล.อ.เปรม คือผู้นำอันดับ 2 ของรัฐบาล เพราะถือทั้งอาวุธและมีที่นั่งในคณะรัฐมนตรี  ขณะที่ความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.เกรียงศักดิ์ ตกต่ำลง ความนิยมในตัว พล.อ.เปรม กลับสูง 

กลางปี 2523 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ที่ประชุม 2 สภา ได้โหวตเลือก พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี  

บังเอิญว่า พล.อ.เปรม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ต้องเกษียณอายุราชการ ในเดือน ต.ค.2523  

“ป๋าเปรม” ทราบดีว่าถ้าอำนาจกองทัพไม่อยู่ในมือของเขาแล้วจะเกิดอาการขาลอย และมีความเป็นไปได้ที่ชะตากรรมของตัวเองจะจบลงเหมือนกับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ 

จึงได้มีความพยายามที่จะต่ออายุราชการของ พล.อ.เปรม อีก 1 ปี โดยอ้างเรื่องความมั่นคงจากภัยคอมมิวนิสต์
++
กบฏเมษาฮาวาย
++
แม้ พล.อ.เปรม จะกระชับอำนาจตนเองได้จากการต่ออายุราชการ แต่ก็ก่อให้เกิดความแตกแยกในกองทัพเช่นกัน  

กลุ่มยังเติร์ก ผู้สนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ทำรัฐประหาร 2520 ไม่พอใจการต่ออายุราชการ รวมถึง พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา ที่เตรียมตัวขึ้นเป็น ผบ.ทบ. 

ด้วยเหตุนี้ หัวขบวนยังเติร์ก จปร.7 จึงก่อการรัฐประหารเมษาฮาวายในช่วงวันที่ 1-3 เม.ย.2524 เพราะพล.อ.เปรม มัวเมาในอำนาจจากการต่ออายุราชการ และเห็นแก่พวกพ้องในการตั้งเพื่อนตัวเองมาร่วม ครม. 

การยึดอำนาจครั้งนั้นไม่สำเร็จ เพราะ พล.อ.เปรม หนีไปตั้งหลักที่โคราช และใช้กำลัง จปร.5 ที่เป็นคู่ขัดแย้ง จปร.7 ปราบกบฏยังเติร์กราบคาบ

++
เชือดบิ๊กซัน
++
พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก มือปราบกบฏเมษาฮาวายอีกคนหนึ่ง ได้เป็น ผบ.ทบ.ควบ ผบ.สส. ปี 2524 
ปี 2526 ฝ่ายทหารที่สนับสนุน พล.อ.อาทิตย์ เคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ เพิ่มอำนาจให้กองทัพ และพยายามล็อบบี้ต่ออายุให้ พล.อ.อาทิตย์ ต่อไปอีก 1 ปีเป็นครั้งที่สอง จนถึง ต.ค.2530 

ทว่า พล.อ.เปรม ได้สั่งปลด พล.อ.อาทิตย์ ออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. เหลือเพียงแค่ตำแหน่ง ผบ.สส. ไม่ได้คุมกำลังอีกต่อไป และคนที่คุมกำลังต่อจากนั้นคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 

ถัดจากนั้น อดีตยังเติร์กได้ก่อรัฐประหาร 9 ก.ย.2529 ล้มรัฐบาลเปรม แต่ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย  

ช่วง พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการก่อกบฏ 2 ครั้ง และการลอบสังหารผู้นำรัฐบาล-กองทัพ ประมาณ 20 ครั้ง กองทัพมีความขัดแย้งแตกแยกระหว่างรุ่น ร้าวลึก  

นี่คือบทเรียนแห่งอดีต ที่ผู้นำเหล่าทัพวันนี้ ก็ได้เรียนรู้กันมา และหวังว่า จะไม่ซ้ำรอยเดิม

“ป๊อก”ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ป๊อก”ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง

"ป๊อก"ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง8 กรกฎาคม 2563 – 09:47 น.

“ป๊อก”ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง “ปิยบุตร” ลุยภาคเหนือ ปลุกกระแสล้มบ้านใหม่ เจอโจทย์ “เจ้าพ่อลำปาง” ก็ไม่ง่ายเหมือนสร้างวาทกรรมหรูๆ

++
เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมในสื่อออนไลน์ แต่สภาพที่เป็นจริง มีคนแค่ 50 คน มาฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าพูดเรื่องการเมืองท้องถิ่น ที่ศาลาการเปรียญ ภายในวัดป่ารวก อ.เมือง จ.ลำปาง 

จริงๆแล้ว ช่วง 7-13 ก.ค.2563 อาจารย์ป๊อก-ปิยบุตร แสงกนกกุล มีแผนเดินทางไป 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง, ลำพูน, แพร่, เชียงใหม่ และเชียงราย รณรงค์เรื่องการเมืองท้องถิ่น 

อ่านข่าว…   “ปิยบุตร” ลุยปูพรมเตรียมศึกเลือกตั้งท้องถิ่นลำปาง เจอคนจริงฝ่าวง บอกอย่าแตะสถาบันฯ
 เฉพาะเวทีลำปาง ประยูร แก้วเดียว หัวหน้ากลุ่มอนาคตลำปาง ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งนายก อบจ.ลำปาง และทีมงานได้ร่วมให้การต้อนรับอาจารย์ป๊อกด้วย

"ป๊อก"ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง

ป๋าโรจน์ เจ้าพ่อบ้านสวน

การเมืองท้องถิ่น มีหลายมิติ หากจะเอาแต่มุมนักวิชาการอย่างเดียว คงเป็นแค่ฝัน หากคิดจะถอนรากถอนโคนระบบอุปถัมภ์ท้องถิ่น ต้องเตรียมการให้มากกว่าการสร้างวาทกรรมหรูๆ 

รูปธรรมง่ายๆ ในสนาม อบจ.ลำปาง คณะก้าวหน้า จะต้องเจอกับใครบ้าง เชิญทัศนากันเลย
++
ไพโรจน์เอาแน่
++
การที่ “พินิจ จันทรสุรินทร์” ไม่ลงสนามเลือกตั้งซ่อม ทำให้ “ป๋าโรจน์” ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร  ส.ส.ลำปาง เขต 2 เจ็บลึก ฉะนั้น ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ลำปาง ที่จะมีขึ้นในอนาคต เจ้าพ่อลำปางเหนือไม่ยอมแน่
เมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.ลำปาง ปี 2555 “เจ้าพ่อบ้านสวน” ไพโรจน์ โล่สุนทร หนุน “สุนี สมมี” อดีตนายก อบจ.เมืองรถม้า 3 สมัย ในนามเพื่อไทยลำปาง  

วันนี้ สุนี ทิ้งบ้านสวนไปซบ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” จึงทำให้ “ป๋าโรจน์” ต้องหาว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ลำปางคนใหม่ 

ป๋าโรจน์จะไม่ปล่อยให้ อบจ.ลำปาง ตกไปอยู่ในมือซุ้มการเมืองอื่น เพราะนี่คือฐานอำนาจซุ้มบ้านสวน

"ป๊อก"ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง

พินิจ เจ้าพ่อดอยเงิน
++
พินิจไปต่อ
++
หลังเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ลำปาง แม้ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง แต่สื่อท้องถิ่นเมืองรถม้า ก็ไปไกลถึงขั้นวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้าว่า พินิจ จันทรสุรินทร์ จะเป็นนายก อบจ.ลำปางคนใหม่ ในสีเสื้อพลังประชารัฐ

ทุกวันนี้ พินิจไม่ปรากฏตัวให้สัมภาษณ์สื่อหลัก จึงไม่เป็นข่าว แต่ในพื้นที่ลำปางใต้ พินิจยังเดินสายงานบุญ งานบุญประเพณี พบปะชาวบ้านตามปกติ

เจ้าพ่อดอยเงิน-พินิจ ยังมุ่งมั่นที่จะทิ้งทวนการเมือง ด้วยการลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง

++
ดาชัยไม่ถอย
++
นาทีนี้ ไม่ว่าพรรคไหนจะขยับอย่างไร แต่ “ดาชัย เอกปฐพี” หรือ “ดาชัย อุชุโกศลการ” อดีตรองประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ได้เสนอตัวลงสนามนายก อบจ.ลำปาง ในนาม “กลุ่มพลังลำปาง” 
ดาชัย เคยลงสนามนายก อบจ.ลำปาง หนที่แล้ว โดยอาศัยพลังแดงลำปางเป็นฐานเสียง ได้คะแนนมาแสนกว่าคะแนน ทำเอา “เจ้าพ่อบ้านสวน” เป็นเดือดเป็นแค้นพอควร

"ป๊อก"ไหวมั้ย สู้ 3 เจ้าพ่อลำปาง

ดาชัย อดีตเจ้าพ่อแดงลำปาง

แม้เลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “ดาชัย” จะสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ไพโรจน์ ในสนามเขต 2 แต่เลือกตั้งท้องถิ่น ดาชัยสลัดเสื้อพรรคใหญ่ทิ้ง  

นัยว่า วันนี้ ดาชัย และทีม สจ.ลำปาง ไม่ได้เดินตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เหมือนในอดีต 

ดาชัย เป็นคนหนุ่มใจถึง พึ่งได้ ไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เที่ยวนี้ ไม่ยกธงขาวก่อนปิดหีบแน่

เอาไม่อยู่ “สหรัฐ” วิกฤต ติดโควิด ทะลุ 3 ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เอาไม่อยู่ “สหรัฐ” วิกฤต ติดโควิด ทะลุ 3 ล้าน

เอาไม่อยู่ "สหรัฐ" วิกฤต ติดโควิด ทะลุ 3 ล้าน7 กรกฎาคม 2563 – 15:13 น.

เจาะประเด็นร้อน : “สหรัฐ” วิกฤต ติดโควิด ทะลุ 3ล้าน “อินเดีย”แซง รัสเซีย ขึ้นมาอันดับ 3 ของโลก ขณะที่ไทยไม่พบติดเชื้อในประเทศมาแล้ว 43 วัน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงน่าเป็นห่วง แม้บางประเทศเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีอีกหลายประเทศในโลก ที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรงและลุกลามขยายเป็นวงกว้าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ศบค.รายงานยอดติดเชื้อโควิด ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 

โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ปัจจุบันพบว่ามียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก และจากการรายงานของเว็บไซด์ worldometers.info ล่าสุดสหรัฐอเมริกา วิกฤตหนักมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19สะสมยอดทะลุ 3 ล้านคน

     โดยมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3,039,647 ราย เสียชีวิต จำนวน 132,952 ราย รักษาหาย จำนวน1,310,602 ราย (ข้อมูลเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 เวลา 7.00 น.)

         ขณะที่ประเทศอินเดียมาแรงแซง “รัสเซีย” ขึ้นมาเป็นอันดับ3 และคาดว่าประชากรทั่วโลก จะมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงแตะ 12 ล้านรายเร็วๆนี้

         จากข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฏาคม 2563 ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19  ยอดสะสมอยู่ที่ 11,731,590 ราย รักษาหายแล้ว 6,623,199 ราย เสียชีวิตแล้ว 540,105 ราย

         ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ตามลำดับ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ 

       นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่มีการกลับมาระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 2 เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย โครเอเชีย

      สำหรับประเทศไทย ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ มาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 43 และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 99 ของโลก