สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

12 มิถุนายน 2563 – 11:15 น.

สิ้น”ไกรศักดิ์”ไม่สิ้นกลุ่มราชครู เกือบศตวรรษที่ “กลุ่มราชครู” อยู่กับการเมืองไทย แม้วันนี้จะสิ้น”ไกรศักดิ์” แต่ราชครูสาย “อดิเรกสาร” ก็ยังอยู่ในค่าย 3 ป.

++
          ทางชีวิตของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มิต่างจากหนังสือประวัติศาสตร์เล่มโตๆ เล่มหนึ่ง ซึ่งบันทึกเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ด้วยกระบอกปืน และบัตรเลือกตั้ง ทั้งเหตุการณ์รัฐประหาร 2490 , รัฐประหาร 2500 , กำเนิดพรรคชาติไทย , รัฐประหาร 2534 และอวสานของพรรคชาติพัฒนา

อ่านข่าว…“สว.วีระศักดิ์” ชู “อ.โต้ง” ตำนานของตระกูล “ชุณหะวัณ” ที่น่าจดจำ
 


          ไกรศักดิ์ เป็นบุตรชายคนเดียวของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และท่านผู้หญิง บุญเรือน ชุณหะวัณ เติบโตมาในกลุ่มอำนาจ “ซอยราชครู”


          ปฐมบทของกลุ่มราชครู คือรัฐประหาร 2490 นำโดย จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ผู้สร้างตำนานรัฐประหารด้วยน้ำตา

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

ราชครู สายเสรีนิยม

          บทศึกษาเรื่อวการแต่งงานและอำนาจของจอมพลผินนั้น หาอ่านได้ในหอสมุด เพราะมีนักวิชาการทำงานวิจัยการเมืองไว้มากมาย สรุปย่อๆดังนี้
          1.อุดมลักษณ์ ลูกสาวคนโต แต่งงานกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์
          2.พร้อม ลูกสาวคนรอง แต่งงานกับ อรุณ ทัพพะรังสี (มารดาของกร ทัพพะรังสี)
          3.เจริญ ลูกสาวคนที่สาม แต่งงานกับ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร
          4.พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่งงานกับบุญเรือน โสพจน์
          5.พูนสุข แต่งงานกับเฉลิม เชี่ยวสกุล


++
กลุ่มราชครูพ่ายแพ้
++
          ในทศวรรษ 2490 มีศึกการเมือง 3 เส้าคือ กลุ่มจอมพล ป.พิบูลสงคราม , กลุ่มราชครู และกลุ่มสี่เสาเทเวศร์ ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 


          รัฐประหาร 2500 จอมพลสฤษดิ์ ทำรัฐประหารกวาดล้างกลุ่มจอมพล ป. และกลุ่มราชครู ส่งผลให้กลุ่มราชครู ต้องหันไปทำธุรกิจ ร่วมทุนกับต่างชาติ


          หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ประชาธิปไตยเบ่งบาน พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร และ พล.อ.ชาติชาย ชุณะวัณ ร่วมกันตั้งพรรคชาติไทย เป็นแหล่งรวมนายทุนชาติ นายทุนท้องถิ่น และขุนศึก 


          รัฐบาลผสมโดยการสนับสนุนของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ทำให้กลุ่มราชครูกลับมาเฟื่องฟูอีกหน เมื่อพรรคชาติไทย ร่วมรัฐบาลคึกฤทธิ์


++
กลุ่มราชครูผงาด
++
          ยุคสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทย ถูกเขี่ยให้เป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ 2 สมัย จนหลังเลือกตั้ง 2531 พล.อ.ชาติชาย ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้เสียงอันดับ 1 ได้เป็นนายกรัฐมนตรี


          “ไกรศักดิ์” ราชครูรุ่นที่ 3 จึงมีบทบาททางการเมือง โดยการดึงกลุ่มนักวิชาการรุ่นใหม่มาเป็นทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก มีผลงานสร้างชื่อคือ การผลักดันนโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า


          ขณะเดียวกัน ปองพล อดิเรกสาร และ กร ทัพพะรังสี ก็มีบทบาทมากขึ้น ได้เป็นรัฐมนตรี และ ส.ส.


          แล้วรัฐประหาร 23 ก.พ.2534 ได้ทำให้กลุ่มราชครู ต้องเผชิญวิบากอีกรอบ พล.อ.ชาติชายถูกเนรเทศไปอังกฤษ

สิ้น"ไกรศักดิ์"ไม่สิ้นกลุ่มราชครู

ปรพล อดิเรกสาร” ยังอยู่ในเส้นทางการเมือง

++
ราชครู 2 สาย
++
          เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ นำมาซึ่งการเลือกตั้งครั้งใหม่ 13 ก.ย.2535 พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กลับจากอังกฤษมาตั้ง “พรรคชาติพัฒนา” ขณะที่ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ยังอยู่ที่พรรคชาติไทยเหมือนเดิม

          เท่ากับว่า กลุ่มราชครู แยกออกเป็น 2 สายคือ พรรคชาติไทย และพรรคชาติพัฒนา


          การเลือกตั้งปี 2538 ไกรศักดิ์ ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 3 ในนามพรรคชาติพัฒนา ในปี 2538 แต่สอบตก และฟากราชครูสายพรรคชาติไทย ก็ต้องสูญเสียพรรคชาติไทยให้กับตระกูล “ศิลปอาชา”


++
ราชครูกลายพันธุ์
++
          ปี 2543 ไกรศักดิ์ ได้ลงเลือกตั้ง ส.ว.ที่นครราชสีมา โดยได้รับความช่วยเหลือจากสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ไกรศักดิ์ จึงได้เป็น ส.ว.นครราชสีมา
          ปี 2544 ปองพล อดิเรกสาร หอบหิ้วพี่ชาย และลูกชาย พร้อมหัวคะแนนแถวสระบุรี มาอยู่ในร่มเงาของทักษิณ ชินวัตร


          ปี 2550 ไกรศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ระบบสัดส่วน เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับที่ 1 และได้เป็น ส.ส.พร้อมสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ หลังรัฐประหาร 2557 ไกรศักดิ์ปิดฉากการเมืองที่ ปชป. 


          ปี 2554 กลุ่มราชครูสายอดิเรกสาร เลือกสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จในสนามเลือกตั้ง 
          ปี 2562 ปรพล อดิเรกสาร ลูกชายปองพล และอดีต ส.ส.สระบุรี ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้ลงสนามเลือกตั้ง


          เมื่อสิ้นไกรศักดิ์ ก็คงจบตำนานการเมืองราชครูสาย “น้าชาติ” ก็เหลือราชครูสาย “ปู่มาณ” ที่ยังโลดแล่นไปกับพรรคพลังประชารัฐ

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

12 มิถุนายน 2563 – 09:45 น.

ลาก่อนเด้อ “หัวเขียง” นำทัพ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
          พลันที่ “กลุ่มแคร์” เปิดตัว ความปั่นป่วนวุ่นวายภายในพรรคเพื่อไทยก็ตามมา ไม่ใช่เรื่อง ส.ส.เพื่อไทย จะแห่ไปสมทบ “4 กุมารชินวัตร” แต่กลายเป็นเรื่องนายใหญ่ไฟเขียว ข่าวลือกระพือพัด


          ข่าวลือว่า ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคม หลัง “บิ๊กตู่” ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่ แต่ “เสี่ยโจ้” ปฏิเสธข่าวนี้แล้ว ยืนยันว่ายังอยู่พรรคเพื่อไทยในฐานะ ส.ส.มหาสารคามต่อไป


          ข่าวลือว่า ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ แกนนำเพื่อไทย อีสานเหนือ จะนำพลพรรคไปร่วมด้วยช่วย “บิ๊กตู่” สร้างรัฐบาลสมานฉันท์ ซึ่งยังไม่มีสุ้มเสียงใดๆ ปฏิเสธหรือตอบรับออกจากปากเสี่ยประยุทธ์

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ประยุทธ์ เคลื่อนไหวหนัก

++
นัดพบที่ดูไบ
++
          รู้ว่าเขาเล่นเกมนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกออกแบบมาเพื่อการเอาชนะทักษิณ ในสมรภูมิเลือกตั้ง แต่ “ผู้มีบารมี” เหนือพรรคเพื่อไทย ก็เดินเกมพลาด โดยตั้งพรรคไทยรักษาชาติ วางยุทธศาสตร์เดิน 2 ขา แต่ดันเล่นเกมเสี่ยง เลยนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ


          ผลเลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทย ได้คะแนนรวม 7.8 ล้านเสียง และได้ ส.ส.เขต 135 ที่นั่ง ด้วยกติกาใหม่ ส่งผลให้เพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว


          บรรดา ส.ส.อาวุโส กลายเป็นคนตกงาน แต่ก็ไม่อยู่นิ่ง ปลายปีที่แล้ว “ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” ได้พา ส.ส.และครอบครัว ไปทัวร์ดูไบ จนเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม


          นัยว่า “เสี่ยหัวเขียง” พา ส.ส.อีสานไปฟ้อง “นายใหญ่” ขอเปลี่ยนตัวประธานยุทธศาสตร์พรรคหรือยกเลิกตำแหน่งนี้ไปเลย ร้อนถึง “คุณหญิงหน่อย” ต้องบินด่วนไปเคลียร์ใจถึงดูไบ


          ขบวนการไล่เจ๊ใหญ่เมืองกรุง เกมนี้ลึกล้ำ และ ส.ส.ที่ไปดูไบคราวโน้น ก็เป็น ส.ส.อีสานทั้งนั้น ไม่ถึง 60 คน แค่ 16-17 คนเท่านั้นเอง 

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร


++
สายบ้านริมคลอง
++
          ถ้ายังจำกันได้มีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มหาสารคาม ช่วงต้นปี 2553 ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ลงแข่งกับผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ไปเป็นแม่ทัพใหญ่ช่วย “หัวเขียง” จนประสบชัยชนะ จึงทำให้ “เหลิม บางบอน” กับหัวเขียง ผูกพันกันมาจนถึงวันนี้


          ว่ากันว่า ส.ส.มหาสารคามส่วนใหญ่ มาอยู่สายบ้านริมคลอง ยกเว้น สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่เลือกอยู่สายวังทองหลาง


          ดังนั้น ในวันที่ประมุขบ้านริมคลอง นั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย จึงมีชื่อ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สายมหาสารคาม มานั่งเป็นรองประธานกรรมการ และเสี่ยหัวเขียงก็เข้าประชุมด้วยทุกนัด

ลาก่อนเด้อ "หัวเขียง" นำทัพ

ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ในวันต้อนรับ ส.ส.อีสานที่ดูไบ

          คณะกรรมการเฉพาะกิจสายริมคลอง ออกลวดลายไม่เสนอชื่อ “บิ๊กป้อม” ขึ้นเขียง แต่พรรคก้าวไกล(อนาคตใหม่เดิม) ไม่ยอม จึงยัดชื่อบิ๊กป้อมเข้าไปในโพยเชือดนาทีสุดท้าย

          แล้วคนไทยทั้งประเทศ ก็เห็นลีลา “น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง” ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของค่ายเพื่อไทย สร้างความเจ็บปวดให้แก่กลุ่ม ส.ส.ไฟแรงจากพรรคก้าวไกล เพราะถูกเผาเวลา จนไม่ได้ซักฟอกบิ๊กป้อม


          วันนี้ เครือข่ายเถ้าแก่ แยกย้ายกันไปตั้งพรรค ตั้งกลุ่ม..ส่งผลให้ ส.ส.สายหัวเขียง ตีปีกกระดี๊กระด๊า เตรียมสลายสีเสื้อ แถมป้องปากกระซิบ “นายไฟเขียว”


          กองเชียร์เพื่อแม้ว โปรดทำใจไว้ล่วงหน้าได้เลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด..รัฐบาลสมานฉันท์

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.”

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน "แม่ทัพปชป."

11 มิถุนายน 2563 – 18:25 น.

เกมล่าชื่อ กก.บห.เป้าเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.” ต้องตอบโจทย์ปชป.ที่ต้องการผู้นำ ที่จะมากอบกู้ศักดิ์ศรีพรรคประชาธิปัตย์กลับคืนมาเป็นที่ยอมรับของสังคมอีกครั้ง..

“ความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีการคอร์รัปชัน” นี่คือภาพจำพรรคการเมืองเก่าแก่อย่าง “ประชาธิปัตย์” ถูกตราตรึงเอาไว้ในหัวใจของประชาชนและบรรดาคอการเมืองระดับชาติมานานกว่า74ปี

อ่านข่าว : จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ”

แต่การเลือกตั้งใหญ่หลังคสช.ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เหลือที่นั่งเป็นเพียงพรรคระดับกลาง เมื่อถูกพรรคภูมิใจไทยเจาะไข่แดงในพื้นที่ภาคใต้ ชนิดที่เรียกได้ว่า ปชป.เกือบสูญพันธุ์

ปชป. เจ็บปวดที่สุด สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทำเอา “ปชป.สูญพันธ์” ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2535 ยังเลือก “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาไว้เป็นตัวแทนคนเมืองหลวงได้บ้าง

การฝืนกระแสสังคมก่อนการเลือกตั้ง ทำให้ “ปชป.” ถูกคนกรุงเทพมหานคร “สั่งสอน” ไม่เหลือที่นั่งส.ส.แม้แต่เก้าอี้เดียว จนนำไปสู่แกนนำพรรคปชป. ระดับชั้นแนวหน้า ต้องโบกมือลาออก ไปตามๆ กัน

ปชป. ในกำมือ “อู๊ดด๊า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่าคลื่นลมแรงเข้าร่วมรัฐบาลเรือเหล็กยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ถึงปีก็เกิดเรื่องฉาว เมื่อหน้ากากกว่าหลายล้านชิ้นหายไปไหน??  จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีคำตอบว่าใครเป็นไอ้โม้ง “อมหน้ากากอนามัย” ในยามวิกฤตโควิด-19

ปมหน้ากากอนามัยหาย เขย่าเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคปชป.” มาอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในช่วงเริ่มต้น ยัง “ควบคุมไม่ได้”

การเมืองในค่ายพระธรณีบีมมวยผมปะทุอีกระรอก หลังแกนนำหลายคนถอดใจลาออก ซ้ำยังมีการเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคปชป. เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2563 ออกไป

11 มี.ค.2563 “นายอันวาร์ สาและ” ส.ส.ปัตตานี พร้อมส.ส.พรรคปชป.9 คนได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคปชป.เปิดประชุมพรรคเพื่อถกปัญหาต่างๆภายในพรรคเพื่อให้เรื่องจบก่อนมีกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)อีกหลายคนไขก๊อก!

“อยากถามว่าทำไมพวกเรายังมาประชุมที่สภาฯได้ มีคนเข้าออกจำนวนมาก และพรรคไม่มีการจัดการที่ดีเหมือนกับสภาฯหรืออย่างไร เพราะทุกคนก็มีความรู้ และมีการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19อยู่แล้ว เมื่อยื่นหนังสือไปแล้วผมคิดว่าการประชุมพรรคปชป.จะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน” ส.ส.อันวาร์ ระบุ

ส.ส.อันวาร์ ย้ำอีกว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะมีประเด็นที่เป็นปัญหาในอนาคต เป็นความกังวลและคิดว่าว่าถ้าป้องกันอะไรได้ก็ทำ ถ้าเป็นหลักของเหตุผล ตนก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอให้ข้อคิดเห็นต่างๆเพราะคิดว่าจำเป็นที่เราจะต้องหารือภายในพรรคปชป.เพื่อป้องกันปัญหาเลือดไหล เพราะทราบว่ายังมีกรรมการบริหารพรรคปชป.จะลาออกอีกหลายคน

“ขอชี้แจงว่าเรียกร้องขอแค่ว่าให้มีการเปิดประชุมพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพูดคุยกันในพรรคด้วยเหตุผล และหาทางออกให้ดีที่สุด จากส.ส.53 คน เป็น 100 คน ก็ดีใจแล้ว”

บางกระแส ระบุว่าเกมล่าชื่อกก.บห.เป้าหมายจริงๆ ต้องการให้มีการเปลี่ยน “แม่ทัพปชป.คนใหม่” ซึ่ง 3 เดือนผ่านไป เริ่มมีการเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคปชป.ให้ได้เกินครึ่งจากที่มีกก.บห.39 คน ตามโครงสร้างพรรคให้ลาออก เพื่อขอให้มีการเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.พรรคชุดใหม่

ทั้งนี้ ในการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด ซึ่งตามข้อบังคับพรรคหากมีกก.บห.พรรคเกินกึ่งหนึ่ง(20คน)ลาออก จะทำให้ กก.บห.พรรคทั้งหมดต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ และต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันนับแต่วันพ้นตำแหน่ง

ว่ากันว่า การเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เกิดจากการบริหารของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป.คนปัจจุบัน เป็นลักษณะรวมศูนย์ ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส.ในพรรค ส.ส.เข้าถึงยาก จนลูกพรรคส่วนใหญ่คุยลับหลังว่าเหมาะกับการเป็น “รัฐมนตรี” แต่ไม่เหมาะเป็น“หัวหน้าพรรค” เพราะสนใจแต่งานในกระทรวงพาณิชย์ ปล่อยให้เกิดปัญหาการบริหารภายในพรรคปชป. ทั้งกรณีสมองไหล แกนนำและสมาชิกพรรคทยอยลาออกไม่ประชุมแก้ไขเพื่อรักษาบุคลากรของพรรคไว้

“ผู้นำที่ไหนเขาทำกันแบบนี้นำข้าวสารจำนวน 25.5 ตันไปแจกให้อบต.ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาในช่วงวิกฤตโควิด-19เพียงจังหวัดเดียว ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้14 จังหวัดก็ประสบปัญหาเดียวกันจนส.ส.ลูกพรรคบางคนเอ่ยปากว่าใจดำ แทนที่จะกระจายข้าวให้จังหวัดละ2 -3 ตัน ให้ทั่วถึงเท่าเทียม” แหล่งข่าวในปชป.รายหนึ่งระบุ

ว่ากันว่า กรณีผู้นำพรรคปชป.มีข้าวสารแต่ไม่ยอมแบ่งปันให้ส.ส.คนอื่นๆ ได้กระจายแจกให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ กลายเป็น“จุดอ่อน”ที่ส.ส.ปชป.หลายคนรู้สึกอึดอัดและกังวลต่ออนาคตพรรคว่าจะตกต่ำลง และเรียกร้องให้มีการประชุมใหญ่โดยเร็วที่สุด เพื่อระดมสมองแก้ปัญหาภายในพรรคที่สูญเสียบุคลากรของพรรคไปอย่างต่อเนื่อง และหวังว่ากก.บห.ปชป.ชุดใหม่จะเข้ามาสร้างศรัทธาให้กับสังคม

เหนืออื่นใด ปชป.ยุคหน.จุรินทร์และเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคปชป. ถูกมองว่าไม่มีการแสดงจุดยืนทางการเมือง แต่กลับวางบทบาทของพรรคในสถานะเหมือนเป็น“ลูกไล่” ต้องปฏิบัติตามพรรคพลังประชารัฐ บนข้ออ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำ ต้องมีมารยาททางการเมืองในการร่วมรัฐบาล จน ส.ส.หลายคนรู้สึกอึดอัด ความภาคภูมิใจในความเป็นพรรคเก่าแก่หายไปไหน

พลพรรคปชป.ส่วนใหญ่วาดหวังว่า เมื่อเปลี่ยนผู้นำปชป. เปลี่ยนกก.บห.ปชป. จะสร้างแต้มต่อเชิงการเมือง ที่สำคัญจะเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาของสังคมกลับคืนมาสู่พรรคปชป.อีกครั้ง

เมื่อโจทย์ปชป.ต้องการผู้นำที่จะมากอบกู้ศักดิ์ศรีปชป. ซึ่งคนๆ นั้นอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ 1. ผู้มีบารมี 2.ผู้มีทุนหนา 3.ผู้มีบริวาร

คำถาม?ปชป.จะหาหัวหน้าพรรค ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้ได้หรือไม่??

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ”

จับตา "ปชป." ยึดแนวทาง "พลังประชารัฐ"

11 มิถุนายน 2563 – 17:05 น.

จับตา “ปชป.” ยึดแนวทาง “พลังประชารัฐ” บี้ กก.บห.พรรคลาออก เกินกึ่งหนึ่ง ต้องประชุมและเลือกตั้งหน.เลขาฯ ใหม่

 ศึกการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก่อนหน้าที่ 18 กรรมการบริหารพรรคลาออก จึงทำให้ คณะกรรมการบริหารพรรคต้องสิ้นสภาพไปโดยปริยาย ตามข้อกำหนดของพรรค จึงต้องมีการประชุมพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

อ่านข่าว : เปิด18 รายชื่อ ‘กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ’ลาออก-ส.ส.เชื่อผู้ใหญ่เอาอยู่

ซึ่ง ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค เผยจะมีการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค 19 มิ.ย. และจะมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่วันที่ 3 ก.ค. เมื่อเลือกตั้งจบ ทุกอย่างก็จบ เดินตามครรลองประชาธิปไตย

 แนวทางนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่หลายพรรค อยากจะเลียบแบบหรือเอาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่นั้น ท่ามกลางกระแสคลื่นใต้น้ำ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กำลังรวบรวมให้มีการลาออกเกินครึ่งหนึ่งเพื่อบีบให้ต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ ส่วนหวยจะมาออกที่ใคร ใครจะได้เป็นหัวหน้าพรรค

ซึ่งหากมองกลับไปตอนที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ลาออก ผลกจาการสู้ศึกเลือกตั้งพ่ายแพ้ ก็มีผู้เสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งนี้ถึง 4 คน คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ,นายกรณ์ จาติกวณิช ,นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายพีรัพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งสมาชิกที่สนับสนุน ทั้ง 4 คนนี้ก็สู้กันอย่างดุเดือด สุดท้ายคะแนนก็เป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้สูงสุด นั่งหัวหน้าพรรค

 แต่เส้นทางนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทันทีที่หัวหน้าพรรคเริ่มงาน สมาชิกคนสำคัญของพรรค ก็ทยอยกันลาออกจากพรรคอย่างต่อเนื่อง อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นายกรณ์ จาติกวิณิชย์ ,นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หรือแม้แต่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ลาออกด้วยเช่นกัน

จนกระทั่งมาถึงวัน สองวันนี้ กระแสการวิ่งลอบบี้ กรรมการบริหารพรรคให้ลากออกมีหนาหนูมาก เพราะ หัวหน้าพรรคท่านบริหารเฉพาะตัวท่านและกลุ่มก้อนของท่านเอง ไม่ดูแลเหลียวแลใยดีกับ สมาชิกพรรคคนอื่นๆเลย ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส.ในพรรค จนมีการเอาไปนินทาลับหลังว่า “ท่านหัวหน้า เหมาะจะเป็นรัฐมนตรีมากกว่าหัวหน้าพรรค”

ขาเม้าท์มอยส์ ยังยกตัวอย่างด้วยว่า นี่ดูช่วงโควิด หัวหน้าจุรินทร์ ได้นำข้าวสาร 25 ตัน ไปแจกให้ อบต.ทุกแห่งในพื้นที่ จ.พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งของตัวเองเพียงจังหวัด โดยไม่ได้กระจายไปให้ทั่วภาคใต้ เหมือน สมัยที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ที่จะมีมาก มีน้อย แบ่งจัดสรร ให้ครบถ้วนทั่วทุกตัวตน โดยไม่แบ่งเขาแบ่งเรา

หากถามว่า ถ้าเกิดมีคนทะลึ่ง ลอกเลียนแนวทางพรรคพลังประชารัฐแล้ว ทำจริงได้จริง แล้วใครจะเป็นหัวหน้าพรรค มองกลับไปที่ แคนดิเดต ชิงหัวหน้าพรรคครั้งก่อน กรณ์ จาติกวณิชย์ ปัจจุบัน ลาออกเป็นหัวหน้าพรรค กล้า ,นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ปัจจุบันก็ลาออก ไปช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ ช่วยงานรัฐบาล

 ก็คงเหลือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งพาวเวอร์บารมี ก็ไม่ถึงที่จะบริหารพรรคได้ มองย้อนกลับไป ก็มี พี่มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่แหละ ที่ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ยังไม่ไปไหนและยังมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอยู่

 หากดูโครงสร้างของพรรคประชาธิปัตย์ก็พบมี กรรมการบริหารพรรค 39 คน ถ้าจะใช้สูตร พลังประชารัฐ ก็ต้องมีกรรมการบริหารพรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง คือ 20 คน ก็ต้องดูว่า จะมีใครใจกล้าลาออกหรือไม่

เพราะล่าสุด หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์สื่อ มั่นใจในคอนเนกชั่น และการบริหารสมาชิกพรรค ว่า มีเป็นข่าวปลอม ไม่มีคลื่นใต้น้ำ ไม่มีการกดดันตนด้วยการลาออกแต่อย่างใด

 แต่ของแบบนี้ ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก ถ้าพรรคพลังประชาชนรัฐ เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคให้ ก็ต้องได้หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคคนใหม่ โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ ก็มีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งใหม่ภายในพรรค

 ถ้า พรรคประชาธิปัตย์ มองเห็นโอกาส จะอาศัย ช่วงจังหวะนี้ เอาด้วย ปรับเปลี่ยนด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอย่าลืมว่า รัฐบาลผ่านงบฟื้นฟูเศรษฐกิจ วิกฤตโควิด 4 แสนล้านแล้ว เงิน 4 แสนล้าน กระจายไปทั่วประเทศ มันหมายถึงโอกาส ใครก็มองเห็นโอกาสนี้กันทั้งนั้น อยู่ที่ว่า จะเดินหน้าลุยเต็มสูบ หรือไม่ เรื่องนี้ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป

ชี้เป้า “โด่ง” อยู่คอนโดวันเฉลิม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชี้เป้า “โด่ง” อยู่คอนโดวันเฉลิม

ชี้เป้า "โด่ง" อยู่คอนโดวันเฉลิม

11 มิถุนายน 2563 – 15:57 น.

“โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ” ถูกชี้เป้าอยู่คอนโดเดียวกับ “วันเฉลิม” แถมย้ายที่อยู่กระทันหัน เพื่อความปลอดภัย

++
          การหายตัวไปของ “ตาร์” วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จากคอนโดมิเนียม Mekong Garden ถนน National road no. 6A ติดแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2563 จวบจนถึงวันนี้(11 มิ.ย.2563) ก็ไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวเขาจากทางฝั่งกัมพูชา


          ที่น่าสนใจ ภายในกลุ่มลี้ภัย 112 กลับเสียงแตกกรณี “วันเฉลิม” เป็น 2 ฝัก 2 ฝ่าย ขณะที่ผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่จะเคียดแค้นชิงชังผู้สั่งการอุ้มวันเฉลิม ตรงกันข้ามกับกลุ่มโรส ลอนดอน และกลุ่มสะใภ้เสียงชาวบ้าน ที่ตำหนิขบวนการ “โหนวันเฉลิม” 

อ่านข่าว…  ส่องคอนโด “วันเฉลิม” ปริศนาฉากอุ้ม


          จริงๆ แล้ว ทั้งสองปีก ได้เปิดศึกวิวาทะผ่านสื่อออนไลน์มาแล้ว ว่าด้วยแนวทางการต่อสู้ และสาวไส้กันเรื่องเงินบริจาค

ชี้เป้า "โด่ง" อยู่คอนโดวันเฉลิม

“โด่ง อรรถชัย” ช่องรู้ทัน


          ล่าสุด เพียงดิน รักไทย (เสน่ห์ ถิ่นแสน) ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน องค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน ได้เล่าเรื่องของวันเฉลิมคือใคร? ผ่านยูทูบช่อง ดร.เพียงดิน รักไทย Official แต่พาดพิงถึง “โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ นักแสดงและแนวร่วมคนเสื้อแดง


          “เพียงดิน” อ้างถึงรายงานข่าวที่ได้รับทราบมาว่า “โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ ก็พักอยู่ในคอนโดมิเนียมเดียวกันกับวันเฉลิม


          “โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนที่เดินทางออกไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ หลังรัฐประหาร 2557 โดยระยะแรก โด่งไปอาศัยอยู่เดนมาร์ค และร่วมเป็นสมาชิกองค์กรเสรีไทย ของจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย


          2-3 ปีหลังมานี้ มีข่าวว่า “โด่ง อรรถชัย” ย้ายมาพักอยู่ในเขมร และมีอาชีพจัดคลิปวิเคราะห์ข่าว และขายสินค้าออนไลน์ ทางยูทูบช่องรู้ทัน

ชี้เป้า "โด่ง" อยู่คอนโดวันเฉลิม

คลิปสุดท้าย ก่อนย้ายคอนโด


          โด่งประกาศชัด “คลิปนี้ไม่มี 112” แนวทางการจัดรายการวิเคราะห์ข่าว ก็ไม่ออกแนวฮาร์ดคอร์เหมือนสุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง


          เหมือนโด่ง อรรถชัย จะลดเพดานการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะต้องการใช้ชีวิตทำมาหากินเยี่ยงคนปกติทั่วไป


          เมื่อวันอังคารที่ 2 มิ.ย.2563 “โด่ง” โพสต์แจงเหตุงดคลิป ทางช่องรู้ทัน โดยกล่าวสรุปว่า มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนกระทันหัน ต้องย้ายที่อยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถอัดคลิปได้

ชี้เป้า "โด่ง" อยู่คอนโดวันเฉลิม

เพียงดิน รักไทย


          บังเอิญบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย.2563 วันเฉลิมถูกอุ้มหายไป จากบริเวณหน้าคอนโดมิเนียม “แม่โขง การ์เด้น” เมื่อ “เพียงดิน” มาเปิดเผยว่า โด่งอยู่คอนโดเดียวกันกับต้าร์ แถมพูดว่า โด่งไหวตัวทัน จึงมีเสียงโจมตีเพียงดินว่า เป็นสายลับบ้าง เป็นนักชี้เป้าบ้าง


          ต่อมา เพียงดิน รักไทย ได้ออกมาชี้แจงเรื่องโด่ง ดาราเสื้อแดงอีกหนว่า เมื่อได้ข่าวมาก็บอกกล่าวไปตามนั้น ซึ่งสอดคล้องกับโด่งทำคลิปชี้เรื่องย้ายที่อยู่กระทันหัน


          ขณะนี้ โด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ ยังอยู่ระหว่างการหาที่อยู่ใหม่ และเซทระบบอินเตอร์เน็ต ช่องรู้ทันของเขาจะกลับมาออกอากาศได้ประมาณปลายเดือน มิ.ย.นี้ ถึงตอนนั้น แฟนคลับเสื้อแดงคงจะได้รับความกระจ่างกรณีคอนโดมิเนียมแม่โขง การ์เด้น

ส่อง “เด็กเจ๊” สอยเด็กก้าวไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง “เด็กเจ๊” สอยเด็กก้าวไกล

ส่อง "เด็กเจ๊" สอยเด็กก้าวไกล

11 มิถุนายน 2563 – 13:00 น.

ส่อง “เด็กเจ๊” สอยเด็กก้าวไกล ส.ส.เมืองกรุง พรรคก้าวไกล ตกเป็นเป้าหมายของเจ๊หน่อย หากไม่หลบ รบแตกหัก ผลก็คือตาอยู่จะคว้าพุงปลาไปกิน

++
          จู่ๆ ข่าวปล่อยกรณี “คุณหญิงสุดารัตน์” นัดกินข้าวกับ ส.ส.เมืองหลวง พรรคก้าวไกล ก็มีการนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์หลายสำนัก

          ลองมาไล่รายชื่อ ส.ส.เขต ของพรรคก้าวไกลในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ 7 คน 7 เขต ใครคือผู้ต้องสงสัยรายนั้น?
          1.วรรณวรี ตะล่อมสิน เขต 3 (ยานนาวา บางคอแหลม)
          2.เป้-สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เขต 21 (บางนา พระโขนง)
          3.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เขต 22 (คลองสาน บางกอกใหญ่)
          4.ทศพร ทองศิริ เขต 24 (ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ)
          5.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขต 25 (บางขุนเทียน)
          6.ทนายบิลลี่-จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เขต 27 (ตลิ่งชัน)
          7.เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เขต 28 (บางแค)

อ่านข่าว…   “เจ๊ใหญ่” เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่”

ส่อง "เด็กเจ๊" สอยเด็กก้าวไกล

“พิพัฒน์ชัย” คนใต้ในบางขุนเทียน


          ในการเลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติ แบ่งพื้นที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ เฉพาะสนามกรุงเทพฯ พรรค ทษช.ส่งเพียง 8 เขต และในเขตดังกล่าวนี้ ผลปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล(อนาคตใหม่) ชนะเลือกตั้งถึง 5 เขต


          นั่นหมายความว่า คะแนนของแฟนคลับเสื้อแดงได้เทให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จึงเกิดปรากฏการณ์สามล้อถูกหวยทางการเมือง


          ยกตัวอย่างเขต 25 บางขุนเทียน เมื่อปี 2554 สากล ม่วงศิริ พรรค ปชป.ชิงดำกับพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ หรือสมชาย ไพบูลย์ แกนนำ นปช. ผลเลือกตั้งน่าลุ้นมาก เมื่อพิพัฒน์ชัยพ่ายไปแค่ 3 พันคะแนน


          เลือกตั้ง 22 มี.ค.2562 พิพัฒน์ชัย ส่งภรรยา-กมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ สวมเสื้อพรรค ทษช. ลงสนาม แถมเป็นตัวเต็ง แต่พรรค ทษช.ถูกยุบ คะแนนของพิพัฒน์ชัยและภรรยา จึงเทมาที่ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์


          บังเอิญ พิพัฒน์ชัยและณัฐชา ต่างก็เป็นคนภาคใต้ ที่มาปักหลักทำมาหากินอยู่แถวบางขุนเทียนหลายสิบปีแล้ว
          ไม่น่าเชื่อที่เขตบางขุนเทียน ถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ก็เคยเป็น ส.ส.เขตนี้ในสีเสื้อพรรคพลังธรรม ปี 2535

ส่อง "เด็กเจ๊" สอยเด็กก้าวไกล

“ณัฐชา” ก็คนใต้มาโตบางขุนเทียน


          เมื่อเกิดข่าวลือ “เจ๊ใหญ่” ปิดดีล ส.ส.ก้าวไกล จนทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคฯ ต้องเรียก ส.ส.หน้าใหม่ไปตักเตือนนักข่าวจึงโทรไปสอบถาม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน และโฆษกพรรคก้าวไกล 

          ส.ส.คนใต้แต่มาโตที่บางขุนเทียน ปฏิเสธเรื่องนัดคุยกันทันที และยืนยันว่า “ความสัมพันธ์ระหว่าง ส.ส.กทม. 7 คน ก็ยังคงเหนียวแน่นอย่างมาก เรามีการปรึกษาหารือกันอยู่ตลอด และยืนยันว่า ส.ส.กทม. ไม่ได้มีความขัดแย้งกับแกนนำของพรรค ไม่ได้ถูกเรียกไปตักเตือน ยืนยันว่าความสัมพันธ์ภายในพรรคก้าวไกลยังคงมั่นคงอยู่”


          ด้าน พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.สายณัฐวุฒิ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ก่อนหน้านั้น เขาเคยออกมาเป็น “องครักษ์พิทักษ์หญิงหน่อย”


          สืบเนื่องจากแกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่ง กำลังเคลื่อนไหวเพื่อรวมตัวกันตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยมีการพูดทำนองว่า ไม่พอใจต่อบทบาทหน้าที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ จึงแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่

          พิพัฒน์ชัยตอบโต้ว่า ข้อวิจารณ์คุณหญิงสุดารัตน์เป็นเรื่องไม่จริง ที่ผ่านมาคุณหญิงตั้งใจทำงาน และขยันมาก ผิดกับบางท่านที่หลังๆ ปล่อยเกียร์ว่างยาว จนทำให้พรรคในฐานะพรรคแกนนำในซีกฝ่ายค้าน มีบทบาทไม่โดดเด่นเท่าที่ควร


          ต้องติดตามกันต่อไป เพราะสนามเลือกตั้งเมืองกรุงสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลห้ำหั่นกันหนักแน่ หากไม่มีการหลีกทางให้กันในบางเขต

ส่อง "เด็กเจ๊" สอยเด็กก้าวไกล

วันนี้ “พิพัฒน์ชัย” กลับมาพรรคเพื่อไทย

เปิดใจ “หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ” “แค่แสดงความอาลัยอาวรณ์กับผู้บริการเก่าไม่ได้ต้านคนใหม่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดใจ “หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ”  “แค่แสดงความอาลัยอาวรณ์กับผู้บริการเก่าไม่ได้ต้านคนใหม่”

เปิดใจ "หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ"  "แค่แสดงความอาลัยอาวรณ์กับผู้บริการเก่าไม่ได้ต้านคนใหม่"

11 มิถุนายน 2563 – 10:17 น.

“จากปัญหาที่เกิดขึ้นผมไม่ได้หนักใจอะไร เพราะทำตามหน้าที่ของตนเอง ย้ายมาทำงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแม้จะมีคนบอกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่ต้อนรับผมก็ตามเพราะนี่เป็นธรรมเนียมที่จะมีการโยกย้ายตามคำสั่ง”นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ รักษาการผอ.รพศ.ขอนแก่น

โดย – สุมาลี สุวรรณกร 


          จากกรณีการลงนามสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพศ.ขอนแก่น ให้ไปทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข โดยนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และให้นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี มารักษาราชการแทนเมื่อวันที่ 5  มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา โดยระบุสาเหตุที่สั่งย้ายนพ.ชาญชัยว่า “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและใกล้เคียงจนมีกระแส #Save หมอชาญชัย และ #คนดีต้องมีที่ยืน รวมถึงการนัดกันรวมตัวแต่งชุดดำหรือใส่เสื้อดำในทุกวันศุกร์เพื่อเรียกร้องให้เกิด “ธรรมาภิบาล” ในวงการสาธารณสุข 

อ่านข่าว…   “หมอเกรียงศักดิ์” เปิดใจหลัง หลังรับตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น 6 วัน ไม่มีอะไรหนักใจ ไม่ห่วงกระแสต้าน
 


          ภายหลังการเกิดแฮชเท๊ก #Save หมอชาญชัย และ #คนดีต้องมีที่ยืน ดูเหมือนคนในพื้นที่จะไม่อยากให้ผอ.คนเก่าจากไป และไม่เอาผอ.คนใหม่ที่จะเข้ามา เป้าเลยพุ่งตรงไปที่ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูล ที่มารักษาการตำแหน่งผอ.รพศ.ขอนแก่น ว่า “ไม่ได้เป็นที่ต้องการของแพทย์พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ของที่นี่”  

เปิดใจ "หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ"  "แค่แสดงความอาลัยอาวรณ์กับผู้บริการเก่าไม่ได้ต้านคนใหม่"

          วันนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยและเปิดใจ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ที่มานั่งเก้าอี้ร้อนเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมการควบคุมการปฏิบัติงานในองค์กรให้ก้าวต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะโรคระบาดโควิด 19 ที่แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานอย่างแข็งขัน เพราะโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลที่ต้องสแตนบายรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ของจังหวัดขอนแก่น และมีคนไข้ล้นทะลักไม่ต่ำกว่าวันละ 3 พันคน 


          “ จากปัญหาที่เกิดขึ้นผมไม่ได้หนักใจอะไร เพราะทำตามหน้าที่ของตนเอง ย้ายมาทำงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แม้จะมีคนบอกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่ต้อนรับผมก็ตาม เพราะนี่เป็นธรรมเนียมที่จะมีการโยกย้ายตามคำสั่ง และการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นการอาลัยอาวรณ์ของคนร่วมงานที่อาลัยผู้บังคับบัญชาเก่าที่อาลัยอาวรณ์กันอยู่เแต่ความจริงคนอาจจะมองผิดประเด็นเพราะเจ้าหน้าที่เขาอาลัยอาวรณ์ผู้บริหารคนเดิม ไม่ได้มีการต่อต้านผู้บริหารใหม่แต่อย่างใด คราวที่แล้วก็มีกระแสแบบนี้ตอนผมถูกคำสั่งย้ายมาทำงานครั้งแรก  ผมมาทำงานได้ 2 สัปดาห์แล้วก็ย้ายไป การทำงานของหมอ พยาบาลก็ทำงานปกติ เพราะเราทำงานกันแบบแรงเฉื่อยคือเราทำงานตามหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่แล้วตามธรรมชาติ เพราะมีหน้าที่กันอยู่ ไม่สามารถไปทำอะไรอย่างอื่นได้ ใครจะไป ใครจะมา ก็ทำงานได้หมด กระแสที่เกิดขึ้นเราไม่ได้บั่นทอนจิตใจการทำงาน เพราะไม่ใช่กระแสต่อต้านการทำงานของผอ.คนใหม่แต่เพียงเขามีความอาลัยอาวรณ์ผอ.คนเก่า คนเลยตีความว่าต่อต้านคนใหม่ และผมได้ฟังเจ้าหน้าที่ทุกคนบอกว่าโรงพยาบาลขอนแก่นเป็นแบบนี้คือรักเจ้านายเก่าและพอมาปีนี้ก็ดูโดยปกติไม่ได้มีกระแสอะไร แต่หากไม่อาลัยอาวรณ์สิถือเป็นเรื่องแปลกเพราะท่านอยู่นาน”นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว

เปิดใจ "หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ"  "แค่แสดงความอาลัยอาวรณ์กับผู้บริการเก่าไม่ได้ต้านคนใหม่"

          ส่วนการย้ายทั้งสองรอบ ทำไมต้องเป็น นพ.เกรียงศักดิ์ตลอดนั้น เรื่องนี้ เจ้าตัวบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาเพราะการย้ายย้ายตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ต้องเป็นไปตามบริบทของที่นี่เพราะคราวที่แล้วก็มีคำสั่งย้ายมาแล้วตนก็ปฏิบัติตามคำสั่งตนก็มาตามคำสั่งไม่ได้บิดพลิ้ว ทั้งย้ายไปย้ายมาในเดือนเดียวกันคือตุลาคม 2562 ตนก็ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้มีการต่อต้านนี่คือหน้าที่ราชการ ซึ่งไม่ได้คัดค้าน


          ส่วนการแถลงของปลัดกระทรวงเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 63 เรื่องการย้ายนพ.ชาญชัยนั้น ตนไม่ได้ติดตาม แต่อ่านตามข่าวเท่านั้น แต่เชื่อว่าสำนักงานปลัดกระทรวงได้ดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำก็จะต้องเสี่ยงต่อมาตรา 157 เพราะการทำงานปลัดกระทรวงไม่ได้ทำคนเดียวแต่มีหน่วยงานรองรับในการทำงาน ตนเองเมื่อปี 2547 และ 2556 ก็โดนบัตรสนเท่ห์และโดนตั้งกรรมการสอบแบบนี้หลายครั้ง แต่การตรวจสอบแล้วไม่ผิด ซึ่งโดยหลักการผู้บังคับบัญชาทราบดีเพราะเป็นระเบียบวินัยของข้าราชการที่หากมีการร้องเรียนก็ต้องตรวจสอบ


          ส่วนเรื่องเงิน 5 เปอร์เซ็นต์ที่บริษัทยาจ่ายให้โรงพยาบาล เรื่องนี้นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ยอมรับว่ามี เรื่องนี้มีมายาวนานมากลำพังตามเงินเดือนข้าราชการไม่สามารถรองรับขวัญกำลังใจในการดำเนินการอื่นๆ ได้ งานสังคมต่างๆ งานบวช การแต่ง งานศพ ทุกอย่างต้องจ่าย เลยต้องใช้เงินก้อนนี้ มันเป็นมานานแล้ว 30-40 ปีแล้ว จนกระทั่งรัฐบาลเข้าใจ และออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเงินสวัสดิการ เพื่อให้เป็นเงินสวัสดิการสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อวางบนโต๊ะ เงินก้อนนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่


          จากนั้นเวลาล่วงเลยมายาวนานต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2560 มาขีดเส้นตรงนี้ ปปช.ได้เสนอว่ามีการตรวจสอบพบมีปัญหาเรื่องของการใช้ยาเกินความจำเป็นหรือทุจริตยา เลยนำเข้าสู่มติครม.   ครม.ให้เจ้าภาพคือกระทรวงสาธารณสุขจำนวนมาก  ร่วมกับ ปปช. ได้ทำความเห็นเพิ่มเติม รายละเอียดประกอบเพิ่มเติม ปปช.ตีความว่าเงินที่ใช้ในการซื้อยาเป็นเงินรัฐบาลเพราะฉะนั้นหากมีส่วนลดส่วนแถมเงินบริจาคควรกลับมาสู่เงินรัฐด้วย เช่นซื้อยา 100 บาท ส่วนลด 5 บาท ราคาจริง 95 บาท เดิมในอดีต 5 บาท กฎหมายเปิดกว้างให้เอาเงินมาใช้สวัสดิการเจ้าหน้าที่ได้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและต้องไม่เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ว่าจะเลี่ยงแบบไหนก็ตามก็ไม่ได้ เป็นกองทุนก็ไม่ได้


          ทีนี้พอออกมาไม่ให้รับโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็กินบุญเก่าอันเก่าอันเดิมที่รับมาพอมีอยู่ไม่ผิดก็เอามาบริหารจัดการได้และอันที่ 2 มีสวัสดิการเจ้าหน้าที่ที่คุยกันเองภายใน โรงพยาบาลเล็กๆ ไม่ได้ใช้อะไรมาก โดยมีหนังสือสั่งการห้ามรับในเดือนมีนาคม 2561 และมีหนังสือเวียนไปทั่ว และมีการส่งสัญญาณให้เตรียมตัวเพื่อปรับระบบเพื่อไม่ให้รับเงิน 5 เปอร์เซ็นต์บริษัทยา กรณีหมอชาญชัยคือเกิดการรับหลังจากมีหนังสือเวียนห้ามรับเงิน 5 เปอร์เซ็นต์เลยเกิดปัญหา


          “เท่าที่ฟังกระทรวงแถลง กระทรวงมีคณะกรรมการหลังมีหนังสือร้องเรียน และไม่ใช่หนังสือร้องเรียนแบบเลื่อนลอยและมีเบาะแส จำเป็นต้องตั้งกรรมการสอบและตั้งกรรมการแล้ว ได้ดำเนินการสอบ 8 เดือน มีการเรียกสอบ 11 ปากและพอสอบแล้วกรรมการก็สรุปพบว่ามีหลักฐานมีมูลและจะนำสู่การชี้มูลความผิดซึ่งผมก็ทราบประมาณนี้ เพราะอ่านตามข่าวและขั้นตอนโดยหลักการยังไม่ถือว่าผิดแต่มีหลักฐานชี้มูล กรรมการที่ดำเนินการทางวินัยก็จะต้องสอบต่อกระบวนการยังไม่สิ้นสุด”นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว

“เจ๊ใหญ่” เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เจ๊ใหญ่” เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่

"เจ๊ใหญ่" เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่

11 มิถุนายน 2563 – 09:47 น.

“เจ๊ใหญ่” เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
          การขยับตัวของ “กลุ่มแคร์” ของบรรดาอัศวินในวงแหวนอำนาจ “ชินวัตร” เขย่าพรรคเพื่อไทยอย่างหนัก ร้อยถึง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค กับ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์พรรค ต้องออกมาแถลงข่าวโชว์สื่อ ท่ามกลางข่าวลือมากมาย


          เชื่อวันสองวันนี้ ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ก็ต้องมาแจกแจงเรื่อง “ดีลสีส้ม” เมื่อมีข่าว ส.ส.พรรคก้าวไกล เขตเมืองหลวง มีนัดรับประทานอาหารกับ “เจ๊ใหญ่” ค่ายเพื่อไทย

อ่านข่าว…   เพื่อไทยระอุ แกนนำไล่”หญิงหน่อย”พ้นพรรค


          บังเอิญ ช่วงนี้ก็กระแสข่าวลือว่า คุณหญิงสุดารัตน์ กำลังจะยกโขยงไปตั้งพรรคการเมืองใหม่เช่นกัน

"เจ๊ใหญ่" เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่

จับตาบทบาท “เจ๊หน่อย”

++
สร้างแบรนด์ใหม่
++
          ตั้งแต่ฤดูเลือกตั้ง 2562 คุณหญิงสุดารัตน์ พยายามสร้างแบรนด์ “นักประชาธิปไตย” ผ่านสื่อคนรุ่นใหม่ และพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ไม่มีวันเดินบนเส้นทางอำนาจพิเศษ” และไม่มีทางที่จะร่วมทางกับอุดมการณ์อื่นที่ปฏิเสธประชาธิปไตย


          ไม่แปลกที่เมื่อ 8 มิ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้นำทีมเพื่อแถลงการณ์กดดันรัฐบาลไทยและกัมพูชา ดำเนินมาตรการทางการทูตต่อประเทศกัมพูชาเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพและชีวิตของ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมที่หายตัวไป 


          เจ๊ใหญ่เมืองหลวงประกาศ #เซฟวันเฉลิม ในนาม”คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย” ซึ่งได้ใจคนรุ่นใหม่ และนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน


          จะว่าไปแล้ว เกมนี้ของคุณหญิงสุดารัตน์ “หยิกเล็กเจ็บเนื้อ” เพราะใครก็รู้ว่า ทักษิณ ชินวัตร สนิทสนมกับสมเด็จฮุนเซน มากแค่ไหน แถมลูกสาวคนหนึ่งของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ไปแต่งงานกับลูกชายของครอบครัวระดับแกนนำในรัฐบาลกัมพูชามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน


          เจ๊หน่อยก็รู้ แต่สถานการณ์วันนี้ มีความจำเป็น…เมื่อ “เฮียเพ้ง อ้วน” ตั้งกลุ่มแคร์ได้ ทำไมเจ๊จะเตรียมการตั้ง“พรรคแคร์หน่อย”ไม่ได้เชียวหรือ?

"เจ๊ใหญ่" เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่

ตั้งโต๊ะแถลงเรื่อง “วันเฉลิม”

++
ย้อนรอยพลังไทย
++
          เลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 คุณหญิงสุดารัตน์แจ้งเกิดในสนามการเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส.กทม. โดยกระแสจำลองฟีเวอร์ เจ๊ใหญ่อยู่พรรคนี้จนถึงยุคตกต่ำ 


          ปี 2541 เจ๊หน่อยออกจากพลังธรรม มาตั้ง “กลุ่มพลังไทย” ส่งผู้สมัคร สก. และ สข. ลงสนามท้องถิ่นเมืองหลวง แต่ก็พบความพ่ายแพ้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็แพ้สมัคร สุนทรเวช


          หลังรัฐประหารปี 2549 พรรคไทยรักไทยถูกยุบ คุณหญิงสุดารัตน์ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เจ๊หน่อยผันตัวไปทำงานด้านศาสนาและสังคม และก่อตั้งมูลนิธิไทยพึ่งไทย

          ปี 2562 เจ๊หน่อยกลับคืนสู่สมรภูมิการเมือง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ด้วยกฎกติกาสุดพิสดาร เจ๊ใหญ่กลายเป็น ส.ส.สอบตก


          มีข้อสังเกต การคัมแบ็คสังเวียนเลือกตั้งเที่ยวนั้น เจ๊หน่อยชูธงต้านเผด็จการ จวบจนถึงวันนี้ ก็ยังรักษาแบรนด์ผู้นำประชาธิปไตย แต่โชคร้ายเจอคู่แข่งคนกันเอง


          พรรคฉายแสง หรือพรรคแคร์สายตรงนายใหญ่ ก็ชักธงผืนใหญ่..รักประชาธิปไตยเช่นกัน

"เจ๊ใหญ่" เมืองหลวงทะลวงตั้งพรรคใหม่

สร้างภาพกลบความร้าวฉาน

“สนธิ” อาลัย “ตั้ว ศรัณยู” เป็นน้องรัก เปรียบเหมือน น้องชาย แท้ๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สนธิ” อาลัย “ตั้ว ศรัณยู” เป็นน้องรัก เปรียบเหมือน น้องชาย แท้ๆ

"สนธิ" อาลัย "ตั้ว ศรัณยู" เป็นน้องรัก เปรียบเหมือน น้องชาย แท้ๆ

11 มิถุนายน 2563 – 09:05 น.

“สนธิ” โพสต์อาลัย “ตั้ว ศรัณยู” เป็นอีกวันที่เสียใจที่สุด เผย เหมือนน้องชายแท้ๆ จิตใจดี ไม่หน้าไหว้หลังหลอก ระบุ จะแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้ทุกวันจนกว่าจะลาโลกไป

          นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชาเพื่อประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการจากไปของตั้ว ศรัณยู วงศ์กระจ่าง ว่า 


          “ในชีวิตผมมีความเสียใจมากที่สุดกับการเสียชีวิตของบิดาและมารดา

          เสียใจมากที่สุดอีกครั้งกับการจากไปของภรรยา (คุณจันทน์ทิพย์ ลิ้มทองกุล) ที่ตัวเองไม่ได้มีโอกาสอยู่เคียงข้างตอนเธอสิ้นใจ และไม่ได้อยู่ในการฌาปนกิจเธอ เพราะติดอยู่ในเรือนจำ


          รู้แต่ว่าคนมางานศพเธออย่างล้นหลาม รวมทั้งน้องรักที่ชื่อตั้ว (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ที่มีน้ำใจอย่างมาก ๆ

อ่านข่าว…  เปิดประวัติ ตั้ว ศรัณยู นักแสดงและผู้กำกับมากฝีมือ


          วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รู้สึกเสียใจที่สุดเช่นกัน เพราะตั้วเหมือนน้องชายแท้ๆ และรู้สึกได้ที่จิตใจที่น่ารักซึ่งตั้วมีให้พี่ชายคนนี้อย่างจริงใจ และจริงจัง โดยไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย จากจิตใจที่บริสุทธิ์ของตั้วที่สามารถสัมผัสและรู้สึกได้


          ตั้วเป็นมนุษย์ในความเป็นมนุษย์


          เป็นคนที่มีจิตใจดีงามมาก ๆ และเป็นคนที่ไม่หน้าไหว้หลังหลอก


          ทุกคำพูดและการกระทำของตั้วต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคนมีแต่ความจริงใจ และบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ ทั้งสิ้น


          ผมกับตั้วไม่ค่อยได้เจอกันตั้งแต่ออกจากเรือนจำมา ได้รับแต่ข่าวการเจ็บไข้ได้ป่วย ด้วยความเป็นห่วงมาก ๆ 


          อาจจะเป็นเพราะเราใจถึงใจกันมา


          ตั้งแต่การร่วมกันต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่ พ.ศ.2549 ทั้งหมดนี้ก็เลยไม่ได้เจอกัน และสังสรรค์กัน อาจจะเป็นเพราะตั้วยุ่ง และเขาก็เกรงใจผมมาก ในฐานะที่เป็นพี่และผู้ใหญ่ที่เขาเคารพจากใจจริง ๆ


          ผมรู้ดีว่าถ้าผมต้องการความช่วยเหลือจากตั้ว และถ้าเขาทำได้ เขาจะทำให้อย่างจริงใจ เต็มใจและเขาก็จะสบายใจที่เขาได้ทำให้ผม

          ผมก็เช่นกัน


          ทุกวันนี้ผมทำบุญตักบาตรทุกวันเสาร์อาทิตย์ และสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำสมาธิภาวนาทุกๆ เช้า จบลงทุกครั้งทุกวันก็จะแผ่เมตตา อุทิศกุศลผลบุญดังกล่าว ให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ผมรักและเคารพ


          จากวันนี้ก็ต้องเพิ่มตั้วเข้าไปอีกคนจากกลุ่มคนที่ผมแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้

          และก็คงจะต้องทำให้ตั้ว ทุกๆ วันจนกว่าผมจะจากโลกนี้ไป

          ในที่สุดชีวิตมันก็มีแต่ความว่างเปล่า เหมือนที่พ่อแม่ครูอาจารย์เคยสั่งเคยสอนไว้

          ด้วยความรักและอาลัยอย่างที่สุดในกับน้องรักคนนี้
          ขอให้ตั้วไปที่ดี ๆ และมีความสุข และสงบ


สนธิ ลิ้มทองกุล
11 มิถุนายน 2563

คนหาย(3)” ลุงสนามหลวง”เจ้าพ่อตาสว่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คนหาย(3)” ลุงสนามหลวง”เจ้าพ่อตาสว่าง

 คนหาย(3)" ลุงสนามหลวง"เจ้าพ่อตาสว่าง

10 มิถุนายน 2563 – 18:16 น.

ลุงสนามหลวง ไม่ใช่แค่ “คิดต่าง” กลุ่มสหพันธรัฐไทย มีเป้าหมายเปลี่ยนระบอบ สนับสนุนให้มวลชนลุกขึ้นมาก่อการปฏิวัติ

++

คนหาย(3) ” ลุงสนามหลวง”เจ้าพ่อตาสว่าง

++

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2563 “แอน นอร์แมน” ประธานบริหารภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์สดุดีนักสู้ผู้กล้าหาญ – ลุงสนามหลวง ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Ann Norman ในวาระครบรอบ 1 ปี ที่ลุงสนามหลวง และคนสนิท 2 คน หายตัว

แอน นอร์แมน ยกย่องให้หัวหน้าก๊วนล้มเจ้าในลาวว่าเป็น “บิดาแห่งตาสว่างแห่งชาติ”

สำหรับกลุ่มภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนนั้น ก่อตั้งปี 2555 โดยเอนก ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ในซานฟรานซิสโก โดยร่วมกับเสน่ห์ ถิ่นแสน(เพียงดิน รักไทย) และแอน นอร์แมน

แอน นอร์แมน มีสามีเป็นนักข่าวท้องถิ่นเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ข่าวกลุ่มล้มเจ้าในประเทศเพื่อนบ้าน จะมีการเผยแพร่ผ่านสื่อตะวันตกอยู่บ่อยครั้ง

++

ลุงสนามหลวงคือใคร?

++

ลุงสนามหลวง หรือชื่อจริง “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” คนเดือนตุลา สายมหิดล เคยเข้าป่าอีสานใต้มีชื่อจัดตั้งว่า “สหายสมชาย”

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 ชูชีพตั้งตัวเองเป็นประธานชมรมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้แบบใต้ดินของชูชีพ

ปี 2552 ชูชีพถูกออกหมายจับคดี 112 เพราะปราศรัยวิจารณ์สถาบันเบื้องสูง เขาจึงหลบหนีออกจากไทยไปอยู่ที่ไต้หวัน และเมืองจีน

ปี 2554 ชูชีพย้ายจากจีนมากบดานอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กระทั่งเกิดรัฐประหาร 2557 มีคนเสื้อแดงหนีภัยเผด็จการไปหลบซ่อนทางฝั่งลาวหลายร้อยคน

ต้นปี 2559 “โกตี๋” หนีจากเขมรมาอยู่ลาว ได้มาร่วมงานกับ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ทำวิทยุใต้ดิน(ผ่านยูทูบ) ในนาม สถานีไทยเสรีเพื่อสาธารณรัฐไทย โดยโกตี๋ ในนามแฝงจัดวิทยุว่า “สหายหมาน้อย” และชูชีพใช้ชื่อ “ลุงสนามหลวง”

19 พ.ย.2559 สถานีวิทยุใต้ดินกลุ่มโกตี๋-ชูชีพ ประกาศยุติการกระจายเสียงชั่วคราว เนื่องจากกรมตำรวจสันติบาลลาว ได้ขอให้หยุดการกระจายเสียง

5 ธ.ค.2559 วิทยุใต้ดินกลุ่มโกตี๋-ชูชีพ กลับมาออกอากาศทางยูทูบอีกครั้ง พร้อมคำประกาศจัดตั้ง “สหพันธรัฐไท” เป็นหัวหอกนำการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองในประเทศไทย

 คนหาย(3)" ลุงสนามหลวง"เจ้าพ่อตาสว่าง

++

วีรชนเอกชน

++

ปลายปี 2560 ลุงสนามหลวง พยายามปลุกระดมผ่านช่องยูทูบหรือวิทยุใต้ดินให้สมาชิกองค์กร “สหพันธรัฐไท” ที่อยู่ในไทย ออกมาป่วนงานพระราชพิธีสำคัญ

ขณะนั้น สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการยุยงให้ประชาชนออกไปเคลื่อนไหว “ป่วนงานพระราชพิธี” ซึ่งเป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบ ถ้าแน่จริง ลุงสนามหลวงต้องกลับมาทำเอง อย่ายุชาวบ้านออกไปตายแทน

ก่อนหายตัวไป ลุงสนามหลวงได้จัดรายการวิพากษ์ “นายใหญ่” และวงศ์วานว่านเครือแบบเผ็ดร้อน ทำนองว่าสู้ไม่จริง หรือหลอกใช้คนอื่น โดยคนเสื้อแดงที่ภักดีนายใหญ่รู้สึกไม่พอใจ ก็ตอบโต้ผ่านยูทูบเช่นกัน

ท่าทีต่อนายใหญ่ ของลุงสนามหลวง และสุรชัย แซ่ด่าน ต่างกัน ฝ่ายแรกไม่ยอมรับ และไม่เห็นด้วยกับแนวทางสู้ไป กราบไป แต่ฝ่ายหลังกลับเห็นว่า ต้องสามัคคีชนชั้นสูง โค่นระบอบเก่า

 คนหาย(3)" ลุงสนามหลวง"เจ้าพ่อตาสว่าง

                                     ลุงสนามหลวง ที่สนามบินในสิงคโปร์ ก่อนไปเวียดนาม

++

ตายเพราะปาก

++

หลังสุรชัย แซ่ด่าน และคนใกล้ชิด 2 คน ถูกชายนิรนามอุ้มหายไป คืนวันที่ 28 ม.ค.2562 ลุงสนามหลวง แถลงผ่านรายการสหพันธรัฐไท ขอหยุดการส่งกระจายเสียงทางช่องยูทูบเป็นการชั่วคราว 

จากนั้น ลุงสนามหลวงกับคนใกล้ชิด 2 คนคือ สหายยังบลัด และสหายข้าวเหนียวมะม่วง ได้เดินทางออกจาก สปป.ลาว แวะสิงคโปร์ ก่อนเข้าไปพำนักในเวียดนามในฐานะผู้หลบภัย

บ่ายวันที่ 9 พ.ค.2562 เพียงดิน รักไทย แกนนำภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้แจ้งข่าวด่วน ผ่านยูทูบช่องมหาวิทยาลัยประชาชนว่า ลุงสนามหลวง และพวก ถูกอุ้มหายไปในเวียดนาม

แดงลี้ภัยในต่างแดน แอบวิจารณ์ลุงสนามหลวงว่า ตายเพราะปาก เนื่องจากลุงสนามหลวง ด่าทุกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง